ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บอดี้การ์ดสาว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อได้พบคณะของท่านบรรเลงแล้ว แพรพลอยกับอิศร์ร่วมทีมออกตามหามายาวีและอนุภัทรไปตามเกาะต่างๆ ที่สุดก็เจอทั้งคู่ที่เกาะร้างในสภาพโอบประคองกันแนบชิด นักข่าวที่ติดตามรัฐมนตรีบรรเลงมาด้วยก็เลยได้ภาพเด็ดไปเขียนข่าวซุบซิบจนสร้างความเสียหายให้ฝ่ายหญิง

ส่วนอิศร์กับแพรพลอยที่ไม่ได้เดินทางกลับพร้อมคณะของบรรเลง อิศร์ตั้งใจให้หญิงสาวพาไปยังบ้านหลังเก่าที่เคยอยู่ในวัยเด็ก เพื่อรำลึกความทรงจำขณะมีความสุขอยู่กับพ่อแม่ แล้วพาเธอกลับกรุงเทพฯอย่างปลอดภัย และเมื่อรับรู้ข่าวซุบซิบระหว่างมายาวีกับอนุภัทรในเชิงชู้สาว ทั้งคู่ก็อดหนักใจแทนพวกเขาไม่ได้

มายาวีเก็บตัวเงียบไม่ออกจากบ้านเพราะมีนักข่าวจ้องจะสัมภาษณ์ แต่หลายวันเข้าก็อึดอัดรำคาญจนต้องหาทางหนีไปหลบอยู่บ้านเพื่อน ขณะเดียวกันไอริณที่ปิ๊งอนุภัทรก็เป็นเดือดเป็นแค้นกับข่าวนี้ถึงขนาดบุกมาคาดคั้นความจริงจากเจ้าตัว

อนุภัทรไม่ตอบอะไรทั้งนั้นแถมยังลุกหนีไปดื้อๆ ทิ้งไอริณเต้นแร้งเต้นกาไล่ตามไม่ทัน...อนุภัทรหลบไปคุยกับบรรเลงด้วยสีหน้าท่าทีกลัดกลุ้ม ขณะที่บรรเลงก็ไม่รู้จะทำยังไงที่ผู้คนเข้าใจผิดกันใหญ่โต ขนาดให้ลงแก้ข่าวแล้วก็ยังไม่เชื่อ อยากจะเชื่อแต่เรื่องเสียๆหายๆ

“ผมต้องขอโทษท่านด้วยครับ”“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก เป็นคราวเคราะห์ของยายเมย์เอง รอดตายมาได้แต่ก็ต้องเสียชื่อ”

ฟังบรรเลงพูดแล้วอนุภัทรยิ่งไม่สบายใจ มาบ่นกับอิศร์และแพรพลอยว่าเกรงใจท่านบรรเลง ข่าวเขียนกันไปใหญ่โตว่าตนหวังตกถังข้าวสาร ทั้งที่เรื่องแบบนี้ไม่เคย อยู่ในหัวของตนเลย อิศร์เข้าใจความรู้สึกเพื่อน แล้วก็มั่นใจด้วยว่ามายาวีคงจะอาการหนักถึงได้เก็บตัวเงียบแบบนี้

ooooooo

ทิตาทำงานพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนไอศูรย์เดือดดาลบุกมาถึงที่พักของเธอเพื่อทวงเงินค่าจ้างคืน แต่เธอไม่ให้จึงมีปากเสียงกันครู่หนึ่งก่อนที่ไอศูรย์จะใช้กำลังปลุกปล้ำเธอแต่ไม่สำเร็จ แถมยังถูกเธอกรีดหน้าด้วยมีดจนเลือดซึม

“ถ้าไม่อยากอายุสั้นอย่าคิดทำอะไรโง่ๆอย่างนี้อีก...จำไว้”

ทิตาสำทับแล้วผลุนผลันออกไปพร้อมกระเป๋าสัมภาระ ไอศูรย์เจ็บใจกลับมาบ้านให้สุนทรช่วยทำแผลพร้อมกำชับว่าถ้าใครถามก็บอกว่าตนเดินชนกระจก

“คราวหลังคุณศูรย์อย่าไปยุ่งกับทิตาเลยนะครับ มีอะไรสั่งผ่านผมไปดีกว่า”

“ฉันไม่อยากได้ผู้หญิงคนนี้แล้ว แกหาคนอื่นมาลงมือเถอะ ไม่เห็นจะได้เรื่อง”

“แต่ทิตาเก่งจริงนะครับ ผมรับรอง”

“ถ้ามันเก่งจริงไอ้อิศร์ลงหลุมไปนานแล้ว” สุนทรนิ่งไม่ตอบโต้ เก็บอุปกรณ์ทำแผลแล้วไปบอกกรองทองให้เตรียมกับแกล้ม คุณไอศูรย์จะกินเหล้าที่นี่

