ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บอดี้การ์ดสาว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อิศร์บุกเข้ามาในห้องพักแพรพลอยและเกิดมีปากเสียงกันเพราะเห็นเธอดูข่าวการตายของสุนทรในทีวี ด้วยเข้าใจว่าเป็นฝีมือของเธอที่ต้องการฆ่าเขาตามคำสั่งมิสเตอร์ลี แต่สุนทรต้องมารับเคราะห์แทน

แพรพลอยโกรธแต่ไม่อยากตอบโต้อะไร ได้แต่ไล่อิศร์ออกจากห้องแต่เขาไม่ยอม แถมยังหยิบปืนมาท้าให้เธอยิงเขาจะได้ตายสมใจเสียที ไม่ต้องเสียเวลาวางแผนอีก แล้วก็ไม่ต้องทำให้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เดือดร้อนไปด้วย

“มันจะบ้ากันไปใหญ่แล้วนะคุณอิศร์ ฉันไม่รู้เรื่องอะไรที่คุณพูด เรื่องสุนทรถูกยิงก็ไม่เกี่ยวกับฉัน”

“อย่ามาแก้ตัวดีกว่า ผมรู้แล้วว่ามิสเตอร์ลีจ้างคุณมาเพื่อให้จัดการผม ที่สุนทรต้องโดนเก็บไปด้วยก็เพราะเขารู้ความลับนี้”

“เพ้อเจ้อใหญ่แล้วคุณอิศร์ ออกไปนะ”

“ผมมาให้คุณฆ่า เพราะหัวใจผมมันตายไปแล้วหลังจากที่คุณไปจากผม ถ้าคุณต้องการจะทำให้ผมตายไปด้วย ผมก็จะไม่ขัดขืน ขออย่างเดียวให้คุณเป็นคนลงมือ ไม่ใช่ลูกน้องของคุณ เอาสิ ยิงผมเลย...หรือคุณกลัวว่ามันจะไม่แนบเนียน งั้นผมช่วยคิดให้ คุณเอาไปบอกใครๆก็ได้ว่าผมจะมาปล้ำคุณ คุณก็เลยต้องป้องกันตัว ดีไหมล่ะ หรือต้องให้ผมแสดงไปตามบทด้วย คุณถึงจะอิน”

อิศร์บ้าดีเดือดโถมตัวเข้ากอดจูบซุกไซ้แพรพลอย แต่เธอดิ้นขัดขืนจนมือปัดปืนตกลงพื้นลั่นเปรี้ยง โชคดีที่ไม่โดนใคร แต่อิศร์ก็ชะงักและได้สติ รู้สึกเสียใจเมื่อเห็นน้ำตาของเธอ

“คุณกลับไปได้แล้ว ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจเรียก รปภ.มาลากคุณไปโรงพัก คุณคงไม่อยากให้บริษัทคุณต้องเสียชื่อหรอกนะ”

“ทำไมคุณไม่ทำ ทำไมคุณไม่ฆ่าผม”

“คนอย่างคุณ ฆ่าไปก็ตายเปล่า ออกไป!”

อิศร์ถูกเธอผลักออกจากห้องแล้วปิดประตูใส่หน้าดังปัง...ต่างคนต่างเศร้าสะเทือนใจ

รุ่งขึ้น อำพลกับไอริณตกใจหลังทราบข่าวสุนทร ต่างจากไอศูรย์ที่ดูนิ่งไม่สนใจ นี่เองทำให้อำพลสงสัยลากตัวลูกชายมาคาดคั้นจนได้ความจริง

“แล้วทำไมไม่เล่าให้ฉันฟังว่าสุนทรมันโดนลูกหลงไปด้วย”

“ผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องไม่สำคัญ”

“มันเป็นลูกน้องเก่าของฉัน เป็นคนที่ฉันไว้ใจที่สุด ทำไมมันจะไม่สำคัญ”

“ก็แค่หมารับใช้ตัวหนึ่ง”

“ไอศูรย์...แกต้องหัดเห็นคุณค่าของคนอื่นบ้าง ที่เรามาถึงวันนี้ได้ก็เพราะมีคนอย่างสุนทรคอยเป็นมือเป็นเท้าให้”

“เอาเถอะ คุณพ่อจะยกย่องมันยังไงก็เรื่องของคุณพ่อแล้วกันครับ เผอิญผมไม่ซาบซึ้งด้วย คุณพ่ออย่าลืมนะว่าไอ้สุนทรมันทำอะไรกับผมเอาไว้”

ไอศูรย์กระแทกเสียงแล้วผละไป ทิ้งอำพลยืนหน้าเคร่งอย่างหนักใจ ส่วนอริสราเพิ่งทราบข่าวสุนทร และพอค่ำนั้นไปร่วมงานศพพร้อมครอบครัวอำพลแล้วรู้ว่ากรองทองโดนรถชนอาการสาหัสก็ตกใจยิ่งกว่า เพราะก่อนหน้านี้เธอหวังว่าจะขอความร่วมมือกรองทองเพื่อหย่ากับไอศูรย์

แพรพลอยตั้งใจมาเคารพศพสุนทรแต่เจออิศร์หน้าศาลา ทั้งคู่มีปากเสียงกันอีกก่อนที่อำพลจะออกมาขัดจังหวะและอนุญาตให้แพรพลอยเข้าไปได้ แต่อิศร์ก็ยังตามประกบและพูดจากระแนะกระแหนเธออีกจนได้

“คุณคงกินไม่ได้นอนไม่หลับสินะ ถึงต้องมาไหว้ขออโหสิคนตาย”

“ฉันขออโหสิเขาในสิ่งที่ฉันเคยทำ แต่ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด ฉันไม่ได้ทำอะไรเขา ถ้าคุณคิดว่าฉันโกหก คุณก็แจ้งตำรวจจับฉันสิ”

“คุณก็รู้ว่าผมทำไม่ได้ ผมไม่โหดเหี้ยมพอที่จะทำร้ายคุณ ไม่เหมือนที่คุณทำกับผม”

แพรพลอยมองอิศร์อย่างน้อยใจ รำพึงออกมาแผ่วเบาว่าสักวันหนึ่งเขาจะเข้าใจ...แล้วลุกหนีไปดื้อๆ อิศร์มองตามอย่างทั้งรักทั้งแค้น ไอริณจับตามองอยู่เหมือนกัน เดินมาบ่นกับอิศร์ว่า

“แพรพลอยนี่ยังไงนะ ออกไปอยู่กับศัตรูแล้วก็ยังกลับมาวุ่นวายกับเราอยู่ได้ ผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไร”

“พี่จะให้คนคอยดูไว้ไม่ให้เขากลับมาอีก เพราะไม่รู้ว่ามิสเตอร์ลีส่งมาสอดแนมอะไรหรือเปล่า”

“ดีค่ะ ตอนนี้ไว้ใจใครไม่ได้จริงๆ พี่อิศร์ก็ระวังตัวนะคะ”

อิศร์พยักหน้า พลันโทรศัพท์ดังขึ้น เขากดรับแล้วบอกไอริณว่ามีเรื่องด่วนต้องรีบไป ไอศูรย์สังเกตอยู่ตลอด แอบยิ้มชั่วร้ายเพราะรู้ว่าทิตากำลังรอเล่นงานอิศร์อยู่

ทิตาในชุดคล้ายแพรพลอยขับมอเตอร์ไซค์ตามอิศร์ไป เธอจงใจทำให้เขารู้ตัวและเข้าใจว่าเป็นแพรพลอย ซึ่งก็สมใจเพราะอิศร์คิดอย่างนั้นจริงๆ แต่เพราะต้องรีบไปโรงพยาบาลเพื่อดูอาการกรองทองที่ได้รับแจ้งว่ารู้สึกตัวแล้ว เขาจึงเร่งเครื่องขึ้นอีกโดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นแผนของไอศูรย์นั่นเอง

ทิตาและลูกน้องลงมือกับอิศร์อย่างใจเย็นด้วยการตามประกบแล้วยิงล้อยางจนรถของเขาเสียหลักไถลลงไหล่ทางที่เต็มไปด้วยน้ำมัน จากนั้นเธอจุดไฟแช็กขว้างเข้าใส่รถจนไฟลุกพรึบก่อนจะระเบิดตูม แล้วยืนมองผลงานตัวเองอย่างสาสมใจ โดยไม่รู้ว่าอิศร์กระโดดออกจากรถได้อย่างฉิวเฉียด

แพรพลอยทราบข่าวกลางดึก เธอตกใจมากรีบติดต่อมายาวีกับอนุภัทรแล้วพากันไปยังที่เกิดเหตุ ช่วยกันค้นหาศพอิศร์แต่ไม่พบ แพรพลอยเสียใจอย่างสุดซึ้ง สติแตกตีอกชกตัวทั้งน้ำตาเพราะเข้าใจว่าอิศร์ตายแล้ว อริสราก็เป็นอีกคนที่รับไม่ได้ เธอกรีดร้องจนเป็นลม...แต่คนที่สมใจคือไอศูรย์ เขายินดีที่กำจัดอิศร์ได้เสียที ถึงกับชวนอำพลดื่มไวน์ฉลอง ไอริณมารู้เห็นโดยบังเอิญ ยืนตะลึงครู่หนึ่งก่อนจะพรวดพราดเข้ามาคาดคั้นพี่ชายจนกลายเป็นทะเลาะกันเอ็ดอึง

“พี่ศูรย์...พี่คิดอะไรของพี่ นี่มันฆ่าคนตายนะพี่มันผิดกฎหมาย”

“แล้วแกจะไปบอกใครทำไม แกก็รู้ว่าฉันกับมันเป็นศัตรูกัน ไม่มีมันสักคนหนึ่งอริสจะได้เลิกคิดทิ้งฉัน แล้วสมบัติมันก็ต้องตกเป็นของเรา”

“แสดงว่าคุณพ่อก็รู้เห็นเป็นใจด้วยงั้นเหรอคะ”

อำพลหน้าซีดละอายใจ ไม่กล้ายอมรับ แต่ไอริณยิ่งเดาออก

“คุณพ่อ...ริณยอมหุบปากเงียบตอนที่รู้ว่าคุณพ่อกับพี่ศูรย์เล่นไม่ซื่อแอบยักยอกเงินบริษัท แต่นี่คุณพ่อกับพี่ศูรย์ร่วมมือกันฆ่าพี่อิศร์ เขาเป็นพี่ชายคนหนึ่งของริณเหมือนกันนะคะ”

“มันไม่ใช่ลูกพ่อแม่เดียวกับเรา มันไม่ใช่พี่น้องฉัน”

“พี่ศูรย์...พี่นี่มันอสูรชัดๆ”

ไอศูรย์โกรธจัดตบหน้าน้องสาวดังฉาดโดยที่อำพลก็ห้ามไม่ทัน

“แกจำไว้...ฉันคือพี่ชายของแก ไม่ใช่ไอ้ลูกกำพร้าที่คุณปู่เลี้ยงมาอย่างลำเอียงนั่น แกต้องเคารพฉัน หรือแกคิดจะปากโป้ง...ฮึ” ไอศูรย์เงื้อมืออีกแต่อำพลเข้าขัดขวาง สั่งเฉียบว่าห้ามทำอะไรน้อง

