สมาชิก

คู่แค้นแสนรัก

ตอนที่ 15

สงกรานต์เฝ้าดูแลปีใหม่ด้วยความเป็นห่วง ทั้งง้อทั้งปะเหลาะแต่ปีใหม่ก็ไม่ยอมพูดด้วย จนเขาบอกว่าเดี๋ยวจะออกไปซื้ออะไรมาให้กิน แต่ปีใหม่ก็ยังนอนหันหลังเงียบ จนสงกรานต์เดินออกไปแล้ว ปีใหม่จึงหันมองหาแต่ก็ไม่เห็นพ่ออยู่ในห้องแล้ว

สงกรานต์ลงลิฟต์ เขาออกจากลิฟต์ก็พอดีอิงดาวเข้าลิฟต์อีกตัว เฉียดกันแค่เส้นยาแดง

อิงดาวตรงไปที่ห้องพักคนป่วยของปีใหม่ พอเคาะประตูก็ได้ยินเสียงปีใหม่สวนมาทันทีว่า “พี่ไม่กิน” อิงดาวเดินเข้ามาพร้อมกับพูดว่า “ไม่กินข้าวแล้วจะหายป่วยได้ไง”

ปีใหม่หันมองขวับ เห็นอิงดาวยืนอยู่หน้าเตียงก็ดีใจสุดๆ ลองหยิกแก้มตัวเอง เพราะคิดว่าฝันไปจนอิงดาวเข้ามานั่งข้างเตียง จับมือปีใหม่ไปกุม โน้มหน้าเข้าไปพูดใกล้ๆ

“พี่ปีไม่ได้ฝันไปหรอกครับ”

ปีใหม่โผเข้ากอดอิงดาวพร่ำบอกว่าตนคิดถึงมาก คิดถึงจริงๆ อิงดาวถามว่าไม่โกรธกันแล้วหรือ ปีใหม่บอกว่าไม่โกรธเพราะรู้ว่าอิงดาวต้องมีเหตุผลถึงทำแบบนั้น

“ขอบคุณมากนะครับที่ไม่โกรธพี่” อิงดาวจับหน้าปีใหม่พลิกดูเต็มตา “ดูสิ ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วันผอมลงไปตั้งเยอะ”

พอดีเจ้าหน้าที่เอาอาหารกลางวันมาให้ อิงดาวขอบคุณ แล้วเปิดฝาครอบอาหารออกดูทำเสียงตื่นเต้นว่า “โอ้โอ...น่ากิน ทั้งนั้นเลย กินเลยนะครับ”

“ครับ” ปีใหม่ตอบทันที อิงดาวจัดแจงป้อนให้ ปีใหม่อ้าปากรับอาหาร ตามองอิงดาวอย่างมีความสุข

อิงดาวป้อนอาหารให้ปีใหม่จนหมดชมว่าเก่งมากแล้วจัดยาให้กิน ปีใหม่กินยาอย่างว่าง่าย แล้วจับมืออิงดาวมองอ้อน พูดเว้าวอน

“พี่ดาว...พี่ดาวอยู่กับพี่ปีที่นี่นะครับ อย่าไปไหนอีก”

“พี่ดาวอยู่ไม่ได้จริงๆ พี่มีงานที่ต้องทำ” ครั้นปีใหม่ถามว่าต้องไปทำอะไร “พี่มีสวนมีไร่ที่ต้องดูแล”

ปีใหม่ถามว่าเธอเป็นนางแบบไม่ใช่หรือ อิงดาวจึงหยิบแว่นมาใส่ เอาไฝมาติด บอกให้ปีใหม่ดูดีๆแล้วถามว่าจำได้ไหมว่าตนเป็นใคร

ปีใหม่เพ่งมอง คิดๆ แล้วบอกว่าจำได้แล้ว ที่แท้เธอคืออิงดาวที่พบกันหน้าห้างตอนหลงกับเมี่ยงและพบกันที่ตลาดต้นไม้ อุทานเรียก “พี่ดาว...พี่อิงดาว...”

อิงดาวพยักหน้ารับใช่ และขอโทษที่ต้องหลอกปีใหม่ แต่ที่ทำเพราะจำเป็นจริงๆ ปีใหม่ยกมือห้ามบอกอิงดาวว่าไม่ต้องพูดแล้ว ตนไม่โกรธ ไม่ว่าอิงดาวจะเป็นอย่างไรก็ยังเป็นพี่ดาวของตนอยู่เสมอ

อิงดาวดีใจ ดึงปีใหม่เข้าไปกอด ทั้งสองต่างกอดกัน ด้วยความเข้าใจกันและกัน...

ooooooo

สงกรานต์ลงไปซื้ออาหารซื้อน้ำจะรีบขึ้นมา ถูกพนักงานเดินชนจนน้ำหก ต้องย้อนกลับไปซื้อใหม่ ซื้อเสร็จกลับมายืนรอลิฟต์อย่างร้อนใจเพราะไปนาน

พอดีอิงดาวบอกลาปีใหม่ เห็นปีใหม่อาลัยอาวรณ์มาก เธอบอกว่าถ้าคิดถึงให้โทร.หาได้ตลอดเวลา ถ้าอยากเจอ ก็ให้บอกมดแดงให้พาไปหาก็ได้ ปีใหม่ดีใจถามว่า ไปหาได้แน่หรือ

“แน่สิครับ พี่ปีมาหาพี่ดาวได้” แต่พอปีใหม่ถามว่าแล้วพาพ่อไปด้วยได้ไหม อิงดาวกลับนิ่งอึ้งแล้วตัดบท “พี่ต้องกลับแล้ว พี่ปีต้องสัญญากับพี่นะว่าพี่ปีจะกินข้าว กินยา และห้ามทำแบบนี้อีกเด็ดขาด สัญญาไหม”