“แล้วทำไมเขาต้องมากินที่นี่ด้วยล่ะพ่อ ทำไมไม่กินที่บ้าน”

“เขามีธุระจะคุยกับพ่อ”

“ธุระฆ่าคุณอิศร์ใช่ไหมพ่อ”

สุนทรชะงักไปนิดก่อนตำหนิลูกสาวว่าพูดจาเหลวไหล แต่กรองทองก็ยังคาดคั้นต่อไปว่าที่คุณอิศร์เกือบตายที่กระบี่คงจะเป็นฝีมือของเขา

“กรอง...พ่อบอกให้เลิกพูดเรื่องนี้ เตรียมกับแกล้มเสร็จแล้วก็รีบเอาออกไป”

กรองทองหน้างอ ยกจานกับแกล้มไปวางบนโต๊ะตรงหน้าไอศูรย์อย่างกระแทกกระทั้นแล้วเดินหนีทันทีที่เห็นสุนทรตามเข้ามา ไอศูรย์ไม่ได้ใส่ใจเธอ เรียกสุนทรมาสั่งให้ทำตามที่ตนบอก ไปหาคนใหม่มาจัดการอิศร์ เพราะทิตาท่าทางจะไม่ได้เรื่อง ขืนพลาดบ่อยๆอิศร์คงรู้ตัวเข้าสักวัน

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถึงจะจัดการคุณอิศร์ไม่สำเร็จ แต่ทิตาก็วางระเบิดเอาไว้ตามที่คุณศูรย์สั่งทุกอย่าง” สุนทรพูดอย่างมีเลศนัย ไอศูรย์นิ่งไปนิดก่อนจะค่อยๆยิ้มออกมา

ที่แท้ทิตาวางแผนโยนความผิดให้มิสเตอร์ลีตามเกมของไอศูรย์...ตำรวจพบอักษรภาษาจีนที่หัวไหล่ศพลูกน้องของทิตา และอักษรแบบนี้เป็นสัญลักษณ์ของแก๊งมาเฟียฮ่องกงซึ่งมีความเกี่ยวพันอย่างลับๆกับมิสเตอร์โรเจอร์ ลี

อนุภัทร อิศร์ และแพรพลอยรับรู้ข้อมูลนี้จากตำรวจเจ้าของคดีด้วยความประหลาดใจ หรือว่ามิสเตอร์ลีจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนร้ายที่ตามฆ่าอิศร์หลายครั้งแล้ว ดังนั้นเพื่อให้ตัวเองไม่เป็นภาระบอดี้การ์ดสาวจนเกินไป อิศร์จึงตั้งใจฝึกฝนวิชาหมัดมวยไว้ป้องกันตัวเอง โดยมีแพรพลอยเป็นผู้ฝึกสอน

แน่นอนว่าการฝึกย่อมมีพลาดพลั้งบาดเจ็บบ้างเป็นธรรมดา แต่อริสรารู้เห็นแล้วทำเป็นเรื่องใหญ่จะให้อิศร์หยุดพักทำแผล แพรพลอยแอบหึงจึงขอตัวไปวิ่งออกกำลังกายคนเดียว แต่สักครู่อิศร์ก็หนีอริสราตามมาจนได้ แถมยังมีโอกาสโชว์ฝีมือช่วยจับโจรปล้นร้านทองที่บังอาจเอาปืนปลอมมาเป็นอาวุธ

นอกจากมุ่งมั่นเรื่องส่วนตัวแล้วอิศร์ยังต้องเข้าไปทำงานที่บริษัท อำพลกับไอศูรย์วางแผนให้อิศร์ดูแย่ในสายตาผู้ถือหุ้นด้วยการเสนอในที่ประชุมว่าที่ผ่านมาบริษัทเสียความเชื่อมั่นจากคดีทุจริต ปลายปีนี้เราควรจะมีโปรเจกต์ใหญ่เพื่อดึงความสนใจของลูกค้าและนักลงทุนกลับมา

ไอศูรย์สนับสนุนไอเดียพ่อ เขาเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าเราไม่ควรอยู่เฉย ไม่งั้นคู่แข่งอย่างโรเจอร์ ลี จะนำหน้าเราออกไปเรื่อยๆ อิศร์เห็นด้วยกับสองพ่อลูก เช่นเดียวกับ ผู้ถือหุ้นท่านอื่นๆ แต่พวกเขาก็ยังอยากฟังไอเดียจากคนรุ่นใหม่อย่างอิศร์บ้าง

เหตุนี้เองทำให้อิศร์ต้องไปคิดเป็นการบ้านเพื่อพิสูจน์กึ๋นตัวเองเพราะอำพลเอ่ยปากคาดหวังไว้กลางที่ประชุมแล้วว่าพวกเราทุกคนจะรอฟัง แพรพลอยอยากช่วยอิศร์แต่ก็คิดไม่ออกเหมือนกัน ได้แต่ปลอบให้เขาใจเย็น ค่อยๆคิดอย่าไปเครียดเดี๋ยวจะกลายเป็นกดดันตัวเอง

