นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ปลาหลงฟ้า

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    สุกิจให้ภูริชส่งคนมาจัดการป้ามะลิที่ยังคงช่วยเหลือน่านฟ้าเรื่องสูตรข้าวเกรียบ คราวนี้ให้จัดหนักได้เลย แต่โชคไม่เข้าข้างคนเลว น่านฟ้ามาช่วยป้ามะลิทันเวลาแล้วพาไปหลบที่บ้านมัศยา

    สมใจแม่ของมัศยาปลุกปลอบมะลิด้วยความเป็นห่วง โดยมีหนูน้อยนะดีนั่งมองตาแป๋วอยู่ข้างๆ

    “โถ...พี่มะลิ ฟาดเคราะห์จริงๆเลย”

    “นี่ไม่ใช่เคราะห์ แต่มันเรียกว่าซวย ซวยเพราะคุณเลยคุณน่าน”

    มะลิโวยวายอย่างหัวเสีย น่านฟ้ายิ้มแหะๆ บอกว่านึกไม่ถึงเหมือนกันว่าป้าจะซวยซ้ำซวยซากแบบนี้

    “ก็ถ้าป้าไม่ไปยุ่งกับข้าวเกรียบของคุณ จะต้องมาเจออะไรแบบนี้มั้ย”

    “อย่าเพิ่งโมโหเลยครับ ผมรับรองว่าผมต้องดูแลป้าอย่างดีที่สุดแน่ๆ”

    น่านฟ้ากอดออดอ้อนป้ามะลิ ขณะที่มัศยาอยากรู้ว่าป้าจำหน้าคนร้ายได้หรือเปล่า ป้าตอบอย่างแค้นใจว่ามันปิดหน้าเลยไม่เห็น ถ้าให้เดาคงเป็นพวกแก๊งเดิมที่เคยจับตัวป้าแต่คราวนี้ป้าไม่ยอมง่ายๆ เลยฟาดมันไปหลายดอก

    “อย่างนี้ฉันว่าพี่มะลิกลับบ้านไม่ได้แล้วล่ะ เกิดมันกลับมาล้างแค้นจะทำไง” สมใจแสดงความห่วงใยแต่มะลิไม่ยอมทิ้งบ้าน น่านฟ้าซึ่งเป็นต้นเหตุก็อยากรับผิดชอบหาที่อยู่ชั่วคราวให้ป้า เขาพามัศยาไปดูบ้านเก่าของแม่ตนที่เมื่อก่อนเคยให้คนเช่าแต่ตอนนี้ปิดไว้เฉยๆ

    บ้านเก่าแต่น่าอยู่ มัศยาเห็นด้วย แต่ปัญหาคือป้ามะลิดึงดันไม่ยอมมาอยู่จะกลับบ้านตัวเองท่าเดียว ขนาดหนูน้อยนะดีขอร้องป้าก็ยังอิดออด น่านฟ้าเลยไปปรึกษาวิภาก่อนจะรีบปฏิบัติตามพาคนที่มีแรงจูงใจให้ป้ายอมทิ้งบ้าน โดยได้รับความร่วมมือจากปารณเป็นอย่างดี

    คนคนนั้นก็คือนิรชานั่นเอง เธอทราบเรื่องยายเกือบถูกทำร้ายคาบ้านจึงมาเกลี้ยกล่อมอยู่นานให้เห็นแก่แม่ ที่ป่วยอยู่และเป็นห่วงยายมาก อาการแม่อาจทรุดหนักถ้ายายยังอยู่บ้านหลังนั้นคนเดียว

    ในที่สุดป้ามะลิก็ยอมไปอยู่บ้านที่น่านฟ้าจัดหาให้ น่านฟ้าขอบใจปารณที่ช่วยพูดกับนิรชาและอดแซวเขาไม่ได้ว่าทำตัวอย่างกับเป็นหลานเขยป้ามะลิ
    ปารณชะงักหน้าแดงแต่ยังเถียงข้างๆคูๆว่า “มันเป็นเรื่องของมนุษยธรรมเว้ย ฉันมันคนดี ชอบช่วยเหลือคนอยู่แล้ว ว่าแต่ไหนๆแกก็เข้าออฟฟิศแล้ว ห้องทำงานซีอีโอทางโน้นเลย งานกองรอแกเป็นตั้งไปจัดการซะ”

    “ได้คร้าบ...ไอ้ลูกพี่เป้” น่านฟ้าจะไปที่โต๊ะทำงาน แต่เสียงมือถือปารณดังก็เลยชะงัก ปารณดูเบอร์แล้วบอกให้เพื่อนรู้ว่าสุกิจโทร.มา

    สุกิจร้อนใจอยากพบปารณก็เลยมาหาเขาถึงออฟฟิศ พูดคุยกันตามลำพังโดยที่น่านฟ้าหลบซ่อนตัวไปก่อนหน้านี้

    “ไหนคุณบอกว่าจะช่วยผมทุกอย่าง นี่ดูซิ จนไอ้ประธานมันพัฒนาสูตรข้าวเกรียบไปถึงไหนๆแล้ว ตกลงว่าที่พูดไว้นี่มันได้เรื่องอะไรบ้าง”

    “ใจเย็นๆสิครับ การหาโรงงานแล้วผลิตสินค้าซักตัวไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิดนะครับ”

    “ที่ผมเลือกบริษัทคุณเพราะเห็นว่าเป็นมืออาชีพ แต่ตอนนี้ผมชักไม่แน่ใจแล้วสิ”

    “เรื่องนี้ผมก็บอกคุณแต่แรกแล้วไงครับว่าถ้าจะรีบทำแบรนด์ของตัวเองก็ต้องรีบทำ แต่คุณเองก็ติดปัญหาเรื่องทุน ผมเองก็จนปัญญา”

    “งั้นคุณพอจะหาแหล่งเงินกู้ให้ผมได้ไหมล่ะ”

    “เรื่องนั้นผมพอช่วยได้ แต่คุณต้องมีอะไรเป็นหลักประกัน”

    “งั้นคงถึงเวลาที่ผมจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว” สุกิจพูดอย่างมีเลศนัยชวนให้สงสัย แต่ปารณก็ไม่กล้าซักไซ้ให้เสียมารยาท

    พอสุกิจกลับไป น่านฟ้าฟังปารณเล่าแล้วก็อดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่าสุกิจจะทำยังไง

    “เขาไม่ได้บอก แต่ดูเขามั่นใจว่าเขามีทาง ฉันน่ะคันปากยิบๆอยากจะด่าแทบแย่ ดูซิ แกล่ะพยายามแทบตายที่จะฟื้นมีโชคให้ได้ แต่นี่คิดแต่จะหาทางล้มบริษัทพี่เขยตัวเอง ถ้าตัวเองไม่ได้ขึ้นเป็นประธาน”

    “ก็ถือว่าแม่ใหญ่คิดถูกที่ไม่ให้เขาเป็นประธาน พ่อฉันก็คงจะรู้อะไรดีถึงได้สั่งแม่ใหญ่ก่อนตายว่าต้องให้ฉันมารับตำแหน่งประธานเพียงคนเดียวเท่านั้น ยังไงฉันฝากแกคอยสืบให้ด้วยแล้วกันนะ”

    “เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว แต่ฉันก็ไม่แน่ใจนะว่านายสุกิจจะไว้ใจฉันแค่ไหน เพราะตอนนี้ดูเหมือนเขาจะชักไม่พอใจผลงานบริษัทเราแล้วว่ะ”

    ปารณสีหน้าวิตกกังวล...บริษัทที่ปรึกษาการตลาดของตนที่ร่วมหุ้นกับน่านฟ้าจะมีปัญหาไหมเนี่ย?

    ooooooo

    ก่อนป้ามะลิจะเข้าอยู่บ้านหลังเก่าของสุกัญญา มัศยากับสมใจมาทำความสะอาดให้ด้วยความเต็มใจ นิรชาเองก็ซื้อข้าวปลาอาหารมาให้ยายและอยู่เป็นเพื่อนจนมืดค่ำก่อนกลับไปดูแลแม่ที่ยังต้องเฝ้าระวังอาการป่วย

    หลังจากได้ที่อยู่ที่ปลอดภัยให้ป้ามะลิแล้ว น่านฟ้ากับมัศยาก็จะมุ่งมั่นทำข้าวเกรียบสูตรใหม่ต่อไปโดยให้ป้าช่วยคิดสูตรสมุนไพรหลายชนิด แต่เรื่องวัตถุดิบเขาและเธอต้องไปหาซื้อมาให้ สายวันนี้ขณะนั่งรถไปตลาดด้วยกัน มัศยาตาไวเห็นสินธุขับรถของเธอและมีสาวคนหนึ่งนั่งเคียงข้าง

    ทั้งคู่ไม่ได้นั่งคุยกันธรรมดาแต่มีกอดจูบกันด้วย มัศยาเห็นแล้วปรี๊ดแตกบอกให้น่านฟ้าขับรถปาดหน้าแล้วจอดกึก สินธุยังไม่เห็นหน้าคนในรถ เขาลงมาด้วยความโมโห พอเห็นคนขับคือน่านฟ้าและคนข้างๆคือมัศยาก็ตกใจหน้าซีดเจื่อน ตัดบทไม่ถือสาและจะขอตัวไปทำธุระก่อน แต่มัศยาไม่ยอม

    เธอซักไซ้ถึงคนในรถแต่ไม่หูเบาเชื่อเขาอีกแล้วว่าเป็นน้องเพื่อน เธอเห็นกับตาว่าสองคนกอดจูบกัน สินธุถึงกับหน้าเสียแต่ยังพยายามจะแต่งเรื่องโกหกอยู่อีก เลยโดนมัศยาแทงเข่าเขย่าศอกเข้าใส่ชุดใหญ่จนร่วงผล็อยแน่นิ่งหมดสภาพ ส่วนกิ๊กสาวโบกแท็กซี่จากไปด้วยความแค้นใจสินธุที่หลอกว่าไม่มีแฟน

    น่านฟ้าเห็นเชิงมวยของมัศยาแล้วสยอง ยอมให้เธอลางานขับรถตัวเองที่ให้สินธุใช้อยู่นานกลับบ้านทั้งน้ำตา มัศยาเสียใจที่โดนแฟนหลอกลวงเอารถและเงิน ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจร้องไห้ไม่หยุด น่านฟ้าโทร.หาระหว่างทางเพราะเป็นห่วง เธอและเขาจึงขับรถมาเจอกันอีกครั้ง

    น่านฟ้าปลอบไม่ค่อยเป็น ทุกคำที่พูดออกไปล้วนมาจากใจเพราะสงสารเธอจริงๆ

    “ไม่ต้องคิดมากนะเจ๊ ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลก อย่างน้อยก็เหลือผมคนนึงที่ไม่อยากเห็นเจ๊เสียใจ”

    “ขอบคุณนะคะที่อยู่เป็นเพื่อนฉัน ดูสิ สรุปวันนี้คุณเลยไม่ได้งาน”

    “ไม่เป็นไรหรอก ยังพอมีเวลา ผมห่วงความรู้สึกเจ๊มากกว่า”

    “ฉันไม่อยากกลับบ้านตอนนี้เลย กลับไปฉันไม่รู้จะสู้หน้าแม่ยังไง”

    “เอาอย่างนี้มั้ย ไปนั่งพักที่เซฟเฮาส์ผมก่อน ไว้สบายใจขึ้นล้างหน้าล้างตาให้มันดูดีกว่าตอนนี้แล้วค่อยกลับ”

    มัศยาตกลงโดยดีแต่พอเข้าไปนั่งในห้องพักที่คอนโดก็เริ่มระแวง กวาดตามองรอบๆแล้วปฏิเสธน้ำดื่มที่น่านฟ้าเอามาให้

    “อกหักไม่จำเป็นต้องดื่มเหล้านี่เจ๊ เนี่ยน่ะน้ำเปล่า อย่าคิดมากสิ ดื่มซะเสียน้ำตาเป็นปี๊บแล้ว”

    มัศยารับแก้วน้ำมาดื่ม น่านฟ้านั่งแหมะลงข้างๆ บอกว่าคอนโดนี้ทีแรกตนซื้อไว้เก็งกำไร แต่คิดมาคิดไปเสียดายเลยเก็บไว้เป็นเซฟเฮาส์ เวลาเบื่อๆก็มานอนเล่น ถ้าเธออยากมาก็มาได้ เดี๋ยวตนเอากุญแจไว้ให้

    “บ้านฉันก็มี ทำไมฉันต้องมาที่นี่ด้วยล่ะ”

    “ก็ไม่รู้สิ บางทีคนเราก็อยากมีพื้นที่ส่วนตัวอยู่กับตัวเองบ้าง ได้เป็นตัวของตัวเองบ้าง”

    “คุณจะบอกว่าที่คุณเป็นอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่ตัวคุณเหรอคุณน่าน”

    “มันก็ตัวผมนี่แหละ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งวัน ไว้เจ๊รู้จักผมมากกว่านี้ก็รู้เองแหละ”

    หญิงสาวพยักหน้ารับแล้วลุกไปยืนที่ระเบียง เห็นวิวสวยงามก็ชื่นชอบ น่านฟ้าเดินเข้ามายืนข้างๆมองเธออย่างลืมตัว พอเธอหันมาเห็น ต่างคนต่างอึ้ง...และแล้วในภวังค์นั้นเอง เขาเผลอยื่นหน้าไปจูบริมฝีปากเธออย่างอ่อนโยน

    มัศยาเผลอหลับตาพริ้มลิ้มรสจูบนั้นอย่างไม่รู้ตัว แต่แล้วครู่เดียวก็ตกใจผลักเขาออกห่าง บอกว่าตนกลับบ้านดีกว่า น่านฟ้าเหวอมาก เรียกเธอแต่ไม่ทัน ได้ยินเสียงปิดประตูดังปังแล้วเงียบกริบ

    มัศยาหน้าแดงซ่านเข้ามานั่งในรถตัวเอง ขับรถกลับบ้านด้วยใจที่หวิวไหวพิกล ถึงบ้านเจอสินธุนั่งหน้าบวมปูดเอาน้ำแข็งประคบ โดยมีสมใจกับนะดีนั่งมองงงๆ

    เพียงเห็นมัศยาเดินเข้ามา สินธุก็ลุกพรวดไปหลบหลังสมใจอย่างหวาดกลัว สมใจเดาได้ทันทีว่าสองคนทะเลาะกัน มัศยาไม่เล่าหรืออธิบายอะไรทั้งนั้น เอาแต่ไล่สินธุออกจากบ้านแล้วไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก

    สินธุยอมถอยเพราะทราบดีว่าพูดอะไรไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ รังแต่จะเจ็บตัวเพิ่มเสียมากกว่า พอเขากลับไปแล้ว สมใจให้นะดีขึ้นนอนก่อนจะคุยกับมัศยาตามลำพัง

    “บอกแม่มาซิว่านี่มันเรื่องอะไรกัน”

    “ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ หยีก็แค่ตาสว่างว่านายสินธุมันเลวแค่ไหน หยีขอโทษนะคะแม่ที่ไม่เคยเชื่อแม่เลย”

    “ไม่เป็นไรลูก ไม่ต้องคิดมากนะ รู้ตอนนี้ยังไม่สายเกินไป โลกนี้ยังมีคนดีๆให้เราคบอีกตั้งเยอะ เริ่มต้นใหม่นะหยีนะ” สมใจลูบหัวลูกสาว...มัศยาสวมกอดแม่แน่นด้วยความเสียใจและรู้สึกผิด

    ooooooo

    ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเรื่องงานต้องมาที่หนึ่ง เช้าวันถัดมามัศยาไปตลาดกับน่านฟ้าเหมือนเดิม แต่จะมีขัดๆเขินๆบ้างก็เรื่องที่น่านฟ้าจูบเธอ

    แต่เมื่อคืนน่านฟ้าได้ส่งข้อความขอโทษมาทางโทรศัพท์มือถือแล้ว มัศยารู้สึกดี เช้านี้เลยมีอาการไม่ค่อยเหมือนคนอกหักสักเท่าไหร่ ขนาดป้ามะลิเห็นสีหน้าท่าทางเธอก็ยังออกปากทั้งที่ไม่รู้เมื่อวานเกิดอะไรขึ้น ว่ามัศยาเหมือนคนกำลังอยู่ในห้วงของความรัก

    ตกเย็น น่านฟ้าให้มัศยาเข้าบริษัทเตรียมเอกสารสำหรับการประชุม แต่ไม่ทันถึงห้องทำงาน ทั้งคู่เจอแอนนาเดินตรงมาหา ถามน่านฟ้าว่าไปไหนมา ตนมารอทั้งวัน โทร.หาก็ไม่ติด

    น่านฟ้าไม่ทันตอบ มัศยาชิงขอตัวไปเตรียมเอกสารแต่ความจริงหลบมุมแอบฟังพวกเขาคุยกันอยู่เงียบๆ

    “นี่รึเปล่าคะ คือเหตุผลที่ทำให้น่านหลบหน้าแอนตลอด” น้ำเสียงแอนนาบ่งบอกว่าน้อยใจ

    “มัศยาคือผู้ช่วยผม”

    “แค่นั้นเหรอคะ”

    “แล้วแอนคิดว่ามีอะไรอีกเหรอ”

    “เปล่าค่ะ แอนแค่สงสัยว่าน่านจะเปลี่ยนรสนิยมไปชอบมนุษย์ป้าแล้วเหรอ”

    มัศยาได้ยินชัดหน้าง้ำและเดือดปุด แต่สะกดใจเอาไว้ฟังการสนทนาต่อไป

    “ผู้หญิงแต่ละคนก็มีสไตล์ไม่เหมือนกัน แอนอย่าคิดว่าใครที่ไม่ใช่นางแบบอย่างแอนจะเป็นผู้หญิงที่ดูไม่ดีสิ”

    คำพูดของน่านฟ้าทำให้มัศยารู้สึกดีไม่น้อย

    “แอนขอโทษค่ะที่ว่าผู้ช่วยของน่าน ก็แอนหึงนี่คะ” แอนนาเข้าเกาะกอดแขนน่านฟ้าอย่างอ้อนๆ มัศยาแอบมองอยู่เบ้หน้าหมั่นไส้ตงิดๆ

    “ช่วงนี้ผมกำลังยุ่งเรื่องงาน แอนอย่าทำให้ผมอึดอัดสิ”

    “โอเคค่ะ งั้นไหนๆเราก็เจอกันแล้ว เย็นนี้เราไปหาอะไรอร่อยๆทานกันนะคะ”

    “ผมมีนัดแล้วล่ะ เอาไว้วันหลังนะ ผมยุ่งมากจริงๆ”

    “ก็ได้ค่ะ งั้นแอนไปก่อนนะคะ น่านจะได้ทำงานต่อ” แอนนาเดินจากไปอย่างไม่ค่อยพอใจ

    น่านฟ้าถอนใจโล่งอก...เกือบไปแล้ว ถ้าใจไม่แข็งพอคงต้องผิดนัดกับมัศยาเป็นแน่แท้

    ooooooo

    มัศยาชิงตัดหน้าน่านฟ้าเข้ามาเตรียมเอกสารในห้องทำงาน สักครู่ต๋องตามเข้ามาโดยไม่เคาะประตูห้องก่อน มัศยากำลังเซ็งเรื่องแอนนาก็เลยดุต๋องหลายคำ

    ต๋องแปลกใจเจ๊โหดเป็นอะไร ทำไมดูพาลๆพิกล พอถามก็ไม่ได้คำตอบอะไร นอกจากคำว่าเปล่า

    “แล้วนี่เจ๊เข้ามาซะเย็นเลย จะเลิกงานอยู่แล้วนะ”

    “ฉันเข้ามาเตรียมเอกสารให้คุณน่าน เห็นว่าจะนัดประชุม”

    “งั้นเจ๊ทำงานเถอะ ต๋องแค่แวะมาทัก เห็นเจ๊ไม่ค่อยเข้าออฟฟิศ”

    “เดี๋ยวก่อนต๋อง...แกว่าฉัน...เอ่อ...ฉันเหมือนมนุษย์ป้ามั้ย”

    “อะไรนะเจ๊”

    “ฉันถามว่าฉันน่ะดูเป็นมนุษย์ป้ารึเปล่า”

    ต๋องหลุดขำออกมาทันที ถามว่าใครกล้าว่าเจ๊แบบนี้เหรอ

    “แกไม่ต้องถาม มีหน้าที่ตอบมาอย่างเดียวว่าฉันเหมือนมนุษย์ป้ารึเปล่า”

    ต๋องเริ่มพิจารณามองมัศยาตั้งแต่หัวจดเท้า “เอาจริงๆเลยนะ...เหมือน”

    คำตอบนั้นเล่นเอามัศยาสะอึกหน้าเสียไปเลย

    “แต่เจ๊ก็น่ารักในแบบของเจ๊นะ ต๋องว่าใครจะพูดอะไรก็ช่างเขาเถอะ เจ๊เป็นเจ๊แบบนี้แหละดีแล้ว ไม่มีอะไรแล้วงั้นต๋องไปก่อนนะ”

    ต๋องออกจากห้องไปแล้ว มัศยาดึงลิ้นชักหยิบกระจกขึ้นมาส่องพร้อมกับทวนคำที่ทิ่มแทงใจอย่างเดือดๆ

    “มนุษย์ป้าเหรอ”

    ถึงเวลานัดกับน่านฟ้าไปหาของอร่อยกินกัน มัศยาเอาแต่นั่งละเลียดผักไม่กินอย่างอื่นจนอีกฝ่ายสงสัย ถามว่าอิ่มอกอิ่มใจอะไรมา

    “เปล่า ฉันไม่ค่อยหิว”

    “แปลกนะ ปกติผมเห็นเจ๊สูบอาหารอย่างกับไดโว่ นี่กินแต่ผัก ดูมันไม่เข้ากับเจ๊เลย”

    “หิวก็กินๆเข้าไปเถอะคุณน่าน อย่ามาวิจารณ์ฉันได้มั้ย”

    “เอ๊า...ก็ผมเป็นห่วง กลัวเจ๊จะกินไม่อิ่ม เดี๋ยวเกิดโมโหหิวขึ้นมาฟาดงวงฟาดงาใส่ผมจะว่าไง”

    มัศยาได้ยินอย่างนั้นก็วางช้อนทันที ชักสีหน้าไม่พอใจ “นี่คุณหาว่าฉันอ้วนเป็นช้างเหรอ”

    “ผมแค่เปรียบเทียบ ไม่เห็นต้องโมโหเลยนี่...เจ๊แปลกๆนะ เป็นอะไรรึเปล่า”

    “เปล่า ฉันอิ่มแล้วล่ะ ขอตัวกลับบ้านก่อนดีกว่า” มัศยาลุกขึ้นคว้ากระเป๋าถือ น่านฟ้างงท้วงว่าจะทิ้งกันดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ “ใช่ พรุ่งนี้ค่อยเจอกันนะ”
    พูดจบมัศยาเดินออกไปทันที น่านฟ้ามองตามงงๆ ทำไมอารมณ์เธอแปรปรวนนักวะ!

    เมื่อกลับถึงบ้าน มัศยาเข้าห้องเหวี่ยงกระเป๋าลงบนเตียงก่อนเดินไปหยุดยืนส่องกระจกที่โต๊ะเครื่องแป้งด้วยสีหน้าบึ้งตึง เปรยเบาๆอย่างแค้นใจ

    “มนุษย์ป้า ฟาดงวงฟาดงาเหรอ คอยดูเถอะคุณน่าน ฉันจะทำให้คุณถอนคำพูดไม่ทันเลย”

    ooooooo

    คืนเดียวกัน สุกิจดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ยิ้มแย้มให้อนงค์แถมยังคลอเคลียถามไถ่ว่าอยู่บ้านเหงาไหม?

    “ฉันชินแล้วล่ะค่ะ”

    “ผมนี่ก็แย่นะ ไม่ค่อยมีเวลาพาคุณไปพักผ่อนที่ไหนเลย”

    “งานคุณยุ่ง ฉันเข้าใจค่ะ”

    “เอาเป็นว่าผมสัญญา...ถ้างานผมเรียบร้อยเมื่อไหร่จะพาคุณไปทัวร์ยุโรปดีมั้ย”

    “มีอะไรรึเปล่าคะ ทำไมวันนี้คุณดูแปลกๆ”

    สุกิจลูบผมภรรยาอย่างเอาใจก่อนเข้าประเด็น “ผมมีเรื่องจะปรึกษาคุณ เรื่องบ้านหลังนี้แล้วก็ที่ดินที่แม่คุณยกมรดกให้คุณน่ะ ถ้าผมจะขอไปจำนองเอามาสร้าง โรงงาน คุณจะว่าไง”

    “แต่นั่นมันมรดกชิ้นสุดท้ายของฉันนะคะ”

    “ผมก็ไม่ได้จะขายทิ้งซะหน่อย แค่เอาไปค้ำกับแบงก์จะได้เอาเงินออกมาหมุน ในเมื่อพี่วิภาไม่ช่วยผม ตอนนี้ที่พึ่งเดียวของผมก็คือคุณนี่แหละ ว่าไงล่ะ”

    อนงค์ลำบากใจมากแต่ยังไงก็ไม่กล้าขัดใจสามี สุกิจยิ้มย่องผละไปโทรศัพท์หาปารณแจ้งว่าเรื่องที่เคยบอกตอนนี้จัดการเรียบร้อยแล้ว...

    หลังจากนั้นไม่นาน ปารณก็ตามตัวน่านฟ้ามาพบที่คอนโด เล่าเรื่องสุกิจจำนองบ้านและที่ดิน ท่าทางงานนี้จะเอาจริง

    “แล้วแกบอกไปว่าไง”

    “ฉันก็รับปากว่าจะหาทางคุยกับแบงก์ให้ จะได้เอาเงินออกมาสร้างโรงงาน แต่ยังไงฉันก็ต้องถามแกก่อนว่า เราควรช่วยเขารึเปล่า”

    “บอกตามตรงนะ บางทีฉันก็เห็นใจอาสุกิจนะ เขาอาจจะอยากมั่งอยากมีก็เลยพยายามทำทุกทาง นี่ถึงกับยอมทำขนาดนี้ก็คงสุดๆแล้วว่ะ”

    “อยากมีไม่ว่า แต่ถึงขั้นทำร้ายคนอื่นฉันว่าก็เกินไปเหมือนกันนะ”

    “เอาอย่างนี้ ฉันรู้ว่าแกเองก็อยากรักษาเครดิตบริษัทไว้ งั้นแกก็ทำในส่วนของแกไปเถอะ”

    “เฮ้ย! นี่แกจะให้ฉันช่วยคนเลวๆพรรค์นั้นเนี่ยนะ”

    “ฉันไม่ได้ให้แกช่วย ฉันแค่ให้แกทำงานของแกไป ก็แกดันรับอาสุกิจมาเป็นลูกค้าแล้วนี่ ส่วนเรื่องมีโชคฉันมั่นใจว่าฉันทำได้ แกไม่ต้องห่วงหรอก”
    ปารณนิ่งเงียบไป สังเกตว่างานนี้น่านฟ้าก็เอาจริงเหมือนกัน

    ooooooo

    มัศยาก็จริงจังเช่นกัน เธอไม่อยากเป็นมนุษย์ป้าอย่างที่แอนนาให้ฉายา เช้าวันนี้จึงไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะภายในหมู่บ้าน น่านฟ้ามารับไม่เจอ สอบถามสมใจจนรู้เรื่องก่อนจะตามมาหา

    ขณะนั้นมัศยาในชุดออกกำลังกายมุ่งมั่นมาก วิ่งกระหืดกระหอบแทบขาดใจก็ยังไม่ยอมหยุด ท่องแต่คำว่าไม่เป็นมนุษย์ป้า นานเข้าร่างกายไม่ไหวทรุดลงแทบหมดสภาพ แต่พอเด็กที่เล่นบอลอยู่แถวนั้นมาเรียกป้า เธอกลับฮึดขึ้นมาใหม่ บอกตัวเองว่าสู้โว้ย!

    มัศยาลุกขึ้นวิ่งอีกครั้ง แต่ไม่ช้าก็หมดแรงถึงกับหน้ามืดเป็นลม น่านฟ้าต้องหามกลับมาบ้านอย่างทุลักทุเล

    ผลพวงจากการไม่อยากเป็นมนุษย์ป้าทำให้มัศยาโหมออกกำลังกายจนเป็นลม เดือดร้อนน่านฟ้าต้องพาเธอกลับมาปฐมพยาบาลพักหนึ่งก่อนที่เธอจะขอตัวไปอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงานตามปกติ

    น่านฟ้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมัศยาถึงลุกขึ้นมาทำอะไรที่ไม่เคยทำ แต่ก็กระเซ้าเย้าแหย่เธอว่าไม่เจียมสังขารทั้งที่อายุอานามก็มากแล้ว มัศยาไม่โกรธแต่อยากเอาชนะมากกว่า จึงมุ่งมั่นต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ แต่ขอเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด

    ขณะที่มัศยาต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูดีขึ้น แต่เรื่องงานเธอก็ไม่ละทิ้ง เธอช่วยน่านฟ้าทำข้าวเกรียบสมุนไพรสูตรป้ามะลิจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี รสชาติอร่อยมาก น่านฟ้าถึงกับขนานนามว่าอร่อยขั้นเทพ แล้วนำมาให้พนักงานบริษัทชิมกันถ้วนหน้าในวันถัดมา

    ชิมแล้วทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยมาก สร้างความไม่พอใจให้สุกิจเป็นอันมาก แต่สำหรับวิภานั้นปลื้มปริ่มน่านฟ้าเสียเหลือเกิน คิดไม่ถึงว่าคนไม่เอาถ่านอย่างเขาจะทุ่มเทเพื่อบริษัทได้ขนาดนี้

    ด้านมัศยาที่เปลี่ยนการแต่งตัวและแต่งหน้าทาปากมีสีสันขึ้นก็สะดุดตาน่านฟ้าและต๋องจนโดนแซว แต่นั่นก็ไม่ทำให้เธอเขินอายจนถอดใจ แถมตกเย็นเธอยังไปฟิตเนสเพื่อลดน้ำหนักให้มีส่วนเว้าส่วนโค้ง

    พนักงานประจำฟิตเนสแนะนำให้มัศยาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวเพราะรูปร่างอย่างเธอต้องใช้เวลาพอสมควร ถ้าอยากลดรวดเร็วต้องทำอย่างถูกวิธี

    “งั้นจัดมาเลยค่ะ ขอเทรนเนอร์ที่คิดว่าเชี่ยวที่สุด และสามารถทำให้ฉันหุ่นดีได้เร็วที่สุด จัดมาแบบโหดๆเลยค่ะ ฉันสู้เต็มที่”

    “งั้นรอสักครู่นะคะ” พนักงานเดินหายไปครู่เดียวก็กลับมาพร้อมเทรนเนอร์กล้ามโต มัศยาเห็นแล้วชะงัก ถามเสียงแผ่วว่า

    “คนนี้เหรอคะ”

    “คนนี้แหละค่ะ เทรนเนอร์ที่จะทำให้คุณพี่ผอมได้อย่างรวดเร็ว”

    มัศยายิ้มแหะๆ มองกล้ามเทรนเนอร์แล้วนึกกลัว แต่จะให้ถอดใจไม่มีทาง ครั้นได้ยินเขาบอกถ้าไม่จริงจังเมื่อไหร่จะผอม ยิ่งทำให้เธอฮึดสู้ โหมออกกำลังอย่างเอาเป็นเอาตายตามวิธีที่ถูกต้อง

    ค่ำแล้วมัศยายังไม่กลับบ้าน น่านฟ้าแวะมาไม่เจอก็เลยนอนรอจนหลับ เมื่อเธอกลับมาในสภาพตัวเต็มไปด้วยเหงื่อทำให้เขาสงสัย แต่ซักถามเท่าไหร่เธอไม่ยอมบอกว่าไปทำอะไรมา เอาแต่ไล่เขากลับบ้านท่าเดียว แถมยังไม่ยอมให้เขามารับส่ง อ้างว่ามีรถของตัวเองใช้แล้ว

    น่านฟ้ารู้สึกว่ามัศยาแปลกไปเหมือนมีอะไรปิดบัง พอเขาไปเล่ากึ่งบ่นให้ปารณฟังก็ได้รับการยืนยันว่าเธอต้องมีความลับกับเขาอย่างแน่นอน

    “ปกติแกกับเจ๊โหดของแกตัวติดกันจนจะสิงกันอยู่แล้ว นี่อยู่ๆเขาทำเหมือนจะหลบหน้าหลบตาแก แสดงว่า เขาต้องตั้งใจปิดบังอะไรแกแหงๆ”

    “แล้วแกคิดว่าเจ๊จะปิดอะไรฉันวะ”

    “แกบอกว่าเขาเพิ่งเลิกกับแฟนไม่ใช่เหรอ จะเป็นไปได้ไหมวะว่าเขากำลังกิ๊กกับใครคนใหม่”

    “ทำไมแกคิดอย่างนั้นวะ”

    “ฉันก็แค่สันนิษฐานเอา ก็แกบอกว่าเจ๊ของแกอยู่ๆก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่งเนื้อแต่งตัวสวยขึ้น มันจะให้คิดเป็นอย่างอื่นได้ยังไง จริงๆคนที่น่าจะรู้ดีที่สุดน่าจะเป็นแกนะเว้ย เพราะแกใช้เวลาอยู่กับเจ๊เยอะที่สุดไม่ใช่เหรอ”

    ฟังเพื่อนวิเคราะห์แล้วน่านฟ้านิ่งไปอย่างกังวล...แล้วดึกคืนนั้นขณะเขานอนเล่นเกมอยู่กับบ้าน แอนนาโทร.มาหา เว้าวอนจะขอกลับมาคบกันเหมือนเดิม น่านฟ้ากลับแบ่งรับแบ่งสู้จนเธอคาดเดาว่าเขาอาจจะรักคนอื่นไปแล้ว

    น่านฟ้าตอบไม่ได้ เขายังไม่รู้ใจตัวเองว่าชอบมัศยาในระดับไหน แต่พอนึกถึงคำพูดปารณที่ว่ามัศยาอาจกิ๊กกับใครคนใหม่ ก็รู้สึกเซ็งอย่างบอกไม่ถูก

    ooooooo

    สุกิจไม่ละความพยายามที่จะทำให้น่านฟ้าหลุดจากตำแหน่งประธานบริษัท...วันนี้เขาเชิญหัวหน้าฝ่ายบุคคลมาพบเป็นการส่วนตัวที่สนามกอล์ฟ จะให้คุยกับพนักงานในบริษัทไม่ให้ช่วยงานน่านฟ้า เพื่อที่เขาจะได้พิสูจน์ตัวเองคนเดียวตามที่ลั่นวาจาไว้

    แรกๆหัวหน้าฝ่ายบุคคลลังเล แต่พอสุกิจยกเหตุผลหลายอย่างมาอ้างก็คล้อยตาม ปารณมาเห็นทั้งคู่โดยบังเอิญ สงสัยผู้ชายคนนั้นเป็นใครจึงถ่ายรูปเอาไว้ก่อนจะไปถามนิรชาว่ารู้จักหรือไม่ หญิงสาวไม่รู้จักแต่หากเขาอยากรู้ก็จะไปสืบจากสุกิจให้ ปารณรีบปฏิเสธเพราะเป็นห่วงเธอ ไว้จำเป็นจริงๆจะบอกอีกที

    ก่อนแยกจากกันปารณเห็นเอกสารสมัครงานของนิรชา เมื่อรู้ว่าเธอกำลังหางานทำเลยรับเธอเข้าทำงานที่บริษัทของตน...ป้ามะลิซึ่งเป็นยายของนิรชาทราบเรื่องก็ออกอาการหวงหลานสาว เตือนให้ดูดีๆ ผู้ชายส่วนใหญ่ไว้ใจไม่ได้ ระวังจะโดนหลอก ถ้าคิดจะมีแฟนต้องผ่านด่านยายไปก่อน

    มัศยามัวมุ่งมั่นกับการออกกำลังกาย ตกเย็นเป็นหายตัวไม่ค่อยได้เจอกันเหมือนแต่ก่อน ทำให้น่านฟ้าหงอยเหงาจนสุกัญญาสังเกตเห็นและอดถามไม่ได้ว่าทำอะไรให้มัศยาไม่พอใจหรือเปล่า พักนี้ไม่เห็นเธอมาที่บ้าน

    น่านฟ้าปฏิเสธเสียงแข็งไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เธอคอยหลบหน้าหลบตา แถมยังแต่งเนื้อแต่งตัวสวยทุกวัน ตกเย็นก็หายตัวบอกว่ามีธุระสำคัญ

    มัศยาดีใจมากที่ลดความอ้วนสำเร็จกลับมาใส่เสื้อผ้าชุดเก่าได้ ต๋องเห็นความเปลี่ยนแปลงของเธอก็อดเม้าท์กับวิภาไม่ได้ ขณะที่น่านฟ้าก็สงสัยจึงแอบสะกดรอยตามเธอไปถึงฟิตเนสในเย็นวันหนึ่ง

    เกิดการเข้าใจผิดอย่างแรง! เมื่อน่านฟ้าเห็นมัศยาสนิทสนมกับเทรนเนอร์กล้ามโต นึกว่าเขาเป็นแฟนใหม่ เมื่อเธอออกไปแล้วน่านฟ้าจึงเข้ามาเลียบเคียงชวนเขาคุย

    “ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณ ผมรู้ว่าคุณกับเจ๊หยีสนิทกันมาก”

    “ใช่ เราเจอกันทุกวัน เขาน่ารักดีนะ ผมชอบ”

    “นั่นแหละ ผมถึงอยากจะมาเตือนคุณว่าเจ๊หยีเป็นคนดี แล้วเขาก็เพิ่งอกหักมา เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะหลอกลวงหรือคิดไม่ดีกับเขา ให้เลิกคิดซะ”

    “ว่าไงนะ” เทรนเนอร์กล้ามโตทำหน้างงๆ

    “ผมไม่อยากเห็นเจ๊หยีเสียใจอีก เพราะฉะนั้นคุณต้องดีกับเจ๊หยีให้มากๆ ดูแลเขาให้ดี อย่าให้ใครทำร้ายเขา อ้อ...พักนี้เจ๊แกดูซูบๆ คงออกกำลังกายเยอะแต่กินน้อย ปกติแกกินเก่ง คุณต้องพาแกไปหาอะไรกินเยอะๆ อย่าให้แกหิว แกจะโมโห แล้วแกมีแม่กับหลานสาวที่ต้องดูแล คุณต้องดีกับครอบครัวเจ๊แกด้วย แล้วก็...”

    น่านฟ้าร่ายยาวแทบไม่หายใจ เทรนเนอร์ชักทะแม่งๆ แทรกขึ้นเร็วไวว่า

    “เดี๋ยวก่อน นี่คุณคิดว่าผมกับคุณพี่เป็นอะไรกันงั้นเหรอ”

    “ก็คุณจีบเขาอยู่ไม่ใช่เหรอ”

    “ใครบอกล่ะ คุณพี่เขาจ้างผมเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวเพราะอยากจะลดน้ำหนักให้เร็วที่สุด”

    “อ้าวเหรอ งั้นผมขอโทษที่เข้าใจผิด ผมไปก่อนนะ” น่านฟ้าตัดบทแล้วหันหลังทันที

    “เดี๋ยวก่อนสิครับ”

    “มีอะไรเหรอครับ”

    “ผมจะบอกว่าผมไม่เคยคิดอะไรกับคุณพี่เขาหรอก แต่ถ้าเป็นคุณ ผมชักจะรู้สึกปิ๊งคุณเข้าแล้ว”

    น่านฟ้าหน้าเสียด้วยความตกใจ ผละถอยร่นไปด้านหลัง เทรนเนอร์ส่งสายตาพอใจขยับเข้าใกล้ น่านฟ้าถึงกับร้องห้ามเสียงหลง หลับตาปี๋

    “อย่าทำอะไรผมนะ ผมกลัวแล้ว...ช่วยด้วย!!”

    เสียงโหวกเหวกโวยวายของน่านฟ้าดังออกไปถึงข้างนอก มัศยาเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จกำลังจะกลับ จำเสียงนั้นได้แม่น รีบวิ่งกลับเข้ามาข้างในเห็นเทรนเนอร์กล้ามโตกำลังพยายามปล้ำจูบน่านฟ้า

    “ทำอะไรน่ะ”

    เสียงมัศยาทำให้เทรนเนอร์ผงะ น่านฟ้าได้โอกาสผละหนีมาหลบหลังมัศยาอย่างขวัญหนีดีฝ่อ

    “เจ๊ช่วยผมด้วย ไอ้หื่นนี่จะปล้ำผม”

    “ทำไมคุณทำแบบนี้”

    เทรนเนอร์หน้าเสีย อึกๆอักๆว่าตนไม่ได้ตั้งใจ ตนทำไปโดยไม่รู้ตัว

    “ไม่รู้ตัวอะไร แรงยังกะแรด นี่อีกนิดนึงปากจะจุ๊บปากผมอยู่แล้ว”

    “ทำแบบนี้ฉันรับไม่ได้นะคะ ฉันจะไปแจ้งที่สำนักงาน”

    มัศยาจะเดินไปที่ประตู เทรนเนอร์รีบดักหน้า พนมมือไหว้ปลกๆ

    “ผมขอร้องล่ะครับ อย่ารายงานที่ออฟฟิศเลย ไม่งั้นผมตกงานแน่ นะครับคุณพี่ ผมสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว นะครับ...ผมขอร้อง”

    น่านฟ้าส่ายหน้าดิกใส่มัศยา แต่เธอกลับตอบตกลงตามที่เทรนเนอร์กล้ามโตขอร้อง

    “ก็ได้ อย่าให้ฉันเห็นอีกก็แล้วกัน”

    “อ้าวเฮ้ย! ยอมกันง่ายๆเลยเหรอเจ๊ ผมเป็นฝ่ายเสียหายนะ”

    มัศยาไม่ต่อความยาว คว้าแขนน่านฟ้าออกไปโดยไม่สนเสียงโอดครวญของเขา...กระทั่งแวะร้านอาหารนั่งเผชิญหน้ากัน น่านฟ้าก็ยังงอนไม่เลิก บ่นอุบว่าเจ๊ยอมง่ายๆแบบนั้นไม่นึกถึงใจตนบ้างเลย ตนเกือบจะโดนนายล่ำนั่นปล้ำอยู่แล้ว

    “ก็แค่เกือบ แต่ไม่โดนปล้ำซะหน่อย”

    “แต่ผมขวัญเสียนะ นึกแล้วยังขนลุกอยู่เลย”

    “เอาน่า นิดๆหน่อยๆ ถือว่าคืนความสุขให้เทรนเนอร์ฉันก็แล้วกัน แต่ที่ฉันไม่อยากให้เป็นเรื่องเพราะฉันเองก็ห่วงชื่อเสียงคุณด้วย เกิดมันเป็นเรื่องเป็นราวฉาวโฉ่ขึ้นมาคุณไม่อายรึไง”

    “เออๆๆ ครั้งนี้ผมเชื่อเจ๊ก็ได้ แต่คราวหน้าเจ๊อย่ายอมให้ใครมาทำแบบนี้กับผมอีกนะ ไม่งั้นผมโกรธจริงๆด้วย”

    มัศยาอมยิ้ม นึกถึงตอนน่านฟ้าจะโดนผู้ชายจูบแล้วหลุดขำออกมา น่านฟ้าเลยยิ่งงอนหน้าง้ำ

    “นี่ไม่ใช่เรื่องน่าขำเลยนะ ผมน่านฟ้าหนุ่มฮอตสุดหล่อ ควงสาวไม่ซ้ำหน้า แต่เกือบเสียท่าให้เทรนเนอร์กล้ามยักษ์ของเจ๊น่ะ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น”

    “งั้นคุณจะให้ฉันชดใช้คุณยังไงถึงจะพอใจ”

    เขาสบตาเธอแล้วทำซึ้ง “ต่อไปห้ามเจ๊หลบหน้าผมอีกนะ เจ๊หายไปผมก็ไม่สบายใจ ทุกทีเคยมีเจ๊อยู่ข้างๆตลอด พอเจ๊ทำตัวออกห่าง ผมรู้สึกไม่ดีเลย เจ๊สำคัญกับผมมากนะ”

    มัศยาอึ้งไปด้วยความหวั่นไหว น่านฟ้ารุกคืบกุมมือเธอและรำพันต่อไปเหมือนจะสารภาพรัก...ถ้าเสียงมือถือไม่ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน มัศยาถึงกับเซ็งไปเลย เหมือนถูกดึงกลับสู่โลกความจริง และที่น่าโมโหก็คือแอนนากิ๊กเก่าของเขานั่นเองที่โทร.มา

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 12:35 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์