ตอนที่ 13
เมื่อตัดสินใจค้นหาข้อมูลเพื่อพิสูจน์ความจริงกันแล้ว ผู้กำกับและเฮียหลงเข้าไปค้นจากคอมพิวเตอร์ในส่วนข้อมูลลับสุดยอด
ส่วนลายเมฆ จอม และองศา นั่งคอยฟังผลอยู่ที่ห้องหนึ่งในร้านของเฮียหลง ลายเมฆมององศาอย่างเห็นใจ บอกเขาว่า
“เดี๋ยวถ้าความจริงปรากฏนายจะได้รู้ว่าชีวิตที่ผ่านมาของนาย มันน่าสงสารยิ่งกว่าตอนที่นายเสียพ่อไปเสียอีก”
องศาฟังหน้านิ่งๆอย่างสงวนท่าที
ooooooo
สกั๊ตถูกจับไปมัดไว้กับเก้าอี้ในห้องหนึ่งของโกดังร้าง เขาถามเอเชียอย่างอ่อนแรงว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือเธอใช่ไหม เอเชียตอบอย่างเลือดเย็นว่า “เข้าใจถูกแล้ว”
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมเธอถึงมาอยู่กับจักรวาล แล้วทำอย่างนี้เพื่ออะไร”
“แค่นี้มันยังไม่เท่ากับที่พี่กับพ่อทำกับแม่ฉัน” เสียงเอเชียเย็นเยียบ เมื่อสกั๊ตถามว่าตนทำอะไร เธอสวนไปทันที “ยังกล้ามาถามคำนี้อีกเหรอ พี่ก็รู้มาตลอดว่าฉันกับแม่ต้องเป็นยังไง ต้องใช้ชีวิตยังไง แต่สิ่งที่พี่ไม่มีวันรู้ก็คือแม่ฉันตายยังไง”
เอเชียหยุดกลืนก้อนสะอื้นที่แล่นขึ้นมา ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงแค้นจนสะท้านว่า
“ตั้งแต่วันที่พ่อไล่แม่ฉันออกจากบ้าน ฉันกับแม่ก็ไม่ต่างจากคนจรจัด ทั้งที่แม่ฉันไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย...”
เอเชียบรรยายถึงชีวิตที่ทุกข์ยากแสนสาหัสที่แม่กับเธอต้องเผชิญ สองแม่ลูกต้องกอดคอกันท่ามกลางฝนที่ตกหนักโดยไม่รู้ว่าจะไปไหน ครั้นหาบ้านเช่าเก่าๆได้ก็ต้องนั่งเบียดกันในมุมที่หลังคาไม่รั่ว ไม่ได้นอน ไม่ได้กิน หนาวจนสั่นสะท้าน
“เมื่อแม่ฉันทนเห็นฉันลำบากไม่ได้ จะไปทำงานอะไรก็ไม่มีใครกล้ารับเพราะกลัวอิทธิพลของพ่อ จนในที่สุดแม่ก็ไม่มีทางเลือก...”
เอเชียหยุดกลืนก้อนสะอื้น เมื่อเล่าถึงวันที่แม่ตัดสินใจที่จะหาเงินกับเสี่ย แต่พอเสี่ยพาเข้าห้องจริงๆแม่ก็ทนไม่ได้วิ่งร้องไห้ออกมา โชคร้ายเจอพ่อของสกั๊ตเข้าอย่างจัง ถูกพ่อเขาไล่ตามแม่มาจนถึงล็อบบี้ที่เธอนั่งรอแม่อยู่ พ่อตบหน้าแม่จนล้มไปกับพื้น เอเชียวิ่งเข้าไปกอดแม่ เอาตัวบังแม่ไว้ จ้องหน้าพ่อสกั๊ตด้วยความแค้น
ด้วยความทุกข์ยากแสนสาหัส ในที่สุดแม่ล้มป่วยลง แม้เอเชียจะพยายามดูแลแม่อย่างสุดความสามารถ แต่ในที่สุดแม่ก็จากเธอไป...
“แต่พ่อก็รู้สึกเสียใจกับเรื่องนี้มาตลอด ถึงสั่งให้ฉันตามหาแล้วก็ดูแลเธอให้ดี” สกั๊ตแก้ต่างให้พ่อ
“แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ต่อให้ดูแลฉันดีแค่ไหนมันก็ไม่ได้ช่วยให้แม่ฉันฟื้นกลับมาได้ พี่ก็ได้แต่ผลาญสมบัติพ่อ ใช้ชีวิตเสเพลมาตลอด ในขณะที่ฉันต้องอยู่โดดเดี่ยวด้วยความเจ็บปวด จนคุณจักรวาลมาช่วยฉันไว้ ฉันถึงมีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้ วันที่จะกลับมาทวงความยุติธรรมให้กับแม่”
เล่าความจริงให้สกั๊ตฟังแล้ว เอเชียจ้องหน้าเขาอย่างเย็นชา สกั๊ตนิ่งไปด้วยความรู้สึกแย่กับสิ่งที่ได้ฟัง
หลังจากนั้น สกั๊ตถูกพาไปที่รถคอนเทนเนอร์ที่มีเครื่องพิมพ์แบงก์อยู่ เขาถามเอเชียที่เดินตามมาว่าจะพาไปไหน เอเชียบอกว่าตนไม่ฆ่าเขาหรอก แต่จะให้เขาใช้ชีวิตแบบยากลำบากดูบ้างเผื่อจะเข้าใจความรู้สึกของตนกับแม่มากขึ้น
เมื่อพากันขึ้นรถบรรทุกคอนเทนเนอร์และลูกน้องจักรวาลปิดประตูรถแล้ว รถเคลื่อนออกไปโดยที่สกั๊ตไม่รู้จุดหมายปลายทาง...
