ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บอดี้การ์ดสาว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แพรพลอยเข้าโรงหนังไปเจออิศร์นั่งอยู่ก่อนแล้ว เธอไม่รู้ว่ามายาวีชวนเขามาด้วย ครั้นจะเลี่ยงหนีก็ดูน่าเกลียดเกินไปจำต้องปล่อยเลยตามเลย แต่ระหว่างนี้อิศร์ก็คอยป่วนก่อกวนเธออยู่เรื่อย ทำให้การดูหนังครั้งนี้มีแต่ความเซ็งและรำคาญ

ด้านมายาวีที่ออกมาตามหาโทรศัพท์มือถือแถวที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าเจออนุภัทรกำลังจะเอามันไปซ่อมแต่เธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาขโมย ก็เลยทุ่มเถียงกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายหน้าแตก อับอายที่ตัวเองโวยวายซะเยอะแยะ ยืนอึ้งมองตามอนุภัทรที่เดินส่ายหน้าระอาบ่นอุบออกไป

“ผู้หญิงอะไร โวยวายชะมัด ถ้าต้องเจอกันทุกวันมีหวังประสาทกินตาย”

หลังจากสร้างวีรกรรมหน้าแตกให้ตัวเองแล้วมายาวีเลยไม่มีอารมณ์จะดูหนัง เธอโทร.บอกอิศร์ก่อนกลับไป แพรพลอยเลยต้องดูหนังกับอิศร์สองต่อสอง และมีบางช่วงที่เธอกลัวผีถึงขนาดเผลอซบเขาแถมจิกแขนเข้าให้ด้วย นี่เองจึงเป็นเหตุให้อิศร์ได้โอกาสโอดโอยก่อนจะขอให้เธอเลี้ยงข้าวเป็นการขอโทษหลังออกจากโรงหนัง

แพรพลอยทำตามคำขอ เธอสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะและจ่ายเงินให้เสร็จสรรพแต่ไม่อยู่กินด้วย พอดีกับที่กรณ์โทร.มาบอกว่าแม่อัมพาไม่สบาย เธอจึงรีบบึ่งรถไปโรงพยาบาล

อัมพาไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่เวียนหัวแล้วฟุบหมดสติขณะสอนหนังสือเด็กๆ แต่กรณ์เป็นห่วงจึงพาอัมพามาให้หมอตรวจเช็กอาการเพื่อความสบายใจ

ขณะเดียวกันที่บ้านอำพล...สองพ่อลูกกำลังเตรียมตัวเดินทางไปประชุมงานที่ฮ่องกงสามวัน ไอศูรย์ซึ่งระแวงภรรยาจะใกล้ชิดอิศร์ในยามที่ตนไม่อยู่จึงบังคับให้เธอเดินทางไปด้วยกัน แต่อริสราดึงดันไม่ยอมและเอาตั๋วเครื่องบินทิ้งลงชักโครกอย่างไม่สนใจไยดี ทำให้ไอศูรย์ไม่พอใจทะเลาะกันลั่นบ้านสร้างความเอือมระอาให้เรณูที่ไม่รู้จะแก้ปัญหาระหว่างลูกชายกับลูกสะใภ้ยังไงดี

ในที่สุดไอศูรย์ก็ต้องเดินทางสองคนกับอำพล โดยฝากฝังสุนทรคนสนิทของอำพลให้คอยจับตาสังเกตพฤติกรรมของอริสราแทน แต่สุนทรไม่ทันปฏิบัติหน้าที่นี้เพราะต้องขับรถไปส่งสองพ่อลูกที่สนามบิน อริสราก็มุ่งหน้ามาบ้านอิศร์ที่อยู่ในรั้วเดียวกัน เธอยังรักเขาเต็มหัวใจ อยากเจอและพูดคุยกับเขาอยู่เสมอ พอรู้จากป้าดวงว่าอิศร์ไม่อยู่ออกไปดูหนังกับเพื่อนก็ซักไซ้ราวกับเป็นภรรยา อยากรู้ว่าเพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย

ป้าดวงไม่ตอบแต่มองด้วยสายตาตำหนิ อริสราเลยเก้อไป แต่ยังไม่ยอมกลับ เดินมานั่งรออิศร์ในห้องรับแขกอยู่จนถึงค่ำ พอเขากลับมาก็ออดอ้อนชวนกินข้าว แต่อิศร์ปฏิเสธเพราะกินอิ่มมาแล้ว

อริสราไม่ยอมแพ้ ตื๊อหนักจนอิศร์ต้องนั่งร่วมโต๊ะเป็นเพื่อนคุย เธอเล่าเรื่องไอศูรย์กับอำพลไปฮ่องกงก่อนจะวกมาชวนเขาไปทำบุญให้พ่อแม่ที่วัดวันพรุ่งนี้ อิศร์อึดอัดเพราะไม่อยากสร้างปัญหา แต่พอเธอออดอ้อนอ้างว่าแขนยังไม่หายเจ็บขับรถเองไม่ไหว ชายหนุ่มก็จำใจตอบรับ

หลังจากเธอกลับบ้านไปแล้ว ป้าดวงรู้เรื่องก็เลยพร่ำบ่นกับอิศร์ว่าอริสราชอบหาเรื่องให้พี่น้องตีกันเสียจริง

“ไม่มีอะไรหรอกครับป้า ผมรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”

“ป้ากลัวคุณจะใจอ่อน ที่จริงคุณอริสแกก็น่าสงสารนะคะ ป้าดูออกว่าแกไม่ได้มีความสุขกับชีวิตคู่นักหรอก แต่ในเมื่อแต่งงานแต่งการไปแล้วก็ต้องยอมรับความจริง ไม่ใช่คอยวิ่งหาคุณอยู่เรื่อย”

“อริสคงจะเหงาน่ะครับ”

“บ้านนั้นก็มีทั้งคุณเรณู ทั้งคุณไอริณ เธอไม่เอาใครเลยมากกว่า วิ่งหาแต่คุณ”

“แต่ไม่ว่าจะยังไง เรื่องของผมกับอริสก็เป็นแค่อดีตครับป้า ผมมีแต่ความหวังดีให้เขาในฐานะเพื่อนเท่านั้นเอง แล้วถ้าเพื่อนไม่มีน้ำใจเพื่อนมันก็คงไม่ถูกต้องจริงไหมครับ”

ป้าดวงนิ่งเงียบ ทั้งที่ใจยังกังวลไม่อยากเห็นอิศร์ข้องเกี่ยวกับอริสรา

ooooooo

สายวันต่อมา แพรพลอยกับอิศร์เจอกันโดยบังเอิญอีกครั้งที่วัดแถวบ้านโอบไอรักของอัมพา อิศร์ขับรถพาอริสรามาทำบุญตามที่รับปากไว้เมื่อคืน แต่ยังไม่ถึงวัดเกิดอุบัติเหตุรถของเขาเฉี่ยวเด็กชายเปี๊ยกที่ขโมยรองเท้าจากคนในวัดวิ่งพรวดออกมา

อิศร์เบรกรถตัวโก่งแล้วลงมาดู พร้อมกันนั้นเจ้าของรองเท้าก็วิ่งหน้าตื่นมาดุด่าเปี๊ยกและจะเอาเงินเพราะรองเท้าของเธอพังเสียหาย แพรพลอยเข้ามาได้ยินจึงจะควักเงินจ่ายให้เพราะเปี๊ยกคือเด็กในบ้านโอบ

ไอรักซึ่งเธอรักเหมือนน้อง แต่อิศร์รีบออกตัวว่าตนจ่ายเองดีกว่า ตนเป็นคนขับรถเฉี่ยวเด็ก แล้วก็ทับรองเท้าของพี่เขาเสียหาย

หลังจากเคลียร์กับเจ้าของรองเท้าเสร็จแล้ว  อิศร์ยังพาเปี๊ยกไปทำแผลที่โรงพยาบาลโดยมีอริสรามาด้วย ส่วนแพรพลอยนั้นต้องมาอยู่แล้วเพราะเป็นห่วงเปี๊ยก แต่นึกไม่ถึงว่าจะเจออัมพาที่ยังรอดูอาการอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อวาน

อิศร์สงสัยเมื่อได้ยินแพรพลอยกับเปี๊ยกเรียก

อัมพาว่าแม่ แถมยังมีกรณ์อีกคนที่พยุงอัมพามา แพรพลอยไม่อยากเล่าเรื่องส่วนตัวของตนมากนักจึงตัดบทบอกลาแล้วพาเปี๊ยกกลับไปส่งบ้าน ฝ่ายอริสราที่อยู่ในเหตุการณ์ตลอด รู้สึกได้ว่าอิศร์กับแพรพลอยคุ้นเคยกัน เมื่อพากันกลับมาที่วัดจึงถามเขาว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร

“อ๋อ เป็นเพื่อนของเพื่อนน่ะครับ”