“เย็นนี้ฉันจะไปกินข้าวกับแม่ คุณจะไปด้วยไหม เผื่อได้เล่นกับเด็กๆ แล้วจะหายเครียด”

ไม่นึกว่าการไปบ้านโอบไอรักครั้งนี้จะทำให้อิศร์ปิ๊งไอเดียจากคำพูดของเด็กชายเปี๊ยกที่จับกลุ่มเล่นกับเพื่อนๆ วาดฝันว่าอยากสร้างโรงเรียนไว้ใกล้ๆบ้าน มีสวนสนุกและสวนสัตว์อยู่ติดกัน เด็กในเมืองนี้จะได้มีที่เที่ยวเล่นไม่ออกไปเจอมลพิษข้างนอก

เมื่อเข้าประชุมในวันถัดมา อิศร์จึงร่างแบบจำลองโปรเจกต์ใหม่มาเสนอ

“โครงการที่ผมจะนำเสนอก็คือการสร้างกรีนซิตี้ เมืองสีเขียวกลางกรุงเทพฯ โดยทำเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่ปลอดมลพิษแต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล ตลาดค้าปลีก และที่สำคัญคือสวนสาธารณะ โดยจุดมุ่งหมายของกรีนซิตี้ก็คือให้ผู้อยู่อาศัยได้รับความสะดวกในชีวิตประจำวันมากที่สุดโดยไม่ต้องออกไปผจญกับความวุ่นวายและมลพิษที่มีอยู่ทั่วเมืองหลวง กรีนซิตี้จะเน้นเรื่องคุณภาพชีวิตมากกว่าความหรูหราสะดวกสบาย ผมว่านี่คือสิ่งที่คนกรุงกำลังต้องการ”

“น่าสนใจนะคุณอิศร์ ที่จริงโครงการแบบนี้ก็เคยมีอยู่บ้าง แต่ถ้าเราทำให้ครบวงจรจนเหมือนเป็นเมืองเล็กๆ อยู่ใจกลางเมือง ต้องได้รับการตอบรับดีแน่ๆ”

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ยกเว้นอำพลกับไอศูรย์ที่ขัดอกขัดใจอกแทบระเบิด และทันทีที่ออกจากห้องประชุม ลูกชายก็โวยวายกับพ่ออย่างหงุดหงิด

“ทำไมคุณพ่อไม่ขัดมันสักคำ ปล่อยให้มันได้หน้าจนคับห้องประชุมไปจนได้”

“พ่อไม่อยากได้ชื่อว่าพูดอย่างทำอย่าง ในเมื่อประกาศว่าจะให้มันพิสูจน์กึ๋น ก็ต้องปล่อยให้มันทำไป”

“แต่โครงการนี้มันเป็นงานใหญ่ ถ้ามันทำจนเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ ขาเก้าอี้คุณพ่อสั่นสะเทือนแน่”

“เราก็อย่าทำให้มันเกิดขึ้นสิ”

“โธ่คุณพ่อ มันหนังเหนียวอย่างนี้ ผมก็จนปัญญาเหมือนกัน”

“แต่งานนี้เราต้องขัดขวางให้ได้ ถ้าตัวมันตายยาก อย่างน้อยโครงการที่มันคิดก็ต้องตาย” อำพลสรุปด้วยน้ำเสียงดุดัน สีหน้าเหี้ยมเกรียม

ooooooo

ทางด้านอนุภัทรกับมายาวีที่ยังมีข่าวเสียหายตามออกมาเป็นระลอก หลังจากนักข่าวนำรูปใกล้ชิดของทั้งคู่บนเกาะร้างมาเผยแพร่

อนุภัทรพยายามหาทางออกด้วยการชวนมายาวีแถลงข่าวเพื่ออธิบายความจริง แต่ในขณะเดียวกันไอริณกลับทำให้เรื่องยุ่งยากมากขึ้นด้วยการชิงแถลงข่าวว่าตนเป็นแฟนอนุภัทร แถมยังใส่ร้ายว่ามายาวีมีหนุ่มในสต็อกมากมาย นี่เองทำให้มายาวีโกรธมาก และเข้าใจผิดคิดว่าอนุภัทรต้องการแถลงข่าวก็เพื่อจะรีบเคลียร์ตัวเองเพื่อไม่ให้ผิดใจกับแฟนตัวจริงอย่างไอริณ

เมื่อเรื่องราวบานปลายไปกันใหญ่ อนุภัทรยิ่งกลุ้มใจและสงสารมายาวีที่ถูกป้ายสีให้เสียชื่อเสียง อิศร์เห็นเพื่อนเครียดก็อยากกระเซ้าเย้าแหย่ให้คลายเครียดบ้าง

“ยายริณนี่ร้ายจริงๆ ถ้าแกจะตัดปัญหาก็ยอมๆน้องฉันเหอะวะ เรื่องจะได้จบ”

“จะบ้าเหรอ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับน้องแกนะโว้ย แล้วต่อให้ฉันยอมก็ล้างชื่อเสียงให้คุณเมย์ไม่ได้อยู่ดี”

“แล้วผู้กองจะทำยังไงคะ”

“ผมคิดไว้แล้ว แต่คงต้องขอความช่วยเหลือคุณแพรกับนายอิศร์หน่อย”

แพรพลอยกับอิศร์มองหน้ากันไปมา สงสัยว่าอนุภัทรจะทำอะไร...

