ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: เลือดมังกร ตอน สิงห์ ได้ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ประกบ มิว นิษฐา





ระหว่างที่ทรงกลดพาจิรัสยาไปสมัครงานตามขั้นตอน อันถูกหมงบังคับให้ไปขับรถ แถมสั่งให้ใช้รถประจำตำแหน่งของทรงกลดอีกต่างหาก อันรำคาญมาก แต่ไม่อยากมีปัญหา เลยยอมรับปากเซ็งๆ

“ดี...แกรู้ว่าใครเป็นใครก็ดี ตอนนี้แกอาจจะมีหลายนาย แต่อีกหน่อยแกก็จะมีนายคนเดียว นั่นก็คือฉัน!”

อันถอนใจเหนื่อยหน่าย ย้อนเสียงเรียบ “ผมไม่เคยมีหลายนาย นายของผมมีแค่นายใหญ่กับนายน้อยเท่านั้น คนที่ยอมคุกเข่าก้มหัวให้ศัตรูอย่างคนขี้ขลาด ผมนับถือไม่ลงหรอกครับ”

หมงเจ็บใจมาก แต่เพื่อแผนร้ายในอีกไม่กี่อึดใจ เลยต้องพยายามข่มอารมณ์ ตามไปขึ้นรถประจำตำแหน่งของทรงกลดแต่โดยดี อันมีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะรู้สึกแปลกๆเหมือนมีคนคอยจับตา!

แล้วก็จริงดังคาด...เมื่ออันเห็นอิกผ่านทางกระจกหลัง มองมาเหมือนคนมีแผนการบางอย่าง หมงลอบยิ้มร้าย สังเกตเห็นอาการเคร่งเครียดของบอดี้การ์ดหนุ่มทุกอย่าง แต่ก็ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น...รอเวลาสำคัญ

อันพาหมงออกไปแล้ว ทิ้งทรงกลดให้จัดการเรื่องจิรัสยาเอง สาวร่างเล็กคาใจ ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะได้งาน

“นี่คุณ...ฉันไม่มีเวลาจะมาเล่นสนุกด้วยหรอกนะ ฉันต้องการงานจริงๆ แล้วต้องหางานให้ได้ภายในวันนี้ด้วย”

“ฉันก็ไม่มีเวลาเล่นสนุกเหมือนกัน ฉันรับเธอเข้าทำงานจริงๆ ฉันก็กำลังทำตามขั้นตอนอย่างที่เธอต้องการไงล่ะ”

จิรัสยาถึงกับมึน แต่ไม่ทันพูดอะไร ทรงกลดก็คว้าผ้าเช็ดหน้าที่ใช้ห่อกล่องข้าวกลางวันของเธอมาโพกผมให้ช้าๆ สาวร่างเล็กถึงกับอึ้ง และอดแซวไม่ได้ว่าเขาคงสนิทกับแม่มากถึงโพกผมเก่ง สิงห์หนุ่มมีสีหน้าขรึมลง ก่อนจะลากเธอออกไปข้างนอก จิรัสยาพยายามขืนตัว แต่ก็ต้านแรงเขาไม่ได้

“นี่คุณ...เอ่อ...นายน้อยคะ คุณคิดจะทำอะไร นี่หรือคะขั้นตอนการรับสมัครงานของคุณ”

“ขั้นตอนการทดสอบความสามารถว่าเธอจะเป็นผู้ช่วยฉันไหวไหม”

จิรัสยานิ่วหน้า ก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อเห็นว่าที่เจ้านายหนุ่มเดินไปที่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ พร้อมกับตบเบาะท้าย ส่งสัญญาณให้ขึ้นมาซ้อน สาวร่างเล็กถอนใจยาว ก่อนจะเดินลากขาไปนั่งแต่โดยดี

“แล้วนี่คุณ...เอ่อ...นายน้อย...เอ่อ...ฉันว่าฉันเลิกถามดีกว่าว่าคุณจะพาฉันไปไหน”

“ถ้าเรียกยากนักล่ะก็ เรียกชื่อฉันก็ได้ ฉันเบื่อที่เป็นนายน้อยเต็มทนเหมือนกัน”

“ให้ฉันเรียกคุณว่าคุณทรงกลดงั้นหรือคะ”

“เรียกฉันว่าที”

จบคำก็ควบมอเตอร์ไซค์ออกไปทันที จิรัสยาไม่ทันตั้งตัว ผวากอดเขาแน่น ก่อนจะตะโกนลั่นว่ายังไม่อยากตาย ทรงกลดหัวเราะ ไม่ยี่หระกับเสียงโวยวาย แถมนึกสนุกด้วยซ้ำที่ยั่วให้เธอโมโหได้

ลางสังหรณ์รุนแรงบางอย่างสั่งให้อันหมุนรถกลับดื้อๆ หมงตีหน้าตกใจร้องลั่น แล้วสั่งให้ขับรถไปโรงงานตามเดิม แต่บอดี้การ์ดหนุ่มกลับเหยียบคันเร่งมิดตามใจที่ร้อนรนเป็นห่วงทรงกลด ก่อนจะหน้าเสีย เมื่อรู้ว่ารถเบรกขาด!

หมงสติแตกไม่น้อย แม้จะรู้ว่าเป็นแผนการแต่ความกลัวตายก็ทำให้อดหวั่นไม่ได้ ต่างจากอัน ควบคุมสติตัวเองได้อย่างดี ก่อนจะตัดสินใจบังคับรถเข้าไปในโรงงาน พุ่งชนกองกล่องสินค้าเพื่อหยุดรถ

ooooooo

เคี้ยงหัวเราะชอบใจใหญ่เมื่ออิกรายงานว่าโรงงานของแก๊งเขี้ยวสิงห์ที่ตงยอมขายให้ เพื่อยุติข้อขัดแย้งระหว่างแก๊ง กลายเป็นสถานที่รับส่งของเถื่อนแห่งใหม่ แต่ที่หัวหน้าแก๊งเต่ามังกรไม่รู้คือทรงกลดสังหรณ์ใจอยู่แล้ว และตั้งใจจะไปสำรวจ หลังพาจิรัสยาไปทดสอบงานขั้นตอนสุดท้าย

จิรัสยาหลับตาปี๋ด้วยความหวาดเสียว ก่อนจะค่อยๆลืมตา เมื่อรู้สึกว่ามอเตอร์ไซค์จอดสนิท ทรงกลดมองท่าทางเธอขำๆ ก่อนประกาศว่าเธอผ่านการทดสอบความสามารถแล้ว จิรัสยาถึงกับพูดไม่ออก ประสบการณ์ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ และเหตุการณ์ยิงกันก่อนหน้า ทำให้ตัดสินใจจะไม่ทำงานกับเขา แต่ทรงกลดกลับตัดบท และเริ่มต้นสัมภาษณ์เธอด้วยคำถามตรงๆ ว่าเธอแต่งงานแล้วหรือยัง

ท่าทางอึกอักทำให้ทรงกลดอยากรู้ แต่จิรัสยาก็ไม่ตอบ เขาเลยถามถึงชายหนุ่มที่อยู่กับเธอเมื่อวันก่อนแทน

จิรัสยาถอนใจยาว ก่อนจะยอมอธิบายแกนๆ “อาเว่ยเป็นน้องชายคนละพ่อค่ะ บ้านเรามีอาม่าอีกคน เป็นย่าแท้ๆของอาเว่ย คุณทีคะ...ฉันเรียนบัญชีมา คุณแน่ใจหรือคะว่าฉันมีคุณสมบัติตรงตามที่คุณต้องการ”

ทรงกลดไม่ตอบ แต่ย้อนถาม “เธอต้องหางานทำให้ได้ในวันนี้ไม่ใช่หรือ”

“ก็...ก็ฉันไม่รู้ว่างานของผู้ช่วยต้องทำอะไรบ้างนี่คะ”

ทรงกลดส่งยิ้มบางๆให้ ก่อนจะรวบรัดตัดความไม่ให้เธอปฏิเสธ “งานไม่ยากหรอก แค่ทำทุกอย่างตามที่ฉันต้องการ ทำงานทุกอย่างตามที่ฉันสั่ง เธอทำได้แน่ ไม่ต้องห่วงหรอก พรุ่งนี้เธอมาเริ่มงานได้เลย!”

