สมาชิก

ขุนเดช

ตอนที่ 17

วันรุ่งขึ้น ขุนเดชไปนั่งรอบัวทองที่ใต้ถุนเรือน ครู่หนึ่ง ดาราพาบัวทองลงมาพบ บัวทองขอบใจขุนเดชที่ช่วยตนไว้ ขุนเดชจึงเล่าว่า ตอนนี้จีนเปียถูกยงยุทธควบคุมตัวไว้สอบสวนอยู่ว่าใครเป็นคนจ้างมันมา

“เห็นอาจารย์ดาราบอกว่า หมวดตั้งใจจะใช้จีนเปียล่อให้วีรบุรุษบาปออกมาด้วย” บัวทองพูดอย่างกังวล เห็นขุนเดชนิ่งไป เธอลุกไปจับแขนเขา “เราต้องไปห้ามหมวดนะจ๊ะพี่ขุนเดช วีรบุรุษบาปช่วยชีวิตบัวทองมาหลายครั้งแล้ว ถ้าเขารู้ว่าพวกมันเล่นงานบัวทองอีก คราวนี้เขาต้องปรากฏตัวออกมา”

ขุนเดชยังคงนิ่ง บัวทองร้อนใจหันไปขอร้องดาราอีกคน

“อาจารย์คะ ช่วยไปห้ามหมวดด้วยนะคะ บัวทอง ไม่อยากเห็นวีรบุรุษบาปถูกหมวดจับกุม...นะคะ...อาจารย์”

บัวทองร้อนใจเป็นห่วงวีรบุรุษบาปมาก ทันใดนั้นเอง คำปันเสียงเข้มเข้ามาว่า

“แม่ห้ามเราไปทำแบบนั้นเด็ดขาดนะบัวทอง”

คำปันเสียงเข้ม สีหน้าไม่พอใจมาก จนทุกคนสงสัย แล้วคำปันก็จูงมือบัวทองไปนั่ง ขุนเดชกับดาราตามไปนั่งด้วย

“แม่พูดกี่ครั้งแล้วว่าไม่ให้บัวทองไปยุ่งกับวีรบุรุษบาป” บัวทองบอกว่าหลายครั้งแล้ว “นั่นไง...พูดไปหลายครั้ง แต่บัวทองก็ไม่เคยฟังแม่ แล้วสุดท้ายเป็นยังไง ลูกแม่ต้องกลายเป็นเป้าให้พวกศัตรูของหมอนั่นคอยตามเล่นงาน”

ดาราเห็นอารมณ์รุนแรงของคำปัน จึงขอว่าเอาไว้ใจเย็นๆค่อยคุยกันดีกว่าไหม คำปันบอกว่าครั้งนี้จะไม่ยอมอีกแล้ว ถ้าเมื่อคืนขุนเดชไม่ไปช่วยชีวิตไว้ ตนคงต้องสูญเสียลูกไปเพราะวีรบุรุษบาปแน่ บัวทองทนไม่ได้ลุกขึ้นเถียง

“แม่ไปว่าเขาไม่ได้นะ เขาปกป้องสมบัติของแผ่นดิน เขาช่วยกำจัดคนบาปให้หมดไปจากสุโขทัย ถ้าเราเกลียดเขาแล้ว เขาจะมีกำลังใจทำดีได้ยังไง”

สิ้นเสียงของบัวทอง คำปันตบหน้าลูกเพียะ! บัวทองมองแม่ตะลึงอึ้ง ส่วนคำปันพูดทั้งน้ำตาว่า

“วีรบุรุษบาปอยากจะฆ่าโจรอีกกี่ศพก็ทำไป แต่ห้ามเอาลูกแม่ไปเกี่ยวข้องด้วย และถ้าบัวทองยังไม่ฟังแม่อีก แม่จะไม่ให้เราอยู่ที่ศรีสัชฯนี่อีกแล้ว”

“แม่! ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น...ฉันจะไม่ทิ้งศรีสัชนาลัย!” บัวทองร้องไห้วิ่งขึ้นเรือนไป ดารามองตามอย่างเป็นห่วงเช่นเดียวกับขุนเดช

ทั้งดาราและขุนเดชตามไปเคาะประตูเรียกบัวทอง เธอตอบออกมาด้วยเสียงที่ยังร้องไห้ว่าอยากอยู่คนเดียว...ขออยู่คนเดียว จนทั้งสองเห็นว่าควรปล่อยเธอให้อยู่กับตัวเองก่อนดีกว่า จึงพากันกลับด้วยความเป็นห่วง...สะเทือนใจ

ooooooo

ยงยุทธเริ่มสอบสวนจีนเปีย แต่จนแล้วจนรอดก็ง้างปากจีนเปียไม่ออก สุดท้ายยงยุทธก็ต้องสั่งเอาตัวจีนเปียไปขังไว้ก่อน พูดอย่างหมายมาดว่า

“แกคิดผิดแล้วที่ท้าทายคนอย่างฉัน ฉันจะหาวิธีให้แกเปิดปากพูดให้ได้”

จ่าแท่นฮึดฮัดอารมณ์เสียกับท่าทีดื้อรั้นของจีนเปีย ยงยุทธเตือนให้ใจเย็นๆ จะจัดการกับคนเจ้าเล่ห์พวกนี้เราต้องไม่ตกอยู่ในเกมของมัน เราต่างหากที่ต้องให้มันเล่นตามเกมของเรา

“แต่ผมกลัวว่าถ้าเรากักมันไว้นานๆ วีรบุรุษบาปอาจจะบุกมาถึงที่นี่”

“ถ้ามันกล้าบุกมาจริงๆก็ดีสิจ่า คราวนี้ผมจะได้วัดกันไปเลย” ยงยุทธสีหน้ามาดมั่น

ขณะนั้นเอง ตำรวจนายหนึ่งมารายงานว่าเกิดเรื่องที่บ้านหมอน้อย ยงยุทธจึงรีบนำกำลังไปทันที

ที่บ้านหมอน้อย ทุกคนพบภาพสะเทือนใจเมื่อเห็นร่างหมอน้อยถูกฆ่าตายกลางบ้าน หมวดนึกถึงลูกเมียหมอทันที พอเปิดห้องนอนเข้าไป ทุกคนถึงกับเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นมะลิกอดลูกไว้ในอก ถูกฆ่าตายทั้งแม่ทั้งลูก...

ยงยุทธถึงกับน้ำตาคลอ เอาผ้าคลุมร่างแม่ลูกไว้ จ่าแท่นคำรามเสียงสั่นน้ำตาไหลพรากด้วยความแค้นว่า

“แม้แต่ผู้หญิงกับเด็กมันก็ไม่เว้น...ไอ้สารเลว... ไอ้พวกชิงนรกมาเกิด!!”

เมื่อขุนเดชได้ข่าว เขาเดินอ้าวไปที่บ้านหมอน้อย หน้าตาถมึงทึง ดาราวิ่งตามบอกให้รอด้วย ก็พอดีเจอยงยุทธกับจ่าแท่นเดินออกมา ทั้งสองพยายามไม่ให้ขุนเดชเข้าไปเห็นภาพสะเทือนใจนั้น ถูกขุนเดชผลักกระเด็นแล้วตรงดิ่งเข้าบ้านไป ยงยุทธพยายามจะห้าม ดารารั้งแขนไว้บอกเขาว่า

“เธอห้ามขุนเดชไม่ได้หรอกยงยุทธ...ขุนเดชรักอาหมอเหมือนพ่อ ให้ขุนเดชได้อยู่กับอาหมอเถอะ...”

ooooooo

พอเข้าไปเห็นศพหมอน้อย ขุนเดชถลาเข้าประคองร่างผู้มีพระคุณน้ำตาไหลพราก พร่ำเรียก...

“อาหมอ...อาหมอ...อาหมอครับ!!”

ขุนเดชพร่ำเรียกอาหมอ ภาพที่หมอน้อยเคยช่วยชีวิตตน...เคยเตือนใจและสนับสนุนร่วมมือกับวีรบุรุษบาป ผุดพรายขึ้นในความทรงจำ ขุนเดชกอดร่างหมอน้อยร้องไห้อย่างเจ็บปวด จนยงยุทธกับดาราตามเข้ามา ดารากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ร้องไห้ไปกับขุนเดชด้วย

ขุนเดชค่อยๆเอามือลูบปิดเปลือกตาหมอน้อยลง ยงยุทธเข้ามาจับบ่าปลอบใจว่า

“ไม่ต้องห่วงนะขุนเดช ฉันจะไม่ยอมให้หมอน้อยกับครอบครัวต้องตายฟรี ไอ้พวกที่ฆ่าหมอน้อย จะต้องได้รับการลงโทษ”

ขุนเดชนิ่งไปชั่วขณะ พลันก็ลุกพรวดขึ้น ปัดมือยงยุทธที่จับไหล่ตนอย่างแรง จ้องหน้าเขม็ง จนยงยุทธแปลกใจ

อึดใจเดียวยงยุทธก็กระเด็นออกจากบ้านหมอน้อยด้วยหมัดของขุนเดช ดาราถลาเข้าห้าม ขุนเดชยังตามมา ต่อยไม่ยั้งอย่างบ้าคลั่ง จนยงยุทธตะโกนถามว่า “นี่แกเป็นบ้าอะไรของแกวะ”

ขุนเดชชี้หน้าด่า “ฉันเบื่อเต็มทีแล้วกับไอ้การรักษากฎหมายของแก ถ้ากฎหมายที่แกเคารพมันศักดิ์สิทธิ์จริง อาหมอก็คงไม่ถูกพวกมันฆ่าตาย”

“ฉันเองก็เสียใจไม่น้อยไปกว่าแกหรอกนะเว้ยขุนเดช แต่แกจะมาโทษกฎหมายที่พวกเราเคารพไม่ได้ ถ้าแกอยากให้มีคนรับผิดชอบเรื่องนี้ มันควรเป็นวีรบุรุษบาป เพราะมันต่างหากหมอน้อยถึงได้ตาย”

เป็นคำพูดที่เหมือนสาดน้ำมันใส่ไฟแค้นในใจ ขุนเดชกำหมัดปรี่เข้าชกยงยุทธอย่างบ้าดีเดือดจนยงยุทธรับมือไม่ไหว ดาราพยายามเข้าห้าม จ่าแท่นเองก็รีบเข้าไปแยก แต่ตัวเองกลับถูกผลักกระเด็นออกมา ยงยุทธถูกกระหน่ำเสียจนโงนเงน

ดาราตัดสินใจแย่งปืนจากเอวจ่าแท่นยิงขึ้นฟ้า ทำให้ขุนเดชชะงักหันมอง ดาราจ่อปืนใส่เขา พูดน้ำตาคลอ

“ปล่อยยงยุทธเดี๋ยวนี้นะขุนเดช...อย่าให้ฉันต้องยิงเธอ”

ขุนเดชมองดาราอย่างเจ็บปวด หน้าเครียด เห็นนิ้วดาราค่อยๆเหนี่ยวไก เขาตัดสินใจปล่อยยงยุทธ แล้วเดินจากไป

ดาราถลาเข้าประคองยงยุทธ พร่ำเรียกอย่างเป็นห่วง...

ooooooo

ที่บ้านกำนันบุญ...กำนันส่งจานสังคโลกให้ประดับ บอกว่านี่คือชิ้นสวยงามที่สุดที่มีการค้นพบมาแล้ว รับประกันได้ว่า เห็นแล้วท่านต้องชอบ ต้องยอมสนับสนุนให้เขาขึ้นแทนที่ปราชญ์แน่ๆ

ประดับรับจานสังคโลกหันไปส่งสัญญาณให้เบิ้มเอากระเป๋าที่ใส่เงินมาเปิดให้กำนันดูและส่งให้ แต่กำนันกลับไม่รับ ประดับบอกให้รับไปเป็นสินน้ำใจที่ท่านปราชญ์ไม่เคยให้มากเท่านี้มาก่อน กำนันบอกว่า “คุณก็รู้ หรือว่าทำเป็นลืม”

“ฉันไม่ได้ลืมหรอกน่ากำนัน ฉันได้เป็นสัตโลหะบุรุษ เป็นหนึ่งในแผ่นดินนี้เมื่อไหร่ กำนันจะต้องขึ้นมาเป็นมือขวาของฉัน แล้วเขตอิทธิพลแถบภาคเหนือทั้งหมด ฉันจะให้กำนันดูแล”

“ถ้าคุณยืนยันข้อตกลงของเราว่ายังเหมือนเดิม...ผมก็ต้องขอบคุณมาก” กำนันตอบแล้วรับกระเป๋าเงินไป มองเงินในกระเป๋าด้วยแววตาเป็นประกายอย่างพอใจ

กำนันบุญผยองพองขนเหิมเกริมนัก บอกประดับว่าถ้าอาจารย์ก้องเกียรติพร้อมให้ค้นหาโลหะวัตถุโบราณชิ้นที่ 6 เมื่อไรให้บอก ประดับถามว่า กว่าจะได้สังคโลกชิ้นนี้กำนันถึงกับต้องฆ่าหมอที่ชาวบ้านเคารพศรัทธาใช่ไหม

“ที่จริงผมไม่จำเป็นต้องฆ่าล้างโคตรไอ้หมอคนนั้นก็ได้ แต่ผมอยากสั่งสอนพวกมันทุกคนในศรีสัชนาลัยให้รู้ว่า ถึงเวลาที่พวกมันต้องรับผิดชอบการตายของไอ้สัมฤทธิ์”

“กำนันอยากประกาศศักดายังไง ฉันคงไปห้าม ไม่ได้ แต่ระวังก็แล้วกัน...ไปแหย่รังแตนมันโกรธ มันจะมารุมกำนันได้”

“พวกมันทำอะไรผมไม่ได้หรอก...เพราะคนของผมเตรียมจัดการพวกมันอยู่แล้ว” กำนันยิ้มร้ายอย่างสุดผยอง

ooooooo

ขุนเดชพกความแค้นแน่นอกกลับไปที่กระท่อม หยิบดาบดำที่ซ่อนเอาไว้ ใบหน้าดุดัน ถมึงทึง คำราม...

“ในเมื่อกฎหมายไม่สามารถเรียกร้องความยุติธรรมให้กับครอบครัวของอาหมอได้ ก็มีแต่วีรบุรุษบาปเท่านั้นที่จะตัดสินลงโทษพวกมัน!!”

ขุนเดชกำดาบดำเดินออกไปอย่างพร้อมปฏิบัติการเพชฌฆาต!

ที่โรงพัก...จีนเปียจอมเจ้าเล่ห์กำลังวางแผนหนี มันทำทีปวดท้อง พอตำรวจไขกุญแจเข้าไปดู ถูกมันใช้มีดจี้เป็นตัวประกันไปที่รถจี๊ปที่หน้าโรงพัก โดยที่ตำรวจสองสามคนไม่กล้าขัดขวางเพราะมีดมันจ่อคอเพื่อนที่เป็นตัวประกันอยู่

ทันใดนั้น วีรบุรุษบาปโผล่มายืนจังก้าจ้องเขม็ง พวกตำรวจปล่อยจีนเปียขับรถหนีไป เปลี่ยนเป็นจ่อปืนไปที่วีรบุรุษบาป แต่แล้วก็พากันลดปืนลงปล่อยให้วีรบุรุษ– บาปตามไปจัดการจีนเปีย

จีนเปียกลับรังของมันที่โรงสีร้าง มันรื้อที่รถเข็นขายของ เอามีดสั้นที่ซ่อนไว้มากมายออกมา

ooooooo

ยงยุทธโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อรู้ว่าตำรวจปล่อยวีรบุรุษบาปไป ตำหนิว่านี่เป็นการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ จ่าแท่นทนไม่ได้ ตัดสินใจพูดกับยงยุทธแบบเป็นไงเป็นกันว่า

“หมวดครับ ครั้งนี้ ผมขอล่ะครับ ถ้าหมวดอยากลงโทษพวกเราทุกคนก็ลงโทษมาเลย ผมขอรับผิดด้วย” เห็นยงยุทธชะงัก จ่าแท่นพูดอย่างอัดอั้นว่า “ตอนนี้ แผ่นดินศรีสัชนาลัยกำลังจะลุกเป็นไฟ กฎหมายผมก็ยังเคารพรักอยู่ แต่ถ้าเวลานี้เราไม่มีคนอย่างวีรบุรุษบาปมาช่วย คนดีๆอย่างหมอน้อยจะต้องตายอีกไม่รู้เท่าไหร่”

“จ่า!” ยงยุทธกระชากคอเสื้อจ่าเข้าไปจ้องหน้า แต่จ่าไม่สะทกสะท้าน ยังคงพูดอย่างเจ็บปวดว่า

“แผ่นดินศรีสัชนาลัย ยังต้องได้ชื่อว่า เป็นแผ่นดินของคนดีครับหมวด”

ยงยุทธปล่อยมือจากคอเสื้อของจ่า หน้าเครียด... คิดหนัก...

กลับถึงโรงพักแล้ว จ่ายังหว่านล้อมหมวดให้ปล่อยพวกเขาจัดการกันเองเถอะ ถูกหมวดขู่ว่าถ้าพูดอีกคำเดียวตนจะไม่ยกโทษให้อีก บอกว่าที่ทุกคนทำไปเมื่อครู่นี้ ตนจะถือว่าไม่รู้ไม่เห็นแต่มันจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก

“หมายความว่ายังไงหมวดก็ต้องจับวีรบุรุษบาปมาลงโทษ” จ่าถามอย่างทำใจไม่ได้

“ที่จ่าพูดมามันถูกต้องแล้ว ศรีสัชนาลัยต้องได้ชื่อว่าเป็นแผ่นดินของคนดีเหมือนอย่างที่บรรพบุรุษสร้างไว้ให้เรา แต่ผมจะปกป้องศรีสัชนาลัยด้วยวิธีการที่ถูกต้อง” พูดแล้วยงยุทธขับรถออกไปคนเดียวพร้อมปืนลูกซองยาว

ooooooo

จีนเปียกับวีรบุรุษบาป เปิดฉากต่อสู้กันแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ฝ่ายหนึ่งใช้ดาบดำ อีกฝ่ายใช้มีดสั้น แต่เป็นการต่อสู้ในโรงสีร้างที่จีนเปียเป็นเจ้าของสมรภูมิ มันจึงมีความได้เปรียบที่จะหลอกล่อและลวงทิศขุนเดชได้ตามใจชอบ

ขุนเดชถูกจีนเปียปามีดปักที่หัวไหล่อย่างจัง แต่เขาก็กัดฟันดึงมีดออกหมายใช้มีดมันฆ่ามันเอง ปามีดกลับไปปักที่หัวไหล่จีนเปียเช่นกัน พอมันร้องออกมาขุนเดชจับทิศทางมันได้ เขาพุ่งเข้าไปพร้อมดาบดำ จนจีนเปียต้องหนีเอาตัวรอด

จีนเปียหนีออกไปเจอยงยุทธมาถึงพอดี มันในสภาพบาดเจ็บยกมือยอมแพ้ขอให้ปล่อยมันไปเถิด

“ปล่อยเหรอ! แกไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรกับฉันทั้งนั้น ถ้าแกไม่บอกมาว่าใครจ้างแกมา ฉันจะปล่อยให้ไอ้วีรบุรุษบาปฆ่าแก”

จีนเปียต่อรองว่าตนไม่บอกว่าใครจ้างมา แต่จะบอกว่าวีรบุรุษบาปเป็นใคร ยงยุทธไม่สนใจบอกว่าถ้าตนอยากรู้ว่าวีรบุรุษบาปเป็นใคร ตนมีวิธีที่จะรู้ได้ แล้วยิงปืนลูกซองใส่ลูกแตกกระจายถูกขาข้างหนึ่งของจีนเปีย มันร้องราวกับควายถูกเชือด

“ตอนนี้แกพิการไปข้างหนึ่งแล้ว ส่วนอีกข้างถ้ายังไม่บอกมาว่าไอ้วีรบุรุษบาปมันเป็นใครแล้วแกทำงานให้ใคร แกจะได้เป็นไอ้ด้วนเดินไม่ได้ตลอดชีวิตแน่”

จีนเปียยอมแพ้ มันกำลังจะบอกว่าวีรบุรุษบาปเป็นใคร ก็ถูกมีดสั้นของมันเองปามาปักกลางหลังจนสะดุ้งเฮือก ทันใดนั้น วีรบุรุษบาปก้าวออกมา ยงยุทธสะอึกอึ้ง ยิงใส่ทันที แต่วีรบุรุษบาปกระโจนหลบทัน จีนเปียฉวยโอกาสนั้นวิ่งหนีไป

“อย่าหนีนะไอ้จีนเปีย” ยงยุทธตวาด พลางจะวิ่งตาม ถูกวีรบุรุษบาปปามีดสั้นขวางไว้ ทำให้ยงยุทธต้องหันมาเผชิญหน้ากับวีรบุรุษบาปแทน

ooooooo

จีนเปียซมซานเข้าไปในโรงสีอีก วีรบุรุษบาปตามเข้ามาจะเด็ดชีวิตมัน ถูกยงยุทธยิงขวางไว้ วีรบุรุษบาปกระโดดหลบยงยุทธยิงจนกระสุนหมด วีรบุรุษบาปจึงใช้ดาบดำเข้าต่อสู้ ยงยุทธต้องยกปืนรับดาบดำแทน ทั้งคู่ต่อสู้และตอบโต้กันอย่างเผ็ดร้อนรุนแรง

“มันทำผิด มันต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ยงยุทธประกาศกร้าว

“แต่ความผิดของมันต้องลงโทษด้วยความตาย”

“แกไม่ใช่ศาล แกตัดสินใครไม่ได้”

“ถ้าต้องรอให้ศาลตัดสินตามกฎหมาย...แผ่นดินศรีสัชนาลัยของข้า คงมีแต่คนที่นอนตายเกลื่อน” วีรบุรุษบาปเสียงสะท้านด้วยความแค้น ความสะเทือนใจ ผลัก ยงยุทธกระเด็นแล้วเปิดฉากสู้กันต่อ

ทั้งสองไม่รู้ว่า จีนเปียกระเสือกกระสนไปที่รถเข็นของมัน ค้นเอาระเบิดมือออกมา คำรามอย่างสะใจว่า

“พวกลื้อนั่นแหละ ที่ต้องตายไปด้วยกันทั้งคู่”

จีนเปียดึงสลักระเบิดโยนใส่ทั้งสองที่กำลังต่อสู้กัน ทั้งคู่ชะงัก พอสิ้นเสียงระเบิด ยงยุทธกระเด็นไปทางหนึ่ง วีรบุรุษบาปกระเด็นไปอีกทาง แต่ทั้งสองได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดตามเนื้อตัวเท่านั้น...

ยงยุทธยังฟุบอยู่ไม่รู้สึกตัว ส่วนวีรบุรุษบาปค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นแต่หูยังอื้อ หัวยังมึนเพราะแรงกระแทก...

ooooooo

จีนเปียถูกวีรบุรุษบาปเล่นงานจนร้องซี้เลี้ยว...ซี้เลียว กระเสือกกระสนหนีออกไปจะขึ้นรถจี๊ปหนี ถูกวีรบุรุษบาปตามไปเอาดาบดำจี้สั่ง

“วันนี้แกหนีความตายไปไม่พ้นหรอกไอ้จีนเปีย ทีนี้แกก็ต้องสารภาพความจริงกับฉันมา แกใช้บัวทองล่อให้ทุกคนสนใจเพื่อให้พวกของแกบุกไปฆ่าหมอน้อยใช่ไหม”

ทีแรกมันก็ยังปากแข็งแต่พอเห็นวีรบุรุษบาปเอาจริงก็ยอมสารภาพว่ามันใช้บัวทองล่อพวกวีรบุรุษบาปออกมา แต่พอวีรบุรุษบาปถามว่าใครเป็นคนสั่งฆ่าหมอน้อย ไม่ทันที่จีนเปียจะพูดอะไร ยงยุทธก็เข้ามาขวาง

“หยุดนะวีรบุรุษบาป...แกไม่มีสิทธิ์ตัดสินมัน”

วีรบุรุษบาปรู้ว่ายงยุทธกำลังมาขัดขวางการทำงานของตน จึงถอยไปสองก้าว พลันก็ควงดาบตะโกนก้อง

“ฟ้า...ดิน...เป็นพยาน ดาบเดือนดับ” สิ้นเสียงดาบดำก็บั่นคอจีนเปียขาดกระเด็น

“แก...แกมันไม่ใช่วีรบุรุษ แกเป็นได้แค่ไอ้ฆาตกร...ไอ้ฆาตกร...ไอ้ฆาตกร” ยงยุทธแผดสุดเสียง

“ใช่ ผมคือฆาตกร...แต่ถ้าไม่มีฆาตกรอย่างผม คนบาปก็คงไม่มีวันหมดไปจากแผ่นดิน เพราะความอ่อนแอของกฎหมายในมือหมวด ที่แม้แต่ชีวิตคนดีๆอย่างหมอน้อยก็ยังรักษาไว้ไม่ได้” วีรบุรุษบาปตะโกนใส่หน้ายงยุทธแล้วเดินจากไปอย่างไม่แยแส

“โธ่เว้ย!” ยงยุทธสบถออกมา เขาบาดเจ็บจนไม่มีแม้แต่แรงที่จะตามวีรบุรุษบาปไป ได้แต่ทุบดินอย่างคับแค้นใจ

ooooooo

วีรบุรุษบาปเข้าไปที่ถ้ำศิลา ถอดผ้าขาวม้าพันหน้าออก กลับมาเป็นขุนเดชเดินตรงไปที่พระศิลาที่ไร้เศียรพนมมือน้ำตาคลอ เอ่ยอย่างสะท้านสะเทือนใจ...

“อาหมอครับ...เป็นเพราะผมเลยทำให้อาหมอต้องตาย...บาปกรรมครั้งนี้มันหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่ผมจะให้อาหมอยกโทษให้ผม”

ดาราเข้ามาเห็นขุนเดชกำลังน้ำตาไหลพรากๆ เธออุทานเรียกเขาอย่างสะเทือนใจ ขุนเดชหันมองด้วยสายตาว่างเปล่าแล้วหันกลับอธิษฐานต่ออย่างแน่วแน่...

“ถ้าเวรกรรมมันทดแทนกันได้ ผมก็จะขอแบกรับกรรมของอาหมอไว้ที่ผมคนเดียว เพื่อให้อาหมอกับครอบครัวได้ไปอยู่ในภพภูมิแดนสวรรค์ ส่วนผม...ขุนเดช ขอชดใช้กรรมทั้งปวงในขุมนรกอเวจี”

ดารารีบเข้าไปขอร้องอย่าพูดอย่างนั้น ถูกขุนเดชบอกให้หลบไป เธอห้ามตนไม่ได้หรอก ดาราย้ำว่าได้ ถ้าเขาจะหยุดเสียตั้งแต่วันนี้

“ผมหยุดไม่ได้ จนกว่าคนบาปอย่างพวกมันจะหมดจากแผ่นดิน”

“งั้นเธอก็ต้องสูญเสียทุกอย่าง...พ่อของเธอ อาหมอ ยงยุทธ แล้วยังบัวทองอีก”

ขุนเดชชะงัก นิ่งไปอึดใจก่อนที่จะหัวเราะออกมาพูดอย่างสมเพชตัวเองว่า

“แสดงว่าคำอธิษฐานของผมเป็นจริงแล้ว ผมได้อยู่ในนรกตั้งแต่ยังไม่ตาย นรกบนดินที่ไร้ซึ่งคนรัก มีแต่คนชัง มีแต่เลือดและความตายอยู่รอบตัว” พูดแล้วก้มกราบพระศิลาก่อนลุกขึ้น บอกกับดาราที่ยังอึ้งอยู่ว่า “กลับไปดูแลยงยุทธเถอะดารา ปล่อยให้ผมมีชีวิตอยู่ในนรกบนดินคนเดียวดีกว่า”

ขุนเดชเดินออกไปอย่างมาดมั่นพร้อมที่จะรับความเจ็บปวดทั้งปวงไว้แต่เพียงผู้เดียว...

ooooooo

คุณหญิงอยู่ในภาวะโดดเดี่ยว สับสน ผัวอยู่ในสภาพเสียสติ ลูกนอนซมเหมือนซากศพ ตัวเองดื่มไวน์ต่างน้ำรอประดับอยู่ที่ริมสระว่ายน้ำ ดื่มหมดเหยือกก็เรียกคนใช้ให้เอามาเติม ถามว่าประดับยังไม่กลับอีกหรือ สาวใช้บอกว่าเมื่อครู่นี้เพิ่งโทร.มาบอกว่าจะไม่กลับเพราะต้องอยู่ร่วมงานเลี้ยงกับท่าน

“หา! ว่าไงนะ เขาเข้าไปพบท่านประธานโดยไม่เรียกฉันไปด้วยเหรอ...ไอ้ประดับ! ไอ้กินบนเรือนขี้บนหลังคา ฉันไม่ใช่กะหรี่ของแกนะ” คุณหญิงคำราม ปาแก้วไวน์แตกกระจาย จิกตาร้าย!

คุณหญิงเข้าไปที่ห้องปารมี เห็นสภาพของลูกแล้วตกใจถามว่าทำไมเป็นถึงขนาดนี้ แล้วเอากระจกให้ปารมีดูสภาพตัวเอง ปารมีร้องโวยวายว่าทำไมตนดูแย่แบบนี้ คุณหญิงบอกว่าแม่ก็ไม่รู้ เลยถูกปารมีอาละวาดด่าว่าแม่มีแต่สนใจตัวเอง ตะโกนว่าตนไม่อยู่ที่นี่แล้วจะไปอยู่กับประดับ ชีวิตนี้มีแต่ประดับเท่านั้นที่รักตน

ในที่สุด ปารมีก็เปิดเผยว่าลูกที่แท้งไปนั้นเป็นลูกของประดับ ด่าและไล่คุณหญิงอย่ามายุ่งกับตน จะไปมั่วผู้ชายที่ไหนก็ไป ตนไม่ขออยู่กับ “อีบ้าผู้ชายคนนี้อีกแล้ว” ปารมีระเบิดความอัดอั้นกระเซอะกระเซิงออกจากห้องบอกว่า ตนรู้ตลอดว่าแม่นอกใจพ่อซุกผู้ชายไว้ ถูกคุณหญิงตบหน้าฉาดใหญ่ จนเลือดกบปาก

ปารมีดิ้นรนจนตัวเองหมดแรงหมดสติ เมื่อคนใช้พาไปนอนที่เตียง คุณหญิงมองลูกแล้วฉุกคิดถามคนใช้ว่ายาที่ปารมีกินอยู่ที่ไหน

“ไม่อยู่ที่นี่ค่ะคุณหญิง...คือ...คุณประดับสั่งไว้ว่า เวลาที่คุณหนูต้องทานยา คุณประดับจะเป็นคนเข้ามาจัดการเองค่ะ”

คุณหญิงคิดทบทวนปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วจิกตาหน้าเครียดเมื่อเริ่มได้เค้าลางบางอย่าง

ooooooo

ที่หน้าเมรุเผาศพหมอน้อยและครอบครัว... ขุนเดชและทุกคนยืนมองควันที่ลอยจากปล่องเมรุอย่างแสนอาลัยรัก...

ขณะนั้นเอง กำนันบุญกับลูกน้องเดินเข้ามา จ่าแท่นเดินออกไปสั่งให้กำนันหยุดแค่นั้น กำนันอ้างว่าจะมาเคารพศพหมอน้อย บัวทองทนไม่ได้เดินไปด่ากำนันที่หน้าไหว้หลังหลอก เลยถูกกำนันด่าว่า พูดแบบนี้ใครมาได้ยินจะด่าเอาได้ว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน คำปันก้าวออกมาเผชิญหน้ากำนันอย่างไม่เคยทำมาก่อน พูดอย่างคับแค้นใจว่า

“พ่อนังบัวทองมันตายไปนานแล้วเลยไม่ได้อยู่สั่งสอน ก็มีแต่ฉันนี่แหละที่สอนมันอยู่ แล้วก็สอนมันทุกวันด้วยว่าถ้าผู้ใหญ่คนไหนที่น่าเคารพก็ให้ยกมือไหว้ ถ้าคนไหนไม่น่าเคารพก็ให้อยู่ห่างๆ”

ยงยุทธเข้ามาจับแขนคำปันบอกให้พาบัวทองกลับไปก่อนเถอะ พลางหันไปบอกจ่าแท่นให้พาคำปันกับบัวทองไปตรงนั้น จึงเหลือแต่ยงยุทธ ดารา ขุนเดช และกำนันบุญเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด

จ่าพาบัวทองกับคำปันออกมาถึงหน้าวัด บัวทองอิดออดขอกลับไปไล่ตะเพิดกำนันก่อน เพราะคนเลวอย่างนี้ไม่ควรมางานศพหมอน้อย ถูกคำปันหยิกแขนปราม “นี่แน่ะ...พูดให้แม่ได้ยินอีกทีซิบัวทอง”

บัวทองเถียงว่าเมื่อกี้แม่ก็เห็นด้วยกับตนไม่ใช่หรือ แม่ถึงกล้าไปต่อปากต่อคำกับกำนัน

“แม่ก็เกลียดพวกคนเลวเหมือนกับคนอื่นเขานั่นแหละ แต่แม่ไม่ใช่พวกชอบหาเรื่อง”

“แม่ก็เป็นเสียอย่างนี้แหละ รู้ว่ามีคนเลวอยู่แต่ไม่ยอมทำอะไร พวกคนเลวมันถึงได้ครองเมือง”

“บัวทอง!! ไม่ต้องมาสั่งสอนแม่ แกไม่รู้หรอกว่าตอนพี่เดื่องตาย แม่เสียใจมากแค่ไหน” พูดได้แค่นี้คำปันก็น้ำตาคลอจนบัวทองเห็นแล้วไม่กล้าต่อปากต่อคำด้วย จ่าแท่นบอกคำปันว่าเรื่องผ่านไปแล้ว เรากลับบ้านกัน ปล่อยกำนันให้เป็นธุระของขุนเดชไปเถอะ

“พี่จ่า...ฉันกลัวจริงๆนะ ก่อนที่พี่เดื่องจะตายก็เป็นแบบนี้ มีแต่คนดีๆที่ต้องตายก่อนเหลือแต่คนเลวๆให้เต็มถนนหรือว่าฉันต้องไปจากที่นี่ ตอนนั้นฉันกับลูกถึงจะรอด”

“เรื่องนั้นเอ็งอย่าเพิ่งไปคิดมากเลย กลับบ้านเถอะ ไปบัวทอง อย่าทำให้แม่เขาต้องเสียใจมากไปกว่านี้เลย”

จ่าแท่นพาคำปันเดินไป บัวทองมองและเดินตามแม่ไปด้วยความสงสาร

ooooooo

กำนันบุญทำทีถามว่าทางตำรวจได้เบาะแสคนฆ่าหมอน้อยและครอบครัวได้หรือยัง ยงยุทธตอบสวนไปว่า

“ถึงคนร้ายจะไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ แต่เครื่องสังคโลกที่ถูกขโมยไปจะเป็นร่องรอยให้ผมสืบตามจับพวกมัน”

กำนันพูดหยันในทีว่า งานนี้หมวดคงต้องเหนื่อยหน่อย เพราะเท่าที่ตนรู้ เครื่องสังคโลกที่สวยสมบูรณ์แบบอย่างนั้น ถ้าหลุดไปได้แล้วก็ยากที่จะตามกลับคืนมาได้

“ถ้าตามเอาคืนกลับมาไม่ได้ แต่แค่รู้ว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลัง วีรบุรุษบาปจะทำหน้าที่ตัดสินมันเอง” ขุนเดชสวนไปอย่างแข็งกร้าว

กำนันบุญโต้เถียงกับขุนเดชอย่างตึงเครียด ขุนเดชแค้นจนชักดาบดำหักของพ่อออกมากดคอกำนัน ถูกยงยุทธปรามให้เก็บดาบเสีย ดาราก็ขอร้องว่าให้หยุดเถอะ

“พ่อฉันเสียสละชีวิตเพื่อรักษาสมบัติของแผ่นดิน ถึงแม้พ่อจะตายด้วยน้ำมือโจร ถึงดาบของพ่อจะกลายเป็นดาบหักใช้ฆ่าใครไม่ได้อีก แต่หน้าที่ทหารพระร่วงของพ่อก็มีคนสานต่อ วีรบุรุษบาปจะตามฆ่าพวกคนบาป เหมือนอย่างที่ไอ้สัมฤทธิ์โดน”

ยงยุทธบอกให้ขุนเดชเก็บดาบเสีย ขุนเดชเก็บดาบถอยออกมา กำนันจึงต้องสั่งลูกน้องให้เก็บปืน ไม่วายพูดลองเชิงอย่างท้าทายว่า

“ที่นี่มันงานศพหมอน้อย ฉันไม่ถือสาเอาความใครหรอก เรื่องนายเดื่อง อาจจะมีคนเอาไปร่ำลือว่าฉันมีส่วนเกี่ยวข้อง ถ้าฉันผิดจริง ป่านนี้ฉันคงถูกจับติดคุกไปนานแล้ว...ใช่ไหมครับหมวด”

“ถ้ากำนันหมดธุระกับงานศพหมอน้อยแล้ว...ผมเชิญ” ยงยุทธผายมือทำนองว่ากำนันมาทางไหนก็ไปทางนั้นเลย กำนันยิ้มเยาะก่อนพาลูกน้องกลับไป

ยงยุทธหันมองขุนเดชอย่างไม่พอใจ เมื่อขุนเดชเดินไป เขาตามไปตำหนิว่าทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตน ขุนเดชถามว่า คิดว่าตนจะฆ่ากำนันต่อหน้าเขาหรือ ดาบหักของพ่อเล่มนี้ แม้แต่ดายหญ้ายังไม่ได้เลย

“คมดาบของแกอาจจะใช้ฆ่าคนไม่ได้ แต่ความแค้นของแกต่างหากที่ฉันกลัว”

“ฉันอาจจะยังแค้นที่พ่อฉันถูกโจรฆ่าตาย แต่คนอย่างขุนเดชไม่ฆ่าใคร หน้าที่นั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของวีรบุรุษบาปไป” พูดแล้วมองดาราที่ยืนอยู่ข้างยงยุทธก่อนเดินออกไป

ยงยุทธเห็นสายตาที่ขุนเดชกับดารามองกันก็สงสัยว่า เธอกับขุนเดชมีอะไรกันหรือเปล่า

“ไม่มีอะไรหรอก ขุนเดชเขายังเสียใจเรื่องหมอน้อยอยู่ เราเลยไม่ค่อยได้คุยกัน ฉันขอตัวจัดการเรื่องสังคโลกที่เหลืออยู่ในไร่หมอน้อยนะ” ดาราปลีกตัวไปอีกคน ทิ้งยงยุทธให้อยู่กับความแปลกใจในท่าทีของทั้งสอง

ooooooo

คุณหญิงนับวันก็ยิ่งหงุดหงิดงุ่นง่าน ทั้งเรื่องผัว เรื่องลูก และเรื่องชู้ที่ถูกประดับหมางเมินมองข้ามและทิ้งขว้าง อ้างว่าต้องวุ่นวายกับตำแหน่งใหม่

วันนี้ประดับกลับมา ถามคุณหญิงว่าไม่ไปเล่นไพ่สังสรรค์กับเพื่อนฝูงหรือ คุณหญิงตอบหน้าตึงว่า

“ไม่ล่ะ ผัวฉันนอนเป็นบ้าอยู่ ส่วนลูกก็ป่วยจะตายมิตายแหล่ ฉันไม่อยากทิ้งให้พวกเขาอยู่กับคนที่ฉันไว้ใจไม่ได้”

“คุณหญิงพูดอะไร ผมไม่เข้าใจ”

“เธอเป็นคนฉลาดมากนะประดับ เรื่องง่ายๆที่ฉันพูดแค่นี้ทำไมเธอจะไม่เข้าใจ ไอ้คนที่ฉันไว้ใจไม่ได้มันจะเป็นใครได้ล่ะ...ถ้าไม่ใช่ไอ้สารเลวอย่างเธอ”

“คุณหญิง!!” ประดับเรียกด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน เหี้ยม! ตรงเข้าจับแขนคุณหญิงบีบอย่างแรงและลากเข้าไปในห้อง คุณหญิงวิ่งไปคว้ากรรไกรขู่ว่าถ้าเข้ามาอีก ตนจะตัดส่วนที่เลวที่สุดของเขาที่ใช้หลอกตนกับลูกสาวสับเป็นชิ้นๆ

แต่คุณหญิงก็ทำอะไรประดับไม่ได้ เพียงเขาจับข้อมือบิดคุณหญิงก็หมดสภาพแล้ว แต่คุณหญิงก็ยังพูดอย่างอาฆาตว่า

“แกอย่าชะล่าใจไปไอ้ประดับ ฉันให้หมอมาเจาะเลือดยัยปาไปตรวจแล้ว ผลเลือดยัยปาออกมาว่ามียาพิษอยู่ ถ้าแกทำให้ฉันเป็นอะไร ความเลวของแกจะถูกเปิดโปง”

ประดับชะงัก จำต้องปล่อยมือ คุณหญิงตบหน้าเขาฉาดหนึ่ง พูดอย่างเป็นต่อว่า “ต่อไปนี้ แกต่างหากที่ต้องอยู่ภายใต้คำสั่งฉัน...หึๆ พวกผู้ชาย ต่อให้มันยิ่งใหญ่ได้เป็นมหาบุรุษหนึ่งในแผ่นดิน แต่สุดท้ายก็ผู้หญิงต่างหากที่อยู่เหนือผู้ชาย!”

คุณหญิงหัวเราะใส่หน้าประดับก่อนเดินออกไป ประดับจิกตามองตามอย่างเจ็บใจ

ooooooo

อาจารย์ดำรงไปสืบมาได้ว่าเครื่องสังคโลกที่ถูกขโมยไปนั้นตกอยู่ในมือของผู้มีอิทธิพลระดับชาติเพราะของดีราคาสูงขนาดนั้น ลำพังแค่รวยอย่างเดียวก็มีไว้ครอบครองไม่ได้ แต่สืบอย่างไรก็ไม่อาจเจาะลงไปได้ว่าอยู่ในมือใคร ทุกคนต่างปิดปากเงียบเพราะกลัวอิทธิพล

ระหว่างนั้นเอง จ่าแท่นเอาหนังสือพิมพ์ฉบับวันนี้มาให้ดู เป็นฉบับเดียวกับที่ผกากำลังอ่านให้กำนันบุญฟังความว่า

“นายประดับ เรืองไกรฤกษ์ นักการเมืองหนุ่มไฟแรง เลขาคนสนิทท่านปราชญ์ บุญหล่นทับ ถูกดันให้ขึ้นมารับตำแหน่งแทนเพราะท่านปราชญ์ต้องการวางมือหรือเพราะป่วยอย่างเป็นปริศนา”

ประดับยืนฟังอยู่ด้วย บอกผกาว่าหยุดอ่านได้แล้ว ด่าว่ามีแต่พวกอิจฉาหาว่าตนขึ้นมารับตำแหน่งอย่างไม่เหมาะสม กำนันบุญบอกว่าปล่อยให้คุ้ยกันไปเดี๋ยวก็เงียบไปเอง เพราะยังไงพวกนักข่าวก็ไม่มีทางรู้ว่าเขาทำอะไรกับท่าน

“นักข่าวไม่รู้ แต่นังนั่นมันรู้!!” ประดับจิกตาอย่างแค้นใจ

ระหว่างที่ประดับไม่อยู่นั้น คุณหญิงพยายามบอกปารมีว่า เราสองแม่ลูกใช้ผู้ชายคนเดียวกัน แต่ปารมีไม่เชื่อ ยิ่งเมื่อคุณหญิงบอกว่าที่ปารมีนอนป่วยทุกวันนี้เพราะถูกประดับวางยา ปารมีก็หาว่าแม่ใส่ความประดับไล่แม่ให้ออกจากห้องไป

“นังเด็กโง่เอ๊ย...ฉันอุตส่าห์หวังดีกับแก อยากโง่ให้มันหลอกก็ตามใจ แต่ฉันคนนึงล่ะที่จะไม่ยอมให้มันยึดทุกอย่างในบ้านนี้ไป” คุณหญิงออกจากห้องมาด้วยสีหน้าร้ายกาจ

ส่วนผกาเมื่อรู้เรื่องคุณหญิงจากประดับแล้ว ก็ยุให้จัดการสองแม่ลูกนั่นเสียจะได้ไม่มีใครมาขวางทางเขาอีก กำนันกับประดับติงว่าทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะถ้าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับคุณหญิงและปารมีอีก เขาจะต้องกลายเป็นผู้ต้องสงสัยแน่ๆ

“แต่ถ้าคุณไม่ทำอะไรสักอย่าง...ก็เท่ากับว่าแผนการที่วางไว้ทั้งหมดต้องจบเห่” กำนันท้วงติง

“สัตตะโลหะบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ จะไม่มีวันซุกอยู่ใต้กระโปรงผู้หญิงเด็ดขาด” ประดับยิ้มอย่างผยองนัก!

ooooooo

เมื่อได้อ่านข่าวประดับจากหนังสือพิมพ์แล้ว ดาราปรารภอย่างสังเวชว่า น่าใจหายอำนาจไปอยู่ในมือของคนเลวแบบนี้ได้ยังไง ทั้งยังเป็นห่วงกังวลว่า คนที่จะถูกเล่นงานก่อนใครกลัวจะเป็นยงยุทธกับขุนเดชเพราะประดับเคยพูดไว้ว่า ถ้าเขามีอำนาจเมื่อไหร่จะแก้แค้นสองคนนี้ให้สาสม

“ถ้ามันอยากแก้แค้นก็บอกให้มันมาได้เลย ฉันอยากเห็นมันตายบนแผ่นดินที่มันลบหลู่” เสียงขุนเดชแทรกเข้ามา ถูกยงยุทธขัดคอทันทีว่า อย่าบอกนะว่าจะฆ่ามันด้วยมือตัวเอง “ฉันเป็นประชาชนคนธรรมดา จะไปเที่ยวไล่ฆ่าคนได้ยังไง วีรบุรุษบาปต่างหากที่จะลงมือฆ่ามันแทนฉัน”

เป็นปัญหากันขึ้นมาทันทีระหว่างขุนเดชกับยงยุทธ เมื่อยงยุทธบอกว่าจะไม่ให้ใครฆ่ามันเด็ดขาด โทษของมันต้องเป็นไปตามกฎหมาย แต่ขุนเดชเห็นว่า รอถึงวันนั้นคนดีๆที่จะเป็นศพต่อไปจะเป็นใคร แกล้งแหย่ว่าหรือจะเป็นอาจ่า ทำเอาจ่าแท่นสะดุ้งโหยง ขุนเดชชี้แจงว่า

“ผมพูดความจริงครับอาจ่า อาจจะเป็นอา เป็นอาจารย์ประทีป เป็นผม หรือไม่ก็...ดารา” พูดแล้วเดินออกไปเลย ดาราหน้าเสีย ในขณะที่ยงยุทธมองตามขุนเดชไปอย่างโกรธมาก

ยงยุทธตามไปชกหน้าขุนเดชบอกว่าจะปล่อยให้เขาพล่ามต่อไปไม่ได้แล้ว ปรามาสว่าดาราเป็นคนรักของขุนเดช แต่ถ้าเขาปกป้องคนรักไม่ได้ก็ไม่ควรได้เธอไป ขุนเดชถามเย้ยว่าที่ตามมาพูดนี่หมายความว่าอยากได้เธอคืนไปใช่ไหม

เมื่อพูดกันไม่เข้าหู ก็ลงเอยด้วยการชกต่อยจนจุกไปด้วยกันทั้งคู่

ดาราตามออกมาห้ามปราม ยงยุทธจงใจยั่วขุนเดชด้วยการดึงดาราเข้าไปจูบเย้ย ขุนเดชยืนดูเฉยแต่ดาราตบหน้ายงยุทธฉาดใหญ่ด่าว่าทำแบบนี้ได้ยังไง ยงยุทธบอกว่าต้องการทำให้ขุนเดชรู้ว่าตนจะแย่งเธอคืนมาเป็นของตัวเอง

ดาราน้ำตาอาบแก้มไม่กล้าสบตาขุนเดช ในขณะที่ ขุนเดชได้เห็นได้ฟังแล้วหันหลังวิ่งเตลิดไปอีกทาง

ooooooo

ขุนเดชไปเจอคำปันมาไหว้พระกลางคืนถามว่าเป็นอะไร คำปันบอกว่ากลุ้มใจ ตนอยากย้ายไปจากศรีสัชนาลัยแต่บัวทองไม่ยอมไป ขอร้องขุนเดชให้ช่วยคุยกับบัวทองให้ด้วย

รุ่งขึ้น คำปันใช้บัวทองเอาปิ่นโตไปส่งขุนเดชตามปกติ แต่ทำอาหารมากเป็นพิเศษ เจตนาให้บัวทองกินด้วยกันเพื่อขุนเดชจะได้หว่านล้อมบัวทองให้ยอมไปจากศรีสัชนาลัย

แต่เมื่อขุนเดชเอ่ยปากเท่านั้น ก็ได้รับคำปฏิเสธอย่างเด็ดเดี่ยวจากบัวทองว่า ถ้าจะคุยเรื่องนี้ก็หยุดได้เลย เพราะเป็นตายอย่างไรตนก็จะไม่ทิ้งศรีสัชนาลัยไปเด็ดขาด

เมื่อขุนเดชพูดแล้วบัวทองไม่ฟัง ครู่หนึ่ง วีรบุรุษบาปก็ปรากฏตัวขึ้น หว่านล้อมบัวทองแบบเดียวกัน บัวทองตอบไปว่า

“จะเป็นคำพูดของใครฉันก็ไม่ฟังทั้งนั้น เลือดเนื้อ เชื้อไขของฉันคือคนศรีสัชนาลัย เพราะฉะนั้น ฉันไม่ใช่คนขี้ขลาดที่จะทิ้งบ้านเกิดเอาตัวรอดเวลาที่กำลังมีภัย ก็เหมือนคุณที่ยอมตายเพื่อรักษาสมบัติของบรรพบุรุษ”

บัวทองยังบอกวีรบุรุษบาปว่า “พี่ขุนเดชเคยสอนให้ฉันสู้คนมาแล้ว ถ้าฉันแย่งดาบจากคุณมาได้ คุณต้องกลับไปบอกพี่ขุนเดชว่าคุณก็รั้งฉันไว้ไม่ได้”

แล้วบัวทองก็ปรี่เข้าแย่งดาบจากวีรบุรุษบาป ทั้งคู่ ยื้อแย่งดาบกัน ต่างหมายเอาชนะกันให้ได้

บัวทองเล่นเล่ห์ทำเป็นเจ็บเมื่อถูกวีรบุรุษบาปผลักล้ม พอวีรบุรุษบาปเข้าไปดูจึงแย่งดาบแต่ถูกวีรบุรุษบาปแย่งคืนไปได้ วีรบุรุษบาปยังหว่านล้อม บอกบัวทองว่าถ้าเธอรู้จักความรัก เธอจะยอมทำตามที่ขุนเดชกับแม่เธอขอ

“อย่ามาดูถูกว่าฉันไม่รู้จักความรักนะวีรบุรุษบาป เพราะฉันมีความรักต่างหากฉันถึงไม่ยอมทิ้งเขาไป”

ในที่สุดบัวทองสารภาพว่าเพราะตนรักวีรบุรุษบาปจึงไม่อาจทิ้งให้เขาอยู่ที่นี่ตามลำพัง บอกว่า แม้เขาจะทำบาปด้วยการฆ่าคนตาย แต่ตนเห็นความงามในจิตใจของเขา ตนไม่คิดว่าเขาเป็นคนเลว

“ขอบใจบัวทอง ถ้าเธอมั่นใจว่าฉันเป็นคนดี ฉันอยากให้เธอหลับตา ทำเพื่อฉันได้ไหม”

บัวทองพิสูจน์ความรักยอมหลับตา ถูกวีรบุรุษบาปเอาผ้าผูกตาแล้วกดหน้าลงกับดินกระชากเสื้อผ้าเธอหลุดลุ่ยปลุกปล้ำเธออย่างระห่ำ จนบัวทองตกใจ วีรบุรุษบาปจึงให้บทเรียนว่า

“เธอเลือกรักคนผิดแล้ว คนบาปอย่างฉันไม่มีวันเป็นคนดีได้ จำไว้...บัวทอง อย่าเที่ยวบอกรักโจรเลวๆ อีก ไม่อย่างนั้น เธอก็หนีไม่พ้นต้องโดนแบบนี้”

พูดแล้ววีรบุรุษบาปเดินหนีไป ทิ้งให้บัวทองกอดตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ประดับเริ่มแผนร้ายของตน เมื่อดาราจับชาวบ้านที่แอบขุดกรุได้ของกลางคืนมา เธออบรมแล้วปล่อยไป แต่ระหว่างทางถูกประดับฆ่าตัดคออย่างเหี้ยมโหด สร้างสถานการณ์ว่าเป็นฝีมือของวีรบุรุษบาป

ส่วนตัวมันเองไปใช้อำนาจที่เหนือกว่า ยั่วยุท้าทายยงยุทธจนยงยุทธเกือบฆ่ามัน ดีแต่ดาราห้ามไว้ เตือนสติยงยุทธว่าถ้าเขาฆ่าประดับ เขาก็จะกลายเป็นฆาตกรและต้องเป็นเหมือนวีรบุรุษบาปไปอีกคน

ระหว่างนั้นเอง จ่าแท่นวิ่งมารายงานว่าพบศพชาวบ้านสองคนถูกฆ่าตัดคอ ยงยุทธรีบไปดู เขาฟันธงว่า ฆ่าพวกลักลอบขุดกรุอย่างเหี้ยมโหดแบบนี้ต้องเป็นวีรบุรุษบาปแน่ๆ

การฆ่าชาวบ้านสองคนอย่างเหี้ยมโหดครั้งนี้ ไม่เพียงได้ป้ายสีวีรบุรุษบาปเท่านั้น หากยังสร้างความหวาดกลัวในหมู่ชาวบ้าน เท่านั้นไม่พอ ประดับยังอาศัยอำนาจที่เหนือกว่า สั่งยงยุทธให้หาตัวฆาตกรมาให้ได้ สั่งให้จับตัววีรบุรุษบาปมาให้ได้ภายใน 48 ชั่วโมง มิเช่นนั้น จะถือว่าไร้ความสามารถ ขู่สำทับก่อนไปว่า

“48 ชั่วโมง!! จำไว้นะยงยุทธ คนที่ควบคุมเกมคือคนที่มีอำนาจอยู่ในมือ ถ้าไม่เชื่อก็ลองดู” พูดแล้วเดินหัวเราะเยาะออกไป ยงยุทธกำหมัดแน่นอย่างเจ็บใจ

ooooooo

บัวทองกลับบ้านในสภาพบอบช้ำยับเยิน คำปันตกใจมากถามว่าถูกใครทำอะไรมา บัวทองเอาแต่ร้องไห้บอกว่าไม่มีอะไร จนคำปันบอกว่าถ้ายังถือว่าตนเป็นแม่อยู่ก็ให้บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้น

“วี...วีรบุรุษบาปจ้ะแม่”

คำปันแทบช็อก บัวทองร้องไห้วิ่งขึ้นเรือนไป พอดีดารากลับมาถึงถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ คำปันละลํ่าละลักพูดได้แค่ว่า “อาจารย์...บัวทอง...บัวทอง...” แล้วน้ำตาก็ทะลักจนพูดไม่ออก

ดารารีบขึ้นไปหาบัวทองบนห้องถามว่าเรื่องเป็นยังไง บัวทองจึงเล่าไปร้องไห้ไปว่า

“พี่ขุนเดชขอให้วีรบุรุษบาปมาพูดให้บัวทองไปจากศรีสัชนาลัย แต่บัวทองไม่ไปเพราะจะอยู่ช่วยเขาที่นี่...”

“แล้วยังไงบัวทอง...ทำไมเขาถึงทำร้ายเธอ”

“บัวทองรักเขาค่ะอาจารย์...แต่เขากลับทำร้ายบัวทอง ถ้าบัวทองไม่ขอร้องไว้ เขาก็คง...” บัวทองร้องไห้จนพูดไม่ออก

ดาราโกรธมากคิดไม่ถึงว่าขุนเดชจะตัดสินใจทำอะไรเลวร้ายแบบนี้ รีบลงมาหาคำปัน แต่คำปันไม่อยู่แล้ว ทำให้ดาราใจไม่ดี

ที่แท้คำปันไปหาจ่าแท่น ขอให้ช่วยจัดการกับวีรบุรุษบาปที่ยํ่ายีบัวทองให้ ยงยุทธเข้ามาพอดีบอกคำ–ปันให้ใจเย็นๆ คำปันบอกว่าคราวนี้จะไม่ใจเย็นอีกแล้ว ถ้าหมวดจัดการกับวีรบุรุษบาปไม่ได้ ก็ให้ยกศรีสัชนาลัยให้โจรไปเลย

ยงยุทธบอกว่าตนไม่เคยละเลยหน้าที่ ถ้ามีโอกาสจับได้จะเล่นงานให้หนัก จะเรียกศักดิ์ศรีบัวทองคืนมาให้ได้

ยงยุทธให้จ่าแท่นพาคำปันกลับไปพักผ่อนก่อน แล้วจะเรียกบัวทองมาสอบปากคำอีกที แต่ดาราที่ตามมาท้วงติงว่า

“บัวทองกำลังเสียใจมาก ไม่อยู่ในสภาพที่จะให้ปากคำอะไรตอนนี้ได้หรอกค่ะ ถ้าอยากรู้อะไรถามฉันได้ เพราะฉันเพิ่งคุยกับบัวทองมา”

หลังจากยงยุทธคุยกับดาราแล้วก็เบาใจขึ้น เมื่อรู้ว่าวีรบุรุษบาปแค่ลวนลามบัวทองเท่านั้น แต่นั่นก็ถือว่าทำผิดอยู่ดี ตนจะไม่ปล่อยให้วีรบุรุษบาปทำเรื่องชั่วๆในพื้นที่ของตนได้อีกแล้ว

“แต่ฉันว่าเรื่องนี้มีบางอย่างผิดปกตินะยงยุทธ” ดาราติงให้คิด ชี้ให้เห็นว่า “เธอลองคิดดูสิ มันจะเป็นไปได้ยังไงที่วีรบุรุษบาปจะฆ่าชาวบ้านพร้อมกับข่มเหงบัวทอง ในเวลาเดียวกัน”

“ดารา...อย่าลืมนะว่าบัวทองเคยขวางทางไม่ให้ผมจับวีรบุรุษบาปมาแล้ว”

“ยงยุทธ!! ไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกที่จะยอมเอาศักดิ์ศรีของตัวเองไปให้ผู้ชายดูถูกเล่น เหมือนกับที่เธอไม่เคยให้เกียรติฉันเหมือนกัน” ดาราผลักยงยุทธให้ออกห่างแล้วเดินจากไป ยงยุทธได้แต่มองตามอย่างรู้สึกผิด...

ooooooo

วันนี้ ดาราไปหาขุนเดชที่กระท่อม เห็นขุนเดชนั่งนิ่งเหมือนหุ่นอยู่อย่างนั้นก็ทนไม่ได้ ตรงเข้าไปถามว่าทำแบบนั้นกับบัวทองได้ยังไง กล้าทำลงไปได้ยังไง

ดาราพูดอย่างคนรู้กันว่า ถึงเขาจะให้วีรบุรุษบาปเป็นคนทำแต่ก็คือคนเดียวกับเขา เมื่อคนหนึ่งทำเรื่องเลวอีกคนก็ต้องเลวเหมือนกัน เธอทุบเขาอย่างรับไม่ได้ จนขุนเดชต้องจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้ พูดขรึมๆว่า

“ใช่...ผมตั้งใจทำตัวเลวเยี่ยงสัตว์ เพราะถ้าผมไม่เลวสุดๆ บัวทองก็จะไม่ไปจากชีวิตผม” พูดแล้วหันหลังให้ดาราน้ำตาคลอเบ้าขณะเล่าต่อ “บัวทองบอกว่ารักวีรบุรุษบาปและจะอยู่สู้กับเขาที่นี่ แล้วคุณคิดว่าผมจะยอมให้คนที่ผมรักตายอยู่ที่นี่กับผมได้เหรอดารา”

ดาราอึ้งไปนาน จึงเอ่ยขอโทษด้วยความสะเทือนใจ ขุนเดชบอกว่าเธอไม่จำเป็นต้องขอโทษตน ตนทำให้บัวทองเสียใจ ตนดูถูกคนที่ตัวเองรัก มันก็สาสมแล้ว ที่ตนจะต้องใช้ชีวิตเดียวดาย บนนรกบนดินที่สร้างขึ้นด้วยมือตัวเอง

ดาราบอกว่าถ้าเขาไม่อยากเสียบัวทองไปก็ควรบอกความจริงแก่เธอ ขุนเดชไม่ยอมทำเด็ดขาด ยืนยันว่า ตนจะไม่ฉุดบัวทองลงมาอยู่กับคนเลว แต่ดาราจะไปบอกบัวทองให้ได้ เลยถูกขุนเดชตวาด

“หยุดนะดารา ความรักจะทำให้เราทำเรื่องผิดๆ ทั้งๆที่รู้ว่าผิดแต่ก็ยังทำ ยิ่งรักมากเรื่องผิดก็จะกลายเป็นถูก ผมทำสิ่งที่ถูกต้องลงไปแล้ว”

“แล้วเธอไม่คิดบ้างหรือว่าบัวทองจะต้องอยู่กับความเสียใจไปตลอดชีวิต ฉันต้องให้บัวทองรู้” ดาราจะไปให้ได้

ขุนเดชตัดสินใจทุบท้ายทอยเธอทีเดียวก็หมดสติ เขาประคองเธอไว้ เอ่ยอย่างเสียใจ “ผมขอโทษนะดารา...”

ooooooo

เรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้คำปันตัดสินใจย้ายไปอยู่จันทบุรี บอกจ่าแท่นว่ามีข่าวคืบหน้าเกี่ยวกับการจับวีรบุรุษบาปอย่างไรให้บอกด้วย ส่วนบัวทองอยู่ในห้องนอน เธอกอดผ้าขาวม้าของวีรบุรุษบาปไว้ก่อนโยนทิ้งไปอย่างเจ็บปวด

ขณะที่คำปันเก็บของเตรียมย้ายบ้านนั้น เจอสร้อยคอพระเครื่องที่นายเดื่องให้ไว้ จึงเอามาให้ขุนเดช จ่าแท่นเล่าอย่างตื่นเต้นว่า ตนจำได้ นี่คือพระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำที่พี่เดื่องเคยบูชาติดตัวตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวงมาได้ตลอด ทำให้คำปันเสียใจโทษว่าเพราะพระเครื่องอยู่ที่ตนทำให้นายเดื่องถูกฆ่าตาย ร้อนถึงจ่าแท่นต้องปลอบโยนอยู่นานกว่าคำปันจะทำใจได้

แม้ขุนเดชจะรักและเห็นคุณค่าของพระเครื่องเพราะเป็นของพ่อ แต่เขาไม่รับ บอกคำปันว่าเอาไว้คุ้มครองตัวเองอย่างที่พ่อตั้งใจไว้

เมื่อขุนเดชลากลับ ออกจากบ้านแล้วหันมองไปที่หน้าต่างห้องนอนบัวทอง เห็นบัวทองยืนเศร้าอยู่ ทั้งสองสบตากันเงียบๆ บัวทองคาดว่าขุนเดชคงรู้เรื่องวีรบุรุษบาปจากแม่และดาราแล้ว เธอค่อยๆปิดหน้าต่าง ขุนเดชมองเศร้า ถอนใจยาวพึมพำอย่างเจ็บปวด...

“บัวทอง...”

ooooooo

ขุนเดช

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด