ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บอดี้การ์ดสาว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แพรพลอยย้อนกลับมาที่บ้านป้าของกระต่ายหรือทิตาอีกครั้งหลังเกิดเหตุแก๊สระเบิดไฟไหม้ แต่ไม่นึกว่าจะเจออนุภัทรที่นี่ด้วย

การพบกันครั้งนี้ทำให้แพรพลอยยอมเผยข้อมูลของเพื่อนวัยเด็กที่ชื่อกระต่าย

“กระต่ายเป็นเพื่อนที่มูลนิธิของฉัน เขาหนีออกจากบ้านกว่าสิบปีแล้ว พบกันอีกทีเขาก็กลายเป็นคนที่พยายามตามฆ่าคุณอิศร์ ฉันไม่แน่ใจว่าใครกันแน่คือคนที่บงการเรื่องนี้ แต่ที่แน่ๆคงไม่ใช่มิสเตอร์ลี เพราะวันนี้กระต่ายพยายามฆ่าฉันด้วยเหมือนกัน”

“นี่ใช่ไหมครับคือเหตุผลที่คุณมาทำงานกับมิสเตอร์ลี ผมไม่เชื่อตั้งแต่แรกว่าคุณจะกล้าทิ้งนายอิศร์ไปง่ายๆ”

“มีทั้งเหตุผลนี้และเหตุผลอื่นค่ะ แต่ผู้กองอย่าเพิ่งบอกใครนะคะ งานของฉันยังไม่จบ ถ้ามีใครรู้เจตนาของฉัน คุณอิศร์อาจจะไม่ปลอดภัย”

“คุณยังห่วงนายอิศร์อยู่จริงๆด้วย...ตกลงครับ”

แยกจากแพรพลอยมาแล้ว อนุภัทรกลับมาที่บ้านอิศร์ เจอมายาวีกำลังเทศนาอิศร์ที่กินเหล้าเมามายไม่ยอมไปทำงาน แต่ห้ามเท่าไหร่เขาก็ไม่ฟัง เธอเลยแย่งแก้วเหล้ามาดื่มประชด อนุภัทรเห็นแล้วเหนื่อยใจแทน ตัดสินใจลากเพื่อนรักเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำราดรดเนื้อตัวจนเปียกโชกแล้วสั่งสอน

“ฟังนะไอ้อิศร์ ถ้าเป็นคนอื่นแกจะทำตัวตกต่ำยังไงฉันไม่สนหรอก แต่นี่แกเป็นเพื่อนรักฉัน ฉันนิ่งเฉยไม่ได้ ฉันรู้ว่าแกเสียใจเรื่องคุณแพร แต่แกอย่าลืมสิว่ายังมีคนอื่นที่เขารักและเป็นห่วงแกอยู่ แกทำแบบนี้ก็เท่ากับทำร้ายคนที่รักแกด้วย ชีวิตแกไม่ได้มีแต่คุณแพรนะโว้ย แกยังมีครอบครัว มีงานที่ต้องรับผิดชอบ”

อิศร์หยุดดิ้นรนขัดขืน มายาวียืนมองอย่างพอใจ แล้วยิ่งชอบใจเมื่ออิศร์เรียกบุญเกิดมาเอาขวดเหล้าไปทิ้งทั้งหมด

“ต้องอย่างนี้สิวะเพื่อน”

“แกพูดถูก ฉันเอาแต่นึกถึงคนอื่นจนไม่นึกถึงตัวเอง ไม่นึกถึงคนที่ยังรักฉัน ต่อไปนี้ฉันจะเข้มแข็งกว่านี้”

เมื่ออิศร์มุ่งมั่นขึ้นมาใหม่ อำพลกับไอศูรย์รู้เข้าก็เป็นเดือดเป็นแค้น ไม่ต้องการให้อิศร์ได้รับความไว้วางใจจากผู้ถือหุ้นข้ามหน้าข้ามตาตัวเอง ไอศูรย์คิดกำจัดญาติผู้น้องด้วยการทำเป็นหวังดีหาคนมาเป็นบอดี้การ์ด แต่ความจริงตั้งใจให้หมอนี่ร่วมมือกับทิตาต่างหาก

“ฉันเห็นว่าช่วงนี้นายไม่มีบอดี้การ์ดก็เลยหามาให้ สมชายเคยเป็นผู้ติดตามนักการเมืองดังๆมาแล้วเหมือนกัน ฝีมือดีไม่แพ้แพรพลอยหรอก”