เวลาเดียวกันที่บ้านแก๊งเขี้ยวสิงห์...ตงมีสีหน้าวิตก เมื่อรู้จากอันว่ารถประจำตำแหน่งทรงกลดถูกตัดเบรก แถมเจ้าของรถก็หายตัวไป ปอมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างกัน เพราะมั่นใจว่าเป้าหมายต้องเป็นทรงกลด

หมงแอบสะใจ แต่ยังแสร้งทำหน้าเป็นกังวล “ตั้งแต่นายน้อยไปบุกแก๊งเต่ามังกร ก็มีข่าวลือหนาหูว่านายน้อยจะขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ ผมว่านี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นายน้อยถูกปองร้าย”

“อั๊วต้องรีบประกาศให้คนรู้ว่าใครจะขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์คนใหม่ ลื้อพร้อมหรือยังอาหมง”

“ผมพร้อมเสมอครับป๊า ผมยินดีตายแทนทุกคน!”

คำประกาศกร้าวของหมงทำให้อันสงสัยมาก แต่เลือกจะไม่แสดงความเห็นหรือสีหน้าอะไร เพราะไม่อยากให้ใครสงสัย แต่เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับปอ ก็ตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ตามจริงและข้อสันนิษฐานของตน

“คุณหมงไม่เคยใช้รถนายน้อย ทำไมมาใช้วันที่ถูกตัดสายเบรก เตี่ยอย่าลืมว่าถ้าผมขับรถไปโรงงานตามคำสั่ง ทางไปมีแต่ตึกสร้างใหม่ ทรายกองเป็นภูเขาเต็มไปหมด ไม่ใช่เรื่องยากที่ผมจะหยุดรถ นี่เป็นแผนการที่วางไว้แล้ว”

ปอนิ่งไปอึดใจ แม้จะแอบเห็นด้วยกับลูกชาย เพราะไม่เคยไว้ใจหมง แต่ก็ยังไม่ปักใจ

“ลื้อคิดเองเออเองไม่ได้ ลื้อต้องมีหลักฐานมากกว่านี้ ตอนนี้เราจับตาดูไปก่อน คนเรามันต้องพลาดกันบ้างล่ะ!”

ขณะที่อันกับปอช่วยกันสืบหาคนร้ายตัวจริง ทรงกลดปลอดภัยทุกอย่างแถมมีความสุขมาก ได้แย่งข้าวกล่องของผู้ช่วยสาวคนใหม่ จิรัสยามองมาแบบไม่อยากเชื่อ ว่าเจ้าของกิจการใหญ่แบบเขาจะกินกับข้าวพื้นๆอย่างเอร็ดอร่อย ทรงกลดส่งยิ้มให้ ก่อนจะชวนให้กินด้วยกัน แต่เธอก็ส่ายหน้าปฏิเสธ

“ฉันไม่หิวหรอกค่ะ ฉันอดข้าวจนชินแล้ว”

“เธอควรมาทำงานกับฉัน เธอต้องเลี้ยงครอบครัวไม่ใช่หรือ เอาอย่างนี้ ลองมาทำก่อน ถ้าไม่ชอบก็ค่อยว่ากัน”

จิรัสยายิ้มให้ ก่อนจะแซวขำๆ “ฉันน่าจะเป็นฝ่ายอ้อนวอนของานคุณทำมากกว่านะคะ”

ทรงกลดเสียฟอร์ม ย้อนเสียงดุ “ถ้าไม่อยากก็ไม่ต้องทำ รีบกลับเข้าเมืองตอนนี้ เธอน่าจะมีเวลาหางานใหม่”

จบคำก็ผละไปดื้อๆ จิรัสยาคิดนิดเดียวก็วิ่งตามไปตอบตกลงทำงานกับเขา แต่ไม่วายถามให้แน่ใจ ว่างานของเธอจะไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งเขี้ยวสิงห์ ทรงกลดยืนยันหนักแน่นว่าไม่มี แต่เธอก็ยังไม่มั่นใจ

“แต่อาเว่ยบอกว่าพวกคุณเป็นพวกแก๊งเขี้ยวสิงห์ ถ้าแม่ฉันรู้ว่าฉันทำงานให้แก๊งเจ้าพ่อ ฉันมีปัญหาแน่ แล้วที่สำคัญ...ฉันไม่อยากวิ่งหลบกระสุนอีก!”

“ไม่ต้องห่วง สำหรับแก๊งเขี้ยวสิงห์ ฉันเป็นคนนอก ไปกันได้แล้ว”

ooooooo

จิรัสยาต้องแปลกใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวัน เมื่อเจ้านายหนุ่มหมาดๆพาซ้อนท้ายไปที่โรงงานแห่งหนึ่ง แต่เพียรถามเท่าไหร่ เขาก็ไม่บอกว่าพามาทำไม แถมไม่ยอมให้เธอตามเข้าไปอีกต่างหาก

แต่มีหรือคนอย่างจิรัสยาจะยอม สะกดรอยตามเขาไปจนได้ด้วยความอยากรู้ ทรงกลดอยากจะเป็นบ้าในความดื้อของอีกฝ่าย แต่ก็คร้านจะเถียงด้วย เลยต้องยอมให้เธอตามติดแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก

หลังเกาะติดเขาเหมือนลูกลิงถึงด้านในโรงงาน จิรัสยาก็ค้นพบว่าตัวเองคิดผิดมหันต์ เพราะทรงกลดเอาตัวมาใกล้ชิดจนเธอหายใจไม่ทั่วท้อง แม้จะปลอบตัวเองว่าเขาทำเพื่อความปลอดภัย ก็ดูจะฟังไม่ค่อยขึ้น และถึงหัวใจเธอจะเต้นเป็นจังหวะแปลกๆ แต่ก็รู้สึกเชื่อใจเขาอย่างประหลาด...

บ่ายวันเดียวกันที่หน้าศาลเจ้า...เง็กกับเว่ยช่วยกันหามขนมขาย ความเหนื่อยอ่อนทำให้เง็กนึกท้อ และพลอยกังวลไปถึงจิรัสยาว่าจะหางานได้หรือไม่ เว่ยไม่อยากให้ทุกคนลำบาก เลยพยายามกล่อมแม่ไม่ให้ส่งเขาเรียนต่อ แต่ก็ต้องหน้าเจื่อน เมื่อซินแสง้วงผ่านมาได้ยิน และเตือนให้เขาตั้งใจเรียนมากๆ

เง็กมีสีหน้ายินดีอย่างเห็นได้ชัด คำพูดของซินแสทำให้เชื่อว่าลูกชายต้องได้เรียนต่อแน่ ต่างจากเว่ย ดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด และเห็นว่าคำเตือนของซินแสดูจะเข้าตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เลยพยายามเบี่ยงประเด็นไปถามถึงดวงชะตาของจิรัสยาแทนว่าจะได้งานภายในวันนี้หรือไม่ ซินแส

ง้วงรู้ทัน แต่ไม่แย้งอะไร ได้แต่พูดถึงจิรัสยาเป็นนัยๆ

“ไม่ได้วันนี้ ก็จะต้องได้งานทำสักวันแหละคนมีความพยายาม ยังไงก็ต้องประสบความสำเร็จ”

เว่ยเบ้หน้าเซ็งๆที่ซินแสไม่ฟันธง เช่นเดียวกับเง็ก ที่ถึงกับโอดว่าไม่รู้ต้องลำบากไปถึงเมื่อไหร่

“ลื้อเลือกที่สบายใจได้ แต่ลื้อไม่เลือกเอง ไม่ต้องห่วง...ลูกดีมีกตัญญู อนาคตไกล”

ซินแสไม่สนใจท่าทีอึดอัดของเง็ก ยื่นมือไปรับขนมถ้วยพร้อมกับวางเงินไว้ แล้วเตือนสติเว่ยทิ้งท้าย

“ตั้งใจเรียนหนังสือ อย่าใจกล้านัก อยู่ใกล้บัณฑิต อยู่ห่างคนพาลไว้”

พูดจบก็ตบหัวเว่ยเบาๆ แล้วเดินจากไป ทิ้งสองแม่ลูกให้มองหน้ากันเครียดๆ กังวลถึงจิรัสยาไม่น้อย ว่าจะหางานได้หรือไม่...หรือโชคชะตาฟ้าจะลิขิตให้ตระกูลเราตกอับแบบนี้ไปจนวันตาย!

ด้านทรงกลด...ปักหลักรอจนเหล่าคนงานออกไปหมด จึงผละตัวจากผู้ช่วยสาว และใช้ชะแลงงัดลังไม้ที่เล็งไว้ จิรัสยารีบตามไปดู ตั้งท่าจะต่อว่าเขาที่เสียมารยาททำลายข้าวของในโรงงานคนอื่น แต่กลับต้องหุบปากฉับ เมื่อเขาบอกเสียงเรียบว่าโรงงานนี้เคยเป็นของบริษัทตงวานิช

“คุณจะบอกว่าที่นี่เป็นโรงงานของบริษัทคุณ...แก๊งเขี้ยวสิงห์”

“แก๊งเขี้ยวสิงห์ไม่เคยทำธุรกิจผิดกฎหมาย เราเพิ่งขายโรงงานนี้ให้กับไอ้เสี่ยเคี้ยง...แก๊งเต่ามังกร”

สองหนุ่มสาวไม่ทันพูดกันต่อ อิกกับลูกสมุนจำนวนหนึ่งก็เข้ามาเห็น และพยายามล้อมจับ แต่ทรงกลดก็พาผู้ช่วยสาวฝ่าวงล้อมไปถึงรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจจนได้ แต่ถึงกระนั้น...ทั้งสองก็ถูกไล่ล่าอย่างไม่ลดละ จนเกือบจนมุมอยู่แล้ว ถ้าทรงกลดจะไม่ใจเด็ด กระโจนออกไปเผชิญหน้ากับเหล่าคนร้าย แล้วสังหารทั้งหมดตายเรียบ!

ooooooo

การเสี่ยงตายครั้งล่าสุดทำให้จิรัสยากลัวมาก และเปลี่ยนใจไม่ไปทำงานกับทรงกลด แม้เจ้านายหนุ่มจะง้องอนและขอร้องเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล สาวร่างเล็กยืนกรานไม่เปลี่ยนใจ เพราะมีภาระและยังไม่อยากตาย

“คุณบอกว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับแก๊งเขี้ยวสิงห์”

“ฉันไปที่โรงงานนั่นเพราะฉันอยากไปของฉันเอง ไม่เกี่ยวกับ...”

จิรัสยาไม่รอให้เขาพูดจบ สวนทันควัน “ยังไงก็เกี่ยว ฉันเจอคุณทีไรก็มีเรื่องเสี่ยงตายทุกที แล้วคุณ

คิดว่าคุณจะรอดได้ทุกครั้งหรือคะ ฉันยังไม่อยากตาย ฉันยังมีครอบครัวต้องรับผิดชอบค่ะคุณที”

สองหนุ่มสาวคงจะต่อปากต่อคำอีกนาน ถ้าเว่ยจะไม่พาเง็กหาบขนมกลับมา หนุ่มน้อยจำหน้าชายหนุ่มแปลกหน้าที่มากับพี่สาวได้ว่าเป็นหนึ่งในแก๊งมาเฟีย เลยหาทางช่วย ด้วยการแกล้งพูดเสียงดังกับแม่ให้พี่สาวกับชายหนุ่มแปลกหน้ารู้ตัว จิรัสยาหน้าเสียเมื่อได้ยินเสียงแม่ ก่อนจะตั้งสติได้ ไล่เจ้านายหนุ่มกลับก่อน ทรงกลดไม่อยากให้เธอลำบากใจ เลยยอมกลับ แต่ไม่วายส่งสายตาเข้มๆมาให้ ว่าเขาไม่เปลี่ยนใจเรื่องเธอแน่

จบเรื่องทรงกลด จิรัสยาก็ต้องรับศึกหนักจากสมาชิกทุกคนในบ้านที่จ้องมาแบบคาดคั้น อยากรู้ว่าเธอได้งานตามที่ตั้งใจหรือเปล่า ซิ่วเอ็งเห็นท่าทางอึกอักของหลานนอกไส้ เลยปรามาสว่าคงหาไม่ได้ตามเคย จิรัสยาอึดอัดใจมาก แต่สุดท้ายก็โพล่งออกไปว่าได้งานแล้ว เป็นพนักงานบัญชีของบริษัทขายอะไหล่รถยนต์ย่านจักรวรรดิ

จิรัสยาเอาตัวรอดไปได้อย่างหวุดหวิด ไม่ต้องตอบคำถามย่าว่าบริษัทที่จ้างเธอชื่ออะไร แต่กลับต้องตกม้าตายในเย็นวันเดียวกัน เมื่อถูกเว่ยจับได้ว่าเธอได้งานจากทรงกลด ทายาทคนสำคัญแห่งแก๊งเขี้ยวสิงห์!

“เจ๊อย่าลืมสิ ผมรู้ประวัติทุกแก๊งในสมาคมเลือดมังกร แก๊งใหญ่ๆก็มีแก๊งเสือ แก๊งกระทิง แก๊งเหยี่ยวแดง แล้วก็แก๊งหงส์ดำ ตอนนี้หัวหน้าแก๊งหงส์ดำเป็นนายกสมาคมอยู่ แต่ต่อไปแก๊งเขี้ยวสิงห์ได้ขึ้นแท่นแน่”

จิรัสยาพึมพำเสียงเครียด “ลูกชายหัวหน้าแก๊ง... อย่างนี้ยิ่งทำงานด้วยไม่ได้ใหญ่”

เว่ยนิ่วหน้าไม่เข้าใจ “หมายความว่าไง บริษัทตงวานิชไม่ได้รับเจ๊เข้าทำงานเหรอ”

“เจ๊ไม่ทำเองต่างหาก จำที่ม้าสั่งไม่ได้หรือ เราต้องอยู่ห่างๆพวกเจ้าพ่อ ยังไงเจ๊ก็ไม่ทำงานให้แก๊งเขี้ยวสิงห์!”

ซิ่วเอ็งไม่ได้ยินคำประกาศกร้าวของจิรัสยา และยังไม่รู้ความจริงเรื่องบริษัทที่จ้างหลานสาว แต่ภาพถ่ายเหลียง ลูกชายคนเดียวที่ฆ่าตัวตายเมื่อหลายปีก่อนก็ทำให้ความแค้นฝังใจผุดขึ้นใหม่

“อาเหลียง...ม้าไม่ลืม ต่อให้ผ่านไปกี่ปี ม้าก็ไม่มีวันลืมไอ้อึ้งตงกัว!”

