สมาชิก

สืบสวนป่วนกำลัง3

ตอนที่ 12

ดาบต๊ะถูกพาเข้าห้องไอซียู ดาบตุ๊ จ่าพยศ และองศาคอยอยู่หน้าห้อง ดาบตุ๊ตีโพยตีพายกลัวน้องตาย

“ที่มันต้อง เป็นอย่างนี้เพราะมันโง่ ไม่รู้จะวิ่งมาขวางทำไม ตั้งแต่เล็กจนโตผมด่ามันไม่รู้เท่าไหร่ มันก็ไม่ฉลาดขึ้น มันคิดอะไรเองไม่เป็น”

จ่าพยศปลอบให้ใจเย็นๆ ดาบตุ๊ก็ยังพรั่งพรูออกมาไม่หยุด ว่าดาบตุ๊นั้นคิดอะไรไม่เป็น ตนทำอะไรก็ทำตามทุกอย่าง แม้แต่ตนไปรักผู้หญิงก็ตามไปรักคนเดียวกันด้วย พูดแล้วร้องไห้บอกว่าไม่ยอมให้น้องตายก่อนตนแน่ พูดอย่างแค้นใจว่า “ถ้าไอ้ต๊ะเป็นอะไรไป ผมจะตามฆ่าพวกไอ้จักรวาลมันด้วยมือผมเอง”

“ผมก็จะช่วยด้วยอีกคน ดาบตุ๊กับดาบต๊ะก็เหมือนกับพี่ชายแท้ๆผม เราร่วมเป็นร่วมตายกันมาตั้งนาน ถ้าใครมาทำพี่ชายผม ผมก็สู้ตายเหมือนกัน” จ่าพยศแค้นแทนเพื่อน ดาบตุ๊ตบไหล่อย่างขอบคุณ

องศาดูภาพดาบต๊ะกับจ่าพยศด้วยความรู้สึกผิดหมอเดินออกมาพอดี ทั้งสามกรูกันเข้าไปถามหมอว่าดาบต๊ะเป็นอย่างไรบ้าง หมอมองหน้าแล้วย้อนถามว่าเป็นญาติคนไข้หรือ พอดาบตุ๊รับว่าใช่ หมอบอกว่าเสียใจด้วย ผมพยายามเต็มที่แล้ว

ดาบตุ๊น้ำตาทะลัก เมื่อบุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนไข้ออกมาเห็นมีศพนอนใต้ผ้าคลุม ดาบตุ๊ถึงกับเข่าอ่อนโผเข้าไปกอดศพใต้ผ้าคลุม ร้องไห้คร่ำครวญ

“ไอ้ต๊ะ...มึงมาตายก่อนกูได้ยังไง มึงต้องแล้วแต่กูสิ กูยังไม่ให้มึงตาย มึงลุกขึ้นมาเลยไอ้ต๊ะ...ไอ้ต๊ะ มึงเห็นแก่ตัว มึงสบายไปแล้วคนเดียว เอากูไปด้วยสิไอ้ต๊ะ...”

“อยากไปก็ไปสิตุ๊” เสียงคุ้นหูดังจากข้างหลัง ดาบตุ๊ผงะถามว่าจะเอาตนไปจริงๆหรือ เสียงนั้นถามอีกว่า “ก็ตุ๊อยากไปรึเปล่าล่ะ”

ดาบตุ๊เริ่มกลัวถอยออกมาจนชนเข้ากับอีกเตียงหนึ่งที่เข็นออกมา พอหันมองก็เห็นดาบต๊ะนอนอยู่

“ไอ้ต๊ะ มึงไม่ตายเหรอ” ดาบตุ๊ตะลึง

“ก็ตุ๊ไม่อยากให้ต๊ะตาย ต๊ะก็แล้วแต่ตุ๊” ดาบต๊ะตอบแบบเดิม ดาบตุ๊หันมองไปที่เตียงเดิมถามว่าแล้วนี่ใคร พลางเดินไปเปิดผ้าคลุมออก เห็นเป็นคนแก่นอนตายอยู่บนเตียง ดาบตุ๊ถอยกรูด หมอถามว่าตกลงไม่ใช่ญาติใช่ไหม “ไม่ใช่...ใครก็ไม่รู้ น้องผมอยู่นี่ ดูหน้าไม่ออกเหรอหมอ” ดาบตุ๊ต่อว่าหมอกลายๆ

องศามองดาบต๊ะที่นอนอยู่บนเตียงแล้วถอนใจโล่งอกที่เห็นเขาปลอดภัย

ooooooo

ระหว่างที่ผู้กำกับมนัส เฮียหลงมาเยี่ยมดาบต๊ะ มีดาบตุ๊ องศา จ่าพยศ นั่งกันอยู่ก่อนแล้ว องศาเห็นความรักความห่วงใยและความอบอุ่นที่ทีมงานมีต่อกัน ก็รู้สึกดีไปด้วย แต่ก็อดหาข่าวของจักรวาลไม่ได้ถามว่า พวกจักรวาลเป็นยังไงบ้าง

“ตอนนี้มันหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงนะ ยังไงเราก็ต้องตามล่าตัวมันให้ได้ แค่หลักฐานที่เราได้มาก็ทำให้ไอ้จักรวาลเถียงไม่ออกแล้ว” ผู้กำกับตอบรวมๆย้ำๆ อย่างหยั่งเชิง

เฮียหลงบอกว่ากลัวมันไม่เถียงแต่จะกบดานเงียบรอจังหวะซุ่มโจมตีเรา  แล้วถามองศาว่าคิดยังไง  องศากล้อมแกล้มว่าก็คงเป็นอย่างที่เฮียหลงพูด ตนว่าเราก็คงต้องซุ่มเงียบรอจังหวะเหมือนกัน

“แต่พี่คงทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก ถ้าเราเงียบก็เหมือนเปิดทางให้มันทำชั่ว แค่ทุกวันนี้มันก็มั่วพอแล้ว วางแผนอะไรไปโดนมันไล่ทันหมด” ผู้กำกับพูดเป็นปริศนา