“เหรอคะ แต่อริสเห็นเขากับอิศร์คุยกันท่าทางสนิทสนมจัง”

อิศร์ชะงัก เหลือบมองหน้าจนเธอรู้สึกตัวว่าละลาบละล้วงเกินไป เลยแสร้งยิ้มกลบเกลื่อนพูดแก้เก้อ

“ปกติอริสรู้จักเพื่อนอิศร์ทุกคน แต่คนนี้อริสไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ก็เลยแปลกใจน่ะค่ะ”

“บางทีผมก็มีโลกส่วนตัวที่อริสเข้าไม่ถึงเหมือนกัน ไม่ต้องแปลกใจหรอกครับ”

อิศร์ยิ้มปลอบใจแต่แฝงความหมายที่ทำให้อริสราหน้าเจื่อนไม่กล้าถามต่อ

“วันนี้เราคงเลี้ยงเพลไม่ทันแล้ว อริสอยากทำอะไรครับ”

“ไปปล่อยปลากันดีกว่าค่ะ”

ครู่ต่อมา สองคนพากันไปปล่อยปลาที่ท่าน้ำวัด อริสราพยายามรื้อฟื้นความหลัง  ถามอิศร์ว่าจำได้ไหมก่อนเขาไปเมืองนอกเราเคยมาทำบุญที่นี่ด้วยกัน

“ก็พอจำได้ครับ”

“ตอนนั้นอิศร์ซื้อลูกเต่ามาเต็มถุงเลย บอกว่าจะมาปล่อยเอาเคล็ดให้ความรักของเรายืนยาวเหมือนกับอายุขัยของลูกเต่า...อิศร์คิดว่าตอนนี้พวกมันจะยังอยู่ในที่นี่นี้ไหมคะ” อริสราเอามือวักน้ำก่อนพูดต่อ “เผื่อว่าพวกมันเห็นเรา มันจะขึ้นมา”

“พวกมันคงไม่อยู่แล้วล่ะ หรือถึงยังอยู่ก็คงจำเราไม่ได้ เพราะทั้งคุณและผมต่างก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว”

อริสราหน้าเศร้า น้ำตาพานจะหยดกับคำพูดไร้เยื่อใยของเขา

“เราสองคนเปลี่ยนไปมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

อิศร์หันหน้ามาสบตาอริสรา เห็นแววตาเศร้าเว้าวอนก็ได้แต่สงสาร เพราะรู้ว่าเธอต้องการจะรื้อฟื้นถ่านไฟเก่า แต่ตัวเองทำไม่ได้เพราะไม่อยากทำผิดต่อไอศูรย์และคำสอนของปู่ เลยปลอบใจเธอว่า

“เปลี่ยนไปในทางที่ดีไงครับ ตอนนี้ผมเรียนจบแล้ว ส่วนอริสก็มีครอบครัวที่ดี มีสามีที่ดี บางทีอาจจะเป็นเพราะผลบุญที่เราเคยทำกันไว้ก็ได้”

อิศร์ตัดบทสนทนาด้วยการหยิบถุงปลามาแกะ อริสราหน้าเศร้าไม่กล้าเซ้าซี้ต่ออีก ได้แต่ก้มหน้าก้มตาปล่อยปลา โดยทั้งคู่ไม่รู้ว่ามีใครบางคนแอบบันทึกภาพนั้นด้วยกล้องอยู่มุมหนึ่ง จนกระทั่งออกจากวัดอิศร์สังเกตเห็นมีรถขับตาม แล้วก็เดาได้ไม่ยากว่าต้องเป็นคนของไอศูรย์แน่ ซึ่งเขาไม่อยากมีปัญหากับคนในครอบครัวจึงโกหกอริสราว่ามีคนร้ายสะกดรอยตาม และเพื่อความปลอดภัยเธอต้องนั่งแท็กซี่กลับบ้าน

อิศร์เลี้ยวรถเข้ามาจอดในปั๊มแล้วจะเรียกแท็กซี่ให้อริสรา แต่ระหว่างนั้นเจอแพรพลอยขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาเติมน้ำมัน อิศร์เลยรั้งแพรพลอยไว้แล้วรีบส่ง

อริสราขึ้นแท็กซี่โดยที่นักสืบของไอศูรย์ไม่รู้เห็น จากนั้นอิศร์ขอความร่วมมือจากแพรพลอยให้แสดงตัวเป็นแฟนเพื่อตบตานักสืบ

แพรพลอยฝืนใจแทบแย่ แต่อิศร์ชอบใจและฉวยโอกาสใกล้ชิดเพราะลึกๆแอบชื่นชมประทับใจหญิงสาวอยู่เป็นทุน ที่สุดนักสืบก็จากไปเมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่อิศร์อี๋อ๋อไม่ใช่อริสรา

ooooooo

ที่บ้านโอบไอรัก เปี๊ยกถูกอัมพาทำโทษด้วยไม้เรียวที่ริอ่านเป็นขโมยจนเป็นเหตุให้ตัวเองถูกรถเฉี่ยวบาดเจ็บฟกช้ำ

เปี๊ยกสำนึกผิดกราบขอโทษอัมพา และเข้าใจดีว่าแม่ต้องการให้ตนเป็นคนดี จึงรับปากว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว แพรพลอยกลับมาเห็นจึงปลอบทั้งแม่และน้อง ก่อนจะเอาบัตรงานเลี้ยงประมูลของเก่าที่พรรคของรัฐมนตรีบรรเลงให้อัมพา ท่านเชิญไปและจะมอบทุนการศึกษาให้เด็กๆ

ค่ำคืนงานวันประมูลของเก่า แน่นอนว่าอิศร์ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทมายาวีลูกสาวของบรรเลงต้องมาร่วมงาน แถมพ่วงด้วยเรณูกับไอริณ และอริสรา งานดำเนินไปอย่างราบรื่นโดยมีแพรพลอยและบอดี้การ์ดอีกจำนวนหนึ่งดูแลความเรียบร้อย แต่ไม่มีใครรู้ว่าทางตำรวจได้ส่งผู้กองอนุภัทรและลูกน้องมาด้วยเหมือนกัน เนื่องจากมีข่าวระแคะระคายว่าจะมีการโจรกรรมของเก่ามากมูลค่า

แล้วก็จริงดังสายข่าวแจ้งมา...มีคนร้ายสามสี่คนเข้ามาปล้นของประมูลจนเกิดปะทะกับตำรวจและพวกแพรพลอย แต่คนร้ายทำไม่สำเร็จแถมถูกจับตัวได้ ส่วนอัมพาที่ถูกจับเป็นตัวประกันก็ปลอดภัย แต่บรรเลงถูกคนร้ายยิงบาดเจ็บต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล

หลังจากทำแผลให้บรรเลงแล้ว หมอบอกทุกคนที่รุมล้อมให้สบายใจได้ว่าแผลไม่ร้ายแรง โชคดีที่กระสุนเฉี่ยวแขนไปไม่โดนอวัยวะสำคัญ

“โธ่คุณหมอ แค่เฉี่ยวเมย์ก็หัวใจจะวายแล้ว ถ้าคุณพ่อเป็นอะไรขึ้นมา เมย์คง...โอ๊ยไม่เอา ไม่อยากนึก”

“พ่อไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้วใช่ไหมหมอ”

“ถ้าไม่มีอาการอื่นแทรกซ้อนก็น่าจะได้ครับ” พูดจบหมอเดินนำพยาบาลออกไป แพรพลอยขยับเข้ามาใกล้บรรเลง

“ขอโทษที่มาช้าค่ะท่าน แพรไปตามเรื่องที่สถานีตำรวจมา”

“ตกลงคนร้ายเป็นใคร”

“คนของท่านดำรงค่ะ”

“คุณอาดำรงเลขาพรรคน่ะเหรอ” มายาวีเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจ

แพรพลอยพยักหน้าก่อนรายงานต่อไป “คนร้ายซัดทอดว่าท่านดำรงร่วมมือกับพวกค้าของเก่าผิดกฎหมาย เปิดให้เข้ามาปล้นของไปขายต่างประเทศค่ะ”

“ที่แท้ก็เกลือเป็นหนอน พวกมันถึงผ่านระบบรักษาความปลอดภัยมาได้ ฉันเองก็ได้ยินมานานเหมือนกันว่าดำรงพัวพันกับเรื่องนี้ แต่ไม่นึกว่าจะอุกอาจ”

“คุณพ่ออย่าเพิ่งคิดอะไรเลยค่ะ นอนพักดีกว่า จะได้หาย” มายาวีกุลีกุจอประคองพ่อลงนอน

“เดี๋ยวแพรจะไปส่งคุณเมย์ที่บ้านนะคะ”

“ไม่ค่ะ คืนนี้เมย์จะเป็นบอดี้การ์ดเฝ้าคุณพ่อเอง ไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นอีก คุณแพรกลับไปพักผ่อนดีกว่าค่ะ”

แพรพลอยฟังแล้วรู้สึกผิดที่ตัวเองทำหน้าที่ไม่ดีพอ ได้แต่พยักหน้ารับคำ...อีกมุมหนึ่งในโรงพยาบาล อิศร์กับอนุภัทรซึ่งเป็นเพื่อนสนิทยืนคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อิศร์ชื่นชมแพรพลอยเก่งมาก เธอคนเดียวยิงโจรคว่ำไปสามคน อนุภัทรเคยเห็นมาดบู๊ของเธอมาก่อนหน้านี้แล้วจึงผสมโรงเออออ

“ใช่...เธอเก่งมาก ฉันยังนึกว่าจะจีบ...”

