ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บอดี้การ์ดสาว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้แพรพลอยไม่สบายใจที่สร้างปัญหาตั้งแต่วันแรก เธอขอโทษอิศร์และป้าดวง แต่มายาวีรีบบอกเพื่อไม่ให้เธอเป็นกังวล

“อย่าคิดมากค่ะคุณแพร ทุกคนที่นี่รวมถึงเมย์รู้จักน้องสาวนายอิศร์ดี เตรียมตัวไว้แล้วกันค่ะคุณแพรจะต้องเจออีกเยอะ”

แพรพลอยนิ่งเงียบแต่ลึกๆไม่ได้อยากมีเรื่องกับใคร จากนั้นป้าดวงชวนเธอขึ้นไปดูห้องพัก อนุภัทรจะลุกตามแต่มายาวีกระตุกกระเป๋าเตือนว่าห้องของเขาอยู่หลังบ้านและอย่าลืมว่าเขาชื่อนายมิตรเป็นแค่คนสวน

ห้องหับที่ป้าดวงจัดไว้ให้แพรพลอยหรูหรามีเฟอร์นิเจอร์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แพรพลอยบอกว่าเกินความจำเป็น ความจริงให้เธออยู่ตึกเล็กข้างหลังก็ได้

ทันใดประตูเชื่อมตรงระเบียงเปิดออก อิศร์โผล่เข้ามาหน้าระรื่น “ไม่ได้หรอกคุณ แล้วใครจะคุ้มครองผมล่ะ”

“คุณเข้ามาในห้องฉันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ”

“ผมจัดให้คุณอยู่ห้องติดกับผมเอง มีอะไรจะได้เข้าหา...เอ๊ย...เรียกหาง่ายๆ”

แพรพลอยมองเขาอย่างไม่ไว้ใจแล้วคว้ากระเป๋าจากมือป้าดวงหิ้วออกไป อิศร์กับป้าดวงตกใจรีบเดินตามถามว่าจะไปไหน?

“ฉันจะทำงานให้คุณได้ยังไง ถ้าตัวเองยังไม่ปลอดภัย”

“โธ่คุณ...คุณคิดอะไร คิดว่าผมจะปล้ำคุณงั้นเหรอ”

แพรพลอยสะอึกโดนจี้ใจดำ ป้าดวงมองออกรีบรับรองแข็งขันว่าอิศร์ไม่ใช่พวกเจ้าชู้อันธพาลแบบนั้นหรอก

“คุณเองก็ซัดผมหมอบมาตั้งหลายครั้งแล้ว จะกลัวอะไร อีกอย่างผมไม่ชอบฝืนใจใคร ถ้าเต็มใจก็อีกเรื่อง”

แพรพลอยรู้สึกอายที่ตัวเองระแวงไม่เป็นเรื่อง ยอมวางกระเป๋าก่อนเดินออกไปที่ระเบียงสำรวจประตูว่าล็อกได้ไหมแล้วเดินเข้ามาในห้องอิศร์โดยมีเจ้าของห้องเดินตามหลัง

“แน่ะ...นี่คุณข้ามาในห้องผมเองนะ”

แพรพลอยไม่สนใจ มองซ้ายขวาเดินไปเปิดลิ้นชักเก็บของค้นหากุญแจแต่ไม่เจอจึงไม่แบมือขอจากอิศร์

“เอากุญแจระเบียงมาให้ฉัน ถ้าคุณจะให้ฉันอยู่ที่นี่ คุณต้องห้ามออกไปที่ระเบียงนั่น แล้วก็ห้ามปีนข้ามมาห้องฉันเด็ดขาด เดี๋ยวฉันจะให้ป้าดวงเอาต้นตะบองเพชรสูงๆมาตั้งขวางไว้”

“นอยด์มากไปหรือเปล่า”

“เราจะติดต่อกันได้ทางประตูหน้าห้องเท่านั้น...เอามา”

อิศร์เซ็งและพูดจาโยกโย้ไปมาจนแพรพลอยต้องเข้าแย่งกุญแจก่อนจะกลายเป็นกอดเขาโดยไม่รู้ตัว

“เอามาเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันลาออกจริงๆด้วย”

“คุณแน่ใจนะ”

“แน่ใจสิ ฉันไม่ได้เป็นคนพิศวาสอยากทำงานกับคุณนะ อย่าลืม”

“แต่คุณก็พิศวาสพอที่จะกอดผม” เธอชะงัก เหลือบมองเห็นหน้าอิศร์อยู่ใกล้แค่คืบ “ยอมรับเถอะว่า...”

แพรพลอยสุดทนพลิกตัวจับอิศร์ทุ่มลงบนเตียงแต่เพราะเขาเกาะแน่นก็เลยเซลงไปด้วยกัน

“คุณก็รู้ว่าฉันทำอะไรได้แค่ไหน ถ้ายังคิดจะยั่วโมโหฉันล่ะก็ ไม่ต้องรอให้คนปองร้ายคุณหรอก เพราะฉันนี่แหละจะ...”

“ว้าย...พี่อิศร์!” เสียงไอริณดังขึ้นตรงประตูหน้าห้องทำให้ทั้งคู่ชะงักรีบผละออกจากกัน

“ริณมีอะไรเหรอ”

“ริณแค่จะแวะมาถามว่าอาการบาดเจ็บพี่อิศร์เป็นยังไงบ้าง แต่เล่นกอดปล้ำกับบอดี้การ์ดแบบนี้คงแข็งแรงดีแล้วสินะคะ”

อิศร์กับแพรพลอยหน้าเจื่อนใส่กัน ส่วนไอริณลั้นลากลับไปเล่าให้คนในบ้านฟังอย่างคะนองปาก

“ที่แท้ยายนั่นไม่ใช่บอดี้การ์ดอะไรของพี่อิศร์หรอกค่ะ ริณเปิดเข้าไปเห็นกับตาว่านอนกอดกันกลมอยู่บนเตียง ยังไม่ทันจะข้ามคืนก็เก็บอาการไม่อยู่กัน
ซะแล้ว”