ทั้งเฮียหลงและผู้กำกับวิเคราะห์จักรวาลกัน  ตบท้ายด้วยการถามความเห็นองศาทุกที ทำให้องศายิ่งรู้สึกตัวเองผิดมากขึ้น...มากขึ้น

เมื่อออกจากห้องดาบต๊ะ ผู้กำกับกับเฮียหลงเดินคุยมาด้วยกัน เฮียเอ่ยขึ้นอย่างสะใจว่า

“แหม...เมื่อกี้ผู้กำกับตั้งใจพูดหยอดองศาจังๆเลย
นะครับ”

“อันนี้เป็นตัวอย่างที่สายลับไม่ควรทำนะ แต่มันอดไม่ได้จริงๆน่ะ คิดดูซิ ถ้าดาบต๊ะเกิดเป็นอะไรขึ้นมาแล้วจะว่ายังไง พี่ล่ะสงสัยจริงๆ ว่าองศาเขาทนเห็นคนกันเองถูกทำร้ายลงคอได้ยังไง”

“จะว่าไปแล้ว เขาก็มาเพื่อการนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ รอบนี้น่ะเป็นคราวซวยของดาบต๊ะรอบหน้าอาจจะเป็นของผู้กำกับหรือผมก็ได้” ฟังเฮียหลงแล้วผู้กำกับบอกว่าตนคงไม่ปล่อยให้ถึงวันซวยของตัวเองหรอก เฮียหลงร้องเสียงหลงว่า “อ้าว...แล้วพวกผมล่ะครับ”

“เออ...ก็หมายถึงพวกเราทุกคนนั่นล่ะ เอ๊ะ...ว่าแต่เอกมันตร์หายไปไหน วันนี้ยังไม่ได้คุยกันเลย”

ooooooo

เอกมันตร์หรือแจ็คผู้สงบเสงี่ยมธัมมะธัมโม เมื่อต้องมาสวมบทบาทเป็นลายเมฆจึงต้องโกหกมดเท็จกะล่อนตบตาทุกคน ทำให้รู้สึกบาป วันนี้จึงมาหาหลวงตานุ่งขาวห่มขาวสวดศีลห้า แต่พอสวดถึงข้อ มุสาวาทา...ก็หยุดกึก

หลวงตาถามว่า เป็นอะไร แจ็คบอกว่าตนละอายเกินกว่าจะว่าศีลข้อนี้ได้ แล้วเริ่มฟูมฟายว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาตนไม่สามารถปฏิบัติศีลข้อนี้ได้เลย ถึงเอาน้ำมนต์มาราดทั้งตัวก็ล้างบาปไม่หมด

หลวงตาถามว่ารู้ตัวแล้วทำไมไม่หยุด แจ็คอ้างว่ามันเป็นหน้าที่ หลวงตาเดาตามอาชีพที่ต้องโกหกว่าเป็นทนายหรือ หรือเซลส์  แจ็คปฏิเสธหมด หลวงตาเลยบอกว่าถ้าไม่อยากบอกตรงๆก็ใบ้หน่อย

“ผมเป็นคนของประชาชนครับ” แจ็คบอกแค่นั้น หลวงตาบอกว่าถ้ายังไม่ไว้ใจหลวงตา ไม่ยอมบอกว่าตัวเองเป็นใคร หลวงตาก็ไม่สามารถหาวิธีดับทุกข์ที่เป็นต้นเหตุให้ได้ “งั้นหลวงตาสัญญาได้ไหมครับว่าจะเก็บเรื่องที่ผมบอกเป็นความลับ”

เมื่อหลวงตาให้สัญญา แจ็คกำลังจะบอก ก็ได้ยินเสียงผู้กำกับกระแอมกระไอ แล้วเดินเข้ามากับเฮียหลง แจ็คตกใจรีบกลบเกลื่อน บอกหลวงตาว่า

“ผมเป็น...นักการเมือง”

“โอ้...นรกกินกระบาล” หลวงตายกมือกุมหน้าผาก

ooooooo

ผู้กำกับกับเฮียหลงมาเล่าเรื่องดาบต๊ะถูกพวกจักรวาลเล่นงานเกือบตายให้แจ็คฟัง แจ็คถามว่าแบบนี้เรายังจะปล่อยให้องศาลอยหน้าเดินไปมาอยู่อย่างนี้อีกหรือ

ผู้กำกับบอกว่าถ้าองศาไม่ใช่หมากตัวเดียวที่จะทำให้เราเล่นงานจักรวาลได้ตนก็ไม่เอาไว้เหมือนกัน แล้วถามแจ็คว่าเสร็จธุระหรือยัง จะได้กลับพร้อมกันเลย

แจ็คบอกว่าตนต้องกวาดใบไม้ที่ลานวัดต่ออีกหน่อย ชวนผู้กำกับไปกวาดด้วยกัน เห็นผู้กำกับลังเล แจ็คสาธยายถึงอาชีพตำรวจที่ต้องฆ่าโจรตลอดมา จนตอนนี้มีเจ้ากรรมนายเวรมากขนาดไหนแล้ว พูดเนิบๆว่า

“ต่อให้ทำบุญปล่อยปลาวาฬ คิดเหรอครับว่ามันจะชดใช้พอ ผมคำนวณให้เล่นๆนะครับ กว่าพี่จะตาย...”

“พอแล้ว ไม้กวาดอยู่ไหน” ผู้กำกับตัดบทแล้วเดินตามแจ็คไปหาไม้กวาดกวาดลานวัดกัน

ระหว่างผู้กำกับกางร่มกวาดลานวัดกับเฮียหลงและแจ็คนั่นเอง ฟ้าครามกับองศาก็เดินคุยกันเข้ามาในวัด แจ็คทนดูไม่ได้ขอทำหน้าที่แทนลายเมฆ เข้าไปคุยกับฟ้าครามและองศา

ooooooo

ทั้งหมดพากันไปนั่งที่โต๊ะใต้ร่มไม้ ฟ้าครามบอกว่าองศาชวนมาทำบุญให้ดาบต๊ะ องศาชี้แจงเพิ่มเติมว่าตอนดาบต๊ะอยู่ในห้องไอซียู ตนสวดมนต์ขอให้ดาบต๊ะรอดพ้นอันตราย เมื่อดาบปลอดภัยแล้วตนเลยแวะมาทำบุญให้

