ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงบาป

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อขุนไวเปิดเผยความจริงว่าเป็นผัวเมียกับรำพึงก่อนที่เธอจะโดนขุนพิทักษ์ย่ำยี หญิงสาวตกใจไม่กล้าสบตาผู้เป็นพ่อ พยายามจะปฏิเสธ ขุนไวรีบออกตัว

“กระผมผิดที่ชิงสุกก่อนห่าม แต่กระผมยืนยันได้ว่า กระผมรักน้องรำพึงด้วยใจจริง และพร้อมจะรับผิดชอบด้วยการแต่งงานให้เร็วที่สุด”

ด้วยคำพูดของขุนไว ทำให้รำพึงถูกพระยาเทวราชเรียกตัวมาคุยลำพังในห้อง เขาเหวี่ยงเธอกระเด็น ตวาดใส่ “นังลูกชั่ว สำส่อน ใฝ่ต่ำ เหมือนนังแม่ของแกไม่มีผิด”

“หยุดด่าแม่ของลูกเสียที...” รำพึงตาวาวโรจน์

“ข้าจะด่า ทำไมข้าจะด่านังผู้หญิงแพศยาคนนั้นไม่ได้ น่าเจ็บใจเหลือเกิน ตายไปแล้วแท้ๆแต่ยังทิ้งความแพศยาไว้ให้ข้าเจ็บปวดหัวใจอีก เจ้ามันได้เลือดชั่วของแม่เจ้ามาจริงๆ”

“คำก็ชั่ว สองคำก็ชั่ว...ถ้าแม่เป็นคนชั่วแล้วท่านพ่อเอาแม่เป็นเมียทำไม” รำพึงขึ้นเสียง

ท่านพระยาตบหน้าเพี๊ยะ “บังอาจเหมือนแม่เจ้าไม่มีผิด...อยากรู้นักใช่ไหม ว่าทำไมข้าไปเอานังแพศยานั่นมาเป็นเมีย ดี...แกจะได้รู้ซะทีว่าแม่เจ้ามันชั่วแค่ไหน”

พระยาเทวราชเล่าความหลังที่เจ็บแค้นสุดๆ เพราะโดนทาสคนหนึ่งที่มักใหญ่ใฝ่สูงไม่เจียมตัว ใช้คุณไสยทำเสน่ห์ใส่จนตนลุ่มหลงหน้ามืดตามัว แถมยังเป่าหูให้ตนเกลียดชังคุณหญิงจนตรอมใจและยกนังทาสชั่วขึ้นเป็นเมียออกหน้า คุณหญิงตรอมใจจนฆ่าตัวตายเพียงเพราะนางไม่สามารถมีทายาทให้แก่ตน แต่แล้ว คนชั่วก็ต้องได้รับกรรม เวทมนต์คุณไสยที่ทำเสื่อมคลายลงในวันเผาศพคุณหญิง

รำพึงหวั่นใจ “คุณพ่อ...คุณพ่อคงไม่ได้...”

“คนชั่วอย่างแม่เจ้า ข้าจะเก็บไว้ทำไม เก็บไว้ให้ผู้คนบ่าวไพร่มันประณามหยามเหยียดข้าอย่างนั้นรึ ข้าจบชีวิตมันด้วยมือของข้าเอง” รำพึงส่ายหน้าน้ำตาร่วง พระยาเทวราชชี้หน้า “เห็นแก่เจ้าที่มีเลือดของข้าอยู่ในตัวครึ่งหนึ่ง อย่าบังอาจสร้างความเสื่อมเสียอับอายให้ข้าเหมือนแม่ของเจ้าอีกคน...ในส่วนของข้า ข้าจะจัดการด้านขุนพิทักษ์ ข้าจะเร่งรัดคุณหญิงมณีให้รับผิดชอบเรื่องนี้ ส่วนเจ้า เจ้าก็จัดการกับขุนไวเอาเอง ในเมื่อเรียนผูกก็ต้องหัดเรียนแก้ เข้าใจมั้ย!”

รำพึงสะดุ้ง แม้จะโกรธแค้นแต่ก็รับคำเสียงอ่อย ท่านพระยาย้ำให้มันเรียบร้อยจริงๆ...หญิงสาวออกมาจากห้องด้วยสีหน้านิ่งขรึม ขุนไวซึ่งรออยู่ข้างนอกกับจวง รี่เข้าซักถาม ว่าโดนท่านพระยาลงโทษอย่างไรบ้าง หญิงสาวยิ้มหวานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เริ่มหว่านเสน่ห์

“ที่น้องหายไปนานก็เพราะคุณพ่อท่านขอคำปรึกษาน้องน่ะค่ะ แต่เอ...จะเรียกว่าคำปรึกษาก็คงไม่ถูก น่าจะเรียกว่า ถามใจน้องมากกว่า”

จวงงงกับท่าทีของนายสาว เพราะคิดว่าน่าจะโดนตบตี ขุนไวเองก็อยากรู้ว่าปรึกษาอะไร

“ก็ถามใจน่ะสิ ถามว่าในใจจริงของน้อง น้องรักใครระหว่างขุนพิทักษ์กับคุณพี่”

“แล้วน้องตอบว่าอย่างไร”

“น้องจะตอบว่าอย่างไรล่ะเจ้าคะ น้องก็ต้องตอบให้ตรงกับใจ ว่าน้องรัก...” รำพึงทำท่าเอียงอาย ทำให้ขุนไวกับจวงลุ้น “ชีวิตนี้ น้องจะไปรักใครได้อีก...นอกจากคุณพี่ของน้อง”

จวงแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ขุนไวแทบช็อก “เมื่อกี้น้องว่ายังไงนะ...น้องรำพึง”

“ว่ายังไง แหม...นี่คุณพี่ไม่ได้ใส่ใจในคำพูดของน้องเลยเหรอคะ” หญิงสาวทำเป็นงอน

ขุนไวละล่ำละลักปลอบ ตนไม่แน่ใจว่าเธอรักตน รำพึงตัดพ้อ ได้ยินแล้วยังมาถาม

“แต่...ครั้งก่อนน้องเพิ่งจะบอกว่า น้องรักไอ้ขุนพิทักษ์ ไม่รักพี่ ไม่มีเยื่อใยต่อพี่สักนิด”

รำพึงแอบเซ็งแต่ต้องออดอ้อนว่าครั้งก่อนก็คือครั้งก่อน ตอนนี้ไม่เหมือนเดิม ขุนไวยังหวั่นว่ามีเรื่องอะไรแอบแฝง ถึงได้เปลี่ยนใจเร็วอย่างนี้ หญิงสาวหาทางออกสุดฤทธิ์ ปล่อยโฮ

