ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เลือดรักทระนง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่กลางป่าแก่งกระจาน...กระถินลูกของพุดกรองที่เกิดกับเสือกาจ เธอแจ้งตำรวจให้จับเสือกาจและทิ้งลูกไปในคืนที่คลอดกระถินที่สุขศาลา

กระถินอยู่กับกุเลา พี่สาวของเสือกาจจนอายุ 8 ขวบแล้ว กระถินมีจี้ทองของเสือกาจที่ให้พุดกรองแต่พุดกรองทำหล่นขณะหนีขึ้นรถไฟ โม่เก็บไว้เอามาให้กระถินห้อยคอตลอดเวลา

กระถินเป็นเด็กฉลาด เก่ง คล่องแคล่วและไม่เคยกลัวอะไร วันๆก็ออกดักสัตว์ จับปลาหากินกับป้าสองคนอย่างมีความสุขไปตามประสา โดยไม่เคยถามและไม่เคยรู้ว่าใครคือพ่อ ใครคือแม่

เสือกาจว่ายน้ำหนีมาถึงกระท่อมโกโรโกโส ของกุเลากับกระถิน เข้าไปรอในกระท่อม กระถินกลับมาเจอนึกว่าเป็นขโมย เสือกาจบอกว่าตนคือพ่อ กระถินตะโกนว่า “ไม่ กูไม่เคยมีพ่อ”

เสือกาจให้กุเลาใช้ขวานฟันโซ่ที่ขาจนขาด กุเลานั่งหอบถามว่า “ไหนมึงบอกซิว่ามึงแหกคุกออกมาทำไม”

“กูเจออีพุดกรอง เมียกู มันยังมีหน้ามีความสุขอยู่ได้ยังไง” กุเลาถามว่าลูกโตขนาดนี้แล้วยังอยากเจออีหน้าเงินอีกทำไม “ฉันทนเห็นมันได้ดี ในขณะที่พวกเรามีชีวิตอย่างนี้ไม่ได้! มันจะต้องชดใช้”

“แล้วมึงจะทำยังไง”

เสือกาจลากตัวกระถินไปบอกว่าจะพาไปเปิดโปงพุดกรอง กุเลาไม่ยอมให้ไป กระถินดิ้นตะโกนให้เสือกาจปล่อย เสือกาจไม่ยอมปล่อยถูกกระถินกัดหู เสือกาจทุ่มกระถินกองกับพื้นตะคอกว่า “กล้าทำกับพ่อขนาดนี้เลยหรือ”

“ถุย...มึงไม่ใช่พ่อกู”

เสือกาจลากกระถินไปท่าน้ำที่นัดโม่ให้เอาเรือและข้าวของจำเป็นมาให้ โม่เร่งให้เสือกาจรีบไปเพราะตำรวจกระจายกำลังออกตามล่าอยู่ ส่งปืนให้ กำชับลูกพี่ว่า “กลับมาให้ได้นะพี่”

“กูจะให้อีพุดกรองมันชดใช้ให้เราทุกคน” เสือกาจประกาศ เห็นกระถินร้องไห้ตะโกนให้ปล่อยก็ตวาดว่า “ชีวิตมึงต้องเป็นของกูแล้วอีกระถิน”

เสือกาจถ่อเรือมีประทุนออกไปแล้ว กุเลาวิ่ง ตามมาจะเอากระถินคืน แต่ไม่ทันเห็นเรือเสือกาจอยู่ลิบๆ ได้แต่ตะโกนเรียกกระถินตีอกชกหัวอย่างเจ็บใจ

ooooooo

พุดกรองพาสร้อยสนมาอยู่คฤหาสน์นารายน์ 8 ปีแล้ว สร้อยสนในวัย 11 ปี จากเด็กกะโปโลที่วิ่งเล่นในโรงละครชุบตัวกลายเป็นคุณหนูไปแล้ว แต่เป็นคุณหนูสวยใส ไร้สาระ หลงตัวเอง เอาแต่ใจ

เมื่อคุณพระกับพุดกรองกลับจากหัวหิน สร้อยสนวิ่งไปรับฉอเลาะตามประสา คุณพระถามว่ารามไปไหนใจคอไม่มาต้อนรับพ่อเลยหรือ แม่นิ่มบอกว่าอยู่หลังบ้านกำลังเห่อลูกหมาอยู่ พุดกรองเหน็บทันทีว่า “แปลกเห่อหมายิ่งกว่าพ่อ”

“ลูกคนนี้มันเคยเห็นหัวฉันที่ไหนเล่า” คุณพระ ไม่พอใจ

แม่นิ่มบอกจันทร์ว่าให้คนไปเรียกรามมาอย่าให้คุณพระหัวเสีย

รามเดินคุยถึงคลอกลูกหมามากับแม่นิ่มอย่างร่าเริงโดยไม่รู้ว่าคุณพระกลับมาแล้ว คุณพระได้ยินถามว่าใจคอห่วงหมาทุกลมหายใจ ไม่สนใจพ่อเลยรึไง แม่นิ่มพารามไปนั่งที่โต๊ะอาหาร สร้อยสนถามว่านึกยังไงเก็บหมามาเลี้ยง ทั้งเชื้อโรคสกปรก เหม็นน้ำลาย รามของขึ้นสวนไปอย่างเจ็บแสบว่า

“จรจัดอย่างเธอพ่อฉันยังเก็บมาเลี้ยงได้ ทั้งขี้เรื้อน ปากเปราะ มันต่างกันตรงไหน”

รามแรงเสียจนคุณพระปรามว่าเกินไปแล้ว ใครสอนให้พูดจาชั่วๆอย่างนี้ แม่นิ่มบอกให้ขอโทษน้องเสีย

“ขอโทษ” รามกระชากเสียง แล้วด่าเจ็บกว่าเก่าว่า “ใครก็ได้ช่วยจับยายหางเปียนี่ไปล่ามที กัดไม่เลือกแบบนี้ท่าจะเป็นโรคกลัวน้ำ” ด่าสะใจแล้วลุกออกไปอย่างกระแทกกระทั้น