ระหว่างคุยกัน องศาถูกทั้งผู้กำกับ เฮียหลง และแจ็คพูดจิกกัดเป็นระยะ จนเมื่อแจ็คเห็นฟ้าครามใส่แหวนทักว่าพ่อไม่เคยเห็น องศารับว่าตนเป็นคนซื้อให้เอง พลางก็ยกมือขึ้นจับโน่นจับนี่ที่หน้าอย่างเคอะเขิน ทำให้แจ็คเห็นแหวนที่นิ้วองศาเหมือนกันเด๊ะกับฟ้าคราม เขาขอคุยกับฟ้าครามส่วนตัวทันที

แจ็คตะล่อมถามฟ้าครามว่าคิดอย่างไรกับองศาเพราะแหวนแบบนี้มีแต่คนเป็นแฟนกันเท่านั้นที่ใส่ ตอกย้ำกับฟ้าคราม ว่าถ้าเธอใส่คู่กับปีแสงตนก็ไม่มีความเห็นไม่มีคำถาม แต่นี่มันไม่ใช่

“ฟ้าไม่เข้าใจเลย ทีเมื่อก่อนพ่อพยายามกีดกันฟ้ากับพี่ปีแสงนักหนา หาว่าไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้ พอฟ้าเลิกยุ่งกับพี่ปีแสงจริงๆพ่อกลับไม่เห็นด้วย” ทั้งยังอ้างคำพูดของพ่อที่เปิดทางให้องศาเพราะเห็นว่าเขาเป็นคนดี แจ็คถามอย่างไม่มีข้อแก้ตัวว่าตกลงฟ้าจะเป็นแฟนกับองศาจริงๆใช่ไหม “ตอนนี้อาจจะยังไม่ใช่ แต่ต่อไปก็ไม่แน่ค่ะ”

พูดแล้วฟ้าครามลุกไปอย่างไม่อยากถูกซักถามให้หนักใจไปกว่านี้อีก แจ็คกังวลใจรีบตามไปแต่ฟ้าครามไม่คุยด้วยอ้างว่าต้องรีบไปธุระกับองศาต่อ

ขึ้นรถแท็กซี่ไปกับองศา ฟ้าครามนั่งนิ่งขึงจนองศาถามว่าเป็นอะไร เห็นเงียบตั้งแต่ออกจากวัด ถามว่ามีอะไรเกี่ยวกับแหวนที่เราใส่กันอยู่หรือเปล่า

“พี่องศาไม่ต้องกังวลนะคะ สุดท้ายแล้ว แหวนที่เราจะใส่ ก็ควรจะเป็นแหวนที่เราเลือกเอง ไม่ใช่วงไหนๆที่ใครจะมายัดใส่ให้ หรือถ้าจะไม่ใส่ก็ต้องไม่ใช่เพราะใครบอกให้ถอด” พูดแล้วยิ้มให้องศาอย่างมั่นใจ ทำให้องศาสบายใจขึ้น แต่ฟ้าครามเองกลับหน้าเครียดเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ

ooooooo

ฝ่ายบรรดาผู้ใหญ่ที่สุมหัวกันอยู่ เฮียหลงโวยวายว่าถ้าลายเมฆรู้ว่าลูกสาวกำลังเลือกโจรแทนตำรวจละก็เป็นเรื่องแน่ ผู้กำกับเสนอว่าเราต้องทำอะไรก่อนที่ ฟ้าครามจะถลำลึกไปกว่านี้ เราต้องหาทางทำให้ปีแสงกับฟ้าครามหันมารักกันเหมือนเดิม

แจ็คโทษว่าเป็นบาปของผู้กำกับแท้ๆ ที่สั่งให้ปีแสงจีบ เอเชีย ผู้กำกับตัดบทว่าไม่ต้องย้ำ ตนต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อลายเมฆเสียสละตัวเองไปทำงานเสี่ยงแทนพวกเรา เราก็ยิ่งต้องช่วยกันดูแลฟ้าครามแทนให้ดี เฮียหลงเสนอว่าต้องถามปีแสงให้แน่ชัดเสียก่อน จะได้ไม่ทำงานเสียเวลาเปล่า

แจ็คถามว่าจะแจ้งเรื่องนี้ให้ลายเมฆทราบหน่อยไหม ผู้กำกับทำท่าปวดหัวบอกว่าไม่ใช่แค่หน่อยเดียว แต่ต้องแจ้งให้ทราบมากเลยล่ะ

เมื่อผู้กำกับไปถามปีแสงว่าคิดอย่างไรกับฟ้าคราม ปีแสงตอบอย่างเศร้าหงอยว่าตนจะทำอะไรได้ในเมื่อฟ้าครามเลือกแบบนั้นแล้ว ผู้กำกับย้ำว่า

“นี่เป็นเวลาที่ต้องพูดความจริงกันแล้วนะ ถ้าพี่คิดจะช่วยปีแสงเรื่องนี้ พี่ต้องมั่นใจว่าความรู้สึกที่ปีแสงมีให้ฟ้ามันยังไม่เปลี่ยนแปลง”

“ต่อให้ผมรู้สึกยังไง มันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะครับตอนนี้ ที่จริงพี่มนัสกับทุกคนก็น่าจะดีใจไม่ใช่เหรอครับที่ฟ้าจะได้ลงเอยกับองศา คนที่ใครๆก็มองว่าดี”

“แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่าคนที่ฟ้ารักคือใคร แล้วนายก็รู้ดี” ผู้กำกับพูดทิ้งท้ายแล้วลุกไป

ooooooo

แผนทดสอบรักพิสูจน์ใจของฟ้าครามกับปีแสงเริ่มในคืนนี้ทันที โดยมีผู้กำกับมนัสเป็นหัวโจก มีความร่วมมือจากทุกคนที่เกี่ยวข้อง ยกเว้นเจ้าของปัญหา คือปีแสง ฟ้าคราม และองศา

จัดฉากเฮียหลงเลี้ยงฉลองลูกในท้องพจมานมีอายุครบ 5 เดือน รอจนฟ้าครามกับองศากลับมาก็เปิดฉากเล่นละครกันทันที

