ตอนที่ 13
หลังจากเสร็จงานศพใจทิพย์และบอกลาณัฐชาเรียบร้อยแล้ว...ฤทธิ์จากไปด้วยมอเตอร์ไซค์คู่ใจแต่ยังไม่ถึงจุดหมายปลายทางก็เจอไอ้ยักษ์ลูกน้องของกรณ์ ฤทธิ์จำได้ว่าตนฆ่ามันตายแล้ว แต่พอยักษ์เฉลยว่าเพราะน้ำตามัจจุราช เขาก็หายสงสัย
เวลานี้ร่างกายฤทธิ์ไม่พร้อมปะทะกับศัตรูเหมือน แต่ก่อน เขาสู้ไอ้ยักษ์ไม่ได้จนต้องทิ้งมอเตอร์ไซค์แล้ววิ่งหนีเข้าไปในป่า แต่นึกไม่ถึงว่าจะเจอกรณ์ที่เคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับมีพลังพิเศษเช่นเดียวกับบอส ซึ่งกรณ์ยอมรับว่าเขาใช้น้ำตามัจจุราช แถมคุยโวว่ารุ่นใหม่ทำงานดีกว่าเก่า
ฤทธิ์เห็นท่าไม่ดีรัวกระสุนใส่กรณ์แล้วจะเผ่นหนีแต่ดันเจอลุงโจพุ่งมาดักหน้า ส่วนกรณ์กระสุนไม่ระคายผิว มันโดดหลบไปมายิ่งกว่านินจา ยักษ์ตามมาสมทบอีกราย ฤทธิ์หาทางหนีทีไล่ไม่พ้นถูกกรณ์จู่โจมถึงตัวเพื่อแย่งปืน สภาพของเขาอ่อนแรงจนผิดสังเกต
“เกิดอะไรขึ้น พลังของแกหายไปไหนหมด”
“ฉันโดนไวรัสของพรายพิฆาต ฉันกำลังจะตาย”
กรณ์ตกใจปล่อยมือออกจากคอฤทธิ์แทบไม่ทัน กลัวติดเชื่อไวรัสไปด้วย แต่พอเห็นฤทธิ์วิ่งหนีก็สั่งสมุนตามจับตัวมันมาให้ได้...ฤทธิ์วิ่งหนีมาทรุดหมดแรงบริเวณน้ำตกแล้วคว้าท่อนไม้ฟาดไอ้ยักษ์ที่เดินตามมาอย่างใจเย็น แต่มันกลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังเหวี่ยงฤทธิ์กระเด็นไปอีกด้วย
โทรศัพท์มือถือฤทธิ์หล่นจากกระเป๋าโดยเจ้าตัวไม่รู้ และเมื่อเขาวิ่งหนีมาจนมุมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำตกสูงชัน ทิ้งสามวายร้ายยืนมองด้วยความเจ็บใจ กรณ์ไม่ยอมรามือ สั่งไอ้ยักษ์ไปตามล่ามันกลับมาให้ได้
อีกด้านหนึ่ง วัฒน์กับเอมี่สมุนของกรณ์กำลังดักปล้นรถขนเงินของธนาคาร โดยสังหารเจ้าหน้าที่ไปสองคน ส่วนที่เหลืออีกคนโดนบังคับให้ขับรถมุ่งหน้าไปยังรังของพวกมัน
ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วกลับไปรายงานต่อผู้กำกับเมธาซึ่งทุกคนสรุปตรงกันว่าอาวุธที่คนร้ายใช้สังหารเจ้าหน้าที่เป็นของมีคม และคนตายก็ยิงต่อสู้ด้วยปืนแต่ทำอะไรมันไม่ได้
