ตอนที่ 7
สุดเขตนอนคิดนั่งคิดมาทั้งคืน เช้าวันรุ่งขึ้น จึงตัดสินใจขับรถพาเดือนมาส่งบ้านพ่อแม่ของเธอที่ต่างจังหวัด เดือนทั้งประหลาดใจทั้งดีใจปนกัน กว่าสองหนุ่มสาวจะมาถึงที่หมายก็เย็นมากแล้ว ทันทีที่ถึงบ้าน เดือนขออนุญาตแม่ไปบ้านคำแปง อยากไปถามข่าวคราวเรื่องวงดนตรีโดนวางระเบิด
“เดี๋ยวค่อยไปสิ พาคุณสุดเขตขึ้นไปพักผ่อนบนบ้านก่อน...ไปสิเดือน” เพ็งกันท่ารู้ว่าลูกจะไปหาพิณ
เดือนไม่อยากพาสุดเขตขึ้นเรือน แต่ขัดพ่อกับแม่ไม่ได้ จำต้องทำตามสั่ง ไม่นานนัก เดือนจัดที่หลับที่นอนให้คู่หมั้นเสร็จ เป็นจังหวะเดียวกับเพ็งเอาข้าวพองเข้ามาให้สุดเขตกิน เดือนได้ทีขออนุญาตแม่ไปบ้านคำแปงอีกครั้ง เส็งอ้างเย็นมากแล้ว พรุ่งนี้เช้าค่อยไปพร้อมพ่อกับแม่ แล้วเดิน ออกจากห้องไปหน้าตาเฉย
เดือนคิดหาทางหนีไปหาพิณ เห็นสุดเขตมัวแต่สนใจข้าวพอง รีบปีนหน้าต่างจะกระโดดลงไปข้างล่าง สุดเขตหันมาเห็นหญิงสาวยืนบนขอบหน้าต่าง ร้องเอะอะบอกให้ลงมา
“ไม่หนี ฉันก็ไม่ได้ไป” เดือนมองลงไปข้างล่างอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจกระโดดลงไปบนกองฟาง สุดเขตวิ่งมาชะโงกหน้าต่าง ทำท่าจะโดดตาม เดือนรีบดันกองฟางหลบ แล้ววิ่งหนีไปอย่างลิงโลด...
ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านพักของครูตะวัน พิณบ่นกับครูตะวัน ขณะช่วยกันแกะแบบหล่อเทียนพรรษา เขายังไม่มีโอกาสจะบอกคำแปงเรื่องแคน เกรงจะโดนตำหนิที่เป็นตัวตั้งตัวตีพาแคนหนี
“ครูคำแปงน่าจะเข้าใจน่า....เอาอย่างนี้ พิณไม่ต้อง พูดเองหรอกเดี๋ยวครูจะช่วยพูดให้”
สายไหมเอาขี้ผึ้งสำหรับหล่อเทียนพรรษาเข้ามาให้ จังหวะที่ครูตะวันเอื้อมมือไปรับขี้ผึ้ง บังเอิญแตะถูกมือสายไหม ต่างคนต่างยิ้มเขิน อายม้วน พิณไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอ ขอตัวไปบ้านคำแปง...
พิณกับชาวคณะแม่มูลลำเพลินช่วยกันเช็ดคราบเขม่าบนเครื่องดนตรีที่เก็บออกมาจากเวทีได้ทันก่อนจะโดนไฟไหม้ ถึงจะสูญเสียทั้งคนทั้งข้าวของมากมาย แต่คำแปงก็ยังมุ่งมั่นจะสร้างวงขึ้นมาใหม่ อย่างน้อยเธอก็มีแคนเป็นตัวชูโรงของคณะ พิณหน้าเจื่อน ไม่กล้าบอกคำแปงเรื่องแคน
ระหว่างนั้น บุญหลายเข้ามาลาคำแปง เพราะทำใจ ไม่ได้ที่ต้องเสียพี่ชายไป ยิ่งเห็นเครื่องดนตรีที่บุญเหลือเคยใช้ยิ่งทรมานใจ คำแปงอยากรั้งเขาไว้ แต่รู้ไม่มีประโยชน์ บุญหลายเข้ามาจะกราบลาคำแปง ตอนก้มตัวลงนั่ง มีดสั้นตกจากผ้าคาดเอว พิณถามพกมีดไว้ทำไม บุญหลายอึกๆอักๆ ท่าทีมีพิรุธ...
ทางฝ่ายเดือนแวะไปหาพิณที่ห้องพัก เห็นประตูห้องล็อกกุญแจเลยวิ่งมาตามพิณที่บ้านพักครูตะวัน พอรู้พิณอยู่บ้านคำแปง เดือนยืมรถจักรยานของครูตะวันขี่ไปหา โชคไม่ดี ระหว่างทาง ยางรถจักรยานเกิดแบน แทนที่จะไปถึงที่หมายไวๆ เดือนกลับต้องจูงรถจักรยานไปบ้านคำแปงแทน...