แม้จะถูกไล่ล่าจนเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง แต่ทรงกลดกลับไม่หวาดหวั่น ต่างจากตง เมื่อทราบเรื่องลูกชายถูกลอบทำร้าย ก็ตัดสินใจเด็ดขาดจะส่งกลับเมืองนอกเพื่อความปลอดภัย แต่ทรงกลดก็ปฏิเสธ

“ถ้าผมไป ผมก็กลายเป็นไอ้ขี้ขลาด โดนเล่นงานแค่นี้ก็วิ่งหนีหางจุกตูด ผมจะอยู่สู้กับมัน ไม่ว่ามันจะเป็นใคร”

ปอพยายามช่วยกล่อม “ปัญหาอยู่นี่ไงครับเราไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใคร คุณคณินหายตัวไปตั้งแต่วันที่ศาลเจ้าโดนยิงถล่ม คุณภรพไปเกาะรังนกแล้วหายเงียบไปอีกคนนี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญแน่ นายน้อยกำลังตกอยู่ในอันตรายนะครับ”

“ผมไม่กลัว ยิ่งเกิดเรื่องกับเพื่อนผมอย่างนี้ ผมจะหนีเอาตัวรอดคนเดียวได้ไง ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ผมจะไม่ยอมให้ป๊าไล่ผมออกจากบ้านเป็นครั้งที่สอง ผมจะอยู่ที่นี่เพื่อทวงสิทธิ์ที่เป็นของผมกับแม่!”

ทรงกลดผลุนผลันออกไปแล้ว โดยมีอันซึ่งรับปากจะดูแลเจ้านายหนุ่มเลือดร้อนด้วยชีวิตตามติด ตงมองตามด้วยสีหน้าวิตก ก่อนจะเปรยกับปอด้วยน้ำเสียงท้อแท้และเหนื่อยใจ

“อาปอ...ทุกสิ่งทุกอย่างที่อั๊วทำไปมันเปล่าประโยชน์จริงๆ สิบปี...เวลาสิบปีของอั๊วที่หายไป อั๊วตัดสินใจผิดใช่ไหม อั๊วทิ้งครอบครัวแต่ไม่ยอมทิ้งแก๊งเขี้ยวสิงห์”

“คนขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้ง่ายๆหรอกครับ ยกเว้นว่าเราจะหาคนมาขึ้นขี่หลังเสือแทน”

คำพูดของปอทำให้ตงคิดหนัก...หรือเขาควรจะให้หมงเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งแทนทรงกลดจริงๆ

ooooooo

ทรงกลดไม่ได้สนใจเรื่องตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ แต่เป็นกังวลมากกว่ากับการถูกลอบทำร้าย ซึ่งอันเกือบต้องรับเคราะห์แทนถ้าเบรกรถไม่ทัน บอดี้การ์ดหนุ่มรีบบอกถึงข้อสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นฝีมืออิก มือขวาของเคี้ยง

“ไอ้อิกเป็นนักเลงขายตัว มันเคยอยู่แก๊งหนูไฟมาก่อน พอนายใหญ่สั่งปิดบ่อน บังคับให้หัวหน้าแก๊งหนูไฟหันมาทำงานถูกกฎหมาย ไอ้อิกก็เปลี่ยนมาเข้าแก๊งเต่ามังกร คนแบบนี้ใครก็เอาเงินฟาดหัวมันได้”

ข้อมูลจากอันทำให้ทรงกลดอดห่วงพ่อไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าคนร้ายมีเป้าหมายเฉพาะเขาหรือที่ตงด้วย อันรู้ดีว่าเนื้อแท้เจ้านายหนุ่มรักพ่อมาก เลยแกล้งเย้าขำๆ แต่ทรงกลดก็ท่ามาก เปลี่ยนเรื่องพูดถึงโรงงานที่พ่อขายต่อให้เคี้ยงดื้อๆ

“เป็นอย่างที่แกคิด ไอ้เสี่ยเคี้ยงมันเอาโรงงานเก่าของเราเป็นที่เก็บสินค้าเถื่อน ฉันแจ้งตำรวจให้ไปจัดการแล้ว”

“แต่ก่อนที่นายน้อยจะแจ้งตำรวจ นายน้อยจัดการพวกมันไปก่อนแล้วใช่ไหมล่ะครับ”

ทรงกลดยิ้มรับบางๆเมื่อได้ยินคำพูดรู้ทัน อันได้แต่มองมาด้วยความอ่อนใจ...ใจร้อนจริงๆเจ้านายเรา

เวลาเดียวกันที่บ้านแก๊งเต่ามังกร...เคี้ยงกำลังโกรธจัด เมื่ออิกรายงานว่ามีตำรวจบุกจับของเถื่อนในโรงงาน “คราวนี้อั๊วสูญเงินเป็นแสน ลูกค้าหมดความเชื่อใจ หนีหาเจ้าอื่นแน่ ไหนลื้อบอกทุกอย่างเป็นไปตามแผนไงไอ้อิก แผนเตี่ยมึงทำให้กูบรรลัยหมด”

“นายสั่งมาคำเดียวผมจะเก็บไอ้ทรงกลดให้”

เคี้ยงพยายามตั้งสติ โบกมือห้าม “ไม่ต้อง...อั๊วไม่อยากมีเรื่อง ตอนนี้แก๊งเขี้ยวสิงห์ใหญ่คับฟ้า ใครก็ทำอะไรมันไม่ได้ อั๊วมีวิธีของอั๊ว ว่าแต่ลื้อไม่ได้เอาคนของเราไปขนสินค้าใช่ไหม”

“ครับ...ผมใช้ไอ้พวกขี้ยาที่โรงฝิ่นตามที่นายสั่ง”

“ดี...ตำรวจจะได้สาวถึงเราไม่ได้”

เช้าวันต่อมาที่ศาลเจ้า...ตง เซี้ยะและสุง หัวหน้าแก๊งมาเฟียแห่งเยาวราชรุ่นพ่อมารวมตัวกันเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมแบกความกังวลใจและเคร่งเครียดเรื่องลูกชายมาปรับทุกข์กัน สุงเป็นฝ่ายตัดพ้อต่อเทพเจ้าก่อน ไม่เข้าใจว่าคนยึดมั่นในความดีอย่างเขาต้องสูญเสียฉางลูกชายคนเดียวจากเหตุยิงกันที่ศาลเจ้าในวันสารทจีน ซินแสง้วงเฝ้ามองผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามอยู่นานแล้ว ก่อนจะตัดสินใจพูดปลอบและเตือนสติ

“เมื่อยังมีลมหายใจก็อย่าเพิ่งหมดความหวัง แต่อย่าหวังจนเกินเหตุ เพราะนั่นจะกลายเป็นกิเลส”

สุงยังทำใจไม่ได้ ความทุกข์จากการสูญเสียลูกชายทำให้แทบหมดอาลัยในการมีชีวิต เซี้ยะเห็นท่าไม่ดี เลยพยายามช่วยบ่ายเบี่ยงประเด็น ด้วยการขอให้ซินแสช่วยทำนายชะตาชีวิตของภรพกับทรงกลด ซินแสง้วงไม่ได้พูดอะไรนอกจากบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงสองหนุ่ม แต่กลับพูด เป็นนัยๆถึงสุงกับตงที่เกี่ยงกันเรื่องเป็นนายกสมาคมฯ

