ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบตัดเพชร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เลิกงานแล้วพิมพ์ชลจะขับรถกลับบ้าน เธอมองฟ้าที่คำรามบ่นว่าเลิกงานปุ๊บก็ครึ้มมาเชียว พลางสตาร์ตรถ แต่สตาร์ตไม่ติดพยายามจะแก้ก็แก้ไม่เป็น เลยพาลบ่นน้าดาว่าไม่ซื้อรถใหม่ให้เสียที

ขณะพิมพ์ชลปิดกระโปรงรถตัดสินใจจะกลับแท็กซี่ ก็เห็นนพดลมายืนอยู่ข้างๆ พูดเขินๆว่า

“ถ้าไม่รังเกียจให้ผมไปส่งนะครับ”

พิมพ์ชลทั้งเขินทั้งดีใจ ขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์นพดลกอดเขาแนบชิดยิ้มอย่างมีความสุข ครู่เดียวฝนก็กระหน่ำลงมาอย่างหนักจนนพดลต้องจอดรถหลบใต้กันสาดร้านสะดวกซื้อริมถนน ขอโทษที่พาเธอมาเปียก

ทันใดนั้นฟ้าผ่าเปรี้ยง! พิมพ์ชลสะดุ้งสุดตัวขยับเข้าใกล้นพดล พอรู้ตัวก็มองเขาเขิน นพดลแซวขำๆว่า

“ฝนตกไม่กลัว แต่กลัวฟ้าผ่า”

“แหม...ฝนตกก็แค่เปียกนี่คะ แต่ฟ้าผ่า...ถึงตายเลยนะ”

“ผมไม่ปล่อยให้คุณตายหรอกน่า ผมเป็นหมอนะครับ รู้วิธีปฐมพยาบาลอยู่แล้ว ถ้าอาการหนักหมดสติก็ต้องรีบทำซีพีอาร์” พลางสาธิตให้ดู นพดลอินกับการสอนบอกว่าถ้าทำซีพีอาร์แล้วก็เม้าทูเม้าท์ เขาเผลอสาธิตให้ดู รู้สึกตัวอีกทีก็ปากประกบปากกันแล้วรีบถอนปากออก

พิมพ์ชลพูดเสียงประหม่าว่าตนเรียนมาเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่เคยปฏิบัติจริง ทันใดนั้นฟ้าผ่าลงมาอีก พิมพ์ชลผวากอดนพดล ต่างกอดกันอยู่อย่างนั้น อารมณ์หนุ่มสาวซ่าน นพดลก้มจูบ ทีแรกพิมพ์ชลตื่นเต้นเครียดแต่ครู่เดียวก็ปล่อยตัวในอ้อมกอดของนพดลอย่างมีความสุข

ดาราวรรณขับรถออกจากซอย มองไปฝั่งตรงข้ามเห็นหนุ่มสาวกำลังกอดจูบกันอยู่ เธออุทานอย่างรับไม่ได้

“ตายแล้ว!!! นี่หรือเมืองพุทธ ทำไมเด็กสมัยนี้ถึงได้ประเจิดประเจ้อนัก ถ้าเป็นลูกเป็นหลานจะหยิกให้เนื้อเขียวเชียว”

พอดีนพดพผละออก ดาราวรรณเห็นหน้าพิมพ์ชลแต่ไม่เห็นหน้านพดล เขาถามพิมพ์ชลว่าหนาวไหม พลางถอดเสื้อคลุมของตัวเองคลุมให้ แล้วเข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อหากาแฟอุ่นๆมาให้ดื่มแก้หนาว

ขณะพิมพ์ชลกระชับเสื้อคลุมคอยอยู่นั้น ดาราวรรณขับรถปราดเข้ามาจนน้ำกระเซ็นใส่ พิมพ์ชลฉุน แต่แล้วก็ตกใจเมื่อเห็นดาราวรรณกางร่มลงจากรถมาหา

“ยังไงเนี่ยพิมพ์ชล เมื่อกี้น้าเห็นเราจูบกับผู้ชายอยู่ คนเมื่อกี้ที่เดินเข้าร้านไปใช่ไหม ทำไมทำอะไรประเจิด ประเจ้ออย่างนี้”

พิมพ์ชลไม่ทันตั้งตัวยืนอึ้งพยายามจะแก้ตัว ถูกดาราวรรณตำหนิว่าเป็นผู้หญิงทำตัวแบบนี้มันไม่เหมาะ ขอเจอนายนั่นหน่อยจะด่าให้เป็นหมันไปเลย

พิมพ์ชลตั้งหลักได้บอกว่าน้าดาตาฝาด ตนยืนอยู่คนเดียว ดาราวรรณชี้ที่รถและชี้เสื้อคลุมถามว่าแล้วนี่ของใคร ถามว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ใช่หมอนพดลไหม ยังไงก็ต้องคุยกันให้เคลียร์ ตนไม่อยากให้เขาเอาเปรียบ ต่อให้หนูสมยอมก็เถอะ

พิมพ์ชลไม่อยากให้ดาราวรรณเจอกับนพดลอยู่แล้วและเกรงเรื่องจะอื้อฉาว ขอให้กลับไปเคลียร์กันที่บ้าน ดาราวรรณบอกว่าตนจะพูดเบาๆ พิมพ์ชลเห็นว่าน้าดาเอาเรื่องแน่เลยพาลพูดเสียงแข็งว่า

“ถ้าน้าดาไม่ฟังพิมพ์ พิมพ์ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องฟังน้าดาเหมือนกัน...กลับบ้านค่ะ ไปคุยกับหนูต่อที่บ้าน อย่าทำอะไรให้เอิกเกริก หนูไม่ชอบ” พิมพ์ชลดันดาราวรรณเข้าไปในรถแล้วรีบขึ้นตามทันที

นพดลถือกาแฟร้อนออกมาไม่เห็นพิมพ์ชล เจอแต่เสื้อคลุมที่วางพาดอยู่ที่รถมอเตอร์ไซค์ มองหาก็ไม่เห็นบ่นกังวล...

“หรือว่าจะโกรธเลยหนีกลับไปแล้ว...ทำอะไรลงไปวะเรา” นพดลนึกโกรธตัวเอง

ooooooo

แก๊งแสบซ่ามาถึงร้านดาริกา กันยิกากำลังร้อง เพลงอยู่ และแขกก็กำลังอินกับเสียงเพลงและความสวยสง่าของกันยิกา พลันก็แตกตื่นเมื่อแก๊งซ่าบุกเข้าไป

อิสริยาด่ากันยิกาหาว่าแย่งแฟนตน นีน่ายุให้ลุยเลย อิสริยาพุ่งเข้าตบกันยิกาแต่เธอหลบทัน อิสริยาตบวืดเลยยิ่งโมโหพุ่งเข้าตบอีก ซาร่าใช้มือถือถ่ายคลิปอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ

กันยิกาไม้รู้อีโหน่อีเหน่ถามอิสริยาว่าเป็นบ้าอะไร อิสริยาด่าสวนว่าเธอนั่นแหละบ้าเที่ยวแย่งแฟนคนอื่น กันยิกางงๆถามว่าตนไปยุ่งกับแฟนเธอเมื่อไหร่

“บ่ายสอง ในลิฟต์ ณ โรงพยาบาล” นีน่าสวนทันควัน

“แกล่อลวงแฟนฉัน ดนุภพเขาใสซื่อตามมารยาหญิงกร้านโลกอย่างแกไม่ทัน”

“ถามแฟนเธอหรือยังว่าใครเริ่มก่อน” กันยิกาย้อน อิสริยาเต้นผางอ้าปากจะด่าแต่ด่าไม่ออกเลยหันไปคว้าจานอาหารบนโต๊ะปาใส่กันยิกา แต่เธอก็หลบได้อีก

แขกในร้านแตกกระเจิง พวกพนักงานในร้านจะเข้าช่วยกันยิกา ถูกนีน่าขัดขาหัวทิ่มไปชนโต๊ะ พนักงานอีกสองคนวิ่งมาจับนีน่าไว้ นีน่าคว้าข้าวของปาอุตลุด ซาร่าถ่ายคลิปมุมโน้นมุมนี่อย่างสนุกมาก

ดาราวรรณพาพิมพ์ชลกลับมาถึงหน้าร้าน พิมพ์ชลเปิดประตูรถจะเข้าร้าน ดาราวรรณบอกว่าเรายังพูดกันไม่รู้เรื่องนะ

“ที่น้าดาบ่นมาตลอดทางก็พอแล้วมั้งคะ รู้แล้วค่ะ ว่าต้องรักนวลสงวนตัว ทีกับหลานรักไม่เคยว่า” พิมพ์ชล ประชด

พอดาราวรรณกับพิมพ์ชลเข้าไปในร้าน ต่างตกใจมากเมื่อเห็นแขกแตกตื่นและกันยิกากับพนักงานกำลังตบตีกับอิสริยาและนีน่าข้าวของในร้านตกแตกไปหมด จังหวะหนึ่งอิสริยาตบกันยิกาแต่กันยิกาหลบต่อยสวนไปจังๆ อิสริยาถึงกับเห็นดาว นีน่าตะโกนบอกซาร่าให้เลิกถ่ายคลิปมาช่วยกัน ซาร่าจึงเก็บโทรศัพท์เข้าไปลุยด้วยอีกคน

อิสริยาคว้าเมนูฟาดใส่กันยิกา แต่กันยิกาหลบเลยฟาดโดนด้านหลังของนีน่าอย่างจัง นีน่าเจ็บจนล้ม ซาร่าพุ่งเข้าไปกอดกันยิกาจากข้างหลังช่วยเพื่อน ถูกกันยิกาสะบัดจนกระเด็นแต่ก็ถูกอิสริยากระโดดคว้าตัวไว้ล้มกันไปทั้งคู่ อิสริยาคล่อมกันยิกาพยายามตบ แต่กันยิกาก็หลบได้

ดาราวรรณเข้ามาเห็นการตบตีและกันยิกาถูกรุมก็รีบเข้าไปช่วยหลาน พิมพ์ชลตามเข้ามาไม่รู้จะทำอย่างไร เห็นพนักงานที่หัวชนโต๊ะบาดเจ็บก็รีบเข้าไปดูตามสัญชาตญาณ

ดาราวรรณคว้าถังน้ำแข็งสาดเข้าใส่อิสริยาจนผละจากกัน กันยิกาด่าดาราวรรณว่าหมาหมู่ ตนไม่สู้ให้เสียมือหรอก ขู่ว่า

“แต่ถ้าแกยังยุ่งกับดนุภพของฉันอีก เจอหนักกว่านี้แน่”

เมื่อแก๊งซ่าบ้าดีเดือดกลับไปกันหมดแล้ว ดาราวรรณถามกันยิกาว่าเป็นอย่างไรบ้าง กระซิบถามว่าทำไมถึงยอม ทั้งที่อย่างเธอจัดการสามคนนั้นได้สบาย

“มีคนนึงถ่ายคลิปไว้ แล้วลูกค้าก็เต็มร้าน ยิกาไม่อยากให้เป็นที่สงสัยถ้ามีคนเห็นการต่อสู้แบบ...ที่เราทำกันจริงๆ”

“โธ่...ยิกา” ดาราวรรณเข้าใจ มองสำรวจหลานรักถามว่าเจ็บตรงไหนบ้าง ก็ได้ยินเสียงพิมพ์ชลพูดลอยๆ ขึ้นว่า

“นี่แหละน้า...แฟนตัวเองก็มี แต่ดันไปยุ่งกับแฟนคนอื่นเขา”

กันยิกามองพิมพ์ชลอย่างไม่พอใจ แต่เห็นสภาพร้านแล้วยิ่งเจ็บใจ!

ooooooo

อิสริยาขับรถพานีน่าและซาร่าออกจากร้านดาริกา สามสาวต่างโอดโอยเพราะฟกช้ำระบมกันไปทั้งตัว อิสริยาด่ากันยิกาว่าหน้าหนาแล้วยังมือหนักอีก ถามซาร่าว่าถ่ายคลิปตอนที่ตนโดนต่อยไว้ใช่ไหม

ซาร่าบอกว่าถ่ายมาเต็มๆ แต่เธอเยินมากจะให้ลบไหม

“ลบทำไม...ตัดตอนที่ฉันตบมันทิ้งดีกว่า ใครๆ จะได้เห็นว่าฉันเป็นแฟนที่น่าสงสาร โดนผู้หญิงเกรดล่างฉกแฟนแถมยังทำร้ายร่างกายอีก”

“เลิศอ่ะ ตัดต่อตบตา งานนี้คลิปฮอตเป็นไฟแน่” นีน่าสอพลอ ทั้งสามต่างยิ้มร้ายให้กัน

เพียงวันรุ่งขึ้นดนัยเทพก็เอาคลิปตบตีกันในร้านดาริกาไปให้ดนุภพดูขณะเขากำลังยกเวทอยู่หน้าบ้าน ดนุภพดูคลิปเห็นกันยิกากำลังจับแขนอิสริยาหักไปข้างหลังและล็อกตัวไว้ กันยิกาผลักนีน่าไปชนอิสริยาล้มลงแล้วพุ่งเข้าหา แต่ละภาพกระตุกๆ และเสียงเอะอะโวยวายจับความไม่ได้

“นี่มันคลิปตัดต่อชัดๆ จงใจให้เห็นว่ากันยิกาทำร้ายริยา” ดนุภพดูคลิปแล้วโมโห

ดนัยเทพถามว่าถ้าเหตุการณ์ในคลิปถูกเล่าไม่หมด แล้วความจริงทั้งหมดคืออะไรล่ะ ริยายกพวกไปถล่มยิกาที่ร้านเหรอ? พูดเองเออเองว่า

“เดาได้ไม่ยาก สาเหตุมาจากแก สงครามของผู้หญิงนี่มันน่ากลัวชะมัด คลิปออกมาแบบนี้ได้เสียหายกันทุกฝ่าย แล้วนี่ร้านพังยับขนาดนี้ ไม่รู้สองสาวน้าหลานจะเป็นไงบ้าง”

สองอาหลานมองหน้ากันแบบ...ไม่ไหวแล้ว!!

รุ่งขึ้นดนุภพไปหาอิสริยาแต่เช้า เธอโวยวายว่าหาว่าตนตัดต่อคลิปหรือ ระดับตนจะทำอย่างนั้นเพื่ออะไร ดนุภพบอกว่าตนแค่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น กันยิกาทำอะไรให้เธอไม่พอใจหรือ เกี่ยวกับตนหรือเปล่า อิสริยาบอกว่าตนรับไม่ได้ที่มายุ่งกับเขาในลิฟต์ที่โรงพยาบาล ด่าทั้งกันยิกาและดนุภพว่า

“มันยั่วยวนคุณ คุณถึงสิ้นสติไปกอดจูบนัวเนียกับมัน”

“กันยิกาไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น แล้วมันก็ไม่ใช่อย่างที่เห็นด้วย เราแค่ไปเยี่ยมเอกราช แค่บังเอิญเจอกัน ยังไงกันยิกาก็เป็นแฟนเพื่อนผม คุณไม่ควรไปหาเรื่องเขา”

อิสริยาบอกว่าตนจะไม่ยอมให้ผู้หญิงหน้าไหนมายุ่งกับผู้ชายของตน ลำเลิกว่า อุตส่าห์ได้ตนเป็นแฟนแล้วก็ทำตัวดีๆหน่อย ถ้าตนไม่ปลื้มขึ้นมาล่ะก็...ระวัง!!

ดนุภพถอนใจ บอกว่าเราคบเรียนรู้กัน ไม่ใช่มาควบคุมชีวิต ตนให้พื้นที่เธอ เธอก็ควรเว้นที่ให้ตนบ้าง ชี้ตรงๆว่า

“อย่างเวลาคุณอยู่กับผู้ชายคนอื่น ไปกินข้าวกับคุณเทวัญ ผมก็เข้าใจไม่ว่าอะไรสักคำ”

อิสริยาตกใจที่เขาจับได้ว่าตนมีกิ๊ก ทำเป็นยิ่งโมโหกลบเกลื่อน อ้างว่าตนไปกับพ่อเราคุยธุรกิจกัน แต่ไม่ใช่

หาว่าเขานอกใจตนทั้งๆที่ตนดีแสนดี เพียบพร้อมทุกอย่าง แต่เขาไม่รู้จักพอ หัวเราะเยาะว่า

“หึ...ถ้าเห็นก้อนกรวดฉาบปรอทดีกว่าเพชรแท้ก็ไปเลย ริยาไม่ใช่ตัวเลือกตัวสำรองของใคร อยากเอานักร้องไนต์คลับมากใช่ไหม ได้...งั้นเราเลิกกัน” พูดแล้วจ้องหน้าอย่างท้าทายคิดว่าดนุภพไม่กล้า

ผิดคาด! ดนุภพนิ่งไปอึดใจเดียวก็พยักหน้า ย้ำว่า “คุณเป็นคนพูดเองนะ”

“เออ ไปเลยไอ้ผู้ชายตาต่ำไร้คลาส ริยาก็ไม่อยากดักดานอยู่กับพ่อค้าเพชรกระจอกๆอย่างคุณแล้ว” อิสริยาคว้าหมอนขว้างระบายอารมณ์ทั้งที่ดนุภพลุกเดินไปไกลแล้ว

ooooooo

ที่สำนักงานตำรวจ...หมวดเอมารายงานผลการ สืบรถที่มายิงเอกราชที่สวนใต้สะพานว่า ตนหาจากกล้องวงจรปิดจราจรไม่พบว่าปลายทางของรถนั้นคือที่ไหนแต่กล้องตัวสุดท้ายที่จับภาพได้อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 กิโลเมตร

