ตอนที่ 14
วันนี้ ปีแสงสานต่อความสัมพันธ์กับฟ้าคราม ชวนเธอออกไปเดินเล่นกัน แต่ไม่ทันออกจากบ้านก็เจอเอเชียมาหาในสภาพสะบักสะบอม
เอเชียขอความช่วยเหลืออย่างน่าสงสาร บอกว่าตนกับสกั๊ตถูกจักรวาลจับไปขังไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ ต่อมาก็เอาตนมาปล่อยไว้ข้างถนนใหญ่ส่วนสกั๊ตยังถูกขังอยู่
“ทำไมมันถึงปล่อยคุณคนเดียว” แจ็คสงสัย
“เพราะมันต้องการให้ฉันออกมาบอกกับตำรวจว่าอย่าไปยุ่งกับมันอีก ไม่อย่างนั้นมันจะส่งศพพี่สกั๊ตตามมา” เอเชียฟูมฟายอย่างตระหนกบอกว่าตนกลัว ยังไม่กล้ากลับบ้าน
ปีแสงบอกให้เธอพักที่นี่ก็ได้จะได้สบายใจ เอเชียรีบขอบคุณ ปีแสงสังเกตเห็นฟ้าครามไม่สบายใจนัก พอเธอเดินออกไปปีแสงก็ตามไปคุย สัญญาว่ามันจะไม่มีทางเกิดเรื่องอะไรอย่างที่เธอกลัว โดยตนจะบอกเรื่องของเราให้เอเชียรู้เสียที
ดังนั้น เมื่อเอเชียอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยใส่ของฟ้าครามไปพลางก่อน ปีแสงจึงชวนเธอออกไปคุยกันที่สวนสาธารณะในหมู่บ้าน
แต่พอบอกความสัมพันธ์ของตนกับฟ้าครามแก่เอเชียเท่านั้น เธอทำท่าผิดหวัง เสียใจ หาว่าเขาทำให้ตนรักแล้วจึงมาบอกความจริง ทำเป็นสงสัยว่า
“หรือว่าที่คุณพยายามเข้ามาพัวพันกับฉัน กับพี่สกั๊ตเพราะคุณต้องการอะไรบางอย่าง หรือว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับจักรวาล” แล้วดักคอว่า “ที่แท้คุณก็เป็นพวกเดียวกับไอ้จักรวาลใช่ไหม”
เอเชียลุกเดินหนีอย่างหวาดกลัว ปีแสงเดินตามไปจับแขนไว้ ชี้แจงว่า
“มันไม่ใช่ ผมเป็นคนที่จะมาช่วยพี่ชายคุณจากไอ้จักรวาลต่างหากเข้าใจไหม เพียงแต่ผมยังบอกอะไรคุณทั้งหมดตอนนี้ไม่ได้ มองหน้าผมให้ดีสิ คุณคิดว่าคนอย่างผมเนี่ยเหรอที่จะทำร้ายคุณ”
“แต่คุณก็ทำร้ายหัวใจฉันไปแล้ว นอกจากหลอกฉันแล้ว จนวันนี้คุณก็ยังมีเรื่องปิดบังที่อ้างว่าบอกฉันไม่ได้อีก ทั้งที่มันเกี่ยวกับความเป็นความตายของฉันกับพี่ ฉันคงจะอยู่กับคุณต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะคุณทำตัวเป็นคนแปลกหน้า คุณทำให้ฉันไม่ไว้ใจ” เอเชียตีโพยตีพาย ดิ้นจะหนีไปให้ได้ ปีแสงรีบพูดอย่างเป็นห่วงว่า
“คุณจะไว้ใจใครได้อีกนอกจากตำรวจอย่างผม”
เอเชียสะใจที่ทุกอย่างเข้าทางตน แต่ก็ช็อกเมื่อรู้ความจริงจากปากปีแสงเองว่า เขาเป็นตำรวจ! แกล้งทำเป็นซาบซึ้งใจที่ปีแสงพยายามช่วยตนกับพี่ชายอย่างสุดความสามารถมาโดยตลอด
เอเชียเล่นละครตบตาปีแสงกับฟ้าครามจนทั้งคู่เชื่อสนิทใจ ต่างให้ความรักความอบอุ่นกับเธอเสมือนหนึ่งคนในครอบครัว มีแต่แจ็คเท่านั้นที่ยังมองทุกอย่างด้วยความเคลือบแคลงใจ
แต่เมื่อแจ็คพูดสะกิดเตือนปีแสง กลับได้รับคำยืนยันว่า เอเชียน่าสงสารมาก เราจะช่วยปล่อยให้เธอถูกจักรวาลลากไปขย้ำเล่นอีกไม่ได้ แจ็คเลยบอกว่าก็ขอให้สิ่งที่ตนคิดตงิด...ตงิดนั้นเป็นเพราะคิดมากไปเองก็แล้วกัน
ooooooo
พวกจักรวาลพากันเข้าไปที่ห้องคาราโอเกะร้องและเต้นกันอย่างเมามัน พอจบเพลงจักรวาลก็ตบมือเป็นสัญญาณแล้วเปลี่ยนบุคลิกเป็นจริงจังขึ้นมาทันที
จักรวาลเริ่มคุยเรื่องงาน โดยมีองศาคอยแปลให้อย่างชำนาญ ระหว่างนั้นองศาเอื้อมมือไปปิดล็อกห้อง พวกเครือข่ายทุกคนต่างมีสีหน้าจริงจังขึ้น ยกไอแพดของตัวเองขึ้นมาวางตรงหน้า
จักรวาลใช้ไฟแสงแดงๆชี้ไปที่แผนผังบนจอทีวี บอกเครือข่ายว่า “นี่คือลำดับขั้นตอนโดยคร่าวๆเกือบจะละเอียดเกี่ยวกับวันส่งของของเรา” พอจักรวาลพูดจบองศาก็แปลอย่างช่ำชอง
จนถึงช่วงสุดท้าย จักรวาลบอกแก่เครือข่ายว่า ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่บอกกล่าวทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันปัญหายุ่งยากที่จะเกิดขึ้นในวันสำคัญของเรา ถามว่ามีใครสงสัยอะไรอีกไหม