ไอริณมองทั้งคู่อย่างผิดหวังเสียใจ วิ่งน้ำตานองหน้าขึ้นห้องนอนร้องไห้ตัวโยน สักครู่อำพลตามเข้ามา

“คุณพ่อ...บอกริณสิคะว่าคุณพ่อไม่ได้เห็นดีเห็นงามไปกับพี่ศูรย์ คุณพ่อไม่ได้รู้เรื่องนี้”

อำพลก้มหน้านิ่งพูดไม่ออก เท่ากับยอมรับโดยดุษณี ทำให้ไอริณยิ่งเสียใจ

“แสดงว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับพี่อิศร์ มีคุณพ่อกับพี่ศูรย์อยู่เบื้องหลังมาตลอด”

“พ่อทำเพื่อทุกคนนะ คุณปู่ของริณไม่ยุติธรรม”

“แล้วพี่อิศร์จำเป็นต้องรับเคราะห์ด้วยเหรอคะ มันไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้แล้วหรือไง หุ้นบริษัทเขาก็ยกให้เราตั้งเยอะ”

“แต่มันก็ยังมีอำนาจบริหารอยู่  ถ้ามันได้เป็นใหญ่  เดชโชดมกรุ๊ปอาจจะไปไม่รอด  เพราะมันยังขาดประสบการณ์  พ่อยอมให้บริษัทที่พ่อดูแลมาพังลงไม่ได้”

“ริณเชื่อว่าคุณพ่อมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้  แต่คุณพ่อไม่ทำ  คุณพ่อปล่อยให้พี่ศูรย์เอาความหึงหวงมาครอบงำ  เพราะถ้า พี่ศูรย์กำจัดพี่อิศร์ได้ คุณพ่อก็จะพลอยได้ผลประโยชน์ ไปด้วย คุณพ่อรู้สึกผิดบาปน้อยลงไหมล่ะคะ  ที่ปล่อยให้ ลูกชายฆ่าหลานชายตัวเอง”

ไอริณจ้องหน้าพ่อแล้วร้องไห้  อำพลถูกแทงใจดำ  ค่อยๆหันหลังกลับลงมาข้างล่าง  เจอไอศูรย์กำลังมึนไวน์  และตั้งคำถามชวนโมโห

“เป็นยังไงครับคุณพ่อ  นังน้องไม่รักดี มันยังจะปากโป้ง หรือเปล่า ผมจะได้เก็บมันอีกคน”

“แกอย่าพูดบ้าๆนะไอศูรย์”

“พูดเล่นน่า” ไอศูรย์ย้ิมกรึ่ม  อำพลส่ายหน้าเหนื่อยใจ จะเดินออกไปแต่ต้องชะงักกับคำพูดประโยคต่อไปของลูกชาย  “ไม่มาฉลองหน่อยเหรอครับคุณพ่อ  เนื่องในโอกาสที่ศัตรู ของผมมันหายไปจากโลกพร้อมกันตั้งสามคน”

ไอศูรย์ดื่มหมดแก้วแล้วหัวเราะครื้นเครง  อำพล สังหรณ์ใจเดินออกมาสำรวจรถไอศูรยที่คลุมผ้าไว้  เห็น รอยบุบแล้วตัวชาวาบอย่างไม่คาดคิด

“พ่อไม่ควรออกมาหาคำตอบด้วยตัวเองเลย  ถาม ผมก็หมดเรื่อง” 

อำพลหันขวับมองลูกชาย “แก... แกขับรถชนกรองทอง”

“ผมกะชนมันทั้งพ่อทั้งลูก  แต่ไอ้สุนทรรอดไปได้  แต่มันก็หนีไม่พ้นลูกปืน  สะใจชะมัดที่เห็นสีหน้าจนตรอก ของมัน”

“นี่แกเป็นคนฆ่าสุนทรเองเหรอ”

“สามนัดระยะเผาขน...แบบนี้”  ไอศูรย์ทำท่ายิงให้ ดูอย่างสะใจ อำพลแทบล้มทั้งยืน หลงคิดว่าลูกชายแค่สั่งการ แต่กลายเป็นว่าลงมือด้วยตัวเอง

“แกทำได้ยังไง  สุนทรมันเป็นลูกน้องที่ดีที่สุด ของฉัน  กรองทองมันก็ไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย”

“มันสองพ่อลูกกุมความลับของผมไว้ แถมนัง กรองทองมันอาจจะทำให้อริสเอาไปอ้างฟ้องหย่าผมได้  ผมก็ต้องปิดปากมัน”  ไอศูรย์ยิ้มเหี้ยมเกรียม  อำพลเครียดจัด  ไม่นึกว่าลูกชายจะเป็นไปได้ถึงเพียงนี้...