“ที่จริงผมไปไหนมาไหนตามลำพังก็ง่ายดีนะครับ”

“อย่าประมาทเลยอิศร์ ถ้าคนที่ไม่หวังดีมันรู้ว่าแพรพลอยไม่ได้ทำงานกับแก มันต้องยิ่งหมายหัวแกแน่ๆ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจพี่ศูรย์กับคุณลุงแล้วกันครับ”

อำพลกับไอศูรย์ยิ้มให้กันอย่างพอใจ สมชายยืนนิ่งท่าทางนอบน้อมแต่ดูลึกลับ

ooooooo

สายวันเดียวกัน อนุภัทรแวะมาเอาเอกสารที่บรรเลงฝากไว้ที่บ้านและทราบจากสาวใช้ว่ามายาวีไม่ไปทำงาน เขาขึ้นไปดูเธอบนห้อง ปรากฏว่าเธอปากบวมแดงมีผื่นตามตัว ทีแรกนึกว่าเป็นอีสุกอีใส ที่ไหนได้เธอสารภาพว่าแพ้แอลกอฮอล์

“ฉันไม่น่าแย่งนายอิศร์ดื่มเลย อร่อยก็ไม่อร่อย แถมผื่นขึ้นทั้งตัว เข็ดจนตาย...ฉันคงน่าเกลียดมากสินะ”

“ไม่มากหรอก ยังไงคุณก็ยังสวยอยู่” อนุภัทรพูดยิ้มๆ มายาวีสบตาแล้วแอบเขิน “ถ้าคุณไม่เชื่อ ผมจะถ่ายรูปนี้ไปลงเฟซบุ๊กแล้วแท็กให้คนอื่นมาดู”

“จะบ้าเหรอ ไม่เอานะ ลบเดี๋ยวนี้” มายาวีแย่งโทรศัพท์แต่อนุภัทรไม่ให้ เลยกลายเป็นยื้อยุดกอดปล้ำล้มไปบนเตียงด้วยกัน ทั้งคู่ชะงักมองหน้า เพราะอารมณ์วาบหวามใกล้ชิด แต่ต้องผละออกจากกันเมื่อได้ยินเสียงกระแอม

อิศร์นั่นเอง...เขายืนกอดอกอมยิ้มมองทั้งคู่อย่างรู้ทัน “มัวแต่จู๋จี๋กันนี่เอง เลขาฉันถึงไม่ไปทำงาน”

ขณะนั้นที่หน้าบ้าน แพรพลอยขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอด เธอตั้งใจมาเยี่ยมมายาวีแต่สายตาเหลือบไปเห็นสมชายที่โรงรถ สมชายกำลังคุยโทรศัพท์รายงานไอศูรย์ และเดินเรื่อยออกไปทางสวน เด็ดดึงดอกไม้เล่นประสาคนมือบอน

แพรพลอยไม่ชอบใจเดินเข้ามาห้ามแต่อีกฝ่ายไม่ฟังจนกลายเป็นมีปากเสียงกัน และเกือบลงมือลงไม้ถ้าพวกมายาวีไม่ออกมาห้าม

“ตกลงผู้ชายคนนี้เป็นใครคะ” แพรพลอยตั้งคำถาม

“บอดี้การ์ดคนใหม่ของผมเอง ชื่อสมชาย ผมเพิ่งตัดสินใจจ้างมาทำงาน ต่อไปนี้คงต้องระวังตัวมากขึ้นเพราะ ศัตรูคงจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิม”

อิศร์พูดพลางมองแพรพลอยอย่างเป็นนัย อนุภัทรกับมายาวีอึดอัด เปลี่ยนเรื่องเพื่อคลี่คลายบรรยากาศ แต่กระนั้นอิศร์ก็ยังเย็นชาใส่แพรพลอยอยู่ดี

บ่ายนั้น สมชายกลับมารายงานไอศูรย์ที่บ้านว่าพบแพรพลอย

“นังนั่นแหละศัตรูตัวฉกาจของเรา แกระวังตัวไว้ให้ดีก็แล้วกัน อย่าให้มันจับพิรุธได้”

“ไม่ต้องห่วงครับ เท่าที่ผมสังเกตดูก็ไม่เห็นคุณอิศร์จะมีเยื่อใยกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว”

“ยังไงก็อย่าประมาท ถ้ามันรู้แผนของเรา งานกำจัดไอ้อิศร์อาจจะไม่สำเร็จอีก”