“สู้ไม่กลัวปืนแบบนี้ หรือว่าจะเป็นพรายพิฆาต” ณัฐชาโพล่งขึ้นมา...สารวัตรสิงหาหันขวับมาท้วง
“ไหนคุณบอกว่าพรายพิฆาตมันตายไปแล้วไง แล้วนี่อะไรกันหมวด อธิบายมาซิ”
“อาจจะเป็นสาวกของมันก็ได้ค่ะสารวัตร เรายึดทรัพย์แถมยังฆ่าเจ้านายของมัน มันก็เลยแก้แค้น”
“รีบตรวจสอบให้แน่ชัดนะหมวด ตอนนี้นักข่าวกำลังสนใจคดีนี้”
หลังรับคำสั่งผู้กำกับเมธาแล้วทุกคนก็แยกย้าย ณัฐชากับสิงหาจะเดินกลับไปที่ห้องทำงาน ทันใดนั้นเองไมตรีกับปรีดาวิ่งหน้าตื่นมารายงานว่าทางเรือนจำแจ้งว่าอดีตผู้กองราเมศกำลังป่วยหนัก ต้องขอย้ายตัวเข้าโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ไม่งั้นเขาไม่รอดแน่
สิงหากับณัฐชาแปลกใจว่าราเมศเป็นอะไร...แล้วณัฐชาก็นึกบางอย่างได้ เธอรีบไปพบโซเฟียกับมาดามหลิวที่บริษัท ซึ่งโซเฟียให้ข้อมูลว่า
“ถ้าเดาไม่ผิด ฉันคิดว่าคงเป็นเพราะไวรัสของพรายพิฆาตที่เราฉีดให้เขาก่อนหน้านี้”
“นี่มันถึงตายเชียวนะ ทำไมคุณไม่บอกฉันก่อน”
“คุณโทมัสก็ต้องตายเพราะไวรัสตัวนี้เหมือนกัน พวกมันสมควรถูกลงโทษ”
“เรื่องนี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับพวกเราก็ได้นะหมวด คิดดูสิ สาวกของพรายพิฆาตคงไม่ยอมให้หัวหน้าสาขาของมันตายแบบนี้แน่”
“มาดามคิดว่าพวกมันจะโผล่มาช่วยราเมศเหรอคะ”
มาดามหลิวพยักหน้าพร้อมกับพูดพึมพำ “เราจะได้รู้กันซะทีว่าไวรัสนั่นมีทางรักษารึเปล่า”
ooooooo
ภายในโรงชำแหละเนื้อ...กรณ์มองเงินจำนวนมากพลางชื่นชมเอมี่กับวัฒน์ทำงานได้ยอดเยี่ยม ลุงโจสงสัยว่าหัวหน้ามีแผนอะไรกันแน่ หรือว่าจะเอาเงินมาตั้งตัว
“ฉันจะสร้างกองทัพขึ้นมาใหม่ พอกันทีกับแผนการไม่เอาไหนของพรายพิฆาต ฉันนี่แหละจะสร้างโลกใหม่ด้วยมือของฉันเอง โลกใหม่ที่มีพวกเราเป็นเทพเจ้า...ชั่วนิจนิรันดร์”
ลุงโจอึ้งไป ขณะที่เอมี่กับวัฒน์ยิ้มให้กรณ์อย่างชื่นชม ระหว่างนี้เองเจ้าหน้าที่รถขนเงินฉวยโอกาสวิ่งหนี แต่สุดท้ายเขาก็โดนพวกเอมี่รุมทึ้งสังหารโหดด้วยการดูดเลือดจนหมดตัว!
หลังจากนั้นกรณ์ก็พาสมุนไปคุกคามข่มขู่พวกแหลมให้มันยอมร่วมมือผลิตน้ำตามัจจุราชเพราะต้องการสร้างกองทัพขึ้นมาใหม่ให้ยิ่งใหญ่เหนือกว่าพรายพิฆาต!
ราเมศถูกส่งตัวเข้ามารักษาในโรงพยาบาลเดียวกับไอริณโดยมีจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาแบ่งกันเฝ้าตามคำสั่งหมวดณัฐชาที่ขณะนั้นยังอยู่กับมาดามหลิวและโซเฟีย สองสาวพยายามติดต่อฤทธิ์ทางมือถือแต่ไม่สำเร็จ ลองเช็กสัญญาณจีพีเอสจึงรู้ว่าอยู่ในป่า ก่อนเร่งรีบออกตามหาจนพบมอเตอร์ไซค์ของเขาจอดอยู่ริมถนน จากนั้นก็จับทิศทางสัญญาณจีพีเอสมุ่งหน้าเข้าไปในป่าจนพบรอยเลือดเป็นทาง และพบโทรศัพท์ของฤทธิ์ที่โซเฟียจำได้ดี
“มีร่องรอยการต่อสู้ แต่มีรอยเท้าน้อยมาก คนร้ายคงมีแค่ไม่กี่คน”
“แต่ถ้ามันเล่นงานคุณโทมัสได้ ก็แปลว่าต้องไม่ธรรมดาแน่”
สองสาววิเคราะห์แล้วระวังตัวแจ...ฝ่ายฤทธิ์ที่โดดน้ำตกหนีพวกกรณ์มาได้ เวลานี้เขากำลังตัดไม้ไผ่ทำอาวุธขึ้นมาใหม่เพื่อจัดการกับไอ้ยักษ์ที่ยังไล่ล่าไม่หยุดหย่อน...เมื่อเกิดการต่อสู้ เสียงปืนของไอ้ยักษ์ทำให้สองสาวที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นรีบวิ่งมา
สองสาวต่อสู้กับไอ้ยักษ์อยู่พักหนึ่ง ก่อนที่โซเฟียจะบอกให้ณัฐชาพาฤทธิ์หนีไปก่อน ตนจะหลอกล่อไอ้ยักษ์ไว้เอง ฤทธิ์อ่อนแรงมากเดินไปไม่นานก็ทำท่าจะไม่ไหว บอกให้ณัฐชารีบกลับไปช่วยโซเฟีย ไม่ต้องเป็นห่วงตน
ณัฐชาละล้าละลัง พอดีโซเฟียวิ่งตามมาสมทบแล้วช่วยกันประคองฤทธิ์ไปถึงรถยนต์ของณัฐชาพากัน หลบหนีไอ้ยักษ์ไปได้อย่างหวุดหวิด
ooooooo
คืนนั้น ไมตรีทราบจากพยาบาลว่าไอริณฟื้นแล้วจึงเข้ามาเยี่ยมเธอ แต่แทนที่จะพูดคุยด้วยดีๆ ประสาคนรู้จัก เธอกลับตะปบคอเขาด้วยพลังมหาศาล ไมตรีตาเหลือกราวกับถูกไฟช็อต ร่างสั่นเทิ้มก่อนจะร่วงไปกองกับพื้น
จัดการกับไมตรีแล้วไอริณก็ออกไปจู่โจมปรีดาที่หน้าห้องราเมศอีกคน ปรีดาถูกทำร้ายด้วยวิธีเดียวกับไมตรีจนหมดสติอย่างรวดเร็ว ราเมศเห็นไอริณเข้ามาก็ยิ้มย่อง รำพึงชื่อพรายพิฆาตออกมาด้วยความดีใจ
คืนเดียวกัน ณัฐชาพาฤทธิ์กับโซเฟียไปที่บ้านพักตากอากาศซึ่งเป็นเซฟเฮาส์ของตำรวจ เธอเคยพาไอริณหลบมาอยู่ที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง ฤทธิ์ต้องรักษาตัวหลังต่อสู้กับยักษ์ ส่วนโซเฟียก็โดนยักษ์ยิงหัวไหล่มาเหมือนกัน
ฤทธิ์เป็นห่วงมาดามหลิว บอกโซเฟียให้ติดต่อไปเตือนเธอโดยเร็ว พวกพรายพิฆาตอาจจะคิดว่าพวกเรากลับไปที่บริษัท...มาดามหลิวทำตามคำเตือนด้วยการปิดล็อกทางเข้าออกทุกจุดแล้วกำชับยามห้ามให้ใครเข้ามาอย่างเด็ดขาด จากนั้นเธอเข้ามาในห้องทดลอง หยิบลูกดอกบรรจุไวรัสออกมาดู
“พรายพิฆาต ฉันจะใช้ไวรัสของแกเล่นงานพวกแกเอง ดูซิว่าคราวนี้แกจะทำหน้ายังไง” ว่าแล้วก็บรรจุลูกดอกลงในปืนสำหรับยิงยาสลบ!