“เจ้าราม!!!” คุณพระโมโหมาก แม่นิ่มรีบลุกตามไปบอกว่าตนจะไปดูเอง คุณพระพาลไม่พอใจแม่นิ่มบ่นงึมงำ “ก็เพราะให้ท้ายกันแบบนี้ เจ้ารามมันถึงเสียนิสัย”

สร้อยสนเจ็บใจที่ถูกด่าสาดเสียเทเสีย แต่พุดกรองแอบสะใจที่คุณพระไม่พอใจแม่นิ่ม

รามฮึดฮัดไปที่ห้องหนังสือ แม่นิ่มตามมาปลอบและตำหนิว่าไม่ควรก้าวร้าวเขาอย่างนั้น รามระบายอารมณ์ว่า

“นับวันพ่อยิ่งลำเอียงเข้าข้างมัน” พาลเคืองแม่นิ่มถามว่า “เกรงใจมันทำไม ตกลงว่ารามหรือมันกันแน่ที่เป็นคนอาศัย รามแบ่งทั้งบ้าน แบ่งทั้งพ่อให้มันจนชีวิตรามแทบไม่เหลืออะไร แค่อยากมีครอบครัวอบอุ่นอย่างคนอื่นบ้าง ทำไมรามถึงมีไม่ได้” รามอัดอั้นจนร้องไห้ “ขนาดหมามันยังรักลูกมัน แต่นี่พ่อมีรามแค่คนเดียวทำไมพ่อยังรักรามไม่ได้...ทำไม!!”

แม่นิ่มดึงรามเข้าไปกอดด้วยความสงสารที่รามมีพร้อมทุกอย่าง ยกเว้น...ความรักจากพ่อ

ooooooo

เสือกาจถ่อเรือมาพักกลางทาง กระถินพยศมาตลอดทาง ร่ำร้องแต่จะกลับบ้าน...กลับบ้าน จนทนไม่ไหวร้องไห้ตะโกน “กูจะกลับบ้าน”

เสือกาจสอนกระถินอย่างเสือว่า

“ลูกไอ้เสือกาจต้องไม่หลั่งน้ำตาง่ายๆ หลั่งเลือดไม่หลั่งน้ำตา เข้าใจไหม” กระถินยิ่งร้องไห้ตะโกนว่ากูคิดถึงบ้าน เสือกาจย้ำว่า “น้ำตาไม่ได้มีไว้ให้ศัตรู ถ้ามึงยอมร้องไห้ต่อหน้าศัตรู แปลว่ามึงแพ้เข้าใจไหม” กระถินเช็ดน้ำตานั่งเงียบ เสือกาจขู่ว่า “ถ้ากูเห็นน้ำตา กูจะไม่พามึงกลับไป อยากกลับบ้าน จงเก็บน้ำตาของมึงไว้อย่าให้ใครเห็น”

กระถินฮึด พยายามกลั้นน้ำตาคิดแค้นว่าเสือกาจคือศัตรูจะให้เห็นน้ำตาไม่ได้ เสือกาจถ่อเรือจนบ่ายก็มาจอดเยื้องๆ ท่าน้ำของคฤหาสน์นารายณ์ กระถินหาว่าเสือกาจหลอกตนว่าจะพากลับบ้าน เสือกาจบอกว่ากลับแน่แต่ต้องไม่ใช่แค่สองคน พอดีพุดกรองออกมายืนที่ท่าน้ำ เสือกาจจิกตามองบอกกระถินว่า

“เราจะกลับไป ต่อเมื่ออีนังคนนั้นมันยอมไปกับเรา”

ที่คฤหาสน์นารายณ์กำลังตึงเครียด เพราะเรือขนถ่ายสินค้าของคุณพระถูกปล้น คุณพระแค้นใจที่ถูกล้วงคองูเห่า สั่งให้แจ้งกองปราบจับโจรปล้นเข้าตะรางให้ได้

พุดกรองกลัวว่าจะเป็นฝีมือของเสือกาจที่ตามมาแก้แค้นตน แอบเรียกทด ทนายของห้างราชภักดีมาถามเรื่องเสือกาจที่แหกคุกออกมา สั่งว่าถ้ารู้อะไรเกี่ยวกับเสือกาจให้รีบบอกตนเป็นคนแรก ทดบอกว่าไม่ต้องห่วง ทุกคนที่นี่จะต้องปลอดภัย

นอกจากนี้พุดกรองยังเรียกละมุดไปแอบคุยกันที่ใต้ต้นไม้ สั่งให้ละมุดคอยสอดส่องให้ด้วย ตนกลัวเสือกาจมาล้างแค้น ถ้าความแตกคุณพระรู้กำพืดของตนชีวิตตนคงจบลงตรงนี้

หารู้ไม่ว่าบนต้นไม้ใหญ่ กระถิ่นแอบเอาจดหมายของเสือกาจเข้ามา โดยเสือกาจหลอกว่าเสร็จแล้วจะพากลับบ้าน กระถินได้ยินพุดกรองคุยกับละมุดทั้งหมด พอละมุดไป กระถินก็กระโดดลงจากต้นไม้กดไหล่ไม่ให้พุดกรองหันมองตน

พริบตาเดียว กระถินก็วิ่งแผล็วหายไปไวราวปรอท พอพุดกรองพลิกตัวกลับมาเห็นแต่จดหมายฉบับหนึ่งวางไว้ พอแกะออกดูถึงกับผงะเมื่อเห็นลายมือและเครื่องหมายสัญลักษณ์รอยสักของเสือกาจอย่างเด่นชัด!

ooooooo

กระถินวิ่งแผล็วตัดสวนหลังบ้านไปยังศาลาท่าน้ำที่รามกำลังเล่นกับหมาอยู่ รามเห็นอะไรแว้บๆ ร้องถามว่าใคร ไม่มีเสียงตอบแต่ได้ยินเสียงโดดน้ำตูม แล้วเงียบไป รามคิดว่าต้องมีคนมาบุกรุกแน่

กระถินว่ายน้ำราวกับปลากลับมาถึงเรืออย่างเร็ว เสือกาจถามว่าเรียบร้อยไหม กระถินพยักหน้าแล้วปราม

“มึงอย่าผิดคำพูดกูอีกเชียว กูจะกลับบ้านวันนี้!!”

