ตอนที่ 5
เลื่อนกับรักเร่ตามไปซุ่มสังเกตการณ์อยู่ เห็นต๋องไปคุยตีสนิทกับจาตุรงค์ก็แปลกใจว่าต๋องจะพังงานนี้ได้อย่างไร แต่เลื่อนก็ยังเชื่อมั่นว่า ระดับต๋องรับรองว่าทำอะไรต้องไม่ธรรมดาแน่
หลังจากใช้ชั้นเชิงและเชาวน์ไวทำให้จาตุรงค์ดื่มน้ำผสมยาดองม้าดีดกะโหลกช้างเข้าไปแล้ว แปะต๋องก็ยืนคอยยาออกฤทธิ์อย่างกระหยิ่ม
ครู่เดียวก็เห็นจาตุรงค์วิ่งท่าควบม้า ปากก็ร้อง “ฮี้... กับๆ ฮิกับ...ฮิกับ...” ท่าทางม้าจาตุรงค์คึกคะนองเต็มที่ แต่ทำเอาทุกคนในงานตกใจมาก จาตุรงค์ควบเป็นม้าขึ้นไปบนเวที ใช้เชือกในมือหวดตวัดไปมาเหมือนหวดแส้
กิมฮวย เคี้ยง เต็กไฮ้ และลักษณ์ วิ่งออกมาดูอย่างตกใจ
“กิมลั้ง” จาตุรงค์ร้องเรียกแล้วเดินไปหา แต่เดินเลยกิมลั้งไปหากิมแชที่ยืนอยู่ข้างหลัง ลากกิมแชขึ้นไปร้องเพลง เต็กไฮ้พยายามเรียกลูกชายให้ได้สติ แต่ถูกจาตุรงค์ผลักกระเด็น แล้วบอกกิมแชว่าวันนี้เราต้องร้องเพลงให้แขกผู้มีเกียรติฟังด้วยกัน เป็นคนเสนอเพลง “นกเขาคูรัก” เอง
กิมแชจำต้องร้องเพลงคู่กัน แขกที่มาในงานพากันชอบใจ แปะต๋องที่ยืนดูอยู่ก็หัวเราะชอบใจกับความคึกของจาตุรงค์
เลื่อนบอกรักเร่ที่ยืนดูอยู่ด้วยกันว่า “ข้าบอกแล้วไง ระดับพี่ต๋อง ต้องไม่ธรรมดา”
เคี้ยงร้อนใจถามเต็กไฮ้ที่ยืนเหวออยู่ว่าจะเอา อย่างไรดี กิมฮวยแหวใส่ว่าจะทำอะไรสักอย่างกันไหมเนี่ย ในขณะที่บนเวทีก็ยังร้องเพลง “นกเขาคูรัก” กันอย่างได้อารมณ์
จนเพลงท่อนสุดท้าย จาตุรงค์ร้อง “พี่ต้องเอาอย่างมัน...” แล้วเชยคางกิมแชจะจูบ กิมแชตกใจยืนตัวแข็งทื่อ
ขณะที่ปากจาตุรงค์กำลังจะสัมผัสปากกิมแชนั่นเอง เต็กไฮ้ก็พุ่งพรวดเข้าไปกระชากขาจาตุรงค์อย่างแรง เขาเสียหลักร่วงลงจากเวทีหัวน็อกพื้นสลบคาที่
ท่ามกลางความตกใจแตกตื่นของแขกในงาน...
แปะต๋องค่อยเดินเลี่ยงไปอย่างใจเย็น
ooooooo
แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือต๋องยังมีลุงชวนชมและกิมฮวย ทั้งสองรู้ทันแผนการของต๋อง พอต๋องเดินออกมา ลุงชวนชมถามว่าเสร็จเรื่องก็จะชิ่งเลยเหรอ
ต๋องตกใจถามว่าลุงรู้หรือ ลุงชวนชมบอกว่าเรื่องบัดสีบัดเถลิงแบบนี้ตนจมูกไวอยู่แล้ว ต๋องโต้ว่าตนมาขัดขวางงานหมั้นที่ขโมยแฟนตนมันผิดตรงไหน
“เอ็งก็ดีแต่โทษคนอื่นล่ะวะ เอ็งเคยใช้กะลาหัวคิดดูบ้างไหมว่า ทำไมกิมฮวยถึงไม่ยอมยกลูกสาวให้เอ็ง” ต๋องอ้างว่าเพราะกิมฮวยเกลียดตน ลุงชวนชมย้อนถามว่า “แล้วไง...แทนที่จะหาทางชนะใจเขา ทำให้เขาเห็นว่าเอ็งคู่ควรกับกิมลั้งยังไง เอ็งก็เลือกใช้วิธีแย่ๆ แบบที่เขาคิดว่าเอ็งเป็นน่ะเหรอ งั้นข้าก็ว่ากิมฮวยคิดถูกแล้วล่ะ ที่ไม่ยกลูกสาวให้ผู้ชายอย่างเอ็ง”
“ลุงไม่มีวันเข้าใจฉันหรอก”
“ไม่ต้องมาตีหน้าเศร้า เอ็งน่ะต้องเข้าใจคนอื่น
ไม่ใช่ให้คนอื่นเข้าใจเอ็งเว้ย” ลุงชวนชมว่าแล้วเดินไปเลย
ต๋องอึ้งไปครู่หนึ่งจึงเดินแยกไปอีกทาง ขณะถอดชุดอาแปะออกซุกไว้ในซาเล้งเตรียมกลับ ก็ถูกกิมฮวยตะคอกถามว่า
“ดีใจไหมล่ะที่งานมันพังลงได้” กิมฮวยพูดอย่างรู้ทันว่าต๋องมาวนเวียนอยู่แถวนี้เพื่อดูความพินาศของงาน ชี้หน้าด่าว่า “ลื้ออย่าคิดนะว่าจะมีโอกาสมีหวังกับอากิมลั้งอีก อั๊วไม่มีทางยอมให้ลื้อลงเอยกับอากิมลั้งเด็ดขาด!”
