ตอนที่ 17
เมื่อขึ้นเวที เอี๋ยวร้องเพลงจบได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราว แต่พอมีจดหมายขอเพลง “ช่างไม่รู้เลย” ทั้งยังระบุให้นักร้องหญิงคนเดียวของวงร้องด้วย จีจี้ฮึดขึ้นมาเลยออกไปร้องทั้งที่ไม่เคยยอมร้องเพลงมาก่อน
จีจี้ร้องเพลงอย่างได้อารมณ์กับความรู้สึกที่ซ่อนเร้นของเพื่อนที่แอบคิดกับเพื่อนมากกว่าความเป็นเพื่อน ร้องไปก็ชำเลืองมองเอี๋ยวไปเป็นระยะ จนท่อนสุดท้ายเสียงร้องเริ่มปนเสียงสะอื้น...
“ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ในความคุ้นเคยกันอยู่ มันแฝงอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ว่าเพื่อนคนหนึ่งมันแอบคิดอะไรไปไกลกว่าเป็นเพื่อนกัน...”
จีจี้ร้องเพลงปนเสียงสะอื้น จนเสียงเพี้ยน ลูกค้าพากันโห่ “ไม่เอา...ไม่เอา...” ต้นกับเอกมองหน้ากันตื่นๆ เอี๋ยวมองจีจี้อย่างเห็นใจ ส่วนจีจี้หยุดร้องเดินออกไปเลย
“ผมว่าเรามาฟังเพลงสนุกๆ แล้วแดนซ์กันดีกว่าครับ” ต้นรีบแก้สถานการณ์แล้วเริ่มเพลงจังหวะคึกคัก บรรยากาศเริ่มกระเตื้องขึ้น แต่เอี๋ยวก็ยังแอบกังวลเป็นห่วงจีจี้
จีจี้เดินออกไปยืนร้องไห้ เตะถังขยะระบายอารมณ์ทั้งงอนทั้งโกรธที่ตนเป็นถึงขนาดนี้แล้วเอี๋ยวก็ยังไม่ตามมาดู ช่างไม่แคร์กันเลย
ครู่หนึ่ง เอี๋ยวเดินออกมาอีกทางหนึ่ง ขณะมองหาจีจี้นั่นเอง ก็ได้รับโทรศัพท์จากสงกรานต์ เอี๋ยวรับสายงงๆ “ครับพี่กานต์...ได้ครับ เดี๋ยวเจอกันพี่”
ooooooo
สงกรานต์โทร.ตามเอี๋ยวมาพบกันที่ห้องพักของอู๋ บอกทั้งสองด้วยความดีใจในฐานะที่ช่วยกันวางแผนช่วยตนว่าอิงดาวหึงตน ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
อู๋กับเอี๋ยวต่างถอนใจเสียงดัง “เฮ้อ...” จนสงกรานต์มองหน้าบอกว่าตนเรียกมาเพื่อจะคุยแผนขั้นต่อไป แล้วนี่เป็นอะไรกันไปหมด
อู๋กับเอี๋ยวต่างก็มีเรื่องไม่สบายใจของตัวเอง เอี๋ยวรำพึงด้วยภาษาศิลปินถึงความสัมพันธ์กับจีจี้ที่คบกันมานานแต่พอวันหนึ่งได้รู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเขา มันก็ทำให้เรารู้ว่าจริงๆแล้วเราไม่ได้รู้จักกันเลย
ส่วนอู๋ก็คร่ำครวญไปตามภาษาว่า มดแดงไม่รับโทรศัพท์ตนมาสามวันแล้ว พอไปหาที่ออฟฟิศก็อ้างว่าติดประชุม ไปหาที่บ้านก็บอกว่าไม่สบาย ถามว่า “ฉันจะทำไงดี”
ทั้งอู๋และเอี๋ยวเครียดกับเรื่องของตัวเองมาก จนสงกรานต์ถาม “ตกลงฉันพึ่งแกสองคนได้ไหมเนี่ย” ไม่มีคำตอบจากใคร มีแต่เสียงถอนหายใจดังๆพร้อมกันทั้งสามคน...
