นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ่วง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เพื่อความสบายใจของตนเอง เช้านี้รัมภาลุกขึ้นมาใส่บาตรพระแล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้อบเชยก่อนจะกลับเข้ามาบอกกล่าวกับรูปท่านในบ้าน โดยไม่รู้ว่าวิญญาณนางแพงที่เป็นศัตรูคู่แค้นในอดีตของอบเชยยืนมองมาจากหน้าบ้านด้วยความโกรธแค้นอาฆาต

    แพงสาแก่ใจที่คุณหลวงภักดีฯ ซึ่งมาเกิดเป็นศามนกำลังจะทิ้งชื่นกลิ่นหรือรัมภา และแพงก็หวังว่าเร็วๆนี้รัมภาคงจะเป็นบ้าเหมือนตัวเองเป็น เมื่อแพงจะพุ่งเข้าไปในบ้าน วิญญาณอบเชยปรากฏร่างขวางไว้ สั่งห้ามมันเข้ามาในอาณาเขตของตน แต่แพงไม่ถอยหนีซ้ำยังจะฝ่าเข้ามาให้ได้ อบเชยจึงต้องต้านสุดกำลัง

    สองวิญญาณต่อสู้กันท่ามกลางเสียงกรีดร้องของแพงที่มีพลังน้อยกว่า แต่แพงไม่ถอยไปง่ายๆ พ่นถ้อยคำถากถางให้อบเชยเจ็บใจก่อนพาร่างหายไปในควันดำ

    หลังจากใส่บาตรและเข้ามานั่งพูดกับรูปอบเชยอยู่ครู่หนึ่ง รัมภาก็ขึ้นห้องหมกมุ่นอยู่กับความเศร้าเรื่องสามีนอกใจ ยิ่งคืนนี้เขาเมากลับมาหลังจากหายไปคืนหนึ่ง รัมภารับไม่ได้ ไม่ยอมเปิดห้องให้เขาเข้ามา ศามนเลยต้องหิ้วกระเป๋าไปนอนเรือนเล็ก

    เมื่อสามีประพฤติตัวเช่นนี้ โดยเฉพาะเรื่องเที่ยวกลางคืนแล้วกลับมาด้วยความเมา รัมภาจึงประชดเขาบ้างด้วยการชวนพัชนีกับวรรณศิกาเที่ยวกลางคืน เธอกินเหล้าเต้นรำทำตัวให้รื่นเริงสนุกสนาน ฝ่ายศามนก็ยังหนีบอนุกูลเที่ยวคาราโอเกะ

    พัชนีเห็นสภาพรัมภาแล้วเหนื่อยใจจริงๆ เธอแอบส่งข้อความบอกอนุกูล เป็นเวลาที่รายนั้นกำลังกลุ้มใจกับสภาพศามนอยู่เหมือนกัน ศามนดื่มเหล้าขวดแล้วขวดเล่าราวกับน้ำเปล่า รอบกายห้อมล้อมด้วยสาวๆ ครั้นอนุกูลส่งข้อความตอบกลับไปที่พัชนีว่าผัวเมียคู่นี้กำลังสติแตก ประชดกันไปมา รับรองว่าอีกไม่นานต้องหย่าแน่ พัชนีกดอ่านแล้วยิ่งเครียด ไม่อยากให้ชีวิตคู่ของรัมภากับศามนลงเอยแบบนั้นเลย

    กลางดึก ศามนเมากลับมานอนที่เรือนเล็กโดยไม่รู้ว่าเดือนแรมมารออยู่...เขาตกใจและไล่เธอกลับ แต่เธอไม่สนแถมตื๊อหนักถึงเนื้อถึงตัวเพราะมีผีนางแพงคอยควบคุม และกำกับศามนด้วยบทสวด ไม่นานนักศามนก็เคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสเร่าร้อนของเดือนแรม

    กระทั่งเช้าตื่นมาพบตัวเองนอนเปลือยเปล่าอยู่กับหญิงสาวที่ไม่ใช่เมีย ศามนสะดุ้งตกใจถามเดือนแรมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง สาวเจ้ายิ้มหวานไม่ตอบ แต่ย้อนถามเขาด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่มว่า

    “เราทำอะไรกันเมื่อคืน อย่าบอกนะจำไม่ได้”

    ศามนชะงักคิดครู่เดียวก็จำได้ “บ้าจริง นี่กี่โมงแล้ว เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า คุณกลับไปเถอะ”

    “ได้ค่ะ ฉันไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น ฉันจะมาเฉพาะเมื่อคุณต้องการ ฉันไม่กดดัน ไม่เรียกร้อง เพราะนี่คือคุณสมบัติสำคัญของเมียน้อย” ประกาศเจตนารมณ์อย่างไร้ยางอายแล้วเดือนแรมก็ดึงผ้าห่มพันกายลุกเดินจากไป โดยที่ศามนยังยืนอึ้งพูดไม่ออก

    วันเดียวกันนี้ รัมภาออกไปซื้อยานอนหลับแล้วบังเอิญเจออนุกูลกำลังซื้อถุงยางอนามัย อนุกูลมากับคู่ขารายหนึ่งแต่ให้เธอรออยู่ในรถ พอเขาเจอรัมภาก็วางหน้าไม่ถูก พยายามซ่อนถุงยางแต่ไม่สำเร็จ ซ้ำยังโชคร้ายถูกคู่ขาเข้ามาวีนเพราะนึกว่าเขาคบกับรัมภาพร้อมๆกับคบเธอ

    อนุกูลถูกสาวคู่ขาด่าทอแล้วผลักล้มก้นจ้ำเบ้าในแอ่งน้ำ รัมภาจึงต้องพาเขามาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านเธอก่อนเพราะอยู่ใกล้ ดีกว่าให้เขาฝ่ารถติดไปในเมือง

    เมื่ออยู่กันตามลำพัง อนุกูลยิ่งเพ่งพินิจรัมภามากกว่าเดิม เวลาพูดคุยก็ทำเหมือนมีใจ แต่รัมภาไม่ได้คิดอะไร นอกจากเขาคือลูกน้องของสามี...การพูดคุยอย่างสนิทสนมของทั้งคู่ไม่รอดพ้นหูตาสับปะรดของทองดีหรือดีดี้ เธอแอบบันทึกภาพไว้ด้วยกล้องในโทรศัพท์มือถือ เพื่อเอาไปรายงานนายสาวแลกกับเงินดาวน์มอเตอร์ไซค์ใหม่สักคัน

    รัมภาเอาเสื้อผ้าศามนให้อนุกูลเปลี่ยนแล้วชงกาแฟมาให้ด้วยหนึ่งแก้ว อนุกูลยังข้องใจเรื่องยานอนหลับที่รัมภาไปซื้อ หรือเธอคิดจะฆ่าตัวตาย...รัมภาปฏิเสธเพราะเธอเป็นแม่คน ไม่คิดทำแบบนั้นแน่

    “ว่าแต่คุณเถอะ ผู้หญิงคนนั้นแฟนคุณหรือ” รัมภาตั้งคำถาม แล้วต้องตกใจกับคำตอบของเขาที่พูดไปส่ายหน้าไปว่า เขาแต่งงานแล้ว รักๆเลิกๆกับแฟนเขา “ผู้หญิงแต่งงานแล้วเนี่ยนะ”

    “ไม่รู้สิ ผมถูกจริตกับคนแต่งงานแล้ว สงสัยเป็นโรคจิต คุณก็แต่งงานแล้ว ระวังตัวให้ดี”

    รัมภาสีหน้าตกใจ อนุกูลรีบบอกว่าล้อเล่น จากนั้นวกมาเรื่องยานอนหลับ เขาไม่คิดว่าเธอต้องกินมันด้วย

    “ตั้งแต่เกิดเรื่องฉันนอนไม่ค่อยหลับ ในหัวคิดตลอด บางทีก็ร้องไห้...มองอะไรคะ” รัมภาแปลกใจเพราะอนุกูลเท้าคางมองตนอยู่

    “ขนาดเศร้า...ยังสวยเหมือนเทพธิดากรีก”

    “ขอบคุณนะคะ คำชมพวกนี้ สำหรับผู้หญิงที่หมดความมั่นใจอย่างฉันทำให้รู้สึกดีขึ้นจริงๆ”

    “ฟังนะ คนเราเกิดมามีสิทธิ์ที่จะมีความสุขเท่าๆกับมีความทุกข์ อยู่ที่เราเลือก”

    “ฉันไม่เคยเลือก คุณศามนต่างหากเป็นคนเลือก จริงสิ คุณวรรณกับคุณพัชบอกว่าคุณเข้าข้างคุณมน”

    “เฮ้อ วันๆคงคุยกับสองคนนั้น ผู้หญิงเม้าท์แต่เรื่องไม่สบายใจทั้งวี่ทั้งวัน”

    “เป็นคุณ...คุณจะทำยังไง”

    “ไปเที่ยว หาอะไรทำ จมแต่เรื่องไม่สบายใจ คิดอะไรไม่ออกหรอก ปกติคุณชอบไปไหนล่ะ”

    “แม่บ้านอย่างฉันจะไปไหนได้นอกจากไปซื้อกับข้าว”

    “งั้นไปเที่ยวตลาดกัน ผมอาสาเป็นคนหิ้วของให้” อนุกูลกุลีกุจอลุกขึ้นทันที พยายามทำให้รัมภามีความสุข

    แต่ผิดคาด การไปตลาดวันนี้แทนที่รัมภาจะสบายใจ เธอกลับไปพบความสะเทือนใจแสนสาหัส เพราะเจอเดือนแรม อยู่ท่ามกลางผู้คนที่ลานแอโรบิกของตลาดและกำลังป่าวประกาศว่าตัวเองเป็นเมียคนหนึ่งของศามน โดยมีกลุ่มพวกแอนตะโกนด่าคอเป็นเอ็น

    แม้จะโดนพวกแอนด่าว่าหน้าด้านไปยุ่งกับผัวคนอื่น ทำตัวเป็นเมียน้อย เดือนแรมหาได้สนใจ กลับชำเลืองตาไปทางรัมภาที่ยืนขาแข็งอยู่กับอนุกูล

    “ฉันไม่ได้เป็นเมียน้อย ฉันเป็นผู้ช่วยภรรยา” เดือนแรม จีบปากโดยไม่สนเสียงด่าที่สวนมา ทั้งยังเน้นย้ำไปอีกว่า “ฉันเป็นเมียคุณศามนเจ้าของบ้านใหญ่จริงๆ ภรรยาที่บกพร่อง ไม่ทำหน้าที่ก็ต้องมีคนช่วยจริงไหมคะคุณรัมภา”

    สายตาทุกคู่หันมองรัมภาเป็นตาเดียว รัมภา

    ตระหนกตกใจน้ำตาจะไหล อนุกูลรีบกระซิบเตือนให้กลั้นไว้ อย่ายอมแพ้ อย่าหนี ต้องเผชิญหน้าสู้กับเขา แต่รัมภาทำไม่ได้ หัวใจเธอถูกบีบจนแทบหายใจไม่ออก เอ่ยออกมาเหมือนคนใกล้จะเป็นลม

    “ฉัน...ฉันก้าวขาไม่ออก”

    อนุกูลตกใจ แต่ไม่ยอมแพ้เดือนแรม หันไปตะโกนสู้แทนรัมภา

    “คุณเอาอะไรมาพูด ทำเป็นคุยเขื่องมากกว่า อิจฉาที่เห็นคนรักกันน่ะสิ”

    “ฉันไม่ได้คุย ไม่ได้โม้ เมื่อคืนฉันก็อยู่กับเขาทั้งคืน ไม่เชื่อถามคุณภรรยาหลวงดูสิ ว่าผัวเขาอยู่ที่บ้านหรือเปล่า”

    รัมภาน้ำตาร่วงพรู เพราะศามนไม่อยู่กับตนจริงๆ

    “ไม่ต้องห่วงนะคะพี่รัมภา น้องเดือนคนนี้ไม่ได้ต้องการอะไร คุณพี่ก็อยู่ส่วนของพี่ คุณน้องก็อยู่ส่วนของน้อง สงสารน่ะค่ะ มีลูกตั้งสองคนแล้ว”

    “โธ่เว้ย!” น้อยตะโกนลั่นหมั่นไส้จนทนไม่ไหว ลากเก้าอี้จะเอาไปทุ่มเดือนแรม แต่แอนรีบห้าม เพราะกลัวติดคุก เดือนแรมเลยได้ใจใส่รัมภาต่อไปอย่างมันปาก

    “น้องไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้จริงๆ ไหนๆมันก็เกิดขึ้นแล้ว หรือคุณพี่จะให้เดือนกราบขอโทษ เดือนกราบก็ได้...ขอโทษค่ะ เรามาดีกันนะคะ ก็เหมือนกับที่ผ่านมาที่เราอยู่ด้วยกันไงคะ เดือนช่วยดูแลบ้าน ดูแลครอบครัวให้พี่”

    รัมภาหน้าซีดแล้วซีดอีก มือเริ่มสั่น อนุกูลขยับมายืนข้างๆจับมือรัมภาไว้

    “พาฉันกลับบ้าน ฉันอยากกลับบ้าน” รัมภาขอร้อง อนุกูลรีบจูงมือเธอออกไปทันที

    ส่วนสามสาว แอน น้อย เจี๊ยบ พอรัมภาพ้นไปแล้ว พวกเธอต่างก็คว้าก้อนดินก้อนหินแถวนั้นขว้างใส่เดือนแรมกันใหญ่ โดยไม่สนเสียงห้ามปรามของใครทั้งนั้น

    “นี่แน่ะๆ ก้อนแค่เนี้ยแค่ปรับ ค่าปรับจิ๊บจ๊อย มีจ่ายโว้ย... เป็นเมียน้อยยังไม่ถึงเวลาตกนรก กฎหมายยังเอาผิดไม่ได้ แต่คนรอบข้างลงโทษได้ด้วยการสาปแช่งโว้ย” เจี๊ยบทั้งด่าทั้งขว้างพัลวัน แอนกับน้อยก็เอาด้วย เดือนแรมเลยอยู่ไม่ได้ วิ่งอ้าวหนีไปท่ามกลางเสียงโห่ร้องสาปแช่งของชาวบ้าน

    ด้านรัมภา พอกลับถึงบ้านเธอขอร้องให้อนุกูลกลับไปก่อน เธอขออยู่คนเดียว อนุกูลลังเลเพราะเป็นห่วง จึงยังป้วนเปี้ยนไม่ไปไหนไกล เฝ้ามองไปยังประตูห้องที่รัมภาหายเงียบเข้าไป

    รัมภาร่ำไห้น้ำตานองหน้า หนักเข้าระบายมันออกมาด้วยการกรีดร้องโหยหวน อนุกูลตกใจและสงสาร อยากเข้าไปปลอบแต่ทำไม่ได้ เพราะรัมภาล็อกประตูแน่นหนา สักครู่ได้ยินเสียงดังโครม เขาไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ตะโกนเรียกคนในบ้านให้เอากุญแจห้องมาที

    รัมภาร้องไห้แล้วเป็นลมล้มตึง โดยที่วิญญาณอบเชยช่วยอะไรเธอไม่ได้ ได้แต่รำพันด้วยความเวทนาสงสาร แต่สำหรับวิญญาณนางแพงนั้น...รับรู้ถึงความเจ็บปวดของรัมภาด้วยความสะใจ

    ooooooo

    หลังจากส่งรัมภาเข้าโรงพยาบาลในค่ำนั้นแล้ว อนุกูลรีบโทร.แจ้งศามนที่เพิ่งกลับมาถึงบ้าน ศามนไม่คิดว่าเดือนแรมจะกล้าพูดเรื่องส่วนตัวกลางตลาด แล้วยิ่งตกใจเมื่อได้ยินอนุกูลเล่าอาการของรัมภาที่ว่า ร่างกายเธอไม่เป็นอะไร แต่จะต้องส่งต่อให้หมอจิตเวช

    “คุณภาเป็นโรคซึมเศร้า กลายเป็นคนไข้จิตเวชไปแล้ว คิดดูนะคุณ คนเป็นสิบๆ คนแถวนี้ทั้งนั้น ยังไงก็ต้องเจอะเจอกันไปตลอดชีวิต คุณรัมภาเขาจะอายแค่ไหน”

    “เขาไม่น่าพูด”

    “ผู้หญิงอย่างเดือนแรมอันตรายเกินไป ถอยออกมาเถอะ”

    “ผมไม่เคยตั้งใจ ทุกครั้งมันเกิดขึ้นจาก...” ศามนเงียบไปเพราะหาคำตอบไม่ได้

    “ผมเป็นผู้ชายเหมือนกัน ผมเข้าใจ”

    “ไม่ใช่ คุณไม่เข้าใจ มันไม่เหมือนกัน ทุกๆครั้งผมจะได้ยินเสียง เสียงอะไรสักอย่าง ผมได้ยินมาตั้งแต่ถึงเมืองไทยใหม่ๆ ผมบอกไม่ถูก”

    ศามนหมายถึงบทสวดที่โดนแพงควบคุม แต่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรและมาจากไหน...ส่วนแพงที่เป็นวิญญาณอาฆาตจากอดีตมาถึงปัจจุบัน จึงตั้งมั่นแก้แค้นคุณหญิงอบเชยด้วยการทำลายครอบครัวอบอุ่นของชื่น–กลิ่นที่มาเกิดเป็นรัมภา

    “ไม่ว่าชาติไหน ภพไหน คุณหลวงต้องเป็นของอีแพง อีแพงมีคุณหลวงเป็นเจ้าชีวิต คุณหลวงก็ต้องมีอีแพงเป็นเจ้าชีวิตเหมือนกัน”

    แพงคำรามขณะจ้องมองศามนอยู่หน้าเรือนเล็ก... แล้วภาพในอดีตก็แจ่มชัดขึ้นอีกครั้งในความคิดของแพง

    คุณหลวงถูกแพงครอบงำกำกับด้วยคาถาจากหมอเสน่ห์อย่างสม่ำเสมอทุกวัน เขาจึงหมกอยู่แต่เรือนเล็กกับแพงจนแทบจะลืมชื่นกลิ่นที่เรือนใหญ่ไปเลย ทำให้แพงยิ่งได้ใจ เรียกร้องทั้งเงินทองและความรักจากเขาไม่เว้นวัน

    เมื่อนายกล้าทหารคนสนิทของคุณหลวงรู้ข่าวว่าบัวสวรรค์โทรเลขไปบอกเรื่องราวทั้งหมดกับคุณหญิงอบเชย วันนี้เขาจึงรีบมาตามคุณหลวงกลับเรือนใหญ่ บอกว่าคุณชื่นกลิ่นเสียใจจนไม่ยอมกินข้าวกินปลา และคุณหญิงกำลังจะกลับมา คราวนี้คุณหลวงตายแน่

    “คุณชื่นเป็นอะไรรึ”

    “ผมบอกคุณหลวงทุกวัน คุณหลวงก็ถามผมใหม่ทุกวัน...เธอน้อยใจคุณหลวง ตั้งแต่ย้ายไปเรือนเล็ก คุณหลวงไม่ยอมแวะไปหาเธอเลย ทำไมใจดำนักล่ะครับ”

    “ก็ฉัน...เอาอย่างนี้ นายไปบอกเขาให้หน่อยว่าฉันติดงาน ฉันฝากนายไปเยี่ยมแล้วกัน ตอนนี้ฉันอยากไปตลาด ไอ้ร้านตัดเสื้อผ้าของผู้หญิงนี่มันอยู่ไกลไหม”

    “คุณหลวง! นี่คุณหลวงเป็นอะไรไป คุณหลวงเปลี่ยนไปมากเลยนะครับ”

    คุณหลวงไม่ตอบ ท่าทีเบื่อหน่าย กล้าทนไม่ได้ เน้นหนักให้คุณหลวงฟังตนให้ดี

    “ฟังนะครับ คุณหลวงขึ้นไปเยี่ยมคุณชื่นกลิ่น พูดคุยเอาอกเอาใจเธอ ถ้าเธอหรือคุณหญิงถามเรื่องแพงก็ไม่ต้องตอบ”

    “ไม่ต้องตอบหรือ”

    “ถ้าจำเป็น ก็ต้องปฏิเสธว่าไม่ได้รักนางแพง รักแต่คุณชื่นกลิ่นคนเดียว”

    “แต่ฉันรักแพงนี่”

    “คุณชื่นกลิ่นเป็นเมียคุณหลวงนะครับ”

    “แต่แพงก็เป็นเมียฉันเหมือนกัน”

    “โธ่...คุณหลวง!” กล้าหน้ายุ่ง เกาหัวแกร็กๆ ที่คุณหลวงกลายเป็นคนพูดไม่รู้เรื่องไปแล้ว...

    ขณะนั้นที่หน้าเรือนใหญ่ คุณหญิงอบเชยกับบ่าวเพ็ญกลับมากันแล้ว บัวสวรรค์ออกมารอรับ พลันต้องตกใจกับกิริยาอาการของคุณอา

    “อีนังโสเภณีนั่นอยู่ไหน” คุณหญิงแผดเสียงด้วยความโมโห

    “เขาให้ตามิ่งขับรถคุณหลวงไปส่งที่ตลาดค่ะคุณอา”

    “ให้คนรถขับไปส่งที่ตลาดเชียวหรือ มันมีสิทธิ์อะไรมาใช้รถของบ้านนี้”

    “เขาบอกว่าเขาเป็นเมียคนหนึ่ง บ่าวทุกคนในบ้านต้องรับใช้เขาเหมือนรับใช้คุณชื่น”

    “แล้วไอ้มิ่งมันเป็นอะไร ทำไมมันต้องเชื่อ”

    “คุณหลวงบอกว่า ถ้าใครไม่เชื่อแพง ท่านจะไล่ออก”

    อบเชยกำหมัดแน่น เพ็ญรู้สึกโมโหไม่แพ้นาย บอกว่าบ้านจะลุกเป็นไฟก็คราวนี้ จะทำยังไงกันดี

    “ลูกชื่นของแม่ ฉันขอเห็นหน้าลูกฉันก่อน” คุณหญิงเร่งรีบเข้าไปในเรือน คนอื่นจึงก้าวตาม

    ในห้อง ชื่นกลิ่นยังนอนซมบนเตียงเหมือนเดิมทุกวัน พอหันมาเจอแม่ เธอน้ำตาร่วงทันที ร่ำร้องคุณแม่ขาเสียงแหบพร่า

    “ชื่นกลิ่นลูกแม่ แม่อยู่นี่แล้วลูก” คุณหญิงโอบกอดลูกรักแนบอก

    “โถ...คุณหนู ทำไมซูบอย่างนี้ล่ะคะ” เพ็ญหน้าเศร้าสงสาร

    “ตั้งแต่เกิดเรื่อง พี่ชื่นก็เอาแต่อยู่ในห้อง บางวันก็เหม่อ บางวันก็ร้องไห้ กินข้าวก็ไม่ค่อยยอมกิน”

    “ลูกคิดถึงคุณแม่ทุกนาที คุณหลวงไม่รักชื่นแล้ว...

    คุณหลวงไม่รักชื่นแล้ว จะทำยังไงดีคะคุณแม่”

    “ไม่จริง ไม่มีใครไม่รักลูกของแม่ แม่อยู่นี่แล้ว แม่จะจัดการทุกอย่างให้ลูกเอง แม่จะจัดการเองลูก”

    คุณหญิงอบเชยสีหน้าดุดันออกจากห้องไป โดยมีเพ็ญตามติด ส่วนบัวสวรรค์เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนชื่นกลิ่น... ไม่ทันที่คุณหญิงกับเพ็ญจะไปถึงเรือนเล็ก ก็เจอกล้าดึงรั้งคุณหลวงมาตามทาง ครั้นคุณหลวงยกมือไหว้แม่ยาย กลับได้รับคำทักทายแสนห้วนว่า

    “ก่อเรื่องไว้ขนาดนี้ ทีหลังไม่ต้องไหว้ฉันก็ได้”

    “โอ๊ย...ประโยคแรก ก็โดนเลย” กล้าพึมพำ

    “ไปคุยกันที่ห้องรับแขก ระหว่างเดินไปหวังว่าคุณหลวงจะคิดคำตอบดีๆมาให้ฉันนะ”

    คุณหญิงเดินนำหน้าไปที่ห้องรับแขกเรือนใหญ่ แล้วให้คุณหลวงอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น ว่าทำไปทำไม กล้าห่วงนายตัวเองรีบกระซิบให้เขาตอบปฏิเสธ แต่คุณหลวงยังคงนิ่งเฉย ทำให้คุณหญิงยิ่งโกรธ

    “ถ้าไม่ตอบ งั้นฉันจะถาม แม่ชื่นของฉันทำหน้าที่ภรรยาบกพร่องหรือเปล่า”

    “เปล่าครับ”

    “หน้าที่ที่ฉันหมายถึง หมายรวมทั้งหน้าที่นอกเตียงและบนเตียง”

    “คุณหญิง...” เพ็ญตกใจ...จะท้วงนายว่าถามลึกไปไหม

    “ใช่...ฉันเป็นคุณหญิง และเป็นผู้หญิง แต่ทำไมเล่า ทำไมผู้หญิงจะพูดเรื่องพรรค์นี้ไม่ได้ ไอ้ที่ทำกันอยู่ ผู้หญิงมันก็ต้องร่วมมือทั้งนั้น ถ้าถึงเวลามีปัญหามันก็ต้องงัดมาคุยกัน...ว่าไง”

    “ไม่บกพร่องทั้งนอกเตียงและบนเตียงขอรับ”

    “ถ้างั้นทำไมต้องไปคว้านังเศษขยะนั่นมาเป็นเมีย ทำไม”

    คุณหลวงนิ่งเงียบ ไม่รู้จะตอบอย่างไร...เวลานั้นแพงกลับจากเสริมสวยแล้ว หล่อนลงรถด้วยมาดคุณนายแล้วจะให้เงินนายมิ่งคนรถ แต่มิ่งไม่รับแถมยังด่าให้อีกด้วย แพงแค้นยืนด่ามิ่งไล่หลัง แล้วจะหันกลับเรือนเล็ก พอดีนวลกับติ่งวิ่งมาดัก แพงนึกว่าพวกมันมาต้อนรับ เลยชื่นชมใหญ่

    “วันนี้เอ็งทำดีนะ รู้จักมาต้อนรับ มาช่วยข้าถือของ

    เอ้าเอาไป” แพงยื่นถุงมาให้ นวลยื่นมือคล้ายจะรับ แต่ดันชักมือออกเมื่อแพงปล่อยมือ ถุงเลยหล่นตุ๊บลงพื้น

    “อีนวล!” แพงคำราม

    “เปล่า ไม่ได้มาต้อนรับ ไม่ได้มาถือของ แค่จะมาบอกว่าคุณหญิงอบเชยท่านมาแล้ว เงาหัวเอ็งจะไม่มีก็วันนี้แหละ ฮะฮะฮ่า”

    ฟังนวลแล้ว แพงตกใจไม่น้อย พอรู้ว่าคุณหญิงกำลังสอบสวนคุณหลวงที่เรือนใหญ่ แพงยิ่งกังวล...ส่วนคุณหลวงยังนั่งเงียบต่อหน้าคุณหญิงที่คาดคั้นเอาคำตอบเรื่องนังแพง และเมื่อไม่มีคำตอบจากปากเขา คุณหญิงจึงด่วนสรุปว่ายอมรับ จึงสั่งเพ็ญไปจัดการได้

    เพ็ญลุกพรวดอย่างรู้งาน ตรงดิ่งไปเรือนคนใช้แล้วขนเสื้อผ้าข้าวของของพึ่งออกมาโยนเกลื่อน พึ่งตกใจถามว่าทำอะไร เพ็ญไม่ตอบแต่สั่งพึ่งให้เก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้ได้แล้ว

    “ไล่ฉันแล้วฉันจะไปอยู่ไหนล่ะ ขอฉันอยู่ต่อเถอะนะ”

    “ไม่ได้ เอ็งเป็นแม่ เลี้ยงลูกไม่ดี ปล่อยให้มันมาแย่งผัวชาวบ้าน เอ็งก็ต้องรับกรรมของเอ็งเหมือนกัน”

    พึ่งทำอะไรไม่ได้ นอกจากร้องไห้ แต่แพงทำได้ แพงเดินเข้ามาโวยวายให้เพ็ญวางของของแม่ตนเดี๋ยวนี้

    “มาแล้วหรือ แหม...แต่งตัวอย่างกับคุณนาย โถ...อีไพร่”

    “แม่ฉันเป็นแม่ยายคุณหลวง แม่ฉันต้องได้อยู่บ้านนี้” แพงประกาศกร้าว เพ็ญโกรธหน้าดำหน้าแดงด่ากราดว่าอีอกตัญญู กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา แพงไม่สะทก สะท้านแถมท้าทายจะตบตีกับเพ็ญ แต่แล้วนึกได้ ย้ำว่าตนไม่ใช่คนใช้อีกต่อไป ดังนั้นตนจะไม่ตบกับคนใช้ด้วยกัน คู่ต่อสู้ของตนคือคุณหญิงอบเชย

    ว่าแล้วแพงเดินลิ่วไปเรือนใหญ่ เพ็ญตกใจรีบตามไป พึ่งเดินรั้งท้าย กลัวใจลูกสาวเหลือเกิน...

    สีหน้าท่าทางแพงดุดันเอาเรื่องจนเพ็ญต้องรีบวิ่งแซงหน้ามากางกั้นด้วยกลัวมันจะทำร้ายคุณหญิงอบเชย

    “อีแพง...มึงจะทำอะไรคุณหญิง ดูทำท่าซิ หน็อย...อีคางคกขึ้นวอ” เพ็ญเงื้อมือจะตบ...พึ่งตกใจถลาเข้ามาดึงรั้งขอร้องเพ็ญอย่าทำนังแพง แต่เพ็ญทำเหมือนไม่สน กระทั่งสบตาคุณหญิงที่ประสานมาว่าจัดการเองได้ บ่าวเพ็ญจึงยอมถอยหลังออกไป

    “ฮึ! เสื้อผ้าดูก็รู้ว่าไปตัดร้านเดียวกับลูกชื่น ผมเผ้า เครื่องประดับก็เหมือนกัน เอ๊ะ เหมือนได้กลิ่นอะไร อ๋อ นึกออกแล้ว ต่อให้ดัดจริตยังไงก็ยังเหม็นสาบคนใช้...ว่าไม่ได้ คนอย่างเอ็งมันก็เหมือนสัตว์ในฤดูผสมพันธุ์ ถึงเวลาคันขึ้นมามันก็คิดแต่จะหาใครก็ได้มาเป็นผัว”

    แพงสะอึกแต่ไม่กลัว ยอกย้อนคุณหญิงอย่างถือดี “ไม่ใช่ใครก็ได้ แต่สำหรับฉันต้องเป็นคุณหลวง ฉันรักคุณหลวงมาก่อนคุณชื่นกลิ่น”

    “รักเหรอ? แกไม่ได้รักหรอก แกคิดไปเอง สิ่งที่แกรักคือเงินทองและความสบาย แกรู้อะไรไหม หมูหมากาไก่เวลามันหากินน่ะ มันหากินเองนะ มันไม่ได้พึ่งคนอื่น แต่ผู้หญิงที่คิดจะใช้ผู้ชายเป็นบันไดไปสู่ความสะดวกสบายเลยน่ะ อย่าอ้างความรักเลย อายสัตว์เดรัจฉานมันเปล่าๆ”

    “ด่าไปเถอะ จะด่าว่าอีแพงชั้นต่ำยังไงก็ได้...ใช่ ฉันมันผู้หญิงชั้นต่ำ ต่ำๆอย่างนี้แหละถึงเป็นเมียลูกเขยคุณหญิง”

    “อีแพง! เอ็งไสหัวออกไปจากบ้านนี้ได้แล้ว ก่อนที่ข้าจะบีบคอเอ็งให้ตายคามือ”

    “ตายเร็วไม่สนุกหรอก ให้อีแพงอยู่รับใช้คุณหญิงคุณชื่นแบบนี้ต่างหากที่สนุก”

    “ข้าจะเอานังโสเภณีอย่างเอ็งไปทิ้งขยะเดี๋ยวนี้ มานี่” คุณหญิงสุดทนจิกหัวนังแพงลากออกไป พึ่งร้องวี้ดจะก้าวตามแต่โดนเพ็ญจับตัวไว้ แพงฮึดฮัดขัดขืนคุณหญิงแต่ไม่สำเร็จ แล้วจู่ๆคนที่เข้ามาผลักคุณหญิงจนเซเกือบล้มกลับเป็นคุณหลวง

    ทุกคนในเหตุการณ์ตกใจคาดไม่ถึง เพ็ญรีบเข้าประคองนายของตน คุณหลวงอึกๆอักๆเอ่ยขอโทษแม่ยาย ขณะที่กล้ารีบเตือนสติคุณหลวงว่าเป็นบ้าไปแล้วหรือถึงทำแบบนี้กับคุณหญิงอบเชยได้

    “ก็คุณหญิงจะไล่แพงออกไปจากบ้านนี้...ผมไม่ยอม แพงไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ผมไม่ยอม”

    “ไม่ยอมงั้นรึ ถ้าอย่างนั้นก็ไสหัวออกไปทั้งคู่เลย ออกไปเดี๋ยวนี้” คุณหญิงของขึ้นเต็มที่ไล่ส่งเสียงเอ็ดอึง

    “ได้ครับ ผมจะพาแพงออกไปอยู่บ้านของผม” คำตอบของคุณหลวงทำให้แพงยิ้มเยาะคุณหญิง

    ทันใดนั้น ชื่นกลิ่นลงมาพร้อมบัวสวรรค์ ชื่นกลิ่นร่ำร้องไม่ยอมให้คุณหลวงไปจากที่นี่ เพราะเขาแต่งงานกับเธอ ถ้าเขาไปแล้วเธอจะอยู่ยังไง

    “ลูกชื่น...คนเราขาดข้าวขาดน้ำมันถึงตาย ขาดผู้ชายไปไม่มีใครตายหรอกลูก”

    “คิดให้ดีก่อนนะคะคุณอา ผัวไปทาง เมียไปทาง คนจะมองพี่ชื่นว่ายังไง มิต้องเป็นม่ายตั้งแต่ยังสาวหรือคะ” บัวสวรรค์เตือนสติคุณหญิง กล้ารีบมาสมทบอีกคน เอ่ยกับคุณหญิงว่า

    “คุณหลวงเหมือนคนขาดสติ ผมอยู่กับท่านมาตั้งแต่เด็ก ท่านไม่เคยเป็นแบบนี้ ผมขอเวลาคุยกับท่านก่อนได้ไหมครับ อย่าเพิ่งไล่ท่านไปเลย”

    อบเชยฮึดฮัดจะไม่ยอม ชื่นกลิ่นจับแขนแม่วิงวอนขอร้องว่าตนรักคุณหลวง ตนไม่รู้จะอยู่ยังไง ถ้าไม่มีเขา หากไล่เขาไปแล้ว กลัวเขาจะไม่กลับมา

    “ฮึ่ย! น่ารำคาญจริง ไปกันเถอะค่ะคุณหลวง แพงกับแม่อยากไปอยู่บ้านใหม่ใจจะขาดแล้ว”

    แพงเร่งคุณหลวง ชื่นกลิ่นหันมาวิงวอนสามีทั้งน้ำตา คุณหลวงสงสารขยับจะไปหาแต่ถูกแพงเหนี่ยวรั้งให้ห่างออกมา บัวสวรรค์เห็นแล้วใจเสียจึงพยายามช่วยเจรจากับคุณหญิง

    “คุณอาขา ตอนนี้ทุกคนร้อนกันไปหมด ทอดเวลาออกไปสักครู่ดีไหมคะ บางทีอาจจะเป็นอารมณ์ชั่ววูบของผู้ชาย อีกหน่อยหมดช่วงข้าวใหม่ปลามันไปแล้วอาจจะลืมนางแพงก็ได้ ไหนๆพี่ชื่นก็ออกปากเองแล้ว”

    คุณหญิงอบเชยมองทางนั้นที่ทางนี้ทีอย่างแค้นใจมาก แต่เพื่อลูกรักต้องยอมรามือ เดินกลับเข้าเรือน ชื่นกลิ่นก้าวตามไปง้อแม่ แพงมองตามสองแม่ลูกด้วยความสะใจ แล้วดึงคุณหลวงไว้กับตัว คนที่เหลือได้แต่กระอักกระอ่วนกลุ้มใจ

    กลับเข้ามาในเรือนแล้วคุณหญิงยังโมโหไม่หาย เดินปัดข้าวของออกจากโต๊ะเครื่องแป้งระบายโทสะ โกรธ แค้นนังหอกข้างแคร่ อยากจะฆ่าอีแพงให้ตายคามือ เห็นชื่นกลิ่นเดินตามมาทั้งน้ำตาปริ่มๆ แม่ทั้งสงสารทั้งแค้นใจ จับแขนสองข้างของลูกเขย่าค่อนข้างแรง

    “ทำไมทรมานตัวเองอย่างนี้...ทำไม ไหนบอกมาซิ รักเขามากนักหรือ”

    “คุณแม่อย่าโกรธลูกเลยนะคะ ลูกไม่มีใครแล้ว ถ้าคุณแม่ไม่รักลูกอีกคน ลูกจะทำยังไง” ชื่นกลิ่นสะอึกสะอื้นเหมือนเด็ก อบเชยสงสารลูกสุดหัวใจ ดึงตัวเข้ามากอด

    “ลูกชื่นของแม่...ลูกต้องเข้าใจความรักเสียใหม่นะลูก ไม่มีความรักไหนสำคัญเท่ารักตัวเอง ที่ลูกทำอยู่นี่ คิดว่ารักตัวเองมากพอแล้วหรือ ตอนลูกยังเล็ก พ่อแม่ทุกคน แม้แต่มดตัวหนึ่ง ยุงตัวหนึ่ง ยังไม่ยอมให้กัด แต่พอโตขึ้นมาไม่กินข้าว เอาแต่นั่งร้องไห้ทำร้ายตัวเองเพราะผู้ชายเพียงคนเดียว ทำแบบนี้คิดถึงใจพ่อแม่บ้างหรือเปล่า”

    “หนูขอโทษ หนูขอโทษ...”

    “หนูจะให้คุณหลวงอยู่ที่นี่ก็ได้ แต่เลิกเรียกร้องความสนใจจากเขาด้วยวิธีนี้เสียที หนูรู้ไหม ยิ่งทำก็ยิ่งหมดคุณค่า ไม่มีใครเขามาสนใจเราด้วยวิธีนี้หรอก หนูต้องกินข้าว ต้องลุกขึ้นมา ต้องใช้ชีวิตให้เป็นปกติ หนูทำได้ไหมล่ะ”

    “คุณแม่...” ชื่นกลิ่นซาบซึ้งเข้าใจ แต่ยังทำตามคำแม่ไม่ได้ในทันที...

    ด้านคุณหลวงภักดีฯ เขากลับไปเรือนเล็กด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม แพงเดินตามง้องอนกระง้ากระงอด โดยมีนายกล้ารั้งท้ายมาอีกคน

    “คุณหลวงเจ้าขา เรื่องพวกนี้น่าเบื่อเหลือเกิน แพงไม่อยากอยู่บ้านนี้แล้ว คุณหลวงน่าจะพาแพงไปอยู่ที่อื่น หาบ้านใหญ่ๆให้แพงอยู่นะเจ้าคะ”

    “คุณแม่ของคุณหลวงคงไม่พอใจแน่ ถ้ารู้เรื่องของเธอ”

    “พี่กล้า...ใครถาม ผัวเมียเขาจะคุยกัน มาอยู่ตรงนี้ทำไม” แพงหันไปแว้ด แต่กล้าหาได้หวั่นเกรง

    “ถ้าคุณแม่คุณหลวงรู้ว่าคุณหลวงทิ้งคุณชื่นกลิ่น อาจจะไปเรียนเสด็จในกรม อาจจะให้ส่งคุณหลวงเข้าค่ายทหารที่หัวเมือง”

    “ฉันเป็นเมีย ฉันจะตามไป”

    “ค่ายทหารตั้งอยู่ในกระท่อมกลางป่า ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยู่ได้ ไม่มีความสะดวกสบาย ไม่มีคนใช้ ไม่มีใครชื่นชมเมียคุณหลวงอย่างเธอ เธอจะกลับไปสู่ความยากจนที่เธอกลัว เธอจะไปงั้นรึ”

    “คุณแม่คุณหลวงจะทำจริงหรือเจ้าคะ”

    คุณหลวงพยักหน้าว่าอาจจะจริง แพงไม่ได้ดังใจกระแทกตัวลงนั่งทันใด

    “งั้นรอหน่อยก็ได้”

    “รออะไร” กล้าสงสัย

    “รอแพงท้องกับคุณหลวงไง ตอนนี้เป็นแค่เมียน้อย แต่ถ้าท้อง อีแพงก็เป็นแม่ของทายาทคุณหลวง ถึงเวลานั้นญาติคุณหลวงก็ต้องต้อนรับแพงอยู่ดี”

    กล้าอึ้งไป จับตามองแพงเข้าคลอเคลียคุณหลวงที่พยักพเยิดเหมือนจะคล้อยตาม

    ooooooo

    ขณะช่วยกันทำครัวในวันรุ่งขึ้น นวลกับติ่งพูดคุยกันด้วยเรื่องนังแพงที่ตอนนี้กลายเป็นนายขึ้นมาอีกคน ทั้งที่อดีตมันอดอยากพาแม่มาพึ่งใบบุญคุณหญิง

    “จะว่าไป...คุณหญิงเขาด่าดีนะ เกิดเป็นลูกผู้หญิงจะเอาแต่พึ่งผู้ชายไม่ได้ มันต้องมีศักดิ์ศรีความเป็นคน มันต้องทำงานด้วยตัวเอง”

    “ใช่” ติ่งขานรับเสียงดังฟังชัด ทำให้นวลฮึกเหิมวางมีดลุกขึ้นยืนประกาศกร้าว

    “ว่าแล้ว หาทางเป็นเมียพี่กล้าดีกว่า”

    “เอ้า...อีนี่”

    “ก็คุณหญิงน่ะพูดถูกแต่ทำยาก แค่คิดก็เหนื่อย ไปดีกว่า” นวลได้ความคิดรีบออกไปทันที ทิ้งติ่งงงเต็ก นั่งเกาหัวเหมือนเหากิน

    นวลเดินออกไปทางริมคลอง เจอกล้ากับบัวสวรรค์กำลังจะลงเรือไปเก็บสายบัว นวลพรวดพราดเข้ามาตัดหน้าบัวสวรรค์ลงไปนั่งในเรือกับกล้าหน้าตาเฉย

    “คุณบัวจะว่ายน้ำเป็นหรือไม่เป็น ยังไงก็ไม่ควรลงเรือไปสองต่อสองกับพี่กล้าหรอกเจ้าค่ะ เรื่องเก็บสายบัวนวลจะไปกับพี่กล้าเองเจ้าค่ะ”

    “นังนวล...อะไรของเอ็งเนี่ย”

    “พี่กล้าเป็นบ่าว ถึงจะเป็นทหารยศนายสิบแล้วแต่ก็ยังเป็นบ่าว บ่าวมันก็ต้องคู่กับบ่าว ไม่สมควรที่คุณหนูสูงส่งอย่างคุณบัวจะลงมาเกลือกกลั้วด้วย หรือว่าอยากลงเจ้าคะ คุณบัวสวรรค์”

    บัวสวรรค์หน้าเสีย เหมือนถูกบ่าวตีแสกหน้าเอาตรงๆ เธออึกอักพูดไม่ออก กล้าเกรงใจเตือนนวลให้พูดจาระวังปาก

    “คุณบัวสวรรค์เป็นนาย นั่งรออยู่ตรงริมตลิ่งเถอะเจ้าค่ะ บ่าวอย่างพี่กล้าและนวลจะเอาสายบัวมาให้ คุณบัวแค่รับไว้แล้วขอบคุณ ไม่ควรต้องโอภาปราศรัยให้มากกว่านั้น เพราะมันไม่งาม เรื่องพวกนี้คุณบัวรู้ใช่ไหมเจ้าคะ”

    โดนไปอีกดอก บัวสวรรค์หน้าซีดแล้วซีดอีกจนแทบจะร้องไห้ด้วยความอาย

    “นังนวล จะหยุดหรือไม่หยุด” กล้าขึ้นเสียง

    “อยากให้หยุดก็พายเรือออกไปสิพี่กล้า สายแล้ว แดดจะร้อนนะ เอาล่ะ ไม่พาย ฉันพายเอง”

    “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ท่าทางนวลเขาอยากจะไปมากกว่า พี่กล้าพาเขาไปเถอะจ้ะ” บัวสวรรค์ตัดบทด้วยท่าทีงอนๆ เดินหนีกลับไป กล้าจะกระโดดขึ้นตลิ่งแต่ไม่ทัน เพราะนวลพายเรือห่างมาแล้ว

    เมื่อเรือลอยลำไปกลางสระบัว นวลชี้ชวนกล้าดู ดอกบัวอวบใหญ่ อยากให้เขาช่วยเก็บให้ แต่กล้าไม่มีกะจิตกะใจเพราะยังกังวลห่วงความรู้สึกบัวสวรรค์ เมื่อถูกนวลเซ้าซี้หนักเข้าก็รำคาญ จึงหลอกนวลว่ามีปลิงเกาะที่หลังตน และที่เสื้อนวลก็มีด้วย ปลิงพวกนี้มาจากรากบัว มันดูดเลือดด้วย เราต้องโดดลงน้ำ มันจะได้ลอยไปกับน้ำ

    นวลเชื่อสนิทลุกขึ้นโดดน้ำดังตูม แต่กล้ายังนั่งเฉย แล้วร้องบอกเธอว่า มองผิดไป ที่แท้มันแค่เศษใบไม้ไม่ใช่ปลิง พี่ไม่น่ากระต่ายตื่นตูมเลย ดีที่คิดได้ก่อน ไม่งั้นเปียกแน่

    “เอ๊า...แล้วฉันล่ะ” นวลแหกปาก

    “ตายจริง นวลลงไปแล้วหรือ ลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำเลย”

    “อ๊าย...ไอ้พี่กล้าบ้า  แกล้งฉันนี่นา เปียกหมดเลย

    นี่แน่ะๆ” นวลโมโหวักน้ำสาดใส่กล้าที่หัวเราะร่าด้วยความสะใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:23 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์