“ไอ้ที่น้าทำๆไป เคยถามลูกสาวสักคำไหมว่าต้องการรึเปล่า น้าไม่ได้ทำร้ายฉันคนเดียวหรอกนะ แต่น้ากำลังทำร้ายหัวใจของกิมลั้งด้วย หรือว่านี่เป็นวิธีแสดงความรักของน้า”
กิมฮวยโต้ว่าไม่มีใครที่จะรักกิมลั้งมากไปกว่าตนหรอก ต๋องสวนไปทันทีว่า ถึงตนจะรักกิมลั้งไม่เท่ากับคนที่เป็นแม่ แต่ในฐานะคนรัก ตนทำทุกอย่างให้กิมลั้งได้
“ไม่จริง ลื้อไม่ได้รักอากิมลั้ง ลื้อก็แค่อยากได้ลูกสาวอั๊วไปเป็นของลื้อ ต้องการให้อีทำให้ลื้อมีความสุข ทำให้ลื้อมีกำลังใจสู้ชีวิต ลื้ออยากได้อีก็เพื่อตัวลื้อเองทั้งนั้น ลื้อมันเห็นแก่ตัว” ต๋องพยายามจะเถียงว่าไม่ใช่ กิมฮวยขัดขึ้นว่า “ใช่สิ เพราะถ้าลื้อรักอีจริง ลื้อต้องปล่อยให้อีไปมีชีวิตที่ดี ที่มีอนาคตกว่าจมปลักอยู่กับคนอย่างลื้อ อาจาตุรงค์น่ะไม่ใช่ผู้ชายที่ดีที่สุดสำหรับอากิมลั้งหรอก แต่อีคือคนที่จะดูแลกิมลั้งต่อไปได้ในวันที่ไม่มีอั๊วแล้ว”
ต๋องมึนตื้อเถียงไม่ออก กิมฮวยหันหลังกลับไปแล้ว ต๋องยังยืนหลอนอยู่กับคำพูดของกิมฮวย...
ooooooo
เมื่อจาตุรงค์ยังต้องนอนโรงพยาบาลเช่นนี้ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรต่อไป กิมฮวยเสนออย่างถอดใจว่า รอให้จาตุรงค์หายก่อนค่อยว่ากันอีกทีก็แล้วกัน
กิมลั้งโล่งใจที่งานวันนี้ล่มเสียได้ แต่ก็หยอกน้องสาวว่า ถ้างานไม่ล่มอาจกลายเป็นงานหมั้นของกิมแชไปก็ได้ ทำเอากิมแชที่ยังเคลิ้มกับอารมณ์หวิวที่เกือบถูกจาตุรงค์จูบ ตื่นเต้นตกใจจนเก็บอาการไม่อยู่พูดลนๆ ว่า
“อั๊วโล่งใจ ในที่สุด เจ้ก็ไม่ต้องหมั้นกับคนที่เจ้ไม่ได้รักยังไงล่ะ ถ้าพี่ต๋องรู้เรื่องวันนี้คงดีใจน่าดูเลยนะ”
ฝ่ายต๋อง ถูกทั้งลุงชวนชมตำหนิและกิมฮวยด่า กลับไปนั่งเศร้าที่ร้านขายของเก่า จนเลื่อนกับรักเร่แปลกใจว่า ไปล้มงานหมั้นสำเร็จมาแต่กลับทำท่าเหมือนคนอกหัก รักเร่บอกว่าต๋องอาจทำท่าแก้เคล็ดก็ได้
ที่หน้าร้านขายของเก่านั่นเอง พิตตี้พาดีเจนุ้ยและทีมงานมายืนเมียงๆ มองๆ บอกว่าที่นี่เป็นที่ที่ต๋องกับวงใช้ซ้อมเพลง เงี่ยหูฟังได้ยินเสียงเพลงแว่วออกมา พิตตี้บอกว่าไม่พลาดแน่ ให้ตามเข้าไปเลย
เข้าไปในร้านแล้วทั้งหมดยืนฟังจนต๋องซ้อมเพลงจบ ก็ปรบมือลั่น พวกต๋องหันมองงงๆ ว่าใคร? มาทำอะไร?
เมื่อพิตตี้พาดีเจนุ้ยกับทีมงานเข้าไปแนะนำตัวและบอกเล่าถึงจุดประสงค์ที่มาหาต๋องแล้ว ต๋องทวนอย่างไม่เชื่อหูตัวเองว่า “พี่จะเอาวงผมไปออกทีวี?!”