วันเดียวกันนี้ กรณ์เห็นกระดาษข้อความประกาศยกเลิกสัญญาเช่าติดอยู่ที่ประตูรั้วจึงรีบนำมาให้อัมพาดูด้วยความตกใจ

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น เขาจะมาไล่ที่เราเหรอกรณ์”

“นั่นสิครับ ก็เราจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าให้ยายคุณนายไปแล้วนี่นา”

“แม่ได้ยินว่าคุณนายเขาขายที่ในซอยนี้ให้พวกนายทุนไปทำคอนโด นี่แปลว่าเราต้องโดนไปด้วยใช่ไหม”

อัมพาร้อนใจมาก ชวนกรณ์ไปบ้านคุณนายเนื้อทองเดี๋ยวนั้นเลย ปรากฏว่าคุณนายนั่งเชิดหน้าไม่อยากต้อนรับเหมือนรู้อยู่แล้วว่าทั้งคู่มาด้วยเรื่องอะไร

“ฉันขายที่ดินในซอยนี้ไปหมดแล้ว รวมทั้งที่มูลนิธินั่นด้วย เพราะมีคนเขาให้ราคาดี”

“แต่คุณนายได้ค่าเช่าทั้งปีของเราไปแล้ว จะมายกเลิกสัญญาตอนนี้ได้ยังไงครับ”

เนื้อทองพ่นเสียงรำคาญแล้วหันไปเปิดลิ้นชักหยิบเช็คออกมา “ฉันเตรียมเช็คไว้ให้แล้วย่ะ เอาเงินที่เหลือคืนไป แล้วก็ย้ายออกไปซะ”

“คุณนายคะ แล้วพวกเราจะไปอยู่ที่ไหนล่ะคะ”

“นั่นมันปัญหาของเธอไม่ใช่ของฉัน แต่ถ้าไม่มีที่ไปจะอยู่ไปก่อนก็ได้นะ รอให้มิสเตอร์ลีเจ้าของที่ดินตัวจริงเขามาทุบไล่ก็ดีจะได้ไม่ต้องขนของไงล่ะ”

อัมพาพูดไม่ออก แล้วโดนลูกน้องคุณนายเนื้อทองผลักไสออกนอกบ้านพร้อมกรณ์ แถมสั่งไม่ให้มาเหยียบที่นี่อีก กรณ์จะเอาเรื่องแต่อัมพาคิดว่าไม่มีประโยชน์ ยังไงเราก็แพ้เขาอยู่ดี เพราะที่ดินไม่ใช่ของเรา

“แปลว่าเรายังไงเราก็ต้องย้ายออกเหรอแม่ แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนล่ะครับ”

อัมพาตอบไม่ได้ ในมือถือกระดาษยกเลิกสัญญาเช่าที่มีโลโก้บริษัทของมิสเตอร์ลี ดูไปดูมาจำได้ว่าเคยเห็นจากนักธุรกิจคนหนึ่งที่นำเงินมาบริจาคให้มูลนิธิเมื่อวันก่อน

ooooooo

อนุภัทรตัดสินใจขอหมั้นมายาวีเพราะเชื่อว่าเป็นทางออกเดียวที่จะยุติข่าวฉาวที่สร้างความเสียหายให้แก่ฝ่ายหญิง แต่กลายเป็นว่ามายาวีโวยวายไม่เห็นด้วย

“บ้า! คุณมันบ้าชัดๆเลย นี่เหรอวิธีแก้ปัญหาของคุณ อยู่ๆก็จะมาขอฉันหมั้น”

“มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้คนอื่นเลิกพูดไม่ดีถึงคุณ ถ้าเราหมั้นกันซะข่าวลือทุกอย่างจะได้ยุติ คุณพ่อคุณก็เห็นด้วย”

“นี่พ่อฉันรู้ก็รู้เรื่องนี้เหรอ”

“ใช่...พ่ออนุญาต นอกจากเมย์จะมีทางออกอื่น”