ooooooo
โรสกับงามแสงเดือนยังแค้นมารินไม่หาย คิดหาทางแก้แค้น จนงามแสงเดือนคิดออกบอกโรสอย่างดีใจสุดๆว่า นึกออกแล้วว่าจะเล่นงานมารินยังไง รับรองว่างานนี้สงกรานต์ต้องเกลียดมารินเข้าไส้แน่ๆ
ว่าแล้วก็เอากล้องวงจรปิดที่มารินตบตีโรสกับงาม–แสงเดือนจนสะบักสะบอมมาให้ดู
สงกรานต์ยังไปดูแลมารินอย่างดี จนเธอเชื่อว่าเขาต้องชอบตนแน่ๆ วันนี้จึงเอาแจกันดอกไม้พร้อมการ์ดขอบคุณที่เขียนให้สงกรานต์เดินไปทางห้องทำงานของเขาอย่างมีความสุข
โรสกับงามแสงเดือนเอาเทปจากกล้องวงจรปิดไปให้สงกรานต์ดู บอกว่านี่คือหลักฐานว่ามารินทำร้ายตนสองคน
ส่งเทปให้แล้วสองสาวก็เดินกระหยิ่มยิ้มย่องออกมา เจอมารินเข้าพอดี โรสเข้าไปพูดเยาะใส่หน้าว่า “ทีใครทีมันนะนังมาริน ฮึๆๆ”
มารินสงสัยคำพูดที่เป็นปริศนาของโรส ยิ่งเมื่อเข้าไปในห้องสงกรานต์แล้วเห็นเขาหน้าเครียดก็ยิ่งสงสัย แต่ยังทำใจดีสู้เสือ เอาแจกันดอกไม้ไปวางที่โต๊ะทำงานเขา ฉอเลาะว่า
“เห็นคุณสงกรานต์ชอบดอกไม้ รินเลยจัดดอกไม้มาให้คุณสงกรานต์เป็นการขอบคุณค่ะ”
สงกรานต์นิ่งเงียบ มารินถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เขาจึงหันจอโน้ตบุ๊กแล้วกดเพลย์ภาพในกล้องวงจรปิดโชว์ทันที เป็นภาพมารินกำลังตบโรสกับงามแสงเดือนอย่างบ้าดีเดือด มารินหน้าถอดสีแก้ตัวว่า
“คุณสงกรานต์คะ เรื่องนี้รินอธิบายได้นะคะ คุณโรสกับคุณงามแสงเดือนทำร้ายรินก่อน รินทำไปก็เพื่อป้องกันตัวเอง”
“ผมเห็นว่าเขาสองคนทำร้ายคุณก่อน แต่ทำไมคุณต้องตอบโต้กลับรุนแรงขนาดนี้”
มารินอึกอักแล้วเกิดอาการลนขึ้นทันที บอกว่าสองคนนั้นพูดจาดูถูกตนก่อน ตนเลยขาดสติ พลันก็ตรงเข้าไปจับแขนสงกรานต์บีบแน่น อ้อนวอน
“คุณสงกรานต์อย่าโกรธรินนะคะ รินขอโทษ รินไม่ได้ตั้งใจ รินทำไปโดยไม่รู้ตัว” สงกรานต์มองแขนที่ถูกมารินจับบีบอย่างแรงบอกให้ปล่อยตนเจ็บ แล้วบอกมาริน ให้กลับไปพักก่อนดีกว่า มารินมองหน้าเขาอย่างตกใจ
ถามว่า “คุณสงกรานต์ไล่รินออกเหรอคะ”
สงกรานต์บอกว่าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่มารินไม่ฟังพร่ำอ้อนวอนอย่าไล่ตนออก ตนขอโทษ ตนผิดไปแล้ว ตนไม่ได้ตั้งใจ แล้วร้องไห้อย่างหนักจนสงกรานต์ตกใจถามว่าเป็นอะไร
“คุณสงกรานต์ คุณอย่าไล่รินไปไหนเลยนะคะ รินอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ รินรักคุณค่ะคุณสงกรานต์ รินรักคุณ” สงกรานต์ทั้งตกใจทั้งแปลกใจ ถูกมารินโผเข้ากอดพร่ำบอก “รินรักคุณมานานแล้ว รักตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน”
สงกรานต์จึงนึกได้ว่าวันนั้นเขาเป็นคนไปดุด่าพนักงานที่เยาะเย้ยมารินว่าหน้าผีและรับเธอเข้าทำงานนั่นเอง
มารินยังกอดสงกรานต์ไม่ปล่อยรำพันถึงความซึ้งใจในครั้งนั้น และที่ตนไปทำหน้าก็เพราะอยากให้เขารักตนและภูมิใจที่มีตนเป็นแฟน
สงกรานต์เห็นท่าไม่ดีและเรื่องคงไม่จบง่าย เขาดึงเธอออก บอกด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า ตนไม่เคยคิดกับเธอมากไปกว่าน้องสาวคนหนึ่ง มารินยังพร่ำเพ้อไม่หยุด เขาจึงพูดเสียงดังเด็ดขาดว่า
“คุณริน...คุณริน...ยังไงผมก็ไม่มีวันชอบคุณ ที่ผมทำทุกอย่างไปนั้นผมเห็นคุณเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ผมขอโทษ ถ้าผมทำให้คุณเข้าใจผิด ผมสงสารแล้วก็เห็นใจคุณ...ก็เท่านั้น”
มารินแทบล้มทั้งยืนอยากจะกรี๊ดออกมาแต่พยายามสะกดอารมณ์ข่มไว้ ตำหนิตัวเองว่าแย่จังที่เข้าใจอะไรๆไปเอง เมื่อสงกรานต์พูดเป็นการเป็นงาน ขอโทษเธออีกครั้ง เธอทำเป็นเข้มแข็งบอกว่า
“ไม่เป็นไรค่ะ รินเข้าใจ รินขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” พูดแล้วเดินหงอยๆออกไป
สงกรานต์ถอนใจเฮือกใหญ่อย่างรู้สึกผิด...