ฝ่ายพุดกรองเอาจดหมายกลับไปที่ห้องนอนปิดประตูหน้าต่างกระทั่งม่านหน้าต่าง คลี่จดหมายอ่านอย่างหวาดกลัว

“อีพุดกรอง...ข้าปล่อยให้เอ็งระเริงสุขอยู่นานเกินไป ใครที่มันหักหลังเสือกาจไม่เคยมีชีวิตเหลือรอดอยู่ได้ ข้าจะให้โอกาสเอ็งชดใช้ความผิดที่ทำลงไป หกโมงเย็นวันนี้ เอ็งต้องกลับไปเป็นเมียไอ้เสือกาจ ถ้าหากเอ็งไม่มา ข้าจะบุกไปคิดบัญชีเอ็งกับไอ้ชายชู้ที่เอ็งสมสู่อยู่....เสือกาจ”

เสียงนาฬิกาบอกเวลาหกโมงพอดี พุดกรองผวากระโดดขึ้นซุกตัวบนเตียงอย่างหวาดกลัวรามสงสัยว่าจะมีคนบุกรุก เขาเดินไปดูที่ท่าน้ำ ถามจอมคนสวนว่าเรือใครมาจอดอยู่นั่น จอมคาดว่าเป็นเรือชาวบ้าน เร่งรามให้ขึ้นตึกเพราะเย็นแล้วเดี๋ยวคุณท่านจะโมโหอีก จอมเดินกลับไปแต่รามซ่อนตัวอยู่หลังตุ่มพอปลอดคนแล้วจึงเดินไปที่ท่าน้ำ เห็นเรือเสือกาจมาเทียบศาลาท่าน้ำแล้ว รามแอบฟังเสือกาจกับกระถินเถียงกัน

กระถินถามว่าพาตนมาที่นี่ทำไม เสือกาจบอกว่าจะพามาหาแม่ กระถินบอกว่าตนไม่อยากได้

“ก็เพราะมึงไม่มีแม่ ถึงไม่เต็มคนอย่างนี้ไง ข้าจะหาแม่ให้ แล้วเราสามคนจะกลับไปด้วยกัน”

“กูไม่เอา” กระถินเสียงแข็ง

รามได้ยินทั้งหมด เขาจะออกไปหาเสือกาจแต่จอมเดินมาจุดตะเกียงรามจึงซ่อนตัวแอบฟัง จอมเจอเสือกาจถามว่าเป็นใคร ทำไมมาค่ำๆ มืดๆ เสือกาจบอกว่าตนเป็นพี่ชายพุดกรองให้ไปบอกพุดกรองว่าพี่ชายมาหา จอมจะเดินกลับไปก็พอดีพุดกรองมาถึงไล่จอมจะไปไหนก็ไปตนจะคุยธุระตรงนี้ รามจึงซุ่มเงียบกริบเงี่ยหูฟัง

พุดกรองเอาเงินมาฟาดหัวเสือกาจ เสือกาจไม่ต้องการเงินแต่จะมาปล้นตัวไป ด่าพุดกรองว่าทรยศทิ้งตนทิ้งลูกมา พุดกรองโต้ว่ากระถินเป็นลูกเขาไม่ใช่ลูกตน

“ถ้าวันนี้กู ‘ไอ้เสือกาจ’ ชิงตัวมึงกลับไปไม่ได้ กูก็จะยอมสิ้นชื่ออยู่ที่นี่”

เสือกาจคว้าตัวพุดกรองไป พุดกรองขัดขืน เสือกาจถามว่าจะไปดีๆ หรือจะเอาชีวิตทิ้งไว้ที่นี่ กระถินสงสารพุดกรองเข้าดึงยื้อยุดกันกับเสือกาจ ทันใดนั้นแม่หมาวิ่งออกมาเห่ากรรโชก รามห่วงแม่หมาจะออกไปเรียก

คุณพระศานต์ได้ยินเสียงหมาเห่าถามจอมที่กลับมาพอดีว่าหมาเห่าอะไร จอมบอกว่าคงตื่นคน เพราะคุณผู้หญิงกำลังคุยกับพี่ชาย คุณพระสงสัยเพราะไม่เคยได้ยินว่าพุดกรองมีพี่ชายมาก่อน

แม่หมายังคงเห่าไม่หยุด เสือกาจควักปืนออกมาจะยิง รามตกใจวิ่งพรวดออกไปห้าม เสือกาจหันปืนมาทางรามยิงขู่ไปหนึ่งนัดบอกว่าเรื่องของครอบครัว ใครไม่เกี่ยวถอยไป รามเบี่ยงตัวหลบกระสุนยืนจ้องหน้า

เสือกาจไม่ถอย กระถินตกใจปล่อยมือพุดกรอง คุณพระได้ยินเสียงปืน คว้าปืนวิ่งไปหลังบ้านกับทด

คุณพระไปถึงเห็นเสือกาจกำลังฉุดลากพุดกรองจึงวิ่งเข้าไปช่วย บอกเสือกาจว่าถ้าต้องการเงินก็ปล่อยเมียตนเสีย

“มึงนั่นแหละคืนเมียกูมา” เสือกาจจะยิงคุณพระ รามพุ่งเข้าผลักพ่อพ้นทางปืน ทดยิงไปถูกไหล่เสือกาจแล้วทั้งคุณพระและทดก็ระดมยิงเสือกาจจนตกจากท่าน้ำแล้วตามยิงลงไปในน้ำอีก

“ไอ้กาจ!!!” กระถินร้องสุดเสียง

เสือกาจไม่โผล่อีกเลย คุณพระบอกให้คนไปงมศพขึ้นมาอย่าให้มันรอดไปได้

“ไอ้กาจ กลับมา ไอ้กาจมึงอยู่ไหน” กระถินมองหาและร้องเรียกไม่ขาดปาก คุณพระถามว่าเด็กนี่เป็นใคร พุดกรองบอกว่าลูกเสือกาจตามพ่อมันมา รามที่รู้เรื่องทั้งหมดแล้วจ้องพุดกรองที่พูดโกหก พุดกรองใจไม่ดีรีบชวนคุณพระขึ้นบ้าน

ooooooo

เมื่อไปนั่งกันที่ห้องรับแขก คุณพระให้พุดกรองเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง พุดกรองตีหน้าเศร้าเล่าว่าเสือกาจแอบอ้างเป็นพี่ชายตนและพยายามจะฉุดตนไป

