ตอนที่ 8
เย็นแล้วบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดต่างเริ่มเก็บแผงกัน วันนี้กิมลั้งมาขายปลาคนเดียวเพราะเคี้ยงกับกิมฮวยไปไหว้เจ้า
ขณะกิมลั้งง่วนกับการเก็บของนั่นเอง จาตุรงค์ก็เข้ามาช่วย กิมลั้งถามว่าแม่ไม่มาหรือ จาตุรงค์ตอบอย่างสนิทชิดเชื้อว่า
“พอน้ากิมฮวยกับป๊าไหว้เจ้าเสร็จ พี่ก็พาไปส่งที่บ้านเลย น้ากิมฮวยก็เลยวานให้พี่มาช่วยน้องกิมลั้งเก็บแผงนี่ล่ะจ้ะ”
กิมลั้งอึดอัดใจบอกเขาว่าไม่เป็นไรตนก็เก็บเองได้ แต่พอเหลือบเห็นต๋องกำลังเดินมา เธอก็เปลี่ยนใจเป็นเต็มใจให้จาตุรงค์ช่วย ซ้ำยังแสดงความสนิทสนมให้บาดตาต๋องด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อจาตุรงค์เห็นกิมลั้งท่าทีดีด้วยก็ชวนไปหาอะไรกินกันที่ร้านอาหารเปิด ใหม่ที่ปากซอย เห็นเขาบอกว่าทั้งถูกและอร่อยด้วย กิมลั้งต้องการประชดต๋อง ตอบตกลงทันที จาตุรงค์ดีใจมากรีบช่วยเก็บของจะได้ไปกันไวๆ
ขณะจาตุรงค์สาละวนกับการเก็บของ กิมลั้งก็พยายามจ้องหน้าต๋องเหมือนจงใจจะเย้ย ต๋องได้แต่มองอย่างตัดพ้อ
ระหว่างนั่งกินอาหาร จาตุรงค์เอาอกเอาใจดูแล กิมลั้งเต็มที่ ต๋องไปนั่งอยู่อีกมุมหนึ่งเห็นทั้งสองกินอาหารกันอย่างมีความสุขก็ลุกเดินออกไปอย่างเศร้าใจ
ที่อีกมุมหนึ่ง กิมแชนั่งดูทั้งสองอย่างเจ็บปวดจนทนดูต่อไปไม่ได้ วางเงินค่าอาหารที่โต๊ะ แล้วลุกเดินน้ำตาท่วมออกไป
เพราะต่างก็ออกจากร้านมาด้วยหัวใจที่บอบช้ำ เลยเดินชนกัน พอรู้ว่าใครเป็นใคร ต๋องก็ทักกิมแชว่า
“ร้องไห้ทำไม...” กิมแชหันมองไปที่จาตุรงค์กับกิมลั้ง ต๋องพึมพำว่า “อย่าบอกนะว่าเป็นเพราะ...”
ถูกทายแทงใจดำ กิมแชน้ำตาร่วงพรู จนต๋องต้องพาไปนั่งคุยกันที่สวนสาธารณะแถวนั้น กิมแชกลับพูดเป็นว่า
“ไม่มีอะไรหรอก กิมแชแค่สงสารที่ความรักของพี่ต๋องกับเจ้น่ะมีอุปสรรคมากมายเหลือเกิน ทำไมความรักถึงทำให้เราทุกข์ใจได้ขนาดนี้นะ”
ต๋องบอกว่า บางทีตอนนี้กิมลั้งอาจจะกำลังมีความสุขก็ได้ กิมลั้งอาจจะคิดว่าตนไม่รักแล้วถึงไปเริ่มต้นกับคนอื่น
“ไม่ได้นะ...เจ้จะมาเริ่มต้นใหม่กับพี่รงค์ไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเจ้มีปัญหาเจ้ก็ต้องเคลียร์กับพี่ซิ คนอื่นจะได้ไม่เดือดร้อน เพราะถูกแย่งคนรักไปแบบนี้ ไม่งั้นก็จะมีคนเสียใจไม่จบไม่สิ้น”
ฟังแล้วต๋องถามอย่างแปลกใจว่ากิมแชหมายถึงอะไร ใครแย่งคนรักใคร กิมแชอึกอัก ทำให้ต๋องยิ่งสงสัยถามตรงๆว่า
“กิมแชกลัวว่ากิมลั้งจะรักกับจาตุรงค์ใช่ไหม” กิมแชหลบตาย้อนถามว่าแล้วเขาไม่กลัวหรือ ต๋องตอบทันทีว่า “พี่กลัวเพราะพี่รักกิมลั้ง แต่กิมแชกลัวเพราะกิมแชรักจาตุรงค์...ตกลงว่าใช่ไหม”
“ใช่ก็ได้” กิมแชถูกต้อนจนมุมตอบไปไม่เต็มปากเต็มเสียง แต่แล้วก็ถามลนๆว่า “แล้วมันผิดมากไหมถ้ากิมแชจะรักพี่รงค์ เมื่อก่อนเจ้ก็ไม่ได้มีทีท่าจะสนใจเขานี่ กิมแชไม่ได้ไปแย่งพี่รงค์มาจากเจ้สักหน่อย”
ต๋องบอกว่า ตนไม่ได้คิดเลยว่ากิมแชผิดที่ไปชอบจาตุรงค์ แต่กิมแชก็ยังรู้สึกผิดเพราะตนไปชอบคนที่แม่อยากให้แต่งงานกับกิมลั้ง
“แต่ถ้าเจ้ของกิมแชเปลี่ยนใจไปชอบจาตุรงค์จริงๆ สิ่งที่พี่กับกิมแชรู้สึกมันอาจจะกลายเป็นเรื่องที่ผิดขึ้นมาก็ได้”
“พี่ต๋องก็ต้องไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นสิ”
“มันไม่ได้อยู่ที่พี่คนเดียวหรอก แล้วที่สำคัญ... กิมลั้งคงไม่ยอมฟังคำพูดพี่อีกแล้ว ตอนนี้มีทางเดียวก็คือ...รอให้ความจริงทุกอย่างมันเปิดเผยเอง...” ต๋องพูดอย่างครุ่นคิด กังวล
ooooooo
ที่บ้านพักบนเกาะ คืนนี้ ณดาแอบแหวกม่านหน้าต่างมองออกไป เห็นคนงานสองคนยืนตบยุงเฝ้าอยู่หน้าบ้าน เธอมองไปที่สเตอริโอที่วางอยู่อย่างครุ่นคิด ลุกไปเปิดสเตอริโอเสียงดัง จนคนงานสองคนนั้นมอง แต่เมื่อเห็นไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรและไฟในห้องพักก็ดับจึงไม่สนใจ
ณดาหยิบห่อผ้าที่เตรียมไว้ปีนออกทางหน้าต่าง ไปเจอกิ่งไม้ลักษณะเหมือนไม้สามง่าม จึงหักจากลำต้น พึมพำอย่างมั่นใจ “ไม่รู้จักเนตรนารีเก่าซะแล้ว” จากนั้นเอาห่อผ้าสอดกับกิ่งไม้แบกย่องออกไป
เดินออกไปถึงใต้เงาไม้ใหญ่ก็แหงนมองท้องฟ้าหาดาวเหนือ ดาวใต้ หาไม่เจอเลยนั่งพักเอาแรงก่อน แกะห่อผ้าที่เอามาในนั้นมีมีดปอกผลไม้ ผลไม้ น้ำ ห่อข้าวในใบตอง ไม้ขีด และตะเกียงเล็กๆ
รู้สึกหิวจึงใช้มือเปิบข้าว แต่ไม่ทันกินก็ถูกมือหนึ่งมาคว้าห่อข้าวไป ศักดิ์ชายนั่นเอง เขาถามดุๆว่า
“นี่คุณกำลังคิดว่าเข้าค่ายอยู่รึไง หมดเวลาสนุกแล้ว กลับบ้าน”
ณดาไม่ยอมกลับ เขาถามว่าคิดว่าตัวเองจะหนีไปจากเกาะใหญ่ๆกลางทะเลแบบนี้ได้หรือ ขู่ว่าถ้าไม่ยอมกลับเธอได้ตายเพราะสัตว์ร้ายในป่านี้แน่
“คุณมันก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ร้ายในป่านี้หรอก ให้ฉันตายเพราะสัตว์แถวนี้ ฉันก็ยังรู้สึกมีเกียรติกว่าตายเพราะคนอย่างคุณ”
พริบตานั้น ศักดิ์ชายจับณดาเหวี่ยงออกไปอย่างแรง เธอเจ็บมาก หันมองเขาอย่างโกรธจัด แต่แล้วก็กลายเป็นตกใจเมื่อเห็นงูเห่าตัวเขื่องแผ่แม่เบี้ยพุ่งเข้าฉกเขาที่ขา เขาร้องอย่างเจ็บปวดแล้วล้มลงกุมเท้า
“คุณ...เป็นไงบ้าง” ณดาวิ่งเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง เหลือบเห็นกุญแจเรือในกระเป๋าเสื้อของเขา ความคิดแว่บหนึ่งเกิดขึ้น เธอคว้ากุญแจจากกระเป๋าเขาวิ่งออกไป ศักดิ์ชายมองตาม แล้วหลับตาลงอย่างผิดหวัง
แต่พอเขาลืมตาขึ้นอีกครั้งก็ตะลึง เมื่อเห็นณดา
ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้ารู้สึกผิด เธอนั่งลงข้างๆเขาพยายามฉีกผ้าที่ห่อของแต่ผ้าหนาฉีกไม่ขาด จึงเปลี่ยนเป็นฉีกชายเสื้อตัวเองจนขาดรอบตัว แล้วรีบรัดผ้าเหนือแผลที่ถูกงูกัดอย่างรวดเร็ว
“อย่าขยับตัวมาก เดี๋ยวพิษกระจาย” เธอร้องบอกอย่างเป็นห่วง แล้วลุกไปหักกิ่งไม้มาขันชะเนาะ ปลอบใจเขาว่า “อดทนหน่อยนะ” แล้วก็วิ่งไปยืนป้องปากตะโกน “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...คุณชายโดนงูกัดช่วยด้วยค่ะ”
ศักดิ์ชายได้รับการดูแล ได้ยินคำปลอบใจและเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือของเธอแล้ว เขายิ้มออกมาเพลียๆ แล้วทำท่าจะหลับตานอน ณดาตกใจ บอกอย่างเป็นห่วงมากว่า
“อย่าหลับนะคุณ...อย่าหลับ” แล้วหันไปตะโกนสุดเสียง “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...”