ooooooo
เมื่อค้นได้ข้อมูลแล้ว ผู้กำกับและเฮียหลงเดินเข้ามาในห้องที่ลายเมฆ องศา และจอมนั่งรออยู่ ลายเมฆถามอย่างร้อนใจว่าตกลงเราได้ข้อมูลอะไรคืบหน้าไหม
“ชัดเจน”เฮียหลงตอบอย่างมั่นใจ“จ่าสิบเอกอาวุธ เริ่มงานจากการเป็นสายให้ตำรวจ ใช้ประสบการณ์และผลงานสมัครเข้าเป็นสายลับให้กับหน่วยปราบปราม ก่อนจะย้ายตัวเองมาหน่วยสืบสวน”
องศาถามอย่างตื่นเต้นว่ารู้กันแล้วใช่ไหมว่าพ่อตนเป็นตำรวจ
“รู้...รู้ชัดเลย” ผู้กำกับบอก “แล้วพี่ก็จำเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้นได้แล้วด้วย ตอนนั้น พี่ได้รับคำสั่งจากหน่วย
ปราบปรามให้ประสานงานกับอาวุธในภารกิจครั้งนั้น ซึ่งก็
ไม่คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายของเขา”
แล้วเหตุการณ์ตอนนั้นก็ถูกเล่าอย่างละเอียด โดยผู้กำกับมนัสและลายเมฆซึ่งร่วมในเหตุการณ์ด้วย
เวลานั้นคนร้ายรู้ตัวว่าตำรวจกำลังจะลงมือ อาวุธซึ่งฝังตัวอยู่ในกลุ่มคนร้าย วิ่งไปคว้ากระเป๋าแล้วยัดเทปคาสเซตที่บันทึกข้อมูลหลักฐานของจักรวาลใส่กระเป๋า คนร้ายคนหนึ่งเข้ามาดึงตัวอาวุธให้วิ่งออกไป
ขณะที่อาวุธแบกกระเป๋าวิ่งหนีตำรวจที่ตามไล่ล่านั้น องศาซึ่งยังเด็กมากออกไปมองด้านนอก ถูกลายเมฆกับมนัสวิ่งชนล้ม ลายเมฆรีบขอโทษ ประคองหนูน้อยลุกขึ้นแล้ววิ่งต่อ องศารีบวิ่งตามไป
ลายเมฆวิ่งตามไป เห็นตำรวจยกปืนจะยิงอาวุธที่แบกกระเป๋าวิ่งอยู่ ลายเมฆยกมือส่งสัญญาณให้ตำรวจ แล้วยกปืนจ่อไปที่กลุ่มคนร้ายซึ่งมีพ่อขององศาวิ่งปะปนอยู่ด้วย
ทันใดนั้น กระสุนนัดหนึ่งพุ่งเข้าที่หน้าอกของอาวุธต่อหน้าต่อตาองศา แล้วพวกคนร้ายก็ช่วยกันแบกร่างอาวุธหนีหายไป
“กระสุนมาจากด้านหลัง ใครยิงวะ” ลายเมฆถามมนัสที่หมอบหลบกระสุนด้วยกัน
มนัสกวาดตามองหาเห็นหลังจักรวาลวิ่งออกไปอยู่ไวๆ มนัสสั่งทันที
“ไอ้จักรวาล ไอ้สันดานดิบ เมฆตามสายของเราไปก่อน หลักฐานอยู่ที่เขา” แล้วทั้งคู่ก็วิ่งตามพ่อขององศาไป ส่วนองศายืนนิ่งอย่างทำอะไรไม่ถูก
ooooooo
เล่าเหตุการณ์เวลานั้นให้องศาฟังอย่างละเอียดแล้ว องศาถามว่าจะให้ตนเชื่อได้อย่างไรว่ามันเป็นเรื่องจริง
“สิ่งที่นายไม่เคยรู้เลยก็คือ เป้าหมายที่พ่อนายเข้าไปสืบความลับก็คือจักรวาล” ผู้กำกับยืนยัน
จอมสรุปว่าเหตุที่จักรวาลต้องฆ่าอาวุธก็เพื่อไม่ให้ข้อมูลตกถึงมือเจ้าหน้าที่แล้วสาวมาถึงตัวเอง ลายเมฆบอกองศาว่า พวกตนพยายามตามหาพ่อของเขาแต่ไม่เจอ พวกนั้นพาหลบหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“แล้วบทสรุปที่พี่แน่ใจที่สุดตอนนี้ก็คือ จักรวาลเป็นคนยิงพ่อองศา แล้วโยนความผิดให้พวกเราเพื่อใช้องศาเป็นเครื่องมือในการจัดการตำรวจ” ผู้กำกับสรุป
“การที่มันเลือกคนที่เกลียดตำรวจให้จัดการกับตำรวจ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่คนคนนั้นจะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อการแก้แค้น” ลายเมฆพูดอย่างเข้าใจความรู้สึกขององศา จากนั้นเฮียหลงเอารูปของอาวุธในชุดตำรวจพร้อมเหรียญกล้าหาญที่ได้รับ แต่เจ้าตัวไม่มีโอกาสได้รับเอง ให้องศาดู องศารับมาดูน้ำตาคลอ...
