ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงบาป

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันรุ่งขึ้น คุณหญิงมณีแปลกใจที่เห็นขุนพิทักษ์แต่งตัวเต็มยศมานั่งทานอาหารเช้า พอรู้ว่าเขาจะไปรับการคัดเลือกเป็นผู้ช่วยกรมก็ปลาบปลื้มดีใจ แต่นี่มันสายแล้วต้องไปรายงานตัวเช้า ขุนพิทักษ์หน้าเหวอ สั่งบ่าวให้เอาม้ามาโดยด่วน

ขณะจะขึ้นหลังม้า ชุ่มยืนยิ้มอวยพรให้เขาเดินทางปลอดภัย...แจ่มเข้ามาดีใจกับคุณหญิงมณีที่ขุนพิทักษ์ยอมไปตามที่คุณหญิงขอร้อง

“อาจไม่ใช่ข้าที่ทำให้พ่อพิทักษ์เปลี่ยนใจ” คุณหญิงมณีมองไปทางชุ่มสีหน้าเครียด...

พระยาเทวราชกับขุนไวกำลังจะเดินออกจากห้อง ขุนพิทักษ์วิ่งเข้ามารายงานตัว ขุนไวยิ้มสมเพช พระยาเทวราชกำราบ ถ้ายังรักษาเวลาไม่ได้ จะรับผิดชอบการงานได้อย่างไร

“เป็นความผิดของกระผมเองขอรับ แต่นั่นไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่ากระผมจะไม่มีความสามารถในการทำงานนะขอรับ”

ขุนไวแกล้งขอให้ให้โอกาส ขุนพิทักษ์ไม่พอใจหาว่าสอพลอ สองหนุ่มจะห้ำหั่นกัน พระยาเทวราชต้องห้าม ให้ให้เกียรติสถานที่ราชการบ้าง อย่าทำตัวเป็นนักเลง ขุนไวรีบกล่าวขอโทษ

“กระผมแค่ต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า กระผมพร้อมทุกด้าน ในการรับตำแหน่งผู้ช่วยกรมครั้งนี้ ไม่ใช่ได้ตำแหน่งเพราะคู่แข่งมารายงานตัวไม่ทันเวลา”

“ถ้าเช่นนั้น ไอ้ไว ข้าขอท้าเอ็ง มาวัดกันซักตั้ง เดิมพันตำแหน่งนี้กัน ถ้าข้าแพ้ เอ็งเอาตำแหน่งไปแล้วข้าจะไปจากที่นี่ไม่กลับมาอีก เอ็งกล้าพอรึเปล่า”

ขุนไวอึ้งเหลียวมองท่านพระยา เห็นท่านนิ่งเฉยจึงรับคำท้า แต่เข้าไปกระซิบ รวมถึงตัวรำพึงด้วย พระยาเทวราชตัดบท

“เอาอย่างนี้ ในงานเลี้ยงต้อนรับเจ้ากรมคนใหม่ ฉันจะจัดงานประลองขึ้นระหว่างท่านทั้งสอง ใครชนะจะได้เป็นผู้ช่วยเจ้ากรมคนใหม่”

ขุนไวเสริมว่าใครแพ้ จะต้องออกไปให้ไกลจากเมืองนี้ และไม่กลับมาอีก สองหนุ่มจ้องหน้าอย่างจะกินเลือดกินเนื้อกัน

ระหว่างที่คุณหญิงมณีรอการกลับมาของลูกชาย รำพึงได้มาช่วยดูแลการจัดงาน เธอถ่อมตัวขอให้คุณหญิงช่วยสอนงานบ้านงานเรือน พอดีเห็นชุ่มกำลังถูเรือน รำพึงสบตากับจวนอย่างมีแผนร้าย แกล้งชมว่าบ่าวบ้านนี้ดูคล่องแคล่ว คุณหญิงมณีส่ายหน้าว่า คนนี้ยังต้องสอนกันอีกมาก จวงรีบเสนอให้นายตนช่วยสอน บ่าวที่บ้านเธอก็ เป็นคนสอนกับมือทุกคน คุณหญิงมณีจึงเรียกชุ่มเข้ามา แล้วบอกว่า

“เอ็งโชคดีแล้วนะ ที่คุณรำพึงเมตตาจะสอนงานให้เอ็ง”

ชุ่มสีหน้าไม่สบายใจ จำต้องไหว้ขอบคุณตามคำสั่งคุณหญิง...ที่เรือนครัวพูดคุยกันถึงเรื่องที่รำพึง

วางท่าเป็นนายหญิง และจะสอนงานชุ่ม พอชุ่มกลับเข้ามา สมรีบเตือนน้องด้วยความเป็นห่วงให้ระวังตัวมากๆ

ผ่องกับผาดมานั่งนินทากันหน้าเรือนครัว ผ่องบอกผาดว่าชุ่มจะได้เลื่อนขั้นเป็นเมียทาส

“เมื่อคืนข้าเห็นกับตาว่าท่านขุนน่ะเดินจูงมือนังชุ่มมาส่งที่เรือนกลางดึก ถ้าไม่มีอะไรกันจะจับมือถือแขนกันขนาดนั้นเหรอวะ”

“คุณรำพึงมีบุญวาสนาเป็นถึงลูกพระยา สุดท้ายก็แพ้นางทาสอย่างนังชุ่ม สะใจว่ะ”

รำพึงเดินมาได้ยินเต็มสองหู เจ็บแค้นสุดขีด สั่งจวงคอยฟังคำสั่ง อย่าทำอะไรเอะอะนอกเหนือคำสั่ง จวงรับคำ

ooooooo

เมื่อขุนพิทักษ์กลับมา ถามหาชุ่มก่อนอื่น แจ่มแปลกใจจะตามไปดูว่าชุ่มก่อเรื่องอะไรอีก คุณหญิงมณีห้ามไว้ ให้แจ่มไปสอบถามที่กรมว่าใครได้ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้ากรม

รำพึงกับจวงวางท่าสั่งบ่าวไพร่ทำงานในครัวตามที่ต้องการ แล้วเรียกชุ่มมารับใช้ ชุ่มเพิ่งล้างจานเสร็จขอไปคว่ำจานก่อน จวงไม่พอใจจะไปกระชากตัว สมหมั่นไส้เตะเข่งไปขวางทางทำให้จวงล้มคว่ำ แล้วอ้างว่าลมพัดแรงเกี่ยวไว้ไม่ทัน รำพึงกำลังจะตัดสินความ ขุนพิทักษ์โผล่มาเรียกหาชุ่ม พอเห็นรำพึงก็ตกใจ หาทางออกทันทีว่า แม่ให้มาเรียกชุ่มไปหา

“คุณป้าให้คุณพี่มาเรียกบ่าวเหรอคะ” รำพึงดักคอ

“ข้างบนไม่มีบ่าวสักคน ไม่รู้หายหัวไปไหนกันหมด”

รำพึงมองอย่างจับผิด ขุนพิทักษ์รีบเปลี่ยนเรื่องชวนหญิงสาวไปเดินเล่น เธอไม่อยากเซ้าซี้จำต้องเดินไปกับเขา จวงมองหน้าสมเชิงฝากไว้ก่อน สมทำไม่รู้ไม่ชี้ให้เจ็บใจ

เดินมาถึงสระบัว รำพึงกรีดน้ำตาอาบแก้ม ขุนพิทักษ์ตกใจรีบถามมีอะไรทำให้ขุ่นเคือง

“จวงบอกน้องว่า บ่าวที่เรือนนี้ต่างพากันพูดให้เซ็งแซ่ว่าน้องเป็นถึงลูกพระยา แต่ด้อยค่ากว่าทาสอย่างนังชุ่ม” ขุนพิทักษ์จะค้าน “ถ้าไม่มีมูล พวกบ่าวมันก็คงไม่ลือหรอกค่ะ มันคงรู้คงเห็นการกระทำของคุณพี่ มันถึงเอามาพูดกันได้”

ขุนพิทักษ์ได้ฟังก็ร้อนตัว “นังคนไหนมันพูด บอกพี่มา พี่จะลงหวายให้หลังมันขาด”

“คุณพี่ทำแบบนั้น น้องก็จะยิ่งตกเป็นขี้ปากบ่าวไพร่ ว่าสิ่งที่พวกบ่าวมันพูดเป็นความจริง เราถึงต้องโกรธต้องลงโทษพวกมัน” รำพึงร่ำไห้ให้ดูน่าสงสาร