รามพากระถินเข้ามา ขัดขึ้นว่าเสือกาจมาฉุดเพราะเธอเคยเป็นเมียมันมาก่อน เสือกาจตั้งใจจะมารับเมียกลับบ้านทำไมไม่บอกคุณพ่อด้วย พุดกรองหาว่ารามใส่ความ ตนไม่รู้จักกับเสือกาจด้วยซ้ำ รามจึงให้กระถินเป็นพยานถามว่าพุดกรองเป็นแม่ใช่ไหม แต่กระถินเกิดมาไม่เคยเห็นหน้าแม่ สั่นหัวบอกว่าไม่รู้

พุดกรองถูกสาวไส้หมดเปลือก เมื่อทดพาผู้กองทวีศักดิ์ที่มาสืบเรื่องเรือคุณพระถูกปล้นเข้ามายืนยันว่าพุดกรองเป็นเมียเสือกาจ

ผู้กองทวีศักดิ์เล่าถึงเหตุการณ์ที่สุขศาลาเมื่อเกือบสิบปีก่อนให้ฟัง เชื่อว่าที่เสือกาจมาที่นี่มีเหตุผลเดียวเท่านั้นคือมาทวงเมียคืน ผู้กองเล่ารายละเอียดว่า

“ผมจับเสือกาจได้ในวันที่เมียมันคลอดลูกพอดี” ผู้กองมองที่คอกระถินเห็นจี้ทองที่คอ จับขึ้นมาดูบอกพุดกรองว่า “จี้อันนี้ยืนยันได้อย่างดีว่าเด็กคนนี้เป็นลูกเสือกาจกับเธอ”

เมื่อพยานหลักฐานแน่นหนาชัดเจนเช่นนี้ คุณพระสั่งทดให้จัดการประสานเรื่องคดีปล้นเรือกับผู้กองแทนตนด้วยแล้วหุนหันขึ้นข้างบน รามสะใจไล่พุดกรองออกจากบ้าน พุดกรองดิ้นเฮือกสุดท้ายประกาศว่าตนจะไปก็ต่อเมื่อคุณพระออกปากไล่เท่านั้นแล้วตามคุณพระขึ้นข้างบน

พุดกรองพลิกลิ้น ใช้ทั้งเล่ห์มารยา ยอมรับว่าตนเป็นเมียเสือกาจจริงแต่เพราะถูกเสือกาจฉุดไป คุณพระไม่เชื่อ พุดกรองใช้ไม้ตายออดอ้อนว่าถ้าคุณพระไม่เห็นแก่ตนก็ขอให้เห็นแก่เด็กในท้อง คุณพระชะงักเมื่อรู้ว่าพุดกรองท้อง เจ้าหล่อนก็ทำท่าว่าเมื่อทุกคนรังเกียจ ตนก็จะไปตายเอาดาบหน้าพลางจะลุกไป คุณพระจับมือพุดกรองไว้ รามรับไม่ได้ เพราะคุณพระเคยสัญญาว่าจะไม่มีลูกใหม่ ต่อว่าอย่างเจ็บปวดว่า

“คุณพ่อผิดสัญญา รามเกลียดคุณพ่อ”

พุดกรองโล่งใจที่ตนพลิกเกมได้อย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง! แต่ไม่หยุดแค่นี้ สั่งละมุดให้หาทางเฉดกระถินออกไปจากบ้านนี้อย่าให้เป็นหนามยอกอกมาทำลายชีวิตตน ละมุดจึงวางแผนหลอกกระถินไปดูศพเสือกาจที่ถูกกองปราบจับแขวนประจานที่ตลาด กระถินหลงกล เลยถูกละมุดพาทิ้งที่ตลาด

ส่วนคุณพระ เมื่อจัดการความขัดแย้งระหว่างรามกับพุดกรองไม่ได้ เกรงจะกระทบกระเทือนถึงลูกตนในท้องพุดกรอง จึงปรึกษาแม่นิ่มในห้องสมุดว่า จะส่งรามไปเรียนต่างประเทศ แม่นิ่มติงว่ารามยังเด็ก อย่างน้อยก็ให้จบชั้นมัธยมก่อน ขอเวลาอีกสามปีเท่านั้น คุณพระจำต้องยอม แต่รามต้องปรับตัวเองถ้าปรับตัวไม่ได้ก็จะส่งไปอยู่โรงเรียนประจำ

แม่นิ่มเดินออกจากห้องสมุดเจอพุดกรองที่มาแอบฟังอยู่ พูดใส่หน้าแม่นิ่มว่า “แล้วเธอจะต้องเสียใจที่รั้งรามไว้ที่นี่”

“อย่าคิดว่าลูกเธอจะมาแทนที่รามได้ ทายาทของคฤหาสน์นารายณ์ยังไงก็ต้องเป็นราม” แม่นิ่มเสียงแข็ง

ขณะนั้นเองจันทร์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาบอกว่ากระถินหายไป ไม่ได้จมน้ำแต่ไม่รู้ว่าหายไปไหน แม่นิ่มเป็นห่วงเกรงกระถินจะได้รับอันตราย แต่พุดกรองกลับพูดอย่างสะใจว่า

“พวกเหลือบไร ไปซะได้ก็ดี แค่นี้ก็มีแต่พวกเหลือขอเต็มบ้าน”

แม่นิ่มไม่พอใจ แต่เป็นห่วงกระถิน จึงรีบออกไปตามหา

แม่นิ่มออกไปตามหาเจอกระถินกำลังวิ่งข้ามถนนเกือบถูกรถชนตกใจหมดสติไป แม่นิ่มรีบพากระถินกลับบ้าน พุดกรองกำจัดกระถินไม่ได้ก็คิดแผนร้ายยิ่งขึ้น สร้างสถานการณ์ว่ากระถินทำให้ตนแท้ง เชื่อว่าคุณพระไม่เอาไว้แน่