วันเดียวกัน  อนุภัทรรีบร้อนไปพบหมอหลังได้รับ การติดต่อจากโรงพยาบาลที่อิศร์รักษาตัวอยู่  หมอบอกว่า อาการโดยรวมปกติดี เขาโชคดีมากที่ดีดตัวเองออก จากรถได้ทันเวลา  แถมยังตกลงในพุ่มไม้พอดี  เลยมีแค่ รอยบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆ  ไม่มีบาดแผลไฟไหม้  อีกไม่กี่ ชั่วโมงก็จะรู้สึกตัว

“แต่ผมคงต้องรบกวนให้โรงพยาบาลปิดเรื่องของอิศร์ไว้ก่อนนะครับ  เพี่อความปลอดภัยของเขา”

หมอพยักหน้าเข้าใจ...แต่ในขณะเดียวกัน  ไอริณ ที่เข้าใจว่าอิศร์ตายแล้วด้วยแผนการของไอศูรย์  เธอรู้สึกผิด แต่ไม่กล้าพูดเรื่องนี้กับใคร  ส่ิงเดียวที่ทำได้ตอนนี้คือ ใส่บาตรอุทิศส่วนกุศลไปให้เขา  ส่วนอริสราถึงแม้ไม่ปักใจ เชื่อแต่ก็อดเศร้าโศกเสียใจไม่ได้  ส่วนแพรพลอยเพ่ิงถูก ตำรวจจับกุมในข้อหาฆาตกรรมอิศร์  เพราะพยานเห็นเธอ ไปที่งานศพสุนทรแล้วโต้เถียงกับอิศร์ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต

ทนายของมายาวีพยายามยื่นประกันตัวแต่ตำรวจไม่ยอม  เพราะคดีนี้เป็นคดีใหญ่  และตอนนี้ก็กำลังออกหมาย จับมิสเตอร์ลีเหมือนกัน  เมื่อไอศูรย์ทราบเรื่องก็ได้ทีโยน ความผิดให้แพรพลอยเต็มๆ

“ตอนนี้ตำรวจจับตัวแพรพลอยไปแล้วเพราะสงสัย ว่าจะรับคำสั่งจากมิสเตอร์ลีมาเก็บนายอิศร์”

“หนูแพรน่ะเหรอ จะเป็นไปได้ยังไงกัน”

“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ครับอา  ก็ไอ้มิสเตอร์ลีต้อง การฆ่าอิศร์  มันถึงดึงแพรพลอยไปเพื่อวางแผนเข้าถึง ตัวอิศร์ไงล่ะ”

อำนวยน่ิงไป  ไอริณสะบัดหน้าพรืดอย่างไม่เชื่อ  ขณะที่อริสราท้วงขึ้นว่าอิศร์ตายจริงหรือเปล่าเรายังไม่รู้

“จนป่านนี้คุณยังจะละเมอเพ้อพกว่ามันยังมีชีวิต อยู่อีกเหรออริส  ตี่นได้แล้ว  ชีวิตเราทุกคนในบ้านนี้ต้อง ดำเนินต่อไป ไม่ใช่เวลามาเศร้าโศก”

ไอริณทนฟังไม่ไหวลุกพรวด  แล้วตอบประชดพี่ชาย ที่อยากรู้ว่าจะรีบไปไหน “ก็ไปดำเนินชีวิตต่อไงล่ะคะเดี๋ยว ชีวิตริณจะกลับสู่สภาพปกติไม่เร็วทันใจพี่”

ไอศูรย์ไม่พอใจจะเล่นงานไอริณโทษฐานอวดดี  แต่ต้องชะงักเพราะอำพลตวาดปราม ได้แต่มองตามน้องสาว เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ...ป้าดวงเหนื่อยใจ   ถามความเห็น เรื่องงานศพอิศร์จะทำยังไง  พออำนวยหยิบยกคำพูดอำพล ที่ว่าตำรวจยังไม่เจอศพอิศร์มาแย้ง ไอศูรย์ถึงกับแสดง ท่าทีฉุนเฉียว

“ก็ผมบอกแล้วไงว่ามันตายไปแล้ว มันอาจจะถูก ระเบิดชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนหาไม่เจอก็ได้”

“ทำไมคุณถึงแน่ใจขนาดนั้น” 

อริสราโพล่งขึ้นมาจนไอศูรย์อึ้ง  อำพลเห็นท่าไม่ดี รีบตัดบทบอกป้าดวงให้รอไปสักหน่อย  อีกสองวันตำรวจ คงยืนยันได้...ไอศูรย์หงุดหงิดที่ทุกคนยังไม่เชื่อว่าอิศร์ตาย แล้ว  เห็นอริสราขึ้นมาบนห้องร่ำไห้อาลัยอิศร์ก็ย่ิงโมโห

“คุณยังเล่นบทโศกไม่เลิกอีกเหรอ  ผมอยากจะ รู้จริงๆว่าผัวตัวเองตายบ้าง คุณจะเสียใจเท่านี้ไหม”

“ถ้าอยากรู้คุณตายซะทีสิ”

ไอศูรย์เจ็บจี๊ดกระชากแขนภรรยาอย่างแรง  “คุณรู้ ตัวหรือเปล่าว่าตอนนี้คุณไม่ได้อยู่ในฐานะที่เป็นต่อผมอีก แล้ว  เพราะตอนนี้ไอ้อิศร์มันก็ไม่อยู่แล้ว  คุณไม่มีเหตุผล ต้องทิ้งผมไปอีกแล้ว”

“คุณคิดว่าอิศร์เป็นเหตุผลเดียวที่ฉันจะทิ้งคุณงั้น เหรอ คุณนี่มันโง่สิ้นดี ฉันอยากไปจากคุณก็เพราะว่าฉัน ไม่ได้รักคุณ ต่อให้ไม่มีอิศร์ ฉันก็ไม่อยากอยู่กับคุณ”

“แต่คุณต้องอยู่  คุณจะไปไหนได้  พ่อ ญาติพี่น้อง คุณก็ไม่มี  จะมีผู้ชายซักกี่คนที่มันอยากได้แม่ม่ายที่เหลือ แต่ตัว คุณเป็นเมียผมแล้วก็ต้องเป็นตลอดไปชั่วชีวิต”