ยามนั้นกลางป่า ยักษ์กำลังรายงานลุงโจที่ขับรถมารับว่ามีตำรวจกับเด็กของมาดามหลิวมาช่วยฤทธิ์...อีกด้านหนึ่งวัฒน์กับเอมี่เพิ่งกลับจากไปดูลาดเลาแถวบริษัทมาดามหลิว ทั้งคู่รายงานกรณ์ว่าพวกฤทธิ์ไม่ได้กลับไปที่นั่น คงหนีไปกบดานที่อื่น
“ความจริงมันก็หมดพิษสงไปแล้ว เราไม่จำเป็นต้องล่ามันก็ได้”
“ไอ้วัฒน์...ที่แกพูดถึงคือ ฤทธิ์ ราวี นะสหาย ตราบใดที่มันยังอยู่ ฉันก็ไม่มีวันนอนฝันดีแน่”
“ยังมีอีกข่าวนึง ฉันบังเอิญได้ยินมาตอนออกไปข้างนอก นังไอริณพาราเมศหนีไปแล้ว”
“อะไรนะ ไอริณน่ะเหรอจะทำแบบนั้น” กรณ์สีหน้าเหมือนไม่เชื่อคำพูดเอมี่ แต่พอได้ยินวัฒน์เสริมขึ้นมาก็เล่นเอาเขาหน้าเครียดขึ้นทันตาเห็น
“ขอถามหน่อยนะหัวหน้า จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าพรายพิฆาตยังไม่ตาย”
ooooooo
หลังจากเมื่อคืนได้พูดคุยอย่างเปิดอกกับโซเฟียถึงความรู้สึกที่มีต่อฤทธิ์...เช้านี้ณัฐชาจึงกล้ามากขึ้นที่จะแสดงออกกับฤทธิ์ทั้งที่ยังเคอะเขินบ้างก็ตาม
ณัฐชาได้คิดเมื่อโซเฟียสะกิดถึงชีวิตและความรัก หากเรารักใครสักคนควรไขว่คว้าความสุขไว้ แม้แค่เสี้ยววินาทีเราก็จะจำมันไปตลอดชีวิต...
เช้าวันเดียวกัน กรณ์และเอมี่หารือกันเรื่องที่ไอริณช่วยราเมศออกไปจากโรงพยาบาล เอมี่หวั่นใจว่าแค่บอสคนเดียวยังพอรับมือได้ แต่ถ้ามีพรายพิฆาตหนุนหลังเราคงต้านไม่อยู่แน่
“ตัวจริงของพรายพิฆาตเป็นใคร เรายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ทำไมเธอถึงคิดว่าเราจะแพ้”
“ถ้าเรากลับไปตอนนี้ พรายพิฆาตอาจจะยกโทษให้เราก็ได้นะ”
“เอมี่...ฉันหักหลังบอส เธอลืมแล้วหรือไง ฉันช่วยนักสู้มหากาฬจับมันส่งให้ตำรวจ มันไม่มีทางปล่อยฉันแน่”
“ถ้างั้นก็มีทางออกอยู่แค่ทางเดียว ต้องสู้ให้ถึงที่สุด กำจัดศัตรูให้หมดทุกคน”
“โดยเริ่มจากคนที่อ่อนแอที่สุดเป็นคนแรก”
“มาดามหลิว” เอมี่พูดโพล่ง...กรณ์ยิ้มเหี้ยมอย่างเห็นด้วย!