กระถินรู้ตัวว่าสร้อยกับจี้ทองหายขณะถูกเอาไปทิ้งไว้ที่ตลาด แต่หาไม่เจอคิดว่าคงหล่นที่บ้าน พอรู้สึกตัวก็ลุกจากเตียงรีบไปหาที่สวนหลังบ้าน เจอลูกหมาวิ่งเล่นอยู่ก็อุ้มขึ้นเพื่อมองหาสร้อย รามมาเจอก็ไม่พอใจ สั่งให้ปล่อยลูกหมาของตนเดี๋ยวนี้ กระถินโมโหผลักรามล้ม สร้อยและจี้ทองร่วงจากกระเป๋ากางเกง กระถินพุ่งไปคว้าด่ารามว่าหัวขโมยฉวยของตนไป พอรามจะลุกกระถินเหยียบไว้ แม่นิ่มวิ่งมาสั่งกระถินให้ปล่อยรามเดี๋ยวนี้

เมื่อแม่นิ่มห้ามไม่อยู่จึงเรียกจันทร์ให้มาช่วยแยกทั้งสองออกจากกัน แม้ตัวจะถูกแยกไปแต่ทั้งกระถินและรามยังจิกตาใส่กัน ไม่มีใครยอมใคร

เมื่อถูกคุณพระเรียกไปสอบถาม กระถินฟ้องว่ารามขโมยสร้อยตน รามอ้างว่าสร้อยเส้นนั้นมีจี้ทองลายเดียวกับรอยสักของเสือกาจตนจะเอาไปให้ตำรวจใช้เป็นหลักฐานในการตามล่ามัน คุณพระตัดบทว่าเหลวไหลป่านนี้เสือกาจคงตายไปแล้ว

คุณพระเห็นท่าทางไม่ยอมคนของกระถินถามว่าปีนี้อายุเท่าไรแล้ว กระถินชูนิ้วบอกว่าแปดขวบ

“นับเลขเป็นฉลาดใช้ได้ แปดขวบอยู่ในเกณฑ์ต้องเรียน ให้อยู่เสียที่นี่ จับส่งเรียนหนังสือจะได้เป็นผู้เป็นคนกับเขา”

รามและพุดกรองทำเสียงรับไม่ได้ แต่แม่นิ่มเสนอตัวขอเป็นคนดูแลกระถินเอง รามทนไม่ได้ต่อว่าคุณพระว่า ทีลูกโจรคุณพ่อรับเลี้ยงไว้แต่กลับขับไล่ไสส่งลูกตัวเองให้พ้นจากบ้าน พอมีลูกใหม่คุณพ่อก็ลืมตน ตะโกนอย่างน้อยใจว่า

“เมื่อเกลียดลูกคนนี้นัก ลูกก็จะไป แล้วจะไม่กลับมาให้รกหูรกตาคุณพ่ออีกเลย”

พุดกรองสะใจที่เฉดรามออกไปได้ ส่วนกระถินนั่งมองตาปริบๆอย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

เมื่อแม่นิ่มรับดูแลกระถินแล้ว ก็เตรียมเอาเข้าโรงเรียน ตั้งชื่อกระถินเป็นมินตรา ซึ่งแปลว่าต้นกระถิน และให้ใช้นามสกุลราชภักดี ซึ่งเป็นนามสกุลของแม่นิ่มเอง

กระถินตั้งใจฝึกเรียนเขียนอ่านมาก แม่นิ่มก็ขัดเกลานิสัยใจคอให้มีกิริยามารยาทที่ดี นับวันเป็นที่รักและเอ็นดูของผู้ใหญ่ ยกเว้นพุดกรองและละมุดที่คิดหาวิธีเฉดหัวกระถินไปให้พ้นหูพ้นตา

ละมุดถามว่าเมื่อไหร่พุดกรองจะลงมือตามแผนการสักที พุดกรองสบโอกาสเมื่อกระถินไปขัดบันไดท่าน้ำแกล้งทำเป็นลื่นขณะไปลงเรือ ละมุดถือห่อเลือดสัตว์ตามมาสาดเลือดสัตว์แดงฉานทำทีว่าพุดกรองแท้ง แล้วรีบส่งข่าวให้คุณพระที่อยู่ปีนัง คุณพระรีบกลับมาเห็นพุดกรองตีหน้าเศร้าเสียใจจึงปลอบว่า

“ไม่เป็นไรนะ ถึงไม่มีลูกคนนี้ เราก็ยังมีอีกคนได้” พุดกรองมองแปลกใจ คุณพระบอกว่า “กระถินลูกเธอนั่นไงเราจะใช้ความรักความเมตตา ถอดเขี้ยวเล็บของ ‘ลูกเสือ’ ตัวนั้นให้กลายมาเป็น ‘ลูกสาว’ของเธอ”

พุดกรองผิดหวังแทบลมจับ แทนที่คุณพระจะโกรธจนเฉดหัวกระถินออกไปกลับจะให้รับเป็นลูก!

4 ปีต่อมา กระถินในวัย 12 ปี ได้รับการขัดเกลาจนเรียบร้อยและเรียนการบ้านการเรือนอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะการร้อยมาลัย กระถินร้อยได้สวยจนคุณยายเอมปรีดิ์มอบหน้าที่ให้กระถินร้อยมาลัยไหว้ประไพแม่ของรามทุกปี

ooooooo

พุดกรองหาเรื่องแกล้งกระถินหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ไม่สามารถทำอะไรกระถินได้ จึงแกล้งทำตุ้มหูหล่นหายให้กระถินช่วยหา พอกระถินหาเจอก็หาว่าขโมย ท้าว่าถ้าบริสุทธิ์ใจจริงก็ต้องพิสูจน์

ว่าแล้วพุดกรองก็เอาตุ้มหูทับทิมคู่นั้นขว้างออกไปนอกหน้าต่าง คาดโทษว่าถ้าตนกลับมายังไม่ได้ตุ้มหูคืนแสดงว่าไม่ได้บริสุทธิ์ใจจะช่วยหา และเตรียมออกจากบ้านนี้ไปได้เลย