เอกราชสงสัยว่ามันไม่พาคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดแล้วพาไปไหน หมวดเอคาดว่า ถ้าไม่เอาศพไปทิ้งทะเลก็อาจมีโรงพยาบาลและหมอประจำ หรือไม่ก็มีหมอมารักษาที่บ้าน เอกราชพยักหน้าแล้วถามถึงแฟ้มคดีที่ตนขอไว้

แฟ้มคดีที่ว่า คือคดีฆ่าสองผัวเมียนักออกแบบเครื่องเพชรที่บ้าน หมวดเอติงว่า มันผ่านมาหลายสิบปีแล้ว

“เพราะมันอาจทำให้เราได้เบาะแสของคนที่ฆ่ามาคัส ไม่แน่ อาจรวมถึงที่ไล่ยิงผมด้วย”

พอเอกราชกับหมวดเอเดินเลี้ยวมุมตึกก็ชะงักเมื่อเจอเสาวนุชดักรออยู่ เธอถามเอกราชอย่างไม่พอใจว่า

“ทำไมไม่รับสายฉัน!!!” จากนั้นก็ต่อว่าฉอดๆ ว่าออกจากโรงพยาบาลก็ไม่บอก คิดจะหลบหน้าหรือ สัญญาไม่เป็นสัญญา ลูกผู้ชายรึเปล่า

เอกราชถามว่าแล้วทำไมเธอไม่โทร.มาตอนที่ตนอยู่กับโทรศัพท์ล่ะ หมวดเอก็ช่วยแก้ตัวให้เป็นคุ้งเป็นแควว่า ผู้กองไม่ได้เฝ้าโทรศัพท์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ออกจากโรงพยาบาลก็ดิ่งมาทำงาน เวลากินยังไม่มีเลย เสาวนุชเลยหยวนๆ ถือเป็นกรณีพิเศษแล้วถามเรื่องงานว่า

“ที่นายโดนยิงเกี่ยวกับข้อมูลที่ฉันให้ไปหรือเปล่า นายโดนยิงหลังจากสอบปากคำนายเทวัญใช่ไหม” เอกราชไม่ทันตอบเธอก็ตบเข่าฉาดฟันธงว่า “มันก็ต้องเกี่ยวกันแน่ๆ นายเทวัญต้องอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”

ขณะนั้นเอง วรุฒเดินดูคลิปที่อิสริยาปล่อยออกมากับจ่าฉิว พอเจอเอกราชก็ตรงเข้าไปตบแขนถูกแผลพอดี แซวว่าลำบากหน่อยนะแฟนโหดขนาดนี้ หมวดเอถามว่าพูดเรื่องอะไร เอกราชมีเรื่องกับผู้ร้าย ไม่ได้โดนทำร้ายร่างกายสักหน่อย จ่าฉิวพูดแทรกว่าแสดงว่ายังไม่ได้เห็นคลิป วรุฒบอกให้สงเคราะห์หน่อย

พอจ่าฉิวยื่นคลิปให้ดู เอกราชเครียดเป็นห่วง

กันยิกาวิ่งออกไปทันที เสาวนุชเรียกไม่หยุดเลยวิ่งตามไป

วรุฒกับจ่าฉิวมองหน้าอย่างรู้กันแล้ววิ่งออกไปอีกทางเพื่อดักเอกราช ทิ้งหมวดเอให้ยืนเด๋อด๋าอยู่ตรงนั้น

เสาวนุชวิ่งตามไปคว้าประตูรถไว้บอกว่าตนขับเองเพราะแขนเขายังเจ็บและตนก็มีเรื่องนายเทวัญจะคุยด้วย

พอรถของเอกราชเคลื่อนออกไปก็มีรถสีดำอีกคันขับตามไปทันที รถของวรุฒที่ขับตามเอกราชถูกรถสีดำชน วรุฒลงจากรถไปดูเรียกคนขับรถสีดำลงมาเคลียร์กัน พอคนขับรถสีดำลงจากรถ จ่าฉิวจำได้ว่าคือรสลินผู้ติดตามเทวัญนั่นเอง!

รสลินเจ็บใจที่ตามรถเอกราชไม่ทัน วรุฒทำท่าจะเอาเรื่องแต่พอจำรสลินได้ก็กลับยื่นนามบัตรให้พูดแมนๆว่า

“คุณทางหลัก ผมทางรอง ค่าเสียหายเท่าไรติดต่อผมเบอร์นี้ได้เลย”

รสลินรับนามบัตรงงๆ พอดูนามบัตรก็นึกแผนการบางอย่างออก เธอยิ้มบอกว่าคิดว่าเขาจะโวยวายเสียอีก แล้วตำหนิตัวเองว่าไม่ได้ระวังเหมือนกัน รับปากจะจัดการค่าซ่อมรถให้ ต่างคนต่างยิ้มเหมือนมีไมตรีต่อกัน แต่ที่แท้ต่างมีแผนในใจ

จ่าฉิวงงว่าทำไมเคลียร์กันง่ายแบบนี้ วรุฒถามว่าจะทำให้มันยากทำไม ยิ่งเป็นคนสนิทของเทวัญ เราก็มีแต่ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง จ่าฉิวก็ยังงง วรุฒไม่สนใจ ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วหันไปโบกมือให้รสลินที่นั่งอยู่ในรถแล้ว

รสลินโบกมือตอบยิ้มแย้ม แต่ในมือถือโทรศัพท์พูดเหี้ยมกับปลายสายว่า

“พี่โรมคะ น้องมีวิธีได้ข้อมูลพวกเอกราชโดยไม่ต้องเหนื่อยสะกดรอยตามมันแล้วค่ะ”

ooooooo

ที่ร้านอาหารดาริกา...ดาราวรรณดูคลิปในแท็บเล็ตขณะคุมพนักงานช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดร้าน ดูแล้วบ่น

“ทั้งที่เราเป็นฝ่ายถูกกระทำแท้ๆ แต่ในคลิปนี่ตัดต่อซะเราเป็นนางร้ายไปเลย...แล้วคนพวกนี้ก็เชื่อ ไม่ได้รู้เลยว่าเรื่องจริงเป็นยังไง เห็นเขาด่าก็ด่าตามเขา”

“เลิกอ่านเถอะค่ะ เสียอารมณ์เปล่าๆ” กันยิกาเดินมาดึงแท็บเล็ตจากมือน้าสาว

ดาราวรรณถอนใจหันมองสภาพร้าน เห็นเศษแก้วชิ้นใหญ่อยู่ใต้โต๊ะที่ยกออกไปก็จะไปเก็บ แต่พอก้มลงก็มีมือหนึ่งยื่นมาเก็บก่อน หันมองก็เห็นดนัยเทพพูดหน้าเครียดว่า

“เศษแก้วมันคม แต่คงไม่เท่าคำนินทาของคนหรอกใช่ไหม...ผมเห็นคลิปก็พอเดาได้ว่าเรื่องจริงๆเป็นยังไง...คุณคงไม่ว่าหากผมจะมาช่วย”

กันยิกาพูดกันท่าทันทีว่าคงไม่รบกวน เราจัดการกันเองได้ ดาราวรรณรีบพูดอย่างถนอมน้ำใจว่า เราเคลียร์กันใกล้เสร็จแล้ว เขามาตอนเปิดร้านก็แล้วกัน

“ผมแค่อยากอยู่...ตอนที่คุณไม่มีใคร”

“ไม่ว่ายามทุกข์หรือยามสุข...” ถามตาวิบวับ

“Yes...I do”

ดนัยเทพกับดาราวรรณหวานกันราวกับอยู่กันแค่สองคนบนโลกนี้ กันยิการู้ว่าห้ามน้าได้แล้ว จึงถอยออกไปหน้าร้านดึงผ้าปูโต๊ะที่สกปรกออก บ่นอย่างขัดใจ

“โอ๊ย...น้าดาอ่ะ...ที่ร้านเราเละเป็นโจ๊ก ไม่ใช่เพราะหลานชายนายดนัยเทพคนนี้เป็นต้นเหตุหรือไง”

“ใช่ เพราะผมเอง ผมขอโทษ”

กันยิกามองขวับ เห็นดนุภพยืนหน้าเครียดมองเธออย่างรู้สึกผิดจริงๆ เขามองผ้าปูโต๊ะในมือเธอ บอกว่าเปื้อนขนาดนี้คงซักไม่ออก อาสาจะไปซื้อให้ใหม่ กันยิกาไม่สนใจเดินไปดึงผ้าอีกโต๊ะหนึ่ง ดนุภพเดินตามถามว่าหรือเธอจะไปซื้อเองก็ได้ แล้วเข้าไปช่วยหอบผ้าปูโต๊ะ พูดเสียงอ่อน เว้าวอน

“กันยิกา ผมรู้ว่าริยาทำร้ายคุณเพราะผม ก็ควรที่คุณจะโกรธ แต่คุณช่วยใช้วิธีเดิมๆที่คุณถนัดได้ไหม ตอบโต้ ต่อว่าหรืออะไรก็ได้ แต่อย่าเห็นผมเป็นหัวหลักหัวตออย่างนี้เลย”

กันยิกาไม่สนใจหันไปบอกพนักงานว่า “พี่ช่วยเอาขยะไปทิ้งให้หมดด้วยนะ พวกหัวหลักหัวตอด้วย เกะกะลูกตา” แล้วก็แกล้งเดินกระแทกเขาออกไป ดนุภพส่งผ้าปูโต๊ะให้พนักงานรีบเดินตามไปถึงหน้าร้านก็พูดยั่วยุว่า เดินหนีอย่างนี้ไม่ใช่นิสัยของเธอ ปกติเธอพุ่งชนปัญหาไม่ใช่หรือ แล้วทำไมคราวนี้ขี้ขลาด

ได้ผล! ถูกปรามาสว่าขี้ขลาด กันยิกาทนไม่ได้ เสียงเขียวใส่ว่าแยกให้ออก ขี้ขลาดหรือขยะแขยง ดนุภพดีใจที่เธอยอมพูดด้วยแล้ว กันยิกาเย้ยว่าแค่ตนพูดด้วยถือว่าเป็นชัยชนะหรือ เอาเลยตนยอมแพ้ เชิญเขากลับไปฉลองชัยชนะกับแฟนเลย

กันยิกาเดินไปเลย ดนุภพเข้ากอดจากด้านหลังเว้าวอน

“กันยิกา ผมอยากขอโทษ ผมเสียใจจริงๆ คุณจะให้ผมรับผิดชอบยังไง ชดใช้ยังไง คุณบอกผมสิ แต่อย่าทำเหมือน...เกลียดผม ผมทนไม่ได้!”

เมื่อกันยิกาไม่อ่อนข้อให้ ดนุภพขอร้องว่าจะให้ตนจ่ายค่าเสียหายแค่ไหนบอกมาเถอะ ไม่อย่างนั้นตนจะไม่ปล่อย กันยิกาบอกว่าได้ แต่เขาต้องลงมือทำจริงๆ

แค่สามข้อ ดนุภพดีใจบอกว่าได้เลย จัดให้!

“ข้อ 1.ไม่ต้องยุ่งกับฉัน ข้อ 2.เลิกยุ่งกับฉัน ข้อ 3. อย่ามายุ่งกับฉัน” พูดจบก็บอกให้ปล่อยตน ดนุภพแขนตก พูดอย่างเจ็บปวดน้อยใจว่า

“ผมน่าจะรู้ คุณต้องรังเกียจผมอยู่แล้ว เพราะผมเป็นตัวซวยทำให้คุณเดือดร้อน ยิ่งอยู่ก็ยิ่งแย่ สิ่งที่คุณต้องการคงเป็นทางออกที่ดีที่สุด...ผมขอโทษ...ผมจะไป... ไม่ยุ่งกับคุณอีกแล้ว”

กันยิกาอึ้งไม่คิดว่าเขาจะเจ็บปวดถึงขนาดนี้ มองเขาเดินจากไปใจหาย อยากเรียกไว้แต่เปล่งเสียงไม่ออก ทันใดนั้นดนุภพหันกลับมาสบตากัน กันยิกากำลังจะพูดอะไรก็พอดีเอกราชที่ได้ยินทั้งหมดแล้วเข้ามาถามว่า คุยอะไรกันอยู่เหรอ?

ที่นอกร้าน เสาวนุชที่เอกราชสั่งให้คอยอยู่ข้างนอกห้ามตามเข้าไป แต่ความอยากรู้ก็ชะเง้อชะแง้มอง พลันก็นึกขึ้นได้ ทำเป็นปวดฉี่เดินเข้าไป พูดแก้ตัวให้ตัวเองว่า “เอกราช ฉันไม่ได้ตามนายนะ ฉันแค่จะไปเข้าห้องน้ำ”

ooooooo

ในร้านดาริกา...ดนัยเทพเห็นดาราวรรณถือเครื่องดูดฝุ่นก็เข้าไปแย่งขอทำเอง พอแย่งมาได้ดูดฝุ่นไปก็คิดไปว่าคนก็ห่วง แต่หนังสือก็ต้องหา...เอาไงดี? เหลือบเห็นพนักงานใส่หน้ากากอนามัยเดินผ่านไปก็คิดแผนออก

ดูดฝุ่นครู่เดียว ดนัยเทพก็ทำเป็นไอและจามรุนแรง ดาราวรรณจะพาไปหาหมอ เขาบอกว่าแค่พาไปที่ปลอดฝุ่นและขอน้ำอุ่นสักแก้วก็พอ เธอจึงประคองพาไปนั่งที่โซฟา เดี๋ยวจะไปเอาน้ำอุ่นมาให้ ดนัยเทพหาทางถ่วงเวลาขอน้ำอุ่น 54 องศา อุณหภูมิอื่นดื่มแล้วไม่หาย

พอดาราวรรณไป ดนัยเทพก็รีบลุกไปที่ชั้นหนังสือ ขณะกำลังหาหนังสือดาราวรรณก็ย้อนกลับมาถามว่า ฟาร์เรนไฮต์หรือเซลเซียส ดนัยเทพรีบจามบอกว่าเซลเซียส พอดาราวรรณออกไป เขาตาโตเมื่อเห็นหนังสือเล่มนั้น พึมพำ...

“แอบอยู่นี่เอง...” พลางหาเก้าอี้จะปีนขึ้นไปหยิบ ดาราวรรณก็กลับเข้ามาพร้อมแก้วน้ำอุ่น เร่งให้รีบดื่มเดี๋ยวอุณหภูมิจะเปลี่ยน ดนัยเทพทำเป็นฟุบไปกับเก้าอี้ ดาราวรรณตกใจ เขาบอกว่านี่เป็นวิธีหยุดไอ พอหยุดไอ เขารับน้ำไปดื่ม แล้วก็ร้องจ๊ากเพราะน้ำร้อนลวกปาก ดาราวรรณเอาทิชชูมาซับปากให้

ดนัยเทพพยายามดึงความสนใจของเธอมาที่ตน แต่แอบชำเลืองมองหนังสืออย่างเสียดาย

ooooooo

เอกราชถามขัดจังหวะดนุภพกับกันยิกาว่าคุยอะไรกัน แล้วเดินเลยไปหากันยิกาแสดงความห่วงใยว่าตนสั่งหมวดเอให้จัดการเรื่องคลิปแล้ว ไม่อยากให้ถูกส่งต่อมากกว่านี้ ไม่อยากให้ใครเข้าใจเธอผิด

เอกราชขอโทษที่เป็นแฟนเธอ น่าจะปกป้องเธอได้มากกว่านี้ แต่ตอนเกิดเรื่องตนไปมุดหัวอยู่ไหนก็ไม่รู้ สัญญาว่าจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้กับเธออีก

แสดงความเป็นเจ้าของกันยิกาแล้วตำหนิ ดนุภพว่า เขาก็ควรดูแลแฟนตัวเองให้ดี การทำร้ายร่างกายทำลายทรัพย์สินนั้นเป็นคดีอาญานะ

“ฉันจะเตือนริยาเองในฐานะเพื่อน ฉันเลิกกับริย่าแล้ว”

เอกราชทำเป็นเห็นใจบอกว่าเป็นแฟนกันก็ต้องกระทบกระทั่งกันบ้าง ยังไงก็ต้องหนักแน่น ยกตัวอย่างว่า “เหมือนฉันกับยิกาไง แค่มองตาก็รู้ใจ ไม่ว่ามีปัญหาอะไร เราก็จะผ่านมันไปให้ได้ ใช่ไหมครับยิกา” กันยิกาแค่ฝืนยิ้ม

เสาวนุชที่มาแอบดูแอบฟังอยู่เจ็บปวดจนน้ำตาไหล เช็ดน้ำตาแล้วจะเดินหนี ก็เจอดนุภพเดินคอตกออกมา กลายเป็นคนอกหักสองคนมาเจอกัน ต่างฝืนยิ้มอย่างเข้าใจคนหัวอกเดียวกัน

ooooooo

กลับถึงบ้าน ดนุภพเอางานมากองไว้เต็มโต๊ะเพื่อทำงานให้หายเศร้า ดนัยเทพกลับมาบอกว่าตนรู้แล้วว่าหนังสือที่เราตามหาอยู่ที่ไหน มันอยู่ที่บ้านสองน้าหลานนั่น งานนี้ต้องให้เขาใช้วิธีที่ถนัดไปเอามา ดนุภพบอกว่าตนไม่อยากไปบ้านนั้นอีก

ดนัยเทพเสียงเข้มว่าไม่ได้ เขาต้องแยกแยะระหว่าง งานกับเรื่องส่วนตัว โตแล้ว รู้อะไรควรไม่ควร กล่อม แล้วยั่วยุว่า

“เอาน่าเพื่องานของเรา หรือแกอยากแพ้น้องเหมียวตาเพชรวะ”

ได้ผล...ดนุภพในคราบของกุหลาบขาวจึงไปที่บ้านกันยิกา ดนัยเทพไปซุ่มอยู่ข้างนอก แต่สื่อสารกันตลอดเวลา เมื่อไปหาหนังสือตามที่ดนัยเทพบอกก็ไม่เห็น

ดนัยเทพตกใจ เครียด อุทาน...