พิณถึงบางอ้อที่บุญหลายมาล่ำลาทุกคน ไม่ใช่จะไปอยู่ที่อื่นแต่จะไปแก้แค้นศรีไพร คำแปงกับพิณช่วยกันเกลี้ยกล่อมให้เขาเปลี่ยนใจ แต่บุญหลายกลับชักมีดขึ้นมาจะไปฆ่า
ศรีไพรให้ได้ จะติดคุกก็ไม่สนใจ
“ยังไงฉันก็ไม่ปล่อยให้พี่ไปหรอก”
พิณจับตัวบุญหลายที่กำลังจะออกไปฆ่าศรีไพรไว้ พยายามแย่งมีด ทั้งสองคนยื้อยุดกันไปมาจนล้มไปด้วยกัน ในที่สุดพิณก็แย่งมีดจากมือบุญหลายได้ แล้วเก็บใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง เตือนสติบุญหลายว่า
“ถึงไอ้ศรีไพรตาย พี่บุญเหลือก็ไม่ฟื้น วิญญาณของพี่บุญเหลือคงไม่อยากเห็นพี่บุญหลายติดคุกหรอก”
บุญหลายคิดคล้อยตามพิณพูด เปลี่ยนใจจะฆ่าตัวตายตามพี่ชาย คำแปงกับพิณต้องช่วยกันทั้งห้ามปราม ทั้งปลอบ บุญหลายได้สติเปลี่ยนใจอีกรอบจะขอบวชอุทิศส่วนกุศลให้บุญเหลือ
“ทำจิตใจให้สงบก่อนแล้วค่อยๆคิด ถ้าบุญหลายอยู่ที่นี่แล้วทุกข์ทรมานใจครูก็ให้ไป แต่ถ้าไปแล้วตกระกำลำบากก็กลับมาหาครูนะ”
บุญหลายกราบลาคำแปง จากนั้นพิณขี่จักรยานพาบุญหลายซ้อนท้ายออกไปด้านหนึ่ง สักพักเดือนจูงจักรยานมาอีกด้านหนึ่งเข้าบ้านคำแปง สีหน้าเปี่ยมสุขที่จะได้เจอพิณ แต่ต้องผิดหวังเมื่อรู้จากคำแปง พิณเพิ่งออกไปเมื่อกี้ เดือนรีบวิ่งออกมาหน้าบ้านไม่เห็นพิณแล้ว
ในเวลาไม่นาน พิณปั่นจักรยานพาบุญหลายมาถึงท่ารถในหมู่บ้าน ศรีไพรกับสมุนขับรถผ่านมาเห็นทั้งคู่พอดี รีบจอดรถลงมากวนประสาท
“จะหนีไปไหนไอ้บุญหลาย...กลัวตายเหมือนไอ้บุญเหลือหรือไง”
บุญหลายโกรธ พุ่งต่อยศรีไพร แต่เขาเบี่ยงตัวหลบ คว้าข้อมือบุญหลายหักถึงกับร้องโอ๊ยลั่น พิณปราดเข้าล็อกตัวศรีไพรจากด้านหลังเอามีดของบุญหลายที่เก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงมาจ่อคอหอย ขู่พวกสมุนไม่ให้เข้ามา ถ้าไม่อยากให้ลูกพี่ตาย พิณเตะข้อพับศรีไพรให้นั่งคุกเข่า
“กราบเท้าขอโทษบุญหลาย...ไม่กราบเอ็งตาย”
ศรีไพรนั่งตัวแข็งไม่ยอมก้มกราบ พิณเลยกดตัวเขาลงเอามีดขู่ไม่ให้ขัดขืน จนหน้าลงไปแทบเท้าบุญหลาย ชาวบ้านที่มารอขึ้นรถต่างมองศรีไพรเป็นตาเดียวกัน พิณปล่อยศรีไพรให้ลุกขึ้น
“เอ็งหยามหน้าข้า ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้พิณ” ศรีไพรเสียหน้ารีบพาสมุนกลับขึ้นรถบึ่งออกไป บุญหลายมองตามสะใจ แล้วหันมาเตือนพิณให้ระวังตัว ดูท่าศรีไพรจะแค้นมาก จังหวะนั้น รถกำลังจะออกจากท่า
“ชีวิตไม่สิ้น ชาตินี้เราคงได้พบกันอีกบักพิณ...ลาก่อน” บุญหลายพูดจบหิ้วกระเป๋าวิ่งขึ้นรถ พิณมองตามบุญหลายจากไปอย่างอาลัย คนที่ผูกพันกับเขาจากไปอีกคนหนึ่งแล้ว...
พอเดือนรู้ถึงความมุ่งมั่นจะกอบกู้คณะแม่มูลลำเพลินของคำแปง แนะให้ทำเดโม่เพลงส่งไปให้ค่ายเทปที่เดือน
ทำงานอยู่ ถ้าทางค่ายเพลงชอบอาจเซ็นสัญญาทำอัลบั้มให้ คำแปงสงสัยเดโม่คืออะไร
“เดโม่ก็คือเทปเพลงที่เราร้องอัดไว้น่ะจ้ะ นักร้องส่วนใหญ่จะส่งเดโม่มา ทางเราสนใจใครก็เรียกมาคุย”
คำแปงมีความหวังขึ้นมาทันที เธอจะให้แคนร้องเพลงใส่เทปแล้ววานเดือนเอาเดโม่ไปส่งให้ค่ายเพลง คำหล้าแวะมาหาคำแปง เห็นเดือนนั่งอยู่ ดีใจรีบเข้าไปหา สองสาวโผกอดกันด้วยความคิดถึง แล้วปลีกตัวออกมาคุยกันตามลำพังอีกมุมหนึ่งของบ้าน เดือนเล่าเหตุผลที่ต้องหมั้นกับสุดเขตให้คำหล้าฟัง คำหล้าสรุป ถ้าสุดเขตยอมหมั้นกับเดือนเพราะข่าวฉาวเล็กๆแค่นี้ เขาต้องมีใจให้เดือนแน่ๆ
“เขาจะคิดอย่างไรกับฉัน ฉันไม่สน ฉันสนอยู่เรื่องเดียวคือความรู้สึกของพี่พิณ ฉันอยากอธิบายให้พี่พิณเข้าใจ คำหล้าช่วยนัดพี่พิณให้ออกไปเจอฉันที่ใต้ต้นคูนที ฉันออกจากบ้านไม่ได้พ่อกับแม่คุมแจ นี่ฉันหนีออกมา...มัวพูดแต่เรื่องของตัวเอง...แล้วเรื่องของเธอกับพี่แคนเป็นอย่างไรบ้าง”
“พี่แคนหนีไปกรุงเทพฯ แล้ว” คำหล้าสีหน้าเศร้าหมอง เดือนพลอยเศร้าใจไปด้วย จากนั้นสองสาวชวนกันขึ้นไปหา คำแปงบนเรือน คำแปงถือโอกาสเอาชุดผ้าไหมของผู้ชายออกมาอวดเดือน
“ชุดนี้ครูตัดให้แคนเพิ่งเสร็จ ครูสั่งตัดพิเศษเลยนะให้ปักดิ้นเงินดิ้นทอง ผ้าไหมนี่ก็เป็นของเก่าของครูเอง ถ้าค่ายเพลงเรียกแคนไปเซ็นสัญญา ครูจะให้แคนใส่ชุดนี้ไป” คำแปงยิ้มสีหน้าเต็มไปด้วยความหวัง
แต่กลับต้องผิดหวังเสียใจเมื่อรู้จากเดือนว่าแคนหนีไปกรุงเทพฯแล้ว คำหล้าปลอบคำแปงอีกไม่นานแคนก็กลับ เขาสัญญากับเธอไว้ถ้าได้เป็นนักร้องดังเมื่อไหร่ เขาจะกลับมา
กอบกู้คณะแม่มูลลำเพลิน
“คำหล้าเอ๊ย...ความฝันของครูสลายไปพร้อมกับระเบิดหน้าเวทีแล้ว เวลานี้ครูได้แต่ภาวนาให้ความฝันของบักแคนเป็นจริง” คำแปงลูบชุดผ้าไหมอย่างแสนเสียดาย
ooooooo
แคนลงจากรถทัวร์หน้าขนส่งหมอชิตด้วยสี หน้ามุ่งมั่นพร้อมจะต่อสู้เพื่อให้ตัวเองได้เป็นนักร้อง แต่ฝันแทบสลาย ถูกโจรในคราบคนขับรถแท็กซี่หลอกไปจี้ชิงทรัพย์ แคนขัดขืน แท็กซี่เอาด้ามปืนตบหัวสลบ กวาดทรัพย์สินไปเกลี้ยงไม่เว้น
แม้แต่กระเป๋าเสื้อผ้า ทิ้งแคนไว้ในความมืดริมถนนสายเปลี่ยวชานกรุง...