อริสราเจ็บใจ  ตบตีไอศูรย์แต่ถูกเขารวบตัวเข้ามา กอดปล้ำย่ำยีโดยที่เธอไม่เต็มใจ    

ooooooo

อิศร์ฟื้นในวันถัดมา  เขาเล่าเหตุการณ์เฉียดตายให้ อนุภัทรฟังพร้อมกับระบุว่าคนร้ายคือแพรพลอย แต่อนุภัทร ไม่เชื่อเพราะมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าแพรพลอยไม่มีทาง ทำร้ายอิศร์

“ใช่ค่ะ  เพราะคนที่ทำร้ายคุณอิศร์อยู่ใกล้ตัวมากกว่า นั้น”  กรองทองปรากฏตัวในชุดคนไข้  เธอเล่าความจริง ทั้งหมดที่อำพลกับไอศูรย์วางแผนฆ่าอิศร์มาตลอด “พวก เขาอยากได้สมบัติของคุณอิศร์  แล้วคุณไอศูรย์ก็กลัวคุณ อริสจะทิ้งเขาไป  พ่อรู้เห็นทุกอย่าง  ตอนนี้พ่อถึงรับกรรม อย่างสาสม กรองทองเองก็ต้องรับผิดชอบที่ปกปิด เรื่องนี้เอาไว้”

อย่างนี้นี่เอง  คุณแพรถึงบอกว่ามิสเตอร์ลีไม่น่า จะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”

“คุณแพรบอกแกเหรอ” 

“ใช่...นี่แหละคือเหตุผลที่คุณแพรทิ้งแกไปทำงานที่นั่น  เธอต้องการสืบว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังแผนการฆ่าแก  คุณแพรสืบมาตลอดจนล่าสุดที่คุยกับฉัน  เธอบอกว่านักฆ่า หญิงที่ตามฆ่าแกแอบพบกับนายสมชายบอดี้การ์ดคนใหม่ของแกที่พี่ชายกับลุงส่งมาอารักขา ทั้งหมดมันวนกลับมา เจอกันอย่างนี้เอง”

ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วอิศร์ถึงกับอึ้งงัน...เสียงโทรศัพท์อนุภัทรดัง  เห็นชื่อโชว์ว่ามายาวีก็แตกตื่น  เร่งสองคนตรง หน้าให้หลบไปก่อนเพราะยังต้องปิดเรื่องอิศร์เป็นความลับ  แต่พออิศร์แอบได้ยินมายาวีเข้ามาส่งข่าวอนุภัทรว่าแพรพลอย ถูกตำรวจจับ  ก็ปรากฏตัวออกมาด้วยความตกใจ

มายาวีงอนที่พวกเขาจงใจปิดบัง  แต่เดี๋ยวเดียวก็ ใจอ่อน  ยอมรับฟังเหตุผลที่ว่าอนุภัทรยังไม่อยากให้เรื่อง แพร่งพรายออกไปเพื่อความปลอดภัยของอิศร์กับกรองทอง

“ตอนนี้คดีของแกถูกโอนไปที่หน่วยฉันแล้วล่ะ  เพราะเป็นคดีใหญ่  พรุ่งนี้ตำรวจจะส่งตัวคุณแพรไปให้ เจ้าหน้าที่สอบสวน”

กรองทองขอร้องผู้กองให้ช่วยแพรพลอยเพราะเธอ ไม่เกี่ยวกับคดีนี้  แต่อนุภัทรแบ่งรับแบ่งสู้ว่าตนคงทำอะไร ไม่ได้มากเพราะรู้จักกัน  มันผิดวินัย  อิศร์เลยพูดโพล่งว่า ตนจะไปปรากฏตัวเพื่อล้างผิดให้แพรพลอย

“ไม่ได้นะ  ถ้าแกโผล่ไปตอนนี้นายไอศูรย์มันรู้ว่า แกยังไม่ตาย แกก็โดนตามล่าอีกแน่”

“ฉันไม่สน  ฉันต้องปกป้องคุณแพรบ้าง”

“อย่าเพิ่งวู่วามน่าอิศร์ ถ้าคุณแพรบริสุทธิ์ซะอย่าง ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้หรอก  หน้าที่ของแกตอนนี้คือระวัง ตัวเองให้ปลอดภัย  เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณแพรพยายาม ทำเพื่อแกมาตลอด”

คำพูดของอนุภัทรทำให้อิศร์นิ่งไปอย่างได้คิด หลังจากนั้นเขายอมไปซ่อนตัวที่บ้านของพ่อมายาวีแถวชานเมืองพร้อมด้วยกรองทอง แต่ยังไม่วายบ่นอุบว่าไม่อยากนั่งจับเจ่าอยู่อย่างนี้ทั้งที่แพรพลอยกำลังเดือดร้อน

“ฉันอยากเจอคุณแพร ฉันคิดถึง เป็นห่วง อยากขอโทษด้วย”

“อยากหลายอย่างไปแล้ว เก็บไว้ก่อน” มายาวีตัดบทจนอิศร์หน้ามุ่ย แต่อีกครู่ค่อยยิ้มออกเมื่ออนุภัทรบอกว่า “เอางี้...ถ้าแกอยากเจอจริงๆฉันจะให้แกไปเจอ แต่แกต้องระวังตัวอย่าให้ใครเห็นว่าเป็นแกเด็ดขาด เพราะเราไม่รู้ว่าพวกนายไอศูรย์จับตามองอยู่หรือเปล่า อย่าลืมว่าพวกเรายังไม่เจอศพแก”

ooooooo

ทิตาทวงเงินค่าจ้างจากไอศูรย์เพราะมั่นใจว่าอิศร์ตายแล้ว ไอศูรย์เองก็เชื่ออย่างนั้นแต่ยังเล่นแง่ไม่ยอมจ่ายให้ทั้งหมดเพราะงานยังไม่เสร็จ