“ใช่ค่ะ...คือรายการไชโยโห่ฮิ้วของพี่เนี่ย จะมีช่วง ‘คนมีของ’ ที่เปิดโอกาสให้คนชอบโชว์ได้แสดงความสามารถ”
ดีเจนุ้ยเล่าว่า เมื่อคืนได้เห็นการแสดงของต๋องกับเพื่อนในยูทูบที่มีคนดูเป็นหมื่นในชั่วข้ามคืน เลยคิดจะเอาไปออนแอร์ในรายการแทนของเดิมที่เตรียมไว้ เห็นต๋องยังงงๆ ดีเจนุ้ยให้ความหวังว่า
“พี่คิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่ต๋องกับเพื่อนจะได้เปิดตัวกับคนทั้งประเทศ รายการพี่น่ะเรตติ้งดีมากเลยนะ ตกลงว่ารับปากนะ” พวกต๋องตอบรับทันทีเป็นเสียงเดียวกัน ดีเจนุ้ยเลยนัดไปถ่ายในสตูดิโออันสวยเริ่ดของตน ต๋องเสนอว่า
“เอ่อ...พี่มาถ่ายพวกผมในตลาดแทนได้ไหมครับ” ดีเจนุ้ยไม่เห็นด้วยถามว่าตลาดสดจะสวยสู้สตูได้ยังไง ต๋องพูดหน้านิ่งจริงจังว่า “คือวงผมน่ะเกิดในตลาด ถ้าไม่เปิดตัวที่นี่แล้วมันจะไปมีความหมายอะไรล่ะครับ”
ooooooo
ดีเจนุ้ยขอกลับไปปรึกษากับทีมงานก่อน ระหว่าง นั้นต๋องก็ถูกเพื่อนร่วมวงบ่นกันเล็กน้อยว่าไปยื่นเงื่อนไขให้เขาปฏิเสธทำไม ถ่ายทำในสตูยังไงก็ต้องดีกว่าตลาดอยู่แล้ว
“พวกเอ็งน่ะไม่รู้อะไรเลยจริงๆ นี่น่ะเป็นโอกาสเดียวที่เราจะช่วยกู้ชื่อเสียงกลับมาให้ตลาดอีกครั้ง เพราะถ้าเราโปรโมตว่าวงเราน่ะเล่นประจำอยู่ในตลาด ถ้ามีคนชอบใจเขาก็จะตามมาดู ลองเหยียบมาถึงในตลาดแล้ว ใจคอเขาจะไม่ซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้างก็ประหลาดล่ะ”
ทุกคนเลยชมต๋องว่าฉลาด ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ แต่รักเร่ติงว่าแล้วทางรายการเขาจะเล่นด้วยหรือ
“แล้วเอ็งคอยดูไป” ต๋องตอบอย่างมั่นใจ พูดไม่ทันขาดคำก็ได้รับโทรศัพท์จากดีเจนุ้ยตอบตกลง นัดพรุ่งนี้เจอกันเลย ทุกคนเลยเฮกันลั่นด้วยความดีใจสุดๆ
ต๋องนัดณดาพบกันที่ร้านอาโกเพื่อบอกข่าวดีและขอความร่วมมือ ณดาดีใจขอบคุณต๋องที่ยังนึกถึงตลาดตลอดเวลา ทั้งที่เขาเองก็เพิ่งถูกคุณแม่ไล่ออกจากตลาดไปหยกๆ รับปากว่าจะประสานงานอำนวยความสะดวกให้เอง
ระหว่างกำลังติดต่อประสานงานยุ่งๆอยู่ กิมลั้งโทร.เข้ามือถือต๋องด้วยความเป็นห่วง แต่ต๋องยังคิดไม่ตกที่ถูกทั้งลุงชวนชมตำหนิและถูกกิมฮวยด่าจึงยังไม่รับสาย เฝ้าถามตัวเองว่า “นี่เราเห็นแก่ตัวขนาดนั้นจริงๆเหรอ”
แต่ในที่สุดก็ใจอ่อนยอมรับสาย กิมลั้งดีใจถามว่ายอมรับสายตนแล้วหรือ ตอนนี้อยู่ที่ไหน แอบลุ้นให้ต๋องมาอยู่ที่หน้าบ้านอย่างที่เคยทำ แต่แล้วก็ผิดหวังเมื่อต๋องบอกว่าตนเพิ่งกลับถึงบ้าน กิมลั้งเล่าอย่างดีใจว่างานหมั้นวันนี้ล่ม แต่ก็ตัดพ้อว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญโชคช่วยตน แต่กลับไม่ใช่เขา
“ผู้ชายอย่างฉันมันคงไม่มีปัญญาช่วยอะไรเธอได้หรอกกิมลั้ง... ฉันว่าเราพักก่อนดีกว่านะ ตอนนี้สมองฉันล้าเกินกว่าจะพูดเรื่องอะไรแล้วล่ะ”
กิมลั้งวางสายไปงงๆเสียใจลึกๆ กับท่าทีที่เปลี่ยนไปของต๋อง เมื่อกิมลั้งเข้าห้องไปแล้ว ต๋องจึงโผล่จากหลังเสาไฟฟ้าหน้าบ้านด้วยความรู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก...
ooooooo
วันนี้กิมแชแต่งตัวสวยเตรียมออกจากบ้าน กิมลั้งถามว่าจะไปไหนก็บอกพี่สาวว่าจะไปทำธุระนิดหน่อย กิมลั้งดูออกเดาได้ว่ากิมแชจะไปไหน
ที่แท้กิมแชแอบไปเยี่ยมจาตุรงค์ที่โรงพยาบาล พอเห็นกิมแช จาตุรงค์ก็ถามถึงกิมลั้ง เธอปดไปว่าเจ้ต้องขายของเลยให้ตนมาเยี่ยม และทำอาหารใส่ปิ่นโตมาให้ด้วย ปะเหลาะให้เขาต้องกินข้าวนี้ให้หมด แล้วลงมือป้อนให้จาตุรงค์กินอย่างเอร็ดอร่อยเพราะคิดว่าเป็นอาหารที่กิมลั้งฝากมาให้จริงๆ