“สุภาษิตจีนหนึ่งกล่าวไว้ มังกรถ้าไร้หัว หางก็ตีกัน ถ้าคานบนเอน คานล่างก็เบี้ยว เสาเอกเอียง เสาโทก็เฉ”

ซินแสง้วงเดินหายเข้าไปในศาลเจ้าแล้ว เซี้ยะเข้าใจความนัยทุกอย่าง และคิดว่าสุงคงต้องยอมรับตำแหน่งนายกสมาคมฯต่อไป เพราะคงไม่มีใครเหมาะสมกว่านี้ แต่หัวหน้าใหญ่แก๊งหงส์ดำกลับส่ายหน้าหนักใจ

“อั๊วบอกตรงๆ อั๊วไม่มีใจคิดเรื่องอะไรแล้ว โรงงิ้วของอั๊วก็ไม่รู้จะรักษาไว้ได้อีกนานแค่ไหน แล้วที่อั๊วได้เป็นนายกสมาคมฯก็ไม่ใช่เพราะอะไร เพราะอั๊วแก่กว่าพวกลื้อเท่านั้น”

ตงสวนออกไปเสียงเข้ม “ไม่จริง...เฮียมีความเป็นผู้นำต่างหาก พวกเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมากี่สิบปี ทำไมเราจะไม่รู้ว่าใครเหมาะเป็นเสาหลักของคนเลือดมังกรที่สุด”

สุงถอนใจหนักหน่วง เหนื่อยใจเต็มที “แต่อั๊วว่าถึงเวลาของคนรุ่นต่อไปแล้ว อาหงส์เป็นผู้หญิง ยังไงก็ขึ้นมาแทนอั๊วไม่ได้ ตอนนี้แก๊งที่มีอำนาจและอิทธิพลที่สุดก็คือแก๊งลื้อ...อาตง”

เซี้ยะสนับสนุนเต็มที่ “อั๊วเห็นด้วย ลื้อต้องรีบแต่งตั้งทายาทที่จะสืบต่อตำแหน่งแล้ว ทรงกลดเรียนจบเมืองนอกมา เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง เขี้ยวสิงห์ได้ แล้วต่อไปก็เป็นนายกสมาคมเลือดมังกร ทีนี้ก็หายห่วง”

“คนที่จะขึ้นมาแทนอั๊วไม่ใช่ทรงกลด แต่เป็นอาหมง!”

คำประกาศของตงทำให้เซี้ยะกับสุงถึงกับพูดไม่ออก และไม่ทันแย้งอะไร เคี้ยงก็โผล่หน้าเข้ามา พร้อมบอกว่าเห็นด้วย ที่หมงขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์แทนทรงกลด

“อั๊วแค่อยากให้พวกเฮียตาสว่าง ตอนนี้สมาคมเรามียี่สิบแก๊ง แค่ห้าเสียงของพวกเฮียไม่มีความหมาย แก๊งคุณธรรมสูงส่งไม่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย พวกเฮียลืมตากว้างๆ มองไปรอบๆ แก๊งไหนมีมากกว่ากัน สมัยนี้เงินคืออำนาจ”

“ไม่ว่ายุคไหน ธรรมะย่อมชนะอธรรมเสมอ”

เคี้ยงเหยียดยิ้มแล้วเยาะ “งั้นหรือเฮียตง แต่เฮียอย่าเสี่ยงดีกว่า เฮียตัดสินใจเลือกอาหมงก็ดีแล้ว แต่ถ้าเปลี่ยนใจเลือกทรงกลดขึ้นมาเป็นหัวหน้าแก๊งล่ะก็ แก๊งเขี้ยวสิงห์ได้สูญพันธุ์แน่”

จบคำก็เรียกอิกให้ตามเข้าไปไหว้พระในศาลเจ้า ทิ้งเซี้ยะ สุงและตงให้มองหน้ากันเครียดๆ สังหรณ์ใจหนักหน่วงว่าแก๊งเล็กแก๊งน้อยที่ไม่ชอบเล่นตามกฎหมายในเยาวราชกำลังเหิมเกริมมากขึ้นทุกที...

ooooooo

จิรัสยาต่อสู้กับใจตัวเองอย่างหนัก ไม่อยากกลับไปทำงานกับทรงกลด เพราะไม่อยากเสี่ยงตาย แต่ก็อยากได้เงินค่าจ้างมาช่วยเหลือที่บ้าน เง็กไม่รู้ ถึงความลังเลใจของลูกสาว ตระเตรียมข้าวของและ อาหารกลางวันให้อย่างดี แถมหยิบชุดกระโปรงตัวเก่าสองสามชุดมาซ่อมให้ใส่ไปทำงานอีกต่างหาก

แต่ที่ทำให้จิรัสยาตัดสินใจได้ ก็เมื่อได้ยินความจำเป็นของแม่ ที่ต้องรีบไปเข้างานที่โรงงานแต่เช้ามืด

“ไม่มีเงินมาซื้อของทำขาย เงินที่มีอยู่ก็เอาไปจ่ายค่าเช่าบ้านหมด เราค้างค่าเช่ามาสามเดือนแล้ว ถ้าไม่จ่ายได้โดนไล่ออกไปแน่ โชคดีลื้อหางานทำได้ ถ้าม้าได้งานที่โรงงานเย็บผ้าก็คงพออยู่ได้ถึงสิ้นเดือน แต่ค่าเทอมอาเว่ยสิ...”

จิรัสยาอยากร้องไห้เต็มแก่ แต่ไม่ทันสะระตะอะไร ก็ต้องลนลานออกจากบ้าน เมื่อซิ่วเอ็งมองมาอย่างจับผิด เว่ยเห็นว่าย่าทำท่าจะเล่นงานพี่สาว เลยอาสาไปส่งเพื่อตัดบท สองพี่น้องปรึกษากันใหญ่ จะปกปิดความลับเรื่องได้งานที่บริษัทตงวานิชได้อีกนานแค่ไหน แล้วงานก็เข้าจิรัสยาอีกจนได้ เมื่อเจอกับอันซึ่งมาดักรอตรงปากซอย

“ผมจะยืนรอตรงนี้จนกว่าคุณจูจะยอมไปกับผม เป็นคำสั่งของนายน้อย”

จิรัสยาถึงกับพูดไม่ออก ต่างจากเว่ย ชอบใจมาก “ต้องอย่างนี้สิถึงสมกับคนของแก๊งเขี้ยวสิงห์ เจ๊ต้องไปทำงานกับนายน้อยแล้วล่ะ ไม่งั้นเย็นนี้ม้ากลับบ้าน แล้วได้เจอเฮียคนนี้ ความลับแตกแน่ๆ”

การคาดการณ์ของเว่ยไม่ได้เกินจริงเลย แถมปัญหาขัดสนเงินทองของที่บ้าน ก็ทำให้จิรัสยาตัดสินใจได้ ตอบตกลงจะไปทำงานพร้อมกับอัน บอดี้การ์ดหนุ่มยินดีมากที่ผู้ช่วยสาวไม่ใช่คนท่ามาก ต่างจากน้องชายคนละพ่อของเธอ ที่ทำท่าตื่นเต้นแบบเด็กๆ เพราะอยากทำความรู้จักคนในแก๊งเขี้ยวสิงห์อย่างเขา

