ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบตัดเพชร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

รถแวนสีดำพุ่งเข้ามาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินตึกมาดามหลิน อีกฟากในความสลัว แมวตาเพชรวิ่งตีคู่มากับรถแวนราวกับลอยมา อีกด้านดาราวรรณในคราบแม่เสือสาวบังคับสเก็ตบอร์ดไฟฟ้าวิ่งฉิวตามรถไปอย่างพลิ้ว

แมวตาเพชรและแม่เสือสาว ปฏิบัติการอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ข้อมูลจากอานุภาพบอกทุกขั้นตอนว่า...

“เพชรสีรุ้งทั้ง 7 ถูกโจรกรรมและมาเก็บไว้ที่ตึกของมาดามหลินหัวหน้าขบวนการ เพื่อรอปล่อยประมูลออนไลน์ทางตลาดมืดทั่วโลกในวันพรุ่งนี้ ห้องเก็บเพชร... มีลิฟต์ใต้ตึกตัวเดียวเท่านั้นที่จะขึ้นไปถึงชั้น 12 ได้”

ทันใดนั้น ทั้งสองเห็นการ์ดสาวสองคนรูปร่างอ้อนแอ้นก้าวลงจากรถแวนสีดำ อาวุธครบมือ แววตาเหี้ยม ซึ่งแมวตาเพชรและแม่เสือสาวมีข้อมูลจากอานุภาพมาแล้วว่า...

“มีการ์ดสาวมือดีสลับเปลี่ยนหมุนเวียนมาคอยคุ้มกันเพชร ทุกเที่ยงคืนเป็นเวลาที่หัวหน้าการ์ดจะมาสับเปลี่ยนเวรยามกัน”

การ์ดสาวเดินไปที่ประตูทางเข้าตึก มีการ์ดสาวอีกสองคนเดินออกมา คนหนึ่งถอดสร้อยที่มีคีย์การ์ดเป็นแท่งที่คอให้ผู้มาใหม่เป็นการส่งมองหน้าที่ สองคนที่มาใหม่ก้าวเข้าตึกไป และสองคนเก่าก็ออกจากตึกขึ้นรถแวนออกไป

แมวตาเพชรและแม่เสือสาว พากันวิ่งตรงไปที่ทางเข้าตึก เงียบ เร็ว ราวปาฏิหาริย์ แต่การ์ดทั้งสองยังได้ยินหันขวับมาชักปืนจะยิง แต่สองสาวที่เหนือชั้นกว่า จัดการอย่างรวดเร็วใช้แท่งช็อตไฟฟ้าขนาดเท่าปากกาช็อตที่ต้นคอ สองการ์ดกระตุกร่วงหมดสติไปทันที พลันก็คิดถึงคำบอกเล่าทางขึ้นห้องเก็บเพชรจากอานุภาพว่า...

“ลิฟต์ขึ้นห้องเก็บเพชร ตั้งระบบซิเคียวริตี้ไว้อย่างรัดกุมแน่นหนา ไม่มีปุ่มเปิดปิดประตูเข้าลิฟต์ ต้องสแกนลายนิ้วมือและม่านตาของหัวหน้าการ์ดเป็นรหัสเปิดประตูเท่านั้น”

แมวตาเพชรจับมือการ์ดสาวขึ้นมาฉีดสเปรย์ ส่วนแม่เสือสาวดึงแว่นกระจกใสขึ้นมาใส่สแกนม่านตาการ์ดอีกคน

ครู่เดียวแมวตาเพชรก็ได้ลายนิ้วมือการ์ดจากซิลิโคนที่สเปรย์ไว้ สองน้าหลานยิ้มให้กันแบบว่า...ง่ายจัง!

แต่พอจะเข้าลิฟต์ก็เจอปัญหาไม่มีปุ่มกดเรียกลิฟต์ สองน้าหลานใช้ม่านตาและลายนิ้วมือการ์ดผ่านเข้าไปในลิฟต์ได้ แต่ข้างในก็ไม่มีปุ่มกดเลย แมวตาเพชรบ่นว่า มังกี้ไม่เห็นบอกเลยว่าข้างในก็ไม่มีปุ่มกดขึ้นชั้นบน ขณะมองหาอยู่ก็มีเสียงเร่ง

“กรุณากดชั้นที่ต้องการภายในเวลา 20 วินาที”

สองสาวตกใจก้มๆเงยๆหาปุ่มวุ่นวาย

ที่แท้ดนุภพกับดนัยเทพสองอาหลานจอมแสบอยู่ในห้องควบคุมวงจรปิด ทั้งสองเห็นอาการของสองสาวแล้วหัวเราะทั้งขำทั้งเอ็นดู ดนุภพพูดกลั้วหัวเราะว่า มังกี้จะไปรู้ได้ยังไงในเมื่อมังกี้เองก็ยังไม่รู้แผนทั้งหมดเลย แล้วดนุภพก็กดไมค์แปลงเสียงเป็นหญิงกดดันอีก...

“ท่านมีเวลาเหลือแค่ 12 วินาที ก่อนที่ระเบิดเวลาในลิฟต์จะทำงาน” แล้วเริ่มนับถอยหลัง

สองน้าหลานยิ่งร้อนรน เสียงนับถอยหลังจนถึง 3 กันยิกาจึงเห็นรูเล็กๆรูหนึ่งข้างประตู เธอตะปบสร้อยที่มีแท่งเหล็กห้อยอยู่ แต่ไม่ทันทำอะไร เสียงนับก็ถึงศูนย์! ระเบิดควันทำงานทันที

ดนุภพฝันหวานที่จะได้เผยโฉมแมวตาเพชรด้วยตัวเองให้เห็นกับตาว่าเธอคือกันยิกาที่แสนสวยของกุหลาบขาว พลันก็สะดุ้งเมื่อดนัยเทพตะโกนให้ดูที่จอทีวี เป็นภาพแมวตาเพชรกำลังเสียบแท่งเหล็กเข้าในรูเล็กๆ ทำให้ระบบระเบิดควันหยุดทำงานทันที

กันยิกาหมุนแท่งเหล็กตามเข็มนาฬิกา ปรากฏ ตัวเลขเรืองแสงขึ้นที่ผนัง เธอหมุนไปจนถึงเลข 12 แล้วดึงแท่งเหล็กออก มีเสียงบอกว่า “จุดหมายปลายทางของท่านคือชั้นที่ 12”

สองสาวดีใจมากยกมือตบกัน พอประตูลิฟต์เปิด ก็นึกถึงคำบอกเล่าของอานุภาพในขั้นตอนต่อไปว่า...

“และเมื่อถึงชั้น 12 ซึ่งเป็นห้องเก็บเพชร ไม่รู้ว่ามีการ์ดเฝ้าอยู่เท่าไหร่ ต้องเดาเอง หึๆ”

แต่เมื่อผ่านด่านขึ้นมาถึงชั้น 12 ที่เก็บเพชรได้แล้ว สองสาวฮึกเหิมว่ามีการ์ดสักโหลก็ไม่พอมือ แต่พอตั้งท่าจะลุยดาราวรรณก็ขอเวลานอกเติมปากให้แดงแช้ดบอกว่า “จะถูกจะแพงต้องแดงไว้ก่อน Let’s go!”

พอเดินถึงทางแยกเจอการ์ด 4 คน แมวตาเพชรกับแม่เสือสาวก็ลุยด้วยอาวุธและยุทธวิธีของตนจนการ์ดทั้ง 4 กองกับพื้น ก่อนไปดาราวรรณยังขอเติมปากแล้วโยนแท่งลิปสติกไปที่การ์ด ควันสลบกระจายฟุ้งจนการ์ดทั้ง 4 หมดสติ

พากันมาถึงหน้าห้องเก็บเพชร ก็นึกถึงคำบอกเล่าของอานุภาพว่า...

“ฝ่าด่านการ์ดมาได้ก็จะเจอห้องเก็บเพชร ก็ไม่น่าจะมีอะไรยากอีกแล้ว แค่เปิดประตูเข้าไป...”

กันยิกาจะผลักประตูเข้าไป ดาราวรรณเรียกไว้ถามว่ามันง่ายไปหรือเปล่า กันยิกาบอกว่าก็ต้องเข้าไปดูไม่อย่างนั้นเราก็ไม่รู้ กันยิกาผลักประตูเข้าไปช้าๆ เห็นตู้กระจกอยู่กลางห้อง ทั้งสองมองตะลึงเมื่อเห็น เพชรทั้ง 7 เม็ดส่องประกายรุ้งอยู่ในตู้!