ส่วนกิมลั้งไปนั่งขายปลากับกิมฮวย ถูกแม่ถามว่าใจคอจะไม่ไปเยี่ยมจาตุรงค์บ้างหรือ กิมลั้งตีขลุมว่าก็แม่ให้กิมแชไปเยี่ยมแทนแล้วไงล่ะ ถามอย่างข้องใจว่าแม่ยังอยากให้ตนเป็นอะไรกับผู้ชายที่พังงานหมั้นตัวเองแบบนั้นอีกหรือ
กิมฮวยอ้างว่า เพราะเมื่อวานจาตุรงค์เมา เราต้องให้โอกาสเขาแก้ตัวใหม่ ระหว่างนั้นเห็นพวกพ่อค้าแม่ค้าในตลาดพากันเดินบ้างวิ่งบ้างไปทางหน้าตลาด กิมฮวยถามว่าวิ่งไปไหน ไฟไหม้อีกหรือ
“ไม่ใช่จ้ะ วันนี้มีรายการทีวีมาถ่ายทำวงดนตรีที่ตลาดเราน่ะ ฉันไปก่อนนะ จะรีบไปตีตั๋วมุงด้านหน้าซักหน่อย”
พวกแม่ค้าวิ่งตามกันไปเป็นพรวน กิมฮวยกับกิมลั้งมองตามไปอย่างสนใจ
ooooooo
กิมฮวยแอบตามพวกแม่ค้าไป เบียดชาวตลาดที่ยืนมุงกันอยู่เข้าไปดูครู่หนึ่ง ต๋องกับลูกวงในชุดเต็มยศเอกลักษณ์ของวงก็เดินตามทีมงานที่แหวกผู้คนเข้ามา
“ที่แท้ก็มันเองเหรอเนี่ย” กิมฮวยพึมพำเครียด ในขณะที่ชาวตลาดคนอื่นๆ พากันกรี๊ดความหล่อเท่ของต๋องกับเพื่อน โดยเฉพาะบรรดาแฟนคลับอันมีคิตตี้เป็นหัวโจก
ทีมงามเคลียร์พื้นที่และเริ่มถ่ายทำ เมื่อวงดนตรีบรรเลงและต๋องร้องเพลงที่มีเนื้อหาเชิญชวนผู้คนให้มารู้จักตลาดร่วมใจเกื้อแห่งนี้ พวกพ่อค้าแม่ค้าพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ต๋องร้องเพลงโปรโมตตลาดให้
ไม่เพียงเท่านั้น วงของต๋องยังเคลื่อนไปบรรเลงและร้องตามแผงในตลาด ทำให้พวกชาวตลาดทุกคนได้มีส่วนร่วม ต่างสนุกสนานคึกคักกันทำให้ตลาดมีชีวิตชีวาขึ้นทันที
หลังจากแสดงดนตรีจบ ต๋องยังพูดเชิญชวนว่า
“พบกับวงร่วมใจเกื้อของพวกเราได้ทุกวันที่ตลาดร่วมใจเกื้อ ตลาดดี ของถูกอก ราคาถูกใจ ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ”
ทั้งดีเจนุ้ยและณดา ต่างชื่นชอบบรรยากาศที่ สนุกสนานคึกคักนี้มาก แต่พอดีเจนุ้ยให้ค่าตัว ต๋อง
กลับไม่รับขอเปลี่ยนเป็นให้ดีเจนุ้ยช่วยโปรโมตตลาดร่วมใจเกื้อแทน
ทีแรกดีเจนุ้ยก็ไม่ยอมเพราะไม่เข้ากับรายการของตน ต๋องขอแค่ให้แทรกเป็นสกู๊ปแนะนำรวมไป กับเพลงของพวกตนก็พอ ขอให้เห็นแก่พวกพ่อค้าแม่ค้าตาดำๆที่หาเช้ากินค่ำด้วยเถิด ต๋องให้เหตุผลจนดีเจนุ้ยรับปากว่า
“เอาเป็นว่าเดี๋ยวพี่จัดให้แล้วกันนะ แล้ววันอาทิตย์นี้บอกคนในตลาดให้เฝ้าหน้าจอกันได้เลย”
พอถึงวันอาทิตย์ ทั้งตลาดร่วมใจเกื้อก็คึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นมา ทุกคนรอคอยเวลาที่จะดูรายการที่โฆษณาตลาดร่วมใจเกื้อ และพวกตนก็จะได้ออกทีวีด้วย มีแต่กิมฮวยกับพวกบางคนเท่านั้นที่มองอยู่อย่างหมั่นไส้
แต่พอถึงเวลาออกอากาศจริงๆ กิมฮวยก็ไปนั่งเฝ้าหน้าจอทีวี อ้างว่าจะดูว่าต๋องไปทำงามหน้าอะไรไว้บ้าง
ที่บ้านสดศรี คุณนายได้ดูรายการนี้เพราะทวีเปิดทีวีดูอยู่และจ้องตาเป๋งดูว่าจะเห็นใครในทีวีบ้าง ส่วนณดาดูอยู่ในห้องนอน ดูไปยิ้มไป
ที่บ้านศักดิ์ชาย รัศมีถึงกับร้องอ๊าย...เมื่อเห็น มีรายการโปรโมตตลาดร่วมใจเกื้อ นั่นเท่ากับแผนการที่จะซื้อตลาดขยายห้างของตนยิ่งห่างไกลออกไป หันไปเร่งรัดศักดิ์ชายให้รีบจัดการณดาตามแผนเสียก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป
“ถ้าอะไรๆมันง่ายขนาดนั้น ผมทำไปตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับคุณแม่”
“เฮ้อ...สรุปว่าที่ทำๆไปกลายเป็นสูญเปล่า เสียเวลาจริงๆ” ชายศักดิ์บ่นเซ็งๆแล้วลุกออกไป ปล่อยให้สองแม่ลูกมองหน้ากันเครียดอยู่หน้าจอทีวีที่ชาวตลาดร่วมใจเกื้อกำลังคึกคักกันเต็มที่
ooooooo
ชาวตลาดร่วมใจเกื้อต่างยอมรับต๋องที่ทำให้ตลาดมีชื่อเสียงขึ้นมา เว้นแต่กิมฮวยที่ยังเป็นไม้เบื่อ-ไม้เมากับต๋อง แม้ต๋องจะพยายามญาติดีด้วยก็ถูกหาว่ามาเอาใจเพื่อเข้าหากิมลั้ง บอกว่ามีทางเดียวที่จะพิสูจน์ว่าต๋องรักกิมลั้งจริงคือ ปล่อยกิมลั้งไปเสีย