ขณะที่ทุกคนจุดธูปไหว้รูปของอาวุธแสดงความคารวะอยู่นั้น จักรวาลโทร.เข้ามือถือขององศา ลายเมฆเสนอให้ผู้กำกับรับสายแล้วคุยเองเลยดีกว่า ผู้กำกับจึงรับเอาโทรศัพท์ขององศามาพูดแทน
พูดกันไม่กี่คำจักรวาลก็จำเสียงผู้กำกับได้ จักรวาลถามว่าองศาอยู่ไหน ผู้กำกับปดว่าเพิ่งโดนอัดสลบไปเมื่อกี้ยังไม่ฟื้น ถามว่าจะให้ปลุกไหม จักรวาลถามแบบนักเลงว่า “จะเอายังไง”
“นั่นสิจะเอายังไง เพราะตอนนี้ไพ่ของวาลมันถูกหงายออกแล้ว”
จักรวาลพูดอย่างท้าทายว่าแค่หงายไพ่ใบเดียว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะแพ้ แล้วนัดผู้กำกับไปจิบน้ำชายามบ่ายคุยกันแบบส่วนตัวด้วยภาษาของเพื่อนเก่าดีไหม เมื่อผู้กำกับตอบตกลง จักรวาลวางสายยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะพึมพำ
“คิดว่าแบไต๋ฉันแล้วจะชนะกันง่ายๆ เหรอ เซอร์ไพรส์มันไม่ได้อยู่ที่ไพ่ใบเดียวหรอกเว้ย...”
ooooooo
คุยโทรศัพท์กับผู้กำกับแล้ว จักรวาลไปที่ห้องหนึ่งในโกดังร้าง ที่กระทิงเอาปีแสงมามัดกับเก้าอี้ขังเขาไว้ในนั้น ปีแสงพยายามถามว่า เอาเอเชียกับสกั๊ตไปไว้ที่ไหน
จักรวาลทำเป็นไม่รู้เรื่อง ย้อนว่าตนน่าจะเป็นฝ่ายถามมากกว่าว่าสองคนนั้นหนีไปอยู่ไหน ปีแสงโล่งใจนึกว่าสองคนนั้นหนีไปได้จริงๆ แกล้งพูดกวนประสาทไปว่า ตนถูกจับตั้งแต่สองคนนั้นยังอยู่ ตอนนี้มาถามว่าสองคนนั้นอยู่ไหน ตนจะตอบได้ไหมเนี่ย เลยถูกกระทิงต่อยจนหงายไปทั้งเก้าอี้
จักรวาลห้ามกระทิงไว้เพราะยังต้องใช้ประโยชน์อยู่ แล้วบอกให้กระทิงออกไปธุระกับตน ปีแสงโวยวายว่าให้มายกตนขึ้นก่อน กระทิงหันไปแทนที่จะยกปีแสงขึ้นมา มันกลับอัดเสียจนเขาแน่นิ่งก่อนออกไป
ooooooo
จุดนัดพบของผู้กำกับและจักรวาลคือ ลานกว้างริมแม่น้ำ ทั้งคู่ยืนเผชิญหน้ากันแบบตัวต่อตัวแต่ข้างหลังจักรวาลมีกระทิงคอยคุมเชิงอยู่ห่างๆ
แม้จะเป็นฝ่ายตรงข้ามกัน แต่ทั้งคู่ก็หยอกล้ออย่างต่างก็รู้ทางของกันและกันดี หลังจากพูดกระแนะกระแหนกันพอเรียกน้ำย่อยแล้ว ผู้กำกับถามจักรวาลว่าทำไมถึงอยากได้องศาคืน
“ก็เพราะวาลรักลูกน้องไง ถึงได้มาขอกันตรงๆ เพราะถ้านัสเป็นคนรักลูกน้อง นัสก็ต้องทำแบบเดียวกับวาล ไม่สงสัยเหรอว่าทีมนัสน่ะมีใครหายไปหนึ่งคน”
“ปีแสง...” ผู้กำกับเริ่มเอะใจ
“คราวนี้เหตุผลของวาลมีน้ำหนักพอหรือยัง ขอพูดสุภาษิตสอนใจกับนัสสักบทนะ อย่าไปหาเหตุถ้าอยู่กับผลของมันแล้ว”
“ได้วาล...ในเมื่อวาลตั้งใจนัดให้นัสมา เพื่อการนี้ ที่ไหน เมื่อไหร่”
“คืนนี้ ที่นี่”
“เจอกัน”
พูดแค่นั้นแล้วต่างก็หันหลังแยกกันไปคนละทาง
ooooooo
ที่ร้านของเฮียหลง ทั้งตัวเฮียหลง ลายเมฆ และจอม กำลังนั่งฟังองศาเล่าเรื่องของจักรวาลอยู่
“นอกจากผมแล้วก็ยังมีเด็กที่คุณจักรวาลอุปการะอยู่อีกหลายคน ต่างคนก็มีปัญหาจากการสูญเสียพ่อแม่ คุณจักรวาลดูแลและใส่ใจเราเหมือนลูก คุณจักรวาลจะปลูกฝังให้เราแก้แค้นเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม”
นอกจากนี้ องศายังเล่าว่า จักรวาลจะให้ทุกคนเรียนการต่อสู้ ศิลปะป้องกันตัวและฝึกความอดทนย้ำว่า “โดยเฉพาะสูตรสายลับต่างๆ จากกลุ่มทหารพราน คุณจักรวาลจ่ายเงินว่าจ้างคนเหล่านั้นมาด้วยเงินจำนวนมาก”
“คนอื่นๆ ก็คงถูกจักรวาลหลอกใช้เหมือนกัน ทำตัวเป็นพ่อพระ แล้วปั่นหัวตอกย้ำความแค้นให้เด็กพวกนี้ โดยใช้ความเสียใจและความแค้นเป็นชนวน มันนี่เลวจริงๆ” จอมสรุปแล้วด่าอย่างแค้นใจ
องศาหน้าเศร้ากับความจริงที่จอมพูด
เวลาเดียวกันนี้ ปีแสงที่ถูกกระทิงอัดจนแน่นิ่งเริ่มรู้สึกตัว เขาใช้มีดที่มีไฟตัดเชือกมัดมือและมัดเท้าหนีออกจากห้อง เจอเด็กหนุ่มหน้าตาดีสองคนเฝ้าอยู่ เขาถูกทั้งสองรุมกันเล่นงานจนเกือบแย่ แต่สุดท้ายปีแสงก็สามารถเล่นงานจนมันหมดสติไปทั้งคู่
จากนั้น ปีแสงลุกยืนอย่างสะบักสะบอม ค่อยๆ เดินออกไป...