อันสะกดเสียงหัวเราะแทบแย่ เมื่อเห็นท่าทางพนักงานชายในบริษัท ลนลานหลีกทางและจัดโต๊ะใหม่ให้ผู้ช่วยสาว ผิดกับจิรัสยา มองหน้าคนโน้นคนนี้งงๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำท่ากลัวเกรงเธอขนาดนั้น แต่ที่ทำให้สาวร่างเล็กอึ้งสุด ก็เมื่ออันพามาถึงโต๊ะประจำตัวเธอหน้าห้องทำงานทรงกลด แล้วยื่นซองเงินเดือนล่วงหน้าให้
ถึงจำนวนเงินสามพันในซองจะทำให้ตาโตแค่ไหน จิรัสยาก็ยังไม่ไว้ใจ...หรือว่าตัวเองจะถูกไล่ออก

“ฉันยังไม่เริ่มงานก็จะไล่ฉันออกแล้วหรือ พวกคุณเห็นชีวิตคนอื่นเป็นเรื่องตลกหรือไง”

“ฟังดีๆ เงินเดือนสามเดือนล่วงหน้า ไม่มีการไล่ออก แต่เป็นการการันตีว่าคุณต้องทำงานที่นี่ให้ครบสามเดือน”

พูดจบก็เดินออกไป ทิ้งจิรัสยาให้นั่งมองโต๊ะทำงานกับซองเงินในมืออึ้งๆ รู้สึกอึนอย่างบอกไม่ถูกที่โดนจับมัดมือชก แต่ที่ทำให้เธอพูดไม่ออกมากที่สุด คงหนีไม่พ้นกล่องของขวัญทรงแบนในลิ้นชักโต๊ะทำงานเธอ พร้อมการ์ดที่แนบมาด้วย บอกว่าเป็นผ้าโพกหัวผืนสวยจากทรงกลด แทนผืนเก่าที่เธอทำหายตอนหนีตายกับเขาเมื่อวันก่อน

ผ้าผืนนั้นดูดีมีราคามาก จนจิรัสยาอดถามไม่ได้ ว่าเขาซื้อของขวัญแพงๆแบบนี้ให้พนักงานใหม่ทุกคนหรือ

ทรงกลดอมยิ้ม ตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด “เฉพาะเธอคนเดียว”

คำสารภาพตรงๆของเขาทำให้จิรัสยาหน้าแดง ไม่กล้าถามต่อ กลัวเข้าตัวอีก เลยเปลี่ยนมาของานทำดื้อๆ ทรงกลดรู้ทัน แต่ไม่อยากแหย่ให้เธอเขินกว่านี้ เลยบอกให้เริ่มงาน ด้วยการตามเขาไปดูโรงงานข้างนอก จิรัสยาเห็นเขาจะคว้าผ้าผืนใหม่มาโพกหัวให้ ก็ทำท่าจะถอย ไม่อยากซ้อนมอเตอร์ไซค์กับเขาให้ใจเต้นอีก ทรงกลดเห็นท่าเธอแล้วถึงกับขำ ก่อนจะเฉลยว่าวันนี้คงต้องนั่งรถเพราะอันจะไปด้วย...นั่งมอเตอร์ไซค์ซ้อนกันสามคนคงตลกพิลึก!

จิรัสยาหวั่นใจไม่น้อยต้องตามติดเจ้านายหนุ่ม แต่เมื่อได้เห็นความไม่ถือตัว และท่าทางเอาการเอางานของเขาต่อหน้าคนงานนับสิบก็อดประทับใจเล็กๆไม่ได้ ทรงกลดไม่รู้ถึงความในใจผู้ช่วยสาว อธิบายด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ ถึงส่วนงานต่างๆในโรงงานอะไหล่รถยนต์และเศษเหล็ก กิจการหลักของครอบครัว

“บริษัทเราเริ่มต้นจากการเก็บเศษเหล็กขายแถวเซียงกง จนเติบโตมาเป็นบริษัทอะไหล่รถยนต์ ฉันมีแผนจะนำเข้ารถญี่ปุ่น แล้วจากนั้นเราจะต้องมีโรงงานประกอบรถเอง”

อันถือโอกาสพูดแทรกเป็นครั้งแรก ว่าโครงการนี้ตงกับหมงยังไม่เห็นชอบ โดยเฉพาะฝ่ายหลัง คิดว่าคนไทยน่าจะชอบรถยนต์จากยุโรปหรืออเมริกามากกว่า ทรงกลดถึงกับของขึ้น เมื่อได้ยินชื่อพ่อกับน้องชายบุญธรรมคู่ปรับ

“ป๊าก็ฟังไอ้หมงอยู่ได้ ป๊าไม่รู้หรือไงว่าไอ้หมงมันตั้งใจขัดขวางแผนงานของฉัน มันขวางได้ทุกเรื่อง มันกลัวที่สุดว่าฉันจะแย่งตำแหน่งของมัน ฉันไปตั้งบริษัทเองให้รู้แล้วรู้รอดเลยดีไหม”

อันรีบบอกว่าไม่ดี ทรงกลดเลยหันไปทางผู้ช่วยสาว แกล้งเย้าว่าเธอคงช่วยเขาได้

จิรัสยาถึงกับพูดไม่ออก ละล่ำละลักปฏิเสธแทบไม่ทัน “ฉันทำบัญชีเป็นอย่างเดียว ฉันคงต้องเรียนรู้อีกมาก แต่ที่สำคัญ ฉันยังไม่รู้เลยค่ะว่างานผู้ช่วยนี่ต้องทำอะไรบ้าง หรือแค่เดินตามหลังคุณคะคุณที”

ชื่อเล่นของทรงกลดจากปากจิรัสยาทำให้อันหูผึ่ง “คุณที...ผมไม่ได้ยินคนเรียกนายน้อยอย่างนี้นานแล้ว”

ทรงกลดเสียฟอร์มมาก โต้เสียงดุกลบเกลื่อน “เรียกนายน้อยหรือคุณทีก็เหมือนกันแหละ พูดมากจริง”

พูดจบก็ผละไปดื้อๆ ทิ้งให้อันมองตามยิ้มๆ ต่างจากจิรัสยา คิดว่าตัวเองอาจพูดอะไรผิด อันต้องปลอบไม่ให้คิดมาก เพราะทรงกลดอนุญาตให้เธอเรียกชื่อเล่นที่แสนหวงแหนแล้ว แต่สาวร่างเล็กก็ยังคาใจ

“ไม่มีใครเรียกนายน้อยของคุณว่าคุณทีเลยหรือคะ”

“ไม่มีครับ...มีคนเดียวที่เรียกนายน้อยว่าคุณที ก็คือนายหญิง...คุณแม่ของนายน้อย คุณนี่...เป็นคนพิเศษจริงๆ”

พูดแล้วก็อมยิ้มคนเดียว รู้ทันทรงกลดว่าคงตกหลุมรักผู้ช่วยสาวเข้าแล้ว เลยเอาตัวไปใกล้ชิด แบบที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อน แต่จิรัสยากลับไม่คิดเข้าข้างตัวเองแบบนั้น เจ้านายหนุ่มคงแค่อยากสนุก ปั่นหัวเธอเล่นมากกว่า

“ฉันไม่ใช่คนพิเศษอย่างที่คุณคิดหรอก ถ้าจะพิเศษ...ก็คงพิเศษที่ฉันวิ่งหลบกระสุนเก่ง”

ooooooo

เพราะความคิดที่ว่าทรงกลดแค่อยากปั่นหัวเธอ ทำให้จิรัสยาตัดสินใจยกเลิกสัญญาจ้างงานอีกครั้ง โดยจะคืนเงินเดือนที่ให้ล่วงหน้าทั้งหมด ทรงกลดถึงกับอึ้ง แต่ไม่ทันพูดอะไร ก็ต้องล้มหายไปกับกองลังสินค้า ที่จู่ๆก็ถล่มใส่เขา ระเนระนาดไปทั่วจนฝุ่นตลบทั้งโรงงาน!