วันนี้บังเอิญต๋องเจอกับกิมลั้งที่ร้านกาแฟอาโก กิมลั้งตัดพ้อนิดๆว่าถ้าไม่บังเอิญเราคงไม่ได้เจอกัน เพราะเดี๋ยวนี้ตนเหมือนเป็นคนอื่นของเขาไปแล้ว
ไม่ทันไร ณดาก็มาตามต๋องบอกว่าคุณแม่เรียกให้ไปพบ เพราะกำลังเรียกประชุมพ่อค้าแม่ค้าทั้งตลาดอยู่
ปรากฏว่าคุณนายสดศรีเรียกประชุม ประกาศยกย่องชมเชยต๋องที่ทำให้ตลาดกลับมาคึกคักอีกครั้ง
ถามชาวตลาดว่า นี่เหมือนเป็นการพิสูจน์ที่เพียงพอหรือยังว่าต๋องได้ทำทุกอย่างเพื่อชดเชยเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ และก็ทำได้ดีมาก คุณนายเรียกเสียงปรบมือให้ต๋องแทนคำขอบคุณจากทุกคน
หลังจากนั้น ุคณนายถามว่า ถ้าจะให้ต๋องกลับมาขายผักที่ตลาดเหมือนเดิมพวกเราจะอนุญาตไหม ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “อนุญาตจ๊ะ”
“ได้ยินแล้วใช่ไหมต๋อง ถ้างั้นก็...ขอต้อนรับสู่อ้อมกอดตลาดร่วมใจเกื้ออีกครั้งจ๊ะ”
สิ้นเสียงคุณนาย ชาวตลาดก็เฮกันด้วยความชื่นชมยินดี เลื่อนกับรักเร่ถึงกับกระโดดกอดต๋อง ส่วนคุณนายหมดธุระแล้วก็ขอตัวกลับ บอกพ่อค้าแม่ค้าว่ารีบไปขายของเสีย ลูกค้ายืนรอกันเป็นแถวแล้ว
ooooooo
ตลาดร่วมใจเกื้อฟื้นตัวขึ้นมาดีวันดีคืน คุณนาย สดศรีไว้วางใจต๋องมากขึ้น แต่เตือนสติเขาว่า
“ฉันรู้ว่าเธอน่ะเป็นพวกช่างคิด ซึ่งมันก็ดี แต่บางทีการมองแต่แง่ดีจนลืมมองแง่ร้ายเผื่อไว้ มันก็อาจจะเกิด ปัญหาเหมือนคราวก่อนได้ ต่อไปจะทำอะไรก็ตีลังกาคิดให้รอบคอบ ประวัติศาสตร์จะได้ไม่ซ้ำรอย”
ณดาถามสดศรีว่า ต่อไปตนจะคอยประสานงาน
กับต๋องและคอยรายงานคุณแม่ดีไหม
คุณนายสดศรี ต๋อง และณดาพูดคุยอย่างเป็นกันเอง จนศักดิ์ชายที่จับตาดูอยู่ร้อนใจรีบโทร.บอกรัศมี พอรัศมีรู้ว่าต๋องกลับมาขายของที่ตลาดอีกก็ร้อนใจ เร่งศักดิ์ชายเรื่องคลิปที่จะขู่และจับณดาให้อยู่หมัด กำชับต้องตามบี้ให้ถึงที่สุด ส่วนชายศักดิ์ก็ร้อนใจลุกพรวดออกไปทันที
ชายศักดิ์ออกไปขวางรถสดศรีที่หน้าตลาด บอกว่ามีเรื่องจะมาเตือนเธอ ถามว่าคิดดีแล้วหรือที่ให้ต๋องที่เป็นตัวซวยกลับเข้ามาในตลาดอีก รัศมีที่ตามมาติดๆก็ยุแยงว่า ขืนให้ต๋องกลับมาเดี๋ยวก็คิดทำนั่นทำนี่ไล่ลูกค้าหนีไปหมดอีก
“นึกว่าคนอย่างฉันไม่รู้จักสันดานของพวกเธอดีเหรอ สันดานของพวกโลภ ไม่รู้จักพอ จ้องแต่จะตะครุบของคนอื่นเขา เจ็บใจล่ะสิที่ตลาดฉันมันไม่ล่มสมใจสักที นี่...แทนที่จะมานั่งสาปแช่งฉัน เอาเวลาไปคิดหาวิธีทำให้ห้าง
ของตัวเองรุ่งดีกว่าไหม ถ้าตลาดสดของฉันเกิดดังเปรี้ยงปร้างข้ามหน้าข้ามตาขึ้นมา เดี๋ยวจะหาปี๊บคลุมหัวกันไม่ทัน”
สดศรีเยาะเย้ยสองผัวเมียแล้วขึ้นรถกลับไป ปล่อยให้สองคนผัวเมียยืนเป็นเบื้ออยู่ตรงนั้น
ส่วนศักดิ์ชายก็ดักลากณดาออกจากตลาดไปที่มุมลับตาคน ขู่จะเอาคลิปมาแฉว่าเธอเป็นของตน เพื่อ
ให้เธออับอายและเลิกใกล้ชิดต๋อง ศักดิ์ชายเอามือถือ
ออกมาทำท่าจะเปิด ณดาฉุนขาดคว้ามือถือของเขาขว้างไปจนแตกกระจาย ท้าว่าถ้าเขาเอาคลิปออกมาเมื่อไร ใครดูก็ต้องรู้ว่ามันเป็นการตัดต่อ เพราะตนถูกกระทำในสภาพไม่ได้สติ และตนก็จะใช้คลิปของเขานี้เป็นหลักฐานลากเขาเข้าคุกไปเลย
ศักดิ์ชายถูกขู่กลับเช่นนั้นก็พูดไม่ออก เตะซากมือถือที่ณดาขว้างแตกกระจายที่พื้นอย่างหัวเสีย
ooooooo
กิมแชยังเพียรไปเยี่ยมจาตุรงค์ที่โรงพยาบาล อ้างเหมือนเดิมว่ากิมลั้งไม่ว่างจึงให้ตนมาแทน จาตุรงค์บ่นๆว่ากิมลั้งไม่ว่างอีกตามเคย กิมแชเลยเล่าว่าต๋อง
กลับมาขายผักที่ตลาด และเล่าบรรยากาศที่ขายดิบขายดีในตลาดร่วมใจเกื้อให้ฟัง
จาตุรงค์ระแวงว่ากิมลั้งจะใกล้ชิดสนิทสนมกับต๋องอีก ฮึดฮัดจะออกจากโรงพยาบาลเดี๋ยวนั้นเลย แต่พอลุกก็เซจะล้มจนกิมแชต้องรีบเข้าประคองไว้