ooooooo
มารินเดินออกมาเจอโรสกับงามแสงเดือนดักรออยู่ พอเห็นมารินเท่านั้น ทั้งสองก็แกล้งพูดดังๆให้เข้าหูเธอ หัวเราะกันร่วน ดีอกดีใจที่สงกรานต์กลับมาขอคืนดีกับโรส งามแสงเดือนพูดเยาะเย้ยว่า
“สุดยอดเลยค่ะคุณโรสขา คุณสงกรานต์เขารู้ซึ้งแล้วว่าใครที่เหมาะสมกับเขามากที่สุด ที่ผ่านมามันก็แค่เบี้ยบ้ายรายทาง คุณสงกรานต์เขาสงสารก็เลยสงเคราะห์ให้”
มารินยืนเกร็งกำมือแน่น โรสเข้ามาจับหน้ามารินบีบแก้มแน่น ยื่นหน้าเข้าไปพูดลอดไรฟัน
“จำไว้นะนังมาริน กานต์เป็นของฉัน อย่าได้เสนอหน้าเน่าๆของแกเฉียดมาใกล้กานต์อีก ไม่งั้นคราวหน้าแกโดนหนักกว่านี้แน่ ฮ่าๆๆ”
โรสกับงามแสงเดือนหัวเราะร่าเดินกร่างออกไป มารินจ้องตามอย่างอาฆาตแค้นสุดๆ
ooooooo
ฝ่ายอู๋ยังเซ็ง ซึมอย่างหนัก กระทั่งเข้าไปร้องคาราโอเกะกับมาม่าและมีมี่สองสาวสุดเปรี้ยว ก็ยังปลุกอารมณ์ไม่ขึ้น เลยให้สองสาวช่วยกันด่าให้เจ็บๆ แสบๆ
มาม่ากับมีมี่ทำใจกล้าลองด่าดู ด่าว่าเสี่ยลามก อู๋ก็ไม่รู้สึก ด่าไอ้เสี่ยหน้าหม้อหูดำ ก็ไม่สะเทือน ด่าไอ้เสี่ยบ้ากามขี้หลีก็เฉยๆ อู๋บอกด่าให้แรงกว่านี้อีก
“ไอ้เสี่ยหน้าทู่ จมูกหมู ปากหมา คางกลม” มาม่าขุดมาด่าเป็นชุด จนมีมี่ถามว่าแรงไปรึเปล่า อู๋บอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลย บ่นกับตัวเองว่า ทำไมไม่เหมือนเวลาที่มดแดงด่าเลย แล้วบอกสองสาวให้ลองด่าด้วยตบด้วย สองสาวก็สนองให้เต็มพิกัด แต่อู๋ก็ยังไม่รู้สึกอะไร จนสองสาวทนไม่ไหวหนีไปกันหมด
“อ้าว...ไปกันหมดแล้วใครจะตบจะด่าฉันล่ะโธ่...ฉันจะทำยังไงดี” อู๋บ่นแล้วนึกอะไรออก เรียกเอี๋ยวมาวางแผนที่ห้องพัก
มดแดงขับรถอยู่เกิดยางแตกกลางถนน เธอหงุดหงิดมากไม่รู้จะทำอย่างไร นึกถึงอู๋ขึ้นมาเพราะเขาเคยเปลี่ยนยางให้ อย่างคล่องแคล่ว ทันใดนั้นมีโทรศัพท์เข้ามือถือ หน้าจอโชว์ ชื่อเอี๋ยว เธอตกใจสังหรณ์ใจว่าอู๋อาจจะเป็นอะไรก็ได้ รีบกดรับ
“ฮัลโหล...เสี่ยอู๋ไม่สบายมาก!” มดแดงหน้าเครียดกับข่าวจากปลายสาย
เอี๋ยวเป็นคนโทร.บอกมดแดง วางสายจากมดแดงแล้วบอกพี่ชายว่าอย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปอีก ตบบ่าพี่ชายบอกว่า จะได้เป็นคนดีกับเขาเสียทีนะ
อู๋ขอบใจ แต่ก็บ่นว่าไอ้นี่ทำตัวเหมือนป๊าเข้าไปทุกที แล้วไล่ให้ออกไปเร็วๆ เดี๋ยวความแตก
พอเอี๋ยวออกไป อู๋ก็ขยี้ผมเป็นกระเซิง ทำหน้าโทรมสุดๆ ทำเป็นนอนซมห่มผ้าหนาวสั่นบนโซฟา
ฝ่ายเอี๋ยว พอแก้ปัญหาให้พี่ชายแล้วกลับไปที่ห้องซ้อมดนตรี ไม่เห็นจีจี้ พอถามต้นก็บอกว่า จีจี้โทร.มาบอกว่าวันนี้ไม่ว่าง ทำให้เอี๋ยวถอนใจ...รู้สึกว่าตัวเองทำผิดกับจีจี้ไม่หาย...
ooooooo
อู๋นอนเอกเขนกที่โซฟา เงี่ยหูฟังเสียงที่ประตู พอได้ยินเสียงกดออดก็รีบทำตัวหนาวสั่นพูดเสียงสั่นอนุญาตให้เข้ามาได้ ประตูไม่ได้ล็อก พอได้ยินเสียงผลักประตูเข้ามาก็คราง “หนาว...ผมหนาว...”