“ถ้างั้นคุณไอศูรย์จะให้ผมลงมือเลยไหมครับ”

“ยังไม่ต้อง ถ้าฉวยโอกาสตอนนี้ฉันอาจจะถูกเพ่งเล็งได้ แกคอยติดตามความเคลื่อนไหวของมันไปก่อนแล้วก็ส่งข่าวให้ทิตารู้ว่าชีวิตประจำวันไอ้อิศร์มันอยู่ที่ไหนบ้าง”

สมชายรับคำโดยดี...ส่วนอิศร์อยู่ที่บ้านตัวเอง กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับงาน แต่จู่ๆอริสราเข้ามาเอาอกเอาใจ

“อริสเป็นห่วงอิศร์ ก็เลยจะมาช่วยดูแล เพราะเห็นว่าคุณแพรไม่อยู่”

“แต่ผมก็ยังมีป้าดวงนะครับ”

“ป้าดวงก็มีหน้าที่อื่นต้องทำ”

“อริสก็มีเหมือนกัน หน้าที่ดูแลครอบครัวของอริสไงครับ อย่าห่วงผมเลย ผมมันคนโสด ชีวิตไม่ได้ต้องการอะไรมากหรอก แต่พี่ศูรย์...”

“อิศร์คะ เลิกพูดถึงคนอื่นได้ไหม อิศร์ก็รู้ว่าไม่มีใครสำคัญกับอริสเท่าคุณ”

“ไม่ได้หรอกครับ ผมไม่สมควรจะเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตของพี่สะใภ้ตัวเอง”

“อิศร์พูดเหมือนไม่เคยรับรู้ความในใจของอริสเลย”

“ผมรู้ แล้วผมก็ขอบคุณที่อริสยังเก็บความรู้สึกนั้นไว้เสมอมา แต่ ณ เวลานี้เราสองคนมีเส้นทางของตัวเองที่ต้องเดิน เราไม่สามารถร่วมทางเดียวกันได้ อย่างมากเราก็เป็นได้แค่ญาติ”

“ไม่! อริสต้องการมากกว่านั้น เพราะอริสไม่มีความสุขเลยนะคะอิศร์ อิศร์ก็รู้ว่าอริสไม่ได้เลือกทางนี้ด้วยตัวเอง อิศร์จะปฏิเสธเหรอคะว่าไม่เสียใจเลยตอนที่อริสต้องถูกบังคับให้แต่งงาน”

“ผมเสียใจ แล้วผมก็โกรธ ผมคิดว่าถ้าพี่ศูรย์เป็นคนไม่ดี ใช้กำลังตบตีทำร้ายอริส ผมจะเป็นคนแรกที่เข้าขัดขวางเขา แต่เท่าที่เห็นพี่ศูรย์ก็รักอริสมาก แล้วก็พยายามทำทุกอย่างให้อริสมีความสุข ผมก็ต้องการสิ่งเดียวกันให้กับอริส ในเมื่อพี่ศูรย์ทำหน้าที่ของเขาได้สมบูรณ์แล้ว ผมก็หมดห่วง”

“แค่นั้นเองเหรอคะที่อิศร์ต้องการ”

“ใช่ เพราะผมยังรักและหวังดีกับอริสเสมอ แต่ผมทำร้ายพี่ไอศูรย์ไม่ได้ แล้วผมก็ไม่อยากให้เราทั้งคู่ถูกตราหน้าว่าทำผิดศีลธรรม”

อริสราน้ำตาคลอ เม้มปากแน่น กล้ำกลืนความผิดหวัง อิศร์รีบตัดบทก่อนที่จะใจอ่อน

“ผมจะขึ้นห้องก่อน อริสกลับไปพักผ่อนเถอะ”

อิศร์รีบเดินออกไป อริสราน้ำตาร่วงด้วยความเสียใจ หันหลังกลับออกมาได้สองสามก้าวก็ต้องชะงัก เพราะไอริณเดินมาขวางทางหลังจากแอบฟังอยู่แต่แรก

“อุตส่าห์เข้าไปยั่วพี่อิศร์ตั้งนานสองนาน แต่ก็ไม่สำเร็จ หวังว่าจะเข็ดซักทีนะคะพี่อริส”

“คุณแอบดูฉันเหรอคะ”

“ไม่ต้องใช้ตาดูหรอกค่ะ แค่เงี่ยหูฟังก็ได้ยินไปถึงไหนถึงไหนแล้ว ช่างไม่มีความละอาย ดีนะที่พี่อิศร์ใจคอหนักแน่นไม่อยากปีนต้นงิ้วไปกับพี่อริสด้วย”