ขณะนั้น รามในวัย 19 ปีจบจากโรงเรียนประจำแล้ว โตเป็นหนุ่มหล่อมาดขรึม นั่งอ่านหนังสืออยู่ในสวน จู่ๆ ก็มีตุ้มหูข้างหนึ่งหล่นมาที่ถ้วยชา รามสงสัยว่ามาจากไหน

รามเหลียวมองเห็นพุ่มไม้ขยับไหวก็คิดว่าหมาของตนอยู่ที่นั่นเดินไปดูเห็นกระถินกำลังมุดหาตุ้มหูของพุดกรอง กระถินถามว่าเห็นตุ้มหูอันใหญ่ของคุณผู้หญิงไหม รามตอบเสียงกระด้างว่าไม่เห็น แล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะขยับถ้วยชาบังตุ้มหูไว้ไม่ให้กระถินเห็น ไล่กระถินไปหาว่าทำให้ตนไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ

พุดกรองกลับมารู้ว่ากระถินเพิ่งหาตุ้มหูได้ข้างเดียว ก็สะใจว่าคราวนี้ได้เฉดหัวกระถินออกไปสำเร็จแน่ ขณะกำลังข่มขู่กระถินนั้น คุณยายเอมปรีดิ์ แม่นิ่ม และรามมาเจอ คุณยายถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

“เด็กคนนี้มันขโมยตุ้มหูของอิฉันค่ะ นี่ไงคะ”

พุดกรองเอาตุ้มหูข้างเดียวที่กระถิ่นหาเจอให้คุณยายดู คุณยายจำได้ว่าเป็นตุ้มหูที่ตนสั่งทำให้ประไพ ถามพุดกรองว่าเป็นของเธอแน่หรือ จำไม่ได้เลยว่าตนให้ไปตอนไหน จับผิดว่า “ถ้าเธอบอกว่าเป็นของเธอ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอไปรับของโจรมารึไง”

พุดกรองอึกอักเถียงไม่ออก ตั้งใจจะเล่นงานกระถินแต่กลับเข้าตัวเสียเอง คุณยายไม่คาดคั้นแต่ขอบใจที่ช่วยเอามาคืน แล้วเอาตุ้มหูข้างนั้นไปเลย พุดกรองแค้นที่กระถินรอดตัว ตัวเองไม่ได้ตุ้มหูคืนซ้ำยังเกือบถูกหาว่ารับของโจรอีกด้วย

พุดกรองกลับขึ้นบ้านอย่างแค้นใจบอกละมุดว่ากระถินกำลังแก้แค้นตน ละมุดชี้ว่าตอนที่คุณพระจะให้เอากระถินเป็นลูกเธอก็ไม่เอา ตอนนี้เป็นลูกแม่นิ่มก็เท่ากับเป็นหลานคุณท่าน เผลอๆ จะได้เป็นทายาทเทียบชั้นกับรามด้วย พุดกรองยิ่งคิดยิ่งแค้นหาทางที่จะเหยียบกระถินให้เป็นเบี้ยล่างตลอดไป

ฝ่ายกระถินถูกรามเยาะเย้ยว่าไปสร้างศัตรูกับคนอย่างพุดกรองไม่โง่ก็ต้องเรียกว่าอวดฉลาดไม่เข้าท่า แล้วยื่นจานแซนด์วิชจากถาดให้บอกให้กินให้หมดกระถินถูกบังคับให้กิน พอกัดก็สะดุ้งคายออกมาเห็นตุ้มหูทับทิมอีกข้างที่รามซ่อนไว้ในนั้น กระถินหาว่ารามแกล้งตน มองรามอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแกล้งตนด้วย

กระถินกำตุ้มหูกลับไปที่เรือนพุดซ้อนเจอแม่นิ่มก็ยื่นให้ดู แม่นิ่มถามว่าเจอแล้วหรือ

“คุณรามเอาไปซ่อน เขาตั้งใจแกล้งให้คุณพุดกรองเข้าใจกระถินผิด” บ่นอย่างรับไม่ได้ว่าทำไมคนที่นี่จงเกลียดจงชังตนนัก ตนไม่ได้เป็นคนเหมือนเขาหรือไง ทำไมตนถึงไม่มีชีวิตปกติสุขอย่างคนอื่นเขาเสียที

“กระถิน ฟังนะลูก คนเราเกิดมาโชคดีไม่เท่ากัน ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรา จะไปเรียกร้องให้คนอื่นเขารักเขาถนอมเราอย่างคนในครอบครัวเขาไม่ได้...ถ้ากระถินเป็นเด็กดี วันหนึ่งพวกเขาก็จะรักจะเมตตา เราต้องทำตัวคู่ควรให้คนอื่นรัก ด้วยการใช้ความดีความนอบน้อมค่อยๆ ซื้อใจ อย่าเพิ่งไปโทษที่เขาไม่เอ็นดูเรา แต่ต้องถามว่าตัวเรามีค่าพอจะให้เขารักได้ไหม อดทนนะ ความดีช่วยให้เราเอาชนะใจคนได้เอง”

“แม้แต่คุณพุดกรองงั้นเหรอ”

แม่นิ่มดึงกระถินเข้าไปกอดแต่ไม่ตอบ เพราะไม่แน่ใจว่าความดีจะซื้อใจคนอย่างพุดกรองได้แค่ไหน

ooooooo

นับวันพุดกรองก็ยิ่งวางอำนาจบาตรใหญ่ ดูถูกเหยียดหยามข่มเหงคนรับใช้จนแม่นิ่มทนไม่ไหว วันนี้พุดกรองหาว่าชบาที่เพิ่งมาเป็นคนรับใช้ประจำตัวทำถุงน่องขาด บังคับให้ชบาคาบถุงน่องไปทิ้ง

แม่นิ่มเข้าไปถามว่าทำอะไร พุดกรองตวาดว่าแม่นิ่มไม่เกี่ยว แม่นิ่มบอกว่าบริวารในเรือนทุกคนเป็นคนของคุณท่านขึ้นตรงกับตน เธอเองไม่มีสิทธิ์แตะต้อง พุดกรองกร่าง อ้างว่าตนเป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้

“แค่เป็นเมียของคุณพี่ ไม่ได้แปลว่าเธอจะถือสิทธิ์เป็นเจ้าของเรือนนี้ ตราบใดที่คุณท่านยังอยู่เธอก็แค่คนอาศัย ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรตามอำเภอใจ โดยเฉพาะกับบริวารของคุณท่าน” หันไปทางละมุดปรามว่า “เธอก็ด้วย ช่วยสำเหนียกไว้ว่าเป็นแค่คนอาศัย ไม่ได้เหนือไปกว่าคนอื่น”

พอแม่นิ่มออกไป พุดกรองจิกตา คำราม...