ศักดิ์ชายถูกนำตัวกลับมานอนหน้าซีดเซียวที่บ้านพัก เมื่อลืมตาขึ้นเห็นณดานั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ มือเธอยังกุมมือเขาอยู่ ศักดิ์ชายยิ้มออกมา มองหน้าเธอด้วยแววตาอ่อนโยน ณดารู้ตัวดึงมือตัวเองออก ถามเขินๆว่า
“ตื่นนานแล้วเหรอคะ คุณเป็นยังไงบ้าง เพื่อนคุณเขาช่วยกันบดสมุนไพรกรอกปากคุณกันใหญ่ ฉันนึกว่าคุณจะสำลักตายก่อนเพราะพิษงูเสียแล้ว”
ศักดิ์ชายบอกว่ายังรู้สึกมีไข้นิดๆ เขาเพิ่งนึกได้ว่าพวกที่อยู่เกาะนี้เก่งเรื่องสมุนไพร เขาขอบคุณเธอที่เมื่อคืนไม่ทิ้งกัน ณดาบอกว่าเขาทำไม่ดีกับตนไว้มาก ที่ตนช่วยเขาจากงูกัด ก็เป็นอันว่าเจ๊ากันไป
ณดายังคิดจะหนีไปจากเกาะ ถูกศักดิ์ชายขู่ว่า ถ้าคิดว่าจะขับเรือที่น้ำมันหมดไปได้ก็ตามใจ ทำให้ณดาชะงักหันกลับมา เขามองเธอด้วยสายตาโลมเลียชมว่า ใส่เสื้อขาดๆแล้วก็ดูเซ็กซี่ดี ณดาขว้างกุญแจเรือใส่ด่าเคืองๆงอนๆ ก่อนเดินออกไป
“ไอ้ลามก!”
ooooooo
หลังจากติดต่อศักดิ์ชายได้ และลูกชายให้ดำเนินตามแผนที่ตนวางไว้ต่อไปแล้ว ชายศักดิ์ก็แปลงโฉมในคราบบังเว้ยเฮ้ยไปเก็บหนี้ที่ตลาดร่วมใจเกื้อพร้อมลูกน้องสี่ห้าคน
ที่ร้านกาแฟอาโก คิตตี้ ป้าพิณ และชมพู่กำลังวิพากษ์วิจารณ์ถึงการหายตัวไปของณดาอย่างเจาะลึกอยู่นั้น จู่ๆเครือฟ้าก็วิ่งหน้าตื่นมาบอกพรรคพวกว่า บังเว้ยเฮ้ยมาเก็บหนี้แล้ว ทำเอาวงแตก คิตตี้กับชมพู่ยังไม่มีเงินส่งเลยเปิดอ้าวกันไป ส่วนคนอื่นๆก็แยกย้ายกันไปทางใครทางมัน
บังเว้ยเฮ้ยเดินไปเก็บเงินจากแม่ค้าถึงหน้าแผงในตลาด บางคนไม่ทันตั้งสติถึงกับหน้าซีด หลบก็หลบไม่ทันจำต้องเทกระเป๋าให้ไป บางคนเอาเงินเหน็บไว้ที่ร่องอก บังเว้ยเฮ้ยเห็นก็ยื่นนิ้วเข้าไปคีบออกมา
ป้าพิณบริหารเงินดีจึงมีเงินจ่าย บังเว้ยเฮ้ยรับเงินยิ้มให้อย่างพอใจ ทวีกับเครือฟ้าหลบไม่ทันทำทียกหนังสือพิมพ์อ่านบังหน้าไว้ แต่บังเว้ยเฮ้ยเห็นแค่หัวแม่เท้าก็รู้แล้วว่าเป็นใคร เลยแกล้งจุดไฟเผาหนังสือพิมพ์ ทำเอาสองสาวหนีไม่พ้น จำต้องเทกระเป๋าจ่ายให้บังไปตามระเบียบ
คิตตี้กับชมพู่เห็นทีอยู่แถวนี้คงไม่รอดแน่ เลยพากันวิ่งอ้าวออกไป แต่ไม่รอดสายตาบังที่หันเห็นหลังทั้งสองไวๆเลยให้ลูกน้องไล่ตามไป
ooooooo
ต๋องยังใจจดจ่ออยู่กับกิมลั้ง ขายผักไปก็ชะเง้อมองทางแผงปลาไป เห็นกิมลั้งพูดอะไรกับกิมฮวยสองสามคำแล้วลุกจากแผง ต๋องรีบตาม
พอตามไปทัน ต๋องร้องเรียกกิมลั้ง เธอชะงักหันมองถามเสียงขุ่นว่า
“ตกลงว่าเธอไม่เข้าใจที่ฉันพูดจริงๆใช่ไหม”
“เอาอย่างนี้นะกิมลั้ง ขอให้การคุยครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ถ้าเธอฟังฉันแล้วเธอยังยืนยันคำเดิม ฉันสัญญาว่าจะไม่ไปยุ่งไปข้องเกี่ยวอะไรกับชีวิตเธออีก”
“งั้นเธอก็เลิกยุ่งกับฉันตั้งแต่ตอนนี้เลยก็แล้วกัน ฉันไม่อยากเสียเวลา” กิมลั้งตัดเยื่อไม่เหลือใยแล้วเดินไปเลย ต๋องรีบตามฉุดมือเธอไว้ พูดเสียงเว้าวอน
“เดี๋ยวซิ...กิมลั้ง...” ถูกกิมลั้งสั่งให้ปล่อย “ไม่ปล่อย...จนกว่าเธอจะบอกฉันว่าเธอแน่ใจแล้วหรือกับสิ่งที่พยายามจะทำกับจาตุรงค์ เธอจะโกรธเกลียดฉัน ฉันไม่ว่า แต่อย่าทำอะไรโง่ๆ เพราะต้องการประชดฉัน เพราะมันจะทำให้เธอไม่มีความสุขไปทั้งชีวิต”
กิมลั้งจ้องหน้าพูดอย่างเจ็บปวดว่า “เรื่องโง่ๆกว่านั้นฉันก็เคยหลงทำมาแล้ว แล้วจะต้องกลัวอะไรอีก ปล่อย!!” สิ้นเสียง กิมลั้งกระทืบที่เท้าต๋องจนเขาปล่อยมือเธอ กิมลั้งวิ่งอ้าวไป ต๋องยังไม่ยอมแพ้วิ่งไล่ตามไป...
