ตอนที่ 18
คืนนี้ ผกาเปิดเกมรุกหมายพิฆาตประดับอีกครั้ง เธอคุยกับกำนันทำทีถามว่า คิดว่าหมวดยงยุทธจะพาตัววีรบุรุษบาปมาให้ประดับได้ภายใน 48 ชั่วโมงไหม กำนันบอกว่าประดับใช้อำนาจที่ตัวเองมีอยู่ ถ้ายงยุทธ ยังอยากอยู่ที่ศรีสัชนาลัยก็ต้องทำให้ได้
ผกาถามต่อเพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่ตนต้องการ ถามกำนันว่าถ้าประดับจัดการศัตรูที่ขวางทางเขาหมดแล้ว เขาจะทำอย่างไรต่อไป กำนันพูดอย่างกระหยิ่มว่า ประดับก็จะได้เป็นสัตโลหะบุรุษ ส่วนตนก็จะได้เป็นมือขวายึดพื้นที่ผลประโยชน์ภาคเหนือทั้งหมดมาอยู่ในมือ
ผกาฟังแล้วเบ้ปากอย่างไม่เชื่อ กำนันถามว่าเธอไม่ยินดีกับตนหรือ เธอหันมาพูดจริงจังว่า
“อย่าว่าฉันเสี้ยมเลยนะพี่กำนัน ฉันรับใช้ทั้งประดับทั้งพี่กำนันมา ฉันรู้ดีว่าผู้ชายคนไหนเหมาะสมกับการเป็นมหาบุรุษที่มากด้วยอำนาจและบารมี” กำนันตกใจรีบห้ามผกาพูด เพราะถ้าประดับมาได้ยินเราโดนเล่นงานแน่ แต่ผกายังคงพูดต่ออย่างไม่ยี่หระว่า “ฉันพูดในสิ่งที่ฉันมั่นใจ ผู้ชายอย่างพี่เป็นได้ถึงราชสีห์ไม่ใช่แค่หมารับใช้”
แม้กำนันจะกลัวภัยมาถึงตัว แต่คำพูดของผกาทำให้กำนันสนใจขึ้นมาทันที แต่ก็ยังกลัวอำนาจบารมีของประดับ ผกาดูออก บอกว่า
“ฉันรักพี่กำนันเพราะพี่ดีกับฉัน เห็นค่าของฉัน เพราะฉะนั้นฉันไม่อยากเห็นพี่คอยกระดิกหางเดินตามแล้วรอคำสั่งจากประดับ...ฉันมีแผนการนะพี่กำนัน ถึงตอนนี้ ประดับจะมีอำนาจมากกว่าเดิมจนเราทำอะไรไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะปล่อยให้โอกาสดีๆพลาดไป”
ยิ่งฟังผกากำนันก็ยิ่งสนใจ ถามว่าโอกาสอะไรหรือ ผกามองหน้ากำนันก่อนเผยแผนของตนว่า
“ก็ตอนนี้ไง ประดับกำลังเล่นงานยงยุทธกับวีรบุรุษบาป โอกาสที่พวกมันจะเผชิญหน้ากันไม่ได้มีบ่อยๆ ถ้าพวกมันตายพร้อมกัน...คิดดูสิว่า ใครจะได้ผลประโยชน์ที่สุด”
“ก็มีแต่ฉันเท่านั้น”
“จ้ะพี่...ถ้าพี่เชื่อฉันรีบคว้าโอกาสนี้ไว้...พี่ก็จะได้เป็นราชสีห์ ไม่ใช่หมารับใช้” ผกาลูบไล้แผ่นอกกำนันอย่างยั่วยวน
กำนันยิ้มอย่างมีความหวัง ผกาเห็นแล้วยิ้มมีความหวังยิ่งกว่าที่แผนกำจัดประดับของตนเริ่มเห็นเค้าลางแล้ว...
ooooooo
ขุนเดชพาร่างไม่ได้สติของดารามาที่กระท่อม ให้เธอนอนพักจนรู้สึกตัว เขาขอโทษที่ทำให้เธอเจ็บ ดาราตัดพ้อว่าแล้วทำไมไม่พูดกับตนดีๆ ขุนเดชบอกว่าพูดแล้วแต่เธอไม่ฟัง บ่นว่านิสัยรั้นไม่ฟังใครของเธอกับบัวทองนี้ไม่รู้ใครติดใครมา
ดาราทั้งโกรธทั้งงอน เอาดาบไม้ที่ขุนเดชทำไว้ซ้อมไล่ตีเขาเอาคืนที่ทำให้ตนเจ็บ ขุนเดชวิ่งหนีพลางหลบหลีกจนดาราเสียหลักเซถลาจะล้ม ยงยุทธเข้ามารับไว้พอดี พอดารารู้ตัวก็รีบผละออก ส่วนยงยุทธมองทั้งสองอย่างระแวงก่อนบอกว่า
“ผมไปบ้านน้าคำปันมา น้าแกบอกว่าคุณไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืน”
ดาราอึกอัก ขุนเดชจึงบอกว่าเมื่อคืนดาราค้างที่นี่ แล้วรีบชี้แจงเมื่อเห็นยงยุทธชักสีหน้าว่า เราคุยงานด้วยกันทั้งคืนไม่ได้ทำอะไรเสียหาย
กระนั้นก็ยังถูกยงยุทธตำหนิว่า ตนเชื่อว่าดารารักษาเกียรติของตัวเอง แต่สำหรับเขาควรมีความเป็นสุภาพบุรุษ บอกให้น้าคำปันรู้จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง
“คนที่อยากรู้ ฉันว่าไม่ใช่น้าคำปันหรอก แต่เป็นแกมากกว่า แล้วก็อย่าเอาคำสุภาพบุรุษมาพูดกับฉัน เพราะถ้าแกเป็นสุภาพบุรุษ คงไม่ดึงแฟนเพื่อนไปจูบต่อหน้าหรอก”
ทั้งสองเชือดเฉือนกันอย่างเจ็บแสบ จนดาราทนไม่ได้ร้องห้ามว่า ถ้าเจอกันแล้วเอาแต่แยกเขี้ยวใส่กันแบบนี้ ทีหลังตนจะพกกระติกน้ำร้อนมาสาดใส่ ขุนเดชกับยงยุทธร้องพร้อมกันว่าพวกตนไม่ใช่หมานะ
“ดี! ถ้าคิดว่าไม่ใช่ ต่อไปก็อย่ากัดกันให้เห็นอีก” พูดแล้วดาราออกไปเลย ยงยุทธหันจ้องหน้าขุนเดชก่อนเดินตามไป
ooooooo
นับวันปารมีก็ต่อต้านคุณหญิงผู้เป็นแม่ร่ำร้องหาแต่ประดับ เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็อาละวาด คุณหญิงเห็นคนใช้ถูกปารมีตะเพิดออกมาก็เข้าไปจัดการเอง สั่งคนใช้ให้ตามเข้าไปด้วยถึง 3 คน
ปารมีเห็นแม่เข้ามาก็ไล่ตะเพิด ถูกคุณหญิงตะคอกถามว่าที่ตนพูดไปนั้นไม่เข้าหูเลยใช่ไหม ปารมีหาว่าแม่พูดเพื่อยุแหย่ให้ตนกับประดับแตกกันแล้วจะแย่งประดับไปจากตน ด่าแม่ว่าประดับไม่สนใจคนแก่เหนียงยานอย่างแม่หรอก แล้วสั่งคนใช้ให้ไปเอายาที่ประดับจัดมาให้ตนเดี๋ยวนี้
คุณหญิงไม่ยอมให้ปารมีกินยานั้น แต่จะให้กินยาที่ตนจัดหามาให้ ถามว่ารู้ตัวหรือเปล่าว่าถูกประดับวางยา ปารมีไม่เชื่อ คุณหญิงจึงสั่งคนใช้สองคนให้จับอีกคนบีบปากแล้วกรอกยาของประดับใส่ปากบังคับให้กลืนยาพิษลงไป
คุณหญิงปฏิบัติการเหี้ยมกับคนใช้จนคนใช้ที่ถูกกรอกยาน้ำลายฟูมปากดิ้นทุรนทุราย ปารมีจึงเชื่อ จากนั้นคุณหญิงสั่งคนใช้อีกสองคนให้พาคนที่ถูกกรอกยาพิษไปให้หมอล้างท้อง
ปฏิบัติการโหดกับคนใช้เพื่อให้ปารมีเชื่อแล้ว คุณหญิง ออกมารินเหล้าดื่มที่เคาน์เตอร์ พึมพำอย่างร้ายกาจว่า
“ไอ้ประดับ...ผู้ชายเลวๆอย่างแกไม่มีทางจะขึ้นไปยิ่งใหญ่ได้หรอก แกจะต้องคอยรับใช้ฉัน เหมือนหมาที่ต้องกระดิกหางเวลาเจ้าของเรียก”
คุณหญิงดื่มเหล้าที่รินรวดเดียวหมดแก้ว พลันก็รู้สึกบ้านหมุน แก้วตกจากมือแตก พร้อมๆกับเบิ้มเดินเข้ามาถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม คุณหญิงยังมีสติ ชี้หน้าเบิ้มว่า “ไอ้...ไอ้เบิ้ม...นี่...นี่ฝีมือแกเหรอ...แกวางยาฉัน! ไอ้ประดับสั่งให้แกฆ่าฉัน”
“เปล่าหรอกครับ คุณประดับทราบดีว่าคุณหญิงจะตายไม่ได้เด็ดขาด” เบิ้มพูดยิ้มในหน้า พอเห็นคุณหญิงหมดสติ มันก็เข้าประคองพาไปยังโรงแรมที่มันเตรียมไว้
มันวางแผนอุบาทว์ พาคุณหญิงเข้าโรงแรม ให้ชายฉกรรจ์สองคนรุมโทรมและถ่ายคลิปไว้แบล็กเมล์...
ooooooo
ส่วนประดับ ยังอยู่ที่ศรีสัชนาลัย มันรุกหนักหมายกำจัดเสี้ยนหนามที่นี่เพื่อก้าวสู่ความเป็นสัตโลหะบุรุษให้ได้ วันนี้ก็ไปหายงยุทธ ถามว่าผ่านไปแล้ว 24 ชั่วโมงหาตัววีรบุรุษบาปมาให้ตนได้หรือยัง ยงยุทธไม่ยอมก้มหัวให้ ตอบไปอย่างไม่แยแสว่า “ได้เมื่อไรก็เมื่อนั้น”
“ฉันไม่ได้มาชวนแกทะเลาะ แต่มาเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชน แต่ในเมื่อแกยังโอหังกล้าอวดดีกับคนที่มีอำนาจมากกว่า เห็นทีฉันคงต้องลงมือเอง” ประดับ แข็งกร้าวขึ้นมา ยงยุทธมองอย่างท้าทาย มันตะคอกใส่หน้ายงยุทธว่า “ไอ้วีรบุรุษบาปมีค่าหัวสำหรับการพาตัวมันมาให้ฉัน และใครที่ให้ความร่วมมือกับมัน รู้จักมันแต่ไม่ยอมให้ความร่วมมือ...ฉันจะจับพวกมันทุกคน!”
เมื่อยงยุทธจะออกไป ลูกน้องประดับไม่ยอมให้ไปไหน ส่วนประดับเองก็บอกเขาว่า เมื่อครู่นี้ตนคุยกับผู้ใหญ่ในกรมแล้ว คดีนี้มีคำสั่งให้เร่งจัดการให้เรียบร้อย แม้แต่ผู้การทรงยศที่เคยสนับสนุนเขาก็เห็นด้วย และกำลังส่งคนมาช่วยตนที่นี่
“ไอ้ประดับ! เส้นสายของแกหยุดฉันไม่ได้หรอก” ยงยุทธขึ้นรถจี๊ปถูกลูกน้องประดับดึงกุญแจรถโยนให้ประดับ
“ถ้าฉันเป็นแก...ฉันจะยอมอยู่เฉยๆ ไม่หาเรื่องให้ต้องเดือดร้อนหรอก” ประดับยิ้มร้ายหรี่ตามองยงยุทธอย่างเป็นต่อ
ยงยุทธขบกรามแน่นอย่างเจ็บใจ
ooooooo
อาจารย์ประทีปที่ไปดูงานบูรณะปราสาทที่บุรีรัมย์กลับมาถึงแคมป์โบราณคดีที่ศรีสัชนาลัยด้วยความเป็นห่วง ทันทีที่เจอดาราก็ถามเรื่องประดับประกาศตั้งค่าหัววีรบุรุษบาป
“ค่ะอาจารย์ ถึงเขาจะเป็นฆาตกร แต่ที่ผ่านมาถ้าไม่มีเขาคอยช่วยเรา สมบัติของชาติก็คงต้องถูกทำลายไปมากกว่านี้”
อาจารย์เห็นด้วย แต่ติงว่าการสนับสนุนวีรบุรุษบาปเท่ากับเราจงใจทำผิดกฎหมายด้วย ทำให้ดาราเครียดขึ้นมา
ขณะนั้นเอง กบวิ่งเข้ามาบอกว่าตำรวจจะมาพาตัวดาราไปสอบสวน ดาราเดินออกไป เห็นอาจารย์ดำรงกับเปี๊ยะกำลังคุยกับตำรวจว่าดาราเป็นนักวิชาการ
ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย เปี๊ยะถึงกับบอกว่าถ้าจะเอาตัวดาราไปก็ให้เอาพวกตนไปด้วย
ลูกน้องประดับกระชากคอเสื้อเปี๊ยะขู่ว่าขืนยังพล่ามจะได้เข้าไปอยู่ในคุกแน่ ดาราบอกให้ปล่อยลูกศิษย์ตน ถ้าจะสอบปากคำก็ให้สอบตนคนเดียว บอกอาจารย์และลูกศิษย์ที่เป็นห่วงว่า เชื่อว่าความยุติธรรมจะปกป้องตน แล้วไปกับตำรวจ
ตำรวจกับลูกน้องประดับอีกส่วนหนึ่งไปที่บ้านคำปัน จะเอาตัวบัวทองไปสอบปากคำ คำปันตกใจมากบอกว่าไม่รู้ว่าบัวทองอยู่ไหน ลูกน้องประดับแสดงความถ่อยเข้าบีบปากคำปันจะให้บอก จ่าแท่นกลับมาเห็นพอดี จ่าสั่งให้มันปล่อยน้องสาวตน ลูกน้องประดับขู่ว่า นี่เป็นคำสั่งของประดับถ้าขัดขวางถือว่าไม่ให้ความร่วมมือ
“กลับไปบอกเจ้านายแก...ถ้ามันอยากได้ตัวหลานสาวข้า มันต้องข้ามศพข้าไปก่อน” จ่าแท่นแค้นจัดยิงปืนขึ้นฟ้านัดหนึ่ง จนลูกน้องประดับกับตำรวจต้องกลับไป
จ่าบอกคำปันว่าประดับกำลังบ้าอำนาจ ถึงกับประกาศให้รางวัลนำจับวีรบุรุษบาปกับจับคนที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับวีรบุรุษบาปไปสอบสวน คำปันตกใจมากบอกจ่าว่าต้องช่วยหลานอย่าให้พวกมันเอาตัวไป จ่าถามว่าแล้วตอนนี้บัวทองอยู่ไหน คำปันจึงบอกว่าบัวทองขอไปกราบลาพระอจนะ
“งั้นคำปันรอพี่อยู่ที่นี่ พอพี่พาบัวทองกลับมาแล้ว คำปันต้องรีบไปจากศรีสัชนาลัยทันที” พูดแล้วจ่ารีบออกไป
ooooooo
ดาราถูกนำตัวไปโรงพัก เจอยงยุทธที่ถูกประดับสั่งให้มาสอบสวนดารา พอเห็นดาราถูกคุมตัวมา ยงยุทธสั่งให้ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ ด่าประดับว่ากำลังหาเรื่องแก้แค้นพวกตน
ประดับหัวเราะเยาะ บอกว่าตนกำลังทำหน้าที่แทนเขาต่างหาก ในเมื่อเขาอ่อนปวกเปียกใช้กฎหมายลงโทษคนผิดไม่ได้ ตนจึงต้องลงมาจัดการเอง แล้วสั่งลูกน้องให้เอาตัวดาราไปห้องสอบสวน
“หยุด!! ดาราไม่ใช่ผู้สมรู้ร่วมคิดกับวีรบุรุษบาป” ยงยุทธเลือดขึ้นหน้า
“แกปกป้องเธอไม่ได้หรอกยงยุทธ” ประดับเยาะเย้ย พอลูกน้องพาดาราไปห้องสอบสวน มันก็เดินตามไป ยงยุทธจะตามไป ถูกตำรวจของผู้การทรงยศเข้ามาขวางพูดอย่างตึงเครียดว่า
“ขอโทษครับหมวด...ผู้การทรงยศสั่งมา ถ้าหมวดไม่ให้ความร่วมมือ มีคำสั่งให้พักงานหมวดทันที”
ยงยุทธมองตามดาราไปอย่างเป็นห่วง เจ็บใจจนกำหมัดแน่นที่ในภาวะนี้ ตนช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย
ooooooo
อาจารย์ประทีปรีบไปหาขุนเดชที่กระท่อม เล่าเรื่องดาราถูกตำรวจมาเอาตัวไปสอบสวน และกำลังตามจับทุกคนที่มันสงสัยว่าสมรู้ร่วมคิดกับวีรบุรุษบาป ขุนเดชบอกว่าประดับไม่ได้คิดจะจับวีรบุรุษบาปอย่างเดียวหรอก แต่มันกำลังใช้อิทธิพลของมันแก้แค้นพวกเราอยู่
“ถ้างั้นมันคงไม่ยอมปล่อยตัวอาจารย์ดาราแน่” อาจารย์ประทีปหนักใจมาก ขุนเดชถามว่าแล้วยงยุทธล่ะ “ยงยุทธถูกคำสั่งจากผู้ใหญ่ห้ามขัดขวางการทำงานของประดับ”
“งั้นมันคงไม่หยุดตามเล่นงานทุกคนที่เกี่ยวข้องแน่...” ขุนเดชพูดอย่างแค้นใจ พลันก็นึกถึงบัวทองขึ้นมา เขาขี่มอเตอร์ไซค์ตะบึงไปด้วยความเป็นห่วงบัวทอง
ระหว่างทางถูกตำรวจมาขวางจะจับ ขุนเดชบิดคันเร่งเสียงดังพุ่งทะยานฝ่าพวกตำรวจไป ลูกน้องประดับขึ้นรถจี๊ปไล่ตามไปอย่างกระชั้นชิด
ooooooo
บัวทองไปไหว้พระอจนะที่วัดศรีชุม สองมือเธอพนมไหว้พระอจนะ เอ่ยน้ำตาคลอ...
“เลือดเนื้อของลูกเป็นศรีสัชนาลัย ลูกไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนขี้ขลาด ทิ้งแผ่นดินเกิดเพื่อเอาตัวรอด แต่หัวใจของลูกถูกทำร้ายจนแหลกลาญ ถ้าลูกยังเห็นหน้าเขาอยู่ ลูกกลัวว่า...ลูก...ลูกจะต้องเกลียดเขาไปตลอดชีวิต”
บัวทองก้มกราบพระอจนะน้ำตาอาบแก้ม
แต่พอเดินออกมายืนดูสถูปสถานเหมือนเป็นการสั่งลานั่นเอง ตำรวจกับลูกน้องของประดับก็เดินดาหน้าเข้ามา เพราะมันสอบถามจากชาวบ้านรู้ว่าบัวทองมาไหว้พระอจนะอยู่วัดศรีชุม พวกมันจึงตามมา
บัวทองรู้โดยสัญชาตญาณถึงความไม่ปลอดภัย เธอถอยหนีไปทันที ลูกน้องประดับและตำรวจเห็นดังนั้นกระจายกำลังกันวิ่งไล่ตาม เจอลูกน้องประดับออกมาขวาง เธอใช้ตะกร้าของถวายพระในมือฟาดมันแล้ววิ่งหนี ถูกมันกระชากแขนไว้ เธอต่อสู้ทั้งชกทั้งศอกกระทืบกระทุ้งมันแล้วหนีไปได้
“จับมันให้ได้!!” ลูกน้องประดับตะโกนบอกกัน
โชคดีที่จ่าแท่นมาดักพบและพาบัวทองหนีออกไปได้ พวกลูกน้องประดับและตำรวจเดินตามหาไม่เจอจึงพากันกลับ
ooooooo
ดาราถูกตำรวจของผู้การทรงยศสอบสวน ข่มขู่ว่าถ้าพิสูจน์ได้ว่าเธอทำผิดกฎหมาย เธอก็จะหมดอนาคตในอาชีพ ดารายืนกรานว่าตนไม่รู้จักวีรบุรุษบาป ประดับพรวดเข้ามาหาว่าเธอปากแข็ง เข้ามาสอบสวนแทน ตำรวจของผู้การอึกอัก มันขู่ว่า
“คดีนี้ผู้ใหญ่ของคุณกับผมมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน”
ตำรวจของผู้การทรงยศจึงจำต้องถอยไป ในห้องเหลือแต่ประดับกับลูกน้อง ดารารู้ถึงความไม่ปลอดภัย แต่ไม่ทันตั้งตัว ประดับก็ใช้วิธีข่มขู่คุกคามกับเธอ ทั้งยังเย้ยว่าตอนนี้ไม่ว่ายงยุทธหรือขุนเดชก็ช่วยเธอไม่ได้
เมื่อดาราไม่ยอมอ่อนข้อให้มัน มันใช้ความรุนแรงบีบปากเธออย่างแรง ทั้งยังแสดงความหื่นคุกคามเธอทำท่าจะจูบ แต่แล้วก็ผลักหน้าดาราออกไป หัวเราะเยาะหยันแล้วสั่งลูกน้องให้ไปเอายงยุทธมา
มันสั่งยงยุทธให้สอบปากคำดารา ยงยุทธบอกว่าดาราไม่ใช่ผู้สมรู้ร่วมคิด ถูกประดับชี้หน้าขู่ว่าอย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน ถ้าขัดขืนคำสั่งจะหลุดจากอาชีพนี้อย่างถาวรแน่นอน ดาราบอกยงยุทธให้ทำตามหน้าที่ของเขาเถิด ยงยุทธเริ่มสอบถามว่า เธอรู้จักวีรบุรุษบาปหรือเปล่า
“ฉันไม่รู้จักเขา” ดาราตอบอย่างหนักแน่นตามเคย ยงยุทธหันไปบอกประดับว่า ไม่ว่าถามกี่ครั้งเธอก็ยืนกรานคำเดิม
ประดับด่ายงยุทธว่าสอบสวนแบบนี้มันสองมาตรฐาน ตนจะทำให้ดูว่าวิธีการที่เขาสอบสวนคนอื่นเป็นอย่างไร มันตรงไปบีบหน้าดารา ตะคอก “บอกความจริงมา เธอสมรู้ร่วมคิดกับมันใช่ไหม”
ดาราไม่ตอบแต่บอกมันให้ปล่อย ตนเจ็บ ยงยุทธทนไม่ได้ตะโกน “ปล่อยเธอ!!”
“พูดออกมาดารา ว่าเธอสมรู้ร่วมคิดกับวีรบุรุษบาป เธอเห็นด้วยกับมัน เธอชอบให้มันไล่ฆ่าคน เพราะตำรวจอย่างยงยุทธไร้น้ำยาช่วยเธอปกป้องโบราณสถานไม่ได้”
ดารานิ่ง แต่ยงยุทธจ้องหน้าประดับราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ตะโกน “ปล่อยเธอ ฉันบอกให้ปล่อยเธอ...ไอ้ชาติชั่ว!”
ประดับพูดอย่างสะใจว่า “นี่แหละสิ่งที่ฉันอยากเห็นที่สุด เวลาที่แกอยากจะฆ่าฉันแต่ทำไม่ได้” แล้วสั่งลูกน้อง “เอาตัวอาจารย์ดาราไปขังไว้” สิ้นเสียงสั่งของมัน ลูกน้องก็พากันคุมตัวดาราออกไป
ขณะยงยุทธเดินผ่านห้องขังนั้น เขาจับมือเธอผ่านลูกกรง พูดอย่างเป็นห่วงมากว่า
“ไม่ต้องห่วงนะดารา ผมไม่ยอมให้คุณอยู่ในนี้แน่ ในเมื่อมันอยากเปิดศึกกับผม...ผมก็จะรบกับมันให้ตายไปข้าง!”
ดาราตกใจพยายามห้ามเขา บอกว่าเขากำลังถูกมันบีบให้เลือกเส้นทางผิดเพื่อจะได้จัดการเขาได้ง่ายขึ้น อย่าหลงกลมัน ยงยุทธยังเป็นห่วงเธอ ดาราย้ำว่า
“ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ตำแหน่งนักวิชาการของฉันพอจะช่วยปกป้องฉันได้อยู่ แต่สำหรับขุนเดช...ฉันเป็นห่วงเขา”
“ผมจะหาทางช่วยขุนเดชให้ได้...ส่วนคุณอดทนอยู่ในนี้ก่อนนะ”
ยงยุทธบีบมือเธอแน่นแล้วจะออกไป ขณะนั้นเอง ตำรวจของผู้การทรงยศเข้ามาขวางถามว่าหมวดจะไปไหน
“อย่ามาขวางทางผม ผู้การทรงยศสนับสนุนความยุติธรรมมาตลอด พวกคุณก็เห็นกับตาว่า ไอ้หมอนั่นมันทำเกินกว่าอำนาจ ถ้าคุณจะรายงานผมให้ผู้การทราบ ก็ช่วยรายงานทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ให้ท่านทราบด้วย ท่านจะได้รู้ว่า หน้าที่ของตำรวจนั้นคือ รับใช้ประชาชน ไม่ใช่รับใช้อำนาจ!!”
ตำรวจนายนั้นฟังแล้วนิ่งไป เพราะสิ่งที่เขาเห็น เป็นจริงอย่างที่ยงยุทธพูด
หลังจากนั้น ประดับเดินเข้ามาหาตำรวจนายนั้น ถามหน้าตาตึงเครียดว่า เขาปล่อยหมวดยงยุทธออกไปหรือ ตำรวจนายนั้นบอกว่า “มีคำสั่งจากผู้การทรงยศให้หมวดยงยุทธดูแลคดีนี้ต่อครับ”
ประดับตวาดว่าตนต่างหากที่ต้องออกคำสั่ง
ไม่ใช่ผู้การ ถูกตำรวจนายนั้นพูดอย่างสุภาพแต่ยืนยันหลักการว่า
“ขอโทษด้วยครับคุณประดับ พวกผมรับคำสั่งจากผู้การ ถ้าผู้การไม่ได้สั่ง พวกผมก็คงปฏิบัติตามไม่ได้”
“หึ! พวกคุณกล้าท้าทายอำนาจแบบนี้...แล้วจะได้เห็นดีกัน” แล้วประดับก็พาลูกน้องเดินออกไปอย่างหัวเสีย
ooooooo
จ่าแท่นพาบัวทองกลับถึงบ้าน คำปันกอดลูกไว้ด้วยความดีใจ หันไปขอบใจจ่าแท่น จ่าเร่งให้รีบพาบัวทองไปจากที่นี่เลย จะได้พ้นจากอิทธิพลของประดับ บัวทองถามว่าแล้วจ่าล่ะ จ่าบอกว่าตนจะอยู่สู้ต่อไป บัวทองสวนไปทันทีว่า
“งั้นฉันจะอยู่สู้ด้วย” คำปันเรียกปราม บัวทองหันไปบอกแม่ว่า “แม่จ๋า เลือดกับเนื้อของเราเป็นศรีสัชนาลัยนะแม่ เราจะทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนแล้วหนีเอาตัวรอดจริงๆหรือ”
จ่าบอกหลานให้เชื่อแม่เถอะ ตอนนี้ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้วจริงๆ บัวทองทำท่าจะโต้แย้ง จ่าตัดบทว่า
“ไม่ต้องมาเถียงลุง...คราวนี้ลุงจะไม่ใจอ่อนกับเอ็งอีกแล้ว ไปเอากระเป๋าเสื้อผ้ามา ลุงจะไปส่งเอ็งกับแม่”
บัวทองจำต้องขึ้นเรือนไปเอากระเป๋า ส่วนคำปันนั่งเครียด หยิบสร้อยคอพระร่วงนั่งที่นายเดื่องให้ขึ้นมาดู
ooooooo
ลูกน้องประดับขับรถจี๊ปไล่ตามรถมอเตอร์ไซค์ของขุนเดชไปจนถึงโกดังร้าง เห็นรถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ มันร้องเตือนกันว่า
“เฮ้ย...ระวังด้วย ไอ้นี่มันไม่ธรรมดา”
พวกมันชักปืนออกมาพร้อมยิง พริบตานั้นขุนเดชวิ่งผ่านข้างหลังมันไปอย่างรวดเร็ว มันหันขวับยิงใส่ไม่ยั้ง แต่พอควันปืนจาง ก็ไม่เห็นใครอยู่ตรงนั้นแล้ว
อึดใจเดียว วีรบุรุษบาปก็โผล่มาข้างหลังพวกมัน ควงดาบดำทั้งปลอกปัดปืนของคนแรกกระเด็นไป พออีกคนหันมาก็ถูกวีรบุรุษบาปวาดเท้าเตะปืนในมือมันกระเด็น จากนั้น วีรบุรุษบาปทิ้งดาบดำแล้วตั้งการ์ดสู้กับพวกมันด้วยมือเปล่า
ชั่วครู่เดียว ชาวบ้าน 4-5 คนก็วิ่งมาที่โบราณสถานกับยงยุทธ ชาวบ้านร้องบอกว่าวีรบุรุษบาปปรากฏตัวแล้ว ยงยุทธรีบกลับเข้าไป เจอวีรบุรุษบาปยืนอยู่บนซากโบราณสถาน ในมือถือดาบดำท่าทางขึงขังดุดัน
“ฉันรู้ว่ามันต้องการเล่นงานฉัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องย้ายไปอยู่ข้างเดียวกับแก” ยงยุทธตะโกน
“ผมรู้ว่าคนอย่างหมวด ต่อให้เอาช้างทั้งโขลงมาฉุด หมวดก็ไม่ยอมร่วมมือกับผม แต่สถานการณ์ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ถ้าเราไม่ร่วมมือกัน เราจะหยุดไอ้ประดับไม่ได้” เห็นยงยุทธนิ่งไป วีรบุรุษย้ำถาม เสียงเข้ม “ว่ายังไงหมวด!!”
“ฉันไม่ร่วมมือกับโจร” ยงยุทธชักปืนออกมาเล็งไปที่วีรบุรุษบาปทันที
“งั้นผมก็ต้องจัดการหมวดก่อน แล้วค่อยไปจัดการกับไอ้ประดับ”
ไม่ทันสิ้นเสียงวีรบุรุษบาป ยงยุทธก็ลั่นไกไม่ยั้ง แต่วีรบุรุษบาปกระโจนหลบกระสุนหายตัวไปแล้ว ยงยุทธไล่ตามทันที
ooooooo
ฝ่ายกำนันบุญ ติดต่อให้ซ้อน พนมเพลิง มาทำงานให้ตน ผกาเห็นซ้อนก็พูดอย่างดูถูกว่าแน่ใจหรือว่าคนนี้จะทำงานให้เราได้สำเร็จ ซ้อนมองผกาอย่างไม่พอใจ บอกกำนันว่าถ้าคุณผู้หญิงไม่ไว้ใจตนก็ไม่รับทำงานนี้ให้
กำนันรีบบอกว่าผกายังไม่รู้จักเขา ซ้อนจึงเสนอจะทดสอบฝีมือให้ดู กำนันตกใจพยายามห้ามแต่ซ้อนพูดอย่างหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเองว่า “ฉันรับทำงานให้ใครแล้ว คนที่จ้างฉันก็ต้องมั่นใจว่าจ้างแล้วคุ้ม”
“ให้เขาลองดูหน่อยเถอะพี่กำนัน...ฉันไม่ชอบพวกเก่งแต่ปาก”
“เธอหาเรื่องไอ้ซ้อนมันเองนะผกา” กำนันพูดอย่างรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น
สิ่งที่ซ้อนลองให้ผกาดูคือ เอาส้มวางไว้บนหัวผกาให้ยืนเป็นเป้านิ่ง กำนันใจไม่ดีพยายามขอเปลี่ยนเป็นให้ลูกน้องไปยืนแทน ซ้อนไม่เอาอ้างว่าลูกน้องกำนันรู้จักฝีมือตนดี เลยต้องลองกับคนขี้สงสัยเท่านั้น
ซ้อนชักปืนออกมายิงโดยไม่หันมอง ได้ยินเสียงผการ้องกรี๊ดแล้วหมดสติไป ซ้อนหันมาถามกำนันว่า ฝีมือของไอ้ซ้อน พนมเพลิง ยังถูกใจกำนันอยู่ไหม
“งั้นข้าก็คงวางใจฝากฝังอนาคตของข้าไว้กับเอ็งได้” กำนันพูดอย่างพอใจ แต่ซ้อนกลับบอกว่าสำหรับกำนันตนไม่มีปัญหาแต่กับเมียใหม่ของกำนันตนไม่ไว้ใจ กำนันโกรธมากกระชากคอเสื้อซ้อนไปตะคอก “ไอ้ซ้อน...เห็นแก่ความเป็นพี่เป็นน้องกันมา เอ็งต้องไม่ก้าวก่ายเรื่องของข้า”
“ฉันห่วงพี่ต่างหาก แต่ถ้าพี่มั่นใจว่าจะไม่ถูกหักหลัง ฉันก็พร้อมทำให้พี่ทุกอย่าง”
“ขอบใจ” กำนันปล่อยมือ “ทำหน้าที่ของเอ็งให้ดีที่สุดก็พอ งานนี้ข้าเดิมพันสูง”
“จ้ะพี่” ซ้อน พนมเพลิง รับคำกำนันอย่างนับถือกันแล้วเดินออกไป กำนันหันมองผกาที่ยังนอนสลบอยู่อย่างครุ่นคิด
ooooooo
ยงยุทธไล่ตามวีรบุรุษบาปเข้าไปในป่า เห็นแต่ดาบดำปักอยู่ที่พื้น วีรบุรุษบาปอาศัยช่วงที่ยงยุทธเผลอกระโจนเข้าจากข้างหลัง ยงยุทธหันกระบอกปืนใส่ทันทีแต่ถูกวีรบุรุษบาปจับปืนไว้ ต่างจ้องหน้างัดแรงใส่กันสุดฤทธิ์ ยงยุทธแย่งปืนไปได้ยกจ่อหน้าวีรบุรุษบาปทันที
ยงยุทธพูดใส่หน้าวีรบุรุษบาปว่า ถึงเวลาที่จะต้องรับโทษแล้ว วีรบุรุษบาปถามอย่างไม่สะทกสะท้านว่าคิดหรือว่ากำจัดตนไปแล้วประดับจะเลิกรา เพราะลำพังหมวดคนเดียวไม่มีทางหยุดแผนชั่วของมันได้
“แต่ฉันจะหยุดมัน...ถึงแม้สุดท้ายต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม”
“ถ้าหมวดเลือกจะตาย แล้วคนรักของหมวดล่ะ จะทำยังไง” ยงยุทธชะงัก วีรบุรุษบาปพูดต่อว่า “ถ้าต้องแลกด้วยชีวิตใครสักคนเพื่อให้คนเลวอย่างมันได้ลงนรก... คนนั้นควรเป็นผม”
ยงยุทธไม่สนใจ สั่งวีรบุรุษบาปให้ยกมือขึ้น แต่ ระหว่างนั้นเอง ประดับกับลูกน้องก็เอารถจี๊ปเข้ามาจอด วีรบุรุษบาปพูดเป็นครั้งสุดท้ายว่า
“พวกมันมาแล้ว ตัดสินใจตั้งแต่ตอนนี้เถอะหมวด ร่วมมือกันหรือจะตายด้วยกันทั้งคู่”
ประดับก้าวลงจากรถ จ้องเขม็งมาที่ทั้งสอง ยงยุทธหน้าเครียดจัดกับภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานนี้
ooooooo
เวลาเดียวกันนี้ จ่าแท่นกับคำปันกำลังรอบัวทองขึ้นไปเอากระเป๋าเพื่อไปจากศรีสัชนาลัย ระหว่างนั้นเอง อาจารย์ประทีปพาดาราเข้ามา อาจารย์บอกจ่าแท่นกับคำปันว่าตนใช้ตำแหน่งตัวเองรับรองความบริสุทธิ์ของดารา เล่าให้ทั้งสองฟังว่า
“โชคดีที่ทางผู้การทรงยศได้รับรายงานจากลูกน้องว่าประดับกำลังทำเกินกว่าอำนาจ เลยมีคำสั่งด่วนให้ปล่อยตัว”
เมื่อดารารู้ว่าจ่ากำลังจะพาคำปันกับบัวทองไปอยู่ที่อื่น เธอเร่งให้รีบไปเสียเพราะประดับยังมีอำนาจอยู่ ถ้าไม่ได้ตัววีรบุรุษบาปมันคงไม่หยุดแน่ ฟังแล้วจ่าปรารภอย่างกังวลว่า
“ถ้างั้น งานนี้วีรบุรุษบาปก็คงต้องเจอศึกหนักสองด้าน เพราะหมวดก็ต้องการได้ตัวหมอนั่นเพื่อพิสูจน์ให้ผู้ใหญ่เห็น นายประดับจะได้ไม่กล้าเบ่งอำนาจกับหมวดอีก”
“หมายความว่า นี่จะเป็นวันสิ้นชื่อของวีรบุรุษบาปแล้วใช่ไหมจ๊ะลุง” บัวทองถาม เมื่อจ่าพยักหน้า เธอหน้าเครียดด้วยความเป็นห่วงวีรบุรุษบาป...
ooooooo
ประดับนำลูกน้องล้อมยงยุทธกับวีรบุรุษบาปไว้ ชมยงยุทธว่าทำได้ดีมาก ให้ส่งตัววีรบุรุษบาปมาเลย ส่วนตัวหมวดตนจะรายงานความดีความชอบให้
วีรบุรุษบาปถามยงยุทธว่าเชื่อมันหรือ ถ้าเขาส่งตนให้มัน มันจะฆ่าเราทั้งสองคนแล้วบอกทุกคนว่าเขาตายในหน้าที่ เพราะถูกตนฆ่า ทำให้ยงยุทธนิ่งไป ส่วน ประดับก็เร่งรัดยงยุทธแบบไม่ให้ตั้งตัวได้ ยงยุทธเอาปืนจ่อหลังวีรบุรุษบาปสั่งให้เดินไปหาประดับ ซึ่งตรงนั้นมีดาบดำของวีรบุรุษบาปปักอยู่ที่พื้น
ระหว่างนั้น ประดับสั่งลูกน้องเบาๆว่า “พวกมันเข้ามาเมื่อไหร่ จัดการส่งมันไปนรกพร้อมกันเลย”
วีรบุรุษบาปคิดว่ายงยุทธเล่นงานตนแน่แล้ว แต่พอเดินไปไม่กี่ก้าว ยงยุทธก็พูดเบาๆว่า
“ฉันนับถึง 3 เมื่อไหร่ ฉันจะยิงเปิดทางให้ แกรีบไปเอาดาบของแกแล้วแยกออกไปจัดการกับคนของมัน”
วีรบุรุษบาปอึ้งไปนิดหนึ่ง ยงยุทธบอกว่าไม่ต้องถามอะไร ทำตามที่ตนสั่ง แล้วนับ หนึ่ง...สอง...สาม!!
พอนับถึงสาม ยงยุทธผลักวีรบุรุษบาปไปที่ดาบดำ กระหน่ำยิงเปิดทางให้
กว่าพวกประดับจะรู้ตัว วีรบุรุษบาปก็คว้าดาบดำหายไปแล้ว ส่วนยงยุทธก็แยกไปอีกทางหนึ่ง ประดับสบถลั่น
“ไอ้ยงยุทธ...ตามไปฆ่ามันให้หมด อย่าให้มันรอดออกไปจากที่นี่ได้...ไป!!”
ooooooo
ลูกน้องประดับแยกกันเป็นสองทาง ทางละสองคน ตามวีรบุรุษบาปไปทางหนึ่งและตามยงยุทธไปอีกทางหนึ่ง สองคนที่ตามยงยุทธไปนั้น ถูกยงยุทธกระแทกหน้ามันด้วยหมัดลุ่นๆ จนหน้าแตก พอมันชักมีดออกมาก็ยื้อกันอย่างกินกันไม่ลง
ซ้อน พนมเพลิงใช้ปืนยาวติดลำกล้องเล็งไปที่ยงยุทธในจังหวะที่เขาเสียเปรียบ แต่พอมันลั่นไก ยงยุทธก็พลิกกลับมาเป็นต่อ ลูกน้องประดับเลยรับลูกปืนไปเต็มๆ ตายคาที่ ยงยุทธรีบวิ่งหนีกระสุน ซ้อนสบถที่ยิงพลาดแล้ววิ่งไล่ตามไป
ส่วนวีรบุรุษบาปสู้กับลูกน้องประดับสองคน คนหนึ่งถูกแทงแล้วเอามาเป็นโล่รับกระสุนที่อีกคนระดมยิงมาตายสนิท มันชักดาบออกมาสู้กับวีรบุรุษบาป ถูกปัดจนดาบหลุดกระเด็น มันเลยวิ่งหนี ถูกวีรบุรุษบาปใช้ดาบของมันพุ่งใส่กลางหลังตายคาที่ไปอีกคน
ขณะที่วีรบุรุษบาปเสียบดาบดำเข้าฝัก ได้ยินเสียงปืนจากอีกด้านหนึ่ง เขาเป็นห่วงยงยุทธขึ้นมาทันที
ooooooo
ที่แคมป์โบราณคดี ดาราเดินอ้าวเข้ามาในแคมป์ คว้าปืนจะออกไป อาจารย์ประทีปทักท้วงว่า ถ้าจะไปช่วยยงยุทธละก็อย่าเสี่ยงดีกว่า ดาราตอบอย่างไม่ลังเลว่าตนจำเป็นต้องเสี่ยง เพราะตนจะปล่อยให้คนที่มีอุดมการณ์เดียวกับเราถูกจับไม่ได้
อาจารย์ประทีปตกใจถามว่า จะไปช่วยวีรบุรุษบาปหรือ ดาราขอโทษอาจารย์ประทีปที่ท่านยอมเอาตำแหน่งประกันตนออกมาเพราะคิดว่าตนอยู่ข้างกฎหมาย บอกอาจารย์อย่างไม่ปิดบังว่า
“เปล่าเลยค่ะอาจารย์ ฉันสนับสนุนให้วีรบุรุษบาปฆ่าคนที่มาทำลายสมบัติของชาติมาตลอด”
อาจารย์ประทีปหว่านล้อมดาราว่าตัวเองเป็นนักวิชาการอย่าทำอย่างนั้นเลย ดาราชี้แจงอย่างคับแค้นใจว่า
“ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะอาจารย์ประทีป ฉันไม่ควรสนับสนุนคนทำผิดกฎหมาย แต่กี่ครั้งแล้วคะที่ความพยายามปกป้องโบราณสถานของเราต้องล้มเหลวเพราะแพ้อิทธิพล...วีรบุรุษบาปอาจจะเป็นฆาตกรในสายตาทุกคน แต่เขาก็ฆ่าคนบาปเพื่อรักษารากเหง้าของพวกเราเอาไว้... อาจารย์ยังจำคำสอนของอาจารย์ที่สอนฉันสมัยเรียนได้ไหมคะ”
“ผมจำได้ไม่ลืมหรอก...ถ้าไม่มีราก ไม่มีเหง้าก็ไม่มีเรา คำพูดนี้เป็นคำที่นายเดื่องพูดไว้กับผมก่อนที่เขาจะถูกพวกโจรฆ่าตาย”
“อาจารย์คะ เพราะฉะนั้นเราทุกคนคงเรียกตัวเองว่าไทยไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะรากเหง้าที่บรรพบุรุษสร้างไว้ให้ ขอให้ฉันได้ไปทำหน้าที่คนไทยเถอะค่ะอาจารย์”
อาจารย์ประทีปนิ่งไปครู่หนึ่งจึงถอยเปิดทางให้ ดาราขอบคุณอาจารย์แล้วเดินออกไปอย่างกล้าหาญ
เช่นเดียวกับบัวทอง ระหว่างที่จ่าแท่นขับรถพาบัวทองกับคำปันออกจากศรีสัชนาลัยนั้น รถเกิดเครื่องดับจ่าลงไปตรวจพบว่าหัวเทียนดับ จ่าเอาหัวเทียนไปเปลี่ยน จึงถอดเข็มขัดปืนวางไว้ แต่พอกลับมาจะเดินทางต่อ ปรากฏว่าบัวทองหายไป จ่าฉุกคิดหันไปดูเข็มขัดปืน เหลือแต่เข็มขัดทิ้งไว้ส่วนปืนหายไปแล้ว ทั้งคำปันและจ่าตกใจ เป็นห่วงบัวทองมาก
ooooooo
วีรบุรุษบาปวิ่งไปตามเสียงปืนที่ซ้อนไล่ยิงยงยุทธ เขาหลบหลีกวิ่งไปหายงยุทธที่หลบอยู่หลังต้นไม้ ยงยุทธบอกเขาว่ามันมีปืนซุ่มยิง เราติดกับมันแล้ว วีรบุรุษบาปบอกว่าตนจะช่วยหมวดเอง ยงยุทธห้ามไว้บอกว่าฝีมือมันไม่ธรรมดา
“แต่มันไม่มีทางอื่น ผมมั่นใจว่าความแม่นยำของหมวดมีไม่น้อยกว่านี้” พูดแล้วเห็นยงยุทธเงียบ วีรบุรุษบาปถาม “ว่าไงหมวด...ถ้าคุณไม่อยากให้ผมถูกคนอื่นฆ่าตาย คุณก็ต้องแม่นกว่ามัน”
“งั้นแกก็ต้องวิ่งให้สุดชีวิต”
“ชีวิตผมฝากไว้ที่หมวดแล้ว” สิ้นเสียง ยงยุทธส่งสัญญาณมือ วีรบุรุษบาปพุ่งออกไปจากหลังต้นไม้ทันที
ด้วยการเสียสละเอาตัวล่อซ้อนให้ไล่ยิงตนของวีรบุรุษบาป ทำให้ยงยุทธหลบออกจากหลังต้นไม้หนีไปได้ แต่วีรบุรุษบาปถูกมันยิงเฉี่ยวที่แขน นัดต่อไปมันหมายเจาะกะโหลกให้ได้ แต่ไม่ง่าย เพราะยงยุทธวิ่งตามเสียงปืนมาช่วยวีรบุรุษบาป ซ้อนถูกยิงที่หัวไหล่เลือดไหลโกรก มันจึงรีบเก็บปืนหนีไป
พอซ้อนหนีไปแล้ว ยงยุทธหันมองหาวีรบุรุษบาป แต่เขาหายไปแล้ว เขาได้แต่สบถอย่างหัวเสีย
“วีรบุรุษบาป! ไอ้เจ้าเล่ห์เอ๊ย...”
แต่วีรบุรุษบาปไม่ได้หายไปไหน เขาตามล่าประดับไปในป่า เจอมันกำลังหัวเสียที่ลูกน้องถูกวีรบุรุษบาปฆ่าตาย มันตั้งค่าหัวว่าใครฆ่าวีรบุรุษบาปได้จะให้รางวัลอย่างงาม
ช้าไปแล้ว! ลูกน้องที่เหลือเงียบกริบ เพราะถูกวีรบุรุษบาปจับตัวเอาคมดาบวางที่คอมัน พอประดับหันไปเห็นมันด่า
“ฝีมือโจรสถุลอย่างแก ฉันไม่อยากลงมือเองต่างหากหรอกเว้ย”
ทั้งสองต่อสู้กันทั้งด้วยเชิงดาบและเชิงมวย จังหวะหนึ่ง ประดับถูกวีรบุรุษบาปถีบยอดอกจนกระเด็น วีรบุรุษบาปพูดใส่หน้ามันว่า
“ผู้ที่จะเป็นสัตโลหะบุรุษได้นอกจากอำนาจและบารมีแล้วต้องมีคุณธรรม แผ่นดินถึงจะสงบร่มเย็น เพราะฉะนั้นคนบาปอย่างแก...ไม่คู่ควร!!” วีรบุรุษบาป ตะโกน
“ฟ้า...ดิน...เป็นพยาน...ดาบเดือนดับ”
ขณะที่วีรบุรุษบาปกำลังเป็นต่อนั่นเอง ยงยุทธก็เข้ามาขวางสั่งให้วีรบุรุษบาปถอยไปเขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใคร วีรบุรุษบาปไม่ยอมถอย บอกว่าถ้าประดับตายตนถึงจะยอมมอบตัว
“ถ้าแกไม่หยุด ฉันจะยิงแกเดี๋ยวนี้” ยงยุทธตะโกนก้องยกปืนเล็งใส่ ประดับฉวยโอกาสนั้นถีบวีรบุรุษบาปเซแล้วไล่ฟันอย่างบ้าคลั่ง ยงยุทธเล็งจะยิงวีรบุรุษบาปแต่การต่อสู้ติดพันจนยิงไม่ได้ จึงวางปืนคว้าดาบเข้าไปร่วมฟันด้วย กลายเป็นสามคนไล่ฟันกันชุลมุน
ระหว่างทั้งสามกำลังฟาดฟันกันชุลมุนนั่นเอง ซ้อนก็แอบเข้ามาพร้อมปืนสังหาร เป็นจังหวะที่ทั้งสามต่างถือดาบจ่อคอกัน ยงยุทธจ่อคอประดับ ประดับจ่อคอวีรบุรุษบาป และวีรบุรุษบาปจ่อที่คอยงยุทธ กลายเป็นเป้านิ่งให้ซ้อนเลือกยิงได้ตามใจชอบ มันตัดสินใจยิงประดับก่อน
ประดับถูกยิงที่ท้องเลือดทะลัก วีรบุรุษบาปมองไปเห็นซ้อนกำลังเล็งมาที่ยงยุทธ เขาตะโกน “ยงยุทธ... ระวัง!!” แล้วผลักยงยุทธพ้นวิถีกระสุนแต่ตัวเองถูกกระสุนเฉี่ยวที่แขน ยงยุทธม้วนตัวออกไป คว้าปืนยิงไปทางซ้อน เฉี่ยวหัวมันไปเส้นยาแดงเดียว มันตกใจรีบเก็บปืนหนีไป
ส่วนประดับถูกยิงที่ท้องตกไปในแอ่งน้ำตก ยงยุทธมองหาก็ไม่เห็น ระหว่างนั้น วีรบุรุษบาปถือโอกาสวิ่งหนี ยงยุทธตัดสินใจไล่ตามวีรบุรุษบาปไป
ooooooo
จ่าแท่นกับคำปันออกตามหาบัวทอง ไปเจอดาราเข้าพอดี ดาราเสนอว่าเราน่าจะแยกกันออกตามหา จ่าจึงให้คำปันไปกับดารา ส่วนจ่าเองแยกไปอีกทาง
คำปันกับดาราไปเจอบัวทองกำลังตามหาวีรบุรุษบาป ทั้งสองหว่านล้อมให้บัวทองรีบออกจากที่นี่เสีย
บัวทองไม่ยอมไปไหน ตนจะไม่ยอมให้วีรบุรุษบาปถูกจับเด็ดขาด ทำให้คำปันทั้งดุและตัดพ้ออย่างน้อยใจว่า บัวทองไม่เชื่อฟังแม่แล้วใช่ไหม
“ไม่นะจ๊ะแม่ ฉันแค่อยากช่วยเขา ไม่อยากให้เขาต้องมีจุดจบอย่างลุงเดื่อง แล้วถ้าลุงเดื่องทำแบบนี้เหมือนวีรบุรุษบาป แม่ก็คงทำเหมือนกับฉัน...ใช่ไหมจ๊ะ”
คำปันสะเทือนใจเมื่อลูกพูดถึงนายเดื่อง ดาราเสนอให้กลับไปคุยกันที่บ้าน บัวทองไม่ยอมกลับหันหลังเดินเข้าป่าไป คำปันวิ่งตาม สะดุดล้มข้อเท้าเจ็บ จึงร้องบอกดาราว่าไม่ต้องห่วงตน ให้ไปพาบัวทองกลับมาให้ได้
คำปันเดินกะเผลกตามไป แต่เดินไม่ไหว นึกขึ้นได้ว่ามีพระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำห้อยคออยู่ รีบกำขึ้นอธิษฐาน
“พี่เดื่องจ๊ะ...ถ้าวิญญาณของพี่เดื่องยังอยู่ใกล้ๆ ฉันขอให้พี่ปกป้องลูกหลานของเราให้ปลอดภัยด้วยเถอะ”
คำปันพยายามเดินต่อ แล้วเธอก็เจอรอยเลือดหยดเป็นทางที่พื้น คำปันตามไปด้วยความสงสัย เจอวีรบุรุษบาปกำลังห้ามเลือดให้ตัวเองอยู่ คำปันตกใจจะร้อง เขารีบเข้าไปปิดปากไว้ บอกว่าตอนนี้ยงยุทธกำลังตามล่าตน บอกคำปันว่า
“ช่วยผม แล้วผมจะไม่ทำร้ายคุณ” คำปันบอกให้เขามอบตัวเสีย วีรบุรุษบาปพูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “ยัง...ผมยังมอบตัวไม่ได้ จนกว่าผมจะทำลายแผนการชั่วของพวกใจบาปได้”
คำปันขอร้องว่าบาปกรรมที่เขาทำมันจะทำให้เขาไม่ได้ตายดี และจะพาบัวทองตกนรกไปกับเขาด้วย
วีรบุรุษบาปบอกว่าตนสั่งให้บัวทองไปจากที่นี่แล้ว คำปันจึงบอกว่าบัวทองไม่เชื่อ ขอให้เขามอบตัวเพื่อบัวทองจะได้ตาสว่างเสียที
“ผมเห็นใจและเข้าใจดี แต่ผมทำให้ไม่ได้...จนกว่า...”
“จนกว่าคนบาปจะถูกจัดการหมด” คำปันสวนไปทันที แล้วรำพันอย่างเจ็บปวดว่า “ฉันฟังคำพูดนี้มาตลอดชีวิตแล้ว ฉันไม่อยากฟังอีกแล้ว คนที่ฉันรักก็ต้องมาตายเพราะคิดเหมือนเธอ แล้วฉันจะต้องมานั่งทนดูลูกสาวฉันเป็นแบบเดียวกับฉันเหรอ”
แม้วีรบุรุษบาปจะรู้สึกเศร้าไปกับคำปัน แต่เขาก็ยังยืนยันว่า “ผมยอมมอบตัวตอนนี้ให้คุณไม่ได้ แต่ผมรับปากคุณว่า บัวทองจะไม่ได้เจอหน้าผมอีก” วีรบุรุษบาปตัดสินใจยื่นดาบดำไปที่คำปัน คำปันตกใจแต่ฮึดท้าว่า
“มอบตัวเสียเถอะ...เพื่อเห็นแก่บัวทอง...ถ้าเธอคิดจะฆ่าฉันก็ลงมือเลย ลูกสาวฉันจะได้ตาสว่างเสียที ได้เลิกหลงรักคนที่ฆ่าแม่ตัวเอง...”
วีรบุรุษบาปตัดสินใจเปิดเผยตัวเองว่าเป็นขุนเดช คำปันแทบช็อกปฏิเสธไม่เชื่อเด็ดขาด ขุนเดชพูดอย่างเยือกเย็นว่า
“นี่คือความจริงครับน้า...ขุนเดชกับวีรบุรุษบาปคือคนเดียวกัน...ผมคือทหารของพระร่วง ผู้สาบานตนว่าจะปกป้องรากเหง้าของบรรพชนและตัดสินคนบาปด้วยความตาย”
คำปันหัวใจแทบสลายกับคนที่อยู่ตรงหน้า รับไม่ได้ เชื่อไม่ลง ขุนเดชกุมมือคำปันน้ำตาคลอเบ้า ขอโทษและคุกเข่ากราบคำปันอย่างสำนึกผิด ก้อนสะอื้นแน่นอกจนคำปันเนื้อตัวสั่นสะท้าน กุมสร้อยคอพระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำแน่น
ooooooo
ยงยุทธออกตามไล่ล่าวีรบุรุษบาปเอาเป็นเอาตาย เมื่อมาเจอรอยเลือดจึงตามไปจนถึงจุดที่คำปันกับวีรบุรุษบาปเจอกัน แต่พอยงยุทธยกปืนเดินเข้าไป ก็เหลือแต่คำปันยืนอยู่คนเดียวแล้ว เขาถามคำปันว่ามาทำอะไรที่นี่
คำปันอึกอัก ยงยุทธคาดคั้นว่า วีรบุรุษบาปอยู่แถวนี้ ใช่ไหม ตนตามรอยเลือดมา ถามว่า “น้าเจอมันใช่ไหม”
คำปันพยักหน้ารับว่าเจอ ยงยุทธถามว่าแล้วตอนนี้ วีรบุรุษบาปหนีไปไหนแล้ว คำปันร้องไห้น้ำตาไหลพราก ชี้ไปทางหนึ่ง ยงยุทธขอบคุณแล้ววิ่งไปทันที คำปันยืนตัวแข็ง ครางออกมาน้ำตาไหลอาบหน้า...
“พี่เดื่อง...ฮือๆๆๆๆ”
ooooooo
ดาราหว่านล้อมบัวทองให้กลับไปเสีย เพราะคำปันเป็นห่วงมาก บัวทองถามอย่างเจ็บปวดว่าเราจะปล่อยให้คนดีๆอย่างวีรบุรุษบาปถูกตัดสินโทษโดยไม่มีใครยืนอยู่ข้างเขาเลยหรือ
ดาราได้แต่บอกว่ามีคนที่ยืนอยู่ข้างวีรบุรุษบาปมากมาย มีคนที่คอยให้ความช่วยเหลือวีรบุรุษบาปไม่ให้เขาถูกจับอยู่ แต่พอบัวทองถามว่าใคร ดาราไม่ทันตอบยงยุทธก็มาเจอพอดี ถามว่าสองคนมาทำอะไรกันที่นี่
ดาราบอกว่าเป็นห่วงเขาเลยตามมาช่วย เขาปลอดภัยก็ดีแล้ว ถามว่าแล้ววีรบุรุษบาปกับประดับเป็นอย่างไรบ้าง
“ประดับถูกมือปืนซุ่มยิงเล่นงานไปแล้ว ส่วนผมกำลังตามล่าตัววีรบุรุษบาปอยู่ น้าคำปันเจอมันที่ด้านโน้น บอกว่ามันหนีมาแถวนี้ แต่ผมตามมาแล้วไม่พบร่องรอยของมัน คิดว่ามันคงหนีไปได้แล้ว”
บัวทองแอบดีใจกับคำบอกเล่าของยงยุทธ
ooooooo
กำนันบุญเบาใจเมื่อรู้ว่าซ้อนจัดการประดับไปเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อซ้อนทวงถามส่วนแบ่งที่เหลือ ผกาก็แทรกขึ้นว่า ซ้อนยังทำงานไม่สำเร็จตามข้อตกลง เพราะตกลงกันว่าต้องจัดการทั้งสามคนให้ได้ ทำให้ซ้อนไม่พอใจมาก แต่กำนันก็ปกป้องเธอ บอกให้ซ้อนไปรักษาตัวก่อน เรื่องค่าจ้างไม่ต้องห่วง พี่น้องกันตนไม่เบี้ยวแน่
ประดับถูกเก็บไปแล้ว ยังเหลือเบิ้มที่เป็นคนสนิท ไอ้นะกับไอ้เนจะจัดการมัน กำนันห้ามไว้บอกลูกน้องทั้งสองว่า
“ไอ้ประดับมันตายไปแล้ว แต่ข้ายังต้องการโลหะศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือมาทำพิธี เลี้ยงลูกน้องมันไว้เผื่อจะใช้ประโยชน์มันได้อีก” พูดแล้วกำนันหัวเราะอย่างสะใจกับแผนร้ายลึกของตัวเอง
ooooooo
ยงยุทธไปหาขุนเดชที่กระท่อม ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เล่าว่า พวกตนถูกมือปืนลอบยิง แต่วีรบุรุษบาปช่วยชีวิตตนไว้ ส่วนมือปืนที่ลอบยิงพวกตนนั้น ยังไงก็ต้องสืบให้ได้ คิดว่าไม่น่าใช่นักฆ่าที่มาล่าค่าหัววีรบุรุษบาปอย่างที่ชาวบ้านลือกัน
“แต่ถึงจะเป็นฝีมือใคร การที่ไอ้ประดับถูกเล่นงานไปแบบนี้ อย่างน้อยก็ช่วยทำให้ทุกคนที่นี่ไม่ต้องหวาดกลัวอิทธิพล” ยงยุทธสรุป ขุนเดชถามว่าถ้าเช่นนั้นดารากับบัวทองก็คงปลอดภัยใช่ไหม “ใช่...แกก็ด้วยนะขุนเดช...เห็นแกปลอดภัยฉันก็ดีใจ ความแค้นของไอ้ประดับกับพวกเรามันจะได้จบกันไปเสียที”
แต่แล้วสีหน้าของยงยุทธก็ขึ้งเครียดขึ้นเมื่อบอกว่า เรื่องของตนกับวีรบุรุษบาปยังไม่จบ ถึงวีรบุรุษบาปจะช่วยชีวิตตนไว้แต่ตนไม่ปล่อยไว้แน่ จะต้องเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของวีรบุรุษบาปออกมาให้ทุกคนรู้ให้ได้
ส่วนคำปันก็เก็บความอัดอั้นไว้ จนเมื่อเจอจ่าแท่นจึงถามถึงเรื่องเกี่ยวกับนายเดื่องว่า
“พี่เคยสงสัยรึเปล่าว่า พี่เดื่องเป็นทหารพระร่วง เป็นพวกตัดสินคนบาปด้วยความตาย” จ่าแท่นบอกว่าตนไม่เคยเห็นนายเดื่องฆ่าใคร นอกจากช่วยตนตามจับโจรลักตัดเศียรพระ ทำลายโบราณสถาน
“พี่ไม่เห็นพี่เดื่องทำ เพราะพี่เป็นตำรวจ แต่ฉันสิ...หลายครั้งที่ฉันเห็นพี่เดื่องหายไปตอนกลางคืน พอรุ่งเช้าก็มีข่าวพบศพพวกลักตัดเศียรถูกฆ่าตาย”
“เป็นไปไม่ได้หรอกคำปัน พี่เดื่องแกเป็นคนดี คนรักทั้งศรีสัชนาลัย ก็เหมือนกับไอ้ขุนเดชไง ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเป็นที่รักของทุกคน ข้าว่าเอ็งเลิกคิดฟุ้งซ่านเรื่องไม่เป็นเรื่องเถอะ อีกไม่นาน หมวดเขาก็จะจับตัววีรบุรุษบาปได้ ถึงเวลานั้นเราจะได้รู้กันเสียทีว่า มันเป็นใคร”
จ่าแท่นเดินออกไปแล้ว คำปันยังยืนหนักใจ อัดอั้น เฝ้าถามตัวเองอย่างว้าวุ่นใจ...
“ขุนเดช...น้าจะทำยังไงดี...”
ooooooo