ระหว่างที่จักรวาลกับกระทิงนั่งรถกลับนั่นเอง เขาก็ได้รับรายงานว่าปีแสงหนีไปแล้ว กลับไปถึงโรงงานร้างจักรวาลดุด่าลูกน้องทั้งสองคน ทำท่าคันไม้คันมือแต่ไม่ทำอะไร ทั้งสองคนขอให้เขาลงโทษ เขาก็ไม่ทำ จนทั้งสองคนเดินไปตบหน้ากันเอง จักรวาลเลยเดินไปตบผัวะ! ผัวะ! แล้วเดินกลับมา
กระทิงถามว่าไปตบมันทำไม จักรวาลตอบง่ายๆ ว่า “ลองมันทำอะไรโง่ๆ กันได้ ก็จะปล่อยมันไว้ให้โง่เหรอ” กระทิงฟังแล้วบ่นงึมงำว่าตนเดาใจเขาไม่ออกเลยจริงๆ
“ก็ดีแล้ว อย่าคาดเดา ทำตามที่บอกอย่างเดียว” พูดแล้วนิ่งไป ครุ่นคิดเรื่องปีแสงหนีไปได้ อึดใจเดียวก็บอกกระทิง “ฉันไม่ยอมพลาดด้วยเรื่องแค่นี้แน่ ยังไงฉันก็ต้องเอาตัวองศากลับมาให้ได้”
ooooooo
ผู้กำกับมนัสกลับมาถึงร้านของเฮียหลงก็เรียกประชุมทีมงาน อธิบายภาระหน้าที่แก่องศาว่า
“ถ้าองศารู้สึกผิดแล้วอยากจะชดใช้สิ่งที่ทำให้ได้ดีที่สุดก็คือ กลับเข้าไปที่นั่นแล้วส่งข้อมูลทุกอย่างให้กับเรา” เมื่อองศายินดีเต็มใจ ผู้กำกับย้ำว่า “ไม่ต้องห่วงนะ ตอนนี้จักรวาลมันยังไม่รู้ว่าองศารู้ความลับทั้งหมด แต่ก็อยู่ที่องศาเองด้วยว่า จะจัดการตัวเองยังไง”
“ครับ ผมขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้อย่างนั้น ผมจะสานต่อสิ่งที่พ่อผมทำไว้ไม่สำเร็จ ผมจะเปิดเผยทุกอย่างด้วยตัวเอง” องศาดูรูปพ่อเหมือนให้คำมั่นสัญญา
เมื่อผู้กำกับ และลายเมฆพาองศาขึ้นรถปฏิบัติการ ก็ยังกำชับว่า
“องศาต้องหาทางบอกข้อมูลกับเราด้วยตัวเอง จะไม่มีเครื่องมือสื่อสารอะไรทั้งสิ้น เพื่อความปลอดภัยขององศาเอง เพราะพี่เชื่อว่าจักรวาลมันต้องตรวจเช็กแน่ๆ”
เมื่อพูดกันเป็นที่ม่ันใจ เข้าใจแล้ว ลายเมฆเอากุญแจมือใส่มือองศาเมื่อเข้าใกล้จุดนัดพบ เมื่อรถของผู้กำกับแล่นเข้าสู่ลานกว้าง รถของจักรวาลก็ปราดเข้ามาจากอีกทางหนึ่งพอดี
เมื่อถึงเวลาแลกตัวกัน องศาในสภาพถูกใส่กุญแจมือยืนอยู่ข้างหลัง แต่ปีแสงที่จักรวาลพามามีผ้าคลุมหน้ามิดชิด ผู้กำกับขอให้แสดงความจริงใจเปิดผ้าคลุมหน้าออก จักรวาลเล่นแง่ให้องศาเดินมาหาตนก่อนแล้วจะเปิดหน้าปีแสงให้ดู ลายเมฆไม่ยอม ยื่นคำขาดว่าต้องมากันคนละครึ่งทาง
ระหว่างที่กำลังต่อรองเล่นแง่กันอยู่นั้น ปรากฏว่าปีแสงกลับไปถึงร้านของเฮียหลงแล้ว เฮียหลงตกใจถามว่าทำไมมาอยู่ที่นี่ ไหนผู้กำกับบอกว่ากำลังไปเปลี่ยนตัวประกันกับจักรวาลอยู่
“หมายความว่าไงครับ” ปีแสงถาม พอนึกได้ก็รีบไปทันที
เป็นจังหวะที่กำลังจะแลกตัวประกันพอดี องศาเดินไป ชายคลุมหน้าก็เดินมาช้าๆ
ทันใดนั้นเสียงเครื่องยนต์รถดังเข้ามา ปีแสงชะโงกหน้าออกจากหน้าต่างรถตะโกนลั่น