ฝ่ายไมตรีกับปรีดาที่โดนไอริณเล่นงาน ทั้งคู่กำลังยืนยันกับสารวัตรสิงหาถึงความผิดปกติของไอริณ เธอไม่กลัวกระสุนปืนแถมหยุดมันด้วยฝ่ามือแล้วซัดพวกตนจนหมดสติ ถ้าไม่ได้เสื้อเกราะป่านนี้คงซี้ม่องเท่งกันไปแล้ว
“คุณไอริณเนี่ยนะจะทำแบบนั้น หรือว่าพรายพิฆาตจะยังไม่ตาย” สารวัตรสิงหารำพึงด้วยสีหน้าหวั่นหวาด
แน่นอนว่าพรายพิฆาตยังไม่ตาย ที่สำคัญไอริณคือเหยื่อรายต่อไปของมัน...ไอริณพาราเมศไปรักษาตัวที่บ้านร้างแห่งหนึ่ง โดยใช้พลังพิเศษของตนรักษาแต่ราเมศมั่นใจว่าไม่มีทางหาย
“ไวรัสนี่ฉันคิดค้นขึ้นมาก็เพื่อกำราบพลังของน้ำตามัจจุราชเผื่อว่าวันนึงจะได้ใช้เล่นงานสมุนทรยศ แต่คิดไม่ถึงเลยว่ามันย้อนกลับมาเล่นงานฉันเอง”
“ตอนนี้เราควรทำยังไง”
“เรื่องที่กรณ์กับพวกก่อกบฏ ฉันรู้หมดแล้ว เราจะปล่อยให้พวกมันจัดการกับศัตรูแทนพวกเรา แล้วจากนั้นเราค่อยปิดฉากพวกมันทีหลัง”
ราเมศพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
ooooooo
โซเฟียกลับไปหามาดามหลิวโดยทิ้งฤทธิ์ไว้กับณัฐชาที่บ้านพักตากอากาศ ขณะอยู่กันตามลำพังนี่เอง ณัฐชาอยากดูแลเอาใจฤทธิ์บ้าง เธอเข้าครัวทำ อาหารแต่โชคไม่ดีแก๊สหมด เลยต้องจุดเตาถ่านควันโขมงจนฤทธิ์ตกใจนึกว่าไฟไหม้บ้าน
ในที่สุดณัฐชาก็ต้องล้มเลิกแล้วยอมออกไปหาของกินที่ตลาดพร้อมกับฤทธิ์ เสร็จแล้วพากันไปไหว้พระที่วัดใกล้ๆ ต่างคนต่างอธิษฐานในสิ่งดีๆ ก่อนนั่งสนทนากันต่อภายในโบสถ์นั่นเอง
“ถ้าคนเราทุกคนเป็นอมตะก็ดีสิ โลกนี้จะได้ไม่มีการพลัดพราก”
“ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ชีวิตก็คงไม่มีความหมาย”
“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ คุณไม่อยากอยู่กับคนที่คุณรักตลอดไปเหรอ”
“ถ้าเป็นแต่ก่อนคงใช่ แต่ตอนนี้มันไม่มีความหมายสำหรับผมอีกแล้ว”
“นอกจากใจทิพย์แล้ว คุณเคยคิดจะรักคนอื่นบ้างรึเปล่า”
คำพูดของหมวดสาวทำให้ฤทธิ์หันมามองหน้าเธออย่างมีความหมาย แต่คำตอบของฤทธิ์กลับทำให้เธอหน้าเสีย...ใจหายวาบ
“เคย...แต่มันสายเกินไปสำหรับคนคนนั้น”
ออกจากวัดกันแล้วทั้งคู่มุ่งหน้ากลับบ้านพัก ณัฐชาเหมือนยังคิดมากกับสิ่งที่ฤทธิ์พูด เธอตัดสินใจดึงมือเขาไว้เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้าน
“มีอะไรเหรอ”
“อยากให้คุณสู้ต่อไป ถึงไม่มีใจทิพย์ ก็ยังมีคนอื่นที่ต้องการคุณ ฉันอยากให้คุณอยู่เป็นความหวังสำหรับเขา...คุณอยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ ฉันเพิ่งรู้สึกดีกับคุณ แล้วทำไมคุณต้องจากฉันไปด้วย แค่คุณบอกว่าอยากมีชีวิตอยู่ แค่คุณพูด...ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยคุณ”
“ผมไม่ต้องการ ผมไม่อยากเห็นใครต้องเดือดร้อนเพราะผมอีกแล้ว ณัฐชา...ลืมผมซะ นั่นคือสิ่งเดียวที่คุณควรจะทำเพื่อผม”
ณัฐชากลั้นน้ำตาไม่ไหว ร้องไห้ออกมาเหมือน เด็กๆ ไม่รู้จะลืมเขาได้ยังไง...ฤทธิ์ดึงเธอมากอดปลอบด้วยความเข้าใจ
ooooooo
มาดามหลิวดีใจที่โซเฟียกลับมา เธอมีเรื่อง ต้องการปรึกษาอยู่พอดี...แต่หารู้ไม่ว่าโซเฟียคนนี้คือตัวปลอม! จนกระทั่งคุยกันไปมาอยู่พักหนึ่ง มาดามหลิวถึงเริ่มเอะใจ...