เมื่อองศาแปลจบ ไม่มีใครสงสัย จักรวาลจึงขอปิดประชุม อวยพรให้ทุกคนเดินทางโดยสวัสดิภาพและแยกย้ายไปกันคนละทิศละทางให้เร็วที่สุด
เมื่อทุกคนพากันออกจากห้องด้วยท่าทางที่ร่าเริงสุดๆ เหมือนนักท่องเที่ยวที่ได้รับความสำราญมาเต็มอิ่ม จักรวาลกับองศาออกจากห้องเป็นชุดสุดท้าย
แต่พอทั้งสองพ้นไปไม่ไกล ก็มีพนักงานเสิร์ฟชายหญิงใส่หน้ากากอนามัยถือถาดเข้ามาเพื่อเก็บจานชาม แท้ที่จริงทั้งสองคือลายเมฆกับจอมนั่นเอง
ooooooo
ลายเมฆกับจอมรีบช่วยกันแกะเครื่องดักฟังที่ติดซ่อนไว้ตามจุดต่างๆอย่างรวดเร็ว
เจ้ากรรม! จักรวาลเกิดลืมโทรศัพท์ไว้ที่ห้องคาราโอเกะ จะกลับมาเอา องศารีบอาสามาเอาไว้ จักรวาลบอกว่าตนไปเอาเองดีกว่า เพราะมีคลิปเยอะ
องศาพยายามถ่วงเวลาของจักรวาล เมื่ออาสาไปเอาโทรศัพท์ให้ไม่สำเร็จ ก็เดินแซงขึ้นมาทำเป็นเอาใจ เปิดประตูให้จนจักรวาลสงสัยว่าทำไมบริการดีขนาดนี้
เพียงจักรวาลโผล่เข้าไปในห้อง ก็เห็นลายเมฆถือโทรศัพท์อยู่พอดี ลายเมฆตั้งหลักแทบไม่ทัน แต่ไหวพริบดีรีบบอกว่า
“ของท่านหรือเปล่าครับ ผมกำลังจะเอาออกไปให้พอดีเลยครับ”
“ดีมาก...ซื่อสัตย์ ขยัน อดทนเป็นเครื่องหมายของคนดี” จักรวาลชมเปาะ องศาชวนรีบไปกัน จักรวาลขยับจะไป แต่แล้วก็ชะงักหันกลับมายื่นแบงก์พันให้ลายเมฆ แล้วทำยึกยักลีลา สุดท้ายควักใบละพันออกมาอีกใบ ส่งให้ลายเมฆกับจอมคนละใบ
ทันใดนั้นเอง พนักงานตัวจริงเข้ามาเห็นกำลังส่งเงินให้กันก็โวยวายว่า สองคนนี้เป็นใคร ไม่ใช่พนักงานของที่นี่
ความแตกทันที จักรวาลจ้องหน้าลายเมฆกับจอม กระชากหน้ากากอนามัยออกเห็นเป็นลายเมฆ
“แกอีกแล้วเหรอ” จักรวาลคำราม ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบปืนออกมาทันที องศาตกใจทำเป็นเซไปชนจักรวาลแล้วล้มทับกัน พลางทำปากบอกลายเมฆกับจอมให้รีบหนีไป ทั้งสองจึงรีบออกจากห้อง
“เฮ้ย จะไปไหน!!” จักรวาลดิ้นสุดแรง ตะโกนบอกองศาให้ลุกขึ้น แล้วตัวเองก็ถือปืนไล่ตามไป องศาลุกขึ้นวิ่งตามไปด้วย
จักรวาลชูปืนวิ่งไล่ตามจอมกับลายเมฆ ทำเอาคนในโรงแรมแตกตื่นหลบกันจ้าละหวั่น
ลายเมฆลากจอมวิ่งไปที่ระเบียง ตัดสนิทใจจับมือจอมกระโดดลงไปที่รถบรรทุกของโรงแรมที่จอดอยู่ ทั้งคู่กลิ้งกอดกันกลม แม้จะอยู่ในภาวะคับขันแต่ทั้งสองก็อดที่รู้สึกหวั่นไหวในสัมผัสกันไม่ได้
จักรวาลวิ่งตามมาง้างไกปืนจะยิงลงไปที่รถ องศาห้ามไว้อ้างว่าเสียงปืนจะทำให้กำลังสมทบของฝ่ายนั้นแห่กันมา บอกให้เรารีบหนีไปก่อนดีกว่า ว่าแล้วฉุดมือจักรวาลวิ่งไปแบบไม่ให้ตั้งตัวทัน
ooooooo
เมื่อกลับถึงเซฟเฮาส์ จักรวาลสบถอย่างเจ็บใจว่า จนถึงขนาดนี้ทำไมพวกนั้นถึงเข้ามาแส่ได้ หรือว่ามีข่าวรั่วออกไป
องศาชักใจไม่ดี กระทิงถามว่าจะรั่วได้ยังไงก็มีแค่เราสามคนเท่านั้นที่รู้ จักรวาลหันขวับจ้ององศา ทำให้องศารีบออกตัวว่า ตอนที่ตนกลับมากระทิงก็ตรวจละเอียดถี่ถ้วนแล้ว พลันก็ทำเป็นเอะใจ หยิบโทรศัพท์มือถือมาแกะดูด้านหลัง
“จริงๆด้วย” องศาทำเป็นตกใจ ขว้างโทรศัพท์แล้วชักปืนยิงจนกระจุยทันที จักรวาลกับกระทิงจะดูว่ามีอะไรก็ไม่ทัน องศาทำเป็นตำหนิตัวเองว่า “ผมนี่ชุ่ยจริงๆเห็นเป็นมือถือของตัวเองเลยไม่เอะใจ”
กระทิงถามจักรวาลว่าจะเอาอย่างไร ยกเลิกงานส่งของก่อนดีไหม
“ไม่! พวกมันทำให้ฉันแคนเซิลลูกค้ามาหลายทีแล้ว ถ้าคิดจะเปลี่ยนอะไรตอนนี้ฉันว่าเราเปลี่ยนอาชีพกันไปเลยดีกว่า” จักรวาลแข็งกร้าว องศาติงว่าตำรวจรู้แผนเราแล้ว “ต่อให้มันรู้มากแค่ไหนฉันมีวิธีที่จะทำให้พวกมันไม่กล้าทำอะไรเราเด็ดขาด”
“วิธีไหนครับ” องศาเริ่มกลัว ยิ่งเมื่อจักรวาลบอกว่าเดี๋ยวก็รู้ ทำให้องศายิ่งระแวง...