ดาราวรรณเร่งให้รีบเข้าไปเอาเพชรกัน แต่พอ

กันยิกาก้าวเข้าไป ประตูก็ปิดทันที ดาราวรรณร้องโวยวายอยู่ข้างนอกให้เปิดประตู แต่ประตูล็อกไว้แน่น

ทันใดนั้น มีเสียงหัวเราะของผู้ชายดังขึ้นจากด้านหลัง ดาราวรรณหันขวับไปเห็นดนัยเทพยืนหัวเราะเท่อยู่

“ตาแป๊ะตกปลาที่ไหนมายืนอยู่นั่น!” ดาราวรรณถาม ทำเอาดนัยเทพที่เต๊ะเท่อยู่ย้วยไม่เป็นท่าไปเลย

ooooooo

กันยิกาในคราบแมวตาเพชรถูกกักอยู่ในห้องพยายามจะเปิดประตูแต่เปิดไม่ได้ พลันก็รู้สึกมีใครเคลื่อนไหวอยู่ข้างหลังหันขวับไปไม่เห็นตัว แต่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับเงางู

กันยิกาละสายตาจากเงานั้น หันมาสนใจเพชรที่เป็นภารกิจครั้งนี้ เธอตั้งหลักแล้วพุ่งเข้าไปที่ตู้เพชร แต่ถูกเงานั้นวิ่งตัดผ่านหน้า ซ้ำยังขโมยจูบเธออีกด้วย เธอตกใจยกมือขึ้นจับรอยจูบกลับเห็นดอกกุหลาบขาวอยู่ในมือตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เธอเจ็บใจจนบอกไม่ถูกที่ถูกขโมยจูบแล้วยังยัดดอกกุหลาบขาวใส่มือเย้ยอีก

ทันใดนั้นไฟในห้องดับพรึบ กันยิกาตกใจถลาไปที่ตู้เพชร เธอแทบช็อกเมื่อเพชรในตู้หายไปหมดแล้ว! เธอขว้างดอกกุหลาบขาวในมือไป ตะโกน “เอาดอกของนายไป เอาเพชรมาให้ฉัน!”

“ถ้าอยากจะได้เพชรก็ต้องเอาตัวเข้าแลกหน่อย” เสียงท้าทำให้เธอยิ่งโมโหประกาศจะเลาะฟันคนพูดให้หมดปาก “โห...นั่นคำขู่เหรอ ทำไมมันเร้าใจขนาดนี้ อย่าช้าเลยครับรีบๆเข้ามา ผมรอคุณอยู่ แมวตาเพชร!”

“ฮึ่ม!” แมวตาเพชรคำรามเดือด

ส่วนนอกห้อง ดนัยเทพวิ่งเข้าหาดาราวรรณ แกล้งจับมือจับไหล่จับเอว เธอร้องโวยวายว่าถูกแต๊ะอั๋ง ขู่จะตบให้คว่ำแล้วตบผัวะเลย ดนัยเทพโดนตบก็จู่โจมหอมแก้มเอาคืน ดาราวรรณวี้ดว้ายเหวี่ยงอาวุธใส่แต่ถูกเขาจับล็อกตัวไว้

“ว้าย...จับฉันทำไมเนี่ย ปล่อยฉันนะ...” เธอโวยวายดิ้นขลุกขลัก

ในห้อง กันยิกาในคราบแมวตาเพชรเตะต่อยดนุภพอุตลุต เขาเพียงแต่พลิ้วตัวนิดเดียวก็หลบได้หมด ทำยักย้ายหลอกล่อยั่วว่า ฝีมือแมวตาเพชรมีแค่นี้หรือ เธอเลยฟาดแส้ใส่ แส้ตวัดมัดแขนเขาเลยดึงกันไปดึงกันมา ดนุภพใช้มีดที่รองเท้าตัดแส้ทำให้แมวตาเพชรที่โถมตัวดึงสุดแรง เสียหลักไปอัดกำแพงล้มแน่นิ่งไป

ดนุภพวิ่งเข้าไปชันเข่าเขย่าเรียก ทันใดเธอลืมตาฟึ่บ กระชากหน้ากากกุหลาบขาวทันที ดนุภพทะลึ่งพรวดขึ้นมือหนึ่งกุมหน้าไว้ กันยิกาถือหน้ากากกุหลาบขาวพูดอย่างผู้ชนะว่า

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าโฉมหน้าที่แท้จริงของนายจะหล่อสักแค่ไหน” พลางโยนหน้ากากกุหลาบขาวทิ้ง

“ผมก็หล่อไม่น้อยไปกว่าความสวยของคุณหรอกแมวตาเพชร” ดนุภพหัวเราะหึๆ กันยิกาช็อกเมื่อเห็นว่าหน้ากากของตัวเองอยู่ในมือเขา เธอยกมือขึ้นจะปิดหน้า ถูกเขาปราดเข้ามาจับมือทั้งสองไว้ “จะปิดหน้าซ่อนตัวเองไว้ใต้หน้ากากทำไมยิกา ผมรู้หมดแล้วว่าแมวตาเพชรคือคุณ”

“ห่ะ! ที่แท้กุหลาบขาวก็คือคุณ ดนุภพ!! เลวที่สุด คุณจงใจปล่อยข่าวเรื่องเพชรสีรุ้งบ้าบออะไรนี่ เพื่อล่อฉันมาติดกับใช่ไหม” ดนุภพยียวนว่าช่วงนี้ไม่มีเพชรหายให้ตามล่ารางวัล คิดเสียว่าเรามาฝึกวิชาแก้เหงากัน “ถ้าเหงามากไประบายกับยัยริย่าม้าคึกของนายโน่น อย่ามาระบายกับฉัน”

“ริย่าอะไรอีก ผมเลิกกับเขาแล้ว ก็เพราะคุณเป็นต้นเหตุจำไม่ได้เหรอครับ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้คุณต้องรับผิดชอบชีวิตผม”

ดนุภพโมเมยัดเยียดตัวเองให้กันยิการับผิดชอบ เธอไล่ไปให้พ้นสั่งเปิดประตูเดี๋ยวนี้ พลางหยิบลูกอะไรกลมๆออกมา ดนุภพถามว่าเล่นระเบิดเลยหรือ กันยิกาขึงขัง เขาจึงดีดนิ้วเปาะ ประตูเปิดทันที!

กันยิกาวิ่งไปที่ประตูก็ต้องผงะ เมื่อดนัยเทพกับดาราวรรณที่จับล็อกกันอยู่กลิ้งหลุนๆเข้ามา ดาราวรรณเห็นกันยิกาก็ตกใจถามว่าถอดหน้ากากทำไม เห็นดนุภพก็อุทาน “กุหลาบขาว!!”

“เขาคือกุหลาบขาวค่ะ เขาวางแผนล่อเรามาเปิดโปง” กันยิกาเจ็บใจ ดาราวรรณมองขวับไปที่ดนัยเทพ เขายิ้มระรื่นบอกว่า ใช่ครับ ผมเอง ดาราวรรณทั้งงง ทั้งตกใจถามว่า “นี่มันอะไรกันเนี่ย?!”

“อย่ามัวถามอยู่เลยน้า รีบไปกันเถอะ ขืนอยู่ที่นี่ต่อ ฉันต้องฆ่าใครแน่” กันยิกาดึงดาราวรรณลุกขึ้นวิ่งไป

ดนุภพกับดนัยเทพ อาหลานเจ้าเล่ห์จอมแสบ มองตามน้าหลานแสนสวยไปยิ้มกรุ้มกริ่ม

ooooooo

สองอาหลานกลับถึงบ้านอย่างเบิกบานใจ มือหิ้วถุงเสื้อผ้าที่ใช้ปลอมตัวลงจากรถ ดนัยเทพเดาขำๆว่าป่านนี้น้าหลานคงกอดคอกันร้องไห้ขี้มูกโป่งไปแล้ว ดนุภพก็คาดว่าคงกำลังวางแผนมาเอาคืนพวกเราอยู่

“เราอาหลานก็ควรอยู่เฉยๆ ทำหล่อ แล้วรอสองสาวมาเอาคืน อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ แค่คิดก็ขนลุกซู่ แม่ทวิตตี้น้อยต้อยตีวิดของฉันกับแม่แมวตา...”

“อย่าเอ่ยชื่อออกมานะอา มีคนกำลังซุ่มดูเราอยู่!”

ดนัยเทพโอบไหล่หลานชายหัวเราะถามว่ามันซุ่มอยู่ใต้รถหรือถึงได้ยินเราคุยกัน ดนุภพบอกว่าไม่รู้ซุ่มที่ไหนแต่มีแน่ แล้วรีบพากันเข้าบ้าน

ที่นอกรั้วบ้านนั่นเอง เอกราชกับหมวดเอจอดรถซุ่มดูอยู่อย่างตื่นเต้น ส่วนสองอาหลานทำเป็นไม่รู้ พอเข้าบ้านก็รีบตรงไปเอากล้องส่องทางไกลมาส่องหาคนซุ่ม ดนัยเทพส่องในบ้านและดนุภพส่องนอกบ้าน ครู่เดียวดนุภพก็เห็นเป้าหมายซุ่มอยู่นอกรั้วใต้ต้นประดู่ แต่รถไม่คุ้น คาดว่า

“อาจจะไม่ใช่คนกันเอง แต่ถึงเป็นคนที่เรารู้จัก มันคงไม่ขับรถตัวเองมาซุ่มดูเราแน่” ดนัยเทพติงว่าใครมันจะอุตริเชื่อมโยงว่าดนุภพเจ้าของร้านเพชรเป็นคนเดียวกับกุหลาบขาว ดนุภพถามว่าอามั่นใจ? ดนัยเทพว่าชัวร์! ไม่มีทาง!