และแล้วกรณ์ก็คืนร่างเดิมของตนต่อหน้ามาดามหลิว
“ตกลงพวกแกมีแผนอะไรกันแน่ รับใช้พรายพิฆาต หรือว่าแยกตัวเป็นอิสระ”
“เรามาไกลเกินกว่าที่จะยอมแพ้แล้วมาดาม เราต้องสู้ให้ถึงที่สุด”
มาดามหลิวชักปืนลั่นกระสุนไวรัสใส่กรณ์ แต่มันหายตัววูบมาโผล่ตรงหน้าแล้วชักมีดออกมาแทงเธออย่างรวดเร็ว ปลายมีดเข้าที่ชายโครงพอดี ร่างมาดามหลิวถึงกับสะท้านเฮือก
“ความจริงคุณมีโอกาสที่จะหนี แต่คุณก็ไม่ทำแบบนั้น”
“ฉันก็เหมือนกับแก มาไกลเกินกว่าที่จะยอมแพ้”
กรณ์ยิ้มมุมปาก สบตามาดามหลิว ขณะที่มือก็ค่อยๆกดมีดแทงลึกลงไปอีก
“ช้าๆ ช้าๆ ผมไม่อยากให้คุณตายก่อนที่ลูกน้องของคุณจะมาถึง พวกเขาควรจะได้เห็นว่าศัตรูของผมมีจุดจบยังไง”
มาดามหลิวใบหน้าสั่นระริก จ้องมองกรณ์ด้วยความแค้น...
ส่วนที่ชั้นล่าง โซเฟียตัวจริงกับพวกยามกำลังจะเข้าไปที่ห้องสมุด แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นมาดามหลิวเดินออกมา...ทุกคนพากันตกตะลึง แปลกใจทำไมเจ้านายถึงเดินได้อีกครั้ง
โซเฟียไหวตัวก่อนใคร ชักปืนยิงใส่มัน...พลันมาดามหลิวตัวปลอมก็กลายร่างเป็นกรณ์ก่อนจะล่องหนไปจัดการกับพวกยามอย่างรวดเร็ว โดยที่โซเฟียช่วยเหลือไม่ทัน เมื่อจัดการยามทุกคนหมดแล้ว กรณ์หันมาที่โซเฟีย แต่มันไม่ทำร้ายเธอ
“ยังไม่ถึงคิวของเธอสาวน้อย ฝากไปบอกไอ้ฤทธิ์ ราวี ด้วยว่าฉันจะแวะไปเยี่ยมมันเร็วๆนี้”
พูดขาดคำร่างของกรณ์ก็หายวูบไป โซเฟียได้สติรีบวิ่งเข้าไปในห้องสมุด เห็นมาดามหลิวนอนฟุบอยู่ข้างรถเข็น รีบประคองเธอขึ้นมาพร้อมกับบอกว่ามันไปแล้ว มาดามอดทนไว้ ตนจะรีบตามหมอ
“ไม่มีประโยชน์แล้วโซเฟีย คราวนี้ฉันคงไม่รอดแน่ พวกเราเป็นฝ่ายแพ้”
“ไม่จริงค่ะมาดาม มาดามต้องไม่ตาย พวกเรายังมีโอกาส”
“ฟังฉันให้ดีนะโซเฟีย เธอไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างเพื่อฉันอีกแล้ว เธอควรจะเป็นอิสระ มีชีวิตแบบที่เธอ ต้องการ...ฉันไม่เคยคิดว่าเธอคือตัวแทนของลูกสาวฉันที่เสียไป แต่เธอคือลูกสาวอีกคนของฉัน ลูกสาวที่ฉันไม่เคยทุ่มเทความรักให้เลยสักครั้ง ยกโทษให้ฉันด้วยโซเฟีย”
“มาดาม...มาดาม!!” โซเฟียร้องไห้โฮ รับไม่ได้กับการสูญเสียบุคคลสำคัญในชีวิต...