“เสี่ยไม่สบายเหรอคะ” เสียงแม่บ้านถามขึ้น อู๋เซ็งจนบอกไม่ถูก ลุกขึ้นถามว่าเข้ามาได้ยังไง แม่บ้านบอกว่าจะมาทำความสะอาด อู๋บอกว่าวันนี้ไม่ต้องทำให้รีบออกไปเสีย พอแม่บ้านออกไป อู๋ทิ้งตัวลงนอนอึดเดียวก็มีเสียงฝีเท้าคนเข้ามาอีก อู๋ถามอย่างไม่พอใจว่า
“เข้ามาทำไมอีก!”
“เอี๋ยวโทร.บอกว่านายไม่สบาย ก็เลยแวะมาดู” อู๋ได้ยินเสียงมดแดงเด้งตัวหันมอง มดแดงเห็นดังนั้นบอกว่า “แต่ดูท่านายคงไม่อยากเจอฉัน ฉันกลับล่ะ”
“เดี๋ยว...” อู๋รีบลุกขึ้นก้าวข้ามพนักโซฟาแต่ก้าวไม่พ้น เลยล้มโครม มดแดงตกใจรีบหันกลับมาดูถามว่าเป็นไงบ้าง
ได้การ...อู๋สำออยทำเป็นเจ็บแทบตาย มดแดงเข้ามาดู พยุงให้ลุกขึ้น แล้วพามานั่งบนเตียง
“เมื่อกี้เธอว่าไอ้เอี๋ยวโทร.บอกเธอว่าฉันไม่สบายเหรอ” อู๋ทำเป็นถามเสียงสั่นๆ แบบไม่สบาย พอมดแดงพยักหน้าก็ทำเป็นบ่น “ไอ้เอี๋ยวนะไอ้เอี๋ยว จะโทร.บอกเธอทำไม”
มดแดงถามว่า เขาคงไม่อยากให้ตนมาใช่ไหม อู๋ก็ทำเป็นไอแค่กๆขึ้นมา ไอแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด มดแดงถามว่าแบบนี้จะไปหาหมอไหม อู๋บอกว่าไม่ต้องตนกินยาแล้ว
“แล้วนี่กินไรยัง” มดแดงถาม อู๋ทำหน้าเศร้าส่ายหัว “ฉันทำอะไรให้นายกินเอาไหม” อู๋ทำเสียงอื้อ...พอมดแดงลุกไป อู๋ก็ยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุขม้าก...มาก...
ooooooo
ฝ่ายสงกรานต์ เมื่อพึ่งเพื่อนไม่ได้ก็พึ่งตัวเอง
หาทางพิสูจน์ใจอิงดาว ด้วยการชวนโรสไปเที่ยวสวนส้มของเธอ ครั้นโรสถามว่าทำไมต้องมาเที่ยวที่นี่ด้วย ที่อื่นมีตั้งเยอะตั้งแยะ
“ผมอยากให้อิงดาวเห็นว่าผมกับคุณคืนดีกันแล้วเขาจะได้รู้ว่าไอ้แผนของเขาที่อยากให้ผมรู้สึกย่ำแย่มันไม่สำเร็จ”
“ที่แท้กานต์ก็ตั้งใจมาเยาะเย้ยมัน ได้เลยค่ะกานต์ โรสจะจัดชุดใหญ่ให้เอง” โรสสะใจนัก
หม่องกับเหม่งที่กำลังทำงานอยู่แถวนั้นได้ยินเต็มสี่หู ชวนกันรีบไปบอกเจ๊ให้มาจัดการ แต่พออิงดาวฟังทั้งสองเล่าแล้ว กลับถามว่า
“ทำไมฉันต้องไป เขาจะพาใครมามันก็เรื่องของเขา แกสองคนไปทำงานได้แล้ว”
หม่องกับเหม่งเกาหัวแกรก มองกันงงๆ ว่าทำไมเจ๊ไม่ปี๊ด แล้วพากันกลับไป ส่วนอิงดาวก็ทำเป็นไม่สนใจหันไป
ทำงานต่อทั้งที่ใจร้อนรุ่ม...รุ่ม...