ขณะเดียวกัน ตามาแอบเขียนจดหมายถึงเพื่อนรักที่ทำงานก่อสร้างในกรุงเทพฯเสร็จ กำลังจะพับใส่ซอง ยายมีเดินมาเห็น ถามว่าเขียนจดหมายถึงใคร ตามาไม่อยากให้ยายมีรู้ รีบพับจดหมายใส่ซองท่าทางมีพิรุธ ยายมีสงสัยแย่งจดหมายจากมือไปอ่าน
“บักเถิงเพื่อนยาก ตอนนี้บักแคนลูกข้าไปกรุงเทพฯ ถ้าบังเอิญเจอมัน ฝากดูแลมันด้วย” ยายมีอ่านจบเงยหน้ามองผัว “ใจจริงก็ห่วงลูก แต่ทำไมถึงชอบดุด่ามันนัก”
“ที่ไม่อยากให้มันไปตามฝันเป็นนักร้องเพราะกลัวมันผิดหวัง เห็นมาหลายรายแล้วเข้ากรุงเทพฯไปสมัครเป็นนักร้อง แต่ได้งานเป็นบ๋อย เป็นกรรมกร สู้อยู่ทำไร่ทำนา บ้านเราไม่ได้”
“ฉุดไอ้บักแคนไม่อยู่แล้วล่ะตามาเอ๊ย...มันไปล่าฝันในเมืองกรุงโน่นแล้ว” ยายมีถอนใจเฮือก ขณะที่ตามาได้แต่ภาวนาให้ลูกทำตามฝันได้สำเร็จ...
ไม่นานนัก แคนฟื้นขึ้นมาพบตัวเองหมดสิ้นทุกอย่างทั้งเงินสดทั้งกระเป๋าเสื้อผ้า สะบัดหัวให้หายมึนค่อยๆลุกขึ้นโบกรถที่แล่นผ่านมา คันแรกไม่จอด คันที่สองใจดีจอดรับ แคนขอติดรถเข้าเมืองมาถึงริมคลองหลอด เห็นคนนั่งกินข้าวแกงข้างถนนแล้วหิวมาก ตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องได้แต่กลืนน้ำลาย แคนเพลียมากเดินต่อไม่ไหวต้องนอนบนฟุตปาทมองดวงจันทร์บนฟ้าแล้วคิดถึงคำหล้าก่อนจะผล็อยหลับไป...
เดือนผิดหวังมากที่ไม่ได้เจอพิณ แถมกลับถึงบ้านยังโดนแม่เฆี่ยน เธอเดินหนี แม่ตามมาตีไม่หยุด สุดเขตสงสารเดือน ขอร้องเพ็งหยุดตีได้แล้วเห็นแก่เขาสักครั้ง เพ็งเห็นแก่สุดเขตหักไม้เรียวทิ้งสั่งเดือนห้ามทำแบบนี้อีกเด็ดขาด บุญไม่พอใจที่ลูกสาวแอบหนีไปหาพิณ บอกสุดเขตพาเดือนกลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้เช้า
“พ่อไม่อยากให้เดือนอยู่นานๆหรือจ๊ะ”
“อยู่นี่ พ่อแม่ก็คุมเดือนไม่อยู่ ไปเสียดีกว่า”
เดือนทั้งน้อยใจทั้งเสียใจที่พ่อเสือกไสไล่ส่ง วิ่งหนีเข้าห้อง ปิดประตูขังตัวเอง...
ดึกแล้ว แต่สุดเขตยังนอนไม่หลับ ไม่เคยนอนที่นอนแข็งๆอย่างนี้มาก่อน แถมห้องนอนก็ร้อนไม่มีแอร์สักตัว จะให้ หลับได้อย่างไร บ่นจบผุดลุกขึ้นเดินไปรับลมที่หน้าต่าง เห็น เดือนยืนอยู่หน้าบ้าน ยิ้มดีใจรีบลงไปหา ค่อยๆย่องมาด้านหลัง แต่พอเข้าไปใกล้ เห็นเดือนกำลังร้องไห้ สุดเขตไม่อยากให้ หญิงที่เขาหลงรักต้องเสียน้ำตา แอบมองอย่างห่วงใย คิดหาทางช่วย
ooooooo
หลังกินอาหารมื้อเช้าเสร็จ สุดเขตขออนุญาตบุญกับเพ็งให้เดือนพาไปดูรอบๆหมู่บ้านหาสถานที่ สวยๆเผื่อจะมาถ่ายเอ็มวี เดือนแดกดันที่นี่บ้านนอกไม่มีที่หรูๆมีแต่รูหนูกับรูงู แต่พอเห็นสีหน้าเอาจริงของสุดเขต เดือนจำใจพาเขาตระเวนหาสถานที่สวยๆ ขณะสุดเขตขับรถพาเดือนมาตามถนนในหมู่บ้าน อยู่ๆเขาก็จอดรถแล้วไล่เดือนลง
“เอายังไงกันคุณ ให้ฉันพามาหาโลเกชั่นถ่ายเอ็มวี แล้วมาไล่ลง”
“ไปหาแฟนของเธอ คุยกันตามสบายฉันจะไม่ไปรบกวน คุยเสร็จแล้วมาหาฉันที่นี่ ฉันจะรออยู่ ถ้าให้แฟนของ
เธอไปส่งบ้าน เธอได้โดนแม่ตีอย่างเมื่อคืนแน่”
เดือนถึงกับอึ้ง คาดไม่ถึงสุดเขตจะใจดีกับตนเองขนาดนี้ สุดเขตเห็นเดือนนั่งนิ่ง ขู่ถ้าไม่ลงจากรถในสามวินาทีนี้ เขาเปลี่ยนใจแน่ เดือนรีบลงจากรถเป็นจังหวะเดียวกับคำหล้า ขี่จักรยานผ่านมาพอดี
“กำลังจะไปหาเดือนที่บ้านอยู่เชียว...ใครน่ะ” คำหล้ามองสุดเขตที่นั่งอยู่ในรถ
“อย่าเพิ่งถามอะไร คำหล้าช่วยไปหาพี่พิณที่โรงเรียนทำยังไงก็ได้ให้พี่พิณไปเจอฉันที่ใต้ต้นคูน”
คำหล้ารับคำมองสุดเขตอีกครั้งอย่างอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะขี่จักรยานบ่ายหน้าไปทางโรงเรียน...