“พี่สัญญา” ปีใหม่พยักหน้ายื่นนิ้วก้อยออกไปให้อิงดาวเกี่ยว ต่างเกี่ยวก้อยสัญญากัน

พออิงดาวเดินออกจากห้องไม่ถึงอึดใจ สงกรานต์ก็กลับเข้ามาพร้อมอาหารและน้ำ คุยอวดให้ลูกลุกขึ้นมาดู แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นอาหารที่ทางโรงพยาบาลเอามาให้หมดทุกอย่าง ถามว่าลูกกินข้าวหมดเลยหรือ ปีใหม่ไม่ตอบแต่รีบบอกว่า

“พี่ดาวมา...พ่อรีบไปตามพี่ดาวเร็วเข้า”

สงกรานต์วิ่งออกไปทันทีกวาดตามองหาไปทั่ว แต่ไม่เห็นอิงดาวแล้ว เพราะเธอหลบอยู่มุมหนึ่ง เธอแอบดูเห็นเขามองหาก็ได้แต่เศร้า แล้วรีบหลบออกไปอย่างเร็ว

ครู่หนึ่ง สงกรานต์กลับมาที่ห้องซึมๆเศร้าๆ ปีใหม่ถามว่าเจออิงดาวไหม เขาส่ายหน้าเดินมานั่งที่ข้างเตียง ปีใหม่จับมือพ่อมองหน้าถาม

“พ่อยังรักพี่ดาวอยู่ใช่ไหม” สงกรานต์บอกว่าพ่อรักแต่พี่ดาวเขาไม่รักพ่อ ปีใหม่กอดพ่อไว้พูดอย่างรู้สึกผิดว่า “พี่ขอโทษนะที่พี่พูดว่าเกลียดพ่อ”

“ไม่เป็นไรลูก...ไม่เป็นไร” สองพ่อลูกกอดกันอย่างเข้าใจกัน

ooooooo

เพราะต้องการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงอู๋เสียใหม่ มดแดงจับเปลี่ยนแปลงการแต่งกายไม่พอ ยังจับอู๋เข้าวัด ให้อ่านหนังสือสวดมนต์ที่อู๋บ่นว่า เล่มหนาอย่างกับสมุดโทรศัพท์ กว่าจะสวดเสร็จก็เช้าพอดี

“เว่อร์แหละ ถ้านายตั้งใจ เย็นๆก็เสร็จ”

“แล้วทำไมเธอต้องพาฉันมาวัด มาสนทนาธรรมกับหลวงพ่อ แล้วต้องให้มาสวดมนต์ด้วย”

“นี่คือการฝึกบุคลิกภาพของนาย การที่ฉันพานายมาวัด เพราะต้องการให้นายมีสติ ไม่ฟุ้งซ่าน นายจะได้นิ่ง สุขุม ไม่ลนแบบที่เป็นอยู่ เวลาใครเห็นนายเขาจะได้เชื่อถือ”

พูดแล้วมดแดงก้มกราบพระโดยมีอู๋นั่งหน้าเซ็งอยู่ข้างๆ เธอหันมองขู่เบาๆ

“ห้ามขี้โกง สวดข้ามหน้า เพราะถ้านายสวดผิด ตกนรกไม่รู้ด้วย”

ตกเย็นเมื่อมดแดงหันมองอู๋อีกทีปรากฏว่าหลับสัปหงก เลยตีเพี๊ยะ อู๋สะดุ้งสวดมนต์ลั่น “นะโมตัสสะ...” จนคนมองกันเป็นตาเดียว มดแดงสั่งให้หยุดบ่นว่าไม่ได้เรื่องเลย อู๋เป็นตะคริว ลุกเดินกะเผลกตามมดแดงออกไปท่ามกลางสายตาของคนในอุโบสถที่มองเป็นตาเดียวกัน

ooooooo

กลับมาถึงบ้าน มดแดงโทร.เล่าให้อิงดาวฟังอย่างไม่หายอายว่า อู๋แผดเสียงจนคนหันมอง ตนอายแทบแทรกแผ่นดินหนี อิงดาวฟังแล้วหัวเราะ พอเพื่อนถามว่าหัวเราะอะไร อิงดาวถามอำๆว่า

“ถามจริงเหอะ ตกลงแกเป็นแฟนกับเสี่ยอู๋แล้วใช่ไหม” ทำเอามดแดงปฏิเสธเสียงหลงว่าเปล่า อิงดาวพูดขำๆว่า “แต่แกกำลังทำตัวเหมือนเป็นแฟนกับเสี่ยอู๋จริงๆ แกดูเป็นห่วงเขามาก”

มดแดงอ้างว่าตนแค่จะเอานิสัยลามกออกจากตัวอู๋เท่านั้น อิงดาวเตือนว่าระวัง ความหวังดีจะกลายเป็นความรัก มดแดงทำเสียงแหลมว่า “ไม่มีทาง!!”

“มดแดง ถ้าแกชอบเสี่ยอู๋จริงๆอย่าปล่อยโอกาสสำคัญในชีวิตให้ผ่านไป แกยังโชคดีที่มีโอกาสเลือกได้”

คำพูดแปลกๆของอิงดาว ทำให้มดแดงถามว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า อิงดาวรีบบอกว่าตนก็แค่พูดให้แง่คิดเท่านั้น

“ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่า ตอนนี้ฉันรู้สึกกับเสี่ยอู๋ยังไงกันแน่” มดแดงวางสายแล้วพึมพำกับตัวเอง ถอนใจสลัดความรู้สึกสับสน แล้วหยิบลูกประคำขึ้นมาสวดเพื่อสงบจิตใจตัวเอง

ooooooo

คืนนี้ อิงจันทร์เก็บกระเป๋าเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เมื่ออิงดาวเคาะประตูเข้ามาถามว่าจะไปจริงๆหรือ อิงจันทร์พยักหน้ายืนยันความตั้งใจ

“พอพี่กลับมา จันทร์ก็จะกลับกรุงเทพฯ หรือว่าพี่ทำให้จันทร์อึดอัดไม่พอใจอะไรรึเปล่า”

“มันไม่เกี่ยวกับพี่ดาว คือจันทร์คิดๆดูแล้ว จันทร์ไม่เหมาะจะเป็นชาวสวนชาวไร่หรอก ยังไงจันทร์ก็อยากทำงานด้านที่จันทร์เรียนมาอยู่ดี”