แม้โรสจะรู้ว่าตัวเองเป็นแค่ตัวประกอบที่สงกรานต์พามายั่วอิงดาว แต่ก็เอาใจเขาเต็มที่ คั้นน้ำส้มให้กิน สงกรานต์รับน้ำส้มไปกินแต่ตาสอดส่ายมองหาว่าอิงดาวอยู่ตรงไหน
อิงดาวแอบดูสงกรานต์กับโรสอยู่ กำลังตาร้อนผ่าวๆ ก็พอดีสงกรานต์หันมาเห็น เธอรีบหลบคิดว่าเขาไม่เห็น สงกรานต์ยิ้มในหน้าทำเป็นหวานกับโรสจนน่าเอียน
ขณะอิงดาวกำลังหึงสงกรานต์อยู่นั่นเอง ครูณุมาสะกิดไหล่ถามว่าทำอะไรอยู่ อิงดาวตกใจตอบไม่ถูก พอดีครูณุมองไปเห็นสงกรานต์กับโรส ถามว่าสองคนนั้นมาที่นี่ทำไม
“คงมาเที่ยวมั้ง อย่าไปสนใจเลย” อิงดาวทำเสียงไม่แยแส พอดีสงกรานต์หันมาเห็นทั้งสองคนก็ชะงักไม่พอใจ เลยกลายเป็นต่างคนต่างก็ทำประชดอีกฝ่าย อิงดาวควงแขนครูณุเดินออกไป ทำเอาครูณุแปลกใจ แถมยังฉอเลาะกับครูณุเสียงใสว่า
“ณุจ๋า...เมื่อกี้เห็นบ่นว่าหิวน้ำ เดี๋ยวดาวคั้นน้ำส้มให้ณุ ดื่มนะ” พูดแล้วทำเป็นเพิ่งเห็นสงกรานต์กับโรส แกล้งทัก “อ้าว...คุณสงกรานต์ คุณโรส มาเที่ยวเหรอคะ เชิญตามสบายนะคะ” ว่าแล้วก็ควงแขนครูณุเดินผ่านทั้งสองตรงไปยังที่คั้นน้ำส้ม
สงกรานต์เห็นดังนั้น บอกโรสว่าน้ำส้มตนหมดแล้วให้ช่วยคั้นให้ใหม่ โรสระริกระรี้ไปทันที
กลายเป็นอิงดาวกับโรสไปแย่งกันคั้นน้ำส้ม แค่ส้มลูกเดียว ก็ทะเลาะกันเกือบตาย ต่างอ้างว่าตนหยิบก่อน สุดท้ายทำท่าจะรุนแรง ครูณุกับสงกรานต์เลยต้องเข้าไปห้ามคนของตัวเอง
ก่อนที่โรสจะแยกไปยังแย่งส้มจากมืออิงดาวไปด้วย พูดเย้ยว่า
“เห็นแล้วนะ ถ้าอะไรที่ฉันอยากได้ ฉันก็ต้องได้” ว่าแล้วควงแขนสงกรานต์ไป
อิงดาวรู้สึกเสียหน้ามาก จ้ำอ้าวออกไป ครูณุรีบตามไป ถามว่าเป็นอะไร หึงสงกรานต์หรือ เลยถูกอิงดาวเอ็ดว่าพูดอะไร ทำไมพูดแบบนี้ ครูณุเลยต้องขอโทษถ้าตนเข้าใจผิด
“ดาวขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะ” อิงดาวแยกไปเพราะกลัวครูณุจับอารมณ์ได้ ทำให้ครูณุยิ่งสงสัย
ooooooo
อิงดาวไปเปิดก๊อกล้างหน้าเพื่อดับอารมณ์ พอเงยหน้าขึ้นก็เจอสงกรานต์มายืนอยู่แล้ว เธอจะเดินหนี สงกรานต์เดินตาม ถามว่า “หึงผมหรือ”
อิงดาวสวนไปทันทีว่าไม่ได้หึง สงกรานต์ดักหน้าถามอีกว่าไม่ได้หึงแล้วทำประชดตนทำไม อิงดาวบอกว่าตนไม่ได้ประชดแล้วจะเดินหนี ถูกสงกรานต์จับตัวไว้ เธอบอกให้ปล่อย เขายิ้มกวนๆ บอกว่า
“ไม่ปล่อย ผมจะทำให้คุณรู้ตัวว่าคุณยังรักผมอยู่” อิงดาวแปลกใจ แต่ไม่ทันตั้งตัว สงกรานต์ก็รวบตัวเข้าไปจูบ อิงดาวตกใจแต่ก็ปล่อยตัวในอ้อมกอดเขา ปล่อยให้เขาจูบเหมือนไม่มีแรงขัดขืน
พริบตานั้นเอง ครูณุตรงเข้ามากระชากไหล่สงกรานต์หงายกลับมา แล้วต่อยเปรี้ยงเข้าที่ครึ่งปากครึ่งจมูกจนปากเลือดออก อิงดาวพุ่งเข้าห้ามครูณุที่กำลังจะตามต่อยซ้ำ ครูณุชะงักหันมองเห็นแววตาอิงดาวที่มองสงกรานต์อย่างห่วงใย ครูณุเลยปล่อยมือจากสงกรานต์
โรสถลาเข้ามา พอเห็นเลือดที่ปากสงกรานต์ก็โวยวายตวาดครูณุว่า ทำร้ายสงกรานต์หรือ
“กลับได้แล้วโรส” สงกรานต์ตัดบท โรสไม่ยอมจะแจ้งความ ถูกเขาตวาด “ผมบอกให้กลับ” โรสเลยไม่กล้ายอมกลับไป ปล่อยให้อิงดาวกับครูณุต่างนิ่งงันกันอยู่ตรงนั้น
จากเหตุการณ์นี้ ทำให้ครูณุแน่ใจว่าอิงดาวรักสงกรานต์ ต่างเงียบงันกันไปพักใหญ่ ครูณุเสนอขึ้นว่า ให้เลื่อนงานแต่งงานออกไปก่อนดีไหม อิงดาวไม่ยอม อ้างว่าตนไม่ได้รักสงกรานต์ คนที่ตนจะแต่งงานด้วยคือเขาคนเดียว ขอให้มั่นใจได้
“บางทีเราอาจต้องการเวลามากกว่านี้ เพื่อคิดแล้วก็ตัดสินใจว่าเรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่รึเปล่า”
“ดาวไม่ต้องการเวลา ดาวมั่นใจว่าดาวคิดถูก เราจะแต่งงานกันนะณุ”
อิงดาวจับมือครูณุกุมไว้ มองหน้าเขาอย่างมั่นใจแน่วแน่ แต่ครูณุกลับกังวลและไม่มั่นใจอะไรเลย...