ครู่ต่อมา คำหล้าพาพิณมายังต้นคูนริมแม่น้ำมูล พิณเห็นเดือนยืนอยู่ดีใจมากจะเข้าไปหา แต่กลับชะงัก เดือนจึงเป็นฝ่ายเดินมาหาเขาเอง พิณหันมาต่อว่าคำหล้าที่โกหกเขา อ้างมีเรื่องแคนจะคุยด้วย
“ฟังเดือนอธิบายหน่อยพี่พิณเดือนมันรักพี่นะ”
คำหล้าว่าแล้วปลีกตัวออกมาให้คู่รักได้คุยกัน
“พี่พิณจ๋า ฉันถูกผู้ใหญ่บังคับให้หมั้น ฉันไม่ได้รักผู้ชายคนนั้น รอให้ผู้ใหญ่อ่อนลง ฉันจะถอนหมั้นแล้วจะกลับมาแต่งงานกับพี่ตามที่เราสัญญากันไว้” เดือนกอดพิณแน่น “ฉันคิดถึงอ้อมกอดพี่พิณเหลือเกิน”
พิณมองเดือนด้วยสายตาเจ็บปวด ฉุกคิดถึงคำพูดของเพ็งกับบุญที่แวะมาหาเขาที่ห้องพักเมื่อเช้าแจ้งข่าวเดือนกลับมาบ้าน พิณดีใจขออนุญาตไปหาเดือน แต่ถูกสองผัวเมียปฏิเสธ แถมสั่งให้เขาตัดใจจากเดือนเพื่อเห็นแก่อนาคตของเธอ พิณรักเดือนสุดหัวใจ ขอให้เพ็งกับบุญเห็นใจเขาบ้าง
เพ็งไม่พอใจด่าสวนทันที “แกมันเห็นแก่ตัว พูดอยู่ แค่รักเดือน อยากอยู่กับเดือน แต่แกไม่ยอมรับว่าแกให้ความสุข ความสบายแก่เดือนไม่ได้ คู่หมั้นเดือนน่ะมีทุกอย่าง เดือนจะสบายไปตลอดชีวิต ถ้ารักเดือนจริง แกต้องปล่อยเดือนไป บักพิณแกคนเดียวที่เลือกให้เดือนมีความสุขหรือความทุกข์ได้”
เสียงเรียกของเดือน ทำให้พิณตื่นจากภวังค์ เดือนขอให้เขาพูดอะไรบ้างอย่านิ่งเงียบ พิณกล้ำกลืนกล่าวแสดงความยินดีกับการหมั้นของหญิงที่เขารักดั่งดวงใจ เดือนถึงกับอึ้ง...
ฝ่ายสุดเขตอยากเห็นหน้าแฟนของคู่หมั้น แอบซุ่มดูห่างๆแต่มุมที่เขายืนลำต้นคูนบังพิณมิด เขาขยับจะหามุมใหม่ แต่หวนคิดถึงคำพูดของตัวเองที่ให้ไว้กับเดือน จะปล่อยให้เธอคุยกับแฟนตามสบาย เขาจะไม่ไปรบกวน สุดเขตเปลี่ยนใจหันหลังกลับไปที่รถทันที...
เดือนตัดพ้อพิณพูดเหมือนดีใจที่เธอหมั้นกับชายอื่น พิณขอให้เดือนเห็นแก่อนาคตตัวเอง คู่หมั้นของเดือนสามารถทำให้เธอมีความสุขได้ทั้งชีวิต ซึ่งต่างจากเขาลิบลับ เขาอยากให้เดือนลืมความรักของเราสองคนเสีย แล้วแต่งงานกับผู้ชายที่พ่อแม่ของเดือนเลือกให้ พิณเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอ แต่ฝืนพูดต่อ
“พี่ขออวยพรให้เดือนกับผู้ชายคนนั้นมีความสุข...
ลาก่อนเดือน” พิณรีบหันหลังเดินจากไป ก่อนที่น้ำตาลูกผู้ชายจะไหลริน เดือนพูดไม่ออก ทรุดตัวลงนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น
ooooooo
พิณมัวแต่ปาดน้ำตาเสียใจที่ต้องบอกเลิกเดือน เลยไม่เห็นรถของสุดเขตแล่นมา สุดเขตเบรกตัวโก่งขณะที่พิณหักหลบจนรถจักรยานเกือบล้ม นักร้องหนุ่มลงมาด่าลั่น ขี่รถประสาอะไรไม่รู้จักดูทาง พิณจำสุดเขตได้ ไม่อยากพูดด้วยจูงจักรยานหนี สุดเขตไม่พอใจตะโกนไล่หลัง
“ขอโทษไม่เป็นหรือไง”
พิณกำลังจะอ้าปากขอโทษ แต่ศรีไพรกับพวกขับรถมาจอดปาดหน้าหาเรื่องพิณเสียก่อน เอาน้ำมันราดรถจักรยานของเขา พิณจะเข้าไปห้ามแต่ถูกดำกับขาวล็อกตัวไว้ ศรีไพรทำน้ำมันกระเซ็นถูกรถคันหรูของสุดเขตเลยโดนโวยใส่ ศรีไพรไม่พอใจ สั่งดำกับขาวปล่อยพิณ แล้วไปจัดการสุดเขตแทน
ดำกับขาวปราดเข้าล้อมกรอบสุดเขตไว้ พิณรีบเข้ามาช่วย เกรงหน้าหล่อๆหุ่นสำอางอย่างสุดเขตจะสู้พวกนั้นไม่ได้ แต่ปรากฏว่าสุดเขตได้ยูโดสายดำ จับขาวกับดำทุ่มจุกแอ้กลุกไม่ขึ้น แล้วเล่นงานศรีไพรแบบเดียวกัน พิณไม่รอช้าคว้าแกลลอนน้ำมันมากรอกใส่ปากศรีไพรจนหมด
“อย่ามาหือกับข้าอีกไอ้ศรีไพร เลิกทำชั่วทำเลวเสียที ต่อไปนี้ตาต่อตา ฟันต่อฟัน”
ดำกับขาวเห็นท่าไม่ดี รีบหามศรีไพรซึ่งหมดสภาพขึ้นรถขับหนีไป สุดเขตยิ้มสะใจ ยื่นมือให้พิณจับแนะนำตัวเองชื่อ “สุดเขต” แล้วถามชายหนุ่มที่ยืนตรงหน้าชื่ออะไร พิณจับมือสุดเขตตอบแต่ไม่ยอมบอกชื่อ ไม่อยากให้รู้ว่าเป็นคนรักของเดือนได้แต่บอกเป็นคนแถวนี้ แล้วขี่จักรยานจากไป...
สุดเขตเห็นเดือนเดินหน้าเศร้ากลับมาที่จุดนัดหมาย ถามด้วยความเป็นห่วง ทะเลาะกับแฟนมาหรือ เดือนไม่อยากพูดถึง ขอร้องให้เขาพากลับบ้าน สุดเขตไม่ถามอะไรอีก รีบทำตามที่เธอต้องการ...