คิตตี้กับชมพู่กำลังวิ่งหนีลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยสุดชีวิต ทิ้งห่างจนคิดว่าหนีพ้นแล้ว แต่พอเลี้ยวไปก็เจอบังกับลูกน้องมาดักหน้าอย่างจัง บังสั่งลูกน้องให้จับตัวไป ลูกน้องบังเอาปืนจ่อ พอคิตตี้กับชมพู่เห็นปืนก็เป็นลมหมดสติทรุดฮวบกับพื้น ลูกน้องบังเข้าไปจับสองคนขึ้นพาดบ่าแบกไปอย่างง่ายดาย
ต๋องเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด กิมลั้งตกใจถามว่า “เราจะทำยังไงดีต๋อง”
“ตอนนี้คงทำได้แค่ตาม” พูดแล้วทั้งสองก็ย่องตามไป จนกระทั่งเห็นพวกบังพาคิตตี้กับชมพู่ขึ้นรถตู้ ต๋องจะตามโชคดีเจออี๊ด มอเตอร์ไซค์รับจ้างแถวตลาดผ่านมา ต๋องเลยขอยืมรถไปใช้ก่อน กิมลั้งจะตามไปด้วย ต๋องไม่ให้ไปเพราะอันตราย
“ไม่...ถ้าเธอไป ฉันก็ไป” กิมลั้งยื่นคำขาดแล้วเร่ง “รีบไปเถอะ เดี๋ยวไม่ทันกันพอดี” ว่าแล้วกระโดดซ้อนท้ายรถทันที
ooooooo
ด่าศักดิ์ชายแล้วณดาเดินหนีไปที่ชายหาด
ครู่หนึ่งศักดิ์ชายตามมาถามลูกน้องว่าณดาอยู่ไหน ลูกน้องบอกว่ากำลังกวาดใบไม้อยู่ เห็นบ่นว่านั่งๆนอนๆไม่รู้จะทำอะไร
ศักดิ์ชายตามไปเจอเธอกวาดใบไม้กิ่งไม้ไปกองรวมๆไว้ เขามองออกรู้ทัน เดินสำรวจเห็นกิ่งไม้วางเรียงๆไว้ที่ชายหาด ถามว่า “นี่อะไร?!”
ณดาบอกว่ากวาดไปกองไว้เดี๋ยวจะเผา เขาดักคอว่า กองไว้เป็นคำว่า HELP เนี่ยนะ ณดาตะแบงแก้เกี้ยวว่า ตอนนี้ตนกำลังช่วยงานเขาอยู่ก็เลยเอาไปเรียงคำว่า HELP แล้วมันผิดตรงไหน
“นี่คุณคิดว่าผมกินหญ้าแทนข้าวรึไง ทั้งจุดไฟ ทั้งเรียงตัวหนังสือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลืออย่างนี้ แต่ขอโทษนะ คุณคิดเหรอว่าจะมีใครหลงมาเห็น เกาะนี้น่ะมันจุดอับ ไม่มีเรือหรือเครื่องบินที่ไหนคิดผ่านมาหรอก ตั้งแต่มาอยู่ หมาสักตัว คุณเคยเห็นไหมล่ะ”
ณดาตอบหน้าตาเฉยว่า ก็เห็นตัวหนึ่งยืนอยู่แถวนี้ไง ศักดิ์ชายรู้ว่าถูกด่า คว้าตัวเธอเข้าไปขู่ว่า
“ด่าผมเป็นหมา คุณนี่มันมากขึ้นทุกวันแล้วนะ งั้นก็อยู่ที่นี่ต่อไปจนกว่าจะหายนิสัยเสีย ถ้าไม่หายก็อยู่มันไปตลอดชีวิต เพราะคุณไม่มีทางหนีผมไปไหนได้หรอก”
“ถ้าฉันหนีไม่ได้ ก็ตายมันไปเดี๋ยวนี้เลยก็แล้วกัน” ณดาทิ้งไม้กวาดเดินลิ่วๆ ลงทะเลไปเลย ศักดิ์ชายนึกว่าเธอขู่เลยเย้ยว่า อยากตายก็ไปเลย
แต่พอเห็นณดาเดินไปไม่หยุด เขาเริ่มใจไม่ดี ตะโกนเรียก เธอก็ยังเดินลุยลงทะเลจนจมหายไป
“คุณณดา...” ศักดิ์ชายตะโกนสุดเสียงแล้ววิ่งลงทะเลตามไป เขามองหา ดำหา ใจก็ภาวนาขอเธออย่าเป็นอะไรเลย
ศักดิ์ชายดำลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายเห็นร่างไร้สติของเธอลอยอยู่ใต้นํ้า เขาโผเข้าไปอุ้มพาเธอขึ้นไปวางที่ชายหาด พยายามผายปอดอยู่หลายครั้ง เธอก็ยังไม่ฟื้น เขาทุ่มสุดแรงผายปอดให้เธอชุดใหญ่ เธอจึงสำลักนํ้าออกมา
ครู่หนึ่ง เมื่อณดาลืมตาขึ้น เขารีบถาม
“ณดา...คุณได้ยินผมไหม...คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ...” ณดาพยายามจะพูดแต่อ่อนล้าจนพูดไม่ไหว ศักดิ์ชายรีบบอก “ไม่เป็นไร ยังไม่ต้องพูด คุณไปพักก่อนแล้วกันนะ” พลางก็อุ้มเธอกลับไปที่บ้านพัก
ooooooo
แผงปลาที่ตลาดร่วมใจเกื้อ กิมฮวยเดินหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่หน้าแผง บ่นว่าไม่รู้กิมลั้งหายไปไหน ป่านนี้ยังไม่มาอีก พยายามโทร.เข้ามือถือก็กลายเป็นว่ากิมลั้งไม่ได้เอาไป ฉุกคิดอะไรมองขวับไปที่แผงขายผักของต๋อง พลันก็คำรามตาวาว
“หรืออีจะแอบไปจู๋จี๋กับไอ้ต๋องอีก...อ๊ายยยยย...นังลูกไม่รักดี” คิดแล้วก็เดินอ้าวออกไปตามหา
ที่บ้านร้างกลางสวน...คิตตี้กับชมพู่ถูกแบกมาวางไว้ ลูกน้องบังเอานํ้าสาดใส่ ครู่หนึ่งก็รู้สึกตัว พอลืมตาเห็นบังเว้ยเฮ้ยยืนหน้าถมึงทึงอยู่ ทั้งสองก็รีบยกมือไหว้ปลกๆ อ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย ถ้าปล่อยไป
ตนยินดีที่จะรับใช้บังทุกอย่าง กระทั่งจะให้ไปขายถั่วขายโรตีก็ยอม
“อีนี่บังเคยบอกแล้วไงว่า บังไม่เคยต้องการอะไร นอกจากให้จ่ายหนี้ตามนัด คิตตี้กับชมพู่ทำแบบนี้เท่ากับว่า คำพูดของบังไม่มีความหมาย ถือว่าไม่ให้เกียรติบัง”
“ไม่ใช่นะคะ เราน่ะให้เกียรติบังเสมอ แล้วก็อยากจะให้ตังค์พอๆกับให้เกียรติ แต่ที่ผ่านมาระบบการเงินเรามันลัดวงจรจริงๆ” คิตตี้ตีหน้าเศร้า ชมพู่ช่วยเสริมว่า
“หมายถึงเงินมันช็อตน่ะค่ะ เราก็เลยจัดการอะไรไม่ได้จริงๆ แต่ถึงเราเป็นนักจัดการที่ไม่ดี แต่เราก็เป็นลูกหนี้ที่ซื่อสัตย์นะคะ” แล้วทั้งสองก็คลานเข้าไปกอดขาบังไว้คนละข้าง
“เอาเถอะ...ถึงบังจะเป็นแขกแต่บังก็ชอบคำสั่งสอนของพุทธศาสนา”
คิตตี้รีบพนมมือท่อง ปานาติปาตาเวระมะณี สิขาปะทังสะมาทิยามิ ทั้งยังแปลเป็นไทยแบบเอาประโยชน์เข้าตัวว่า “พึงละเว้นการฆ่า การเบียดเบียน การทำร้ายร่างกายคนและสัตว์ มีเมตตากรุณา สงสารเห็นอกเห็นใจผู้อื่น” แล้วทั้งคิตตี้และชมพู่ก็ยกมือท่วมหัวร้องพร้อมกัน “สา...ธุ”
“ไม่ใช่...บังชอบที่เขาว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ใครทำอะไรก็ต้องได้อย่างนั้น!”
ทันใดนั้น ลูกน้องสามสี่คนของบังก็วิ่งเข้ามารายงานว่า “จับตัวณเดชน์กับไอ้หมากมาแล้วครับนาย”
บังถามว่าสองคนนั้นติดหนี้เท่าไหร่ ลูกน้องรายงานว่า ณเดชน์ 120 ส่วนหมาก 250 บังฟังตัวเลขแล้วพึมพำ
“ไอ้สองคนนั่นมันติดน้อยกว่านังสองตัวนี่เยอะ งั้นไปจัดการมันก่อนก็แล้วกัน คงใช้เวลาไม่นาน”
แล้วทุกคนก็พากันออกไป ปิดประตูขังชมพู่กับคิตตี้ไว้ในห้อง ทั้งสองมองกันหน้าซีด คุยกันว่าสองคนนั้นติดเงินไม่กี่ร้อยยังโดนขนาดนั้นอย่างเราต้องโดนมันฆ่าแน่ๆ
ทั้งสองพากันไปทุบประตูตะโกน “ปล่อยเราไปเถอะ...อย่าฆ่าเราเลย...”
ครู่เดียวประตูก็เปิดออกอย่างง่ายดาย ทั้งสองเงียบกริบ มองหน้ากันงงๆไม่เห็นใครอยู่แถวนั้นก็พากันวิ่งออกไป
ooooooo
คิตตี้กับชมพู่เดินย่องไปที่บันไดลงไปชั้นล่างผ่านห้องหนึ่งที่ประตูเปิดแง้มๆไว้ ได้ยินเสียงแว่วออกมาจากในห้อง...