อิศร์ตกใจรีบแทรกอย่างลืมตัว “เฮ้ย จีบเลยเหรอ”

“จีบมาเป็นตำรวจเว้ย”

“อ๋อ แล้วไป”

“แล้วทำไมแกต้องตกใจด้วย”

“ก็นึกว่าแกจะจีบไปเป็นอย่างอื่น ฉันแค่อยากเตือนไว้ว่าเจ๊แกไม่ธรรมดา พกปืนเหมือนพกกระเป๋าตังค์ แถมยังมือไวใจเร็ว แตะนิดโดนหน่อยเป็นจับทุ่ม จับตีเข่า”

“แกไปรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง”

อิศร์อึกอักไม่กล้าสารภาพว่าเคยลองดีกับแพรพลอยมาหลายครั้ง ได้แต่บอกว่าเคยฟังเรื่องราวของเธอจากมายาวี

“อ้อ ยายไฮโซตัวยุ่งนั่นน่ะเหรอ นึกแล้วขนลุก ฉันไปล่ะ ไม่อยากเจอหน้า”

อนุภัทรรีบเดินออกไป อิศร์มองตามไม่เข้าใจว่าเพื่อนรักกับมายาวีมีเรื่องอะไรกันนักหนา

ooooooo

ภายในห้องพักวีไอพี มายาวีนั่งข้างเตียงกุมมือพ่อด้วยความเป็นห่วง แล้วหันไปถามแพรพลอยที่นั่งอยู่มุมหนึ่งว่าป้าอัมพาเป็นยังไงบ้าง

“ไม่เป็นอะไรค่ะ แค่ตกใจนิดหน่อย แพรให้กรณ์ พากลับบ้านไปแล้ว”

“หนูแพรก็น่าจะกลับไปพักเหมือนกันนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะท่าน แพรอยากอยู่ดูแลท่านมากกว่า”

“ข้างนอกนั่นเจ้าหน้าที่คงมาเฝ้าเต็มไปหมดแล้วล่ะ ไม่มีใครกล้าเข้ามาก่อเหตุซ้ำหรอก ไปพักเถอะหนูแพร”

“ไปเถอะค่ะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเมย์จะรีบติดต่อหาคุณแพรแน่นอน”

แพรพลอยไม่กล้าดึงดัน ลากลับไปทั้งที่ยังห่วงสองพ่อลูก...ด้านอิศร์ก็กลับบ้านแล้วเหมือนกัน ทันทีที่เขาจอดรถ ก็เห็นอริสราวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา

“ยังไม่นอนอีกเหรอครับ”

“ยังค่ะ อริสกังวลเรื่องที่งานเลี้ยงมากกว่า มีใครเป็นอะไรหรือเปล่า”

“คุณลุงบรรเลงบาดเจ็บเล็กน้อย นอกนั้นไม่มีอะไรครับ”

“อริสใจไม่ดีเลย จะนอนก็นอนไม่หลับ ยิ่งอยู่คนเดียวในห้องยิ่งกลัว”

“ให้เบญขึ้นไปนอนเป็นเพื่อนไหมครับ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่อิศร์นั่งคุยเป็นเพื่อนอริสซักพักก็พอ ยังไม่ง่วงใช่ไหมคะ”

อิศร์อึดอัดใจ...ความจริงอยากนอนแล้วแต่ไม่กล้าปฏิเสธ เดินนำเธอไปที่สนาม...ไอริณยืนมองจากหน้าต่างบ้านด้วยความหมั่นไส้พี่สะใภ้ เรณูเดินมาหยุดข้างหลังลูกสาว ถามว่ายืนทำอะไรดึกดื่นแล้วไม่นอน

“ดูพี่สะใภ้ริณกำลังทำงามหน้าอยู่น่ะสิคะ”

เรณูขยับไปชะเง้อมองแล้วหันกลับมา “เขาก็แค่คุยกันเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรประเจิดประเจ้อซักหน่อย”

“แม่จะรอให้พี่อริสสวมเขาให้พี่ศูรย์จะจะก่อนหรือไงคะ ถึงจะขัดขวางเขาสองคน”

“ก็แม่ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไร เราก็เหมือนกัน อย่าเอาไฟร้อนๆมาโยนใส่บ้านหน่อยเลย แค่นี้ก็ร้อนพอแล้ว ไปนอนซะ”

เรณูบ่นแล้วเดินแยกไป ไอริณสะบัดหน้าอย่างขัดใจ พึมพำว่าเรื่องอะไรจะปล่อยให้คนเลวลอยนวล...พูดจบก็หยิบโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปอิศร์กับอริสราไว้

ooooooo

แพรพลอยกลับเข้าห้องพักในคอนโดฯด้วยท่าทีเหนื่อยล้า เปิดทีวีเห็นข่าวจากงานเลี้ยงก็ยิ่งหดหู่รู้สึกผิด

“ความคืบหน้าเหตุยิงถล่มงานเลี้ยงของพรรคธรรมนำไทย ทำให้นายบรรเลง ศรัทธาสิทธิ์ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมได้รับบาดเจ็บ แต่ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว ส่วนการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานแล้วเข้าจับกุมนายดำรง พงศ์ธนะเสถียร เลขาธิการพรรค ในฐานะผู้บงการ...”

ภาพสุดท้ายในจอทีวีที่แพรพลอยเห็นคือมายาวีประคองบรรเลงที่เลือดเต็มแขนออกมา...เธอยิ่งรู้สึกผิดเป็นทวีคูณที่เห็นมายาวีสะอึกสะอื้นเป็นห่วงพ่อ เพราะเหตุการณ์ทำนองนี้เคยเกิดกับตัวเองมาแล้วในอดีต

ตอนนั้นแพรพลอยยังเด็กและมีครบทั้งพ่อแม่ แต่เพราะมีคนร้ายเข้ามายิงพวกท่านตายแล้วยังเผาบ้านต่อหน้าต่อตาโดยที่เธอทำอะไรไม่ได้เลย ตั้งแต่นั้นมาเธอจึงกลายเป็นเด็กกำพร้า...

แพรพลอยหยิบรูปถ่ายพ่อแม่ที่ยังเก็บเอาไว้ออกมาและพูดกับรูปอย่างเศร้าสะเทือนใจ “แพรเคยทำผิดที่ช่วยพ่อกับแม่ไว้ไม่ได้ มาวันนี้แพรก็ทำผิดซ้ำสองอีกที่ทำให้เจ้านายของตัวเองบาดเจ็บ”

หลังจากพักผ่อนอยู่ที่นี่จนถึงเช้า...วันรุ่งขึ้นแพร-พลอยกลับไปที่บ้านโอบไอรัก ช่วยงานอัมพาด้วยความเต็มใจ แต่วันนี้เธอไม่ค่อยมีสมาธิ แม้แต่ร้อยด้ายก็ไม่สำเร็จ เลยบ่นออกมาอย่างท้อแท้

“แพรนี่ไม่ได้เรื่องเลย แค่ร้อยด้ายยังไม่เข้า งานก็พลาด”

“ยอมแพ้อะไรง่ายๆอีกแล้ว เอามานี่” อัมพารับเข็มมาร้อยด้ายพลางพร่ำสอน “อย่าไปคิดมากเลยลูก ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิด ท่านบรรเลงก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไม่ใช่เหรอ”

“แต่หน้าที่ของแพรคือต้องไม่ให้ท่านเป็นอะไรเลยนะคะ”

“คนเรามันผิดพลาดกัน แพรเองก็มัวแต่ห่วงหน้าพะวงหลัง ถ้าจะโทษ แพรโทษแม่ดีกว่าที่เป็นภาระให้แพรทำงานพลาด”

“ไม่ใช่ความผิดของแม่นี่คะ”

“ถ้าแพรไม่อยากแบ่งความผิดให้แม่ แพรก็โยนทิ้งไปให้หมด อย่าแบกทุกข์ไว้ในใจ แม่เห็นแล้วแม่ก็ทุกข์ไปด้วย รู้ไหม”