ทันทีที่กลับถึงบ้าน เพ็งเรียกเดือนมาช่วยห่อเครื่องสังฆทานเตรียมถวายพระวันเข้าพรรษาพรุ่งนี้ แต่เดือนกำลังเศร้าใจไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไร จึงขอตัวขึ้นไปพักผ่อนที่ห้อง เพ็งไม่ว่าอะไร หันมาทางบุญ
“แปลกนะพ่อบุญ ปกติเดือนชอบทำของไปถวายวัด”
พอสุดเขตรู้จากเพ็งว่าเดือนชอบทำบุญ คิดจะทำบางอย่างให้ ครู่ต่อมา สุดเขตสวมแว่นดำใส่หมวกอำพรางใบหน้าเข้ามาในร้านขายเครื่องสังฆทาน เจ้าของร้านเห็นสุดเขตทำลับๆล่อๆ เกรงจะเป็นพวกหัวขโมย เข้ามาค้นตัว สุดเขตเลยต้องเปิดเผยตัว ถอดแว่นตากับหมวกออก ที่ต้องทำแบบนี้เพราะไม่อยากโดนรุมขอลายเซ็น เจ้าของร้านงง ใครจะขอลายเซ็นใคร สุดเขตยังไม่รู้สึกตัว โม้ต่อ
“ในทีวีกับตัวจริง ผมคงไม่ค่อยเหมือนกัน เลยจำผมไม่ได้ ผมสุดเขต นักร้องค่ายดี.มิวสิก”
เจ้าของร้านส่ายหน้าสุดเขตไหนไม่รู้จัก รู้จักแต่ปุยฝ้าย มาลัยพร สุดเขตหน้าแตก เสียความมั่นใจสุดๆ ซื้อกระป๋องพลาสติกสีเหลืองกับเครื่องสังฆทานแล้วรีบออกจากร้านแทบไม่ทัน เดินผ่านร้านขายกาแฟ เจอชายหนุ่มที่เพิ่งช่วยเขาต่อสู้กับพวกนักเลงนั่งดื่มกาแฟอยู่ แวะเข้าไปถามรู้จักเขาไหม พิณพยักหน้า
“คุณเป็นนักร้อง ชื่อสุดเขต”
สุดเขตยิ้มแฉ่ง ขอบใจที่พิณทำให้ความมั่นใจของเขากลับคืนมา ชาวบ้านแถวนี้ไม่รู้จักเขาสักคน พิณอธิบายว่าผู้คนที่นี่พอสองทุ่มก็ปิดไฟเข้านอนกันหมดแล้ว ทีวีไม่ดูหนังสือก็ไม่อ่าน เลยไม่รู้โลกภายนอกเป็นอย่างไร แล้วมองกระป๋องกับเครื่องสังฆทานที่แยกชิ้นกันในมือสุดเขต สงสัยทำไมถึงไม่ซื้อแบบสำเร็จรูป
“ไม่อยากเหมือนของคนอื่น เครื่องสังฆทานของคู่หมั้นผมต้องดีที่สุด”
สุดเขตเอาเครื่องสังฆทานใส่กระป๋อง พยายามห่อกระดาษแก้ว แต่ทำเท่าใดก็ไม่สวยถูกใจ พิณอาสาจะห่อให้ สุดเขตอยากทำให้คนพิเศษด้วยมือของเขาเอง สองหนุ่มคุยถูกคอกันมาก สุดเขตเลยออกปากชวนพิณกินข้าวเย็นด้วยกัน เขาอยากกินข้าวนอกบ้านบ้าง กินอาหารอีสานแท้ๆ บ้านคู่หมั้นไม่ค่อยถนัด
“ไปกินกับคู่หมั้นคุณเถอะครับ...ผมไม่อยากเป็นก้างขวางคอ”
“ผมไม่เอาคู่หมั้นไปด้วย อยากคุยกันตามประสาผู้ชาย...ไปนะครับ”
พิณทนสุดเขตคะยั้นคะยอไม่ไหว รับปากจะไปกินข้าวด้วย
ooooooo
บ่ายวันเดียวกัน ขณะพิณกำลังช่วยครูตะวัน สายไหม ยายสา ยายมีกับพวกชาวบ้านตกแต่งมาลัยดอกมะลิรอบเทียนพรรษา ตำรวจเข้ามาเชิญตัวเขาไปให้ ปากคำที่โรงพักข้อหาช่วยแคนหลบหนีการจับกุม ครู ตะวันกับสายไหมตามไปช่วยพูดแก้ต่างให้พิณที่โรงพัก แต่ไม่เป็นผล...
ศรีไพรกลับถึงบ้าน อาเจียนโอ้กอ้ากเป็นน้ำมันที่โดน พิณกรอกปาก โดยมีทองสายืนสมน้ำหน้าอยู่ข้างๆ ศรีไพรโกรธที่น้องสาวเห็นคนอื่นดีกว่าพี่ชายตัวเอง เงื้อมือจะตี เถ้าแก่เส็ง รีบเข้ามาห้ามทำร้ายน้อง แล้วสั่งให้ศรีไพรอยู่เงียบๆห้ามไปหาเรื่องพวกพิณอีก จังหวะนั้น ดำกับขาววิ่งหน้าตื่นเข้ามา รายงานลูกพี่
“มีคนเห็นตำรวจเอาตัวไอ้พิณไปโรงพัก เดากันว่าเกี่ยวข้องกับที่ไอ้แคนหนีไป”
ศรีไพรตาวาวโรจน์รีบตามไปโรงพัก ทองสาขอไปด้วยโดยไม่ฟังคำทัดทานของเถ้าแก่เส็ง...