อริสราสะอึก หงุดหงิดจากอิศร์มาแล้ว ยิ่งมาเจอไอริณทับถมก็ชักโมโห

“สามีตัวเองนั่งทนโท่อยู่ที่บ้าน ทำไมไม่ไปบริการบ้างล่ะคะ แล่นมาหาคนรักเก่าอยู่ได้ ทั้งที่เขาแสดงออกตั้งนานแล้วว่าเขาไม่เอา”

“หุบปากนะ ทั้งหมดนี่ไม่ใช่เรื่องของเธอแม้แต่นิดเดียว ฉันอดทนให้เธอลามปามมามากแล้วนะไอริณ”

“ทำไมจะไม่ใช่เรื่องของริณ ในเมื่อพี่อริสเป็นเมียของพี่ศูรย์ สิ่งเลวๆที่พี่ทำมันก็เดือดร้อนมาถึงริณด้วยทั้งนั้น”

“งั้นก็ให้พี่เธอหย่ากับฉันสิ”

“ริณบอกอยู่ทุกวันนั่นแหละให้หย่าๆกันไปซะ จะได้หมดเรื่อง ผู้หญิงดีๆที่มีค่ามีเยอะแยะไป จะเสียดายอะไรกับนางวันทอง”

อริสราโกรธจนตัวสั่น ตบหน้าไอริณแล้วประกาศ กร้าว “ต่อไปนี้ถ้าเธอก้าวร้าวกับฉัน เธอก็จะโดนแบบนี้”

ไอริณกรี๊ดลั่นด้วยความแค้น พุ่งเข้าจิกหัวอริสราแล้วตบคืนไปหนึ่งฉาด อริสราสู้ขาดใจตบไอริณกลับจนล้มลงไปทั้งคู่ ป้าดวงกับอิศร์วิ่งออกมาจับแยก แต่สองสาวยังทุ่มเถียงกันอีกครู่หนึ่งก่อนที่ไอริณจะเป็นฝ่ายสะบัดจากไปพร้อมถ้อยคำอาฆาต

“คอยดูนะ พี่ศูรย์จะต้องรู้เรื่องนี้ แล้วพี่จะต้องเจ็บตัว”

ไอริณไม่ได้ขู่ แต่กลับไปฟ้องไอศูรย์จริงๆ อริสราจึงโดนไอศูรย์ตวาดใส่ทันทีที่กลับมาถึงบ้าน

“คุณชักจะหนักข้อขึ้นทุกวันแล้วนะอริส ทำไมต้องลงไม้ลงมือกับยายริณด้วย”

“แล้วน้องคุณไม่ได้บอกหรือไงว่าทำอะไรถึงต้องโดนอย่างนั้น หรือว่าบีบน้ำตาทำตัวเป็นนางเอก”

“ผมไม่นึกเลยนะว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้”

“ใช่ ต่อไปนี้ฉันเป็นคนแบบนี้แหละ ฉันยอมคุณมามากแล้ว มากจนน้องคุณกล้าขึ้นมาเหยียบบนหัวฉัน ต่อไปนี้ใครแรงมาฉันก็แรงกลับ”

“อริส!”

“ทำไม...รับไม่ได้เหรอ ถ้ารับไม่ได้ก็หย่าให้ฉันสิ ปล่อยฉันไปตามทางของฉัน”

“ทางที่คุณจะไปก็คือทางไปบ้านไอ้อิศร์ ผมรู้นะ”

“ใช่ ฉันจะกลับไปหาเขาแน่ เพราะสิ่งเดียวที่ขวางฉันกับเขาอยู่ก็คือทะเบียนสมรส”

“คนเลวๆอย่างมันเป็นได้ก็แค่ชู้ของคุณเท่านั้น”

“เหมือนที่กรองทองเป็นใช่ไหม ฉันรู้นะว่าคุณทำอะไรลงไป กรองทองสารภาพกับฉันหมดแล้ว คุณเอาแต่พูดว่าฉันเป็นเมียที่ไม่ดี คิดจะมีชู้ แต่ฉันก็ได้แค่คิด ส่วนตัวคุณเองกลับใช้กำลังข่มเหงกรองทองได้ลงคอ ใครกันแน่ที่เลว”