แพรพลอยฟังแล้วอึ้งพูดไม่ออก ขยับตัวเข้ากอดอ้อนอัมพาเหมือนเด็กๆ

ooooooo

แพรพลอยเข้าโรงหนังไปเจออิศร์นั่งอยู่ก่อนแล้ว เธอไม่รู้ว่ามายาวีชวนเขามาด้วย ครั้นจะเลี่ยงหนีก็ดูน่าเกลียดเกินไปจำต้องปล่อยเลยตามเลย แต่ระหว่างนี้อิศร์ก็คอยป่วนก่อกวนเธออยู่เรื่อย ทำให้การดูหนังครั้งนี้มีแต่ความเซ็งและรำคาญ

ด้านมายาวีที่ออกมาตา มหาโทรศัพท์มือถือแถวที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าเจออนุภัทรกำลังจะเอามันไปซ่อมแต่เธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาขโมย ก็เลยทุ่มเถียงกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายหน้าแตก อับอายที่ตัวเองโวยวายซะเยอะแยะ ยืนอึ้งมองตามอนุภัทรที่เดินส่ายหน้าระอาบ่นอุบออกไป

“ผู้หญิงอะไร โวยวายชะมัด ถ้าต้องเจอกันทุกวันมีหวังประสาทกินตาย”

หลัง จากสร้างวีรกรรมหน้าแตกให้ตัวเองแล้วมายาวีเลยไม่มีอารมณ์จะดูหนัง เธอโทร.บอกอิศร์ก่อนกลับไป แพรพลอยเลยต้องดูหนังกับอิศร์สองต่อสอง และมีบางช่วงที่เธอกลัวผีถึงขนาดเผลอซบเขาแถมจิกแขนเข้าให้ด้วย นี่เองจึงเป็นเหตุให้อิศร์ได้โอกาสโอดโอยก่อนจะขอให้เธอเลี้ยงข้าวเป็นการ ขอโทษหลังออกจากโรงหนัง

แพรพลอยทำตามคำขอ เธอสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะและจ่ายเงินให้เสร็จสรรพแต่ไม่อยู่กินด้วย พอดีกับที่กรณ์โทร.มาบอกว่าแม่อัมพาไม่สบาย เธอจึงรีบบึ่งรถไปโรงพยาบาล

อัมพาไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่เวียนหัวแล้วฟุบหมดสติขณะสอนหนังสือเด็กๆ แต่กรณ์เป็นห่วงจึงพาอัมพามาให้หมอตรวจเช็กอาการเพื่อความสบายใจ

ขณะ เดียวกันที่บ้านอำพล...สองพ่อลูกกำลังเตรียมตัวเดินทางไปประชุมงานที่ฮ่องกง สามวัน ไอศูรย์ซึ่งระแวงภรรยาจะใกล้ชิดอิศร์ในยามที่ตนไม่อยู่จึงบังคับให้เธอเดิน ทางไปด้วยกัน แต่อริสราดึงดันไม่ยอมและเอาตั๋วเครื่องบินทิ้งลงชักโครกอย่างไม่สนใจไยดี ทำให้ไอศูรย์ไม่พอใจทะเลาะกันลั่นบ้านสร้างความเอือมระอาให้เรณูที่ไม่รู้จะ แก้ปัญหาระหว่างลูกชายกับลูกสะใภ้ยังไงดี

ในที่สุดไอศูรย์ก็ต้องเดิน ทางสองคนกับอำพล โดยฝากฝังสุนทรคนสนิทของอำพลให้คอยจับตาสังเกตพฤติกรรมของอริสราแทน แต่สุนทรไม่ทันปฏิบัติหน้าที่นี้เพราะต้องขับรถไปส่งสองพ่อลูกที่สนามบิน อริสราก็มุ่งหน้ามาบ้านอิศร์ที่อยู่ในรั้วเดียวกัน เธอยังรักเขาเต็มหัวใจ อยากเจอและพูดคุยกับเขาอยู่เสมอ พอรู้จากป้าดวงว่าอิศร์ไม่อยู่ออกไปดูหนังกับเพื่อนก็ซักไซ้ราวกับเป็นภรรยา อยากรู้ว่าเพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย

ป้าดวงไม่ตอบแต่มองด้วยสายตา ตำหนิ อริสราเลยเก้อไป แต่ยังไม่ยอมกลับ เดินมานั่งรออิศร์ในห้องรับแขกอยู่จนถึงค่ำ พอเขากลับมาก็ออดอ้อนชวนกินข้าว แต่อิศร์ปฏิเสธเพราะกินอิ่มมาแล้ว

อริสราไม่ยอมแพ้ ตื๊อหนักจนอิศร์ต้องนั่งร่วมโต๊ะเป็นเพื่อนคุย เธอเล่าเรื่องไอศูรย์กับอำพลไปฮ่องกงก่อนจะวกมาชวนเขาไปทำบุญให้พ่อแม่ที่ วัดวันพรุ่งนี้ อิศร์อึดอัดเพราะไม่อยากสร้างปัญหา แต่พอเธอออดอ้อนอ้างว่าแขนยังไม่หายเจ็บขับรถเองไม่ไหว ชายหนุ่มก็จำใจตอบรับ

หลังจากเธอกลับบ้านไปแล้ว ป้าดวงรู้เรื่องก็เลยพร่ำบ่นกับอิศร์ว่าอริสราชอบหาเรื่องให้พี่น้องตีกันเสียจริง

“ไม่มีอะไรหรอกครับป้า ผมรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”

“ป้า กลัวคุณจะใจอ่อน ที่จริงคุณอริสแกก็น่าสงสารนะคะ ป้าดูออกว่าแกไม่ได้มีความสุขกับชีวิตคู่นักหรอก แต่ในเมื่อแต่งงานแต่งการไปแล้วก็ต้องยอมรับความจริง ไม่ใช่คอยวิ่งหาคุณอยู่เรื่อย”

“อริสคงจะเหงาน่ะครับ”

“บ้านนั้นก็มีทั้งคุณเรณู ทั้งคุณไอริณ เธอไม่เอาใครเลยมากกว่า วิ่งหาแต่คุณ”

“แต่ ไม่ว่าจะยังไง เรื่องของผมกับอริสก็เป็นแค่อดีตครับป้า ผมมีแต่ความหวังดีให้เขาในฐานะเพื่อนเท่านั้นเอง แล้วถ้าเพื่อนไม่มีน้ำใจเพื่อนมันก็คงไม่ถูกต้องจริงไหมครับ”

ป้าดวงนิ่งเงียบ ทั้งที่ใจยังกังวลไม่อยากเห็นอิศร์ข้องเกี่ยวกับอริสรา

ooooooo

สาย วันต่อมา แพรพลอยกับอิศร์เจอกันโดยบังเอิญอีกครั้งที่วัดแถวบ้านโอบไอรักของอัมพา อิศร์ขับรถพาอริสรามาทำบุญตามที่รับปากไว้เมื่อคืน แต่ยังไม่ถึงวัดเกิดอุบัติเหตุรถของเขาเฉี่ยวเด็กชายเปี๊ยกที่ขโมยรองเท้า จากคนในวัดวิ่งพรวดออกมา

อิศร์เบรกรถตัวโก่งแล้วลงมาดู พร้อมกันนั้นเจ้าของรองเท้าก็วิ่งหน้าตื่นมาดุด่าเปี๊ยกและจะเอาเงินเพราะ รองเท้าของเธอพังเสียหาย แพรพลอยเข้ามาได้ยินจึงจะควักเงินจ่ายให้เพราะเปี๊ยกคือเด็กในบ้านโอบ

ไอรักซึ่งเธอรักเหมือนน้อง แต่อิศร์รีบออกตัวว่าตนจ่ายเองดีกว่า ตนเป็นคนขับรถเฉี่ยวเด็ก แล้วก็ทับรองเท้าของพี่เขาเสียหาย

หลัง จากเคลียร์กับเจ้าของรองเท้าเสร็จแล้ว  อิศร์ยังพาเปี๊ยกไปทำแผลที่โรงพยาบาลโดยมีอริสรามาด้วย ส่วนแพรพลอยนั้นต้องมาอยู่แล้วเพราะเป็นห่วงเปี๊ยก แต่นึกไม่ถึงว่าจะเจออัมพาที่ยังรอดูอาการอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อวาน

อิศร์สงสัยเมื่อได้ยินแพรพลอยกับเปี๊ยกเรียก

อัมพา ว่าแม่ แถมยังมีกรณ์อีกคนที่พยุงอัมพามา แพรพลอยไม่อยากเล่าเรื่องส่วนตัวของตนมากนักจึงตัดบทบอกลาแล้วพาเปี๊ยกกลับ ไปส่งบ้าน ฝ่ายอริสราที่อยู่ในเหตุการณ์ตลอด รู้สึกได้ว่าอิศร์กับแพรพลอยคุ้นเคยกัน เมื่อพากันกลับมาที่วัดจึงถามเขาว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร

“อ๋อ เป็นเพื่อนของเพื่อนน่ะครับ”

