ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงบาป

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ขุนไวอดถามรำพึงให้แน่ใจไม่ได้ว่า ไม่ต้องการขุนพิทักษ์แล้วแน่หรือ หญิงสาวแสร้งทำน้อยใจตัดพ้อ ในสายตาเขา ตนคงเป็นหญิงเลวทรามมากถึงได้ไม่เชื่อใจกัน มีแต่ความตายเท่านั้นที่จะพรากเราสองคนได้ ชายหนุ่มใจอ่อน ยอมคืนหุ่นรูปลอยให้

จวงตามรำพึงเข้ามาในห้องนอน ชื่นชมความปราด เปรื่องที่แต่งเรื่องจนขุนไวเชื่อและคืนหุ่นให้ หญิงสาวลุกพรวดจะเอาเรื่อง แต่แล้วเกิดวิงเวียนคลื่นไส้ เซจะล้ม จวงรีบประคองให้นั่ง

“ก็น่าจะเวียนหัวอยู่หรอกเจ้าค่ะ ว่าแต่คุณรำพึงโกหกท่านขุนไวไว้ชุดใหญ่ คุณรำพึงจะจัดการยังไงต่อเจ้าคะ”

“เรื่อง นั้นเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้ข้ารู้เพียงอย่างเดียวว่า ข้าจะต้องทำให้คุณพี่พิทักษ์กลับมาเป็นของข้าเหมือนเดิมให้ได้” รำพึงมองหุ่นรูปลอยด้วยดวงตามุ่งมั่น

จากนั้น รำพึงกับจวงเอาหุ่นรูปลอยมาฝังกลางป่าช้า ท่ามกลางเสียงหมาหอนบรรยากาศน่าสะพรึงกลัว ก่อนที่จะกลบดิน รำพึงหยดเลือดแมวดำที่หมอไสยให้มาลงไปบนหุ่น บริกรรมคาถา...ใจเป็นของกู ตัวเป็นของกู เสพสมกายกู เสน่หาเพียงกู...ทำให้ขุนพิทักษ์ซึ่งนอนอยู่กับชุ่มเกิดอาการกระสับกระส่าย เหงื่อผุดเต็มหน้า พลันแหวนพิรอดที่นิ้วมีแสงทองแผ่ไปทั่วร่าง คิ้วที่ขมวดกันค่อยๆคลายออก สีหน้าเขาดูผ่อนคลายลง

ขณะเดียวกัน คุณหญิงมณีกำลังสวดมนต์ในห้องพระ ให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองลูกชาย ไม่ทันขาดคำ ลมพัดวูบมาเปลวเทียนดับพึ่บ คุณหญิงรู้สึกไม่สบายใจ ลางสังหรณ์ไม่ดี

รำพึง ยังคงบริกรรมคาถา ฟ้าผ่าเปรี้ยง ลมกระโชกแรง เกิดเงาดำรูปร่างคนมากมายพุ่งขึ้นจากพื้นดิน มาลงที่หุ่นรูปลอย ทำให้เลือดสีแดงกลายเป็นสีดำในทันที...รำพึงแสยะยิ้ม

ร่างขุนพิทักษ์ที่ มีแสงทองจากแหวนพิรอดแผ่ทั่วร่าง เกิดเงาดำก่อตัวหนาจนกลบแสงสีทองมิด เขารู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นอีกครั้ง ภาพรำพึงปรากฏขึ้นในหัว เสียงบริกรรมคาถาของหญิงสาวดังก้องหู ชายหนุ่มเหงื่อแตกพลั่ก มือกำผ้าห่มแน่นจากอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในร่างกาย

วันรุ่งขึ้น ขุนพิทักษ์ตื่นมาด้วยความเหนื่อยหอบ ลุกพรวดขึ้นเรียกหารำพึง ชุ่มตกใจเขย่าชายหนุ่มให้รู้สึกตัว กลับโดนเขาบีบแขนตวาดถามว่ารำพึงอยู่ไหน

“อยู่เรือนท่านพระยาเทวราชเจ้าค่ะ”

ขุน พิทักษ์จ้องหน้าชุ่ม ภาพรำพึงบีบนํ้าตารำพัน ว่าทนไม่ได้ที่เขายกย่องเมียทาสขึ้นมาเสมอตน เธอจะกลับไปอยู่เรือนเจ้าคุณพ่อ...ชายหนุ่มกราดเกรี้ยวขึ้น ไล่ชุ่มออกไปจากเรือน ตนจะไปตามรำพึงกลับมา ชุ่มตกตะลึง โถมกอดถามเขาเป็นอะไร ขุนพิทักษ์ผลักเธอออกอย่างแรง คุณหญิงมณีกับแจ่มเปิดประตูห้องเข้ามา แจ่มเข้าประคองชุ่มด้วยความเป็นห่วง

“พ่อพิทักษ์ทำไมทำกับชุ่มแบบนี้ คนกำลังท้องกำลังไส้ เดี๋ยวก็แท้งหรอก”

“ลูก ไม่สน ให้มันตายไปทั้งแม่ทั้งลูกได้ยิ่งดี ลูกจะไปรับน้องรำพึงกลับ คุณแม่เอานังชุ่มออกไปจากเรือนนี้ด้วย ลูกไม่ต้องการให้น้องรำพึงกลับมาเห็นหน้ามัน” ขุนพิทักษ์เดินกระแทกเท้าออกไป ทั้งสามคนงงกับการเปลี่ยนแปลงของชายหนุ่ม เหมือนโดนผีสิงอย่างไรอย่างนั้น

ooooooo

ในขณะที่รำพึงนอนอย่างสบาย อารมณ์ จวงข้องใจทำไมยังไม่กลับเรือน นายสาวบอกว่ารอคนมารับ ขาดคำ เสียงขุนพิทักษ์ก็ดังขึ้น “น้องรำพึง...น้องรำพึง...”

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง เรื่องแบบนี้ไม่มีใครฉลาดเกินทูนหัวของบ่าวเลยเจ้าค่ะ”

จวงทำท่าจะร้องเรียก รำพึงรีบปิดปาก “อย่าสาระแนนังจวง ถึงคุณไสยจะทำให้คุณพี่หลงใหล แต่มารยาหญิงจะทำให้ข้าได้ในสิ่งที่ข้าต้องการ”

จวง รับรู้ถึงแผนเด็ดของนายสาว รีบออกมารายงานขุนพิทักษ์ ว่านายสาวของตนไม่ยอมออกจากห้องตั้งแต่เมื่อวาน ชายหนุ่มร้อนรนถึงกับพังประตูเข้าไปหา เห็นรำพึงกำลังจะผูกคอตาย เขาเข้ายื้อ อุ้มเธอลงจากเก้าอี้มากอดแนบแน่น

“ใครทำอะไรให้น้องเสียใจ บอกพี่ พี่จะไปฆ่ามัน”

“ไม่มีใครทำอะไร น้องผิดเอง ผิดที่รักคุณพี่ ทั้งๆ ที่คุณพี่ไม่เคยรักน้องเลย” รำพึงร่ำไห้

จวง รีบใส่ไคล้ทันทีว่าเพราะเขารักชุ่มและยกขึ้นมาเสมอนายของตน ชายหนุ่มปฏิเสธทันควันไม่มีวัน รำพึงค่อนขอดแม้ว่าชุ่มจะตั้งท้องหรือ เขาพยักหน้ารับ เธอให้เขาพิสูจน์...

คุณหญิงมณีหนักใจ ทำไมลูกชายเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ ชุ่มแปลกใจท่านขุนใส่แหวนพิรอดอยู่ ไม่น่าจะมีอำนาจใดๆ มาครอบงำเขาได้ คุณหญิงให้รอดูถ้าขุนพิทักษ์โดนทำของจริงเดี๋ยวก็รู้  ขาดคำ ชายหนุ่มประคองรำพึงขึ้นเรือนมา ท่าทางหญิงสาวคลื่นไส้วิงเวียน พอเขาเห็นชุ่มยังอยู่ก็ตวาดถามทำไมยังไม่ไป คุณหญิงมณีออกรับว่าตนเป็นคนให้อยู่เพราะไม่อยากให้ไปทำงานหนัก

“คุณแม่จะห่วงมันทำไมนักหนา ลูกในท้องมันเป็นลูกใครก็ไม่รู้”

“ท่านขุน! ทำไมท่านพูดแบบนี้” ชุ่มตกใจเสียใจอย่างมาก

“หรือไม่จริง ลับหลังข้า เอ็งก็คงทำอะไรต่ำๆ ได้มากกว่าที่ข้าคิด”

“อย่า ตัดสินว่าชุ่มจะต่ำเพียงเพราะมันเป็นทาส คนที่ชาติตระกูลสูงกว่าชุ่ม แต่ต่ำก็มีถมไป”พอพ้นชายคาเรือนก็อาจจะไปสำส่อนกับคนอื่นก็เป็นได้” คุณหญิงมณีโต้

รำพึงสะอึก หันไปอ้อนขุนพิทักษ์อย่าทำให้คุณแม่ลำบากใจ ตนยินดีให้ชุ่มอยู่บนเรือน แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอม ชุ่มน้ำตาร่วงยกมือไหว้คุณหญิงขอไปอยู่เรือนทาส คุณหญิงมณีจึงให้ไปอยู่เรือนท้ายสวนจะสะดวกสบายกว่า ขุนพิทักษ์ประคองรำพึงจะเข้าห้อง คุณหญิงแกล้งเปรย

“หนูรำพึงนี่เก่งนะ ทำให้ผัวรักผัวหลงได้มากขนาดนี้”

“ผัวรักเมียมันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือคะคุณแม่”

“ก็ดีอยู่หรอก ถ้าความรักมันเกิดจากความเต็มใจ ไม่ใช่บังคับใจด้วยวิธีใดก็แล้วแต่”

รำพึง อึ้ง ขุนพิทักษ์ข้องใจ คุณหญิงว่า ตนบอกอะไรไปตอนนี้ก็คงไม่เชื่อ รำพึงหน้านิ่วไม่พอใจ...จวงกระซิบถามเมื่อเข้ามาในห้อง หรือคุณหญิงรู้เรื่องขุนไวและเรื่องทำของ รำพึงตบกะโหลกให้เงียบ เย็บปากให้สนิท เกรงจะเสียเปรียบถ้าใครมาได้ยิน

คุณหญิงมณีพาชุ่มมาอยู่เรือนท้ายสวน กำชับให้ดูแลตัวเองกับลูกในท้องให้ดีไม่ต้องห่วงเรื่องขุนพิทักษ์...

ระหว่าง นั้น ขุนพิทักษ์เปิดสำรับอาหารที่ยกมาเอาใจรำพึง กลิ่นอาหารทำให้เธอพะอืดพะอมวิ่งไปอาเจียน ท่านขุนตกใจสั่งจวงตามหมอมาดูอาการ คุณหญิงมณีขึ้นเรือนมาเห็น

“ไม่ถึงตายหรอกพ่อพิทักษ์ อาการแบบนี้ มันอาการของคนแพ้ท้อง”

ทั้ง ขุนพิทักษ์และจวงดีใจ แต่ตัวรำพึงเองกลับหวั่นใจ สีหน้าเป็นกังวลจนคุณหญิงมณีสังเกตเห็น แจ่มเข้ากระซิบ “ท้องตามกันมาติดๆ นี่มันลูกอิจฉาชัดๆนะเจ้าคะคุณหญิง แต่ก็ดีนะเจ้าคะ คุณหญิงจะได้มีหลานทีเดียวสองคนเลย”

คุณหญิงนึกถึงคำพูดของสมแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ “ข้าก็ขอให้เป็นหลานข้าจริงๆเถอะ”

ส่วนรำพึงกลับเข้าห้อง เดินเป็นหนูติดจั่น ด้วยเครียดเพราะไม่แน่ใจว่าเป็นลูกขุนไวหรือขุนพิทักษ์ แต่ถึงอย่างไรก็ขออย่าให้ขุนไวรู้เรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นมีปัญหาแน่

วันต่อมา ขุนพิทักษ์เข้ากรม เห็นขุนไวทำงานอยู่ก็ไม่พอใจ แขวะกันไปมา ขุนพิทักษ์เกือบจะพูดเรื่องรำพึงตั้งท้อง เผอิญข้าราชการคนหนึ่งเข้ามาขัดจังหวะ ขอรายงานภูมิประเทศทางเมืองฝั่งตะวันตกจากขุนไว ทำให้สองหนุ่มแยกกันไปโดยปริยาย

ooooooo

ขณะที่ชุ่มนั่งลูบท้องเศร้าๆอยู่ริมน้ำ รำพึงกับ จวงเข้ามาหาเรื่อง และบอกให้รู้ว่า ทายาทท่านขุนจะ มีได้เพียงคนเดียวคือลูกในท้องตน ไม่ใช่ลูกทาสอย่างเธอ รำพึงตั้งใจจะถีบชุ่มตกน้ำให้ตายทั้งแม่และลูก โชคดีคุณหญิงมณีเข้ามาขวางไว้ทัน จวงรีบแก้ตัวแทนเจ้านาย

คุณหญิงมณีเอ่ยอย่างเยือกเย็น “ไม่ว่าลูกทาสหรือลูกผู้ดี ก็เป็นหลานย่าเหมือนกัน แม่จะมาบอกให้หนูรำพึงรู้ไว้ว่า ลูกของชุ่มเป็นหลานคนโตที่ย่าต้องรับขวัญเป็นอย่างดี เพราะเป็นเลือดบริสุทธิ์ของวงศ์ตระกูลที่มาจากพ่อจากแม่ ส่วนหลานคนรอง แม่คงต้องดูก่อนว่าเลือดที่ออกมาบริสุทธิ์รึเปล่า ทั้งจากพ่อและจากแม่”

รำพึงแทบคลั่งโต้ว่าพูดแบบนี้ขุนพิทักษ์จะไม่พอใจ คุณหญิงให้เขามาคุยกับตนเอง รำพึงเก็บความเคียดแค้นกลับไป คุณหญิงหน่ายใจโทษเป็นความผิดตัวเองที่บังคับให้ลูกแต่งงาน ชุ่มแย้งเป็นเพราะตนไม่เจียมตัวมากกว่า คุณหญิงรับรองจะหาทางทำให้ลูกกลับมาเป็นคนเดิมให้ได้

ไม่เพียงคิด คุณหญิงมณีชวนแจ่มมาที่กรมทันที เพื่อจะพาขุนพิทักษ์ไปรดน้ำมนต์จากหลวงตามั่น ทีแรกท่านขุนไม่ยอมไป แจ่มหลอกว่ารำพึงรออยู่ที่วัดเขาจึงยอม โชคไม่ดีที่ขุนไวมาแอบได้ยิน จึงหาทางขวางเพราะเชื่อคำรำพึงที่ว่าการทำคุณไสยนี้เพื่อให้ขุนพิทักษ์ตายอย่างทรมาน...ขุนไวมาบอกขุนพิทักษ์ว่าท่านเทศาสั่งให้ตามไปตรวจพื้นที่กับท่าน ขุนพิทักษ์ไม่เชื่อ

ขุนไวยั่วโทสะ “ก็ท่านเทศาเพิ่งสั่งข้ามา หรือลูกพระยาสุรเดชไมตรีผู้ยิ่งใหญ่คิดจะปัดงานบ้านงานเมือง เพียงเพราะต้องการไปทำธุระส่วนตัว”

คุณหญิงมณีติงว่าพูดแบบนี้มันเกินไป ขุนไวโต้ว่าตนพูดตามที่เห็น หรือจะให้ตนไปรายงานท่านเทศาว่าคุณหญิงเห็นดีงามกับการกระทำของลูก ขุนพิทักษ์โกรธที่ลามปามแม่ คุณหญิงเกรงจะเป็นเรื่อง จึงผลัดไว้ไปวันหลัง ขุนไวแอบเป่าปากที่ขวางสำเร็จ

ooooooo

ด้วยความแค้นใจ รำพึงไม่รามือสั่งจวงหายาขับเลือดมาให้ สองคนนายบ่าว บุกมาที่เรือนท้ายสวน จับชุ่มจะกรอกยา ชุ่มดิ้นรนต่อสู้สุดชีวิต วิ่งหนีลงจากเรือน จวงตามไปตะครุบตัว แต่สะดุดขาตัวเองชนรำพึงกลิ้งตกบันไดลงมา ขวดยาหล่นแตกกระจาย ชุ่มฉวยโอกาสวิ่งหนี

รำพึงนอนโอดโอยเลือดไหลตามขา จวงตาเหลือก เข้าประคอง...ผาดเห็นวิ่งมารายงานคุณหญิงมณีว่ารำพึงแท้งลูก คุณหญิงกับแจ่มตกใจรีบไปที่เรือนท้ายสวน...
ขุนพิทักษ์กลับมา พอรู้ว่ารำพึงแท้งลูก จวงใส่ไคล้ว่าชุ่มตั้งใจทำให้รำพึงแท้ง ชายหนุ่มโกรธปรี่ออกมาที่โถงเรือน เห็นชุ่มหน้าฟกช้ำอยู่กับคุณหญิงมณี ก็ไม่สนใจเข้าจับชุ่มเขย่า

“นังชุ่ม เอ็งฆ่าลูกข้า ทำไมเอ็งเลวแบบนี้ เอ็งสมควรตาย”

คุณหญิงเอ็ดลูกชาย อย่าฟังความข้างเดียว แต่ชายหนุ่มหน้ามืดตามัวไม่ฟัง คุณหญิงจึงให้ฆ่าตนก่อนที่จะฆ่าชุ่ม ชายหนุ่มกราดเกรี้ยว ทำไมแม่ต้องปกป้องชุ่มขนาดนี้

“เพราะแม่เชื่อคำพูดของชุ่ม ชีวิตคนไม่ใช่ผักปลานะพ่อพิทักษ์ และที่สำคัญ ในตัวชุ่มมีเลือดเนื้อเชื้อไขของลูกอยู่ ลูกจะฆ่ามันได้ลงคอรึ”

“ก็ได้...ลูกจะปรานีไม่ฆ่ามัน แต่ยังไงมันก็ต้องได้รับโทษ” ขุนพิทักษ์สั่งทาสชายเอาตัวชุ่มไปขัง ให้อดข้าวอดน้ำ

คุณหญิงว่าทำแบบนี้ก็เท่ากับฆ่าลูกในท้อง ชายหนุ่มโต้ตนทำเหมือนกับที่ชุ่มฆ่าลูกในท้องรำพึง พูดจบก็เดินฉุนเฉียวกลับเข้าห้อง แจ่มคลานมาขอร้องคุณหญิงให้ช่วยชุ่ม คุณหญิงมณีถอนใจ ต้องหาทางทำให้ลูกกลับเป็นคนเดิมให้ได้ ในขณะที่ชุ่มนั่งน้ำตาไหลพราก ลูบท้องตัวเองรำพัน ลูกอย่าโกรธพ่อ ที่พ่อทำไปไม่ได้ตั้งใจ ความจริงพ่อรักลูกมาก

วันรุ่งขึ้น จวงถือถาดยาเข้ามาให้รำพึง เห็นนอนคลำท้องทอดสายตาไปนอกหน้าต่าง ก็คลานเข้าจับมือปลอบ อย่าเสียใจไปเลย ขุนพิทักษ์หลงจนหัวปักหัวปําแบบนี้ ไม่นานต้องมีลูกอีกแน่ หญิงสาวตวัดสายตามองก่อนจะบอกว่า ใครว่าตนเสียใจ จวงเหวอ

“ข้าดีใจด้วยซ้ำที่มันตายซะได้ เพราะข้าไม่แน่ใจว่าไอ้เด็กคนนี้เป็นลูกคุณพี่พิทักษ์”

จวงทึ่ง นึกได้รีบเอาจดหมายออกมาส่งให้ บอกว่าคนของขุนไวฝากมา รำพึงเปิดอ่านเป็นจดหมายเตือนจากขุนไวให้ระวังคุณหญิงมณีจะถอนคุณไสยจากขุนพิทักษ์...รำพึงเข่นเขี้ยว ในเมื่อคุณหญิงมณีเลือกจะอยู่ข้างชุ่ม ตนก็จะไม่ไว้หน้าอีกต่อไป

ส่วนคุณหญิงมณีมากราบขอน้ำมนต์จากหลวงตามั่นไปถอนคุณไสยให้ลูกชาย หลวงตาเตือนว่า น้ำมนต์ช่วยล้างทำลายไม่ได้ แต่ถ้าขุนพิทักษ์ประพฤติตนอยู่ในศีล ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ก็คงไม่มีใครทำร้ายได้ คุณหญิงมณีน้ำตาตกยอมรับความจริง

ooooooo

พอขุนพิทักษ์กลับถึงเรือน คุณหญิงมณียกขันน้ำมนต์ขึ้นอธิษฐานแล้วสั่งบ่าวจับขุนพิทักษ์มากรอกน้ำมนต์ให้ดื่มเพราะรู้ว่าถ้าให้ดีๆเขาต้องไม่ยอมแน่ เขาดิ้นรนโวยวาย คุณหญิงจึงราดน้ำมนต์ลงบนหัวเขา น้ำมนต์ไหลเข้าปาก ตาเขาเบิ่งโพลง เกิดลมกระโชกแรง

ขุนพิทักษ์ลงไปนอนดิ้นพล่านร้องโหยหวนจนคุณหญิงต้องเข้าประคองลูก เขาสะบัดเธอกระเด็น แจ่มเข้าประคองคุณหญิง ทั้งสองเห็นเงาดำพุ่งออกจากร่างขุน–พิทักษ์ ตัวเขากระตุกอย่างแรง อาเจียนออกมาเป็นกองเลือดและกระจุกเส้นผมดูน่าขยะแขยง...จวงแอบเห็นรีบไปรายงาน

รำพึงนึกถึงคำหมอไสย...เอาเลือดเดรัจฉานให้ผัวเจ้าได้ลิ้มรสผสมกับกลิ่นกายเจ้า เพียงเท่านี้เขาก็จะเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว...หญิงสาวไปที่หลังเรือน จับแมวดำเชือดอย่างโหดเหี้ยม

สมแอบเอาอาหารมาให้ชุ่มกินในห้องขัง และ บอกเรื่องที่คุณหญิงกำลังทำ ส่วนคุณหญิงดูแลเช็ดตัวให้ ขุนพิทักษ์ที่เรือนท้ายสวนด้วยความยินดีที่ลูกหลุดจาก คุณไสย แม้อีกใจจะรู้สึกผิด

“คุณหญิงอย่าโทษตัวเองเลยเจ้าค่ะ ตอนนั้นคุณรำพึงยังไม่แสดงธาตุแท้ออกมา บอกไปใครจะเชื่อว่าคุณรำพึงจะร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้” แจ่มปลอบ

ทันใดนั้น เสียงกรี๊ดของจวงดังมาจากหน้าเรือนใหญ่ ทั้งคุณหญิงและแจ่มวิ่งมาดู จวงบอกว่าเห็นงูเห่าตัวใหญ่ที่พุ่มไม้ แจ่มจึงตามบ่าวมาช่วยกันจับ จวงแอบยิ้มมุมปาก

ขณะเดียวกัน รำพึงย่องเข้ามาหาขุนพิทักษ์เอาเลือดแมวดำกรอกปากเขาแล้วบริกรรมคาถา จากที่ชาย หนุ่มเพ้อเรียกหาชุ่มก็นิ่งสงบลง...ด้านคุณหญิงมณี ไม่เห็นงูสักตัว ก็เริ่มเอะใจรีบกลับมาที่เรือนท้ายสวน เห็นลูกชายนอนหลับไม่มีอะไรผิดปกติ แต่สังหรณ์ใจบางอย่าง

ไม่กี่อึดใจ ขุนพิทักษ์ตื่นขึ้นมา มีอาการปวดหัวอย่างหนัก โวยวายว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ต่อว่าคุณหญิงเอาอะไรให้ตนกิน คุณหญิงบอกลูกชายว่า

“น้ำมนต์หลวงพ่อจะทำให้สิ่งชั่วร้ายออกจากตัวลูก”

“หรือจะทำให้คุณพี่ตายกันแน่คะคุณแม่” รำพึงก้าวเข้ามาสีหน้ายิ้มเยาะ

ชายหนุ่มได้ยินเสียงรำพึงก็โผหา บ่นว่าตนปวดหัวมาก คุณหญิงมณีโต้ว่าน้ำมนต์ไม่ทำให้ใครตาย ถ้าจะตายก็น่าจะเป็นเพราะของอย่างอื่น รำพึงจิกตาใส่คุณหญิงอย่างไม่เกรงกลัว

“คุณพี่ดูคุณแม่สิคะ เชื่อเรื่องไม่เป็นเรื่อง”

“คุณแม่อย่าทำแบบนี้อีกนะขอรับ ไม่ต้องเอา น้ำมนต์บ้าบออะไรมาให้ลูกกินอีก”

จวงหัวเราะคิก รำพึงประคองขุนพิทักษ์กลับเรือนใหญ่ คุณหญิงมณีเสียใจที่เสียรู้รำพึงจนได้...คุณหญิงรีบมาปรึกษาหลวงตามั่น หลวงตาพูดเป็นนัยๆว่า

“ตอนนี้ตัวกับใจท่านขุนแยกกันอยู่ ต้องหาใจเขาให้เจอแล้วสติจะเกิด พ่อแม่เป็นผู้สร้างกาย ปู่ย่าตายายเป็นผู้สร้างจิตวิญญาณ บรรพบุรุษจะเป็นผู้ชี้ทางและจะคอยปกป้องคุ้มภัย”

คุณหญิงครุ่นคิด ต้องแก้ปริศนานี้ให้ได้...ในคืนนั้น รำพึงให้จวงเอาเลือดแมวดำไปเทที่หลุมฝังหุ่นรูปลอย ตนจะบริกรรมคาถาที่เรือน แจ่มเห็นจวงลับๆล่อๆ จึงสะกดรอยตาม จวงรู้ตัวเสียก่อน กลับมารายงาน รำพึงเข่นเขี้ยว เมื่อยุ่งเรื่องของตนมากเกินไป เห็นทีจะปล่อยไว้ไม่ได้

ooooooo

คืนเดียวกัน ชุ่มฝันว่าขุนพิทักษ์ถูกจองจำด้วยโซ่ตรวนปวดหัวร้องครวญคราง เธอพยายามพังกรงขังออกไปช่วย แต่มีควันดำบดบังร่างเขาอยู่ เสียงบริกรรมคาถาของรำพึงดังก้อง ชุ่มเอื้อมสุดแขนจับมือท่านขุน ได้เพียงกริชในมือเขาติดมา

ooooooo

รำพึงปรากฏตัวขึ้น โถมเข้าบีบคอ ชุ่มดิ้นรนแทบขาดใจ ตัดสินใจใช้กริชในมือแทงเข้าที่หัวใจรำพึง หญิงสาวร้องโหยหวน ชุ่มสะดุ้งตื่น...ขณะเดียวกัน ในห้องขุนพิทักษ์กล่องใส่กริชหล่นตูมลงมา ชายหนุ่มสะดุ้งตื่น คำสั่งเสียของพ่อและคำสัญญาดังก้องในหัว เขาลุกไปเก็บกริช ทันทีที่จับกริชก็เกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง

รำพึงตกใจตื่นขึ้นมาเห็นอาการเขา เกิดสงสัยว่าเป็นเพราะกริช จึงรีบดึงมาเก็บเข้าที่ให้

วันรุ่งขึ้น ชุ่มเล่าความฝันให้คุณหญิงมณีกับแจ่มฟังตอนที่แวะมาหา คุณหญิงนึกถึงคำปริศนาของหลวงตามั่น คงหมายถึงกริช จึงรีบไปปรึกษาท่าน หลวงตาให้คำเตือนอีกว่า

“เมื่อเห็นทางดับทุกข์ ก็ต้องหาเหตุแห่งทุกข์ให้เจอ เมื่อหาของดีของสะอาดได้แล้ว ก็ต้องหาของชั่วของต่ำให้เจอ เมื่อเราได้รู้แจ้งถึงของสองสิ่งนี้ ไฟกิเลสจึงจะดับลงได้”

คุณหญิงมณีรับคำ สมซึ่งนั่งปรนนิบัติหลวงตาอยู่ อาสาช่วยอีกแรง...คุณหญิงมณีกับแจ่มกลับมาถึงเรือน เข้าไปหากริชในห้องขุนพิทักษ์ กลับพบแต่กล่องเปล่า ไม่ทันไร รำพึงควงแขนขุนพิทักษ์เข้ามา ถามเยาะๆว่าหาอะไร คุณหญิงแก้ตัวว่ามาตรวจความเรียบร้อยเท่านั้น

“รำพึงกลัวแต่ว่าคุณแม่จะมาตรวจหาของชั่วของต่ำที่คุณแม่เชื่อว่ารำพึงทำใส่คุณพี่มากกว่ากระมังคะ แบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับรำพึงเลยนะคะคุณพี่ ความเชื่อของคุณแม่จะทำให้รำพึงเป็นจำเลยในสายตาคุณพี่อีกแล้ว”

“ถ้าแม่รำพึงไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับของโสมมพวกนั้นแล้วจะกลัวไปทำไม”

รำพึงหันไปสำออยกับขุนพิทักษ์ เขาจึงเสียงขุ่นใส่แม่ให้จบเรื่องพวกนี้ เลิกทำลายชีวิตตนกับรำพึงเสียที เพราะเธอคือหญิงที่แม่เลือกให้ตนเอง คุณหญิงน้ำตารื้น ออกมานั่งเสียใจ

รำพึงตามมาเยาะ “ที่รำพึงมานี่เพราะจะบอกให้คุณแม่ทราบว่า รำพึงรักและไม่เคยคิดจะทำร้ายคุณพี่ คุณแม่อย่าเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาใส่หัวคุณพี่อีกเลย”

คุณหญิงยืนประจันหน้า “วันหนึ่งต้องปรากฏและข้าจะทำให้ลูกข้าได้เห็นว่าใครมันทำอุบาทว์อะไรไว้กับลูกข้าบ้าง”

“ขอให้มีวันนั้นเถอะค่ะ...คุณแม่” รำพึงเดินกลับไปอย่างผู้ชนะ

บ่ายวันนั้น รำพึงให้จวงเอากริชห่อผ้าไปฝังในป่าช้า บริเวณเดียวกับที่ฝังหุ่นรูปลอย สมแอบตามไปจนเห็นทุกอย่าง กลับมารายงานคุณหญิงมณี แจ่มอาสาจะไปขุดเอาคืนมากับสม แต่คุณหญิงมณีเห็นว่า แจ่มน่าจะอยู่รับหน้ารำพึง ตนจะไปกับสม ชุ่มแย้งขอตนไปเอง แต่คุณหญิงกลับบอกให้ชุ่มสวดมนต์ช่วยขุนพิทักษ์ให้พ้นจากอันตรายทั้งปวงดีกว่า

ooooooo

รำพึงคาดการณ์ไว้แล้ว มาหาขุนไว พยายามโน้มน้าวให้เขาจัดการฆ่าคุณหญิงมณีเสียเพื่อจะได้ไม่มีใครมาทำลายแผนการอีก โดยใส่ไคล้ว่า คุณหญิงฆ่าลูกในท้องซึ่งเป็นลูกของเขา  ขุนไวโกรธแค้นมาก สาบานจะทำลายชีวิตทุกคนที่ทำให้ลูกตนต้องตาย รำพึงยิ้มสมใจ

ขุนพิทักษ์กลับมาเห็นสมพูดคุยกับชุ่มก็เข้ามาด่าทอไล่ให้ออกไปจากเรือน ชุ่มขอร้องสมให้รีบเตรียมตัวไปกับคุณหญิงมณี อย่าเสียเวลามีเรื่องกับท่านขุน สมจึงยอมรามือ

คืนนี้จันทร์ข้างแรม ฟ้าจึงมืดดูน่ากลัว แต่คุณหญิงมณีดูมุ่งมั่นจะไปขุดหาของเพื่อทำลายคุณไสย จวงซึ่งรับคำสั่งรำพึงให้จับตาดูไว้ ก็ยิ้มย่องที่เจ้านายคาดการณ์ไม่ผิด

“ท่านขุนไวรับทราบทุกอย่างแล้วเจ้าค่ะ ท่านขุนไวฝากบอกว่า พอฟ้าสางจะส่งข่าวคุณรำพึงที่เรือนท้ายสวนเจ้าค่ะ”

รำพึงยิ้มอย่างพอใจ “ไม่นึกเลยว่า แผนล่อให้นังคุณหญิงไปตาย มันจะง่ายขนาดนี้”

แจ่มเดินผ่านมาได้ยิน เอะใจแอบฟัง เสียงรำพึงเอ็ดจวงที่ถามว่าแผนอะไร

“เอ็งนี่โง่จนหยดสุดท้ายจริงๆเลย ที่ข้าให้เอ็งไปฝังกริชกลางวันแสกๆเพราะข้ารู้ว่านังคุณหญิงมันจับตาดูเราอยู่ และสมุนของมันจะมีใคร นอกจากนังแจ่มกับไอ้สม มันสักคนต้องคาบข่าวเอามาบอกกันแน่ๆว่าเอ็งไปทำอะไรที่ป่าช้านั่น สุดท้ายพวกมันก็จะติดกับข้า อยากรนหาที่ตายนัก ข้าก็จะให้พวกมันตายสมใจ”

จวงตกใจที่เล่นถึงตาย แต่ก็กลัวว่าคุณหญิงจะ หาของเจอก่อน รำพึงแหวใส่ กว่าจะหากริชเจอ ก็ต้องตายด้วยน้ำมือขุนไวเสียก่อน แจ่มได้ยินตาเหลือกเป็นห่วงคุณหญิงจะรีบไปเตือนเกิดสะดุดขาตัวเองล้ม ถูกจับได้เอาตัวมาขังรวมกับชุ่ม สองคนกอดกันร้องไห้เป็นห่วงคุณหญิง

ด้านคุณหญิงมณีกับสม มาถึงกลางป่าช้า สมขุดจนเจอกริชแต่ขุดหาของที่ทำคุณไสยไม่เจอเหมือนมีอะไรบังตา คุณหญิงนึกได้ พนมมืออธิษฐานขอให้บรรพบุรุษชี้ทาง

“ด้วยอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและจิตวิญญาณบรรพบุรุษ โปรดช่วยชี้ทางให้ลูกรู้ด้วยเถิดเจ้าค่ะ ว่าของคุณไสยที่มันทำร้ายพ่อพิทักษ์อยู่ที่ใด ลูกขอเอาบุญทั้งหมดที่ลูกมี แลกกับชีวิตลูกชายของลูก” ขาดคำก็เกิดฟ้าร้องครืน ฟ้าแลบผ่าเปรี้ยงลงมาที่พื้นดิน คุณหญิงมณีดีใจให้สมขุดตรงจุดนั้น ทันใดก็เห็นห่อผ้าหุ่นรานีกำหนัด

สองคน คุณหญิงมณีกับสมถือห่อผ้าคนละห่อเดินมาตามทาง ฟ้าเริ่มสาง ขุนไวเข้าขวางสีหน้าโหดเหี้ยม คุณหญิงมณีตกใจขอให้หลีกทาง ขุนไวโต้

“เวลาที่เมียข้าร้องขอชีวิตลูกข้า ท่านยังไม่เห็นยกให้ แล้วทำไมข้าต้องทำตามคำขอของท่าน” คุณหญิงมณีย้อนถามถ้าเมียของเขาหมายถึงรำพึง คงฟังมาผิด “ถ้าจะผิดก็ผิดที่ตัวท่านและไอ้ลูกชั่วของท่านที่ทำลายชีวิตของข้า ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำชีวิตข้าอีกต่อไป”

สมเข้าปกป้องคุณหญิง แต่คุณหญิงกลับกระซิบสั่ง ให้เขาเอาห่อผ้าทั้งหมดไปให้หลวงพ่อ สมร้องขึ้นว่าให้คุณหญิงหนีไปตนจะกันขุนไวไว้ ว่าแล้วก็ถีบขุนไวล้มลง คุณหญิงกำห่อผ้าวิ่งหนี ขุนไวจัดการสมล้มฟุบลงได้ไม่ยาก แล้ววิ่งตามคุณหญิงไป

ขุนพิทักษ์ซึ่งนอนหลับอยู่ มีอาการเพ้อเรียกหาแม่...ในขณะที่คุณหญิงมณีวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงมาริมหน้าผา สะดุดล้ม สร้อยคอเกี่ยวกิ่งไม้ขาด ห่อผ้าหล่นจากมือ ขุนไวตามมาเตะห่อผ้ากระเด็น ตะคอกถาม รู้สึกอย่างไรเวลาใกล้ตาย คุณหญิงพยายามเตือนให้ขุนไวเชื่อว่าโดนรำพึงปั่นหัว แต่เขาไม่เชื่อ เงื้อดาบย่างสามขุมเข้าหา คุณหญิงถอยหนีจนพลัดตกหน้าผาไป ขุนไวยิ้มสะใจหันมาเก็บห่อผ้า จึงได้รู้ว่าไม่มีทั้งกริชและหุ่นรูปลอย

พอรู้ว่าถูกหลอก ขุนไวกลับมาตรงที่สมสลบอยู่แต่ไม่พบ เขาเคียดแค้นมาก...ขณะที่สมนั่งกอดห่อผ้าร้องไห้ริมหน้าผา “ไอ้สมขอสัญญาว่าจะทำงานที่คุณหญิงสั่งไว้ให้สำเร็จ”

ooooooo

ขุนไวนำสร้อยของคุณหญิงมณีมายื่นให้รำพึงเพื่อแสดงว่าเขาทำงานสำเร็จ พลาดก็แต่สมที่เอาหุ่นรูปลอยกับกริชไปได้ แต่เขาสัญญาว่าจะตามเอากลับคืนมา

รำพึงเอาสร้อยคุณหญิงมณีมาเยาะชุ่มกับแจ่มในห้องขัง ให้รู้ว่าคุณหญิงได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว แจ่มร้องไห้โฮสาปแช่งรำพึง จะประกาศให้ท่านขุนรู้ว่าเธอฆ่าคุณหญิง รำพึงจิกผมแจ่ม

“เอ็งคิดว่าคนอย่างข้าจะปล่อยให้เอ็งได้มีโอกาสไปประจานข้างั้นเหรอ”

รำพึงให้จวงไปเอากระบอกไม้ไผ่ที่มีน้ำผสมยาพิษอยู่มากรอกปากแจ่มทำให้หลอดเสียงในลำคอพัง ไม่อาจพูดได้อีก แจ่มดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด ชุ่มเข้ากอดแจ่มร้องไห้แทบบ้าคลั่ง

จากนั้นรำพึงก็ให้จวงลากแจ่มสภาพปากพองหน้าแดงด้วยพิษยามาหาขุนพิทักษ์ สร้างเรื่องว่า พบแจ่มนอนสลบอยู่ท้ายสวนและสร้อยคุณหญิงมณีตกอยู่ข้างๆ

“ไอ้สมมันคงเอาเรื่องคุณไสยมาหลอกล่อคุณแม่ให้ตายใจแล้วลวงไปฆ่า เพราะมันคงโกรธแค้นที่คุณพี่สั่งขังนังชุ่ม น้องสาวของมัน”

ขุนพิทักษ์นึกถึงวันที่เจอสมเอาข้าวมาให้ชุ่มแล้วเกิดปากเสียงกัน “ไอ้สม ไอ้ชั่ว เอ็งฆ่าแม่ข้า เอ็งก็ต้องชดใช้ ด้วยชีวิตพ่อแม่ของเอ็ง”

รำพึงแอบยิ้มอย่างสมใจ...ไม่นาน ชุ่มถูกลากออกจากห้องขังมาที่ลานโบย เพื่อดูนายอยู่กับนางเย็นถูกโบย

ชุ่มตกใจร้องห้าม อ้อนวอนขุนพิทักษ์อย่าทำร้ายพ่อแม่ตน

“แต่ไอ้สมมันทำชั่วไว้กับคุณแม่ของข้า ข้าก็จะให้มันได้ลิ้มรสความเจ็บปวดที่พ่อมันแม่มัน น้องมันจะได้รับไม่แพ้ที่มันทำกับคุณแม่ของข้า”

“พี่สมไม่ทำแบบนั้นแน่ พี่สมไม่ได้ฆ่าคุณหญิง คนที่ฆ่าคุณหญิงคือคุณรำพึง”

รำพึงทำทีตกใจออดอ้อนขุนพิทักษ์ว่าชุ่มใส่ร้าย ชายหนุ่มหลงจนโงหัวไม่ขึ้น ประกาศภายในเที่ยงตรงพรุ่งนี้ ถ้าสมไม่มามอบตัว ตนจะตัดหัวทั้งสามคนนี่สังเวยวิญญาณแม่ แจ่มดิ้นรนพยายามจะพูดแต่ไม่สำเร็จ

สมกระเสือกกระสนเอาของมามอบให้หลวงตามั่นทำลายคุณไสย ขณะเดียวกัน รำพึงสั่งจวงเฝ้าชุ่มกับพ่อแม่ไว้ ตนจะต้องไปหาหมอไสยเพื่อป้องกันคุณไสยถูกแก้ก่อน...สมได้ยินเด็กวัดคุยกันเรื่องนายอยู่นางเย็นถูกขุนพิทักษ์จับไปเฆี่ยนก็ตกใจ จะไปช่วย หลวงตามั่นเข้ามาปราม

“โทสะไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา เอาไฟไปสู้กับไฟมีแต่จะลุกโหม อย่าวิ่งไปตกหลุมพรางที่เขาวางไว้”

“ถ้าหลุมพรางนั้นมีพ่อแม่ของข้าเป็นเดิมพัน ข้าก็ยินดีจะกระโดดลงไปตายแทน” พูดจบสมก็วิ่งออกไป หลวงตามั่นส่ายหน้า...ไม่มีใครหนีบ่วงกรรมไปได้จริงๆ

รำพึงมาบอกหมอไสยเรื่องกริช หมอไสยคิดว่า กริชนั่นอาจเป็นศูนย์รวมของจิตวิญญาณฝ่ายดีซึ่งอาจตัด สายสิญจน์มัจจุราชขาด มนตราอาถรรพ์ในหุ่นก็จะถูกทำลาย จึงรีบทำพิธีป้องกัน ขณะเดียวกัน หลวงตามั่นก็สวดแก้อาถรรพ์ของหุ่นรูปลอย...ระหว่างนั้นสมบุกมาจะช่วยพ่อแม่กับน้อง ทำให้ขุนพิทักษ์โกรธไม่ฟังคำอธิบายของสม เขาเงื้อดาบฟันนายอยู่กับนางเย็นต่อหน้าต่อตา ชุ่มร้องกรี๊ดเข้ามากอดศพพ่อแม่ ท่านขุนเงื้อดาบจะฟันชุ่ม สมเอาตัวเข้ารับคมดาบ จังหวะนั้นหลวงตามั่นใช้กริชปักลงบนหุ่นรูปลอย หุ่นเกิดไฟลุกไหม้ ทางด้านหมอไสยกระอักเลือดออกมา รำพึงเห็นถึงกับร้องกรี๊ด...

ส่วนชุ่มหันมามองพี่ชายที่โดนฟันเลือดอาบด้วยสีหน้าช็อก สมสั่งให้น้องหนีไปก่อนจะสิ้นใจ แต่ชุ่มกลับร้องไห้มองชายที่รักสุดชีวิต ทรุดลงกับพื้นนอนสิ้นสติไปในเวลาเดียวกัน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 15:34 น.