ศรีไพรกับพวกและทองสามาถึงโรงพักทันเห็นตำรวจกำลังจะนำตัวพิณเข้าห้องขัง ศรีไพรได้ทีขู่พิณให้บอกที่ซ่อนตัวแคนมา ถ้าไม่อยากติดคุก พิณจ้องหน้าศรีไพรเขม็ง
“เอาผมเข้าห้องขังเถอะครับคุณตำรวจ ผมเหม็นหน้ามันเต็มทีแล้ว”
ก่อนที่พิณจะโดนขัง ตามาเข้ามาสารภาพผิดกับตำรวจ เขาเป็นคนพาแคนหนีพิณไม่เกี่ยว ยายมีลงนั่งยองๆไหว้ร้อยเวรปลกๆ ลูกชายของเธอหนีไปคนหนึ่งแล้วอย่าจับผัวเธอเข้าห้องขังอีกคนเลย ร้อยเวรใจอ่อน
“ให้ตามาไปให้ปากคำลงบันทึกประจำวันไว้ แล้วปล่อยไป”
“ไอ้แก่...บอกมาลูกแกอยู่ไหน” ศรีไพรจะทำร้ายตามาครูตะวันกับพิณรีบกันไว้ นักเลงหัวไม้ประจำหมู่บ้านทำอะไรไม่ได้ เดินหัวเสียออกจากโรงพัก ดำแนะให้ตามไปจับตามามาทรมานให้บอกที่อยู่ของแคน ศรีไพรทำอย่างนั้นไม่ได้ พ่อเพิ่งห้ามเขาก่อเรื่อง จังหวะนั้น ตำรวจสองนายถือแฟ้มหลักฐานเข้ามาหาศรีไพร
“นายศรีไพร ขึ้นไปคุยกับผมบนโรงพัก”
“มีเรื่องอะไรครับคุณตำรวจ”
“หลักฐานลายนิ้วมือบนกระสุนปืนเพิ่งออก ตรงกับลายนิ้วมือคุณ”
ศรีไพรหน้าตื่นรีบวิ่งหนีขึ้นรถไปกับสมุน ตำรวจนายนั้นตะโกนเรียกเพื่อนตำรวจบนโรงพักให้ช่วยกันตามจับคนร้าย ศรีไพรนั่งรถหนีตำรวจมาได้สักพัก พอพ้นหัวโค้งสั่งให้ดำจอดรถ
“พวกเอ็งล่อตำรวจไป” ศรีไพรว่าแล้วพุ่งหลบหลังพุ่มไม้ขณะที่สมุนขับรถหลอกล่อตำรวจไปอีกทาง จากนั้น ศรีไพรวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในบ้าน เถ้าแก่เส็งรู้ทันที ลูกชายต้องไปก่อเรื่องมาอีกแน่ๆ
“ตำรวจจะจับอั๊วข้อหาฆ่าคนตายเตี่ย”
จังหวะนั้น รถตำรวจแล่นมาจอดหน้าบ้าน เถ้าแก่เส็ง
บอกลูกชายไปหลบหลังบ้าน ทางนี้เขาจัดการเอง ตำรวจจะขอเข้าค้น เถ้าแก่เส็งขอดูหมายค้นก่อน ไม่มีหมายค้นก็เชิญกลับไป ตำรวจจำใจยกกำลังกลับ พอเห็นปลอดภัย เถ้าแก่เส็งเอาเงินให้ศรีไพรปึกหนึ่ง สั่งให้หนีไปให้ไกลที่สุด เดินเลาะเข้าป่าอย่าใช้ถนนสายหลัก ตำรวจต้องตั้งด่านตามถนน ศรีไพรพยักหน้า ปลอดภัยเมื่อใดจะส่งข่าวให้พ่อรู้ แล้ววิ่งออกทางหลังบ้าน
ooooooo
ตกเย็น พิณมาถึงร้านอาหารตามที่นัดไว้กับสุดเขต แต่ต้องชะงักที่เห็นสุดเขตพาเดือน บุญกับเพ็งมาด้วย เพ็งกับบุญมองพิณอย่างไม่ค่อยเป็นมิตร ขณะที่เดือนไม่สบายใจที่เพื่อนสุดเขตคือพิณ
“ตอนคุณสุดเขตเล่าว่าเจอเพื่อนใหม่ เดือนไม่คิดว่าเป็นพี่”
สุดเขตประหลาดใจที่ทั้งคู่รู้จักกัน ถามพิณรู้จักเดือนมานานเท่าไรแล้ว ได้ความว่ารู้จักกันตั้งแต่เด็กๆ สุดเขตนึกขึ้นได้ เจอพิณมานานสองนานแล้วยังไม่รู้จักชื่อเลย พิณยังไม่ทันจะแนะนำตัว บุญชิงพูดตัดหน้า
“เดือน...พาคุณสุดเขตไปให้อาหารปลาทางโน้นสิลูก”
เดือนไม่อยากขัดใจพ่อ จำใจพาสุดเขตออกไป พอทั้งคู่คล้อยหลัง บุญสั่งพิณห้ามบอกสุดเขตเด็ดขาดว่าเป็นแฟนเดือน พิณไม่คิดจะทำแบบนั้นถ้าอยากบอกคงบอกไปตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอสุดเขตแล้ว
“กลับไปซะบักพิณ พวกฉันจะบอกคุณสุดเขตว่าแกนึกได้ว่าต้องมีเรื่องด่วนรีบไปทำ”
“ป้าเพ็งไม่ต้องเป็นห่วงว่าฉันจะแย่งเดือนคืนมา ฉันบอกเลิกเดือนแล้ว”
เพ็งกับบุญช่วยกันไล่พิณอุตลุด พิณมองสองผัวเมียสีหน้าสะเทือนใจอย่างยิ่ง...
ครู่ต่อมา ที่มุมให้อาหารปลาภายในร้านอาหาร เดือนตัดสินใจจะบอกสุดเขตว่าเพื่อนใหม่ของเขาคือ พิณแฟนของเธอ แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูด บุญเข้ามาตามให้กลับโต๊ะ อาหารมาเสิร์ฟแล้ว...
สุดเขตกลับมาที่โต๊ะเห็นพิณหายไปก็ถามหา ได้ความว่าพิณกลับไปแล้วมีธุระสำคัญต้องทำ เดือนไม่เชื่อที่พ่อกับแม่บอก รีบเดินไปหน้าร้าน สุดเขตจะตามแต่เพ็งรั้งไว้ บอกให้บุญไปตามแทน สุดเขตชักสงสัยเพ็งกับบุญต้องมีอะไรปิดบังเขาแน่ๆรีบเดินตามเดือน...