“เหรอคะ แต่อริสเห็นเขากับอิศร์คุยกันท่าทางสนิทสนมจัง”

อิศร์ชะงัก เหลือบมองหน้าจนเธอรู้สึกตัวว่าละลาบละล้วงเกินไป เลยแสร้งยิ้มกลบเกลื่อนพูดแก้เก้อ

“ปกติอริสรู้จักเพื่อนอิศร์ทุกคน แต่คนนี้อริสไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ก็เลยแปลกใจน่ะค่ะ”

“บางทีผมก็มีโลกส่วนตัวที่อริสเข้าไม่ถึงเหมือนกัน ไม่ต้องแปลกใจหรอกครับ”

อิศร์ยิ้มปลอบใจแต่แฝงความหมายที่ทำให้อริสราหน้าเจื่อนไม่กล้าถามต่อ

“วันนี้เราคงเลี้ยงเพลไม่ทันแล้ว อริสอยากทำอะไรครับ”

“ไปปล่อยปลากันดีกว่าค่ะ”

ครู่ ต่อมา สองคนพากันไปปล่อยปลาที่ท่าน้ำวัด อริสราพยายามรื้อฟื้นความหลัง  ถามอิศร์ว่าจำได้ไหมก่อนเขาไปเมืองนอกเราเคยมาทำบุญที่นี่ด้วยกัน

“ก็พอจำได้ครับ”

“ตอน นั้นอิศร์ซื้อลูกเต่ามาเต็มถุงเลย บอกว่าจะมาปล่อยเอาเคล็ดให้ความรักของเรายืนยาวเหมือนกับอายุขัยของลูก เต่า...อิศร์คิดว่าตอนนี้พวกมันจะยังอยู่ในที่นี่นี้ไหมคะ” อริสราเอามือวักน้ำก่อนพูดต่อ “เผื่อว่าพวกมันเห็นเรา มันจะขึ้นมา”

“พวกมันคงไม่อยู่แล้วล่ะ หรือถึงยังอยู่ก็คงจำเราไม่ได้ เพราะทั้งคุณและผมต่างก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว”

อริสราหน้าเศร้า น้ำตาพานจะหยดกับคำพูดไร้เยื่อใยของเขา

“เราสองคนเปลี่ยนไปมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

อิศร์ หันหน้ามาสบตาอริสรา เห็นแววตาเศร้าเว้าวอนก็ได้แต่สงสาร เพราะรู้ว่าเธอต้องการจะรื้อฟื้นถ่านไฟเก่า แต่ตัวเองทำไม่ได้เพราะไม่อยากทำผิดต่อไอศูรย์และคำสอนของปู่ เลยปลอบใจเธอว่า

“เปลี่ยนไปในทางที่ดีไงครับ ตอนนี้ผมเรียนจบแล้ว ส่วนอริสก็มีครอบครัวที่ดี มีสามีที่ดี บางทีอาจจะเป็นเพราะผลบุญที่เราเคยทำกันไว้ก็ได้”

อิศร์ตัดบทสนทนา ด้วยการหยิบถุงปลามาแกะ อริสราหน้าเศร้าไม่กล้าเซ้าซี้ต่ออีก ได้แต่ก้มหน้าก้มตาปล่อยปลา โดยทั้งคู่ไม่รู้ว่ามีใครบางคนแอบบันทึกภาพนั้นด้วยกล้องอยู่มุมหนึ่ง จนกระทั่งออกจากวัดอิศร์สังเกตเห็นมีรถขับตาม แล้วก็เดาได้ไม่ยากว่าต้องเป็นคนของไอศูรย์แน่ ซึ่งเขาไม่อยากมีปัญหากับคนในครอบครัวจึงโกหกอริสราว่ามีคนร้ายสะกดรอยตาม และเพื่อความปลอดภัยเธอต้องนั่งแท็กซี่กลับบ้าน

อิศร์เลี้ยวรถเข้ามา จอดในปั๊มแล้วจะเรียกแท็กซี่ให้อริสรา แต่ระหว่างนั้นเจอแพรพลอยขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาเติมน้ำมัน อิศร์เลยรั้งแพรพลอยไว้แล้วรีบส่ง

อริสราขึ้นแท็กซี่โดยที่นักสืบของไอศูรย์ไม่รู้เห็น จากนั้นอิศร์ขอความร่วมมือจากแพรพลอยให้แสดงตัวเป็นแฟนเพื่อตบตานักสืบ

แพร พลอยฝืนใจแทบแย่ แต่อิศร์ชอบใจและฉวยโอกาสใกล้ชิดเพราะลึกๆแอบชื่นชมประทับใจหญิงสาวอยู่เป็น ทุน ที่สุดนักสืบก็จากไปเมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่อิศร์อี๋อ๋อไม่ใช่อริสรา

ooooooo

ที่บ้านโอบไอรัก เปี๊ยกถูกอัมพาทำโทษด้วยไม้เรียวที่ริอ่านเป็นขโมยจนเป็นเหตุให้ตัวเองถูกรถเฉี่ยวบาดเจ็บฟกช้ำ

เปี๊ยก สำนึกผิดกราบขอโทษอัมพา และเข้าใจดีว่าแม่ต้องการให้ตนเป็นคนดี จึงรับปากว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว แพรพลอยกลับมาเห็นจึงปลอบทั้งแม่และน้อง ก่อนจะเอาบัตรงานเลี้ยงประมูลของเก่าที่พรรคของรัฐมนตรีบรรเลงให้อัมพา ท่านเชิญไปและจะมอบทุนการศึกษาให้เด็กๆ

ค่ำคืนงานวันประมูลของเก่า แน่นอนว่าอิศร์ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทมายาวีลูกสาวของบรรเลงต้องมาร่วมงาน แถมพ่วงด้วยเรณูกับไอริณ และอริสรา งานดำเนินไปอย่างราบรื่นโดยมีแพรพลอยและบอดี้การ์ดอีกจำนวนหนึ่งดูแลความ เรียบร้อย แต่ไม่มีใครรู้ว่าทางตำรวจได้ส่งผู้กองอนุภัทรและลูกน้องมาด้วยเหมือนกัน เนื่องจากมีข่าวระแคะระคายว่าจะมีการโจรกรรมของเก่ามากมูลค่า

แล้วก็ จริงดังสายข่าวแจ้งมา...มีคนร้ายสามสี่คนเข้ามาปล้นของประมูลจนเกิดปะทะกับ ตำรวจและพวกแพรพลอย แต่คนร้ายทำไม่สำเร็จแถมถูกจับตัวได้ ส่วนอัมพาที่ถูกจับเป็นตัวประกันก็ปลอดภัย แต่บรรเลงถูกคนร้ายยิงบาดเจ็บต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล

หลังจากทำแผลให้บรรเลงแล้ว หมอบอกทุกคนที่รุมล้อมให้สบายใจได้ว่าแผลไม่ร้ายแรง โชคดีที่กระสุนเฉี่ยวแขนไปไม่โดนอวัยวะสำคัญ

“โธ่คุณหมอ แค่เฉี่ยวเมย์ก็หัวใจจะวายแล้ว ถ้าคุณพ่อเป็นอะไรขึ้นมา เมย์คง...โอ๊ยไม่เอา ไม่อยากนึก”

“พ่อไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้วใช่ไหมหมอ”

“ถ้าไม่มีอาการอื่นแทรกซ้อนก็น่าจะได้ครับ” พูดจบหมอเดินนำพยาบาลออกไป แพรพลอยขยับเข้ามาใกล้บรรเลง

“ขอโทษที่มาช้าค่ะท่าน แพรไปตามเรื่องที่สถานีตำรวจมา”

“ตกลงคนร้ายเป็นใคร”

“คนของท่านดำรงค่ะ”

“คุณอาดำรงเลขาพรรคน่ะเหรอ” มายาวีเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจ

แพรพลอยพยักหน้าก่อนรายงานต่อไป “คนร้ายซัดทอดว่าท่านดำรงร่วมมือกับพวกค้าของเก่าผิดกฎหมาย เปิดให้เข้ามาปล้นของไปขายต่างประเทศค่ะ”

“ที่แท้ ก็เกลือเป็นหนอน พวกมันถึงผ่านระบบรักษาความปลอดภัยมาได้ ฉันเองก็ได้ยินมานานเหมือนกันว่าดำรงพัวพันกับเรื่องนี้ แต่ไม่นึกว่าจะอุกอาจ”

“คุณพ่ออย่าเพิ่งคิดอะไรเลยค่ะ นอนพักดีกว่า จะได้หาย” มายาวีกุลีกุจอประคองพ่อลงนอน

“เดี๋ยวแพรจะไปส่งคุณเมย์ที่บ้านนะคะ”

“ไม่ค่ะ คืนนี้เมย์จะเป็นบอดี้การ์ดเฝ้าคุณพ่อเอง ไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นอีก คุณแพรกลับไปพักผ่อนดีกว่าค่ะ”

แพร พลอยฟังแล้วรู้สึกผิดที่ตัวเองทำหน้าที่ไม่ดีพอ ได้แต่พยักหน้ารับคำ...อีกมุมหนึ่งในโรงพยาบาล อิศร์กับอนุภัทรซึ่งเป็นเพื่อนสนิทยืนคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อิศร์ชื่นชมแพรพลอยเก่งมาก เธอคนเดียวยิงโจรคว่ำไปสามคน อนุภัทรเคยเห็นมาดบู๊ของเธอมาก่อนหน้านี้แล้วจึงผสมโรงเออออ

“ใช่...เธอเก่งมาก ฉันยังนึกว่าจะจีบ...”