ไอศูรย์หน้าซีดพูดไม่ออก ทันใดนั้นสุนทรก้าวออกมาจากมุมหนึ่ง คาดคั้นทั้งคู่จนได้ความจริงก่อนที่เรื่องจะถึงหูอำพลกับเรณูในอีกครู่ต่อมา

“ก็บอกแล้วไงว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ฉันเมา แล้วเธอก็ทำปากดีด่าฉัน” ไอศูรย์โวยวายแก้ตัว

“มันไม่ใช่ข้ออ้างเลยนะศูรย์ กรองเนี่ยแม่เห็นมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เหมือนลูกหลาน เหมือนน้องของศูรย์ ลูกทำไปได้ยังไง”

“ก็แค่ครั้งนั้นครั้งเดียว แล้วก็ผมไม่ได้แตะต้องมันอีก”

“ครั้งเดียวมันก็เกินพอแล้ว” อำพลตวาดเสียงเขียว... ไอศูรย์ถึงชะงัก ก้มหน้านิ่ง อริสราได้ทีซ้ำเติม

“คุณเอาคำที่คุณกับน้องสาวดูหมิ่นฉันคืนไปให้หมด เพราะคนที่นอกใจไม่ใช่ฉันแต่เป็นตัวคุณเอง”

“หนูอริส มีอะไรค่อยๆพูดกันนะจ๊ะ”

“อริสไม่อยากพูดอะไรอีกแล้วค่ะคุณแม่ อริสต้องการแค่ใบหย่า”

“จะบ้าเหรอ ก็ผมบอกแล้วไงว่าไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่ได้มีชู้”

“ถ้าคุณไม่หย่าให้ฉัน พรุ่งนี้ฉันจะพากรองทองไปฟ้องมูลนิธิสตรี เอาให้ฉาวโฉ่กันทั้งหมดเลย ฉันไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้ว แต่คุณจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

ไอริณไม่พอใจสวนพี่สะใภ้ทันควัน “ที่แท้ก็จะเอากรองทองเป็นตัวประกันแลกกับกระดาษใบเดียว เห็นแก่ตัว”

“ถึงเวลาที่ฉันต้องเห็นแก่ตัวบ้างแล้ว กรองทองเตรียมตัวนะ เธอเคยขอร้องให้ฉันช่วยพาเธอไปให้พ้นบ้านนี้ พรุ่งนี้ฉันจะช่วยเธอ”

“ไม่! ผมไม่ให้กรองไป ผมจะไม่ให้ใครลากเอาลูกผมไปซ้ำเติมมากกว่านี้แล้ว...กรองกลับบ้านเรา ไม่ต้องกลัวนะ พ่ออยู่กับกรอง จะไม่มีใครมาทำอะไรลูกได้อีกแล้ว”

“สุนทรใจเย็นๆนะ เรื่องนี้ฉันจะรับผิดชอบเอง แกไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะให้ความยุติธรรมกับแกและลูก”

สุนทรมองอำพลอย่างซึ้งใจ กล้ำกลืนความโกรธ ประคองกรองทองออกไป ส่วนอำพลลากไอศูรย์เข้ามาชำระความตามลำพังในห้องทำงาน

“แกทำอย่างนี้ได้ยังไง ไอ้ลูกชั่ว...สุนทรมันเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงของเรา มันแสนจะจงรักภักดี แกไปเหยียบย่ำหัวใจมันอย่างนี้ได้ยังไง”

“ผมขอโทษ”

“แกคิดว่าคำขอโทษของแกมันแก้ปัญหานี้ได้ไหม ตอนนี้เมียแกมันก็เอาเรื่องนี้มาขู่ ถ้าข่าวหลุดออกไปชื่อเสียงธุรกิจเราก็ป่นปี้หมด เผลอๆแกก็ต้องไปนอนในคุก”

“ไม่นะพ่อ พ่อต้องช่วยผมนะ ทุกอย่างที่เราทำมาพ่อจะปล่อยให้ผมมาตกม้าตายเพราะเรื่องแค่นี้เหรอ”

“งั้นแกก็ต้องหย่า มันเป็นทางเดียวที่จะหุบปากเมียแกให้สนิทได้ ส่วนไอ้สุนทรฉันจะจัดการเอง”

อำพลฉุนเฉียวเดินออกไป ไอศูรย์อึ้ง แต่สายตาแข็งกร้าวไม่ยอม...