“งั้นผมก็ต้องบอกว่า มีสิ! เพราะคติของผมคือ อะไรที่คนอื่นคิดว่าเป็นไปไม่ได้ กุหลาบขาวต้องมั่นใจว่าเป็นไปได้เสมอ”

ดนัยเทพเซ็ง มองไปที่นอกรั้วเห็นไฟท้ายรถแดงแล้วเปิดไฟหน้า “เฮ้ยๆเหมือนมันกำลังจะไปแล้ว...”

เอกราชกำลังขับรถออกไป หมวดเอเดาว่าถ้าเพื่อนผู้กองเป็นกุหลาบขาวจริง ถุงผ้านั่นอาจเป็นเพชรที่เพิ่งปล้นมาก็ได้

“ถ้ามีการปล้นก็ต้องมีการแจ้งเหตุมาแล้วสิ นี่เงียบฉี่” แล้วตัดบทความขี้สงสัยของหมวด หมายมาดว่า “หึ...วันนี้จับไม่ได้วันหน้าฉันต้องจับแกให้ได้คาหนังคาเขา ไอ้เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด”

ฝ่ายดนุภพ ส่องกล้องดูรถที่ขับออกไปอย่างสงสัยว่าเป็นใคร ระแวงว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าติดตามของใครบางคน

ooooooo

เช้านี้ กันยิกาเดินอารมณ์ไม่ดีลงมาจะไปที่โต๊ะอาหาร พลันก็ชะงัก ได้ยินเสียงพิมพ์ชลบอกดาราวรรณที่นั่งกันอยู่ก่อนแล้วว่า อยากออกไปอยู่ข้างนอก อาจไปอยู่คอนโด แฟลต อพาร์ตเมนต์หรือบ้านเช่าก็ได้

“หนูคิดอะไรของหนูเนี่ย บ้านช่องออกจะใหญ่โตกว้างขวาง แต่อยากออกไปอยู่ห้องเล็กๆ แคบๆ” พิมพ์ชลบอกว่าคับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก กันยิกาถามแทรกขึ้นว่าคับใจอะไรถึงอยู่ไม่ได้ ดาราวรรณรีบห้ามกันยิกาชวนมากินกาแฟกันดีกว่า

“ยิกาอดกลั้นไม่พูดมานานแล้วค่ะน้าดา วันนี้ต้องพูดให้รู้เรื่องกันไปเลย เราทำผิดอะไรนักหนาถึงได้ทำท่าราวกับเราเป็นฆาตกรฆ่าพ่อตัวเองงั้นแหละ”

พิมพ์ชลพูดใส่หน้าว่ารู้ตัวก็ดี ถ้าพ่อตนไม่มาเป็นการ์ดให้พ่อแม่กันยิกาก็คงไม่ตาย ตนก็ไม่ต้องกำพร้าหนีตายหัวซุกหัวซุนมาอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆอย่างนี้

“เนรคุณ!” กันยิกาฉุนขาด พิมพ์ชลคว้าแก้วกาแฟจะสาดหน้ากันยิกา แต่ถูกจับมือไว้ กาแฟร้อนๆหกลวกมือพิมพ์ชล ดาราวรรณขอร้องกันยิกาอย่าทะเลาะกันเลย พอกันยิกาปล่อยมือ พิมพ์ชลก็คว้ากระเป๋าวิ่งออกไป ดาราวรรณวิ่งตามตะโกนเรียกแต่พิมพ์ชลขับรถออกไปแล้ว

“น้าได้ยินชัดหรือยัง เขาไม่เคยซาบซึ้งอะไรเลยที่ช่วยพาเขาหนีมาด้วย...เขาเห็นเราเป็นตัวทำลายชีวิตเขา”

พิมพ์ชลขับรถไปโรงพยาบาลหน้าตาบอกบุญไม่รับ นพดลเดินคุยกับเพื่อนหมอมาเห็น เขาขอตัวจากเพื่อนเดินมาหาถามว่ามีเรื่องไม่สบายใจหรือ? พิมพ์ชลดีใจรีบพยักหน้า นพดลถามว่าเรื่องไม่สบายใจมีตนเป็นต้นเหตุหรือเปล่า

“ใช่ค่ะ เพราะเรื่องวันนั้น” พิมพ์ชลตีขลุม

นพดลขอโทษที่ทำให้เธอโกรธ พิมพ์ชลบอกว่าตนไม่ได้โกรธหมอเลย กลับดีใจที่หมอบอกความรู้สึกดีๆ แต่คนที่บ้านเห็นและโกรธมากลากตนกลับบ้าน ตนเลยไม่ทันได้ลาหมอ นพดลถามว่าแล้วเขาว่าอะไรเธอหรือเปล่า พิมพ์ชลฉวยโอกาสตีหน้าเศร้าบอกว่าตนถูกว่าทุกวันเมื่อเช้าก็ยังว่า

นพดลเห็นรอยแดงๆที่มือถามว่าโดนอะไรมา เธอทำตาแดงๆบอกว่าถูกสาดกาแฟใส่ นพดลจึงพาไปทำแผล ปลอบว่าอย่าร้องไห้ เธอยิ่งร้องไห้คร่ำครวญว่าทำไม

คนบ้านนั้นไม่ดีกับตนเหมือนหมอเลย นพดลถามว่าพวกเขาเป็นใครหรือ?

“ก็มีน้ากับหลานสาวที่เอาพิมพ์ชลมาอยู่ด้วยหลังจากที่พ่อตาย เขาไม่ได้รักและหวังดีกับพิมพ์ชล บีบคั้นใจทุกอย่าง พิมพ์ชลไม่อยากอยู่บ้านหลังนั้นแล้ว อยากหนีออกมาให้พ้นๆ”

เธอบีบน้ำตาจนนพดลถามว่าแล้วจะไปอยู่ไหน พิมพ์ชลได้ทีคร่ำครวญว่าตนไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน เพื่อนฝูงที่สนิทก็ไว้ใจไม่ได้สักคน คนเดียวที่ตนมีคือหมอเท่านั้นที่จะช่วยให้ตนหลุดพ้นออกมาจากบ้านนั้นได้

นพดลลำบากใจ อยากจะช่วยเธอแต่ตัวเองก็มีภาระตามหาฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ เลยบอกว่านัดคนไข้ไว้ขอตัวไปก่อนวันหลังค่อยคุยกัน พิมพ์ชลหน้าเสีย ผิดหวังมาก แต่ก็หมายมาดว่าตนจะไม่มีวันปล่อยหมอหลุดมือไปเป็นอันขาด

ฝ่ายนพดลพอออกมาแล้วพึมพำขอโทษที่เวลานี้ตนยังไม่สามารถรับผิดชอบชีวิตใครได้เพราะยังต้องตามล่าฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ ตามหาน้องสาวและน้าสาวให้ได้เสียก่อน

ooooooo

เสาวนุชปีนรั้วยืนหลังกล้องวงจรปิด ซูมกล้องเข้าไปในคฤหาสน์เทวัญ แต่ภายในทั้งเงียบและไม่มีการเคลื่อนไหวบ่นงึมงำว่าบ้านใหญ่เสียเปล่า คนหายไปไหนหมดเนี่ย บอกกับตัวเองว่า เมื่อมาแล้วต้องได้อะไรกลับไปบ้าง

พลันก็ชะงักเมื่อเห็นรถคันหนึ่งแล่นผ่านประตูรั้วเข้าไป เขม้นมองก็ร้อง “อ๋อ...หวานใจผู้กองนี่เอง!”

เสาวนุชแปลกใจว่ากันยิกามาที่นี่ทำไม รีบยกกล้องขึ้นถ่ายรูปไว้ตามสัญชาตญาณ

กันยิกาถือกระเป๋าหรูเดินเข้าไปในบ้าน ถูก

รสลินกันไว้ข้างนอก แล้วรีบไปรายงานเทวัญบอกว่าจู่ๆ กันยิกาก็มาไม่น่าไว้ใจ ตนเลยให้ยืนรออยู่หน้าบ้าน นึกว่าจะได้รับคำชมเชยที่รอบคอบ กลับถูกเทวัญที่นั่งวีลแชร์ไฟฟ้าฉุนขาดตวาด...

“แกจะบ้าหรือไง ผู้หญิงอย่างยิกา ไม่มีทางจะไปบ้านผู้ชายคนไหนง่ายๆหรอก แล้วแกให้เขายืนรออยู่หน้าบ้าน!” รสลินติงว่าเขายังไม่หายดี “ฉันหายแล้ว! ฉันอยากเจอยิกา แกอย่ามาทำตัวเป็นแม่ฉัน!” พลางลุกจากวีลแชร์

“พ่อ! นั่นพ่อจะทำอะไร” รสลินตกใจจะเข้าพยุง

“แกอย่ามายุ่ง! ไปซี ไปเชิญยิกาเข้ามา ฉันจะแต่งตัว ขอเวลาไม่นาน ไป!”

รสลินรับคำรีบเดินไป เทวัญพยายามฝืนร่างกายยืนขึ้นแล้วเดินไป

เมื่อรสลินเปิดประตู กันยิกายืนยิ้มทั้งที่ใจเดือดปุด ถามว่าเปิดประตูแล้วหรือตนกำลังจะกลับพลางหันเดินไป รสลินบอกว่าเธอยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น กันยิกา

มองหน้าถามว่า “คุณสั่งฉัน??”

“เธอไม่มีสิทธิ์มาทำให้คุณเทวัญผิดหวัง เชิญ...อย่ามาแกล้งทำเป็นลีลาหน่อยเลย อยากปั่นราคาค่าตัวหรือไง” ทั้งปรามทั้งด่า เห็นลูกน้องเทวัญมารอเหมือนมีเรื่องด่วน จึงสั่งคนใช้ “พาคุณเขาไปรอที่ห้องเพชรเหลี่ยมเกสร” ผายมือให้กันยิกาแล้วเดินไปหาลูกน้องเทวัญ

ลูกน้องเทวัญยื่นไอแพดให้ดู เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดไว้รอบรั้วจับภาพเสาวนุชปีนบันไดส่องกล้องเข้ามาดูในบ้าน รสลินมองขวับไปทางที่เสาวนุชปีนรั้วทันที! เสาวนุชเห็นรสลินมองมาเลยรีบลดกล้องก้มตัวหลบ รสลินดูต่อเห็นเสาวนุชวิ่งไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดซุ่มไว้หนีไป

“นังนักข่าวเสาวนุช!!” รสลินจิกตาเหี้ยม

ooooooo

กันยิกานั่งจิบชาท่าหรูอยู่กับเทวัญที่ห้องรับแขก เทวัญทำเสียงหล่อมาดเท่บอกว่าดีใจมากที่วันนี้เธอให้เกียรติมาดื่มชากับตนถึงบ้าน

“ยิกาอยากจะมาดื่มชากับคุณบ่อยๆ แต่เกรงใจว่าคุณจะไม่มีเวลาและเบื่อหน่ายที่จะให้ความรู้เป็นวิทยาทานกับเด็กอยากรู้อยากเห็นคนนี้” กันยิกาตอบอ่อนหวานช้อนตามองเย้ายวน

“แค่เพราะอยากรู้อยากเห็นเองเหรอ ผมอยากได้ยินเหตุผลว่า คุณอยากมาพบผมบ่อยๆเพราะคุณหลงรักผมเข้าแล้วมากกว่า” ปากพูด ตาเยิ้ม และมือก็เอื้อมไปจับมืออีกข้างของกันยิกาที่วางอยู่บนโต๊ะ เธอหัวเราะยั่วยวนพูดหวาน อ้อน...

“ยิกาหลงรักประสบการณ์เรื่องแปลกใหม่ที่ได้รับเวลาที่ได้คุยกับคุณค่ะ โดยเฉพาะเรื่องเพชรมันน่าอัศจรรย์ใจทุกครั้งที่ได้ฟังคุณเล่า คิดว่าอีกไม่นานความประทับใจจากเรื่องเล่าของคุณคงทำให้ยิกาตกหลุมรักคุณอย่างถอนตัวไม่ขึ้นแน่ค่ะ”

“งั้นผมจะเล่าเรื่องเพชรให้คุณฟังทุกวัน คุณจะได้ตกหลุมรักผมเร็วๆ” เทวัญประคองมือกันยิกาขึ้นจูบอย่างหลงใหล เธอทำสะเทิ้นเขิน

“งั้นเรามาเริ่มเล่ากันใหม่ จากอะไรดีนะ...อ้อ...จากเพชรเพลิงสุริยาที่หายไป ไม่รู้ว่าเจ้าของคนสุดท้ายของเพชรเพลิงสุริยาเป็นใครหรือคะ” เทวัญบอกว่าใครก็ตามที่เป็นเจ้าของเพชรเพลิงสุริยาจะปิดบังสถานะของตัวเองไม่ให้ใครรู้ เธอถามว่าทำไม หรือเพราะมันเป็นของโจร เป็นเพชรโจรกรรมมาใช่ไหม

เทวัญชมว่าเธอฉลาดจัง กันยิกาคุยอย่างใสซื่ออ่อนหวานว่า ตั้งแต่ตนโตมายังไม่เคยได้ยินข่าวเพชรเพลิงสุริยาอีกเลย แสดงว่าคนที่ปล้นเพชรเพลิงสุริยาไปเก็บไว้ ป่านนี้คงแก่หงำเหงอะใกล้ตายแล้ว

“ใครบอกคุณ” เทวัญร้อนตัวเผลอโพล่งออกไป กันยิกาจับสังเกต บอกว่าตนคำนวณเอา คนขโมยอาจแก่ตายไปแล้วหรือยกเพชรนี้ให้ลูกหลานไปแล้ว

เทวัญอ้ำอึ้งที่เผลอหลุดไป ทันใดนั้นก็มีเสียงเอะอะที่ประตู รสลินกำลังกันอิสริยาที่จะเข้าไปหาเทวัญในห้อง บอกว่าเทวัญกำลังมีแขกสำคัญ เทวัญถามอิสริยาว่าอะไรกัน เธอฉอเลาะว่าตนจะเอาอาหารเสริมมาให้เขาแต่รสลินไม่ให้เข้า เทวัญบอกรสลินให้เธอเข้ามา

พอเข้ามาเห็นกันยิกา อิสริยากระแนะกระแหนว่านึกว่าใครที่แท้ก็นักร้องประจำร้านอาหารนี่เอง ถามว่าวันนี้ดนุภพ เอกราชและผู้ชายคนอื่นไม่ว่างหรือถึงมาหาเทวัญถึงที่นี่!

มีหรือที่คนอย่างกันยิกาจะยอมให้ถูกเชือดเฉือนฝ่ายเดียว เธอหัวเราะย้อนไปอย่างเจ็บแสบว่าถ้าเธอมาหาเทวัญแก้ขัด ตนกลับไปก่อนดีกว่า

“ไม่เอานะ...ผมไม่ยอมให้ยิกากลับนะ ดื่มชากันซีครับคุณริย่า คุยกันหลายๆคน ขำๆดี”

“ขำมากเลยล่ะค่ะ” อิสริยาประชด จำต้องนั่งลงฉีกยิ้ม แต่จ้องหน้ากันยิกาอย่างเอาเรื่อง

ooooooo

ดนุภพเอาเงิน 10 ล้านให้อานุภาพตามสัญญาแล้วถามว่าแมวตาเพชรติดต่อมาบ้างหรือเปล่า อานุภาพบอกว่าเงียบผิดปกติคงเตรียมการถล่มคืนใครบางคนอยู่ แล้วเดินออกจากโรงแรมเพื่อย้ายที่อยู่

พอถึงหน้าโรงแรมก็ถูกชายสองคนลงจากรถตู้สีดำดักอุ้ม แต่เขาไหวตัวทันสะบัดหนีไปขึ้นรถแท็กซี่ที่มาจอดพอดี อานุภาพหัวเราะเยาะชายสองคนนั้นว่าไม่มีวันจับตนได้หรอก ทำแบบนี้มากี่หนแล้วไม่รู้จักจำ ไอ้พวกกระจอก

แต่หารู้ไม่ว่าคนขับแท็กซี่คือโรมันปลอมตัวมา เขายิงลูกดอกใส่อานุภาพทั้งที่หน้าอกและคอจนสลบ พูดสมเพชว่า

“หึๆ ใครบอกว่าไม่รู้จักจำ...ไอ้หน้าลิง” แล้วออกรถพุ่งไปทันที

ที่สำนักงานตำรวจ วรุฒกำลังเดินพูดโทรศัพท์กับรสลินมีจ่าฉิวลิ่วล้อเดินตาม วรุฒเห็นเสาวนุชเดิน

รีบร้อนมาก็บอกไปในโทรศัพท์ว่า “นักข่าวตัวดีมาพอดีเดี๋ยวจะจัดการให้ รอฟังข่าวนะจ๊ะที่รัก” แล้วเดินไปทักเสาวนุชว่าวันนี้มาสายเพราะหน่วยของเอกราชออกไปปฏิบัติการหมดแล้ว เสาวนุชถามว่าที่ไหน วรุฒบอกว่าผับวีโว่แถวสุขุมวิท

เสาวนุชวิ่งกลับออกไปทันที จ่าฉิวถามว่าเมื่อกี้ยังเห็นผู้กองเอกราชเดินอยู่แถวนี้ วรุฒหัวเราะเยาะ ถามว่าอำนักข่าวเล่นไม่ได้รึไง แล้วกดโทรศัพท์ใหม่ รสลินพูดมาตามสายว่า

“ทำดีมากผู้กอง เดี๋ยวคืนนี้จะสมนาคุณให้นะหึๆ” พอรสลินวางสายจากวรุฒก็มีสายเข้ามาทันที พอเห็นเป็นสายจากโรมันเธอรีบรับ “ฮัลโหล...เป็นไงพี่โรมันได้ตัวไอ้มังกี้หรือยัง? พ่อหงุดหงิดมากนะ พี่ทำงานไม่สำเร็จสักที...ห่ะ! ว่าไงนะ...มันต้องยังงี้ซี่พี่โรมัน เย้

โอเค ฉันจะรีบรายงานพ่อเดี๋ยวนี้” รสลินวางสายแล้วรีบกลับไปที่ห้อง

ที่ห้องรับแขก อิสริยากำลังถูพิสูจน์เพชรแท้เพชรปลอมกับแหวนเพชรที่นิ้วเทวัญ พูดเหน็บกันยิกาว่าเพชรแท้จะกระเจิงแสงออกมา ไม่เหมือนเพชรปลอมที่ส่องประกายสีสดบาดตาเรียกร้องความสนใจเว่อร์ ถูกกันยิกาเหน็บคืนว่านั่นเป็นการทดสอบความแท้ของเพชรแบบโง่ๆ ถูกอิสริยาชักสีหน้ามองขวับ กันยิกาจึงหยิบกระเป๋าจะไปเข้าห้องน้ำ อิสริยาลุกไปด้วย จึงเหลือแต่เทวัญอยู่ในห้อง รสลินรีบเข้ามาบอกว่า มีเรื่องสำคัญจะรายงาน
ที่ทางไปห้องน้ำ อิสริยาเดินตามกันยิกาไปอย่างเอาเรื่อง พอตามทันก็พูดกระแทกแดกดันกันไปมา

อิสริยาจะเข้าไปตบ พอเงื้อมือก็ถูกกันยิกาจับไว้อย่างง่ายดาย อิสริกาชะงักที่ไม่ง่ายเหมือนตีกันที่ร้านอาหารวันนั้น

“หึ คิดว่าจะตบฉันได้ง่ายๆเหมือนกับที่พาเพื่อนไปหมาหมู่กับฉันที่ร้านวันนั้นล่ะสิ” พูดแล้วบีบมืออิสริยาจนฝ่ายนั้นร้องลั่น “อย่าเพิ่งเจ็บซี ฉันยังไม่ทันตบคืนเลย วันนั้นตบฉันไปกี่ทีฉันนับไว้หมด วันนี้ฉันจะเอาคืนแบบหยวนๆแล้วกัน เอาคืนแค่ครึ่งเดียวที่คุณตบฉันก็พอ”

กันยิกานับ 1 แล้วชกหน้าทันที ตามด้วยตบนับ 2-3-4 จนถึง 5 อิสริยาสู้ไปร้องโวยวายว่าเจ็บ กลัวจะเสียโฉม

ooooooo

รสลินเอารูปจากกล้องวงจรปิดให้เทวัญดู เทวัญคำรามเบาๆ ว่านักข่าวคนเดิมอีกแล้ว คราวนี้จัดชุดใหญ่ให้ไม่เหลือซาก!! รสลินเอาไลน์ที่โรมันส่งมาเปิดให้เทวัญดูอีก เป็นรูปมังกี้ถูกมัดมือปิดตาอยู่บนเก้าอี้

“เยี่ยม! เนตรปฐพีใกล้มือเราเข้าไปทุกทีแล้ว รีบบอกทุกคนให้ไปจัดการทุกอย่างตามที่ฉันสั่ง”

พอรสลินรับคำ กันยิกาก็เดินสวยเข้ามา เทวัญถามว่าแล้วริย่าล่ะ กันยิกาบอกว่าท่าทางจะท้องผูกยังอยู่ในห้องน้ำ ชวนคุยเรื่องเพชรเพลิงสุริยากันต่อดีกว่า แต่ถูกรสลินกันท่าบอกเทวัญว่า

“คุณเทวัญมีธุระด่วนที่สุด ต้องรีบไปเดี๋ยวนี้!!”

กันยิกามองรสลินอย่างไม่พอใจ แต่เทวัญลุกขึ้นจับมือกันยิกาพูดเอาใจว่า

“เสร็จธุระแล้ว ผมจะกลับมาเล่าเรื่องเพชรที่น่าอัศจรรย์ทั้งหลายให้คุณยิกาที่เป็นดุจเพชรกลางใจของผม ฟังจนจุใจ รอผมนะครับ” เทวัญจูบมือกันยิกาแล้วเดินไป

รสลินหันสั่งสาวใช้ให้ส่งกันยิกา มองด้วยสายตาเย้ยหยัน แล้วเดินออกไปอีกคน

กันยิกาเซ็งที่ถูกขัดจังหวะเรื่องข้อมูลเพชรเพลิงสุริยาจนได้

อิสริยาถูกซ้อมจนสะบักสะบอม หน้าบวม ปากเจ่อ ท้องระบมเพราะถูกถีบ กระย่องกระแย่งมาที่ห้องรับแขก ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ เจอแต่สาวใช้บอกว่าเทวัญออกไปธุระและรสลินสั่งให้ตนส่งแขก ผายมือเชิญเธอออกไป

“นังกันยิกา แกมั่นใจใช่ไหมว่าจะจองเวรกับฉัน!” อิสริยาคำรามทั้งที่บอบช้ำแทบยืนไม่ติด

ooooooo

ที่ร้านเพชรไวโอลิน ดนัยเทพถือไอแพดเดินเข้ามาหาดนุภพในห้องทำงานของเขา ถือไอแพดเข้ามาให้ดู

“นี่ ดนุภพฟังนะว่าอาไปอ่านเจออะไรเข้าให้!”

ดนุภพถือรูปเพชรสองรูปที่ตัวเองสเกตช์ขึ้นตามมโน ยื่นให้ดนัยเทพดูบอกให้เลือกดูซิแบบไหนใกล้เคียง เพชรเนตรปฐพีที่สุด

“ฉันจะไปรู้ได้ไง เกิดมาเคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยเห็นว่ารูปร่างหน้าตาเพชรเป็นยังไง ฉันว่านะ...ในโลกนี้คงมีไม่เกินสิบคนที่เคยยลโฉมเพชรเนตรปฐพี”

“ไม่เคยเห็น แล้วถ้าเราเจอเพชร เราจะรู้ได้ไงว่ามันใช่เนตรปฐพี ถ้าเราไม่มโนภาพมันไว้ก่อนว่าน่าจะ เป็นยังไง”

ดนัยเทพบอกว่ามันก็มีเปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นได้ทั้งสองแบบและมีเปอร์เซ็นต์ที่จะไม่ใช่ทั้งสองแบบ ดนุภพให้ตั้งสมมติฐานไว้ทั้งสอบแบบ ดนัยเทพให้อ่านคอลัมน์ที่เสาวนุชเขียนไว้ แต่ดนุภพมัวแต่ดูรูปเพชร ดนัยเทพจึงอ่านให้ฟัง

“ผู้ที่ควรจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนฆ่ามหาราชามาคัส ไม่ใช่แขกที่อยู่ในงานเลี้ยงต้อนรับ แต่น่าจะเป็นแขกคนสำคัญที่ควรมาร่วมงานเลี้ยงแต่กลับไม่มาร่วมงาน”

“ผมอยากได้เบอร์โทร.นักข่าวคนนี้” ดนุภพสนใจขึ้นมาทันที และดนัยเทพก็ยื่นให้ทันทีเหมือนกัน ดนุภพคว้ากระดาษจดเบอร์โทร.ชม “รู้ใจผมจริงๆเลยอา”

ดนุภพโทร.หาเสาวนุชทันที เธอไม่คุ้นเบอร์ ดนุภพ แนะนำตัวเองว่าเป็นเพื่อนเอกราชที่อกหักเหมือนกับเธอ เสาวนุชจึงนัดไปเจอกันที่วีโว่ผับที่วรุฒหลอกว่าเอกราชกำลังไปค้นที่นั่น แล้ววางสายเลย

ดนัยเทพมองดูแผนผังเพชรที่ดนุภพติดไว้ มีเพชรที่อยู่ในความสนใจครบ ขาดแต่ช่องเพชรเนตรปฐพี เขาบอกหลานชายว่า

“เพชรเนตรปฐพี มันชื่อว่าเนตรปฐพี เพราะมันอาจจะเคยทำหน้าที่เป็นดวงตาของอะไรบางอย่าง แกว่าไหม?”

ooooooo

เสาวนุชถูกวรุฒหลอกว่าเอกราชไปค้นวีโว่ผับ เธอไปที่นั่นไม่เจอเอกราช แต่ถูกรสลินกับลูกน้องรอเล่นงานอยู่ เธอผลักประตูผับเข้าไป เห็นชายคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ เดินเข้าไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

เสาวนุชถูกหลอก พอรู้ตัวก็วิ่งหนีถูกลูกน้องรสลิน ไล่ตาม และรสลินที่ใส่หน้ากากก็โผล่มาดักหน้า กางกรงเล็บ บีบคอจนเสาวนุชหายใจไม่ออก แต่ก็พยายามสู้ มือหนึ่งดึงมือรสลินที่บีบคออีกมือก็ต่อย แต่รสลินปัดป้องได้อย่างง่ายดาย เสาวนุชถูกทุ่มไปที่โต๊ะจนลงไปกอง แต่ก็พยายามผงกหัวขึ้นมอง เห็นรสลินกับลูกน้องสองคน เดินมาก้มลากคอเธอไป

ดนุภพมาถึงหน้าผับ เขาแปลกใจที่ไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเลย เห็นสภาพผับก็บ่นว่ามันปิดไปแล้วชัดๆ จึงโทรศัพท์หาเสาวนุช มีเสียงสัญญาณดังแว่วๆ เขาชะเง้อมองไปตามเสียง ได้ยินครู่เดียวก็เงียบไป เขาโทร.ใหม่ มีแต่เสียงบอกว่า “หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อ ได้เวลานี้”

ดนุภพเชื่อว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแน่

ที่ห้องชั้นบนภายในผับ เสาวนุชถูกลากไปซ้อมจนสะบักสะบอม มือถือถูกรสลินกระทืบแตกยับ รสลิน กระชากผมให้เสาวนุชเงยหน้าขึ้น ตะคอก

“เป็นนักข่าวดีๆไม่เร้าใจเหรอ ถึงริอ่านทำตัวเป็นนักสืบ สาระแนเกินวิชาชีพ แกก็ควรถูกปลิดชีพแบบวิสามัญ ฆาตกรรม แต่ก่อนจะตาย ฉันจะให้แกได้ลิ้มรสความเจ็บปวดว่ามันเป็นยังไง”

แม้จะอยู่ในสภาพย่ำแย่ แต่เสาวนุชก็ถ่มน้ำลายเปื้อนเลือดใส่รสลิน ก็ถูกตบสวนอย่างแรงจนหน้าหัน ตะคอก...

“รสชาติมันเป็นอย่างนี้!”

เสาวนุชถูกตบตีต่อยเตะจนหมดสติ ลูกน้องคนหนึ่ง บอกว่าสลบไปแล้ว

“หน้าที่ของพวกแก ฝังกลบ” รสลินสั่ง พอลูกน้องจะลากไป เธอกำชับ “เอาไปจัดการที่ไกลๆ ให้มันหายสาบสูญไปเลย”

“เฮ้ย! พวกแกทำอะไร!!” ดนุภพขึ้นมาเจอพอดี

รสลินที่ยืนอยู่ด้านหลังชักปืนยิงดนุภพทันที เขากลิ้งตัวหลบไปใต้โต๊ะสนุ้กเกอร์ รสลินยังตามยิง ดนุภพยิงตอบโต้ แต่เห็นชายสองคนลากร่างเสาวนุชลงไปข้างล่าง เขาเป็นห่วงเสาวนุชรีบตามไปทันที

รสลินถูกยิงสวนก็กลิ้งหลบจนเจ็บศอก เธอมองลีลาของดนุภพ พึมพำ...

“ไอ้พ่อค้าเพชร แกเก่งเกินกว่าจะเป็นคนขายเพชรธรรมดาซะแล้ว!”

ดนุภพวิ่งตามลงมาข้างล่าง แต่ลูกน้องรสลินลากร่างเสาวนุชออกไปแล้ว เขาจะยิงแต่เห็นว่าไม่มีประโยชน์ได้แต่สบถ “โธ่เว้ย!!” แล้ววิ่งไปหลบหลังประตูเล็งปืนหารสลิน แต่ไม่เห็นใครแล้ว

“ฝีมือพวกไหนนี่ มาอุ้มนักข่าวแบบนี้??!” ดนุภพ รีบล้วงมือถือออกมาโทร.ทันที

ooooooo

เอกราชกำลังประชุมอยู่ที่สำนักงานตำรวจ ได้รับโทรศัพท์จากดนุภพ เขาเห็นชื่อแล้วบอกเพื่อนตำรวจที่ประชุมด้วยกันว่า

“กุหลาบขาว ยังไงก็ตัดมันทิ้งไม่ได้ มันคือคนที่อยู่กับมาคัสคนสุดท้าย” เพื่อนติงว่ากุหลาบขาวไม่เคยฆ่าใคร “แต่ผมบอกแล้วว่าตัดประเด็นไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น” แล้วรับสายดนุภพถามทีเล่นทีจริงว่า

“ว่าไงครับคุณชายดนุภพ จะโทร.มาขอมอบตัวคดีอะไรล่ะ” พูดพลางเหลือบมองหมวดเอที่รู้กันเรื่องดนุภพ

“แกอยู่ไหนเนี่ย ไม่มาที่ผับเหรอ” เอกราชถามว่า กลางวันแสกๆจะไปทำไม “งั้นแกรีบมาที่ผับวีโว่ด่วนเลย นักข่าวเสาวนุชถูกใครก็ไม่รู้อุ้มตัวไป ฉันช่วยไม่ทัน”

“ว่าไงนะ...เสาวนุชถูกอุ้ม!” เอกราชลุกพรวดทันที

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ หมวดเอพบหลักฐานเป็นเป้กับกล้องถ่ายรูปของเสาวนุชที่ถูกกระทืบตกอยู่ที่พื้น เอกราชถามดนุภพว่าเขาเห็นหน้าคนร้ายไหม

“เห็นสองคนอีกคนที่เป็นมือปืนไม่เห็นหน้า มันซุ่มยิงฉันมาจากในห้องนี้”

เอกราชฟังแล้วบ่นว่า ป่านนี้เสาวนุชจะเป็นอย่างไรบ้าง รถคนร้ายป้ายทะเบียนก็ไม่มี สั่งสกัดทั่วเมืองแต่ไม่เห็นแม้แต่เงา ดนุภพถามว่าเสาวนุชไปเอามาจากไหน ว่าเขามาตรวจที่นี่ เอกราชเชื่อว่ามีคนจงใจหลอกเธอแน่

“ข่าวที่เสาวนุชทำไปสะเทือนใครเข้าบ้างล่ะ” ดนุภพฉุกคิดถึงคอลัมน์ที่ดนัยเทพอ่านให้ฟัง เล่าให้เอกราชฟังว่า “คืองี้ฉันเพิ่งอ่านเจอคอลัมน์ที่นักข่าวเสาวนุช เขียนวิเคราะห์คดีที่มหาราชามาคัสถูกฆ่าตายว่า คนที่ควรตกเป็นผู้ต้องสงสัยน่าจะเป็นแขกคนสำคัญที่ไม่มาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับในคืนเกิดเหตุ”

“ยัยบ้าเอ้ย...ทำไมปากมากยังงี้ รนหาที่” เอกราชบ่น ดนุภพดักคอว่าพูดเหมือนรู้ว่าแขกสำคัญหมายถึงใคร “ถึงฉันรู้ก็บอกไม่ได้ ความลับทางคดีเว้ย”

ถูกเพื่อนตัดบทแบบนี้ ดนุภพก็ได้แต่เหลือบมองขวางๆ

ooooooo

ขณะเดียวกัน เทวัญไปที่ห้องลับแห่งหนึ่งที่อานุภาพถูกมัดมือมัดปากนั่งสลบคอพับอยู่บนเก้าอี้ โดยมีโรมันกับลูกน้องเดินเข้าไปด้วย เทวัญบอกให้โรมันฉีดยาให้อานุภาพฟื้น

โรมันเปิดกระเป๋าที่มียาสีต่างๆเป็นสิบหลอดอยู่ในนั้น เขาหยิบหลอดสีฟ้าออกมาจัดการฉีดเข้าที่หลังของอานุภาพอย่างคล่องแคล่ว กดยาจนหมดหลอด ครู่เดียวอานุภาพก็สะดุ้งรู้สึกตัว มองไปรอบๆจึงเห็นว่าใครเป็นใคร

“ที่แท้ก็มหาเศรษฐีพันล้านคุณเทวัญนี่เอง เป็นบุญตาของอานุภาพจริงๆที่ได้รู้ว่าจริงๆแล้วคุณก็ไม่ต่างอะไรกับโจร”

“โจร!! แกเปรียบเทียบกระจอกเกินไป ฉันไม่เคย ปล้นเพื่อเงินเลยสักครั้งเดียว เพชรเท่านั้นที่ฉันต้องการ แล้วตอนนี้เพชรที่ฉันอยากจะได้ก็คือเพชรอมตะเม็ดที่ 3 ...เนตรปฐพี!”

“แปลว่าเพชรเพลิงสุริยากับละอองทะเลอยู่ในมือ แกแล้วสินะ ตำนานที่เล่าขานกันมาเป็นเรื่องจริงเหรอเนี่ย ...” อานุภาพนึกๆแล้วโพล่งขึ้น “แกนี่เองที่เป็นคนฆ่าคนทำเครื่องเพชรครอบครัวนั้นกับมหาราชามาคัส”

เทวัญตวาดให้หุบปาก อย่าพูดอะไรที่ตนไม่ได้ถาม บอกมาว่าเนตรปฐพีอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร อานุภาพบอกว่า ตนไม่รู้ เทวัญบอกว่ารู้ไม่รู้เขาก็ต้องตาย เลือกเอาว่าจะตายแบบไหน จะให้โอกาสอีกครั้งบอกมาเดี๋ยวนี้ว่าเพชรเนตรปฐพีอยู่ที่ใคร

พออานุภาพบอกว่าไม่รู้ เทวัญก็สั่งตาย ให้เลือกเอาว่าจะตายแบบไหน อานุภาพนิ่ง โรมันจึงเลือกให้เอาหลอดสีเขียว แล้วเอามาฉีดแขนอานุภาพทันที เขาร้องอย่างเจ็บปวดทรมาน ครู่เดียวเส้นเลือดก็ปูดโปนขึ้นทั่วตัว ราวกับจะแตกออกมา เทวัญหัวเราะสะใจ ให้บอกมาว่าเพชรเนตรปฐพีอยู่ที่ไหน ไม่อย่างนั้นจะเจอเข็มที่สอง

อานุภาพกัดฟันทนความเจ็บปวด จ้องหน้าเทวัญนิ่ง เทวัญสั่งให้โรมันเปลี่ยนยาเป็นหลอดสีส้มที่ฉีดเข้าไปแล้วหัวใจเหมือนถูกบีบจนจะแตก แต่อานุภาพก็ยังไม่บอกอยู่ดี เทวัญสั่งให้เร่งยาอีกดูซิว่าจะทนได้แค่ไหน

ในที่สุด อานุภาพบอกว่าเพชรเนตรปฐพีอยู่ที่ไหนตนไม่รู้ แต่รู้จักคนที่รู้ว่าเพชรอยู่ที่ไหน

“หยุดฉีด!” เทวัญสั่งทันที แล้วเอาผ้าไปซับเลือดที่หน้าให้ พูดอย่างอ่อนโยนห่วงใยว่า “ดูซิ...เลอะเทอะหมดเลย หายใจลึกๆนะมังกี้ แล้วค่อยๆบอกฉันมา คนที่รู้ว่าเพชรเนตรปฐพีอยู่ที่ไหนมันเป็นใคร แกพาฉันไปหามันเดี๋ยวนี้”

ooooooo

ที่วีโว่ผับ เอกราชเดินนำดนุภพแยกออกมาคุยกัน ถามว่าเสาวนุชบอกหรือว่าให้เขาตามมาที่นี่ สองคนรู้จักสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ดนุภพถามว่าเขาจะสนใจทำไมในเมื่อเสาวนุชชอบเขา แต่เขาไม่ชอบเธอ หรือว่าหวงก้าง?

เอกราชปรามว่าอย่าพูดอย่างนั้น เพราะเธอไม่เคยอยู่ในสายตาตนเลยแม้แต่นิดเดียว ดนุภพตัดบทว่าถึงยังไงก็เชื่อว่าเขาต้องช่วยเสาวนุชสุดความสามารถ เอกราชเงียบไปอย่างหนักใจ ได้แต่หวังว่า

“ตอนนี้ฉันหวังอย่างเดียวว่ายัยนั่นจะหาทางเอาตัวรอด แล้วหาวิธีส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือมาถึงฉัน”

ความจริงขณะนั้นคือ เสาวนุชในสภาพหมดสติถูกสมุนของเทวัญนำตัวขึ้นรถไปในป่ารกร้างห่างไกลหมู่บ้านหมายเอาไปเผานั่งยางที่นั่น

ระหว่างทางเสาวนุชรู้สึกตัว พยายามช่วยตัวเองแต่ไม่ได้ผล จนถึงป่ารกมันจอดรถ เธอรีบลงนอนเหมือนสลบ พอมันจะมาเอาตัวลงไปก็เอะใจว่าเมื่อกี้ไม่ได้หันหัวมาทางนี้ อีกคนบอกว่าสงสัยรถกระเทือนแล้วหมุนๆเลื่อนมาเอง

มันช่วยกันหามร่างเสาวนุชลงไปกองกับยางรถยนต์แล้วไปเอาน้ำมันที่รถ เสาวนุชลืมตาขึ้นมองหาทางหนีทีไล่ พอมันเอาแกลลอนน้ำมันมาพร้อมไฟแช็กก็ตกใจ เมื่อเสาวนุชหายไปแล้ว มันมองหาเห็นเธอวิ่งกระเซอะ กระเซิงไปในป่าตรงหน้า มันชักปืนออกวิ่งตามทันที ตะโกนบอกกันว่า

“เร็วๆ จับมันให้ได้นะเว้ย ไม่งั้นนายเอาเราตายแน่”

เสาวนุชวิ่งหนีสุดชีวิตจนเกือบตกหน้าผา เธอตกใจร้องเสียงดัง สมุนทั้งสองได้ยินวิ่งไปตามเสียงร้องจนมันเองก็เกือบตกหน้าผาเหมือนกัน เหลียวมองเห็นแต่รองเท้าผ้าใบข้างหนึ่งหล่นอยู่ มันชะโงกดูเหวลึกข้างล่างที่เต็มไปด้วยต้นไม้รกทึบ บอกกันว่านักข่าวนั่นคงตายแล้ว

มันหยิบรองเท้าผ้าใบข้างนั้นเขวี้ยงลงหน้าผาแล้วพากันกลับ ส่วนศพปล่อยให้สัตว์ป่ามาแทะกินทำลายหลักฐานก็แล้วกัน

เสาวนุชแอบอยู่หลังพุ่มไม้ พอเห็นพวกมันไปแล้วก็ซมซานออกจากป่าเดินไปด้วยรองเท้าผ้าใบเพียงข้างเดียว จนค่ำไปเจอปั๊มหลอดมีมอเตอร์ไซค์มาเติมน้ำมัน เธอคอยจนมอเตอร์ไซค์ไป จึงค่อยๆเดินเข้าไปในสภาพเนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเพราะหนามเกี่ยว เจ้าของปั๊มหันมาเห็นตกใจผงะ

เสาวนุชขอยืมโทรศัพท์โทร.หาตำรวจ เจ้าของปั๊มรีบหยิบโทรศัพท์ให้ เธอโทร.หาเอกราช โทร.แล้วก็ลุ้นให้เขารับสาย แต่พอเอกราชรับสาย เธอกลับร้องไห้จนพูดไม่ออก

เอกราชได้ยินแต่เสียงร้องไห้ จนเสาวนุชบอกว่า “ผู้กอง...นี่ฉันเองนะ” แล้วร้องไห้พูดไม่ออกอีก โชคดีที่เอกราชจำเสียงได้ รีบถามว่าเธออยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง

“พวกมันจะเผานั่งยางฉัน ช่วยฉันด้วยผู้กอง ฮือๆๆ”

“คุณอยู่ไหนเสาวนุช ผมจะรีบไปช่วยคุณเดี๋ยวนี้” เอกราชว้าวุ่นร้อนใจเป็นห่วงเธอแทบเป็นบ้า

ooooooo

อานุภาพพาเทวัญไปที่ศาลเจ้าเก่าแห่งหนึ่ง โดยมีโรมันและสมุนอีกห้าคนคอยคุ้มกันไป อานุภาพเดินกะปลกกะเปลี้ยเข้าไปด้านในสุดที่มีเพียงผ้าม่านเก่าๆ มีอักษรจีนเต็มไปหมดราวกับผายันต์กั้นไว้

“ท่านซินแสหม่าอี้อยู่ในห้องนี้ ท่านกำลังป่วยหนัก” อานุภาพบอก

เทวัญเปิดผ้าม่านเข้าไป เจอชายแก่ผมขาวในชุดจีนสีดำ ผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกนอนอยู่บนเตียงไม้ มีผู้ดูแลสองคน โรมันเข้าไปกระชากคนดูแลผลักออกไป คนดูแลถามว่า พวกแกเป็นใคร จะมาทำอะไร แต่พอโรมันชักปืนออกมาขู่ก็ลนลานถอยไป

เทวัญประสานมือคารวะซินแสแบบจีน เอ่ยเสียงนุ่ม แต่หน้าเหี้ยม

“ซินแสหม่าอี้ ขอโทษที่มารบกวน รู้ว่าซินแสกำลังป่วยหนักมาก ฉันขอแค่คำตอบสั้นๆว่า เพชรเนตรปฐพีอยู่กับใคร ที่ไหน แล้วฉันก็จะไปไม่รบกวนนานหรอก”

พอซินแสได้ยินคำว่าเนตรปฐพี ก็พยายามลืมตามอง หายใจพะงาบๆ แต่พยายามพูด

“นะ...นะ...เนตร...ปะ...ปะ...ปฐพี”

“ใช่ เนตรปฐพี เพชรแห่งอมตะ บอกมาซินแส เพชรอยู่ที่ไหน” เทวัญดีใจที่สื่อกันได้ ซินแสพยายามจะพูด แต่ส่งเสียงเอ้ออ้าได้สองสามคำก็คอพับ “คร่อกกก...”

เทวัญร้องเรียกซินแส บอกว่าตนยังไม่ตาย เขาก็ตายไม่ได้ สั่งให้โรมันฉีดยาอะไรก็ได้ที่ทำให้ตาแก่นี่ฟื้นขึ้นมา พอโรมันฉีดยาเข้าไป ซินแสก็รู้สึกตัว ทุกคนลุ้นระทึก เทวัญเข้าไปคว้าคอเสื้อถาม

“ซินแส ก่อนจะไปที่ชอบที่ชอบ บอกฉันมาก่อน เพชรเนตรปฐพีอยู่ที่ไหน?!”

“ยะ...ยะ...อยู่...คร่อกกก...” ซินแสคอพับไปอีก เทวัญเซ็งสั่งโรมันให้ฉีดยากระตุ้นอีก โรมันหยิบยาฉีดบอกว่า “นี่ยากระตุ้นหลอดสุดท้ายแล้วนะ ถ้าคราวนี้หมดลมอีกก็หมดโอกาสแล้วนะเว้ย ฟื้นซิ...ฟื้น!”

ซินแสฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เทวัญรีบถาม

“เนตรปฐพีอยู่ที่ไหน บอกมา...บอกมา...จะให้ความลับตายไปพร้อมกับแกไม่ได้นะ”

“ยะ...ยะ...อยู่นี่...คร่อกกก...” ซินแสชี้มือไปที่หมอนข้างเตียงแล้วมือตกหมดลม

เทวัญควานมือไปที่หมอนข้างเตียงที่มือซินแสพาดอยู่ เจอกล่องยาเส้นเก่าๆ รีบเปิดออกดู มีม้วนผ้าเก่าๆ อยู่ในนั้นผืนหนึ่ง เทวัญหยิบผ้าซึ่งมีขนาดเท่าผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่คลี่ออกดู

“ลายแทงที่เก็บเพชรเนตรปฐพี! ในที่สุด ฮ่ะๆๆ” เทวัญดีใจสุดๆ แต่พอคลี่ผ้าออกก็อึ้ง เพราะเป็นคำกลอนภาษาไทย เขียนไว้ว่า...

“ที่องค์ฐานรานร้าวถึงเก้าแฉก เผยอแยกยอดทรุดก็หลุดหัก โอ้เจดีย์ที่สร้างยังร้างรัก เสียดายนักนึกน่าน้ำตา กระเด็น กระนี้หรือชื่อเสียงเกียรติยศ จะมิหมดล่วงหน้าทันตาเห็น เป็นผู้ดีมีมากแล้วยากเย็น คิดก็เป็นอนิจจังเสียทั้งนั้น”

เทวัญอ่านกลอนจบรีบพลิกดูด้านหลังก็ว่างเปล่า ระหว่างเทวัญอ่านกลอนนั้น อานุภาพก็พยายามจำสุดชีวิต

เทวัญบ่นหงุดหงิดว่านี่หรือลายแทง มันกลอนอะไรก็ไม่รู้ อานุภาพรีบทวงว่าเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็ปล่อยตนเสีย เทวัญอ้างว่าสิ่งที่ตนต้องการไม่ใช่กลอนบ้าๆ แบบนี้ อานุภาพพยายามบอกว่ามันต้องเป็นรหัสลับแน่ๆ

“ไอ้ลิงแก่!! ฉันเพื่อนเล่นแกหรือ” เทวัญเดือดดาลซ้อมอานุภาพจนแน่นิ่ง

ขณะนั้นโรมันกดดูคอมพิวเตอร์เอะอะขึ้นว่าได้ ความแล้ว! เทวัญหันขวับถามว่าอะไร

“กลอนนี้คือนิราศภูเขาทองของสุนทรภู่ ของต้องอยู่ที่เจดีย์นี้ครับท่าน” เทวัญถามว่าภูเขาทองวัดสระเกศหรือ “ไม่ใช่ครับ เจดีย์ชื่อภูเขาทอง อยู่ที่วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เลยปทุมธานีออกไปอีก น่าจะเป็นอยุธยาครับ เราอาจต้องตามรอยนิราศสุนทรภู่ ไปหาเจดีย์ที่ว่านี้ให้เจอก่อน”

เมื่อต้องตามรอยสุนทรภู่ไปหาเจดีย์ภูเขาทอง เทวัญก็ก้มดูอานุภาพ ปรากฏว่าไม่หายใจแล้ว บอกโรมันว่า

“มันตายแล้ว...”

ooooooo

เย็นวันนี้ ที่สนามหน้าบ้านกันยิกา เจ้าตัวในชุดออกกำลังกายกำลังฝึกวิชาเอาเป็นเอาตายระบายความอันอั้นจนเหงื่อชุ่มหน้า เตะต่อยไปตะโกนไป “กุหลาบขาว! มังกี้!” แล้วทิ้งตัวนอนกับพื้นอย่างหมดแรง

“หายเครียดหรือยัง...ที่รัก” ดาราวรรณเดินเข้ามาถาม กันยิกาดีดตัวขึ้นมาทันที

“ไม่หายค่ะ อุปสรรคของเราทำไมมันเยอะจัง ไหนจะเรื่องที่เราต้องเสียลับให้ไอ้กุหลาบขาวอีก”

“อย่าลืมสิว่ากุหลาบขาวก็เสียลับให้เราเหมือนกัน ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ให้มันรู้ไปว่าสองคนนั้นกับเรา ใครจะเป็นเจ้าอาณาจักรของการเป็นโจรล่าของโจรเพื่อส่งคืนเจ้าของที่แท้จริง”

“แต่มังกี้อยู่ข้างมัน แล้วหนูก็ยังไม่ได้ข้อมูลเรื่องเจ้าของเพชรเพลิงสุริยาเสียทีว่ามันเป็นใคร”

ฟังกันยิกาแล้ว ดาราวรรณเหมือนนึกอะไรได้... เธอเข้าเว็บเช็กภารกิจโจรกรรมเพชรในตลาดมืดออนไลน์ พอเจอหน้าเว็บโจรกรรม ดาราวรรณกรอกรหัสทันทีที่หน้าจอปรากฏภาพเพชรละอองทะเล สถานะยังไม่พบ ยังไม่มีการประมูล

“เฮ้อ...โล่งอก ในตลาดมืดยังไม่มีใครเอาเพชร–ละอองทะเลเข้ามาประมูล” ดาราวรรณโล่งใจ กันยิกาเชื่อว่าคนที่ได้เพชรละอองทะเลไปมันเอาเก็บเงียบ “น้ามั่นใจว่ามันคือคนที่เอาเพชรไปใช้เอง ไม่ได้เอาไปขาย มันคือคนที่มีทั้งเพชรเพลิงสุริยา และเพชรละอองทะเลไว้ครอบครอง”

“กุหลาบขาวอยู่ในเหตุการณ์สังหารมาคัส แล้วยังตามหาเพชรในตำนานทั้งสามเม็ดเหมือนกับเราอีก” กันยิกาพยายามเชื่อมโยง

“นอกจากการทำงานเพื่อหวังเงินค่าจ้างจากการขโมยเพชรจากโจรไปคืนเจ้าของเหมือนเราแล้ว เขามีเป้าหมายอะไร”

ดาราวรรณมองหน้ากันยิกานิ่ง สองน้าหลานสบตากันปิ๊ง! อย่างเข้าใจกัน

ตกเย็น กันยิกาในชุดสุดเท่ขี่มอเตอร์ไซค์สีดำขลับมุ่งหน้าไปอย่างเร็ว แววตาใต้หมวกกันน็อกเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

เย็นวันเดียวกัน อานุภาพถูกมัดยัดกระสอบไปถ่วงทะเล พอทิ้งทะเลแล้ว สมุนทั้งสองของเทวัญก็ติดเครื่องเรือหนีไปที่ใต้น้ำ กระสอบที่ใส่ร่างอานุภาพจมดิ่งลงทะเล ราวกับถึงกาลอวสานของมังกี้แล้ว

แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป สาวชาวเลคนหนึ่ง ดำน้ำลงไปกอดกระสอบไว้ ตัดเชือกที่มัดกระสอบ ตัดเชือกที่มัดอานุภาพ แล้วประคองร่างไร้สติของอานุภาพขึ้นสู่ผิวน้ำทันที...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 17:46 น.