เมื่ออิงดาวถามว่าแล้วพ่อรู้รึยัง อิงจันทร์จึงไปคุยกับแสงที่ห้องรับแขก แสงถามว่าแน่ใจแล้วหรือว่าจะกลับกรุงเทพฯ เมื่ออิงจันทร์ยืนยัน แสงจึงให้อิงดาวออกไปก่อน ทำเอาเธองงถามว่าทำไมตนต้องออกไปด้วย แต่พอแสงพูดแค่ว่า “ข้าบอกให้ออกไป” เท่านั้น อิงดาวก็เดินออกไปทั้งที่ยังงง

เมื่ออยู่กันตามลำพัง แสงจับไหล่อิงจันทร์ พูดอย่างพ่อที่รักและรู้ใจลูกว่า

“ข้ารู้ว่าเอ็งกลับกรุงเทพฯเป็นเพราะอะไร เพราะนังดาวกับครูณุจะแต่งงานกันใช่ไหม” ถามแล้วเห็นอิงจันทร์เงียบ แสงพูดต่อ “สิ่งที่เอ็งกำลังทำคือการวิ่งหนี เอ็งคิดว่าจะวิ่งหนีไปได้ตลอดชีวิตงั้นเหรอ สักวันเอ็งก็ต้องเหนื่อยจนวิ่งต่อไปอีกไม่ไหว...คนเลิกยายังต้องหักดิบ บางครั้งการเผชิญหน้าอาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ข้าอยากให้เอ็งคิดในสิ่งที่ข้าพูด แล้วค่อยมาบอกข้าอีกทีว่าเอ็งจะกลับกรุงเทพฯรึเปล่า”

เมื่อกลับมาที่ห้องนอนแล้ว อิงจันทร์คิดหนักกับคำพูดของพ่อที่ย้ำว่า “อยากให้เอ็งคิดในสิ่งที่ข้าพูด”

ooooooo

สองสามวันต่อมา เอี๋ยวไปที่ห้องซ้อมดนตรีเปิดกระเป๋าเอากีต้าร์ออกมา ทำให้หนังสือที่ตัวเองถ่ายแบบกับอิงดาวร่วงลงมา เอี๋ยวหยิบขึ้นมาดูสีหน้าครุ่นคิด แล้วหยิบมือถือโทร.ถึงอิงดาวทันที

จากนั้นไม่นาน เอี๋ยวก็ไปยืนรออิงดาวที่ท่ารถแล้ว อิงดาวขับรถออกมารับ ต่างทักทายกันด้วยความดีใจ จนเมื่อเอี๋ยวขึ้นรถกระบะที่อิงดาวมารับ เขานั่งมองเธอขับรถตาไม่กะพริบ จนเธอถามว่ามองทำไม

เอี๋ยวพูดขำๆ ว่าไม่คุ้นกับเธอในแบบนี้ อิงดาวถามว่าไม่สวยใช่ไหม

“สวยมากกว่าเดิมอีกครับ ผมชอบพี่ดาวไม่แต่งหน้า” เอี๋ยวยังมองหน้าเธอไม่วางตา ก่อนหันมองไปนอกรถ ยิ้มอย่างสบายใจกับทิวทัศน์ข้างทาง

เมื่อมาถึงสวนส้ม อิงดาวคั้นน้ำส้มสดๆ มาให้ เอี๋ยวรับไปดื่มรวดเดียวหมดแก้วชมว่าอร่อยมาก อิงดาวยิ้มขำๆ ถามว่าเว่อร์ไปรึป่าว ก็แค่น้ำส้ม

“พี่ดาวเป็นคนทำให้ มันถึงอร่อยยังไงล่ะครับ” เอี๋ยวปากหวาน อิงดาวยิ่งขำบอกว่านับวันเอี๋ยวจะเหมือนอู๋มากขึ้นทุกทีแล้ว ถามว่าทำไมไม่ชวนจีจี้มาด้วย “ผมอยากเจอพี่ดาวแค่สองคน”

ฟังเอี๋ยวแล้วอิงดาวเดาได้ว่า เอี๋ยวหมายถึงอะไร คิดอะไรอยู่ เอี๋ยวชิงพูดขึ้นก่อนว่า

“พี่ดาวฟังผมก่อน ผมรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างพี่ดาวกับพี่กานต์หมดแล้ว พี่ดาวอาจจะคิดว่าผมงี่เง่าพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดไม่ใช่หรือครับ ที่ผมจะถามพี่ดาวอีกครั้ง โอกาสที่ผมเคยขอพี่ดาว พี่ดาวให้ผมได้ไหมครับ”

อิงดาวถอนใจยาว ก่อนบอกว่า “พี่มีแฟนแล้ว และพี่ก็กำลังจะแต่งงาน”

ขณะที่เอี๋ยวอึ้ง พูดไม่ออกนั่นเอง ครูณุเดินมา อิงดาวรีบแนะนำว่า “เอี๋ยว...นี่ณุ แฟนพี่”

สองหนุ่มต่างวัย มองกันอย่างสำรวจ

ooooooo

เอี๋ยวกลับมาถึงห้องซ้อมดนตรี ปรากฏว่าเอกกับต้นรอจนกลับไปกันหมดแล้วเหลือแต่จีจี้ พอเจอกัน จีจี้ถามว่าหายไปไหน โทร.ไปก็ไม่รับ วันนี้เลยอดซ้อม ดนตรี

เอี๋ยวพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่า วันนี้ไม่ได้ซ้อมพรุ่งนี้ค่อยซ้อมก็ได้ แล้วถามจีจี้ว่า

“ไอ้จี้ ถ้าคนที่แกชอบ เขามีคนที่ชอบอยู่แล้ว แกจะทำไง แกจะตัดใจจากเขารึเปล่า”

จีจี้มองหน้าเอี๋ยวอย่างค้นหาก่อนบอกว่า “ถ้าเป็นฉัน...ฉันก็จะชอบเขาต่อไป” เอี๋ยวฟังแล้วขอบใจ จากนั้นจึงเล่าให้จีจี้ฟังว่า