อิศร์ตกใจรีบแทรกอย่างลืมตัว “เฮ้ย จีบเลยเหรอ”

“จีบมาเป็นตำรวจเว้ย”

“อ๋อ แล้วไป”

“แล้วทำไมแกต้องตกใจด้วย”

“ก็ นึกว่าแกจะจีบไปเป็นอย่างอื่น ฉันแค่อยากเตือนไว้ว่าเจ๊แกไม่ธรรมดา พกปืนเหมือนพกกระเป๋าตังค์ แถมยังมือไวใจเร็ว แตะนิดโดนหน่อยเป็นจับทุ่ม จับตีเข่า”

“แกไปรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง”

อิศร์อึกอักไม่กล้าสารภาพว่าเคยลองดีกับแพรพลอยมาหลายครั้ง ได้แต่บอกว่าเคยฟังเรื่องราวของเธอจากมายาวี

“อ้อ ยายไฮโซตัวยุ่งนั่นน่ะเหรอ นึกแล้วขนลุก ฉันไปล่ะ ไม่อยากเจอหน้า”

อนุภัทรรีบเดินออกไป อิศร์มองตามไม่เข้าใจว่าเพื่อนรักกับมายาวีมีเรื่องอะไรกันนักหนา

ooooooo

ภายในห้องพักวีไอพี มายาวีนั่งข้างเตียงกุมมือพ่อด้วยความเป็นห่วง แล้วหันไปถามแพรพลอยที่นั่งอยู่มุมหนึ่งว่าป้าอัมพาเป็นยังไงบ้าง

“ไม่เป็นอะไรค่ะ แค่ตกใจนิดหน่อย แพรให้กรณ์ พากลับบ้านไปแล้ว”

“หนูแพรก็น่าจะกลับไปพักเหมือนกันนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะท่าน แพรอยากอยู่ดูแลท่านมากกว่า”

“ข้างนอกนั่นเจ้าหน้าที่คงมาเฝ้าเต็มไปหมดแล้วล่ะ ไม่มีใครกล้าเข้ามาก่อเหตุซ้ำหรอก ไปพักเถอะหนูแพร”

“ไปเถอะค่ะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเมย์จะรีบติดต่อหาคุณแพรแน่นอน”

แพร พลอยไม่กล้าดึงดัน ลากลับไปทั้งที่ยังห่วงสองพ่อลูก...ด้านอิศร์ก็กลับบ้านแล้วเหมือนกัน ทันทีที่เขาจอดรถ ก็เห็นอริสราวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา

“ยังไม่นอนอีกเหรอครับ”

“ยังค่ะ อริสกังวลเรื่องที่งานเลี้ยงมากกว่า มีใครเป็นอะไรหรือเปล่า”

“คุณลุงบรรเลงบาดเจ็บเล็กน้อย นอกนั้นไม่มีอะไรครับ”

“อริสใจไม่ดีเลย จะนอนก็นอนไม่หลับ ยิ่งอยู่คนเดียวในห้องยิ่งกลัว”

“ให้เบญขึ้นไปนอนเป็นเพื่อนไหมครับ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่อิศร์นั่งคุยเป็นเพื่อนอริสซักพักก็พอ ยังไม่ง่วงใช่ไหมคะ”

อิศร์ อึดอัดใจ...ความจริงอยากนอนแล้วแต่ไม่กล้าปฏิเสธ เดินนำเธอไปที่สนาม...ไอริณยืนมองจากหน้าต่างบ้านด้วยความหมั่นไส้พี่สะใภ้ เรณูเดินมาหยุดข้างหลังลูกสาว ถามว่ายืนทำอะไรดึกดื่นแล้วไม่นอน

“ดูพี่สะใภ้ริณกำลังทำงามหน้าอยู่น่ะสิคะ”

เรณูขยับไปชะเง้อมองแล้วหันกลับมา “เขาก็แค่คุยกันเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรประเจิดประเจ้อซักหน่อย”

“แม่จะรอให้พี่อริสสวมเขาให้พี่ศูรย์จะจะก่อนหรือไงคะ ถึงจะขัดขวางเขาสองคน”

“ก็แม่ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไร เราก็เหมือนกัน อย่าเอาไฟร้อนๆมาโยนใส่บ้านหน่อยเลย แค่นี้ก็ร้อนพอแล้ว ไปนอนซะ”

เรณู บ่นแล้วเดินแยกไป ไอริณสะบัดหน้าอย่างขัดใจ พึมพำว่าเรื่องอะไรจะปล่อยให้คนเลวลอยนวล...พูดจบก็หยิบโทรศัพท์มือถือมา ถ่ายรูปอิศร์กับอริสราไว้

ooooooo

แพรพลอยกลับเข้าห้องพักในคอนโดฯด้วยท่าทีเหนื่อยล้า เปิดทีวีเห็นข่าวจากงานเลี้ยงก็ยิ่งหดหู่รู้สึกผิด

“ความ คืบหน้าเหตุยิงถล่มงานเลี้ยงของพรรคธรรมนำไทย ทำให้นายบรรเลง ศรัทธาสิทธิ์ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมได้รับบาดเจ็บ แต่ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว ส่วนการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานแล้วเข้าจับกุมนายดำรง พงศ์ธนะเสถียร เลขาธิการพรรค ในฐานะผู้บงการ...”

ภาพสุดท้ายในจอ ทีวีที่แพรพลอยเห็นคือมายาวีประคองบรรเลงที่เลือดเต็มแขนออกมา...เธอยิ่ง รู้สึกผิดเป็นทวีคูณที่เห็นมายาวีสะอึกสะอื้นเป็นห่วงพ่อ เพราะเหตุการณ์ทำนองนี้เคยเกิดกับตัวเองมาแล้วในอดีต

ตอนนั้นแพร พลอยยังเด็กและมีครบทั้งพ่อแม่ แต่เพราะมีคนร้ายเข้ามายิงพวกท่านตายแล้วยังเผาบ้านต่อหน้าต่อตาโดยที่เธอทำ อะไรไม่ได้เลย ตั้งแต่นั้นมาเธอจึงกลายเป็นเด็กกำพร้า...

แพรพลอย หยิบรูปถ่ายพ่อแม่ที่ยังเก็บเอาไว้ออกมาและพูดกับรูปอย่างเศร้าสะเทือนใจ “แพรเคยทำผิดที่ช่วยพ่อกับแม่ไว้ไม่ได้ มาวันนี้แพรก็ทำผิดซ้ำสองอีกที่ทำให้เจ้านายของตัวเองบาดเจ็บ”

หลัง จากพักผ่อนอยู่ที่นี่จนถึงเช้า...วันรุ่งขึ้นแพร-พลอยกลับไปที่บ้านโอบไอรัก ช่วยงานอัมพาด้วยความเต็มใจ แต่วันนี้เธอไม่ค่อยมีสมาธิ แม้แต่ร้อยด้ายก็ไม่สำเร็จ เลยบ่นออกมาอย่างท้อแท้

“แพรนี่ไม่ได้เรื่องเลย แค่ร้อยด้ายยังไม่เข้า งานก็พลาด”

“ยอม แพ้อะไรง่ายๆอีกแล้ว เอามานี่” อัมพารับเข็มมาร้อยด้ายพลางพร่ำสอน “อย่าไปคิดมากเลยลูก ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิด ท่านบรรเลงก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไม่ใช่เหรอ”

“แต่หน้าที่ของแพรคือต้องไม่ให้ท่านเป็นอะไรเลยนะคะ”

“คนเรามันผิดพลาดกัน แพรเองก็มัวแต่ห่วงหน้าพะวงหลัง ถ้าจะโทษ แพรโทษแม่ดีกว่าที่เป็นภาระให้แพรทำงานพลาด”

“ไม่ใช่ความผิดของแม่นี่คะ”

“ถ้าแพรไม่อยากแบ่งความผิดให้แม่ แพรก็โยนทิ้งไปให้หมด อย่าแบกทุกข์ไว้ในใจ แม่เห็นแล้วแม่ก็ทุกข์ไปด้วย รู้ไหม”

แพรพลอยฟังแล้วอึ้งพูดไม่ออก ขยับตัวเข้ากอดอ้อนอัมพาเหมือนเด็กๆ

ooooooo

ไอศูรย์เป็นเดือดเป็นแค้นหลังเห็นรูปถ่ายอริสรากับอิศร์ใกล้ชิดกันจนต้องกลับจากฮ่องกงก่อนกำหนดหนึ่งวันโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของอำพล
พอ ถึงบ้านไม่เห็นภรรยา ไอศูรย์ก็ยิ่งบ้า ตามมาเอาเรื่องสุนทรที่เรือนคนใช้โทษฐานไม่คอยเป็นหูเป็นตาตามคำสั่ง กรองทองเห็นพ่อโดนไอศูรย์ต่อยปากแตกก็เข้าขวางเลยโดนลูกหลงไปด้วยอีกคน

ทาง ด้านแพรพลอยที่ทำหน้าที่บกพร่องจนบรรเลงได้รับบาดเจ็บก็รู้สึกผิดคิดมากถึง ขนาดมาขอลาออก แม้บรรเลงกับมายาวีอ้อนวอนยังไงก็ไม่เป็นผล ส่วนอิศร์ช่วยกล่อมอีกแรงก็ไม่สำเร็จเช่นกัน ได้แต่บอกสองพ่อลูกให้หาบอดี้การ์ดคนใหม่ เอาแบบเก่งๆ แพงๆไปเลย แพรพลอยจะได้รู้ว่าพวกเขาไม่ง้อคนเล่นตัว

“แต่เมย์กับคุณพ่อชอบคุณ แพร ทำงานดีไว้ใจได้ หาคนใหม่ก็คงไม่ได้อย่างนี้อีกแล้ว อีกอย่างเราก็ไม่ได้อยู่กันแบบเจ้านายลูกน้อง แต่เราเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน”

“เขาคงไม่คิดแบบเมย์มั้ง ไม่งั้นคงไม่ทิ้งครอบครัวไปง่ายๆหรอก”

“เราจะลองพูดกับบริษัทของคุณแพรดีไหมคะ ให้เธอกลับมา”

“หนู แพรเป็นคนเด็ดขาด ลงว่าเขาตัดสินใจไปแล้วคงจะเปลี่ยนใจยาก ดีไม่ดีจะเข้าใจว่าเราใช้อำนาจบังคับนะลูก พ่อว่าถ้าเขาจะกลับมาก็ให้มาด้วยใจดีกว่า ไม่งั้นเราจะยิ่งมองหน้ากันไม่ติด”

“ก็เมย์เสียดายนี่นา” มายาวีพูดหน้าเศร้า บรรเลงถอนใจกลุ้ม อิศร์มองทั้งสองอย่างรู้สึกเห็นใจ หลังจากนั้นเขาตัดสินใจตามแพรพลอยไปถึงบ้านโอบไอรักเพื่อใช้ความพยายาม เกลี้ยกล่อมอีกครั้ง โดยได้ความร่วมมือจากเด็กๆ รวมทั้งอัมพา แต่ทว่าผลที่ออกมาก็ยังเหมือนเดิม

แพรพลอยใจแข็งมาก ยืนยันเหตุผลเดิมที่ตัวเองบกพร่องจนอัมพาไม่กล้าเซ้าซี้ต่อ อิศร์จึงกลับออกมาด้วยความผิดหวัง แล้วมุ่งหน้าไปพบมายาวีที่ร้านอาหารตามนัด แต่นึกไม่ถึงว่าจะเจอไอศูรย์กับอริสราที่นี่ด้วย

ไอศูรย์บังคับภรรยา มาทั้งที่ตัวเองต้องคุยงานกับลูกค้า เพราะไม่ต้องการให้เธอคลาดสายตา แต่อริสราอยากหนีสามีอยู่แล้ว พอเห็นอิศร์กับมายาวีจะกลับจึงลุกพรวดตามออกไปหน้าร้านแล้วขอติดรถกลับด้วย มายาวีซึ่งรู้เรื่องราวในอดีตระหว่างอิศร์กับอริสรา จึงช่วยขัดขวางเพราะไม่ต้องการให้อิศร์พัวพันกับอดีตคนรักที่กลายมาเป็นพี่ สะใภ้เสียแล้ว

มายาวีเจ้าเล่ห์แสนกลจนสามารถสลัดอริสราออกจากอิศร์ ได้ไม่ยาก แล้วต่างคนต่างกลับเพราะมายาวีต้องไปเอาเอกสารที่กระทรวงให้พ่อ ส่วนอิศร์กลับเข้าบ้านเพื่อพักผ่อนหลังเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน แต่ไม่เป็นอย่างตั้งใจเพราะกลับมาได้ยินไอศูรย์กับอริสราทะเลาะกันใหญ่โต

ด้าน มายาวีที่ตั้งใจไปเอาแฟ้มงานให้พ่อ ไม่คิดว่าจะเจออนุภัทรที่ต้องมาเอาเอกสารเรื่องคดีความตามคำสั่งเจ้านาย ทั้งคู่มีปากเสียงกันอีกเพราะยังขุ่นเคืองใจเรื่องที่ผ่านมา นี่เองเป็นเหตุให้เสียเวลาจนค่ำมืดและกลับออกไปไม่ได้เพราะ รปภ.ปิดล็อกกุญแจประตูโดยไม่รู้ว่ายังมีคนอยู่ในห้องทำงานของรัฐมนตรีบรรเลง

อนุ ภัทรได้โอกาสกลั่นแกล้งมายาวีให้ปีนออกไปทางฝ้าเพดาน ขณะที่ตัวเองแอบโทร.หา รปภ.ให้มา เปิดประตูแล้วเดินลอยนวลออกไปอย่างสบายใจเฉิบ ต่างจากมายาวีที่ต้องคลานมาตามเพดานฝ้าอย่างทุลักทุเล และเมื่อรู้ว่าตัวเองโดนหลอก หญิงสาวถึงกับปรี๊ดแตก แต่อนุภัทรก็ไม่สะทกสะท้าน

ส่วนที่บ้านอำพล...ไอศูรย์กำลังต่อว่าอริสราทำให้เขาอับอายขายหน้า ที่ลุกหนีลูกค้าในร้านอาหารเพียงเพราะต้องการไปหาอิศร์

“ฉันก็ไม่อยากจะฉีกหน้าคุณต่อหน้าแขก แต่คุณเป็นคนลากฉันไปพบพวกเขา”

“ก็ใครมันจะไปคิดว่าคุณจะเสียมารยาททิ้งแขกวิ่งตามชู้ไปอย่างนั้นล่ะ หน้าไม่อาย”

“คำก็ชู้สองคำก็ชู้ อิศร์เขาเป็นน้องคุณนะ!”

“แต่มันกำลังจะเป็นชู้กับเมียผม”

“งั้นก็หย่าให้ฉันสิ เขาจะไม่ต้องเป็น”

อริ สราสะบัดแขนออกแล้วเดินหนีขึ้นชั้นบนโดยไม่สนเสียงตะโกนเรียกอย่างเจ็บแค้น ของสามี เรณูอยู่อีกทางตกใจเสียงลูกชายรีบเดินมาถามว่ามีอะไรกัน

“เขาท้าผมหย่า”

“แม่บอกแล้วให้คุยกันดีๆก่อน ใช้อารมณ์กันทั้งคู่ ปัญหามันก็ไม่จบหรอก”

“อริสไม่ได้ปฏิเสธด้วยซ้ำ เรื่องที่ไปไหนมาไหนกับไอ้อิศร์”

“ก็มันเป็นเรื่องจริง แม่ก็รู้เห็นตลอด แต่ของแบบนี้มันเจตนานะลูก เท่าที่แม่ดูก็ไม่เห็นว่าอิศร์เขาจะ...”

“แม่ไม่ต้องพูดดีกว่า ยังไงแม่ก็เห็นลูกสะใภ้กับหลานชายดีเลิศประเสริฐศรีอยู่แล้วนี่”

เรณูถอนใจ พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ “แม่รักลูกนะ นี่แม่พยายามจะช่วย”

“ไม่มี ใครช่วยอะไรผมได้หรอก ผมจะจัดการปัญหานี้เอง” ไอศูรย์พูดจบก็ฮึดฮัดขึ้นห้อง เรณูส่ายหน้ากลัดกลุ้ม แล้วตัดสินใจไปคุยกับอิศร์ที่บ้าน

“ผมนึกแล้วว่ามันต้องกลายเป็นเรื่อง แต่จริงๆมันไม่มีอะไรเลยนะครับคุณป้า ผมแค่พาอริสไปทำบุญให้คุณพ่อคุณแม่เขาเท่านั้น”

“ป้ารู้จ้ะ แล้วป้าก็พยายามอธิบายให้ศูรย์เข้าใจแล้ว”

“แต่พี่ศูรย์ไม่เชื่อ...คุณป้าจะให้ผมทำยังไงครับ ให้ผมไปคุยกับพี่ศูรย์ไหม”

“ไม่ต้องหรอกจ้ะ อิศร์ก็รู้ว่าศูรย์เขาเป็นคนยังไง ป้าว่าทางออกที่ดีที่สุดก็คืออิศร์พยายามอย่าไปวุ่นวายกับหนูอริสเลยนะจ๊ะ”

อิศร์สบตากับเรณูกลุ้มๆ ไม่รู้จะบอกยังไงว่าอริสรามายุ่งกับตนเอง พอป้าดวงรู้เรื่องหลังจากเรณูกลับไปแล้ว ก็อดบ่นกับอิศร์ไม่ได้

“เฮ้อ...แทนที่ คุณเรณูจะกำราบลูกชายกับลูกสะใภ้ ดันมาพูดเหมือนคุณอิศร์เป็นคนผิด ทั้งๆที่คุณอริสนั่นแหละหาเรื่องมายุ่งกับคุณอิศร์เองแท้ๆ”

“คุณป้าก็คงไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน”

“ก็เลี้ยงลูกกันผิดๆมาแต่แรกแล้วไงคะ ให้ท้ายจนเป็นเทวดา ถึงคุมคุณไอศูรย์ไม่อยู่ กลายเป็นคุณอิศร์เดือดร้อน”

“ไม่เดือดร้อนหรอกครับป้า ก็แค่ต้องระวังตัวมากขึ้นเท่านั้นเอง”

“ป้าว่าคุณอิศร์รีบหาแฟนเถอะค่ะ”

อิศร์สะดุ้ง ถามป้าดวงว่าเอาอย่างงั้นเลยเหรอ?

“ป้า พูดจริงๆนะ ถ้าคุณมีแฟนไปซะ คุณไอศูรย์ก็จะได้สบายใจ คุณอริสก็คงไม่กล้ามาวุ่นวายกับคุณ ว่าแต่คุณไม่มีใครที่พอจะรักชอบสักคนเลยหรือไงคะ ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้”

อิศร์ สะดุ้งอีกรอบ ยิ้มเรี่ยราดไม่รู้จะพูดยังไงดี แล้วค่ำนั้นเองก็มีเหตุให้อิศร์ต้องออกไปที่บ้านโอบไอรักอีก เพราะเปี๊ยกส่งข้อความมาขอความช่วยเหลือ เนื่องจากแพรพลอยทำเกมในแท็บเล็ตที่อิศร์เพิ่งเอามาแจกเมื่อเช้าหายไปหมด

หลัง จากแก้ปัญหาให้เปี๊ยกได้แล้ว อิศร์ถือโอกาสกล่อมแพรพลอยอีกครั้งให้กลับไปทำงานกับบรรเลง แต่กลายเป็นว่าสร้างความหงุดหงิดให้หญิงสาวจนแทบโวยออกมา

“ฉันถามจริงๆ คุณเป็นอะไรนักหนากับการที่ฉันจะทำหรือไม่ทำงานให้ท่านบรรเลงเนี่ย”

“ก็ผมอยากให้คุณลุงบรรเลงมีคนเก่งๆดูแล”

“ตอน นี้ท่านได้บอดี้การ์ดคนใหม่แล้ว เจ้านายฉันเพิ่งโทร.มาบอก เป็นผู้ชาย ผ่านการฝึกมาจากเมืองนอก เคยเป็นการ์ดให้นักการเมืองฝรั่งมาหลายคน รับรองได้ว่าฝีมือดี ทีนี้เลิกเซ้าซี้ฉันได้หรือยัง”

“แล้วคุณจะทำอะไรต่อ กลับมาสอนเด็กๆที่นี่ตลอดไปเหรอ”

“ฉันจะช่วยแม่ดูแลน้องๆสักพักจนกว่าจะมีงานใหม่ที่น่าสนใจ แล้วถึงจะกลับไปทำ”

“ให้ผมช่วยหาไหม ผมรู้จักกับพวกวีไอพีหลายคนนะ”

“อย่า เลย ฉันชอบเป็นบอดี้การ์ดให้คนที่จำเป็นต้องมีบอดี้การ์ดจริงๆ ไม่ได้อยากเป็นแค่เครื่องประดับให้ไฮโซไว้อวดใครต่อใครว่ามีปัญญาจ้างผู้ ติดตาม”

แพรพลอยพูดจบก็ลุกหนีมาบอกลาอัมพาเพื่อกลับไปนอนคอนโดฯเพราะ พรุ่งนี้มีงานต้องสะสาง อิศร์เห็นว่าดึกแล้วจึงขับรถตามไปส่ง ระหว่างทางเกือบประสบอุบัติเหตุเพราะมีรถคนขี้เมาสวนมา แต่แพรพลอยก็ปลอดภัย เพราะอิศร์ช่วยไว้

ถึงหน้าตึกคอนโดฯ อิศร์พูดโน่นนี่อยากจะแวะกินกาแฟสักแก้วแต่แพรพลอยปฏิเสธ อ้างว่าเหนื่อยและอยากนอน เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกัน

“แสดงว่าผมมาส่งคุณได้อีกเหรอ”

แพร พลอยอึ้ง รู้ตัวว่าพลาดไปเลยตีหน้าเฉยเมย “ถ้าฉันยังไม่ย้ายคอนโดฯหนีคุณไปซะก่อนก็คงมีโอกาส มั้ง...อ้อ แล้วอย่าบอกแม่เรื่องที่ฉันเกือบเกิดอุบัติเหตุ วันนี้นะ”

“ก็ได้ แต่คราวหลังก็อย่าเสี่ยงแบบนั้นอีก คุณไม่จำเป็นต้องทำกับผมเหมือนเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ไม่อยากอยู่ใกล้ ผมแค่พยายามจะเป็นเพื่อนกับคุณเท่านั้น”

แพรพลอยไม่พูดอะไรอีก ได้แต่คิดในใจว่าหมอนี่พิลึกคน ทำไมถึงอยากเป็นเพื่อนกับตน

ooooooo

อิศร์ กลับเข้าบ้านยังได้ยินเสียงไอศูรย์กับอริสราทะเลาะกันแว่วมา เขาอยากจะไปอธิบายให้ไอศูรย์เลิกบ้าแต่ป้าดวงโผล่ออกมาดักหน้าเสียก่อน

“คุณอิศร์คะ เข้าบ้านเถอะค่ะ”

อิศร์สบตาป้าดวงอย่างกังวล แล้วมองไปทางบ้านอำพลอีก ป้าดวงพูดอย่างรู้ใจ

“ยิ่งคุณอิศร์เข้าไปเกี่ยวข้อง ปัญหามันก็จะยืดเยื้อ คุณไอศูรย์เธอรักเมีย โกรธแค่ไหนก็ทำร้ายคุณอริสไม่ลงหรอกค่ะ”

อิศร์คิดตามอย่างเห็นด้วย เดินตามป้าดวงกลับเข้าบ้าน แต่ไม่วายมองไปที่บ้านอำพลอีกครั้ง...

หลัง จากทะเลาะกันยกใหญ่ สุดท้ายสองผัวเมียก็จบลงที่เตียงนอนทั้งที่อริสราไม่เต็มใจ เมื่อไอศูรย์หลับไปแล้วเธอจึงขนเสื้อผ้าข้าวของย้ายไปห้องรับรองแขก กระทั่งเช้าไอศูรย์ตื่นขึ้นมารู้เห็น เลยมีปากเสียงกันอีก

“คุณกำลังจะทำอะไรอริส”

“ตั้งแต่นี้ต่อไปฉันจะนอนที่ห้องนี้”

“ทำไม”

“เพราะฉันไม่มีความสุขที่จะอยู่ใกล้คุณ”

ไอศูรย์ หน้าเสีย เห็นอริสรามองด้วยสายตาชิงชังก็รีบอ่อนลง “อริส...ถ้าเป็นเรื่องเมื่อคืนผมขอโทษ คุณอยากให้ผมชดใช้ยังไงบอกมาเถอะ อย่าทำอย่างนี้เลยนะครับ”

“อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ ฉันรังเกียจคุณ...ออกไป!”

อริ สราผลักเขาออกจากห้องแล้วปิดประตูใส่หน้าดังปัง ไอศูรย์ผลุนผลันกลับเข้ามาในห้องนอนตัวเนื้อสั่นด้วยความโมโหและเสียใจ มองตู้เสื้อผ้าที่เปิดทิ้งไว้ เหลือแต่ความวางเปล่าแล้วลุกพรวดไปกระชากลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง ปรากฏว่าข้าวของไม่มีเหลือสักชิ้น เขายิ่งโมโหคำรามด้วยความเจ็บแค้นใจ

“ไอ้อิศร์!! เพราะแกคนเดียวทำให้อริสเป็นอย่างนี้”

ooooooo

 

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"
6 พ.ค. 2564

06:31 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 18:54 น.