ooooooo
ลายเมฆกับจอมหนีรอดมาได้แล้ว ลายเมฆจะไปส่งจอมที่คอนโดฯ จอมบอกว่าตนกลับเองได้
“เฮ้ย...ไม่ได้ ถ้าไม่เห็นเธอกลับบ้านปลอดภัย เธอจะทำให้ฉันนอนไม่หลับนะคืนนี้”
แม้จะเป็นคำพูดแข็งๆห้าวๆ แต่ก็ทำเอาจอมหันมองหน้าเขาแปลกๆ
ขึ้นไปส่งจอมที่ห้องแล้ว ลายเมฆเกิดปวดฉี่ขอเข้าห้องน้ำ ทีแรกจอมชี้ไปที่ห้องน้ำข้างนอก นึกได้ว่าชักโครกเสีย เลยให้ไปเข้าในห้องนอน ตัวเองเดินไปรินน้ำดื่ม
พอนึกอะไรได้จอมแทบสำลักน้ำ เพราะในห้องนอนเธอนั้น เต็มไปด้วยรูปของลายเมฆทั้งที่ถ่ายเดี่ยวถ่ายหมู่ทั้งรูปเก่ารูปใหม่ติดไว้เต็มไปหมด จอมรีบตามเข้าไปในห้องนอน ถามเขินๆว่า
“มันน่าอายใช่ไหม”
“ความจริงฉันรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ตอนที่ฉันหายตัวไปแล้วล่ะ” ลายเมฆพูดให้เธอหายเขิน แล้วเล่าว่าตนได้ยินตอนที่ผู้กำกับเฮียหลงแซวเธอ จอมถามว่าเขาเห็นว่าตนเป็นตัวตลกใช่ไหม “ฉันจะเห็นความรู้สึกดีๆที่เธอมีให้ฉันเป็นเรื่องตลกไปได้ยังไงกันจอม” ลายเมฆดูรูปเก่าที่ถ่ายคู่กับจอมถามว่า “บอกได้ไหมว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ก็...ตั้งแต่วันแรกที่ฉันเจอเธอน่ะแหละ...” จอมก้มหน้าเขินอย่างไม่อาจปกปิดได้
แล้วภาพในอดีตตั้งแต่ที่ได้เจอกัน ก็กลับมาสู่ความทรงจำอีกครั้ง...
ooooooo
เมื่อสิบกว่าปีก่อน...
จอมใจชนกในวัยแรกรุ่น แบกกระเป๋าเป้ใบโตเดินมะงุมมะงาหราหาตึกที่จะเข้าไปรายงานตัว เธอเดินข้ามถนนโดยไม่ดูรถ ทำให้รถเบรกกันสนั่น บางคันก็ชนกันโครมๆ เธอตกใจรีบขอโทษแล้วถอยออกมา
เจ้ากรรม! เกือบถูกรถจักรยานยนต์ที่กำลังพุ่งมาจะชนเข้าอีก เลยโดดหลบอีกที ไปชนเอากับชายหนุ่มที่เดินอยู่จนเซตกลงไปในคูน้ำข้างๆ พอชายหนุ่มคนนั้นโผล่ขึ้นมาหน้าเต็มไปด้วยโคลน
ด้วยความตกใจ รู้สึกผิด จอมรีบเอาน้ำที่มีอยู่ล้างหน้าให้เขา เมื่อโคลนถูกชำระออก จอมเห็นใบหน้าหล่อเท่ของเขาก็ถึงกับอึ้งราวกับพบชายในฝัน
แล้วความประทับใจก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้มาเป็นสมาชิกใหม่ในทีมฝึกกับลายเมฆและเฮียหลง
“ตั้งแต่วันนั้น ฉันก็ทำได้แค่เก็บความรู้สึกที่มีไว้เป็นความลับ เพราะกลัวว่ามันจะทำลายความเป็นเพื่อนระหว่างเรา” จอมเล่าเขินๆ
ระหว่างฝึกในที่ต่างๆ จอมยังเฝ้าดูแลและใกล้ชิดกับลายเมฆ กระทั่งแอบถ่ายรูปเท่ๆของเขา เมื่อลายเมฆมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่น เธอก็ช่วยด้วยการปากิ่งไม้ใส่คู่ต่อสู้ เวลานั้นลายเมฆได้แต่งงว่าใครทำ
จนกระทั่งในสถานการณ์จริง ที่ลายเมฆเพลี่ยงพล้ำถูกคนร้ายยิง จอมก็เข้าไปช่วยได้หวุดหวิด เธอกระโจนเข้าเตะเสยคางคนร้ายจนสลบ ลายเมฆเข้าจับมือเธอไว้ด้วยความขอบคุณ จอมเขินมากแต่ก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกกับการกระทำของตัวเองและคำขอบคุณกับสัมผัสจากเขา...
