ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    บ่วง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    รัมภาตกใจมากเมื่อทราบจากบุญสืบว่าไลล่าร้องไห้เป็นวักเป็นเวรหลังรัสตี้มาบ อกว่าพ่อกับแม่จะหย่ากัน เธอวิ่งตามลูกสาวที่หนีเข้าไปนั่งสะอึกสะอื้นในตู้เสื้อผ้าแล้วพยายามทำความ เข้าใจ ทั้งที่ตัวเองก็สะเทือนใจไม่น้อยไปกว่าลูก

    ไลล่ากับรัสตี้เห็นน้ำตาแม่ก็สงสาร เอ่ยขอโทษและสัญญาจะเป็นเด็กดี จะพยายามไม่ร้องไห้โยเย แต่ยังไงพวกตนก็ไม่อยากให้แม่กับพ่อต้องหย่ากัน

    รัมภาหนักใจเป็นที่สุด ยังไม่รู้จะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร คิดไปคิดมายิ่งฟุ้งซ่านจนปวดหัว จึงหยุดคิดและหันไปนั่งสมาธิเพื่อสงบจิตใจ ในขณะที่นั่งสมาธินี่เอง นึกไม่ถึงว่ารัมภาสามารถย้อนอดีตชาติได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ผ่านการเล่าเหมือนครั้งก่อนๆ

    ในอดีต...คุณหลวงภักดีบทมาลย์ดูแลประคมประหงมชื่นกลิ่นอย่างดี เนื่องจากเวลานี้เธอกำลังตั้งท้องลูกคนแรกของเขา คุณหญิงอบเชยกับบัวสวรรค์ หรือแม้แต่บ่าวเพ็ญ ต่างดีใจนักหนาที่คุณหลวงกลับมาเป็นคนเดิม รักเมียรักลูกที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ไปเหลียวแลนังบ่าวแพงที่พยายามยกตนขึ้นเป็นเมียอีกคน

    ขณะที่ทุกคนกำลังดีใจในความเปลี่ยนแปลงของคุณหลวง แพงบุกมาอาละวาดจะเอาคุณหลวงคืน แม้ถูกพวกคุณหญิงปิดประตูหน้าต่างไม่ต้อนรับ แพงก็ยังร่ำร้องปาวๆจะเอาผัวของตนคืนให้ได้

    แพงอาละวาดและทำร้ายผู้คนที่กางกั้นจนหลุดรอดเข้ามาได้ทางประตูหลังบ้าน  เมื่อวิ่งเข้าไปเห็นคุณหลวงพะเน้าพะนอชื่นกลิ่นอยู่ แพงตกใจคิดไม่ถึง แล้วเว้าวอนคุณหลวงจะให้กลับไปด้วยกัน แต่ชื่นกลิ่นไม่ยอมปล่อยมือคุณหลวง ย้ำว่าเขาเป็นของตน ไม่ใช่ของเธอ

    “อีชื่นกลิ่นมันมีลูกให้คุณหลวงได้ แพงก็มีได้เหมือนกัน มากับแพงสิคะ กลับเรือนเล็กของเรา แพงขาดคุณหลวง ไม่ได้ อย่าทิ้งแพง บอกสิคะว่าจะกลับไปเรือนเล็กกับแพง”

    “แพง...กลับไปก่อนนะ กลับไปซะ”

    แพงอึ้ง นึกไม่ถึงว่าจะได้ยินคำนี้จากปากคุณหลวง ส่วนคุณหญิงกับบ่าวเพ็ญรีบปรากฏตัวเยาะหยันแพงว่า คุณหลวงไล่เอ็ง เขาไม่เอาเอ็งแล้ว

    “ไม่จริง...คุณหลวง” แพงถลาเข้าไปจะดึงตัวคุณหลวง แต่เพ็ญพุ่งเข้าขวางไว้เสียก่อน

    “ถ้ามึงแตะต้องคุณหลวง แตะต้องคุณชื่น มึงตายคามือกูแน่”

    “อีแก่! อีแก่อย่างมึงสองตัวสู้แรงกูไม่ได้หรอก” แพงโวยวายหยาบคาย

    ทันใดนั้น กล้ากับบัวสวรรค์เดินชักแถวบ่าวสามคนเข้ามา ทุกคนหน้าตาพร้อมประชาทัณฑ์แพง โทษฐานที่มันทำตัวเป็นเมียน้อยปากกล้ามาเล่นงานเมียหลวงอย่างคุณชื่น แต่แพงหาได้เกรงกลัวผู้ใด ด่าทุกคนด้วยถ้อยคำหยาบคาย พึ่งที่ยืนมองมาตกใจและรับไม่ได้ เดินหนีลูกสาวไปทันที

    เมื่อหัวเดียวกระเทียมลีบ แม้แต่แม่ตัวเองยังเมินหนี ในที่สุดแพงต้องล่าถอยไปทั้งน้ำตาและความอาฆาตแค้น แพงกลับไปเรือนเล็ก เปิดตำราไสยเวทที่ขโมยจากอาจารย์ชูมา แล้วบริกรรมคาถาทำพิธีเพื่อให้ชื่นแท้งลูก แต่การณ์ไม่เป็นดังใจปรารถนา ความดีต่อต้าน ความชั่วจนแพงเกือบได้รับบาดเจ็บจากพิธีครั้งนี้

    ชื่นกลิ่นคลอดลูกสาวและตั้งชื่อว่าชิดศรี เด็กคนนี้คือหลานของคุณหญิงอบเชย และเธอก็คือแม่ของศามนนั่นเอง ซึ่งรัมภาพอจะรู้เรื่องราวของชิดศรีจากศามนบ้างเหมือนกัน...แต่เวลานี้รัมภา กำลังจะได้ฟังเรื่องในอดีตจากวิญญาณคุณหญิงอบเชย ด้วยการถอดจิตคุยกับท่านขณะทำสมาธิอยู่

    “หลานยายชิดศรี เด็กคนนี้เป็นผู้มีบุญมาเกิด ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยดื้อซน เป็นลูกที่ดี หลานที่ดี ใช้ชีวิตที่ดีงามตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย”

    “เพราะท่านเป็นผู้มีบุญหรือคะ คุณไสยจึงทำอะไรไม่ได้”

    “ใช่ คนดี อยู่ในศีลธรรม แค่ทำหน้าที่ของตน ใช้ชีวิตเพื่อคนอื่น ไม่ต้องรวย ไม่ต้องมีเกียรติยศ ไม่ต้องแขวนพระ ไม่ใช่เพียงแต่คนด้วยกันจะเคารพยกย่อง เทวดาก็ยังปกปักรักษา”

    “เด็กในท้องของชื่นกลิ่น รอดปลอดภัยเพราะมีเทวดาคอยปกป้องหรือคะ”

    “เราทำเวรกรรมกับใคร ตายไป คนนั้นกลายเป็นเจ้ากรรมนายเวร เมื่อเราทำความดีกับใคร ตายไปเขาก็กลายเป็นวิญญาณดี กลายเป็นเทวดาผู้อุปถัมภ์เราเหมือนกัน”

    “กฎของธรรมชาติยุติธรรมเสมอ”

    “แม่อยากให้หนูรู้ในสิ่งนี้ หนูจะได้มั่นใจมากขึ้น คนดีผีคุ้ม หนูเองก็เหมือนกัน หนูเป็นคนดีมาตลอดชีวิตของหนู คนดีทุกคนต้องเป็นฝ่ายชนะของต่ำและคนต่ำๆ ทั้งหลาย ในที่สุดหนูต้องชนะ เข้าใจไหมลูก”

    “คุณไสยของแพงทำกับลูกของชื่นกลิ่นและทำกับคุณหลวง...แล้วคุณศามนล่ะคะ”

    “หนูถามถูกประเด็น หนูกำลังสงสัยใช่ไหม คุณศามนหมดรักในตัวหนู หรือเพราะเขาโดนคุณไสย”

    “ค่ะ ถ้าเขาหมดรักในตัวหนู หนูจะหย่าให้เขาทันที แต่ถ้าไม่...” รัมภานิ่งไป ยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำอย่างไรดี

    “ไม่ใช่ทุกคนที่นั่งสมาธิและได้เห็นเหตุการณ์ในอดีตชาติ แต่หนูทำได้ บางทีอาจเป็นเพราะหนูกำลังจะได้แก้ไขอดีตชาติของหนูเอง บางทีจุดจบของทุกอย่างกำลังจะมาถึง ภาวนาต่อไปสิลูก ลูกจะได้เห็นมันด้วยตาของตัวเอง”

    รัมภาพยักหน้า ทำตามคำคุณหญิงอบเชย...จากนั้นไม่นานภาพในอดีตก็ชัดเจนขึ้นอีกครั้ง

    หลังจากทำพิธีกรรมเพื่อให้ชื่นกลิ่นแท้งไม่สำเร็จ แพงยังไม่หยุดยั้งเพียงแค่นั้น มันดิ้นรนถลำลึกในความชั่วถึงขนาดแอบไปขุดศพในป่าช้าแล้วเอาน้ำเหลืองจากศพ ผู้หญิงกลับมาบริกรรมคาถาตามตำราอาจารย์ชู หมายดึงดูดให้คุณหลวงกลับมาหามันให้จงได้

    “น้ำมันผี...หยดลงบนผ้าเช็ดหน้าของคุณหลวงที่เย็บเป็นรูปดอกจัน...โอม ให้ช้างลืมโขลง โอม...ให้โขลงลืมไพร โอม...ให้มันร้อนเร่า โอม...ให้มันรักใคร่ โอม...ให้มันอยู่มิได้” แพงท่องคาถาซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้นที่เรือนเล็ก

    ส่วนที่เรือนใหญ่ คุณหลวงกับชื่นกลิ่นกำลังกินอาหารกลางวันกันอยู่ พลันมีควันดำลอยมาปะทะหน้าคุณหลวง ร่างเขาสะดุ้งเฮือก แววตาแข็งขึ้นมาจนชื่นกลิ่นสังเกตได้ ถามเขาว่าเป็นอะไร เขากลับบ่นปวดหัว ปวดมากเหลือเกิน แถมยังโก่งคออาเจียนอาหารออกมาหมด

    ชื่นกลิ่นตกใจมาก ร้องเรียกบ่าวให้มาช่วยพาคุณหลวงไปนอนพักที่ห้อง เสร็จแล้วสั่งติ่งไปบอกมิ่งให้เอารถไปรับคุณหมอมาเร็ว

    ครั้นหมอมาถึง แพงแอบอยู่หน้าเรือน เห็นหมอเข้าไปตรวจอาการคุณหลวง แพงแปลกใจนักหนา

    “ทำไมไม่เหมือนคราวที่แล้ว ทำไมถึงไม่สบาย ทำไมไม่มาหาอีแพงที่เรือนเล็กล่ะ หรือว่ามนตราจะอ่อนไป”

    เมื่อเป็นเช่นนี้ แพงร้อนใจไปหาอาจารย์ชูในเช้าวันรุ่งขึ้น ยกมือไหว้แกปลกๆ “อาจารย์ชูเจ้าขา ช่วยทำพิธีอะไรสักอย่างให้อีแพงด้วยเถอะเจ้าค่ะ อีแพงแย่แล้ว”

    “อะไรอีก ไหนว่าผัวทั้งรักทั้งหลงเอ็งไงล่ะ”

    “หุ่นรูปรอยของท่านไม่ขลังเหมือนราคาคุย พอนางชื่นกลิ่นเมียมันท้อง จู่ๆคุณหลวงก็กลับไปหามัน”

    “จริงรึ”

    “ใช้น้ำมันหอมจันก็ยังไม่ได้ผล ไม่รู้อะไรกันนักหนา แค้นใจจริงๆ”

    ความร้อนใจทำให้แพงหลุดปากมามากมาย อาจารย์ชูเลยจับได้ว่านังตัวดีนี่เองที่ขโมยตำราไสยเวทของตนไป

    “อีทรยศ! มึงรู้จักน้ำมันหอมจันได้ยังไง กูไม่เคยทำให้ใคร มึงเอามาจากไหน มึงนี่เองที่ริอ่านขโมยตำรากู” อาจารย์ชูเดือดดาลจิกหัวแพงจนหน้าหงาย

    “โอ๊ยเจ็บ...อาจารย์เจ้าขา อีแพงไหว้ล่ะ อย่าทำอีแพงเลย อีแพงก็แค่บ่าวน่าสงสารถูกเขาทุบตีทารุณ ถูกเขาแย่งผัว พอไม่มีทางไป ไม่มีเงินมาจ่ายท่านก็เลยต้องเรียนรู้วิชาด้วยตัวเอง”

    “แต่มึงขโมยของของกู กูจะเสกวัวธนูของกูให้เอาเรื่องมึงให้ถึงตาย”

    “ไม่! อีแพงกราบขอโทษ ท่านมีตำรามากมาย ขาดไปเพียงเล่มสองเล่มก็ไม่ได้ทำให้ท่านเดือดร้อน แต่สำหรับคนวาสนาน้อยอย่างอีแพง อีแพงไม่มีที่พึ่งจริงๆ นี่เจ้าค่ะ อีแพงเอาเงินมาให้อาจารย์อีก หยิบมาจากกระเป๋าเงินของผัวอีแพง อีแพงให้ท่านหมดเลย”

    แพงลนลานหยิบเงินส่งให้ อาจารย์ชูรับเงินมาแต่ก็ไม่วายจิกหัวแพงกดกระแทกกับพื้นเปรี้ยง!

    “คนดีๆ อยากมีความรู้เขาเสาะหาอาจารย์ เคารพอาจารย์ ยกให้เป็นพ่อเป็นแม่ คนเอาแต่ได้อย่างเอ็ง ไม่ต้องแช่ง ไม่ต้องรอ เอ็งจะพินาศในไม่ช้า”

    “ถ้างั้นก็ปล่อยให้อีแพงพินาศไป อย่าเสกวัวธนูมาทำอะไรแพงเลยนะเจ้าคะ แพงกลัว”

    “ไปไป๊!! อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก”

    “ยังไปไม่ได้เจ้าค่ะ เงินที่อีแพงให้นั่นเป็นราคาค่าตำราเล่มนั้น แต่เงินอีกก้อนตรงนี้แพงต้องการให้ท่านสักยันต์เมตตามหานิยม ตำรับลือลั่นของท่าน ท่านต้องสักให้ฉัน”

    อาจารย์ชูมองเงินอีกปึกที่แพงหยิบมาวางเบื้องหน้าด้วยความโลภ ขณะที่ปากยังด่าอีแพงต่อไปไม่หยุดหย่อน

    “ขนาดเขาจะมีลูกด้วยกัน เอ็งยังไม่ยอมแพ้อีกรึ เป็นเมียน้อยเขา เขาก็ดูแลให้เงินเอ็ง ยังไม่พอใจอีกหรือไง อีโลภ อีทะเยอทะยาน”

    “ยังไงฉันก็ต้องเอาชนะคุณชื่นให้ได้ อีแพงต้อง

    ได้คุณหลวงมาเป็นของอีแพงแต่เพียงผู้เดียว”

    “ผัวเอ็งคนนี้โดนทั้งทำหุ่นรูปรอย โดนทั้งน้ำมันหอมจัน แล้วนี่เอ็งจะให้เสกเมตตามหานิยมอีก กูนึกไม่ออก โดนเข้าไปเยอะขนาดนี้ผัวเอ็งจะเป็นยังไง”

    “แล้วจะทำหรือไม่ทำล่ะ ไม่ทำฉันเอาเงินคืนนะ”

    อาจารย์ชูจ้องหน้าแพงไม่พอใจ แต่ด้วยความโลภจึงยอมสักยันต์เมตตามหานิยมให้มันตามต้องการ...เมื่อสมใจแล้ว แพงรีบกลับเรือนของตน ไม่ช้าไม่นานคุณหลวงดิ้นรนหนีจากชื่นกลิ่นมาหาแพงในสภาพปวดหัวทุรนทุรายใครก็ห้ามไม่อยู่ กล้าขัดขวางก็ถูกคุณหลวงต่อยตีทำร้ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

    ชื่นกลิ่นทั้งตกใจและแปลกใจที่จู่ๆคุณหลวงเปลี่ยนไป พอคุณหญิงทราบเรื่องก็แค้นใจอีแพง และสรุปตามอาการที่พวกกล้าเล่ามาว่าคุณหลวงเหมือนโดนคุณไสย!

    “หมายความว่านางแพงทำของใส่คุณหลวง ไม่ใช่เพราะคุณหลวงหมดรักในตัวลูกงั้นหรือคะ”

    “จริงเจ้าค่ะคุณชื่น เพ็ญเชื่อเต็มหัวใจ มันต้องทำของใส่คุณหลวงมาตั้งแต่แรก คิดดูนะคะ คนอะไรชั่วข้ามคืนเปลี่ยนไปชอบคนหนึ่ง พออีกคืนกลับมาชอบอีกคน”

    “ชอบแบบไม่ลืมหูลืมตาเสียด้วย กระผมเห็นคุณหลวงมาตั้งแต่เด็ก ท่านเป็นเด็กดีของพ่อแม่ สุภาพเรียบร้อยกับทุกคน จู่ๆกลายมาเป็นคนทิ้งลูกทิ้งเมีย ไม่เอาการเอางานอย่างนี้ กระผมไม่เห็นเหตุเป็นอื่นเลยจริงๆ” กล้ากล่าวอย่างมั่นใจ

    “แบบนี้นี่เอง อีแพง...มึงทำของใส่ลูกเขยกู มึงตายแน่งานนี้” คุณหญิงลุกพรวดขึ้นหน้าตาดุดัน แววตาวาวโรจน์ด้วยความแค้น

    นวลแอบได้ยินรีบวิ่งกลับเรือนเล็กเพื่อจะบอกแพงให้รู้ตัว แต่แพงอยู่ในห้องกับคุณหลวงแถมล็อกประตูแน่นหนา นวลจึงต้องไปชะเง้อทางหน้าต่างตะโกนเรียกคุณแพง

    แพงกำลังกอดรัดคุณหลวงอย่างมีความสุขโดยไม่สนใจว่าได้คุณหลวงมาในสภาพไหน เขามีอาการพร่ำเพ้อ ราวคนป่วย เรียกหาแต่ชื่นกลิ่น สลับกับบ่นปวดหัว

    เสียงตะโกนของนวลทำให้แพงหงุดหงิดรำคาญ ลุกมาชะโงกหน้าเอ็ดมัน “นังนวล...อะไรของเอ็งเนี่ย ประตูมีทำไมไม่เข้า”

    “ก็คุณแพงล็อกไว้ พวกนังอบเชยมันรู้แล้วว่าคุณแพงทำคุณไสยใส่คุณหลวง มันกำลังบุกจะมาเอาเรื่องคุณแพง”

    “ดี...ให้มันบุกมาเลย ข้าจะเสกหนังควายเข้าท้องมันทุกคนเลย เอ็งไปเฝ้ามันที่หน้าประตู ใครขวาง เอ็งจัดการได้เลย”

    สั่งเสร็จ แพงเดินไปเปิดตู้หยิบหุ่นคู่ของตนกับคุณหลวง หุ่นของนวล และสิ่งของอีกหลายอย่างเกี่ยวกับทำคุณไสยที่ซ่อนไว้ออกมาใส่ห่อผ้ามัดรวมกันแล้วสะพายไหล่ออกไปเผชิญหน้ากับพวกคุณหญิงอบเชยที่แห่กันมาโวยวายโหวกเหวกอยู่หน้าเรือน

    คุณหญิงสั่งบ่าวชายพังประตูห้องแล้วเอาตัวคุณหลวงออกมาให้ได้ แต่แพงกางกั้นไม่ยอม ประกาศห้ามใครหน้าไหนย่างก้าวเข้ามา ถ้าใครแตะต้องคุณหลวง รับรองมีเรื่องกับตนแน่ ส่วนนวลที่จงรักต่อแพงเพราะเวทมนต์คาถาก็ร่วมด้วยช่วยกันอีกแรง เพ็ญเห็นแล้ว
    ทนไม่ได้เข้าไปตบนวลจนหน้าหัน แล้วให้ติ่งล็อกตัวมันไว้

    “แพง...เธอใช้คุณไสยกับคุณหลวงอย่างนี้ไม่ถูก คืนคุณหลวงมาให้ฉันเถอะ” ชื่นกลิ่นขอร้อง

    “ฮึ คุณหลวงรักข้า แกต่างหากที่คุณหลวงไม่รัก”

    “ใครกันแน่ที่คุณหลวงไม่รัก” เพ็ญสวนทันควัน “มึงทำคุณไสยใส่คุณหลวง คุณหลวงไม่ได้รักมึง มึงก็เลยใช้วิธีสกปรก”

    “คุณไสย? แปลว่าอะไรอีแพงไม่รู้จัก คุณไสยที่ว่าเป็นอย่างนี้หรือเปล่า” แพงหลับตาพนมมือท่องคาถา  ฉับพลันทันใดมีลมพัดแรงข้าวของปลิวว่อน

    ทุกคนตกใจมาก แพงหัวเราะร่าน่ากลัว

    “จู่ๆ ฟ้าก็มืด ลมก็แรง อีแพงมันกลายเป็นหมอผีไปแล้ว มันเป็นหมอผี” ติ่งปากคอสั่นลนลานด้วยความกลัว มิ่งกับมีแม้เป็นผู้ชายก็ยังผวา ถอยกรูดไปรวมกับติ่งหลบข้างหลังคุณหญิงอบเชย แต่เพ็ญตะโกนลั่นว่ากูไม่เชื่อ คนอย่างอีแพงเป็นแค่บ่าวไพร่ จะมีวิชาเสกลมฝนได้ยังไง...ว่าแล้วเพ็ญพุ่งพรวดเข้าหานังหมอผีหมายตบให้สลบคามือ

    แพงไม่รอช้า ท่องคาถาเสกหนังควายเข้าท้องเพ็ญอย่างรวดเร็ว เพ็ญแทบทรุด สองมือกุมท้องร้องครวญครางเจ็บปวด บัวสวรรค์ต้องเข้าประคอง

    “เพ็ญ...เป็นอะไรน่ะ”

    “ฮะฮะฮ่า แรงแค้นจากคนต่ำช้า แรงกดดันที่พวกเอ็งทำกับข้ามันได้กลายเป็นพลังอำนาจกลับมาทำลายพวกเอ็งทุกคน ต่อไปนี้ข้าไม่ใช่บ่าวโง่ๆ ข้ามีวิชาที่จะทำร้ายพวกเอ็งทุกคนที่จะมาเอาคุณหลวงไปจากข้า”

    “นังแพงมันเสกหนังควายเข้าท้องน้าเพ็ญแล้ว” ติ่งโพล่งขึ้น

    “เป็นไปได้ยังไง เป็นไปไม่ได้ บ่าวเลวชั่วอย่างอีแพงจะมีวิชาได้ยังไง คนอย่างมันเนี่ยนะ” คุณหญิงยังไม่ปักใจ แพงหัวเราะร่า ดวงตาแดงฉานไม่เหมือนมนุษย์

    “ในเมื่อเห็นฤทธิ์เดชข้าแล้ว ก็จงเลิกยุ่งกับข้าเสียที กลับไป...กลับไปให้หมด”

    แพงพูดเสร็จก็วิ่งหายไป เพราะใจห่วงแต่ห่อผ้าอยากเอาไปฝังเพราะหากใครพบหุ่นพวกนี้แล้วทำลายมันทิ้งจะกลายเป็นอาถรรพณ์หายไป คุณหลวงเลิกรักแพงทันที

    “อีแพงเอ็งจะไปไหน กลับมานี่นะ” คุณหญิงทำท่าจะตาม แต่บัวสวรรค์รีบดึงคุณอาไว้

    “อย่าตามไปค่ะ แพงมีวิชาจริงๆ ดูเพ็ญสิคะ เราอยู่ห่างๆมันไว้ก่อนจะดีกว่าค่ะ”

    “คุณบัวพูดถูก” กล้าเห็นด้วย...แล้วหันไปดุมิ่งกับมีที่มัวแต่กลัวให้รีบเอาตัวเพ็ญกลับเรือนใหญ่

    “คุณหลวง...ต้องเอาตัวคุณหลวงไปด้วย” ชื่นกลิ่นวิ่งขึ้นเรือนทันที กล้ารีบก้าวตาม ส่วนบัวสวรรค์พาคุณหญิงกลับไปตั้งหลักที่เรือนใหญ่ เธอย้ำว่าความปลอดภัยต้องมาก่อน เรื่องนี้จะใจร้อนไม่ได้

    เมื่อทุกคนแยกย้ายสลายตัวไปแล้ว คงเหลือแต่ นวลคนเดียวที่ยังจงรักภักดีต่อแพง มันมองตามเยาะหยันคุณหญิงว่าไม่แน่จริง...

    ชื่นกลิ่นเข้ามาในห้องเห็นคุณหลวงนอนเพ้อราวจับไข้ เรียกหาเมียกับลูก ชื่นกลิ่นนั่งลงใกล้ๆ บอกเขาว่าน้องมาแล้ว เราจะกลับเรือนใหญ่ด้วยกัน

    “คุณหลวง...กลับเรือนใหญ่ก่อนขอรับ” กล้าเข้าช่วยชื่นกลิ่นประคองคุณหลวงออกจากห้องกลับไปเรือนใหญ่อย่างทุลักทุเล

    ส่งคุณหลวงถึงเตียงนอน ชื่นกลิ่นกับกล้ายังหนักใจ เพราะอาการคุณหลวงเหมือนคนป่วยหนัก ตัวร้อนจัดไข้ขึ้นสูง คุณหญิงกับบัวสวรรค์ตามเข้ามาสมทบ เห็นสภาพลูกเขยแล้วคุณหญิงเริ่มแน่ใจ

    “ท่าทางเหมือนคนโดนคุณไสยมนต์ดำจริงๆด้วย หน้าตาสง่าราศีไม่มีเลย แม่บัว...ให้คนไปตามหมอมาดูไป๊”

    บัวสวรรค์รับคำแล้วกลับออกไปทันที กล้ามองนายของตนอย่างเวทนาสงสาร ก่อนหันไปทางคุณหญิง

    “อีแพงมันมีฤทธิ์ขึ้นมาเช่นนี้จะจัดการอะไรก็คงลำบากแล้ว ไหนจะคุณหลวงกับเพ็ญที่มาป่วยเพราะคุณไสยของมันอีก เราจะทำยังไงดีขอรับ”

    คุณหญิงตอบไม่ได้ สีหน้ากลัดกลุ้ม มองไม่เห็นหนทาง

    ooooooo

    ที่เรือนคนใช้ พึ่งไม่สบายใจและสงสารเพ็ญที่นอนตัวงอร้องครวญครางเพราะปวดท้องหลังโดนแพงเสกหนังควายเข้าท้อง แต่พอพึ่งต้มยาเอามาให้ เพ็ญกลับปัดมันทิ้งหกกระจายแล้วโวยวายอาละวาดด่าพึ่งไม่ไว้หน้า นวลมาเห็นเข้าทนไม่ไหว รีบเข้าไปดึงพึ่งหนีออกมาหน้าห้อง

    “น้านี่ยังไง เขาเขวี้ยงของใส่ยังไม่รู้จักหลบ”

    “ข้าสงสารพี่เพ็ญ อีแพงนะอีแพง แย่งผัวเขายังไม่พอ นี่ยังเล่นคุณไสยใส่คนอื่น ไม่รู้จักกลัวบาปกลัวกรรม”

    “โฮ้ย...บาปกรรมหน้าตาเป็นยังไง น้าพึ่งเคยเห็นเหรอ”

    “อีนวลนี่ เอ็งก็พลอยเป็นไปอีกคน”

    “น้าเพ็ญน่ะร้ายจะตาย วันๆประจบคุณหญิง ทำร้ายคุณแพงมากี่หนแล้ว โดนซะบ้าง สมน้ำหน้า”

    “แล้วไอ้คุณไสยอะไรเนี่ย นังแพงมันไปเรียนมาจากไหน เอ็งรู้ไหม”

    “จะเรียนมาจากไหนก็ช่างเถอะ มันใช้งานได้ก็ พอแล้ว ต่อไปนี้ทั้งน้าทั้งฉันก็สบายแล้ว โดนกันไปขนาดนี้ไม่มีใครกล้ายุ่งกับคุณแพงอีกแล้วล่ะ ไว้วันไหนฉันจะขอยาเสน่ห์มาใช้กับพี่กล้าบ้าง...ว่าแล้วไปหาพี่กล้าดีกว่า”

    นวลเดินดุ่มออกไปเรือนใหญ่ เจอกล้าในสวนรีบฉุดเขามาที่ห้องจะให้ช่วยไล่หนู ทั้งที่ความจริงนวลต้องการจะรวบหัวรวบหางกล้าทำผัวต่างหาก แต่กล้ารู้แกวเสียก่อนจึงรอดตัว

    ค่ำนั้น กล้ามีข่าวดีจะบอกบัวสวรรค์ เขาตามเธอไปที่ศาลาในสวน เห็นเธอนั่งสีซอเพลินอยู่ เขาเดินมานั่งกับพื้นห่างๆอย่างเจียมตัว โดยไม่รู้ว่านวลตามมาแอบมองอยู่มุมหนึ่ง

    “ในบ้านที่มีแต่เรื่องราว จู่ๆมีเสียงดนตรีขึ้นมา ฟังแล้วค่อยใจชื้น”

    “บรรยากาศแบบนี้ก็ได้แต่สีเพลงเศร้า เมื่อไหร่หนอคนชั่วจะได้รับกรรม คุณหลวงกับพี่ชื่นเป็นคนดีมาตลอดชีวิต ไม่สมควรจะต้องมาเป็นแบบนี้”

    “ความชั่วและคนชั่วแผ่ขยายตัวเองด้วยการทำให้คนดีท้อแท้ หากคนดีท้อแท้และเมินเฉยเมื่อไหร่ ความชั่วและคนชั่วจะขยายอาณาจักรของมันทันที อย่างที่คุณบัวเคยบอก เราต้องไม่สูญเสียศรัทธาง่ายๆ”

    นวลมองหมั่นไส้ คิดไปเองว่าทั้งคู่นัดแนะมาพลอดรัก จึงค่อยๆถอยออกจากตรงนั้น เพื่อไปฟ้องคุณหญิงอบเชย

    “เอ้า อีนังตัวดีมีอะไร อีคุณแพงนายของเอ็งสั่งให้มาใช่ไหม ข้าบอกไว้เลยนะ ข้าไม่คืนคุณหลวงให้มันเด็ดขาด แล้วข้าก็ไม่กลัวคุณไสยของมันด้วย”

    “เปล่าเจ้าค่ะ นวลมีเรื่องจะมาบอกเฉยๆ”

    “เรื่องอะไร ถ้าเป็นเรื่องรกหู เอ็งโดนไล่ออกแน่ กินข้าวกินเงินเดือนข้า...หนอย ไปทำงานรับใช้อีนังโสเภณีนั่น มันน่าไล่ออกนัก”

    “บ่าวอย่างอีนวลจะเลวจะชั่ว ก็ถือว่าสมฐานะที่เกิดมาต่ำช้า แต่บรรดาลูกท่านหลานเธอที่เกิดมาสูงแต่ทำตัวต่ำเนี่ย คุณหญิงจะว่าอย่างไรเจ้าคะ”

    “เอ็งจะพูดเรื่องอะไร”

    “คุณหญิงไปดูเองที่ในสวนเถอะค่ะ แอบมาพลอดรักกันค่ำมืดดึกดื่น ระวังเถ้อะ ท้องไม่มีพ่อขึ้นมาเมื่อไหร่ คุณหญิงจะลำบาก”

    “ในสวน นี่เอ็งพูดถึงใคร”

    “เป็นถึงหลานคุณหญิงแอบนัดพบกับผู้ชาย ฐานะเท่าเทียมก็ว่าน่ารังเกียจแล้ว นี่อะไร้...ลงไปคบหา ให้ท่าบ่าว ผู้ชายในบ้านตัวเอง อีนวลอยากจะรู้ งานนี้คุณหญิงต้องเอาปี๊บคลุมหัวเดินสักกี่ชั้น”

    อบเชยโกรธขึ้ง เดินออกไปทันที นวลมองตามด้วยรอยยิ้มสะใจ...

    กล้ายังไม่ทันได้บอกข่าวดีของตนแก่บัวสวรรค์ พลันต้องตกใจกับน้ำเสียงเฉียบขาดของคุณหญิงที่ถามว่า มืดค่ำดึกดื่นมาทำอะไรกัน?

    “บัวแค่ลงมาซ้อมสีซอน่ะค่ะ ไม่อยากเล่นบนเรือน เดี๋ยวคุณหลวงกับพี่ชื่นจะหนวกหู”

    “แล้วทำไมต้องยืนชิดกันอย่างนั้น แม่บัว ครั้งนี้แม่บัวทำให้อาเสียใจมาก ทำตัวแบบนี้ไม่คิดถึงพ่อที่ตายไปบ้างเลยรึ กลับขึ้นไปบนเรือนเดี๋ยวนี้”

    กล้าตกใจจะอธิบาย แต่คุณหญิงไม่เปิดโอกาส ตวาดเสียงดุดัน

    “ไม่ต้องพูด แค่มองหน้า ฉันก็รู้แล้วว่าคนอย่างเธอคิดอะไร คิดใฝ่สูงจนเกินศักดิ์ งานนี้ฉันเอาเรื่องเธอแน่”

    คุณหญิงลากหลานสาวเข้าไปในห้องพระ สั่งให้นั่งลงแล้วจุดธูปยกมือไหว้ขอโทษพ่อของเธอเดี๋ยวนี้ บัวสวรรค์มองโกศกระดูกพ่อสลับกับมองหน้าคุณอาอย่างไม่เข้าใจ ส่วนนวลที่แอบตามมาดูผลงานของตัวเองกำลังเหยียดยิ้มด้วยความสะใจ

    “ผู้หญิงน่ะ จะได้อยู่บนหิ้งหรือจะอยู่ในโคลนตมไม่ใช่เพราะผู้ชาย แต่เพราะการวางตัวของตนเอง อยากจะเป็นเมีย เป็นแม่ให้คนเขาเคารพบูชา แต่วางตัวให้เขาได้ไปง่ายๆแบบนั้น จะมาร้องแรกแหกกระเชิงว่าผู้ชายเขาทอดทิ้งไม่ยอมยกย่องไม่ได้หรอกนะ”

    “คุณอา ทำไมต้องว่าบัวเสียๆหายๆอย่างนั้นด้วยล่ะคะ”

    “ฉันจะว่าเธอต่อหน้าพ่อของเธอ ให้พ่อแม่ลุงป้าน้าอาด่าเธอ ดีกว่าให้คนอื่นมาด่า อยากร้องไห้ อยากเสียใจ อยากน้อยใจก็เอาเลย เพราะถ้าไม่ใช่ฉัน จะไม่มีใครด่าเธอด้วยความรักแบบนี้อีกแล้ว”

    “พี่กล้ากับบัวไม่ได้ทำอะไรเกินเลย เราไม่ได้นัดแนะมาพบกันตอนค่ำมืดเพื่อทำอะไรน่าเกลียดนะคะ”

    “ผู้หญิงจะสวยหรือไม่สวย จะเป็นผู้หญิงดีหรือผู้หญิงหยำฉ่า จะได้ลงท้ายด้วยการเป็นแม่ เป็นเมีย หรือจะลงท้ายด้วยการเป็นของขบเคี้ยวเล่นคั่นเวลา อยู่ที่ตัว ผู้หญิงเองทั้งนั้น หากรู้จักยับยั้งใจตนเอง ไม่หลงไปกับลมปากคำรักของผู้ชายเห็นแก่ตัว หากอดทนได้ ผู้หญิงพวกนี้ย่อมได้รับความเคารพนับถือไปจนตลอดชีวิต เธอเข้าใจเรื่องนี้ดีแค่ไหน”

    “คุณอาขา...เรื่องในคืนนี้เราสองคนบริสุทธิ์ใจนะคะ บัวกับพี่กล้าไม่เคยทำอะไรน่าเกลียดแม้แต่ครั้งเดียว”

    “ไปอยู่ในที่อโคจร ในที่รโหฐาน แม้เธอมั่นใจว่าเธอดี แม้เธอมั่นใจว่าผู้ชายคนนั้นดี แต่เธอมั่นใจในสัญชาตญาณหนุ่มสาวของตัวเธอเองแค่ไหน อาจะบอกให้ เธอไว้ใจสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ จึงต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม อาพูดแบบนี้ เธอเข้าใจหรือยังว่าเธอผิดตรงไหน”

    บัวสวรรค์น้ำตาไหลเริ่มคิดตาม “คุณอาหมายถึง ...บัวไม่สมควรแม้แต่เปิดโอกาส”

    “ใช่ สิ่งที่อาบอก สิ่งที่อาสอนอาจจะดูคร่ำครึ ยิ่งเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อผู้หญิงเก่งกล้ามากขึ้น สิ่งเหล่านี้อาจดูว่าล้าสมัย แต่ความเป็นแม่เป็นเมียที่น่าเคารพ คุณสมบัติเหล่านี้เชื่อเถอะว่ามันจะเหมือนเดิม”

    “บัวเข้าใจแล้ว...บัวขอโทษค่ะคุณอา บัวจะขอโทษคุณพ่อเดี๋ยวนี้”

    ขณะที่บัวสวรรค์เตรียมจะจุดธูป กล้าเดินเข้ามานั่งคุกเข่าตรงหน้าคุณหญิง

    “คนที่ควรขอโทษไม่ใช่คุณบัว แต่เป็นกระผมต่างหาก เพราะกระผมเป็นคนเดินเข้าไปหาคุณบัวเอง”

    นวลจับตามองด้วยความตกใจ นึกไม่ถึงว่าพี่กล้าจะกล้าสมชื่อจริงๆ

    “ขึ้นมาทำไม ใครอนุญาต อย่าคิดนะว่าการที่เข้ามาช่วยเหลือฉัน ช่วยเหลือแม่ชื่นแล้วจะทำให้เธอยกระดับจากบ่าวขึ้นมาตีเสมอกับพวกเราได้”

    “กระผมเป็นลูกบ่าวในเรือนคุณหลวง ชาติตระกูลของกระผมคงตีเสมอไม่ได้ แต่กระผมเคยให้สัญญากับคุณบัวไปแล้วว่ากระผมจะตีเสมอกับคุณบัวด้วยสิ่งอื่น” กล้ายื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้คุณหญิง

    “นี่...เธอสอบติดโรงเรียนนายร้อยงั้นรึ” คุณหญิงเพ่งมองข้อความในจดหมายแทบไม่เชื่อสายตา ขณะที่บัวสวรรค์ดีใจเป็นล้นพ้น ถามพี่กล้าว่าสอบติดแล้วหรือ?

    “จดหมายเพิ่งมาวันนี้ ที่จะไปบอกก็เรื่องนี้แหละ... แต่ที่คุณหญิงพูดก็ถูก กระผมประมาทเอง ไม่ได้คิดว่าตรงนั้นไม่มีคนและก็ดึกมากแล้ว กระผมกราบขอโทษคุณหญิงขอรับ”

    กล้าพนมมือไหว้ คุณหญิงเริ่มสังเกตกล้าอย่างจริงจัง แต่แววตายังเข้มดุ ถามเขาว่าสัญญาอะไรกับแม่บัว

    “กระผมเลือกเกิดมาให้ดีคู่ควรกับเธอไม่ได้ แต่กระผมเชื่อว่าคนเรายังมีโอกาสเป็นคนดีขึ้นมาได้ด้วยการศึกษา กระผมจึงสัญญากับเธอว่าจะสอบเข้าโรงเรียนนายร้อย และจะเรียนจนจบ หากกระผมทำไม่สำเร็จเธอจะไม่ได้เห็นหน้ากระผมอีก”

    “เธอจะสอบเป็นนายร้อยเพื่อแม่บัวงั้นรึ”

    กล้าไม่ตอบแต่คลานไปจุดธูปไหว้โกศพ่อของบัวสวรรค์ “กระผมนายกล้า ไม่มีชาติตระกูล ไม่มีทรัพย์สินเงินทอง หลักประกันของกระผมมีเพียงอย่างเดียวคือจดหมายฉบับนี้ และคำสาบานว่ากระผมจะเป็นคนดี จะสร้างความมั่นคง จะดูแลคุณบัวให้มีทุกอย่าง ให้สมกับชาติกำเนิดที่เธอเกิดมา”

    “มีแค่หลักประกันและคำสาบานเนี่ยนะ มันก็แค่วิมานในอากาศ พี่เอื้อฝากลูกสาวคนเดียวไว้กับฉัน ฉันจะเอาหลานฉันไปฝากไว้กับฝันลมๆแล้งๆของเธอไม่ได้หรอก”

    กล้าหันกลับมาเผชิญหน้าคุณหญิงอย่างไม่กลัว ไม่หลบสายตา หัวใจของเขามีแต่ความมั่นคงที่คนอื่นสัมผัสได้

    “กระผมไม่ได้รีบ หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน กระผมจะรอให้เวลาพิสูจน์หัวใจรักอันบริสุทธิ์ของกระผม”

    “แล้วถ้าฉันรีบ ฉันไม่รอ ฉันยกแม่บัวให้กับคนที่ดีกว่าเธอในวันนี้วันพรุ่งนี้ล่ะ”

    “คุณอาจะยกบัวให้ใครคะ บัวไม่เอานะคะ บัวไม่ยอมแต่งงานไปกับใครทั้งนั้น” บัวสวรรค์ร่ำร้อง...กล้าเศร้ามาก ก้มหน้ายอมรับเสียงแหบพร่า

    “ทุกอย่างสุดแต่คุณหญิงจะเห็นสมควร แต่ตราบใดที่คุณบัวไม่ได้ออกเรือนไปกับใคร กระผมก็ยังมีสิทธิ์ที่จะหวังไม่ใช่หรือขอรับ”

    “ฮึ ไม่ยอมแพ้สินะ ได้...ถ้าอย่างนั้นจงฟังคำสั่งฉัน เธอต้องตั้งใจเรียน ต้องสอบให้ได้ที่หนึ่งทุกเทอม หากตกหล่นไปแม้แต่เทอมเดียว ฉันจะย้ายเธอออกไปจากบ้านนี้ หากเธอทำได้และเรียนจบ ฉันจะอนุญาตให้เธอคบกับแม่บัว หากภายในห้าปีเธอประกอบสัมมาอาชีพ ยังเป็นคนดี และเธอทั้งสองยังรักกัน ฉันจะอนุญาตให้เธอแต่งงานกัน”

    หนุ่มสาวอึ้งไปด้วยความดีใจ...ต่างจากนวลที่ซ่อนตัวมุมหนึ่ง ท่าทางมันตกใจและผิดหวังอย่างแรง

    “ยัง...อย่าเพิ่งดีใจ” เสียงคุณหญิงยิ่งดังขึ้นอีก “ตลอดเวลานี้ ก่อนหน้าที่จะเรียนจบ ห้ามตีเสมอแม่บัว ห้ามตีเสมอฉันและคนในบ้านนี้ ห้ามอยู่กับคุณบัวสอง ต่อสอง ห้ามถูกเนื้อต้องตัว สรุปก็คือ...เธอยังเป็นแค่ไอ้กล้าบ่าวใต้ถุนเรือนของคุณหญิงอบเชยเหมือนเดิม ทำได้ไหม”

    แม้เงื่อนไขมากมายแต่กล้าก็รีบรับคำและก้มลงกราบแทบเท้าคุณหญิง “ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะขอรับ ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่กระผมเคยทำและทำมาตลอด แค่นี้...แค่ให้โอกาสคนต่ำช้าอย่างไอ้กล้าก็ไม่รู้จะกราบขอบพระคุณคุณท่านอย่างไรแล้ว กระผมกราบขอบพระคุณจริงๆขอรับ”

    คุณหญิงพยักหน้ารับ กล้าดีใจจนน้ำตาคลอ บัวสวรรค์เองก็แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่เช่นกัน...

    เช้าวันรุ่งขึ้นมาเล่าให้ลูกสาวฟัง คุณหญิงยังนึกขันนายกล้าไม่หาย “ฮึ พูดออกมาได้ ใช้คำสาบาน ใช้ซองจดหมายเป็นเครื่องรับประกันเพื่อขอลูกสาวชาวบ้านเนี่ยนะ เกิดมาเพิ่งเคยเห็น นายคนนี้กล้าสมชื่อเขานะ”

    “ชื่นมัวแต่วุ่นๆ ไม่เคยสังเกตไม่เคยระแคะระคายเลย นายกล้าเขาอยู่อย่างเจียมตัวจริงๆนะคะ เขาไม่เคยออกนอกลู่นอกทางกับน้องบัวหรอกค่ะ”

    “แม่รู้ แม่ก็ดุเขาไปอย่างนั้นเอง ต้องกำหราบเอาไว้จะได้ไม่เหลิงทั้งสองคน”

    “นายกล้าสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยทหารบก ถ้าสอบได้ที่หนึ่งทุกเทอมตามที่ถูกบังคับ บั้นปลายนายกล้าอาจได้เป็นนายพล น้องบัวก็คงจะได้เป็นคุณหญิง คุณแม่นี่ ฉลาดจริงๆ นี่แสดงว่าคุณแม่ชอบนายกล้ามาตั้งแต่ต้น”

    “คุณเนื่องแม่ของคุณหลวงหรือแม้แต่ตัวคุณหลวงเองให้เกียรตินายกล้า เพราะสติปัญญาและความดีในตัวเขา เขาไม่รู้หรอก ความดีของคนเป็นเกียรติยศที่เชื่อถือได้ มากกว่านามสกุล”

    “หากนายกล้ารักษาความดีของเขาได้ คุณแม่จะยกน้องบัวให้เขาจริงๆใช่ไหมคะ”

    “หากยกแม่บัวให้คนมีชาติตระกูลดี จิตใจเลว วันนี้อาจมีทรัพย์ มีเกียรติ แต่เมื่อเวลาผ่านไป สุดท้ายคนพวกนี้ก็ลงสู่ที่ต่ำ แต่คนดี คนมุมานะ มีความรักเป็นเครื่องนำทาง คนพวกนี้แม่เห็นมานักต่อนัก ประสบความสำเร็จทุกคน”

    ชื่นกลิ่นพยักหน้าเห็นด้วยก่อนลุกไปบอกคุณหลวงที่ยังหลับใหลว่า นายกล้าคนสนิทของเขากำลังจะได้ดี เขาต้องหายเร็วๆเพื่อมาร่วมดีใจกับนายกล้าและบัวสวรรค์...เมื่อคุณหญิงถามลูกสาวว่าไข้ไม่ลดเลยหรือ ชื่นกลิ่นหันมาส่ายหน้า บอกแม่ว่าหมอมาดูแล้วให้ยาไว้ แต่กินไปก็ไม่ดีขึ้น ไข้มีแต่ทรงๆอยู่อย่างนี้ พรุ่งนี้ว่าจะเชิญหมอมาดูอีกครั้ง

    ขณะที่ชื่นกลิ่นเป็นกังวลอาการคุณหลวง...แพงอยู่เรือนเล็กกำลังร้อนรุ่มไปด้วยแรงแค้นและอาฆาตพวกเรือนใหญ่ที่เอาตัวคุณหลวงไป แพงเข้าห้องหมก มุ่นทำบริกรรมคาถาชั่วร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหตุนี้เองทำให้ ทั้งคุณหลวงและเพ็ญเจ็บปวดทุรนทุราย ตามหมอมารักษากี่ครั้งก็ไม่หาย สุดท้ายคุณหญิงจึงบอกลูกหลานว่าต้องเปลี่ยนหมอใหม่ เอาแบบใหม่เลย...

    บัวสวรรค์กับชื่นกลิ่นฟังแล้วฉงน มองหน้ากันไปมาไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:11 น.