มายาวีหันขวับไปมองบรรเลง แล้วเดินตามท่านไปคุยกันประสาพ่อลูก

“พ่อก็ไม่ได้เห็นด้วยเรื่องการตกกระไดพลอยโจน แต่มาถึงขั้นนี้แล้วพ่อเป็นห่วงชื่อเสียงของเมย์ ผู้กองอนุภัทรเองเขาก็อยากจะรับผิดชอบ อีกอย่างพ่อเห็นว่าเขากับเมย์ก็สนิทสนมกันดี ถือเป็นโอกาสศึกษากันไปก็ได้นี่ลูก บางทีที่เขาตัดสินใจแบบนี้อาจจะเป็นเพราะเขาสนใจเมย์ก็ได้นะ พ่อเองก็ไม่ได้รังเกียจเขา”

“เขาบอกคุณพ่ออย่างนั้นเหรอคะ”

“เปล่า แต่พ่อเป็นผู้ชาย พ่อรู้ว่าไม่มีชายโสดคนไหนอยากจะหาเรื่องผูกมัดตัวเองกับผู้หญิงที่เขาไม่มีใจด้วยหรอก เมย์เองก็น่าจะลองเปิดใจรับเขาไว้พิจารณานะ ไหนๆมันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว”

“เมย์ไม่เคยคิดว่าถ้าตัวเองมีคู่หมั้นมันจะต้องได้มาด้วยวิธีการแบบนี้”

“ก็ลองดูไปก่อน เมย์อาจจะเข้ากับเขาได้ดีก็ได้ หรือถ้าไม่ แล้วเมย์เจอคนที่ดีกว่า ผู้กองก็รับปากพ่อแล้วว่าเขายินดีที่จะให้เมย์เป็นอิสระ ถึงตอนนั้นก็ไม่มีใครมาว่าอะไรเมย์ได้อีก”

มายาวีนิ่งไปอย่างกลุ้มใจ ไม่ได้รังเกียจอนุภัทร แต่รู้สึกกลัวสถานะใหม่มากกว่า...

ขณะที่มายาวียังลังเล อิศร์กลับเร่งแพรพลอยไปร้านเวดดิ้ง อ้างว่าอนุภัทรให้ช่วยเป็นธุระเรื่องงานหมั้น ทั้งเลือกชุด ซื้อแหวน แต่เขากระดี๊กระด๊าราวกับเป็นงานของตัวเอง แพรพลอยรู้สึกประหลาดใจ โดยเฉพาะเรื่องแหวน ทำไมอนุภัทรถึงไม่ให้มายาวีเลือกเอง

ที่แท้อนุภัทรมีแหวนเก่าแก่ของแม่เตรียมไว้ให้มายาวีแล้ว แต่อิศร์ตั้งใจจะซื้อแหวนให้แพรพลอย ก็เลยทำทีให้เธอเลือกแล้วแอบซื้อเอาไว้โดยไม่บอกเธอตรงๆ

วันเดียวกัน อัมพากับกรณ์ไปที่บริษัทมิสเตอร์ลีเพื่อเจรจาเรื่องไล่ที่แล้วจะสร้างคอนโด แต่เขาไม่ว่างจึงให้เลขามาเป็นตัวแทน

“คุณเข้าใจถูกแล้ว เจ้านายผมต้องการที่ดินตรงนั้นทำคอนโด”

“คุณจะไล่พวกเราไม่ได้นะ พวกเราไม่มีที่ไป”

“เจ้านายคุณแวะมาทำบุญกับเรา แล้วเขาดูสนใจมูลนิธิของเรามากด้วย ให้ฉันกับลูกชายเข้าพบเขาเถอะนะคะ ฉันคิดว่าเขาต้องเข้าใจ”

“ขอโทษนะครับ ที่มิสเตอร์แวะไปที่มูลนิธิของคุณวันนั้นเหตุผลจริงๆก็คือไปสำรวจพื้นที่ การทำบุญเป็นแค่ฉากหน้า ยังไงมูลนิธิของคุณก็ต้องย้ายออกไปตามกำหนดครับ”

อัมพากับกรณ์นิ่งอึ้ง แล้วเดินหน้าเศร้าออกจากออฟฟิศ ในเวลาต่อมา อัมพาหดหู่เป็นห่วงเด็กๆ บ่นอุบว่าไม่รู้จะหาทางออกยังไงกับเรื่องนี้ดี ลำพังเราไม่มีที่อยู่ตนทนได้ ให้ไปข้างถนนตนก็อยู่ได้ แต่เด็กๆจะทำยังไง...กรณ์สงสารอัมพาเหลือเกิน ประคองเธอไปหาที่นั่งและบอกว่าตนจะปรึกษาแพรพลอย

“อย่านะกรณ์ อย่าเพิ่งบอกแพร ถ้าแพรรู้คุณอิศร์ก็ต้องรู้ แม่ไม่อยากรบกวนเขาอีกแล้ว กรณ์ก็เห็นว่าคนที่บ้านเขามองเรายังไง มองแพรยังไง”

เหตุผลของอัมพาทำให้กรณ์เงียบงัน...จนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ooooooo