“หา! หรือย้ายที่เอาไปไว้ที่อื่นแล้ว”

ooooooo

ที่แท้ดาราวรรณหยิบหนังสือตัดหน้าดนุภพไปนิดเดียว เธอถือหนังสือเดินเข้าห้องนอน วางหนังสือปรารภกับกันยิกาว่าวันนี้เด็กในร้านเม้าท์กันว่าเกิดดราม่ารักสามเส้าที่ร้าน คุณชายหนุ่มร้านเพชรพ่ายรัก นายตำรวจ

กันยิกาบอกว่าไม่มีสักหน่อย ดาราวรรณพูดเชิงดักคอว่า สิ่งที่ห้ามยากที่สุดคือหัวใจคน กันยิการู้ว่าน้ารู้ทัน เลยรับว่า

“หนูผิดที่ไม่ได้จริงใจกับเอกราชตั้งแต่ต้น...หนูไม่อยากทำร้ายเขาอีก เอกราชเป็นคนดี” ดาราวรรณติง ว่าความดีอาจเป็นเหตุผลให้คนคบกัน แต่ไม่สามารถทำให้เรารักใครสักคนได้ แล้วพูดตรงๆว่า

“น้าอยากให้หนูทำตามหัวใจตัวเอง เลือกคนที่หนูมีความสุขเวลาอยู่กับเขา แต่หนูคงตอบกลับว่านี่ไม่ใช่เวลาค่ะ เพราะหนูมีเรื่องใหญ่ต้องทำ” กันยิกาบอกว่าถ้าสะสางเรื่องคนที่ฆ่าพ่อกับแม่ไม่ได้ ไม่ว่าเอกราชหรือใครตนก็รักไม่ได้ ดาราวรรณถอนใจรำพึงว่าชีวิตมันยากอย่างนี้ คนถึงได้ขวนขวายอยากครอบครองของมหัศจรรย์ จะได้ควบคุมให้ทุกอย่างเป็นดั่งใจ แล้วสรุปว่า “นี่ถ้าเอกราชมีเพชรเกสรหิมะนะ เรื่องอาจจะแฮปปี้เอนดิ้งกว่านี้ก็ได้”

“เกสรหิมะ? เพชรแห่งเสน่หามนตราน่ะเหรอคะ”

“ใช่จ้ะ ที่เราอ่านค้างไว้ไง เกสรหิมะเปลี่ยนคนชิงชังให้กลับมารักใคร่ถ้ายิ่งปักใจก็จะลุ่มหลงจนยอมเป็นทาส เป็นเพชรที่มีประวัติเก่าแก่ยาวนาน แต่ก็ยังไม่ใช่ อมตะที่เราตามหา”

“งั้นก็...ได้เวลาหาต่อแล้วค่ะ” กันยิกาเดินไปหยิบหนังสือมาอ่านต่อ

ดนุภพในคราบกุหลาบขาว ย่องขึ้นมาเห็นประตูห้องนอนเปิดแง้มอยู่ จึงแอบฟังน้าหลานคุยและอ่านหนังสือต่อจากที่ค้างอยู่กัน...
กันยิกาอ่านถึงตอนเพชรเม็ดสุดท้ายในตำนานเบญจอัญมณี ซึ่งย้อนหลังไปเป็นเวลากว่าพันล้านปี...ว่ามีความคงทนเป็นอมตะ ดนุภพหูผึ่งทวนเบาๆ

“อมตะเหรอ!?!”

เวลาเดียวกัน เทวัญที่ร่างกายกำลังทรุดโทรม มองเพชรละอองทะเลและเพลิงสุริยาที่เก็บไว้ในกล่องอย่างดี พูดกับโรมันและรสลินว่า เพราะเกิดขึ้นยากเพียงไร ก็แตกดับยากเท่านั้น เพชรจึงถูกเรียกว่า invincible ไม่สามารถทำลายได้ รสลินถามว่าหมายถึงไม่มีวันตายหรือ

เทวัญบอกว่าตำนานว่าไว้อย่างนั้น

“แต่ทั้งเพลิงสุริยา ทั้งละอองทะเล ก็พิสูจน์แล้วว่าตำนานคือความจริง เพราะฉะนั้นเนตรปฐพีก็ต้องทำให้ไม่ตายได้จริงๆเหมือนกันใช่ไหมครับพ่อ” โรมันถาม เทวัญ บอกว่าตอบไม่ได้หรอกจนกว่าเนตรปฐพีจะมาอยู่ตรงหน้าตน

“ถ้าอย่างนั้นต่อให้ยากลำบากยังไง ลูกก็จะเอาเนตรปฐพีมาให้พ่อให้ได้ พ่อบอกมาเลยค่ะว่าเนตรปฐพีอยู่ที่ไหน”

“ถึงฉันจะไม่รู้ แต่ก็มีคนที่ให้คำตอบได้” เทวัญบอก มองหน้าโรมันกับรสลินอย่างวัดใจ

ooooooo

กันยิกาอ่านตำนานเบญจอัญมณี มีดาราวรรณนั่งฟังอย่างตั้งใจ

“ไม่มีใครรู้ว่าเนตรปฐพีถูกค้นพบที่ไหน เมื่อไรแต่ได้รับการบันทึกไว้ว่าเมื่อปี 1330 นิโคลัส เฟลมเมล ได้ใช้เนตรปฐพีเป็นส่วนหนึ่งในการเล่นแร่แปรธาตุเพื่อสร้างชีวิตนิรันดร์ หลังจากที่เขาเสียชีวิตลง แต่หลุมศพของเขากลับว่างเปล่านั้น ก็ทำให้ผู้คนเชื่อว่านิโคลัสรอดพ้นจากความตายและกลายเป็นอมตะ...”

กันยิกาอ่านผ่านๆไปจนถึงข้อความสำคัญจึงอ่านออกเสียงให้ดาราวรรณฟังว่า กลางศตวรรษที่ 17 พบเพชรที่มีลักษณะคล้ายเนตรปฐพีอีกครั้ง ลือกันว่าท่านเคาท์ เซนต์ เกอร์แมน แห่งขุนนางอังกฤษเป็นผู้ครอบครอง หลายคนเชื่อว่าท่านเป็นอมตะแต่เขาก็โดนจับด้วยข้อหาทางการเมืองและเสียชีวิตลงเมื่ออายุ 84 ปี

ดาราวรรณขัดขึ้นว่า ไหนว่าเป็นอมตะไง กันยิกาอ่านต่อไปว่า

“สองร้อยปีต่อมามีนักมายากลชาวฝรั่งเศส อ้างตัวว่าเป็นท่านเคาท์ เซนต์ เกอร์แมน พร้อมแสดงวัตถุ

ที่อ้างว่าเป็นเพชรเนตรปฐพี แต่ก็ไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าใช่จริงหรือไม่ เพราะสุดท้ายนักมายากลคนนี้ก็ได้หายสาบสูญไปพร้อมกับเพชรดังกล่าว จนกระทั่ง...”

กันยิกาหยุดเพราะข้อความขาดกระดาษแหว่งเหมือนโดนแทะ ดาราวรรณขัดใจมากบ่นว่าแล้วจะรู้ไหมว่าเนตรปฐพีมันไปส่องประกายอยู่ส่วนไหนของโลก

ดนุภพแอบฟังสงสัยว่าสองน้าหลานตามหาเนตรปฐพีเพชรแห่งอมตะไปทำไม ขณะขยับเข้าไปฟังใกล้ยิ่งขึ้นนั้น เกิดเสียงเล็กน้อยเขารีบหลบ กันยิกาและดาราวรรณได้ยินมองขวับไปที่ประตู ดนุภพมองหาทางหนีทีไล่ทันที

กันยิกาให้ดาราวรรณเฝ้าหนังสือไว้ ตัวเองหยิบปืนในเก๊ะย่องไปที่ประตู ถาม

“ใคร!”

พอโผล่ไปก็เห็นหลังคนวิ่งเลี้ยวมุมบันไดไปอย่างเร็ว เธอถือปืนไล่ตามทันที

ดนุภพกระโจนข้ามราวบันได โดดเหยียบเก้าอี้ ม้วนตัวหลบหลังกำแพงด้วยลีลาสวยงามตามแบบฉบับของกุหลาบขาวแล้วหยุดแอบดู ครู่เดียวกันยิกาในชุดนอนก็ถือปืนวิ่งลงบันไดมาด้วยท่วงท่าที่สวยงามและเซ็กซี่จนดนัยเทพที่ดูผ่านแว่นตาอยู่ข้างนอกถึงกับครางออกมาว่า...อะไรมันจะเร้าใจขนาดนี้...

ดนัยเทพกลัวดนุภพจะเคลิ้ม เร่งให้รีบออกมาก่อนที่จะเสร็จเธอ ดนุภพกลับบอกว่าตนอยากเป็นอย่างนั้น พลางถอดแว่นและหูฟังตัดการเห็นและการฟังของดนัยเทพออก จ้องไปที่กันยิกาอย่างอยากจะลองดี ดนัยเทพเอะอะว่าปลดกล้องทำไม แต่ดนุภพไม่ได้ยินแล้วเลยได้แต่กังวลกลัวหลานชายจะถูกนารีพิฆาต

ดนุภพวิ่งมาที่ระเบียงออกไปสระว่ายน้ำ กันยิกาวิ่งตามไปรู้สึกมีคนมองอยู่ข้างหลังแต่พอหันเตะและยิงกลับกลายเป็นใบกล้วย เธอหัวเสียหันกลับมาก็เจอกุหลาบขาวยืนเท่อยู่แล้ว

“กุหลาบขาว!”

“โอ้ว! คุณยิกานักร้องเจ้าเสน่ห์ขวัญใจหนุ่มๆ ในสังคมชั้นสูง รู้จักผมด้วย”

กันยิกาชะงักคุ้นกับเสียงนั้น แต่ไว้ฟอร์มพูดเหน็บว่า “หึ คนดีมักไม่ดัง แต่โจรอยากดังมีใครบ้างไม่รู้จัก” ดนุภพถามว่าเธอรู้ได้ยังไงว่าตนเป็นโจรกุหลาบขาว หรือว่าเราเคยเจอกันมาก่อน

กันยิกาอึ้งที่หลุดปากออกไป ทำเป็นมองหาดอกกุหลาบ ถามว่าหรือไม่ใช่เพราะไม่เห็นพกกุหลาบมาสักดอก ดนุภพกำมือพลิกแบบนักมายากล พอคลายมือออกก็มีกุหลาบขาวอยู่ในมือแล้ว

“นี่ไงฉันเดาถูกเผงเลยว่าคุณคือไอ้โจรกุหลาบขาว”

ดนุภพจูบดอกกุหลาบยั่ว แล้วสะบัดมือไปข้างหลังเหมือนจะชักปืน กันยิกาตกใจยิงทันที ที่แท้ดนุภพเอาช่อกุหลาบออกมา กุหลาบถูกยิงกระจุยลูกปืนพุ่งเข้าหน้าอกเขา ดนุภพหงายตกสระ กันยิกาวิ่งมาดูเห็นเขาแน่นิ่งในสระเหมือนตาย

กันยิกาตกใจคิดว่าตนฆ่าคนตายวางปืนกระโดดลงสระว่ายไปหาดนุภพที่นอนนิ่งไม่ไหวติง แต่พอจับชีพจรยังเต้นอยู่ เลื่อนมาจับที่หัวใจปรากฏว่าเต้นแรงจนเธอตกใจ

ทันใดนั้นดนุภพลืมตาคว้ากันยิกาไปกอดซุกไซ้อย่างใหลหลง กันยิกาดิ้นร้องให้ปล่อย

“ถ้าปล่อยง่ายๆกุหลาบขาวก็เป็นผู้ชายที่โง่ที่สุดในโลกน่ะซิ” กันยิกาด่าว่าโจรหน้าด้านถ้าเป็นลูกผู้ชายต้องไม่รังแกผู้หญิงสิวะ ดนุภพได้ทีถามว่าผู้หญิงอะไรพูดวะ แบบนี้ต้องถูกทำโทษ ดึงผ้าปิดปากตัวเองผูกตาเธอแล้วจูบอย่างดื่มด่ำ กันยิกาดิ้นทุบไม่ยั้ง...

แต่แรงแค้นหรือจะสู้แรงพิศวาส ถูกระดมจูบครู่เดียว ร่างที่ดิ้นก็กลายเป็นระทวย มือที่ทุบตีก็กลายเป็นโอบกอด...ดนุภพที่เผยโฉมหน้าตัวเองแล้วมอง

กันยิกาในอ้อมกอดอย่างหลงใหล รู้ตัวว่าหลงรักผู้หญิงคนนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว...

ขณะที่ต่างตกอยู่ในภวังค์จนลืมโลกนั้น ดาราวรรณตามมาร้องเรียกกันยิกา ดนุภพตกใจรีบดำน้ำหนี กันยิกาได้สติดึงผ้าผูกตาออกบอกว่า กุหลาบขาวเข้ามาในบ้านเรา ดาราวรรณส่ายปืนหาก็ไม่เจอเห็นแต่กลีบกุหลาบขาวที่ลอยอยู่เต็มสระ

“เอ่อ...มันหนีไปแล้วค่ะ ทิ้งไว้แต่...กลีบกุหลาบ” กันยิกาตอบเขินๆงงๆ

ooooooo

ที่บ้านดนุภพ พอสองอาหลานกลับไปเจอกัน ดนุภพบอกว่าตนได้คำตอบแล้วไม่ต้องเสียเวลาสงสัยอีก กันยิกาคือคนที่ใช่ ดนัยเทพถามว่าใช่อะไร? เขาบอกว่าเธอคือคนที่ตนรัก ดนัยเทพขัดคอว่าตอนคั่วกับอิสริยาไม่เห็นพูดแบบนี้

“อย่าไปพูดถึงบุคคลที่สามเลยครับ มาพูดถึงบุคคลสำคัญหนึ่งเดียวคนนี้ดีกว่า...ยิกาไม่ใช่แค่สวย แค่เก่งซ่อนคมมีฝีมือแต่เก็บงำไว้ไม่แสดงออกต่อหน้าสาธารณชน ไม่อย่างนั้นวันที่ริยาพาเพื่อนตามไปเอาเรื่องยิกาที่ร้านอาหาร ริยาคงเข้าไอซียูไปแล้ว”

“เจอไอ้โม่งบุกเข้าบ้านยามวิกาล ผู้หญิงบอบบางไม่ตกใจกลัวแถมคว้าปืนไล่ตามโจรเพียงคนเดียวไม่ตะโกนไม่ร้องขอความช่วยเหลือ” ดนัยเทพทบทวน ดนุภพเสริมว่าประจันหน้ากับตนจะจะก็ถีบตนใช้ปืนชี้หน้าด่าไอ้กุหลาบขาวอีก “แถมเห็นแกในคราบไอ้โม่ง ไม่มีป้ายแขวนคอแต่ยังรู้ว่าแกเป็นกุหลาบขาวเพราะฉะนั้นยิกาคนนี้นี่แหละ คือ...”

“แมวตาเพชร!!” สองอาหลานฟันธงพร้อมกันแล้วสองอาหลานก็เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เมื่ออาชอบน้าและหลานชอบหลาน ดนุภพชวนอามาวางแผนจับแมวตาเพชรให้ได้คาหนังคาเขากัน

เวลาเดียวกัน ดาราวรรณก็กำลังซักถามกันยิกา ไม่เชื่อว่าฝีมือระดับแมวตาเพชรจะเสียท่าให้กุหลาบขาว ถามว่าไปโดนท่าไหนเข้าล่ะ กันยิกาตัดบทว่าท่าไหนก็ช่างเถอะเอาเป็นว่าคราวหน้าตนจะไม่ให้พลาดอีกจะเอาคืนให้ได้

ดาราวรรณร้อนใจที่ถูกกุหลาบขาวบุกมาใกล้เราขนาดนี้ กันยิกาชี้ว่าเพราะหนังสือเล่มนั้นแหละ เขาคงตามน้ามาจากห้องสมุดจะมาชิงหนังสือไปไขปริศนาเพชรอมตะเม็ดที่ 3

“เดี๋ยวๆๆ กุหลาบขาวมันรู้ว่าหนังสืออยู่กับเราแบบนี้แล้วมันไม่สงสัยหรือว่าเราอาจจะเป็นพวกแมวตาเพชร”

“เขาต้องสงสัยอยู่แล้วค่ะ” ดาราวรรณตกใจว่าถ้าคู่แข่งรู้ความลับเราก็จบกัน “เราก็หยุดมันไว้ที่แค่สงสัยซีคะ มันอยากสงสัยก็สงสัยไปแต่ต้องไม่ให้มันจับได้คาหนังคาเขา”

ooooooo

เอกราชเครียดกับคดีที่รับผิดชอบ ยังหาหลักฐานเชื่อมโยงถึงเพชรที่ถูกปล้นไปไม่ได้ เพชรไม่ถูกนำออกนอกประเทศ ไม่ได้ถูกปล่อยในตลาดมืด แล้วเพชรหายไปไหน?

รูปและเอกสารกองเต็มโต๊ะ แต่เชื่อมโยงอะไรไม่ได้เลย เอกราชบอกให้หมวดเอไปพักผ่อนเสียเพราะเที่ยงคืนแล้ว พอหมวดไปเขารู้สึกหิวไปหาเสบียงในตู้ก็หมด จึงเดินไปรถเข็น “บะหมี่เกี๊ยวขวัญใจตำรวจ” ที่หลัง สน. เจอเสาวนุชกำลังโซ้ยบะหมี่อยู่พอดี เขาดีใจหวังว่าจะได้ข่าวอะไรจากเธอบ้าง

แต่พอเข้าไปยิ้มทัก เสาวนุชยังไม่หายงอนประชดว่ายิ้มมาแบบนี้หวังอะไรถ้าไม่จริงใจอย่ามาเสแสร้ง ซ้ำประชดว่าตนไม่สวยไม่เอ็กซ์เหมือนแม่นักร้อง ควักเงินจ่ายค่าบะหมี่แล้วลุกหนีไปเลย

เอกราชตามไปก็ถูกหาว่าจะมาล้วงข้อมูลจากตน แต่เขาไม่มีความจริงใจ ไม่มีความพยายามก็อย่าหวังเลยว่าจะได้ข้อมูลอะไรจากตนอีก

เสาวนุชหนีกลับคอนโด เอกราชตามไปที่คอนโด ซื้อขนมปังสังขยากับชาร้อนไปฝาก แถมลูกชิ้นปิ้งเจ้าอร่อยจากประตูน้ำอีกหนึ่งไม้

เพราะตัวเองยังมีใจให้เขาอยู่ เอกราชปะเหลาะไม่นานก็ใจอ่อนยอมกินของฝากและคุยด้วย เอกราชถามทันทีว่า

“คืนนั้นที่เธอไปดักถามนายเทวัญที่หน้าฟิตเนสพอกลับบ้านก็มีชายสองคนสะกดรอยตาม แล้วที่คอนโดก็ถูกรื้อค้น ฉันก็เจอเหมือนกันไปดักถามนายเทวัญที่ร้านอาหารก็ถูกไอ้โม่งตามยิงถล่มปางตาย”

“แล้วคำถามเดียวที่เราถามนายเทวัญเหมือนกันคือคืนที่มหาราชามาคัสถูกฆ่าชิงเพชรเขาก็หายไป”

“ทั้งๆที่ตัวเองมีชื่อเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงและเป็นเจ้าของตึกด้วย”

ทั้งสองแลกเปลี่ยนข้อมูลกันแล้ว เสาวนุชฟันธงว่า เทวัญต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าปล้นเพชรมหาราชามาคัสล้านเปอร์เซ็นต์ เอกราชติงว่า แต่คนที่เจออยู่กับศพมหาราชามาคัสคือกุหลาบขาว เสาวนุชคาดว่ากุหลาบ–ขาวอาจจะเป็นเทวัญก็ได้

“ไม่ใช่!” เอกราชตอบทันที เสาวนุชถามว่าเขารู้อะไรมา หรือรู้ว่าใครคือกุหลาบขาว เธอตื่นเต้นลุกขึ้นรบเร้าถามอย่างใกล้ชิด เอกราชพยายามเบี่ยงตัวหลบยืนยันว่าตนไม่รู้ ถึงรู้ก็บอกไม่ได้เพราะเป็นความลับของราชการ เสาวนุชจึงถอยไป

เสาวนุชเสนอว่าเขาอย่ามัวแต่จ้องจับกุหลาบขาวอยู่เลยอาจจะหลงทางก็ได้ ควรดูคนรอบข้างอย่างผู้กองวรุฒและจ่าฉิวบ้าง เพราะสองคนนี้ไม่เกี่ยวกับคดีปล้นเพชรเลยแต่ก็โผล่ไปทุกที่ที่เขาทำคดี แม้แต่วันที่ตนเจอหลักฐานว่าเทวัญเป็นเจ้าของตึก ก็แอบได้ยินสองคนสุมหัวกันหลังจากที่เขาเดินไปแล้ว

หลังจากเล่าให้เอกราชฟังแล้ว เสาวนุชตั้งข้อสังเกตว่าสองคนนั้นดีใจที่เขาไม่ได้อะไรจากภาพวงจรปิดแปลว่าสองคนนี้ต้องรู้อะไรดีๆ แต่ปิดบังไว้ไม่บอกเขาแล้วจับตาดูการทำงานของเขา เอกราชถามว่าเขาทำอย่างนี้ต้องการอะไร

“อันนี้ฉันก็ไม่รู้นะ มันเป็นไปได้หมด อิจฉา เกลียดขี้หน้า เห็นเป็นคู่แข่ง หรือไม่ก็มีเรื่องใต้โต๊ะ”

ทั้งสองให้ข้อมูลและร่วมกันวิเคราะห์จนพิงกันหลับคาโซฟา เอกราชตื่นขึ้นมาตกใจเพราะสายแล้วเผลอผลักเสาวนุชออกจากตัวขอบใจสำหรับคำปรึกษาแล้วจะรีบไปทำงาน เสาวนุชเสียความรู้สึกมากที่เขาเอาแต่งานจริงๆ บอกว่าทีหลังไม่ต้องมาอีก คว้าหมอนอิงขว้าง ตะโกน “ฉันเกลียดนาย!!”

ooooooo

วรุฒกับจ่าฉิวไปรีดไถเก็บ “ส่วย” จากผู้ประกอบการย่านสถานบันเทิงแบ่งกัน รสลินเห็นพฤติกรรมก็ล่อวรุฒไปในที่ลับตา วรุฒเห็นสาวเซ็กซี่ก็ตามไปอย่างหื่น รสลินอ่อยว่าอยากแชทกับเขา แล้วผลักเขาติดกำแพงอย่างยั่วยวน

รสลินเอาตัวเข้าแลกแล้วบอกว่าเทวัญมีข้อเสนอฝากตนมา เงินแสนแลกกับการเคลื่อนไหวของเอกราช แต่เงินแสนแค่ค่าขนมส่วนค่าเหนื่อยตนจะจ่ายเอง วรุฒถามว่าไม่อั้นใช่ไหม รสลินบอกว่าอยู่ที่ผลงานของเขาแต่ถ้าเขาไม่พอใจจบแค่นี้ก็ได้

“ตกลง...ผมตกลง! ผมจะทำงานให้ดีเยี่ยมเลย” วรุฒกระเหี้ยนกระหือรือ

ฝ่ายดนุภพก็โทรศัพท์คุยกับอานุภาพที่แต่งตัวอำพรางใส่หมวกทรงปานามาไปนั่งกินอาหารเช้าในร้านย่านธุรกิจ

ดนุภพคุยอยู่ที่บ้านโดยมีดนัยเทพฟังอยู่ด้วย เขาบอกอานุภาพหรือชื่อรหัสว่า “มังกี้” ว่า

“งานนี้เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างทางเรากับคู่กรณี รับรองจะไม่มีคนอื่นเดือดร้อน” อานุภาพถามว่าแล้วตนจะได้อะไร ดนุภพบอกว่า 5 ล้าน แค่ส่งข้อมูลเฉยๆ อานุภาพบอกว่าน้อยไป ต่อรองกันจนลงตัวที่ 10 ล้าน

ขณะนั้นเองโรมันเข้ามาในร้านพร้อมสมุนสองคน ตรงไปคว้าคอเสื้อคนใส่หมวกปานามาทันที ตะคอก “มังกี้” แต่ปรากฏว่าจับผิดตัวเพราะอานุภาพจ้างให้คนปลอมตัวมาตบตา ส่วนตัวเขาพอเห็นโรมันเข้ามากับสมุนก็ตัดการติดต่อกับดนุภพหลบออกไป พอโรมันรู้ว่าจับผิดตัวก็เหลือบเห็นอานุภาพกำลังออกไปพอดี สั่งสมุนไล่ตามทันที

อานุภาพหิ้วกระเป๋าวิ่งออกจากร้านเอะใจนึกถึงโทรศัพท์ลึกลับที่โทร.หาตนเมื่อคืนนี้ให้หาเพชรตระกูลเก่าที่ถูกโจรกรรมไประบุว่าอยากจ้างแมวตาเพชรเอากลับคืนมา ครั้นให้บอกรูปพรรณสัณฐานเพชรก็ถูกปฏิเสธว่าไม่เจรจาทางโทรศัพท์แล้วนัดพบกันพรุ่งนี้
โรมันและสมุนวิ่งไล่ตามอานุภาพแต่ก็หลุดสายตาไป พอตามเจอเห็นอานุภาพกำลังเรียกแท็กซี่ เขาสั่งสมุนให้เอารถมาแล้วไล่บี้แท็กซี่ไป

เทวัญรอฟังข่าวโรมันอยู่ รสลินมารายงานว่าโรมันบอกว่ามันไหวตัวทันว่าเราจะไปอุ้ม เลยขึ้นแท็กซี่หนีไปแล้ว

“ไอ้โรมัน ปล่อยทำงานเดี่ยวทีไร มันพลาดตลอด!” เทวัญหัวเสีย พอดีสาวใช้เข้ามาบอกว่าอิสริยามาแล้ว เทวัญปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มทันที ต่างหวานใส่กันราวกับรักกันปานจะกลืนกิน

ooooooo

โรมันขับรถไล่บี้แท็กซี่ที่อานุภาพนั่ง จนกระทั่งเบียดแท็กซี่คันนั้นตกถนน รถของโรมันหยุดไม่ทันขับเลยไป พอหยุดรถวิ่งย้อนมาที่แท็กซี่เปิดรถดู ไม่มีอานุภาพแล้ว

ที่แท้อานุภาพออกจากรถแท็กซี่ขณะตกถนนลงมาโบกแท็กซี่อีกคันนั่งผ่านไป เขามองโรมันที่กำลังงง หัวเราะอย่างสมเพช หึๆ...มือคนละชั้น!

เทวัญหวานกับอิสริยาทั้งที่ใจเครียดเรื่องโรมัน ปากหวานว่าได้ดูคลิปที่เธอมีเรื่องกับกันยิกาที่ร้านแล้วเป็นห่วงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“จะอะไรเสียอีกล่ะคะ ก็แม่นักร้องเริงเมืองกันยิกาแอบขโมยกินดนุภพน่ะซีคะ ริยาเลยต้องไปสั่งสอน”

เทวัญแกล้งแย้งว่ากันยิกาคงไม่ทำอย่างนั้น อิสริยาเลยเอาคลิปในลิฟต์ให้ดู เทวัญเลยเผาดนุภพว่าเคยเจอ

ดนุภพไปหากันยิกาที่บ้าน แต่ดนุภพเป็นแฟนกับเธอ คงจะเป็นฝ่ายตื๊อกันยิกามากกว่า อิสริยาบอกว่าดนุภพไม่ได้เป็นแฟนตนเราเลิกกันแล้ว อ่อยว่าตอนนี้ตนเป็นโสดและกำลังมองหาคนที่เข้าใจไปด้วยกันได้อยู่

แทนที่เทวัญจะดีใจเขากลับเครียดกลัวจะเสียกันยิกาไป พอดีรสลินมาบอกว่าโรมันโทร.มา เทวัญลุกไปคุยเอง อิสริยาผิดหวังที่เทวัญไม่ยินดียินร้ายกับการเป็นโสดของตน ครู่หนึ่งจึงเดินมองหาเทวัญว่าไปคุยโทรศัพท์ที่ไหน

เทวัญโวยวายใส่โรมันโดยมีรสลินเดินตามมาด้วย

“แกปล่อยให้ไอ้มังกี้มันหลุดมือได้งั้นเหรอ!! แกรู้ไหมว่ามันสำคัญกับชีวิตฉันมากแค่ไหน ชีวิตที่เป็นอมตะของฉัน ความรักที่สมหวังของฉันอยู่ที่ปริศนาเพชรเนตรปฐพีที่มันอมไว้อยู่ โธ่เว้ย! ถ้าฉันไม่เจ็บแบบนี้ฉันคงไม่ใช้แกหรอก ฉันจะไปลากคอมันมาด้วยตัวฉันเอง...โอ๊ย...”

เทวัญโมโหจนแผลแตกร้องออกมา รสลินรีบเข้าไปดูบอกให้ใจเย็นๆถึงมันหนีไปได้วันนี้ ตนกับโรมันก็จะตามล่าตัวมันมาให้พ่อให้ได้ เทวัญโบกมืออย่างรำคาญบอกให้เลิกเอาแต่พูด ลงมือทำให้ได้ รสลินรับคำทันที

อิสริยาตามมาได้ยินเสียงแว่วออกมาจึงเข้าไปแอบฟังที่ประตูห้อง ได้ยินเทวัญพูดอย่างหึงหวงว่า

“กันยิกาคือผู้หญิงที่ฉันอยู่ใกล้ๆแล้วหัวใจฉันเต้นแรง ทำให้ความเป็นหนุ่มในตัวฉันฟื้นคืนชีพขึ้นมาก ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้ฉันรู้สึกอย่างนี้มาก่อน ถ้าฉันได้หัวใจของกันยิกามาครอบครองฉันจะมีความสุขไปตราบนานเท่านาน ตราบเท่าที่ฉันจะอยู่ได้นานเป็นอมตะ ฉันต้องหายให้เร็วที่สุดก่อนที่ไอ้ดนุภพมันจะแย่งกันยิกาไปจากฉัน”

อิสริยาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง พึมพำอย่างเข้าใจผิดเรื่องเป็นอมตะว่า

“นังยิกามันต้องเป็นแม่มดหมอผีหรือเล่นของแน่ๆ ถึงทำให้ผู้ชายคลั่งไคล้จนขนาดคิดว่าได้มันแล้วจะทำให้เป็นอมตะ นังกันยิกา! แกแย่งดนุภพไปจากฉันคนนึงแล้ว อย่าหวังเลยว่าแกจะได้คุณเทวัญไปอีกคน ฉันจะเปิดศึกกับแก!”

ooooooo

หนีหลุดรอดจากโรมันได้แล้ว อานุภาพไปเช็กอินที่โรงแรมแห่งหนึ่ง พึมพำกระหยิ่มยิ้มย่องว่า

“10 ล้าน...กับงานจัดอีเวนต์ งานเบาๆ เงินหนัก หึๆๆ” แล้วพิมพ์ข้อความส่งไลน์ไปหาแมวตาเพชรยกแก้วไวน์ดื่ม “หึๆๆ ช่วยไม่ได้นะแมวตาเพชร นี่มันเรื่องธุรกิจ”

กันยิกาได้รับไลน์เปิดดูพึมพำ “มังกี้” อ่านข้อความ “ตามหาเป็ดหลง ด่วนมาก” ก็รู้ทันทีว่าต้องมีงานแน่ๆ รีบถามกลับไป “เมื่อไหร่” มังกี้ตอบกลับทันทีว่า “คืนนี้...เจ้าของเป็ดเดือดร้อนมาก ต้องการเป็ดคืน จ่าย 10 ล้าน”

“รับจ๊อบ” กันยิกาตอบกลับ

พออานุภาพอ่านก็ดีใจ หัวเราะร่า “ฮ่าๆๆ สำเร็จ! มันเรื่องส่วนตัวระหว่างจอมโจร เรามันแค่เมสเซ็นเจอร์ ไปเคลียร์กันเอาเองนะ” แล้วอานุภาพก็พิมพ์ส่งไลน์ไปหากุหลาบขาวทันที

เสียงไลน์ในมือถือดนุภพดังขึ้น เขารีบคว้ามาดูเพราะกำลังรอคำตอบจากมังกี้อยู่

“แมวหลงกลิ่นปลาย่างแล้ว”

ดนุภพยิ้มเมื่อได้อ่านข้อความ คิดถึงกันยิกาพึมพำดีใจสุดๆ...

“คืนนี้แหละ แมวตาเพชรจะถูกลอกคราบเห็นโฉมงามกันยิกาที่ซ่อนอยู่ หึๆๆ”

ดนัยเทพเข้ามาแซวว่า หัวเราะอะไรอยู่คนเดียว ถ้าได้ยินไม่ผิดเป็นเสียงหัวเราะหื่นมาก ดนุภพถามว่า

“ก็เรารออะไรอยู่ล่ะ”

“เฮ้ย!! ไอ้มังกี้ล่อนังแมวสาวมาให้เราเชือดสำเร็จเหรอ”

“ใช่ครับ สั่งจัดแสงสีเสียงได้เลยอา!”

“ได้เลย ไอ้หลานรัก” ดนัยเทพกระดี๊กระด๊าเต็มที่

ดนุภพเตรียมชุดกุหลาบขาวทันที เขาหยิบกุหลาบขาวขึ้นมาหมุนติ้วก่อนก้มลงจูบเป็นสัญญาณว่า จะกระชากหน้ากากแมวตาเพชรมาเชยชมได้สำเร็จ

ฝ่ายกันยิกาก็แต่งตัวเป็นแมวตาเพชรพร้อมออกปฏิบัติการเต็มที่!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 17:20 น.