ขุนพิทักษ์เข้ากอดปลอบ เรื่องไม่จริงจะเสียน้ำตาทำไม รำพึงสะอื้น ตนทนไม่ได้ที่ไม่ใช่คนสำคัญที่สุดของเขา ชายหนุ่มแย้งไม่มีใครสำคัญเท่าเธอ

“บางทีกอดของพี่อาจทำให้น้องอุ่นใจ” ขุนพิทักษ์กระชับอ้อมกอด

“น้องไม่อยากเจ็บไปกว่านี้อีกแล้ว ถ้าน้องไม่ได้มีค่าในสายตาคุณพี่ น้องก็จะไม่ฝืนเจ็บอีกต่อไป บางทีน้องควรจะมอบหัวใจให้กับคนที่รักและเห็นค่าของน้องจริงๆ”

“น้องจะให้พี่ทำอย่างไร น้องถึงจะเชื่อว่าพี่รักน้องเพียงคนเดียว เชื่อพี่นะ พี่รักน้องรำพึง” ขุนพิทักษ์บรรจงจะจูบ พลันเสียงชุ่มดังขัดจังหวะ

“ท่านขุนเจ้าคะ...คุณหญิงเป็นลมเจ้าค่ะ”

ทั้งสองผละออกจากกัน รำพึงสีหน้าโกรธจัด ขุนพิทักษ์ตกใจรีบวิ่งกลับเรือน ชุ่มชิงเดินหนี รำพึงเล่นงานจวงที่ปล่อยชุ่มเข้ามา จวงรีบสอพลอว่าชุ่มต้องตั้งใจจะเข้ามาขัดจังหวะเป็นแน่

มาถึงเรือน ขุนพิทักษ์เห็นแม่เป็นลม มีบ่าวและแจ่มคอยพัดวี เขาปรี่เข้าถามอาการ คุณหญิงมณีลืมตาขึ้นมาถามลูกชาย ว่าจริงหรือที่จะประลองกับขุนไว เขายอมรับ คุณหญิงรีบถามว่าเดิมพันอะไรกัน รำพึงตามมาทันได้ยิน

“เดิมพันอะไรหรือคะคุณพี่”

“ถ้าใครชนะจะได้ตำแหน่งผู้ช่วยกรม ส่วนคนแพ้จะต้องออกไปจากเมืองนี้”

ทุกคนตกใจ ถ้าเขาแพ้จะทำอย่างไร ขุนพิทักษ์ยืนยันมั่นใจจะได้ชัยชนะ ชุ่มได้ฟังชักหวั่นใจ เกรงเขาจะแพ้

รำพึงกลับบ้านด้วยความขุ่นใจ ขุนไวรีบเข้ามาถามว่ารู้เรื่องที่ตนเดิมพันกับขุนพิทักษ์แล้วใช่ไหม หญิงสาวรับว่าใช่อย่างเซ็งๆ ขุนไวกร่างอวดว่าพระยาเทวราชยกตำแหน่งนี้ให้ตน

“แล้วทำไมคุณพี่ยังต้องแข่งขันอีก”

“พี่จะให้น้องได้เห็นว่าพี่ชนะไอ้พิทักษ์อย่างขาวสะอาด วันที่มันแพ้แล้วระเห็จออกจากเมืองนี้ แล้วทันทีที่พี่ได้ตำแหน่งผู้ช่วย พี่จะให้ท่านเจ้ากรมมาสู่ขอน้อง”

“ให้คุณพี่ชนะอย่างแท้จริงก่อนเถอะค่ะ แล้วค่อยคุยเรื่องนี้” รำพึงเดินหนีขึ้นเรือน ปล่อยขุนไวยืนคิดเรื่องผู้ชนะอยู่คนเดียว

คุณหญิงมณียังนอนบนตั่งมีชุ่มกับแจ่มคอยพัดวี คุณหญิงซักถามลูกชายทำไมต้องท้าเดิมพันเช่นนี้ น่าจะคิดถึงใจแม่บ้าง ขุนพิทักษ์โต้ตนทำเพื่อความฝันของพ่อและความต้องการของแม่

“แล้วถ้าลูกแพ้ แม่จะทำอย่างไร โทสะมันจะพาลูกไปสู่ทางลำบากนะ”

“ถ้าลูกไม่ท้ามัน ลูกก็คงเสียตำแหน่งนี้ไปแล้ว นี่ไม่ว่าลูกจะทำเช่นไรก็ไม่เคยถูกในสายตาคุณแม่เลยสักครั้ง” ขุนพิทักษ์เสียใจที่ใช้คำพูดรุนแรง แต่ตัดใจเดินหนีไป

ชุ่มเห็นคุณหญิงมณีโศกเศร้าสะเทือนใจแล้วสงสาร แต่ก็เข้าใจความรู้สึกของขุนพิทักษ์...

ด้านรำพึงทั้งเจ็บใจที่พ่อและขุนไวคอยกีดกัน ยังต้องแค้นใจที่ชุ่มจ้องจะแย่งขุนพิทักษ์อีก จึงคิดจะสั่งสอนซํ้าให้สำนึก

วันนั้นทั้งวัน ชุ่มตามหาขุนพิทักษ์ด้วยความเป็นห่วง สมไม่สบายใจพยายามเตือนน้อง อย่าเข้าไปยุ่งกับท่านขุน เกรงจะเสียตัวแต่ไม่กล้าพูดตามตรง เลี่ยงใช้คำว่าเสียใจแทน

“ทำไมข้าจะต้องเสียใจ ข้าห่วงเพราะท่านขุนเป็นลูกคุณหญิงผู้มีพระคุณของเรา”

“ถ้าเอ็งคิดได้แบบนั้นก็ดี”

ชุ่มยืนยันคำพูด แต่ในใจสับสนกับคำเตือนของพี่ชาย...สุดท้ายก็อดห่วงขุนพิทักษ์ไม่ได้ ชุ่มชะเง้อรอหน้าเรือนจนคํ่ามืดดึกดื่น ขุนพิทักษ์เมามายกลับมา เดินเซจะล้ม ชุ่มปรี่เข้าประคอง เขาปัดป่ายไม่ให้ช่วย

“ไม่ช่วยได้ไงเจ้าคะ แค่เดินก็จะล้มอยู่แล้ว”

“แม้แต่เจ้าก็ไม่เชื่อข้าเหรอ ว่าข้าจะชนะไอ้ขุนไว ได้...ไม่มีใครเชื่อข้าสักคน ตั้งแต่แม่ข้าแล้วก็เอ็ง” ขุนพิทักษ์ยื่นหน้ามาใกล้ “จะว่าไปเจ้าก็งามเหมือนกันนะ”

ชุ่มตกใจเหมือนจะโดนจูบ จึงผลักเขาล้มลง ขุนพิทักษ์ตาจะปิดแหล่ไม่แหล่ เห็นชุ่มลางเลือนแต่พอได้ยินคำพูดของเธอก่อนจะหลับไปว่า

“ถึงใครจะบอกว่าท่านเลว ข้าเชื่อว่าท่านจะต้องชนะการต่อสู้ครั้งนี้อย่างแน่นอน ข้าเชื่อ”

เช้าวันรุ่งขึ้น รำพึงมาที่บ้านคุณหญิงมณีกับจวง

ให้หงุดหงิดใจเมื่อเจอขุนไวมารับที่ท่านํ้า เขาบอกเธอว่าเอาเครื่องเทศจากพระคลังมาให้คุณหญิง รําพึงแขวะว่าเขายังกล้ามาทั้งที่เดิมพันกับลูกชายท่านไว้

“คุณหญิงท่านเป็นผู้ใหญ่พอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ท่านยังอนุญาตให้พี่อยู่เป็นเพื่อนน้องรำพึงจนกลับเลย”

“อย่าเลยค่ะ คุณพี่พิทักษ์มาเห็นเข้าคงได้วางมวยกันอีก”

ขุนไวหัวเราะเยาะเพราะรู้ว่าขุนพิทักษ์เมายังไม่ตื่น รำพึงหงุดหงิดขอร้องอย่าทำให้ตนลำบากใจ บ่าวไพร่จะหาว่าตนพาคนที่เป็นศัตรูกับเจ้าของบ้านมาเย้ยถึงที่ โปรดให้เกียรติตนบ้าง ขุนไวเถียงไม่ออก รู้สึกผิดยอมกลับไปแต่โดยดี รำพึงยิ้มอย่างผู้มีชัย

ooooooo

บ่าวไพร่ทำงานกันอย่างวุ่นวาย ทั้งกวาดลาน ถูพื้น จัดดอกไม้ รำพึงเห็นมาลัยร้อยด้วยดอกพุดก็สั่งโยนทิ้ง ให้ร้อยใหม่ด้วยดอกมะลิ ไม่สนใจที่บ่าวบอกว่าร้อยด้วยดอกพุดมาตลอด จวงคอยกำราบบ่าวที่ไม่เชื่อฟัง ขู่ใครอยากมีปัญหากับคุณผู้หญิงคนใหม่ของเรือน

รำพึงมองไปเห็นชุ่มที่เพิ่งลับมีดเสร็จมือถาดมีดเดินมา จึงสะกิดจวง จวงยิ้มอย่างรู้กัน พอชุ่มเดินมาใกล้ รำพึงก็แกล้งขัดขา ชุ่มเสียหลักล้ม ถาดมีดหกกระจาย จวงเอะอะโวยวายหาว่าชุ่มตั้งใจจะฆ่ารำพึง ตรงเข้ากระทืบขาชุ่มทันที บ่าวคนอื่นจะเข้าช่วย จวงตวาดไม่ใช่เรื่อง รำพึงทำเป็นขอให้จวงเลิกรา แต่จวงไม่ยอมจะกระทืบซ้ำ คราวนี้ชุ่มหลบแล้วถีบกลับ จวงกระเด็นไปชนรำพึงล้มไปบนถ้วยน้ำพริกหกราด ร้องลั่น บ่าวไพร่หัวเราะกันคิกคัก เธอทั้งเจ็บและอาย

แจ่มเดินมาตกใจ จวงรีบฟ้องว่าชุ่มจะฆ่าเจ้านายตน แจ่มเห็นชุ่มอยู่ในสภาพสะบักสะบอมเช่นกัน รำพึงเห็นสายตาแจ่มรีบบอกว่าต้องการพบคุณหญิง แจ่มให้ชุ่มตามไปด้วย

คุณหญิงมณีฟังความแล้วขอโทษแทนชุ่ม รับรองจะลงโทษและสั่งสอนให้ดี รำพึงไม่พอใจขอเป็นคนสั่งสอนเอง คุณหญิงไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ชุ่มสีหน้าหวาดหวั่น

รำพึงคิดร้ายถึงขั้นกำจัดชุ่ม โดยให้จวงพาชุ่มลงเรือไปเก็บสายบัว เพราะรู้มาว่าชุ่มว่ายน้ำไม่เป็น ชุ่มลังเลไม่ไว้ใจแต่จวงผลักลงนั่งในเรือ พายไปกลางบึง ชี้ให้เก็บสายบัวตรงนั้นตรงนี้ พอสบโอกาสก็โคลงเรือทำให้ชุ่มหัวทิ่มลงน้ำ จวงคว่ำเรือแล้วว่ายกลับขึ้นฝั่ง...

ตื่นขึ้นมาขุนพิทักษ์ออกจากห้อง เจอแจ่มจึงถามว่าเมื่อคืนตนเข้ามานอนในห้องได้อย่างไร แจ่มบอกว่าต้องถามชุ่ม เพราะชุ่มให้ตนไปช่วยแบกเขาเข้าห้อง...ขุนพิทักษ์นึกถึงคำพูดของชุ่มเมื่อคืนที่ว่า...ถึงใครจะว่าท่านเลว แต่ข้ารู้ว่าเนื้อแท้ของใจท่านก็รักและพยายามทำทุกอย่างเพื่อคุณหญิง ข้าเชื่อว่าท่านต้องชนะการต่อสู้ครั้งนี้อย่างแน่นอน...เขารีบตรงไปที่เรือนครัว

จวงตะเกียกตะกายขึ้นฝั่ง ถามรำพึงจะทำอย่างไรต่อไป หญิงสาวให้ไปเรียกคนมาช่วย

“แต่เอ็งเหนื่อยขนาดนี้คงไปเองไม่ไหว ข้าจะประคองเอ็งไป เอ็งค่อยๆเดินนะนังจวง”

จวงฟังแล้วเข้าใจทันที “เจ้าค่ะ จวงเดินไม่ค่อยไหวเลยค่ะ กว่าจะกลับมาไม่รู้นังชุ่มจะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า” สองนายบ่าวประคองกันเดินไปช้าๆ

แจ่มล่วงหน้ามาสั่งบ่าวไพร่จัดสำรับเพราะเข้าใจว่าขุนพิทักษ์หิว รำพึงประคองจวงเข้ามาบอกทุกคนว่า ชุ่มทำเรือล่ม จวงว่ายน้ำเข้าฝั่งมาได้ ไม่รู้ว่าชุ่มเป็นอย่างไรบ้าง ขุนพิทักษ์เดินมาถึง ได้ยินก็ตกใจรีบถามว่าเรือล่มตรงไหน จวงสะดุ้งหลุดปากว่าสระบัว ชายหนุ่มวิ่งไปทันที สมได้ฟังวิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วงน้องสาว

ชุ่มสำลักน้ำจมลงก้นบึง ทันใดมีมือแข็งแกร่งมาช่วยล็อกตัวพาขึ้นฝั่ง ชายหนุ่มที่ช่วยชุ่มไว้ ก้มคร่อมตัวเธอ ตบหน้าเธอเบาๆให้รู้สึกตัว ขุนพิทักษ์มาเห็นเข้าใจผิด

“ไอ้ไว...อย่าแตะต้องคนของข้า” ขุนพิทักษ์ชกโครมเข้าที่หน้าขุนไว

ขุนไวโกรธ เกิดการชกต่อยกันพัลวัน ชุ่มได้สติลุกขึ้นห้าม สมมาถึงเข้าประคอง รำพึงมาถึงพร้อมแจ่มและบ่าวคนอื่นๆ ช่วยกันห้ามปราม ชุ่มพยายามบอกว่าขุนไวช่วยตนไว้

“ช่วยอะไร ก็ข้าเห็นมันกำลังลวนลามเอ็ง”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ นี่มันเรื่องอะไรกันคะ สู้กันด้วยเรื่องอะไรคะ” รำพึงทนไม่ไหว

“เพราะพี่ไปรู้ความลับของมันล่ะสิ ว่ามันมีเมียทาสซ่อนอยู่” ขุนไวได้ทีใส่ไฟ

“นังชุ่มจะเป็นเมียข้ารึไม่ มันก็ไม่ใช่เรื่องของ เอ็งนี่มันบ้านข้า ทาสทุกคนในบ้านนี้เป็นของข้า เอ็ง ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”

รำพึงโกรธจัด “ไม่น่าเชื่อว่าทาสคนนึงจะทำให้คนระดับท่านขุนถึงกับต้องสู้กัน”

ขุนพิทักษ์ยังไม่รู้สึก สั่งสมไปหยิบดาบ ตนจะเอาเลือดขุนไวออกมาล้างบ้าน รำพึงตกใจ

“อย่านะคะ วันประลองใกล้จะถึงแล้ว เอาไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันเถอะค่ะ ท่านขุนไวกลับไปก่อนเถอะ”

ขุนไวยอมไปถ้ารำพึงกลับด้วย หญิงสาวไม่อยากให้เรื่องบานปลาย จำต้องกลับ แต่อดมองชุ่มด้วยความเคียดแค้นไม่ได้...สมรีบถามน้องสาวว่าเกิดอะไรขึ้น ขุนพิทักษ์โพล่งออกมา

“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เอ็งจะนัดไอ้ขุนไวเข้ามาเล่นรักถึงในบ้านข้า”

“ท่านขุน...ชุ่มมันไม่มีทางทำเลวแบบนั้นแน่” สมค้านในขณะที่ชุ่มเสียใจผิดหวัง

ขุนพิทักษ์ยังพูดให้ช้ำใจ ว่าเขาเห็นด้วยตา บอกสมให้สั่งสอนน้องสงวนตัวเสียบ้าง ชุ่มน้ำตาไหลพรากกอดสมร้องไห้สะอึกสะอื้น

ooooooo

ด้านรำพึง อารมณ์เสียกลับมา ขุนไวยังตาม ตอกย้ำว่าขุนพิทักษ์มีเมียทาสซ่อนอยู่ แถมพูดเหมือนรู้ทันว่าตนทำร้ายชุ่ม หญิงสาวโบ้ยความผิดให้จวงว่าโกรธแค้นที่ตนโดนชุ่มหยามเกียรติ  จวงรู้หน้าที่ใส่ไคล้ว่าชุ่ม ป่าวประกาศว่าขุนพิทักษ์รักและหลงตัวกว่ารำพึง ตนยอมไม่ได้

“น้องผิดที่ไม่ทันห้ามปรามคนของน้องแต่ถ้าคนอื่นรู้เรื่องนี้น้องคงโดนประณามที่เข้าข้างคนของตัวเอง คุณป้าต้องตำหนิน้อง แล้วคงเสื่อมเสียมาถึงคุณพ่อ ถ้าเป็นแบบนั้นน้องคง...”

ขุนไวเห็นนํ้าตาหญิงที่รัก ก็ใจอ่อนยวบยอมทำตามคำบัญชาทุกอย่าง...พอขุนไวกลับไป รำพึงก็แค้นใจขึ้นมาอีก โวยวายใส่จวง ตนจะไม่ยอมปล่อยให้ทาสอย่างชุ่มได้ใกล้ชิดขุนพิทักษ์มากไปกว่านี้ คิดร้ายถึงขนาดจะทำให้หน้าชุ่มเสียโฉม ในขณะที่ขุนพิทักษ์ เอาแต่ดื่มเหล้าเคล้านารีอยู่ที่โรงเหล้าทั้งคืน

วันรุ่งขึ้น ชุ่มกำลังลับมีดอยู่ที่ท่านํ้า จู่ๆก็มีเท้ามาเหยียบมือระหว่างที่เอื้อมหยิบมีดอีกเล่ม เธอร้องลั่นเงยหน้ามอง เห็นจวงยืนอยู่กับรำพึง จวงขยี้เท้ากดลงให้แรงขึ้น ชุ่มร้องอย่างเจ็บปวด

“เอ็งนี่มันเสน่ห์แรงจริงๆนะ คิดจะรวบทั้งคุณพี่ทั้งขุนไวเลยรึ” รำพึงบีบปากชุ่ม

“ข้าไม่เคยคิดแบบนั้น”

รำพึงไม่เชื่อหยิบมีดชูขึ้น “แต่จะว่าไปเอ็งมันก็สวยนะ ถ้าหน้าสวยๆของเอ็งเป็นแผล...”

ชุ่มตกใจผลักรำพึงออก จวงเข้าตบชุ่มล้มควํ่า ผ่องผ่านมาเห็นไม่กล้าเข้าช่วย วิ่งไปตามคนมาแทน เผอิญชนขุนพิทักษ์ที่เพิ่งกลับมา จึงรีบรายงานอย่างร้อนรน

ด้วยความกลัว ชุ่มต่อสู้ป้องกันตัวสุดฤทธิ์ แต่ก็ถูกรำพึงจิกหัวให้เงยหน้า เธอจึงจิกผมรำพึงบ้าง อีกมือยื้อยุดมีดกัน รำพึงเหลือบเห็นขุนพิทักษ์วิ่งมา ก็รีบพลิกสถานการณ์โดยเร็ว

“อย่านะนังชุ่ม อย่าทำข้า”  รำพึงปล่อยมือที่จิก หัวชุ่มร้องขึ้นมา

ชุ่มแปลกใจ ขณะเดียวกัน รำพึงจับมือชุ่มพลิกกลับให้ปลายมีดหันหาตัวเองร้องให้คนช่วย ขุนพิทักษ์วิ่งมา ชุ่มตกใจหันมอง รำพึงฉวยโอกาสเหวี่ยงมีดกระเด็น ทิ้งตัวล้มลงไป ทำให้ชุ่มล้มตามทั้งที่มือยังจิกผมรำพึง ชายหนุ่มเข้าดึงตัวชุ่มเหวี่ยงไปกองกับพื้น

“นังชุ่มเอ็งทำบ้าอะไร!”

“ท่านขุนเจ้าคะ...คุณรำพึง...”

จวงแหกปากกลบเสียงชุ่ม “ท่านขุนเจ้าคะ นังชุ่มมันจะฆ่าคุณรำพึงเจ้าค่ะ”

ชุ่มหน้าเหวอ ถูกลากมานั่งกลางลานบ้านรอคำพิพากษา จวงทำทีประคบแผลบอบชํ้าให้รำพึง ขุนพิทักษ์ฟังความข้างเดียว ตำหนิชุ่ม

“แค่คุณรำพึงเขาปรามเอ็งไม่ให้ยุ่งกับไอ้ขุนไว เอ็งถึงกับจะฆ่าจะแกงกันเลยรึ”

“ถ้าท่านขุนเชื่ออย่างนั้นแล้ว ท่านขุนจะมาถามข้าอีกทำไม”

“ก็ข้าถามเอ็งอยู่นี่ ว่ามันจริงหรือไม่”

“เรื่องไหนล่ะเจ้าคะ เรื่องที่ข้าแอบคบหากับขุนไว หรือเรื่องที่ข้าคิดจะฆ่าคุณรำพึง”

ใจจริงเขาอยากถามเรื่องขุนไว แต่พอสบตารำพึงจึงปัดว่าทั้งสองเรื่อง ชุ่มตอบหนักแน่น

“ข้าไม่เคยคิดจะฆ่าใคร ส่วนอีกเรื่อง ท่านขุนคิดเอาเองเถอะเจ้าค่ะ ว่าอยู่ๆคนอย่างขุนไวจะมาคบหากับทาสในเรือนท่านขุนได้อย่างไร”

ขุนพิทักษ์เห็นคล้อย รำพึงมองอย่างไม่พอใจ แกล้งทำเสียงอ่อนเสียงหวาน

“ชุ่มจ๊ะ ที่เธอทำร้ายฉันคุณพี่ก็เห็น ถ้าเธอไม่ยอมรับ ฉันก็คงบังคับเธอไม่ได้ การโกหกคนอื่นเพื่อให้พ้นผิด ฉันเข้าใจได้ แต่ชุ่มจะโกหกตัวเองได้หรือ”

ชุ่มมองอย่างคาดไม่ถึงกับความร้ายกาจของรำพึง ขุนพิทักษ์ตัดบทให้ชุ่มขอโทษ

“ข้าไม่ขอโทษ เพราะข้าไม่ได้ทำอะไรผิด”

ชายหนุ่มเริ่มโกรธขึ้นมาอีก รำพึงทำทีปราม อย่าให้ถึงกับลงหวาย ทำให้ขุนพิทักษ์เผลอพูด ถ้าไม่โดนหวายเสียบ้าง คงไม่ยอมรับ รำพึงแอบยิ้มสมใจ

และแล้วชุ่มก็ถูกมัดกับขื่อหน้าเรือนทาส ขุนพิทักษ์ถือหวายยืนนิ่งขรึม รำพึงคอยยุแยงให้ลงมือ สมกราบขอรับโทษแทนน้อง ชุ่มน้ำตาคลอไล่พี่ชายให้ถอยไป ตนไม่ผิด ท่านขุนไม่เชื่อคำพูดทาสอย่างตน ขุนพิทักษ์ฉุกคิดอาจเป็นการเข้าใจผิด รำพึงทำน้ำตารื้นจะกลับบ้าน

“คงเป็นกรรมของน้องเองที่หวังดีกับคนอื่นมากไป จนทำลายเกียรติของตัวเอง”

“แล้วน้องจะให้พี่ทำอย่างไร น้องบอกพี่มาสิ” ขุนพิทักษ์รั้งรำพึงไว้

“ไม่ต้องทำอย่างไรแล้วล่ะค่ะ เท่านี้น้องก็เห็นแล้วว่าคุณพี่ให้ความสำคัญกับน้องมากกว่าทาสอย่างนังชุ่มหรือไม่” รำพึงจะเดินไปขุนพิทักษ์ลังเล ตัดสินใจบอกชุ่มหวังว่าจะเข้าใจ แล้วเฆี่ยนลงบนหลังเธอ ชุ่มสะดุ้งสุดตัวเจ็บปวดแต่ไม่ส่งเสียงร้อง ชายหนุ่มโบยอีกสองทีด้วยหัวใจเจ็บปวดไม่แพ้ชุ่ม รำพึงยิ้มเยาะ สมมองรำพึงอย่างเกลียดชัง

เสร็จจากการลงโทษ สมประคองชุ่มเข้าเรือนทาสด้วยน้ำตานองหน้า สงสารและปวดใจไม่แพ้น้อง ชุ่มร่ำไห้พร่ำบอกพี่ว่าตนไม่เคยคิดจะฆ่ารำพึง สมทนไม่ไหว

จะไปฟ้องคุณหญิงมณี  ชุ่มห้ามไม่อยากให้ท่านหนักใจ พูดไปตอนนี้ก็ไม่มีใครเชื่อทาสอย่างเรา สักวันความจริงต้องปรากฏ เพราะคุณหญิงมณีเป็นคนยุติธรรม

ooooooo

เมื่อเฆี่ยนชุ่มแล้ว ขุนพิทักษ์รู้แก่ใจว่าทำเพื่อ รำพึง จึงรู้สึกผิดและเจ็บปวดใจมาก จนไม่สนใจฟัง คำหวานของเธอ กลับต้อนให้เธอกลับ รำพึงจำต้องลงเรือไปอย่างเสียไม่ได้ จวงใส่ไคล้ทันที ว่าคนรักกันแทนที่จะยื้อให้อยู่นาน คงห่วงทาสจนต้องรีบไปดูอาการเป็นแน่

รำพึงกำมือแน่นแค้นใจสุดๆ “นังชุ่ม...เอ็งจะเป็นมารหัวใจข้าไปถึงไหน”

ขุนพิทักษ์เร่งรีบจะไปเรือนทาส คุณหญิงมณีมาขวาง ถามไถ่ และถามความคิดเห็น เชื่อหรือว่าชุ่มจะทำแบบนั้นกับรำพึง เขาตอบทันควันว่าไม่เชื่อ แต่ตนจำเป็นต้องลงโทษ ชายหนุ่มขอตัวไปดูชุ่ม คุณหญิงห้าม บอกเสียงเฉียบว่าให้แจ่มไปดูแลแล้ว

แจ่มมองสมใส่ยาให้ชุ่ม และซักถามถึงเรื่องราว แต่ชุ่มไม่ยอมเล่าแถมห้ามพี่ชายพูดอะไรด้วยไม่อยากให้คุณหญิงมณีต้องร้อนใจ

“ชุ่ม คุณหญิงท่านเป็นคนยุติธรรมนะ ถ้าเอ็งมีเรื่องอะไร...”

“ไม่มีอะไรจริงๆจ้ะป้าแจ่ม มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด” ชุ่มตัดบทแล้วทำเป็นเพลียหลับตา

บนเรือนพระยาเทวราช ขุนไวนำดาบจากช่างตีดาบมาส่ง ท่านพระยาจึงถามถึงความพร้อมในการประลอง ขุนไวตอบอย่างหนักแน่น

“กระผมทุ่มสุดชีวิตขอรับ เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ นอกจากเรื่องงาน ยังมีเรื่องของหัวใจเป็นเดิมพันด้วย กระผมอยากพิสูจน์ให้ผู้หญิงที่กระผมรักเห็นว่ากระผมจริงใจกับเธอมากเพียงใด ท่านพระยาคงทราบว่า กระผมกับขุนพิทักษ์มีหญิงในดวงใจเป็นคนเดียวกัน”

“ฉันรู้ แต่รำพึงรู้เรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า ว่าประลองกันเพื่ออะไร”

“น้องรำพึงทราบดีขอรับ และครั้งนี้ใครแพ้จะต้องไปจากเมืองนี้”

“ฉันหวังว่า ท่านขุนจะเป็นผู้ชนะ”

ขุนไวยิ้มรับอย่างพอใจที่ท่านพระยาแสดงออกว่าสนับสนุน...รำพึงเดินขึ้นเรือนมาให้เขม่นเมื่อเห็นหน้าขุนไว พระยาเทวราชสั่งให้ตั้งสำรับเย็นเผื่อขุนไว รำพึงยิ่งสงสัยในท่าที...

แจ่มมารายงานอาการของชุ่มว่า หลังแตกไม่น้อย ท่าทางจะเจ็บมาก แต่ก็ยังไม่ยอมพูดอะไรเอาแต่ร้องไห้ ขุนพิทักษ์ได้ฟังยิ่งร้อนใจ ลุกพรวดจะออกไป คุณหญิงมณีดักคอถามไปไหน ชายหนุ่มอึกอัก อ้างว่าเบื่อจะไปข้างนอก แจ่มบ่นสงสารชุ่ม ช่วงนี้คงดวงตกมีแต่เรื่องเจ็บตัวบ่อย ทั้งที่ปกติก็ไม่เคยมีปัญหากับใคร คุณหญิงมณีคิดตาม

และแล้วขุนพิทักษ์ก็มาดูชุ่มที่เรือนทาสจริงๆ เห็นกำลังพยายามทายาให้ตัวเองอย่างทุลักทุเล เขาจึงเข้าไปดึงถ้วยยามาจะทาให้ แต่ชุ่มเบี่ยงตัวหนีหันหลังพิงฝา เมินหน้าไปทางอื่น

“ชุ่ม ข้าทาแผลให้ หันมา...นังชุ่ม” ขุนพิทักษ์จะดึงให้หัน แต่พอเห็นหน้าเธอเต็มไปด้วยน้ำตาและสายตาที่ดูเย็นชา จึงปล่อยเธอด้วยรู้สึกผิด จำต้องถอยออกเดินจากไป

ชุ่มล้มตัวลงนอนร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดน้อยใจ

ooooooo

รำพึงเดินมาส่งขุนไวถึงเรือ เขากุมมือเธอชมว่า อาหารอร่อยมาก หญิงสาวอยากดึงมือออกแต่เขายื้อไว้ ถามว่ารังเกียจตนหรือ เธอชะงักแก้ตัวว่าเกรงพ่อมาเห็นจะไม่งาม

“ไม่ต้องกลัว ท่านพระยายินดีกับเราสองคนด้วยซ้ำ เมื่อพี่ชนะไอ้พิทักษ์คราวนี้ พี่จะรีบให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอน้องทันที” ขุนไวยิ้มให้แล้วปล่อยมือเธอ ลงเรือกลับไป

รำพึงครุ่นคิดอย่างหนัก ตัดสินใจถามพระยาเทวราชในคืนนั้น

“การดวลของขุนไวกับคุณพี่พิทักษ์น่ะค่ะ ทั้งสองคนทำเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาจริงใจกับลูกมากแค่ไหน...”

“โดยมีลูกเป็นเดิมพัน”

“คุณพ่อรู้!”

พระยาเทวราชพยักหน้า “ถ้าครั้งนี้ใครเป็นผู้ชนะ ลูกจะแต่งงานกับคนนั้นใช่ไหม”

รำพึงยอมรับ พระยาเทวราชเอ่ยปากอนุญาตทันทีเพราะมั่นใจว่าขุนไวจะชนะ

“จริงนะคะ ถ้าคุณพี่พิทักษ์ชนะ คุณพ่อ...”

“แต่ถ้าขุนไวชนะ ลูกก็ต้องแต่งงานไม่มีข้อแม้เหมือนกัน” พระยาเทวราชตัดบท

รำพึงชะงักก่อนจะตอบตกลง พระยาเทวราชถือเป็นคำมั่นสัญญา...ขณะเดียวกัน ขุนพิทักษ์เมามายอยู่ที่โรงเหล้า เพ้อเรียกแต่ชุ่มจนสาวๆที่คลอเคลียอยู่พากันเดินหนี

รุ่งขึ้น คุณหญิงมณีรู้จากแจ่มว่าลูกชายไม่กลับบ้านทั้งคืน ให้อ่อนใจสั่งบ่าวยกสำรับจะไปทำบุญที่วัด ในขณะที่ขุนพิทักษ์ยังหมกมุ่นอยู่ในบ่อน ทั้งตีไก่ เล่นการพนันอย่างเมามัน คนของขุนไวเห็นกลับไปรายงาน ทำให้ขุนไวฮึกเหิมหมั่นฝึกซ้อมการต่อสู้ เพราะมั่นใจว่าต้องเอาชนะขุนพิทักษ์ได้อย่างแน่นอน

คุณหญิงมณีล่องเรือผ่านมาเห็นขุนไวฝึกซ้อมต่อสู้กับลูกน้องด้วยท่วงท่าคล่องแคล่วดูน่าหวาดกลัว ทำให้คุณหญิงหนักใจ สั่งคนเรือกลับเรือนทันที...ชุ่มเห็นบ่าวยกสำรับกลับกันมาก็แปลกใจรีบเข้าไปถามแจ่ม

“มีอะไรกันเหรอป้าแจ่ม แล้วของพวกนี้จะเอาไปทำบุญไม่ใช่เหรอจ๊ะ”

“เฮ้อ...ท่านคงเครียด กลัวท่านขุนจะแพ้ขุนไวน่ะสิ” แจ่มเล่าสิ่งที่ไปเห็นมาให้ชุ่มฟัง

ooooooo

คืนนั้น ขุนพิทักษ์เดินมาจะขึ้นเรือน เปลี่ยนใจเดินตรงไปยังเรือนทาส เห็นชุ่มนุ่งกระโจมอกอาบน้ำอยู่ริมท่า เขายืนมองเห็นรอยแผลที่หลังยังปรากฏ ชุ่มได้ยินเสียงหันมอง ตกใจรีบเอาผ้าคลุมตัว ก้มหน้าเดินหนี เขาเข้าขวางถามถึงอาการ ชุ่มไม่ตอบเลี่ยงหนีอีก

“ข้าไม่ได้คิดว่าเอ็งผิด แต่ข้าจำเป็นต้องโบยเอ็ง” ขุนพิทักษ์ตัดสินใจสารภาพ

ชุ่มชะงักหันมองน้ำตาคลอ ชายหนุ่มเอ่ยปากขอโทษ หญิงสาวใจอ่อนยวบแต่ความน้อยใจประดังขึ้นมา สะบัดหน้ากลับ เขาจึงเข้าขวางจับแขนเธอทั้งสองข้างไว้

“ชุ่ม เอ็งพูดกับข้าสิ” ชุ่มแกะมือออก ขุนพิทักษ์ทนไม่ไหว “ขอแค่เอ็งยอมพูดกับข้า จะให้ข้าทำอะไรข้าก็ยอม”

ชุ่มชะงัก มองหน้าชายหนุ่มอย่างใช้ความคิด “ถ้าข้าขอ จะให้จริงหรือเจ้าคะ”

ขุนพิทักษ์รีบรับปากว่าจริง ชุ่มย้ำ ท่านขุนพูดแล้วอย่าคืนคำ เขาพยักหน้ารับรอง...

เช้าวันใหม่ คุณหญิงมณีต้องแปลกใจเมื่อเห็นลูกชายลุกมาซ้อมมวยกับสม แจ่มถึงกับตบหน้าตัวเองคิดว่าฝันไป ชุ่มยืนดูอยู่ไม่ห่างเห็นเหงื่อท่านขุนโทรมกาย ก็จะเดินไป

“ชุ่ม! เอ็งจะไปไหน เอ็งสัญญากับข้าแล้วนะว่าถ้าข้าซ้อม เอ็งจะนั่งดูไม่งั้นข้าเลิกซ้อม”

“ข้าจะไปเอาน้ำมาให้ท่านขุนก็ไม่ได้เหรอเจ้าคะ”

ขุนพิทักษ์ทำหน้าเก้อ เร่งให้ชุ่มรีบไปเอามา สมอดไม่สบายใจไม่ได้ คุณหญิงมณียิ่งเครียดหนัก...ตลอดเวลาที่ขุนพิทักษ์ซักซ้อม จะคอยสบตาชุ่ม จนพลาดโดนศอกสมเข้าอย่างจัง ชุ่มตกใจวิ่งเข้าประคอง สมขัดใจไล่ชุ่มถอยออก ขุนพิทักษ์แกล้งใช้สมไปเอาลูกประคบมาให้ สมลังเลจึงโดนตะเพิดเสียงดัง ชุ่มเข้าใจว่าท่านขุนเจ็บ

“พี่สมช้าจริง เดี๋ยวข้ารีบไปเอายามาให้นะเจ้าคะ” ชุ่มจะลุกไปเอง

ขุนพิทักษ์ดึงมือไว้แล้วเอามือเธอมาแนบแก้มที่ช้ำ “แค่นี้ก็หายเจ็บแล้ว”

ชุ่มเขินดึงมือออก ชายหนุ่มอ้อน งานนี้ตนอาจแพ้ขุนไว ชุ่มรีบให้กำลังใจ ตนเชื่อว่าเขาต้องชนะ ชายหนุ่มดึงมือชุ่มมากุมให้คำมั่น “ถ้าเอ็งเชื่อเช่นนั้น ข้าจะชนะให้เอ็งดู”

ในขณะที่พระยาเทวราชพารำพึงมาที่เรือนขุนไว เพื่อมาดูการซ้อมของเขา รำพึงขัดใจ

“คุณพ่อมาดูขุนไวซ้อมแบบนี้ ถ้าคุณพี่พิทักษ์รู้เข้า...”

“ถ้าข้าจะมีใครสักคนมาเป็นเขย ผู้นั้นจะต้องมาเชิดหน้าชูตาให้กับวงศ์ตระกูล ไม่ใช่มาฉุดให้ตกต่ำ” พระยาเทวราชสวนขึ้นอย่างอารมณ์เสีย“ข้าเคยพลาดทำให้วงศ์ตระกูลต้องปะปนกับเลือดทาสมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ข้าจะต้องได้เลือดดี ไม่เหมือนที่แล้วมา เจ้าเป็นลูกก็มีหน้าที่ล้างอายชดใช้ให้กับพ่อ”

รำพึงเถียงไม่ออก ได้แต่กำมือแน่นอย่างเก็บกด เมื่อท่านพระยาเดินไป จวงเข้ามาปลอบ รำพึงเข่นเขี้ยว “ข้าจะต้องเป็นอิสระ ชีวิตข้า ข้าต้องเลือกเอง”

พระยาเทวราชเข้ามาเห็นขุนไวใช้ท่าหนุมานถวายแหวนใส่คู่ซ้อม และวาดลวดลายหลายท่าให้ได้เห็น ถึงกับปรบมือชมว่าฝีมือไม่เบาแบบนี้ต้องชนะแน่ ขุนไวถ่อมตนว่ายังต้องฝึกซ้อมอีกมาก แล้วเชื้อเชิญท่านพระยาให้ร่วมรับประทานอาหารเย็น รำพึงชักสีหน้าขอตัวกลับอ้างว่าไม่สบาย ขุนไวเป็นห่วงทันทีให้ขึ้นไปนอนพักบนเรือนก่อน

“เกรงว่าจะไม่เหมาะมั้งคะ ถ้าใครรู้เข้าคงเสียชื่อถึงคุณพ่อ”

พระยาเทวราชสะอึกโดนจี้ใจดำ จึงบอกขุนไวว่าตนต้องกลับก่อน ขุนไวผิดหวัง จังหวะที่พระยาเทวราชเดินไปที่ท่าเรือ เห็นหมื่นประจักษ์เดินมาอีกทาง เข้าทักทายขุนไว

ขุนไวคิดว่ามีข่าวจากท่านเจ้ากรม หมื่นประจักษ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ มีเรื่องที่น่าสนใจมาเสนอ พอขุนไวฟังความก็ตกใจ เพราะเป็นการโกง

“กระผมแค่จะช่วยให้ท่านขุนได้ตำแหน่งผู้ช่วยกรมได้ง่ายขึ้นต่างหาก กระผมทราบว่าท่านขุนมีที่ดินมากกว่าห้าร้อยไร่ ข้าต้องการเพียงแค่หนึ่งในสาม”

ขุนไวหน้าตึง “แต่นั่นเป็นสมบัติของพระยาพิศาล คุณพ่อของข้า ข้าจะรักษาไว้ไม่ให้สูญไปกับเรื่องแบบนี้”

“คิดอีกทีไหมขอรับท่านขุน ท่านขุนก็ทราบว่ากระผมเป็นคนสนิทของท่านเจ้ากรม จะให้กระผมพูดส่งเสริมมันก็คงไม่ยาก”

“ไม่จำเป็น ถ้าข้าจะได้ตำแหน่งก็ต้องเป็นเพราะความสามารถ ไม่ใช่ลมปากของใคร”

หมื่นประจักษ์เห็นไม่ได้การเลยใส่ไฟว่า ท่านเจ้ากรมสนิทกับพระยาสุรเดชไมตรีดั่งพี่น้อง ลองคิดดูว่าท่านจะเลือกใครระหว่างลูกชายคนใกล้ชิดกับท่านขุนที่ไม่มีศาล จบคำขุนไวก็เตะปากหมื่นประจักษ์ด้วยความโกรธ

“ถ้าข้าชนะอย่างเด็ดขาด คงไม่มีความลำเอียงใดๆจะส่งผลต่อการแข่งขันในครั้งนี้”

หมื่นประจักษ์เลือดกบปาก มองขุนไวอย่างอาฆาต ชี้หน้าว่าจะต้องเสียใจก่อนจะจากไป

ooooooo

จนคํ่ามืด  ขุนพิทักษ์ยังซ้อมเตะต้นกล้วย แล้วยังเรียกสมมาเป็นคู่ซ้อมอีก ชุ่มต้องปรามให้ออมแรงไว้วันประลองพรุ่งนี้บ้าง ขุนพิทักษ์จึงไล่สมกลับไปพักผ่อน สมห่วงน้องแต่จำต้องไป ท่านขุนถามชุ่มว่าพรุ่งนี้จะไปดูตนประลองไหม ชุ่มขอรอฟังข่าวที่เรือน เขาสัญญาจะนำชัยมาให้

วันรุ่งขึ้น ขุนพิทักษ์หยิบกริชของพ่อขึ้นมามองเป็นกำลังใจก่อนไปประลอง ในขณะที่คุณหญิงมณีจุดธูปต่อหน้าโลงศพพระยาสุรเดช ขอให้คุ้มครองลูก

ที่ลานประลอง ขุนพิทักษ์กับขุนไวได้อยู่ในศาลารับรองที่เตรียมไว้แยกจากผู้เข้ามาร่วมงาน ท่านเจ้ากรมคนใหม่ พระยาเทวราช คุณหญิงมณีและรำพึงกับคณะกรรมการอยู่อีกศาลาหนึ่ง รำพึงคอยเดินเคียงข้างคุณหญิงมณีออกหน้ารับแขกเหรื่อ คุณหญิงแอบมองหญิงสาวอย่างพินิจให้รู้สึกหนักใจถึงความแตกต่างของหญิงผู้งามพร้อมกับทาสในเรือนเบี้ย

เจ้ากรมสนทนากับพระยาเทวราชถึงคู่ประลองในวันนี้ ดูจากหน่วยก้านเดาไม่ออกว่าใครจะชนะ ท่านพระยายิ้มรับเช่นกัน เจ้ากรมหันมาถามความคิดเห็นของรำพึง เธอได้ที

“ท่านขุนพิทักษ์มีพ่อเป็นถึงพระยาสุรเดชไมตรี น่าจะเป็นผู้ที่มีภาษีดีกว่านะเจ้าคะ ทั้งเรื่องกำลังและสติปัญญา ท่านขุนพิทักษ์ย่อมไม่เป็นสองรองใครเป็นแน่เจ้าค่ะ”

พระยาเทวราชหันขวับมองลูกสาวอย่างขัดใจ ต่างจากคุณหญิงมณีที่ยิ้มอย่างขอบใจ

“แม่หนูนี่เข้าใจพูด แต่ฉันได้ยินว่าขุนไวพิชิตพลก็ต่อสู้ด้วยกำลังของตัวเองมาตลอด  จนมียศถาบรรดาศักดิ์ได้อย่างทุกวันนี้ ก็ไม่น่าจะเป็นคู่แข่งที่เอาชนะได้ง่ายๆนะ” เจ้ากรมคิดต่าง

พระยาเทวราชตัดบท ให้คอยดูผลการประลองที่ กำลังจะเริ่มไม่กี่อึดใจ สองขุนเดินออกมาที่ลานประลอง ทั้งสองต่างมองมาที่รำพึง เธอจำต้องยิ้มให้ทั้งสองคน ขุนไวใจชื้นขึ้น

ในขณะเดียวกัน ชุ่มซึ่งนั่งซักผ้าอยู่ที่ท่านํ้า เป็นกังวลห่วงขุนพิทักษ์จนไม่อาจทนต่อไปได้ ตัดสินใจวิ่งไปที่ลานประลอง ลัดเลาะหาทางเข้าไปดู แต่ถูกทหารที่เฝ้าทางยกดาบกั้น เธอถอยออกมาหาทางใหม่ จนมาโผล่หลังต้นไม้รกชัฏ เธอพยายามชะเง้อมอง

การประลองเริ่มขึ้น คุณหญิงมณีสีหน้าเป็นกังวล รำพึงปลอบแต่คุณหญิงยังห่วงเรื่องเดิมพัน...สองหนุ่มเข้าแลกหมัดกัน ต่างวาดลวดลายอย่างดุเดือด ผลัดกันเพลี่ยงพล้ำ ขุนพิทักษ์ถูกเหวี่ยงกระเด็นเข้าไปทางพุ่มไม้ที่ชุ่มซ่อนตัวอยู่ กลุ่มคนดูลุกขึ้นมองตามอย่างอยากรู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ขุนไวตามเข้าชกขุนพิทักษ์ไม่ลดละ ทันใดขุนพิทักษ์เกรงจะแพ้เห็นก้อนหินอยู่ไม่ห่าง ตัดสินใจคว้ามาฟาดหัวขุนไวเลือดอาบผงะหงาย ชุ่มเห็นเต็มตาตกตะลึง ขุนพิทักษ์ลุกขึ้นถีบขุนไวถลากลับมาที่ลานประลอง เขายังมึนเดินเปะปะไม่ทันตั้งสติ ขุนพิทักษ์ฉวยโอกาสต่อยซ้ำจนขุนไวทรุดลงลุกไม่ขึ้น ชายหนุ่มยังเงื้อหมัดจะซัดอีก คนดูพากันหวาดเสียว แล้วเขาก็ค้างหมัดไว้ กล่าวว่าตนชนะแล้ว เสียงกรรมการประกาศ ขุนพิทักษ์เป็นผู้ชนะ

คุณหญิงมณี รำพึง และพระยาเทวราชลงไปที่ลานประลอง ลูกน้องขุนไวเข้าประคองเจ้านายให้ลุกขึ้น ขุนไวมองขุนพิทักษ์ด้วยความแค้น รำพึงแสดงความยินดีอย่างออกนอกหน้า

“พี่บอกน้องแล้วว่าพี่ต้องชนะ...เหงื่อเข้าตาพี่ น้องรำพึงช่วยเช็ดให้หน่อยได้ไหม”

รำพึงทำเอียงอายมองไปทางคุณหญิงมณี เธอ พยักหน้าเชิงให้ช่วย หญิงสาวหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อ ชุ่มแอบมองด้วยความผิดหวังเสียใจก่อนจะหันหลังเดินกลับไป

ขุนพิทักษ์เข้ามากราบท่านเจ้ากรม ท่านชมว่าเก่งสมกับเป็นลูกพระยา แล้วประกาศว่าขุนพิทักษ์ได้ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้ากรม เสียงขุนไวขัดขึ้น “ไอ้ขี้โกง!”

ทุกคนตกใจหันมอง ขุนไวเดินเข้ามาสีหน้าเอาเรื่อง “ผมยอมรับผลการประลองครั้งนี้ไม่ได้ เพราะผมถูกขุนพิทักษ์ใช้กลโกงในการต่อสู้”

ขุนพิทักษ์หน้าเสียเกรงความแตก ท่านเจ้ากรมโกรธ พระยาเทวราชเห็นท่าไม่ดีรีบปรามขุนไว แต่เขายังโวยวายเรียกร้องความยุติธรรม ท่านเจ้ากรมจึงบอกว่า การประลองอยู่ในสายตาทุกคน ตนไม่เห็นว่ามีการโกงแต่อย่างใด ขอให้ขุนไวยอมรับความพ่ายแพ้อย่างชายชาติทหาร

ขุนไวลืมตัว “เป็นเพราะไอ้พิทักษ์เป็นลูกของเพื่อนท่าน ท่านถึงได้เข้าข้างมันใช่ไหมขอรับ ท่านไม่มีความยุติธรรมเลย”

ท่านเจ้ากรมโกรธจัดที่โดนลบหลู่ สั่งทหารจับขุนไวไปขัง พระยาเทวราชพยายามขอร้องให้ไว้โทษ

ขุนไว ขุนไวยังไม่สำนึกอาละวาดดิ้นรนให้หลุดจากการจับกุม และตะโกนด่าว่าขุนพิทักษ์ขี้โกง ทหารช่วยกันรวบตัวเขาไป ผ่านหน้าหมื่นประจักษ์ซึ่งตามมาเยาะเย้ยถึงคุก

“ภูมิใจไหมขอรับท่านขุน ที่ความถูกต้องมันทำให้ต้องมีสภาพแบบนี้ แล้วท่านยังคิดใช้วิธีสะอาดกับคนเลวอย่างขุนพิทักษ์อีกอย่างนั้นหรือ กระผมบอกแล้วว่าท่านจะต้องเสียใจ”

ขุนไวชกกำแพงด้วยความเคียดแค้น

ooooooo

งานประลองสิ้นสุดลง ทุกคนกำลังล่ำลากันกลับ รำพึงมองหาขุนพิทักษ์เพื่อให้เขามาพูดคุยกับพ่อเรื่องสู่ขอ แต่พอขุนพิทักษ์จะเอ่ยปาก พระยาเทวราชตัดบท

“ฉันมีราชการด่วน ไม่สะดวกคุย ขอตัวนะ...รำพึง กลับ”

“แต่คุณพ่อคะ...”

“เดี๋ยวนี้!”

รำพึงละล้าละลัง ขุนพิทักษ์หนักใจกล่าวว่า พรุ่งนี้จะไปหาที่เรือน อีกใจหนึ่งขุนพิทักษ์ยินดีที่จะเอาชัยชนะไปฝากชุ่ม...ชายหนุ่มกลับมา ตรงรี่ไปที่เรือนทาส เห็นชุ่มตากผ้าอยู่ก็ดีใจ แต่พอบอกเธอว่าเขาชนะแล้ว ชุ่มกลับไม่ยินดี แถมสีหน้าเศร้าๆ

“นังชุ่ม เอ็งไม่ดีใจเหรอ นี่ข้าชนะตามสัญญากับเอ็งแล้วไง”

“ชนะด้วยการโกง มันน่าภูมิใจหรือเจ้าคะ...ท่านขุนบอกใครๆได้เต็มปากหรือเจ้าคะ ว่าชนะด้วยฝีมือตนเองจริงๆ”

ขุนพิทักษ์อึ้งระคนตกใจ เห็นสายตาชุ่มตัดพ้อ คิดหาคำแก้ตัว ไม่ทันจะเอ่ย สมเข้ามาขัดจังหวะ บอกว่าคุณหญิงเรียกบ่าวทุกคนไปที่เรือนเดี๋ยวนี้ ชุ่มรีบเดินผ่านหน้าขุนพิทักษ์ไปโดยเร็ว สมมองอาการน้องกับท่านขุนด้วยความสงสัย

คุณหญิงมณีบอกบ่าวทุกคนว่า ขุนพิทักษ์ชนะการประลอง เย็นนี้จะจัดงานฉลอง อนุญาตให้ทุกคนดื่มกินได้เต็มที่ ทุกคนดีใจเฮโลช่วยกันจัดงาน คุณหญิงเห็นสีหน้าชุ่มจึงถามว่าไม่ดีใจหรือ ชุ่มสบตาขุนพิทักษ์ก่อนตอบว่า ยินดีแล้วขอตัวไปทำงาน ชายหนุ่มขยับจะตาม คุณหญิงมณีปรามเชิงบังคับให้เข้าไปพักผ่อน

“บ่าวไพร่มันกำลังเตรียมงาน คงไม่เหมาะที่ลูกจะไปคุย เราเป็นนาย ก็วางตัวให้เป็นนาย ไม่เช่นนั้นบ่าวไพร่จะสิ้นความนับถือ”

ขุนพิทักษ์อึ้ง จำต้องเดินเข้าห้องตัวเอง คุณหญิงมองตามถอนใจ

ด้านรำพึงพยายามจะคุยกับพระยาเทวราชเรื่องคำสัญญา ท่านพระยาอ้างคำขุนไวยืนยันว่าขุนพิทักษ์ชนะเพราะโกง รำพึงถามหาหลักฐาน ทำเอาท่านอึ้งพูดไม่ออก

“ลูกแค่พูดความจริง คนตั้งมากมายเห็นว่าขุนไวแพ้ แต่กลับไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ แถมยังโยนความผิดไปให้คนอื่นอีก คุณพ่ออยากได้ลูกเขยที่ไร้ศักดิ์ศรีแบบนี้หรือคะ”

รำพึงแอบยิ้มอย่างมีชัยเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อนิ่งอึ้ง

ooooooo

บริเวณหน้าเรือน มีคุณหญิงมณีกับขุนพิทักษ์นั่งเป็นประธาน ดูบ่าวไพร่ดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน ชุ่มนำนํ้าชามาเสิร์ฟแล้วถอยออก ขุนพิทักษ์เรียกชุ่ม แต่เธอไม่สนใจเดินกลับไป เขาอดรนทนไม่ไหว ลุกตามไปต่อหน้าต่อตาคุณหญิงมณี

“นี่แม่ควรจะทำอย่างไรกับลูกดี...”

ชุ่มเดินจ้ำอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ทัน ขุนพิทักษ์เข้ากอดเธอด้านหลัง เธอพยายามสะบัดหนี

“ชุ่ม เอ็งกับข้าต้องพูดกันให้รู้เรื่อง ข้าชนะไอ้ขุนไวแล้ว เอ็งยังต้องการอะไรอีก”

“ชนะโดยการใช้ก้อนหินทำร้ายท่านขุนไวอย่างนั้นหรือเจ้าคะ”

“เอ็งไปที่ลานประลอง!” ชุ่มพยักหน้ารับเศร้าๆ ขุนพิทักษ์จับปลายคางเธอให้หันมา “เอ็งไปที่นั่นทำไม...เอ็งไปเพราะเอ็งเป็นห่วงข้าใช่ไหม”

ชุ่มอึกอักคิดหาทางเอาตัวรอด จึงมองไปด้านหลังขุนพิทักษ์แล้วร้องว่า...คุณหญิง ชายหนุ่มสะดุ้งปล่อยตัวชุ่มหันไปมอง ไม่มีใคร เขาจึงรู้ว่าถูกหลอก พอหันกลับมา ชุ่มวิ่งหนีไปแล้ว ขุนพิทักษ์ไม่ยอมลดละ วิ่งตามมาเคาะประตูห้องชุ่ม

“ชุ่ม...เอ็งออกมาพูดกับข้าให้รู้เรื่องก่อน ชุ่ม...”

ชุ่มยืนนิ่งไม่อาจยอมรับการกระทำของเขาได้

จังหวะนั้น สมโผล่มาขอร้องให้ขุนพิทักษ์กลับเรือนไปก่อน ท่าทางท่านขุนจะดื้อดึง

“ละเว้นนังชุ่มมันสักคนเถอะขอรับ”

“ข้าไม่ได้ทำร้ายมัน มันไม่เข้าใจข้า ข้าต้องคุยกับมัน”

“ชุ่มมันเป็นบ่าว ทำไมท่านขุนจะต้องสนใจว่ามันจะเข้าใจท่านขุนหรือไม่ มันไม่ได้สำคัญกับท่านขุนสักนิด อย่าเสียเวลาของท่านขุนเลยขอรับ เพราะถ้าคุณรำพึงรู้เข้า...”

“ทำไม...น้องรำพึงรู้แล้วจะทำไม”

ชุ่มเปิดประตูพรวดมาห้ามไม่ให้สมพูด ขุนพิทักษ์ยิ่งสงสัยคาดคั้นให้ตอบ ชุ่มส่งสายตาวิงวอนพี่ชาย สมจึงบอกไปว่า รำพึงอาจจะเกลียดชุ่มได้ ขุนพิทักษ์ยังแก้ตัวแทนว่า รำพึงไม่ใช่คนแบบนั้น ชุ่มน้ำตาคลอที่เขายังเชื่อมั่นว่ารำพึงเป็นคนดี จึงตัดพ้ออย่างน้อยใจ

“แต่อีกหน่อยคุณรำพึงก็ต้องแต่งงานกับท่านขุน ถ้าคุณรำพึงรู้ว่าท่านลดตัวมาเกลือกกลั้วกับพวกทาสคุณรำพึงคงไม่พอใจ”

สมสั่งชุ่มให้เข้าห้อง และขอร้องขุนพิทักษ์กลับไปก่อนที่บ่าวคนอื่นจะกลับกันมา เขาจำต้องยอมไป สมได้ยินเสียงชุ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น ให้สงสารน้องจับใจ

ขุนพิทักษ์เดินคิดถึงคำพูดของสม เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ารำพึงออกมาแนบอก พยายามจะคิดถึงเธอ แต่ใบหน้าของชุ่มก็ลอยมารบกวนจิตใจตลอด จนเขาสับสนในใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ
9 พ.ค. 2564

03:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 11:37 น.