สุนทรก็ไม่ยอมเหมือนกัน เขาโกรธแค้นแทนลูกสาว แต่เมื่อนึกถึงบุญคุณของอำพลในอดีตที่ผ่านมาก็ได้เก็บความอัดอั้นไว้ในอก แต่หากไอศูรย์ยังรังแกกรองทองอีก คงได้เห็นดีกันสักวัน

ooooooo

วันรุ่งขึ้น แพรพลอยตั้งใจมาเก็บของที่ลืมไว้ในบ้านอิศร์โดยแจ้งมาทางป้าดวงแล้ว แต่เกือบจะมีเรื่องกับสมชายถ้าอิศร์ไม่ออกมาห้ามเสียก่อน

อิศร์ยอมให้แพรพลอยขึ้นไปเก็บของบนห้องแต่ไม่วายตามมาพูดจาตัดพ้อต่อว่าเธออย่างเย็นชา ทำราวกับว่าเธอจะขโมยของของตน

“คุณมาเอาอะไรไป ผมขอดูหน่อย...ขอโทษด้วยที่ผมไว้ใจคุณไม่ได้อีกแล้ว เพราะตอนนี้เราสองคนก็เหมือนเป็นคนอื่น”

“ถึงเราจะไม่ใช่พวกเดียวกัน แต่คุณก็น่าจะรู้ว่าฉันไม่ใช่พวกมือไว”

“ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น ผมไม่คิดว่าผมรู้จักคุณดีพอด้วยซ้ำ ถึงได้ถูกคุณหักหลังไงล่ะ”

แพรพลอยเจ็บใจแต่ก็ยอมเปิดกระเป๋า “ดูให้เต็มตาว่าฉันไม่ได้เอาอะไรของคุณไปแม้แต่นิดเดียว ฉันเข้ามายังไง ฉันจะออกไปอย่างนั้น”

“ไม่จริงหรอก สิ่งหนึ่งที่คุณได้ไปจากผมก็คือความรัก ความไว้เนื้อเชื่อใจ ที่ตอนนี้คุณทำลายมันแหลกลาญไปแล้ว”

“ฉันเสียใจค่ะ”

“เสียใจ...คุณพูดออกมาได้แค่เสียใจงั้นเหรอ”

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง”

สายตาอิศร์อ่อนโยน ทิ้งทิฐิลงชั่วขณะ เว้าวอนให้เธอกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม แพรพลอยได้ฟังถึงกับนิ่งงันไปอึดใจ น้ำตาเริ่มคลอ

“ผมรู้ว่าเรายังผูกพันกันอยู่ ผมรู้ว่าคุณรักผมไม่ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไปจากผม คุณทิ้งมันไปได้แล้วกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ผมขอร้อง”

แพรพลอยยืนนิ่งปล่อยให้เขาดึงตัวมากอดโดยไม่ปัดป้อง อิศร์เช็ดน้ำตาให้เธอก่อนโน้มหน้าจะจูบ แต่แล้วเธอกลับผลักไส ปฏิเสธเสียงแข็ง

“ไม่ค่ะ คุณเข้าใจผิดหมดทุกอย่าง ฉันไม่มีอะไรติดค้างกับคุณอีก เรื่องที่แล้วๆมามันเป็นแค่งานของฉันเท่านั้น ฉันเลือกเส้นทางใหม่ของฉันแล้ว คุณก็จงเดินต่อไปในเส้นทางของคุณ”

แพรพลอยผลุนผลันออกไป อิศร์ร้องเรียกอย่างสิ้นหวัง...ขณะเดียวกันที่บ้านพักของสุนทร ไอศูรย์นำเงินก้อนหนึ่งฟาดหัวกรองทองให้พาพ่อย้ายออกไปอยู่ที่อื่น

“เงินก้อนนี้เธอไม่มีวันหาได้ด้วยตัวเอง แต่ฉันให้เป็นค่าตัวของเธอ ที่จริงเธอก็ไม่ได้สึกหรออะไร ได้ไปเท่านี้ก็น่าจะเกินพอแล้ว เธอจะเอาไปตั้งตัวหรือเอาไปทำสวยหาผัวใหม่ก็ตามใจ แต่อย่าอยู่ที่นี่ ฉันไม่อยากให้เธออยู่ประจานตัวเองและครอบครัวของฉัน”

สุนทรยืนฟังอยู่หน้าบ้าน พุ่งพรวดเข้ามาตะบันหน้าไอศูรย์อย่างเหลืออด หมดความเกรงใจอีกต่อไป

“แกย่ำยีลูกสาวฉันไม่พอ ยังจะตามมาเหยียบย่ำมันอีก คนอย่างแกมันรกโลก ฉันจะฆ่าแก ไอ้สารเลว”