“อย่าเชื่อมัน ผมอยู่นี่”
พริบตานั้นจักรวาลเข้ากระชากตัวองศาพาไปฝั่งตน และคนที่คลุมหน้าก็กระชากผ้าออก มันคือกระทิงนั่นเอง มันชักปืนออกมายิงสกัดพวกผู้กำกับ เท่านั้นไม่พอ ปาระเบิดควันแล้วพากันหนีไป
ปีแสงจะตามไป เฮียหลงที่ขับรถพามาตะโกนบอกไม่ต้องตาม ลายเมฆก็บอกให้ปล่อยมันไป ปีแสงหันมาเห็นลายเมฆตัวจริงก็ตะลึงอึ้ง แต่ปัญหาเฉพาะหน้าสำคัญกว่า ถามลายเมฆว่าทำไมไม่ตามมันไป
“บอกไม่ต้องก็ไม่ต้องสิวะ” ลายเมฆตัดบทกวนๆตามเคย แม้ปีแสงจะไม่เข้าใจแต่ก็ทำตาม
ooooooo
เมื่อพากันกลับมาที่ห้องประชุมร้านของเฮียหลง ปีแสงฟังแผนการที่ผู้กำกับเล่าแล้วโวยวาย
“ส่งองศาเข้าไปสืบข่าวจากพวกมัน? เพราะองศาเคยเป็นพวกมัน? แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว? พูดเรื่องอะไรกันเนี่ย ผมงงไปหมดแล้ว”
ปีแสงระบายความอัดอั้นที่สั่งสมมานานว่า ตนงงไปหมดแล้ว ทั้งเรื่องที่ลายเมฆสลับตัว เรื่ององศา เรื่องแผนการซับซ้อนที่ตนไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ระเบิดระบายอารมณ์ถามว่า
“บอกตามตรงนะครับผู้กำกับ งานนี้ผมรู้สึกเหมือนเป็นหุ่นกระบอกที่ถูกผู้กำกับกับพี่เมฆรวมถึงเฮียหลงเชิดไปมาอยู่ ช่วยบอกผมบ้างสิครับว่า ผมต้องแสดงอะไรบ้าง”
เฮียหลงบอกว่าที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อให้แผนแนบเนียน ปีแสงยิ่งหงุดหงิดที่ทุกคนไว้ใจองศาแต่ไม่ไว้ใจตน เห็นตนเป็นอะไร คำตัดพ้อต่อว่าและระบายความอัดอั้นของปีแสง ทำให้ผู้กำกับรู้สึกผิด ลายเมฆพยายามแก้สถานการณ์ ชี้แจงอย่างเข้าใจความรู้สึกของปีแสงดีว่า
“ฟังนะไอ้ปีแสง ที่ผ่านมา ฉันก็ถือว่านายเป็นสายลับที่ดีที่ฉันฝากความหวังไว้ แต่งานสายลับมันมีอะไรมากกว่าที่นายคิด ซึ่งเป็นเรื่องที่นายต้องเรียนรู้ต่อไป ไม่งั้นฉันจะลงทุนสลับตัวกับเอกมันตร์ทำไม”
“พี่ก็รู้ว่าพี่ผิดที่ปิดบังปีแสง แต่ปีแสงต้องเข้าใจพี่ เข้าใจสถานะพี่ที่ต้องมองภาพรวมทั้งหมด พี่เคยพูดอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆอะไรก็ตาม สุดท้ายเป้าหมายมันก็คือจับคนร้ายให้ได้โดยที่ทีมของเราทุกคนอยู่รอด ปีแสงเป็นหนึ่งในทีม หลงก็เป็นหนึ่งในทีม เมฆก็เป็นหนึ่งในทีม
พี่เองก็เป็นหนึ่งในทีม ไม่มีใครสำคัญมากกว่าใคร แล้วตอนนี้องศาก็ถือเป็นหนึ่งในทีมเราด้วย” ผู้กำกับร่ายยาวลดอารมณ์ของปีแสง
“แล้วถ้าองศาทำสำเร็จ ผลลัพธ์ทั้งหมดมันก็จะตกอยู่กับ...” เฮียหลงพูดต่อแล้วผายมือไปทางผู้กำกับ ผู้กำกับรับลูกทันทีว่า “ทีม...”
ooooooo
องศาถูกพาตัวไปที่เซฟเฮาส์ ถูกถอดเสื้อผ้าตรวจอย่างละเอียดว่ามีอุปกรณ์อะไรติดตัวมาหรือเปล่า ตรวจแล้วกระทิงรายงานจักรวาลว่าเรียบร้อย ไม่มีอะไรแปลกปลอมติดมาด้วย
ส่วนองศาก็แสดงความซื่อสัตย์กตัญญูต่อจักรวาล กล่าวอาฆาตลายเมฆว่าเป็นคนวางแผนหลอกตนตลอดมา ตนจะต้องเอาคืนแน่ๆ จักรวาลถามว่ามีอะไรมาการันตีไหม
“คุณจักรวาลสอนผมมาตลอดเรื่องบุญคุณกับหนี้แค้น บุญคุณผมต้องทดแทนแน่ แต่หนี้แค้นผมก็ต้องชำระ ใครทำเราไว้ยังไง เราก็คืนกลับไปอย่างนั้น”
จักรวาลชมว่าดีมาก ถามว่าแล้วพวกนั้นบอกอะไรองศาไว้บ้าง
“มันบอกไม่ให้ผมเชื่อใจคุณจักรวาล เพราะคุณจักรวาลกำลังหลอกใช้ผม” องศาบอก ครั้นจักรวาลถามว่าแล้วเชื่อไหม องศาพูดอย่างสำนึกว่า “คุณจักรวาลเลี้ยงดูปลูกฝังผมมาตั้งแต่พ่อผมตาย ผมถือว่าเป็นบุญคุณที่ผมไม่มีวันลืมแน่ๆ”
จักรวาลพอใจมาก ในขณะที่องศาแอบรู้สึกผิด แม้จะสำนึกบุญคุณกันก็จริงแต่หนี้แค้นที่จักรวาลทำไว้ก็ยังอยู่เช่นกัน
ooooooo
ที่ห้องประชุมร้านของเฮียหลง ผู้กำกับมนัสกำลังเคลียร์ปัญหาต่างๆที่ค้างคาใจกันในทีม แบปัญหาทั้งหมดออกมาต่อหน้าทุกคน ทั้งคนที่ร่วมคบคิดและคนที่ถูกหลอก ถูกต้มจนเปื่อย
ผู้กำกับเผยถึงการเปลี่ยนตัวลายเมฆกับหมวดเอกมันตร์ เผยถึงเครื่องบีฟอร์แอนด์อาฟเตอร์ที่เป็นความคิดของพจมาน ตลอดทั้งเรื่องที่ให้จอมเป็นแฟนกับลายเมฆ เมื่อผู้กำกับและลายเมฆกับเฮียหลงช่วยกันเล่าจบ ปีแสงพูดกับลายเมฆ ขณะเดินกลับเข้าบ้านพร้อมกันว่า
“บอกตรงๆ นะพี่เมฆ ตอนนี้ผมไม่รู้แล้วว่าเรื่องไหนมันจริง เรื่องไหนมันหลอก”
ทันใดนั้นเอง ฟ้าครามเดินมาเจอ เธอมองลายเมฆถามว่า “นี่พ่อกลับคืนร่างเดิมแล้วเหรอ แล้วไอ้เครื่องนั่นมันซ่อมเสร็จแล้วเหรอพ่อ พ่อถึงได้กลับมาร่างเดิมแบบนี้ แล้ว...”
ฟ้าครามยังพูดไม่ทันจบ ก็ชะงักเมื่อเห็นแจ็คมายืนอยู่ใกล้ๆ ลายเมฆมองตามเห็นแจ็คมายืนเจ๋ออยู่ เขาถามว่า “เอกมันตร์ มาทำไมวะเนี่ย”
เอกมันตร์ที่ยังคุ้นกับการเป็นแจ็คสารภาพว่าตั้งแต่ปฏิบัติภารกิจตนก็พักที่นี่ตลอด ตอนนี้จะให้ตนอยู่ที่ไหน ลายเมฆดักคอว่า “อย่าบอกนะว่าจะอยู่ที่นี่อีก”
“ก็ต้องเป็นอย่างนั้นแหละครับ” แจ็คหรือเอกมันตร์ตอบเสียงอ่อย หน้าจ๋อย
“นี่โกหกอะไรฟ้ากันอีกเนี่ย บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” ฟ้าครามโวยวาย ทำเอาลายเมฆ ปีแสง และแจ็คยืนทำตาปริบๆ เงียบเป็นเป่าสากกันทุกคน
ooooooo
เมื่อตั้งหลักได้ลายเมฆบอกความจริงกับฟ้าครามด้วยสีหน้าสำนึกผิด ขอให้ลูกเข้าใจงานของตนว่าบางอย่างก็ต้องเป็นความลับ
ฟ้าครามยิ่งงอนที่พ่อมีความลับกับตนแต่ทีกับแจ็คพ่อกลับบอกข้อมูลของตนจนหมด ทำให้แจ็คสวมรอยเป็นพ่อได้อย่างแนบเนียน แจ็คเลยบอกความจริงว่า ทุกเรื่องที่เขาพูดกับเธอนั้น ลายเมฆเป็นคนบอกบทเพราะเขาซ่อนตัวอยู่ในบ้านตลอดเวลา ยิ่งช่วงที่องศาอยู่กับเธอ ลายเมฆก็จะคอยจับตาเป็นพิเศษ
ฟังแจ็คแล้วฟ้าครามถามว่าองศาเกี่ยวอะไรด้วย แจ็คเกือบพลั้งปากบอกเรื่องที่องศามาแทรกตัวเป็นสายสืบอยู่แล้ว ดีแต่ปีแสงกับลายเมฆเบรกไว้ก่อน
เมื่อฟ้าครามจะให้แจ็คพูดให้ได้ ลายเมฆบอกเธอว่าตอนนี้ทุกอย่างเป็นปกติแล้ว เราก็ใช้ชีวิตทุกอย่างตามปกติเหมือนเดิมก็แล้วกัน
เมื่อถึงเวลานอน แจ็คทำหน้าตาเฉยเดินตามลายเมฆเข้าไปในห้องนอน ถูกลายเมฆไล่ตะเพิดว่าไม่ได้ ตนไม่ชอบนอนกับใคร