“อย่าทำผมเลยครับ...อย่า!” เสียงหมากร้องอย่างหวาดกลัว คิตตี้กับชมพู่จึงแอบดู เห็นชายสองคนถูกมัดอยู่กับเก้าอี้ มีบังและลูกน้องยืนรายล้อมอยู่
“ผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ให้โอกาสเราเถอะนะครับบัง” ณเดชน์อ้อนวอน
“โอกาสน่ะมีไว้ให้เฉพาะคนที่รักษาสัญญาเท่านั้น” เสียงบังเหี้ยมมาก แล้วสั่งลูกน้อง “จัดการมัน!!”
ทันทีที่บังปล่อยผ้าเช็ดหน้าในมือลงพื้น ลูกน้องคนหนึ่งก็ฟันเข้าที่แขนข้างหนึ่งของณเดชน์ และอีกคนก็ฟันที่ขาข้างหนึ่งของหมาก ทั้งสองแผดร้องสุดเสียงด้วยความเจ็บปวด
ชมพู่ตะลึงอึ้งอ้าปากจะร้อง ถูกคิตตี้เอามือปิดปากไว้ อีกมือก็ปิดปากตัวเอง ตาดูหูฟังอย่างหวาดกลัว
“ดีนะที่พวกแกติดไม่กี่ร้อย ไม่งั้นแกได้ตายเหมือนอีสองตัวที่อยู่ข้างบนแน่ ไปเว้ย...ถึงคิวอีอ้วนผอมแล้ว”
คิตตี้กับชมพู่ตาเหลือก พอได้สติก็วิ่งอ้าวออกไปจากบ้าน อึดใจเดียวบังเดินออกมาเห็นหลังสองคนวิ่ง
อยู่ไวๆ บังยิ้มสะใจบอกลูกน้องว่า
“แค่นี้มันก็กลัวกันจนฉี่แตกแล้ว รับรองว่าถ้าพวกในตลาดรู้ข่าวความโหดเหี้ยมของบังเว้ยเฮ้ย มันต้องหนีตายกันหัวซุกหัวซุนแน่” พูดแล้วทั้งบังและลูกน้องก็พากันหัวเราะชอบใจ
แต่พอทั้งหมดหันมองไปข้างหลัง เห็นณเดชน์แขนข้างหนึ่งโชกเลือดมืออีกข้างถือแขนที่ถูกฟันเดินออกมา พร้อมหมากที่เดินเขยกๆขาข้างหนึ่งขาดโชกเลือดเช่นกัน ที่มือถือขาข้างที่ถูกฟันขาด ทุกคนตกใจร้องลั่น
“เฮ้ย...”
“นังสองตัวนั่นมันหนีไปแล้วใช่ไหมครับ พวกผมจะได้ขอเบิกค่าตัวเลย เดี๋ยวจะได้ไปนั่งขอทานต่อ” ณเดชน์ทวง
บังหยิบเงินส่งให้กำชับปิดปากให้สนิทขู่ว่า “ไม่อย่างนั้น ฉันจะให้ไอ้พวกนี้ตามไปฟันแขนขาที่เหลือของแกจริงๆ”
ไม่ต้องห่วงครับเสี่ย เงินน่ะปิดปากพวกผมแน่นเสมอ งั้นพวกผมลานะครับ อ้อ...เกือบลืมไป” หมากนึกได้
ทั้งสอง ส่งแขนขาเทียมที่ถูกฟันเหวอะหวะเลือดแดงฉานคืนให้ บังไม่ทันคิดรับไปแล้วก็ตกใจ โยนใส่ลูกน้องที่ยืนอยู่ร้องลั่น “เฮ้ย...ขนลุก...มันเหมือนของจริงอะไรได้ขนาดนี้วะเนี่ย...” แล้วทำท่าขนลุกขนพอง
ต๋องกับกิมลั้งขี่มอเตอร์ไซค์ของอี๊ดไล่ตามรถตู้ที่อุ้มคิตตี้กับชมพู่ไป แต่พอเข้าสวนก็ต้องทิ้งมอเตอร์ไซค์เดินเข้าไป กิมลั้งเดินอย่างยากลำบากต๋องต้องคอยช่วย จนเห็นท่าไม่ไหวต๋องบอกให้กิมลั้งรอที่นี่ก่อนดีไหม ตนไปจัดการพวกนั้นเอง
กิมลั้งกัดฟันบอกว่าตนยังไหว เดินไปได้อีกครู่เดียวก็เห็นบ้านหลังหนึ่ง ต๋องเชื่อว่าพวกมันต้องเอาคิตตี้กับชมพู่มาไว้ที่บ้านนี้แน่ๆ พากันย่องเข้าไป
ส่วนคิตตี้กับชมพู่พากันหนีออกมาคิดว่าพวกบังไม่รู้ หนีมาจนถึงทางออก เห็นลูกน้องบังคนหนึ่งเฝ้าอยู่ ลูกน้องบังเห็นสองคนวิ่งมาก็แกล้งทำเป็นหลับ
คิตตี้กับชมพู่ดีใจที่เห็นยามหลับ พากันย่องไปตาก็คอยมองลูกน้องบังอย่างระวัง เลยสะดุดก้อนหินล้มลงร้องออกมาไม่รู้ตัว พอร้องแล้วก็หลับตาปี๋เชื่อว่ายามต้องตื่นแล้วแน่ๆ แต่เห็นทุกอย่างเงียบกริบ ค่อยๆลืมตาดู เห็นยามยังหลับคอพับคออ่อนอยู่ แม้จะแปลกใจแต่ก็ไม่รอช้ารีบลุกขึ้นจะหนีต่อ
อารามรีบร้อนหัวเลยชนกันล้มไปชนยามจนตกเก้าอี้ลงไปนอนกับพื้น ทั้งสองคิดว่าคราวนี้ตายแน่ๆ แต่แล้วก็อัศจรรย์ใจเมื่อเห็นยามตกจากเก้าอี้ท่าไหนก็ยังหลับอยู่ท่านั้น ทั้งสองรีบลุกขึ้นมา
“นี่มันหลับหรือมันตายเนี่ย” ชมพู่สงสัย
“มันจะหลับหรือตายก็ช่างเถอะ แต่ถ้าเรายังไม่ไปจากตรงนี้ได้ตายแน่” คิตตี้ลากชมพู่วิ่งออกไปทันที
พอสองคนนี้วิ่งหนีไปแล้ว ยามจึงค่อยๆขยับลุกขึ้นนิ่วหน้าอย่างเจ็บปวด บ่นเซ็งๆ
“กูล่ะเชื่อมึงเล้ย...”
ooooooo
ต๋องกับกิมลั้งมาซุ่มอยู่หน้าบ้านร้าง เห็นบังเว้ยเฮ้ยเดินออกมากับลูกน้องตรงไปที่รถ บังหันไปสั่งลูกน้อง
“ให้ไอ้ดำกลับไปกับฉันคนเดียว พวกแกที่เหลือซ่อนตัวอยู่ที่นี่ก่อน”
“ครับเสี่ย”
ต๋องหันมองหน้ากิมลั้งถามกันงงๆ “ตกลงมันเป็นบังหรือเป็นเสี่ยกันแน่” เห็นรถบังแล่นออกไป ต๋อง
บอกกิ้มลั้งให้ช่วยจำเลขทะเบียนรถไว้ด้วย กิมลั้งท่องทะเบียนรถออกมาดังๆ ต๋องรีบหยิบมือถือขึ้นมากดเรียก 191 แต่จู่ๆก็มีสายแทรกเข้ามา เกิดเสียงดัง
พวกลูกน้องบังหันขวับมาที่เสียงโทรศัพท์ กิมลั้งตกใจ ต๋องคว้ามือเธอพาวิ่งออกไป ทำโทรศัพท์หล่นจะหันมาเก็บก็ไม่ทัน จึงทิ้งไป
“ใครวะ...หยุดเดี๋ยวนี้นะ” ลูกน้องบังตะโกนขู่
โทรศัพท์ของต๋องที่หล่น ยังมีเสียงเรียกสายไม่หยุด...
ที่แท้เป็นสายจากกิมฮวย เมื่อกิมลั้งไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปจึงเปลี่ยนมาโทร.เข้ามือถือของต๋องก็ยังไม่มีคนรับสายอีก เลยหันไปคาดคั้นเอากับเลื่อนและรักเร่ที่มาดูแผงผักให้ต๋องว่า ต๋องต้องนัดกิมลั้งไปเจอกันข้างนอกแน่ๆ
เลื่อนกับรักเร่เองก็ไม่รู้ พยายามชี้แจงแต่กิมฮวยฟังไม่เข้าหู จนกระทั่งอี๊ดเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ที่ต๋องยืมไป มาถามเลื่อนกับรักเร่ว่า ต๋องกลับมาหรือยัง เลื่อนบอกว่ายังมีอะไรหรือเปล่า
“อ๋อ...เขายืมมอเตอร์ไซค์ข้าไปน่ะ ก็นึกว่ากลับมาแล้ว”
กิมฮวยหูผึ่ง พุ่งมาถามอี๊ดว่าต๋องยืมรถไปไหน ไปนานหรือยัง ไปกับใคร อี๊ดนิ่งนึกอึดใจจึงเล่าว่า ต๋องเอามอเตอร์ไซค์ของตนไปตอนสาย ส่วนไปกับใคร อี๊ดมองหน้าเลื่อนกับรักเร่เชิงขอความเห็น กิมฮวยแทบจะมาเค้นคอถามว่า
“ตกลงมันไปกับอากิมลั้งใช่ไหม...ใช่รึเปล่า”
“ชะ...ใช่จ้ะ...” อี๊ดทนแรงกดดันไม่ไหวโพล่งออกไป
“อ๊าย...ลองดีกับอั๊วใช่ไหมไอ้ต๋อง วันนี้อั๊วเอาตำรวจไปลากคอลื้อเข้าซังเตแน่”
อี๊ดหน้าเสียหันไปบอกเลื่อนกับรักเร่หน้าจ๋อยๆว่า “มึงก็รู้...กูโดนบีบคั้น...”
ooooooo
ต๋องพากิมลั้งวิ่งไป ถูกลูกน้องบังไล่ตามจนเจอ ต๋องยังพากิมลั้งวิ่งหนีเจอร่องน้ำก็บอกให้กระโดด กิมลั้งกระโดดพลาดทำให้ขาแพลง เธอเจ็บมากจนไปต่อไม่ได้ บอกต๋องให้รีบหนีไปก่อน เพราะถ้าเขารอดก็ยังพาคนมาช่วยตนได้
ต๋องลังเล กิมลั้งบอกว่าถ้าเขาอยากให้ตนรอดก็รีบไปก่อนที่จะไม่ทัน ต๋องจึงตัดสินใจวิ่งไป บอกว่าแล้วจะรีบมาช่วย
ลูกน้องบังส่วนหนึ่งไล่ตามต๋องไป อีกส่วนหนึ่งก็มาลากกิมลั้งขึ้นจากน้ำอย่างไม่ปรานีปราศรัย มิไยว่าเธอจะร้องว่าเจ็บสักแค่ไหน
“ปล่อยผู้หญิงเดี๋ยวนี้!” ต๋องย้อนกลับมาตะคอกใส่ พวกมันหันมองแล้วยกปืนเล็งทันที ต๋องยกมือยอมแพ้อย่างไม่ลังเล แต่ตามองกิมลั้งอย่างเป็นห่วง ส่วนกิมลั้ง
มองต๋องอย่างผิดหวังว่า...ไม่น่ากลับมาเลย...
ลูกน้องชายศักดิ์ส่งรูปมาให้ดู พอเห็นหน้าต๋องจากโทรศัพท์มือถือ ชายศักดิ์กัดฟันกรอดพึมพำว่า ไอ้ต๋องจริงๆด้วย ลูกน้องถามว่าจะให้จัดการสองคนนี้อย่างไร
“จับมันไว้ก่อน อย่าให้หนีได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะเข้าไปจัดการมันอีกที อ้อ...อย่าเผลอทำอะไรโง่ๆให้มันจับได้ล่ะว่าฉันคือบังเว้ยเฮ้ย”
ลูกน้องรับปากแข็งขัน พอวางสายจากเจ้านาย พวกที่ยืนรอลุ้นอยู่ก็ชวนไปสังสรรค์กันอย่างกระหาย คว้าขวดเหล้าโชว์กันหัวเราะร่า
ฝ่ายชายศักดิ์คิดไม่ออกว่าจะจัดการกับต๋อง
อย่างไรดี รัศมีเสนอให้จัดการเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว เสี่ยกลัวเรื่องจะสาวมาถึงตัวบอกรัศมีว่า ชีวิตเรามีค่าไม่ควรเอาไปแลกกับพวกนั้น แต่ก็ยังไม่รู้จะทำอย่างไร คืนนี้คิดอีกคืนพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน
ooooooo
พรรคพวกของคิตตี้และชมพู่ที่ตลาดต่างพากันเป็นห่วงสองคนที่หายเงียบไป โทร.ก็ไม่รับสาย เครือฟ้า คาดว่าสองคนนี้ต้องหนีหนี้บังเว้ยเฮ้ยแน่ๆ เลยไม่กล้ารับโทรศัพท์ของใครเลย
ป้าพิณที่นั่งฟังอยู่นานยกมือท่วมหัวภาวนา “เจ้าประคู้ณ...ขอให้เป็นอย่างที่เอ็งว่าเทอะ...อย่าให้เป็นอย่างที่ข้าคิดเลย”
อาโกถามว่าคิดอะไร ป้าพิณไม่ทันบอก คิตตี้กับชมพู่ก็โผล่มาในสภาพทรุดโทรมสุดๆ พอเข้าร้านก็รีบบอกอาโกให้ปิดร้านเร็วๆ เดี๋ยวพวกบังมาเห็นเข้า
เมื่อคิดว่าปลอดภัยแล้ว คิตตี้กับชมพู่ก็เล่าเรื่องที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดให้เพื่อนๆฟัง ชมพู่ย้ำว่า บังเว้ยเฮ้ย โหดร้ายกว่าที่เราคิดมาก คิตตี้พูดอย่างหวาดผวาว่าป่านนี้พวกมันคงตามหาตนสองคนให้ควั่กไปแล้ว บอกพรรคพวกว่า
“ที่มานี่ก็เพราะฉันจะมาเตือนทุกคนไว้ ถ้างวดหน้าคิดว่าไม่มีเงินใช้หนี้บังมันละก็ให้รีบหายตัวไปจากตลาดให้เร็วที่สุด”
“เอ็งก็พูดง่าย แล้วจะให้พวกข้าหนีกันไปที่ไหน ที่ทำมาหากินก็อยู่นี่” คำมูลถาม
“แต่ถ้าไม่หนี พี่ก็จะไม่มีโอกาสทำมาหากินไปตลอดชีวิต เพราะจะโดนพวกมันลากไปฆ่าเหมือนฉันสองคนแน่”
เครือฟ้าถามว่าแล้วจะให้หนีไปไหน คิตตี้ให้หนีไปให้พ้นจากแถวนี้ก่อน ว่าแล้วก็ตัดบทว่า
“เอาล่ะ...ฉันคงช่วยทุกคนได้แค่นี้...ที่เหลือก็ตัวใครตัวมันละกัน” แล้วทั้งคิตตี้กับชมพู่ก็พรวดพราดออกไปเลย ทิ้งให้พรรคพวกที่เหลือมองหน้ากันอย่างหนักใจว่าจะเอายังไงกันดี!?
ooooooo
กิมฮวยไม่เป็นอันกินอันนอน เมื่อตามหากิมลั้งไม่เจอจึงไปหาจะเด็ดให้นั่งทางในดูว่าลูกสาวตนอยู่ไหน
จะเด็ดนั่งทางในหน้าเครียด เต็กไฮ้ถามว่าเห็นไหมว่า กิมลั้งกับต๋องอยู่ไหน จะเด็ดทำเป็นเพ่งแล้วบ่นว่า “ที่นั่นมันมืดมาก ขมุกขมัวเหมือนมีม่านอะไรบังอยู่”
กิมฮวยกำลังเสียศูนย์ โวยวายว่าต๋องพากิมลั้งเข้าม่านรูดหรือ จนเคี้ยงต้องเตือนให้ตั้งสติหน่อย คิดได้ยังไงว่าลูกสาวเราจะทำอะไรแบบนั้น
กิมฮวยโต้ว่าถึงกิมลั้งไม่ทำต๋องก็ทำ จาตุรงค์ทนฟังไม่ได้เอามือจับที่หัวใจทำท่าเหมือนจะตาย
“ฉันว่าเราอย่าเพิ่งตีโพยตีพายกันไปก่อนเลยนะ อาจจะไม่มีอะไรเลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้” ลักษณ์ปลอบลูกชาย
กิมฮวยฟูมฟายว่าป่านนี้ลูกสาวตนจะถูกทำปู้ยี่ปู้ยำยังไงบ้างก็ไม่รู้ ตำรวจก็ไม่มีข่าวเลย พูดแล้วร้องไห้โฮๆจนเคี้ยงต้องคอยปลอบ
ooooooo
ณดาไข้ขึ้นสูงจนเพ้อ เธอหนาวจนศักดิ์ชายกอดเธอไว้ให้ความอบอุ่น แต่พอเธอรู้สึกตัวขึ้นมาก็โวยวายว่าทำอะไรตนอีกแล้วใช่ไหม
ศักดิ์ชายบอกว่าเธอเองนั่นแหละที่มาซุกตน ครางตลอดเวลาว่าหนาว ไข้ขึ้นจนเพ้ออะไรออกมาบ้างไม่รู้ตัวเลยใช่ไหม พูดแล้วบ่น “ไอ้เราก็อุตส่าห์ช่วยให้ความอบอุ่น รู้งี้ปล่อยให้จมนํ้าตายสมใจอยากก็ดี”
ณดาสวนไปทันทีว่าใครบอกว่าตนอยากตาย ศักดิ์ชายหาว่าเธอเดินลุยลงทะเลประชดตน ณดายิ้มเหยียดย้อนเย้ยว่า
“สำคัญตัวผิดแล้ว ฉันไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตายจริงๆ ซะหน่อย ตอนนั้นตะคริวมันกินก็เลยผิดแผน ฉันไม่โง่พอที่จะเอาชีวิตไปแลกกับคนไม่มีค่าอย่างคุณหรอก”
ศักดิ์ชายของขึ้นคว้าแขนเธอดึงไปจ้องหน้าพูดด้วยความโกรธว่า “ใครมันจะไปมีค่าสู้ไอ้ต๋องของคุณล่ะ ถึงได้ระริกระรี้อยากเป็นเมียมันนัก ทั้งๆ ที่มันไม่ได้รักคุณเลย หน้าไม่อาย!”
