ตอนที่ 5
อัลบั้ม: "เอ ศุภชัย" ผู้จัดป้ายแดง ส่ง "ลิขิตริษยา" ลงจอ ช่อง 7
รุ่งเช้าวันถัดมา กรองแก้วยังไม่ได้คำตอบจากหลวงเดชว่าตัดสินใจเช่นไรในเรื่องซ่อนกลิ่น เมื่อเธอเห็นสามีกำลังจะลงเรือนไปทำงาน ก็ปราดเข้าไปถามเขาเพื่อขอความชัดเจน หลวงเดชย้อนถามว่าจะให้ซ่อนกลิ่นไปอยู่ที่ไหน
“เรามีที่นาที่ไร่ตั้งเยอะ เรือนเล็กบ้านน้อยเราก็มีมากมาย เราจะให้ซ่อนกลิ่นอยู่สักแห่งก็ได้นี่คะ”
ไม่มีคำตอบจากสามีว่าจะจัดการอย่างไร กรองแก้วได้แต่เร่งฝีเท้าเดินตามเขาลงเรือนไปอย่างไม่ลดละ ด้านซ่อนกลิ่นโมโหจัดเมื่อรู้ว่ากรองแก้วคิดกำจัดเธอออกจากที่นี่
ธูปนั่งมองกิริยาโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงของนายสาวอย่างเกรงกลัว ในไม่ช้านี้...บ้านคงลุกเป็นไฟจากโทสะร้ายของซ่อนกลิ่น ขณะนั้นที่สนามหน้าบ้าน โฉมฉาย กรองแก้วและพิศกำลังส่งสามีขึ้นรถเพื่อไปทำงาน หลวงเดชหันมาบอกว่า
“เรื่องของซ่อนกลิ่น พี่ขอคิดดูความเหมาะสมอีกทีว่าจะให้ไปอยู่ที่เรือนไหน”
หลวงเดชมองภรรยาทุกคนด้วยสีหน้าแช่มชื่น เขารู้สึกเหมือนห่างหายกับการเห็นภาพแบบนี้ไปนานมาก ทันใดนั้นธูปวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงานคุณหลวงว่าซ่อนกลิ่นแย่แล้ว
ทุกคนวิ่งตามธูปกลับขึ้นไปบนเรือนโดยเร็ว เมื่อหลวงเดชเปิดประตูห้องก็เห็นซ่อนกลิ่นโก่งคออาเจียนแทบจะหมดแรง โฉมฉายถามอย่างเป็นห่วงว่าเป็นอะไรมากหรือไม่ ซ่อนกลิ่นทำหูทวนลมไม่ตอบแต่กลับโผเข้ากอดหลวงเดชออดอ้อนว่า
“คุณพี่คะ น้องไม่รู้เป็นอะไร รู้สึกหน้ามืดมาสองสามวันแล้วค่ะ”
กรองแก้วสวนกลับว่าเป็นโรคสำออยและมองค้อนรู้สึกหมั่นไส้เต็มแก่ โฉมฉายห้ามปรามเพื่อไม่ให้สองฝ่ายต้องลับฝีปากกันในสถานการณ์เช่นนี้ ยังไม่ทันไร ธูปถือจานใส่มะม่วงเปรี้ยวกับกะปิเข้ามา ซ่อนกลิ่นพุ่งไปหยิบมากินอย่างเอร็ดอร่อย โฉมฉายกับกรองแก้วมองกิริยานั้นอย่างสงสัย เสียงพิศพูดขึ้นว่า
“อาการอย่างนี้มันเหมือน...”
“คุณซ่อนกลิ่นอาการเหมือนคนท้องเลยนะคะ” ธูปพูดโพล่งขึ้นมา
ซ่อนกลิ่นแกล้งชะงัก...แล้วมองหลวงเดชด้วยสีหน้ากึ่งตกใจระคนดีใจ ด้วยสาเหตุนี้ทำให้หลวงเดชตัดสินใจชะลอการย้ายซ่อนกลิ่นออกจากเรือนอย่างไม่มีกำหนด เขาขอร้องโฉมฉายให้ช่วยเป็นธุระจัดการดูแลและตามหมอมาดูอาการ หากเกิดแพ้ท้องหนัก กรองแก้วคับแค้นแทบจะคลั่งตายเพราะไม่เชื่อว่าซ่อนกลิ่นจะท้องจริง เธอปรารภกับพิศว่า
“ไม่มีใครสงสัยเลยหรือคะว่า...ซ่อนกลิ่นเป็นเมียคุณหลวงได้ไม่นาน อะไรจะท้องเร็วปานนี้”
“เป็นเพราะดิฉันมีบุญคู่ควรกับคุณหลวงมั้งคะ สวรรค์ถึงส่งผู้มีบุญญาธิการมาเกิดในท้องดิฉัน ต่างจากคนอื่นอยู่กับคุณหลวงมาตั้งหลายปี ยังไม่ท้องเลย”
ซ่อนกลิ่นพูดเสียดสีกรองแก้วอย่างจงใจพร้อมกับแกล้งทำท่าอาเจียนรดใส่ เจิมอดรนทนไม่ได้ถลาเข้าไปปกป้องนายสาวและพูดตีวัวกระทบคราดว่า
“นังธูป! รู้ว่านายแกกำลังอาเจียนเรี่ยราด ทำไมไม่รู้จักถือกระโถนติดมือมา”
“ที่นี่มันเรือนผัวฉัน! ฉันจะอาเจียนใส่กระโถนหรือใส่หัวใครก็ได้! ใครเป็นขี้ข้ามีหน้าที่ตามล้างตามเช็ด ก็ทำไปสิ!”
พูดจบซ่อนกลิ่นก็แกล้งทำเสียงอาเจียนใส่หน้าเจิม แล้วทำท่าจะเป็นลมให้ธูปเข้าประคอง เมื่อเดินผ่านกรองแก้ว ซ่อนกลิ่นแอบยิ้มเยาะเหมือนคนถือไพ่เหนือกว่า กรองแก้วแค้นแทบกระอักพูดเข่นเขี้ยวกับโฉมฉาย
“น้องไม่เชื่อว่าซ่อนกลิ่นจะท้องจริง เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้วนะคะคุณพี่ ไม่อย่างนั้น เราต้องวุ่นวายกว่านี้แน่!”
ซ่อนกลิ่นมีความรู้สึกไม่ต่างจากกรองแก้ว เธอส่งสายตามาดร้ายใส่คู่อาฆาตพูดพึมพำกับตัวเองว่า
“คิดจะไล่กูออกจากเรือนเหรอ กูจะทำให้มึงนั่นแหละ ไม่มีที่ซุกหัวนอน นังกรองแก้ว!”
ooooooo
คำเตือนของกรองแก้วเริ่มเด่นชัดขึ้นในวันเดียวกันนี้ เมื่อซ่อนกลิ่นแผลงฤทธิ์ขว้างปาจานข้าวกระทบพื้นเสียงดังไม่เกรงหน้าไหนทั้งสิ้น แถมสำรอกใส่ธูปดังก้องไปทั้งเรือน
“ฉันบอกแล้วไงว่ากับข้าวธรรมดาพวกนี้ ฉันไม่กินเว้ย! มันกระดากลิ้น...ลูกข้าอยากกินเป็ดต้มสมุนไพรจีน แกไปหามาเดี๋ยวนี้...ไปซื้อที่ตลาดคนจีนสิ บ่าวเรือนนี้มีตั้งเยอะตั้งแยะ ใช้ใครไปซื้อสักคนสองคนคงไม่เป็นไรมั้งคะ คุณโฉม!”
โฉมฉายส่ายหน้าอย่างเอือมระอา หันไปสั่งให้อุ่นกับพวงจัดการตามคำขอนั่น แต่กรองแก้วกลับสวนว่าวันนี้ตนจะทำข้าวแช่ให้คุณหลวงรับประทาน คงไม่มีใครว่างไปซื้อให้แน่นอน ซ่อนกลิ่นออกอาการฮึดฮัดทำท่าจะไปซื้อเองพูดประชดว่า
“ถ้าไม่มีบ่าวคนไหนว่าง...งั้นดิฉันไปเองก็ได้ค่ะคุณโฉม จะทำยังไงได้ล่ะคะ...คุณโฉมเมตตาลูกของฉันเท่านี้ ฉันก็ทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับว่าคนไม่ได้ท้องสำคัญกว่าคนที่กำลังท้อง!”
โฉมฉายตัดบทบอกกรองแก้วว่าตนจะช่วยทำเองเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ ซ่อนกลิ่นกล่าวขอบคุณและยิ้มอย่างมีชัย ก่อนจะเดินนวยนาดกลับห้อง กรองแก้วทนไม่ไหวคำรามว่า
“นังคางคกขึ้นวอ อยากเกิดเป็นลิ้นผู้ดีงั้นเหรอ...เดี๋ยวฉันสงเคราะห์ให้!”
ไม่นานนัก ธูปยกสำรับที่มีชามใส่เป็ดตุ๋นเข้ามาให้นายสาว ซ่อนกลิ่นมองอาหารน้ำลายสอ เธอตักน้ำซุปมาซดโฮกไร้ซึ่งมารยาทความเป็นผู้ดี
“อื้อหือ...รสชาติอร่อยอย่างกับอาหารสวรรค์เลยว่ะ ไหนขอลองกินเนื้อซิจะนุ่มลิ้นไหม แต่ทำไมเนื้อมันรูปร่างแปลกๆวะ ดูไม่ค่อยเหมือนเป็ดเลย เออว่ะ... อร่อยดี เนื้อเหนียวๆหนังกรุบๆ แต่ทำไม...เป็ดจีนมีหางด้วยเหรอวะ”
“หรือเป็นเพราะเป็ดคนจีน เลยดูแปลกๆไม่เหมือนเป็ดไทย ขนาดขนมจีนกับขนมไทยยังไม่เหมือนกันเลยนี่เจ้าคะ แต่หางนี่มันมีลาย...ดูคุ้นๆตายังไงไม่รู้นะเจ้าคะ เหมือนหางตุ๊กแกเลย”
กรองแก้วกับเจิมเดินหัวร่อต่อกระซิกเข้ามาในห้องแล้วชมธูปว่าฉลาด...ที่แยกออกว่าอันไหนเป็นเป็ด อันไหนเป็นตุ๊กแก ซ่อนกลิ่นตกตะลึงก่อนจะหันไปหยิบกระโถนมาสำรอกเอาเนื้อตุ๊กแกที่เพิ่งกินไปออกมา เจิมพูดเหน็บว่าจะคายทิ้งทำไม นั่นเป็นยาบำรุงครรภ์ชั้นดี ซ่อนกลิ่นโกรธจัดลุกขึ้นชี้หน้าด่ากรองแก้วอย่างเหลืออดโดยจี้จุดปมด้อยเรื่องการไม่มีลูก
ทั้งสองคนโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อนจนโฉมฉายต้องเข้ามาห้ามทัพ ซ่อนกลิ่นเจ็บใจคิดอาฆาตกรองแก้วว่าแค้นนี้ต้องชำระในเร็ววัน ไม่ต่างจากกรองแก้วที่คิดจะหาหลักฐานมายืนยันให้ได้ว่าซ่อนกลิ่นไม่ได้ตั้งท้องตามคำอ้างเช่นกัน เธอตั้งใจว่าต้องพาหมอมาตรวจเพื่อให้ทุกคนประจักษ์กับความจริง จู่ๆกรองแก้วรู้สึกเวียนหัว ยืนโอนเอนแล้วก็เป็นลมล้มลง
ooooooo
ตกเย็นวันเดียวกัน เมื่อหลวงเดชกลับมาถึงบ้าน ซ่อนกลิ่นรีบลงเรือนมาต้อนรับพร้อมกับออดอ้อนต่างๆนานาเพื่อดึงความสนใจให้อยู่แต่กับตัวเอง พิศจะเข้ามารายงานเรื่องกรองแก้วไม่สบายให้สามีทราบก็หมดโอกาส
ซ่อนกลิ่นใช้มารยาแกล้งเป็นลมเพื่อให้คุณหลวงประคองขึ้นเรือน เมื่อถึงเตียงนอน เธอพยายามโน้มคอสามีให้นอนบนเตียงกับตัวเอง แต่ถูกเขาปรามว่า
“พี่กลับมาเหนื่อยๆ ขอพี่ไปอาบน้ำก่อนแล้วกันนะแล้วเดี๋ยวพี่มาอยู่ด้วย”
ซ่อนกลิ่นมองสามีอย่างหงุดหงิดพึมพำว่าพอไม่โดนมนต์ก็หวงเนื้อหวงตัว เธอตัดสินใจใช้มนต์ดำอีกครั้งโดยใช้เศษแกงผสมยาเสน่ห์จากคราวก่อนมายัดใส่ในไส้ขนมสาคู เมื่อทำเสร็จแล้ว เธอปั้นหน้ายิ้มรอคอยเวลาอย่างใจเย็น
“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอคะ...งั้นมารับประทานของว่างกันดีกว่า”
หลวงเดชปฏิเสธเพราะเพิ่งดื่มชารับของว่างมาจากที่ทำงาน ซ่อนกลิ่นทำท่ากระเง้ากระงอดจนหลวงเดชเกือบใจอ่อนยอมกินสาคู ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงเจิมร้องเรียกอยู่นอกห้อง
“คุณโฉมฉายให้มาเรียนเชิญคุณหลวงค่ะ...มีข่าวดีจะเรียนให้ทราบเจ้าค่ะ”
ซ่อนกลิ่นมองสามีที่ผลุนผลันออกไปอย่างเจ็บใจ เพียงไม่นาน เธอก็ได้ยินเสียงหลวงเดชร้องตะโกนเหมือนคนดีใจกับเรื่องอะไรสักอย่าง ซ่อนกลิ่นวิ่งตามออกไปก็พบว่าเรื่องที่ตนไม่อยากให้เกิดขึ้นดันเป็นจริงเสียแล้วเพราะกรองแก้วท้องได้เก้าสัปดาห์ เธอมองศัตรูคู่อาฆาตไม่พอใจพูดเสียดสีว่า
“แหม...บังเอิญท้องพร้อมกันเลยนะคะ ถ้าแถวบ้านนอก เขาจะเรียกว่าลูกอิจฉา”
“ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครท้องก่อน ของฉัน 9 สัปดาห์แล้วของแม่ซ่อนกลิ่นล่ะ กี่สัปดาห์กัน แต่แม่ซ่อนกลิ่นมาอยู่กับคุณหลวงไม่เท่าไร ถ้าเกินกว่า 9 สัปดาห์เกรงว่าจะไม่ใช่ลูกคุณหลวงนะ”
กรองแก้วสวนกลับเยาะๆในขณะที่ซ่อนกลิ่นหน้าเสียรีบพูดว่าของตนแค่เจ็ดสัปดาห์ กรองแก้วยิ้มสะใจย้ำว่าคงไม่ใช่ลูกตนที่เป็นลูกอิจฉา ซ่อนกลิ่นโกรธแต่ต้องระงับอารมณ์เปลี่ยนท่าทีไปออดอ้อนสามีแทน กรองแก้วได้ทีแกล้งทำท่าอ้วกใส่จนคู่อาฆาตต้องถอยหนีอย่างเจ็บใจ แถมยังเอาคำพูดของซ่อนกลิ่นมาพูดย้อนคืนในทุกประเด็นอย่างเจ็บแสบ
ซ่อนกลิ่นแค้นจนแทบกระอักเลือด ถีบเก้าอี้ในห้องนอนล้มระเนระนาดเพื่อระบายอารมณ์แค้น สัญญากับตัวเองว่าจะต้องหาทางเอาคืนกรองแก้วให้สาสม!
ตกค่ำ กรองแก้วรุกหนักโดยใช้โอกาสที่หลวงเดชตื่นเต้นดีใจกับลูกคนใหม่ในท้องเอ่ยปากขอห้องตัวเองกลับคืน อ้างว่าห้องปัจจุบันคับแคบไม่สะดวกต่อการพักผ่อนในช่วงตั้งครรภ์ หลวงเดชไม่คัดค้านอะไรกลับเห็นดีด้วย
เช้าวันรุ่งขึ้น ซ่อนกลิ่นแทบจะร้องกรี๊ดเมื่อรู้ว่าถูกยึดห้องคืนโดยศัตรูคู่อาฆาต หลวงเดชชี้แจงว่า
“ยังไงเสียห้องนี้ก็เป็นของเขามาก่อน ถ้าแม่ซ่อนกลิ่นอยากได้ห้องกว้าง ฉันจะยกเรือนเล็กข้างๆเรือนใหญ่ให้เธออยู่และดูแลทั้งเรือนเลย ฉันไม่ได้ไล่...แต่ตอนนี้ทุกคนต่างมีลูก ถ้าจะให้ลูกๆอยู่รวมกันหมดบนเรือนนี้จะคับแคบเกินไป”
ซ่อนกลิ่นไม่มีทางเลือกอื่นจำยอมปฏิบัติตาม แต่คนอย่างเธอไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆคิดหาทางเอาคืนโดยจะใช้เศษแกงยาเสน่ห์ที่เหลืออยู่ผสมกับแกงต้มใหม่ แต่โชคไม่เข้าข้างเพราะเธอทำขวดใส่เศษแกงตกลงใต้ถุนเรือนตอนที่นพมาเยี่ยม ซ่อนกลิ่นอยากจะร้องกรี๊ดที่ทุกอย่างดูเหมือนไม่เป็นใจให้ทำการสำเร็จ
ซ่อนกลิ่นคว้ากระจาดชมพู่ของเยี่ยมจากนพโยนไปที่ตั่งอย่างหงุดหงิด นพมองชะงัก แล้วผลักเขาให้พ้นทางรีบเดินออกไปไม่เหลียวหลัง นพพูดไม่ออกกับกิริยาของเพื่อนสาวได้แต่รู้สึกเสียใจ
ooooooo
ที่ด้านนอกตรงใต้ถุนโรงครัว ซ่อนกลิ่นมองหาขวดใส่เศษแกงไปทั่วแต่ไม่เจอ ธูปเห็นนายสาวก้มๆเงยๆจึงร้องถามว่าหาอะไร
“แกเห็นเข่งใส่เศษใบไม้ที่วางตรงนี้ไหม”
“อ๋อ...เห็นนังอุ่นกับนังพวงแบกไปเผาที่ทุ่งหลังเรือนเจ้าค่ะ”
เท่านั้นเอง ซ่อนกลิ่นก็วิ่งกระหืดกระหอบไปหลังเรือนทันทีโดยมีธูปวิ่งตาม เวลานั้นพวงกับอุ่นกำลังเทใบไม้แห้งในเข่งใส่กองไฟลุกโชน ซ่อนกลิ่นรีบหากิ่งไม้เขี่ยในกองไฟเพื่อหาขวดเศษแกง แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอและไฟยังคงลุกโชนจนเธอสู้ความร้อนไม่ไหวต้องยอมแพ้อย่างหัวเสีย
เมื่อซ่อนกลิ่นเดินกลับมาถึงหน้าเรือนใหญ่ก็พบนพอีกครั้ง เธอโผเข้าผลักอกเพื่อนชายด้วยความโมโหสุดขีด กล่าวโทษเขาว่าถ้าไม่มาวันนี้ ตนคงไม่ต้องเจออะไรแบบนี้
หลังจากไล่นพกลับไปอย่างไม่ไยดี ไฟแค้นแห่งความอิจฉาริษยายิ่งเพิ่มมากขึ้น เมื่อเห็นภาพหลวงเดชกำลังหยอกล้อกับลูกๆและภรรยาทั้งสามอย่างมีความสุขบนเรือนใหญ่ ซ่อนกลิ่นเค้นเสียงลอดไรฟันว่า
“กูให้พวกมึงมีความสุขกันไม่นานหรอก!”
ช่วงสายวันเดียวกัน ขณะที่โฉมฉายกำลังร้อยมาลัยถวายพระ เธอรู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ด้านหลังจึงหันไปดู
“อ้าว...ซ่อนกลิ่น ทำไมเมื่อเช้าไม่ไปส่งคุณหลวงทำงานล่ะ”
“พอดี...ดิฉันได้จดหมายจากเพื่อนที่อยุธยาว่าพ่อของเขาเสีย ดิฉันเลยจะมาลาคุณโฉมกลับอยุธยาเพื่อไปกราบศพท่านเพราะตั้งแต่แม่ดิฉันตาย พ่อแม่เพื่อนคนนี้ก็คอยช่วยเหลือดูแลดิฉันมาตลอดน่ะค่ะ”
โฉมฉายพยักหน้ารับทราบและให้นายผลไปส่ง ซ่อนกลิ่นแอบยิ้มพอใจ ระหว่างที่รถกำลังแล่นจะพ้นประตูบ้าน นายผลเหยียบเบรกกะทันหัน ซ่อนกลิ่นตวาดเสียงดังว่าหยุดรถด้วยเหตุอะไร นายผลตอบเสียงสั่นว่ามีคนมายืนขวางหน้ารถ เมื่อซ่อนกลิ่นกวาดตามองไปก็ตะลึง เพราะเห็นพรยืนจังก้าหน้าตาเอาเรื่อง
ซ่อนกลิ่นเดินนำพรมาที่มุมหนึ่งเพื่อไม่ให้ผลได้ยินว่าคุยอะไรกัน เธอตวาดถามว่ามาทำไมที่นี่ กำลังจะไปหาอยู่แล้ว พรเดินเข้าใกล้หญิงคนรักหมายจะกอดให้หายคิดถึงแต่ถูกห้ามไม่ให้ทำตัวรุ่มร่าม เขารู้สึกหมั่นไส้ในท่าทางหยิ่งผยองราวกับสตรีสูงศักดิ์
“ไหนมึงบอกว่าจะหมั่นไปหา พอได้ยาเสน่ห์กูไป มึงก็หายหัวไปเลยนะ ตกลงมึงหลอกใช้กูใช่ไหม...นังซ่อนกลิ่น”
ซ่อนกลิ่นเห็นว่าพรเอาจริงจึงใช้มารยาพูดจาออดอ้อนให้เขาคลายใจ
“ฉันน่ะคิดถึงพี่ อยากนอนกอดพี่ใจจะขาดแต่พวกนางเมียทั้งหลายของคุณหลวงน่ะสิ มันจ้องจับผิดฉัน ยิ่งตอนนี้มนต์ยาเสน่ห์ของพี่เสื่อม คุณหลวงไม่แลฉันพวกมันยิ่งได้ใจหาทางกำจัดฉัน ฉันเลยจะไปหาพี่อยู่เนี่ย”
พรมองร่างกายซ่อนกลิ่นอย่างเสน่หา หญิงสาวแสร้งขวยเขินแล้วแอบทำหน้าขยะแขยง ด้านนายผลกลับมารายงานโฉมฉายว่าซ่อนกลิ่นเผอิญเจอเพื่อนที่หน้าบ้านจึงไปกับเขา กรองแก้วฟังความแล้วสงสัยยิ่งนัก!
พรพาซ่อนกลิ่นไปแถวป่าช้าใกล้บ้านเพื่อหาของมาทำยามหาเสน่ห์ หญิงสาวทำหน้าเซ็งในตอนแรก แต่พอได้ยินคำว่ามหาเสน่ห์ ก็เกิดอาการกระตือรือร้นสนใจขึ้นมา พรยิ้มเจ้าเล่ห์อธิบายว่า
“ไม่ใช่แค่ยานี่เท่านั้น แต่เอ็งต้องท่องคาถาตามที่ข้าบอกด้วย ถ้าเอ็งอยากได้...เอ็งรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง”
ไม่ไกลจากหน้าบ้านพร ทองกับเหมแอบมองซ่อนกลิ่นลากพรเข้าไปในบ้านอย่างรู้ทันว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างชายหญิงคู่นี้
ooooooo
เวลาเดียวกันนั้นที่ภายในอุโบสถ โฉมฉายกับกรองแก้วช่วยกันประเคนเครื่องสังฆทานให้หลวงพ่ออุเทนแล้วพนมมือรับศีลรับพรโดยมีเจิมกับพวงอยู่ข้างๆ หลวงพ่ออุเทนกล่าวทักทายโฉมฉายว่าหน้าตาสดใสกว่าครั้งก่อนมาก
“พอดีตอนนี้กำลังมีเรื่องดีๆเข้ามาน่ะค่ะ กรองแก้วท้อง ดิฉันเลยพาน้องมาไหว้รับพรจากหลวงพ่อ”
“นอกจากดิฉันจะท้องแล้ว สิ่งร้ายๆในบ้านก็กำลังจะออกไป เลยทำให้บ้านที่เหมือนมีเมฆดำปกคลุมกลับมามีท้องฟ้าที่สดใสอีกครั้งค่ะหลวงพ่อ” กรองแก้วกล่าวเสริมอย่างมั่นใจ
หลวงพ่ออุเทนรับฟังและเหมือนมีเรื่องในใจแต่พูดออกมาไม่ได้ ท่านจึงให้ข้อคิดเตือนใจว่า
“ท้องฟ้าสดใสเป็นเรื่องดีแต่หลังท้องฟ้าที่สดใส อาจมีพายุใหญ่ที่เราไม่รู้ อาตมาบอกได้แต่เพียงว่าหายใจเข้าจงมีสติ หายใจออกจงมีสติ...ไม่มีใครขวางพายุได้ แต่สติจะช่วยให้เรารอดจากพายุได้”
โฉมฉายกับกรองแก้วสบตากันรู้สึกไม่สบายใจ ทั้งคู่ได้แต่ภาวนาขออย่าให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกเลย...
ตกค่ำวันเดียวกันที่กระท่อมของพร ซ่อนกลิ่นจ้องพรด้วยสีหน้าดีใจอย่างยิ่งเมื่อเขาส่งห่อผ้าของทำเสน่ห์ให้พร้อมกำชับว่าทุกขั้นตอนทำเหมือนเดิม หญิงสาวกระหยิ่มยิ้มย่องรีบลุกจากเตียงเพื่อจากลา แต่พรรั้งไว้โดยขอร้องให้อยู่ค้างคืน ซ่อนกลิ่นสวนทันทีว่า
“ไม่ได้หรอก แค่ฉันหายมาครึ่งวัน...ไม่รู้ว่าพวกมันใส่ความอะไรฉันบ้าง ต้องรีบกลับไปจัดการให้เด็ดขาด”
พรถอนหายใจขยับปากจะพูด แต่แล้วซ่อนกลิ่นหยิบถุงเงินส่งให้เพื่อยุติการฉุดรั้งนั่น พรมองถุงเงินด้วยสายตาตื่นเต้น ความโลภเข้าครอบงำไม่สนใจหญิงคนรักว่าจะอยู่หรือไป ซ่อนกลิ่นสมเพชในความโง่ของพร แล้วปลีกตัวออกไปทันที
ซ่อนกลิ่นหิ้วตะกร้าใส่เสื้อผ้าและห่อของทำเสน่ห์เดินดุ่มๆลัดเลาะป่าช้าหวังจะรีบกลับบ้านไปทำเสน่ห์ใส่หลวงเดชให้กลับมารักมาหลงตัวเองดังเดิม ทันใดนั้นทองโผล่พรวดมายืนขวางหน้าหญิงสาวไว้ ซ่อนกลิ่นหันหลังหนี เหมโผล่มายืนดักไว้อีกทาง ซ่อนกลิ่นหมดทางเลี่ยงทำใจดีสู้เสือพูดขู่ว่า
“ถอยไปนะ! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร...ฉันเป็นเมียคุณหลวงเดชนะ ถ้าแกยุ่งกับฉัน แกติดคุกลืมแน่!”
“เมียคุณหลวงเดชเหรอ แต่เท่าที่พี่ทองเห็นเมื่อกี้... น้องเป็นเมียไอ้หมอผีนะ”
ความจริงจากปากของทองทำให้ซ่อนกลิ่นอึ้งไม่กล้าขู่อีก สองวายร้ายเดินต้อนเธอจนหลังชนต้นไม้ไม่มีทางหนี สมองของเธอครุ่นคิดหาทางเอาตัวรอด...เพียงครู่เดียวก็นึกออก เริ่มเจรจาหว่านล้อมอย่างมีชั้นเชิง
“ได้ฉันเป็นเมีย ก็แค่ได้เชยชมของที่ผ่านมือทั้งคุณหลวงและไอ้หมอผี แต่ถ้าได้คนอื่นเป็นเมียอาจได้ทั้งตัวและสมบัติ มันน่าสนใจกว่าไหม...สนใจนังกรองแก้วไหมล่ะ ถ้าพี่ทองอยากได้เมียแบบครบเครื่องนั่งกินนอนกินสบายๆ ฉันจะช่วยพี่เอง”
ทองคิดคล้อยตามฝันหวาน ในขณะที่ซ่อนกลิ่นลอบยิ้มสะใจในความโลภอย่างโง่ๆของมัน...
เมื่อกลับมาถึงบ้านเดชบริรักษ์ ความริษยาของซ่อนกลิ่นก็ยิ่งทวีขึ้นเพราะเห็นภาพบาดตาระหว่างหลวงเดชกับกรองแก้วที่คุยกันเรื่องตั้งชื่อให้เด็กที่อยู่ในท้อง ซ่อนกลิ่นแอบย่องเงียบเข้าห้องใช้ความคิดวางแผนอย่างหนักพร้อมกับปฏิญาณว่าตนจะเอาทุกอย่างที่เป็นของกรองแก้วมาเป็นของตน!
ooooooo
เช้าวันต่อมา ระหว่างที่กรองแก้วกำลังแต่งตัวอยู่นั้น เธอได้ยินเสียงซ่อนกลิ่นพูดกับธูปให้เอาผ้าเช็ดระดูตามไปให้ที่ท้ายเรือน กรองแก้วชะงักมองหน้าเจิมอย่างเข้าใจทะลุปรุโปร่ง สิ่งที่เธอคิดเป็นความจริงอย่างไม่ต้องสงสัย
ซ่อนกลิ่นยืนยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่หน้าห้องกรองแก้ว พอได้ยินเสียงประตูห้องนั้นเปิด เธอก็รีบเสแสร้งเดินลงเรือนมุ่งหน้าไปยังท้ายบ้านทันที เวลานั้น กรองแก้ว กับเจิมต่างหลงกลในแผนที่วางไว้ ทั้งคู่เร่งฝีเท้าเดินตามภายในใจคิดแต่เพียงว่าฟ้าเป็นใจให้เราได้รู้ความชั่วของนังงูพิษเสียที
ที่ท้ายเรือนเต็มไปด้วยทุ่งนาสุดลูกหูลูกตา สองนายบ่าวเดินมาตามคันนากวาดสายตามองหาซ่อนกลิ่น กรองแก้วรำพึงว่าหายไปไหนแล้ว พลันทองกับเหมเดินแถเข้ามาดักหน้าทั้งคู่ไว้ กรองแก้วมองทองแล้วเมินหน้าหนีไม่สนใจแต่พอจะเดินผ่านก็โดนขวางไว้อีก เจิมไม่พอใจอย่างแรงสาวเท้าเข้ามายืนตรงหน้าทอง
“เอ็งจะมายืนดักหน้าคุณกรองแก้วทำไม จะ ไปไหนก็ไปเลยนะ”
“ฉันไม่ยืนดักหน้าใคร ฉันแค่จะเดินไปทางนี้ คุณกรองแก้วก็ดันมีใจคิดเหมือนกัน เดินทางเดียวกันอีก”
กรองแก้วรู้สึกฉุนตวาดกลับว่าอย่ามาพูดจา สามหาวกับตน จู่ๆเหมก็ตะโกนชี้ไปข้างหลังหญิงสาวว่าให้ระวังงู สองนายบ่าวตกใจสุดขีดรีบกระโดดหนี กรองแก้วไม่ทันระวังเกือบลื่นตกคันนา ทองรอจังหวะอยู่แล้วพุ่งเข้ากอดซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับซ่อนกลิ่นพาชาวบ้านหลายคนเดินผ่านเข้ามาเห็นซ่อนกลิ่นกรีดเสียงร้องลั่นทุ่งว่า
“อุ๊ย...บัดสีบัดเถลิง! ทำอะไรไม่เกรงใจฟ้าดินเสียบ้างเลย”
เจิมหันไปตวาดซ่อนกลิ่นให้หยุดพูดในขณะที่กรองแก้วตบหน้าทองฉาดใหญ่ สองฝ่ายเปิดศึกสาดน้ำลายอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งพวงวิ่งมาตามกรองแก้วไปหาหมอที่หลวงเดชเชิญมา กรองแก้วฟังพวงพูดแล้วยิ้มอย่างมีชัย
“คุณหลวงพาหมอมา...ไปตรวจด้วยกันสิ ซ่อนกลิ่น!”