ตงยังไม่รู้เรื่องลูกชายถูกลอบทำร้ายอีกรอบ มัวคิดหนักเรื่องตั้งหมงเป็นหัวหน้าแก๊ง โดยมีเหมยลี่คอยยุ “ฉันอยากให้นายใหญ่วางมือจริงๆซะที นี่ขนาดนายใหญ่ยกบริษัทให้ไปบริหารจัดการกันเอง แต่ก็ยังวางมือไม่ได้ เพราะนายน้อยไม่ฟังคุณหมง ถ้าคุณหมงได้ขึ้นเป็นหัวหน้า ก็จะมีสิทธิ์ขาดในทุกเรื่อง ปัญหาทุกอย่างก็จะหมดไป”

ตงรำคาญ ไล่ให้ออกไปข้างนอก อย่ายุ่งเรื่องของผู้ชาย หมงตีหน้าเคร่งขรึม เจียมเนื้อเจียมตัว ยื่นแฟ้มงานเสนอโครงการนำเข้ารถญี่ปุ่นของทรงกลดเข้ามาให้ ตงเปิดอ่านนิดเดียวก็ปิดแฟ้ม แล้วส่งให้ปอ

“บอกทรงกลดว่าโครงการนี้อั๊วยังไม่ให้ผ่าน เงินลงทุนสูงเกินไป”

จบคำก็หยิบขวดยานัตถุ์ขึ้นมาสูด เหมือนเป็นการตัดบทสนทนา หมงลอบยิ้มร้าย สะใจมากที่โครงการของทรงกลดยังไม่ได้รับการอนุมัติ แต่ถึงกระนั้น...เรื่องการแต่งตั้งหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์คนใหม่ก็ยังลูกผีลูกคน เพราะตงไม่ยอมตัดสินใจ เหมยลี่เป็นกังวลแทน ยุให้เขาจัดการทรงกลดขั้นเด็ดขาด หมงไม่ตอบ แต่แสยะยิ้มร้าย

“ฉันเป็นคนคิดแล้วลงมือทำทันที เธอไม่ต้องห่วงหรอก!”

สถานการณ์ที่โรงงานอะไหล่รถยนต์ร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทรงกลดสั่งให้อันตรวจสอบคนงานทุกคนเพื่อตามหาคนร้ายทำลังถล่มใส่เขา แต่ถึงเค้นคอถามทุกคนแล้ว ก็ยังจับมือใครดมไม่ได้ ทรงกลดโมโหมาก ปักใจว่าต้องเป็นฝีมือคนในที่ได้รับการบงการจากเคี้ยงแน่ เพราะมีเรื่องกันมาก่อน

จิรัสยาหน้าซีด มองคนโน้นคนนี้งงๆ ไม่รู้จะช่วยยังไง อันสงสารเลยเสนอให้ส่งเธอกลับบ้าน แต่เสื้อผ้าเก่าที่ฉีกขาดเพราะลุยเข้าไปช่วยเจ้านายหนุ่ม ก็ทำให้ทรงกลดเปลี่ยนใจ ให้อันพาผู้ช่วยสาวไปหาซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยนเสียก่อน

อันลำบากใจมากต้องพาจิรัสยาไปซื้อเสื้อผ้า สุดท้ายเลยต้องบากหน้าไปขอร้องหยกมณี นักร้องสาวยอมไปด้วย แต่ยังปากแข็ง อ้างว่าทำเพื่อทรงกลด ไม่ใช่เพราะเห็นแก่ใครบางคน จิรัสยามองท่าทีอึดอัดแปลกๆ

ของสองหนุ่มสาวแล้วสังหรณ์ใจบางอย่าง แต่ไม่อยากซักไซ้ให้เสียมารยาท เลยได้แต่ขอบคุณนักร้องสาวที่ช่วยเป็นธุระให้

หยกมณีจำจิรัสยาได้ ว่าเป็นหญิงสาวที่เคยมาสมัครและทดลองงานในภัตตาคารฉั่วเทียนเหลา และเข้าใจว่าสาวร่างเล็กน่าจะเป็นคนพิเศษของทรงกลด เลยให้ความสนิทสนมด้วย แต่ถึงกระนั้นก็อดเหน็บอันด้วยไม่ได้

“ฉันนึกแล้วว่าเราต้องได้เจอกันอีก เรียกได้ว่าเราสองคนมีวาสนาต่อกัน คนที่หมดวาสนากันไปแล้ว ก็ไม่อยากพบอยากเจอกันอีก แต่ถ้าจำเป็นต้องเจอ ฉันถือว่าเป็นคราวเคราะห์ก็เแล้วกัน”

อันไม่ได้ตอบโต้ เมื่อเจ้าของร้านยกถุงเสื้อผ้าอีกสองถุงของจิรัสยามาให้ ก็รับไปถือโดยไม่ปริปาก สาวร่างเล็กเสียอีกที่ทำท่าจะไม่ยอมรับ แต่หยกมณีก็ช่วยตัดบทและส่งจิรัสยาในชุดใหม่ไปหาทรงกลดที่ฉั่วเทียนเหลา ส่วนตัวเองก็คว้าถุงเสื้อผ้าจากมืออันไปถือ บอดี้การ์ดหนุ่มจะแย่งคืน แต่เธอก็ไม่ยกให้

“หยกยังจำได้ ตอนเล็กๆที่อยู่โรงงิ้ว เผลอเอากระโปรงไปซักรวมกับเสื้อผู้ชาย หยกโดนตีแทบตาย ทุกคนก็คลอดออกมาจากท้องแม่ แม่ที่เป็นผู้หญิง แต่กลับมาถือโน่นถือนี่”

“เฮียบอกไม่ถือ ที่ผ่านมาไม่ว่าเกิดอะไรกับหยก เฮียไม่เคยสนใจ ยังไงหยกก็เป็นหยกคนเดิมของเฮีย”

หยกมณีถึงกับอึ้ง เมื่อเจอคำสารภาพของเขา แต่ยังไม่ใจอ่อน เฉไฉเปลี่ยนเรื่อง ถามถึงทางไปบ้านจิรัสยาแทน อันยิ้มรู้ทัน แต่ที่ไม่เข้าใจคือเธอจะไปบ้านจิรัสยาด้วยทำไม หยกมณีส่ายหน้าคร้านจะอธิบาย

“หยกก็ไม่ได้อยากไปด้วยหรอกนะ แต่หยกกลัวเฮียจะทำเสียเรื่อง”

ooooooo

บรรยากาศหรูหราในภัตตาคารฉั่วเทียนเหลาทำให้จิรัสยาอึดอัดมาก สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เธอ ในฐานะแขกสาวคนสำคัญของทรงกลด หนุ่มหล่อทายาทแก๊งเขี้ยวสิงห์คนดังแห่งเยาวราช ต่างจากสิงห์หนุ่ม พึงพอใจและมีความสุขมาก ได้ใช้เวลาเป็นส่วนตัวกับผู้ช่วยสาวในแบบที่ตัวเองคุ้นเคย

จิรัสยามองอาหารเหลามากมายตรงหน้า แล้วถึงกับเอือม อดบ่นเขาไม่ได้ว่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไม่เห็นใจคนยากจนกว่าที่ไม่มีเงินสั่งอาหารทิ้งขว้างแบบนี้ แต่สิงห์หนุ่มก็ไม่ยี่หระ คีบโน่นป้อนนี่ให้เธอไม่หยุด จนสาวร่างเล็กต้องยอมแพ้ไปเอง และพยายามทำตัวให้มีความสุขกับอาหารหรูหราตรงหน้า แต่ถึงกระนั้น...สายตาหลายคู่ที่แวะเวียนมาทางเธอเป็นระยะๆ ก็ทำให้เธออดประหม่าไม่ได้ ทรงกลดโพล่งขึ้นมาราวกับรู้ใจ

