ตอนที่ 11
วันนี้ อิงดาวไปถ่ายแบบที่ร้านเค้กน่ารักแบบวัยรุ่น เธอโพสท่าอย่างมืออาชีพ ดูสวย น่ารัก เก๋จนช่างภาพชมว่าดูเธอสวยทุกมุม ดูดีไปหมด
อิงดาวพูดยิ้มน่ารักว่าชมแบบนี้ตนเขินแย่ สงกรานต์แทรกขึ้นว่าถึงจะสวยแค่ไหนตนก็มีสิทธิ์ชมได้คนเดียว ทำเอาช่างภาพทำท่าล้อๆ ขอตัวไปก่อนดีกว่า
ขณะนั้นเองมีคนส่งดอกไม้ประคองช่อดอกไม้มาถามหาคนชื่อดาวประดับ อิงดาวบอกว่าตนเอง คนส่งดอกไม้มอบช่อดอกไม้ให้ อิงดาวหันไปขอบคุณสงกรานต์ เขาบอกว่าไม่ใช่ของตน
“ของผมเองครับ” เสียงหนึ่งแทรกเข้ามา อิงดาวกับสงกรานต์หันมอง สงกรานต์สีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย ชายหนุ่มคนนั้นแนะนำตัวเอง “ผม...ณดล เป็นเจ้าของร้านนี้ครับ” สงกรานต์เบ้ปากนิดๆพูดเบาๆว่าก็แค่เจ้าของร้าน แต่ณดลก็ยังอุตส่าห์ได้ยิน บอกอีกว่า “และเป็นเจ้าของพลาซ่านี้ทั้งหมด”
สงกรานต์มองหน้าณดลอีกครั้ง นิ่ง สะอึก ส่วนณดลทำไม่รู้ไม่ชี้หันไปยิ้มกันกับอิงดาว
ด้วยความหึงที่กรุ่นอยู่ในใจ เมื่อเดินออกมาหน้าร้านเค้ก สงกรานต์บอกอิงดาวว่าดอกไม้กลิ่นฉุน ครั้นอิงดาวบอกว่าหอมดีออก ชมว่าณดลเข้าใจเลือกดอกไม้ดูสวยทุกดอกเลย สงกรานต์ก็สะบัดเสียงติว่าก็งั้นๆแหละ ไม่เห็นสวยตรงไหน
เห็นอารมณ์ของสงกรานต์เช่นนี้ อิงดาวจงใจยั่ว ถามเขาว่า
“คุณสงกรานต์ว่าไหมคะว่าคุณณดลนี่เขาหล่อนะคะ หน้างี้ขาวใสไม่น่าเชื่อว่ายังโสด”
“คุณดาวเชื่อเหรอครับ ผมว่าเขาก็พูดไปงั้นแหละ หน้าตาดีขนาดนี้ ถ้าไม่มีแฟนก็เป็นเกย์แล้ว”
อิงดาวหัวเราะขำๆ พอเขาถามว่าหัวเราะอะไร เธอ หยอกว่าหึงตนหรือ
“หึงสิครับ” สงกรานต์กุมมือมองตา “มีคนเอาดอกไม้มาให้แฟนผม จะให้ผมหัวเราะหรือครับ” ว่าแล้วก็แกล้งหัวเราะฮ่าๆๆทั้งที่หน้าเครียด “ผมว่าคุณดาวทิ้งไปเถอะ ผมซื้อให้คุณดาวใหม่ดีกว่า รับรองว่าสวยกว่านี้”
“ไม่ค่ะ เสียดาย” อิงดาวตอบยิ้มๆแล้วประคองช่อดอกไม้เดินออกไป ทำให้สงกรานต์ยิ่งกลุ้มรีบเดินตามไป
เมื่อไปทานอาหารด้วยกัน สงกรานต์กล้ำกลืนเข้าไปไม่กี่คำก็รวบช้อนกับส้อม อิงดาวถามว่าทำไมอิ่มเร็วจัง งอนตนหรือ สงกรานต์บอกว่าตนไม่ใช่คนแบบนั้น แต่เธอกำลังจะทำให้ตนเป็นบ้า มองหน้าพูดอย่างเว้าวอนว่า
“ผู้หญิงสวยๆอย่างคุณ ผู้ชายที่ไหนไม่ชอบก็ผิดปกติแล้วครับ ผมคงทนไม่ได้แน่ๆถ้าคุณดาวเลิกรักผม...แค่คิดใจก็สั่นแล้ว”
อิงดาวรู้สึกดีที่สงกรานต์บอกรักและหึงตน ถามว่า “คุณรักดาวมากขนาดนี้เลยหรือคะ”
“รักมากสิครับ รักมากจนไม่คิดว่าชีวิตนี้ผมจะรักใครได้ขนาดนี้...แล้วคุณดาวล่ะครับ รักผมมากรึเปล่า”
“ค่ะ” ตอบสั้นๆกำกวม แล้วรีบชวนเขาทานขนมกันดีกว่า
สงกรานต์มองเธอเซ็งนิดๆที่ไม่ยอมตอบคำถาม ไม่ยอมบอกว่ารักตน
ooooooo
นภารัตน์ รมิตา และโรส สุมหัวกันอย่างกลุ้มใจที่ทำอะไรอิงดาวไม่ได้สักที ไม่ว่าวางแผนอะไรก็ถูกรู้ทันไปหมด กระทั่งคิดว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎคิดมาหลอกสงกรานต์แน่ๆ
“คนเราไม่มีทางฉลาดตลอดเวลาหรอก” รมิตายิ้มเจ้าเล่ห์ “ถ้าเราจะจับนังดาวประดับให้ได้คาหนังคาเขาแบบมีหลักฐานชนิดที่มันดิ้นไม่หลุดก็ต้องลงทุนกันหน่อย”
การ “ลงทุนกันหน่อย” ของรมิตาคือจ้างนักสืบเอกชนตามอิงดาวและถ่ายรูปไว้ทุกที่ที่เธอไป ไม่ว่าเธอจะไปเดินห้างกับมดแดง ไปทำงานถ่ายแบบ เดินในลานจอดรถ กระทั่งคุยกับเพื่อนผู้ชาย ถูกนักสืบถ่ายรูปไว้หมด นักสืบดูผลงานของตัวเองแล้วยิ้มอย่างพอใจ
ฝ่ายสงกรานต์ยังคิดไม่ตกที่อิงดาวยังไม่ตอบรักตน เล่าให้ปีใหม่ฟังขณะไปห้องเซาน่าด้วยกัน ปีใหม่แนะนำว่า
“งานนี้พ่อเป็นฝ่ายเสียเปรียบ จากการวิเคราะห์ของพี่ ข้อที่หนึ่ง ผู้ชายคนที่ให้ดอกไม้พี่ดาวเด็กกว่าพ่อ ข้อสอง เขาโสด และข้อสุดท้าย นี่คือข้อที่สำคัญที่สุด เขาไม่ได้เป็นพ่อม่าย ไม่มีลูกติดอย่างพ่อ”
พูดแล้วเห็นพ่อหน้าเครียดคิดหนัก ปีใหม่ชี้ทางชนะให้ว่า “ถ้าพ่อไม่อยากเสียพี่ดาวไป พ่อต้องทำให้ผู้ชายทุกคนบนโลกนี้เห็นว่าพี่ดาวมีเจ้าของแล้ว พ่อต้องขอพี่ดาวแต่งงาน”
พูดแล้วปีใหม่ยักคิ้วแผล็บพอใจในแผนการของตน แต่สงกรานต์กลับคิดหนัก
ooooooo
เมื่อกลับเข้าห้องนอน สงกรานต์หยิบรูปที่ตัวเองถ่ายกับแม่ของปีใหม่ตอนที่เพิ่งคลอดปีใหม่ ดูรูปแล้วก็คิดถึงอดีต...