สุนทรรัวหมัดระบายแค้นที่อัดอั้นมาทั้งหมดไอศูรย์ทำอะไรไม่ได้นอกจากยกมือปัดป้อง กรองทองพยายามร้องห้ามแต่สุนทรไม่ฟัง บุญเกิดเห็นเหตุการณ์รีบวิ่งไปตามพวกอำพล แต่กว่าจะแยกสุนทรออกมาได้ไอศูรย์ก็หน้าแตกยับเยิน

แพรพลอยกำลังจะกลับออกจากบ้านอิศร์ พอดีป้าดวงวิ่งมาบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่ที่บ้านอำพล เธอจึงเดินตามอิศร์กับป้าดวงไป...

ภายในห้องรับแขกบ้านอำพล ทุกคนพร้อมหน้า สุนทรตัดสินใจลาออกจะพาลูกกลับไปอยู่บ้านเก่าที่อยุธยา แต่ไอศูรย์ต้องกราบขอโทษที่ล่วงเกินกรองทอง เราจะได้เลิกแล้วต่อกันอย่างสิ้นเชิง ไอศูรย์ฮึดฮัดไม่ยอมแต่ถูกอำพลบังคับเลยต้องก้มหน้าก้มตาทำตามความต้องการของสุนทร

แต่ทันใดไอศูรย์ก็ลุกพรวดเมื่อไอริณวิ่งมาบอกว่าอริสราหายไปเก็บข้าวของไปหมด ไอศูรย์เต้นผางกล่าวหาอิศร์รู้เห็นเป็นใจและทำท่าจะเอาเรื่อง แต่แพรพลอยขัดขวางพร้อมยืนยันว่าเขาไม่รู้เห็นอะไรทั้งนั้น เขาอยู่กับเธอที่บ้านตั้งแต่เช้า

ไอศูรย์ไม่พอใจตวาดไล่แพรพลอยแล้วผลุนผลันออกไปดักสุนทรกับกรองทองที่กำลังจะไปจากที่นี่ หาว่าทั้งคู่นัดแนะกับอริสราที่ไหนสักแห่ง ให้บอกมาเดี๋ยวนี้

“คุณไอศูรย์...ตอนนี้ผมกับกรองไม่ใช่บริวารที่ต้องฟังคำสั่งคุณอีกแล้ว ถ้าคุณแตะต้องกรองอีก ผมจะทำให้คุณเสียใจไปตลอดชีวิต คุณทำผิดไว้เยอะ สักวันหนึ่งกรรมจะสนองคุณแน่ อย่าให้ผมต้องเร่งให้มันมาถึงก่อนกำหนดเลย” สุนทรขู่แล้วพาลูกสาวออกไป ทิ้งให้ไอศูรย์นิ่งงัน มองตามสุนทรอย่างแค้นใจ

อริสราหนีออกจากบ้านไปอยู่โรงแรมแห่งหนึ่งแล้วโทร.ให้อิศร์มาพบ สมชายรู้เห็นรีบส่งข่าวไอศูรย์ทำให้ อริสราถูกลากตัวกลับไปขังไว้ในห้อง ห้ามออกมาเห็นเดือนเห็นตะวัน

แพรพลอยยังคงทำงานกับมิสเตอร์ลีทั้งที่เป็นห่วงความปลอดภัยของอิศร์ เพราะไม่ไว้ใจสมชายบอดี้การ์ดคนใหม่ ขณะเดียวกันสมชายก็จ้องจะร่วมมือกับทิตาจัดการอิศร์ตามคำสั่งไอศูรย์ วันหนึ่งแพรพลอยสะกดรอยตามสมชายและรู้เห็นว่าเขานัดเจอทิตา จึงแน่ใจสองคนนี้เป็นพวกเดียวกัน และต้องวางแผนทำอะไรบางอย่าง แต่ไม่เกี่ยวข้องกับมิสเตอร์ลีอย่างแน่นอน เพราะสมชายเพิ่งไปวางระเบิดโกดังของมิสเตอร์ลีเมื่อหลายวันก่อน ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพเอาไว้ได้