แต่เรื่องก็มาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจ เมื่อจอมรู้ว่าลายเมฆมีคนรักอยู่แล้ว วันนั้นจอมเดินอยู่มองไปเห็นลายเมฆโบกมือมาทางตนยิ้มแย้มดีใจ เธอโบกตอบด้วยหัวใจพองโต แต่พอเขาเดินมาใกล้ เขากลับเดินเลยไป ไปหาหญิงสาวอีกคน โผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึง เวลานั้น เธอได้แต่วิ่ง หนีไปแอบร้องไห้ด้วยความเสียใจ
“ตั้งแต่วันนั้น” จอมเล่าถึงการตัดสินใจ “ฉันก็ตัดสินใจย้ายตัวเองไปทำงานที่อื่น แต่ก็ประหลาดนะ ต่อให้ฉันหนีเธอไปไกลแสนไกลแค่ไหน แต่ภาพเธอมันก็ยังวนเวียนอยู่ใกล้มาจนถึงทุกวันนี้”
ลายเมฆพูดอย่างรู้สึกผิดว่าตนคงทำให้เธอเจ็บปวดมาก จอมบอกทันทีว่าเขาไม่ได้ทำอะไร ตนเองต่างหากที่ทำตัวเอง
“ถึงฉันจะพูดจากวนเธอมาตลอด แต่ฉันก็รู้นะว่าเธอดีกับฉันมากแค่ไหน เธออาจจะดีไปสำหรับคนอย่างฉันด้วยซ้ำ”
“เมฆ...บางทีคนเราก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อคนที่เรา...ช่างมันเถอะ เธอคงไม่เข้าใจหรอก”
“ทำไมฉันจะไม่เข้าใจล่ะ” ลายเมฆเอื้อมไปจับมือจอม “ฉันเข้าใจดีทุกอย่าง แล้วก็อยากจะมีเธอเป็น...เออะ...เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดอย่างนี้ตลอดไปนะ”
จอมรู้ใจว่าเขาจะพูดอะไร แต่แล้วกลับน้ำตาคลอบอกเขาว่า “ไม่ต้องห่วงหรอกเมฆ ฉันจะเป็นเพื่อนเธออย่างนี้ตลอดไปแน่ๆ”
ooooooo
เอเชียเล่นละครตบตาจนปีแสงกับฟ้าครามตายใจ วันนี้ขณะที่อยู่กันสองคนเพราะปีแสงไปประชุม เอเชียทำทีได้รับโทรศัพท์จากญาติ บอกฟ้าครามว่า พวกญาติจะให้ตนไปเคลียร์เรื่องเงินทองกันเพราะเชื่อว่า สกั๊ตตายไปแล้วแต่ตนไม่กล้าออกไปไหน
ฟ้าครามเห็นใจจึงอาสาไปเป็นเพื่อน หารู้ไม่ว่าเป็นแผนลวงฟ้าครามไปลักพาตัวระหว่างทาง เมื่อฟ้าครามถูกลักพาตัวไปแล้ว เอเชียทำเป็นตกใจรีบโทร.บอกปีแสงที่กำลังประชุมกันอยู่ที่ร้านของเฮียหลง
“มันต้องเป็นพวกไอ้จักรวาลแน่ๆ ไอ้เลวชาติ ไอ้หมาลอบกัด” ลายเมฆด่าอย่างแค้นใจ
อึดใจเดียวมือถือของผู้กำกับก็ดังขึ้น เป็นสายจากจักรวาล เยาะเย้ยว่าเพิ่งได้ยินข่าวดีใช่ไหม แล้วยื่นเงื่อนไขว่า
“ฟังให้ดีนะ ถ้าไม่อยากให้ลูกสาวไอ้ลายเมฆเป็นอะไรก็อย่าได้แส่เข้ามาขวางงานสำคัญครั้งนี้ของฉันเด็ดขาด เพราะถ้าฉันเห็นแม้แต่แมงหวี่แมงวันที่มาจากแกในวันส่งของละก็...เตรียมรับศพฟ้าครามได้เลย”
พูดเสร็จจักรวาลตัดสายทันที ลายเมฆถามอย่างร้อนใจว่า “มันว่ายังไงบ้างพี่”
“มันยืนยันจะส่งของโดยใช้ฟ้าเป็นตัวประกัน!”
ลายเมฆเตะเก้าอี้จนกระเด็น แล้วรีบโทร.หาองศาเพื่อถามข่าว แต่ไม่มีคนรับสาย ผู้กำกับปลอบใจว่า ถ้ามันจะใช้ฟ้าครามเป็นตัวประกันมันก็คงไม่กล้าทำอะไร และถ้าองศาได้เจอฟ้าครามก็คงไม่ปล่อยให้เป็นอะไรแน่
“นี่นอกจากองศาแล้ว เราไม่มีหนทางอื่นอีกหรือไง ยังไงฉันก็ไม่ยอมมานั่งจมปลักอยู่ตรงนี้” ลายเมฆฮึดฮัด ปีแสงก็ไม่ยอมเหมือนกัน บอกว่าตอนนี้จ่าพยศกำลังไปรับเอเชียเดี๋ยวคงรู้รายละเอียด
“ทั้งคู่ใจเย็นๆนะ เพราะพี่ก็ไม่ยอมเหมือนกัน ถ้า คืนนี้มันมีการส่งของจริงๆ องศาต้องติดต่อเราแน่ๆ” ผู้กำกับพูดอย่างมั่นใจ แล้วทุกคนก็นั่งหน้าเครียดเพราะมีแต่ต้องรอข่าวจากองศาเท่านั้น
ooooooo
ฟ้าครามถูกโปะยาสลบ มารู้สึกตัวเมื่ออยู่ในห้องขังแล้ว ลืมตาเห็นองศาก็โผเข้าขอความช่วยเหลือ จักรวาลเยาะเย้ยว่า นี่ยังเห็นองศาเป็นพี่ชายที่แสนดีอยู่หรือ แล้วให้องศาแนะนำตนให้ฟ้าครามรู้จัก
องศาแนะนำว่านี่คือคุณจักรวาล ฟ้าครามมองตะลึงถามว่าแล้วองศาเกี่ยวอะไรด้วย พอจักรวาลบอกว่าองศาคือคนที่ตนส่งเข้าไปสวมรอยเป็นพวกเดียวกับลายเมฆ เสียดายความแตกเสียก่อนไม่อย่างนั้นก็หลอกเธอมาทำเมียไปแล้ว พูดแล้วเดินไปตบบ่าองศา พูดกลั้วหัวเราะว่า
“แต่ไม่เป็นไรนะองศา ยังไงก็ยังทัน ช่วงวันสองวันนี้ฉันอนุญาตให้นายปู้ยี่ปู้ยำแม่นี่เป็นรางวัลสำหรับความซื่อสัตย์ที่มีให้ฉันมาตลอด”
เมื่อจักรวาลออกไปแล้ว ฟ้าครามด่าองศาที่หลอกพวกตน องศาบอกเธอว่า มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด แต่ตอนนี้ตนอธิบายอะไรไม่ได้เพราะกำลังทำเรื่องสำคัญอยู่ แล้วช่วยแก้เชือกที่มัดมือเธอออกบอกว่าจะหาทางช่วยต่อไป
เสียงเอะอะข้างในทำให้จักรวาลส่งกระทิงให้เข้าไปช่วยองศาจัดการ แต่พอกระทิงเปิดประตู องศาได้ยินเสียงรีบโถมเข้ากอดฟ้าครามซุกไซ้ซอกคออย่างหื่นกระหาย จนกระทิงเบาใจถอยออกไป
เมื่อฟ้าครามสะบัดจนองศาปล่อย เธอไล่ตะเพิดเขาให้ออกไปอย่างเกลียดแค้นชิงชัง
องศาออกไปยืนเจ็บชํ้าใจอยู่ข้างนอก กระทิงเข้ามามอง อย่างจับผิด แล้วจึงบอกคืนนี้จะมีการส่งของให้พาฟ้าครามไปด้วย
ooooooo
สกั๊ตถูกขังอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ ร้อนจนแทบจะคลั่งคว้าท่อนเหล็กขึ้นมาฟาดอย่างระห่ำจนเสียงดังถึงข้างนอก ลูกน้องของจักรวาลสองคนที่เฝ้าอยู่มาเปิดดูก็ถูกสกั๊ตจัดการจนสลบแล้วหนีออกไป
แต่พอออกไปได้แล้วก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ตัดสินใจโทร.หาปีแสงบอกว่า ตนถูกจักรวาลจับขังอยู่ที่ตู้คอนเทนเนอร์ บริเวณนี้มีตู้คอนเทนเนอร์มากมายแต่ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน
ระหว่างโทรศัพท์ลูกน้องจักรวาลฟื้นขึ้นมาตรงเข้าปัดโทรศัพท์ทิ้งแล้วลากตัวเข้าไปขังไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ตามเดิม ปีแสงได้ยินเสียงสกั๊ตโต้เถียงกับลูกน้องจักรวาล บอกผู้กำกับว่าโทรศัพท์ยังไม่ถูกตัด จอมจึงเสนอให้เช็กสัญญาณว่าโทร.มาจากไหน
“ได้ ได้ เอาโทรศัพท์มาปีแสง” เฮียหลงรีบเอาโทรศัพท์จากปีแสงไปต่อกับคอมพิวเตอร์ ปีแสงคาดหวังว่า ถ้าเช็กได้คราวนี้เราเจอเครื่องพิมพ์มันแน่
ครู่เดียว เฮียหลงก็เช็กได้ บอกทุกคนด้วยความดีใจว่า “เรียบร้อย ตำแหน่งชัดเจน”
“เอกมันตร์ บอกพวกเราทุกคนเตรียมพร้อม แล้วติดต่อหน่วยปราบปรามเตรียมกำลังไว้ รอฟังคำสั่งอีกที” ผู้กำกับสั่งการทันที แจ็ครับคำแล้วไปดำเนินการ
ขณะนั้น จ่าพยศมาบอกปีแสงว่าเอเชียมาถึงแล้ว ให้รออยู่ข้างล่าง ปีแสงบอกเดี๋ยวจะลงไปหา
ooooooo
ที่ลับแห่งหนึ่ง จักรวาลแต่งตัวหล่อเดินมาบอกองศาให้เตรียมออกเดินทางกันได้แล้ว องศาถามว่าจะไปไหนกัน จักรวาลไม่บอกแต่ให้เตรียมเดินทางเลย
จักรวาล องศา กระทิงพากันมาขึ้นรถตู้หรู ฟ้าครามถูกเอาไปเป็นตัวประกัน ถ้าใครเล่นตุกติกขึ้นมาก็จะเชือดทันที
ระหว่างนั่งในรถตู้หรู องศานั่งประกบฟ้าคราม เธอเมินหน้าไปนอกหน้าต่างอย่างชิงชัง องศานั่งนิ่งๆ แต่สมองเครียดคิดหาทางส่งข่าวให้ลายเมฆ มีแต่จักรวาลเท่านั้นที่นั่งฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี
พากันมาถึงด้านหน้าลานตู้คอนเทนเนอร์ มีรถลูกค้าต่างชาติของจักรวาลเลี้ยวเข้ามาจอดหลายคัน ลูกน้องจักรวาลยืนเฝ้าอยู่อย่างเข้มงวด
“ไปรับแขกหน่อยสิกระทิง” จักรวาลสั่ง กระทิง
ทำหน้าเหลอบ่นว่าฝรั่งทั้งนั้นเลย จักรวาลทำหน้าเบื่อหน่ายบอกว่า “เสร็จงานนี้แกไปเรียนภาษาอังกฤษเลย เดี๋ยวฉันออกเงินให้”
ด่ากระทิงแล้วจักรวาลสั่งองศาให้พาฟ้าครามไปอยู่ในกระโจม แล้วคอยฟังคำสั่ง หันไปกำชับลูกน้องว่า “ดูแลให้ดีด้วยนะ”
ooooooo
เมื่อผู้กำกับ ลายเมฆ และปีแสงฟังเอเชียเล่าตอนที่ตัวเองถูกจับไปว่าเห็นเป็นรถตู้สีขาว จากนั้นตนก็สลบไป ทุกคนพากันหนักใจว่าข้อมูลแค่นี้จะไปหาเจอได้ยังไง ปีแสงได้แต่หวังว่าถ้าได้เจอมันทุกอย่างก็จะได้จบทีเดียวเลย
“ลองไอ้จักรวาลมันขู่มาอย่างนี้ มันเอาไอ้ตัวเล็กไปที่นั่นแน่ แล้วถ้าที่นั่นเป็นที่นัดส่งของจริง มันก็จบอย่างที่ปีแสงว่า” ผู้กำกับคาดคะเน
เอเชียเห็นสามคนคุยกัน เข้ามาถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ พอปีแสงบอกว่าสกั๊ตติดต่อมาและเรารู้ที่อยู่เขาแล้ว เอเชียตกใจ พอถูกมองก็ทำเป็นดีใจถามว่าสกั๊ตได้บอกอะไรหรือเปล่า
“ยังไม่ได้พูดอะไรกันมากเลยครับ คุณสกั๊ตเขาโดนจับไปก่อน เราเช็กตำแหน่งจากโทรศัพท์เอา” ปีแสงพาซื่อ ลายเมฆเร่งให้รีบไปกันเลยดีกว่า เอเชีย ขอตามไปด้วยอ้างว่า เป็นห่วงพี่ชาย
ปีแสงกับลายเมฆนั่งอยู่ด้านหน้า เอเชียกับแจ็คนั่งข้างหลัง เอเชียถือโทรศัพท์ในมือแต่หาโอกาสโทร.แจ้งจักรวาลไม่ได้เพราะแจ็คนั่งอยู่ด้วย
ผู้กำกับอยู่ในรถปฏิบัติการกับเฮียหลง เข้าไปใกล้ลานคอนเทนเนอร์ แต่มืดจนมองไม่เห็นอะไร ผู้กำกับบอกเฮียหลงให้เข้าไปใกล้กว่านี้ เฮียหลงบอกว่าตนเห็นมีคนเฝ้าอยู่ถ้าเข้าไปใกล้กว่านี้มีหวังโดนค้น
ผู้กำกับตัดสินใจนำกำลังเดินเท้าไปแล้วล้อมไว้ให้ทั่ว เฮียหลงสั่งการทางวิทยุทันที
“จากรถปฏิบัติการ กระจายกำลังล้อมไว้ รอฟังคำสั่ง ระวังตัวด้วย มีคนสังเกตการณ์อยู่”
ooooooo
องศาหาทางยืมโทรศัพท์ลูกน้องจักรวาลที่กระโจมโทร.บอกลายเมฆถึงแผนการของจักรวาลและที่อยู่ของพวกตนกับฟ้าคราม เอเชียแอบฟังอยู่ เมื่อพวกลายเมฆลงไปปฏิบัติการ จึงรีบโทร.แจ้งจักรวาลสั้นๆว่า
“ตำรวจกำลังจะบุกเข้าไป องศาเป็นพวกเดียวกับมัน”
เมื่อทุกอย่างกลับตาลปัตรเช่นนี้ ลานคอนเทนเนอร์แห่งนี้จึงเปลี่ยนเป็นสมรภูมิไปทันที
พวกฝรั่งที่มาซื้อแบงก์ปลอมถูกจ่าพยศต้อนเข้าไปขังไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ร้องกันโวยวาย
ลายเมฆไปช่วยฟ้าครามที่อยู่กับองศา แม้องศาจะถูกกระทิงถือปืนเข้าไปจะยิงทิ้ง แต่เขาก็เอาตัวปกป้องฟ้าครามและพาหนี โชคดีที่ลายเมฆเข้าไปช่วยทัน องศาให้ลายเมฆพาฟ้าครามหนี ส่วนตัวเข้าล่อพวกมันไปอีกทางหนึ่ง เมื่อพาฟ้าครามไปซ่อนในโกดังเก็บของปลอดภัยแล้ว ลายเมฆวิ่งย้อนกลับไปช่วยองศาสู้กับพวกมัน
ผู้กำกับและเฮียหลงทนอยู่ในรถบัญชาการไม่ไหว พากันถือปืนวิ่งลงมาร่วมต่อสู้ด้วย ผู้กำกับ และเฮียหลงวิ่งมาหยุดหน้าตู้คอนเทนเนอร์ที่ขังสกั๊ตอยู่ ได้ยินเสียงข้างในจึงพังประตูเข้าไปช่วยสกั๊ตออกมา
ปีแสงวิ่งไล่ล่าจักรวาล จนจักรวาลไปเจอเอเชีย มันแกล้งทำเป็นจับเอเชียเป็นตัวประกันสั่งให้ปีแสงทิ้งปืน ขณะปีแสงกำลังจะทิ้งปืนนั่นเอง สกั๊ตวิ่งมาตะโกนบอกเขาว่า
“ปีแสง อย่า สองคนนั่นพวกเดียวกัน เอเชียเป็นพวกไอ้จักรวาล” ปีแสงกระโดดหลบ สกั๊ตวิ่งเข้ามาบอกว่า “ทุกเรื่องที่เกิดกับผม ฝีมือเอเชียทั้งนั้น” บอกแล้วเห็นปีแสงยังงง สกั๊ตเร่ง “รีบตามพวกมันไป งานนี้ผมคิดบัญชีแน่”
สกั๊ตวิ่งไล่ตามจักรวาลกับเอเชียไป ปีแสงได้สติวิ่งตามไปทันที
ลายเมฆไปช่วยองศาต่อสู้กับกระทิง องศาพลาดถูกกระทิงเอาเหล็กแทง จอมพุ่งเข้ามาช่วย องศาลุกขึ้นเห็นลูกน้องจักรวาลสองคนถือปืนวิ่งหนีจึงรีบวิ่งตาม ปล่อยให้ลายเมฆกับจอมสู้กับกระทิงที่นั่น
จังหวะหนึ่ง จอมเห็นกระทิงจะยิงลายเมฆพุ่งเอาตัวเข้าขวาง เธอถูกยิงเข้าที่หน้าอก ลายเมฆทั้งตกใจทั้งเป็นห่วง จอมบอกว่าตนไม่เป็นไรไม่ต้องห่วงให้รีบไปจัดการมันอย่าให้ตนโดนยิงฟรี ลายเมฆจึงไล่ตามกระทิงไป
ooooooo