แจ็คเลยไปนอนกับปีแสง แม้ปีแสงจะเคยนอนกับองศา แต่ก็ทนเสียงกรนและกลิ่นตดของแจ็คไม่ไหวลุกเดินออกไปหายใจข้างนอก เห็นฟ้าครามนั่งเหม่ออยู่ที่เก้าอี้สนาม เขารีบลงไปหา
“ดึกๆ ดื่นๆ ไม่หลับไม่นอน มานั่งคิดถึงใครอยู่เหรอจ๊ะน้องสาว” ปีแสงทำเสียงหล่อ ฟ้าครามตอบโดยไม่หันมองว่า ไม่ใช่พี่ก็แล้วกัน ปีแสงทำเสียงแข็งถาม “หมายความว่าไง ไม่ใช่พี่ ฟ้าคิดถึงใครอยู่”
“ฟ้าจะไปนอนแล้ว” ฟ้าครามทั้งรำคาญทั้งฉุนจะลุกไป ปีแสงดึงแขนไว้หาเรื่องอีกว่า นั่งคิดถึงใครอยู่ได้ตั้งนานพอตนมาก็จะเดินหนี ฟ้าครามตวัดเสียงว่า “ก็พูดจาแบบนี้ ใครจะอยากอยู่”
ปีแสงถามว่าถ้าตนพูดดีๆ แล้วจะอยู่หรือ ฟ้าครามให้ลองพูดดูก่อน ปีแสงเก๊กเสียงหล่อกว่าเดิม
“พี่รักฟ้านะ”
ฟ้าครามถึงกับอึ้งเขิน แต่ก็อดแขวะเขาเรื่องเอเชียไม่ได้ ปีแสงชี้แจงว่านั่นเป็นงานที่ต้องทำ และตอนนี้งานก็ใกล้เสร็จแล้ว ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม ถามว่า “ฟ้าเองก็อยากให้เป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ”
“เคยอยากให้เป็น แต่ตอนนี้เฉยๆ” ฟ้าครามตอบอย่างเย็นชาจนปีแสงถามว่าหมายความว่าไง “ฟ้าจะไปทำอะไรได้ ปัญหามันไม่ได้เกิดจากฟ้า ทุกอย่างมันอยู่ที่พี่ว่าจะทำให้เป็นแบบไหน ฟ้าง่วงแล้ว ไปนอนก่อนนะ” พูดแล้วลุกเดินไป ทิ้งให้ปีแสงยืนอยู่คนเดียว อึดใจเดียวก็ได้ยินเสียงปีแสงตะโกนมาว่า
“งั้นฟ้าก็คอยดูอยู่เฉยๆละกันว่าพี่จะทำให้ทุกอย่างมันลงเอยแบบไหน”
“จะมาแหกปากอะไรค่ำมืดวะไอ้ปีแสง เดี๋ยวก็ได้รู้หรอกว่าเอ็งจะลงเอยแบบไหน” ลายเมฆตะโกนด่ามาอีกต่อหนึ่ง ปีแสงเลยจ๋อยแต่ก็ยังมองตามฟ้าครามไปด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น ปีแสงตื่นมาตักบาตร ฟ้าครามถามอย่างแปลกใจว่าร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นทำบุญกับใครเขาเลย วันนี้นึกยังไงถึงได้มาตักบาตร ปีแสงหยอดว่ากลัวปีหน้าจะไม่ได้อยู่ใกล้เธออีก เลยขอสร้างบุญสักหน่อย ชวนมาตักบาตรด้วยกัน
ฟ้าครามลังเล ปีแสงอาศัยจังหวะที่พระมาถึง เร่งฟ้าครามว่าอย่าให้พระรอ เธอเกรงใจพระเลยต้องมาตักบาตรด้วย ปีแสงฉวยโอกาสจับทัพพีตักข้าวด้วยกัน ฟ้าครามไม่กล้าขัดขืนปล่อยเลยตามเลย
ตักบาตรเสร็จไปกรวดน้ำ เสร็จแล้วปีแสงชวนไปเดินสูดอากาศที่สวนสาธารณะด้วยกัน เพราะไม่ได้เดินแบบนี้มานานแล้ว
ไม่ทันไร ลายเมฆก็ตามมาขัดจังหวะบอกปีแสงว่ามีงานต้องคุยกัน ฟ้าครามเลยขอตัวกลับ ปีแสงเซ็งมากที่ถูกขัดจังหวะแต่ก็ขัดไม่ได้
เมื่อกลับไปถึงห้องประชุมที่ร้านเฮียหลง ซึ่งมีทั้งผู้กำกับ เฮียหลง แจ็ค และจอมคอยอยู่แล้ว
ผู้กำกับแจ้งภารกิจว่าเป้าหมายของงานคือ จะต้องจับหลักฐานการพิมพ์แบงก์ปลอมให้ได้ นั่นคือตู้คอนเทนเนอร์ แต่เป็นการยากมากเพราะตู้คอนเทนเนอร์นี้เคลื่อนที่ไปได้ตลอดเวลา จะตั้งด่านสกัดผู้กำกับก็ไม่กล้าไว้ใจกลัวจะมีพวกจักรวาลแทรกตัวอยู่
“ทางเดียวที่เหลืออยู่ก็คือ ส่งคนสะกดรอยจักรวาลหรือไม่ก็ไอ้ซอมบี้ แต่ตอนนี้มันคงเก็บตัวไม่ออกมาให้เราเห็น” เฮียหลงเสนอ
จอมเสนอให้รอข่าวจากองศา ผู้กำกับเห็นด้วย แล้วถามปีแสงว่าเคยเห็นสกั๊ตสั่งซื้อรถแข่งก็ใช้รถพวกนี้บรรทุกมาใช่ไหม ปีแสงยอมรับว่าตอนนี้ตนก็ไม่รู้ว่าสกั๊ตกับเอเชียหนีรอดแล้วไปหลบอยู่ที่ไหน
“งั้นนายก็ติดตามข่าวสองคนนี้ว่าอยู่ที่ไหน ฉัน เอกมันตร์แล้วก็จอมจะรอเช็กข่าวจากองศาแล้วติดตามจักรวาลกับไอ้ซอมบี้” ลายเมฆวางแผนและจัดกำลัง
