ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    บ่วง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    หลังจากแกล้งนวลจนตกน้ำตกท่าไปแล้ว กล้าร้อนใจรีบไปหาบัวสวรรค์ที่คอกม้าเพราะกลัวเธอเข้าใจผิด แต่ไม่ทันได้อธิบายอะไร บัวสวรรค์กลับเป็นฝ่ายกระเง้ากระงอดหาว่าเขากับนวลหล่อสวยสมกันดี บ่าวต้องคู่กับบ่าว เขาไม่ควรมาใกล้เธอ เดี๋ยวใครเห็นจะว่าได้ว่าเธอใฝ่ต่ำลงไปสุงสิงกับเขา

    กล้าฟังแล้วอึ้ง เพราะบัวสวรรค์เล่นเอาคำพูดนวลมาประชด แต่กล้าไม่ยอมถอยง่ายๆ เขาพยายามจะแย่งถังน้ำในมือเธอที่ทำความสะอาดคอกม้ามาทำเอง เมื่อเธอไม่ยอมจึงเกิดการยื้อยุดกันไปมาทำให้ถังร่วงโดนเท้ากล้าจนร้องจ๊ากด้วยความเจ็บ

    บัวสวรรค์ไม่สนใจเดินหนีไปนั่งที่ศาลา สักครู่กล้าเดินตามมาอธิบายเรื่องนวล เขายืนยันว่าเขาไม่เคยสุงสิงกับนวล และคงไม่มีวันสุงสิงกับบ่าวคนไหน เพราะเขานิสัยเสีย ทะเยอทะยานหมายปองของสูงเสียแล้ว

    กล้าเผยความรู้สึกแต่บัวสวรรค์ไม่เข้าใจ เขาจึงอธิบายต่อไปด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตัว

    “ผมเกิดเป็นลูกบ่าวในเรือนคุณหลวง คุณหลวงไม่มีพี่น้อง ตั้งแต่เล็กผมจึงเป็นเพื่อนเล่นของคุณหลวง คุณหญิงแม่คุณหลวงเมตตาให้การศึกษา ให้ผมได้เป็นทหารมียศมีตำแหน่ง แค่นี้ก็ได้ดีเกินหน้าบ่าวคนอื่นไปมาก”

    “ฉันรู้เรื่องพวกนี้มาตั้งนานแล้ว พี่พูดขึ้นมาทำไม”

    “ถ้าไม่พบบัวจากสวรรค์ดอกหนึ่ง ผมก็คงพอใจแค่นี้ แต่เมื่อพบแล้ว ผมก็เกิดทะเยอทะยานจะเอาให้ได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ ผมกำลังจะสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยที่ยากแสนยากเพื่อผู้หญิงคนนั้น” เขานำดอกบัวที่ซ่อนไว้ออกมา “ดอกบัวบริสุทธิ์ดอกนี้ ผมเก็บมาให้คุณบัวสวรรค์”

    บัวสวรรค์หัวใจพองโตแต่ทักท้วงเขาด้วยท่าทีเขินอายว่า ดอกบัวเอาไว้ไหว้พระไม่ใช่เอาไว้ให้ผู้หญิงสักหน่อย

    “คุณก็เหมือนพระของผม คุณทำให้ผมเป็นคนที่ดีกว่าเดิม ทำให้ผมอยากไปอยู่ที่สูง ทำให้ผมต้องอ่านหนังสือทุกคืนไปสอบ ทั้งหมดนั่นผมจะทำ เพื่อให้ดีพอ เสมอกับคุณ”

    “พี่กล้า...” หญิงสาวซาบซึ้งยอมรับบัวงามดอกนั้นจากมือเขา แล้วยิ่งอายเมื่อเขาก้มลงจูบที่ดอกบัว แม้ไม่ได้สัมผัสตรงๆกับผิวพรรณของตน

    “หากผมสอบเข้าได้ ผมจะเป็นทหารสัญญาบัตร มีศักดิ์ศรีและเกียรติยศเพียงพอ ผมจะขออาจเอื้อมเด็ดบัวสวรรค์ดอกนี้ แต่หากไม่ ก็จงลืมเรื่องนี้ไปเสีย แล้วจดจำแค่ว่าตลอดชีวิตจากนี้ไป ไอ้กล้าจะเป็นบ่าวที่จงรักภักดีกับคุณเสมอ” ว่าแล้วกล้าถอยออกมานั่งห่างๆ เพื่อไม่ให้เธอเสื่อมเสีย

    แต่สำหรับนวลนั้น กล้าไม่สนใจว่าเธอจะเป็นเช่นไร...หลังจากโดนหลอกจนตกน้ำเปียกปอน นวลต้องกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ แล้วเดินหน้าตึงไปบ่นกับติ่งที่โรงครัว ระหว่างนี้เพ็ญเดินเข้ามาเห็นพึ่งทำงานครัว เพ็ญอดแดกดันไม่ได้ว่า แม่ยายคุณหลวงมาทำครัวทำไมตรงนี้

    “โธ่ พี่เพ็ญ อย่าพูดอย่างนี้สิจ๊ะ บาปของลูกส่งถึงพ่อแม่ บาปของพ่อแม่ตกถึงลูก แค่นี้ฉันก็กลุ้มใจจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”

    นวลหันมาสนใจเพ็ญกับพึ่ง พอเห็นสำรับที่พึ่งจัดวางไว้ นวลสงสัยถามว่าของใคร เพราะของคุณชื่นกับคุณหญิงนังติ่งยกไปแล้ว พึ่งตอบเบาๆว่า ของคุณหลวงกับแพง แล้ววานนวลยกไปที่เรือนเล็กให้หน่อย ตนไม่อยากเห็นหน้าแพง

    เมื่อนวลยกสำรับออกไปแล้ว เพ็ญถามพึ่งว่า “วันนี้ คุณหลวงไม่ได้ไปทำงานอีกแล้วหรือ เมื่อวานก็ไม่ได้ไปใช่ไหม”

    “ก็หลายวันแล้วจ้ะ”

    “ฮึ วันๆก็หมกตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวัน อดอยากปากแห้งกันมาจากไหน ตะกละตะกลามมูมมามไม่รู้จักพอ ฮึ่ย! บ้านก็ไม่ใช่บ้านของตัว” เพ็ญแค้นใจ รีบกลับไปฟ้องคุณหญิงหมายให้จัดการอีแพง

    เวลานั้นเอง แพงกำลังออดอ้อนออเซาะคุณหลวง อ้อนไปอ้อนมาแพงได้แหวนทองคำแท้จากนิ้วก้อยคุณหลวงมาใส่นิ้วตัวเอง พลางบีบน้ำตาซาบซึ้งตื้นตันทำให้คุณหลวงยิ่งเมตตา

    “แหวนวงเล็กๆแค่นี้ ร้องไห้เชียวรึ”

    “แพงยินดีตกนรกหมกไหม้ ทุกภพทุกชาติ เพื่อให้ได้อยู่ในอ้อมกอดของคุณหลวง เพื่อให้มีค่าในสายตาของใครสักคน แพงยินดีเป็นผีห่า เป็นสัตว์นรกในสายตาของคนทั้งโลกเพื่อให้เป็นที่รักของชายที่อยู่ตรงหน้าเพียงคนเดียว”

    แพงกอดรัดเขาด้วยความรัก คุณหลวงยิ้มพอใจ จูบหน้าผากแพงอย่างหลงใหล...เมื่อพากันออกจากห้องนอนเพื่อกินอาหารที่บ่าวจัดมา แพงเกิดหงุดหงิดโมโหเพราะตนบอกนังติ่งไปแล้วว่าอยากกินแกงคั่ว แต่ทำไมทำแกงสายบัวมา พอนวลโวยเพราะไม่พอใจความเรื่องมากของแพง แพงหาว่านวลกระด้างกระเดื่องจะให้คุณหลวงไล่นวลออก

    “มันอะไรกันนักหนานะพวกเอ็งนี่ แพงเขาบอกอะไรก็ไปทำสิ กับอีแค่แกงคั่วถ้วยเดียว”

    โดนคุณหลวงดุ นวลจำใจต้องลุกไป แต่ทันใดเสียงเพ็ญดังมาจากอีกทาง

    “นังนวล ไม่ต้องไป เอ็งเป็นบ่าวคุณหญิงอบเชย ไม่ใช่ของอีนังสวะชั้นต่ำคนนี้”

    เพ็ญเดินนำหน้าคุณหญิงอบเชยเข้ามา นวลยิ้มร่าสะใจที่มีคนมาช่วยให้ท้าย

    “คุณหญิง...มีเรื่องกันทีไร คุณชื่นกลิ่นหน้าซีดแล้วซีดอีก นี่ยังกล้ามาเรือนนี้อีก ไม่กลัวลูกสาวตรอมใจตายหรือไง” แพงเปิดฉากอย่างไม่กลัว

    “ข้าวบ้านข้า ไม่รู้บ่าวไปซื้อมาจากตลาดไหน คนกินหน้ามันถึงไม่มียาง ไม่รู้คุณ อกตัญญูนัก แบบนี้ก็อย่ากินมันเลย” คุณหญิงคว้าจานข้าวในสำรับสาดใส่หน้าแพง เป็นจังหวะที่บัวสวรรค์ตามมาเห็น เธอรีบห้ามปรามคุณอา ดึงรั้งออกมาด้วยความตกใจ

    “หล่อนนี่ยังไงกันแม่บัว ถูกเขาไล่ออกจากบ้านต้องหนีไปนอนเรือนใหญ่หลายวันแล้ว ไม่โกรธไม่แค้นบ้างหรือไง”

    “คุณบัว เรือนหลังเล็กนี้คุณหญิงท่านสร้างให้คุณบัวนะคะ เป็นของขวัญจากอาให้หลาน จู่ๆคนพวกนี้ก็มายึดเอาไป วันนี้ท่านจะมาจัดการให้ ปล่อยท่านเถอะเจ้าค่ะ เชิญมาอยู่ตรงนี้เจ้าค่ะ”

    เพ็ญดึงมือบัวสวรรค์มาอยู่ข้างๆตน เปิดทางให้คุณหญิงฉะนังแพงต่อไป

    “ในเมื่อจะอยู่บ้านข้า ก็ไปอยู่เรือนคนใช้โน่น ไม่มีสิทธิ์มาอยู่ที่เรือนเล็กนี้ อยู่ที่สูงไม่ชอบ ชอบอยู่ที่ต่ำ ก็ต่ำให้สาแก่ใจไปเลยดีไหมคะคุณหลวง”

    “เรือนคนใช้!!” คุณหลวงอุทาน

    “เห็นไหมเจ้าคะ แพงบอกแล้วว่าให้กลับบ้านคุณหลวง ที่นี่ไม่น่าอยู่สักนิด”

    กล้ายืนดูเหตุการณ์อยู่แต่แรก ค่อยๆเยี่ยมหน้าเข้ามา “คุณหญิงครับ ไหนว่าเราจะทำตามที่คุณชื่นต้องการ”

    “ก็นี่ไง ให้คุณหลวงอยู่ตามที่แม่ชื่นขอ แต่ต้องไปอยู่ที่เรือนคนใช้...ว่าไง คุณหลวงจะไปอยู่เรือนคนใช้ไหม”

    “ผมคงไปอยู่ที่นั่นไม่ได้”

    คำตอบของคุณหลวงทำเอาทุกคนเงียบกริบ หายใจไม่ทั่วท้อง ลุ้นว่าคุณหญิงจะอาละวาดไปทางไหน

    “ก็ดี ไม่ไปใช่ไหม ไม่ไปก็ไม่ไป...ไป แม่บัวกลับ”

    ผลออกมาพลิกล็อก ทุกคนอึ้งย้งงงงวย...บัวสวรรค์กับเพ็ญเดินตามคุณหญิงที่นำลิ่วไป แล้วเพ็ญไขข้อข้องใจถามคุณหญิงทำไมล่าถอยมาง่ายๆ ทั้งที่เมื่อกี้ขู่เขาดิบดี

    “ใครบอกว่าล่าถอยล่ะ” คุณหญิงยิ้มเจ้าเล่ห์ กระซิบบางอย่างกับเพ็ญ...

    เพ็ญฟังแล้วยิ้มออก พยักหน้าเข้าใจก่อนขอตัวไปจัดการด่วนจี๋ ส่วนบัวสวรรค์ไม่ได้สนใจจะถาม เธอบอกคุณอาว่า

    “ที่บัวไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะบัวเชื่อว่าสักวันคุณหลวงก็ต้องเลิกเห่อนังแพง หันมาสนใจพี่ชื่นเหมือนเดิม บ้านของบัวมันอยู่ที่เดิมของมัน มันไม่ไปไหนเสียหรอกค่ะ”

    “แต่มันเป็นของที่ฉันยกให้หล่อน ฉันยอมไม่ได้ ฉันรับปากแม่ชื่นว่าจะไม่ไล่คุณหลวง แต่นังแพง ไม่มีใคร อยากเอามันไว้ ฉันจะอยู่กับมันแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน อย่าหวังเลยว่ามันจะมีความสุข”

    คำอาฆาตของคุณหญิงเห็นผลรวดเร็วทันใจ ค่ำนั้นแพงร้อนรุ่มไม่มีน้ำจะอาบ แถมไฟในบ้านก็ไม่ติด ต้องทนร้อนทนอยู่ในความมืดจนถึงเช้ากว่าจะรู้จากกล้าว่าคุณหญิงสั่งตัดน้ำตัดไฟที่เรือนเล็ก แถมเช้านี้ก็สั่งห้ามเอาอาหารมาให้ด้วย

    แพงโกรธมากก่นด่าคุณหญิงแล้วเดินอ้าวไปเอาเรื่องถึงเรือนใหญ่ เพ็ญซึ่งตั้งรับอยู่ก่อนรีบสั่งนวลกับติ่งปิดประตูทุกทางไม่ให้แพงเข้ามา นั่นยิ่งทำให้แพงของขึ้น ยืนตะโกนด่าคุณหญิงปาวๆอยู่หน้าเรือน

    คุณหญิงโผล่มาที่เฉลียง ยืนกอดอกเยาะนังแพงที่อยากรู้ว่า จะเอายังไงกับตน?

    “ข้างบนนี่มีผู้หญิงคนหนึ่งเจ็บปวดร้องไห้ กินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะความมักมากของคนสองคน คนหนึ่งคือผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบ ส่วนอีกคนโลภมากด้วยสันดานต่ำๆของมันเอง”

    “ไม่ใช่เพราะสันดาน แต่เพราะฉันไม่เคยมี ฉันถูกคนเห็นแก่ตัวอย่างแกแย่งชิง คนที่มีแล้วอย่างแก ไม่เข้าใจหรอก”

    “อย่าอ้าง...คนจนส่วนใหญ่เขาไม่เหมือนแก เขาเป็นคนมีศักดิ์ศรี ศักดิ์ศรีของคนคืออะไรรู้ไหม คนจะไม่เอาของของคนอื่น ไม่ว่าในที่แจ้งหรือที่ลับ ส่วนไอ้พวกที่มันเอาของคนอื่นหน้าด้านๆน่ะ มันก็ไม่ต่างจากโน่น...” คุณหญิงชี้ไปที่หมาตัวหนึ่งที่กำลังแทะกินกระดูก แพงเห็นแล้วหน้าเสีย

    แต่เดี๋ยวเดียวแพงก็เอาคืนคุณหญิงได้...แพงชี้มือไปอีกทางที่หมาสองตัวกำลังเห่าใส่กันแย่งกระดูก

    “เอ๊ะ ตรงนั้นมีสองตัว กัดกันด้วย ก็ไม่เห็นจะต่างไปจากเราสองคนนี่”

    คราวนี้กลายเป็นคุณหญิงอบเชยที่หน้าเสีย แพงยิ้มสะใจ ตั้งคำถามว่า ตกลงจะตัดน้ำตัดไฟ ตัดข้าวปลาอาหารแน่แล้วใช่ไหม

    “ใช่ เอ็งคนเดียวออกไปจากบ้านข้า อีพึ่งในฐานะที่มันยังจงรักภักดี ข้าจะให้มันอยู่ต่อ ส่วนคุณหลวงต้องขึ้นมาอยู่เรือนใหญ่นี่ ส่วนเรือนหลังเล็กต้องคืนแก่เจ้าของที่แท้จริงคือคุณบัวสวรรค์”

    “ฉันไม่ไป!” แพงตะโกนสวนทันควัน “แกชอบด่าว่าฉันเป็นคนชั้นต่ำ ก็เพราะฉันเป็นคนชั้นต่ำนี่ล่ะ ฉันถึงไม่มีหัวโขน ไม่ต้องแบกศักดิ์ศรี และที่สำคัญ ฉันหน้าหนากว่าแก”

    “แกหมายความว่าไง แกจะทำอะไร”

    แพงเดินถอยไปสองสามก้าว แล้วป้องปากตะโกนหวังประจานให้คนอื่นรู้ เพื่อให้คุณหญิงอบเชยได้อาย

    “เจ้าข้าเอ๊ย ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาที่ท่าเรือ คนข้างๆ บ้านคุณหญิงอบเชย ทั้งข้างซ้ายข้างขวามาฟังทางนี้ ข้างบนนั่นคือคุณชื่นกลิ่น เมียที่ป่วยร้องไห้ตรอมใจใกล้จะตายอยู่รอมร่อ”

    คุณหญิงและเพ็ญตกใจที่แพงมาไม้นี้ กล้าที่ยืนอยู่มุมหนึ่งเห็นแล้วเช่นกัน รีบวิ่งออกไปตามคุณหลวงที่เรือนเล็ก

    “เจ้าข้าเอ๊ย ได้ยินกันไหม...ข้างบนนั่น อีเมียน่าเบื่อผัวไม่เอา แทนที่มันจะโทษตัวเอง มันกลับส่งแม่แก่ๆของมันมารังแกชาวบ้าน ยอมรับเสียทีอีชื่นกลิ่น ผัวของแกน่ะไม่มีวันกลับไปสนใจแกหรอก เมื่อไหร่จะยอมรับเสียที ว่าแกน่ะมันของที่เขาโละทิ้งแล้ว”

    คุณหญิงกำมือแน่นด้วยความโกรธแค้น ขณะที่ชื่นกลิ่นในห้องได้ยินหมดแล้ว เธอร้องไห้โฮเรียกหาแม่เหมือนเด็กน้อยหาที่พึ่ง

    “ว่าไง จะยอมต่อน้ำต่อไฟให้ได้หรือยัง ถ้าไม่ยอม กูจะยืนด่าอยู่ตรงนี้ทั้งวันทั้งคืน จะไปที่ตลาด จะไปยืนด่าโพนทะนาให้มันรู้กันไปให้หมด ว่ามันเกิดเรื่องอัปรีย์อะไรที่บ้านหลังนี้ คนอย่างกูน่ะไม่มีอะไรจะเสีย กูไม่อายหรอก แต่พวกหน้าบางอย่างมึงนั่นแหละ ทนได้ไหม”

    “อีแพง กูจะฆ่ามึง กูจะฆ่ามึง” คุณหญิงคำรามแล้วหันกลับเข้าบ้าน หยิบมีดปอกผลไม้จะออกไปแทงอีแพงให้ตายคามือ แต่เพ็ญกับบัวสวรรค์วิ่งมาขวางกั้น พยายามแย่งมีดจากมือคุณหญิงที่ดิ้นพราดด้วยโทสะถึงขีดสุด

    “คุณชื่น คุณชื่นอยู่ไหน...” เสียงแพงตะโกนเอ็ดอึงไม่หยุดหย่อน “แม่คุณกำลังจะอกแตกตายอยู่แล้ว คุณจะไม่โผล่มาหน่อยรึ...ตัวเองทำหน้าที่เมียไม่ดี พอผัวเขาทิ้งไปมีใหม่ก็ทำเป็นนอนป่วยรอผัวกลับมา...ถุย! แผนเรียกร้องความสนใจตื้นๆ แน่จริงก็ตายๆไปเลยสิวะ”

    ชื่นกลิ่นได้ยินทุกถ้อยคำแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ร่ำไห้เรียกหาแม่ โดยไม่รู้ว่าแม่ดิ้นเร่าๆในอ้อมแขนเพ็ญกับบัวสวรรค์ เพราะเจ็บแค้นนังแพงฝีปากกล้า

    “คุณชื่นเจ้าขา ตกลงจะไม่โผล่หน้ามาแบ่งสมบัติผัวกับบ่าวคนนี้หรือเจ้าคะ ถ้าตัดใจไม่ได้จริงๆ แพงจะเห็นแก่ไมตรีที่มีต่อกัน แพงแบ่งผัวให้คุณชื่นอาทิตย์ละวันครึ่งวันก็ได้นะเจ้าคะ แพงน่ะไม่อะไรหรอก แต่คุณหลวงนี่สิเจ้าคะ เขาจะยอมหรือเปล่าก็ไม่รู้ ดูเหมือนว่าตอนนี้ห่างแพงแค่ชั่วโมงยังไม่ยอมเลย”

    แพงยั่วเย้ยจนชื่นกลิ่นเสียใจร่ำไห้แทบขาดใจ ขณะที่คุณหญิงอบเชยพยายามผลักไสเพ็ญและบัวสวรรค์เพื่อออกไปสู้รบปรบมือกับนังแพง

    “ปล่อย...ฉันจะฆ่ามัน ปล่อย!”

    บัวสวรรค์ไม่ยอมปล่อย เตือนคุณอาต้องตั้งสติ อย่าได้หลงกลคนสิ้นคิดอย่างนังแพง มันหลอกล่อเพื่อให้คุณอาเป็นฆาตกร ถ้าเป็นเช่นนั้นพี่ชื่นจะอยู่อย่างไร

    “นี่มันกรรมมันเวรอะไรของฉัน...อีแพง กูจะตามอาฆาตมึงทุกชาติไป” คุณหญิงคร่ำครวญกรีดร้องออกมาทุกคำด้วยความแค้นล้นหัวใจ

    กล้าดึงลากคุณหลวงมาถึงแล้ว หวังให้เขาจัดการนังแพง แต่กลายเป็นว่าแพงพูดอะไรคุณหลวงเชื่อหมด กล้าสงสัยว่าคุณหลวงเป็นอะไรไป ทำไมหงอกับนังแพงได้ขนาดนี้ แต่ก่อนไม่เคยเป็นนี่นา

    “คุณหลวง...เขาจะกดดันให้แพงออกไปจากบ้าน เขาจะให้คุณหลวงกลับมาอยู่เรือนใหญ่ บอกเขาไปสิคะ ว่าคุณไม่ยอม สั่งเขาไป บังคับเขาให้ต่อน้ำต่อไฟเดี๋ยวนี้ สั่งเลยเจ้าค่ะ”

    คุณหลวงอึกอักเอ้ออ้า กล้ารีบเข้ามากำกับ

    “คุณอบเชยต้องการบ้านหลังเล็กคืนเพราะมันเป็นของคุณบัวสวรรค์ ยังไงคุณหลวงก็ต้องคืนท่านไป ให้ท่านไปเถอะครับ เอาอย่างนี้ ถ้าจะเอาอีนี่เป็นเมียจริงๆ ก็ออกไปเช่าบ้านหลังเล็กอยู่ที่อื่น อย่าจองเวรจองกรรมกับคนบ้านนี้อีกเลย เขาจะตายกันทั้งบ้านเพราะนังคนนี้แล้ว”

    แพงค้อนกล้าปะหลับปะเหลือก กล้าไม่สนมองตอบแพงอย่างเกลียดชัง

    “บ้านหลังเล็กอะไรนั่น บัวไม่เอาแล้ว อยากจะให้ต่อน้ำต่อไฟอะไรก็จะทำให้ ขอแค่ให้พี่กล้าเอาผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้ออกไปจากตรงนี้ พวกเราทนมันไม่ไหวแล้ว เอ้า นี่ค่ะกุญแจสำหรับต่อน้ำต่อไฟ” บัวสวรรค์โยนกุญแจห้องควบคุมน้ำไฟลงมาจากเฉลียง

    แพงยิ้มสะใจหยิบกุญแจขึ้นมาคุยโวโอ้อวดว่า ในที่สุดมันก็แพ้ เจอฤทธิ์อีแพงเข้าไป หน้าหงายกันไปเป็นแถบ

    “ถึงเขาจะยอมแล้ว แต่เราก็ต้องคืนเรือนเล็กให้คุณบัวไปนะครับคุณหลวง คุณบัวไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ของชิ้นไหนเป็นของคุณบัว คุณหลวงต้องคืนไป”

    “เอ๊ะ พี่กล้า จะให้ฉันกับคุณหลวงย้ายไปอยู่เรือนคนใช้อย่างที่มันสั่งหรือไง” แพงแว้ดใส่กล้า พลางมองหน้าคุณหลวงว่าจะตัดสินยังไง กล้ารีบกระตุกแขนนายของตนทันที

    “คุณหลวง หมู่นี้เป็นอะไรไป คุณหลวงเปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่เล็กคุณหลวงรักความถูกต้อง เข้มแข็งเด็ดขาดเสมอ คุณหลวงต้องตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยความยุติธรรมนะครับ”

    คุณหลวงท่าทีลังเล แพงจึงกระตุกแขนอีกข้างของเขา ยื่นคำขาดว่า “แพงไม่ไปอยู่บ้านเช่าหลังเล็กๆนะ ถ้าไม่ใช่บ้านเดิมของคุณหลวงก็ต้องเป็นเรือนเล็ก แพงจะอยู่สองที่นี้เท่านั้น ฮึ! ที่จริงแพงชอบเรือนเล็กนั่นยิ่งกว่าบ้านไหนๆเสียอีก อยู่จองเวรจองกรรมกับคุณหญิงอบเชย คาตาคาใจมันอยู่อย่างนี้สะใจดี”

    “คุณหลวงครับ คิดถึงคุณชื่นไว้ คุณหลวงเคยรักคุณชื่นกลิ่นขนาดไหนจำได้ไหมครับ”

    คำพูดของกล้าทำให้คุณหลวงนึกคิดย้อนไป แต่ไม่กี่อึดใจเขาปวดหัวร้องโอดโอย แล้วตัดสินว่า

    “เอาอย่างนี้แล้วกัน ที่ดินที่อยู่ข้างๆเรือนใหญ่ตรงโน้น พี่เคยซื้อเอาไว้ก่อนแต่งงาน เพราะตอนแรกคิดว่าจะขยายบ้านไปทางโน้น พี่จะยกที่ดินตรงนั้นให้คุณบัว ถือเป็นการแลกเปลี่ยนกับเรือนหลังเล็ก”

    กล้ายิ้มพอใจ แต่แพงโวยวายถามคุณหลวงว่าที่ดินผืนนั้นแพงกว่าเรือนเล็กหรือเปล่า กล้าสวนทันทีว่า จะแพงหรือจะถูกก็ไม่ใช่เรื่องของเอ็ง...จากนั้นกล้าหันไปบอกบัวสวรรค์บนเฉลียงให้รับที่ดินเปล่าผืนนั้นไว้

    “ก็ได้ค่ะ ขอเพียงอย่างเดียวอย่าให้ผู้หญิงข้างถนนคนนั้นมาเกะกะระรานคนที่นี่อีก บัวยินดีทุกอย่าง”

    “ผมจะเตรียมเอกสารพรุ่งนี้ แล้วจัดการให้คุณหลวงเซ็นทันที คุณบัวไม่ต้องห่วง...แพง กลับบ้านของเอ็งไปได้แล้ว เดี๋ยวพี่จะให้คนไปจัดการเรื่องน้ำไฟและเรื่องข้าวปลามาให้”

    “พี่กล้านี่...ลำเอียงจริง” แพงบ่นหน้าบึ้งตึง แล้วถูกคุณหลวงเร่งให้กลับเรือนเล็ก

    ส่วนในเรือนใหญ่ คุณหญิงกับลูกสาวยังกอดกันร้องไห้ ชื่นกลิ่นเสียใจที่คุณหลวงทอดทิ้งไม่ไยดี คุณหญิงแสนสงสารลูกรัก เอ่ยปากอาฆาตจองเวรจองกรรมอีแพงทุกชาติไป...

    เพียงเช้าวันใหม่ กล้าจัดการเรื่องเอกสารที่ดินให้คุณหลวงเซ็นชื่อยกให้บัวสวรรค์เสร็จเรียบร้อย แพงไม่ค่อยพอใจมีปากเสียงกับกล้าอีกเล็กน้อย แล้วหันไปคำรามใส่บัวสวรรค์ที่มาพร้อมติ่งกับพึ่งเพื่อจะเก็บข้าวของของตนไปให้หมด

    พึ่งเต็มใจเก็บของให้บัวสวรรค์โดยไม่สนใจแพงที่ห้ามปราม...บัวสวรรค์ได้ทียิ้มเยาะ

    “เรื่องเมื่อวานเธอคงคิดสินะว่าเธอเป็นคนชนะ”

    “ฉันได้บ้าน ได้ครอบครองคุณหลวง ได้สะใจที่แก้แค้น ไม่เรียกชนะแล้วเรียกว่าอะไร”

    “คนที่ใช้กำลังวี้ดๆข่มขู่ข่มเหงคนอื่นไม่เคยชนะจริงๆหรอก คนที่เขายอมให้ บางทีแค่จำใจยอม หรือแค่อยากตัดความรำคาญ คนที่กระทำคนอื่นนั่นต่างหาก ยืนอยู่บนชัยชนะจอมปลอมที่น่าสมเพช”

    “น่าสมเพชยังไง” แพงเสียงแข็ง

    “ครั้งนี้คุณอาแค่ยอมให้ แต่คุณอาจะไม่ยอมแพ้ คุณหลวงของเธอก็เหมือนกัน ชั่วข้ามคืนมาหลงใหลเธอ แล้วรู้ได้ยังไงว่าชั่วข้ามคืนจะไม่กลับไปหลงใหลพี่ชื่น เธอผูกมัดคุณหลวงไว้ด้วยอะไรล่ะ สิ่งนั้นมั่นคงแค่ไหน เธอมั่นใจในสิ่งที่ผูกมัดนั้นแค่ไหน ว่ามันจะยั่งยืนไปกว่าความรักบริสุทธิ์ที่พี่ชื่นมีกับคุณหลวง”

    แพงคิดตาม สีหน้าวิตกกังวลวูบหนึ่ง “พูดมากจริง จะชนะด้วยอะไร แต่ฉันก็ชนะแล้วกัน”

    “เพราะมีความมืดจึงมีแสงสว่าง เพราะมีคนเลวจึงมีวีรบุรุษ เพราะมีความหลงใหลจอมปลอมอย่างเธอจึงมีความรักแท้ ฉันเชื่อเสมอ คุณหลวงจะกลับไปเป็นของพี่ชื่น ชัยชนะของความชั่วจะอยู่ชั่วคราว แต่ความดี คนดี คือชัยชนะที่ยั่งยืน คอยดูไปเถอะ”

    บัวสวรรค์มั่นใจในความเชื่อของตนจนแพงกลายเป็นฝ่ายกลัวอยู่ลึกๆ ส่วนกล้าจับตามองบัวสวรรค์ด้วยความพอใจที่เธอยังคงเข้มแข็งและเชื่อมั่นในความรักแท้ของคุณหลวง ซึ่งเขาเองก็เชื่ออย่างนั้นเช่นกัน  

    ooooooo

    เมื่อคุณหลวงไม่ไปทำงานหลายวันเข้า ทหารรับใช้จึงนำเอกสารสำคัญมาให้เซ็นถึงเรือน แต่เจอแพงเสียก่อน แพงแสดงตัวเป็นเมียคุณหลวงก่อนจะดุด่าทหารคนนั้นจนเปิดเปิงกลับไปเพียงเพราะเขาเข้าใจว่าแพงคือบ่าวไม่ใช่เมีย

    ไล่ทหารคนนั้นไปแล้ว แพงเหลือบเห็นชายอีกคนทำลับๆล่อๆหน้าเรือน พอออกมาถามถึงรู้ว่าเป็นลูกน้องอาจารย์ชูที่ให้มาตามแพงไปพบ

    เพราะมัวแต่ก่อเรื่องให้ใครต่อใครในบ้านเดือดร้อนวุ่นวายกันไปหมด แพงเลยลืมที่รับปากอาจารย์ชูว่าจะกลับไปทำงานรับใช้เป็นการตอบแทนที่แกฝังรูปฝังรอยทำเสน่ห์ให้

    ปรากฏว่าพอแพงไปถึง อาจารย์ชูกำลังค้นหาตำราไสยเวทเป็นการใหญ่โดยไม่รู้ว่าแพงขโมยไปนานแล้ว แต่วันนี้แกสังหรณ์ใจเหมือนกันว่าไม่น่าจะมีใครเอาไปได้ นอกจากนังแพงที่ป้วนเปี้ยนมาทำความสะอาดเรือนให้บ่อยๆ

    “หายหัวไปเลยนะนังตัวดี ไหนสัญญาดิบดีว่าจะมาทำงานรับใช้ข้า พอได้ดิบได้ดีมีผัวก็ลืมข้าเลย” อาจารย์ชูเปิดฉากหลังจากแพงปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นตำราไสยเวท

    “ลืมที่ไหนกัน เอ้านี่ ฉันหยิบจากกระเป๋าคุณหลวงมาให้แล้ว คงต้องจ่ายเป็นค่าจ้างแล้วล่ะอาจารย์ จะมาที่นี่บ่อยๆคงไม่ได้ ผัวฉันน่ะไม่ยอมให้ฉันไปไหนเลย ไปตลาดซื้อของทียังต้องรีบไปรีบกลับ” แพงยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้ไป

    “เขาหลงเอ็งมากสิท่า...เฮอะ ก็ยังดี นึกว่าลืมกันแล้ว นี่กะว่าถ้าเอ็งหายหัว ข้าจะปั้นหุ่นดลใจเอ็งเอาให้มาอยู่ใต้ตีนข้านี่เลยทีเดียว”

    “ปั้นหุ่นดลใจ ที่ใช้บังคับคนให้อยู่ในโอวาทใช่ไหม”

    “ก็เออน่ะสิ เอ็งนี่มันชอบถามเรื่องคาถาอาคมเสียจริงนะ”

    “ก็อยากรู้ไปงั้นเอง วันนี้ฉันลาล่ะ อาจารย์ขาดเหลืออะไรก็ส่งคนไปบอกนะ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจะเอาเงินมาให้อีก ฉันไปล่ะ” แพงขยับจะไป อาจารย์ชูรีบพูดขึ้นเสียงดังจงใจให้แพงได้ยิน

    “เฮ้อ หนังสือไสยเวทของข้าท่าจะโดนขโมยไปเสียแล้ว ไม่เป็นไร ไอ้อีคนไหนที่มันบังอาจเรียนโดยไม่มีครู ประเดี๋ยวเถิดมันต้องฉิบหายไม่ได้ผุดได้เกิด”

    แพงชะงักกึกแต่เก็บพิรุธรีบยกมือไหว้แล้วถอยออกมา พอเดินพ้นมาหน่อยแพงหันกลับไปมองบ้านอาจารย์ชู บ่นพึมพำอย่างยโส “มาทำเป็นขู่ หวงวิชาล่ะสิ ข้าไม่เชื่อ...ข้าไม่กลัวหรอกโว้ย”

    ooooooo

    หลังจากทุกข์ใจมาหลายวันเรื่องลูกสาวสุดรัก เช้าวันนี้คุณหญิงอบเชยค่อยมีรอยยิ้มขึ้นมาได้บ้าง เพราะชื่นกลิ่นลุกจากเตียงหน้าตาสดใสไม่ใช่คนป่วยนอนซมข้าวปลาไม่ยอมกิน

    บัวสวรรค์เองก็เบาใจที่เป็นเช่นนี้ แต่พอเธอนำอาหารดีๆมาให้ ชื่นกลิ่นกินได้แต่เดี๋ยวเดียวก็อาเจียนออกมาหมด นั่นก็เพราะชื่นกลิ่นแพ้ท้องแต่ไม่มีใครเฉลียวใจ แม้แต่เจ้าตัวเอง

    ขณะดูแลเอาใจใส่ชื่นกลิ่นกันอยู่นั้น ทหารคนเดิมที่มาเมื่อวานเยี่ยมหน้าเข้ามาพร้อมเอกสารที่ต้องการให้คุณหลวงเซ็น

    “กระผมมาจากในค่ายทหาร ต้องการมาพบคุณหลวงภักดีบทมาลย์ ท่านไม่ได้ไปทำงานหลายวัน มีเอกสารด่วนให้เซ็นหลายฉบับขอรับ”

    “มันไปอยู่เรือนหลังเล็ก...ไม่มีใครบอกรึ” คุณหญิงแหวทันที

    “มีคนบอกแล้วขอรับ เมื่อวานรอที่โถงเรือนหลังเล็ก เมียของท่านก็ออกมาไล่”

    ชื่นกลิ่นฟังแล้วหน้าเสียจะร้องไห้ อบเชยเห็นเข้าเลยส่งเสียงดังดุออกไป

    “นั่นใช่เมียที่ไหน เมียคนเดียวของคุณหลวงนั่งอยู่นี่ ที่คุณเจอน่ะ เขาเรียกนังโสเภณี”

    ทหารสะดุ้งตกใจไม่กล้าสบตาใครๆ บัวสวรรค์ท่าทีเกรงใจถามเรื่องเอกสารที่จะให้คุณหลวงเซ็น เขาจึงเอ่ยปากรบกวนเธอเอาไปให้ท่านเซ็น เพราะเป็นเอกสารสำคัญต้องใช้เร่งด่วนจริงๆ

    “พวกเราก็ไม่มีใครอยากไปเหยียบเรือนนั้นเหมือนกัน เสนียดจัญไรมันจะกระเด็นมาถึงตัว ดูเอาเถิด ไปเสพสมกับคนชั้นต่ำไม่เท่าไหร่ ก็ตกต่ำตามมันไปแล้ว งานการไม่รู้จักทำ...นี่พ่อคุณ วานไปทูลเสด็จในกรมที ให้ไล่มันออกไปเลย” คุณหญิงโพล่งขึ้นอย่างมีอารมณ์ ชื่นกลิ่นรีบจับมือแม่พลางส่ายหน้าขอร้องไม่ให้ทำอย่างนั้น คุณหญิงยิ่งหงุดหงิดไม่ได้ดังใจ พล่ามออกมาอีกอย่างแค้นใจคุณหลวง “ธรรมชาติของคนย่อมไหลไปกับสิ่งรอบข้าง มีเมียดีย่อมไปสู่ที่เจริญ มีเมียเลวย่อมไหลไปสู่ที่ต่ำ สักวันหนึ่งเถิด คุณหลวงจะต้องหมดอนาคตเพราะนังสวะนั่น”

    ขณะเดียวกันนั้นที่เรือนเล็ก คนโดนด่ากำลังนอนหลับสบายโดยมีแพงนอนลืมตาโพลงอยู่ข้างๆ แพงนึกถึงวาจาเหมือนรู้ทันของบัวสวรรค์เมื่อวันก่อนแล้วอดวิตกกังวลไม่ได้ เนื่องจากรู้ตัวดีว่าตนได้ครอบครองและเหนี่ยวรั้งคุณหลวงเอาไว้ด้วยคาถาอาคม ดังนั้นแพงจึงบอกตัวเองว่า เราต้องศึกษาวิชาคุณไสยเอาไว้ไม่ทอดทิ้ง

    แพงแอบไปศึกษาตำราไสยเวทที่ขโมยมาจากอาจารย์ชูในที่ลับตาคนแล้วบริกรรมคาถาจนสัมฤทธิผล ก่อนจะทดลองกับนังนวลที่เป็นอริกัน ผลปรากฏว่าวิชาอาคมที่แพงฝึกฝนมานั้นเล่นงานนวลได้ชะงัด นวลตกอยู่ในอำนาจของแพง ยินยอมทำตามคำสั่งทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ทำร้ายตัวเอง

    “ตำรานี้บอกว่าคุณไสยจะได้ผลกับคนสามชนิด หนึ่ง...คนที่มีกรรมเวรอยู่เดิมต้องชดใช้ สอง...คนที่กำลังดวงตก จิตใจหดหู่เศร้าหมองติดอยู่ในกระแสอกุศล และสาม...คนที่ไม่มีศีลธรรม เพราะคนเหล่านี้ไม่มีเทวดาคุ้มครอง หรือเรียกว่าคนจิตอ่อน เอ็งเป็นคนจิตอ่อนขนาดนี้เชียวหรือนังนวล ฮะฮะฮ่า” แพงหัวเราะสะใจมองนวลที่ยังไม่หยุดโขกหัวตัวเองกับเสา ดวงตาแข็งทื่อเพราะโดนของ

    ooooooo

    คาถาอาคมของแพงในอดีตนั้น แม้ตายกลายเป็นผีแพงก็ยังนำมาท่องกำกับศามนในปัจจุบัน โดยดึงเอาเดือนแรมเข้ามาร่วมด้วย เพราะเดือนแรมมีเรือนร่างทรงเสน่ห์ ประกอบกับเธอชอบพอศามนอยู่เป็นทุน จึงเป็นเรื่องง่ายที่แพงจะครอบงำกำกับเดือนแรมให้ได้อย่างใจ

    ในยามที่แพงสวดคาถา ศามนหลงใหลเดือนแรมไม่โงหัว ขนาดรัมภาช็อกเข้าโรงพยาบาลแล้วอนุกูลพยายามโทร.ตาม ศามนก็ไม่สนใจที่จะรับ พอเดือนแรมได้ยินก็ดึงซิมโทรศัพท์ศามนทิ้งด้วยความรำคาญ

    หลังจากตรากตรำกรำศึกบนเตียงนอนมาหลายคืน เช้านี้เดือนแรมต้องโด๊ปไข่ลวกถึงสองฟอง ดีดี้เสิร์ฟไปขำไป พอได้จังหวะก็โชว์ภาพรัมภากับอนุกูลในโทรศัพท์มือถือที่ตัวเองแอบถ่ายเอาไว้ เดือนแรมสะใจเป็นบ้าเพราะภาพนั้นสองคนค่อนข้างใกล้ชิดราวกับคู่รัก จึงจะเก็บเอาไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้ศามนบอกเลิกกับรัมภา แล้วถ้าได้ศามนมาจริงๆ ตนจะปิดตลาดเลี้ยงโต๊ะจีน จุดพลุฉลองสามวันเจ็ดวัน แล้วให้รางวัลดีดี้เพิ่มอีกอย่างงาม

    เช้าวันเดียวกัน อนุกูลที่ยังเฝ้ารัมภาอยู่โรงพยาบาล เขาตัดสินใจโทร.หาพัชนีเพื่อให้เธอไปเอาเสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวที่คอนโดฯมาให้ เพราะเขาไม่อยากทิ้งรัมภาไว้คนเดียว และตอนเย็นเขาต้องไปรับเด็กแฝดที่ไปเรียนพิเศษด้วย

    พัชนีเพิ่งรู้ว่ารัมภาเข้าโรงพยาบาลอีกแล้ว เธอจะซักถามแต่อนุกูลเร่งให้ทำตามที่บอกก่อนแล้วค่อยมาคุยกันที่นี่ แต่พัชนีอึกอักลังเลเพราะวันนี้เธอมีเพื่อนมาจากเมืองนอกต้องเทกแคร์

    “คนอย่างเธอมีเพื่อนเป็นคนด้วยเหรอ นึกว่ามีเพื่อนเป็นแค่พระกับชี”

    “เพื่อนใหม่ เจอกันในเน็ตน่ะค่ะ เขาเป็นคนไทยแต่ไม่มีบ้านอยู่เมืองไทย เลยไปไหนไม่ค่อยถูก ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวไปเอาเสื้อผ้าให้คุณก่อน แค่นี้นะคะจะได้รีบออกไป” พัชนีวางสาย...อนุกูลเซ็ง โมโหจี๊ดๆขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เดาไปเรื่อยว่าเพื่อนที่ไหน เพื่อนผู้ชายหรือแฟนกันแน่!

    ooooooo

    ที่เรือนเล็ก บุญสืบกับพ่อแม่ยกสำรับอาหารมาร้องเรียกศามนครู่หนึ่งก่อนจะเห็นเดือนแรมเดินเฉิดฉายออกมา พอรู้ว่าเมื่อคืนเดือนแรมค้างกับศามน สามคนพ่อแม่ลูกเลยรุมด่าเธอกันใหญ่ แต่ด่าไปด่ามามีเหตุต้องพากันเผ่นออกจากเรือนเพราะนางคำโดนผีแพงหลอกเข้าเต็มๆ หนำซ้ำระหว่างเดินกลับเรือนใหญ่ผีแพงยังตามหลอกหลอนทั้งสามคนจนขนหัวลุก

    ผ่านไปจนกระทั่งเที่ยงกว่าๆ ศามนเพิ่งตื่นนอน เขาแปลกใจว่าตัวเองนอนได้ยังไงตั้งสิบกว่าชั่วโมง แล้วนึกถึงรัมภา ถามเดือนแรมว่ามีคนโทร.หาตนบ้างไหม เดือนแรมปฏิเสธพร้อมหยิบโทรศัพท์มาให้ดู

    “ผมจะออกไปข้างนอก” ศามนลุกขึ้นเดิน ฉับพลันมีควันสีดำลอยเข้าปะทะ พร้อมๆกับบทสวดของผีนังแพง ตามด้วยคำสั่งอันเฉียบขาดดุดันของมัน

    “หยุดนะ ท่านไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ทุกครั้งที่ท่านคิดถึงนังนั่น จะออกไปหานังนั่น ท่านจะเจ็บปวดจนทำอะไรไม่ได้”

    ศามนปวดหัวมากจนต้องนั่งลงอย่างเดิม เดือนแรมเห็นดังนั้นรีบเข้าประคับประคอง

    “ตายจริง ปวดหัวหรือคะ งั้นนอนลงก่อนค่ะ พักผ่อนก่อน ปวดหัวแบบนี้จะไปไหนได้ กินข้าวกินยาก่อนนะคะ เดี๋ยวเดือนไปเอามาให้”

    แม้ไม่เข้าใจนักว่าจู่ๆเขาเป็นอะไรแต่เธอก็กระดี๊กระด๊าออกไปด้วยรอยยิ้ม...

    ส่วนทางโรงพยาบาลที่รัมภารักษาตัวอยู่ พัชนีเอาของที่อนุกูลต้องการมาให้ พร้อมด้วยอาหารที่เขาชอบ ขณะที่เธอคุยกับเขา เสียงโทรศัพท์เธอดังหลายครั้ง เธอรีบปิดเสียงเพราะกลัวรัมภาจะตื่นขึ้นมา

    “เพื่อนโทร.มาน่ะค่ะ...คุณภาน่าสงสารจังเลยนะคะ คนเดี๋ยวนี้ร้ายจริงๆ เป็นเมียน้อยยังไม่รู้จักอาย แล้วนี่ต้องอยู่ถึงเมื่อไหร่คะ”

    “นี่เพิ่งหลับไป ตื่นมาตั้งแต่เช้าเอาแต่เหม่อ ไม่ร้องไห้ ไม่พูดไม่จา ถ้ากลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติไม่ได้ หมอคงไม่ยอมให้ออกจากโรงพยาบาล”

    พัชนีพยักหน้ารับรู้ พร้อมๆกับมือถือสั่นเพราะมีสายเข้า เธอก้มมองแล้วบอกเขาว่า “เพื่อนโทร.มาตามอีกแล้ว เขารออยู่ที่โรงแรมเกือบชั่วโมงแล้ว ไปก่อนนะคะ เดี๋ยวตอนเย็นจะไปรับเด็กแฝดที่โรงเรียนให้ ไม่ต้องห่วงค่ะ”

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 06:49 น.