วันนั้นเขาแทบเป็นบ้าเมื่อปัทแม่ของปีใหม่ลากกระเป๋าเดินทางจะออกไปอยู่กับชายชู้ เขาวิ่งไล่ตามยื้อยุดขอร้องอย่าไป แต่ในที่สุดปัทก็ถูกชายชู้มาช่วยและพากันออกไปอย่างไม่แยแสกับเขาที่ถูกชายชู้ชกล้มหมดสภาพอยู่หน้าบ้าน เหตุผลของปัทคือ ถูกทอดทิ้งให้เหงาเพราะตัวเขาเอาแต่ทำงานไม่เคยอยู่กับลูกเมีย
หลังจากนั้นเขาก็ดื่มหนักไม่ดูแลตัวเองและไม่ดูแลแม้แต่ปีใหม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน เป็นหน้าที่ของนภารัตน์กับราชศักดิ์ต้องช่วยดูแล แต่เพราะปีใหม่ร้องไห้ไม่หยุด นภารัตน์โยนกลองให้ราชศักดิ์ ราชศักดิ์โยนต่อให้เมี่ยง ปีใหม่จึงอยู่ในความดูแลของเมี่ยงตั้งแต่นั้นมาจนโต
ดูรูป ทบทวนเรื่องในอดีตแล้ว สงกรานต์ไม่กล้าที่จะผูกมัดตัวเองกับใครอีก
ooooooo
คำสารภาพรักและความหึงหวงของสงกรานต์ ทำให้อิงดาวกลับมานั่งคิดแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ มารินเห็นอิงดาวนั่งถือช่อดอกไม้ยิ้มอยู่คนเดียว ถามว่ายิ้มอะไร อิงดาวตอบมั่วไปว่ายิ้มกับดอกไม้ ดอกไม้สวยดี
มารินไม่เชื่อ รบเร้าให้บอก อิงดาวไม่ยอมบอก แต่สุดท้ายก็ทนเสียงออดอ้อนของมารินไม่ได้ ยอมเล่าให้ฟังเล่าละเอียดจนถึงความรู้สึกแปลกๆของตัวเองเมื่อนึกถึงคำพูดของสงกรานต์จนมารินฟันธงว่า แบบนี้เธอชอบสงกรานต์เข้าแล้วแน่ๆ
“ไม่มีทาง” อิงดาวเปลี่ยนท่าทีทันที “นายสงกรานต์เขาทำให้จันทร์เกือบฆ่าตัวตาย พี่ไม่มีวันชอบเขา” เมื่อถูกมารินดักคอจับพิรุธ อิงดาวก็แก้เกี้ยวว่า “พี่ว่าที่พี่ยิ้มเพราะพี่ดีใจต่างหาก ที่นายนั่นรักพี่ มันเท่ากับว่าแผนการของพี่เป็นไปได้ด้วยดี และอีกไม่นานนายนั่นก็ต้องขอพี่แต่งงาน...ต้องเป็นอย่างนั้นแหละ! ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ”
อิงดาวทอดสายตาไปทางอื่นทั้งรู้สึกดีและสับสนมารินลอบมองอิงดาวแล้วกลับหน้าเครียด
ooooooo
เพราะแผนลวงของอู๋กับมดแดงทำให้ป๊าของอู๋และพ่อแม่ของมดแดงพากันไปเตรียมจัดงานแต่งให้ทั้งคู่ พ่อแม่มดแดงไปหาการ์ดแต่งงานมาให้ลูกเลือก ส่วนป๊าของอู๋ก็ไปหาฤกษ์แต่ง ได้ฤกษ์ดีต้นเดือนหน้า
มดแดงฟังป๊าและพ่อแม่ตัวเองเตรียมการแล้วถึงกับหน้าเผือด สุดท้ายก็ยอมสารภาพว่า ตนยอมทำตัวเหมือนแฟนของอู๋ก็เพราะฝ่ายนั้นขอร้องเพื่อไม่ให้ป๊ามาปิดอู๋โมเดลลิ่งเท่านั้น
พอรู้ความจริง ป๊าของอู๋ก็ตรงดิ่งไปหาลูกชายตัวแสบที่อู๋โมเดลลิ่ง พออู๋ออกมาพบก็ต่อยเปรี้ยงเข้าที่หน้าอย่างจัง จนพนักงานพากันตกใจ เอี๋ยวรีบเข้ามาดูพี่ชาย อู๋ถามว่าป๊าต่อยตนทำไม เอี๋ยวก็ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า
“ไอ้ลูกเวร!!” ป๊าด่าอู๋แล้วบอกเอี๋ยวว่า “พี่ชายลื้อโกหกอั๊ว อีกับอาหนูมดแดงไม่ได้เป็นแฟนกัน”
อู๋ยังพยายามแก้ตัว ป๊าบอกว่ามดแดงเป็นคนบอกตนเอง ให้เวลาสามวันต้องเก็บข้าวของออกไปให้หมดตนจะทุบที่นี่ทิ้ง ยื่นคำขาดแล้วป๊าหันเดินออกไป
อู๋แทบทรุด เอี๋ยวกับจีจี้มองหน้ากันเครียดเพราะถ้าทุบที่นี่ทิ้งพวกตนก็ไม่มีที่ซ้อมดนตรีอีก อู๋พยายามโทร.หามดแดงแต่ฝ่ายนั้นปิดเครื่อง เลยหันมาปรึกษาเอี๋ยวว่าจะทำยังไงดี เอี๋ยวบ่นพี่ชายว่าทำอะไรไม่คิด ทำไมไม่ปรึกษากันก่อน
“อย่าซ้ำเติมได้ไหมวะ คนยิ่งกลุ้มๆ ถ้าป๊าปิดโมเดลลิ่ง แล้วเฮียต้องไปเฝ้าร้านทอง เฮียต้องเฉาตายแน่ๆ” อู๋ทำท่าจะร้องไห้ พลันก็นึกอะไรได้ ผลุนผลันเดินออกไปเลย
อู๋ไปหามดแดงที่โชว์รูมรถของเธอ พนักงานบอกว่ามดแดงไม่อยู่ อู๋ไม่เชื่อเดินเข้าไปร้องเรียกมดแดงเหมือนคนบ้า จน รปภ.วิ่งเข้ามาจับตัวพาออกไป
ที่แท้ มดแดงแอบดูอยู่ เห็นสภาพของอู๋แล้วก็นึกสงสารและรู้สึกผิดกับอู๋เหมือนกัน
ooooooo
หลังจากนักสืบตามการเคลื่อนไหวของอิงดาวได้หลายวัน ก็เอารูปและการเคลื่อนไหวไปแจ้งนภารัตน์ รมิตา และโรสว่า อิงดาวไม่ได้ไปไหนที่น่าสงสัย ออกจากบ้าน ไปทำงาน ไปหาเพื่อน ไปซื้อของเท่านั้น พลางเอารูปที่แอบถ่ายให้ทั้งสามดู
โรสเห็นอิงดาวนั่งคุยกับมารินอย่างสนิทสนมที่บ้าน พอรู้ว่าทั้งสองรู้จักกัน โรสวางแผนใช้มารินเป็นเครื่องมือทันที
ไวเท่าความคิด ทั้งสามไปหามารินที่บ้าน บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยให้รีบเปิดประตู รับรองว่าพวกตนไม่ทำอะไรเธอแน่
แต่พอได้เข้าไปในบ้าน ทั้งสามก็รุมกันข่มขู่คุกคามจะให้มารินยอมรับให้ได้ว่าอิงดาวเป็นเพื่อนเป็นพวกสิบแปดมงกุฎที่จะมาหลอกลวงสงกรานต์ ทั้งเอาเงินล่อทั้งรุมตบตีปล่อยนกหงส์หยกมารินก็ไม่ยอมบอก
แม้จะโดนรุมตบ แต่มารินก็ยืนกรานว่าตนเป็นแฟนคลับของอิงดาว เมื่อตนไม่สบายอิงดาวจึงมาเยี่ยม เธอถูกรุมตบเสียจนเลือดกบปาก หาทางหนีเข้าบ้านปิดประตู ตะโกนขู่ว่า
“ถ้าพวกคุณยังไม่กลับไป ฉันจะโทร.แจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้”
นั่นแหละทั้งสามจึงกลับไป แต่ไม่วายตะโกนว่า “ฝากไว้ก่อนเถอะ” พอมารินเห็นทั้งสามออกไปแล้วก็ทรุดนั่งร้องไห้อย่างตื่นกลัว
ooooooo
ความสัมพันธ์ระหว่างอิงดาว สงกรานต์ และปีใหม่ ดีวันดีคืน วันนี้ก็พากันไปขี่จักรยานเล่นที่สวนสาธารณะโดยมีเมี่ยงไปคอยดูแลปีใหม่ที่ไปหัดขี่จักรยานที่นั่นด้วย
สงกรานต์ช่วยจับจักรยานให้ปีใหม่หัดขี่จนขี่เป็น ปีใหม่ดีใจมากยิ้มหน้าบานคุยอวดลั่นสวนว่า
“พี่ขี่จักรยานได้แล้ว พ่อ พี่ดาว พี่เมี่ยง พี่ขี่จักรยานเป็นแล้ว เย้...”
เมี่ยงไปเช่าจักรยานมาได้สองคัน ให้ปีใหม่ขี่คันหนึ่งตัวเองตามไปคอยดูแล ส่วนอิงดาวก็ซ้อนท้ายคันที่สงกรานต์ขี่ เขาจับมือเธอไปโอบเอวตัวเองไว้ อิงดาวปล่อยตามใจเขาแต่ใจตัวเองก็อดหวิวๆไม่ได้
ทั้งสามขี่จักรยานหยอกล้อกันในสวนสาธารณะ เสียงหัวเราะ เสียงเย้าแหย่กันดูสนุกสนานมีความสุขกันแบบพ่อแม่ลูกน่ารักมาก
เมื่อมานั่งพักกัน ปีใหม่กับเมี่ยงไปซื้อน้ำ สงกรานต์บอกอิงดาวอย่างมีความสุขว่า
“พี่ปีไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานแล้วนะครับ เพราะคุณแท้ๆ” สงกรานต์มองหน้าเธอยิ้มกริ่ม ครั้นอิงดาวทำหน้าสงสัย เขาย้ำว่า “ครับ ไม่เคยมีใครรักแกจริงๆขอบคุณมากนะครับที่รักลูกชายผม คุณเป็นคนดีจริงๆ” สงกรานต์กุมมืออิงดาวพูดด้วยความซึ้งจากหัวใจ ทำเอาเธออึ้งแทบสะอึกค่อยๆ ดึงมือออก
“ดาวว่าคุณอย่าเพิ่งตัดสินดาวเร็วเกินไปเลยค่ะ”
“ทำไมล่ะครับ หรือคุณจะบอกว่าที่ผ่านมาคุณแกล้งทำ ความจริงแล้วคุณหลอกผมหลอกพี่ปี ผมไม่เชื่อหรอก”
“บางครั้งการไว้ใจใครง่ายเกินไป มันอาจจะทำให้เราต้องเจ็บใจภายหลังนะคะ” อิงดาวพูดเป็นนัยจนสงกรานต์นิ่ง พอดีปีใหม่กับเมี่ยงไปซื้อน้ำกลับมา เธอตัดบท “พี่ปีมาแล้ว ดาวไปช่วยพี่ปีก่อนนะคะ”
อิงดาวลุกไปแล้ว แต่สงกรานต์ยังคิดแปลกใจกับคำพูดของเธออยู่
ooooooo
ทั้งอู๋กับสงกรานต์คู่หูคาสโนว่า ต่างตกอยู่ในภาวะคิดเครียดกับเรื่องของตัวเอง เช่นเดียวกันอิงดาวกับมดแดงก็เครียดกับปัญหาที่รัดตัวเข้ามาและหัวใจที่สับสนของตัวเอง
ที่อยู่ดีมีความสุขและโลกกำลังเป็นสีชมพู คือครูณุกับอิงจันทร์
แสงให้อิงจันทร์อยู่เฝ้าบ้านเพราะตัวเองต้องพาหม่องกับเหม่งไปช่วยเพื่อนที่สวนส้มถูกน้ำท่วมเสียหายหนัก แต่แสงก็บอกครูณุให้มาคอยดูแลอิงจันทร์ระหว่างที่ตนไม่อยู่ด้วย
เพราะต่างเริ่มรู้สึกดีต่อกัน ดังนั้น เมื่อครูณุมาดูแลอิงจันทร์ เจอเธอตกท้องร่องสวนขณะเก็บส้มพอดีเลยได้ช่วยดูแลใกล้ชิดยิ่งขึ้น
ตกเย็นครูณุยังทำกับข้าว พากันกินข้าวแล้วครูณุจึงกลับ แต่ต่างก็เป็นห่วงกัน ครูณุรอให้อิงจันทร์เข้าบ้านปิดประตูก่อน ส่วนอิงจันทร์ก็ยืนคอยส่งครูณุอยู่
ความห่วงใยกันและกันทำให้ต่างรู้สึกดีต่อกันยิ่งขึ้น เมื่อแยกกันแล้ว ต่างก็ยิ้มกับตัวเองอย่างสบายใจ
ooooooo
วันต่อมา ขณะมดแดงกับอิงดาวต่างครุ่นคิดเรื่องของตัวเองอยู่นั้น มือถือของมดแดงดังขึ้น เธอดูชื่อแล้วกดรับ เป็นสายจากซูซี่ที่นัดกินข้าวกับเพื่อนๆ คืนนี้ มดแดงบอกซูซี่ ว่าไม่แน่ใจว่าจะไปได้หรือเปล่า
มดแดงไม่ทันชี้แจงเหตุผลซูซี่ก็ชิงวางสายไปเสียก่อน เธอบอกอิงดาวว่า ซูซี่เป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยม คืนนี้พวกนั้นนัดกินข้าวกัน อิงดาวถามว่าแค่นั้นทำไมต้องทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้ทั้งโลกแบบนี้
“หลายวันก่อน นังซูซี่มันเจอฉันกับไอ้เสี่ยอู๋โดยบังเอิญ แล้วมันก็เข้าใจว่าไอ้เสี่ยอู๋เป็นแฟนฉันมันก็เลยชวนเสี่ยอู๋ไปกินข้าวด้วย แต่ฉันจะพาเสี่ยอู๋ไปได้ไง ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นแฟนฉัน แต่ถ้าฉันไม่พาเสี่ยอู๋ไป นังซี่มันต้องเอาฉันไปเม้าท์กับเพื่อนแล้วก็ดูถูกที่จนป่านนี้ฉันยังไม่มีแฟนสักที โอ๊ยยยย...กลุ้ม ฉันจะทำยังไงดีน่ะดาว”
“เฮ้อ พูดตรงๆนะมดแดง ฉันก็คิดไม่ออกเหมือนกันเรื่องของตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเล้ย”
สองสาวต่างพากันถอนใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง...
ฝ่ายปีใหม่หงุดหงิดมากที่จนป่านนี้สงกรานต์ยังไม่ได้ขออิงดาวแต่งงาน ขู่ว่าขืนช้าแบบนี้อิงดาวต้องทิ้งเราสองคนพ่อลูกไปแน่ๆ ซักไซ้ไล่เรียงจนปีใหม่ได้ข้อสรุปว่า อิงดาวยังไม่เคยพูดคำว่ารักกับพ่อเลย คาดว่า บางทีทีิ่อิงดาวมาอยู่กับเราที่บ้าน อาจเป็นเพราะสงสารเราสองพ่อลูกก็ได้
“พี่ปี พ่อว่าลูกพูดเว่อร์ไปแล้ว”
“พี่ไม่ได้เว่อร์นะพ่อ พี่เครียดนะเนี่ย ถ้าพี่ไม่ได้พี่ดาวเป็นแม่ใหม่ พี่จะไม่พูดกับพ่ออีกเลยตลอดชีวิตแล้วพี่ก็จะทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาด้วย” ปีใหม่วางท่าขึงขังขู่พ่อ ทำเอาสงกรานต์คิดหนักว่าจะทำยังไงดี
ooooooo
มารินในสภาพหน้าตาฟกช้ำยืนมองกรงนกที่ว่างเปล่าอย่างแสนเศร้า อิงดาวเดินเข้ามาทัก ถามว่าเป็นอะไร หน้าไปโดนอะไรมา
มารินโกหกว่าหกล้ม มาจำนนเมื่ออิงดาวถามว่าแล้วนกหายไปไหนหมด มารินถึงกับน้ำตาคลอยอมเล่าความจริงให้ฟัง ด้วยความหวังลึกๆบางอย่างในใจ
พอรู้เรื่องจากมาริน อิงดาวตามลุยพวกนภารัตน์ รมิตาและโรสถึงที่บ้านขณะที่ทั้งสามกำลังนอนให้คนมาพอกหน้าที่มุมหนึ่งในสวนของบ้าน เธอเดินอ้าวเข้าไปคว้าครีมจากมือพนักงานสาดใส่ทั้งสามคน
พอทั้งสามลุกขึ้นมาโวยวาย อิงดาวถามว่าไปทำร้ายมารินทำไม รมิตาพูดอย่างผู้ชนะว่า ในที่สุดก็ยอมรับแล้วว่ารู้จักกับมาริน
“ใช่ ฉันรู้จักริน แล้วมันหนักหัวพวกแกรึไงถ้ามันหนัก มากนักจะได้ช่วยเอาออกให้” อิงดาวเข้าไปหาสามสาวอย่างดุดัน ทั้งสามร้องกรี๊ดกร๊าดถอยไปตั้งหลัก
นภารัตน์สั่งอิงดาวให้หยุดเดี๋ยวนี้ มีอะไรมาคุยกันดีๆ อิงดาวถามว่าไปทำร้ายคนไม่มีทางสู้คิดว่าเจ๋งนักรึไง ด่าทั้งสามว่าตนไม่ได้คบหาคนที่หน้าตา เพราะบางคนหน้าตาดีแต่นิสัยเลว
“ไม่ต้องมาหลอกด่าพวกฉัน แล้วก็ไม่ต้องมาอ้างข้างๆคูๆ ฉันรู้ว่าแกมีความลับบางอย่าง” นภารัตน์ทำท่าข่ม โรสเสนอหน้าออกมาขู่ว่า
“ฉันสืบเรื่องของแกจากเสี่ยอู๋แล้ว แกไม่เคยให้บัตรประชาชนเสี่ย เวลาโอนเงินค่าจ้างแกก็ให้เสี่ยอู๋โอนเข้าบัญชีเพื่อนของแกที่ชื่อมดแดง”
อิงดาวอึ้งไปนิดหนึ่งที่พวกนั้นรู้เรื่องตัวเองลึกขนาดนั้น แต่ก็ไม่สะทกสะท้าน เมื่อนภารัตน์เตือนให้ระวังตัวไว้ให้ดี อิงดาวสวนไปทันทีว่า
“พวกแกต่างหากที่ต้องระวังตัว ถ้าฉันเห็นพวกแกไปยุ่งกับรินอีก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
พูดแล้วปัดชามที่ใส่ครีมตกแตกกระจายเป็นการขู่พวกนั้น แล้วเดินอาดๆออกไป
สามหญิงที่ไปเกาะกลุ่มกันอยู่ พากันถอนใจโล่งออก
อิงดาวโทรศัพท์บอกมารินว่าตนจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ถ้าพวกเขามายุ่งกับเธออีกให้รีบบอก
“ขอบคุณมากนะคะพี่ดาว พี่ดาวลำบากแย่เลย”
“พี่ไม่ลำบากอะไรเลยนะริน พี่ต่างหากที่ทำให้รินเดือดร้อน ถ้ารินต้องการให้พี่ช่วยอะไร บอกพี่ พี่จะทำให้รินทุกอย่าง”
“ค่ะ” มารินรับคำ แอบผิดหวังที่ตนปกป้องอิงดาวแล้วเธอจะบอกความจริงกับสงกรานต์ แต่เรื่องก็จบลงเพียงเท่านี้
แต่เมื่อสงกรานต์รู้ว่า แม่ พี่สาว และโรส จ้างนักสืบเอกชนไปติดตามสืบข่าวอิงดาว เขาเตือนว่า ระวังอิงดาว จะฟ้องเอาเพราะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
นภารัตน์ถามว่าตนไม่ไว้ใจอิงดาวผิดด้วยหรือ โรสผสมโรงด้วย สงกรานต์เลยประกาศว่า
“ผมขอบอกทุกคนตรงนี้เลยนะครับว่าให้เลิกทำแบบนี้ได้แล้ว ผมมั่นใจว่าคุณดาวเป็นคนดี”
ooooooo
มดแดงไปยืนที่หน้าผับต่อสู้กับความคิดตัวเองอย่างหนักว่าจะเข้าไปในงานเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อนๆดีไหมถ้าไม่เข้าไปคงมีเรื่องไปเม้าท์กันในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์แน่ๆ
ขณะยืนลังเลอยู่นั่นเอง ซูซี่มาเจอเข้า จับตัวพาเข้าไปในงานด้วยกัน มดแดงเลยตกกระไดพลอยโจน พอเพื่อนๆ ถามว่าทำไมอู๋ไม่มาด้วย เธอปดว่าอู๋ติดธุระไม่ว่าง ทั้งยังทำเนียนบอกว่าอู๋ฝากขอโทษมาด้วย
แต่ไม่ทันไรอู๋ก็โผล่มาในงาน เขาขอโทษทุกคนที่มาช้า ซูซี่ถามว่าไหนมดแดงบอกว่าเสี่ยไม่ว่าง อู๋หันมองมดแดงแวบหนึ่งแล้วผสมโรงบอกว่า พอดีทำธุระเสร็จเลยรีบมา ซูซี่หันไปแนะนำแก่เพื่อนๆว่า
“นี่เสี่ยอู๋ เด็กนังมดแดง”
เพื่อนๆพากันทักเจี๊ยวจ๊าวเกรียวกราว อู๋เข้าไปนั่งข้างๆ มดแดงที่ยังทำหน้าไม่ถูก พอดีเสียงเพลงดังขึ้น ซูซี่บอกให้พรรคพวกออกไปแดนซ์กัน เพื่อนๆกรูกันออกไปเหลือแต่อู๋กับมดแดงนั่งเก้อๆ เขินๆกันอยู่ ซูซี่ร้องบอกให้ออกมาเต้นกันเร็วเข้า ทั้งสองจึงพากันออกไปสนุกร่วมกับเพื่อนๆ
ระหว่างนั้น มดแดงถามอู๋ว่าจำได้หรือที่เพื่อนตนนัดวันนั้น อู๋บอกว่าจำได้ เธอขอบใจเขาที่มาขณะแดนซ์กันอยู่นั้น มดแดงเกิดสะดุดขาตัวเองเกือบล้ม อู๋คว้าประคองไว้ทันทำให้ใกล้ชิดกันมาก แล้วจู่ๆอู๋ก็กระชับเอวมดแดงชวน “เต้นรำกันอีกเพลงนะ” มดแดงพยักหน้าทั้งที่ต่างก็ยังเขินๆกันอยู่
สนุกสนานกันจนได้เวลาเลิก ซูซี่ซึ่งเมากรึ่มๆกับเพื่อนพากันกลับ เข้าไปแหย่มดแดงกับอู๋ว่า
“เสี่ยอู๋ขา ซี่ไปก่อนนะ นี่ถ้าซี่ยังไม่มีผัว เสี่ยเสร็จซี่แน่ หุๆๆ บ๊ายบาย...”ซูซี่กอดอู๋แน่น แล้วเดินออกไปกับเพื่อนทั้งอู๋ทั้งมดแดงต่างหัวเราะเขินๆ ทำหน้าไม่ถูก มดแดงเอ่ยกับเขาอีกว่า
“ขอบใจนายอีกครั้งนะที่มาช่วยชีวิตฉันเอาไว้ ทั้งๆที่... เออะ...ฉันทำเรื่องไม่ดีไว้กับนาย”
“มันไม่ใช่ความผิดของคุณ มันเป็นความซวยของผมเอง”อู๋แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ พอดีมีโทรศัพท์เข้า อู๋กดรับพูดกับปลายสาย“รถมาแล้วเหรอ แกดูเขาขนของดีๆล่ะ ฉันกำลังจะกลับแล้ว”
มดแดงมองอย่างสงสัยถามว่าจะขนของไปไหน อู๋ทำหน้าเครียดบอกเธอว่า
“ป๊าจะปิดโมเดลลิ่งผมวันพรุ่งนี้”
มดแดงหน้าเสีย ความดีของอู๋ที่ช่วยตนในวันนี้ ทำให้มดแดงคิดหาทางแก้ปัญหาให้เขา
ooooooo
ดังนั้น แทนที่ออกจากงานแล้วจะกลับบ้าน มดแดงตัดสินใจไปที่บ้านอู๋ ไปหาป๊าเขาโดยมีทั้งอู๋และเอี๋ยวนั่งคุยด้วย
เธอบอกป๊าว่าวันนั้น ตนทะเลาะกับอู๋เลยบอกป๊าไปว่าอู๋เป็นคนขอร้องให้ตนแสดงเป็นแฟน ป๊าซึ่งมีใจลุ้นทั้งคู่อยู่แล้วเชื่อสนิท อีกทั้ง เอี๋ยวก็ช่วยผสมโรงเป็นปี่เป็นขลุ่ยด้วย ทำให้ป๊ายิ่งเชื่อสนิทใจ
“ป๊าคะ ป๊าอย่าปิดโมเดลลิ่งของอู๋เลยนะคะ อู๋เขารักที่นี่มาก ถ้าป๊าปิดอู๋ต้องเสียใจแน่ๆ แล้วมดแดงก็คงทนไม่ได้ที่ต้องเห็นอู๋เจ็บปวดค่ะป๊า”มดแดงอ้อน กุมมืออู๋ไว้อย่างห่วงใย
“ตกลง...ตกลง อาหนูมดแดงพูดขนาดนี้ ถ้าป๊ายังปิด ป๊าก็ใจดำเกินไปแล้ว”อู๋ดีใจมาก แต่ป๊าก็มีข้อแม้ว่า“แต่ลื้อกับอาหนูมดแดงต้องแต่งงานกันทันที”
“นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่มดแดงอยากพูดกับป๊า มดแดงอยากขอเวลาป๊าอีกหนึ่งปี คือมดแดงยังอยากทำงานแล้วก็ดูแลพ่อกับแม่ก่อนน่ะค่ะ”
ป๊าชะงัก มองหน้ามดแดงกับอู๋นิ่ง ทั้งอู๋ มดแดง และเอี๋ยวพากันลุ้นใจระทึก
ooooooo
เมื่อออกมาส่งมดแดงที่หน้าบ้าน อู๋ขอบใจเธอที่ช่วยพูดกับป๊าให้ มดแดงพูดอย่างไร้อารมณ์ว่าถือว่าเราเจ๊ากันเพราะเขาช่วยตน ตนก็ช่วยเขาเราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว ส่วนเรื่องแต่งงานนั้น มดแดงบอกว่า
“นายมีเวลาหนึ่งปีหาคนที่ใช่แล้วก็รีบแต่งงานเสีย ฉันจะได้ไม่ต้องรับบทเป็นแฟนนายอีก ฉันกลับล่ะ”
มดแดงเดินไปแล้ว อู๋ยังยืนยิ้มปลื้มอยู่ พลันก็สะดุ้งเมื่อเห็นเอี๋ยวมายืนดู เอี๋ยวถามว่าเฮียยิ้มอะไรอู๋บอกว่าดีใจที่โมเดลลิ่งไม่ถูกทุบทิ้ง ถูกน้องชายดักคอว่านึกว่ายิ้มเพราะชอบมดแดงเสียอีก
“โอ๊ย...ให้ฟรียังไม่เอาเลย” อู๋ทำเป็นโวยวายแล้วเดินกลับเข้าไป เอี๋ยวมองตามพี่ชายยิ้มๆแล้วส่ายหัวอย่างรู้ทัน
ooooooo
เช้านี้ อิงดาวได้รับโทรศัพท์จากครูณุ เธอกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ สงกรานต์เดินมาเห็นเขาหยุดฟัง
“ณุจะมาหาดาวเหรอ...ณุจะมาถึงกี่โมง...” ฟังปลายสายแล้วอิงดาวลดเสียงเบาลง บอกเขาว่าตอนนี้ตนไม่ได้อยู่กับมดแดงแล้ว ย้ายมาอยู่คอนโดฯ แถวสุขุมวิท นัดครูณุว่ามาถึงแล้วให้โทร.หาค่อยไปเจอกัน
สงกรานต์หน้าเจื่อนใจเสีย นึกถึงคำพูดของปีใหม่ลูกชายตัวแสบทันทีที่บอกว่าอิงดาวมาอยู่กับเราเพราะสงสารเราสองคนเท่านั้น เขาเริ่มกังวลใจขึ้นมา
เมื่อครูณุมาถึงและนัดพบกับอิงดาวในสภาพของดาวประดับนางแบบชื่อดัง ครูณุบอกว่าไม่คุ้นกับหน้านี้ของเธอ อิงดาวพูดขำๆว่า ถึงภายนอกตนจะเปลี่ยนไปแต่ตนก็ยังเป็นนางสาวอิงดาว เนาวรัตน์คนเดิม
“เมื่อไหร่นางสาวอิงดาว เนาวรัตน์จะกลับบ้านสักทีล่ะครับ ณุเป็นห่วงดาวจนนอนไม่หลับสักคืน”
“อดทนหน่อยนะณุ อีกไม่นานหรอก” อิงดาวจับมือให้กำลังใจ ครูณุติงว่าคราวที่แล้วก็พูดแบบนี้ “อย่าเพิ่งสวมวิญญาณครูตอนนี้ได้ไหม สั่งอาหารก่อนเถอะ ดาวหิวแล้ว” อิงดาวตัดบทแล้วเรียกพนักงาน
สงกรานต์ตามมา เขามองหาอิงดาวไปทั่วแต่ก็ไม่เจอ นึกว่าคงไม่เจอแล้ว เดินออกไปยืนที่ระเบียงมองไป จึงเห็นอิงดาวนั่งกินอาหารอยู่กับครูณุ ต่างพูดคุยและตักอาหารให้กันอย่างสนิทสนมสบายอกสบายใจผิดกับตอนอยู่กับตน ยิ่งดูก็ยิ่งหงุดหงิด ใจคอไม่ดีระแวงขึ้นมาตะหงิด...ตะหงิด...
สงกรานต์ตัดสินใจปรากฏตัวให้เห็น อิงดาวตกใจแต่คุมสติได้ ทักสงกรานต์แล้วจะแนะนำให้รู้จักกับครูณุ สงกรานต์ชิงพูดขึ้นก่อนว่า
“นี่คงจะเป็นน้องชายคุณดาวที่ชื่อณุใช่ไหมครับ” ครูณุ ผสมโรงรับว่าใช่ สงกรานต์แนะนำตัวเองแสดงความเป็นเจ้าของอิงดาวว่า “ผมสงกรานต์ แฟนคุณดาว”
แม้จะเจ็บแปลบแต่ครูณุก็ไม่แสดงออก เชิญนั่งทานอาหารด้วยกัน สงกรานต์นั่งทันที ทำทีบ่นอิงดาวว่าน้องชายจะมากรุงเทพฯ ทั้งทีน่าจะบอกตนจะได้มาทำความรู้จัก
อิงดาวอึกอักทำหน้าไม่ถูก ครูณุช่วยพูดให้หายอึดอัดว่าตนมาทำธุระไม่คิดว่าจะอยู่นาน แล้วถือโอกาสลากลับเพราะไหนๆสงกรานต์ก็มาแล้ว บอกกับอิงดาวว่ารู้สึกไม่ค่อยสบาย สงกรานต์พูดเป็นนัยว่าหวังว่าเราจะได้พบกันอีก
คนที่อึดอัดลำบากใจที่สุดเวลานี้คืออิงดาว เธอเป็นห่วงความรู้สึกของครูณุแต่ก็ไม่อาจแสดงออกได้ เธอกลบเกลื่อนด้วยการชวนสงกรานต์สั่งอาหารมาทานกันต่อ
ooooooo
ตกกลางคืน อิงดาวโทรศัพท์ถึงครูณุถามว่าถึงบ้านหรือยัง พอรู้ว่าถึงแล้ว เธอขอโทษเขาที่บอกสงกรานต์ว่าเขาเป็นน้องชายเพราะไม่อยากให้สงกรานต์สงสัย
“ณุรู้ตั้งนานแล้วว่าดาวบอกผู้ชายคนนั้นว่าณุเป็นน้องชาย ณุได้ยินดาวคุยโทรศัพท์กับเขาตอนที่ณุอยู่โรงพยาบาล แต่ดาว...บอกณุว่ากำลังคุยกับมดแดง” ครูณุเสียงสั่นอย่างเสียใจ อิงดาวรู้สึกตัวเองผิดพูดอะไรไม่ออก ครูณุพูดต่ออีกว่า “ดาวจะบอกว่าดาวไม่เปลี่ยนไม่ได้หรอก เพราะเมื่อก่อนดาวไม่เคยโกหกณุ”
อิงดาวน้ำตาคลอด้วยความเสียใจ เธอขอโทษแต่ก็อ้างว่าต้องโกหกเขาเพราะมันจำเป็น ครูณุถามตรงๆ ว่าเธอทำแบบนี้เพื่อใครกันแน่
“ดาวทำไปทั้งหมดก็เพื่อน้อง เพื่อพ่อ ดาวต้องการให้ผู้ชายคนนั้นเจ็บ”
“แน่ใจนะดาว...ว่าดาวทำเพื่อจันทร์ เพื่อลุงแสง คิดให้ดี สิ่งที่ดาวทำอยู่ตอนนี้ ดาวกำลังทำให้ผู้ชายคนนั้นเจ็บหรือดาวกำลังทำให้ตัวเองเจ็บกันแน่”
อิงดาวนิ่งอึ้งไปกับคำพูดของครูณุ เธอไม่สบายใจ นอนไม่หลับ จึงออกไปเดินเล่นที่สวนในบ้าน สงกรานต์มาเจอถามว่านอนไม่หลับหรือ บอกว่าตนก็นอนไม่หลับเหมือนกัน แล้วพูดถึงเรื่องครูณุว่า
“วันนี้ ตอนที่เห็นคุณกับน้องชาย ผมเข้าใจว่าคุณดาวกับเขาเป็น...เออะ...”
“แฟนกัน”
“ครับ...ก็น้องชายคุณดาวดูไม่เหมือนคุณดาวเลยนี่ครับ แต่เอ...คุณดาวเคยบอกผมว่ามีน้องสาวแสดงว่าคุณดาวมีน้องสองคนสิครับ” เมื่ออิงดาวบอกว่าใช่ สงกรานต์เสนอ “ผมอยากเจอครอบครัวคุณดาวจังเลย ถ้ายังไงเสาร์อาทิตย์นี้ เราไปบ้านคุณดาวดีไหมครับ”
“อย่าเลยค่ะ” อิงดาวรีบปฏิเสธ “คือดาวหมายถึงอย่าเพิ่งไปเลยนะคะ ไว้รอให้ดาวบอกที่บ้านก่อน แล้วเราค่อยนัดไปวันอื่นดีกว่า” พูดแล้วหันหน้าไปทางอื่นอย่างปกปิดความรู้สึก
สงกรานต์มองอิงดาวแปลกใจที่วันนี้ดูเธอไม่ปกติ...
เมื่อกลับขึ้นไปนอนคิดถึงคำพูด คำเตือน คำเสนอแนะของปีใหม่ที่ยุให้แต่งงานกับอิงดาวเสียถ้าไม่อยากเสียเธอไป สงกรานต์ก็หน้าเครียด เหมือนตัดสินใจอะไรได้แล้ว...
ooooooo
ยูมิสมัครเข้าสังกัดอู๋โมเดลลิ่ง ด้วยจุดมุ่งหมายจะได้อยู่ใกล้ชิดเอี๋ยวและแข่งกับจีจี้ที่กันท่าตน วันนี้เธอไปถ่ายแบบที่สตูดิโอ ยูมิโพสท่าได้อย่างสวยงามน่ารัก จนอู๋ชมไม่ขาดปาก เสร็จแล้วขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เห็นจีจี้มาด้อมๆ มองๆ อยู่ก็เรียกไว้ เดินเข้าไปประจันหน้าพูดข่มว่า
“เห็นแล้วนะว่าฉันสวยกว่าแล้วก็เป็นผู้หญิงมากกว่าเธอ ยังไงเอี๋ยวก็ต้องชอบฉัน”
จีจี้กำมือแน่นร้อนผ่าวไปทั้งตัวที่ถูกเย้ยหยัน ครู่หนึ่ง
จีจี้เข้าไปในห้องน้ำชายที่อู๋กำลังยืนฉี่อยู่ เธอเข้าไปสะกิดไหล่อู๋ ทำเอาฝ่ายนั้นฉี่แทบหด โวยวายว่าเข้ามาทำอะไรในห้องน้ำชาย
จีจี้ถามว่ายังอยากได้ตนเข้าสังกัดไหม
เวลาเดียวกันนั้น เอี๋ยว ต้นกับเอกก็พากันตามหาจีจี้ให้ควั่กเพราะหายไปนานรอซ้อมดนตรีก็ไม่มาสักที เอี๋ยวไปตามหาที่ห้องน้ำ ส่วนทางกับทีมงานถามว่าเห็นจีจี้ไหม
“อยู่สตู” ทีมงานบอก ตบแขนเอี๋ยวชมอย่างยินดี “น้องจี้สุดยอดเลย”
เอี๋ยวสงสัยว่าจีจี้ไปที่สตูทำไม ครั้นตามไปหาก็ไม่เห็น มีนางแบบยืนโพสท่าอยู่ก็ไม่ได้สนใจ ถามอู๋ว่าเห็นจีจี้ไหม อู๋ชี้ให้ดู เอี๋ยวก็ยังมองหาไม่เห็น จนอู๋ต้องจับหัวเอี๋ยวหันไปทางเซต “นั่นไงจีจี้!!”
เอี๋ยวมองอึ้ง เห็นจีจี้แต่งเป็นหญิงกำลังโพสท่าถ่ายรูปอย่างเก๋ไก๋ อู๋เข้ามากอดคอน้องชายชมว่า
“เฮียไม่นึกเลย พอเปลี่ยนการแต่งหน้าแต่งตัวแล้ว น้องจี้จะดูเป็นหญิงมากขนาดนี้ ถึงแม้การโพสท่ายังแข็งๆอยู่ แต่ของแบบนี้ฝึกกันได้ เป็นไง ถึงกับตะลึงไปเลย
หรอน้องชาย มีเพชรอยู่ในมือแท้ๆแต่ไม่เคยมอง” อู๋ ผลักหัวเอี๋ยวแล้วหันไปดูจีจี้ต่อ ในขณะที่เอี๋ยวยังจ้องมองจีจี้ตะลึงอึ้งอยู่
พอเสร็จงาน จีจี้เดินออกมาเจอเอี๋ยวก็เขินเดินขาขวิดจนหัวทิ่ม ดีแต่เอี๋ยวเข้าไปช่วยประคองไว้ทัน ถามว่าเป็นอะไรมากไหม จีจี้มองอย่างขอบใจส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร
“ขนาดนี้ยังบอกไม่เป็นไรอีกเหรอวะไอ้จี้ เป็นบ้าอะไรถึงเซ็นสัญญาเข้าโมฯเฮีย แล้วเพี้ยนรึเปล่าถึงได้แต่งตัวแบบนี้ ยังกะลิงมานุ่งกระโปรง”
“ไอ้บ้า ไอ้เอี๋ยวบ้า” จีจี้ทั้งโกรธทั้งอายผลักเอี๋ยวจนหงายหลังลงกับพื้นแล้วเดินจ้ำไปไม่สนใจ
“เพี้ยน...เพี้ยนแน่ๆไอ้จี้” เอี๋ยวมองตามพึมพำ ลุกขึ้นมาแล้วยังไม่หายงง
ooooooo
จีจี้หนีไปยืนร้องไห้ ทั้งเสียใจ น้อยใจ ที่ไม่ว่าทำอย่างไรเอี๋ยวก็ไม่ได้ดูตนดีขึ้น จนกระทั่งอิงดาวมาเจอถามว่าเป็นอะไร ใครทำอะไรให้บอกมาเลย
เจอคนเข้าใจแสดงความเห็นใจเช่นนี้ จีจี้ระเบิดอารมณ์ร้องไห้โฮๆออกมาจนอิงดาวตกใจ พูดปลอบอยู่นาน จนจีจี้ บอกว่า ตนชอบเอี๋ยว อิงดาวตกใจถามว่าชอบตั้งแต่เมื่อไหร่
“ใครจะไปรู้” จีจี้เขินจัด พออิงดาวติงว่าชอบเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ได้ไง “แล้วพี่รู้เหรอว่าพี่ชอบพี่กานต์ตั้งแต่เมื่อไหร่”
ถูกจีจี้ย้อนถามแทงใจดำเข้าอย่างจัง อิงดาวก็พูดไม่ออก พอจีจี้ซักหนักเข้าก็ยอมรับว่ารู้สึกชอบเขาตั้งแต่ที่เขาช่วยตนจากคนร้าย ตอนสงกรานต์เล่นกับปีใหม่ที่สวนสาธารณะดูสดชื่นเป็นธรรมชาติ อบอุ่น และที่สำคัญตอนที่เขาบอกรัก พูดไปก็เขินไป จนถูกจีจี้ถามว่าพูดแค่นี้ทำไมต้องหน้าแดงด้วย
อิงดาวแก้เกี้ยวว่าอากาศมันร้อน
เมื่อพากันไปนั่งคุยที่ร้านกาแฟ อิงดาวถามว่า แล้วจะทำอย่างไรกับความรู้สึกที่มีต่อเอี๋ยว
จีจี้บอกว่าตนอาจลาออกจากวง ครั้นอิงดาวบอกว่าลาออกจากวงก็ต้องเจอเอี๋ยวที่โรงเรียนอยู่ดี จีจี้เลยจะลาออกจากโรงเรียนแล้วไปเรียนต่อเมืองนอกเลย
“คิดว่าทำแบบนี้แล้วชีวิตที่เหลืออยู่จะมีความสุขเหรอ คนเราหนีความจริงไม่พ้นหรอก สิ่งที่จี้ทำได้ก็คือ ลุยไปข้างหน้า หรือตัดใจจากเอี๋ยวซะ”
ฟังแล้วจีจี้คิดหนัก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี และเมื่ออิงดาวพาจีจี้กลับไปส่งที่ห้องซ้อมดนตรี เอี๋ยวถามเสียงขุ่นว่าไปไหนมา อิงดาวเข้าไปช่วยชี้แจงว่าตนเจอจีจี้ที่หน้าโมฯเลยชวนไปเป็นเพื่อนซื้อกาแฟมาฝากพลางยื่นถุงกาแฟให้
จีจี้เดินก้มหน้างุดเข้าไปข้างใน เอี๋ยวมองตามอย่างไม่เข้าใจว่าจีจี้เป็นอะไร ส่วนอิงดาวมองเอี๋ยวอย่างครุ่นคิด...
อิงดาววางแผนชวนเอี๋ยวไปเล่นบาสกันที่ด้านหน้าของอู๋โมเดลลิ่ง แล้วถามว่าโกรธกับจีจี้เรื่องอะไร เอี๋ยวคาดว่าคงเรื่องที่ตนว่าจีจี้เหมือนลิง อิงดาวทำเสียงสูงถามว่าทำไมไปว่าเขาแบบนั้นเป็นตนก็โกรธ
“เออ...ก็ใช่ แต่ดูไม่เหมือนผู้หญิง ไม่เหมือนพี่ดาว”
“ผู้หญิงก็คือผู้หญิง ถึงภายนอกจะดูเข้มแข็งแต่ข้างในเขาก็เป็นผู้หญิง ความสัมพันธ์ของเอี๋ยวกับจี้มันก็เหมือนการเล่นบาส ถ้าเอี๋ยวคุมเกมไม่ดีเอี๋ยวก็แพ้และจะเสียลูกให้ทีมตรงข้าม” พูดแล้วเห็นเอี๋ยวสนใจฟังอิงดาวย้ำตบท้ายว่า “ปฏิบัติกับจี้ เหมือนอย่างที่ผู้ชายทำกับผู้หญิงบ้างสิ”
ooooooo
เพราะเสาร์หน้าจะเป็นวันเกิดของอิงดาว แสงชวนครูณุมาทำบุญด้วยกัน ระหว่างนั้น อิงจันทร์สำลักข้าว ครูณุเอากระดาษเช็ดให้พลางลูบหลัง บอกอิงจันทร์ว่าค่อยๆกินจะรีบกินไปไหน
แสงเห็นแล้วยิ้ม อิงจันทร์ถามว่ายิ้มทำไม แสงพูดขำๆว่าเมื่อก่อนเห็นเถียงครูณุคำไม่ตกฟาก แต่ตอนนี้หงอเหมือนเป็นเด็กนักเรียนของครูเขาไม่มีผิด ทำเอาอิงจันทร์เขิน
อิงจันทร์โทรศัพท์เข้ามือถืออิงดาวปรากฏว่าปิดเครื่อง เลยโทร.หามารินให้ช่วยติดต่ออิงดาวให้ด้วยเพราะเสาร์หน้าจะจัดทำบุญวันเกิดให้ที่บ้าน มารินดีใจบอกเพื่อนว่าไม่ได้เจอลุงแสงนานแล้วจะไปเยี่ยมลุงแสงด้วย ส่วนอิงดาวนั้นถ้าติดต่อได้จะบอกให้โทร.กลับ
วางสายจากอิงจันทร์ มารินตกใจเมื่อเห็นสงกรานต์เดินเข้ามาถามว่าว่างไหมตนมีเรื่องอยากปรึกษา เมื่อพากันไปนั่งที่ห้องทำงานของสงกรานต์ เขาบอกมารินว่า
“ผมจะขอคุณดาวแต่งงานครับ”
มารินใจหายวาบ ถามว่าทำไมไม่บอกเอง หรือปรึกษามดแดงที่สนิทกับอิงดาวก็ได้
“พูดตรงๆนะครับ ผมสนิทใจกับคุณมากกว่า แต่ถ้าคุณรินลำบากใจก็ไม่เป็นไรนะครับ”
“ไม่เลยค่ะ รินไม่ได้ลำบากใจอะไรเลย รินเต็มใจช่วยคุณสงกรานต์ทุกเรื่องอยู่แล้ว” ปากพูดอย่างนั้นแต่ในใจมีแผนบางอย่างแอบแฝงอยู่
ooooooo
เมื่ออิงดาวติดต่อกลับไป เธอดีใจมากที่ทางบ้านจะจัดทำบุญวันเกิดขึ้น บอกว่าต้องกลับบ้านแน่นอน อิงจันทร์ชวนพี่สาวกลับมาค้างสักคืนสองคืนได้ไหม
ตนคิดถึง อิงดาวตอบรับทันทีเพราะตนก็คิดถึงพ่อคิดถึงน้องเหมือนกัน
อิงดาวมองไปเห็นปีใหม่ที่นั่งซึมอยู่ เธอวางสายจากอิงจันทร์ รีบเดินไปหา เห็นปีใหม่ร้องไห้ ถามว่าร้องทำไม ใครแกล้งบอกมาพี่จะไปจัดการให้
ปีใหม่ร้องไห้บอกว่าเพื่อนๆไม่เชื่อว่าตนรู้จักกับอิงดาว หาว่า ตนโกหก เลยไม่ชวนตนไปงานวันเกิดเพื่อน อิงดาวปลอบใจว่า ถ้าอย่างนั้นเราไปด้วยกันเลย ปีใหม่ยิ้มดีใจถามว่าจริงหรือ
“จริงสิครับ งานวันเกิดเพื่อนพี่ปีใหม่วันไหนล่ะ”
“วันเสาร์นี้ครับ”
อิงดาวชะงักทันที พูดไม่เต็มเสียงว่าเสาร์นี้ตนไปไม่ได้ ลืมไปว่ามีงานต้องทำ ปีใหม่หุบยิ้มหน้าเศร้าผิดหวัง แกล้งบีบน้ำตาพูดเสียงเครือน่าสงสาร
“ถ้างั้นพี่ดาวก็ไปทำงานที่รักของพี่ดาวเถอะครับ พี่ยอมถูกเพื่อนว่าโกหกก็ได้ ไม่เป็นไรไม่ต้องห่วงพี่” ว่าแล้วก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น ทำเอาอิงดาวคิดหนักว่าจะทำอย่างไรดี
ที่แท้อิงดาวหารู้ไม่ว่า ปีใหม่รับแผนมาจากสงกรานต์
ooooooo
ในที่สุดอิงดาวตัดสินใจโทร.ไปบอกอิงจันทร์ว่าเสาร์นี้ตนติดธุระมาไม่ได้จริงๆ ขอให้เลื่อนจัดทำบุญไปวันอื่นแทน วานให้อิงจันทร์บอกพ่อด้วย เพราะถ้าขืนตนบอกเองมีหวังโดนด่าเช็ดชุดใหญ่ถึงเช้าแน่ๆ
อิงจันทร์จำต้องรับปากจะบอกพ่อให้ แต่พอบอกแสงเท่านั้น โดนแสงทุบโต๊ะปังอย่างโกรธจัด หาว่าอิงดาวเห็นงาน ดีกว่าพ่อดีกว่าน้องดีกว่าครอบครัว พอโกรธอาการโรคหัวใจก็กำเริบจนหน้ามืดจะเป็นลม
อิงจันทร์กับครูณุช่วยกันประคองแสงไปนั่ง เธอปรารภกับครูณุว่าพ่อต้องเสียใจมากแน่ๆเลย
“ผมคุยกับลุงแสงเอง” ครูณุอาสา แล้วเข้าไปหา “ลุงแสงครับ ดาวเขาก็บอกแล้วว่าจะกลับมาอีกวัน เราไปทำบุญด้วยกันวันนั้นก็ไม่ช้าไปหรอกนะครับ”
“ไม่ได้ทำบุญตรงวันเกิด แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ครูไม่ต้องแก้ตัวแทนนังดาวมันหรอก” แสงยังไม่หายเคือง แต่ครู่หนึ่ง เหมือนนึกอะไรขึ้นได้บอกว่า “ข้าคิดออกแล้ว ในเมื่อนังดาวมันกลับมาไม่ได้ พวกเราก็ไปเซอร์ไพรส์นังดาวที่กรุงเทพฯกัน”
“ผมว่าอย่าไปเลยครับ ดาวเขาก็บอกแล้วว่าเขาไม่ว่าง” ครูณุพยายามทัดทานเพราะรู้ดีว่าขืนแสงไปจะต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ
“มันจะไม่ว่างทั้งวันเชียวเหรอวะ ยังไงมันก็ต้องกลับมา” แสงยังมุ่งมั่นจนครูณุพูดไม่ออก
“จันทร์ว่าก็ดีเหมือนกัน ไปหาพี่ดาว พี่ดาวต้องประหลาดใจแน่ๆ” อิงจันทร์เห็นด้วยกับพ่อ
ครูณุนิ่งเงียบ เครียดขึ้นมาทันที นึกเป็นห่วงอิงดาวที่จะต้องเจองานเข้าแน่