แพรพลอยนำเรื่องนี้มาปรึกษาอนุภัทรพร้อมกับฝากเขาไปเตือนอิศร์ให้ระวังตัว เพราะท่าทางสมชายไม่ใช่คนดี แต่ในขณะเดียวกันสมชายก็พยายามเป่าหูอิศร์ให้เข้าใจผิดแพรพลอย อิศร์ไม่ปักใจแต่ก็อดระแวงไม่ได้ฝ่ายอนุภัทรอยากบอกความจริงใจจะขาดว่าแพรพลอยห่วงอิศร์มากแค่ไหน และเหตุผลใดถึงไปทำงานกับมิสเตอร์ลี แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเธอขอร้องเอาไว้

อริสรายังคงถูกไอศูรย์คุมขังไว้ในห้อง วันนี้เธอแอบโทร.หากรองทองเพื่อขอความช่วยเหลือแต่ไอศูรย์เข้ามาได้ยินและยึดโทรศัพท์ไป นอกจากนี้เขายังคิดกำจัดกรองทองกับสุนทรก่อนที่ทั้งคู่จะนำความเดือดร้อนมาให้

ไอริณรับไม่ได้เมื่อรู้เห็นว่าพี่ชายกักขังอริสราราวกับนักโทษ อำพลเองก็หนักใจแต่ไม่รู้จะทำยังไงกับไอศูรย์ ได้แต่บ่นลูกชายมัวเมาอยู่ได้กับผู้หญิงคนเดียว สั่งให้เลิกกันไปซะจะได้จบๆก็ไม่เชื่อ

ไอศูรย์ไม่เชื่อฟังใครทั้งนั้นแม้แต่พ่อตัวเอง เขาใจคอโหดเหี้ยมอำมหิตถึงกับจะฆ่าสุนทรกับกรองทองด้วยการขับรถพุ่งชนในคืนหนึ่งที่อยุธยาแต่ไม่สำเร็จ กรองทองถูกรถเฉี่ยวจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ขณะที่สุนทรรอดปลอดภัยเพราะลูกสาวรีบผลักไปพ้นทาง

แม้ไม่เห็นหน้าตาคนร้ายแต่สุนทรก็ปักใจว่าต้องเป็นไอศูรย์อย่างแน่นอน...ด้วยความแค้นทำให้สุนทรติดต่อนัดพบอิศร์เพื่อจะบอกความลับอันเลวร้ายทั้งหมดของไอศูรย์ แต่ไม่ทันได้พูดสุนทรก็ถูกสมชายกับทิตาในคราบไอ้โม่งตามมาฆ่าตาย โดยที่อิศร์อยู่ในเหตุการณ์ แต่ช่วยเหลือไม่ได้ แถมตัวเองก็เกือบไม่รอดถ้าตำรวจไม่เข้ามาช่วยไว้

อิศร์เล่าให้อนุภัทรฟังว่าสุนทรโทร.มานัดพบบอกว่ามีเรื่องจะพูดแต่ยังไม่ทันคุยกันคนร้ายก็โผล่มาเสียก่อน คงเป็นกลุ่มเดิมที่พยายามจะฆ่าตน แต่สุนทรต้องมารับเคราะห์แทน

“แล้วบอดี้การ์ดแกล่ะ คุณเมย์บอกว่ามันติดตามแกมาติดๆ ไม่ได้ช่วยอะไรเลยเหรอ”

“สมชายน่ะเหรอ ฉันไม่เห็นเลยอาจจะตามไม่ทันก็ได้”

อนุภัทรนิ่งไปด้วยความสงสัย มายาวีพูดคุยกับญาติของสุนทรอยู่อีกทางก่อนจะเดินมาบอกสองหนุ่มว่ากรองทองยังไม่รู้สึกตัว เธอถูกรถชนเมื่อคืนก่อน แต่อาการปลอดภัยแล้ว

“รถใคร”

“ไม่มีใครรู้หรอก เพราะตอนเกิดเหตุสองพ่อลูกออกไปถางหญ้าในสวน”

“ฉันว่ามันแปลกๆนะ วันก่อนกรองทองโดนรถชน วันนี้สุนทรโดนฆ่า บางทีมันอาจจะเป็นการวางแผนเก็บสุนทรก็ได้ ไม่ใช่เพราะแกเป็นต้นเหตุหรอกว่ะอิศร์”

“ถ้าอย่างนั้นทำไมต้องมาเจาะจงตอนที่ฉันนัดพบกับสุนทรด้วย หรือว่ามันเกี่ยวกับความลับที่สุนทรจะบอกฉัน” อิศร์ครุ่นคิดอย่างหนัก แล้วตัดสินใจบุกไปหาแพรพลอยที่ห้องพักภายในคอนโดโดยไม่บอก

อนุภัทรและมายาวี

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 13:56 น.