ooooooo
มดแดงทำอาหารให้อู๋กิน อยู่ดูแลจนกลางคืนจึงขอตัวกลับ อู๋สำออยทำเป็นอาการหนัก มดแดงช่วยประคองมานั่งที่โซฟา อู๋แกล้งเซจนล้มลงบนโซฟา มดแดงเสียหลักนั่งตักเขาพอดี ต่างมองหน้ากันเขินๆ มดแดงถามอู๋ว่าเจ็บไหม อู๋ตอบอย่างมีความสุขว่า
“ไม่จ้ะ...ไม่เจ็บเลย”
“งั้นฉันว่าฉันกลับดีกว่า มันดึกแล้ว” มดแดงลุกขึ้นเดินออกไปเขินๆ ปรากฏว่าลืมกระเป๋าถือไว้
พอมดแดงออกไป อู๋ก็หายเป็นปลิดทิ้ง รีบโทร.บอกเอี๋ยวน้ำเสียงเริงร่าแจ่มใสสุดๆว่า
“แผนสำเร็จแล้วไอ้เอี๋ยว ฉันเห็นความห่วงใยของมดแดงที่มีต่อฉัน”
เอี๋ยวกำลังดูรูปจีจี้อยู่ ตอบเสียงไม่มีชีวิตชีวาว่า เฮียโชคดีที่แก้ปัญหาได้ ทำให้อู๋สงสัยถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมเสียงเศร้าๆ เอี๋ยวบอกว่าไม่มีอะไร ถามว่า “แล้วเฮีย จะเอาไงต่อ”
“ฉันว่าฉันจะแกล้งป่วยหนักขึ้น” อู๋ยิ้มกริ่มกับแผนการของตัวเอง แต่พอหันมาก็หน้าซีดเผือด เมื่อเห็นมดแดงยืนอยู่ ไม่ทันอ้าปากจะพูดอะไร ก็ถูกมดแดงตบเพียะ!
เอี๋ยวได้ยินเสียงตบถามว่าเกิดอะไรขึ้น อู๋ไม่ตอบเพราะมัวแต่มองมดแดงคว้ากระเป๋าออกไป พอได้สติก็บอกเอี๋ยวว่า “ความแตกแล้วไอ้เอี๋ยว มดแดงตบหน้าฉันแล้วก็เดินออกไปเลย”
“แล้วเฮียยืนอยู่ทำไม รีบตามไปสิ” เอี๋ยวเร่ง อู๋บอกว่าไม่กล้า “เฮียรักพี่มดแดงรึเปล่า ถ้าเฮียรักเขา เฮียต้องอย่าปล่อยเขาไป มันถึงเวลาที่เฮียต้องบอกความจริงในใจของเฮียให้พี่มดแดงรู้ได้แล้ว”
เอี๋ยวเร่งจนอู๋วิ่งออกไป แล้วตัวเอี๋ยวเองก็นั่งเศร้าดูรูปจีจี้ก่อนตัดสินใจลุกออกจากห้องไป
ooooooo
อู๋วิ่งออกไปที่ลานจอดรถ เห็นมดแดงกำลังขับรถออกจากซอง อู๋รีบวิ่งไปขวาง มดแดงเบรกรถแทบไม่ทัน แม้จะเสียววาบแต่อู๋ก็ทำใจกล้ายืนขาแข็ง
“อยากตายรึไงหา!” มดแดงลงจากรถมาแหวใส่
“ถ้าต้องตายเพราะคนที่เรารัก ฉันก็ยอม” อู๋ทำหน้ายอมตายจริงๆ มดแดงถามว่าพูดอะไรของนาย อู๋ยังยืนผงาดรับแสงไฟจากหน้ารถอย่างท้าทาย บอกมดแดงอย่างยอมศิโรราบว่า “ฉันรักเธอนะมดแดง”
มดแดงถามว่าคิดจะแกล้งอะไรตนอีก อู๋ยืนยันว่าตนไม่ได้แกล้ง พูดจริงๆ
“ฉันไม่เชื่อ นายกลัวพ่อนายทุบโมเดลลิ่ง นายก็เลยแกล้งบอกว่ารักฉันใช่ไหม”