ซ่อนกลิ่นชะงักรู้ตัวดีว่าภัยกำลังคืบคลานเข้ามาหา เธอครุ่นคิดหาทางออกในเรื่องนี้...
บนเรือนหลวงเดช หมอกำลังใช้หูฟังตรวจท้องของกรองแก้วในขณะที่คนอื่นนั่งมองอย่างตื่นเต้น ยกเว้นซ่อนกลิ่นที่มีสีหน้าเคร่งเครียด กรองแก้วถามหมอว่าตนท้องจริงๆใช่ไหม หมอพยักหน้ายิ้มและแจ้งว่าทั้งแม่ลูกมีสุขภาพแข็งแรงมาก กรองแก้วส่งสายตายิ้มเยาะไปหาซ่อนกลิ่นและจงใจพูดแขวะว่า
“ฉันก็แค่อยากถามคุณหมอให้มั่นใจ งั้นเชิญคุณหมอไปตรวจซ่อนกลิ่นต่อเถอะค่ะ เธอเคยบ่นว่าไม่มั่นใจว่าตัวเองท้องจริงรึเปล่า...ใช่ไหมจ๊ะ”
“ฉันบอกอย่างนั้นเมื่อใดคะ มีแต่ฉันบอกว่าเป็นหมอตำแยย่อมรู้ว่าใครท้องหรือไม่ท้อง ซึ่งฉันก็มั่นใจว่าฉันท้อง”
หลวงเดชตัดบทให้หมอตรวจร่างกายซ่อนกลิ่นด้วยเพื่อปรามไม่ให้สองคนทุ่มเถียงต่อหน้าหมอ ซ่อนกลิ่น พยายามหาเหตุต่างๆเพื่อไม่ให้ถูกตรวจ แต่ในท้ายที่สุดก็ต้องยอมจำนน เธอแสร้งขอให้หมอช่วยหยิบน้ำให้แต่ในขณะเดียวกันก็ยื่นขาออกไปขัดขาหมอจนล้มลงทับตัวเธอบนเตียง ซ่อนกลิ่นรีบดึงเสื้อหมอไม่ให้เขาขยับลุกได้ ส่วนปากก็ร้องตะโกนว่า
“คุณหมอทำอะไรคะ...ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!”
ทุกคนข้างนอกห้องได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือก็วิ่งถลันเข้ามา หลวงเดชเห็นหมอนอนทับซ่อนกลิ่นแล้วเกิดโมโหไม่พอใจอย่างแรง ในขณะที่คนอื่นแทบไม่เชื่อสายตาว่าหมอจะมีพฤติกรรมเยี่ยงนั้น โดยเฉพาะกรองแก้วที่จับตามองด้วยความสงสัย
ซ่อนกลิ่นแสร้งตีโพยตีพายว่าตนไม่กล้าพูดปดหลอกคนในบ้านนี้ ไม่เหมือนบางคนที่แอบนัดแนะผู้ชายไปกอดที่ทุ่งนา กรองแก้วจ้องหน้าคู่อาฆาตราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หลวงเดชส่ายหน้าถอนใจบอกว่าจะหาหมอใหม่มาตรวจแทน กรองแก้วแค้นที่ยังจับไม่ได้ไล่ไม่ทันเสียที เธอสั่งเจิมว่า
“เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นแผนนังซ่อนกลิ่นแน่ๆ... ไปสั่งข้างล่างให้คอยตามดูนังธูป ยิ่งเวลาเอาผ้าไปซัก ยิ่งต้องตาม ฉันเชื่อว่านังซ่อนกลิ่นไม่ได้ท้อง มันต้องมีระดูออกมาประจานความตอแหลของมันเอง!”
ooooooo
ซ่อนกลิ่นไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปอีกแล้ว เธอเริ่มแผนการใหม่โดยสั่งธูปให้เอาห่อผ้าของทำเสน่ห์ไปต้มรวมกับน้ำแล้วนำน้ำที่ได้กลับมาส่งให้ด่วนพร้อมกำชับไม่ให้ใครรู้เห็นเป็นอันขาด
และเพื่อเป็นการปิดปากนังธูป ซ่อนกลิ่นหยิบถุงเงินส่งให้บ่าวคนสนิทที่ตาโตด้วยความละโมบ จากนั้นก็สั่งให้มันเอาผ้าเช็ดระดูไปซักด้วย
ธูปเก็บผ้าผืนนั้นอย่างรังเกียจเดินกระฟัดกระเฟียดมุ่งตรงไปที่ท่าน้ำพร้อมกับก่นด่านายสาวตลอดทาง เธอเตะตะกร้าผ้าอย่างหงุดหงิดจนผ้าที่เปื้อนเลือดระดูกระเด็นออกมา และไม่สนใจจะเก็บกลับคืนได้แต่ถือห่อผ้ายาเสน่ห์นำเอาไปต้มตามคำสั่ง สักพักพวงกับอุ่นโผล่มาจากหลังต้นไม้รีบเก็บผ้าผืนนั้นกลับออกไป
เจิมเอาใบตองซึ่งห่อผ้าเปื้อนระดูของซ่อนกลิ่นมาวางตรงหน้านายสาว กรองแก้วมองห่อใบตองด้วยแววตาสาแก่ใจ
“เดี๋ยวคุณหลวงมา...เราได้สาแก่ใจกันแล้ว เจิมเอ๋ย”
เป็นที่น่าเสียดายว่ากรองแก้วไม่มีโอกาสได้ใช้หลักฐานที่เก็บมาได้เพื่อแฉซ่อนกลิ่น เพราะไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ซ่อนกลิ่นตามประกบหลวงเดชแล้วออดอ้อนให้กินยาบำรุงที่ผสมกับยาเสน่ห์ คราวนี้เธอทำการสำเร็จ กว่าภรรยาคนอื่นๆจะรู้ตัว หลวงเดชก็มีสายตาเคว้งคว้าง เหมือนคนไร้สติตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง กรองแก้วเห็นอาการสามีแล้วกระชากเสียงถามด้วยความระแวง
“แกให้คุณหลวงดื่มอะไรนังซ่อนกลิ่น!”
หลวงเดชพุ่งมาปกป้องซ่อนกลิ่นแล้วผลักกรองแก้วกระเด็นล้มลงกับพื้นท่ามกลางความตกใจของโฉมฉายและพิศ โฉมฉายตำหนิสามีว่า
“คุณหลวงทำอย่างนี้ได้ยังไง น้องกรองแก้วกำลังท้องอยู่นะคะ”
“ซ่อนกลิ่นก็ท้อง ทำไมถึงไม่มีใครมาปกป้อง ฉันบอกตรงนี้เลยนะ ใครมาทำร้ายเมียกับลูกฉัน ฉันไม่เอาไว้”
กรองแก้วส่งสายตาตัดพ้อสามีที่ทำกับเธอเหมือนไม่ใช่เมียและกำลังท้องอยู่ ซ่อนกลิ่นทำหน้าเยาะอย่างมีแต้มเหนือกว่า กรองแก้วลุกขึ้นกล่าวอาฆาตซ่อนกลิ่นว่า
“อย่าคิดว่าคุณหลวงเป็นอย่างนี้แล้วจะพูดเป่าหูอะไรก็ได้นะ คอยดู...ฉันจะหาของสกปรกให้เจอและทำลายทิ้งเสีย!”
หลวงเดชประคองตัวซ่อนกลิ่นเดินผ่านเมียทั้งสามไป ในขณะที่ทุกคนมองสามีด้วยความเจ็บปวด ครู่เดียวทั้งหมดก็สุมหัวนั่งคุยกันเคร่งเครียด โฉมฉายเสนอให้ไปหาหลวงพ่อที่วัดเผื่อจะมีหนทางช่วยเหลือ แต่กรองแก้วแย้งว่า
“หลวงพ่ออาจจะช่วยเราได้ แต่ถ้าเราอยากให้คุณพี่พ้นจากอวิชานี้ เราต้องจัดการที่ตัวการค่ะ น้องไม่รู้ว่ามันเอาอะไรให้คุณหลวงกินแต่มันต้องเป็นของเสน่ห์แน่ๆ”
พิศทำท่าหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอบอกกรองแก้วว่าตนไม่สบายใจและกลัวซ่อนกลิ่นมาก กรองแก้วดุเบาๆว่าถ้ายังอ่อนแอเช่นนี้ ชีวิตทุกคนตกอยู่ในสถานะลำบากแน่ เราต้องฮึดสู้และกำจัดมันให้เร็วที่สุด เจิมรีบสนับสนุนทันที แต่สีหน้าของพิศยังไม่คลายจากความกังวล
คืนวันเดียวกันในห้องของซ่อนกลิ่น หญิงสาวพูดจาใส่ไฟเรื่องกรองแก้วท้องจนหลวงเดชหลงเชื่อว่าลูกที่อยู่ในท้องกรองแก้วไม่ใช่ลูกของเขา
ซ่อนกลิ่นยิ้มสะใจ แผนการกำจัดศัตรูเริ่มมีเค้าลางว่าจะสำเร็จลงในไม่ช้านี้
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น โฉมฉายและกรองแก้วเฝ้ารอคอยให้หลวงเดชออกจากห้องซ่อนกลิ่น กรองแก้วเสนอแนะว่า
“ระหว่างที่คุณหลวงยังไร้สติเช่นนี้ เราหาทางพาคุณหลวงไปอยู่ที่วัดกับหลวงพ่ออุเทนก่อนดีกว่า ก่อนร่างกายคุณหลวงจะทรุดโทรมเพราะความมักมากของนังซ่อนกลิ่น...เดี๋ยวน้องจะปดคุณหลวงว่าจะไปหาหมอให้คุณหลวงไปด้วยนะคะ”
โฉมฉายพยักหน้าเห็นดีด้วย พลันประตูห้องซ่อนกลิ่นเปิดออก กรองแก้วถลาเข้าไปทำตามแผน แต่เธอต้องตกใจเมื่อหลวงเดชสะบัดแขนออกและแสดงอาการรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด กรองแก้วชะงักกับท่าทางนั่นแล้วพยายามพูดขอร้องให้เขาไปเป็นเพื่อนเธอเพื่อหาหมอ หลวงเดชมองท้องของกรองแก้วด้วยสายตาเหยียดหยาม
“ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าลูกในท้องเธอเป็นลูกของฉันจริง อย่าคิดว่าฉันโง่ เธอทำบัดสีอะไรไว้ ฉันรู้หมด!จำไว้!”
กรองแก้วตกตะลึงพรึงเพริดในขณะที่ซ่อนกลิ่นส่งสายตายิ้มเยาะให้ แล้วจงใจเดินลอยหน้าลอยตาไปทางบันไดลงเรือนและภาวนาในใจให้กรองแก้วเดินตามมาชำระความกัน เหมือนดั่งใจคิด กรองแก้วเดินตามมากระชากมือซ่อนกลิ่นอย่างแรงด้วยความเจ็บแค้นโดยไม่รู้เลยว่ากำลังจะตกเป็นเครื่องมือให้กับแผนของนังมารร้าย
ซ่อนกลิ่นสบโอกาสพูดจายั่วและเยาะเย้ยให้กรองแก้วอดใจไม่ไหวเผลอตบเสียงดังฉาดใหญ่ สองฝ่ายปะทะคารมไม่หยุดยั้ง กรองแก้วแผดเสียงขู่ว่า
“คอยดู...ฉันจะหาหมอมาตรวจแกเผื่อคุณหลวงจะตาสว่างรู้ว่าแกมันไม่ท้องจริง แกใช้คุณไสยทำให้คุณพี่ขาดสติ”
“ไม่ต้องหาหมอให้เสียเวลาหรอก ฉันบอกแกให้ ก็ได้ว่าฉันไม่ท้อง! และไม่ต้องไปบอกหรอก เดี๋ยวคุณพี่ก็รู้ว่าฉันไม่ได้ท้อง...ไม่ใช่เพราะฉันโกหกนะ แต่เป็นเพราะแกทำ!”
ซ่อนกลิ่นคว้ามือกรองแก้วมาขยุมจับที่เสื้อของตัวเองพร้อมกับแหกปากตะโกนเรียกคนในบ้านให้ช่วยเหลือ กรองแก้วตกใจพยายามจะดึงมือกลับ แต่ซ่อนกลิ่นไม่ยอมปล่อย...กลับลากมาริมชานบันไดแล้วตะโกนว่า
“คุณกรองแก้วอย่าผลักฉัน!”
สิ้นเสียง ซ่อนกลิ่นก็ปล่อยมือกรองแก้วออกแล้วดันตัวเองให้ตกบันไดไปทันที ทุกคนมองภาพนั้นอย่างตระหนกตกใจ ในขณะที่กรองแก้วพูดอะไรไม่ออกได้แต่อึ้งตะลึงงัน
หลวงเดชโดนมารยาร้อยเล่ห์ของซ่อนกลิ่นหลอกให้เห็นว่ากรองแก้วจงใจผลักเธอตกบันไดจนแท้งลูก เขาโกรธสุดขีดระงับโทสะอันพลุ่งพล่านไม่ไหวลากกรองแก้วเพื่อจะเอาไปส่งโรงพักโทษฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา กรองแก้วร้องไห้โวยวายดิ้นรนให้หลุดจากการจับกุม แล้วตวาดกลับว่า
“น้องไม่ไป! น้องไม่ได้ทำ! นังนั่นมันตกบันไดไปเอง มันไม่ได้ท้อง มันตอแหล เมื่อไหร่คุณหลวงจะเลิกโง่สักที”
หลวงเดชทนไม่ไหวเงื้อมือจะตบหน้ากรองแก้ว แต่แล้วโฉมฉายก็เข้ามาขวางขอร้องไม่ให้ทำ เขาฮึดฮัดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะไล่ไปพ้นหน้า ภรรยาทั้งสามต่างกอดประคองกันร้องไห้อย่างสุดจะกลั้นไหว จากนั้น โฉมฉายเดินเข้าห้องพระสวดมนต์อ้อนวอนให้หลวงเดชหลุดพ้นจากมนต์ดำที่ครอบงำอยู่ด้วยกระแสแห่งพุทธคุณ หลวงเดชเกิดอาการทุรน ทุรายปวดหัวอย่างรุนแรงในขณะที่ซ่อนกลิ่นมีอาการปวดแสบปวดร้อนตามร่างกาย ก่อนจะค่อยๆทุเลาในเวลาต่อมา ซ่อนกลิ่นรู้สึกผิดสังเกตรีบตามหาหลวงเดชจนพบว่าเหมือนมนต์ดำกำลังจะคลายตัว จึงท่องคาถากำกับทันที ไม่กี่อึดใจหลวงเดชก็กลับเข้าสู่อาการเลื่อนลอยดังเดิม ซ่อนกลิ่นยิ้มโล่งอกแต่ยังไม่วางใจ
บ่ายวันเดียวกัน ซ่อนกลิ่นสั่งให้ธูปออกไปซื้อยาหม้อเพื่อเอามาใช้กับกรองแก้ว ธูปย้อนถามว่าจะให้ซื้อยา
แก้โรคอะไร นายสาวยิ้มเหี้ยมก้มลงกระซิบบอก เท่านั้นเอง ธูปก็ร้องเสียงหลงแทบไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ซ่อนกลิ่นกำชับว่า
“พอแกได้ยาหม้อนั่นมา ก็เอาสลับกับยาของนังกรองแก้ว!”
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ธูปถือหม้อยามาแอบดูเจิมที่หน้าโรงครัว ครุ่นคิดหนทางจะสลับสับเปลี่ยนหม้อ แล้วธูปก็ใช้วิธีตะโกนสร้างเรื่องว่ากรองแก้วล้ม เสียงของมันดังก้องปลุกให้เจิมที่นั่งสัปหงกเฝ้าหม้อต้มยาบำรุงตกใจวิ่งตาลีตาเหลือกออกจากที่นั่น
ธูปฉวยโอกาสถือหม้อยาที่เหมือนหม้อยาบำรุงครรภ์ของกรองแก้วเข้ามาวางบนเตาไฟแทนหม้อยาเดิม แล้วหันซ้ายหันขวาเกรงว่าจะมีใครเห็น ก่อนลัดเลาะออกไปอย่างไว ด้านเจิมที่วิ่งมาดูกรองแก้วก็นึกแปลกใจเพราะนายสาวยังนอนอยู่บนเตียง เธอเอะใจรีบวิ่งกลับไปที่โรงครัวก็พบว่าทุกอย่างเป็นปกติ เจิมเทยาใส่ถ้วยโดยไม่รู้ว่ามันไม่ใช่ยาบำรุงครรภ์!
ขณะนั้นกรองแก้วกำลังจะออกจากห้องเพราะเบื่อที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง เธอเห็นเจิมถือถ้วยยาบำรุงเข้ามาคะยั้นคะยอให้ดื่ม กรองแก้วไม่นึกสงสัยอะไรจึงดื่มยาจนหมด แล้วเดินออกจากห้องไปหาโฉมฉายกับพิศที่ชานเรือน เพียงไม่นานยาก็เริ่มออกฤทธิ์ กรองแก้วรู้สึกปวดท้องแปลกๆ กระทั่งอาการเจ็บปวดทวีมากขึ้นจนต้องทรุดตัวลงนั่งกับพื้น โฉมฉายตกใจร้องถาม
“กรองแก้วเป็นอะไร!”
“น้องปวดท้องค่ะคุณพี่ ปวดเหลือเกิน ปวดเหมือนมีคนมาบีบไส้น้อง”
แค่นั้นเองทั่วทั้งบ้านเกิดโกลาหล โฉมฉายสั่งการให้นายผลเอารถออกเพื่อไปส่งกรองแก้วที่โรงพยาบาล แต่ยังไม่ทันไร เจิมเห็นเลือดไหลออกมากองเต็มโคนขา
กรองแก้วและที่พื้นเรือน กรองแก้วเห็นเลือดแดงฉานก็แทบช็อก กรีดร้องอย่างเสียขวัญ!
ooooooo