ณดาสะบัดมืออย่างแรง พูดอย่างอวดดีว่า “สำหรับฉัน ความรักน่ะสร้างเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าเจอผู้ชายดีๆอย่างคุณต๋องก็ต้องรีบคว้าไว้ จะได้ไม่ตกกระไดพลอยโจนไปกับผู้ชายเลวๆ”
“ไม่ใช่ไอ้ผู้ชายเลวๆคนนี้เหรอที่ช่วยชีวิตคุณไว้สองครั้งสองคราเพื่อให้คุณมายืนด่าฉอดๆ แบบนี้ แค่คำขอบใจสักคำยังไม่เคยมี”
“จะให้ฉันขอบใจไอ้คนใจทรามที่เคยข่มเหง
ยํ่ายีฉันงั้นเหรอ” ณดาแหวใส่อย่างเจ็บใจ
“ผมไม่เคยทำอะไรคุณทั้งนั้นเข้าใจไหม” ศักดิ์ชายโกรธจนลืมตัว พลั้งปากออกไป แต่วันนี้ณดากลับไม่เชื่อ ด่าเขาว่าเห็นทุกทีมาอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าข้าวเจ้าของตน แต่พอจนมุมก็บอกว่าไม่ได้ทำชั่ว
ศักดิ์ชายอ้างว่าตนชั่วเพราะเธอยัดเยียดให้ เล่าความจริงว่า “ที่คอนโดฯวันนั้น...แค่คุณเห็นร่างกายตัวเองล่อนจ้อน เพราะแม่บ้านถอดเสื้อผ้าให้ คุณก็รีบตราหน้าว่าเป็นผลงานความชั่วช้าของผมแล้ว ทั้งๆ ที่คืนนั้นผมไม่ได้อยู่ร่วมห้องกับคุณเลยทั้งคืน”
“แล้วทำไมวันนั้นคุณไม่ปฏิเสธ”
“ก็เพราะมันอาจจะเป็นโอกาสเดียวที่ทำให้คนอย่างคุณหันมามองคนไม่มีค่าอย่างผมบ้างยังไงล่ะ แต่มันก็เป็นข้อต่อรองโง่ๆที่ผมเอามาใช้หลอกตัวเองไปวันๆ แล้วผมก็คิดผิด เพราะจนวันนี้คุณก็ไม่เคยเห็นผมในสายตา...ผมยอมรับว่าผมมันไม่ใช่คนดีอะไร แต่คุณรู้ไหมว่าทำไมคนเลวๆอย่างผมถึงทำอะไรที่ไม่เคยทำให้ผู้หญิงคนไหนเท่ากับที่ทำให้คุณ”
“ทำไม...”ณดาเริ่มใจสั่นหวั่นไหว แต่ศักดิ์ชายกลับบอกว่าช่างมันเถอะแล้วเดินจากไปหงอยๆ
ความรู้สึกที่เจ็บปวด สับสน ต่อสู้กันในความคิดของศักดิ์ชายอย่างหนัก ทำให้เขาหลบหน้าไปนั่งดื่มที่ริมหาดอย่างเงียบเหงาในคํ่าคืนนี้ พยายามไล่ความรู้สึกที่รบกวนตัวเอง บอกตัวเองว่าจะไม่มีทางรู้สึกอะไรแบบนั้นกับเธอเด็ดขาด...
ณดาตามไปเจอ เธอดึงแก้วเหล้าจากมือเขา จะดื่มให้ตายรึไง ศักดิ์ชายประชดว่าถ้าตนตายคนที่ดีใจที่สุดคงจะเป็นเธอใช่ไหม
“ฉันจะดีใจได้ไง...ถ้าคุณตายไปแล้วใครจะพาฉันกลับบ้าน” ถูกเขาตัดพ้อว่าเธอก็ห่วงอยู่แต่เรื่องเดียวนี่แหละ ณดาเปลี่ยนเสียงรื้อฟื้นเรื่องเก่าขึ้นมาถามอีกว่า “ยังจะมีหน้ามาพูด ตกลงว่าคุณไม่ได้สำนึกเลยใช่ไหมว่า ทำอะไรกับฉันไว้”
“คุณคงเกลียด คงขยะแขยงผมเต็มทนแล้วซินะ
ถ้าคนที่อยู่ตรงนี้เป็นไอ้ต๋องไม่ใช่ผม คุณคงอยากอยู่ที่นี่กับมันไปตลอดชีวิต ผู้ชายอย่างมันดีเลิศเลออะไรนักหนา คุณถึงได้หลงใหลได้ปลื้มนัก”
“คุณมันก็คิดได้แค่ว่า วันๆฉันคอยแต่ไล่ตามจับผู้ชาย แล้วมันผิดตรงไหน ถ้าฉันจะชอบคนดีๆ ในเมื่อที่ผ่านๆมาผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตฉัน ถ้าไม่หวังตัวฉัน ก็หวังสมบัติของฉัน ไม่งั้นก็คิดว่าฉันเป็นเครื่องประดับที่ควรค่า สำหรับชีวิต ในขณะที่คุณต๋องเขาไม่เคยคิดอะไรกับฉันแบบนั้นเลย”
“ก็ใช่ไง...เขาไม่ได้คิดอะไรเลย แม้แต่คิดจะรักคุณ”
“ไม่ต้องกรอกหูฉันนักหรอก เพราะจริงๆฉันก็ไม่ได้รักอะไรเขานักหนา...เรื่องความรักน่ะ ฉันเจอมาเยอะจนแทบจะหมดศรัทธาแล้ว ฉันถึงรู้ไงว่าชีวิตนี้ แค่เจอคนดีๆสักคน มันยิ่งกว่าได้เจอมหาสมบัติ”
“ผู้ชายอย่างผม มันคงเลวในสายตาคุณมากซินะ”
“ฉันก็ไม่ได้คิดว่าคุณแย่ขนาดนั้นหรอกนะ ไม่งั้นคุณจะช่วยชีวิตฉันซํ้าแล้วซํ้าเล่า ทั้งที่ฉันว่าคุณสารพัดเหรอ แต่ฉันก็ไม่เข้าใจว่า มันเป็นไปได้ยังไง ที่คนที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยฉันจะเป็นคนคนเดียวกันกับที่ทำเรื่องแย่ๆ กับฉันแบบนี้”
“ผมมันไม่ดีเองล่ะ แล้วก็ไม่มีอะไรจะแก้ตัวด้วย แต่ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่า อะไรๆที่ทำไป มันจะฉุดกระชากลากถูผมมาไกลมากขนาดนี้ ไกลจนทำให้...ความรู้สึกของผมเปลี่ยน...”
“ฉันรู้ว่า คุณรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่ถูกต้อง แต่ทำไม...”
“คุณว่าความรักทำให้คนเปลี่ยนแปลงได้ไหม” ชายหนุ่มแทรกขึ้นทันที แต่พอเห็นท่าทีอึกอักของณดาเขาก็เสียใจ ตัดบทว่า
“ช่างมันเถอะ อย่าถือสาคนเมาเลย ผมไปนอนนะ” พูดพลางลุกขึ้น แต่เขาทรงตัวไม่อยู่ ดีที่ณดาประคองไว้ทัน ศักดิ์ชายพูดอย่างถือดีว่าไม่เป็นไร แล้วพยายามจะเดินไป แต่ก็ไม่รอด เซจะล้มอีก ณดาต้องตามไปประคองอีกครั้ง เขาจะปฏิเสธอีก เลยถูกเธอดุว่า
“เงียบนะ แล้วเดินไป”
เห็นท่าทีจริงจังของณดา ศักดิ์ชายจึงเงียบแล้วปล่อยให้เธอประคองกลับไปอย่างว่าง่าย
ooooooo
หลังจากคิตตี้และชมพู่มาเตือนพรรคพวกที่เป็นลูกหนี้บังเว้ยเฮ้ยแล้ว คำมูลกับเขียวหวานหวาดกลัวจนตัดสินใจจะหนีไปด้วยกัน ป้าพิณมายืนส่ง ฝากคำมูลให้ดูแลเขียวหวานด้วย เพราะเขียวหวานเองก็ไม่มีที่พึ่งแล้วจริงๆ
คำมูลบอกว่าไม่ต้องห่วงตนรักเขียวหวานเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ที่พูดเกี้ยวๆไปนั่นก็แค่ยั่วประสาทป้าที่หวงเขียวหวานมากเท่านั้นเอง
ทั้งป้าพิณและเขียวหวานต่างเป็นห่วงกัน กอดกันร้องไห้ก่อนจากกันจนคำมูลอดนํ้าตาซึมไปด้วยไม่ได้
ส่วนชมพู่กลับไปเอาของที่ร้านแล้วถามน้อยหน่าว่าไม่ไปกับตนหรือ น้อยหน่าไปไม่ได้เพราะถ้าไปที่อื่นก็ต้องไปลงทุนทำร้านใหม่ยิ่งหนักกว่าเดิมอีก เร่งน้องให้รีบไปเสียเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า ชมพู่พูดทั้งน้ำตาว่าแล้วจะ
ส่งข่าวมาให้บ่อยๆ
“อืม...แล้วฉันจะสวดมนต์ทุกคืนให้แกรอดปลอดภัยนะ”
สองพี่น้องลาจากกันด้วยความรักและห่วงใย...
ขณะชมพู่เดินออกไปอย่างระแวดระวัง ก็ต้องใจคอไม่ดีเมื่อรู้สึกว่ามีคนสะกดรอยตาม หลบเลี่ยงหลอกล่อกันจนเกือบลงไม้ลงมือกัน จึงรู้ว่าที่แท้คือคิตตี้นั่นเอง
คิตตี้ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนจึงจะตามชมพู่ไปด้วย แต่ไม่กล้าบอกตรงๆ ชมพู่ใจอ่อนบอกว่าถ้าอยากไปด้วยก็ตามมา ว่าแล้วก็รีบเดินไป คิตตี้รีบวิ่งตามอย่างดีใจ
ooooooo
ณดาประคองศักดิ์ชายมาถึงห้องนอน ก็เตรียมเช็ดตัวที่เปื้อนทรายให้ เขาไม่ยอมให้เช็ดพูดอย่างน้อยใจว่า
“คุณไม่ชอบหน้าผม ก็ไม่ต้องมาทำดีกับผม”
“เอ๊ะคุณนี่...ยังไงนะ” ณดาดุ ยื้อจะเช็ดตัวให้ ศักดิ์ชายดึงผ้าจนณดาเสียหลักคว่ำทับร่างเขาปากต่อปากจุ๊บกันจนชะงักไปทั้งคู่ พอได้สติ ณดารีบลุกขึ้นถูกศักดิ์ชายรั้งตัวไว้ มองลึกเข้าไปในดวงตาเอ่ยเสียงอ่อนโยนเสน่หาว่า
“ณดา...คุณจะเชื่อไหมถ้าผมบอกว่าผม...เอ่อ...รักคุณ”
“คุณไม่ได้รักฉันหรอก คุณก็แค่อยากได้ตัวฉัน”
“ถ้าอย่างนั้น ทำไมผมถึงไม่ทำอะไรคุณไปตั้งนานแล้ว ทั้งที่มีโอกาสไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง...เพราะผมอยากให้คุณรู้สึกกับผมเหมือนที่ผมรู้สึกกับคุณไง”
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่เชื่อมั่นในความรักอีกต่อไปแล้ว แล้วฉันก็ไม่เชื่อว่าใครจะมารักฉันจริง”
“คุณกลัวต่างหากณดา คุณกลัวว่าความรักจะทำให้คุณผิดหวังอีก...” ณดาน้ำตาคลอเมื่อถูกจี้จุดอ่อน ศักดิ์ชายเอามือเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน ถามอย่างอบอุ่นว่า “ที่
ผ่านมา มันยังไม่พิสูจน์ให้เห็นอีกเหรอว่าผมรู้สึกกับคุณยังไง ให้โอกาสผมได้ไหม”
ณดาตอบไม่ออก ชายหนุ่มบรรจงจูบที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน ณดาไม่ขัดขืน ปล่อยเขาจูบมาจนถึงปาก เธอยิ่งสั่นสะเทิ้น จนเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง ปล่อยอารมณ์เป็นหนึ่งเดียวกับศักดิ์ชายด้วยความเต็มใจ...
ooooooo
ที่บ้านร้างในสวน ลูกน้องบังที่เฝ้าต๋องกับกิมลั้งอยู่ จับกลุ่มสังสรรค์ดื่มกินและเล่นหมากรุกกัน จนตะเกียงน้ำมันหมด จึงลุกไปหยิบแกลลอนน้ำมันมาเทใส่ แต่เพราะเมาเลยเทพลาดทำน้ำมันหก เท่านั้นไม่พอ อีกคนเซล้มทับ น้ำมันทั้งแกลลอนหกนองพื้น ไฟลุกพรึ่บทันที
ไอ้เหลิมที่เป็นลูกพี่ ด่าไอ้ปื๊ดที่ทำน้ำมันหกไฟไหม้บ้าน แล้วก็พากันหนีเอาตัวรอด คนหนึ่งร้องถามว่าแล้วสองคนนั้นล่ะ ไอ้เหลิมร้องบอกพลางวิ่งหนีว่า
“เอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อนเหอะมึง มึงเห็นไหมว่าน้ำมันรอเป็นเชื้อเพลิงอยู่ตั้งกี่ถัง กูไปแล้ว...” ว่าแล้วก็เผ่นแน่บก่อนใครเพื่อน พวกที่เหลือวิ่งตามกันขาขวิด
ต๋องกับกิมลั้งถูกขังอยู่ในห้อง ถูกมัดมือมัดเท้าแน่นหนา เมื่อควันไฟพวยพุ่งเข้ามาจึงรู้ว่าไฟไหม้บ้าน ต๋องหาทางแก้เชือก เขาพุ่งไปหากองไฟใช้ไฟตัดเชือกที่มัดมือ กิมลั้งกระโดดไปหาต๋อง แต่เพราะเท้าถูกมัดเลย ล้มหัวแตก
ไฟไหม้เชือกที่มัดมือต๋องขาดพอดี เขารีบมาประคองกิมลั้งและแก้เชือกให้แต่กิมลั้งสำลักควันไฟจนหมดสติ ต๋องถอดเสื้อตัวเองคลุมหน้ากิมลั้งอุ้มฝ่าเปลวไฟออกไปแทบเอาชีวิตไม่รอด เมื่อวิ่งออกไปถึงหน้าบ้าน ต๋องบอกว่ารอดแล้ว แต่เธอยังไม่รู้สึกตัว ต๋องเอามือกดที่กลางอกกิมลั้งเพื่อนวดหัวใจ กิมลั้งก็ยังไม่ฟื้น ต๋องกอดเธอไว้พร่ำบอกทั้งน้ำตาว่า
“กิมลั้ง อย่าเป็นอะไรนะ ฉันมันไม่เอาไหนจริงๆ ฉันไม่เคยปกป้องเธอได้เลย กิมลั้ง”
“อย่าพูดอย่างนั้นต๋อง...” เสียงกิมลั้งแผ่วโผยอยู่ข้างหูต๋อง เขาดีใจมาก กิมลั้งมองหน้าต๋องอย่างสับสน ตัดสินใจถามความอัดอั้นในใจว่า “ต๋อง...เธอรักฉันไหม”
ต๋องถามว่าถึงขนาดนี้แล้วเธอยังต้องถามอีกหรือ กิมลั้งถามเรื่องณดา ต๋องยืนยันว่าตนไม่มีอะไรกับณดา ที่ณดาพูดไปเช่นนี้เพราะกลัวคุณนายสดศรีจับแต่งงานกับศักดิ์ชายเท่านั้น
“ถ้ามันเป็นอย่างที่เธอว่า ทำไมช่วงหลังๆ เธอถึงต้องทำตัวห่างเหินกับฉัน...ต๋อง ถึงเวลานี้แล้ว เธอยังบอกฉันไม่ได้อีกหรอว่าทำไม
ต๋องอ้ำอึ้งเพราะไม่อยากพาดพิงถึงกิมฮวย แต่เมื่อกิมลั้งยังค้างคาใจอยู่ จึงตัดสินใจบอกความจริงว่า
“ก็เพราะแม่เธอไง... แม่เธอบอกว่า ถ้าฉันรักเธอจริง ก็ต้องปล่อยเธอไป ให้เธอมีชีวิตที่ดี แม่เธอบอกว่าถ้าฉันยังยื้อเธอไว้ก็เท่ากับฉันเห็นแก่ตัว รักตัวเองมากกว่ารักเธอ...ฉันก็เห็นว่า มันคงจริง ชีวิตเธออาจจะดีขึ้นถ้าได้ลงเอยกับคนที่ดีกว่าฉัน”
“ทำไมเธอไม่ถามฉันสักคำล่ะต๋องว่าฉันต้องการให้ชีวิตฉันเป็นยังไง ฉันจะอยู่ที่ไหน ฉันจะเป็นยังไงก็ได้ทั้งนั้น ถ้าที่นั่นมีเธอ...เข้าใจไหม”
“ขอบคุณมากนะกิมลั้ง”
“ไม่ต้องขอบคุณต๋อง ฉันไม่ได้ทำอะไรให้เธอ ฉันแค่รักเธอเท่านั้นเอง”
“ฉันก็รักเธอ...กิมลั้ง”
ทั้งคู่โผเข้ากอดกันอย่างแนบแน่น ด้วยความรัก ความผูกพันที่ล้ำลึก...