ไอศูรย์เลือกวันงานหมั้นอนุภัทรกับมายาวีสั่งทิตาแอบเข้าไปขโมยรายละเอียดข้อมูลงานสำคัญที่อิศร์นำเสนอที่ประชุมซึ่งเก็บไว้ในห้องทำงานภายในบริษัทเดชโชดม

ทิตาในชุดรัดกุมพรางหน้าตาพร้อมลูกน้องสี่คนดอดเข้าไปด้วยคีย์การ์ดบัตรพนักงานของใครบางคนที่ได้จากไอศูรย์ แล้วเริ่มทำลายกล้องวงจรปิดทุกตัวก่อนปฏิบัติการสุดเหี้ยมโหดฆ่า รปภ.ทุกคนที่อยู่เวรในวันหยุดซึ่งปราศจากพนักงานอื่นๆ

ส่วนที่บ้านรัฐมนตรีบรรเลง บรรยากาศงานหมั้นเป็นไปอย่างเรียบง่าย แขกเหรื่อมีไม่มาก เจ้าภาพเชิญเฉพาะญาติและคนสนิทเท่านั้น...มายาวีอยู่ในชุดสวยงามแต่สีหน้าหม่นหมองบอกแพรพลอยว่าไม่เคยคิดเลยว่าในที่สุดจะต้องหมั้นกับผู้ชายที่ไม่ได้รักตน

“แต่ผู้กองก็คือผู้ชายที่หวังดี อยากปกป้องคุณเมย์นะคะ ถึงได้เสนอตัวทำแบบนี้”

“เขาก็แค่ทำไปตามหน้าที่ ไม่ได้มีอินเนอร์ เมย์ทำใจไม่ได้ที่จะมีคู่หมั้นแบบนั้น มันไม่ใช่แบบที่เมย์ฝันไว้เลย”

“ความจริงกับสิ่งที่ฝันไว้บางทีมันก็ไม่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะให้ผลลัพธ์ต่างกันอย่างหน้ามือกับหลังมือนะคะ สิ่งดีๆบางครั้งก็เกิดขึ้นได้จากเจตนาที่ดี ไม่แน่คุณเมย์กับผู้กองอาจจะใกล้ชิดจนเกิดอินเนอร์ขึ้นมาจริงๆหลังจากหมั้นกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณเมย์ต้องการให้เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า”

แพรพลอยยิ้มแซว มายาวีเขินอายหลบสายตาทันที... ครั้นถึงเวลาต้องเข้าพิธี อนุภัทรยิ้มพอใจในความสวยสง่าของมายาวี บรรยากาศกำลังจะดีแต่ดันมีมือที่สามในชุดสวยจัดเหมือนจงใจมาแย่งซีนเจ้าของงานโผล่เข้ามา

ไอริณนั่นเอง เธอส่งเสียงหวานทักทายผู้กองอนุภัทรแต่จิกสายตาใส่มายาวีอย่างหมั่นไส้ หลังเสร็จพิธีก็หาโอกาสเผชิญหน้าแล้วจงใจเยาะหยันด้วยการพูดเรื่องแหวนหมั้นว่าสวยดีแต่คงไม่มีราคาค่างวดอะไรเพราะเป็นแค่งานหมั้นปาหี่ปลอมๆ

“อ้าว ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ แปลกใจเหรอที่ฉันรู้ ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะยังไม่บอกใครหรอก ปล่อยให้เธอกับผู้กองอนุภัทรเล่นละครไปอีกสักพักแล้วค่อยทวงคืน” ไอริณโยนระเบิดแล้วเดินเชิดหน้าออกไป ทิ้งมายาวียืนเจ็บใจแทบไม่อยากถ่ายรูปเคียงคู่อนุภัทรเอาเสียเลย

แพรพลอยเพิ่งเห็นแหวนหมั้นที่นิ้วมายาวีเต็มตา จำได้ว่าไม่ใช่แหวนที่อิศร์ให้ตนช่วยเลือก พอเธอซักถามเขาก็ทำเฉไฉว่าตอนแรกอนุภัทรอยากได้แหวนใหม่ กลัวมายาวีไม่ชอบของเก่า แต่ทำมาทำไปคงตกลงกันได้แล้ว แพรพลอยสีหน้าไม่ค่อยเชื่อ อิศร์เลยต้องชิ่งไปทักทายเพื่อนเก่าเพราะกลัวโดนเธอซักจนความแตก

ทางด้านทิตาที่กำลังปฏิบัติงานตามคำสั่งไอศูรย์ เธอเข้าไปถึงห้องทำงานอิศร์และกำลังเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมคัดลอกข้อมูล โดยไม่รู้ว่านอกห้อง รปภ.คนหนึ่งที่โดนเธอยิงแต่ยังไม่ตายได้แอบโทร.ไปหาอิศร์