ลายเมฆไล่ตามกระทิง เขาเห็นเชือกม้วนอยู่ที่เท้ากระทิงจึงรีบวิ่งไปกดสวิตช์ทำให้ตัวรอกหมุนดึงตัวกระทิงขึ้นไปห้อยหัวต่องแต่ง กระนั้นกระทิงก็ยังจะ ยิงลายเมฆ ถูกลายเมฆยิงสวนขึ้นไปถูกหน้าอกกระทิงสะดุ้งเฮือกแล้วตายสนิททั้งที่ยังห้อยหัวอยู่กลางอากาศ
“เธอไม่ถูกยิงฟรีแล้วจอม” ลายเมฆเอ่ยเบาๆ
อีกมุมหนึ่งที่โกดังเก็บของ เอเชียวิ่งหนีมาเจอฟ้าครามที่ซ่อนตัวอยู่ในนั้น ฟ้าครามดีใจรีบเรียกเข้าไปหลบด้วยกัน เลยถูกเอเชียจับมัดเอาไปเป็นตัวประกันขณะหนี
ปีแสงไล่ตามมาเจอ บอกเอเชียให้หยุดเดี๋ยวนี้ เอเชียหันมามองเขาอย่างอาฆาต ทั้งคู่ต่อรองกัน ปีแสงเสนอว่าให้เธอปล่อยฟ้าครามแล้วเขาจะช่วยเธอเรื่องคดี เอเชียปฏิเสธและคุมฟ้าครามหนี
ปีแสงวิ่งไปคว้าตัวเอเชียไว้ แต่ตัวเองกลับถูกเธอแย่งปืนจ่อหน้าอกเขาทันที ทั้งคู่ต่อรองกันอีก เอเชียแค้นใจหาว่าปีแสงหลอกให้ตนรักเพื่อล้วงความลับ ปีแสงพยายามหว่านล้อม แต่เอเชียรู้ทันไม่หลงกลและทำท่าจะเดินหนี ขู่ปีแสงห้ามตามตนไป
“ผมปล่อยให้คุณไปไม่ได้” ปีแสงตะโกนคว้ามือเอเชียไว้ เธอจ่อปืนใส่เขา แต่จังหวะนั้นเองมีเสียงปืนดังขึ้น เอเชียล้มฮวบลง ปีแสงรีบประคองเธอไว้ มองไปทางเสียงปืนเห็นสกั๊ตถือปืนเดินเข้ามาประคองเอเชียอีกคน ถามด้วยความสงสารว่า
“เอเชียเป็นไงบ้าง” เอเชียถามว่าเขายิงตนหรือ “พี่ก็ไม่อยากทำแต่ที่พี่ต้องทำเพราะไม่อยากให้เธอทำผิดมากไปกว่านี้” สกั๊ตพูดอย่างสะเทือนใจ
“อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย รีบพาไปโรงพยาบาลเร็ว” ปีแสงตัดบท แล้วนึกห่วงฟ้าครามหันมองและแก้มัดให้ ถามฟ้าครามว่าไม่เป็นอะไรนะ ฟ้าครามไม่ตอบ แต่เดินไปโดยไม่มองหน้าปีแสงเลยแม้แต่แว่บเดียว
ooooooo
จักรวาลกับองศาเผชิญหน้ากัน ต่างเอาปืนจ่อใส่กัน จักรวาลมององศาด้วยความผิดหวัง พร่ำพูดถึงความรักและการชุบเลี้ยงดูแลมาราวกับลูก
องศาบอกว่าตนไม่เคยลืมคำที่เขาสอน บุญคุณต้องทดแทนแน่ แต่...จักรวาลพูดแทรกขึ้นว่า
“แต่หนี้แค้นก็ต้องชำระใช่ไหม นายแค้นฉันมากเหรอองศา ถึงตอนนี้ความแค้นของนายมันมากกว่าบุญคุณที่ฉันมีใช่ไหม ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าตอนนี้นายจะทำอะไรกับฉัน จะชำระหนี้แค้นหรือจะทดแทนบุญคุณ”
องศาหว่านล้อมให้จักรวาลยอมมอบตัวเสียเพราะถึงหนีก็ไม่รอด จักรวาลสวนไปโดยไม่มองหน้าว่าองศาทำทุกอย่างของตนพินาศหมด ตนควรจะยิงทิ้งด้วยซ้ำแต่ก็ไม่ทำ
ทันใดนั้นรถของจักรวาลพุ่งเข้ามาจอด จักรวาลเปิดประตูรถขึ้นไป รถขับพุ่งไปอย่างเร็ว
“ผมได้ทดแทนบุญคุณคุณแล้วนะ” องศามองตามพึมพำอย่างรู้สึกผิด
ที่แท้คนขับรถคันนั้นคือผู้กำกับมนัสนั่นเอง! จักรวาลจนแต้มแต่ก็หาทางออกท้ามนัสดวลปืนไว้ลายให้มีลุ้นกันหน่อยไม่ดีหรือ พูดยั่วพูดเย้ยจนมนัสรับท้าด้วยความแค้น
ทั้งคู่ไปดวลกันที่ลานกว้าง หันหลังเดินคนละสิบก้าว แล้วมนัสก็เริ่มนับ หนึ่ง...สอง...พอนับสองมนัสก็หันยิงทันที จักรวาลถูกกระสุนเข้าที่หน้าอกอย่างจัง ถามเสียงขาดๆ หายๆ “ทำไม...ทำไม...”
“ที่นัสไม่อยากรับคำท้าเพราะนัสรู้จักรวาลดี และเหตุผลที่นัสรับคำท้าเพราะรู้จักวาลดีเหมือนกัน คนอย่างวาลไม่ยอมให้นับถึงสามแน่ๆ”
จักรวาลมองหน้าผู้กำกับมนัสนิ่งก่อนที่จะทรุดตัวลงไป ทันใดนั้นรถพยาบาลและรถปฏิบัติการก็ขับเข้ามาหามนัสอย่างเร็ว...
รถพยาบาลอีกคันขับไปตามถนนอย่างเร็ว มีลายเมฆนั่งเฝ้าร่างของจอมที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงด้วยความซาบซึ้งใจ ที่เธอเอาตัวเข้ารับกระสุนแทนตนได้โดยไม่ลังเล...
ที่รถพยาบาลอีกคัน เอเชียนอนนิ่งอยู่ในรถ สกั๊ตนั่งมองเอเชียด้วยความสงสารและรู้สึกผิด
ooooooo
ที่บ้านลายเมฆ...