ปีแสงถูกจัดให้ทำบาร์บีคิว แจ็คจัดแจงบอกให้ฟ้าครามไปช่วยปีแสงปิ้งบาร์บีคิว องศาจะตามไปด้วย ถูกพจมานกันท่า ขอร้องให้ช่วยคนท้องอย่างตนปอกผลไม้ดีกว่า ว่าแล้วลากองศาไปเลย

ระหว่างปีแสงกับฟ้าครามช่วยกันปิ้งบาร์บีคิว ปีแสงถามฟ้าครามว่าตกลงจะเป็นแฟนกับองศาจริงๆหรือ เธอไม่ตอบแต่กลับย้อนถามว่ามันผิดตรงไหนถ้าตนจะเลือกคนที่เห็นค่าและคอยห่วงใยตน

ทั้งคู่ต่อล้อต่อเถียงตัดพ้อต่อว่ากันประสาคนเคยรักกัน จนเฮียหลงเข้ามาบอกว่า เดี๋ยวทานอะไรกันเสร็จแล้วเรามีอะไรสนุกๆทำกันหน่อย นั่นคือ เปิดฟลอร์ดูดวง คุยอวดว่า ยิ่งคนท้องอย่างพจมานดูด้วยแล้วเชื่อได้ว่าแม่นมากๆ

“ก็ดีเหมือนกันค่ะ ฟ้ารู้สึกว่าชีวิตกำลังจะเปลี่ยนอยู่พอดี น้าพจจะได้ช่วยเช็กให้” ฟ้าครามพูดประชดปีแสง มองหน้าเขาอย่างมีเลศนัย

ooooooo

พจมานดูไพ่ให้ฟ้าครามเป็นคนแรก ทำนายทายทักเป็นการเป็นงานท่ามกลางทุกคนที่มุงกันเข้ามาดูมาฟังอย่างใจจดจ่อ

“พจว่าเอาเรื่องที่ไพ่ขึ้นชัดๆก่อนดีกว่าค่ะ อันนี้แจ่มๆเลย” พจมานชี้ไปที่ไพ่ “ตอนนี้น้องฟ้ากำลังมีชีวิตผูกพันนุงนังอยู่กับผู้ชายร่างสันทัดผิวสองสี จิตของน้องฟ้ากับผู้ชายคนนี้ดูจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาก แต่ก็เหมือนว่ากำลังมีปัญหาเพราะคลื่นแทรกบางอย่าง”

พอพจมานพูดถึงผู้ชายผิวสองสีร่างสันทัด ทุกคนก็มองไปทางปีแสง ครั้นพูดถึงคลื่นแทรกเกี่ยวกับผู้หญิงร่างเล็กผิวขาว ผู้กำกับ เฮียหลง และแจ็คก็มองหน้ากันทำปากว่า “เอเชีย”

“ส่วนอีกคนจะเป็นชายร่างสันทัดผิวขาวหน้าตาดี” พจมานพูดไม่ทันขาดคำทุกคนก็มองไปทางองศา ปีแสงถามว่าผู้ชายคนนี้จะเข้ามาเป็นปัญหาใช่ไหม พจมานตอบทันทีว่า “ใช่ค่ะ เขาจะเข้ามาแทรกกลางระหว่างน้องฟ้ากับผู้ชายที่ผูกพันกัน”

ปีแสงชมประชดฟ้าครามว่าท่าจะแม่นจริงๆ ฟ้าครามเลยถามแดกดันปีแสงบ้างว่า แล้วผู้หญิงร่างเล็กผิวขาวเขาทำอะไร พจมานฟันธงว่านี่แหละคือต้นเหตุที่เข้ามาตัดสัมพันธ์ของน้องฟ้ากับผู้ชายผิวสองสี ฟ้าครามหันไปเสียดสีปีแสงว่า “แหม...แม่นอย่างที่พี่ว่าจริงๆด้วยค่ะ”

“แต่เดี๋ยวนะคะ” พจมานขัดขึ้น “ดูๆไปแล้วผู้หญิงคนนี้จะไม่เท่าไหร่ แต่ให้ระวังไอ้ผู้ชายผิวขาวหน้าตาดีคนนี้ให้ดีเลยค่ะ เขาจะไม่ใช่แค่เข้ามาทำลายความผูกพันของน้องฟ้ากับผู้ชายคนแรก แต่เขาจะทำให้หลายคนที่น้องฟ้ารักได้รับอันตรายจากเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก”

องศารู้ว่าตัวเองกำลังถูกรุมเล่นงาน พูดแทรกขึ้นว่ายังไงไพ่ก็คือไพ่ เฮียหลงแย้งว่าไพ่ยิปซีนี่แม่นมากโดยเฉพาะพจมานดูให้ยิ่งแม่นใหญ่เพราะเธอเป็นลูกศิษย์เจ้าพ่อสมิง เลยใช้ดวงตาสมิงมองไพ่

“แหม...แต่เจ้าพ่อสมิงไม่น่าจะดูไพ่ยิบซีได้นะครับ ถ้าไพ่ตองก็ว่าไปอย่าง” องศาเย้ยในที

ได้เรื่องทันที! ไฟในบ้านดับวูบ ลมพัดซู่ซ่าเข้ามาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ข้าวของปลิวว่อน พจมานที่อยู่ๆก็ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ทุกคนกลัวกันลนลาน แจ็คหาว่าองศาดูถูกเจ้าพ่อสมิงเลยเกิดเรื่อง

แล้วจู่ๆพจมานก็ลุกขึ้นยืนด้วยอาการของคนแก่ แม้แต่เสียงพูดก็เปลี่ยนไปเป็นคนแก่ ตวาดถามว่าใครมาพูดจาจาบจ้วง ทุกคนหลบกันหมด องศาเองก็ไปหลบอยู่มุมหนึ่ง พจมานก็ยังอุตส่าห์เห็นชี้หน้ากระทืบเท้า

“ท่ามึงจะไม่ตายดีเสียแล้ว” พลันก็หันไปทางแจ็ค มนัส เฮียหลง ฟ้าคราม และปีแสง “พวกมึงก็จะตายไม่ดีเหมือนกัน เพราะไอ้นี่จะนำหายนะมาให้”