“คนสงสัยกันว่าเธอเป็นใคร ฉันไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่นี่...เธอเป็นคนแรก”

ด้านหยกมณี...กระเง้ากระงอดกับอันตลอดทางจนถึงบ้านจิรัสยา ซิ่วเอ็ง เง็กและเว่ยมองถุงเสื้อผ้าสองถุงใหญ่ในมืออันงงๆ นักร้องสาวเลยถือโอกาสอธิบายว่าเป็นเสื้อผ้าที่ทางบริษัทจัดเตรียมไว้ให้ เพราะจิรัสยามีตำแหน่งเป็นพนักงานบัญชีและผู้ช่วยของเจ้านาย เง็กยังสงสัย เว่ยกลัวพี่สาวความลับแตกเลยช่วยกลบเกลื่อน แต่ก็ยั้งปากซิ่วเอ็งไว้ไม่ทัน ที่โพล่งออกไปว่าหยกมณีเป็นผู้หญิงหยำฉ่า ขายตัวขายบริการแลกเงิน!

หยกมณีเดินออกจากบ้านจิรัสยาอย่างสงบ ควบคุมสติตัวเองได้ดี จนอันอดนับถือไม่ได้ แต่ถึงกระนั้น...เขาก็อยากปลอบให้เธอสบายใจ เพราะเขาไม่เคยคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงแบบนั้นเลย

หยกมณีสวนกลับทั้งน้ำตา “ทำไมจะไม่ใช่ ผู้หญิงที่มีประสบการณ์โชกโชนอย่างหยก ถูกอาม่าคนนั้นเรียกว่าผู้หญิงหากินก็ถูกแล้ว ไม่มีคำไหนเหมาะกับหยกเท่าคำนี้อีกแล้ว เราแยกกันตรงนี้นะ หยกจะรีบไปทำงาน”

สีหน้าเจ็บปวดของเธอทำให้อันต้องตามรั้ง และปลอบไม่ให้ดูถูกตัวเอง แต่หยกมณีก็ไม่สน โต้กลับ

“หยกพูดความจริง หยกผ่านผู้ชายมาตั้งกี่คน เฮียก็รู้”

“นั่นมันเป็นอดีต หยกลืมมันไปได้แล้ว เรามาเริ่มต้นกันใหม่ดีกว่านะ”

“หยกลืมไม่ได้ หยกไม่เหมือนเฮียที่ลืมทุกอย่างได้ง่ายๆ นึกจะไปก็ไป ไม่เคยคิดถึงคนที่โดนทิ้งอยู่ข้างหลัง ถ้านายน้อยไม่กลับมา เฮียก็คงอยู่กับนายน้อยที่เมืองนอกจนตายใช่ไหมล่ะ”

อันพยักหน้ารับ หยกมณีเลยหมดความอดทน สะบัดตัวออก แต่อันก็ดึงตัวมากอดไว้

“ถ้าหยกลืมอดีตเลวร้ายไม่ได้ เฮียจะช่วยให้หยกลืมมันเอง เฮียไปแต่ตัว หัวใจเฮียอยู่กับหยกเสมอ”

หยกมณีใจอ่อนยวบ หยุดดิ้นและยอมให้กอด แต่เมื่อเธอขอสัญญาจะไม่ทิ้งไปไหนอีก บอดี้การ์ดหนุ่มกลับให้ไม่ได้ เพราะชีวิตที่ผ่านมาและตลอดไปของเขา ขึ้นกับทรงกลดคนเดียว หยกมณีเลยผลักตัวออกอีกครั้ง

“ถ้ารับปากไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาให้เห็นหน้า!”

หยกมณีมุ่งหน้ากลับไปทำงานที่ฉั่วเทียนเหลาหลังจากนั้น โดยมีอันประกบห่างๆ เพราะอยากรับทรงกลดกลับบ้านด้วย แต่สองหนุ่มสาวก็ต้องมองหน้ากันเครียดๆ เมื่อรู้ว่าทรงกลดกับจิรัสยากำลังถูกปองร้ายอีกครั้ง

ทรงกลดกับจิรัสยาไม่รู้ว่าอันกับหยกมณีตามมาช่วย จับมือกันลัดเลาะตามซอกมุมต่างๆของภัตตาคารเพื่อหนีทางปืนของอิกกับลูกสมุนซึ่งมาดักรอก่อนหน้า และเกือบจะจนมุมอยู่แล้วถ้าอันจะมาช่วยไม่ทัน หยกมณีไม่อยากให้มีเรื่องในภัตตาคารเลยขอร้องให้ปล่อยตัวอิกกับลูกสมุน ทรงกลดยอมถอย แต่ไม่วายชกเปรี้ยงที่หน้าอิกส่งท้าย

“โทษฐานที่ทำให้ผู้หญิงของฉันตกใจ”

ทรงกลดแสดงท่าทางชัดเจนว่าเป็นห่วงและเอาใจใส่จิรัสยามาก จนไม่มีใครกล้าคัดค้าน แต่เป็นสาวร่างเล็กเองที่เริ่มจะกลุ้ม เพราะดูท่าชีวิตเธอคงหนีเรื่องเสี่ยงตายไม่พ้นถ้ายังรักจะทำงานกับเขา และทรงกลดก็เข้าใจดี เลยบอกยกเลิกสัญญาพร้อมยกเงินเดือนสามเดือนให้ แต่จิรัสยากลับปฏิเสธ และถามหาเหตุผล

“ฉันไม่อยากให้เธอเจ็บตัวอีก”

“ฉันไม่กลัวค่ะ ฉันขอปืนไว้สักกระบอกไว้ป้องกันตัวก็พอ”

ทรงกลดอดยิ้มแล้วแซวขำๆไม่ได้ “ไหนเคยบอกว่าไม่อยากเกี่ยวข้องกับแก๊งเจ้าพ่อไงล่ะ”

จิรัสยาคิดหนัก ถึงจะรักชีวิตตัวเองแค่ไหนก็ทำใจทิ้งเขาไม่ลง “ฉันไม่อยากออกจากงานในตอนนี้เดี๋ยวคนที่บริษัทคุณก็หาว่าผู้หญิงทำงานไม่ทน แล้วก็จะไม่มีผู้หญิงคนไหนได้เข้าทำงานที่บริษัทคุณอีก”

ทรงกลดยิ้มกว้าง อดเดินไปโยกหัวเธอด้วยความเอ็นดูไม่ได้ที่หาข้ออ้างแถจะไปทำงานกับเขาจนได้ ก่อนจะเย้าว่าเธอคงห่วงเขา จิรัสยาไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วย แต่เมื่อเขาหันหลังจะกลับ ก็ตะโกนไล่หลังยืนยัน

“ยังไงพรุ่งนี้ฉันก็จะกลับไปทำงาน แล้วเรื่องปืน ฉันไม่ได้พูดเล่นนะคะคุณที”

ทรงกลดยังเดินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่หันกลับ จิรัสยาทำท่าจะร้องเรียกเขาอีกครั้ง แต่ก็ต้องหุบปากแทบไม่ทัน เมื่อซิ่วเอ็งออกมาตาม พร้อมสายตาจับผิดเหมือนเคย...

นังหลานนอกไส้ กำลังตะโกนคุยกับใคร!

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.