มาดามหลิวสิ้นใจลงอย่างสงบ โซเฟียยังร่ำไห้อย่างทำใจไม่ได้ แต่แล้วเธอเหลือบเห็นระเบิดเวลาที่กรณ์ติดตั้งทิ้งไว้ และมันกำลังจะทำงานในอีกไม่กี่วินาที!
เสียงระเบิดดังตูม กวาดล้างทุกอย่างทั้งชั้นพัง พินาศ...ไอริณรับรู้ข่าวร้ายด้วยพลังพิเศษของเธอ บอกให้ราเมศรู้ว่ามาดามหลิวตายแล้ว พวกมันร้ายกาจมาก
“ถ้าท่านต้องการ ผมจะสังหารพวกมันเอง” ราเมศเสนอตัว
“เธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมัน แม้แต่ฉันเองก็เริ่มไม่แน่ใจว่าจะจัดการกับพวกมันได้...เราต้องหาแนวร่วม”
ราเมศสีหน้างุนงง สภาพแบบนี้จะไปหาแนวร่วมได้ที่ไหน?
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น ณัฐชาตื่นมาไม่เห็นฤทธิ์ก็ตกใจมาก เดินหาจนทั่วบ้านก็ไม่พบ แต่มาเจอโซเฟียในสภาพเนื้อตัวมอมแมมราวกับเพิ่งกลับมาจากสมรภูมิรบ!
โซเฟียรอดตายจากแรงระเบิดที่กรณ์จงใจทำลายบริษัทมาดามหลิว แต่เธอไม่สามารถช่วยชีวิตมาดามไว้ได้ ณัฐชาฟังเรื่องราวนั้นแล้วได้แต่เศร้าใจและแค้นพวกกรณ์ที่ป่าเถื่อนเกินมนุษย์ แต่ในเวลานี้เธอต้องเร่งหาตัวฤทธิ์ก่อน เธอออกจากบ้านมุ่งหน้าไปตลาดที่เคยมาด้วยกัน ปรากฏว่าระหว่างทางเจอฤทธิ์กำลังถูกชายฉกรรจ์สองคนปล้นจี้ทั้งที่เขาไม่มีสิ่งของมีค่าอะไรเลย
ณัฐชาใช้ปืนยิงขู่จนพวกมันวิ่งหนีกระเจิงไปแล้วพาฤทธิ์กลับบ้านพัก ราเมศรู้เห็นทุกอย่างแต่ไม่ปรากฏตัวเขาย้อนกลับไปบอกไอริณหรือพรายพิฆาตว่าพวกมันมีกันสามคน แล้วท่าทางฤทธิ์ก็ป่วยหนักมาก ถ้าฆ่ามันตอนนี้รับรองว่าสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์
“ไม่! ฤทธิ์ ราวี ยังมีประโยชน์สำหรับงานของเรา ฉันจะให้นักสู้มหากาฬกำจัดพวกของนายกรณ์แทนฉัน”
ในขณะที่พรายพิฆาตมีแผนกำจัดกรณ์...กรณ์เองก็มีแผนตั้งตนเป็นใหญ่กว่าพรายพิฆาต ซึ่งเขาต้องการพบฤทธิ์ ดังนั้นจึงต้องเสาะหาแหล่งกบดานของเขาให้ได้
ก่อน กรณ์ส่งเอมี่เข้าไปในกองปราบด้วยการปลอมตัว
เป็นเมธาแล้วค้นหาข้อมูลรายชื่อกับแผนที่เซฟเฮาส์
ของตำรวจ เพราะคิดว่าณัฐชาน่าจะพาฤทธิ์ไปซ่อนตัวที่ใดที่หนึ่ง
ไมตรีกับปรีดาเอะใจหลังได้พูดคุยกับเมธา
ตัวปลอม แต่กว่าจะรู้ว่าข้อมูลหายไปก็สายเสียแล้ว ทั้งคู่ตามจับคนร้ายไม่ทันและไม่รู้ด้วยว่ามันคือเอมี่...
ด้านฤทธิ์ที่ร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว แถมยังไป
โดนชายสองคนทำร้ายซ้ำอีก อาการเลยแย่ลงจนณัฐชา
หวั่นใจว่าเขาคงอยู่ได้อีกไม่นาน
“แล้วถ้าฉันบอกว่ามีวิธีรักษาล่ะ”
“มีวิธี? แล้วทำไมเธอไม่บอกแต่แรกล่ะโซเฟีย”
โซเฟียนำเข็มฉีดยาสามอันที่บรรจุสารเคมีบางอย่างออกมาให้ณัฐชาดู “นี่คือน้ำตามัจจุราชที่บริษัทบลูฟินิกซ์สังเคราะห์ขึ้น ไวรัสในตัวของคุณโทมัสไม่มีผลกับคนธรรมดา เพราะสิ่งที่มันกัดกินคือเซลล์ของมนุษย์กลายพันธุ์ แต่ถ้าเซลล์นั่นเปลี่ยนรูปแบบไป
จากเดิม วงจรของไวรัสก็จะสิ้นสุดลง”
“เธอจะบ้าเหรอโซเฟีย ทำแบบนั้นเท่ากับกลายพันธุ์ซ้ำซ้อนนะ โทมัสอาจจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดเหมือนมาวินก็ได้”
“ถ้าเป็นแบบนั้นฉันจะฆ่าเขาเอง ตอนนี้เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว เขาต้องเลือกว่าจะอยู่อย่างนักสู้หรือตายอย่างคนแพ้”
ว่าแล้วโซเฟียทำท่าจะฉีดสารนั้นให้ฤทธิ์ขณะเขานอนหลับ แต่ณัฐชารีบขวาง
“ถ้างั้นก็ให้เขาเลือก ไม่ใช่เธอ”
“ณัฐชา...” เสียงฤทธิ์แผ่วเบา...สองสาวหันมองเห็นเขาชันกายลุกขึ้นนั่งอย่างอ่อนล้า “ส่งน้ำตามัจจุราชมาให้ฉัน”
สองสาวอึ้งไปอึดใจ แสดงว่าฤทธิ์รับรู้ทุกอย่างที่เธอคุยกัน...ฤทธิ์แบมือรอรับทั้งที่ร่างกายอ่อนล้าแต่แววตายังแข็งกร้าว มันคือแววตาของนักสู้ที่ไม่เคยท้อถอยต่อความพ่ายแพ้
โซเฟียยิ้มพอใจ ดึงเข็มบรรจุน้ำตามัจจุราชจากมือณัฐชาส่งให้ฤทธิ์ทันที...ฤทธิ์บอกกับณัฐชาว่า
“เราสูญเสียมามากพอแล้ว เราจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด”
“ฉันรู้...แต่นี่มันเสี่ยงเกินไป”
“ผมไม่กลัว ที่ผ่านมาผมต่อสู้เพื่อใจทิพย์ เพื่อคนที่ตายไปแล้วผมยังทำได้ แล้วทำไมผมจะสู้เพื่อคนที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้ ผมจะสู้เพื่อคนบริสุทธิ์ทุกคน”
โซเฟียพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับความมุ่งมั่นนั้น ขณะที่ณัฐชาเมินหน้าเพราะไม่รู้จะโต้เถียงยังไง
ooooooo