“ตอนนี้คดีไอ้อิศร์มันกลายเป็นคดีใหญ่ไปแล้ว จะต้องมีการสอบสวนอย่างหนักแน่ ถ้าตำรวจเจอพิรุธแพรพลอยมันอาจจะหลุด แล้วทุกอย่างมันก็จะย้อนมาหาฉัน พรุ่งนี้จะมีการนำส่งตัวแพรพลอยไปหน่วยสืบสวน เธอต้องตามไปปิดปากมันในฐานะคนของมิสเตอร์ลี”

ทิตาพูดไม่ออก จำต้องดำเนินการตามคำสั่งไอศูรย์อีกครั้งโดยมีสมชายร่วมทีมในครั้งนี้ แต่กระนั้นงานก็ไม่สำเร็จอยู่ดี เพราะอิศร์พรางตัวมาช่วยแพรพลอยได้ทันท่วงที เมื่อไอศูรย์ทราบเรื่องก็หัวเสียหนัก เรียกทิตากับสมชายมาพบที่บ้านแล้วเอะอะโวยวายด่าทอก่อนจะสั่งการให้ไปตามล่าเอาศพแพรพลอยมาให้ได้ ถ้าไม่สำเร็จก็อย่าหวังว่าจะได้เงินค้าจ้างส่วนที่เหลือ

หลังจากทิตาและสมชายกลับไปแล้ว อำพลเรียกไอศูรย์ต่อว่า “นี่แกถึงขั้นพามันเข้ามาในบ้านเลยเหรอ ประเจิดประเจ้อเกินไปแล้วนะ”

“ใครมันจะมาทำอะไรล่ะครับคุณพ่อ นี่มันบ้านเราเองแท้ๆ”

“แต่ถึงยังไงมันก็ไม่ควร...พางูเห่าเข้าบ้านสักวันมันจะแว้งกัดเอา”

“ไอ้งูเห่าพวกนี้ผมเลี้ยงไว้ฉกศัตรู มันหมดประโยชน์เมื่อไรก็จะเด็ดหัวมันทิ้งให้หมด” ไอศูรย์ยิ้มเหี้ยมแล้วเดินออกไป อำพลถอนใจหนักหน่วง รู้สึกควบคุมไอศูรย์ยากขึ้นทุกวัน

ด้านแพรพลอยที่เพิ่งเห็นชัดๆว่าคนที่ช่วยเหลือเธอจนรอดพ้นเงื้อมมือทิตากับสมชายมาได้แท้จริงเขาคืออิศร์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าเขาอาจเสียชีวิตคาซากรถที่ระเบิดไปแล้ว...ด้วยความดีใจทำให้เธอกลั้นน้ำตาไม่อยู่และยอมให้เขาดึงตัวไปกอดด้วยความเต็มใจ พร้อมกับรำพึงรำพันขอโทษที่ปล่อยให้เขาเข้าใจผิดมาตลอด

“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษคุณ ผมมันวู่วามไม่ยอมใช้สติคิด”

“ใครเจอแบบคุณก็ต้องผิดหวังทั้งนั้น แล้วฉันก็ต้องการให้คุณผิดหวังในตัวฉันด้วยการตัดขาดกับฉัน ไม่งั้นแผนของฉันคงไม่สำเร็จ”

“แต่ผมว่าคุณก็ยังเล่นบทร้ายไม่แนบเนียน ผมถึงตัดคุณไม่ขาดสักที”

“เพราะคุณมันจอมตื๊อต่างหากล่ะ”

“แต่ผมก็ตื๊อสำเร็จ เมย์บอกว่าตอนที่รู้ว่าผมตาย คุณ ร้องไห้หนักมาก แทบจะยืนไม่อยู่ แถมยังกินไม่ได้นอนไม่หลับ”

“ไม่ใช่สักหน่อย”

“ไม่เอาน่าคุณแพร คุณปฏิเสธตอนนี้ก็สายไปแล้ว สายตาของคุณตอนที่เห็นผมมันโกหกไม่ได้หรอก ผมไม่อยากให้มีเรื่องอะไรมาทำให้เราสองคนเข้าใจผิดกันอีก เพราะถ้าเราไม่มีโอกาสเหมือนคราวนี้ เราคงจะเสียใจไปตลอดชีวิตนะครับ คุณแพรครับ สัญญาได้ไหมว่าเราจะไม่มีเรื่องอะไรปิดบังกันอีก”

“ค่ะ ต่อไปนี้เราจะไม่ปิดบังกันอีก ถ้าเราสองคนรอดกลับไปได้นะ”

ได้แน่นอน...อิศร์พาแพรพลอยไปที่บ้านชานเมืองและได้พูดคุยกับอนุภัทรกับมายาวี ทุกคนหารือกันอย่างเคร่งเครียดเพราะการที่อิศร์ทำแบบนี้อาจทำให้ตำรวจเข้าใจว่าแพรพลอยพยายามหนีคดี

“งั้นแพรจะไปมอบตัว”

“ไม่ได้นะคุณแพร ถ้ากลับไปตอนนี้แล้วพวกพี่ศูรย์รอเล่นงานอยู่ล่ะ พี่ศูรย์ทำถึงขนาดนี้ไม่มีทางถอยกลับง่ายๆ จนกว่าจะกำจัดเราทั้งคู่”

