ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงบาป

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ริมน้ำแห่งหนึ่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยหมอกควัน มีหญิงสาวงามสง่าราวนางพญา ในมือถือปลายโซ่ด้านหนึ่ง อีกด้านคล้องไว้กับคอผู้หญิงอีกคนที่นอนกองอยู่บนพื้น ถูกมัดมือมัดเท้า ที่ข้อเท้ายังมีลูกตุ้มเหล็กถ่วงไว้อีก เธอส่งเสียงร้องอย่างทรมาน เสียงหญิงผู้งามสง่าตวาด

“เอ็งเกิดมาเป็นทาส อย่าริจะแข่งวาสนากับข้า ของของข้าอ้ายอีหน้าไหนก็ไม่มีวันได้ไป เอ็งอยากแย่งของรักของข้า เอ็งก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต” หญิงผู้งามสง่าจิกหัวนางทาสขึ้นมา

ขุนพิทักษ์นอนกระสับกระส่าย เห็นภาพในฝัน ตัวเองพยายามจะเข้าช่วยหญิงผู้เป็นทาส แต่พอขยับตัวก็ล้มลงเพราะข้อเท้ามีโซ่ล่ามติดอยู่กับข้อเท้าหญิงผู้งามสง่า หญิงผู้นั้นส่งยิ้มเย็นยะเยือกให้ ก่อนจะเหวี่ยงนางทาสลงน้ำไปพร้อมกับลูกตุ้มเหล็ก เสียงหวีดร้องกับเสียงหัวเราะปะปนกันระงม

ภาพนางทาสดิ้นทุรนทุรายดำดิ่งลงไปตามแรงฉุดของลูกตุ้มเหล็ก ขุนพิทักษ์โดดลงน้ำไปช่วยแต่โดนดึงโซ่ลากกลับขึ้นมาอย่างทุลักทุเล...เสียงสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมา ทุกอย่างดับวูบ

ขุนพิทักษ์กระตุกดวงตาเบิ่งโพลง ความรู้สึกที่สัมผัสในฝันเหมือนจริงมาก เพียงไม่อาจเห็นภาพอย่างชัดเจนว่าใครเป็นใคร พลัน เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“พ่อพิทักษ์ตะวันรุ่งแล้ว ลูกสัญญาว่าจะไปถวายผ้าป่ากับแม่ที่วัดเถรมั่น ได้เวลาแล้วนะลูก”

“คุณแม่นำขบวนไปก่อนเลย เดี๋ยวลูกตามไปขอรับ” ขุนพิทักษ์ลงนอนอย่างไม่ใส่ใจ

“ไปพร้อมกับแม่จะงามกว่านะลูก แม่จะรอ ทำบุญให้พระรอไม่ดีนะลูก”

ขุนพิทักษ์เปิดประตูออกมาสีหน้าไม่พอใจ สำรอกใส่ผู้เป็นมารดาอย่างไม่ยำเกรงว่า ถ้ายังเซ้าซี้ไม่เลิก จะไม่ไปให้เลือกเอา แล้วปิดประตูโครมใส่หน้า

คุณหญิงมณีได้แต่ส่ายหน้าถอนใจ หันไปสั่งแจ่ม บ่าวคนสนิทให้หาคนมาเฝ้าไว้ ขุนพิทักษ์ออกมาเมื่อไหร่พาตัวไปวัดทันที แจ่มรับคำวิ่งออกไป

แต่พอขุนพิทักษ์ลุกออกมาจากห้อง ไม่มีบ่าวคนไหนสามารถทำตามคำสั่งคุณหญิงมณีได้ ขุนพิทักษ์ไปเที่ยวบ่อนข้างตลาด แทงพนันไก่ชนอย่างเอาเป็นเอาตาย มีหญิงบำเรอชายแนบสนิทข้างกาย ยามดีใจก็หอมซ้ายหอมขวา พอไก่ของตนชนะก็ลุกเฮลั่นเข้าไปอุ้มไก่ส่งให้ทาสที่ตามมารับใช้ แล้วคว้าถุงอัฐที่คนอื่นๆวางเดิมพัน มาแจกหญิงบำเรออย่างเยาะเย้ยคู่แข่ง

นักพนันหมั่นไส้ “ถุย...อวดบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ที่แท้มันก็พวกผีพนันเหมือนกันล่ะวะ”

ขุนพิทักษ์หันมองหน้าพวกนักพนันด้วยแววตากร้าว...ขณะเดียวกัน ไม่ไกลโรงบ่อน ชุ่มสาวแรกรุ่นผู้มีแววตาใส แต่ใบหน้ามอมแมม เหงื่อไคลย้อยจากการทำงานช่วยนางเย็นกับนายอยู่ผู้เป็นแม่กับพ่อ ยกเข่งผลไม้ให้กับลูกค้าที่มาซื้อ พอเห็นชาวบ้านวิ่งกรูไปทางโรงบ่อน ก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แม่ค้าคนหนึ่งร้องว่ามีมวยอีกตามเคย

“หึ...ไอ้พวกผีบ้า ไม่ทำมาหากิน ยังแค่นหาเรื่องเจ็บตัว” นายอยู่ด่าส่ง

“นังชุ่ม เอ็งอย่าได้ริเอาไอ้พวกนี้มาทำผัวเชียวนะ จะตรอมใจไปจนตาย”

“นังตาบ เอ็งก็พูดเข้า นังชุ่มมันยังเด็กยังเล็ก” เย็นเอ็ดเพื่อนแม่ค้าด้วยกัน

“โห้ย...นังเย็น ข้าก็เห็นเด็กๆอย่างลูกเอ็งเนี่ยมันมีผัวกันแล้วทุกคนล่ะวะ”

ชุ่มยังสนใจทางที่ชาวบ้านวิ่งกันไป จึงแอบตาม เห็นขุนพิทักษ์ชกต่อยกับพวกนักพนันอย่างเมามัน พวกผีพนันหันมาเชียร์มวยแทนเชียร์ไก่ ขุนพิทักษ์ล้มลงมานอนกองที่พื้นตรงหน้าชุ่ม เธอเห็นหน้าเขาเต็มสองตา ตะลึงด้วยความตกใจ จังหวะนั้น นักพนันหยิบดาบออกมาหมายจะแทง ชาวบ้านกรีดร้อง ขุนพิทักษ์เห็นปลายมีดดิ่งมา ก็ลุกขึ้นผลักตัวชุ่มหลบคมดาบแล้วร้องด่า

“เป็นขี้แพ้ชนไก่แค่นี้ จะเล่นกันให้ถึงตายเชียวรึไอ้ขี้ครอก”

“ไปปากกล้าในนรกต่อเถอะเอ็ง” นักพนันไม่พูดพร่ำ ปรี่เข้าแทงขุนพิทักษ์

ชุ่มเห็นท่อนไม้ข้างๆก็คว้ามาโยนให้ขุนพิทักษ์ เขาใช้มันฟาดดาบในมือนักพนันร่วง แล้วเก็บดาบมาจ่อคอนักพนันผู้นั้น นายบ่อนเข้ามากราบกรานขอให้ไว้ชีวิต เกรงจะเสียชื่อบ่อนว่ามีคนตาย ชุ่มกำลังลุ้นว่าท่านขุนจะยอมหรือไม่ นางเย็นผู้เป็นแม่ก็เข้ามาลากตัว

“นังชุ่ม เอ็งมาอยู่ตรงนี้เดี๋ยวก็โดนพ่อเฆี่ยนหลังลายหรอก ไปอย่ายุ่งกับไอ้คนชั่วพวกนี้”

ชุ่มจึงไม่ทันได้เห็นขุนพิทักษ์เสียบมีดลงพื้นดินข้างคอนักพนันผู้นั้น แล้วประกาศ

“ข้าไม่อยากให้เลือดสกปรกของไพร่ชั้นต่ำมาระคายมือข้า แต่ข้าคงต้องสั่งสอนให้ไอ้ไพร่นี่ได้รู้ที่ต่ำ ที่สูง...อ้ายอีคนไหนอยากได้อัฐในถุงนี้ ก็สั่งสอนไอ้ไพร่ ให้หลาบจำ เป็นหรือตายข้าไม่สน” ขุนพิทักษ์โยนถุงเงินลงพื้นก่อนจะเดินไป ชาวบ้านกรูเข้ารุมกระทืบนักพนันกันใหญ่

ooooooo

ขณะเดียวกัน ในศาลาวัด คุณหญิงมณีให้บ่าวจัดเรียงเครื่องผ้าป่าอย่างสวยงาม ตั้งใจฟังเทศน์มหาชาติของหลวงตามั่น กัณฑ์มัทรี ที่บอกเล่าเรื่องราวความรักที่พ่อแม่มีต่อบุตรกำลังจะจบลง คุณหญิงมองซ้ายมองขวา หันไปถามแจ่มทำไมขุนพิทักษ์ยังไม่ถึงวัด

ไม่ทันไร ชายหนุ่มรูปงาม ท่าทางองอาจเข้ามานั่งข้าง แล้วก้มกราบหลวงตา คุณหญิงมณีคิดว่าเป็นลูกชายจึงยิ้มมองแล้วชะงัก

“นมัสการขอรับหลวงตา ต้องขอประทานโทษที่ผมมาสายเพราะติดงานราชการ”

เถรมั่นยิ้มเป็นการรับรู้แล้วเริ่มเทศน์กัณฑ์สักบรรพต่อ คุณหญิงมณีกระซิบแจ่มไปบอกสมให้ตามขุนพิทักษ์มาเร็ว...คุณพิกุลและคุณซ่อนกลิ่นที่มาร่วมถวายผ้าป่า กระซิบกระซาบกัน

“ขุนไวพิชิตพลนี่ทั้งรูปงามแล้วยังเก่งทั้งการบ้านการเมือง ไม่น่าเชื่อว่ากำพืดจะเป็นเพียงแค่เด็กวัดนะ”

“วาสนาดีน่ะสิคะคุณพิกุล ที่ท่านพระยาพิศาลไม่มีลูกสืบสกุล แล้วมาถูกชะตากับขุนไวรับไปชุบเลี้ยงจนเติบใหญ่ แถมยังกตัญญูต่อเถรมั่นตามมาคอยดูแลมิได้ขาด”

“ผิดกับพ่อพิทักษ์ลูกคุณหญิงมณีราวฟ้ากับเหวเลยนะคะ รายนั้นน่ะมีตำแหน่งได้ก็เพราะบารมีพ่อล้วนๆ พระยาสุรเดชก็อาการทรงๆทรุดๆ คุณหญิงถึงต้องเป็นแม่งานทอดผ้าป่า ทำบุญผ่อนบาปครั้งใหญ่นี่ไงคะ”

สีหน้าคุณหญิงมณีเป็นกังวลเมื่อได้ยิน หลวงตากระแอมพอเป็นพิธี สองสาวใหญ่สะดุ้งเงียบทันที คุณหญิงมณีเหลือบมองขุนไวที่นั่งฟังเทศน์อย่างตั้งใจ ถึงกับผ่อนลมหายใจคิดเปรียบเทียบกับลูกชาย จวบจนเทศน์จบ หลวงตาเห็นคนของขุนไวคลานเข้ามารายงานเรื่องบางอย่าง ขุนไวก้มกราบลาไปในทันที

ระหว่างที่นักพนันโดนชาวบ้านรุมกระทืบ ขุนไวกับลูกน้องมาช่วย ประกาศว่าคนของข้าใครไม่มีสิทธิ์แตะต้อง...ด้านชุ่ม โดนแม่ลากถูลู่ถูกังกลับมา ชุ่มบอกแม่ไม่ต้องห่วง ตนไม่มีวันเกี่ยวข้องกับคนชั่วพวกนั้น ตนจะตั้งใจทำงานหาเบี้ยหาอัฐไปไถ่ตัวสมผู้พี่ชาย จากการเป็นทาส

นายสมซึ่งถูกใช้ให้มาตาม เจอขุนพิทักษ์ที่หน้าบ่อน รีบรายงานว่าคุณหญิงมณีรออยู่ที่ศาลาการเปรียญ ขุนพิทักษ์กลับถีบสมจนจุกล้มกลิ้ง ไล่ให้ไปเรียนคุณหญิงมณีว่าไม่พบตน ทันใด มีเสียงดังมาจากเบื้องหลัง

“ลูกพระน้ำพระยามีชัยแก่พวกไพร่ในบ่อนเบี้ย รู้ไปถึงไหน คงมีแต่คนแซ่ซ้อง”

ขุนพิทักษ์หันมานัยน์ตากราดเกรี้ยว เห็นขุนไวยืนเยาะแววตาท้าทายไม่ยำเกรง

“มันกงการอะไรของเอ็ง ไอ้ไว”

“ก็ไพร่คนนั้นมันเป็นคนของข้า เอ็งทำอย่างนี้มันไม่หักหน้ากันไปหน่อยเหรอ”

ขุนพิทักษ์กลับโต้ตอบด้วยวาจาดุเดือด จนลูกน้องขุนไวเตือนว่าไม่ให้เกียรติเจ้านายตน

“เกียรติข้ามีไว้ให้คนที่มีศักดิ์เท่ากัน ไม่ใช่ไอ้พวกเด็กวัด คางคกขึ้นวอ”

ลูกน้องกระชับดาบ ขุนไวโกรธแต่ยกมือห้ามไว้ “อย่าใช้กำลังตัดสินเหมือนพวกไพร่เลย ข้าว่าเราใช้วิธีแบบผู้มีปัญญาเขาทำกันดีกว่า ถ้าเอ็งไม่หัวหดซะก่อนนะไอ้พิทักษ์”

ขุนพิทักษ์ไม่ยี่หระให้ว่ามา ขุนไวท้าแข่งเรือ ใครแพ้ต้องกราบเท้าขอสมา ขุนพิทักษ์รับคำท้าแต่ถ้าขุนไวแพ้ให้กราบหมาหน้าวัด ขุนไวกำหมัดแน่นข่มอารมณ์โกรธ

ooooooo

ขณะที่ก้มกราบลาหลวงตา มีบ่าวมากระซิบแจ่ม เธอถึงกับจับอกตกใจ คลานเข้าไปรายงานคุณหญิงมณี เธอเข้าใจว่าลูกชายมา เรียกให้กราบหลวงตา แต่พอแจ่มเอ่ยว่า ขุนพิทักษ์กำลังพนันแข่งเรือกับขุนไว เดิมพันให้กราบสุนัขหน้าวัด คุณหญิงลมใส่ หลวงตาส่ายหัวระอา

ทุกคนมาที่ท่าเรือ คุณหญิงมณีปรี่เข้าห้ามลูกชาย ว่าวันนี้งานบุญทำไมมาพนันขันต่อกัน

“ลูกกำลังจะโปรดสัตว์ให้หมามันได้รับการกราบไหว้จากคนขอรับคุณแม่”

“หรือไม่ คนอย่างเอ็งก็ต้องมากราบตีนคนอย่างข้า”

คุณหญิงมณีหันมาขอร้องขุนไวให้เลิกรา แต่ลูกชายตัวเองกลับไม่ยอม สั่งให้สมเอาพายลงนํ้าเตรียมออกเรือ คุณซ่อนกลิ่นอดค่อนขอดไม่ได้

“พ่อไวกับพ่อพิทักษ์นี่เป็นอริกันมาตั้งแต่เด็ก โตมายังจะไม่เลิกแล้วต่อกันอีก”

เสียงตีระฆังดังขึ้น เรือสองลำมุ่งหน้าไปแย่งธงที่ปักกลางลำนํ้า คุณหญิงมณีโอดครวญจะเป็นลมแจ่มต้องคอยพัดวี เสียงขุนพิทักษ์ร้องสั่ง สู้แค่ตาย ให้บ่าวเอาท้ายเรือกระแทกเรือขุนไว ขุนไวโกรธสั่งลูกน้องเร่งฝีพายแซงยังถูกกระแทกเรืออีก จึงใช้ไม้พายกระทุ้งกลับบ้าง กลับกลายเป็นการต่อสู้กันด้วยไม้พาย สมต้องช่วยเจ้านายทั้งที่ไม่เต็มใจ

ช่วงชุลมุน ขุนพิทักษ์กระโดดข้ามมาที่เรือขุนไว ระหว่างนั้นมีเรือเก๋งลอยผ่านมา หญิงงามนางหนึ่งแหวกม่านออกมองมาที่ขุนพิทักษ์และขุนไว สองหนุ่มตะลึงในความงาม เมื่อสายตาประสานกัน หญิงสาวปิดม่านด้วยความอาย จังหวะนั้นหัวเรือของสองหนุ่มชนกัน ทำให้ทั้งสองหนุ่มตกนํ้าลงไปโครมใหญ่ หญิงสาวเปิดม่านออกมาดูอีกครั้ง พร้อมกับหัวเราะพองาม ลูกสมุนแต่ละฝ่ายต้องมาช่วยเจ้านายตัวเองกลับขึ้นเรืออย่างทุลักทุเล

หญิงงามนางนั้นคือ รำพึง ลูกสาวพระยาเทวราช นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ในเรือ จนบ่าวแซว

“คุณรำพึงของบ่าวนั่งยิ้มขันหนุ่มพวกนั้น ตั้งแต่โค้งนํ้าโน่นแล้วนะเจ้าคะ”

“ก็มันขันนี่นังจวง คนบ้าอะไรมาต่อยตีกันกลางนํ้า”

“แต่จะว่าไปเป็นหนุ่มรูปงามทั้งคู่เลยนะเจ้าคะ”

“เอ็งคิดอย่างนั้นเหรอ”

“เจ้าค่ะ...หรือคุณรำพึงคิดเห็นว่าไม่งาม”

“ควรแล้วเหรอ...ที่บ่าวอย่างเอ็งจะต่อปากต่อคำกับลูกพระยาอย่างข้า” รำพึงยิ้มแต่ตาดุใส่

ด้านคุณหญิงมณี เห็นว่าไม่มีใครแพ้ชนะ ขอให้เลิกแล้วต่อกัน แต่ขุนพิทักษ์ไม่ยอม จึงเกิดทะเลาะเบาะแว้งจะลงไม้ลงมือกันอีก บ่าวไพร่ช่วยกันจับแยก

“พอๆหยุดกันที จะมาฆ่ากันให้คนแก่เผาผีหรือไง... พ่อไว ถือซะว่าฉันขอ”

ขุนไวมองอย่างเกรงบารมีจึงยอม “นี่เห็นแก่ คุณหญิงนะครับ...”

ขุนพิทักษ์ยังปากดี บอกขุนไวไม่รับฝากนานระวัง ดอกจะพูนและมองอย่างเหยียดหยาม ขุนไวจ้องหน้า โกรธๆ คุณหญิงมณีรีบดึงลูกชายให้เข้าไปกราบหลวงตา แต่เขากลับบอกว่า

“ตรงนี้ก็ได้คุณแม่” ขุนพิทักษ์ยกมือไหว้ส่งๆ

“ใช้มือไหว้กับใช้ใจไหว้มันไม่เหมือนกันนะท่าน ขุน ไหว้พระด้วยใจ ใจก็จะเห็นภาพใดๆได้ชัดขึ้น” เสียงหลวงตามั่นดังออกมา

ขุนพิทักษ์รู้สึกแวบในใจกับภาพฝันของตัวเอง แต่ไม่อยากฟังต่อ จึงลากลับแล้วเดินไปอย่างไม่ไยดี

“อิฉันกลุ้มใจกับลูกคนนี้จริงเจ้าค่ะเถรมั่น สงสารท่านพระยาเหลือเกิน ทั้งๆที่กำลังป่วยหนักก็ยังต้องมาห่วงลูกชายอีก”

“มีห่วงก็เหมือนมีบ่วง ธรรมะเท่านั้นที่จะทำให้มนุษย์หลุดจากบ่วงได้”

“แต่สำหรับพ่อพิทักษ์ ดูจะหนักหนา มีทางไหนที่จะผ่อนหนักเป็นเบาได้ไหมเจ้าคะ”

“ไม่มีใครหนีบ่วงที่ตนเองผูกขึ้นมาได้หรอก ทุกคนล้วนต้องชดใช้กรรมที่เกิดจากบาปที่ก่อขึ้นด้วยกันทั้งสิ้น”

คุณหญิงมณีฟังคำหลวงตาแล้วสังหรณ์ใจหนักหนา

หลังจากช่วยเจ้านายจนตัวเองบอบช้ำ สมกลับมาบ้านให้พ่อแม่เยียวยา ชุ่มช่วยประคบรอยช้ำไป  บ่นว่าพี่ชายไปหา ว่าชอบมีเรื่อง สมแก้ตัวเจ้านายสั่งก็ต้องทำ เย็นถอนใจสงสารลูกที่มีเจ้านายอย่างขุนพิทักษ์ มีเรื่องราวได้ไม่เว้นแต่ละวัน

“ใช่ ชั่วผิดพ่อผิดแม่...โอ๊ยเจ็บนะนังชุ่ม” สมถูกชุ่มกดแรงๆที่แผล

“พี่จะได้จำไงจ๊ะ ว่าอย่าลามปามท่าน ใครมาได้ยินเข้าพี่จะโดนโบยหลังขาด พี่ก็อยู่ให้ห่างท่านขุนสิ จะได้ไม่โดนแบบนี้อีก” ชุ่มพูดไปแต่ในใจแอบชื่นชมขุนพิทักษ์ไม่น้อย

สมโต้ว่าเป็นทาสเขา จะเลือกอะไรได้ ว่าแล้วก็ลากลับ แต่อดแกล้งน้องสาวด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ ชุ่มวิ่งหนีหลบหลังแม่ สี่คนพ่อแม่ลูกหัวเราะกันสนุกสนาน

ooooooo

รำพึงจัดของว่างไปปรนนิบัติพระยาเทวราชผู้เป็นพ่อ แต่กลับถูกปัดทิ้ง และตวาดใส่บอกกี่ครั้ง แล้วว่า เรื่องอาหารเครื่องดื่มของตน ไม่ต้องยุ่ง

“รำพึงแค่อยากจะปรนนิบัติคุณพ่อตามหน้าที่ของลูก”

“ลูกที่ข้าไม่เคยเต็มใจให้เกิด...ทุกครั้งที่ข้าเห็นเจ้า มันตอกย้ำให้ข้าจำเรื่องชั่วๆของนังทาสชั่วที่กล้าทำเสน่ห์กับข้าผู้เป็นถึงพระยา”

“ลูกไม่ได้รู้เห็นในสิ่งที่แม่ของลูกทำ” รำพึงเจ็บปวดใจ

“เจ้าถึงยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกของข้าอยู่ทุกวันนี้ไงล่ะ แต่ถ้าวันใดเลือดนางทาสชั่วมีฤทธิ์ขึ้นมา ข้านี่ล่ะจะบั่นคอเจ้าทิ้งเหมือนแม่ของเจ้า”

“พอที่เถอะค่ะ ยังไงนางทาสชั่วที่คุณพ่อว่าก็เป็นแม่ของลูก ลูกกราบขอร้อง คุณพ่ออย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย” รำพึงร่ำไห้อย่างเจ็บปวด

พระยาเทวราชพยายามสะกดกลั้นอารมณ์เรียก สติตัวเองกลับคืน แล้วบอกลูกสาวว่าพรุ่งนี้ให้เตรียมตัว ตนจะไปเยี่ยมพระยาสุรเดชไมตรีที่เรือน กำชับวางตัวให้สมกับเป็นลูกพระยาอย่าให้ตนต้องอับอาย รำพึงรับคำน้ำตาร่วง...พอพระยาเทวราชกลับเข้าห้อง จวงรีบเข้ามาปลอบเจ้านายด้วยความสงสาร แต่เธอกลับปฏิญาณตนด้วยความแค้นในโชคชะตา

“ข้าคือลูกพระยา คนอย่างข้ามีแต่จะสูงขึ้นทั้ง ลาภยศ ฐานันดรและคู่ครอง เลือดในตัวข้าจะมีแต่เลือดพระยาเท่านั้น”

ด้านขุนพิทักษ์ เมามายอยู่ในโรงนางโลม มีหญิง คอยบำเรอสองนาง เขากลับเพ้อหาแต่หญิงงามที่เห็นในเรือกลางน้ำ จนสองนางบำเรอระอาคว้าถุงอัฐหลบออกมา...ส่วนขุนไว มีสติมากกว่า สั่งลูกน้องสืบหาว่าหญิงงามนางนั้นเป็นใคร อยู่ที่ไหน

ooooooo

วันต่อมา ขุนพิทักษ์นั่งคลอเคลียบ่าวในบ้านอยู่ที่ตั่งกลางสวน และให้พวกทาสชายต่อยกันให้ดูอย่างสนุกสนาน พอเห็นสมเดินผ่านมาท่าทางหน่วยก้านดี จึงเรียกให้มาร่วมชก แต่สมปฏิเสธอย่างนอบน้อม ขุนพิทักษ์ไม่พอใจ

“ข้าให้สู้เอ็งก็ต้องสู้ อย่าถือว่าเป็นคนโปรดคุณแม่แล้วจะมากำแหงกับข้า”

สมก้มหัวไม่ได้คิดเช่นนั้น ขุนพิทักษ์กลับเตะหน้าสมจนหงาย แล้วลุกขึ้นเหยียบยอดอกกระทืบส้นเต็มตีน คุณหญิงมณีกลับจากวัดพร้อมพวกบ่าวอีกกลุ่ม เห็นเหตุการณ์เข้ามาห้ามปราม ให้คนพาสมไปกินยาแก้ช้ำใน ขุนพิทักษ์ไม่พอใจหาว่าแม่ให้ท้าย ทั้งที่ทาสขัดคำสั่งตน

“พ่อพิทักษ์ ลูกโตจนรู้ดีชั่ว น่าจะรู้ว่าสิ่งใดควรไม่ควร ตอนนี้คุณพ่อป่วยหนัก ลูกคิดจะเข้าไปให้คุณพ่อได้เห็นหน้าได้ชื่นใจบ้างไหม”

“ลูกเข้าไปหาคุณพ่อ ก็คงจะต้องทำหน้าเศร้าโศกที่เห็นคุณพ่ออยู่ในสภาพอย่างนั้น มันก็เหมือนแช่งคุณพ่อให้ตายเร็วขึ้น ใครอยากทำก็ทำกันไป แต่ลูกไม่ทำ”

“ทั้งที่ลูกก็รู้ว่าคุณพ่อต้องป่วยเพราะใคร...”

ขุนพิทักษ์รู้แก่ใจแต่ไม่ยอมรับกลับยืนนิ่ง คุณหญิงเดินขึ้นเรือนอย่างอ่อนใจ...ภาพอดีตที่ฝังใจผุดขึ้น ครั้งพระยาสุรเดชใช้เอกสารตบหน้าลูกชาย ฐานยักยอกของ หลวงผิดอาญาแผ่นดิน

“มันก็แค่ปันข้าวที่เหลือจากส่วยที่ส่งไปเมืองหลวง มันจะอะไรนักหนา” ขุนพิทักษ์โวย

พระยาสุรเดชตบหน้าอีกครั้งพร้อมเอ็ด “ทำเลวแล้วยังไม่สำนึกอีก เป็นข้าราชการแผ่นดินแต่โกงกินบ้านเมือง ตายเจ็ดชั่วโคตรยังชดใช้ไม่หมด”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณพ่อ ถ้าต้องตาย ลูกตายคนเดียวได้ คงไม่ต้องให้โคตรเหง้ามาร่วมรับผิดชอบ”

พระยาสุรเดชโกรธจัดเงื้อมือจะตบอีกแต่ยั้งใจไว้ เมื่อเห็นสีหน้าลูกไม่รู้สำนึก จึงไล่ไปให้พ้นหน้า...

ใจหนึ่งขุนพิทักษ์รู้ว่าตัวเองทำผิด จึงเดินตามคุณหญิงมณีเข้ามา แต่แล้วได้ยินเสียงแม่

“คุณพี่คะ มีข่าวว่าตอนนี้ทางสังกัดของคุณพี่กำลังหาคนมารับตำแหน่งแทนคุณพี่”

“สมควรแล้วคุณหญิง ราชการจะได้ไม่เสีย”

“ท่านพระยาเทวราชผู้ตรวจการจากพระนครมาถึงบ้านเราแล้ววันนี้ วันพรุ่งคงมาเยี่ยมคุณพี่”

“ต้อนรับขับสู้ท่านให้ดีนะแม่มณี” พระยาสุรเดชพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

คุณหญิงมณีรับคำ คิดอยากให้สามีมีกำลังใจจึงเอ่ย “พ่อพิทักษ์มัวง่วนอยู่กับข้อราชการ ก็เลยไม่ค่อยมีเวลามาหาคุณพี่”

“อย่าปดฉันเลยแม่มณี ฉันรู้จักลูกชายของเราดี สำหรับพิทักษ์ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเหล้า ฝิ่น ผู้หญิง”

ขุนพิทักษ์ยืนสะเทือนใจที่ตัวเองเป็นได้แค่ลูกเลวๆ ในสายตาพ่อ จึงหันหลังกลับ คุณหญิงมณีเห็นอยากจะลุกตาม แต่สามีถามว่ามีอะไร เธอเกรงสามีผิดหวัง ปัดไม่มีอะไรแต่สายตามองไปทางประตูอย่างเสียดาย เสียใจที่พ่อลูกกลายเป็นแบบนี้

ooooooo

รุ่งขึ้น พระยาเทวราชและรำพึงมาถึงเรือน ขุนพิทักษ์เป็นผู้มาต้อนรับ พอได้เห็นรำพึงเต็มตาก็จำได้ว่าเป็นหญิงที่ตนเพ้อหาทุกค่ำคืนถึงกับตะลึง จวงเห็นชายหนุ่มก็รีบปิดปากมองเจ้านายที่เผลอยิ้มแต่เก็บอาการได้ทัน ขุนพิทักษ์เชิญทุกคนที่ศาลารับรอง

คุณหญิงมณีเปิดกล่องน้ำอบปรุงและอับใส่โสมที่รับมาจากรำพึง เธอกล่าวว่าเป็นของได้มาจากเรือสำเภาจีน คุณพ่อตั้งใจนำมาให้โดยเฉพาะ

“ไม่น่าต้องลำบากหอบหิ้วมาเลย”

“ไม่ได้ลำบากอะไรเลยคุณหญิง ว่าแต่ท่านพระยาเป็นอย่างไรบ้าง”

“ก็ทรงๆทรุดๆน่ะค่ะ คุณพี่เองเป็นห่วงราชการมาก ทำแต่งานจนไม่ได้รักษาตัว พอมารู้อีกทีก็เป็นหนักแล้ว”

“ฉันขอพบท่านสักครู่ ฉันมีความจากพระนครมาถึงท่าน”

คุณหญิงมณีเชื้อเชิญ พระยาเทวราชบอกรำพึงให้รออยู่แถวนี้ แล้วฝากขุนพิทักษ์ดูแลชั่วครู่ ขุนพิทักษ์จึงชวนเธอไปชมสวนดอกไม้ พอรำพึงลุกขึ้นเกิดสะดุดจะล้ม เขารีบดึงแขนรั้งตัวเธอเข้ามาในอ้อมกอด ทั้งสองสบตากันใกล้ชิด จวงเห็นแล้วตกใจ

“ว้ายตาเถรตกหกคะเมน!”

สองหนุ่มสาวสะดุ้งผละออกจากกัน รำพึงทำหน้าเอียงอายรีบดึงจวนไปที่สวนดอกไม้ ขุนพิทักษ์อมยิ้มกรุ้มกริ่ม

ขณะเดียวกัน มีคนมารายงานขุนไวว่า พระยาเทวราชกับลูกสาวอยู่ที่บ้านขุนพิทักษ์ ขุนไวไม่พอใจ สั่งลูกน้องเตรียมของไปกราบเยี่ยมพระยาเทวราชทันที... ระหว่างนั้น รำพึงกำลังคุยกับขุนพิทักษ์เรื่องต้นตระกูลสืบเชื้อสายจากเสด็จในวัง ทำงานรับใช้เหนือหัวมาตลอด รำพึงชื่นชม แต่อดขำที่เห็นเขาตกน้ำเมื่อวานไม่ได้ ขุนพิทักษ์แก้ตัวว่ากำลังแข่งเรือกัน

“การแข่งเรือ ไม้พายต้องอยู่ในน้ำมิใช่รึคะ แต่ที่น้องเห็น ไม้พายแกว่งอยู่ในอากาศ บ้างก็ตีฟาดหัวคน เมืองนี้เขาแข่งเรือกันอย่างนี้หรือคะ”

ขุนพิทักษ์เห็นช่องทางใช้คารมหว่านเสน่ห์ “ถือเป็นโชคของพี่ที่มีเรือของน้องผ่านมาพอดี ไม่อย่างนั้นพี่อาจจะตายเป็นผีเฝ้าคุ้งน้ำไปแล้ว พี่ติดหนี้ชีวิตน้องรำพึงจริงๆ”

“คุณพี่พูดเกินไปแล้ว น้องไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ลอยเรือผ่านไปทางนั้น”

“แต่พี่ถือว่าน้องมาช่วยต่อชีวิตพี่ หากน้องรำพึงจะให้พี่รับใช้เรื่องใด พี่เต็มใจทำให้ทุกอย่าง” ขุนพิทักษ์ส่งสายตาที่ทำให้รำพึงรู้สึกได้ถึงแรงปรารถนาของเขา

ความรู้สึกของสองหนุ่มสาวถูกขัดด้วยผู้อาวุโสทั้งสอง คุณหญิงมณีกับพระยาเทวราชเดินกลับมา ท่านพระยาทักลูกสาวมาอยู่ตรงนี้นี่เอง รำพึงรีบบอกว่าขุนพิทักษ์มีน้ำใจพาชมสวน แล้วชมกับคุณหญิงมณีว่า สวนดอกไม้งามจริงๆ

เมื่อพระยาเทวราชกับรำพึงกลับไป คุณหญิงมณีเตือนลูกชายว่า รำพึงไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาจะมาทำเล่นได้ ขุนพิทักษ์ทำท่ารำคาญเดินหนี...

เพราะความยากจน ทำให้นายอยู่ไปกู้เงินนอกระบบมาอีก นอกจากกู้ยืมจากคุณหญิงมณีจนสมลูกชายคนโตต้องไปเป็นทาสผ่อนหนี้ ถึงคราวที่พวกมันมาทวง ทำร้ายนายอยู่และจะฉุดชุ่มไปขัดดอก ขุนพิทักษ์ผ่านมาช่วยไว้ได้ ชุ่มยิ่งปลื้มในตัวท่านขุนผู้นี้

แต่แล้วไม่นานพวกมันก็กลับมาอีก คราวนี้ถึงกับเผาบ้าน ฉุดชุ่มจะเอาตัวไปให้ได้ พอดีสมกลับมาบ้านจึงช่วยพ่อแม่และน้องไว้ได้ทัน

ooooooo

ขุนไวนำของฝากมากราบพระยาเทวราช แนะนำตัวว่า ตนคือขุนไวพิชิตพล ข้าราชการในกรม หากมีอะไรให้รับใช้ ตนพร้อมกระทำอย่างเต็มกำลัง พระยาเทวราชถือโอกาสถามไถ่ถึงขุนพิทักษ์ว่าเป็นคนเช่นไร ขุนไวทำเป็นอิดออดไม่อยากพูดลับหลัง

“ถ้าท่านไม่สะดวกใจก็แค่ตอบฉันว่าใช่หรือไม่ก็พอ” พระยาเทวราชสั่ง

ขุนไวได้ทีใส่ไคล้ให้ขุนพิทักษ์ดูไม่ดีมากขึ้น รำพึงได้ยินไม่พอใจ ทำทีเข้ามาขัดจังหวะ คืนนั้น จวงแซวเจ้านายเสน่ห์แรง เห็นสายตาขุนไวแสดงออกอย่างเปิดเผยว่ามีจิตเสน่หา รำพึงยอมรับสนใจทั้งสองคน ติดอยู่แต่กำพืดของขุนไวที่เป็นเพียงเด็กวัด ระหว่างคุยกัน มีก้อนดินห่อกระดาษลอยเข้ามาโดนหัวจวงอย่างจัง พอคลี่ออกอ่านเป็นเพลงยาวจากขุนพิทักษ์ขอผ้าแทนใจ ให้รู้ว่ารำพึงมีใจตอบ รำพึงรีบชะโงกมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเรือลำหนึ่งลอยอยู่กลางน้ำ ก็ยิ้มขวยเขิน รีบเขียนเพลงยาวตอบ ห่อผ้าม้วนกับก้อนดินให้จวงปาไปที่เรือ ถ้าปาไม่ได้ก็ให้ว่ายน้ำไปส่ง จวงโยงโย่โยงหยกปาก้อนดินไปตกบนเรือ ขุนพิทักษ์ได้รับผ้าเช็ดหน้าและคำตอบก็ดีใจ ฟ้าร้องครืนๆลงมา แทนที่จะกลับบ้าน เขากลับสั่งบ่าวพาไปโรงฝิ่นโดยเร็ว

ด้วยความเป็นห่วงชุ่ม ครอบครัวจึงตกลงใจให้ชุ่มไปเป็นบ่าวเหมือนอย่างสม แจ่มพามารายงานตัว คุณหญิงมณียินดีช่วยเหลือ แต่อดห่วงเย็นกับนายอยู่ไม่ได้ สมกราบเรียนว่า พ่อกับแม่ไปอาศัยญาติที่ต่างจังหวัด ชุ่มร้องไห้อยากตามไปปรนนิบัติ แจ่มว่าจะเป็นตัวถ่วงเสียมากกว่า

คืนวันนั้น พระยาสุรเดชนอนกระสับกระส่ายท่าม กลางเสียงฝนฟ้าครืนๆ คุณหญิงมณีนอนหลับอยู่เคียงข้าง เกิดแสงจ้าที่ปลายเตียงปรากฏเงาดำทะมึนของยมทูต พระยาสุรเดชลืมตาขึ้นมาตกใจ เสียงยมทูตดังก้องในหัว... ถึงวาระของเจ้าแล้ว ภาพในมโนสำนึกของพระยาสุรเดชเห็นหน้าขุนพิทักษ์ลอยเข้ามา เป็นภาพตอนชนไก่ เมาสุรา เมาฝิ่น ชกต่อย เคล้านารี

และภาพครั้งที่ตนใช้เอกสารตบหน้าขุนพิทักษ์ เขาโต้เถียงว่า ไม่ต้องห่วง ถ้าเขาต้องตายจะตายคนเดียว ไม่ให้โคตรเหง้ามาร่วมรับผิดชอบ...พระยาสุรเดชรำพึง พ่อจะยอมให้เจ้าตายได้อย่างไร ชีวิตพ่อยึดถือความเที่ยงตรงมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ พ่อเองที่ต้องเอาบาปยัดใส่มือให้คนบริสุทธิ์...ภาพตัวเองเซ็นเอกสารให้ข้าราชการคนหนึ่งรับผิดแทน แต่ขุนพิทักษ์กลับเลี้ยงฉลองเมาหัวทิ่มหัวตำ... ภาพครั้งคุณหญิงมณีเปิดประตูเข้ามาในห้อง เห็นพระยาสุรเดชล้มฟาดพื้น ร้องกรี๊ด ขุนพิทักษ์ยืนช็อกอยู่หน้าประตู

สายฟ้าฟาดเปรี้ยง พระยาสุรเดชเห็นภาพในอนาคตของลูกชาย ถูกดาบเงื้อฟัน ความเจ็บปวดกระแทกเข้ามาในจิต เหมือนตัวเองรับคมดาบแทนลูก...ภาพขุนพิทักษ์ถูกทรมานในฐานะทาส พระยาสุรเดชยิ่งหายใจแรงขึ้น เขาพยายามยกมือพนมไหว้ยมทูต

“กระผมขอรับบาปแทนลูก”

คุณหญิงมณีสะดุ้งตื่น ได้ยินเสียงหอบของสามีก็ตกใจ เปิดไฟเห็นท่านหอบตัวโยน

“แม่มณี...ลูก...”

“คุณพี่ใจดีๆไว้นะคะ อิฉันจะให้คนไปตามหมอ”

“ฉันต้องเจอลูก...”

คุณหญิงมณีเห็นท่าไม่ดี ตะโกนเรียกแจ่ม ชั่วอึดใจแจ่มวิ่งเข้ามา คุณหญิงสั่งแจ่มให้สมไปตามตัวขุนพิทักษ์มาโดยเร็ว

สมตามหาขุนพิทักษ์ทุกที่ที่เป็นแหล่งอบายมุข พบอยู่โรงฝิ่น...ขุนพิทักษ์กลับมาเห็นอาการพ่อแล้วใจหายวาบ รีบหายามาป้อน

“เวลาของพ่อหมดแล้ว” เสียงพระยาสุรเดชอ่อนแรง

“คุณพี่อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ”

“คุณหญิง ของที่ฉันให้หาอยู่ไหน”

คุณหญิงมณีส่งกริชให้พระยาสุรเดช เขามอบให้ขุนพิทักษ์ กำชับหนักหนา

“กริชนี่เป็นของบรรพบุรุษที่ตกทอดกันมา นับแต่นี้มันจะเป็นของลูก รวมถึงทรัพย์สินทั้งหมดของพ่อ หากเพียงลูกให้คำสัตย์กับพ่อว่า ลูกจะครองตนอยู่ในบุญไม่ใฝ่บาป ลูกจะให้สัญญากับพ่อได้หรือไม่”

ขุนพิทักษ์อึดอัดใจรู้ว่าทำไม่ได้ พระยาสุรเดชวางมือบนหัวลูก น้ำตาผู้เป็นพ่อไหลรินด้วยความรักและห่วงใย ลมหายใจเบาลงเรื่อยๆ ทำให้หัวใจหยาบช้าของขุนพิทักษ์อ่อนยวบ

“ลูกพ่อ...ลูกต้องดำรงตนเป็นคนดี เพื่อลมหายใจสุดท้ายของพ่อ สัญญากับพ่อ” พระยาสุรเดชย้ำ

จู่ๆฟ้าร้องครืน ขุนพิทักษ์สะดุ้ง รีบรับคำว่าลูกสัญญา... เสียงสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมา สายตาพระยาสุรเดชมองไปยังยมทูต แล้วค่อยๆหลับตาลง คุณหญิงมณีร้องไห้โฮ ขุนพิทักษ์กอดร่างพ่อน้ำตาคลอ บรรดาบ่าวไพร่ร้องไห้กันระงม

หลวงตามั่นนั่งกรรมฐานอยู่ ลืมตาขึ้นมาเห็นแสงไฟตรงหน้า แล้วกระจ่างชัดเป็นพระยาสุรเดช มาฝากนำพาลูกชายไปในทางที่ดีงามด้วย

“อาตมาทำได้เพียงนำทาง คงอยู่เพียงว่าท่านขุนจะเลือกเดินทางใด...อย่าได้มีห่วงอันใดอีกเลย ทางของท่านรอท่านอยู่” หลวงตามั่นหลับตาก่อนที่ร่างพระยาสุรเดชจะดับวูบลง แล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง ด้วยสีหน้าหนักใจ

ooooooo

พิธีศพจัดขึ้นที่บ้าน คุณหญิงมณีกราบนิมนต์หลวงตามั่นมาสวดอภิธรรม หลวงตาปลอบอย่าทุกข์โศก เกิดแก่เจ็บตาย เป็นธรรมดาโลก พระยาสุรเดชกระทำแต่ความดี ต้องได้ไปอยู่ในที่ที่ดี กังวลก็แต่คนเป็น น่าห่วงยิ่งกว่า

“หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”

“คำสัญญาที่ให้ไว้ หากผิดเพี้ยนไปด้วยความชั่ว เห็นทีชีวิตคงถึงฆาต”

“เถรมั่นรู้เรื่องสัญญา!” คุณหญิงมณีตกใจเหมือนเถรมั่นอยู่ในเหตุการณ์

“มีทางเดียวที่ทำให้โยมพิทักษ์รักษาคำมั่นและใช้ชีวิตในทางบุญ...”

คุณหญิงมณีนำคำแนะนำของหลวงตามั่นมาบอกแก่ลูกชาย ขุนพิทักษ์โวยวายลั่นไม่ยอมบวชหน้าศพให้แก่พ่อ อ้างงานราชการมีมากมายต้องสะสาง

“อย่าอ้างข้อราชการ ปกติแม่ไม่เคยเห็นลูกดูดำดูดี”

ขุนพิทักษ์พาลหาว่าพระไม่อยู่ส่วนพระมายุยง คุณหญิงมณีเอ็ดอย่าปรามาสท่านมันบาปแต่ขุนพิทักษ์ไม่แยแส ประกาศกร้าวว่าตนไม่บวช ทำเอาคุณหญิงมณีน้ำตาไหลด้วยหมดหวัง

ooooooo

เมื่อพระยาเทวราชทราบข่าวจากขุนไวก็ตกใจ เพราะเพิ่งไปเยี่ยมพระยาสุรเดชมาไม่กี่วัน ขุนไวพยายามพูดถึงงานราชการที่คั่งค้างของพระยาสุรเดชว่าควรให้คนที่มีความสามารถสานต่อ รำพึงได้ฟังก็ขัดหู รู้ว่าขุนไวจะใส่ไคล้ว่าขุนพิทักษ์ไม่เอาไหน

“เขาว่ากันว่าลูกไม้มักจะหล่นไม่ไกลต้น ขุนพิทักษ์มีสายเลือดท่านพระยา ความสามารถนั้นคงถ่ายทอดถึงกัน ไม่ต้องดิ้นรนผลักตัวเองขึ้นที่สูง...เหมือนบางคน”

ขุนไวรู้ว่าโดนเหยียด คนละระดับชั้นกับขุนพิทักษ์ ด้วยมีปมในชีวิตที่เกิดมาต้อยต่ำ พระยาเทวราชรู้แกวช่วยแก้ให้

“แต่คนไหนดำรงตนอยู่ในความดี มุ่งมั่นสนองพระมหากรุณาธิคุณ พ่อก็ชื่นชมคนนั้นเหมือนกัน”

รำพึงเคือง ตัดบทขอตัวไปช่วยงานศพ พระยาเทวราชเห็นดีที่ลูกสาวจะล่วงหน้าไปก่อน ขุนไวได้ทีอาสาพาไป รำพึงตอกกลับ มาสนใจธุระของตน ไม่เสียงานราชการหรือ

“การดูแลท่านพระยาและคุณรำพึงก็ถือเป็นงานที่กระผมต้องปฏิบัติน่ะครับ”

รำพึงไม่พอใจบอกพ่อว่ามีจวงไปเป็นเพื่อนแล้ว แต่พระยาเทวราชเห็นว่ามีผู้ชายดูแลไปด้วยจะดีกว่า ขุนไวยิ้มกระหยิ่มใจ...รำพึงฮึดฮัดมาระบายอารมณ์ใส่จวง จวงเข้าใจความต้องการของเจ้านาย จึงบอกให้รีบไปปลอบใจขุนพิทักษ์ ส่วนขุนไวตนจะจัดการเอง

ooooooo

ด้านขุนพิทักษ์ หงุดหงิดมาดื่มเหล้าเคล้านารีอยู่ที่โรงเหล้า ไม่ได้สนใจว่าทางบ้านกำลังจัดงานศพของพ่อตัวเอง...แจ่มเห็นว่าชุ่มเพิ่งมาใหม่ยังไม่มีเวลาสอนงาน จึงให้เก็บกวาดอยู่ที่สวนไม่ต้องขึ้นไปวุ่นวายบนเรือนใหญ่

รำพึงขึ้นเรือนมากับขุนไว จวงนำบ่าวถือถาดขนมหวานมาช่วยงาน คุณหญิงมณีมาต้อนรับ ขุนไวเอาหน้าว่าเป็นตัวแทนพระยาเทวราชพารำพึงมาช่วยตระเตรียมงานก่อนพิธีสวด รำพึงแอบค้อนด้วยความหมั่นไส้ แล้วมองหาขุนพิทักษ์ จวงรู้แกวแกล้งเดินชนบ่าวที่ถือโตกข้าวผ่านมา หกราดขุนไว

“อุ๊ย...ขออภัยเจ้าค่ะท่านขุน จวงไม่ได้ตั้งใจ แมลงมันเข้าไปในผ้าเจ้าค่ะ” จวงสบตารำพึง

รำพึงรีบบอกให้ขุนไวกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียใหม่ ไม่อย่างนั้นกลิ่นจะคลุ้งไปทั่ว จวงเสริมว่าน่าอับอายแลดูสกปรก ขุนไวหน้าเสีย ขอตัวกลับในทันที สองบ่าวนายหัวเราะให้กัน

ชุ่มกวาดสนามเสร็จกลับมาที่เรือนทาส ได้ยินเสียงกุกกัก จึงค่อยๆย่องขึ้นเรือน ขุนพิทักษ์โผล่พรวดออกมาชน ล้มทับชุ่มแล้วหมดสติไป ชุ่มตาโพลงด้วยความตกใจ พอเห็นหน้าขุนพิทักษ์ชิดใกล้ ก็ตะลึงเขินอายที่ชายในฝันมาซบอก พยายามผลักไส

“ท่านคะ...ท่าน”

บ่าวคนหนึ่งเดินขึ้นเรือนมาเห็น ตกใจรีบวิ่งไปฟ้องคุณหญิงมณี

“คุณหญิงเจ้าขา แย่แล้วเจ้าค่ะ ท่านขุนนอนกกนังชุ่มอยู่ที่เรือนทาสเจ้าค่ะ”

ทุกคนบนเรือนใหญ่ตกใจ โดยเฉพาะรำพึง ตาวาวโรจน์ด้วยความหึง คุณหญิงมณีเดินรี่มาที่เรือนทาส คนอื่นตามมาติดๆเห็นขุนพิทักษ์นอนทับตัวชุ่ม ก็ซุบซิบกันใหญ่ รำพึงโกรธกำมือแน่น คุณหญิงมณีสั่งบ่าวผู้ชายพยุงลูกชายขึ้นมา

“เอ็งทำอะไร นังชุ่ม ทำไมเอ็งกับท่านขุน...” แจ่มเอ็ด

“เปล่านะป้าแจ่ม คือข้ากับท่าน...”

จังหวะนั้น ขุนพิทักษ์เพ้อออกมา “สวย...เจ้าสวยจริงๆ...”

“เอ็งทำแบบนี้ได้ยังไง มาไม่ทันไรทำเรื่องงามหน้าซะแล้วนังชุ่ม” แจ่มตีชุ่มยกใหญ่

ชุ่มถดหนีปฏิเสธพัลวัน คุณหญิงมณีปรามแจ่ม รอให้ขุนพิทักษ์สร่างเมาแล้วค่อยสอบถามเอาความ รำพึงตวัดสายตามองคุณหญิงที่ยังไม่เอาความอย่างโกรธๆแต่น้ำเสียงนุ่มนวล

“คุณพี่คงทำไปเพราะครองสติไม่อยู่น่ะค่ะ รำพึงว่าพาคุณพี่ขึ้นเรือนเถอะนะคะ”

คุณหญิงมณีและทุกคนเดินขึ้นเรือน รำพึงทำทีถอยหลังเหมือนเปิดทาง แต่แกล้งเหยียบมือชุ่มที่วางอยู่ ขยี้อย่างสะใจ ใบหน้าดูยิ้มใจดี เอ่ยเสียงราบเรียบ

“คุณพี่คงไม่ได้ทำให้เอ็งคิดใฝ่สูงเกินตัวใช่ไหม”

จวงเห็นแจ่มเดินกลับมารีบสะกิดเจ้านายให้กลับเรือนใหญ่ แจ่มเข้าซักไซ้ชุ่มว่าเรื่องเป็นมาอย่างไร แต่พอเห็นมือชุ่มแดงก็แปลกใจ ชุ่มกลบเกลื่อนไม่เป็นอะไรเพราะไม่อยากมีเรื่อง

ooooooo

เมื่อกลับถึงบ้าน รำพึงนั่งนิ่งกำหมัดแน่น แววตาน่ากลัว จวงค่อยๆถามเจ้านาย กลับมาแบบนี้จะรู้ความได้อย่างไร รำพึงระเบิดอารมณ์ร้องกรี๊ด เขวี้ยงข้าวของใส่จวง

“ใจเย็นๆเจ้าค่ะคุณรำพึง”

“เอ็งจะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไร ลูกสาวคนเดียวของท่านพระยาเทวราช แต่ต้องมาชิงดีกับนางทาสต่ำช้างั้นรึ”

“ท่านขุนคงเมา ไม่ได้จะจริงจังอะไรกับมันหรอกเจ้าค่ะ ท่านขุนต้องเลือกคุณรำพึงของบ่าวอยู่แล้ว”

“ข้าต่างหากที่เป็นฝ่ายเลือก และถ้าข้าอยากได้ใครข้าต้องได้ นังหน้าไหนก็มาแย่งของของข้าไม่ได้ทั้งนั้น

คนอย่างข้าต้องเป็นที่หนึ่งเท่านั้น” รำพึงกำหมัดฉายแววตาชิงชัง...

พอสมได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากชุ่ม ก็ไม่พอใจที่รำพึงมาทำร้ายน้องสาว ทั้งที่ความจริงคลี่คลายออกมาแล้ว คนเรือเป็นพยานว่าขุนพิทักษ์เมามาจากโรงเหล้า แจ่มไม่เชื่อว่าหญิงงามสง่าอย่างรำพึงจะทำร้ายชุ่มอย่างนั้น

ขุนพิทักษ์ตื่นขึ้นมาในสภาพยังไม่สร่างเมาดี

พอรู้ว่ารำพึงมาและได้เห็นตนนอนทับชุ่มก็แปลกใจ

ทาสคนไหนชื่อชุ่ม คุณหญิงมณีติงลูกชายว่าเหล้ายาทำให้เสียคน

“คุณพ่อเพิ่งเสียยังไม่ทันสวด แม่แค่อยากจะขอให้งานสวดคืนนี้ลูกอย่าทำให้คุณพ่อต้องเสียเกียรติ ก็จะถือเป็นน้ำใจ”

ขุนพิทักษ์ไม่ได้ใส่ใจคำพูดของแม่ กลับยิ้มคิดถึงรำพึงที่คืนนี้จะได้พบในงานสวดศพ

ooooooo

ถึงเวลากลางคืน พระยาเทวราชกับรำพึงขึ้นจากเรือ โดยมีขุนไวคอยพินอบพิเทา ขุนไวยื่นมือให้รำพึงจับ เธอจำต้องยอมเพราะ ไม่อยากให้พ่อตำหนิ ขุนไวเอ่ยถามทำไมรำพึงถึงกลับบ้านไปก่อน ตนกลับมารับไม่เจอ รำพึงหลบตาพ่อโกหกว่าเวียนหัวนิดหน่อย

“ถ้าลูกไม่สบายก็ไม่ควรจะมางานศพ ลูกน่าจะบอกพ่อก่อน”

ขุนไวรีบอาสาพารำพึงกลับ แต่เธออ้างว่าหายดีแล้ว และขอไปช่วยดูอาหารในครัว ขุนไวจะตาม เธอหันมาแขวะ

“ท่านขุนจะทิ้งคุณพ่อไว้คนเดียวหรือคะ” แล้วหันมาสบตาจวง “รู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง”

จวงรับคำแล้วเดินลิ่วมาที่เรือนทาส ด้อมๆมองๆ ได้ยินบ่าวตะโกนว่าแจ่มให้ชุ่มอยู่ที่เรือน ห้ามไปเกะกะที่ไหน ส่วนสมอยู่เวรเรือคอยรับส่งแขก จวงยิ้มกริ่ม รีบกลับไปรายงานรำพึง

ขุนพิทักษ์เห็นขุนไวก็ขัดตาขัดใจ แกล้งเดินชนบ่าว น้ำหกกระเด็นใส่ ขุนไวโกรธสบถว่าซุ่มซ่าม ขุนพิทักษ์โต้ ไม่นึกว่าคน คิดว่าเป็นสุนัข

“ปากดีแบบนี้ ศพที่ตั้งอยู่กลางเรือนน่าจะเป็นศพเอ็งมากกว่าศพท่านพระยานะไอ้พิทักษ์”

“คนอย่างข้าอายุยืนว่ะ ที่สำคัญข้าต้องอยู่ถึงวันที่ข้าได้เคียงคู่กับน้องรำพึงก่อน”

“อย่าฝันไปหน่อยเลยวะ คนชั่วอย่างเอ็งไม่มีทางได้ดอกฟ้าไปครอง คุณรำพึงคู่ควรกับข้าคนเดียวเท่านั้น”

ขุนพิทักษ์ดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาดมเย้ย “แต่แพรผืนนี้น้องรำพึงมอบให้ข้า กลิ่นดอกฟ้ายังติดอยู่ที่ปลายจมูก ใครกันแน่วะที่จะไม่ได้เชยดอกฟ้า”

ขุนไวเห็นแล้วแค้นใจจะเข้าชก เผอิญแจ่มมาขัดจังหวะ เชิญไปฟังพระสวด ทั้งสองจ้องหน้ากันก่อนจะเดินขึ้นเรือน

พอไม่มีใครบนเรือนทาส รำพึงกับจวงก็มาทำร้ายชุ่ม จังหวะนั้น หลวงตามั่นกำลังสวด มีแมวดำกระโดดลงมาบนโลงศพ ทุกคนตกใจ หลวงตารำพึง...บ่วงบาปกำลังเริ่มขึ้น

ในขณะที่ชุ่มถูกเอาผ้าคลุมหัว ทุบตี จับหัวกระแทกฝาจนหมดสติ...รำพึงเดินยิ้มกระหยิ่มมากับจวง จวงเกรงชุ่มจะไปฟ้องคุณหญิงมณี แต่รำพึงไม่หวั่นเพราะเชื่อว่า คุณหญิงต้องเชื่อลูกเจ้าพระยาอย่างตนมากกว่านางทาส จู่ๆขุนพิทักษ์โผล่พรวดมาขวางหน้า จวงรู้แกวถอยฉากออกไปดูต้นทาง

“น้องไปอยู่ไหนมา ปล่อยให้พี่คิดถึง” ขุนพิทักษ์อ้อน

“อย่ามาปากหวานเลยเจ้าค่ะ เมื่อกลางวันยังไปนอนกกนางทาสอยู่เลย”

“นางทาสที่ไหนจะมาสู้น้องรำพึงของพี่” ขุนพิทักษ์ดึงหญิงสาวมากอด

รำพึงผลักไสพองาม อ้างอายผีสาง ขุนพิทักษ์ได้ใจหอมซ้ายหอมขวาปะเหลาะว่ารักน้องคนเดียว รำพึงไม่เชื่อท้าให้เอาชีวิตเป็นเดิมพัน เขาถึงกับชะงัก เธอผละออก

“ถ้าคุณพี่ไม่กล้าก็หมายความว่าคำที่พูดมาเป็นเพียงลมปาก แล้วจะให้น้องฝากชีวิตไว้ได้อย่างไร”

ขุนพิทักษ์เกรงเสียหญิงงามไปรีบรับปาก “พี่เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ว่าพี่จะรักและยกย่องน้องรำพึงเพียงคนเดียว”

สายตารำพึงดูพอใจมาก พลันได้ยินจวงส่งเสียงถามขุนไวจะไปไหน ขุนพิทักษ์รีบดึงร่างรำพึงหลบลงนอนหลังพุ่มไม้ ใบหน้าชายหนุ่มคลอเคลียอยู่ตรงแก้มหญิงสาว เขาปะเหลาะอยากอยู่แบบนี้ไปจนตาย รำพึงเขินอายขู่ว่าพ่อจะเล่นงาน...เสียงจวงพยายามขวางขุนไว แต่เขาไม่เชื่อจะเข้าไปดูที่พุ่มไม้ให้ได้ จวงอกสั่นขวัญแขวน แต่แล้วก็มีแมวดำกระโจนออกมาใส่ ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัว จวงแอบหัวเราะ ขุนไวโกรธเดินหัวเสียกลับไป จากนั้นจวงเข้ามาแหวกพุ่มไม้ดูด้วยความแปลกใจ ว่าสองคนหายไปไหนเหมือนผีลักซ่อน

ooooooo

สมกลับมาที่เรือน เห็นชุ่มนอนเลือดเต็มหน้าก็ตกใจเข้าประคอง ชุ่มรู้สึกตัวโผกอดพี่ชายร้องไห้โฮ สมซักไซ้ว่าใครทำ แม้ชุ่มจะเห็นหน้าไม่ถนัด แต่มั่นใจกับเสียงที่ได้ยินว่าเป็นรำพึง

“คุณรำพึง ลูกสาวพระยาเทวราชน่ะเหรอ ทำไมเขาต้องทำเอ็งขนาดนี้”

“ฉันก็ไม่รู้ แต่พี่เชื่อฉันนะ เป็นคุณรำพึงจริงๆ”

สมจะไปฟ้องคุณหญิงมณี ชุ่มห้ามไว้ไม่อยากให้คุณหญิงมณีต้องรกหู แค่ทุกข์ใจเรื่องงานศพก็มากพอแล้ว สมกอดน้องด้วยความสงสาร

คุณหญิงมณีลงมาสั่งการบ่าวเตรียมน้ำรับแขกด้วยตัวเอง รำพึงเดินมากับขุนพิทักษ์

“คุณหญิงคะ มีสิ่งใดให้รำพึงช่วยแบ่งเบาไหมคะ”

“น้องรำพึงอย่าเรียกคุณแม่พี่ด้วยคำเหินห่างแบบนั้นสิจ๊ะ เรียกท่านว่าคุณแม่จะดีกว่านะ” แล้วขุนพิทักษ์หันไปสั่งบ่าวไพร่ “อ้ายอีทั้งหลายจงฟังไว้ อีกไม่นานน้องรำพึงจะต้องมาเป็นนายหญิงของที่นี่ พวกเอ็งจงเชื่อฟังและปฏิบัติต่อน้องรำพึง ดังเช่นเจ้าเรือนคนหนึ่ง”

รำพึงยิ้มเชิดอย่างทะนง คุณหญิงมณีช้ำใจที่ลูกชายสนใจแต่เรื่องความรัก ในขณะที่พ่อเพิ่งตาย จึงตัดบทชวนขึ้นเรือนไปฟังพระสวด พอคุณๆ ไปหมด บ่าวไพร่ก็กระซิบกระซาบกันใหญ่ แจ่มได้ยินแล้ว รู้สึกสังหรณ์ว่าจะมีเรื่องยุ่งตามมา

ขุนไวขึ้นเรือนมาเห็นรำพึงนั่งฟังพระสวด มีขุนพิทักษ์นั่งขนาบข้าง จึงเข้ามานั่งอีกข้างหนึ่ง กระซิบถามว่าเธอไป ไหนมา ตนตามหาเสียทั่ว รำพึงโกหกว่าตนช่วยเตรียมอาหารอยู่ในครัว ขุนพิทักษ์หันมาจ้อง สองหนุ่มเขม่นกันไปมา...

แจ่มเห็นสภาพชุ่มแล้วซักไซ้ผ่องกับผาด เห็นใครขึ้นมาทำร้ายชุ่มบ้าง สองคนปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น ชุ่มขอร้องอย่าให้ใครเดือดร้อนเลย ตนไม่อยากให้คุณหญิงต้องร้อนใจ แจ่มส่ายหน้าสงสารชุ่ม...ในขณะที่รำพึงยิ้มย่องพอใจ ที่ขุนพิทักษ์ประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ตนจะมาเป็นนายหญิง และยอมให้คำมั่นสัญญาจะยกย่องตนแต่เพียงผู้เดียว นับแต่นี้ ชีวิตเขาจะเป็นของตน...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”
19 พ.ค. 2564

02:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2564 เวลา 02:36 น.