อิศร์รับทราบด้วยความตกใจ รีบชวนแพรพลอยไปบริษัท โดยมีอนุภัทรตามมาด้วยหลังได้รับอนุญาตจากมายาวีแล้ว ขณะทั้งสามคนไปถึงเป็นเวลาที่ทิตาแฮ็กข้อมูลเสร็จพอดี และรีบโทร.รายงานไอศูรย์ แต่แล้วเธอไม่ได้กลับออกไปง่ายๆ แถมลูกน้องก็ตายหมดด้วยน้ำมือพวกอิศร์ ส่วนทิตาก็เกือบแย่เหมือนกัน ถ้าไม่ชิงหนีไปเสียก่อนในช่วงจังหวะที่แพรพลอยเผลอ

แต่กระนั้นแพรพลอยก็จำเสียงคุ้นๆนี้ได้ แถมได้เห็นรอยแผลเป็นบริเวณหลังของทิตา แม้ไม่เห็นโฉมหน้าภายใต้หน้ากากแต่ก็ทำให้แพรพลอยนึกถึงใครบางคนขึ้นมา

ไอศูรย์หัวเสียหลังทิตาส่งข่าวมาอีกครั้ง กรองทองผ่านมาได้ยินแว่วๆ สงสัยว่าเป็นเรื่องของอิศร์จึงแอบฟัง แต่อริสราเดินเข้ามาทักถามเธอจนไอศูรย์ต้องรีบวางสาย

“มาแอบฟังอะไรตรงนี้กรอง”

“คือ...กรองจะมาช่วยคุณผู้หญิงลงครัวน่ะค่ะ แต่เมื่อกี้ได้ยินคุณไอศูรย์พูดเหมือนใครเป็นอะไร กรองก็เลยอยากรู้ค่ะ”

“มีใครเป็นอะไรคะ”

ไอศูรย์อ้ำอึ้งไม่รู้จะตอบภรรยาว่ายังไง จ้องหน้ากรองทองแล้วตวาดเสียงแข็งก่อนเดินหนีไป

“ไม่มีใครเป็นอะไรทั้งนั้น อย่ามาสู่รู้เรื่องเจ้านาย”

ด้านอิศร์พอตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วเห็นสัญลักษณ์ตัวอักษรจีนบนหัวไหล่ศพลูกน้องทิตาก็จำได้ว่าเหมือนของคนร้ายที่ตายที่กระบี่ ด้วยความมั่นใจว่าต้องเกี่ยวพันกับมิสเตอร์ลีจึงผลุนผลุนไปเอาเรื่องเขาโดยไม่บอกอนุภัทรและแพรพลอย

กลายเป็นว่าจะมาเอาเรื่องมิสเตอร์ลีแต่อิศร์กลับโดนบอดี้การ์ดของเขาซ้อมบาดเจ็บเล็กน้อยก่อนแจ้งตำรวจมาจับตัวข้อหาบุกรุก อนุภัทรกับแพรพลอยทราบเรื่องก็รีบติดต่อทนายมาประกันตัว แต่ก่อนจะพากันกลับอิศร์ยังมีปากเสียงกับมิสเตอร์ลีอีกนิดหน่อย ท่ามกลางนักข่าวจำนวนมาก

เมื่อกลับถึงบ้าน ญาติทุกคนกรูมารุมล้อมถามไถ่อิศร์ด้วยความเป็นห่วง เพราะเห็นข่าวทางทีวีว่ามีคนตายในบริษัท

“อริสตกใจมากเลย อิศร์ไม่เป็นไรนะคะ”

“ผมปกติดีครับ เกือบไปเหมือนกัน แต่คุณแพรช่วยไว้”

อริสราไม่ค่อยชอบใจแต่ไม่แสดงออก แพรพลอยเหมือนจะรู้ตัวจึงเลี่ยงไปจัดเตรียมอาหารให้อิศร์ ส่วนไอศูรย์ยืนมองมาจากมุมหนึ่งเห็นภรรยาของตนห่วงใยอิศร์ก็ยิ่งแค้น แล้วถอยฉากไปตะโกนเรียกสุนทรที่เรือนคนงานแต่ไม่เจอ มีแต่กรองทองที่กำลังติดตามข่าวสารในทีวีอย่างสนใจ

กรองทองบอกเขาว่าพ่อของตนไม่อยู่แล้วหันหลังหนีไม่อยากยุ่ง ไอศูรย์อารมณ์เสียเลยพาลพาโลดุด่าเธอไม่ไว้หน้า

“กรองทอง...มันชักจะมากไปแล้วนะ เธอเป็นอะไร ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงได้กล้ากระด้างกระเดื่องกับฉัน”

“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ แต่กรองไม่อยากอยู่ใกล้คุณ เพราะคุณเป็นคนเลว คนบาป”

“เธอว่าไงนะ”

“กรองรู้ความจริงทุกอย่างแล้ว คุณคือคนอยู่เบื้องหลังเรื่องที่คุณอิศร์ถูกปองร้าย เหตุการณ์วันนี้ก็คงเป็นฝีมือคุณด้วย คุณทำร้ายคุณอิศร์ แย่งคนรักของเธอมายังไม่พอ ยังคิดจะฆ่าเธอ คุณอิศร์โชคร้ายจริงๆที่มีญาติเป็นอสรพิษอย่างคุณ ฉันขอให้เวรกรรมมันตามคุณทันไวๆ คุณอิศร์จะได้อยู่รอดปลอดภัยสักที”

“ปากดีนักนะ” ไอศูรย์ตบกรองทองจนหน้าหัน แต่เขาก็โดนเธอตบคืนทันควันเหมือนกัน แถมด่าซ้ำ

“มือสกปรกของคุณก็ดีแต่ใช้ทำร้ายคนอื่น เพราะอย่างนี้ไงถึงไม่มีใครรักคุณเลย แม้แต่เมียคุณ”

“เธอ...เธอกล้ามากนะที่ตบหน้าฉัน”

“ฉันอาจจะทำยิ่งกว่านี้ก็ได้ ถ้าคุณยังไม่เลิกคิดร้ายกับคุณอิศร์”

“นี่เธอก็ไปต่อคิวเป็นแฟนคลับมันด้วยอีกคนสินะ ไม่ดูกำพืดตัวเอง คิดเหรอว่ามันจะชายตาแล เธอมันอยู่หางแถวโน่น”

“แค่คุณอิศร์ไม่รังเกียจความรู้สึกของฉัน ฉันก็พอใจแล้ว ฉันยอมเป็นแค่หางแถว ดีกว่าจะตะกายไปอยู่หัวแถวด้วยวิธีผิดๆเหมือนที่คุณทำกับคุณอริส ดูสิว่าสุดท้ายคุณได้อะไร นอกจากความรังเกียจชิงชังของคุณอริส”

“นังกรองทอง!!”

“ฉันไม่โทษคุณอริสเลยที่เกลียดคุณ เพราะฉันเองก็ขยะแขยงคุณเหมือนกัน”

“ขยะแขยงฉันงั้นเหรอ เธอกล้าพูดคำนี้กับฉันเหรอ” ไอศูรย์โกรธจัดบีบแขนกรองทองอย่างแรง “คนอย่างเธอมันต้องได้รับบทเรียน บทเรียนที่จะจำไปจนตาย

พูดจบเขากระชากลากถูเธอเข้าห้อง ย่ำยีเธอโดยไม่สนใจเสียงวิงวอนขอร้อง แล้วกลับมาที่บ้านในตอนเช้าและเจออำพลทักถามว่าไปนอนที่ไหนมา ไอศูรย์ตอบอ้อมแอ้มว่าแถวนี้ แล้วเดินเลี่ยงไปโดยมีสายตาสงสัยของบิดามองตาม

เวลานั้น กรองทองร้องไห้สะอึกสะอื้นในห้องนอน นึกถึงเหตุการณ์ทะเลาะกับไอศูรย์ก่อนที่เขาจะกลับไป เธอด่าเขาสารพัดที่รังแกคนไม่มีทางสู้ แต่เขากลับยอกย้อนให้เธอเจ็บปวดยิ่งขึ้น

“ฉันสงเคราะห์ให้ไง อยากยกระดับตัวเองเป็นเมียเจ้านายนักไม่ใช่หรือไง”

“ไอ้บ้า คอยดูนะ ฉันจะบอกคุณอริส”

“เชิญ...อริสไม่สนใจอยู่แล้วว่าฉันจะมีเมียอีกซักกี่คน พ่อแม่ฉันก็เหมือนกัน ไม่มีใครกล้าว่าอะไรฉันได้อยู่แล้ว หรือเธอจะไปฟ้องไอ้อิศร์ก็ได้นะว่าเป็นเมียฉันแล้ว ฉันไม่ห้าม แต่ถ้าเธอคิดจะปากโป้งเรื่องที่เธอรู้มาจากพ่อของเธอล่ะก็ เตรียมตัวส่งพ่อเธอเข้าคุกได้เลย ถ้าฉันพังมันก็ต้องพังด้วย”

กรองทองก้มหน้าร้องไห้ใจจะขาด...แล้วสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูตามด้วยเสียงเรียกของพ่อ

“กรอง...เป็นอะไรหรือเปล่า สายแล้วยังไม่ตื่นอีกเหรอ”

หญิงสาวได้สติ รีบเช็ดน้ำตาแล้วปรับสีหน้าลุกมาเปิดประตู โกหกพ่อว่าตนไม่สบายเป็นไข้หวัด

“อ้าว...งั้นก็นอนพักซะ เ ดี๋ยวพ่อไปหายามาให้นะ” สุนทรหันกลับไปด้วยท่าทีกระตือรือร้น ไม่ได้เอะใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวสุดที่รัก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 16:34 น.