“แต่คุณแพรอยู่อย่างนี้ไม่ได้นะ” มายาวีท้วงขึ้น

“งั้นก็ให้ไอ้ภัทรหาทางพิสูจน์ความบริสุทธิ์คุณแพรให้ได้ก่อนสิ ไม่มีใครเป็นพยานได้เลยหรือไงว่าพวกมันจงใจจะฆ่าคุณแพร ยังไงฉันก็ไม่ปล่อยให้คุณแพรไปเสี่ยง... ภัทร แกให้ฉันมาอยู่ที่นี่เพื่อความปลอดภัยของฉัน แล้ว ไม่นึกถึงความปลอดภัยของคุณแพรบ้างเหรอวะ”

อนุภัทรนิ่งงัน คิดไม่ออกว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี

ooooooo

เช้าวันใหม่มีการประชุมผู้ถือหุ้นเดชโชดมกรุ๊ป ไอศูรย์ถือโอกาสนี้พูดเรื่องการแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ โดยผู้ที่เหมาะสมคืออำพลพ่อของตน แม้ตำรวจยังไม่พบศพอิศร์แต่ก็ผ่านมาสี่วันแล้ว ผู้ถือหุ้นทุกคนจึงไม่มีใครคัดค้านหากอำพลจะดำรงตำแหน่งนี้

แทนที่อำพลจะยินดีปรีดา เขากลับนิ่งขรึมขณะอยู่ด้วยกันตามลำพังกับไอศูรย์ในห้องทำงาน

“ยินดีด้วยนะครับพ่อ กับตำแหน่งกรรมการใหญ่อย่างเป็นทางการ ผมพาพ่อมาส่งถึงเส้นชัยจนได้ อย่าลืมขึ้นเงินเดือนให้ผมล่ะ”

“แต่ระหว่างเส้นทางของแกมันแลกกับชีวิตคนมากี่คนแล้วล่ะศูรย์ พ่อชักไม่แน่ใจว่ามันคุ้ม”

“จะคิดมากทำไมล่ะครับ ใครตายก็ตายไปสิ แต่เรายังอยู่ซะอย่าง”

“ที่เรายังอยู่ตอนนี้ก็เพราะความจริงข้างนอกนั่นมันยังไม่ถูกขุดคุ้ย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่...”

“ไม่มีวันนั้นหรอกครับพ่อ ผมจะไม่ยอมให้ใครมาขุดคุ้ย ความจริงจะต้องตายไปพร้อมกับนังแพรพลอย” ไอศูรย์เบรกพ่อด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดน่ากลัว

หลังจากนั้นไอศูรย์นัดพบทิตาอีกครั้ง วางแผน ให้เธอจับตัวอัมพามาเป็นเหยื่อล่อเพื่อให้แพรพลอยปรากฏตัว แต่ทิตาปฏิเสธเสียงแข็งเพราะมีเหตุผลส่วน ตัว หน้าที่นี้จึงตกไปอยู่ที่สมชาย

เหตุผลของทิตาก็คืออัมพาเป็นผู้มีพระคุณ แม้ เธอจะเคยอยู่ในบ้านโอบไอรักไม่นาน  แต่อัมพาก็รักและดูแลเธออย่างดีไม่ต่างจากเด็กคนอื่นๆ ดังนั้นเธอจึงยอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้อัมพาต้องตกอยู่ในอันตราย

ทิตาตามไปขัดขวางการทำงานของสมชายและสามารถช่วยอัมพาเอาไว้ได้ แต่ไม่ยอมเผยตัว รีบหนีไปทั้งที่บาดเจ็บ เมื่อแพรพลอยทราบเรื่องนี้จากมายาวีก็ตกใจและเป็นห่วงอัมพา อยากจะไปหาแต่มายาวีไม่ยอม

“อย่าเพิ่งเลยนะคะ ตอนนี้คุณแพรยังถือเป็นผู้ ต้องหาอยู่ ถ้าเกิดมีคนพบเข้าหรือคนอื่นรู้ว่าคุณแพรไปที่มูลนิธิ คุณป้ากับทุกคนอาจจะเดือดร้อนไปด้วย”
“แต่แม่แพรกำลังตกอยู่ในอันตราย”

“ขอเมย์ปรึกษากับผู้กองภัทรก่อนนะคะว่าเราควรทำยังไงกันดี บางทีเมย์อาจจะส่งคนไปคุ้มกันที่มูลนิธิให้ได้ค่ะ”

แพรพลอยนิ่งไปอย่างจำยอม ขณะเดียวกันนั้นอนุภัทรกำลังพูดคุยกับไอริณที่ตั้งใจมาปรึกษาหารือเกี่ยวกับคดีฆาตกรรม อยากรู้ว่าโทษหนักหนาสาหัสแค่ไหน อนุภัทรฟังแล้วเอะใจว่าเธอหมายถึงใคร จึงซักไซ้จนอีกฝ่ายถึงกับร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้นตันใจในความอำมหิตโหดเหี้ยมของพี่ชาย

มายาวีมาเห็นภาพอนุภัทรปลอบโยนไอริณอย่าง ใกล้ชิด ทำให้น้อยใจและเข้าใจผิดไปกันใหญ่ ถอยกลับออกไปเงียบๆ

บ่ายวันเดียวกัน สมชายลงมือซ้ำอีกครั้ง  ดักจับ อัมพาขึ้นรถตู้มาคุมขังไว้ที่โกดังร้างแล้วส่งแฟกซ์รูปอัมพา ถูกมัดมือเท้าเข้าไปที่มูลนิธิ...กรณ์ตกใจมากรีบส่งข่าวอนุภัทรและแน่นอนว่าแพรพลอยกับอิศร์ก็ต้องรู้ ทุกคนหารือกันอยู่นานก่อนจะตามไปช่วยอัมพา แต่มีข้อแม้ว่าอิศร์ห้ามเผยตัวเพราะกลัวไอศูรย์จะรู้ว่าเขายังไม่ตาย

อิศร์ใส่หน้ากากพรางหน้าตาก่อนเข้าไปช่วยอัมพา โดยต่อสู้กับสมชายด้วยปืนและมือเปล่าอย่างคล่องแคล่ว มีลูกล่อลูกชนมากขึ้น ไม่อ่อนแอเหมือนแต่ก่อน ส่วน แพรพลอยสู้กับไอศูรย์อยู่อีกด้าน ไอศูรย์ใส่ไอ้โม่ง แต่ทิตาที่สะกดรอยตามมาก็รู้ทัน

ไอศูรย์ตั้งใจฆ่าแพรพลอยแต่ทิตาขัดขวางและ ไล่ล่ากันไป ก่อนที่ไอศูรย์จะยิงเฉี่ยวแขนทิตาแล้วหลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย

หลังเหตุการณ์สงบลง พวกแพรพลอยพาอัมพามาที่บ้านชานเมือง กรณ์ตามมาสมทบทีหลังและร่วมรับฟังเรื่องกระต่ายหรือทิตาที่มีส่วนช่วยเหลืออัมพาให้ปลอดภัย แต่ตอนนี้เธอไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว

“แสดงว่าถ้าเรากล่อมให้ยายกระต่ายอะไรนี่มอบตัวได้ คุณแพรก็จะพ้นข้อหาใช่ไหม” มายาวีตั้งคำถาม

“ใช่...ถ้าเขายอมรับสารภาพแล้วก็เปิดเผยรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด”

“แต่แพรไม่แน่ใจว่าเขาจะยอมหรอกค่ะผู้กอง บางทีกระต่ายอาจจะทำไปเพราะต้องการช่วยแม่คนเดียว เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับแพร”

“ทำไมแพรถึงคิดอย่างนั้นล่ะลูก” อัมพาถามเสียงอ่อน

“เพราะเขารู้ว่าแพรเป็นใครตั้งแต่แรกค่ะ แต่เขาก็ยังพยายามจะฆ่าแพร”

ทุกคนนิ่งไปอย่างกังวล ทันใดโทรศัพท์อนุภัทรดังขึ้น...มายาวีได้ยินเสียงอนุภัทรรับสายเรียกชื่อไอริณก็ขุ่นมัวขึ้นมา แต่หารู้ไม่ว่าเขามีธุระส่วนตัวให้อีกฝ่ายช่วยค้นหาหลักฐานที่จะเอาผิดไอศูรย์ให้อยู่หมัด เพราะไอริณเองก็ไม่อยากให้พี่ชายทำผิดมากไปกว่านี้

ไอริณแอบเข้ามาในห้องไอศูรย์เพื่อรื้อค้นหาปืนแต่ไม่เจอ...คนที่มาเจอกลายเป็นอริสรา แต่เธอเก็บเงียบเอาไว้โดยไม่ปริปากบอกใคร

ด้านแพรพลอยที่ต้องการเจรจากับทิตาอีกสักครั้ง เธอมุ่งหน้าไปบ้านป้าของทิตา โดยไม่รู้ว่าสมชายก็กำลังตามล่าเด็ดหัวทิตาตามคำสั่งไอศูรย์อยู่

ทิตาไม่ยอมปรากฏตัวมาพูดคุย แพรพลอยจึง ทำทีล่าถอยไปก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมาเพื่อเผชิญหน้ากันให้ได้ แต่กลายเป็นว่าขณะย้อนกลับมาเห็นทิตากำลังถูกพวกสมชายไล่ล่า จึงเข้าช่วยเหลือ แต่ทิตาก็เก่งกาจเอาตัวรอด แล้วฆ่าสมชายกับลูกน้องตายเรียบ แถมยังทำท่าจะฆ่าแพรพลอยอีกคนถ้ายังไม่เลิกตอแย

“กระต่าย ฉันอยากให้เธอมอบตัว ถ้าเธอรับผิดตอนนี้ โทษหนักจะได้เบาลง”

“ส่วนเธอก็จะได้แฮปปี้เอนดิ้งมีความสุข เหมือนที่เธอเคยเป็นมาตลอดชีวิตสินะ ขอโทษ ฉันไม่มีน้ำใจขนาดนั้นหรอก ฉันเดินมาไกลเกินกว่าที่จะถอยกลับไปทำความดีแล้ว”

“แต่เธอช่วยแม่ไว้”

“เพราะครูมีบุญคุณกับฉัน ครูพยายามชุบชีวิตใหม่ให้ฉัน ถึงฉันจะไม่ต้องการชีวิตแบบนั้น แต่ฉันก็ไม่เคยลืมความหวังดีของครู ตอนนี้ฉันเลือกเส้นทางของฉันได้แล้ว แล้วฉันก็เต็มใจที่จะเดินไปบนเส้นทางสายนี้ต่อไปสิ่งเดียวที่จะหยุดฉันได้ก็คือความตายแบบที่ฉันมอบให้คนอื่น”

“ไม่นะกระต่าย...”

“ไปจากที่นี่ซะ กลับไปสู้ในแบบของเธอ ถ้าเธอเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ในที่สุดแล้วเธอก็จะพ้นจากปัญหาทั้งหมดนี้ได้ เพราะโลกนี้มันอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม ใครทำดีก็จะได้ดี ทำชั่วก็จะได้ชั่ว...ลาก่อน”

ทิตาพูดทิ้งท้ายแล้ววิ่งหนีหายไปในพริบตา ทิ้ง

แพรพลอยยืนหน้าเศร้า ทั้งเป็นห่วงทิตาและเสียดายที่หว่านล้อมไม่สำเร็จ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 12:09 น.