“ไม่ใช่ ฉันรักเธอจริงๆ เมื่อก่อน โมเดลลิ่งนี้คือชีวิตของฉัน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกแล้ว ชีวิตของฉันคือเธอนะมดแดง...พอฉันขาดเธอ ก็เหมือนจะขาดใจ โลกทั้งโลกของฉันกลายเป็นสีเทา ฉันไม่มีความสุขเลย”
มดแดงเหมือนจะหวั่นไหวแต่ก็ยังชั่งใจไม่เชื่อ บอกอู๋ว่าไม่ต้องพูดให้ตัวเองดูดีตนไม่เชื่อ ไล่ให้หลีกไป อู๋ยืนนิ่งไม่ยอมหลีก มดแดงไม่พูดพร่ำทำเพลง ขึ้นรถเร่งเครื่องบึ้น...บึ้น...อู๋ใจสะท้านแต่ยังแข็งใจถามว่า “มดแดง เอาจริงเหรอ ถึงตายเลยนะ”
มดแดงเปิดกระจกลง ชะโงกหน้ามาถาม “นายพูดเองว่าถ้าตายเพราะคนที่เรารักนายก็ยอมไม่ใช่หรือ”
ขณะอู๋เริ่มหวั่นไหวนั่นเอง มดแดงขับรถพุ่งออกมา อู๋ตกใจกระโดดหลบแทบไม่ทัน ไปยืนขาสั่นมองตามรถมดแดงไปจ๋อยๆ
ooooooo
เอี๋ยวตัดสินใจลุกออกจากห้อง ตรงไปหาจีจี้ที่คอนโดฯทั้งที่ดึกแล้ว ไปยืนลังเลอยู่หน้าห้องก่อนจะตัดสินใจเคาะประตู ไม่นานจีจี้ก็มาเปิดประตู เธอชะงักเมื่อเห็นเอี๋ยวยืนอยู่
“ฉันขอโทษที่ทำให้แกอึดอัด” เสียงเอี๋ยวยังตื่นเต้นกับการ กระทำของตัวเอง “แล้วก็ขอบใจที่แกรู้สึกดีๆกับฉัน แต่...ฉันก็ยังเห็นแกเป็นเพื่อนว่ะ และฉันก็...ตัดเพื่อนอย่างแกไปไม่ได้ด้วย”
ขณะจีจี้ยืนอึ้งกับการมาและท่าทางของเอี๋ยวอยู่นั่นเอง เสียงชายหนุ่มก็ดังขึ้นจากข้างใน
“จี้...” พอเดินออกมาเห็นเอี๋ยวก็ถามจีจี้ว่า “ใคร?”
“เอี๋ยว เพื่อนจี้” จีจี้หันไปบอก ส่วนเอี๋ยวยืนใบ้กินสนิทเมื่อเห็นชายหนุ่มอยู่ในห้องจีจี้ในยามค่ำคืนดึกดื่น
“หวัดดี ผมชื่อแบงค์” ชายหนุ่มแนะนำตัวเอง
“ถ้างั้น...ฉันไม่กวนแกแล้ว พรุ่งนี้เจอกัน” เอี๋ยวหน้าเจื่อนจ๋อย หันหลังเดินออกไป จีจี้ไม่ห้ามพอเอี๋ยวไปแล้วก็ปิดประตู
ฝ่ายเอี๋ยว พอเดินไปไม่กี่ก้าวก็หันมองมาที่ห้องจีจี้อีกครั้งด้วยความรู้สึกแปลกๆที่จีจี้อยู่กับผู้ชายคนอื่น
เมื่อกลับมาที่ห้องพัก ทั้งเอี๋ยวและอู๋ต่างนั่งนิ่งเงียบจมดิ่งกับความคิดของตัวเอง อู๋เฝ้าคิดแต่ว่ามดแดงไม่รักตนจะทำอย่างไร มดแดงถึงจะเชื่อว่าตนรักเธอจริงๆ ฝ่ายเอี๋ยวก็พึมพำแต่ว่าเห็นผู้ชายคนอื่นอยู่ในห้องจีจี้...ทำไมใจมันหวิวๆแปลกๆเป็นอะไร?...