ทางฝ่ายเดือนตามทันพิณ ขอร้องเขาอย่าหนีเธอไปไหนอีกเลย พิณเตือนเดือน เราสองคนเลิกคบกันแล้วไม่ควรจะพบเจอกันอีก เดือนไม่ได้เลิกด้วยสักหน่อย เธอรู้พิณยังรักเธอถึงทนเห็นเธออยู่กับสุดเขตไม่ได้ พิณบอกเดือนเข้าใจผิดไปเองที่เขาต้องไปเพราะมีงานด่วน เดือนไม่ยอมให้ไปกอดเขาไว้แน่น
“บอกฉันสิว่าพี่ไม่คิดถึงไออุ่นเวลาที่เรากอดกัน”
พิณยืนนิ่ง ฝืนใจตอบว่าลืมไปหมดแล้ว เดือนปล่อยโฮซบอกพิณ ไม่ยอมเชื่อที่เขาพูด สุดเขตตามมาเห็นหึงมาก เงื้อหมัดจะต่อยพิณ เดือนร้องห้ามเสียงลั่น อย่าทำร้ายพี่พิณ สุดเขตตกใจ ทำไมเพื่อนใหม่คนนี้ถึงได้ชื่อเหมือนแฟนของเดือน
“ผมเป็นเพื่อนพิณครับ บังเอิญชื่อเหมือนกัน ที่เดือนร้องไห้เพราะผมเพิ่งบอกข่าวร้ายกับเดือนว่า พิณแฟนเดือนตายในกองไฟวันที่ระเบิดลงหน้าเวทีแม่มูลลำเพลิน”
“พี่พิณโกหกทำไม” เดือนร้องไห้ฟูมฟาย
“รับความจริงเถอะเดือน พิณของเดือนตายจากไปแล้ว ความรักของมันก็มอดไหม้ไปในกองเพลิงวันนั้น ก่อนมันตายมันฝากพี่ให้บอกเดือน มันต้องการให้เดือนเริ่มต้นใหม่กับคู่หมั้นที่คู่ควร...คุณสุดเขต ฝากดูแลน้องสาวผมด้วย ปลอบใจเดือน ช่วยเดือนตั้งต้นใหม่ ความสุขของเดือนอยู่ในมือคุณแล้ว”
พอพิณจากไปเดือนทรุดลงนั่งร้องไห้ แม้ยังติดใจเรื่องพิณแต่สุดเขตสงสารเดือนมากลูบหลังปลอบใจ...
ตาสีเห็นคำหล้าเอาของแห้งจัดใส่ถุงพลาสติกจะฝากเดือนไปให้แคนที่กรุงเทพฯ ก็ไม่พอใจที่ลูกสาวยังอาลัยอาวรณ์แคนอยู่ พยายามพูดให้ลูกลืม คำหล้าไม่มีทางลืมแคน อีกกี่ปีกี่เดือนเธอก็จะรอเขากลับมา
ooooooo
แคนอยู่กรุงเทพฯ อย่างลำบากแสนเข็ญไปสมัครงานที่คาเฟ่ไหนก็ไม่รับ เขารับแต่นักร้องหญิง แต่พอมีคาเฟ่แห่งหนึ่งถูกใจเสียงร้องของแคน เขากลับไม่มีบัตรประชาชนใช้แนบใบสมัครงานเพราะถูกแท็กซี่ขโมย ผู้จัดการร้านเกรงแคนจะเป็นคนต่างด้าว บอกปัดไม่รับ แคนขอทำงานเป็นบ๋อยก็ไม่ให้ทำ
หมอลำหนุ่มเดินคอตกออกมา เห็นร้านขายไก่ย่างส้มตำมีไก่ตัวโตหน้าตาน่ากินแขวนอยู่ บวกกับหลายวันที่ผ่านมามีเพียงน้ำก๊อกที่ตกถึงท้อง แคนตัดสินใจขโมยไก่ย่างหนี เจ้าของร้านคว้าปังตอไล่ตาม แคนวิ่งหนีสุดชีวิตกอดไก่ไว้แนบอกราวกับเป็นของรัก รีบหลบหลังตึกร้าง กัดแทะไก่อย่างหิวโหย
เจ้าของร้านตามมาทัน แคนจะวิ่งหนีแต่สะดุดก้อนหินล้ม ไก่ย่างตกท่อระบายน้ำดำปี๋ เจ้าของร้านโมโห กระทืบแคนที่ไม่มีแรงจะสู้จนหนำใจแล้วจากไป แคนคลานไปที่ท่อระบายน้ำพยายามควานหาไก่แต่ไม่เจอ นอนตัวงอเอามือกุมท้อง หิวจนไส้แทบขาด
ooooooo
เช้าวันเข้าพรรษา บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ชาวบ้านแต่งกายด้วยผ้าพื้นเมืองเข้าร่วมขบวนแห่เทียนพรรษา ซึ่งเริ่มตั้งแต่หน้าตลาดแถวยาวไล่ไปตามถนนหลายร้อยเมตร หน้าขบวนแห่มีคำแปงและพวกเด็กสาวๆช่วยกันร้องเพลงแห่เทียนพรรษากันอย่างสนุกสนาน
ขบวนแห่มาถึงหน้าบ้านเดือน ครอบครัวเดือนต่างรีบหยิบเครื่องสังฆทานเข้าร่วมขบวน สุดเขตยิ้มทักทายพิณแล้วเข้าไปช่วยเขาแบกเทียนพรรษา...
ขณะเดียวกัน ที่กรุงเทพฯแคนไม่มีอะไรมาถวายพระ ได้แต่มาขอพรและให้ท่านรดน้ำมนต์ให้...
ระหว่างรอพระลงศาลา เพ็งบอกให้เดือนพาสุดเขตไปตักบาตรข้าว เดือนกวาดตามองหาพิณไม่เจอ จำใจพาสุดเขตไปต่อแถวยาวเหยียดของชาวบ้านซึ่งปั้นข้าวเหนียวใส่บาตรที่วางเรียงรายอยู่ข้างโบสถ์ สุดเขตถือขันข้าวให้เดือนปั้นข้าวเหนียวใส่บาตร พิณมองภาพนั้น เจ็บแปลบใจ ตัดสินใจเดินไปชวนทองสาตักบาตรข้าว ทองสายิ้มดีใจ ควงแขนพิณเดินไปเข้าแถว สุดเขตหันมาแซวพิณ
“เขาว่าทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันจะได้เกิดเป็นเนื้อคู่กันอีกในชาติหน้า”
“เราเป็นเนื้อคู่กันแล้วนะจ๊ะทองสา ชาติหน้าเป็นแฟนพี่อีกนะ” พิณทำหวานใส่ทองสา เดือนหึงหน้าหงิก ทองสารู้ตัว ถูกพิณหลอกใช้เป็นเครื่องมือให้เดือนหึงหวง น้อยใจเดินหนี พิณรีบเดินมาง้อ ขอโอกาสให้เขาลองคบหากับเธอ ทองสาไม่เชื่อ พอเดือนกลับกรุงเทพฯ พิณก็คงขอเลิกกับเธอ พิณคว้ามือทองสามากุมไว้ ยืนยันครั้งนี้เขาจริงใจกับเธอจริงๆ เดือนตามมาเห็นพิณจับมือทองสา ปราดเข้ามาต่อว่า
“พี่พิณอยากให้เดือนตัดใจจากพี่ถึงขนาดไปคบกับผู้หญิงที่พี่ไม่ได้รักเชียวหรือ”