หลังจากออกทีวีไปแล้ว ต๋องก็นำวงดนตรีมาแสดงที่ตลาดตามสัญญาที่ให้ไว้ ผู้คนจึงหลั่งไหลมาฟังเพลงและซื้อของกลับบ้านกันมากมาย
แล้วก็มีเรื่องเหนือความคาดหมายให้ดีใจกันอีก เมื่อดีเจนุ้ยมาบอกว่า หลังจากเทปรายการที่ออนแอร์วงร่วมใจเกื้อออกไปแล้ว กระแสตอบรับดีมาก แฟนรายการอยากเห็นเอ็มวีตัวใหม่ออกมาอีก ต๋องจึงไปเล่าให้ณดาฟัง เธอดีใจมาก
ต๋องขออนุญาตมาถ่ายทำที่ตลาดอีก ณดาบอกเขาว่า เขาทำเพื่อตลาดมาตลอด ไม่ต้องมาขออนุญาตอะไรอีกแล้ว ดีเจนุ้ยดีใจขอบคุณณดา แล้ววางแผนงานกับต๋องอย่างกระตือรือร้น
พ่อค้าแม่ค้าในตลาดและบริเวณรอบๆ จากที่เคยต้องขายของกันจนค่ำ ทุกวันนี้แค่บ่ายๆสินค้าก็หมดแล้ว แต่แล้วก็เหมือนมีมารผจญ เมื่อแม่ค้าพ่อค้าหลายคนมีเงินมีเวลาก็หันไปเล่นหวย โดยมีจะเด็ดใบ้หวยให้ เท่านั้นไม่พอยังหลอกล่อให้คนที่มาขอหวยทำบุญด้วย ป่าวประกาศว่า
“เรื่องจะถูกไม่ถูกนี่ก็ขึ้นกับผลบุญที่ทำไว้แล้วล่ะ ทำมากก็ได้มาก ทำน้อยก็ได้น้อย ทำร้อยได้พัน ถ้าจะทำอีกวันสองวันก็รอได้เดือนหน้า” ชาวบ้านเลยควักเงินใส่ขันทำบุญกันบางคนแทบจะเทกระเป๋าให้เลยทีเดียว
ต๋องผิดสังเกตที่พอเลิกขายของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็หายกันไปเกือบหมด พอรู้จากเลื่อนว่าไปเอาหวยจากจะเด็ด ต๋องก็บ่นเซ็งๆว่า ขายของดีเข้าหน่อยแทนที่จะเก็บหอมรอมริบไว้กลับเอาเงินไปให้เจ้ามือหวยเสียหมด
ooooooo
อาทิตย์ต่อมา ดีเจนุ้ยก็เริ่มมาถ่ายทำมิวสิกวีดิโอที่ตลาด เพื่อความสะดวกในการทำงานและไม่อยากรบกวนณดามากเกินไป ดีเจนุ้ยเสนอว่าให้ตนประสานงานกับผู้ช่วยของเธอก็ได้
ศักดิ์ชายแสดงตัวทันทีว่าตนเป็นผู้ช่วยคนสนิทของณดา ดีเจนุ้ยหลงเชื่อจึงขอตัวไปเตรียมงาน ณดาตำหนิศักดิ์ชายว่าใครให้มาก้าวก่ายหน้าที่ของตน
“หัวใจมั้ง...แหม...มีอะไรที่จะช่วยแบ่งเบาภาระให้แฟนผมได้ ผมก็ต้องทำซิ” ศักดิ์ชายทำหน้ากะลิ้มกะเหลี่ย
“ใครแฟนคุณ” ณดาสะบัดเสียงใส่แล้วเดินออกไปเลย ศักดิ์ชายเห็นยั่วเธอได้ก็หัวเราะชอบใจ
การถ่ายทำเกิดปัญหา เมื่อคนที่จะมาเล่นเป็นนางเอกคู่กับต๋องถูกแฟนซ้อมเมื่อคืนนี้เลยมาไม่ได้ จำเป็นต้องหาคนมาแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน มีสมัครมาหลายคน ทั้งคิตตี้ ชมพู่ แต่ดีเจนุ้ยดูแล้วรับไม่ไหว
ดีเจนุ้ยไปติดต่อกิมลั้งให้มาเล่นมิวสิก คิตตี้มาลุ้นสุดตัว ชมพู่ก็เชียร์เต็มที่ กิมฮวยมาได้ยินห้ามกิมลั้ง
ไปเล่นให้วงของต๋องเด็ดขาด พอนุ้ยบอกว่ามีค่าเสียเวลาให้ 5 พัน กิมฮวยก็เสียงอ่อนลงทันที
พอกิมลั้งแต่งหน้าทำผมและเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาเตรียมเข้าฉาก ทำเอาทุกคนมองตะลึง แม้แต่กิมฮวยเองก็ถึงกับไม่เชื่อสายตาว่ากิมลั้งจะสวยได้ขนาดนี้ แต่พอเริ่มถ่ายทำ กิมฮวยก็เห็นกิมลั้งใกล้ชิดกับต๋องมากก็สั่งให้หยุดไม่ยอมให้เล่นอีก จนนุ้ยต้องหว่านล้อมว่าไม่มีการถึงเนื้อถึงตัวจริงๆ เพราะใช้มุมกล้องช่วย และเพิ่มค่าตัวให้เป็นหมื่นห้า กิมฮวยถูกเงินหลอมจนเสียงอ่อนลงตามเคย
เพื่อไม่ให้มีปัญหาอีก ดีเจนุ้ยเชิญกิมฮวยไปนั่งดูสบายๆจากจอมอนิเตอร์กับตน จะได้ไม่ต้องเบียดกับใครและได้เห็นภาพชัดๆและตรวจสอบกันอย่างใกล้ชิดด้วย
ooooooo
เมื่อผู้กำกับเดินไปสั่งทีมงานและนัดแนะกับต๋องและกิมลั้ง โดยมีดีเจนุ้ยคอยประกบ ผู้กำกับบอกว่าไม่มีปัญหาแล้วทุกอย่างขอให้เป็นไปตามที่ซ้อมไว้แต่แรก
ดีเจนุ้ยดึงต๋องกับกิมลั้งไปคุยส่วนตัว ย้ำกับทั้งสองจริงจังว่า