ooooooo
วันนี้ ที่บ้านสงกรานต์ ทุกคนอยู่บ้าน นอกจากสงกรานต์ที่ยังไม่กลับ ต่างพากันประหลาดใจ เมื่อจู่ๆ
มารินก็เข้ามายกมือไหว้ทุกคนราวกับคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ทั้งยังเรียกอย่างสนิทปาก
“สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณแม่ พี่ตา”
ราชศักดิ์ถามว่าหนูเป็นใคร มารินถามว่าจำไม่ได้หรือ ตนคือมาริน นภารัตน์จึงนึกออกทักว่าหน้าตาเปลี่ยนไปเยอะเลย
“คุณสงกรานต์อยู่ไหมคะ” มารินยิ้มหวานถาม รมิตาบอกว่าไม่อยู่ “ไม่เป็นไรค่ะ รินรอได้ เออ...ว่าแต่ทุกคนทานอาหารกลางวันกันแล้วหรือยังคะ”
“ยังเลยจ้ะ ถามทำไมจ๊ะ” พาสันตาลุก
“ดีแล้วค่ะ เพราะวันนี้ รินจะมาทำอาหารให้ทุกคนทาน” มารินยิ้มหวานอีกที เปิดประตูรถหยิบถุงกับข้าวออกมาแล้วเดินเข้าบ้านไปราวกับเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง ทำเอาทุกคนมองเหวอ พากันงงว่าเธอเป็นอะไรไป
ปีใหม่กับเมี่ยงแอบดูอยู่ ปีใหม่พูดอย่างไม่พอใจว่า
“ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นเด็กใหม่ของพ่อแหง็มๆ” หันไปกระซิบอะไรกับเมี่ยงแล้วยิ้มร้ายให้กัน
ooooooo
มารินเข้าไปในครัว บอกให้แม่ครัวออกไปข้างนอกตนจะจัดการเอง แม่ครัวบอกว่าคุณผู้หญิงสั่งให้ตนอยู่ด้วย มารินยังยิ้มหวานแต่หันไปคว้ามีดขึ้นถือ บอกแม่ครัว “บอกแล้วไงว่าไม่ต้อง”
แม่ครัวออกไปแทบไม่ทัน มารินจึงหันกลับมาเตรียมอาหารต่ออย่างมีความสุข
ครู่เดียว ปีใหม่ในชุดยอดมนุษย์ก็ย่องเข้ามาพร้อมปืนฉีดน้ำ จัดแจงฉีดน้ำแดงใส่มารินทันที มารินหันขวับทำเสียงดุว่าเล่นแบบนี้ไม่ดีเลย จับแขนปีใหม่แย่งปืนฉีดน้ำไป มองหน้าแล้วถามว่าคงจะเป็นลูกของสงกรานต์ใช่ไหม ปีใหม่ไม่ตอบแต่บอกให้ปล่อย ตนเจ็บ
“พี่จะเจ็บมากกว่านี้อีกถ้าไม่ทำตัวดีๆ” ปีใหม่ร้องให้ปล่อย มารินจ้องหน้าบอก “ขอโทษฉันมาก่อนสิ ขอโทษ” เมื่อปีใหม่ไม่ยอมขอโทษ มารินเอาปืนฉีดน้ำฟาดโต๊ะจนปืนพัง ปีใหม่ตกใจรีบขอโทษ “ดีมากครับลูก เราจะได้อยู่กันสบายๆนะครับ ออกไปได้แล้วนะ คุณแม่จะทำอาหารต่อแล้ว”
ปีใหม่คว้าปืนได้ก็รีบวิ่งออกไปหมดมาดยอดมนุษย์ไปเลย
ooooooo
สงกรานต์กลับมาพร้อมโรส พอรู้ว่ามารินมา เขาถามว่ามาทำไม รมิตาบอกว่าตอนนี้มารินอยู่ในครัว เห็นบอกว่าจะมาทำอาหารให้ทาน พวกตนงงไปหมดแล้ว โรสทำเป็นเก่งจะไปจัดการให้ สงกรานต์ห้ามไว้บอกว่าตนจะไปเอง
สงกรานต์เข้าไปเจอมารินกำลังตักอาหารจากกระทะใส่จาน เธอบอกเขาอย่างภูมิใจว่าทำของโปรดของเขาทั้งนั้น สงกรานต์ถามว่ารู้ได้ไงว่าตนชอบกินอะไร
“รินสังเกตเอาน่ะค่ะ แล้วรินก็ยังรู้อีกด้วยนะคะว่าคุณสงกรานต์ชอบไปทานอาหารที่ร้านไหน เล่นกีฬาที่ไหน ช็อปปิ้งที่ไหน แล้วก็ชอบไปพักผ่อนที่ไหนอีกด้วย”
สงกรานต์ชะงัก รู้สึกเสียวขึ้นมากับท่าทางแปลกๆของมาริน ถามว่าเธอมาที่นี่เพื่อทำอาหารให้ครอบครัวตนเท่านั้นหรือ มารินเปิดกระเป๋าหยิบซองจดหมายออกมา บอกว่าตนมายื่นใบลาออก สงกรานต์ตกใจถามว่าแล้วเธอจะไปไหน
“รินได้งานใหม่แล้วค่ะ ขอบคุณคุณสงกรานต์มากนะคะสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำให้ริน คุณสงกรานต์ออกไปนั่งรอเถอะค่ะ อีกไม่นานอาหารก็เสร็จแล้ว”
สงกรานต์อึ้งๆงงๆแต่ก็เดินออกไป พอสงกรานต์ออกไปแล้ว มารินก็หันมาทำอาหารต่อ ทำไปยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปเหมือนคนบ้า...
ooooooo