เป็นเวลาเดียวกับที่เอเชียคุมสกั๊ตไปเปลี่ยนตู้คอนเทนเนอร์ขังเขาไว้ในนั้นแล้วตัวเองก็กลับไป
ooooooo
องศารับใช้จักรวาลอย่างใกล้ชิด ถือกาแฟเข้ามาได้ยินเขาคุยโทรศัพท์อยู่ก็ทำเป็นไม่สนใจ พอคุยเสร็จ จักรวาลบอกองศาว่ามาก็ดีแล้ว มะรืนนี้ตนจะประชุมเครือข่ายของเราก่อนส่งของ ให้เป็นธุระจัดเตรียมงานให้ด้วย
องศาถามว่าเราจะแอบประชุมกันที่ไหน ลำพังจะหาที่ซ่อนตัวก็ยากอยู่แล้ว
“ไม่ต้องแอบหรอกองศา นายเคยได้ยินคำพูดคลาสสิกนี่ไหม...ที่ที่อันตรายคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด”
เมื่อได้ข่าวเช่นนี้ องศาแอบโทรศัพท์แจ้งผู้กำกับทันที ผู้กำกับเรียกประชุมทีมงาน มอบหมายให้ลายเมฆกับจอมปลอมตัวเป็นสามีภรรยาชาวต่างชาติเข้าไปสอดแนม
ฝ่ายจักรวาลก็เรียกเอเชียมาพบ ให้เธอรีบกลับไปหาปีแสงจะได้อัพเดตความเคลื่อนไหวของพวกตำรวจให้ตน เพราะตอนนี้คนที่ทำอยู่ทำหน้าที่นี้ไม่ได้แล้ว เอเชียจึงรู้ว่าที่แท้องศาก็เป็นสายให้จักรวาล
เอเชียไม่มั่นใจว่าตนจะทำงานนี้ได้ดี เพราะจนถึงขนาดนี้ปีแสงก็ยังปิดปากตัวเองสนิทไม่เคยหลุดปากบอกตนเลยว่าตัวเองเป็นใคร
“นี่ไม่ใช่พูดจากปากลูกสาวฉันแน่ๆเอเชีย...ฉันสอนหลายทีแล้วไงว่า มันไม่มีอะไรที่จะเป็นปัญหา ถ้าเรารู้จักใช้ปัญญา เอาเป็นว่าเรื่องนี้ฉันฝากเธอให้คิดแทนละกัน เพราะฉันมีเรื่องใหญ่กว่ารออยู่”
ooooooo
เมื่อได้รับมอบหมายหน้าที่แล้ว จอมกับลาย-เมฆปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ลายเมฆทำผมสีน้ำตาล ส่วนจอมผมสีบลอนด์นั่งแอบอิงกันอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรมหรู
ครู่หนึ่งองศาในคราบหนุ่มเคป๊อปก็นำกลุ่มเครือข่ายออกจากลิฟต์ทุกคนมาแบบนักท่องเที่ยว องศาแอบส่งสัญญาณให้จอมกับลายเมฆ ทั้งสองมองหาจักรวาล แล้วก็แทบหัวเราะออกมาเมื่อเห็นจักรวาลในมาดหนุ่มเรกเก้ กำลังคุยฟุ้งอยู่ในกลุ่มเครือข่าย
จอมทำทีเอาตลับแป้งมาเติมหน้า ที่แท้ตลับแป้งนั้นคือเครื่องบันทึกวีดิโอ ส่วนลายเมฆก็ทำทีถ่ายรูปจอมโดยมีกลุ่มของจักรวาลอยู่เบื้องหลัง จักรวาลเห็นลายเมฆถ่ายรูปไม่หยุดก็พูดขำๆว่า
“บ้านเมืองมันไม่มีห้องอาหารรึไง ถึงต้องมาถ่ายไกล
ถึงนี่ เห็นรัวชัตเตอร์ไม่หยุด”
“ท่าจะเป็นคู่รักมาฮันนีมูนมังครับ ข้าวใหม่ปลามัน
ก็แบบนี้แหละครับ เห็นอะไรก็สวยงามไปหมด” องศาผสมโรงไปด้วยอย่างแบบเนียน
เมื่อแก๊งเครือข่ายผู้หญิงเปลี่ยนเสื้อผ้าเอาของใส่ล็อกเกอร์เพื่อไปว่ายน้ำ จอมก็ฉวยโอกาสนั้นเข้าไปรื้อและถ่ายรูปพาสปอร์ตกับบัตรไอดีไว้เห็นหลักฐาน รวดเร็วฉับไวอย่างมืออาชีพจริงๆ
ส่วนลายเมฆก็ผสมกลมกลืนไปกับพวกจักรวาลเข้าไปในห้องอบเซาน่า หมอกควันทำให้เดินมะงุมมะงาหราไปนั่งตักจักรวาลเข้าอย่างจัง ลายเมฆรีบขอโทษแล้วถอยออกจากห้องไป
“ไอ้ฝรั่ง...ไหนว่ามาฮันนีมูนกับเมีย นี่คิดจะล่อเฮียซะแล้ว” จักรวาลค้อนใส่อย่างมีจริต
จอมหาข้อมูลเสร็จรีบวิ่งออกมาชนเข้ากับลายเมฆที่พรวดออกจากห้องอบเซาน่าจนต่างกอดกันเนื้อแนบเนื้อ ทำเอาสะท้านหวิวไปครู่หนึ่ง แล้วก็ทำเป็นโวยวายใส่กันกลบเกลื่อนอารมณ์เผลอของตัวเอง
ลายเมฆทำเป็นถามขู่ๆ จอมว่าทำงานเสร็จแล้วหรือ จอมยกกล้องให้ดูบอกว่าทุกอย่างอยู่ในนี้ แต่พอถามเขาบ้าง ลายเมฆอึกอักแล้วทำเฉไฉชี้ที่หัวบอกว่า “ทุกอย่างอยู่ในนี้เหมือนกัน...”
ooooooo