“กร่างนัก เดี๋ยวข้าจะสำแดงเดชให้ดูว่าใครมันสำคัญตัวผิดกันแน่”

แล้วพุดกรองก็ฉอเลาะคุณพระขอจะจัดงานวันเกิด อายุ 15 ปีให้สร้อยสนจะได้เปิดตัวให้ทุกคนรู้จักด้วย คุณพระตอบเหนื่อยๆว่าตามใจ พุดกรองรุกไปอีกขั้นขอเป็นธุระเตรียมงานเอง คุณพระก็อนุญาต

ooooooo

เพราะรามห่างหายไปเรียนหลายปี บรรดาลูกหมาที่กระถินเลี้ยงดูและเล่นด้วยจึงติดกระถินแจ เมื่อรามกลับมา เรียกมันก็ไม่มาสั่งมันก็ไม่ทำ รามรู้สึกถึงความสูญเสียและไม่พอใจ

รามเห็นกระถินเอากล้องดูดาวมาพยายามต่อก็ไม่พอใจ ผลักกล้องจนล้ม กระถินหยิบตัวกล้องขึ้นมาจะฟาด แต่พอนึกถึงคำสอนของแม่นิ่มที่บอกให้เป็นเด็กดี ก็ชะงัก ก้มลงเก็บกล้องไว้ตามเดิมแล้วเดินกลับไป บรรดาหมาเดินตามเป็นพรวน รามมองอย่างไม่พอใจตะโกนตามหลัง

“แม้แต่หมาฉันก็จะเอาคืน!”

ต่อมากระถินวาดรูปเพื่อส่งครู รามมานั่งดูอย่างไม่พอใจที่เอาสีของตนมาใช้ กระถินวาดเสร็จเห็นรามนั่งอยู่ก็แต้มให้มีคนนั่งลงไปในรูปด้วย

รามหาเรื่องว่าเอาสีของตนมาใช้แล้วยังใส่รูปตนไว้ในรูปด้วย ต่อว่ากระถินไม่พอยังฉีกรูปทิ้งหาว่าวาดรูปตนโดยไม่ได้รับอนุญาต กระถินไม่ยอม เอารูปที่ถูกฉีกไปฟ้องคุณพระว่ารามกลับมาครั้งนี้จงใจจับผิดตนทุกอย่าง รามหาว่ากระถินล้ำเส้นตน

“เอาล่ะ...ในเมื่อต้องอยู่ร่วมบ้านกัน ทำไมไม่รู้จักถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน”

ทั้งรามและกระถินแม้ไม่โต้เถียงกันอีกแต่จ้องหน้า อย่างไม่ยอมกัน คุณพระมองอย่างเหนื่อยใจ

คุณพระดูรูปที่กระถินวาดเปรียบเทียบกับรูปวาดของโมเนต์ที่อยู่ในหนังสือภาพวาดจึงรู้ว่ากระถินเรียนรู้การวาดภาพจากในห้องหนังสือ คุณพระทึ่งที่กระถินสามารถลอกเลียนแบบสไตล์จากศิลปินได้ดีมาก ชมกับแม่นิ่มว่า

“เจ้ากระถินนี่หัวไวมากนะ”

“ดิฉันเป็นคนอนุญาตให้กระถินเอาสีของรามไปใช้เองค่ะ เพราะเห็นว่ารามไม่ใช้แล้ว ไม่นึกว่ารามจะหวง” พลางแม่นิ่มวางตุ้มหูทับทิมข้างหนึ่งให้คุณพระ “รามจ้องจะแกล้งกระถินมาตั้งแต่เมื่อวาน ดิฉันกลัวว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ กระถินจะไม่รอดแน่ๆค่ะ”

คุณพระหัวเราะ บอกว่าเพราะแม่นิ่มนั่นแหละทำให้กระถินโดนหนักอย่างนี้ ถามว่าถ้าอยากให้รามเลิกพาลกระถินก็ยกกระถินให้รามได้ไหมล่ะ แม่นิ่มตกใจถามเสียงดังว่า

“ยกกระถินให้รามเนี่ยนะคะ”

รามเดินผ่านมาได้ยินแม่นิ่มคุยกับคุณพ่อพอดี เลยหยุดฟัง

“เธอต้องเข้าใจนะ ตั้งแต่มันผิดใจกับฉัน มันก็ยึดเอาเธอเป็นของมัน แล้วนี่ยังจะมีกระถินมาแย่งเธอไปจากมัน มันก็ต้องน้อยใจเป็นธรรมดา” แม่นิ่มถามว่ายกกระถินให้แล้วจะช่วยรามได้อย่างไร “รามไม่มีน้อง เลยคิดจะเอาแต่ใจ เพราะไม่เคยต้องแบ่งปันความรัก กับใคร ถ้าเรายกกระถินให้เป็นคนของราม รามก็จะได้รู้จักใช้ความเมตตา รักคนอื่นให้เป็น ถ้ามันคิดว่าใครจงรักภักดีกับมันแล้วละก็... มันก็ยอมลงให้ทุกอย่าง”

“ดิฉันไม่แน่ใจหรอกนะคะว่ากระถินจะยอมลงให้รามได้แค่ไหน”

“เชื่อฉัน เด็กรั้นๆอย่างกระถินนี่แหละ ที่จะดัดนิสัยห่ามๆของรามได้”