“คุณพี่พิทักษ์ทำร้ายจิตใจน้อง คุณพี่ไปหลับนอนกับนังทาสชุ่มที่เรือนทาส”

“ไอ้พิทักษ์! ใฝ่ต่ำ สิ้นคิด”

“น้องไม่สามารถจะรักผู้ชายที่ไร้ศักดิ์ศรีอย่างนั้นได้ ไม่เหมือนคุณพี่ไวซักนิด เทียบกันไม่ได้แม้แต่น้อย”

ขุนไวยิ้มหน้าบาน โอบปลอบรำพึงรับรองจะพาผู้ใหญ่มาสู่ขอโดยเร็ว หญิงสาวสะดุ้งห้ามทันควัน พอเห็นขุนไวมองอย่างสงสัย รีบแก้ตัว โบ้ยว่าพระยาเทวราชยังโกรธ ไม่เหมาะที่จะพูดเรื่องนี้ ขอเวลาตนคุยกันก่อนแล้วจะแจ้งไป รำพึงพยายามโปรยเสน่ห์ให้ขุนไวลุ่มหลง ถึงกับเอ่ยปากยอมทำทุกอย่างที่เธอสั่ง

ooooooo

คุณหญิงมณีตกใจเมื่อรู้จากแจ่มถึงข่าวลือว่าขุนพิทักษ์ปีนเข้าหารำพึง เธอเหลียวมองชุ่มซึ่งนั่งน้ำตาไหลพรากด้วยความสงสาร เรียกเข้ามาใกล้ลูบหัวปลอบโยน

คืนนั้น คุณหญิงมณีรอขุนพิทักษ์กลับเพื่อถามเรื่องข่าวลือ ชายหนุ่มปฏิเสธกรายๆ

“ไม่จริงขอรับ ลูกไม่ได้เข้าหา แต่ว่า...น้องรำพึงเป็นคนทำให้เกิดเรื่องขึ้น”

คุณหญิงสะอื้นที่เป็นเรื่องจริง ขุนพิทักษ์จะเล่าเหตุการณ์ที่เกิด แต่คุณหญิงกลับบอกว่าเป็นลูกผู้ชายเมื่อเกิดเรื่องอย่างนี้ พูดไปใครเขาจะเชื่อ ชายหนุ่มแย้งแต่คุณหญิงตัดบท เมื่อแม่รู้เรื่อง ก็คงจะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่ได้เด็ดขาด

“ไม่นะครับคุณแม่ กระผมไม่ได้รักน้องรำพึง กระผมรักชุ่ม”

คุณหญิงมณีรู้แก่ใจแต่อดหนักอกไม่ได้ เพราะเรื่องต้องไม่จบง่ายๆ ความวุ่นวายจะตามมา ชายหนุ่มรีบถามว่าชุ่มรู้เรื่องหรือยัง คุณหญิงได้แต่ถอนใจ เขาหันมองหน้าแจ่มก็หลบตา เขาจึงวิ่งพรวดพราดลงจากเรือนไปกลางดึกนั่นเอง

เห็นชุ่มนั่งร้องไห้อยู่แถวท่าน้ำ ขุนพิทักษ์วิ่งเข้าไปกอด “อยู่นี่เอง ข้าตามหาเจ้าแทบแย่...นี่เจ้าร้องไห้” ชายหนุ่มเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน “เจ้าจะร้องไห้ทำไมชุ่ม เก็บน้ำตาไว้ร้องไห้ถ้าข้าไม่ได้รักเจ้าดีกว่า ข้ารักเจ้านะชุ่ม”

“ข้าเป็นเพียงนางทาส ข้าไม่อาจเอื้อม” ชุ่มแอบชื่นใจ แต่ไม่วายเจียมตัว

“อาจเอื้อมอะไร ข้าต่างหากที่เป็นคนอุ้มชูเจ้าขึ้นมา ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นใคร เป็นนางทาสหรือว่าเป็นนางฟ้า ข้ารู้แต่ในใจของข้า มีแต่เจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น”

“แต่...คุณรำพึง...”

ท่านขุนเสียงกร้าว ตนไม่มีวันแต่งงานกับรำพึง ชุ่มมองความเด็ดเดี่ยวของเขาอย่างหวั่นๆ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น พระยาเทวราชพารำพึงมาที่เรือนคุณหญิงมณีเพื่อเจรจาเรื่องข่าวลือ ขุนพิทักษ์จะเล่าความเป็นจริง แต่คุณหญิงขัดทุกครั้ง ด้วยไม่อยากให้ลูกถูกตราหน้าว่า ไม่ใช่ลูกผู้ชาย

“ถ้างั้นจะรออะไร จะรอให้ข้าต้องอับอายขายหน้าไปกว่านี้อีกแค่ไหน อย่าลืมว่าถ้าข้าเสื่อมเสีย ใครอีกหลายๆคนก็คงต้องพลอยย่อยยับไร้อนาคตไปด้วย รึคุณหญิงเห็นว่าไม่จริง”

ขุนพิทักษ์ไม่พอใจคำขู่ของท่านพระยา จะโต้เถียง คุณหญิงมณีตัดบทยอมจัดทำทุกอย่างให้ถูกต้องโดยเร็วที่สุด... ชุ่มซึ่งถือถาดแอบฟังอยู่หน้าห้องใจหายวูบทำของในมือ หล่นเพล้ง ทุกคนตกใจหันไปมอง เห็นชุ่มยืนตัวสั่น ขุนพิทักษ์จะลุกไปช่วย รำพึงรั้งเขาไว้เสนอตัวไปเอง

“อย่า...ยุ่ง...” ขุนพิทักษ์เสียงแข็ง

คุณหญิงมณีปรามลูกแล้วหันมาเสียงอ่อนกับรำพึง อย่าลำบากเลย ให้บ่าวทำกัน หญิงสาวแย้งขอไปจัดการเอง เพราะอีกไม่นานตนจะเข้ามาแบ่งเบาภาระในเรือนนี้อยู่แล้ว คุณหญิงพูดไม่ออก รำพึงส่งยิ้มให้ขุนพิทักษ์ก่อนจะลุกไปหาชุ่ม

“โถ...นังชุ่ม อ่อนหัดจริงๆนะเอ็ง” รำพึงทำทีก้มลง ช่วยเก็บแล้วกระซิบใกล้หูชุ่ม “แกกับข้าน่ะ กระดูกมันคนละเบอร์อย่าสะเออะมาเทียบชั้นกับคนอย่างข้า” ว่าแล้วเธอก็ใช้เศษกระเบื้องทิ่มที่มือชุ่มหน้าตาเฉย ชุ่มร้องโอ๊ย... รำพึงขู่ “อย่าร้อง!หุบปากให้สนิท ตั้งแต่วันนี้และตลอดไป ไม่อย่างนั้นมันจะไม่แค่นี้” รำพึงมองมือชุ่มที่เลือดไหลออกมา

แจ่มเข้ามาช่วย “ให้แจ่มจัดการดีกว่าเจ้าค่ะ ว้าย! นังชุ่มเลือดออก”

รำพึงเห็นขุนพิทักษ์ร้อนใจ ก็รีบผละไปเกาะแขนทำเป็นสงสารชุ่มที่ซุ่มซ่ามจนบาดเจ็บ ชายหนุ่มให้แจ่มพาชุ่มไปใส่ยาฝรั่ง แล้วหันมามองหน้ารำพึงอย่างสงสัย หญิงสาวจ้องกลับไม่เกรงกลัว กล่าวเสียงเยือกเย็นว่า ซุ่มซ่ามแบบนี้ ตนคงต้องอบรมวิชาให้อย่างหนัก

แจ่มจูงชุ่มมาที่ห้องยา ปากก็บ่นว่าซุ่มซ่ามจริงๆ ชุ่มหยุดชะงัก ขอตัวกลับไปใส่ยาสมุนไพรของตัวเอง เพราะรู้สึกว่ายาฝรั่งไม่เหมาะกับคนอย่างตน แจ่มถอนใจ

“รู้ว่าอะไรเหมาะอะไรไม่เหมาะกับคนอย่างเราก็ดีแล้วนังชุ่ม ชีวิตเอ็งจะได้ไม่เดือดร้อน”

ชุ่มเข้าใจและเจียมตัวเองอยู่เสมอ แม้จะเสียใจอยู่มาก

ooooooo

รำพึงกลับมาเล่าให้จวงฟังที่ทำกับชุ่มได้สะใจและบอกข่าวดีว่าขุนพิทักษ์จะมาสู่ขอตนในเร็ววัน...ให้ เผอิญที่ข่าวไปเข้าหูขุนไว เขาโกรธมากมุ่งหน้ามาหารำพึงทันที  จวง ตกใจจะรีบรายงานเจ้านายแต่ไม่ทัน  ชายหนุ่มบุกถึงห้องนอน

หญิงสาวกำลังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ต้องตกใจเมื่อขุนไวโผล่พรวดเข้ามา รีบหาทางเอาตัวรอด โผกอดเขาร่ำไห้ “ช่วยน้องด้วย คุณพี่ต้องช่วยน้องนะคะ”

ขุนไวชะงักกลับลำแทบไม่ทัน ใจอ่อนยวบเมื่อรำพึงสะอึกสะอื้นขอความช่วยเหลือ จวงตามเข้ามาเห็นสองคนกอดกันอยู่ก็ตาโพลง ค่อยๆถอยออกไป ขุนไวฟังหญิงสาวแล้วหลงเชื่อ

“ว่าไงนะ!ท่านพระยาบังคับจิตใจน้องรำพึง”

“ค่ะ...น้องเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณพ่อจะทำกับน้องกับคุณพี่ถึงขนาดนี้ ทั้งๆที่น้องเองก็พยายามหว่าน ล้อมทุกวิถีทาง แต่คุณพ่อก็ยังไม่มีคุณพี่อยู่ในสายตาซักนิดเลยจริงๆ” หญิงสาวเสี้ยมให้เกลียดพ่อตัวเอง “น้องไม่เข้าใจจริงๆว่าชาติตระกูลของคนเรามันสำคัญอะไรนักหนา”

ขุนไวโดนจี้ปมด้อย เริ่มคุกรุ่น รำพึงออดอ้อนอย่าโกรธคุณพ่อตน ตนยอมตายเสียดีกว่าถ้าไม่ได้แต่งงานกับเขา ชายหนุ่มร้อนใจขอเจรจากับท่านพระยา หญิงสาวรีบห้ามอ้างขอตนหว่านล้อมเอง ถ้าเห็นว่าท่านอ่อนลงจะ แจ้งให้เขามาเจรจาทันที ท่าทางขุนไวจะไม่ยอม รำพึงจำต้องเล้าโลมทำให้เขาอ่อนลงลืมความร้อนรน หันมาสนใจราคะที่ตนจุดขึ้น เพื่อดึงเกมนี้ออกไป

ด้านขุนพิทักษ์ พยายามจะอธิบายให้คุณหญิงมณีรู้ว่าทุกอย่างรำพึงเป็นคนก่อขึ้น แต่ท่านก็ไม่ฟัง แม้เขาสัญญาจะรับราชการสร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูล ขอเพียงอย่างเดียว ให้ตนได้อยู่กินกับคนที่ตนรัก คุณหญิงอ่อนใจชี้แจง

“อย่างเดียวของเจ้านั่นแหละ ที่จะทำให้เจ้าต้องสูญเสียทุกๆอย่างที่เจ้าพูดมาทั้งหมด ไม่ว่าจะการรับราชการ หรือการสร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูล”

“คุณแม่! คุณแม่หมายความว่า...”

“ใช่ ถึงยังไง ผู้หญิงที่เจ้าจะต้องแต่งงานด้วยก็คือหนูรำพึง...ผลแห่งการทำอะไรไม่คิดให้ถี่ถ้วนก่อน ในที่สุดก็ต้องมาเดือดร้อนภายหลังอย่างนี้”

“แต่...ผม...ผมไม่ได้...”

“ลูกผู้ชายนะขุนพิทักษ์ ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย ในเมื่อกล้าทำก็ต้องกล้ารับ หากเราโยนความผิดให้ผู้หญิง แม้มันจะเป็นเรื่องจริงก็เถอะ ผู้คนเขาจะก่นด่าเจ้าลับหลังว่าอย่างไรบ้าง หวังว่าเจ้าคงจะรู้ คาดเดาได้ไม่ยาก...พรุ่งนี้แม่จะไปขอฤกษ์จากพระ เจ้าควรจะไปกับ...”

“ไม่!” ขุนพิทักษ์สวนทันควันแล้วลุกพรวดออกไป คุณหญิงมณีอ่อนใจ หันไปหาแจ่ม

“เรื่องที่ข้าวานให้เจ้าไปคุยกับนังชุ่ม ว่าไง...เรียบร้อยไหม”

แจ่มตอบว่าเรียบร้อย คุณหญิงมณีพยักหน้าเศร้าๆ สงสารชุ่มจับใจ...ด้านขุนพิทักษ์ มาระบายอารมณ์ชกต้นไม้โครมๆ ชุ่มเข้ามาจับมือเขาลูบไล้เบาๆ

“เจ็บไหมเจ้าคะ อย่าทำร้ายตัวเองอีกเลย ถ้าท่านเจ็บ ข้าก็เจ็บด้วย และถ้าท่านมีความสุข ข้าก็มีความสุขด้วยเหมือนกัน” ชายหนุ่มไม่เข้าใจ ชุ่มกล่าวหนักแน่น “แต่งงานกับคุณรำพึงเถอะ”

“ชุ่ม! เจ้าพูดอะไรออกมา นี่เจ้ายังสติดีอยู่รึเปล่า”

ชุ่มว่าเพราะตนสติดี ถึงอยากให้เขาทำในสิ่งที่สมควร ชายหนุ่มหาว่าเธอโดนบังคับให้มาพูด หญิงสาว หลบตา

“ไม่เจ้าค่ะ ข้าอยากให้ท่านกตัญญูกับคุณหญิง อย่าทำให้คุณหญิงต้องไม่สบายใจ ข้าเองก็เหมือนกัน ชีวิตนี้ถ้ามีอะไรที่จะแสดงความกตัญญูต่อคุณหญิงได้ ข้าก็ยินดี”

ขุนพิทักษ์อึ้ง ชุ่มกล้ำกลืนความเจ็บปวด ขอร้องให้เขาแต่งงานกับรำพึง ทาสอย่างตนไม่คู่ควรกับเขา ตนขออยู่รับใช้อย่างเจียมตัว และตนจะยิ่งดีใจ ถ้าได้เห็นเขาเจริญก้าวหน้าเป็นที่นับหน้าถือตาของคนทั่วไป ไม่ใช่มาตกต่ำเพราะมีตนเป็นตัวถ่วงความเจริญ...ขุนพิทักษ์ดึงชุ่มเข้ามากอดแนบแน่น ทั้งรักทั้งสงสาร หญิงสาวน้ำตาหยดกลั้นสะอื้น ย้ำให้เขาแต่งงานไปกับรำพึง

ในขณะที่รำพึงเช็ดถูเนื้อตัวด้วยความรังเกียจสัมผัสจากขุนไว จวงวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าโชคดีเหลือเกินที่ขุนไวกลับไปก่อนพระยาเทวราชมาถึง เส้นยาแดงผ่าแปด รำพึงแว้ดใส่ ไม่อยากได้ยินชื่อขุนไว ทำเอาจวงงงตกลงจะเลือกใคร ผู้เป็นนายตวาดนี่หรือรู้ใจตน เรื่องแค่นี้ยังเดาไม่ได้ จวงชักรู้แกว เลือกขุนพิทักษ์แน่

“ดีมาก ถ้ายังอยากมีเงาหัวก็จงหุบปากไว้นังจวง...สวยเลอเลิศขนาดข้า ให้มันรู้ไปสิว่าจะต้องพ่ายแพ้แก่นังชุ่ม นังทาสชั้นต่ำ”

ooooooo

วันต่อมา คุณหญิงมณีมากราบขอฤกษ์แต่งงานจากหลวงตามั่น ท่านรู้แก่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงบอกไปว่า มีแต่ฤกษ์สะดวก ลำพังฤกษ์ผานาทีอย่างเดียวไม่พอ ขอให้คิดดีปฏิบัติดีด้วย กิจนั้นจึงจะสำเร็จสมความปรารถนา คุณหญิงก้มกราบรับคำจะนำไปปฏิบัติ

รุ่งขึ้น คุณหญิงมณีพาขุนพิทักษ์มาคุยเรื่องงานแต่งงาน ระหว่างที่รำพึงฟังการสนทนาของผู้ใหญ่ เธอสังเกตเห็นชายหนุ่มนั่งนิ่งหน้าเครียด จึงรู้สึกสะใจเมื่อสองแม่ลูกกลับไป รำพึงกราบขอบคุณพ่อที่กรุณาทำให้ฝ่ายชายยอมแต่งงาน

“ข้าจำเป็นต้องรักษาเกียรติยศของข้าไว้ไม่ให้ป่นปี้เป็นครั้งที่สองต่างหาก”

หญิงสาวข่มความน้อยเนื้อต่ำใจ เปลี่ยนมาปรึกษาว่า ถ้าขุนไวรู้คงมาก่อเรื่องเป็นแน่ พระยาเทวราชชักกังวลเพราะรู้ว่าขุนไวเป็นคนเลือดร้อนไม่เบา รำพึงยุแยง เกรงเกียรติยศศักดิ์ศรีของพ่อจะมาป่นปี้ก็คราวนี้ ท่านพระยาโวย

“ไม่ต้องมาทำเป็นห่วง ก็เพราะเจ้านั่นล่ะ ไม่คิดรักศักดิ์ศรี เรื่องราวมันถึงวุ่นวายแบบนี้ เลือดแม่มันแรงจริงๆ” รำพึงเจ็บแค้นแต่ต้องทนเก็บไว้ในใจ ถามว่าจะทำอย่างไร ท่านพระยายืดอก “ข้าคิดไว้แล้ว...ถ้าข้าไม่เฉลียวฉลาด ข้าคงไม่ได้เป็นถึงพระยาเทวราชหรอก”

หญิงสาวเบื่อจะฟังแต่ต้องยิ้มเยินยอ ว่าเจ้าคุณพ่อของตนเก่งหาใครเสมอเหมือน ท่านพระยาเมินหน้าครุ่นคิดถึงแผนการ...รำพึงเลี่ยงหนีเข้าห้อง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคียดแค้นเจ็บใจ

“เก่งนักเหรอ กดขี่แม่ข้า แล้วยังลงมือฆ่าแม่ได้อย่างลงคอ อย่างนี้เขาเรียกว่าเก่งหรือท่านพ่อ...คนเก่งจริงน่ะ เขาไม่ไปไล่ฆ่าใครให้เหนื่อยหรอก เพียงแต่นั่งรอ นอนรอ รอดูไอ้พวกไม่เก่งจริงมันฆ่ากันเอง” หญิงสาวยิ้มอย่างเยือกเย็นสะใจ

หลังจากวันนั้น ขุนไวก็ได้รับคำสั่งไปตรวจราชการนอกเมืองในวันพรุ่ง โดยไม่มีกำหนดกลับ เขารู้สึกว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล จึงบุกมาถามพระยาเทวราชถึงเรือน ว่าทำไมไม่ให้ขุนพิทักษ์ไป กลับถูกโต้ตอบอย่างรุนแรง

“รอให้ข้าตายก่อนนะขุนไว แล้วค่อยเป็นผู้ออกคำสั่ง ถึงเวลานั้น อยากจะให้ใครทำอะไรตามแต่ใจเจ้า ก็เชิญตามสบาย แต่เวลานี้ เจ้าต้องฟังคำสั่งของข้าฝ่ายเดียวเท่านั้น”

ขุนไวอึ้ง สะดุดหูคำพูดของท่านพระยา รำพึงแอบฟังยิ้ม...สมใจ

ooooooo

ข่าวแต่งงานของขุนพิทักษ์ ทำให้บ่าวไพร่นินทากันสนุกปาก หาว่าชุ่มเป็นคางคกตกวอ สมได้ยินไม่พอใจ เอ็ดตะโรใส่แล้วลากชุ่มออกมาให้พ้น ชุ่มซาบซึ้งในความรักของพี่ชาย ปลอบอย่าอารมณ์เสีย ตนทนได้ แต่สมเสียใจที่ไม่มีวาสนาเป็นขุนนางกับเขาบ้าง จะได้ปกป้องน้อง

“พี่สม...คนเราไม่จำเป็นต้องเกิดมาเป็นขุนน้ำขุนนางหรอก ถึงจะมีศักดิ์ศรี เกิดเป็นทาสอย่างเรามันก็มีศักดิ์ศรีได้เหมือนกัน หรือพี่ว่าไม่จริง”

“อืม...ข้าก็ขอให้เอ็งรักศักดิ์ศรีของเอ็งไว้ อย่าปล่อยให้ใครมันย่ำยี...ข้ารู้ว่าเอ็งเจ็บปวดเสียใจ แต่ก็อดทนไว้นะ เจ็บได้ก็หายได้” สองพี่น้องกอดกันอย่างรักและห่วงใยกัน

ขุนพิทักษ์โผล่มา ชุ่มชะงักผละออก สมมองอย่างไม่พอใจ ท่านขุนเอ่ยปากว่ามีเรื่องจะคุยกับชุ่ม สมทรุดนั่งแล้วบอกว่าคุยไป ตนจะรอตรงนี้ ขุนพิทักษ์ไม่พอใจ กระชากชุ่มไปคุยที่อื่น ชี้หน้าห้ามสมตาม สมได้แต่ฮึดฮัดเจ็บใจ...ชายหนุ่มลากชุ่มมาพ้นผู้คน ชุ่มสะบัดมือออก

“เอ็งโกรธอะไรข้าเหรอชุ่ม”

“เปล่าเจ้าค่ะ ข้าจะไปบังอาจโกรธอะไรท่าน” สีหน้าชุ่มมึนตึง

ขุนพิทักษ์กอดชุ่มตัดพ้อ “ข้ารักเอ็งจริงๆนะชุ่ม ข้าควรจะเป็นฝ่ายโกรธเอ็งมากกว่า ที่ผลักไสข้าให้แต่งงานกับน้องรำพึง...ข้าบอกอย่างไม่อาย ข้าแอบสงสัยว่า จริงๆ
แล้วเอ็งไม่รักข้า”

“ไม่จริงนะเจ้าคะ” ชุ่มโพล่งออกไปด้วยความซื่อ

ขุนพิทักษ์ยิ้มที่ยั่วให้ชุ่มยอมรับได้ ชุ่มเขินอายถูกเขากอดแนบแน่น พร่ำบอกไม่ว่าเขาต้องแต่งงานกับผู้หญิงกี่ร้อยกี่พันคน ผู้หญิงที่เขารักคือเธอคนเดียว ชุ่มชื่นใจน้ำตาปริ่ม...

คุณหญิงมณีเวทนาสงสารชุ่มที่ต้องฝืนใจบอกให้คนที่ตัวเองรักไปแต่งงานกับหญิงอื่น แจ่มยกมือไหว้ขอโทษที่หลานสาวไม่เจียมกะลาหัว คุณหญิงถอนใจ

“เอ็งนี่มันจงรักภักดีต่อข้าจริงๆ นังชุ่มหลานเอ็งมันก็คงได้เลือดเอ็งมาสินะ...เลือดใครมันก็อย่างคนนั้นจริงๆ”

ขาดคำ รำพึงก้าวขึ้นเรือนมากราบสวัสดี พร้อมกับวางถาดขนมของฝาก แล้วถามหาขุนพิทักษ์ ทั้งคุณหญิงมณีและแจ่มอึกอักกว่าจะตอบว่า เดินเล่นอยู่ในสวน หญิงสาวหน้าตึงทำทีลากลับ แต่แล้วเร่งรีบตามหาว่าขุนพิทักษ์ไปกกกอดชุ่มอยู่หรือไม่

ขณะที่ขุนพิทักษ์กับชุ่มกำลังหยอกล้อกันอยู่ รำพึงเข้ามาถามเสียงเขียวทำอะไรกันตรงนี้ คนอย่างท่านขุนน่าจะอยู่บนเรือนกับตนหรือคุณหญิง ไม่ใช่อยู่ข้างล่างกับทาสแบบนี้

“พี่มีเรื่องสำคัญจะคุยกับชุ่ม”

“เรื่องสำคัญ! ว่าที่สามีของน้องมีเรื่องสำคัญจะคุยกับหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยา ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเป็นนังทาสชั้นต่ำอีกด้วย”

“แล้วยังไง...นังชุ่มเป็นทาสชั้นต่ำแล้วยังไง”

“จะแล้วยังไง คุณพี่ก็ไม่ควรลดตัวลงมายุ่งกับมัน”

“น้องรำพึงเองก็ควรจะกลับขึ้นไปอยู่บนเรือนโน่นเหมือนกัน จะลงมาทำไมให้ต่ำ” รำพึงตาวาวด้วยความโกรธ ชายหนุ่มตอกย้ำ “พี่ไม่เคยคำนึงเรื่องสูงต่ำ เพราะฉะนั้นพี่จะอยู่ที่ไหนก็ได้ ที่สำคัญ...มันต้องเป็นที่ที่พี่มีความสุข”

“คุณพี่!...นังชุ่ม ข้าจะไปฟ้องคุณป้า”

“ฝากฟ้องคุณแม่ด้วยว่า ข้ารักชุ่ม” ...รำพึงร้องกรี๊ดลั่นด้วยความเจ็บแค้น สั่งจวงกลับ

ชุ่มหวั่นใจจะเป็นเรื่องใหญ่ ตำหนิขุนพิทักษ์ไม่น่าพูดแบบนั้น ชายหนุ่มสวมกอด อ้อนว่าตนพูดความจริง ทำให้หญิงสาวอ่อนใจ

รำพึงแล่นมาฟ้องคุณหญิงมณี ว่าขุนพิทักษ์แอบพลอดรักกับชุ่ม จวงเสริมว่าท่านขุนพูดใส่หน้านายตนว่ารักชุ่ม รำพึงร้องไห้สะอึกสะอื้นหากเรื่องนี้ถึงหูเจ้าคุณพ่อ...คุณหญิงมณีสะอึกไม่พอใจที่เด็กคราวลูกมาขู่ แต่เก็บอาการ

“ป้ารักความยุติธรรม แล้วก็รู้ดีว่าอะไรควรไม่ควร เพราะฉะนั้น ขอให้หนูรำพึงอย่ากังวลเรื่องนี้” รำพึงกรีดกรายกราบขอบพระคุณแต่แอบยิ้มกระหยิ่มใจ

ooooooo

กลางดึก ชุ่มปลุกขุนพิทักษ์ให้กลับไปเรือนใหญ่ เพราะรุ่งขึ้นจะเป็นงานมงคลแล้ว ท่านขุนอิดออดไม่สนใจกลับรวบตัวชุ่มมากอดให้คำมั่น ไม่ว่าตนจะอยู่กับใคร หัวใจของตนอยู่กับเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น หญิงสาวปลื้มข่มความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ในอก

กลับขึ้นเรือน คุณหญิงมณีรอทั้งคืนเพื่อจะขอร้องว่า หากจะพูดอะไรควรนึกถึงจิตใจของรำพึงบ้าง ในเมื่อเธอกำลังจะขึ้นชื่อว่าเป็นเมีย ขุนพิทักษ์รู้ทันทีว่ารำพึงคงมาฟ้องอะไร จึงตอบว่าตนไม่อยากโกหก คุณหญิงถอนใจ จริงอยู่การโกหกไม่ใช่สิ่งดีแต่ความจริงบางอย่างที่พูดไปแล้วทำร้ายใจคนฟัง ก็น่าจะเก็บเอาไว้ในใจ ชายหนุ่มโวยยอมแต่งงานให้แล้วยังวุ่นวายอีก

“ลูกพูดอย่างนั้นมันก็ไม่ถูก ลูกเป็นผู้เริ่มผูกบ่วงนี้ ลูกก็ต้องเป็นผู้แก้ แล้วถ้าแก้ไม่ได้ มันก็จะผูกรัดลูกเรื่อยไป พระท่านถึงว่า ใครทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น”

ขุนพิทักษ์เหนื่อยหน่ายที่จะฟังคำเทศนาของผู้เป็นมารดา สะบัดเสียงใส่ว่า พรุ่งนี้ตนก็ยอมทำสิ่งที่แม่ต้องการแล้วยังต้องมาฟังเทศนาอีกหรือ ว่าแล้วก็เดินปึงปังเข้าห้องไป ทำเอาคุณหญิงกลัดกลุ้มหนักใจ

ooooooo

ขบวนขันหมากของคุณหญิงมณีแห่มาถึงเรือนพระยาเทวราช ขุนพิทักษ์สีหน้าไร้อารมณ์ไม่สมเป็นเจ้าบ่าว ไม่กี่อึดใจ รำพึงในชุดเจ้าสาวงามราวนางฟ้าเดินออกมา แขกที่มาร่วมงานตกตะลึง เธอยิ้มเชิดหวังสะกดขุนพิทักษ์ แต่ผิดคาดเขาเมินหน้าไปทางอื่น รำพึงข่มความน้อยใจ

คุณหญิงมณีสะกิดลูกชายให้ไปจูงเจ้าสาวมาเข้าพิธี ไม่ทันที่ขุนพิทักษ์จะจับมือรำพึง ขุนไวบุกเข้ามาตะเบ็งเสียง “ไอ้พิทักษ์ เอ็งไม่มีสิทธ์ิแตะต้องน้องรำพึง!”

ทุกคนตกตะลึง ขุนไวปรี่เข้าหารำพึง พระยาเทวราชโกรธมากสั่งคนลากตัวออกไปก่อนที่ขุนไวจะพูดอะไรมากกว่านี้ ไม่วายเขายังตะโกนว่าเพราะเหตุนี้ใช่ไหมถึงได้ย้ายตนไปต่างเมือง ท่านพระยากราดเกรี้ยวสั่งโบยก่อนที่จะส่งตัวกลับไป ขุนไวแหกปากลั่นจะกลับมาช่วยรำพึงให้ได้ หญิงสาวหน้าเสียเห็นผู้คนซุบซิบนินทา และเกรงขุนพิทักษ์จะรู้เรื่องอัปยศของตน

พิธีสมรสผ่านไป ถึงเวลาส่งตัวเข้าหอ พระยาเทวราชกล่าวอวยพรเชิงขู่กรายๆให้รักและยกย่องลูกสาวตน มิฉะนั้นจะมีผลถึงหน้าที่การงานของเขา ขุนพิทักษ์ไม่พอใจจึงไม่รับคำใดๆ คุณหญิงมณีกล่าวอวยพรตามสมควรและย้ำให้คู่บ่าวสาวอยู่ในห้องหอตลอดทั้งคืนจนรุ่งเช้า พอทุกคนออกไป รำพึงก็เริ่มต่อว่าเชิงน้อยใจที่ขุนพิทักษ์สีหน้าไม่มีความสุข เขากลับโต้

“พี่ดีใจที่น้องรำพึงรู้ ว่าพี่ไม่มีความสุข...ไหนจะเรื่องไอ้ไวที่จู่ๆมันก็โผล่มา”

รำพึงใจหายแต่กลับลำทันหันมาออดอ้อน ว่าเขาน่าจะดีใจที่เป็นผู้ชนะ ได้แต่งงานกับตน หญิงสาวโถมเข้ากอดลูบไล้ “ถ้าคุณพี่จะโทษว่าเป็นความผิดของน้อง ด้วย น้องก็ยินดีรับโทษ ขอให้คุณพี่ลงโทษน้องให้สาสมแก่ใจเถอะค่ะ”

ขุนพิทักษ์เหมือนจะเคลิ้ม แต่จู่ๆก็ผลักเธอกระเด็นแล้วผลุนผลันจะออกจากห้องหอ รำพึงรีบขวางกอดรั้งไม่ยอมให้ไป ชายหนุ่มเสียงเขียว ตนยอมแต่งให้แล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะต้องอยู่ด้วย ตนรักชุ่มจะไปอยู่กับชุ่ม รำพึงเคียดแค้นอาฆาตเห็นทีจะอยู่ร่วมโลกกับชุ่มไม่ได้

ในขณะที่ชุ่มกำลังกราบหมอนไหว้พระอธิษฐาน เกิดชาติหน้าฉันใด อย่าให้เกิดมาต้อยต่ำ อาภัพไร้วาสนาเหมือนชาตินี้ พลัน ขุนพิทักษ์เข้าสวมกอดบอกเธอ ใครว่าอาภัพ เธอสวยกว่าใครๆในสายตาเขา ชุ่มตกใจไล่ให้เขากลับเข้าห้องหอ ชายหนุ่มไม่ยอม เสียงรำพึงตวาดลั่น

“แต่คุณพี่ต้องกลับ!”

สองคนสะดุ้งหันไปมอง รำพึงยืนหน้าดุดัน มีจวงพ่วงท้าย หญิงสาวขู่จะฟ้องเจ้าคุณพ่อ ขุนพิทักษ์ยิ่งโกรธ บอกให้เลิกข่มขู่ผัว มันไม่งาม รำพึงจึงโต้ว่าเขารู้ตัวว่าตนเป็นเมียแล้วทำแบบนี้ได้อย่างไร จวงเข้าใส่ไคล้ว่าชุ่มต้องเล่นของแน่ๆท่านขุนถึงหลงลืม รำพึงสั่งค้นห้อง เกือบจะเป็นเรื่อง คุณหญิงมณีตามมาปราม สั่งขุนพิทักษ์กลับเข้าห้องหอ ชุ่มส่งสายตาขอร้อง ชายหนุ่มจึงยินยอม แต่ตลอดทั้งคืนเขานอนหันหลังให้กับรำพึง ยิ่งทำให้ความแค้นไปลงที่ชุ่มมากขึ้น

ooooooo

รุ่งเช้า รำพึงพาคนมาจับชุ่ม หมายจะกล้อนผมให้เสียงาม ขุนพิทักษ์มาช่วยทัน ประกาศกร้าวว่า ชุ่มไม่ได้แย่งตนไปจากใคร ตนเต็มใจอยู่กับชุ่ม รำพึงเสียหน้าปึงปังกลับห้อง เข่นเขี้ยวจะเล่นงานชุ่มให้เตลิดออกจากเรือนให้ได้ จวงเข้าสอพลอเสนอให้ใช้ผงม้าเสพนางอีกครั้ง

หายไปจนค่ำมืด กว่าจวงจะหายามาให้ได้ ระหว่างที่รำพึงกำลังชื่นชมสมใจ ขุนไวปีนหน้าต่างเข้ามาหา รำพึงตาเหลือกรีบไปปิดล็อกประตูห้อง ตั้งสติ ทำทีเศร้าเสียใจทุกข์ทรมานเหลือเกินที่โดนบังคับแต่งงาน ขุนไวหลงเชื่อยิ่งเคียดแค้นพระยาเทวราชกับขุนพิทักษ์อย่างมาก

“ไม่ต้องห่วงนะน้องรำพึง พี่จะจัดการทุกคนที่ขัดขวางความรักของเรา”

รำพึงสะดุดหูคำว่าทุกคนจึงกระตุ้น “จริงสิ...คุณพี่ถูกเจ้าคุณพ่อสั่งโบย เจ็บมากไหมคะ”

“เจ็บกายยังพอทนได้ แต่เจ็บใจ...พี่ไม่ยอม”

รำพึงเลียบเคียงถามเขาจะทำอย่างไรต่อไป ขุนไวโพล่งออกมาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกัน หญิงสาวครุ่นคิด ชายหนุ่มโถมเข้ากอดซุกไซ้เพราะเข้าใจว่ารำพึงถูกขุนพิทักษ์ทอดทิ้งไปนอนกกนางทาสไม่กลับมา จึงเล้าโลมด้วยแรงปรารถนา หญิงสาวโอนอ่อนหวังให้เขาลุ่มหลงจนยอมทำทุกอย่างให้...เสร็จสมอารมณ์หมาย รำพึงหยั่งเชิงถามขุนไวจะทำอะไรเพื่อตนบ้าง เขาตอบว่า ฆ่าขุนพิทักษ์เป็นอย่างแรก หญิงสาวตกใจ

“ตอนนี้ไม่ได้นะคะ เพราะถ้าขุนพิทักษ์ตาย น้องจะได้ชื่อว่าเป็นหญิงกินผัว แต่งงานไม่กี่วันผัวก็ต้องมาตาย น้องไม่อยากตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน”

“แล้วน้องจะให้พี่ทนเห็นน้องอยู่กับศัตรูหัวใจของพี่ได้อย่างไร”

รำพึงออดอ้อนว่าต้องทนให้ได้ในเมื่อหัวใจของตนอยู่กับเขาคนเดียว แล้วเปลี่ยนมาถามไถ่เรื่องที่ถูกเจ้าคุณพ่อส่งไปอยู่ต่างเมือง ตนคิดถึงแทบขาดใจ แววตาขุนไวส่อความแค้นรับปากจะมาหาเธอบ่อยๆไม่ปล่อยให้เดียวดาย รำพึงรีบแย้ง ไม่ต้องมา ตนจะเป็นฝ่ายไปหาเขาเอง

“พี่ซ่อนตัวอยู่ชายป่าริมน้ำด้านโรงตีดาบ อย่าให้พี่ต้องรอน้องเก้อก็แล้วกัน ไม่งั้นพี่จะบุกมาชิงตัวน้องถึงเรือนหอ” ขุนไวกอดหอมหญิงสาวส่งท้ายก่อนจะกลับออกไป

รำพึงเช็ดถูแก้มด้วยความขยะแขยง เข่นเขี้ยวเชิญหวังลมๆแล้งๆไปคนเดียว ตนจะเลี้ยงไว้ใช้งาน หมดประโยชน์เมื่อไหร่ ไม่เอาเขาไว้แน่

ooooooo

ในขณะที่ขุนพิทักษ์นอนกอดชุ่มด้วยความรักสุดซึ้ง ชุ่มพยายามบอกให้เขาเห็นใจรำพึงและกลับไปอยู่กับเธอบ้าง เพราะตนเข้าใจหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกัน แต่ชายหนุ่มทำไม่สนใจ ดื้อดึงนอนกอดเธอหลับไปจนรุ่งเช้า ก่อนออกไปยังสั่งให้ชุ่มทำแกงมะรุมไว้ เสร็จงานแล้วจะมากิน

ชุ่มรับคำจะจัดสำรับเย็นขึ้นไปไว้บนเรือน แต่ขุนพิทักษ์แย้งว่าจะมากินที่เรือนนี้กับเธอ จวงแอบได้ยิน

รีบมารายงานรำพึง เป็นโอกาสให้หญิงสาวได้ใช้ผงม้าเสพนาง...ระหว่างที่ชุ่มกำลังทำแกงมะรุมอยู่ในตอนบ่าย รำพึงแกล้งใช้ชุ่มไปซื้อของ กำชับห้ามให้ใครไปแทน ชุ่มไม่อยากมีเรื่องจึงออกไป จากนั้น รำพึงก็เทผงม้าเสพนางลงไปในหม้อแกงจนหมด แล้วให้จวงจัดสำรับไปตั้งรอในห้องของชุ่ม

ขุนพิทักษ์กลับมา ตรงขึ้นเรือนชุ่มทันที เห็นสำรับวางพร้อมแกงมะรุมหอมฉุย ให้ยิ้มปลื้มลงมือชิมก่อนที่ชุ่มจะมา ในขณะที่ชุ่มรีบหาซื้อของตามรายการที่รำพึงสั่ง กว่าจะครบก็เกือบค่ำ ใจเป็นห่วงจะตั้งสำรับไม่ทัน

ชายหนุ่มเอร็ดอร่อยกับรสชาติแกงมะรุม ไม่กี่อึดใจก็รู้สึกร้อนวูบวาบจนต้องถอดเสื้อออก ลงนอนกระสับกระส่ายทุรนทุราย ทันใดรำพึงก้าวเข้ามา ขุนพิทักษ์คิดว่าเป็นชุ่มเมียรัก แต่พอเห็นเป็นรำพึงก็ขัดใจไล่ให้ ออกไป หญิงสาวลูบไล้เย้ายวนจนเขาไม่อาจต้านทานแรงราคะได้ รำพึงปลดสไบของตัวเองออกเผยผิวขาวนวล ไฟราคะยิ่งโหมใส่ ชายหนุ่มหลุดจากสัมปชัญญะทั้งปวง กระชากเธอมาซุกไซ้อย่างหมดแรงต้านทานใดๆ รำพึงยิ้มกับชัยชนะในครั้งนี้

ชุ่มกลับมาถึงรีบตรงไปที่ครัว เห็นหม้อไม่มีแกงเหลืออยู่ก็แปลกใจ จวงหัวเราะเข้ามาบอกว่าตนหวังดีตั้งสำรับให้แล้ว ป่านนี้ท่านขุนคงอร่อยอยู่กับเจ้านายตน ชุ่มทำหน้างง จวงลากชุ่มขึ้นไปบนเรือนทาส เปิดประตูผางเข้าไป เห็นขุนพิทักษ์นอนกกกอดรำพึงในสภาพเปลือย เปล่าทั้งคู่ ชุ่มน้ำตาร่วงเผาะ รำพึงมองด้วยสายตาเยาะหยัน

“ขอบใจมากนะนังชุ่ม ที่เอ็งให้ข้าร่วมหลับนอนกับผัวของข้าในเรือนของเอ็ง” รำพึงยังตอกย้ำให้สำนึกว่า ตนอยากได้อะไรต้องได้ ถ้าเป็นตนจะไสหัวตัวเองออกไป ไม่หน้าด้านอยู่ได้

ชุ่มสะอื้น พลันขุนพิทักษ์ได้สติ เห็นชุ่มร้องไห้และเห็นตัวเองอยู่ในสภาพนี้กับรำพึงก็ตกใจ ชุ่มถามทำไมท่านขุนทำแบบนี้ แล้ววิ่งไป ชายหนุ่มคว้าเสื้อผ้ามาสวมจะตามชุ่มออกไป

รำพึงดึงไว้ “จะไปไหนล่ะคะคุณพี่ เมื่อกี้ยังนอนกอดน้องจนแทบหายใจไม่ออกอยู่เลย”

“เจ้าทำอะไรกับข้า”

“แหม...เรื่องแบบนี้คงไม่ต้องให้น้องบอกหรอกนะคะ”

“ยาชั้นต่ำนั่นอีกแล้วใช่ไหม”

“คุณพี่จะมาโทษน้องได้ยังไง อาหารมื้อนี้ก็ฝีมือนังชุ่มมัน ถ้าจะโทษก็ต้องโทษมันสิคะ มันอาจจะใส่ยา หวังจะให้คุณพี่ติดใจในรสรักของมันก็ได้”

“ชุ่มไม่ทำแน่ ความเลวแบบนี้มีเจ้าเพียงคนเดียวที่ทำได้” ขุนพิทักษ์มองรำพึงอย่างรังเกียจ

ชุ่มมานั่งร้องไห้อยู่ริมน้ำ ขุนพิทักษ์ตามมาอธิบาย ชุ่มยอมรับว่าทนไม่ได้ที่เขานอนกับหญิงอื่นบนเรือนของตน ตนจะขอออกไปอยู่ที่อื่น ชายหนุ่มไม่ยอม ถ้าเธอไปเขาจะไปด้วย ชุ่มค้านด้วยห่วงความรู้สึกคุณหญิงมณี...

ด้านรำพึงกำลังสะใจที่เห็นชุ่มแทบกระอักเลือด ไม่ทันไร จวงเข้ามาตามให้ออกไปดู เป็นเรื่องแล้ว

ขุนพิทักษ์ลากชุ่มขึ้นมาบนเรือนใหญ่ บอกคุณหญิงมณีว่า จะให้ชุ่มขึ้นมาอยู่บนเรือนนี้กับตน ถ้าแม่ไม่ยอม ตนจะออกไปอยู่กันเองกับชุ่ม รำพึงร้องกรี๊ด

“ทำแบบนี้มันหยามกันเกินไปแล้วนะคะคุณพี่ เมียอยู่บนเรือนหัวโด่ แต่กลับเอาทาสขึ้นมากกบนนี้ น้องไม่ยอม”

“ไม่จำเป็นที่ข้าต้องรอคำยินยอมของเจ้า”

รำพึงกราดเกรี้ยวพรั่งพรูคำพูดหยาบคายไม่สมกับเป็นลูกผู้ลากมากดี จนคุณหญิงมณีต้องปรามให้สำรวมกิริยาบ้าง เมื่อรำพึงไม่อ่อนลง คุณหญิงจึงประกาศเสียงกร้าว ว่าอนุญาตให้ชุ่มอยู่บนเรือนได้ แต่ขุนพิทักษ์ต้องแบ่งวันให้เมียทั้งสองอย่างเสมอภาค รำพึงร้องกรี๊ดอีกครั้งอย่างคับแค้นใจ จะฟ้องเจ้าคุณพ่อ ชุ่มหวั่นใจแต่ขุนพิทักษ์กลับคิดว่า คนอย่างรำพึงต้องโดนดัดหลังบ้าง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”
15 มิ.ย 2564

11:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 15:33 น.