อริสราชะงักกึก มือกำช้อนกินข้าวแน่นโดยไม่รู้ตัว ไอศูรย์เห็นแล้วสะใจรีบผสมโรง

“พี่ก็ว่าอย่างนั้นแหละ ผู้หญิงตัวเล็กๆจะมาปกป้องไอ้อิศร์ได้ยังไง ที่แท้ก็แค่นางบำเรอ”

“ดีเหมือนกัน พี่อิศร์เอาผู้หญิงมาอยู่ด้วย คนแถวนี้จะได้ไม่ต้องหาเรื่องไปปรนนิบัติ”

ไอริณปรายตามองพี่สะใภ้ อริสราไม่พอใจแต่ไม่พูดอะไรนอกจากลุกออกจากโต๊ะอาหารไปเงียบๆ โดยมีสายตาเยาะหยันของสามีมองตามที่เห็นเธอผิดหวัง
ขณะเดียวกัน แพรพลอยกำลังต่อว่าอิศร์อย่างหงุดหงิดว่าเพราะเขาคนเดียวทำให้ตนถูกเข้าใจผิด ป่านนี้ญาติของเขาคงเอาตนไปพูดเสียๆหายๆ อิศร์กลับทำทะเล้นถามว่ากอดกับเจ้าของบ้านมันเสียหายตรงไหน แต่พอเห็นหญิงสาวทำท่าถกแขนเสื้อก็รีบยกมือยอมแพ้

“โอเคๆ เสียหายก็ได้ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ริณฟังเอง”

แพรพลอยมองค้อนแล้วเปิดกระเป๋าหยิบเสื้อผ้าใส่ตู้ อิศร์กวาดตามองรอบห้องก่อนถามอย่างเอาใจ

“ข้าวของในห้องนี้ครบหรือเปล่า มีอะไรที่คุณต้องการอีกไหม บอกผมได้นะ เดี๋ยวจะให้คนเอามาให้ หรือไม่ชอบเฟอร์นิเจอร์อันไหนก็บอกมาผมจะเปลี่ยนให้”

“ไม่จำเป็นหรอก อย่าลืมว่าฉันจะอยู่ที่นี่แค่สองอาทิตย์”

“ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

“ดูเหมือนคุณจะอยากให้มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองเหลือเกินนะ”

“ถ้ามันทำให้คุณอยู่ที่นี่นานๆ ผมก็ยอมเสี่ยงนะ ยังไงคุณก็ต้องช่วยผมอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ รื้อกระเป๋าเสร็จแล้วผมจะพาคุณไปหาคุณปู่”

อีกครู่ต่อมา อิศร์ก็พาเธอมายืนอยู่ต่อหน้ารูปขนาดเท่าตัวจริงของนายเดชที่ห้องโถง

“นี่คือคุณปู่ของผม...คุณเดช เดชโชดม ผมกับปู่สนิทกันมากเพราะพ่อผมทำงานใกล้ชิดกับคุณปู่ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทใหม่ๆ คุณปู่เป็นคนเลี้ยงผม”

“ท่านดูเป็นคนใจดีนะคะ”

“ท่านใจดีเวลาที่ควรใจดี และดุเวลาที่ควรเข้มงวด แต่ผมก็ไม่เคยโดนปู่ตีนะ ถึงผมจะเป็นเด็กที่ไม่ค่อยเอาไหน เรียนไม่เก่งเหมือนพี่ไอศูรย์ คงเป็นเพราะท่านสงสารที่ผมเป็นกำพร้า”

แพรพลอยเหลือบมองอิศร์ เพิ่งรู้ว่าเขาก็มีอะไรคล้ายตน “เด็กกำพร้ามักจะน่าสงสารในสายตาคนอื่น”

อิศร์หันมาสบตาแพรพลอย ต่างมองกันนิ่งเหมือนว่าในที่สุดทั้งสองก็พบอะไรบางอย่างที่เชื่อมโยงกัน

“คุณปู่ครับ ผมพาสมาชิกใหม่ของบ้านเรามาแนะนำให้รู้จัก นี่คุณแพรพลอย เธอจะมาดูแลผม คุณปู่อนุญาตนะครับ”

แพรพลอยขำท่าทางของอิศร์แต่พยายามเก๊กใส่เบือนหน้าหนี และยอมยกมือไหว้เมื่อถูกเขากระตุ้นว่าคุณปู่อนุญาตแล้ว จากนั้นทั้งคู่ออกมาที่ห้องรับแขกเจอกรองทองที่ตั้งใจมาขอบคุณแพรพลอยสำหรับการช่วยเหลือให้เธอพ้นจากความเอาแต่ใจของไอริณ

“กรองขอบคุณคุณแพรมากนะคะ ที่ช่วยกรองไว้”

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ฉันเองก็ต้องขอโทษที่ทำให้เรื่องบานปลาย”

“ไม่หรอกค่ะ คุณริณเจอต่างหูแล้วก็คงไม่มายุ่งอะไรกับกรอง วันนี้กรองก็เลยว่าจะมาช่วยป้าดวงทำกับข้าวเลี้ยงต้อนรับคุณอิศร์”

“เลี้ยงต้อนรับอีกแล้วเหรอ” อิศร์ทำหน้างงๆ

“กลับจากโรงพยาบาลไงคะ แล้วก็ต้อนรับคุณแพรด้วย คุณแพรอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ เพราะของคุณอิศร์กรองจำได้อยู่แล้ว”

“อะไรก็ได้จ้ะ ฉันกินง่าย”

“ใกล้สอบปริญญาโทแล้วกรองไม่ต้องไปเตรียมอ่านหนังสือเหรอ ถึงจะมาช่วยป้าดวงเข้าครัว”

“คุณอิศร์จำได้ด้วยเหรอคะว่ากรองจะสอบ”

“ก็กรองยังจำได้ว่าฉันชอบอะไร แล้วทำไมฉันจะจำเรื่องของกรองไม่ได้”

กรองทองยิ้มเขิน ก้มหน้างุด หัวใจเบ่งบานกับเรื่องเล็กๆน้อยๆที่อิศร์ทำดีใส่ แพรพลอยหันมองอิศร์อย่างจับสังเกตว่าคิดยังไงกับกรองทองกันแน่