“เมื่อกี้พี่พิณบอกว่าอยากลองคบกับฉันย่ะ” ทองสาลอยหน้าลอยตาพูด เดือนหมั่นไส้ไล่ทองสาไปไกลๆ ทองสาเห็นท่าทางเอาเรื่องของเดือนแล้วไม่อยากยุ่งด้วย เดินหน้าบึ้งออกไป
“ใช่...วันนี้พี่ไม่ได้รักทองสา แต่วันหน้าพี่อาจรักก็ได้ เดือน...ในเมื่อเดือนไปมีคู่หมั้นแล้ว เดือนก็ปล่อยให้พี่เปิดรับใครใหม่บ้าง
ตั้งแต่วันที่เดือนไป พี่กินข้าวไม่ลง นอนไม่หลับจมอยู่กับความทุกข์ พอเริ่มทำใจได้บ้าง เดือนก็กลับมาบอกว่ารักพี่ แต่เดี๋ยวเดือนก็จะกลับไปกรุงเทพฯไปอยู่กับคู่หมั้นเดือน ส่วนพี่ก็จมอยู่กับกองน้ำตาเหมือนเดิม ไปคราวนี้เดือนอย่ากลับมาหาพี่อีกเลย หากยังรักพี่ก็จงไปจากพี่ ทำเพื่อพี่ได้ไหมเดือน”
“เดือนทำให้พี่ทุกข์ขนาดนี้เชียวหรือพี่พิณ...สิ่งเดียวที่เดือนหวังให้พี่พิณได้เสมอมาคือ ความสุข แต่ในเมื่อเดือนเป็นคนทำให้พี่ทุกข์เสียเอง เดือนก็...เดือนก็...จะไปจากพี่จ้ะ” เดือนพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล
“ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่เราจะได้ทำบุญเข้าพรรษาด้วยกัน ยิ้มหน่อยสิเดือน พี่อยากให้วันนี้เป็นความทรงจำดีๆของเรา” พิณน้ำตาคลอเบ้าฝืนยิ้มให้เดือน หญิงสาวยิ้มตอบทั้งน้ำตาเช่นกัน...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน แคนรับน้ำมนต์จากพระแล้วเดินเศร้าสร้อยออกจากกุฏิ มีคนงานก่อสร้างกำลังซ่อมแซมกุฏิข้างๆ อยู่ๆนั่งร้านไม้ไผ่พังครืนลงมาตรงที่แคนเดิน ดีที่เขาหลบทัน คนงานรีบวิ่งมาถามแคนเป็นอะไรหรือเปล่า แคนจำหน้าคนงานคนนี้ได้ เป็นเพื่อนของพ่อเขาเอง ร้องทักว่า “ลุงเถิง”
ลุงเถิงมองอย่างพิจารณาก็จำแคนได้ ถามไถ่ได้ความว่าแคนมาหางานทำเป็นนักร้องแต่ไม่มีใครรับ บ้านก็ไม่มีอยู่ ข้าวก็ไม่มีกิน ลุงเถิงอาสาจะเลี้ยงข้าว แต่ต้องรอให้ซ่อมนั่งร้านเสร็จก่อน แคนรีบเข้าไปช่วย
“หน่วยก้านดีนี่หว่า ทำงานก่อสร้างกับลุงไหม” ลุงเถิง มองแคนอย่างรอคำตอบ
ooooooo
ทำบุญเสร็จ เดือนบอกให้พ่อกับแม่กลับบ้านกับสุดเขตก่อน ส่วนเธอขอไปทำธุระแล้วจะตามไป เพ็งไม่ไว้ใจเกรงเดือนจะไปหาพิณ บอกให้พาสุดเขตไปด้วย เดือนไม่สบายใจนักแต่ไม่อยากมีปัญหากับแม่ จำใจพาสุดเขตไปด้วย ครู่ต่อมา เดือนเอาพวงมาลัยดอกมะลิมาวางไว้ใต้ต้นคูน แล้วกรวดน้ำลงดิน
“อัฐิแฟนของเธอเก็บไว้ตรงนี้หรือ” สุดเขตมองไปรอบบริเวณอย่างแปลกใจ เดือนไม่ตอบ กรวดน้ำต่อ
“พี่พิณ...ฉันขอให้พี่ไปดีมีความสุข ส่วนฉันขอกรวดน้ำคว่ำขันรักกันชาติเดียว”
พิณแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่งได้ยินเต็มสองหูว่าเดือนไม่ขอรักเขาอีกแล้ว เสียใจน้ำตาไหล...
ได้เวลาต้องกลับกรุงเทพฯ เดือนกราบเท้าลาพ่อกับแม่ ขอให้ท่านทั้งสองสบายใจได้ พิณกับเธอไม่มีวันจะหวนกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก เธอจะกลับกรุงเทพฯไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตั้งใจเรียนให้จบ คว้าปริญญามาให้พ่อกับแม่ชื่นใจให้ได้ เพ็งกับบุญปลื้มใจสวมกอดลูกไว้แน่น
“ไปคราวนี้ เดือนคงไปนาน พ่อแม่รักษาสุขภาพนะจ๊ะ”
พิณแอบมองเดือนด้วยความอาลัยรักสุดซึ้ง บุญจับมือเดือนส่งให้สุดเขต ฝากฝังเดือนไว้กับเขา สุดเขตกุมมือหญิงสาวไว้ รับปากจะดูแลเดือนให้ดีที่สุด พิณเห็นแล้วปวดใจ พอรถของสุดเขตแล่นออกไป พิณรีบปั่นจักรยานตาม แต่แรงคนหรือจะสู้รถยนต์คันโก้ได้
ครูหนุ่มหมดทั้งแรงกายแรงใจ ทิ้งจักรยานลงนอนกับพื้นถนน ชีวิตของเขากับหญิงคนรัก คงไม่มีวันกลับมาบรรจบได้อีก พิณนอนนิ่งอย่างนั้นครู่หนึ่ง ค่อยๆยันตัวลุกขึ้น เดินคอตกมาที่ใต้ต้นคูน หยิบพวงมาลัยดอกมะลิที่เดือนวางไว้ขึ้นมา ยกมือไหว้อธิษฐานต่อหน้าต้นคูน
“ขอต้นคูนเป็นพยาน แม้เดือนจะไม่รักฉันอีกแล้ว แต่ฉันขอรักเดือนจนวันตาย ชาติหน้าฉันใดก็ขอให้ฉันได้เจอเดือนอีก...เดือน...พี่รักเดือน” พิณซบหน้ากับพวงมาลัยดอกมะลิของเดือน ร้องไห้อย่างไม่อายใคร...
ค่ำวันเดียวกัน หลังจากส่งเดือนที่บ้านแสวงแล้ว สุดเขตกลับบ้านตัวเองนั่งยังไม่ทันหายเหนื่อย แต่พอรู้จากพ่อกับแม่ของเขา พรุ่งนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของเดือน คิดอยากจะช่วยเดือนให้คลายเศร้าใจเรื่องแฟนที่เพิ่งตาย สุดเขตตีรถจากกรุงเทพฯกลับบ้านเกิดของเดือนที่ต่างจังหวัดอีกครั้ง...
ooooooo