รามได้ฟังก็รู้ทันถึงความตั้งใจของคุณพ่อที่จะให้กระถินมาดัดนิสัยตน คิดจะดัดหลังคุณพ่อให้แสบกว่านี้

ooooooo

จริงอย่างที่แม่นิ่มคาด กระถินไม่ยอม บอกแม่นิ่มว่าตนจะต้องถูกรามทรมาน จิกใช้จนตาย

ขณะแม่นิ่มกำลังหว่านล้อมกระถินนั่นเอง รามเข้ามาเห็นแม่นิ่มกำลังตัดเล็บให้กระถินก็จะให้ตัดให้ตนบ้าง แม่นิ่มเรียกกระถินมาแล้วบอกรามว่า

“คุณพ่อสั่งให้กระถินดูแลราม ต่อไปนี้กระถินจะเป็นคนของราม รามจะใช้ให้น้องทำอะไรก็บอกได้เลยนะ” แล้วหันไปบอกกระถิน “ตัดเล็บให้คุณรามสิ”

กระถินกลั้นใจพยายามทำอย่างตั้งใจ เกร็งจนตัดเข้าเนื้อ

“โอ๊ย...ยายบ้า เธอแกล้งฉันใช่ไหม” รามผลักกระถินกระเด็นไป กระถินตกใจเพราะตนไม่ได้แกล้ง แม่นิ่มเห็นแล้วสงสาร คิดว่ากระถินคงจะต้องเจ็บตัวไปอีกนาน

รามถือว่าตนเป็นเจ้าของกระถิน ได้ทีแกล้งสารพัด แกล้งแล้วก็หัวเราะอย่างผู้ชนะ วันนี้ขณะหัดตีกอล์ฟ ก็แกล้งจะตีลูกใส่กระถิน กระถินกลัววิ่งหนีจนล้มคว่ำรามยืนมองหัวเราะชอบใจ

คุณยายเอมปรีดิ์กับมิ่งเดินมาจะเก็บดอกไม้เห็นสภาพของกระถินที่ล้มลุกคลุกคลานและรามยืนหัวเราะชอบใจ จึงเรียกรามไปอบรมที่เรือนพุดซ้อน ถามดุๆว่า ใครสอนให้เกเรแบบนี้

รามบอกว่าช่วยไม่ได้ คุณพ่ออยากให้ตนเป็นผู้ใหญ่เลยยกกระถินให้บอกว่าจะใช้ให้ทำอะไรก็ได้ คุณยาย แย้งว่าแต่ไม่ให้ทำร้ายร่างกายเขา รามเถียงว่ากระถินดื้อกับตนก่อน ตนแค่สั่งสอนให้เชื่องเท่านั้น

“จะครองคนด้วยการวางอำนาจ คนเขาก็แค่เกรงแต่ไม่ได้ศรัทธา สุดท้ายกลายเป็นเรานี่แหละที่จะบีบให้เขากลายเป็นศัตรูคนสำคัญ” คุณยายอบรม แต่รามก็ยังมองกระถินว่าถูกใช้ให้แกล้งทำดีเพื่อเปลี่ยนใจตน บอกคุณยายว่า

“ตั้งตัวเป็นศัตรูก็ยังดีกว่าเสแสร้งมาทำดีให้ตายใจ แบบนั้นรามเกลียดที่สุด”

ooooooo

พุดกรองเตรียมจัดงานวันเกิดให้สร้อยสนอย่างยิ่งใหญ่ ละมุดกร่างคุยเขื่องกับบรรดาคนรับใช้ให้เข้าหูรามว่า

“พวกแกคอยดูไว้เป็นบุญตา งานวันเกิดคุณสร้อยสน ปีนี้ จะต้องเนรมิตที่นี่ให้สวยยิ่งกว่าวัง คอยชมบารมีคุณของข้าไว้ให้ดีแล้วกัน”

รามมองอย่างไม่พอใจที่สองแม่ลูกนี้ทำท่าจะครอบครองบ้านนี้เป็นของตัวเอง

พุดกรองสั่งซื้อของมากมายเพื่อตบแต่งในงานวันเกิดของสร้อยสน แล้วเอาบิลไปเบิกกับทด ทดไม่เบิกให้ เพราะพุดกรองไปทำสัญญาซื้อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต พุดกรองอ้างว่าตนเป็นเมียคุณพระ

ทดบอกว่าแค่ ‘เมีย’ ไม่ใช่ ‘ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย’ ไม่มีสิทธิ์ไปทำสัญญาซื้อขายแล้วมาเรียกเก็บเงินจากท่านถ้าทำสัญญาซื้อขายอะไรก็ต้องจ่ายเอง พุดกรองโต้เถียง ทดจึงให้เอาบิลไปให้คุณพระอนุมัติเอง

พุดกรองเอาบิลไปให้คุณพระ ใส่ความว่านับแต่ทดได้รถใหม่ไปใช้ก็เหลิง ทำไมต้องเอาใจขนาดนั้น มีอะไรให้ตนช่วยก็ได้ ขอแต่ให้จดทะเบียนให้ตนเป็นภรรยาที่ถูกกฎหมาย ตนก็จะจัดการธุระทุกอย่างแทนได้ไม่ต้องพึ่งนายทด คุณพระมองบิลอย่างเหนื่อยใจถามว่าซื้ออะไรมากมายไม่เห็นจะมีประโยชน์

“ก็คุณพี่สัญญาแล้วว่าจะฉลองวันเกิดให้สร้อยสน ดิฉันก็เลือกของขวัญที่มันสมฐานะกับคุณพี่ ทั้งหมดก็เพื่อเป็นหน้าเป็นตา คุณพี่จะได้ไม่อายที่มีพวกเราเป็นลูกเมียไงคะ”

“ฉันไม่เคยอาย ต่อให้ยกแม่กระถินขึ้นมาเป็นลูกฉันอีกคน ฉันก็ยังรับได้ เธอจะฟุ้งเฟ้อก็ไม่ต้องเอาฉันมาอ้าง ที่ผ่านมาคนที่ตั้งแง่เรื่องฐานะ ก็มีแต่เธอเองทั้งนั้นแหละพุดกรอง”

พุดกรองอึ้งที่ถูกคุณพระเหน็บอย่างรู้ทัน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สนุก–อร่อยหน้าจอ

สนุก–อร่อยหน้าจอ
14 พ.ค. 2564

22:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 23:25 น.