ooooooo
ที่บ้านเล็กบนเกาะ...ณดาหลับอย่างมีความสุข ซบอยู่กับอกที่เปลือยเปล่าของศักดิ์ชาย เธอลืมตาขึ้นอย่างมีความสุข แต่ก็สับสนว่าตนทำผิดหรือเปล่า พอขยับจะลุก ก็ถูกเขารั้งตัวไว้ หอมที่หน้าผากอย่างทะนุถนอม บอกเธอว่า
“ณดา...เรื่องที่ผมพูดกับคุณเมื่อคืนทุกอย่างเป็นเรื่องจริงนะ ผมไม่ได้เมา” ณดาทำไก๋ถามว่าบอกอะไร ตนลืมหมดแล้ว “ก็เรื่องที่ผมรักคุณไง”
ณดาก็ยังแง่งอนว่าผู้ชายก็พูดได้เหมือนกันหมดนั่นแหละ ศักดิ์ชายบอกว่าแล้วตนจะพิสูจน์ให้เห็นเอง ขอแค่โอกาสจากเธอเท่านั้น แล้วจะทำให้เธอภาคภูมิใจ
แล้วศักดิ์ชายก็ชวนลุกไปอาบน้ำแต่งตัว ณดาถามว่าจะพาตนไปไหน
“ก็รีบพาคุณกลับไปพิสูจน์ไงว่าผมจะทำได้อย่างที่พูดจริงไหม” พูดแล้วลุกไปอาบน้ำอย่างกระตือรือร้น ณดามองตามด้วยแววตาอ่อนโยน แอบยิ้มเขินกับความสัมพันธ์ที่ผ่านมา
ooooooo
ชายศักดิ์ได้ข่าวเรื่องไฟไหม้ที่บ้านสวน เขาด่าพวกลูกน้องที่นั่นโขมงโฉงเฉง
“แกทำบ้าอะไรของแกหาไอ้พวกโง่...แล้วไอ้ต๋องกับกิมลั้งล่ะ...ให้มันได้อย่างนั้นซิ! หาที่กบดานตัวเองไว้ให้ดีเลยนะ ไม่ต้องเสนอหน้าโง่ๆออกมาจนกว่า
ฉันจะสั่ง” ด่าลูกน้องแล้วก็ขว้างโทรศัพท์อย่างหัวเสีย
“เกิดอะไรขึ้นคะเสี่ย” รัศมีเข้ามาถาม
“ก็พวกไอ้เหลิมน่ะสิ ทำบ้านสวนไฟไหม้ แล้วก็ทิ้งไอ้ต๋องกับกิมลั้งไว้ในนั้น”
รัศมีสะใจ บอกว่าดีแล้ว และเสี่ยก็ไม่ต้องกังวลอะไรเลย เพราะถ้าเราไม่ยอมรับเสียอย่างใครจะทำอะไรเราได้
“นั่นสินะ” ชายศักดิ์ยิ้มรับซื่อบื้อ
ooooooo
ส่วนที่ตลาดสด วันนี้คุณนายสดศรีไปตรวจตลาด เห็นพ่อค้าแม่ขายหายหน้าไปหลายคน ตลาดค่อนข้างซบเซา ถามว่าพวกนั้นหายไปไหนกันหมด เต็กไฮ้บอกว่า เขาปิดแผงหนีหนี้บังเว้ยเฮ้ยกัน คุณนายถามว่า แล้วจะกลับมาขายกันอีกเมื่อไหร่ เพราะนี่ก็จวนได้เวลาเก็บค่าเช่าแล้ว
เต็กไฮ้บอกว่าคงอีกยาว ลักษณ์เล่ารายละเอียดว่าบังเว้ยเฮ้ยแขกเงินกู้คนนี้ดุร้ายมาก พวกลูกหนี้ไม่เพียงแค่หนีหนี้ แต่หนีตายกันเลยล่ะ
คุณนายไม่ได้สนใจ เป็นห่วงแต่ว่าไม่มีคนมาขายของแล้วทำให้เก็บค่าเช่าได้น้อยลง เต็กไฮ้เสนอแนะว่า
มีทางเดียวคือ คุณนายต้องช่วยใช้หนี้ให้ พวกนั้นถึงจะกล้ากลับมา คุณนายพูดอย่างไร้เยื่อใยว่า กรรมใครกรรมมัน เรื่องอะไรตนต้องคอยเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้พวกนั้นด้วย
ที่แผงขายปลาของกิมฮวย วันนี้กิมแชต้องมาช่วยเคี้ยงขายเพราะกิมฮวยเอาแต่กังวลเรื่องกิมลั้ง
แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงเรียก “ม้า...” กิมฮวย เคี้ยง และกิมแชหันมองเห็นกิมลั้งในสภาพทรุดโทรมเดินแทบเป็นวิ่งเข้ามาหาพ่อแม่และน้องด้วยความดีใจ เคี้ยงกับกิมแชดีใจมาก ในขณะที่กิมฮวยยังอึ้งๆอยู่
โดยไม่มีใครคาดคิด กิมฮวยพรวดเข้าทุบตีกิมลั้งร้องถามเสียงสั่น “ทำไมลื้อทำอย่างนี้...ทำไม...ทำไมทำอย่างนี้!”
ต๋องเห็นดังนั้นรีบเอาตัวบังกิมลั้งไว้ ขอร้องกิมฮวย อย่าทำอย่างนั้น เลยถูกกิมฮวยตบหน้าไปฉาดใหญ่ ด่าต๋องว่าทำเรื่องชั่วๆ กับลูกสาวตนได้ยังไง กิมลั้งพยายามจะชี้แจง เคี้ยงก็บอกให้ฟังลูกก่อน แต่กิมฮวยไม่ฟังซ้ำหาว่าเคี้ยงแก้ตัวแทนกัน
“ถ้างั้น คำพูดอั๊วก็คงไม่มีความหมายแล้วล่ะ” กิมลั้งเสียงสะท้านด้วยความเสียใจแล้ววิ่งเตลิดไปเลย
ต๋องจะตามกิมลั้งไป ถูกเคี้ยงห้ามไว้บอกให้กิมแชไปตามแทน ส่วนกิมฮวยไม่สนใจยังคงด่าต๋องจนต๋องทนไม่ได้ปรามว่า “แล้วเจ๊จะเสียใจที่คิดอะไรแย่ๆกับลูกของตัวเองแบบนั้น” พูดแล้วเดินหนีไปเลย
กิมฮวยยังอาละวาดตะโกนโหวกเหวกให้ต๋องกลับมาให้ด่าก่อน จะเดินหนีไปดื้อๆแบบนี้ไม่ได้
“พอเถอะน่าอากิมฮวย” เคี้ยงคอยห้ามจนแทบจะหมดแรง
ooooooo
ต๋องไปนั่งซึมที่ร้านกาแฟอาโก มีเลื่อนกับรักเร่ตามไปให้กำลังใจ เมื่อรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว เลื่อนบอกว่าไม่ต้องไปใส่ใจคำพูดของกิมฮวย เพราะรู้อยู่แล้วว่าแกเป็นคนยังไง
“ตัวข้าน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ข้าทนไม่ได้ที่กิมลั้งต้องมาเจอเรื่องบ้าบอแบบนี้ แทนที่จะได้รับกำลังใจจากแม่ของตัวเอง”
จากการคุยกัน ต๋องเพิ่งรู้ว่าคิตตี้กับชมพู่ก็กลับมาแล้ว เลื่อนเล่าว่า
“คนในตลาดเล่ากันว่า มันหนีตายกลับมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะพี่ พอลูกหนี้ไอ้บังโหดรู้เรื่องเฉียดตายของสองคนนั้น ก็พากันปิดแผงหนีกันใหญ่ พี่ไม่เห็นเหรอว่าวันนี้ตลาดเราวังเวงชอบกล”
“ลองเป็นแบบนี้คงวังเวงไปอีกนานเลยล่ะฉันว่า” รักเร่เสริม
“เป็นเพราะมันคนเดียว!” ต๋องลุกพรวดขึ้นเดินออกไป เลื่อนกับรักเร่รีบตามไปด้วย
ooooooo