“กิมลั้ง เพื่อความสมจริง น่าเชื่อถือ ขออนุญาตให้ต๋องเล่นจริงนะ ถึงกิมลั้งจะไม่ใช่นักแสดงมืออาชีพ แต่พี่ก็เชื่อว่ากิมลั้งมีความเป็นมืออาชีพ” ต๋องติงว่ากลัวกิมลั้งจะมีปัญหากับแม่ “ไม่เป็นไรจ้ะ เรื่องนั้นพี่จัดการเอง” ดีเจนุ้ยสั่งทุกคนเข้าที่ แล้วตัวเองก็เดินกลับไปนั่งกับกิมฮวยทำเหมือนนั่งเป็นเพื่อนแต่ที่แท้นั่งคุมไม่ให้ไปสร้างปัญหาอีก
“อานุ้ย...ถ้ามีอะไรที่ผิดจากที่สัญญา อั๊วจะเรียกค่าเสียหายลื้อให้น่าดูเลยนะ จำไว้” กิมฮวยไม่วายขู่
ระหว่างนั่งดูกันอยู่นั้น ดีเจนุ้ยก็พยายามอธิบายฉากที่ล่อแหลมให้เห็นว่าเป็นมุมกล้องเท่านั้น หรือที่คิดว่าฉากไหนเสี่ยง ก็หาเรื่องคุยเบี่ยงเบนสายตาและความสนใจของกิมฮวยเสีย
ผิดกับบริเวณที่ถ่ายทำ กิมลั้งตื่นเต้นจนเกร็ง ส่วนบรรดาผู้ชมที่มุงกันอยู่ ต่างก็ฮือฮากับฉากจริงที่เห็น บางคนถึงกับครางอย่างแสนเสียดายอยากเป็นกิมลั้งให้ต๋อง
กอดและจูบแทนเสียจริงๆ
ooooooo
เพื่อทำลายตลาดให้ได้ ชายศักดิ์ให้ลูกน้องเอาฝูงหนูไปปล่อยในตลาด แล้วแจ้งอนามัยให้มาตรวจตลาด หนูที่วิ่งกันพล่าน ทำให้ชาวตลาดทั้งตกใจทั้งขยะแขยง พากันร้องวี้ดว้ายหนีหนูกันอลหม่าน
ทวีอยู่ที่ตลาดพอดี รีบโทร.บอกคุณนายสดศรี อึดใจเดียวคุณนายก็มาถึงตลาด ถามว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง ป้าพิณบอกว่ามันเพิ่งมาวันนี้เอง ณดากวาดตามองหนูที่วิ่งขวักไขว่ พึมพำอย่างไม่อยากเชื่อว่ามันมาได้ยังไงมากมายขนาดนี้
กิมฮวยชำเลืองไปทางต๋องบอกว่าคงเป็นเพราะพวกเสนียดจัญไรกลับมาสิงสู่ที่ตลาดอีกแน่ๆ จะเด็ดกับเต็กไฮ้ประสานเสียงเป็นปี่เป็นขลุ่ย ชมพู่ทนไม่ได้โต้ว่าอะไรๆก็โทษต๋อง ทั้งที่ต๋องไม่เคยทำอะไรให้หนักหัวพวกน้าๆเลย
กิมฮวยสะอึกจะด่าชมพู่ คุณนายสั่งเลิกเถียงกัน แล้วมาช่วยกันหาทางจับหนูพวกนี้ออกไปจากตลาดให้เร็วที่สุดก่อนที่ลูกค้าจะมาเจอ แต่หนูจำนวนมากเหลือเกิน กิมลั้งจึงเสนอให้ปิดตลาดสักวันเพื่อกำจัดหนู ทุกคนเห็นด้วย ต๋องจึงให้เลื่อนกับรักเร่ไปเขียนป้าย “ขออภัย งดใช้บริการหนึ่งวัน” ไปติดไว้หน้าตลาด
ขณะนั้นเอง ลุงอ่ำก็หน้าตาตื่นมาบอกคุณนายว่า
“คุณนายครับ...กรมอนามัยโทร.มาบอกว่าจะขอเข้ามาตรวจเพราะได้รับแจ้งจากลูกค้าว่าตลาดเรามีหนูเต็มไปหมดครับ”
คุณนายเครียดขึ้นทันที ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กกลัวตลาดเสียชื่อและถูกปิด
ooooooo
เมื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจ สดศรีดูเจ้าหน้าที่ที่ดาหน้าเข้ามาตรวจแล้วพึมพำกับต๋องว่า
“เราจะรอดไหมเนี่ย”
“พวกเราจะช่วยกันปกป้องตลาดสุดชีวิตครับคุณนาย” พูดแล้วต๋องก็ส่งสัญญาณให้ชาวตลาดกระจายกันทำงาน ชาวตลาดที่จัดตั้งกันแล้ว ต่างพากันไล่ไม่ให้หนูออกมาเพ่นพ่าน บ้างก็เอาภาชนะครอบหนูไว้
เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตรวจเข้ม ทำท่าจะกันหนูไว้ไม่อยู่ ต๋องก็ส่งสัญญาณให้พรรคพวกที่กระจายกันทั่วตลาด พากันเต้นเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้พวกที่คอยไล่หนูทำงานได้สะดวกขึ้น
เจ้าหน้าที่ตรวจเสร็จ ก็ขอบคุณคุณนายสดศรีที่ให้ความร่วมมืออย่างดีแจ้งผลการตรวจว่า
“ตอนนี้ จำนวนหนูที่เราพบก็อยู่ในจำนวนที่รับได้ ไม่ใช่อย่างที่ได้รับแจ้งมา ยังไงพวกผมขอตัวกลับไปทำงานต่อนะครับ”
เมื่อเจ้าหน้าที่กลับไปแล้ว ชาวตลาดพากันถอนใจโล่งอก คุณนายขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันทำให้ตลาดรอดไปได้อย่างหวุดหวิด
“มันก็แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าน่ะค่ะคุณแม่ ถ้าเรายังหาสาเหตุไม่ได้ว่าพวกนั้นมาจากไหน เดี๋ยวก็ต้องมีคนโทร.แจ้งกรมอนามัยอีกอยู่ดี” ณดาเอ่ยขึ้น
“แต่ที่ผมสงสัยก็คือ พวกเราเจอหนูกันได้ไม่เท่าไร ทำไมกรมอนามัยถึงรู้เรื่องเร็วนัก” ต๋องตั้งข้อสังเกต พลันก็ฉุกคิดอะไรได้ เขาวิ่งพรวดออกไปทันที ได้ยินเจ้าหน้าที่เดินคุยกันขณะไปขึ้นรถ
คนหนึ่งบ่นว่าไม่เห็นว่ามีหนูมากมายอย่างที่ได้รับรายงานเลย อีกคนบ่นว่า ถ้ารัศมียืนยันอย่างนั้นก็ต้องให้เธอบอกให้แน่นอนว่าเห็นหนูที่ไหน อะไร ยังไง
ต๋องนิ่งงันพึมพำ “รัศมี??!!” พลันก็เห็นคนถือถุงห้างเวรี่แฮปปี้เดินผ่านไป ต๋องฉุกคิดอะไรได้ ตาวาวโรจน์แล้วเดินบ่ายหน้าไปที่ห้างทันที
ooooooo
ต๋องใส่หมวกหรุบ เปลี่ยนเสื้อผ้า เข้าไปเดินในห้างทำทีเป็นคนส่งของ เห็นรัศมีเดินหน้าเครียดเข้าไปหาชายศักดิ์พอดี ต๋องรีบสะกดรอยตามไปแอบฟัง
“คนที่กรมอนามัยโทร.มาบอกว่า ไม่เจอฝูงหนูที่เราไปปล่อยเอาไว้ค่ะ เห็นแค่ไม่กี่ตัว”
“จะเป็นไปได้ยังไง มันไม่น่าจะเก็บกวาดทัน เธอโทร.เช็กลูกรึยังว่าเกิดอะไรขึ้น” ชายศักดิ์ทำหน้างง
“ลูกจะไปเช็กได้ยังไงล่ะคะ ก็เมื่อวานเขาเพิ่งบินไปสั่งของมาให้เราไง แต่รัศมีก็บอกกรมไปแล้วนะคะว่าเดี๋ยวจะเก็บหลักฐานส่งไปให้ดูเอง”
ขณะนั้นเอง มีพนักงานเดินหน้าตาตื่นๆ เข้ามาบอกว่าของมาส่งแล้ว ชายศักดิ์พยักหน้าแล้วเดินลงบันไดฉุกเฉินไปด้วยท่าทางมีพิรุธ ต๋องผิดสังเกตรีบตามไป
ตามไปจนถึงโกดังเก็บเครื่องใช้ไฟฟ้า ระหว่างที่พนักงานห้างตรวจของรับของนั้น ชายศักดิ์ก็ซักถามคนส่งของว่า งวดนี้มีปัญหาด่านตำรวจไหม
จากการทำงานและพูดคุยกัน ต๋องรู้ทันทีว่า นี่คือสินค้าหนีภาษี ต๋องหยิบมือถือออกมาถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานทันที
ตรวจของส่งของรับเงินแล้ว คนส่งของถามว่า “ตกลงทุกอย่างโอเคไหมครับ”
“รู้สึกจะไม่โอเคเท่าไหร่นะ” ต๋องพูดแทรกขึ้น ชายศักดิ์ตกใจถามว่าเข้ามาได้ยังไง สั่งลูกน้องให้จับตัวไว้
“เอาสิ ถ้าผมเป็นอะไรไป เสี่ยก็เดือดร้อนแน่ เพราะผมส่งคลิปหลักฐานความชั่วของเสี่ยไปให้คุณนายสดศรีเรียบร้อยแล้ว” รัศมีถามว่าต้องการอะไร “ก็ต้องการให้คุณนายรัศมีรีบไปเก็บกวาดเรื่องที่สาดสีไว้กับตลาดผมไง...ผมไม่คิดเลยนะว่าห้างใหญ่โตอย่างเวรี่แฮปปี้จะเล่นสกปรกกับตลาดเล็กๆ ของผมด้วยวิธีนํ้าเน่าอย่างการปล่อยหนู คราวนี้ก็คงต้องมาวัดดวงกันละครับ ว่าเรื่องตลาดมีหนูกับห้างมีของหนีภาษีอะไรมันจะเด็ดกว่ากัน”
เมื่อจำนนด้วยหลักฐาน รัศมีถามว่าแล้วจะเอา อย่างไร ต๋องให้ไปจัดการเก็บกวาดหนูสกปรกพวกนั้นออกจากตลาดให้หมดภายในคืนนี้ แก้ข่าวกับกรมอนามัยให้เรียบร้อย แล้วตนจะถือว่าไม่รู้ไม่เห็นเรื่องพวกนี้
รัศมีแทบจะคลั่งที่เสียทีต๋องอย่างหมดท่า
คืนนี้ พวกลูกน้องชายศักดิ์จึงต้องพากันไล่จับหนูชุลมุนไปทั้งตลาด
ooooooo
สดศรีพอใจมากที่ต๋องแก้เผ็ดพวกชายศักดิ์ได้อย่างเจ็บแสบ เตรียมจะเอาคลิปที่ต๋องส่งให้ไปเล่นงานซํ้าอีก ต๋องขอร้องว่า อย่าทำเลยเก็บคลิปไว้เล่นงานพวกเขาทีหลังก็ได้ถ้าเกิดทางเขาตุกติกอีก ต๋องยํ้าว่า
“แต่อะไรที่เราตกลงกับเขาไว้คำไหนก็ควรจะเป็นคำนั้น ไม่อย่างนั้นเราก็จะเป็นคนที่แย่ไม่แตกต่างอะไรกับพวกเขาเลย”
คุณนายยอมตามคำขอของต๋อง ชมประชดอย่างหมั่นไส้ว่า “ฉันจะยอมให้สักครั้ง ถือว่าเห็นแก่ความดีของพ่อพระพ่อเทวดามาเกิดอย่างเธอหรอกนะ” ชาวตลาดพากันโห่ฮิ้วดีใจที่คุณนายชมต๋อง ท่ามกลางความหมั่นไส้ของกิมฮวย
เมื่อศักดิ์ชายกลับมารู้ว่าพ่อกับแม่ทำงานพลาดทั้งเรื่องปล่อยหนูที่ตลาดและต๋องจับได้เรื่องของหนีภาษี ก็บอกพ่อกับแม่อย่างมุ่งมั่นที่จะจองล้างจองผลาญกับพวกตลาดร่วมใจเกื้อว่า
“ผมว่าเรายังไม่ต้องรีบบุ่มบ่ามทำอะไรไปให้เพลี่ยงพล้ำอีกหรอกครับ รอจังหวะที่เหมาะสมแล้วตะครุบมันให้ดิ้นไม่หลุดดีกว่า”
ooooooo