ปรากฏว่าทุกคนถูกด่าว่าโง่ ไม่รู้ตัวว่าอยู่ใกล้อสรพิษ หัวหน้าโง่ลูกน้องก็โง่แบบนี้จะไปตามเกมผู้ร้ายทันได้ยังไง สงสารประเทศชาติจริงๆ

“อ้าวๆๆตัวท่านก็เป็นถึงเจ้า มีอิทธิฤทธิ์มากมาย ทำไมไม่ช่วยคุ้มครองคนดีกำจัดคนชั่วบ้างล่ะครับ ดีแต่พูดปัดสวะให้พ้นตัว ถ้าบ้านเมืองไม่เจริญมันก็เป็นเพราะคนเอ๊ย...ผีอย่างท่านล่ะนะ”

“สามหาว หาว่าเจ้าเป็นผี พวกมึง...ตาย!”

พจมานทำท่าผลักฝ่ามือไปข้างหน้า พลันก็มีลมพัดแรงจนทุกคนเซ แล้วเจ้าพ่อก็คำราม

“แล้วมึงจะรู้จักเจ้าพ่อสมิงดีกว่านี้ ฮ่าๆๆ” แล้วลมก็พัดแรงขึ้นจนน่ากลัว

ที่นอกหน้าต่างซึ่งไม่มีใครเห็น ลายเมฆมือหนึ่งถือไมโครโฟน อีกมือบังคับพัดลมขนาดใหญ่ 3-4 ตัว ให้พัดเข้ามาในบ้าน

ทุกคนพากันวิ่งหนีออกจากห้องหัวซุกหัวซุน เฮียหลงถูกของตกใส่หัวเลยแกล้งทำเป็นสลบ เมื่อทุกคนหนีออกไปหมดแล้ว แจ็คไปร้องบอกเบาๆ ที่หน้าต่างว่า “ออกกันไปหมดแล้ว” ครู่เดียวลายเมฆก็ปีนหน้าต่างเข้ามา เข้ามาดึงผ้าดำที่ปูอยู่คลุมร่างแล้วให้พจมานขึ้นขี่ เอาไฟฉายส่องทำให้ดูเหมือนพจมานเหาะได้ พวกที่หนีออกไปนอกบ้านมองเข้ามาพากันตกใจหูตาเหลือก

กว่าจะเล่นละครฉากนี้จบ ลายเมฆก็แบกพจมานเสียจนลิ้นห้อย

ooooooo

เมื่อทุกอย่างจบลงแล้ว พจมานทำเป็นเพิ่งได้สติถามว่าเจ้าพ่อสมิงมาประทับทรงตนจริงหรือ ทุกคนบอกว่าจริง โดยเฉพาะฟ้าครามยืนยันอย่างตื่นเต้นว่าถ้าไม่เห็นด้วยตาตัวเองคิดว่าตาฝาดแน่ๆ

พจมานถามว่าแล้วท่านว่ายังไงบ้าง แจ็คฉวยโอกาสด่าองศาอีกรอบว่า “อยู่ๆท่านก็บอกว่าองศาจะนำหายนะมาให้พวกเราครับ” ทำเอาองศาเหวอถามว่าทุกคนเชื่อเจ้าพ่อจริงๆหรือ

องศาหันไปเห็นเฮียหลงกำลังเอาผ้าเช็ดหน้ามาแปะที่หน้าผาก เลยถามเบี่ยงประเด็นว่าเฮียหลงเป็นอะไร พอเห็นว่าเฮียหลงหัวแตก ปีแสงอาสาจะไปซื้อยาปากซอยมาให้ แจ็คบอกฟ้าครามให้ออกไปด้วย จะได้ซื้อของกินมาเพิ่ม ฟ้าครามไม่อาจปฏิเสธได้จำต้องไปกับปีแสง องศามองตามไปตาละห้อย

ระหว่างรอปีแสงกับฟ้าครามไปซื้อยาและของกินมาเพิ่ม พวกที่อยู่ก็กินพลางรอพลาง แต่ทุกคนก็จงใจพูดจิก กัด ด่า กระทบ กระแทกองศาจนองศาหน้าจ๋อยเหมือนตกเป็นจำเลยของทุกคน

ooooooo

ระหว่างไปซื้อยาและของกิน ปีแสงกับฟ้าครามยังระหองระแหงกัน แต่ต่างก็จำได้ว่าอีกฝ่ายชอบกินอะไรไม่ลืมซื้อให้กัน ฟ้าครามซื้อน้ำซาสี่ให้ปีแสงส่วนปีแสงก็ซื้อชาเขียวเลมอนของชอบเธอให้ แต่ก็ยังไม่วายทำปั้นปึ่งใส่กัน

ลายเมฆเล่นละครฉากนี้อย่างเหน็ดเหนื่อย คนอื่นเล่นเสร็จก็นั่งดื่มกินกันสบายๆที่บ้าน แต่เขาต้องออกไปหาซื้อน้ำกินเองข้างนอก บังเอิญฟ้าครามเห็นเข้า จำได้ว่าเป็นพ่อ ลายเมฆรู้ตัวรีบเดินหนี ฟ้าครามตามไม่ทัน ปีแสงเลยชวนกลับกันดีกว่า

เดินกลับมาครู่เดียวฟ้าครามรู้ตัวว่ากระเป๋าสตางค์หล่นหาย พากันเดินย้อนกลับไปหา เห็นลายเมฆเดินอยู่ไกลๆ ฟ้าครามตัดสินใจตะโกนเรียก

“พ่อ...”

ลายเมฆชะงักกึกแล้วตัดสินใจวิ่งหนีเอาดื้อๆ ฟ้าครามวิ่งไล่ตามทำให้ปีแสงต้องวิ่งตามไปด้วย

ขณะวิ่งไล่กันไปถึงสี่แยก ฟ้าครามไม่ทันระวังตัว ถูกรถคันหนึ่งพุ่งเข้าใส่ เธอตกใจยืนช็อก ปีแสงที่วิ่งตามมาพุ่งเข้าไปผลักฟ้าครามออก แต่ตัวเองถูกรถเฉี่ยวจนล้มสลบ

“พี่ปีแสง” ฟ้าครามร้องสุดเสียงแล้ววิ่งเข้าไปหา

“ปีแสง” ลายเมฆหันมองตกใจไม่น้อยกว่ากันกับภาพที่เห็น เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาโทร.ออกทันที

ฟ้าครามโผเข้ากอดปีแสงพร่ำเรียก บอกรักไม่ขาดปาก จนกระทั่งปีแสงยิ้มออกมาทั้งที่บาดเจ็บหนักบอกเธอว่า “พี่ได้ยินแล้ว” ฟ้าครามกอดปีแสงไว้แน่นด้วยความดีใจที่เขารู้สึกตัวแล้ว

เมื่อพากลับบ้าน ฟ้าครามจะพาไปหาหมอเพื่อเช็กสมอง ปีแสงไม่ยอมไปบอกว่าแค่นี้ไม่เป็นไร เมื่อพจมานเอาน้ำมาจะเช็ดตัวให้ ฟ้าครามขอเช็ดให้เขาเอง เฮียหลงพูดแซวลอยๆว่า

“มีคนคอยดูแลเอาใจใส่แบบนี้ ท่าทางปีแสงจะไม่อยากหายง่ายๆแล้วมั้ง”

ส่วนคนที่รู้สึกแย่ที่สุดคือองศา เขามองฟ้าครามที่ดูแลปีแสงอย่างห่วงใยด้วยความรู้สึกตัวเองโดดเดี่ยวอย่างที่สุด เขาค่อยๆเดินเลี่ยงออกไปหงอยๆ

ooooooo

ครู่ใหญ่ เอเชียก็ขับรถมาถึง เห็นฟ้าครามกำลังทายาให้ปีแสง เธอเข้าไปแทรกถามปีแสงว่าเป็นอะไร พอรู้ว่าถูกรถเฉี่ยวเธอบอกให้ไปหาหมอเช็กสมอง เดี๋ยวตนจะพาไปเอง

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณเอเชีย ถ้ามีอะไรหนักหนาพวกเราพาปีแสงไปกันเองได้” ฟ้าครามบอก เอเชียถามว่าทำไมต้องรอให้อาการหนักก่อน ทำไมเราไม่กันไว้ดีกว่าแก้ ฟ้าครามตอบอย่างเหลืออดว่า

“ขอโทษนะคะ ยังไงก็คงไม่มีใครห่วงพี่ปีแสงเท่ากับคนที่นี่หรอกค่ะ”

“เมื่อก่อนอาจจะใช่นะคะ แต่ถ้าเป็นตอนนี้รับรองว่าพี่ไม่มีทางห่วงคุณปีแสงน้อยไปกว่าใครแน่นอน ใช่ไหมคะ คุณปีแสง”

เอเชียถามปีแสงจนเขาอึกอักจำต้องตอบว่าใช่เอเชียจึงเข้าพยุงเขาจะพาไปโรงพยาบาล ปีแสงพยายามบอกว่าตนเดินเองได้ ทั้งคู่จึงเดินออกไปด้วยกัน ปีแสงหันมองฟ้าครามอย่างไม่สบายใจ ส่วนองศายิ้มดีใจจนออกนอกหน้า บอกทุกคนว่า

“ดีนะครับที่คุณเอเชียมา ไม่งั้นหมวดไม่ยอมไปหาหมอแน่ๆ”

ผลการตรวจของหมอปรากฏว่าไม่พบความผิดปกติอะไร แต่หมอก็ย้ำเตือนว่าถ้าพบว่าตัวเองรู้สึกมีอะไรที่ไม่ปกติก็ให้รีบมาหาหมอทันที

ปีแสงขอนั่งแท็กซี่กลับเองจะได้ไม่ต้องรบกวนเธอ ต่อรองกันอยู่นาน สุดท้ายเอเชียมีข้อแม้ว่าถ้าอย่างนั้นเขาต้องแวะไปดื่มอะไรอุ่นๆที่บ้านและช่วยชิมขนมที่ตนลองทำด้วย พูดแล้วคุมปีแสงไปขึ้นรถจนเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ฝ่ายองศา เมื่อกันปีแสงออกไปได้แล้ว ก็รุกฟ้าครามอยากให้เธอเปิดตัวกับตน ฟ้าครามขอเวลา เพราะตอนนี้ยังไม่พร้อมจริงๆ องศาทั้งทวงทั้งรบเร้า จนฟ้าครามตัดสินใจถอดแหวนคืนให้ บอกว่าถ้าวันไหนตนพร้อมจะขอคืนเอง พูดแล้วลุกเดินหนีไป องศามองแหวนในมือ มองฟ้าคราม ครางออกมาเบาๆ

“ฟ้า...”

โทรศัพท์มือถือขององศาดังขึ้น เขาหยิบมาดูแล้วหน้าเครียดจัด เพราะเป็นสายจากจักรวาล สั่งให้เขาเก็บพวกผู้กำกับ เพราะตอนนี้ตนถูกบีบจนไม่มีที่จะยืนแล้ว เมื่อองศาลังเล จักรวาลก็เอาเรื่องพ่อของเขามาปลุกความแค้น จบลงด้วยคำสั่ง “จัดการในส่วนของนาย ที่เหลือฉันจัดการเอง”

ooooooo

เอเชียพาปีแสงไปชิมขนมที่ตนทำและชงเครื่องดื่มให้ เธออ่อยเขาทั้งด้วยวาจาและเรือนร่าง จนปีแสงเกือบเผลอใจ แต่วินาทีเดียวเขาก็รู้สึกตัวเมื่อนึกถึงคำรำพันของฟ้าครามที่พร่ำบอก ขณะที่เขาบาดเจ็บว่า “ฟ้ารักพี่นะ...ฟ้ารักพี่ได้ยินไหม” ปีแสงก็ชะงัก

“เอ่อ...ผมขอโทษนะครับ” ปีแสงถอยห่างออกมา แล้วเดินออกไป ทิ้งให้เอเชียอารมณ์ค้างขุ่นมัวอยู่คนเดียว

ออกมาถึงหน้าบ้าน ปีแสงก็ได้รับโทรศัพท์จากสกั๊ตระบายความเหงา ความอึดอัดที่ต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเก่าๆ ปีแสงจึงบอกให้เขารอเดี๋ยวตนจะไปหา

ขณะที่สกั๊ตรอปีแสงอยู่นั้น ที่หน้าบ้านมีชายลึกลับสองคนมาด้อมๆมองๆ คนหนึ่งดูดบุหรี่เต็มที่แล้วทิ้งที่พื้น ส่งสัญญาณให้อีกคนเตรียมพร้อมจะเล่นงานสกั๊ต

พอดีปีแสงนั่งแท็กซี่มาถึงทำให้มันต้องรีบหลบ ปีแสงเดินมาที่หน้าบ้าน เขาชะงักเมื่อได้กลิ่นอะไรบางอย่าง ทำเป็นก้มผูกเชือกรองเท้าแล้วเดินไปเคาะประตู รีบเข้าห้องทำเหมือนไม่รู้สึกผิดสังเกตอะไร

ชายลึกลับสองคนเห็นปีแสงเข้าไปแล้ว ก็ส่งสัญญาณพากันออกมา กระชับปืนยาวเดินไปที่ประตู

ปีแสงกับสกั๊ตคุยกันไม่กี่คำ เสียงปืนก็รัวกระหน่ำเข้าไปในบ้าน ข้าวของถูกยิงกระจุยกระจาย เห็นทุกอย่างภายในบ้านเงียบ มันพากันบุกเข้าไป มองไปที่หน้าต่างเห็นเปิดอยู่ คนหนึ่งบอกว่า “มันหนีไปแล้ว” พลางพากันวิ่งไล่ล่า

ปีแสงกับสกั๊ตหลบอยู่หลังประตู พอมันเดินมาก็ถูกถีบ ต่อย จนล้มแล้วเข้ากระหน่ำซ้ำจนสลบไปทั้งคู่

สกั๊ตคิดว่าพวกมันตามปีแสงมา ปีแสงบอกว่าไม่ใช่ แต่เขารู้ตัว ผิดสังเกตเพราะได้กลิ่นบุหรี่ที่หน้าบ้านทำให้รับมือมันทัน บอกสกั๊ตว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวตนจะจัดการกับมันเอง รอให้มันฟื้นก่อน คราวนี้เราต้องได้รู้อะไรดีๆแน่

รอจนมันฟื้น มันยอมรับว่าจักรวาลเป็นคนสั่งให้มาฆ่า สกั๊ตเกือบยิงมันทิ้งอยู่แล้ว ปีแสงขอให้ใจเย็นๆ สกั๊ตจึง “รีด” จากมันอีก จนมันทนไม่ได้ยอมสารภาพ พาทั้งสองไปที่โรงงานร้าง

ที่นั่นมีรถและตู้คอนเทรนเนอร์ที่มีคนเดินเข้าออก แต่มันทั้งสองคนไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกัน ปีแสงจะเข้าไปดู ให้สกั๊ตเฝ้าสองคนนี้ไว้ สกั๊ตจะขอเข้าไปด้วย ปีแสงถามว่าแล้วสองคนนี้จะทำอย่างไร

สกั๊ตมองชายทั้งสองแล้วจับหัวมันโขกกันจนสลบ ทิ้งไว้ตรงนั้น แล้วพากันเข้าไปข้างใน

ooooooo

องศาจำต้องทำตามแผนของจักรวาล เอาระเบิดใส่กระเป๋าไปซ่อนไว้ในร้านของเฮียหลง แล้วปล่อยข่าวว่าถูกลอตเตอรี่ จัดเลี้ยงสุกี้ชุดใหญ่ ระหว่างนั้นโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสั่นขึ้น องศาทำไม่รู้ไม่ชี้ขอตัวกับทุกคนไปเข้าห้องน้ำ

เมื่อพ้นสายตาใครๆแล้ว องศาหยิบโทรศัพท์มาเปิดอ่านข้อความ “ยังอีก...ยังลังเลอยู่อีก นี่เป็นงานที่นายรอคอยมาเป็นสิบปี จัดการได้แล้ว”

องศาหน้าเครียด เริ่มรู้สึกสับสน ครู่หนึ่งตัดสินใจไปหยิบกระเป๋าสะพายที่เอามาซ่อนไว้มาเปิดดูระเบิดเวลาที่อยู่ในนั้นหลายลูก... สุดท้ายตัดสินใจหยิบระเบิดออกมากดสวิตช์เปิดแล้ววางไว้ตามมุมร้าน พึมพำด้วยความรู้สึกผิดว่า

“ขอโทษด้วยนะทุกคน ผมก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ แต่ผมจำเป็นต้องทำ เราเดินกันคนละเส้นทางตั้งแต่แรกแล้ว”

เขาหยิบถังแก๊สเล็กๆ มาวางไว้ข้างหน้า แล้วมองดูด้วยความเจ็บปวด...หลับตาเห็นพวกเฮียหลงกำลังกินสุกี้กันอย่างมีความสุข ก่อนสลัดภาพเหล่านั้นทิ้งบิดวาล์วถังแก๊สออก เห็นไอแก๊สพุ่งออกมา!

ooooooo

ปีแสงกับสกั๊ตแอบเข้าไปดูใกล้ๆ จึงรู้ว่าที่นี่เป็นแหล่งผลิตแบงก์ปลอมหลายสกุล  เหตุที่มันใช้รถและตู้คอนเทนเนอร์เพราะเคลื่อนย้ายไปในที่ต่างๆง่ายทำให้ยากแก่การติดตามจับกุม

ขณะที่ทั้งสองกำลังหาทางที่จะเล่นงานมันอยู่นั้นเอง สกั๊ตก็ร้องขึ้นอย่างตกใจ ปีแสงถามว่ามีอะไรหรือ สกั๊ตชี้ไปที่เป้าหมาย เห็นเอเชียยืนอยู่กับจักรวาล!

