ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บอดี้การ์ดสาว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คืนแรกที่กระบี่...แพรพลอยสะดุ้งตื่นร้องเอะอะโวยวายหลังฝันถึงเหตุการณ์พ่อแม่ถูกคนร้ายฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม แต่เธอไม่ยอมพูดอะไรเมื่ออิศร์มาเคาะห้องซักถามด้วยความเป็นห่วง

แม้แพรพลอยไม่เล่ารายละเอียด บอกแค่ว่าฝันร้าย อิศร์ก็ห่วงจนไม่เป็นอันนอน ลุกขึ้นมาร้องรำทำเพลงเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากเธอถึงจะเบาใจ ยอมแยกย้ายไปนอนในที่สุด

เช้าขึ้นทั้งสี่คนเตรียมตัวออกไปดำน้ำดูปะการังโดยไม่รู้ว่าภัยกำลังจะมาถึงตัวด้วยน้ำมือทิตาที่รับงานมาจากไอศูรย์ ส่วนอำพลเพิ่งรู้จากสุนทรว่าวันก่อนไอศูรย์มาขอที่อยู่ทิตาไป และตอนนี้สุนทรก็ติดต่อทิตาไม่ได้ ทั้งคู่จึงสงสัยว่าเธอน่าจะรับงานโดยตรงจากไอศูรย์ไปฆ่าอิศร์

กรองทองได้ยินบทสนทนาของอำพลกับสุนทรโดยบังเอิญ เธอตกใจมากไม่อยากเชื่อว่าอำพลกับไอศูรย์วางแผนฆ่าอิศร์ แถมพ่อของเธอก็รู้เห็นด้วย เมื่อเห็นพ่อเตรียมตัวออกจากบ้าน เธอจึงร้อนรนเข้าขวางและคาดคั้นว่าจะไปไหน

“ไปธุระให้นาย แกถามทำไม มีอะไรก็ไปทำสิ”

“ไม่นะ กรองไม่ให้พ่อไป”

“อะไรของแกยายกรอง ปล่อยพ่อ”

“พ่อจะไปฆ่าคุณอิศร์ใช่ไหม”

“แกเอาอะไรมาพูด”

“ก็กรองได้ยินพ่อพูดกับคุณผู้ชายว่าพวกเขาจะฆ่าคุณอิศร์ ทำไมล่ะพ่อ โกรธแค้นอะไรกันนักหนาถึงต้องฆ่าแกงกัน”

“มันเป็นเรื่องของเจ้านาย”

“แสดงว่าเป็นเรื่องจริง...ไม่นะพ่อ พ่ออย่าทำอะไรคุณอิศร์นะ คุณอิศร์เป็นคนดี เธอไม่เคยคิดร้ายกับใครเลย พ่อก็รู้”

“พ่อรู้ แต่พ่อตัดสินใจแทนนายไม่ได้”

“แต่กรองไม่ให้พ่อทำ”

“พ่อไม่ได้เป็นคนลงมือหรอก มีหน้าที่ก็แค่รับคำสั่งนายเท่านั้น”

“งั้นใครลงมือ กรองจะไปหยุดมัน กรองจะแจ้งตำรวจ”

“กรอง! ครอบครัวของนายมีบุญคุณล้นหัวเราพ่อลูก แกอย่าได้แม้แต่จะคิดทำอย่างนั้นเป็นอันขาด”

“แต่สิ่งที่พวกเขาทำมันผิด”

“ถ้าแกไม่อยากให้พ่อเดือดร้อนไปด้วย แกก็ต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เพราะตอนนี้พ่อมาไกลเกินว่าจะถอยกลับแล้ว”

สุนทรตัดบทแล้วเดินออกไป กรองทองยืนน้ำตาไหลร้าวรานใจ เป็นห่วงพ่อบังเกิดเกล้าและอิศร์ผู้ชายที่เธอหลงรัก

ooooooo

ทิตากับลูกน้องเฝ้าติดตามจับตาพวกอิศร์ทุกระยะตั้งแต่กลางวันยันค่ำก่อนจะลงมือในขณะที่พวกเขากำลังปิ้งย่างอาหารกินกันริมหาด

ทั้งสี่คนเฮฮาปาร์ตี้กันได้ไม่นานก็มีอันต้องระเห็จไปขึ้นเรือเร็วหนีคนร้าย ถึงกระนั้นก็ยังถูกไล่ล่าท่ามกลางความมืด กระทั่งเรือถูกพวกทิตายิงจนระเบิดทำให้ทั้ง สี่คนสูญหายกันไปไม่เห็นแม้แต่ศพ

ทิตาไม่แน่ใจว่าพวกอิศร์ตายแล้ว เธอต้องการค้นหาให้เจอศพแต่ลูกน้องมั่นใจว่าพวกนั้นตายแน่ กอปรกับมีเรือชาวประมงผ่านมา เธอกับลูกน้องเลยต้องล่าถอยไปจากตรงนั้น ส่วนอิศร์กับแพรพลอยที่พลัดตกน้ำมาด้วยกันได้รับความช่วยเหลือจากชาวประมง ขณะที่มายาวีกับอนุภัทรลอยคอไปถึงเกาะร้างไม่ห่างจากที่เกิดเหตุนัก

เช้าขึ้น แพรพลอยลืมตาตื่นและพบว่าตัวเองนอนอยู่ในบ้านไม้ ส่วนอิศร์ยังสลบไสลอยู่คนละมุม เนื้อตัวทั้งคู่ระบมไปด้วยรอยแผลฟกช้ำจากเหตุการณ์เมื่อคืน ครั้นเธอปลุกเขาตื่นขึ้นมา เขาทำท่าตกใจและงุนงง

“นี่เราอยู่ที่ไหนกัน”

“ผมก็ไม่รู้ ผมจำได้แต่ว่าเรือเราถูกยิง แล้วก็ระเบิดตูม หรือว่าคนร้ายมันจะจับตัวเรามา รีบไปเถอะ...โอ๊ย!”

อิศร์ร้องลั่นขึ้นมาอีก เพราะผลุนผลันลุกขึ้นจนเจ็บแผล

“ค่อยๆสิคุณ เดี๋ยวแผลก็ฉีก ฉันว่าไม่ใช่หรอก ถ้าเราโดนจับมามันจะทำแผลให้คุณทำไม”

“มันอาจจะเรียกค่าไถ่พวกเรา”

ทันใดประตูบ้านเปิดออก ลุงกับป้าโผล่หน้าเข้ามา อิศร์กระโดดเหยงรีบผลักแพรพลอยไปด้านหลังอย่างระมัดระวังตัว

“เฮ้ย อย่าเข้ามานะ ฉันสู้ตายนะโว้ย”

“อะไรกันพ่อหนุ่ม หายดีแล้วเหรอถึงลุกขึ้นมาเต้นแร้งเต้นกาน่ะ”

อิศร์ชะงัก สังเกตว่าลุงกับป้าดูใจดี ไม่น่าจะใช่คนร้าย

“โล่งอกที่หนูสองคนฟื้นกันแล้วทั้งคู่ ลุงกับป้าว่าจะไปตามหมอที่อนามัยพอดี”

“คุณลุงกับคุณป้าเป็นใครคะ”

“เออ คงยังงงๆอยู่สินะ เมื่อคืนพวกหาปลาเขาไปเจอคุณสองคนลอยคออยู่ เห็นว่าเรือแตก จำได้ไหม”

อิศร์กับแพรพลอยมองหน้ากันไปมา ลุงกับป้าเลยตัดบทให้ไปคุยกันต่อที่วงข้าว...อิศร์กินข้าวอย่างหิวโหย โดยมีแพรพลอยคอยสะกิดเตือนไม่ให้มูมมามน่าเกลียด แต่ลุงกับป้ามองอย่างเอ็นดู

“แถวนี้มีไม่กี่เกาะที่มีคนอยู่ คุณสองคนโชคดีมากที่มีคนไปเจอเข้า”

“แล้วคนที่ไปพบ...เจอแค่พวกเราสองคนเหรอคะ”

“ทำไมเหรอ ยังมีใครอีก”

“เพื่อนของผมครับ อีกสองคน ตกเรือหายไป”

“ไม่มีนะ ไอ้ดำกับไอ้แดงบอกว่าเจอคุณสองคนเกาะทุ่นเรือสลบอยู่ ไม่เห็นมีคนอื่น อ้อ มีเรือลำนึงมาวนอยู่ใกล้ๆ แล้วก็แล่นหายไป”

“ถ้าอย่างนั้นเราขอยืมโทรศัพท์ได้ไหมคะ หนูเป็นห่วงเพื่อน”

“เกาะนี้ไม่มีโทรศัพท์หรอกจ้ะ ต้องนั่งเรือไปอีกที่ แต่ตอนนี้ออกไปไม่ได้หรอกนะ พายุกำลังจะเข้า”

แพรพลอยอึ้ง สบตาอิศร์อย่างกังวล แล้วบ่นลับหลังลุงกับป้าว่าเราจะทำยังไงกันดี เธอเป็นห่วงมายาวีกับอนุภัทร

“ผมว่าเขาสองคนก็คงเป็นห่วงเราเหมือนกัน ถ้าเขายังไม่ตายนะ”

“พูดอะไรอย่างนั้น...ปากเสีย”

อิศร์ตบปากตัวเองแล้วเดินตามเธอไปที่ชายหาด แพรพลอยมองท้องฟ้ามืดครึ้มอย่างไม่สบายใจ

“เราออกไปไม่ได้ แต่ถ้าติดต่อคนบนฝั่งได้ก็ยังพอจะช่วยตามหาพวกเขาได้บ้าง รอคอยอยู่แบบนี้ฉันใจไม่ดีเลย”

เวลาเดียวกันนั้น อนุภัทรกับมายาวีเดินเซซังไปตามชายหาดเกาะร้างซึ่งแดดร้อนจัดจนมายาวีเริ่มอ่อนแรง ร้องโอดโอยว่าจะเดินไปถึงไหน ตนเหนื่อยแล้ว

“ก็เดินหาคนช่วยเราไง เผื่อจะมีคนอยู่ที่นี่...มีใครอยู่ไหม ช่วยพวกเราด้วยครับ...คุณก็ตะโกนสิ”

“ฉันตะโกนมาตั้งแต่เช้าจนไม่มีเสียงแล้ว น้ำก็ยังไม่ได้กินซักหยด”

“งั้นก็อดทนอีกนิดนะ ถ้าเจอชาวบ้านผมจะขอน้ำให้...มีใครอยู่บนเกาะนี้ไหม ช่วยผมด้วยครับ”

อนุภัทรเดินป้องปากตะโกน มายาวีเดินตามหลัง แต่เริ่มโงนเงนแล้วล้มฟุบเป็นลมไปในที่สุด...

วันเวลาเดียวกันที่กรุงเทพฯ อริสราตามมาเซ้าซี้ป้าดวงอยากรู้ว่าอิศร์ไปไหนทำไมยังไม่กลับมาสักที ป้าดวงลังเลจะตอบดีหรือไม่ ก็พอดีไอศูรย์โผล่เข้ามาถามภรรยาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

“คุณจะตามไปหรือไง”

ป้าดวงเห็นท่าไม่ดีรีบหลบฉากไป อริสราชักสีหน้าใส่สามี

“ใช่...ฉันก็อยากจะไปพักผ่อนเหมือนกัน เบื่อบ้านนี้”

“แต่การที่อิศร์ไม่บอกใคร ก็แปลว่ามันไม่อยากให้ใครบางคนตามไป”

“คนบางคนที่ว่าก็คือคนโมโหร้ายไร้เหตุผลอย่างคุณนั่นแหละ ที่ทำให้อิศร์ไม่อยากอยู่บ้านนี้”

“งั้นก็ดี ให้มันไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมาอีกเลย ผมจะมีความสุขมาก ฮ่าๆๆ”

ไอศูรย์หัวเราะเสียงต่ำกวนประสาท ลำพองใจว่าคราวนี้อิศร์ตายแน่!

ooooooo

เพราะที่บ้านลุงกับป้าคับแคบ ทั้งคู่จึงให้อิศร์กับแพรพลอยไปอยู่กระท่อมในสวนประสาผัวหนุ่มเมียสาว แพรพลอยฟังแล้วหน้าเจื่อนตั้งท่าจะอธิบายแต่อิศร์ชิงตัดบทรับสมอ้างแล้วดึงแขนเธอออกเดิน

“เดี๋ยวก่อนๆ ไม่มีเครื่องนอนจะนอนกันยังไง ตามป้าขึ้นมาเอาหมอนกับผ้าห่มก่อนมา แหมใจร้อนซะจริง”

ป้าเดินหัวเราะนำขึ้นบ้าน อิศร์ตามไปด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง ต่างจากแพรพลอยที่หน้าหงิกหน้าง้ำอยากเล่นงานเจ้านายตัวดีของตน

ขณะเดินหอบหมอนผ้าห่มไปกระท่อมในสวน แพรพลอยยังคงหน้าบึ้งไม่พูดไม่จา อิศร์ชำเลืองมองยิ้มๆ ก่อนจะกระเซ้า

“นี่คุณแพร ยิ้มหน่อยสิ อย่างน้อยคืนนี้เราก็มีที่นอน”

“นอนกับผู้ชายตามลำพังในสวน ฉันควรจะยิ้มระรื่นงั้นสิ คุณก็ดันไปรับสมอ้างให้ลุงกับป้าเข้าใจผิดว่าเราเป็นอะไรกัน”

“อ้าว ไม่งั้นท่านก็คงให้เรานอนแยกกัน คุณก็ต้องไปนอนที่บ้านโน้น ลุงกับป้าแกก็ต้องลำบากดูแลอีก จะรบกวนท่านไปกันใหญ่นะ”

“ทีอย่างนี้ล่ะก็มีเหตุมีผลขึ้นมาเชียวนะ” เธอกระฟัดกระเฟียดเดินเข้ากระท่อมไป อิศร์อมยิ้มก้าวตาม

หลังจากสำรวจที่หลับที่นอนกันแล้ว อิศร์ขอตัวไปอาบน้ำหลังบ้าน แต่เจ้ากรรมดันทำขันตักน้ำหลุดมือทั้งที่ฟองยาสระผมเต็มหัว มันเลยไหลย้อยลงมาเข้าตาแสบไปหมด เดือดร้อนแพรพลอยต้องมาช่วยเหลือ นี่เองทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัวกันโดยไม่ตั้งใจ แต่อิศร์ช้อบชอบ...

เวลาเดียวกันที่เกาะร้าง อนุภัทรปฐมพยาบาลมายาวีตามมีตามเกิด พอเธอฟื้นก็เร่งไปหาน้ำมะพร้าวมาให้ดื่ม

“น้ำมะพร้าว! คุณเจอร้านขายน้ำเหรอ มีน้ำสะอาดแช่เย็นไหม ไหนๆอยู่ไหน” มายาวีลุกขึ้นมองหา อนุภัทรตามประคองกลัวเธอจะเป็นลมไปอีก

“คุณเมย์ ไม่มีหรอกครับ มะพร้าวเนี่ยผมเก็บจากที่มันหล่นจากต้น บนเกาะนี้ไม่มีใครเลย”

“คุณรู้ได้ยังไง ออกไปตามหากันสิ รีบไปเร็ว”

“ไม่มีจริงๆ ตอนที่คุณสลบอยู่ผมวิ่งจนทั่วเกาะแล้วไม่เจอสิ่งมีชีวิตเลย”

“ไม่เจอสิ่งมีชีวิต...แปลว่าเราจะออกไปจากที่นี่ไม่ได้งั้นเหรอ ไม่นะ ฉันไม่ยอม” เธอวิ่งเตลิดออกไป อนุภัทรรีบวิ่งตามถามว่าจะไปไหน “ฉันก็จะตามหาคนบนเกาะนี้น่ะสิ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีใครเลย มันต้องมีหมู่บ้านบนเกาะนี้”

“ถ้ามีคนอยู่เขาก็ต้องได้ยินเสียงพวกเราแล้ว”

“เขาอาจจะไม่ได้ยิน” หญิงสาวเถียงอย่างดื้อรั้นแล้วเดินลุยป่าเข้าไปลึกขึ้น ป้องปากตะโกนขอความช่วยเหลือ “มีใครอยู่ไหมคะ ช่วยพวกเราด้วยค่ะ พวกเราหลงทาง”

“โธ่...มันไม่มีหรอกคุณ”

“ฉันไม่เชื่อ จะเป็นไปได้ยังไง คนไทยตั้งเกือบเจ็ดสิบล้านคนจะไม่มีบนเกาะนี้ซักคน ยู้ฮู ได้ยินพวกเรามั้ย”

อนุภัทรเหนื่อยใจแต่ก็เดินตามเธอไปเรื่อย กระทั่งไปเจอศพห้อยโตงเตงกับต้นไม้ สภาพน่าจะตายมาหลายวัน มายาวีกรี๊ดลั่นกระโดดเข้ากอดอนุภัทรที่กำลังตกใจเช่นกัน

“เขาอาจจะหาทางออกจากเกาะนี้ไม่ได้เหมือนเรา ก็เลยฆ่าตัวตาย” อนุภัทรคาดเดา มายาวีใจเสียถึงกับร้องไห้ออกมา “แต่เราจะไม่เป็นแบบนี้ เราต้องหาทางออกให้ได้” ว่าแล้วผู้กองหนุ่มตรงไปรื้อย่ามของคนตายที่พื้น

“คุณทำอะไร”

“ถ้าเราจะอยู่ให้รอดจนกว่าจะมีทางกลับบ้านก็ต้องหาทางช่วยเหลือตัวเองเอาไว้ คุณลองดูตามตัวศพซิว่ามีเครื่องมือเครื่องใช้อะไรที่เป็นประโยชน์บ้าง”

“จะบ้าเหรอ ไม่เอา ฉันไม่กล้า”

“งั้นคุณถือย่ามนี้ไว้ ผมค้นเอง”

อนุภัทรเริ่มค้นตัวศพทั้งที่เหม็นสุดๆ แต่ไม่ทันเจออะไรกิ่งไม้ก็หักลงมาจนตกอกตกใจ แถมยังมีฝูงต่อหล่นลงมาด้วย ทำเอาทั้งเขาและเธอต้องวิ่งหนีลงน้ำก่อนจะโดนพวกมันรุมต่อยถึงตายได้

ด้านแพรพลอยกับอิศร์ถึงจะอยู่สบายกว่า แต่พวกเขาก็เพียรถามลุงกับป้าว่ามีใครเจอเพื่อนสองคนของตนบ้างหรือยัง

“ยังเลยจ้ะ มันมีพายุกลางทะเลเลยไม่มีเรือออกไป แล้วป้าจะคอยถามให้นะ”

แพรพลอยหน้าเศร้า ยิ่งฝนพรำๆก็ยิ่งเป็นห่วง อิศร์ก็ห่วงแต่บอกให้เธอคิดในทางบวกว่าสองคนนั้นอาจจะโชคดีก็ได้ อนุภัทรคงไม่ปล่อยให้ตัวเองกับมายาวีเป็นอะไรไปง่ายๆหรอก

“เขาสองคนตกน้ำไปตอนที่พวกคนร้ายมันไล่ตามเรา ถ้าพวกมันจับตัวไว้ได้”

“อย่าเพิ่งคิดมากเลยคุณแพร ไม่แน่นะ ป่านนี้ไอ้ภัทรอาจจะพาคุณเมย์กลับเข้ากรุงเทพแล้วพาคนกลับ มาตามหาเราอยู่ก็ได้”

แพรพลอยถอนใจ ยังไม่อยากเชื่อว่าทุกอย่างจะลงเอยด้วยดีแบบนั้น

ooooooo

ที่กรุงเทพฯ บรรเลงมาพบอำพลถึงบริษัทด้วยธุระส่วนตัวเรื่องลูกสาวที่ขาดการติดต่อหลังจากเดินทางไปเที่ยวกับอิศร์ “ช่วงนี้คุณอำพลพอจะติดต่อกับอิศร์ได้บ้างไหม”

“ไม่ได้คุยกันเลยครับท่าน อิศร์ไปพักผ่อนต่างจังหวัดกับหนูมายาวีไม่ใช่เหรอครับ”

“ก็นั่นแหละ แต่ยังไงก็ไม่รู้ หายเงียบกันไปหมด ผมติดต่อใครไม่ได้เลยแม้แต่เจ้าคนเฝ้าบ้าน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ถ้าคุณอำพลได้คุยกับนายอิศร์ก็ช่วยฝากบอกให้ยายเมย์ติดต่อผมหน่อยนะ”

“ได้ครับ” อำพลรับคำแต่สีหน้าครุ่นคิดสงสัยอะไรบางอย่าง จนกระทั่งมาได้ยินไอศูรย์คุยโทรศัพท์กับทิตาหลังจากบรรเลงกลับไปแล้ว

“หมายความว่ายังไงที่ว่าเธอหาหลักฐานว่ามันตายมาให้ฉันดูไม่ได้”

“ก็เพราะฉันยังไม่เจอศพพวกมันสักคนน่ะสิ”

“ถ้าไม่มีศพ ฉันก็ถือว่าพวกมันยังไม่ตาย เธอยังทำงานไม่สำเร็จ”

“รู้แล้วน่า ยังไงฉันก็ไม่ไปจากที่นี่แน่ จนกว่าจะได้ตัวนายอิศร์กับบอดี้การ์ดหญิงคนนั้น”

“ไม่ใช่แค่มันสองคน เธอต้องจัดการนังคุณหนูกับไอ้ตำรวจนั่นด้วย ฉันไม่อยากให้มีใครหลุดรอดมาแว้งกัดฉันทีหลัง” ไอศูรย์วางสายอย่างหงุดหงิด อำพลได้ยินทุกคำก้าวเข้ามาปรากฏตัว

“แกสั่งนังนักฆ่านั่นลงไปเก็บไอ้อิศร์ใช่ไหม”

“ก็ผมไม่เห็นพ่อสั่งให้มันทำอะไรซักที ก็เลยเพิ่มเงินให้มันอีกหน่อย เป็นค่าเร่งงาน”

“ฉันไม่ว่าแกหรอกที่ข้ามหน้าข้ามตาฉันไปสั่งงาน มัน แต่เมื่อกี้ฉันได้ยินว่าแกสั่งจัดการหนูเมย์ด้วยงั้นเหรอ”

“ใช่สิครับ จะเอามันไว้ทำไมล่ะ”

“แกรู้ไหมว่าพ่อเขาเพิ่งมาถามหาลูกสาวกับฉัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับหนูเมย์จริงๆมันเป็นเรื่องใหญ่ คนระดับรัฐมนตรีบรรเลงไม่ปล่อยให้ลูกสาวตายฟรีแน่ๆ แกต้องรีบสั่งให้นังทิตาอยู่ห่างจากหนูเมย์ไว้ถ้าไม่อยากเดือดร้อน”

“แต่ทิตาลงมือไปแล้วนี่พ่อ ทิตาบอกกับผมว่าเมื่อคืนนี้ไอ้อิศร์กับพวกมันถูกยิงจนเรือระเบิดจมน้ำหายไปพร้อมกันหมด”

อำพลเครียดขึ้นมาทันที ตะคอกลูกชายว่าทำอะไรลงไปรู้ตัวบ้างไหม?

“คิดในแง่ดีนะพ่อ ถ้ามันตกน้ำตายกันหมดก็ไม่มีใครกลับมาเป็นพยานซัดทอดเราได้ ผมจะสั่งทิตาเก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อย” ไอศูรย์พยายามปลอบใจพ่อ ทั้งที่ตัวเองสีหน้าไม่ดีนัก

ooooooo

หลังเอาตัวรอดจากฝูงต่อมาได้ มายาวีกับอนุภัทรต่างก็เปียกปอนและหิวโหย ต้องประทังชีวิตด้วยกล้วยป่าที่อนุภัทรไปหามาได้ แต่เพราะมันยังไม่สุกดี มายาวีเลยบ่นว่าฝาด กินไม่ลง

อนุภัทรอ่อนใจและไม่รับปากว่าจะหากุ้งหอยปูปลามาให้กิน ทำเอามายาวีทั้งเซ็งทั้งงอนลุกหนีเดินหน้าง้ำ บอกว่าจะจับปลาด้วยตัวเอง ถ้าจับได้อย่ามาขอกินก็แล้วกัน

“ตามสบายเลยครับคุณผู้หญิง ระวังได้ปลาฉลามนะ”

มายาวีสะบัดหน้าพรืดเดินออกไป แล้วโชคร้ายเหยียบแมงป่องเข้าอย่างจัง ร้องกรี๊ดจนเป็นลมในอ้อมแขนอนุภัทรที่รีบวิ่งมาด้วยความตกใจ

ทางด้านแพรพลอยกับอิศร์ที่อยู่อีกเกาะ คืนนี้ทั้งคู่นอนคนละมุมในกระท่อม กลางดึกอิศร์สะดุ้งตื่นเพราะเสียงกรีดร้องของแพรพลอย เธอฝันร้ายถึงเหตุการณ์ในอดีตที่พ่อแม่ถูกฆ่า ตอนแรกตั้งใจจะไม่เล่าให้อิศร์ฟัง แต่เพราะท่าทีห่วงใยอย่างจริงใจของเขาและความคุ้นเคยกันมากขึ้นทำให้เธอเปลี่ยนใจ

“ฉันเคยอยู่ที่นี่ค่ะ ฉันเกิดและโตที่กระบี่...คุณเคยสงสัยว่าทำไมฉันถึงดูแปลกไปตั้งแต่มาที่นี่ คุณเข้าใจถูกแล้วล่ะ ฉันไม่เคยอยากกลับมาที่นี่อีก เพราะฉันไม่อยากนึกถึงความทรงจำที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับฉัน”

“มันเกี่ยวกับเรื่องที่คุณต้องไปอยู่มูลนิธิ”

“พ่อกับแม่ฉันถูกโจรสองคนฆ่าตายในบ้านโดยที่ฉันอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยแต่ฉันช่วยท่านไม่ได้ ฉันทำได้แค่หนีเอาตัวรอดตามคำสั่งของพ่อกับแม่...ฉันวิ่งออกมาจากบ้านหลังนั้น วิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ตั้งใจจะตามคนกลับไปช่วยพ่อกับแม่ แต่หันหลังกลับไปอีกทีบ้านทั้งหลังก็ตกอยู่ในกองเพลิง ตำรวจจับคนร้ายได้ แต่ไม่มีใครพาพ่อกับแม่ฉันกลับมาได้ ตั้งแต่วันนั้นฉันเลยพยายามฝังความทรงจำนี้ไว้ให้ลึกที่สุด ไม่อยากขุดคุ้ยมันขึ้นมาให้เจ็บปวดอีก”

“ผมเสียใจด้วยนะครับ นี่ถ้าผมรู้ก่อนหน้านี้ผมจะไม่ชวนคุณมาที่นี่”

“ช่างเถอะค่ะ ยังไงฉันก็ละทิ้งหน้าที่ของตัวเองไม่ได้หรอก”

“อย่าคิดว่ามันเป็นหน้าที่สิคุณแพร อย่าคิดว่าที่เรามาเกี่ยวข้องกันเพราะการทำงาน ผมอาจจะเคยพูดเล่น แต่ผมไม่เคยจริงจังว่าคุณเป็นลูกจ้างหรือเป็นแค่บอดี้การ์ด สำหรับผม...คุณมีความสำคัญมากกว่านั้นเยอะ คุณเป็นทั้งเพื่อน เป็นที่ปรึกษา เป็นคนที่ผมรู้สึกว่าอยู่ใกล้แล้วมีความสุข เพราะฉะนั้นความไม่สบายใจของคุณก็คือความทุกข์ ของผมเหมือนกัน” อิศร์พูดจริงจังพร้อมกุมมือเธอไว้

“คุณทำให้ฉันรู้สึกผิดนะเนี่ย” หญิงสาวเบรกอารมณ์ซึ้งเสียจนอีกฝ่ายทำหน้าเซ็ง

“อะไร ไม่ซึ้งเหรอเนี่ย สงสัยจะด้นสดไม่เก่ง วันหลังผมคงต้องเตรียมสคริปต์ซึ้งๆกว่านี้...ถ้าคุณรู้สึกผิด กลัวผมกลุ้มไปด้วย คุณก็ต้องเข้าไปนอน แล้วก็ยิ้มไปจนหลับ ห้ามหยุด”

“ฉันก็เป็นคนบ้าน่ะสิ”

“เดี๋ยวผมนอนยิ้มเป็นเพื่อน ค้างไว้อย่างนี้เลยนะ ยิ้มสิครับยิ้ม”

อิศร์จับแก้มแพรพลอยให้ฉีกยิ้ม เลยโดนเธอตีมือแล้วเดินหนีเข้ามาสวดมนต์ แต่เขายังไม่วายตามมาเจ้ากี้เจ้าการเปลี่ยนหมอนหนุนศีรษะกับเธอ

“หมอนนี่อาจจะทำให้คุณฝันร้าย ผมจะเอามานอนเอง คุณเอาของผมไป” พูดแล้วหันไปหยิบท่อนไม้ที่เธอวางกั้นแบ่งเขตที่นอนเอาไว้ “ส่วนไม้เนี่ยทิ้งไปเถอะ เดี๋ยวคุณละเมอตื่นขึ้นมาคิดว่าผมเป็นโจรจะคว้ามาฟาดผมหัวแตกซะเปล่าๆ ลองนอนเปลือยๆดูบ้างสิครับคุณแพร”

“ว่าไงนะ” เธอตกใจรีบเอามือจับเสื้อตัวเอง

“ผมหมายถึงเปลือยความรู้สึก ปลดเปลื้องความกังวลต่างๆไปให้หมด ทำใจให้ว่างๆ แต่ถ้าคุณจะเปลือยอย่างอื่นด้วยผมก็ไม่ว่านะ”

“มันน่านัก” แพรพลอยหมั่นไส้คว้าไม้ที่เขาโยนทิ้งจะฟาด แต่อิศร์รีบหดหัวคลุมโปงแกล้งกรนเสียงดังจนเธออดขำไม่ได้ แล้วค่อยๆล้มตัวลงนอนในที่ของตนด้วยจิตใจที่ผ่อนคลายขึ้น

ooooooo

อำนวยตัดสินใจลาออกจากงานเพราะอับอายที่ลูกชายตัวเองก่อความเสียหายไว้กับบริษัท ธำรงรับรู้และบ่นนิดหน่อยว่าพ่อโชว์สปิริตไม่เข้าเรื่อง แต่คิดอีกมุมก็ดีเหมือนกัน พ่อแก่แล้วอยู่บ้านพักผ่อนดีกว่า ตนจะหาเลี้ยงเองโดยเอาเงินเดือนที่อิศร์ให้ไปต่อยอด

การต่อยอดของธำรงก็คือเข้าบ่อนเล่นการพนัน แต่กลายเป็นว่าหมดตัวจนต้องกลับมาเป็นหัวขโมยจ้องจะฉกฉวยของมีค่าในบ้านอิศร์ไปขาย แต่ไอริณรู้ทันขัดขวางแถมยังรายงานป้าดวงให้คอยระมัดระวัง ทำให้ธำรงโมโหและมีปากเสียงกับญาติสาวก่อนจะผละไปอย่างเจ็บใจ

ทางด้านมิสเตอร์โรเจอร์ ลี คู่แข่งธุรกิจของอิศร์ ไม่คิดว่าเขาจะส่งนายหน้ามากว้านซื้อที่ดินละแวกมูลนิธิเด็กกำพร้าของอัมพาซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของคุณนายเนื้อทอง แต่เจ้าตัวกลับทำทีมาผูกมิตรบริจาคเงินให้มูลนิธิ กรณ์จำเขาได้เพราะเคยเห็นครั้งหนึ่งในงานแจกอุปกรณ์กีฬาให้เด็ก แต่ไม่เอะใจเช่นเดียวกับอัมพาที่เข้าใจว่ามิสเตอร์ลีเป็นคนดีมีน้ำใจ

วันถัดมาอริสราปรากฏตัวที่บ้านอัมพา เธอมาบริจาคเงินแต่มีข้อแม้ว่าต้องแลกกับข้อมูลว่าแพรพลอยและอิศร์อยู่ที่ไหน

“ฉันไม่ทราบหรอกค่ะ ยายแพรไม่ได้บอกอะไรเลย”

อริสราเปิดกระเป๋าหยิบเงินส่งให้อีกจำนวนหนึ่ง อัมพาเริ่มไม่พอใจแต่ยังรักษามารยาท

“ไม่ว่าคุณจะให้เพิ่มอีกเท่าไหร่ฉันก็ยังยืนยันว่าไม่ทราบค่ะ อีกอย่างมูลนิธิของเรารับเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ถ้าคุณจะมาบริจาคเพราะจุดประสงค์อื่น ฉันก็คงรับไว้ไม่ได้”

“เล่นตัวไม่รับเพราะคิดว่าอีกหน่อยก็คงจะสบายกันทั่วหน้า ถ้าลูกสาวของคุณจับอิศร์ได้สินะ”

อัมพาหน้าตึง ทนไม่ไหวอีกต่อไป ลุกขึ้นพูดเสียงแข็ง “ฉันคงต้องเชิญคุณกลับแล้วค่ะ”

“ทำไม ฉันพูดจี้ใจดำใช่ไหม พวกคุณลำบากกันมากนี่ ก็เลยหวังจะตกถังข้าวสาร ฉันก็พอเข้าใจนะ แต่ไปหาเอาข้างหน้าดีกว่า อย่ามายุ่งกับคนรักของฉัน”

“อดีต! คุณก็เป็นแค่อดีตของคุณอิศร์เท่านั้น” กรณ์ผลุนผลันเข้ามาโอบอัมพาไว้อย่างปกป้อง “เพราะฉะนั้นต่อให้เราวางแผนจะตกถังข้าวสารของคุณอิศร์ คุณก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับพวกเรา กลับไปเถอะครับ แล้วผมจะถือว่าคุณไม่เคยมาที่นี่”

“ฉันไปแน่ แต่ฝากบอกแพรพลอยด้วยก็แล้วกันว่าฉันจะขัดขวางทุกวิถีทางไม่ให้เขาเข้าใกล้อิศร์ เพราะเขาไม่เหมาะสมกับอิศร์”

“แล้วคุณเหมาะสมงั้นสิ ผู้หญิงที่มีสามีแล้วแต่ยังคิดว่าตัวเองเหมาะสมกับผู้ชายคนอื่นเขาเรียกว่าผู้หญิงสองใจ”

“นาย...นายดูถูกฉัน”

“ก็เพราะคุณทำตัวเองให้น่าดูถูก กลับไปซะ อย่าให้ผมต้องโทร.ไปเรียกสามีคุณมาที่นี่ เดี๋ยวจะจบไม่สวย”

อริสราจ้องกรณ์อย่างเจ็บใจ แล้วคว้ากระเป๋าเดินพรวดพราดออกไป

ooooooo

อนุภัทรกับมายาวียังคงวนเวียนอยู่บนเกาะร้างอย่างหิวโหย แถมมายาวียังโดนแมงป่องกัดจนเท้าบวม แต่ในยามลำบากก็ทำให้ทั้งคู่เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เพราะไม่ว่าฝ่ายหญิงจะออกฤทธิ์ออกเดชขนาดไหน ฝ่ายชายก็ดูแลเอาใจใส่เธออย่างเข้าใจ

ฝ่ายแพรพลอยกับอิศร์ที่ได้อาศัยบ้านลุงกับป้าใจดี สายวันนี้ลุงป้าชวนทั้งคู่ไปถวายเพลพระที่วัด ที่นี่เองทำให้แพรพลอยได้พบกับฆาตกรฆ่าพ่อแม่ แต่บัดนี้นายสินเข้าวัยกลางคนเพิ่งพ้นคุกและตั้งใจบวชตลอดชีวิตเพื่ออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร

แพรพลอยทำใจไม่ได้เมื่อเห็นคนที่ฆ่าพ่อแม่เต็มสองตา เธอหลบไปสงบสติอารมณ์หลังศาลาแต่ก็ไม่ทำให้อารมณ์โกรธแค้นจางหาย ที่สุดเธอตัดสินใจเผชิญหน้ากับนายสินที่ลานวัด เผยความจริงว่าเป็นใครก่อนจะลงมือทำร้ายตั้งใจให้เขาตายชดใช้กรรมอย่างสาสม แต่อิศร์เข้ามาห้ามทันท่วงทีและให้นายสินรีบหนีไป

อิศร์รับรู้เรื่องราวแล้วพาแพรพลอยกลับกระท่อม ทั้งกล่อมทั้งเตือนสติให้คิดหน้าคิดหลัง อย่าทำลายชีวิตตัวเองด้วยการแก้แค้น

“แต่ฉันทนเห็นคนที่ฆ่าพ่อแม่ฉันมีความสุขไม่ได้ มันไม่ยุติธรรม”

“แค่การที่เขายังมีลมหายใจมันอาจจะไม่ได้แปลว่าเขามีความสุขก็ได้ เขาอาจจะยังติดคุกในใจอยู่ ถึงได้คิดจะบวชตลอดชีวิตให้พ่อแม่ของคุณ...ใจเย็นๆนะคุณแพร ใช้สติให้มากๆ คุณเคยเป็นคนมีเหตุผล ไม่วู่วาม อย่าให้คุณต้องสูญเสียมันไปเพราะเหตุการณ์นี้เลย ไม่งั้นคุณอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเหมือนลุงคนนั้น”

“มันอาจจะคุ้มค่าก็ได้”

“คุ้มค่ายังไง คุณจะได้อะไรนอกจากความสะใจที่ได้แก้แค้น พ่อแม่คุณจะกลับมาหรือเปล่า แล้วแม่คุณกับน้องๆที่มูลนิธิล่ะ เขาจะยินดีกับการที่คุณต้องเข้าคุกเพราะอารมณ์แค้นชั่ววูบนี่ไหม”

แพรพลอยฉุกคิดขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่ความดื้อดึงมีมากกว่า ตะคอกอิศร์ว่าไม่ต้องมาสอน และไม่ต้องตามมาด้วย ตอนนี้ตนไม่พร้อมจะให้ใครขัดขวาง

“งั้นก็เอาสิ ถ้าคุณจะไปก็ต้องฆ่าผมก่อน ตอนนี้คุณอยากฆ่าคนอยู่แล้วนี่ เอาเลย...เริ่มที่ผมเป็นศพแรก”

“คุณไม่เข้าใจฉันหรอก เพราะคุณไม่เคยต้องเป็นผู้ถูกกระทำ”

“ไม่เคยเหรอ ผมถูกลูกพี่ลูกน้องตัวเองแย่งคนรักที่คบกันมาหลายปี ใช้อำนาจเงินบังคับพ่อแม่เขาให้ยกลูกสาวให้ ผมโดนญาติพี่น้องยักยอกเงินบริษัทเข้ากระเป๋าตัวเอง ทำลายชื่อเสียงบริษัทจนป่นปี้ จริงอยู่สิ่งที่ผมเจอมันเทียบไม่ได้กับชีวิตของคุณ แต่ผมมีอารมณ์โกรธแค้น ไม่พอใจอยากเอาคืนไม่ต่างจากคุณหรอก แต่สุดท้ายผมเลือกปล่อยวาง เพราะผมไม่เชื่อในการแก้แค้น ผมไม่เคยเห็นความแค้นทำให้ใครมีความสุข คนที่ให้อภัยต่างหากที่ในที่สุดก็จะมีความสุข”

“แต่พ่อแม่ฉันทั้งคน”

“ใช่ พ่อแม่คุณ ที่วันนี้อาจจะไม่ได้อยู่กับคุณ แต่กำลังมองคุณด้วยความภูมิใจอยู่ที่ไหนสักแห่ง คุณคิดว่าท่านจะไม่ยินดีเหรอ ที่เห็นลูกสาวคนเดียวผ่านเรื่องเลวร้ายมาได้และมีชีวิตอย่างทุกวันนี้ คุณคิดว่าท่านอยากให้คุณทิ้งทุกอย่างเพื่อแลกกับสิ่งที่คุณเรียกว่าความยุติธรรมอย่างนั้นเหรอ”

แพรพลอยตอบไม่ถูก ได้แต่ทอดถอนใจ ความพลุ่งพล่านเริ่มอ่อนลง

“ความยุติธรรมที่แท้จริงก็คือการที่เขาต้องทุกข์ทรมานกับบาปกรรมที่ก่อไปตลอดชีวิต แม้ว่ากฎหมายจะให้อิสรภาพกับเขาแล้วก็ตาม ส่วนคุณเองก็เลือกที่จะลืมอดีตแล้วก็ก้าวผ่านมานานแล้ว อย่าหันกลับไปมองมันให้เจ็บปวดอีกเลยคุณแพร”

“ฉันคงไม่คิดจะหวนกลับไปอีก ถ้าไม่ต้องเจอผู้ชายคนนั้นที่นี่”

“คิดซะว่าการที่คุณได้กลับมาพบเขาก็เพื่อที่คุณจะให้อภัยเขา ไม่ต้องมีเวรกรรมต่อกันอีก แล้วคุณก็จะได้วางอดีตทั้งหมดลงอย่างสบายใจไงครับ”

แพรพลอยยอมจำนนและไปร่วมงานบวชนายสินในวันถัดมา เธอขออโหสิกรรม ปล่อยให้พระสินได้ใช้ชีวิตต่อไป อิศร์ภูมิใจมากถึงกับเอ่ยว่าพ่อแม่ของเธอก็คงภูมิใจเช่นกัน

“คุณรู้ไหม พ่อกับแม่คือเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ฉันเลือกที่จะเป็นบอดี้การ์ด เพราะฉันฝังใจตลอดมาว่าความอ่อนแอของฉันทำให้ต้องสูญเสียท่านทั้งสองไป”

“คุณทำงานนี้เพื่อชดเชยความรู้สึกผิดของตัวเอง”

“ใช่ค่ะ ฉันเลือกคุ้มครองชีวิตคนเพราะไม่อยากให้ใครต้องเป็นผู้สูญเสียเหมือนฉัน คุณพูดถูก ฉันไม่ควรทำลายสิ่งที่ตัวเองทำเอาไว้เพราะความโกรธแค้นชั่ววูบ ฉันควรจะเป็นผู้คุ้มครอง ไม่ใช่ผู้ทำลาย”

“ผมรู้ว่าคำว่าให้อภัยมันพูดยากที่สุด แต่พอได้พูดออกไปแล้วคุณมีความสุขขึ้นใช่ไหม”

“ค่ะ...ขอบคุณที่สอนฉันให้ฉันมีความสุขนะคะ” แพรพลอยจับมือเขาด้วยท่าทีเขินๆ อิศร์ยิ้มดีใจ รู้ว่าเธอเริ่มเปิดใจรับตนเองมากขึ้นแล้ว

ทันใดนั้น ป้าวิ่งเข้ามาแจ้งข่าวดีว่าเมื่อคืนพายุสลายตัวแล้ว มีคนจะเอาเรือเข้าฝั่ง หากทั้งคู่จะไปด้วยให้รีบเตรียมตัว...แล้วขณะนั่งเรือออกไปนั่นเอง แพรพลอยยืมโทรศัพท์ชาวประมงติดต่อไปหาบรรเลง เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง บรรเลงทั้งตกใจและเป็นห่วงมายาวี สั่งเลขาให้จองตั๋วเครื่องบินไปกระบี่โดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน  ทิตายังอยู่ที่กระบี่ พอไอศูรย์ทราบเรื่องจากบรรเลงก็รีบส่งข่าวมาว่าพวกอิศร์ยังไม่ตาย ทิตาจึงรับปากมั่นเหมาะว่าตนจะปิดบัญชีพวกมันเดี๋ยวนี้ เธอไปดักรอแถวสะพานปลา เมื่ออิศร์กับแพรพลอยมาถึงก็เปิดฉากไล่ล่าโดยมีลูกน้องร่วมทีมอีกสี่ห้าคน

แพรพลอยกับอิศร์สู้ยิบตา และเมื่อจวนตัวอิศร์ก็หนีตายด้วยการพาแพรพลอยขึ้นมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านแถวนั้นหลบหนี แต่ทิตายังตามล่าไม่หยุดยั้ง

“เราจะไปไหนกันคุณอิศร์ ฉันนัดกับท่านบรรเลงที่ท่าเรือนะ”

“มันไม่ปลอดภัย ผมว่าเราไปดักรอที่สนามบินดีกว่า ท่านคงยังมาไม่ถึงหรอก จับแน่นๆนะทูนหัว”

อิศร์เร่งความเร็วขึ้นอีก ทิตาหมายเด็ดชีพทั้งคู่ด้วยปืนแต่กลับโดนแพรพลอยพุ่งฉมวกที่คว้ามาจากสะพานปลาเข้าใส่หัวไหล่จนเลือดสาด และในที่สุดทิตาก็ต้องหลบหนีเอาตัวรอดเพราะเห็นรถตำรวจวิ่งฉิวเข้ามา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 14:19 น.