ส่วนที่เรือนคนงาน  มายาวียังเจ้ากี้เจ้าการกับอนุภัทรเพื่อนสนิทอิศร์ที่ต้องปลอมตัวมาเป็นคนสวน

“อยู่ที่นี่จะทำอะไรก็ระวังตัวหน่อยแล้วกันนะ คนทำงานจะอยู่ร่วมกันที่ตึกนี้หมด ยกเว้นสุนทรกับลูกสาว”

“พ่อลูกเมื่อกี้น่ะเหรอ”

“ใช่ สุนทรเป็นคนเก่าคนแก่ของคุณลุงอำพล คุณอย่าไปยุ่งกับแกมาก เพราะแกไม่ชอบสุงสิงกับใคร...นี่คุณไม่รู้อะไรเลยเหรอ ไหนว่าเป็นเพื่อนอิศร์ แอบอ้างหรือเปล่า”

“ผมสนิทกับอิศร์ที่โรงเรียน ไม่ค่อยได้มาบ้านนี้ อีกอย่างผมไม่ได้สอดรู้สอดเห็นเหมือนคุณ”

อนุภัทรเดินหนีเข้าห้อง มายาวีค้อนคอแทบเคล็ดแต่ยังไม่ลดละเดินตามเข้ามามองข้าวของที่เขารื้อออกจากกระเป๋ามีทั้งคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ถามว่าขนมาเยอะขนาดนี้เชียวเหรอ

“อุปกรณ์ทำงานของผม จำเป็นต้องใช้”

เธอเข้ามาใกล้หยิบของชิ้นหนึ่งขึ้นมาดูด้วยความสงสัยถามว่ามันคืออะไร พอได้ยินว่าเครื่องดักฟังถึงร้องอ๋อ บอกว่าเคยเห็นแต่ในหนัง แล้วหยิบกล้องปากกามาพิจารณา อนุภัทรกลัวพังก็เลยดึงกลับพร้อมเตือนเธอว่าอย่าซน

“แหม...ขอดูหน่อยทำเป็นหวงไปได้” มายาวีแย่งของกลับมา โดยทั้งคู่ไม่รู้ว่าเบญสาวใช้เดินลั้นลาผ่านมา ได้ยินเสียงคนคุยกันก็ชะงัก
“ขอเปิดดูหน่อยน่า”

“นี่มันของส่วนตัวผม”

“แค่ดูเฉยๆ ไม่สึกหรอหรอกน่า”

“ห้ามจับนะ เดี๋ยวผมใช้งานไม่ได้”

เบญอ้าปากค้าง คิดเตลิดเปิดเปิงเข้าใจผิด พอชะโงกหน้ามองเข้ามาเห็นมายาวีนั่งใกล้ชิดแทบเกยตักอนุภัทรก็ยิ่งปักใจ...เท่านั้นเองเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นเม้าท์กลางวงข้าว สุนทรเดินผ่านมาได้ยินถึงกับหูผึ่ง

“เมื่อกี้ฉันเห็นคุณเมย์ไปขลุกอยู่กับคนสวนใหม่ในห้อง ดูอะไรกันอยู่ก็ไม่รู้ บัดสีบัดเถลิง”

“แกยังไม่เห็น แล้วรู้ได้ยังไงว่าบัดสี” บุญเกิดท้วงขึ้น

“แหม...ก็ท่าทางมันบอก งุบงิบกันสองคน ฉันว่าเขาสองคนต้องไม่ใช่แค่เจ้านายลูกน้องธรรมดาแน่ๆ”

สุนทรสีหน้าสงสัยแล้วเอาสิ่งที่ได้ยินไปรายงานอำพลที่ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน

“ดีแล้ว...จับตามันไว้ ฉันก็สงสัยเหมือนกันที่อยู่ๆอิศร์มันเอาคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในบ้านทีเดียวสองคน ถ้ามีอะไรน่าสงสัยรีบบอกฉัน”

สุนทรรับปากแล้วผละไปตามกรองทองที่บ้านอิศร์ให้กลับบ้าน ไม่ยอมให้ร่วมโต๊ะอาหารแม้ว่าอิศร์อนุญาตเพราะเห็นเธอเป็นเหมือนญาติ การกระทำของสุนทรทำให้อนุภัทรถึงกับเอ่ยปากว่านายคนนี้ดูไม่ค่อยเป็นมิตรเอาเสียเลย

“แกระวังตัวไว้หน่อยก็แล้วกัน แต่ถ้าไม่ไปวุ่นวายกับบ้านลุงอำพลก็คงไม่มีอะไรหรอก”

“อย่าไปถือสาสุนทรเลยนะคะ เขาเป็นคนแบบนี้แหละค่ะ ทานต่อดีกว่า” ป้าดวงตัดบทอย่างเกรงใจแขก

ฝ่ายสุนทรที่ลากกรองทองออกไปอย่างไม่เกรงใจใครทั้งนั้น พอพ้นบ้านอิศร์ก็คาดคั้นลูกสาวว่าคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงต้องไปร่วมโต๊ะกินข้าวกับพวกเขา

“ก็คุณอิศร์เชิญนี่จ๊ะ เชิญนายมิตรคนสวนใหม่ด้วย พ่อก็เห็น”

“ทำไมคุณอิศร์ต้องทำขนาดนั้นด้วย หรือว่าไอ้คนสวนนี่มันมีอะไรพิเศษกว่าคนอื่น”

“กรองไม่รู้จ้ะ” ก้มหน้างุดเดินกลับบ้าน ขณะที่สุนทรหันมองไปทางบ้านอิศร์ด้วยความสงสัย

ooooooo

รุ่งขึ้นแพรพลอยตื่นแต่เช้าลงมาวิ่งออกกำลังกายและเจอเรณูโดยบังเอิญ ทั้งคู่ทักทายกันด้วยดี โดยเฉพาะแพรพลอยนั้นอ่อนน้อมจนอีกฝ่ายรู้สึกเอ็นดู

หลังจากวิ่งอยู่พักหนึ่ง แพรพลอยก็ไปเปลี่ยนชุดทะมัดทะแมงมาเล่นโยคะแถวสระน้ำ อิศร์เพิ่งตื่นยืนมองจากบนห้อง ในมือมีกุญแจสำรองที่แพรพลอยไม่รู้

แพรพลอยเพลิดเพลินกับโยคะได้ครู่เดียวก็มีเหตุให้เธอต้องหยุดชะงัก ไอริณวางอำนาจเข้ามาออกคำสั่งให้เบญสาวใช้เอาข้าวของบนเก้าอี้ริมสระน้ำของแพรพลอยไปทิ้ง เพราะที่นี่เป็นสระว่ายน้ำของเจ้านาย พวกคนงานในบ้านไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวาย

เบญเดินตัวลีบเข้ามาฝืนยิ้มให้แพรพลอยอย่างเกรงใจ หญิงสาวไม่ว่าอะไรแต่รีบม้วนเสื่อโยคะและเก็บแก้วน้ำกับผ้าเช็ดหน้าบนเก้าอี้เตรียมจะกลับ  ไอริณสบโอกาสแกล้งยื่นขาไปขัด ทำให้แพรพลอยสะดุดถลาเกือบล้มถ้าไม่จับบันไดขอบสระได้เสียก่อน

เมื่อโดนแกล้งซึ่งหน้ามีหรือแพรพลอยจะปล่อยผ่าน เธอคว้าแขนไอริณที่ยิ้มเยาะแล้วจะเดินหนี ไอริณโกรธมากดิ้นรนและพยายามจะเหวี่ยงแพรพลอยลงน้ำ แต่กลับเป็นฝ่ายโดนผลักเสียหลักถลาลงไปในสระเสียเอง

“แก...นังบ้า! แกแกล้งผลักฉัน”

“ฉันไม่ได้แกล้ง แต่ฉันผลักจริง”

“อีบ้า! คอยดูนะฉันจะฟ้องพ่อ แกเตรียมเก็บเสื้อผ้าออกไปจากบ้านนี้ได้เลย”

“คุณจะไปฟ้องว่าอะไร ฟ้องว่าแกล้งผลักฉันตกน้ำไม่เสร็จ ตัวเองก็เลยหล่นลงสระเองงั้นเหรอ”

ไอริณแค้นจัดรีบปีนขึ้นจากสระเพื่อตบตีแพรพลอย แต่ต้องชะงักอย่างไม่กล้าเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย

“อย่านะ คุณตบฉันไปแล้วสองครั้ง ถ้าฉันโดนครั้งที่สาม ฉันก็จะตบคุณสามครั้งซ้อนเหมือนกัน”

“พี่อิศร์จะต้องรู้เรื่องความอวดดีของแก”

“พี่รู้แล้ว” อิศร์ส่งเสียงเข้ามา ไอริณหันขวับไปชิงฟ้องก่อน

“พี่อิศร์ต้องจัดการมันให้ริณนะคะ มันผลักริณตกน้ำแล้วยังจองหองกับริณด้วย”

“พี่จะลงโทษเขาแน่ถ้าเขาทำอย่างที่ริณว่า แต่ที่พี่เห็นริณหาเรื่องคุณแพรก่อน พี่เห็นตั้งแต่ริณเอาขาขัดคุณแพรให้หกล้มแล้วนะ ริณไม่ควรจะทำแบบนั้น”

ไอริณชะงักหน้าเสีย ขณะที่แพรพลอยแอบยิ้มโล่งใจที่อิศร์ยุติธรรม

“คุณแพรเป็นคนของพี่ มีสิทธิ์ที่จะอยู่ตรงไหนก็ได้ในบ้านหลังนี้ ถ้าริณรับกฎของพี่ไม่ได้ก็ควรจะต่างคนต่างอยู่จะได้ไม่มีเรื่องกัน”

“พี่อิศร์ไม่ให้ริณมาเหยียบบ้านพี่งั้นเหรอคะ ริณจะจำไว้ว่าพี่เห็นมันดีกว่าน้อง” พูดจบก็สะบัดหน้าเดินออกไปอย่างฉุนเฉียว อิศร์มองตามแล้วถอนใจ ก่อนจะหันมาสบตาแพรพลอย...

ไอริณกลับไปฟ้องอำพลพลางร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับเด็ก ไอศูรย์เห็นแล้วรำคาญ อบรมน้องสาวว่าอย่าทำตัวเป็นเด็กโดนแย่งของเล่น

“พี่อิศร์เคยรักริณ ตามใจริณ แต่อยู่ๆก็เปลี่ยนไปเพราะนังแพรพลอยนั่น”

อริสราเดินลงมาจากชั้นบนได้ยินชื่อแพรพลอยก็เงี่ยหูฟังอย่างสนใจ

“พ่อคิดดูนะคะ พี่อิศร์พูดออกมาได้เต็มปากว่านังแพรพลอยเป็นคนของเขา มันมีสิทธิ์ทุกอย่างในบ้านหลังนั้น แบบนี้มันหมายความว่ายังไง”

“อิศร์มันจริงจังขนาดนั้นเชียวเหรอ แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ใช่บอดี้การ์ดจริงๆน่ะสิ”

“เอาเถอะน่า อิศร์จะคว้าใครมาเป็นเมียก็เป็นสิทธิ์ของมัน แกไม่ดีใจหรือไงที่มันจะมีผู้หญิงเป็นตัวเป็นตน”

“ดีใจสิครับพ่อ ดีใจมาก”

ไอศูรย์ยิ้มกระหยิ่ม แต่อริสรายืนสีหน้าหวาดระแวง ไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนใกล้ชิดอิศร์ พอเดินออกไปเห็นอิศร์กับแพรพลอยเล่นโยคะด้วยกันก็ยิ่งไม่สบายใจ

ส่วนธำรงลูกชายคนเดียวของอำนวยอยู่ที่บ้านของตนแต่กำลังลุกลี้ลุกลนเพราะโดนเจ้าหนี้โทร.ทวงเงิน ก็เลยจะขโมยพระพุทธรูปของพ่อ อนุภัทรในคราบคนสวนคอยจับตาโดยทำทีปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อติดกรงนกที่ซ่อนกล้องสอดแนมเอาไว้ แต่แล้วมายาวีเข้ามาจุ้นจ้านทำให้แผนเกือบแตก แถมตัวเขาเองก็หล่นตุ๊บลงมาจุกแอ่กโคนต้นไม้

ธำรงหวาดระแวงรีบวางพระแล้วผลุนผลันออกมาคาดคั้นคนสวนอย่างเอาเรื่อง “แกปีนขึ้นไปทำไมบนต้นไม้ แกคิดจะสอดแนมอะไรพวกฉัน บอกมานะโว้ย”

“เปล่านะครับ ผมเปล่า” อนุภัทรปฏิเสธพลางมองมายาวีอย่างกล่าวโทษ ทำให้เธอยิ่งหน้าเสีย ขอร้องธำรงใจเย็นๆ แต่ธำรงดึงดันจะเอาเรื่องนายมิตรให้ได้ถ้าอำนวยไม่เข้ามาอธิบายความ

“พ่อเป็นคนสั่งนายมิตรเอง พ่อเรียกนายมิตรมาช่วยติดบ้านนกไว้บนต้นไม้ มันจะได้ไม่ไปทำรังบนเสาไฟฟ้า แกมีปัญหาอะไร”

“ก็ผมคิดว่ามันมาสอดแนมเตรียมวางแผนขโมยของ”

“เปล่านะครับ ผมไม่เห็นคุณธำรงด้วยซ้ำ”

“คุณธำรงคงเข้าใจผิดไปนะคะ นายมิตรไม่ได้มีพฤติกรรมลักขโมยหรอกค่ะ เขาซื่อสัตย์ไว้ใจได้ เมย์รับรอง”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็สบายใจครับ แต่แกไม่ต้องปีนต้นไม้แล้ววันนี้ ไปล้างรถให้ฉันดีกว่า เดี๋ยวฉันให้ค่าจ้าง...ตามมา”

ธำรงยักคิ้วหลิ่วตาแล้วลุกนำไปสั่งงานนายมิตรที่เดินตามหลังมาเพื่อที่ตนเองจะได้มีเวลาขโมยพระของพ่อต่อ...ขณะอนุภัทรล้างรถ มายาวียังมาป้วนเปี้ยนเลยโดนเขาบ่นอย่างเคืองๆ

“เกือบไปแล้วไหมล่ะ นี่ถ้าผมโดนสั่งห้ามไม่ให้มาที่บ้านนี้ งานคงพังไม่เป็นท่าแน่”

“ฉันขอโทษ ให้ฉันช่วยคุณล้างรถเป็นการชดเชยก็ได้นะ”

“คุณจะบ้าเหรอ อยู่ๆลูกสาวรัฐมนตรีมาช่วยคนงานล้างรถเนี่ยนะ”

“งั้นฉันขึ้นไปติดบ้านนกให้เอาไหม”

“ไม่ต้อง”

“ก็ฉันอยากทำตัวให้เป็นประโยชน์”

“คุณจะมีประโยชน์มากที่สุดเวลาไม่ทำอะไรเลย”

มายาวีเท้าเอวหมั่นไส้ เหลือบเห็นธำรงยืนมองมาก็รีบเล่นละครจิกใช้อนุภัทร

“นี่ เช็ดตรงนี้ให้มันสะอาดหน่อยสิ ไม่ใช่เอาน้ำราดๆแล้วก็ไป สอนตั้งหลายครั้งแล้วไม่รู้จักจำนะนายมิตร”

อนุภัทรงง แต่พอมองไปเห็นธำรงยืนอยู่ก็เข้าใจ ไม่ปริปากว่าอะไรเธอสักคำ มายาวีเลยได้ใจเสียงเขียวใส่เขาอีกหลายคำ

“ฉันต้องคงคอยตามกำกับนายทำงานต่อไปเรื่อยๆ ไม่งั้นคงเสียชื่อฉันกับคุณพ่อหมด ไม่ได้เรื่อง”

อนุภัทรกัดฟันกรอด ครั้นเห็นธำรงหันกลับเข้าบ้านไปแล้วก็เอาคืนมายาวีด้วยการฉีดน้ำใส่จนเธอเปียกปอน ทางด้านอิศร์กับแพรพลอยที่เล่นโยคะกันอยู่ริมสระ อิศร์นึกสนุกแกล้งแหย่เธออยู่เรื่อย ที่สุดเลยโดนเธอผลักตกน้ำ แต่เขายังแกล้งเป็นตะคริวจนเธอหลงกลลงมาช่วยเหลือ นี่เองเป็นเหตุให้เธอโมโหถึงกับจับเขากดน้ำจนสำลักหน้าตาตื่น

อริสราเห็นเหตุการณ์โดยตลอด สายตาเธอหึงหวงอย่างเห็นได้ชัด แต่เลือกที่จะไม่เข้าไปขัดขวาง แล้วนำยาแก้แพ้มาให้อิศร์ถึงในห้อง ให้กินกันเอาไว้ก่อนจะเป็นหวัดเพราะสำลักน้ำเข้าไปเยอะ

“คุณเห็นเหรอครับ”

“อริสเดินผ่านมาน่ะค่ะ เห็นคุณกำลังเล่นน้ำกับคุณแพรอยู่ เลยไม่อยากเข้าไปรบกวน”

“ขอบคุณนะครับ” อิศร์รับยาและแก้วน้ำมา

“ว่าแต่คุณแพรเธอพักที่ไหนเหรอคะ”

“ห้องข้างๆนี้แหละครับ”

อริสราหน้าเสียแต่รีบพูดกลบเกลื่อน “แหม...ต้องอยู่ใกล้กันตลอดเลยเหรอคะ ในบ้านคงไม่มีใครมาทำอะไรอิศร์หรอกมั้ง”

“ผมอยากให้คุณแพรอยู่สบายๆน่ะ”

“แต่คนอาจจะคิดไม่ดีได้นะคะ แค่นี้อริสก็ได้ยินคนในบ้านอริสพูดถึงคุณแพรไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อริสสงสารเธอ อิศร์เปลี่ยนบอดี้การ์ดเป็นผู้ชายไม่ดีกว่าเหรอจะได้ไม่มีปัญหา” พอเห็นอิศร์อึ้งไป เธอรีบออกตัว “คืออริสเห็นใจคุณแพรในฐานะผู้หญิงด้วยกันน่ะค่ะ เธอกำลังถูกมองว่าอิศร์เอามาทำหน้าที่อื่น ไม่ใช่จ้างมาคุ้มครอง”

“แต่ผมไว้ใจคุณแพร เพราะที่ผ่านมาเวลาเกิดเรื่องอะไรกับผม คุณแพรนี่แหละที่ช่วยผมไว้ทุกครั้ง”

อริสราเจื่อนจ๋อย รู้ว่ากล่อมอิศร์ไม่สำเร็จแน่ ทำทีเป็นฝืนยิ้มพูดแก้เก้อว่าตนคงคิดมากไปเอง

“ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วง”

“มันเป็นสิ่งเดียวที่อริสสามารถทำให้คุณได้ไม่ใช่เหรอคะ” อริสราสบตาเรียกร้องความสงสาร พอเห็นเขาจามก็ถือโอกาสถึงเนื้อถึงตัวแตะหน้าอย่างห่วงใย “อิศร์ตัวร้อนนะคะ เดี๋ยวอริสไปเอายาแก้ไข้มาให้กินดีกว่า”

แพรพลอยมองจากประตูระเบียงเห็นภาพนั้นก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ บ่นพึมพำตำหนิอิศร์ว่าตกลงจะหว่านเสน่ห์ผู้หญิงในบ้านนี้หมดเลยหรือไง?

อริสราเลือกที่จะไม่ขอยาแก้หวัดจากป้าดวงเพราะทราบดีว่าจะโดนแย่งหน้าที่ เธอกลับไปเอายาที่บ้านแต่ก็ไม่รอดสายตาไอศูรย์

“คุณไม่ได้ป่วย แต่มาเอายาไปให้คนอื่น ไอ้อิศร์ใช่ไหม มันเป็นอะไรอีกล่ะ เมื่อไหร่มันจะตายซักที”

“เขาคงจะอยู่รอให้คุณเลิกกับฉันก่อนมั้งคะ”

ไอศูรย์กระชากแขนอริสราบีบด้วยความโมโห “นี่คุณยังเพ้อถึงวันที่คุณกับมันจะได้ร่วมหอลงโรงกันอีกเหรอ จะหน้ามืดตามัวไปถึงไหน ไม่เห็นหรือว่าไอ้อิศร์ไม่ว่างสำหรับคุณแล้ว มันควงยายมายาวีตอนกลางวัน พอตกกลางคืนก็นอนกกนังบอดี้การ์ด ผมถามจริงๆคุณจะแทรกไปอยู่ตรงไหนในชีวิตของมัน”

อริสราสะอึกที่โดนจี้ใจดำ เจ็บปวดกว่าโดนบีบแขน แต่ก็ฮึดสู้ต่อปากต่อคำ “ปล่อยฉันได้หรือยัง อิศร์เขาไม่สบาย เขารอฉันอยู่”

“ปล่อยให้มันตายไป เพราะคุณต้องไปกับผม”

ไอศูรย์ลากอริสราไปขึ้นรถทั้งที่เธอพยายามขัดขืน แพรพลอยยืนมองจากบ้านอิศร์รีบชี้ชวนให้มายาวีดู แต่เธอเห็นแล้วกลับบอกว่าเป็นเรื่องปกติของผัวเมียคู่นี้

“เพราะคุณอิศร์ใช่ไหมคะ”

มายาวีลังเลเล็กน้อยก่อนตัดสินใจเล่าเรื่องราวในอดีตของทั้งคู่

“เท่าที่เมย์รู้ อิศร์กับคุณอริสราคบกันมาตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายรับรู้ จนกระทั่งอิศร์ไปเรียนต่อเมืองนอกถึงได้เลิกกัน”

“เพราะอะไรคะ”

“เพราะพ่อแม่ของคุณอริสรายกเธอให้คุณไอศูรย์แลกกับการล้างหนี้ธุรกิจของครอบครัว ตอนนั้นอิศร์เสียใจมากนะคะ ไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่พักหนึ่ง”

“พอกลับมาอยู่เมืองไทย เขาก็เลยพยายามทวงคุณอริสคืน”

“อุ๊ย ไม่ใช่ค่ะ อิศร์ไม่เคยคิดอย่างนั้น หลังจากที่เฮิร์ตอยู่เกือบปี เขาก็ทำใจได้ ถึงได้กลับเมืองไทย แต่ก็ไม่ได้คิดจะมาชิงนางกับใครนะคะ เพราะเขาถือว่าคุณอริสเป็นพี่สะใภ้ไปแล้ว และคุณไอศูรย์ก็รักคุณอริสมาก... อิศร์รักครอบครัวมากค่ะ เพราะว่าเขาไม่มีพ่อแม่ มีแค่คุณปู่แล้วก็ญาติๆรอบตัว อิศร์พูดเสมอว่าถึงไม่มีคุณปู่ที่เป็นเสาหลักของตระกูลแล้ว เขาก็จะพยายามทำให้คนในบ้านเดชโชดมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่ใช่บ้านแตกสาแหรกขาดเหมือนพี่น้องบางบ้าน เพราะฉะนั้นอะไรที่อิศร์ทำเพื่อประคับประคองความสุขคนในบ้านได้ เขาก็จะทำ”

“แต่เท่าที่แพรเห็น ดูเหมือนว่า...”

“คุณอริสคือคนที่ไม่ยอมจบค่ะ แต่ก็โทษเธอไม่ได้ เพราะคุณไอศูรย์ไม่ใช่คนที่เธอเลือก แต่ที่เมย์ไม่สบายใจก็คือคุณไอศูรย์เป็นคนโมโหร้าย เมย์กลัวว่าถ้าเรื่องนี้ยังคาราคาซังไปเรื่อยๆบ้านนี้ก็คงหาความสงบสุขไม่ได้”

แพรพลอยนิ่งคิดรวบรวมข้อมูลหลายอย่างเข้าด้วยกันก่อนตั้งคำถาม “คุณเมย์คิดว่าคุณไอศูรย์โมโหร้ายพอที่จะคิดไม่ดีกับคุณอิศร์หรือเปล่า”

“คงไม่หรอกค่ะ ยังไงก็พี่น้องสายเลือดเดียวกันคงไม่ถึงขนาดฆ่ากันเพราะผู้หญิงคนเดียวหรอกมั้งคะ”

แพรพลอยพยักหน้าคล้อยตาม...ไล่ความคิดนั้นออกไปจากสมอง

ooooooo

ไอศูรย์ขับรถด้วยความเร็วโดยไม่ยอมบอกอริสราว่าจะพาไปไหน เอาแต่ประชดประชันที่เธอห่วงใยอิศร์ ซึ่งอย่าหวังว่าเขาจะปล่อยให้เธอกลับไปพะเน้าพะนอมัน

อริสราโวยวายอยากกลับบ้านและพยายามจะเปิดประตูแต่ไม่สำเร็จเพราะไอศูรย์ล็อกจากด้านนอก แล้วก็ได้แต่นั่งร้องไห้เมื่อได้ยินเขาบอกว่าจะเลือกที่ฮันนีมูนของเราให้เอง

ส่วนที่บ้านอิศร์...ป้าดวงดูแลอิศร์ที่เริ่มครั่นเนื้อครั่นตัวจะเป็นไข้ อุตส่าห์หาข้าวหายามาให้แต่ยังไม่ถูกใจอยากให้แพรพลอยมาดูแล

“ให้เธอพักบ้างเถอะค่ะ คุณแพรเธอไม่ใช่พยาบาลซะหน่อย”

“แต่ถ้าผมป่วยตายไปโดยบอดี้การ์ดไม่ดูแล ก็เป็นความผิดของบอดี้การ์ดนะครับ” อิศร์ดื้อแพ่งเดินออกไปเคาะประตูห้องแพรพลอยออดอ้อนจะให้มาป้อนข้าวต้ม พอรู้ว่าเธอไม่อยู่ในห้องก็เดินหาจนทั่วก่อนจะไปลากอนุภัทรที่กำลังรดน้ำต้นไม้ใกล้บ้านอำนวยมาซักถาม โดยเริ่มจากเรื่องงานว่าไปถึงไหนแล้ว

“ยังไม่คืบหน้า แต่ฉันแอบติดกล้องสอดแนมไว้ที่บ้านนายธำรงแล้ว”

อิศร์พยักหน้ารับรู้แล้วตั้งคำถามต่อไป “แกเห็นคุณแพรหรือเปล่า”

“ฉันก็ทำงานอยู่ตรงนี้ จะไปเห็นได้ยังไง”

“คุณแพรหายไปไหนไม่รู้”

“แกนี่ทำเป็นเด็กติดพี่เลี้ยงไปได้ ให้เธอมีเวลาส่วนตัวบ้างเถอะวะ”

“พูดเหมือนป้าดวงไม่มีผิด”

“ก็คุณแพรเป็นบอดี้การ์ด แต่แกทำเหมือนเธอเป็นพี่เลี้ยงเด็ก หายไปก็ต้องตามหาทั่วบ้าน ท่าจะบ้า”

อนุภัทรส่ายหน้าเดินหนีไป...กรองทองยืนฟังอยู่มุมหนึ่ง แปลกใจว่าทำไมทั้งคู่พูดจากันไม่เหมือนเจ้านายกับลูกน้อง เมื่อเธอไปบอกเล่าให้พ่อฟัง ก็ยิ่งทำให้สุนทรที่สงสัยอยู่เป็นทุนรู้สึกคลางแคลงใจมากขึ้น

ไอศูรย์พาอริสราไปยังบ้านหลังเก่าของเธอที่บัดนี้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แล้วพยายามปลุกปล้ำขืนใจเพื่อให้เธอสำนึกว่ายังไงก็เป็นเมียตน และอย่าหวังว่าจะได้กลับไปรักใคร่คืนดีกับอิศร์อีก

อริสราเจ็บช้ำทั้งกายใจจนพูดอะไรไม่ออก เอาแต่ร่ำไห้อย่างแค้นใจ แต่ถึงยังไงเธอก็ไม่มีวันรักไอศูรย์...อิศร์ยังเป็นชายที่เธอรักหมดหัวใจอยู่เสมอ

แต่สำหรับอิศร์...บัดนี้เขามีใจให้บอดี้การ์ดคนสวยเสียแล้ว แค่เธอห่างกายไปไม่นาน เขาก็กระวนกระวายไม่เป็นอันทำอะไร และถึงกับตามไปที่โรงพยาบาลหลังทราบจากมายาวีว่าแพรพลอยไปดูน้องๆที่ป่วยกะทันหัน

อิศร์มาจัดการเรื่องห้องพิเศษให้เด็กๆพักและออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด แพรพลอยคัดค้านยังไงเขาก็ไม่ฟัง ทางด้านอนุภัทรหรือนายมิตร คืนนี้เกือบโดนสุนทรล้วงความลับสำเร็จถ้าเขาไม่ไหวตัวเอาอุปกรณ์การทำงานไปซ่อนไว้ในห้องน้ำเสียก่อน

สุนทรในชุดไอ้โม่งแอบเข้ามารื้อค้นห้องพักของอนุภัทรและเกิดการชกต่อยต่อสู้กันก่อนที่สุนทรจะหลบหนีไปได้ แม้แต่แพรพลอยมาช่วยสกัดก็ไม่สำเร็จ เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้แสดงว่ามีคนสงสัยอนุภัทร เจ้าตัวจึงบอกอิศร์ว่าตนคงต้องเร่งสืบสวนเรื่องธำรงให้เสร็จโดยเร็ว ก่อนที่ใครๆจะรู้ความจริงว่าตนคือตำรวจไม่ใช่คนสวนอย่างที่บอกไป

สุนทรกลับเข้าบ้านในสภาพใบหน้าฟกช้ำเพราะโดนอนุภัทรชกแต่เขาก็เลี่ยงไม่ตอบคำถามลูกสาวที่มีท่าทีสงสัย จากนั้นแอบไปรายงานอำพลว่าไม่เจออะไรในห้องนายมิตร เรณูได้ยินเข้าก็ตกใจไม่คิดว่าสามีจะเป็นคนสั่งการ แต่พอเธอซักถามว่าทำแบบนั้นทำไมก็โดนอำพลตวาดดุห้ามไม่ให้ปากสว่าง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อิศร์ถือโอกาสขอไปนอนห้องเดียวกับแพรพลอยอ้างว่าเพื่อความปลอดภัย แต่เธอไม่ยอมและตัดใจเอาปืนให้เขาไว้ป้องกันตัว ส่วนตัวเองไปเอามีดขึ้นมาไว้ข้างกายแทน

นับวันอิศร์ยิ่งมีใจให้แพรพลอย อยากอยู่ใกล้ชิดและช่วยเธอในทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่น้องๆของเธอที่บ้านโอบไอรัก อิศร์เป็นตัวตั้งตัวตีชวนอนุภัทรกับมายาวีไปช่วยกันบูรณะซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยมีคนงานจำนวนหนึ่งจากบริษัทที่อิศร์ขอไปทางอำพลให้มาเป็นหัวแรง

อนุภัทรช่วยแข็งขันเพราะอยู่ในฐานะลูกน้องของอิศร์ ขณะที่มายาวีคุณหนูลูกรัฐมนตรีก็อยากช่วยเพื่อนเหมือนกัน แต่เมื่อใดที่เธอลงมือปฏิบัติมักจะเป็นการก่อกวนป่วนปั่นอนุภัทรเสียมากกว่า สองคนเลยมีเรื่องระหองระแหงหงองแหงงกันตลอด แต่ลึกๆแล้วแอบมีความรู้สึกดีๆให้กันอย่างไม่รู้ตัว

ทางด้านอริสราที่โดนไอศูรย์ข่มเหงรังแกบ่อยเข้าก็ทำให้ความอดทนของเธอมีน้อยลงทุกที เธอต่อปากต่อคำเขาอย่างไม่เกรงกลัว อีกทั้งกับไอริณที่ชอบแขวะเธอนัก เธอก็ไม่ลดราวาศอกให้ ฝ่ายธำรงที่จ้อง

จะทุจริตการประมูลงานของบริษัทเดชโชดม เวลานี้เขากำลังฝันหวานเพราะงานใกล้สำเร็จ อีกทั้งยังคิดว่าบุญหล่นทับตัวเองเมื่ออำพลกับไอศูรย์เรียกไปคุยเรื่องงาน

เมื่อเสร็จธุระธำรงรีบกลับมาที่บ้าน ถือโบชัวร์รถหรูตรงมาให้อำนวยช่วยเลือกว่าจะเอาคันไหนดี อำนวยแปลกใจถามลูกชายว่าจะเปลี่ยนรถอีกแล้วเหรอ

“ก็คนมันรวยนี่พ่อ”

“รวยบ้าบออะไรวะ เงินเดือนยังใช้เดือนชนเดือน ที่ยืมพ่อไปก็ยังไม่คืน”

“โธ่พ่อ รับรองอีกสองอาทิตย์ผมจะคืนให้หมดทุกบาททุกสตางค์ แถมดอกเบี้ยให้อีกด้วยเอ้า แต่ตอนนี้พ่อช่วยผมเลือกหน่อยนะ ผมตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเอาคันนี้หรือว่าคันนี้ดี พรุ่งนี้ต้องรีบไปจองแล้ว หรือเอาทั้งสองคันเลยดี”

“แกไปถูกหวยที่ไหนมา”

“หวยที่ไหนเล่า เมื่อกี้ลุงอำพลกับพี่ศูรย์เรียกผมไปคุยเรื่องงานมา บอกว่าจะให้ผมไปเจรจาซื้อเครื่องจักรกับโรงงานที่จีน”

“แล้วไง”

“ก็ถ้าผมตกลงราคาได้ถูกกว่าที่ตั้งไว้ งบที่เหลือก็เข้ากระเป๋าผมเน้นๆเป็นหลักสิบล้าน”

“ปัดโธ่เอ๊ย นึกว่าอะไร รอให้มันได้จริงๆก่อนเถอะวะธำรง ยังไม่ทันได้ลงมือทำงานเลย ดันคิดถึงเรื่องใช้เงินแล้ว”

“พ่อคิดว่าผมจะทำไม่ได้เหรอ งั้นคอยดูก็แล้วกัน ผมจะทำให้พ่อเห็น” ธำรงพูดอย่างมุ่งมั่นแล้วเปิดโบชัวร์รถดูอย่างหลงใหล อำนวยได้แต่ส่ายหน้าระอา...

เพียงวันรุ่งขึ้น ไอศูรย์ก็เริงร่าเข้ามาบอกอำพลในห้องทำงานที่บริษัท “ธำรงมันบินไปจีนแล้วครับ พอผมส่งรายชื่อบริษัทที่มันต้องไปติดต่อให้ มันก็รีบเดินทางเลย สงสัยกลัวจะได้เงินช้า”

“มันไม่รู้ใช่ไหมว่าบริษัทที่ให้ไปคุยมีเราสองคนถือหุ้นอยู่”

“คนโง่ๆอย่างมันไม่เอะใจหรอกครับ คงจะมัวแต่ดีใจที่การเจรจาง่ายเกินคาด”

“มันได้เงินส่วนต่างจากงบจัดซื้อ แต่ค่าเครื่องจักรเข้ากระเป๋าเราเต็มๆ”

“แถมคนโง่อย่างไอ้ธำรง จ้างให้ก็ไม่รู้ว่าซื้อเครื่อง จักรมือสองใกล้พังมาให้บริษัท”

สองพ่อลูกประสานเสียงหัวเราะอย่างสะใจ แต่แล้วถูกขัดจังหวะด้วยเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะที่เลขาโทร.เข้ามาบอกว่าคุณอิศร์มา...

“ไอ้อิศร์! ร้อยวันพันปีมันไม่เคยมาเหยียบบริษัทนี่ครับ มันมาทำไม” ไอศูรย์พูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่ต่างจากอำพลที่นิ่งงันด้วยความระแวง...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:09 น.