สกั๊ตคิดว่าจักรวาลจับเอเชียมา จะวิ่งเข้าไปช่วยน้อง ปีแสงรั้งไว้เตือนสติว่าขืนใจร้อนแบบนี้จะพากันแย่หมด บอกสกั๊ตว่า “เดี๋ยวผมจะไปล่อพวกมันไปอีกทาง แล้วคุณอ้อมเข้าไปช่วยคุณเอเชีย แล้วเจอกันด้านหลัง  ทำให้เงียบที่สุดนะ ถ้าพวกมันจับคุณได้ ทุกอย่างเป็นอันจบ ตกลงตามนี้นะ”

เมื่อสกั๊ตพยักหน้า ทั้งคู่จึงแยกย้ายกันปฏิบัติการ

ปีแสงไปเตะถังน้ำมันก๊าดล้มแล้วจุดไฟ กระทิงหันไปเห็นบอกจักรวาลว่า “ไอ้ตำรวจนั่น”

“มันมาที่นี่ได้ยังไง  ตามไปจัดการมันให้ได้ เก็บมันให้ได้นะเว้ย” จักรวาลสั่งเหี้ยม

กระทิงวิ่งไป นึกได้หันมาบอกจักรวาลว่าอย่าลืมดับไฟด้วย จักรวาลเปิดน้ำฉีดดับไฟอย่างทุลักทุเล เอเชียเห็นดังนั้นจะเดินไปดู ถูกสกั๊ตพุ่งเข้าไปด้านหลังเอามือปิดปากบอกให้ใจเย็นๆ ตนมาช่วยแล้ว

เอเชียพยักหน้าเดินตามสกั๊ตไป จักรวาลหันมาเห็นพอดีร้องลั่น “เฮ้ย...ไอ้สกั๊ต”

เมื่อเจอคู่แค้น สกั๊ตบอกเอเชียให้หนีไป ตนจะจัดการจักรวาลก่อน  พลางยกปืนจะเหนี่ยวไก ถูกเอเชียใช้สันมือสับข้อมือสกั๊ตจนปืนหล่นแล้วพลิกตัวตีศอกใช้มือสับคออีกทีจนสกั๊ตร่วงลงไปกับพื้น จุกจนพูดไม่ออก

“ดีมากเอเชีย” จักรวาลหัวเราะร่า  ถามสกั๊ตว่า “ทำไม งงเลยเหรอ นึกว่าหนังเหนียวเคี่ยวไม่เปื่อย สุดท้ายก็ต้องมายุ่ยที่นี่”

สกั๊ตมองเอเชียงงๆ พูดอะไรไม่ออก ในขณะที่เอเชียมองเขาด้วยสายตาเย็นชา

ooooooo

องศาหายไปนานจนแจ็คสงสัย ทันใดนั้นเขาได้กลิ่นแก๊ส ร้องบอกเพื่อนๆ และเดินตามกลิ่นไป

องศากำรีโมตแน่น  หน้าเครียดจัด  นึกถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนๆในหน่วยสืบแล้ว เขาเอ่ย...

“ผมขอโทษนะครับทุกคน”

แจ็คเดินตามกลิ่นมาจนเจอถังแก๊สวางอยู่ เขาเดินเข้าไปพลางบ่นว่าใครมาเปิดถังแก๊สทิ้งไว้ เป็นเวลาที่องศากำลังจะกดระเบิด แต่พอนิ้วมือกดลงที่ปุ่มก็มีอีกมือหนึ่งมากำมือเขาไว้แน่น ถามเครียด

“นายกล้าทำอย่างนี้จริงๆเหรอ”

องศาตกใจหันไปเห็นเป็นลายเมฆก็ตกใจ ถามว่าเขาคืนร่างเดิมแล้วหรือ ลายเมฆไม่ตอบแต่ถามว่าเขากล้าทำอย่างนี้ได้ยังไง เสียแรงที่ตนไว้เนื้อเชื่อใจ องศาถามว่าเขารู้เรื่องทั้งหมดแล้วหรือ

“รู้ตั้งแต่ตอนที่นายตีหัวฉัน  แต่งเรื่องหลอกฉัน  ทรยศต่อความไว้ใจของฉันของทุกคน ตอนที่ฉันหายไป ฉันคอยติดตามนายไปทุกที่...จนมาถึงตอนนี้  ตอนที่นายกำลังจะฆ่าทุกคน”

องศาอ้างว่าตนมีเหตุผลของตัวเอง ครั้นลายเมฆถาม เขาบอกว่าเพราะลายเมฆฆ่าพ่อเขา ยิงพ่อเขาที่เป็นพวกเดียวกันเมื่อยี่สิบปีก่อน

องศาเล่าความแค้นของตัวเองให้ฟัง เล่าบุญคุณของจักรวาลที่ชุบเลี้ยงตนให้ฟัง ทันใดนั้น พวกผู้กำกับและเฮียหลงกับพวกก็วิ่งกรูกันเข้ามา  ทุกคนเห็นลายเมฆต่างพากันตะลึงอึ้ง ดาบตุ๊ถามว่าทำไมสารวัตรถึงมีสองคน

จนเมื่อพากันมานั่งคุยที่ห้องโถงร้านเฮียหลง  ผู้กำกับฟังเรื่องที่องศาเล่าแล้วไม่เชื่อว่าลายเมฆฆ่าพ่อเขา  และยิ่งงงเมื่อองศาบอกว่าผู้กำกับเองก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย

ฟังองศาและทบทวนความจำแล้ว ผู้กำกับบอกว่าเหมือนจะคุ้นๆกับเรื่องนี้ แต่ก็ติงองศาว่าฟังความข้างเดียวโดยไม่หาข้อมูลมาหักล้าง เกรงว่าองศาจะถูกจักรวาลหลอกใช้อยู่ แต่องศาปักใจเชื่อจนไม่อาจเปลี่ยนความคิดได้ สุดท้ายลายเมฆสรุปว่า

“แต่ฉันก็ยังไม่หายข้องใจในสิ่งที่นายกล่าวหา  บอกข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับพ่อนายมา ฉันจะพิสูจน์ทุกอย่างให้เห็นเอง”

ลายเมฆจ้องหน้าองศาทั้งสงสารทั้งผิดหวังเสียใจกับความรู้สึกดีๆที่มีให้เขาตลอดมา

ooooooo

สืบสวนป่วนกำลัง3

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด