นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ่วง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ความริษยาทำให้วิญญาณอาฆาตของแพงคิดร้ายกับลูกแฝดของรัมภา...แพงสบโอกาสในเช้าวันรุ่งขึ้นที่เด็กๆต้องแวะมาเรือนใหญ่เพื่อเอาต้นไม้ที่ปลูกใส่กระถางไว้ไปส่งครู

    เด็กแฝดมากับวรรณศิกาเพราะรัมภาออกไปวัดแต่เช้า ขณะจอดรถมองเข้าไปที่บ้านหลังใหญ่ วรรณศิกา มีอาการหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด แต่จะให้เด็กๆลงไปเอาต้นไม้ก็กลัวจะช้าเสียเวลา เธอจึงข่มความกลัวอาสาเข้าไปเอง

    ช่วงเวลานี้ ผีแพงกลายร่างเป็นศามนมาล่อหลอกเด็กแฝดให้ตามไปทางเรือนเล็กหมายเอาชีวิตลูกของรัมภาให้จงได้ แต่ทวดอบเชยไม่มีทางยอมง่ายๆ เข้าขัดขวางทุกวิถีทาง ถึงกระนั้นก็ไม่ทำให้แพงล่าถอย แพงสะกดเด็กแฝดให้เดินลงในคลองจนเกือบจมน้ำตาย ถ้าศามนไม่มาช่วยไว้ได้ทัน

    ศามนต่อต้านขัดขืนมนต์คาถาของแพงจนตัวเองแทบเอาชีวิตไม่รอด แต่เขาก็สามารถช่วยลูกในไส้ทั้ง

    สองคนไว้ได้ แต่พอจะพาลูกส่งโรงพยาบาล เดือนแรมเข้ามาเจอ ผีแพงฉวยโอกาสนี้เข้าสิงร่างเดือนแรมแล้วอาละวาดเกรี้ยวกราดใส่ศามนที่เอาแต่บอกรักรัมภากับลูก

    ความโกรธกลายเป็นความแค้น ผีแพงทำให้ไฟไหม้บ้านจนศามนกับลูกแฝดและเดือนแรมเกือบตายในกองไฟ ถ้าไม่ได้ครูบาขวัญเมืองเข้ามาช่วยเหลือ

    “หยุดเถอะ วิญญาณบาปหนา บุญกุศลทั้งปวง เมื่อเจ้าไม่ปรารถนา ก็ย่อมหมดสิ้นลง ต่อไปนี้กรรมชั่ว จะแสดงกำลังอำนาจ เจ้าจะเจ็บปวดทั้งกายและใจ เหมือนที่เจ้าได้กระทำไว้ต่อผู้อื่น”

    ด้วยอิทธิฤทธิ์ของครูบาขวัญเมือง ผีแพงกระเด็นออกจากร่างเดือนแรมอย่างฉับพลัน ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนเจ็บปวด

    “โอ๊ย...ร้อน...นี่ท่าน...อาจารย์เปรื่องท่านมายุ่งอะไรด้วย นี่ไม่ใช่เรื่องของท่าน”

    “ความทุกข์ทรมานทั้งกายและใจที่สีกาทำไว้กับผู้อื่น เมื่อมันส่งผลคืนสู่ผู้กระทำ ผลของมันจะอเนกอนันต์นับเป็นมูลค่าไม่ได้ ต่อไปนี้วิญญาณบาปของสีกาจะต้องมาอยู่กับอาตมา สีกาจะไม่มีโอกาสทำร้ายใครได้อีก”

    “ปล่อย ปล่อยกูนะ...ปล่อย”

    แพงถูกพันธนาการด้วยโซ่แน่นหนา ขณะที่อบเชยเป็นอิสระแล้ว วิ่งเข้ามานั่งลงกับพื้นพนมมือไหว้ครูบาขวัญเมือง

    “ท่านมาช่วยเรา เราปลอดภัย เราปลอดภัยแล้ว”

    วรรณศิกาโผล่พรวดเข้ามาหลังจากพยายามตามหาเด็กแฝดอยู่พักหนึ่ง พอเห็นศามนกับเด็กๆ และ

    เดือนแรมหมดสติอยู่ตรงหน้าพระรูปหนึ่ง เธอตกใจมาก สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น?

    ooooooo

    ศามน รัสตี้ ไลล่า และเดือนแรมถูกส่งไปรักษาตัว ที่โรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน รัมภาทราบข่าวรีบตามมาทันที วรรณศิการายงานรัมภาว่า เด็กแฝดปลอดภัย หมอบอกว่าสำลักน้ำเข้าไป ตามเนื้อตัวตรวจดูหมดแล้ว ไม่มีแผลอะไร

    “ขอบคุณคุณวรรณมาก ขอบคุณจริงๆ”

    ไลล่ากับรัสตี้เล่าว่าพวกเราตกลงไปในน้ำ ถูกผีดึงขา แล้วแด๊ดดี้มาช่วยเรา...วรรณศิกานึกได้ บอกรัมภาว่าตอนที่ตนไปถึงพบพระรูปหนึ่ง ท่านบอกว่าชื่อครูบาขวัญเมือง

    “เจอที่บ้านหรือคะ ท่านไปที่บ้านหรือคะ” รัมภาละล่ำละลักแปลกใจอย่างมาก

    “คุณรู้จักหรือคะ ท่านมาพบคุณ ท่านฝากบอกอะไรคุณด้วย”

    “ฝากบอกว่าอะไรคะ”

    “บอกว่าตอนนี้ท่านจะกลับไปที่วัดก่อน จะพายายแพงไปด้วย แต่ฉันเห็นท่านไปคนเดียวนะคะ ยายแพงนี่ใครคะ”

    “ชื่อผีตนนั้น ท่านมาปราบผีตนนั้น”

    วรรณศิกาฟังแล้วซวนเซขาอ่อนอย่างฉับพลัน ตรงข้ามกับเด็กแฝดที่ดีใจกันใหญ่ที่พระมาปราบผีได้แล้ว

    “ในที่สุด ท่านก็มาช่วยลูกจริงๆ” รัมภาพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นเต้น

    จากนั้นทั้งสี่คนเดินตรงไปที่ห้องไอซียู รัมภาใจไม่ดีเมื่อเห็นชื่อศามนที่ป้ายตรงหน้าห้อง

    “ไอซียู อย่าบอกนะว่าคุณมน...”

    “ค่ะ คุณมนไข้ขึ้นสูง แขนขาอ่อนแรง มาถึงหมอส่งเข้าไอซียู ฉันตกใจมาก ถามว่าเป็นอะไร หมอบอกว่าติดเชื้อ ฉันถามว่าเชื้ออะไร หมอมองหน้า ไม่ได้พูด แต่จับใจความได้ว่า...พูดชื่อไปแล้วน้ำหน้าอย่างหล่อนจะรู้หรือ...ประมาณนี้ค่ะ”

    “โธ่...คุณมน”

    “ตอนนี้ห้ามเยี่ยมค่ะ หมอบอกว่าจะติดเชื้อง่าย ส่วนคุณเดือนแรมก็ยังสลบไม่ได้สติ รายนั้นเป็นไข้ เหมือนกัน แต่อยู่ห้องธรรมดา”

    “นี่มันอะไรกัน ปราบผียายแพงแล้วยังไม่หายอีก ...หรือเพราะหุ่นรูปรอย...ยังไม่พบหุ่นรูปรอย ต้องใช่แน่ๆ” รัมภาหนักใจและวิตกกังวลอย่างยิ่ง

    ooooooo

    วันต่อมา พัชนีกับอนุกูลทราบเรื่องนี้จากวรรณศิกาขณะเจอกันที่บริษัท พัชนีมั่นใจว่าครูบาขวัญเมืองปราบผีได้แล้วทุกอย่างน่าจะดีขึ้น แต่อนุกูลท่าทีกลัวผีเหลือเกิน กลัวมากจนวรรณศิกาอดแขวะไม่ได้ว่า ตรงนี้ก็มีผีทะเลยืนอยู่ด้วย

    “ถ้าหน้าอย่างผมเป็นผีทะเล ผู้ชายคนอื่นก็

    ตะไคร่น้ำแล้ว”

    “แหวะ” วรรณศิกาหมั่นไส้อนุกูล แล้วบ่นขึ้นมาว่า “ตอนนี้ที่ห่วงที่สุดคือคุณศามนยังนอนอยู่ไอซียู”

    “พรุ่งนี้วันหยุดไปวัดดีกว่า ไปสวดมนต์ ส่งจิตให้คุณศามนปลอดภัย”

    “เอ๊า ก็ไหนบอกเราจะไปดูหนังกันไง ถ้าไม่ดูพรุ่งนี้หนังก็ออกแล้วนะ”

    “ก็พัชอยากไปวัดนี่นา”

    “ผมตามใจคุณไปวัดมาเกือบทั้งเดือนแล้ว ก็เราคุยกันแล้วไง ผมรอหนังเรื่องนี้มาเป็นปี คิวพรุ่งนี้คุณตามใจผมบ้างสิ”

    “งั้นคุณไปคนเดียวได้ไหมล่ะ”

    “ดูหนังคนเดียวเนี่ยนะ คุณเป็นแฟนผมนะ ถ้ามีแฟนแล้วต้องไปดูหนังคนเดียวแล้วผมจะมีแฟนไปทำไม”

    อนุกูลงอนตุ๊บป่องเดินหนีไปทันที พัชนีเรียกก็ไม่เหลียวหลัง พอกลางวันปกติต้องมากินข้าวพร้อมกันทั้งสามคน อนุกูลก็ไม่มา ปล่อยให้พัชนีกินกับวรรณศิกาแค่สองคน

    เมื่อกลับเข้าห้องทำงาน พัชนีเปรยกับวรรณศิกาอย่างหนักใจว่า “ที่จริง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทะเลาะกัน เราเถียงกันบ่อย กินข้าวร้านไหน วันหยุดทำอะไร ที่ผ่านมา คุณนุตามใจพัชตลอด...บางทีเราคงไปกันไม่ได้”

    “ขนาดนั้นเลยหรือ”

    “ไม่มีอะไรเหมือนกันสักอย่าง พัชชอบไปวัด เขาชอบดูหนัง พัชชอบไปต่างจังหวัด เขาชอบไปสยาม พัชตื่นเช้า เขาตื่นเที่ยง พัชกินจืด เขากินเผ็ด พัชกำลังคิดว่า...เขาคงเบื่อพัชแล้ว”

    “เอ๊า! ปี่แตกซะงั้น”

    พัชนีน้ำตาคลอหน่วย น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ “เราแตกต่างกันมากเกินไป เขาชอบผู้หญิงสวย ดูพัชสิ เหมือนยายแก่เชยๆ”

    “อ้าว...ก็คุณนุเขาบอกไม่ใช่หรือ ว่าเขาชอบที่ความดีของหนู”

    “ผู้หญิงดี สวย และมีชีวิตไม่ต่างจากเขาก็มีนี่คะ ถ้าเขาเลิกกับพัชจริงๆ พัชจะไม่โกรธเขาเลย เราต่างกันเกินไป ต่างกันเกินไปจริงๆ”

    “ฮู้ย...ไปกันใหญ่แล้ว”

    พัชนีจิตตกนั่งร้องไห้กระซิก วรรณศิกาเห็นแล้วหนักใจแทน...

    ooooooo

    ภายในวัด ลุงช่วงจัดสำรับอาหารมาถวาย

    ครูบาขวัญเมืองที่ปักกลดอยู่บริเวณสวนร่มรื่น

    “ผมขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่วิญญาณบาปที่อยู่ข้างหลังของผมด้วย ขอให้เป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้ทุกข์กายทุกข์ใจเลย” ว่าแล้วลุงช่วงถอยห่างออกมา จึงเห็นว่าผีแพงนั่งสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลัง สีหน้าเศร้าเจ็บปวด

    “ปล่อยข้าไป ปล่อยข้าไป ข้าจะไปหาคุณหลวง ปล่อย...ปล่อยข้าไป” แพงร่ำร้องจะให้พระท่านปลดปล่อยโซ่ที่ขา

    ครูบาขวัญเมืองมองอย่างเวทนา...แล้วเริ่มเทศน์สั่งสอน “สีกาแพงรู้จักความรักหรือไม่”

    “แพงรักคุณหลวง...แพงรักคุณหลวง”

    “นั่นไม่ใช่ความรัก รักแท้คือกรุณา กรุณาแปลว่ากระทำเพื่อให้คนที่รักมีความสุข เจ้ารักคุณหลวง แล้วคุณหลวงมีความสุขไหม”

    “แพงรักคุณหลวงมากกว่านางชื่น เมื่อแพงได้คุณหลวงมา แพงจะทำให้คุณหลวงมีความสุขยิ่งกว่าอยู่กับนางชื่น”

    “รักแท้ไม่มีแม้ตัวเอง มีแต่คนที่เรารักเท่านั้น รักแท้เลือกให้ตัวเองเจ็บปวด แต่ไม่ยอมให้คนที่รักทุกข์ทรมาน ถ้าเจ้ายอมเจ็บปวดได้จริง ยอมปล่อยคุณหลวงไป จึงจะเรียกว่ารักคุณหลวง”

    “ไม่...แพงรักคุณหลวง แพงรักคุณหลวง”

    “สีกาใช้ความรักเพื่อเป็นเหตุผลสำหรับความเห็นแก่ตัว ยอมรับความจริงนี้เสีย เมื่อเข้าใจตัวเองอย่างถูกต้องแล้ว จึงจะเดินจากตรงนี้ไปได้ ยอมรับเสียเถิด”

    แพงส่ายหน้าเนิบช้า...ยังไม่สามารถยอมรับความจริงได้ในทันที

    ooooooo

    ผ่านไปอีกวัน อาการของศามนก็ยังไม่ดีขึ้น เขานอนนิ่งในห้องไอซียู พวกรัมภาได้แต่เฝ้ามองอยู่นอกห้องด้วยความเป็นห่วง รัสตี้กับไลล่าอยากเข้าไปหาพ่อแต่รัมภาบอกว่าหมอห้ามเยี่ยมเพราะกลัวเราจะเอาเชื้อโรคเข้าไปติด

    อนุกูลเดินมาสมทบอีกคน วรรณศิกาขยับมาชิดกระซิบถามได้ยินกันสองคน “ไหนว่าไปดูหนัง”

    “เวลาแบบนี้ใครจะไปดูลง”

    “อ้าว แล้วไปชวนหนูพัชทำไม”

    “ก็มันอยากลองถามดูว่าเขาจะตอบยังไง”

    เสียงไลล่าเริ่มร้องไห้โยเยเพราะเป็นห่วงพ่อ วรรณศิกากับอนุกูลจึงยุติเรื่องส่วนตัว หันมาช่วยรัมภาปลอบเด็กๆ

    วิญญาณอบเชยเฝ้ามองลูกหลานด้วยความสงสาร ภาวนาให้ศามนฟื้นขึ้นมา ต้องฟื้นขึ้นมาเพื่อลูกเมีย

    อีกทางหนึ่งที่รัมภาคิดว่าจะช่วยศามนได้ก็คือต้องหาหุ่นรูปรอยให้เจอ รัมภากลับไปนั่งสมาธิเพื่อให้เกิดสติปัญญาตามที่ครูบาขวัญเมืองเคยแนะนำ

    “แม้ในเวลาที่ยากเย็นที่สุด คนที่ฉันรักกำลังจะตายอีกครั้ง ฉันก็จะทำเหมือนเดิม ฉันขอแผ่เมตตาให้คุณยายแพง คนที่ทำลายชีวิตฉัน ฉันจะให้อภัยคุณ ฉันจะแผ่เมตตาให้คุณ ขอให้เวรกรรมที่มีต่อกันสิ้นสุดกันแต่ในชาตินี้เถิด”

    รัมภาภาวนาขณะทำสมาธิที่ห้องพระภายในบ้าน ไม่คาดคิดว่ากระแสจิตแน่วแน่ของเธอจะส่งถึงครูบา ขวัญเมืองที่วัดได้

    “สีการัมภาทำได้แล้ว ทำในสิ่งที่มนุษย์น้อยคนจะทำได้...คู่เวรคู่กรรมของเจ้าจะอยู่เหนือเจ้านับจากนี้ สีการัมภาจะมีชัยชนะอันถาวรต่อนางแพงนับจากนี้...สาธุ”

    ครูบาขวัญเมืองประกาศชัยชนะของรัมภาด้วยน้ำเสียงสุขุมมั่นคง วิญญาณนางแพงที่อยู่ใกล้ๆ ถึงกับรำพึงชื่อชื่นกลิ่นออกมา...

    รัมภายังทำสมาธิคิดทบทวนเรื่องราวระหว่างตนเองกับศามน ที่สุดเธอพบทางสว่าง จำได้ว่าศามนชอบไปนอนเล่น ใต้ต้นลั่นทม บอกว่าดอกมันหอมดี ทั้งที่เธอรู้สึกว่ามันเหม็นมาก

    “รู้แล้ว...รู้แล้วว่าอยู่ไหน คุณแม่ขา...หนูรู้แล้วค่ะว่าหุ่นรูปรอยอยู่ที่ไหน” รัมภาเอ่ยด้วยสีหน้าท่าทางตื่นเต้นสุดๆ

    ooooooo

    เมื่อมั่นใจแล้วว่าสิ่งที่ตามหามาแสนนานนั้นอยู่ไหน รัมภาตามตัวอนุกูลกับพัชนีมาที่บ้านอย่างเร่งด่วน...พัชนีมาพร้อมบุญสืบ ตาหล้า และนางคำ ส่วนอนุกูลมาถึงไล่เลี่ยกัน

    “พอคุณภาสั่ง พัชก็ทิ้งงานไปรับพวกบุญสืบมาทันที”

    “คุณภา นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ”

    “คุณมาด้วยหรือคะ พัชโทร.หาคุณทั้งวัน นึกว่ามือถือคุณมีปัญหาเสียอีก”

    อนุกูลยังงอนเมินหน้าหนี ทำเอาพัชนีนิ่งไปด้วยความน้อยใจ

    “เราต้องช่วยกันค่ะ ฉันตามทุกคนมา อยากขอความช่วยเหลือจากทุกคน” รัมภาเดินนำทุกคนไปที่ต้นลั่นทมแถวเรือนเล็ก “ใต้ต้นลั่นทมนี้มีหุ่นรูปรอยฝังอยู่ เราต้องขุดให้เจอค่ะ”

    “หุ่นรูปรอย?” อนุกูลทวนคำงงๆ

    “ของอาถรรพณ์ที่ผีแพงสร้างไว้เพื่อผูกมัดจิตวิญญาณของคุณศามน ตอนนี้คุณศามนป่วยหนัก ถ้าเราพบมันทันเวลา คุณมนก็จะไม่ตาย เขาจะรอดค่ะ”

    อนุกูลยังไม่เข้าใจนัก แต่พัชนีเชื่อทันที คว้าอุปกรณ์ มาแจกจ่าย

    “จริงหรือไม่จริงเดี๋ยวก็รู้กัน เอ้านี่ค่ะ รับอุปกรณ์ เราทุกคนช่วยกันค่ะ”

    ทั้งหมดแยกย้ายกันขุดดินรอบต้นลั่นทม เป็นเวลาเดียวกับที่หมอกำลังตรวจอาการศามนที่โรงพยาบาล โดยมีวรรณศิกาเฝ้ารอฟังผลอยู่กับเด็กแฝดชายหญิง

    หลังจากใช้ความพยายามกันอย่างเต็มที่ อนุกูลขุดเจอห่อผ้าเก่าเกือบขาดฝังอยู่ในดิน เขาหยิบมันขึ้นมาแกะกางออก ปรากฏว่ามีหุ่นรูปรอยอยู่จริงๆ

    “อย่าแตะมัน วางไว้ตรงนั้น”

    เสียงนั้นทำให้อนุกูลชะงักมือที่กำลังจะหยิบจับหุ่นขึ้นมา

    เจ้าของเสียงคือครูบาขวัญเมืองนั่นเอง! ทุกคนตกใจนั่งลงคุกเข่าพนมมือกันพร้อมเพรียง

    “มาได้ยังไง เหาะมาหรือเปล่า เมื่อกี้ยังไม่เห็น” บุญสืบบ่นงึมงำ

    ครูบาขวัญเมืองหยิบขวดน้ำมนต์ออกจากย่าม ยกขึ้นพนมจนเกิดแสงเรืองรองเมื่อสิ้นสุดคำอธิษฐาน

    “ขออัญเชิญอำนาจแห่งพระไตรรัตน์ ขออัญเชิญอำนาจแห่งเทพยดา ขออัญเชิญอำนาจแห่งคุณงามความดีทั้งปวง จงดลบันดาลให้คนดีและความดีมีชัยสืบไป”

    เมื่อพระท่านเทน้ำมนต์ลงที่หุ่นคู่ ตามด้วยดอกไม้จันทน์  ของทั้งสองอย่างเหมือนโดนน้ำกรดละลายไปทันที พร้อมๆกับมีเสียงกรีดร้องของผีนางแพงดังขึ้นมา กลุ่มของรัมภาได้ยินกันถ้วนหน้าแต่ไม่เห็นตัว ตกใจกลัวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

    “เสียงอะไร ข้าไม่ได้หูฝาดใช่ไหม” นางคำถามตาหล้า

    “ไม่ได้ฝาด จัดมาเต็ม” ตาหล้ากระซิบตอบพร้อมๆ กับเหลียวซ้ายแลขวาอย่างหวาดผวา

    “หุ่นเดี่ยวๆนั่นหุ่นใครคะ” พัชนีเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย

    พระท่านไม่ตอบ แต่เอาน้ำมนต์เทใส่หุ่นตัวนั้น พริบตาเดียวมันละลายสลายไปในดิน

    หุ่นเดี่ยวตัวนั้นคือหุ่นของนวลที่โดนแพงสะกดด้วยมนต์คาถาในชาติที่แล้ว แต่ชาติภพนี้นวลมาเกิดเป็นเดือนแรม เมื่อครูบาขวัญเมืองกระทำเช่นนี้ เดือนแรมที่นอนป่วยในโรงพยาบาลก็รู้สึกตัว เธอกรีดร้องดิ้นเร่าๆ จนพยาบาลสองคนต้องช่วยกันจับ

    ส่วนศามนที่อาการน่าเป็นห่วงในห้องไอซียู จู่ๆ เขากลับลืมตาฟื้นขึ้นมา ทั้งหมอและพยาบาลต่างพากันแปลกใจ แล้วเร่งรีบรักษากันต่อไป

    ครู่ต่อมา หมอออกจากห้องไอซียู วรรณศิกาลุ้น เต็มที่แทบจะพุ่งเข้าใส่

    “เป็นยังไงบ้างคะหมอ”

    “ยาที่ให้ไปเมื่อคืนใช้ได้ ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ ขอดูอาการอีกสักวันหนึ่ง ถ้าเรียบร้อยก็จะย้ายไปห้องปกติ”

    คำตอบของหมอทำให้วรรณศิการู้สึกผ่อนคลายสบายใจ ขณะที่รัสตี้กับไลล่าก็ยิ้มแย้มดีใจกันสุดๆ

    ขณะเดียวกันนั้นที่เรือนเล็ก พวกรัมภานั่งอยู่ต่อหน้าครูบาขวัญเมือง รัมภาก้มกราบพระท่านด้วยสำนึกในบุญคุณที่ช่วยเหลือ

    “พระคุณเจ้า ท่านโปรดเมตตามาช่วย ดิฉันกราบขอบพระคุณ”

    “อาตมาดีใจที่สีกาเข้าใจทุกอย่าง ยอมอโหสิให้นางแพง เพราะเหตุนี้สีกาจึงเกิดปัญญาล่วงรู้ว่าหุ่นรูปรอยอยู่ที่ไหน เพราะเหตุนี้สีการัมภาจึงเป็นฝ่ายชนะ เพราะชัยชนะที่แท้คือการให้อภัย”

    “นี่หมายความว่าพระคุณเจ้ามาปราบผีแล้ว ปราบได้สำเร็จแล้ว บ้านนี้จะไม่มีผีอีกแล้วใช่ไหมครับ” บุญสืบซักถามให้แน่ใจ

    “สีกาแพงจะติดตามเรียนธรรมะกับอาตมา จะไม่ปรากฏกายหลอกหลอนใครอีกนับจากนี้”

    “สาธุ...ธรรมะชนะอธรรมจริงๆ อีคำเอ๊ย” ตาหล้าพนมมือท่วมหัว ฝ่ายนางคำก็ตื่นเต้นดีใจที่จะได้กลับมาอยู่บ้านนี้อีกครั้ง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:45 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์