เมื่อปราบแก๊งวายร้ายที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาเกือบครึ่งชีวิตได้แล้ว บรรดามือปราบทั้งหลายก็มาฉลองกัน ผู้กำกับประกาศให้ทุกคนเตรียมรับคนละหนึ่งขั้นได้เลย ทุกคนเฮกันอย่างดีอกดีใจ
เฮียหลง ผู้กำกับมนัส ดาบตุ๊ ดาบต๊ะ จ่าพยศ นั่งเฮฮากันอยู่ในห้องรับแขกเล็กๆที่นั่งกันไม่กี่คนก็เต็ม ส่วนองศา ฟ้าคราม และปีแสง พากันเข้าครัวทำอาหารฉลอง พจมานเจ้าของความคิดเครื่องแปลงโฉมที่กำลังท้องกินตั้งแต่ดอกไม้ใบหญ้าจนวันนี้ไปกินดินปลูกต้นไม้ จนเฮียหลงเดาหน้าลูกไม่ถูกว่าออกมาจะเป็นยังไง
เมื่อทุกอย่างกระจ่างแล้ว ฟ้าครามขอโทษปีแสงที่เข้าใจเขาผิดตลอดมา องศาก็ขอโทษที่ทำให้เธอเข้าใจผิดเช่นกัน แต่ก็บอกฟ้าครามว่าถึงเวลาเธอต้องตอบใจตัวเองแล้วพูดแล้วขอยกอาหารออกไป ปล่อยให้ปีแสงอยู่กับฟ้าครามตามลำพัง
หนุ่มสาวแง่งอนกันตามประสา แต่เพราะหัวใจตรงกัน เมื่อปีแสงบอกรัก จึงไม่ถูกประชดประชันปฏิเสธเช่นที่ผ่านมา
ส่วนเอเชีย ด้วยการช่วยเหลือของสกั๊ต เธอปลอมตัวเป็นพยาบาลหนีไปได้ สกั๊ตเอาปืนของเธอมาส่งมอบให้ปีแสง ตรวจแล้วเป็นปืนที่ไม่มีลูก ทำให้ทั้งคู่เข้าใจเอเชียจากคำอธิบายของแจ็คที่ว่า
“ถ้าใครสักคนจะเอาปืนมายิงเรา แล้วไม่ยอมใส่กระสุน คนคนนั้นเขาคงไม่อยากให้เราตายมั้ง”
เอเชียขับรถสปอร์ตคันหรูจากไปแล้ว จอมก็ขอย้ายตัวเองกลับไปที่หน่วยเดิม เพราะค้นพบแล้วว่า ระหว่างเธอกับลายเมฆนั้นเหมาะที่จะทะเลาะกันแบบที่เป็นมามากกว่าความห่วงใยเอาใจใส่กันแบบอื่น
ooooooo
ลายเมฆกลับบ้าน เจอฟ้าครามนั่งอยู่คนเดียว เขาถามถึงคนอื่นๆ ฟ้าครามบอกว่าไปคอยอยู่ที่ตลาดโต้รุ่งปากซอยกันแล้ว เมื่อตามออกไปจึงเจอทั้งปีแสง องศา และแจ็ค อยู่ที่นั่น กำลังนั่งกินกาแฟขนมปังสังขยากันอยู่ ลายเมฆนั่งดูคนทำชาชักอย่างสนใจ ปีแสงคันปากแซวว่า
“ทำไม พี่เมฆอยากลองมั่งเหรอ หรือว่าคิดจะลาออกไปขายชาชัก”
“ชาตินี้ฉันคงไปทำอย่างอื่นไม่ได้แล้ว นอกจากงานนี้ ฉันมาคิดดูนะ ไม่ใช่แค่พวกเราตรงนี้ที่ทุ่มเทชีวิตให้งาน ยังมีอีกหลายคนที่คิดเหมือนเรา แล้วก็มุ่งมั่นเหมือนเรา” ลายเมฆยังพูดเป็นการเป็นงานว่า “ฉันเห็นคนทำชาชักนั่นแล้วก็เห็นสัจธรรมบางอย่าง...”
ลายเมฆหันมองคนทำชาชัก บอกว่าลองคิดดูว่ากว่าเขาจะชักได้ขนาดนี้ เขาต้องชักแล้วชักอีก ต้องชักผิดชักพลาดไปเท่าไหร่ ชีวิตเราจะประสบความสำเร็จได้ก็วัดกันแค่ว่าใครจะชักต่อหรือว่าจะหยุดชัก”
สี่ชายคือ ลายเมฆ แจ็ค ปีแสง และองศา คุยกันเรื่องชาชัก จากที่คุยกันจริงจังค่อยๆ กลายเป็นเรื่องครึกครื้น เพราะทุกคนมุ่งมั่นที่จะชักกันไปเรื่อยๆ ลายเมฆมองหน้าปีแสงถามว่าพูดอะไร เพราะหน้าตาเขาไม่น่าไว้ใจ
“อ้าว...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหน้าผมล่ะ เห็นผมอย่างนี้ ผมก็ไม่เคยคิดจะหยุดชักนะครับ หรือพี่เมฆอยากจะให้ผมเลิกชัก”
“ไอ้ปีแสง เอ็งไม่ได้คิดเรื่องงานใช่ไหม” ลายเมฆมองหน้าเห็นแววตาปีแสงแล้วรู้สึกจะเขวกันไปใหญ่ ลุกขึ้นคว้าตัวหมับ ปีแสงรีบลุกหนี แต่ปากก็ยังไม่ยอมหยุดพูด
“อะไรครับ ผมก็พูดไปตามน้ำ”
แจ็คกับองศาลุกขึ้นเพื่อห้ามลายเมฆ ปีแสงหลบไปหลบมาไปชนกับชาที่กำลังชักอยู่หกรดใส่ทุกคน กลายเป็นว่า ไม่ทันได้ชักชา ก็อาบชาชักกันถ้วนหน้า...
ooooooo
–อวสาน–