“วันนี้ฉันหายไปเพราะฉันไปหาพี่ดาวมา พี่ดาวกำลังจะแต่งงานกับแฟนตัวจริงของเขา แต่ฉันรู้สึกว่าเขาต้องไปกันไม่ได้แน่ๆ”

“เอี๋ยว ที่ฉันบอกแกไปเมื่อกี้ ฉันไม่รู้ว่าแกหมายถึงพี่ดาว พี่ดาวเขากำลังจะแต่งงาน แกจะแย่งพี่ดาวจากแฟนของเขาไม่ได้ มันไม่ดีนะเว้ย”

“ฉันไม่ได้แย่ง แต่ฉันจะจีบพี่ดาว เพราะพี่ดาวมีสิทธิ์เลือก” เอี๋ยวยิ้มอย่างมุ่งมั่นลุกเดินออกไป

จีจี้มองตาม แล้วถอนใจหนักหน่วง...

ooooooo

วันนี้มดแดงไปทานอาหารที่ร้านอาหารจีนกับอู๋และป๊าของเขา อู๋สงบเสงี่ยมขึ้นมาก แต่ขณะเขากำลังคีบหมูหันนั่นเอง ถูกมดแดงตีมือเพียะ อู๋สะดุ้งถามว่าตนทำอะไรผิดอีกหรือ

“ต่อไปนี้นายห้ามกินสัตว์ใหญ่ การกินสัตว์ใหญ่มันเป็นบาป นายดูหมูตัวนี้สิ มันยังเป็นลูกหมูอยู่เลย การที่เราพรากมันมาจากแม่ของมันตั้งแต่มันยังเล็ก นายว่ามันบาปไหมล่ะ”

ป๊าชอบใจมากชมมดแดงว่าไม่เคยทำให้ป๊าผิดหวัง กระทั่งเอ่ยปากฝากฝังอนุญาตให้มดแดงอบรมสั่งสอนอู๋ได้ตามสบาย อู๋ทำหน้าสยอง ท้วงติงป๊าว่าตนแต่งเมียนะไม่ใช่จะมีแม่อีกคน แล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

ลุกเดินไปไม่กี่ก้าว ก็มีลูกค้าโต๊ะหนึ่งเรียก “น้องๆเช็กบิล” ทำเอาอู๋หงุดหงิด มองตัวเองจึงรู้ว่าเพราะใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวนี่เอง เลยบอกเขาไปดีๆว่า “ผมไม่ใช่พนักงาน”

อู๋เดินอ้าวไปแล้ว ลูกค้าหน้าเหวอ ในขณะที่มดแดงมองอู๋แล้วก็คิดอะไรบางอย่าง

จนเมื่อพากันกลับ ป๊าเดินออกไปก่อน มดแดงเห็นอู๋นั่งซึมๆถามว่าเป็นอะไร

ooooooo

เมื่อกลับถึงห้องพักที่อู๋โมเดลลิ่ง มดแดงถามว่าเขาลำบากใจใช่ไหมที่ต้องแต่งตัวแบบนี้ อู๋ยอม รับว่ามันไม่ใช่ตัวเขา ใส่แล้วมันทำให้เสียความมั่นใจ ซ้ำวันนี้ยังมีคนที่ร้านอาหารเห็นเป็นพนักงานของร้านอีก เรื่องที่เธอพาไปวัดก็เหมือนกัน รู้ว่าเธอหวังดี แต่มันไม่ใช่ตัวตนเขา ถามมดแดงว่าเข้าใจไหม

มดแดงยกมือขึ้น อู๋หลบแว้บนึกว่าโดนอีกแล้ว รีบยกมือไหว้ขอโทษ รับปากว่าจะพยายามปรับตัวแต่มดแดงกลับจับไหล่อู๋ เป็นฝ่ายขอโทษเขาเสียเองยอมรับว่าตนพยายามจะเปลี่ยนแปลงเขา ก็เพราะอยากให้เขาดูดี แต่ในเมื่อสิ่งนี้ไม่ใช่ตัวเขา ก็ไม่อยากทำอีกแล้ว

“หมายความว่า เธอยอมให้ฉันเป็นตัวเอง เธอยอมให้ฉันใส่เสื้อพวกนี้เหรอ”

พอมดแดงอนุญาต อู๋โผเข้ากอดเธอไว้ด้วยความดีใจ อุ้มเธอขึ้นมา แต่พอวางลงก็จูบเสียฟอดใหญ่ทำเอามดแดงตั้งสติไม่ทัน พอรู้ตัวก็ตบหัวอู๋เพียะ ปรามเข้ม “มากไป”

“ขอบใจอีกครั้งนะมดแดงที่เข้าใจฉัน” อู๋ขโมยหอมแก้มมดแดงอีกครั้งแล้วรีบเข้าห้องน้ำ

“บ้า!” มดแดงด่าเบาๆ แก้มแดงเรื่อยืนยิ้มเขินอยู่คนเดียว

ooooooo

ที่บ้านสงกรานต์ วันนี้ปีใหม่จะได้กลับบ้านแล้ว นภารัตน์สั่งป้าแมวกับเมี่ยงเก็บพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปให้หมด ราชศักดิ์ถามว่าเว่อร์ไปรึเปล่า รมิตาย้อนถามว่าจำไม่ได้หรือว่าสงกรานต์เสียเมียไปครั้งที่แล้วไม่ใช่เพราะเมาหัวราน้ำทุกวันหรอกหรือ

ครู่เดียวสงกรานต์กับปีใหม่ก็กลับมาถึง ทั้งย่าทั้งป้าเข้าไปโอ๋อย่างดีใจ ปีใหม่บอกว่าตนหายดีแล้ว พลางเดินเข้าไปแบมือตรงหน้าพาสัน ทวงไอโฟน 4 เตือนว่าอย่าลืมนะ

ส่งปีใหม่กลับบ้านแล้วสงกรานต์กลับไปทำงานอีกทั้งที่เป็นวันเสาร์เพราะต้องรีบปิดงบ

มาถึงที่ทำงาน เขาได้รับโทรศัพท์จากมาริน ครู่เดียวก็ออกไปพบกันที่ร้านกาแฟ สงกรานต์มองตะลึงเมื่อเห็น

มารินสวยขึ้นมาก เธอยอมรับว่าไปรักษาหน้ามา ขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกให้รู้ เพราะไม่แน่ใจว่าจะทำได้สำเร็จไหม

“ผมยินดีด้วยนะครับ ที่ทุกอย่างสำเร็จออกมาด้วยดี คุณสวยมาก”

“ขอบคุณค่ะ” มารินยิ้มเขิน ยิ่งเมื่อมีชายหนุ่มเดินผ่านมามองแล้วยิ้มให้ ทำให้มารินยิ่งรู้สึกดีจนบอกไม่ถูก

ooooooo

ฤกษ์แต่งงานของอิงดาวที่แสงไปขอจากหลวงพ่อคือเดือนหน้า มีวันที่ดีที่สุดในปีนี้ อิงดาวกลัวเตรียมตัวไม่ทัน อิงจันทร์อาสาอย่างกระตือรือร้นว่าตนจะช่วยเตรียมให้เอง

อิงดาวถามน้องว่าไม่กลับกรุงเทพฯแล้วหรือ อิงจันทร์ตอบหน้าชื่นตาบานว่าไม่ไปแล้ว ยุว่าให้สองคนแต่งงานกันเร็วๆ ตนกับพ่อจะได้มีหลาน แสงหัวเราะชอบใจบอกว่าอิงจันทร์ พูดถูก

ครูณุมองหน้าอิงจันทร์อย่างจับสังเกต พออิงจันทร์เดินออกมาเขาตามมาขอคุยด้วย อิงจันทร์บอกว่าตนไม่มีอะไรจะคุย

ขณะนั้นเอง มีรถเก๋งป้ายแดงคันหนึ่งขับปราดเข้ามาจอด คนขับเปิดประตูรถลงมา อิงจันทร์ถามว่ามาหาใคร

สาวคนขับรถถามขำๆ ว่า “จันทร์ จำเราไม่ได้เหรอ”

“ริน...” อิงจันทร์เรียกอย่างตื่นเต้น ครูณุมองแล้วอึ้งไปกับรูปลักษณ์ใหม่ของมาริน

เมื่อเข้าไปนั่งในบ้านทุกคนจ้องหน้ามารินจนเธอทำหน้าไม่ถูก อิงดาวชมว่าเธอสวยมาก แสงบอกว่าเหมือนเป็นคนละคนกับที่เคยเจอเลย

“รินก็รู้สึกเหมือนตัวเอง เป็นคนใหม่เหมือนกันค่ะ” มารินยิ้มสดชื่นอย่างมั่นใจตัวเองมากๆ

ooooooo

เมื่ออิงดาวหนีกลับไปอยู่บ้านแล้ว โรสที่เพิ่งกลับจากไปทำงานที่ต่างประเทศ ก็รีบมาหาสงกรานต์ทันที เข้าไปอ่อยเข้าไปยั่วยวนอย่างไร สงกรานต์ก็ไม่สนใจ กระทั่งเมื่อโรสตำหนิติด่าอิงดาว สงกรานต์จึงปรามอย่างไม่พอใจว่า

“คนที่มีสิทธิ์พูดถึงคุณดาวคือผมคนเดียวเท่านั้น”

“โอเคค่ะ โรสเข้าใจว่ากานต์ยังทำใจไม่ได้ แต่กานต์ไม่ต้องห่วงนะคะ โรสนี่แหละจะทำให้กานต์ลืมมันเอง ต่อไปนี้โรสจะมาหากานต์ทุกวันเลย”

พูดแล้วโรสโผเข้ากอดเขาอีกครั้งอย่างมีความสุข สงกรานต์ยืนแข็งทื่อ เซ็งจนขี้เกียจพูด

ฝ่ายเอี๋ยวก็คิดจะเสียบแทนสงกรานต์วันนี้ก็อุตส่าห์ไปหาซื้อชาในซุปเปอร์มาร์เกตจะเอาไปฝากแสงเพื่อเอาใจจีจี้ติงว่าแน่ใจหรือว่าทำแบบนี้แล้วจะได้ผล เตือนว่าอิงดาวไม่มีวันชอบเอี๋ยวแน่

“แกไม่ใช่พี่ดาว แกจะรู้ใจพี่ดาวได้ไง” ว่าจีจี้แล้วชูกระปุกชาเดินไปจ่ายเงิน

คืนนี้สงกรานต์ไปเล่านิทานให้ปีใหม่ฟัง เขาทำหน้าที่แทนอิงดาว พยายามเล่าอย่างมีชีวิตชีวาแต่ก็ยังถูกปีใหม่ติติงว่าต้องทำเสียงแบบอิงดาว คือทำเสียงขึ้นๆลงๆให้ตื่นเต้น

สงกรานต์พยายามอีก จนกระทั่งเห็นปีใหม่หลับไปแล้วก็ห่มผ้าให้แล้วออกไป

แต่หารู้ไม่ว่า ปีใหม่ลุกขึ้นมาโทรศัพท์หาอิงดาว ให้อิงดาวเล่านิทานทางโทรศัพท์ให้ฟังจนหลับไปจริงๆ อิงดาวเองก็มีความสุขที่ได้ทำเพื่อปีใหม่ แม้จะห่างไกลกันก็ตาม...

แต่พอกดปิดโทรศัพท์ อึดใจเดียวก็มีเสียงโทร.เข้ามาอีก พอรับสายได้ยินเสียงสงกรานต์เรียก “คุณดาว...” อิงดาวรีบกดปิดทันที

ooooooo

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้น เอี๋ยวก็เอาชากระป๋องนั้นไปฝากแสงถึงที่บ้าน แนะนำตัวเองว่าชื่อเอี๋ยว เป็นเพื่อนรุ่นน้องของอิงดาว เอาชาสมุนไพรมาฝาก และมาเยี่ยมอิงดาวด้วย

“นังดาวมันสบายดี ทำไมต้องมาเยี่ยม” แสงถามเสียงขุ่นนิดๆทำเอาเอี๋ยวชะงักไปไม่ถูกเลยดีที่อิงดาวเดินมาเจอ เอี๋ยวดีใจมาก บอกว่ามาชวนไปกินข้าวด้วยกัน แสงไม่พูดอะไรแต่มองทั้งสองอย่างสงสัย

เอี๋ยวทำหน้าไม่ถูก เมื่อไปถึงร้านอาหารเจอครูณุนั่งรออยู่ ซ้ำอิงดาวยังบอกว่าตนชวนแฟนมาด้วยเมื่อจะสั่งอาหาร อิงดาวสั่งอย่างรู้ใจครูณุ สั่งสเต๊กปลาให้บอกว่าของชอบของเขา

เอี๋ยวนั่งทำตัวไม่ถูก จนกระทั่งอาหารมาเต็มโต๊ะแล้ว อิงดาวยังตักโน่นตักนี่ให้ครูณุ

“กินเยอะๆนะ ช่วงนี้ต้องบำรุงหน่อย เพราะใกล้วันแต่งงานของเราแล้ว” พูดแล้วหันไปทางเอี๋ยว “วันแต่งงานพี่ เอี๋ยวมาด้วยนะ ชวนจี้มาด้วยล่ะ”

เอี๋ยวไม่ตอบ เขามองอิงดาวอย่างรู้ทันว่าแกล้งทำ

ooooooo

เมื่อมั่นใจตัวเองว่าสวยแล้ว มารินเริ่มรุกสงกรานต์ จนงามแสงเดือนเขม่นตาขวาง ดังนั้นเมื่อเห็นมารินมาหาสงกรานต์วันนี้ จึงรีบโทร.บอกโรสทันที

มารินเอากระถางดอกลิลลี่มาให้สงกรานต์บอกว่าเป็นดอกไม้ที่เขาเคยขอจากตน สงกรานต์ติงว่านี่ไม่ใช่ดอกซ่อนกลิ่น มารินชี้แจงอย่างมีความหมายว่า

“ไม่ใช่ค่ะ รินว่าความหมายของดอกซ่อนกลิ่นมันเศร้าเกินไป รินก็เลยไม่ปลุกมันไว้ที่บ้านแล้วค่ะ” สงกรานต์ถามว่าแล้วดอกลิลลี่มีความหมายหรือเปล่า “มีค่ะ มันหมายความว่า...เธอเป็นรักแรกของฉัน”

มารินมองหน้าสงกรานต์ด้วยประกายตาหวานเยิ้ม สงกรานต์แค่ยิ้มๆรับกระถางแล้วเอ่ยขอบคุณ

ขณะสงกรานต์ถือกระถางดอกลิลลี่เข้ามาในห้องกับมารินนั่นเอง โรสก็มาถึง ปราดเข้าไปยืนตรงหน้ามาริน ด่าฉอดๆ “แกลงทุนไปทำหน้ามาเพื่อจับกานต์เลยเหรอเนี่ย”

สงกรานต์เรียกปรามโรส แต่มารินบอกว่าไม่เป็นไรตนชินแล้ว โรสไม่ยอมหยุดยังคงด่ามารินปรามาสว่าถึงเอาปานออกก็ยังดูเป็นหน้าผีในสายตาตนอยู่ดี

“ถ้าคุณยังไม่หยุดพูด ก็ออกไปจากห้องผมได้แล้ว” สงกรานต์ไล่

“ช่างเถอะค่ะคุณสงกรานต์ รินรู้ตัวดีว่ารินเป็นใคร” มารินทำตัวน่าสงสาร

“รู้ก็ดี” โรสมองเหยียด พอมารินจะเดินออกไป โรส เรียกไว้ให้เอากระถางต้นไม้ไปด้วย ว่าแล้วก็แย่งกระถางจากมือสงกรานต์ทำให้กระถางตกแตก โรสทำเป็นตกใจอ้างว่ามันหลุดมือ มารินหันหลังเดินออกไป ส่วนโรสทำเป็นหันมองสงกรานต์อย่างรู้สึกผิด

“คุณรู้ไหมว่าตอนนี้คุณเหมือนอะไร...คนบ้า!!” สงกรานต์พูดใส่หน้าแล้วเดินออกไป โรสผงะร้องกรี๊ดๆอยู่คนเดียว

สงกรานต์ตามมารินมาเห็นเธอนั่งร้องไห้อยู่ที่มุมหนึ่งก็เดินไปนั่งข้างๆ เอ่ยขอโทษแทนโรสด้วย

“ช่างเถอะค่ะ มันเป็นความเคยชินเสียแล้วกับการที่มีคนชอบดูถูกริน” มารินพูดทั้งที่ยังร้องไห้

“ถ้างั้นก็ขอให้คุณรู้ไว้นะครับว่าผมไม่เคยดูถูกคุณ” สงกรานต์จับมือมารินไปกุม เธอรู้สึกดีมากๆ มองหน้าเขายิ้มอย่างมีความสุข

ooooooo

หลังจากทำเป็นหงอเดินออกมาแล้ว มารินเดินมาที่ลานจอดรถ เจอโรสกับงามแสงเดือนสุมหัวกันอยู่ ทั้งสองวางแผนเล่นงานมาริน โรสปราดเข้าไปหาทันที

“ยังกล้าเสนอหน้ามาให้ฉันเห็นอีกเหรอ เมื่อกี้ยังเจ็บปวดไม่พอใช่ไหม”

“ใครกันแน่ที่ต้องเจ็บปวด” มารินห้าวขึ้นมาทันตา ปราดเข้าตบหน้าโรสฉาดใหญ่ ทำเอาโรสกับงามแสงเดือนที่ไม่ทันตั้งตัวตกใจ งามแสงเดือนสะอึกเข้าไปหา ถูกมารินตบจนหน้าหัน “ฉันไม่ได้กล้าแค่ตบคุณโรสอย่างเดียว แต่ฉันยังกล้าตบแกอีกด้วยนังงามแสงเดือน...”

โรสพุ่งเข้าไป ถูกมารินถีบกระเด็นไปล้มทับงามแสง-เดือนที่ยังลุกไม่ขึ้น

ในที่สุดทั้งโรสและงามแสงเดือนที่กร่างมาก เจอฤทธิ์เดชของมารินที่สลัดคราบหงอๆ ทิ้งเข้าก็ถูกเล่นงานจนสะบัก-สะบอม โรสถูกมารินตบรัวจนหน้าหันไปมาคอแทบเคล็ดเลือดกบปาก

มารินมองโรสด้วยความอาฆาตแค้น เผยตัวตนที่แท้จริงออกมาจนโรสสยอง

ooooooo

เมื่อยอมให้อู๋กลับไปเป็นตัวตนของตัวเองแล้ว มดแดงเป็นฝ่ายไปหาซื้อเสื้อลายดอกให้อู๋เอง ขณะกำลังเลือกลายอยู่นั้น เห็นอู๋ควงหญิงสาวมา มดแดงเลือดขึ้นหน้าทันที เดินจ้ำเข้าไปหา สะกิดอู๋

“มดแดง!!” อู๋ร้องเหมือนถูกผีหลอก

“นังนี่เป็นใคร” มดแดงถาม ผู้หญิงคนนั้นย้อนถามอย่างอวดดีว่า แล้วเจ๊เป็นใคร “เจ๊เหรอ ฉันก็อายุไม่ได้มากกว่าหล่อนเท่าไหร่หรอกนะ”

อู๋เสนอหน้าบอกว่าน้องเขาเพิ่งอายุ 20 หญิงสาวควงแขนอู๋ทำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ มดแดงปราดเข้าไปควงแขนอู๋อีกข้าง ประกาศตัวเป็นแฟนอู๋ หญิงสาวยังท้าทายว่าแค่แฟนตนไม่ถือ แล้วบอกอู๋ว่าไปก่อนนะ โทร.หาด้วยแล้วกัน

พอหญิงสาวคนนั้นไป มดแดงบิดหูอู๋หมับ ด่าว่ามีแฟนอยู่แล้วยังแอบมีกิ๊กมีกั๊กอีก อู๋โต้ว่าก็เราตกลงเป็นแฟนหลอกๆ กันไม่ใช่หรือ แล้วมองหน้าถาม “เอ...หรือว่าเธอชอบฉันจริงๆ”

มดแดงทำหน้าไม่ถูก แก้เกี้ยวตีหน้าไม่สนิทว่า “ฉันก็เล่นไปตามบทบาทเท่านั้นเหละ เกิดป๊านายผ่านมาเห็น ฉันไม่อยากเห็นนายร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะถูกปิดโมเดลลิ่ง” พูดแล้วสะบัดหน้าเดินจ้ำอ้าวไป

อู๋มองตามยิ้มแก้มแทบปริ เดินตามมดแดงไป ทำหน้าตายขึ้นไปนั่งในรถบอกว่าให้แวะส่งตนที่โมเดลลิ่งด้วย อ้างว่าไม่ได้เอารถมา

มดแดงไล่อย่างไรอู๋ก็ไม่ยอมลง จนเธอลงจากรถมา

เปิดประตูฝั่งอู๋จะลากลงไป อู๋กลับปรับเบาะเอนนอน ทำให้มดแดงเสียจังหวะล้มทับอู๋ หน้าเกือบชนกัน เธอรีบยกตัวออกมาทำหน้าไม่ถูก

“ไปก็ได้ ฉันแค่อยากพิสูจน์อะไรนิดๆ หน่อยๆว่า เธอชอบฉันรึเปล่า” อู๋ลงจากรถ

มดแดงยิ่งโกรธยิ่งเขินที่ตัวเองเผยความรู้สึกออกไป ขึ้นไปนั่งบนรถปิดประตูล็อกแล้วขับออกไป

อู๋มองตามมดแดงยิ้มกริ่ม แล้วหันกลับไปเจอหญิงสาวเมื่อครู่นี้มารอรับค่าจ้าง อู๋ส่งเงินให้ขอบใจที่ช่วยเล่นละครให้

“ไม่เป็นไรค่ะ แต่เสี่ยอย่าลืมให้งานหนูเยอะๆ ก็แล้วกันนะ”

“จ้ะ” อู๋รับปาก ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีแผนอะไรอีกแล้ว...

ooooooo

หลังจากไปหาอิงดาวและชวนกันไปกินข้าวแล้ว เอี๋ยวกลับมานั่งซึม จีจี้มาเจอถามว่าไหนว่าไปกินข้าวกับอิงดาวไง

เอี๋ยวเล่าให้ฟังว่า อิงดาวพาแฟนไปด้วย แต่ตนยังสงสัยว่า อิงดาวไม่ได้รักแฟนคนนั้น เพราะสายตาที่เธอมองแฟนใหม่คนนี้ไม่เหมือนที่มองสงกรานต์เลย

เอี๋ยวกลับไปที่ไร่ส้มอีกครั้ง อิงดาวถามว่าหมู่นี้ไม่ซ้อมดนตรีหรือถึงได้มาหาตนบ่อยๆ

“ผมคิดถึงพี่ดาว ก็เลยอยากมาหา”

“ถ้าคิดถึงแบบน้องชายกับพี่สาว พี่โอเคนะ แต่ถ้าเอี๋ยวคิดกับพี่มากกว่านั้น พี่ไม่โอและก็จะไม่ให้เอี๋ยวมาหาพี่อีก” อิงดาวทำหน้าจริงจังขึ้น

“แหมพี่ดาว...พูดงี้ผมเสียใจนะครับ” พูดแล้วเห็นอิงดาวมองหน้านิ่ง เอี๋ยวยิ้มแฉ่งรีบแก้ว่า “ผมพูดเล่น ผมมันเป็นพวกถือคติตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก”

“แต่ลูกตื๊อก็ใช้ได้กับบางคนเท่านั้น”

“มันก็ต้องลองดูครับ เออ...พี่ดาวได้ข่าวพี่กานต์บ้างรึเปล่า” อิงดาวสวนไปเสียงเข้มว่า เราไม่เกี่ยวกันแล้ว “หลังจากเกิดเรื่อง พี่กานต์กลับมาเป็นคาสโนว่าเหมือนเดิม ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า”

เอี๋ยวแหย่แล้วสังเกตสีหน้าอิงดาว เธอเผลอทำกรรไกรตัดกิ่งส้มบาดนิ้วตัวเอง เอี๋ยวรีบเข้าไปดู เอาผ้าเช็ดหน้าพันนิ้วให้ พาไปนั่งทำแผลที่มุมหนึ่งซึ่งจัดเป็นมุมนั่งพักผ่อนในสวนส้ม

ooooooo

เอี๋ยวเอาปลาสเตอร์ปิดแผลให้ที่นิ้ว ตรวจดูแล้ว ถามว่าหายเจ็บหรือยัง พอเธอบอกว่าหายแล้ว เอี๋ยวเริ่มแผนการของตน ถามว่า

“ทำไมพี่ดาวซึมไปล่ะครับ พอผมพูดถึงเรื่องพี่กานต์ พี่ดาวก็เปลี่ยนไป”

อิงดาวทำเสียงเข้มว่าเปล่าซะหน่อย เอี๋ยวแหย่อีกว่า หึงพี่กานต์หรือ อิงดาวตกใจ คราวนี้จ้องหน้าพูดเสียงดัง

“บ้าเหรอเอี๋ยว พี่กับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วนะ”

“นั่นสิครับ ผมก็ลืมไป แต่พี่ดาวรู้ตัวไหมครับว่าท่าทางของพี่ดาวเหมือนยังรักพี่กานต์อยู่” เห็นอิงดาวเงียบไม่กล้าสบตา เอี๋ยวถามอีก “ผมถามจริงๆ พี่รักพี่กานต์รึเปล่า”

“เอี๋ยว!” อิงดาวเสียงเขียว

“เรื่องความรักไม่มีคำว่าผิดนะครับ ขนาดพี่จะแต่งงาน ผมยังกล้าบอกเลยว่าผมชอบพี่ และผมก็ยังมีความหวังว่า สักวัน พี่ดาวอาจจะหันมามองผมบ้าง คนเราควรซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเองนะครับ”

“พี่ไม่เข้าใจที่เอี๋ยวพูด” อิงดาวพูดแต่ไม่กล้าหันมองเอี๋ยว

“พี่ดาวไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไรครับ อย่างน้อยคำพูดของผมก็ยังผ่านหูพี่ดาวไปบ้าง เผื่อวันดีคืนดีพี่ดาวอาจจะคิดอะไรได้เพราะคำพูดของผม”

“พูดอะไร เพี้ยนไปแล้วเหรอ”

“ผมอยากเห็นพี่ดาวมีความสุขนะครับ ผมอยากเห็นรอยยิ้มของพี่ดาวอีกครั้ง”

“พี่ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว พี่กำลังจะแต่งงาน” อิงดาวทำเสียงเข้มแข็งกลบเกลื่อนความรู้สึกหวั่นไหว

“พี่อาจจะโกหกคนอื่นได้ แต่พี่ไม่มีวันโกหกตัวเองได้หรอกครับ”

พูดแล้วเอี๋ยวลุกเดินไป เขารู้สึกเศร้าเมื่อแน่ใจว่าอิงดาวยังรักสงกรานต์อยู่เต็มหัวใจ...

ooooooo

เอี๋ยวทำงานต่อด้วยความปรารถนาที่จะเห็นอิงดาวได้มีความสุข เขานัดสงกรานต์ไปพบกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง สงกรานต์ถามว่านัดออกมามีอะไรหรือ

“พี่ยังรักพี่ดาวอยู่รึเปล่า” เอี๋ยวถามอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สงกรานต์ชะงักถามว่าอะไรนะ เอี๋ยวย้ำอีกทีว่า “ผมถามว่า พี่ยังรักพี่ดาวอยู่รึเปล่า”

“ถามทำไม” สงกรานต์ย้อนถามอย่างไว้เชิง เอี๋ยวขอให้เขาตอบมาก่อน สงกรานต์จึงยอมรับว่า “พี่ยังรักคุณดาวอยู่”

“ถ้าอย่างนั้น ผมขอแสดงความยินดีด้วย”

“เล่นอะไรเนี่ย” สงกรานต์มองเอี๋ยวอย่างระแวง

“พี่ดาวยังรักพี่อยู่” เอี๋ยวบอก สงกรานต์ทำเสียงดุว่าตนไม่สนุกด้วยนะ เอี๋ยวย้อนถามว่า “พี่เห็นผมเป็นคนชอบล้อเล่นเหรอ หลังจากที่ผมรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพวกพี่ ผมก็พยายามสร้างโอกาสให้ตัวเองอีกครั้ง เพราะหวังว่า พี่ดาวจะหันมามองผมบ้าง แต่ไม่เลย...”

“เพราะคุณดาวเขามีคนที่เขารักอยู่แล้ว และเขาก็กำลังจะแต่งงานกัน” สงกรานต์หน้าเศร้า

“ไม่ใช่ครับ คนที่พี่ดาวรักคือพี่ ไม่ใช่ผู้ชายที่พี่ดาวกำลังจะแต่งงานด้วย เชื่อผมสิพี่กานต์ ผมมั่นใจแล้วผมก็มีวิธีพิสูจน์ให้พี่เห็นด้วยว่า คนที่อยู่ในหัวใจพี่ดาวคือพี่คนเดียว”

สงกรานต์มองหน้าเอี๋ยวนิ่ง ครุ่นคิด ลังเล ไม่รู้จะเชื่อดีหรือไม่...

ooooooo

คู่แค้นแสนรัก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด