ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบตัดเพชร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เสาวนุชขวัญเสีย คนแรกที่เธอคิดถึงคือเอกราช หยิบโทรศัพท์โทร.หาเขาทันที เอกราชกำลังเมาเพราะเสียใจเรื่องดนุภพ เขาอยู่กับหมวดเอที่ขับรถให้ หมวดบ่นว่าประพฤติดีมาตลอดไม่น่ามาเสียเพราะผู้หญิงเลย

“ฉันไม่ได้เสียใจเรื่องเพื่อนแย่งผู้หญิง... แต่เรื่องมันแทงข้างหลังทะลุหัวใจคือเรื่องไอ้กุหลาบขาว...” เอกราชกำลังเล่าก็พอดีเสาวนุชโทร.เข้า พอเอกราชกดรับก็ได้ยินเสียงเธอร้องขอความช่วยเหลือมาอย่างตระหนก เขาตกใจรีบไปหาที่บ้าน เห็นบ้านถูกรื้อค้นกระจัดกระจายและเสาวนุชกำลังจัดเก็บก็รีบห้าม

“หยุดก่อน...ถอยไป นี่เป็นที่เกิดเหตุอาจมีร่องรอยของคนร้าย เธออยู่เฉยๆให้เป็นหน้าที่ของพวกฉันเอง”

เมื่อตรวจข้างนอกแล้ว เอกราชบอกให้หมวดเอไปดูในห้องว่ามีอะไรผิดปกติไหม เสาวนุชนึกอะไรได้ร้องห้ามเสียงหลง เอกราชแกล้งจะกลับเธอรีบเรียกไว้ เอกราชจึงให้หมวดเอเข้าไปตรวจ เสาวนุชมองดูอย่างกระสับกระส่ายมีพิรุธ

ปรากฏว่าหมวดเอค้นกล่องต่างๆ เจอรูปถ่ายของเอกราชเพียบ! เอกราชคาดคั้นถามว่าถ่ายรูปเขาไว้มากมายทำไม ต้องการอะไร

ขณะกำลังตึงเครียดกันอยู่นั้น ดนุภพที่เชื่อว่าเอกราชหึงกันยิกาจนมีเรื่องกับตนก็บ่นอย่างคิดไม่ตก ดนัยเทพบอกให้โทร.ไปเคลียร์เสีย ดนุภพจึงโทร.ไป เอกราชกำลังเครียดระแวงว่าเสาวนุชมีเจตนาอะไรจึงแอบถ่ายรูปตนไว้มากมาย เห็นดนุภพโทร.มาจึงกดตัดสาย หันไปคาดคั้นเอาเรื่องเสาวนุชต่อ

“กดตัดสายเลยเหรอวะ แสดงว่ายังไม่หายโกรธ...โอ๊ย...เอาไงดีวะ ไอ้ภพไม่เคยง้อผู้ชายด้วยสิ...”

ฝ่ายดนัยเทพยังติดใจเรื่องดาราวรรณ หยิบโน้ตบุ๊กพิมพ์ชื่อ ดาราวรรณ เอกมณี ค้นหาในกูเกิล ดนุภพชะโงกดูเอะใจว่าชื่อเหมือนน้าของกันยิกา ยิ่งได้เห็นรูปก็ยิ่งใช่

“ผู้หญิงคนนี้แหละที่แย่งหนังสืออัญมณีทั้ง 5 ไปจากฉัน”

“คุณน้าของกันยิกาเนี่ยนะ!! โลกกลมไปรึเปล่าเนี่ย???” ดนุภพทั้งดีใจทั้งงง

ที่บ้านกันยิกา...ดาราวรรณอาบน้ำเสร็จออกมาก็จามหลายครั้งจนกันยิกาถามว่าไม่สบายหรือเปล่า

“มีคนคิดถึงมากกว่า วันนี้นะ มีหนุ่มมาก้อร่อก้อติกน้าด้วย” ดาราวรรณเล่ายิ้มเคลิ้ม บ่นเสียดายที่ตนกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่พอดี เดินไปหยิบหนังสืออัญมณีให้กันยิกาดู “นี่ไงกุญแจไขปริศนาว่าอัญมณีเม็ดที่สาม ที่ทำให้รอดพ้นจากการเกิดแก่เจ็บตายคืออะไร”

กันยิกาดูหนังสือเล่มใหญ่ น้าหลานยิ้มให้กันด้วยความดีใจที่ได้หนังสือสำคัญนี้มา

ooooooo

เอกราชระแวงเสาวนุชว่าใครส่งเธอมาสืบเรื่องของตนจึงได้ถ่ายรูปไว้มากมาย คาดคั้นจนเสาวนุชยอมเปิดเผยความจริง ถามเขาว่า “นายจำฉันไม่ได้จริงๆเหรอ”

เสาวนุชเล่าอดีตนับแต่วันที่เจอเอกราชบนรถเมล์สายที่ผ่านโรงเรียนนายร้อย ขณะนั้นเธอเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายต้องนั่งรถผ่านโรงเรียนนายร้อยเป็นประจำ เวลานั้นเธอเฮี้ยวเซี้ยวแก่นซ่ามาก เมื่อเห็นเอกราชใน

ชุดนักเรียนนายร้อยขึ้นรถมาอย่างเท่ถูกเพื่อนๆยุก็เอากุหลาบแดงที่เตรียมมาเดินไปยื่นให้เขา

“แฮปปี้วาเลนไทน์ค่ะ พี่เอกคะ” เอกราชยืนตัวตรงเชิดเหมือนหุ่นกลัวผิดระเบียบ เธอยิ้มทะเล้นถาม “ไม่มีมือ รับไม่ได้ใช่ไหมคะ งั้น...หนูเสียบนะคะ”

เพื่อนๆพากันกรี๊ด ผู้โดยสารอื่นรวมทั้งคนขับเห็นความแก่นทะเล้นของเสาวนุชก็พากันยิ้ม หัวเราะ เพื่อนเอกราชที่ขึ้นรถมาด้วยก็ยืนนิ่งเหมือนหุ่น เอกราชกลัวผิดระเบียบถูกทำโทษก็พยายามมาพูดโดยไม่ขยับปาก

“หยุดเดี๋ยวนี้ เด็กบ้า ไม่เอา ไปให้พ้น” เสาวนุชยิ้มค้าง “ผมไม่ปลื้มประเพณีวาเลนไทน์ เป็นผู้หญิงควรรักนวลสงวนตัว ทำตัวให้มีค่า ไม่ใช่มาทำแก่นแก้วแบบนี้ ถ้าพ่อแม่รู้คงเสียใจแย่”

เอกราชถูกรุ่นพี่ตำหนิว่าเล่นอะไรกับน้องเขา เอกราชตอบอย่างไม่ไว้หน้าเสาวนุชว่า

“ผมไม่ได้เล่นครับเฮีย ยัยบ้านี่สิตื๊อผมอยู่ได้ หน้าไม่อายผมรำคาญจะแย่อยู่แล้ว”

คนในรถพากันมองเสาวนุชทั้งขำทั้งตำหนิและสมเพช เธออายและเจ็บปวดมากทำปากงึมงำ “คนใจร้าย!!” แล้วกดกริ่งวิ่งลงจากรถ เพื่อนๆรีบวิ่งตามลงไป

เสาวนุชเล่าเรื่องในอดีตทั้งปลื้มและเจ็บปวด เอกราชจึงจำได้ถามว่าที่แท้คือเธอนี่เองหรือที่ชอบตามตื๊อตนตอนนั้น ถามว่ารูปของตนที่เธอสะสมไว้แสดงว่าเธอยังชอบตนอยู่ใช่ไหม แต่เสียใจด้วยที่ตนมีแฟนแล้ว อย่าคิดยั่วยวนตนให้เคลิ้มเลย

เสาวนุชพูดจริงจังว่าที่ตนโทร.หาเขาเพราะห้องตนถูกค้นและตนถูกสะกดรอยไล่ตาม สงสัยว่าจะเป็นฝีมือของคนคนเดียวกันคือผู้ต้องสงสัยคดีสังหารมหาราชามาคัสที่ตนเพิ่งเจอมา เอกราชสนใจจี๋ถามว่า ผู้ต้องสงสัยอะไร ที่ไหน ใคร??!!

“ฉันไม่ได้ข้อมูลนี่มาง่ายๆถ้านายอยากรู้ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” เสาวนุชเล่นแง่ทันที

ooooooo

ขณะดนุภพกับดนัยเทพเดินไปขึ้นรถที่หน้าบ้าน ดนัยเทพถามว่าดาราวรรณต้องการหนังสืออัญมณีทั้ง 5 ไปทำไม ดนุภพขอให้อาเป็นพยานให้ตนด้วยว่าตนไม่ได้ไปเจอกันยิกาเพราะเรื่องส่วนตัว แต่จำเป็นต้องไปเพื่องานของเรา

ขณะขับรถไป ดนุภพเห็นรถคันหนึ่งตามมาตั้งแต่ออกจากบ้าน เขาลองเลี้ยวเข้าตรอกซอกซอยรถคันนั้นก็เลี้ยวตาม ดนัยเทพถามว่าพวกไหนกัน มันเล่นตามกันแบบเปิดเผยไม่แคร์สื่อเลย ดนุภพมองเครียดตัดสินใจ “จัดให้”

แล้วรถสองคันก็แล่นหลอกล่อไล่บี้กันอย่างบ้าเลือด จนในที่สุดรถที่ตามมาก็ถอดใจถอยไปกลัวจะโดนจับได้ ดนุภพเหยียดยิ้มพึมพำเครียด

“ใครกันแน่วะ?”

วันเดียวกันนี้ เทวัญนัดทานอาหารกับอิสริยาและอารยะที่ร้านอาหารหรู อิสริยาสนใจแต่รูปร่างกำยำปึ๋งปั๋งของเทวัญ แต่เทวัญกับอารยะคุยกันเรื่องมหาราชามาคัส อารยะฟันธงว่าการฆ่าที่เหี้ยมโหดอย่างนั้นต้องเป็นพวกโจรใจบาปหยาบช้าแน่ พูดอย่างรำคาญใจว่า

“ตั้งแต่มหาราชามาคัสตายนะ ตำรวจก็เรียกผมไปสอบปากคำตลอด น่าเบื่อมากไม่ได้ทำมาหากินเลย เอะอะไปโรงพัก ภาพลักษณ์ผมเสียหายหมดแล้วเนี่ย...คุณเทวญล่ะครับโดนตำรวจมาสอบบ้างไหม”

อารยะถามขาดคำ ผู้กองวรุฒก็เข้ามาหาเทวัญแนะนำตัวเองแล้วขอเวลาสักครู่ รสลินกับโรมันพยายามกีดกันให้รอเทวัญเสร็จธุระทางนี้ก่อน แต่เทวัญบอกว่า

ไม่เป็นไร อยากคุยกับตนใช่ไหม แล้วเชิญวรุฒเดินจากโต๊ะไป โรมันกับรสลินตามเทวัญไปและจ่าฉิวก็ตามวรุฒไป

ooooooo

แยกไปนั่งโต๊ะห่างออกไปแล้ว วรุฒวางมาดเหมือนตำรวจกำลังสอบปากคำผู้ต้องหา

“มีชื่อคุณเทวัญในรายชื่อแขกของมหาราชามาคัส แต่คุณไม่ได้ไปงานเลี้ยงวันนั้น...ติดธุระสำคัญอะไรหรือครับ”

เทวัญบอกว่าตนไม่สบาย จ่าฉิวดักคอว่าดูเขาแข็งแรงกว่าผู้กองเสียอีก ไม่เหมือนคนป่วยเลย รสลินปกป้องว่าเวลานี้หายป่วยแล้ว วรุฒจับพิรุธว่าหายไวจังรักษาที่ไหนหรือ โรมันบอกว่าเทวัญมีแพทย์ส่วนตัว เขาอยากได้ใบรับรองแพทย์หรือ

“แพทย์ส่วนตัวนี่เสียค่าใช้จ่ายกันยังไงเหรอครับ รายเดือนหรือรายครั้ง คือถ้าผมอยากได้คำปรึกษาจากแพทย์ส่วนตัวของคุณเทวัญบ้าง ไม่ทราบว่าต้องติดต่อที่ไหน” วรุฒรุก ถูกเทวัญตัดบททันทีว่า

“ถ้าคุณสบายดี ก็อย่าถามถึงหมอของผมเลย เขารักษาโรคร้ายแรงโดยเฉพาะ เดี๋ยวมันจะเป็นลาง” วรุฒถามว่าเขาเป็นโรคอะไร เทวัญหัวหมอบอกว่าตนไม่ตอบถามว่าเขามีหมายศาลมาหรือเปล่า วรุฒบอกว่าไม่มี แต่ทำตามหน้าที่

“คุณไม่ใช่เจ้าของคดีมหาราชามาคัสสักหน่อย รู้สึกว่าจะข้ามหน้าข้ามตาเพื่อนไปหรือเปล่า”

“เราช่วยกันครับ ผมทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ผู้ร้ายอยู่ที่ไหน ผมจะตามไปจับมันที่นั่น”

เทวัญมองหน้าอย่างไม่พอใจ ในขณะที่จ่าฉิวมองวรุฒทึ่ง หลังจากนั้นจ่าชมว่าผู้กองเท่มาก กล้าหาญมากที่พูดอย่างนั้น วรุฒบอกว่าตอนนี้พวกมันสนใจตนแล้ว

“เป็นแผนที่เริ่ดมากครับ จากนี้ไป นายเทวัญต้องอยากพบผู้กองเป็นการส่วนตัวแน่ๆ” จ่าฉิวสอพลอ วรุฒบอกว่าหรือมันอาจจะกำลังคิดจะปิดปากตนก็ได้ “ว้าย...แล้วผู้กองไม่กลัวเหรอครับ”

“การลงทุนทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยง” วรุฒเดินออกไปยิ้มๆ

“ใจถึงว่ะ” จ่าฉิวพึมพำทึ่ง

ขณะเดินกลับมาที่โต๊ะ โรมันถามเทวัญว่าเก็บมันเลยไหม เทวัญถามว่าได้ยินมันพูดหรือเปล่า

“ได้ยินสิคะ มันสงสัยเรา” รสลินตอบแทน

“ไม่...มันแค่พยายามทำเหมือนกับว่ามันรู้ทัน ทั้งๆที่มันไม่รู้อะไรเลย” โรมันถามว่าแล้วพ่อจะปล่อยมันไว้หรือ เทวัญยิ้มเหี้ยมบอกว่า

“ตำรวจที่พยายามส่งสัญญาณเตือนมาให้เรารู้ตัวล่วงหน้าว่า ขณะนี้เรากำลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยให้เราระวังตัวไว้ พวกแกว่า มันจะใช่คนที่อยากจะจับเราจริงๆเหรอ”

ooooooo

หลังจากจัดการจนรถที่ตามมาถอยหนีไปแล้ว ดนุภพกับดนัยเทพก็บ่ายหน้าไปที่ร้านดาริกา แต่พอจะเดินเข้าร้าน กันยิกาก็มายืนดักบอกว่า “ร้านยังไม่เปิด”

ดนุภพยิ้มหวานบอกว่าตนไม่ได้มาเป็นลูกค้า

กันยิกายียวนว่าเราไม่รับพนักงานใหม่ ดนุภพยิ้มกรุ้มกริ่มถามว่างั้นตนมาสมัครเป็นอย่างอื่นได้ไหม ดนัยเทพรำคาญที่ทั้งสองยียวนกันไม่เลิก ตัดบทถามว่าน้าดาราวรรณของเธออยู่ไหม

กันยิกาไม่ทันตอบ ดาราวรรณก็เดินออกมาถามว่าใครมาหรือ พอออกมาเห็นดนัยเทพก็อุทานตาเป็นประกาย

“คุณ...”

“ดนัยเทพครับ” ดนัยเทพยิ้มหล่อตาวิบวับ พลางเปิดประตูหลังรถหยิบดอกไม้ในกระถางให้ พูดออกตัวว่า “อาจจะช้ำไปหน่อย เพราะหลานผมมันขับรถซิ่งเหลือเกิน แต่ผมตั้งใจมาให้คุณนะครับคุณดาราวรรณ”

“คุณรู้จักชื่อฉัน?”

“เวลาเราสนใจอะไรสักอย่างหรือใครสักคน เราก็พร้อมทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อสิ่งนั้นไม่ใช่หรือครับ” ดนัยเทพ หลีทันทีพร้อมกับส่งกระถางดอกไม้ให้อย่างอ่อนโยน ดาราวรรณรับกระถางดอกไม้ยิ้มเขินอย่างไม่อาจปกปิดได้แล้วเดินนำเข้าไปในร้าน...

เมื่อเข้ามานั่ง ดาราวรรณเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อว่า

“เมื่อวันก่อนเรายังเป็นคนแปลกหน้ากันอยู่เลย ไม่น่าเชื่อนะคะว่าโลกจะกลมได้ขนาดนี้ คุณ...คืออาของคุณดนุภพ...แปล๊กแปลก”

“แปลกจนเกินไป เพราะโลกกลมหรือเพราะมีคนจงใจจัดฉาก” กันยิกาจิกอย่างหมั่นไส้ดนัยเทพที่ทำตาซึ้งกับน้าดา

ดนัยเทพยังคงอิน บอกว่าแรงโน้มถ่วงของโลกดึงดูดให้เรามาเจอกัน กันยิกาขัดคอว่าแรงโน้มถ่วงทำให้ของในที่สูงตกลงสู่ที่ต่ำต่างหาก ดนุภพติงว่าคนที่ชอบขัดขวางความสุขของคนอื่น กรรมจะตามทัน

ถูกกันยิกาตาขวางถามว่าใครขอความเห็นหรือ ดนัยเทพจึงมาไม้ใหม่สบตากับดนุภพอย่างรู้ทัน ทำเป็นได้กลิ่นไหม้อะไร ใครทำกับข้าวไว้แล้วลืมหรือเปล่า ดนุภพ ประสานเสียงทันทีชวนกันยิกาไปดูกัน เพื่อเปิดโอกาสให้อาขี้เหงาของตนได้อยู่ตามลำพังกับดาราวรรณ

“ที่แท้ก็ใช้ให้หลานชายทำแผน” ดาราวรรณรู้ทันพูดเบาๆว่า “อยากอยู่กับฉันสองต่อสองล่ะสิ...ตาบ้า คิดว่าฉันไม่รู้เหรอ” ดาราวรรณด่าเขินๆ

ooooooo

เทวัญคุยกับวรุฒเสร็จก็เดินกลับไปที่โต๊ะ อารยะถามว่าเรียบร้อยดีไหม อิสริยาพูดแทรกทันทีว่า

“คุณเทวัญเป็นคนดี ก็ต้องเรียบร้อยอยู่แล้วสิคะ คุณพ่อ มาค่ะคุณเทวัญ เรามากินกันต่อดีกว่า”

ไม่ทันที่เทวัญจะนั่ง เอกราชก็เดินเข้ามาหน้าตาขึงขัง ขอคุยกับเทวัญสักครู่ อิสริยาประชดทันทีว่าสำนักงานตำรวจเขาจัดงานมหกรรมอะไรแถวนี้หรือ คนนั้นเดินออก คนนี้เดินเข้า เลยถูกเอกราชเรียกปราม แล้วเชิญเทวัญให้ไปกับตน เพราะตนมีคำถามเกี่ยวกับคดีมหาราชามาคัส

“คุณเทวัญให้ปากคำไปหมดแล้ว เพื่อนร่วมอาชีพของคุณเพิ่งกลับออกไปเมื่อกี้นี้เอง” โรมันขัดขึ้น

“เพื่อนร่วมอาชีพของผม?? ใคร??” แล้วถามเทวัญ ทันทีว่า “คุณได้รับเชิญ แต่ทำไมไม่มีใครเห็นคุณที่งาน”

เทวัญบอกว่าคำถามนี้ตนตอบไปแล้ว รสลินสอนมวยว่าหน่วยงานของเขาน่าจะมีระบบที่ดีกว่านี้ ประสานงานกันให้ดี คุณเทวัญจะได้ไม่ต้องถูกรบกวนซ้ำๆซากๆ เอกราชจึงถามใหม่

“งั้นผมเปลี่ยนคำถาม ทำไมไม่มีใครรู้ว่าคุณเป็นเจ้าของตึกที่มาคัสถูกฆ่าตาย”

“นี่ตกลงคุณเทวัญเป็นเจ้าของตึกนั้นจริงๆเหรอคะ โอ้ว...คุณมีกี่ธุรกิจกันคะเนี่ย ริยานับไม่หวาดไม่ไหวแล้ว”

อิสริยาตื่นเต้นมาก เทวัญยิ้มเย็นๆ พูดอย่างเป็นเรื่องธรรมดามากว่า

“ผมก็เป็นแค่หุ้นส่วนเล็กๆเท่านั้นแหละ เลยไม่รู้จะป่าวประกาศทำไม”

เอกราชดักคอว่าแต่ก็ไม่เล็กเกินที่จะถึงข้อมูลของกล้องวงจรปิดใช่ไหม โรมันปกป้องทันทีถามเครียดว่า

“กล้องวงจรปิดอะไร นั่นมันหน้าที่ รปภ. ทำไมคุณเทวัญจะต้องไปรู้ด้วย”

เทวัญมองโรมันปรามๆแต่ตอบเอกราชยิ้มอย่างเยือกเย็นว่า

“ผมมีหุ้นส่วนไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้ผมมีอำนาจมากเท่าที่คุณคิดหรอก” มองเอกราชถามหยั่งเชิงว่า “แต่ยังไงคดีของคุณก็คงไม่ถึงทางตันหรอกใช่ไหม” เอกราชถามว่าแล้วเขาอยากให้ลงเอยแบบไหน อารยะแทรกขึ้นอย่างรำคาญเต็มที

“โอ๊ย...ยังต้องถามอีกเหรอ ใครที่มันฆ่ามหาราชามาคัสควรโดนตำรวจจับ หรือไม่ก็น่าจะโดนวิสามัญไปเสียที ไอ้พวกเลือดเย็นแบบนี้อยู่ต่อไปก็เป็นภัยสังคม ตายๆไปเสียได้ตำรวจจะได้เลิกมาวุ่นวายกับพลเมืองดีที่รวยๆอย่างเราเนอะ คุณเทวัญ”

“งั้นผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ” เอกราชยิ้ม ไหว้ลาเดินหน้าเครียดออกไป

ooooooo

ดนุภพดึงมือกันยิกาเข้าไปในครัว เธอสะบัดมือ ออกบ่นอย่างหงุดหงิดว่าบอกแล้วว่าตนไม่ได้ทำกับข้าว ค้างไว้ ดนุภพก็ยังยืนยันว่ากลิ่นมันชัดมาก

กันยิกาเดินไปเปิดหม้อ เตาอบ ตู้เย็น ดมๆแล้วบอกว่าไม่เห็นมีอะไรเลย ดนุภพก็ยังยืนยันว่ากลิ่นมันชัดมาก ยื่นหน้าเข้าใกล้จนเกือบชนหน้าเธอแล้วร้องว่ากลิ่นนี้แหละใช่เลย แล้วทำเป็นซู้ดเข้าเต็มปอด “กลิ่นหอม...ชื่นใจ”

กันยิกาเบี่ยงตัวหลบ หยิบมือถือจากกระเป๋ากางเกง จิกตาปราม

“ยังไม่เข็ดใช่ไหม...งั้นฉันโทร.หาเพื่อนรักคุณดีกว่า เอกราชจะว่ายังไงบ้างนะ ถ้ารู้ว่าคุณมาหาฉันอีกแล้ว”

ดนุภพชะงักหน้าหงายไปทันที บอกว่าเขาก็คงรีบมา พอเจอหน้าตนก็ต่อยรัวหรือไม่ก็กระทืบหนักกว่าเดิม มองหน้าถามว่าเธอจะไล่ตนด้วยวิธีนี้ใช่ไหม กันยิกาบอกว่ารู้แล้วก็น่าจะรีบกลับ

“งั้นคุณก็ยอมรับแล้วสิ ว่าคุณใช้เอกราชเป็นเครื่องมือ” พูดแล้วจ้องหน้าก้าวเข้าหาทีละก้าว...ทีละก้าว “คุณไม่ได้ชอบมันและไม่เคยแคร์ความรู้สึกของมันเลย”

ทั้งสองโต้เถียงเล่นแง่กัน ดนุภพก้าวเข้าหาจนกันยิกาถอยไปชนโต๊ะ เขายื่นหน้าเข้าไปบอกว่า

“ไอ้เอกราชมันเป็นเพื่อนรักของผม...ผมไม่อยากให้มันถูกคนที่มันไว้ใจหลอกใช้”

“แล้วถ้าเพื่อนคนที่คุณเอกราชไว้ใจ ดอดมาเต๊าะแฟนเพื่อนล่ะ”

กันยิกาจิ้มบางอย่างเข้าที่ท้องเขา ดนุภพบอกว่าตนไม่กลัวโทรศัพท์มือถือหรอก เธอบอกให้ดูใหม่ดีกว่าไหม พอก้มดู เขาตกใจเมื่อเห็นเป็นมีดปลายแหลมจ่ออยู่ เงยขวับมองหน้าเธออึ้งถามว่าสวยดุหรือถึงเล่นของมีคม เธอจิ้มมีดเข้าไปอีกถามว่าแน่ใจหรือว่าเล่น

“เอ๊ย...ไม่เอาน่า เดี๋ยวผีผลัก เอามาให้ผมนี่มา”

ดนุภพทำเป็นพูดทีเล่นทีจริงจะดึงมีดออก กันยิกาหลบแว้บ เขารู้สึกทันทีว่าท่าของเธอไม่ธรรมดาเลยลองอีก เธอก็หลบได้อีกอย่างคล่องแคล่ว และสวนมีดมาที่คอเขาทันที

“คนที่เปิดร้านอาหารต้องใช้มีดคล่องอย่างนี้ทุกคนหรือเปล่า”

“บ้านฉันมีแต่ผู้หญิงก็ต้องเรียนป้องกันตัวไว้บ้าง ในสังคมสมัยนี้มีแต่คนไม่น่าไว้ใจนี่นา” กันยิกากลบเกลื่อนเมื่อรู้ว่าตัวเองแสดงออกมากเกินไป แต่ไม่อาจลบความสงสัยของเขาได้

กันยิกาถอยออกมาวางมีดลง บอกว่าอาของเขาอยู่กับน้าดาสองคนนานพอแล้วกระมัง แล้วเดินนำออกจากห้องครัวไป ขณะเดินตามกันออกมา ดนุภพก็ยังไม่วายลองเชิงเธออีก แต่กันยิกาก็แก้เกมอย่างมืออาชีพ เขายิ่งมองเธออย่างจับผิด ถามว่าเธอเรียนการป้องกันตัวที่ไหนหรือ ตนอยากไปสมัครบ้าง เธอบอกว่าฟิตเนสทั่วไปแต่คอร์สที่ตนเรียนเต็มหมดแล้ว

ทันใดนั้นเสียงกรี๊ดของดาราวรรณดังลั่นเข้ามา กันยิกาชะงักกลัวน้าจะได้รับอันตรายรีบวิ่งไปที่ห้องรับแขก แต่พอไปถึงกลับเห็นดาราวรรณกำลังคุยกับดนัยเทพถึงดาราและบทบาทที่ชอบจากในหนังอย่างถูกคอ สนุกมาก ดนุภพพรวดเข้าไปถามดนัยเทพว่า “อาทำอะไรครับ”

“ก็...ศิลปวัฒนธรรม เพลง หนัง นักร้อง ดารามันพาเราไป เราก็เลยย้อนวัยกันนิดหน่อย” ดนัยเทพมองหน้าดาราวรรณต่างยิ้มให้กันอย่างถูกอกถูกใจ

กันยิกามองดนัยเทพหนุ่มใหญ่ขี้หลีอย่างไม่ไว้ใจ ทำเป็นเตือนน้าดาว่าเจ็บคอไม่สบายอยู่ควรไปพักผ่อนเสีย ดนัยเทพยิ้มหล่อผสมโรงว่า

“คุณดาราวรรณพักก็ดีนะครับ เก็บแรงไว้คราวหน้าค่อยคุยกันใหม่ เราคุยกันถูกคอจริงๆ”

แต่ดาราวรรณก็ยังคุยถึงนิตยสารและดาราที่ชื่นชอบอย่างติดลม กรี๊ดกร๊าดราวกับวัยรุ่นเมื่อพูดกันโดนใจ

กันยิกามองอย่างไม่พอใจนัก ขณะที่ดนุภพมองผู้ใหญ่ทั้งสองมึนๆ

ooooooo

ขณะเอกราชเดินหงุดหงิดออกจากร้านอาหารที่คุยกับเทวัญ ก็ได้รับโทรศัพท์จากเสาวนุช เขารับสายเซ็งๆ เสาวนุชถามว่าเขารู้แล้วใช่ไหมว่าข้อมูลที่ตนให้เป็นความจริง เทวัญเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้อีกคน

“ก็ประมาณนั้น” เอกราชตอบอย่างไว้ฟอร์มถามว่าโทร.มาแค่นี้หรือ

“เปล๊า...ฉันอยากทวงสัญญาด้วย นายรับปากแล้วนะถ้าข้อมูลที่ฉันให้มีประโยชน์ต่อรูปคดี นายต้องรับสายฉันทุกครั้ง ห้ามตัดสายทิ้งด้วย แล้วก็...ถ้าฉันเรียก ไม่ว่านายทำอะไรกับใครอยู่ที่ไหนก็ต้องรีบมาหาฉันทันที” เอกราชโวยว่าข้อสุดท้ายเธอไม่ได้บอกก่อน

“ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ ฉันเป็นคนตั้งกฎ ก็ต้องมีสิทธิ์เปลี่ยนกฎสิ แต่นายจะไม่ทำตามก็ไม่เป็นไรนะ ฉันจะได้เอาข้อมูลทุกอย่างที่ฉันรู้ไปบอกผู้กองวรุฒ” แล้วลดเสียงเหมือนพูดกับตัวเองจงใจให้เขาได้ยินว่า “จับคนร้ายตัวจริงได้ ได้เลื่อนกี่ขั้นนะ...” แล้วตัดสายเลย

เอกราชมองโทรศัพท์อย่างหงุดหงิด กำลังจะเก็บก็มีสายเข้าอีก เขานึกว่าเสาวนุชโทร.มายั่วอีก ถามทันทีว่าจะโทร.มากวนประสาทอะไรอีก ที่แท้เป็นสายจากหมวดเอ เขาถามว่าตามไปถึงไหนแล้ว...

ที่แท้หมวดเอได้รับคำสั่งให้ตามดนุภพกับดนัยเทพขณะที่ทั้งสองจะไปหาดาราวรรณ แต่ถูกจับได้และย้อนเกล็ดเล่นงานจนสุดท้ายหมวดต้องถอยเพราะกลัวจะถูกจับได้

“ไอ้ดนุภพรู้ตัวแล้วเหรอ...เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง ไอ้ดนุ...เมื่อแกไม่จริงใจกับฉัน แล้วฉันจะทำอะไรซื่อๆโง่ๆ จริงใจกับแกไปทำไมวะ แกเสแสร้งได้ ฉันก็แสร้งเป็นเหมือนกัน” เอกราชหมายมั่นปั้นมือแล้วเดินไปขึ้นรถทันที

ที่มุมหนึ่ง โรมันมองเอกราชที่กำลังขึ้นรถแล้วขับรถออกไป

ooooooo

ขณะดนุภพกับดนัยเทพนั่งรถกลับนั้น ดนุภพถามอาว่า เรามากันวันนี้ตั้งใจว่าจะมาสืบเรื่องหนังสือ ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมอาถึงได้คุยถูกคอกับดาราวรรณได้ขนาดนี้

“เฮ้ย...มันเป็นแอ็กติ้ง เราต้องทำให้ปลาตายใจยอมกินเหยื่อก่อนสิวะถึงจะกระตุกเบ็ด ว่าแต่อา แกล่ะหายเข้าไปในครัวตั้งนานสองนาน ทำอะไรวะ”

ดนุภพบอกว่าจับพิรุธนางแมวเหมียว เล่าว่ากันยิกาไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาๆอย่างที่เธอพยายามทำให้เชื่อ เจ้าหล่อนทำให้ตนนึกถึง...แต่ไม่ทันเล่าก็ได้รับโทรศัพท์จากเอกราช แม้จะใจไม่ดีแต่ก็กดรับ

“ไอ้เอกราช...ตอนนี้เหรอ...เออ ได้สิ เดี๋ยวเจอกัน” ดนุภพวางสายหน้าเครียด ดนัยเทพแซวว่าให้เอาลูกประคบไปด้วยเผื่อโดนอัดจะได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้เลย ดนุภพไม่ขำ มองโทรศัพท์ตัดสินใจ...เป็นไงเป็นกัน!

ดนุภพไปที่สวนใต้สะพานที่นัดกัน คอยเอกราชอย่างระมัดระวัง พอเอกราชมาก็มองอย่างดูเชิงว่าเพื่อนจะมาไม้ไหน แต่แล้วก็ผ่อนคลายเมื่อเอกราชขอโทษที่ใช้อารมณ์ ใช้กำลังกับเขาวันนั้น ดนุภพมองอย่าง

สงสัยว่าไม่เคยเห็นเขาจริงใจขนาดนี้มาก่อน

“เพราะฉันรักนายไง ฉันเลยจริงใจมาก ถ้าเราทำผิดก็ต้องรู้สึกผิดใช่ไหม ยิ่งทำผิดกับเพื่อนรักด้วยแล้ว ก็ต้องยิ่งรู้สึกแย่กว่าปกติสิ” ดนุภพเลยขอโทษด้วย “ฉันเป็นคนต่อยนายนะเว้ย จะมาขอโทษทำไม นายไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยนี่ จริงไหม”

ทันใดนั้นมีรถโฟร์วีลใหญ่สีดำแล่นเข้ามาแล้วเบรกเอี๊ยด ประตูรถเปิดชายชุดดำสองสามคนกระหน่ำยิงทันที ดนุภพกับเอกราชโดดหลบหลังเสาแทบไม่ทัน

ดนุภพถามว่าพวกนี้มาจากไหน พวกพ่อค้าเพชรที่เป็นคู่แข่งตนคงไม่มีอาวุธสงครามครบมืออย่างนี้ เมื่อถูกชายชุดดำกระหน่ำยิง เอกราชโยนปืนให้ดนุภพ บอกว่าดูซิว่าจะแม่นเหมือนตอนซ้อมไหม ดนุภพรับปืนยิง

อย่างคล่องแคล่วแม่นยำ แถมยังตีลังกากลับหลังยิงอีก เอกราชมองอย่างสังเกต ชมว่าแม่นกว่าตำรวจอย่างตนเสียอีก ดนุภพพูดออกตัวว่ายังไงตนก็เก่งสู้มืออาชีพ

อย่างเขาไม่ได้หรอก ดนุภพและเอกราชยิงชายชุดดำบาดเจ็บไปสองคน

ที่แท้คนชุดดำเหล่านั้น คือเทวัญ โรมัน รสลินและลูกน้องนั่นเอง ดนุภพใช้ด้ามปืนตีหัวสมุนคนหนึ่งสลบแต่เขาก็ถูกรสลินยิงเฉี่ยวเสื้อ เขายิงตอบโต้พลางวิ่งหนี รสลินวิ่งตามทันที

เอกราชสู้กับโรมัน เขาจับสมุนคนหนึ่งเป็นตัวประกันเอามารับกระสุนแทนจนสมุนถูกยิงร่างพรุน ขณะเขากำลังเข้าตาจนถูกโรมันบุกเข้าหา ดนุภพก็ยิงโรมันจนต้องหลบไป

จากฝีมือการต่อสู้ เอกราชฟันธงว่าดนุภพคือกุหลาบขาวจริงๆ! แต่ดนุภพยังไม่รู้ตัว ร่วมกับเพื่อนรักต่อสู้กับคนชุดดำเอาเป็นเอาตาย จังหวะหนึ่ง ทั้งสองหลบเข้าไปเจอทางตัน รสลินสะใจว่าคราวนี้เสร็จแน่ ยิงปืนเข้าไปเฉี่ยวแขนเอกราช ดนุภพประคองเอกราชวิ่งไปจนสุดทาง

ดนุภพหันมองวิถีกระสุนที่ไล่ยิงมาแล้วยิงสวนไปถูกท้องเทวัญอย่างจังหงายหลังไป รสลินกับโรมันตกใจร้อง

“พ่อ!!!”

ดนุภพได้ยินชะงักกึก ในขณะที่เอกราชมองดนุภพอึ้งทึ่งในฝีมือ รสลินและโรมันรีบประคองเทวัญไปขึ้นรถ โรมันพยายามห้ามเลือดให้แต่เลือดก็ยังทะลักไม่หยุด รสลินพร่ำบอก “พ่อ...อย่าเป็นอะไรนะคะ”

เทวัญเหงื่อกาฬแตกพลั่ก นิ่วหน้าเจ็บเหมือนจะตาย...

ooooooo

เทวัญถูกนำตัวกลับถึงบ้านในสภาพร่อแร่ต้องเอาเตียงเข็นเข้าไป หมอพยาบาลเตรียมพร้อม พอเข้าห้องผ่าตัดหมอฉีดยาสลบเตรียมลงมือผ่าตัดทันที

ระหว่างหมอผ่าตัดเทวัญ โรมันก็สั่งลูกน้องให้เคลียร์สถานที่ต่อสู้กันให้หมดจดอย่าให้เหลือร่องรอยเด็ดขาด

หมอดูบาดแผลของเทวัญบอกว่ากระสุนเข้าจุดตาย รสลินเสนอให้เอาเพชรละอองทะเลมารักษาได้ไหม โรมันบอกว่าเพชรละอองทะเลใช้รักษาโรคร้าย ระหว่างนั้นหมอต้องปั๊มหัวใจเทวัญอีก โรมันเชื่อว่าพ่อสู้มาได้ขนาดนี้ไม่มีทางที่จะทิ้งทุกอย่างไปหรอก

ในที่สุดคลื่นหัวใจของเทวัญก็กลับมา โรมันดีใจบอกว่าพ่อกลับมาแล้ว รสลินดีใจจนร้องไห้โฮ

ดนุภพรีบพาเอกราชไปโรงพยาบาล ปลอบใจเพื่อนรักว่าอย่านึกถึงแผล ทำใจให้สบาย แข็งใจไว้ พยายามกระตุ้นไม่ให้เอกราชหลับ กลัวเดี๋ยวจะไม่ตื่น

หมอนพดลเข้ามา ดนุภพดีใจอุทาน “พี่ปราการ!!!” พอนึกได้ก็เปลี่ยนเป็นเรียกหมอนพดล ขอให้ช่วยเพื่อนตนด้วยเอกราชจ้องนพดลครู่เดียวก็จำได้ ดีใจจนลืมความเจ็บปวด

“พี่ปราการ...พี่ปราการที่หายตัวไปน่ะนะ!!”

ดนุภพกลบเกลื่อนบอกเอกราชว่า หมอนพดลเก่งมาก ฝีเข็มเนียนที่สุด โดนหนักกว่านี้นายก็จะไม่มี แผลเป็นคีลอยน์ เอกราชขัดคอว่าพูดเหมือนมีประสบการณ์ มองดนุภพอย่างจับผิด นพดลทำแผนเสร็จก็พูดคุยอย่างเปิดเผยตัวว่า

“พวกนายก็รู้ว่าเกิดอะไรกับครอบครัวพี่ คงเข้าใจว่าทำไมพี่ต้องปิดบังตัวเอง” เอกราชติงว่าแต่เขาติดต่อ

ดนุภพบ่อย ดนุภพบอกว่าก่อนหน้าเขาไม่กี่วันหรอก บอกเอกราชว่า

“พี่ปราการพยายามตามหาน้าเล็กกับน้องบุษ แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า”

นภดลบอกว่าคงตามหายากเพราะทั้งสองอาจเปลี่ยนชื่อ นามสกุลเพื่อความปลอดภัย

“แต่ผมอาจช่วยพี่ได้” เอกราชบอก ดนุภพดีใจบอกว่าใช่เพราะเขาเป็นตำรวจ เอกราชสะกิดใจ ย้ำกระหนาบ ว่า “อืม...ฉันเป็นตำรวจ”

“ขอบใจนายสองคนมากนะ ดนุภพ เอกราช พี่ดีใจที่ได้เจอพวกนายอีกครั้ง แต่ไม่ดีเท่าไรที่เจอนายในสภาพแบบนี้” นพดลมองเอกราชเย้า แล้วฉีดยาที่ใกล้แผลบอกว่าเดี๋ยวต้องเย็บสด เอกราชร้องลั่น

ดนุภพแซวว่าโดนยิงยังไม่ร้องมาแผดเสียงเอาตอนโดนเข็มนี่แหละ เอกราชได้ทีเหน็บหยั่งเชิงว่า

“ใครจะเก่งเหมือนนายวะ ยิงปืนก็แม่น หลบกระสุนก็คล่อง เก่งยิ่งกว่าตำรวจอย่างฉันเสียอีก นี่ถ้าไม่ได้นาย ฉันก็คงโดนยิงตายไปแล้ว”

นพดลถามว่าเดี๋ยวนี้ดนุภพมาสายบู๊แล้วหรือ เขารีบกลบเกลื่อนว่าที่ยิงๆ วิ่งๆ นั่นได้ก็เพราะเอกราชสอน ครูดีศิษย์ก็ดีไง แล้วตบไหล่เอกราชหยอกเบาๆ เอกราชทำเป็นยิ้ม

“นายสองคนยังซี้ปึ้กกันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ ดีจังว่ะ” นพดลชื่นชม

ขณะนั้นเอง หมวดเอกระหืดกระหอบเข้ามา ตรงเข้าดูแผลของเอกราชแล้วบ่นว่าแผลแค่นี้เองหรือ ตนคิดว่าโดนหนัก

เอกราชพูดเป็นการเป็นงานว่าคนร้ายโดนยิงต้องทิ้งร่องรอยเลือดเอาไว้แน่ ให้หมวดรีบไปเก็บดีเอ็นเอจะได้รู้ว่าใช่คนที่ตนสงสัยหรือเปล่า และให้ส่งคนไปตรวจโรงพยาบาลละแวกนั้นว่ารับคนเจ็บที่โดนยิงมาหรือเปล่า หมวดเอแก้ตัวว่าตนเป็นห่วงผู้กองเลยรีบมาที่นี่ก่อน ตะเบ๊ะแล้วรีบไป

นพดลถามดนุภพว่าเขามีผู้สงสัยในใจแล้วหรือ ดนุภพเชื่อว่าดูจากฝีมือคงไม่ใช่โจรธรรมดาและที่สู้กับตนเป็นผู้หญิงได้ยินเสียงเรียกพ่อด้วย เลยวิเคราะห์กันว่าคนร้ายมากันทั้งครอบครัว เอกราชบอกว่า

“ที่มันรีบร้อนกลับไปคงเพราะไอ้ตัวพ่อมันโดนยิงที่จุดสำคัญ” เอกราชขมวดปมจิกตามุ่งมั่นพร้อมที่จะจับคนร้าย

เอกราชอยากกลับไปพักฟื้นที่บ้าน นพดลสั่งแอดมิต

บอกว่าอยากคุยกับเขาเรื่องตัวฆาตกร ถามว่าเขาเป็นเจ้าของ คดีมาคัสใช่ไหม เอกราชจึงลุกไปคุยด้วย

นพดลบอกว่าที่เห็นข่าวชี้ชัดทางเดียวกันหมดว่ากุหลาบขาวคือฆาตกร เอกราชบอกว่ากุหลาบขาวคือ คนที่อยู่กับมาคัสเป็นคนสุดท้าย

“เอกราชรู้ไหม ว่าอาวุธและวิธีฆาตกรรมมาคัสมันเป็นแบบเดียวกันกับที่ใช้ฆ่าพ่อแม่พี่ ใช้อาวุธแหลมแทงเข้าจุดตายตรงหัวใจ มันควรเป็นคนเดียวกันถึงทำได้เป๊ะๆในแบบเดียวกัน”

เอกราชมองหน้าดนุภพบอกว่าดูแล้วกุหลาบขาวคงไม่มีปัญญา ดนุภพแทรกทันทีว่ากุหลาบขาวไม่ใช่ฆาตกร เพราะเขาไม่เคยฆ่าใคร เอกราชแย้งว่ามันก็ชั่วอยู่ดี

“มันอาจเป็นโจร แต่มันอาจมีเป้าหมายไม่ต่างจากตำรวจก็ได้” เอกราชดักคอว่าเขาพูดเหมือนเป็นกุหลาบขาว ดนุภพตัดบทว่า

“เลิกพูดเรื่องกุหลาบขาวได้แล้ว เรามาพูดเรื่องฆาตกรตัวจริงดีกว่า เป็นตำรวจก็หัดโฟกัสให้ถูกที่ เพราะมัวแต่โฟกัสผิดที่จะทำให้พลาดเรื่องสำคัญได้”

เอกราชฉุนเสียงแข็งใส่อย่างมีอคติว่าไม่ต้องมาสอน ดนุภพจึงหันไปพูดกับนพดลว่า

“พี่นพดลครับ ถ้ามันใช้วิธีเดียวกัน มันต้องเป็นคนเดียวกันเสมอไปด้วยหรือครับ อาจเป็นคนที่เลียนแบบวิธีกัน หรือเป็นคนสำนักเดียวกัน หรือเป็นทายาทสืบเชื้อสายกันมาก็ได้เหมือนกันนะครับ”

“ก็เป็นได้ แต่พี่ลองค้นหาวิธีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นทั้งโลกในรอบสิบปีนี้ ไม่เคยมีเคสไหนซ้ำกันจนเป็นเหมือนคนเดียวกันทำแบบนี้ และเป็นเรื่องเกี่ยวกับเพชรเหมือนกัน”

“ฆาตกรที่หายไปสิบปี กลับมาลงมืออีก เพื่อเพชรละอองทะเล ตอนที่มันฆ่าพ่อแม่พี่ มันเอาเพชร ละอองทะเลไปหรือเปล่า” ดนุภพถาม นพดลบอกว่าไม่รู้เพราะตนไม่อยู่ เอกราชแทรกขึ้นอย่างหมั่นไส้ว่า

“แกเป็นตำรวจหรือฉันเป็นตำรวจกันแน่ พี่ปราการ พี่อยากคุยกับมันมากกว่าผมใช่ไหม”

นพดลบ่นว่าเอกราชนิสัยไม่เปลี่ยนเลย พอดีหันไปเห็นข่าวทีวี ตกใจร้องถาม

“เฮ้ย...เอกราช!! นั่นข่าวเหตุการณ์ยิงกันของพวกมันหรือเปล่า”

ทุกคนหันมอง เห็นเสาวนุชกำลังรายงานข่าวตื่นเต้น

“จากเหตุการณ์ยิงถล่มกันของคนสองพวก ไม่ผิดอะไรกับในหนังแอ็กชั่น ทีมข่าวของเราได้รับแจ้งว่าได้ยินเสียงปืนจากพื้นที่ก่อสร้างแห่งหนึ่ง ตอนนี้เราอยู่ในที่เกิดเหตุแล้วนะคะ ไปดูข้างในกันเลยค่ะ...” เธอถือไมค์เดินลิ่วไปทันที

ooooooo

เทวัญยังอาการไม่ดีต้องปั๊มหัวใจอีก หมอบอกว่าถ้าใช้เครื่องปั๊มหัวใจต่อไปร่างกายเขาจะไม่ไหวแน่

“แล้วมันจะแย่กว่าที่เป็นอยู่หรือไง!! หมอต้องทำให้คุณเทวัญหาย หมอต้องทำให้ได้ พาคุณเทวัญกลับมาให้ได้” รสลินโวยวายไม่พอใจ โรมันก็เอาปืนจ่อหมอเร่งให้ช่วยเทวัญ หมอปั๊มหัวใจอีกครั้ง คลื่นหัวใจแผ่วหมอบอกว่ามากกว่านี้ไม่ไหวแน่ โรมันตะคอกว่าคุณเทวัญจะต้องไม่จบแบบนี้

“กลับมาแล้วค่ะหมอ” พยาบาลตื่นเต้นเมื่อเส้นคลื่นหัวใจเคลื่อนไหวขึ้นลงชัดเจนขึ้น รสลินน้ำตาไหลด้วยความดีใจ โรมันปลอบว่า
“เด็กขี้แย พี่บอกแล้วไงว่าพ่อเราเข้มแข็ง ไม่มีทางแพ้อยู่แล้ว”

ooooooo

ที่ร้านดาริกา ดาราวรรณเร่งกันยิกาให้ไปเตรียมตัวเปิดร้านได้แล้ว เธอเปิดทีวีไว้แต่ไม่ได้ตั้งใจดู แต่พอจะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อก็สะดุดเมื่อเห็นเสาวนุชกำลังสอบถามตำรวจที่ถ่ายรูปที่เกิดเหตุอยู่

“พอจะบอกได้ไหมคะ ว่าเกิดอะไรขึ้น ฝีมือพวกไหน เรื่องส่วนตัวหรือการเมืองคะ” พลันก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียง

หมวดเอบ่นว่าทำไมไม่มีรอยอะไรเลย เสาวนุชพุ่งเข้าหาทันที “หมวดเอทำคดีนี้ใช่ไหม ผู้กองเอกราชอยู่ไหนล่ะ”

กันยิกาได้ยินชื่อเอกราชชะงักดูทีวี เห็นหมวดเอในทีวีเก๊กเสียงเข้มบอกว่านักข่าวเข้ามาไม่ได้นี่มันเป็นที่เกิดเหตุ เสาวนุชตื๊อว่าถ้าหมวดไม่อยากให้สัมภาษณ์ก็ให้เรียกผู้กองเจ้าของคดีมา

“โอ๊ย...ผู้กองจะมาได้ยังไง โดนยิงอยู่โรงพยาบาลโน่น” หมวดเอรำคาญ

เสาวนุชตกใจ กันยิกาก็ตกใจ เสาวนุชถามเร็วปรื๋อว่า

“เอกราชโดนยิงได้ยังไง ใครยิง แล้วอาการเป็นยังไงบ้าง อยู่โรงพยาบาลไหน ใครพาไปส่ง แล้วตอนนั้นหมวดทำอะไร ทำไมไม่ช่วย ปล่อยให้เอกราชโดนยิงได้ไง!”

“ออกอากาศอยู่หรือเปล่าครับ รักษาอาการหน่อย” หมวดเอเตือน

“ทำไม ก็มันเรื่องน่าตกใจ ที่ท่านผู้ชมก็ต้องอยากรู้เหมือนกันใช่ไหมคะ” เสาวนุชอ้างผู้ชมแก้หน้า

ooooooo

นพดลดูทีวีแล้วแซวเอกราชว่า นักข่าวคนนี้ดูท่าทางเป็นห่วงเขามากนะ เอกราชทำหน้าเบื่อบ่นว่ายัยตัวป่วนแค่เห็นหน้าตนก็ปวดหัวแล้ว แต่ดนุภพบอก

เขาน่าจะปวดหัวเพราะคำสัมภาษณ์ของหมวดเอมากกว่า

ขณะนั้นเอง โทรศัพท์ของเอกราชดังขึ้น พอหยิบดูเขาพึมพำ...กันยิกา นพดลมองดนุภพถามด้วยสายตาว่าใคร? ดนุภพทำปากบอกว่า “แฟนเอกราช”

กันยิกาอยู่ที่บ้านเปิดสปีกเกอร์โฟนคุยกับเอกราชโดยมีดาราวรรณฟังอยู่ใกล้ๆ กันยิกาถามว่าเขาถูกยิงหรือ เอกราชบอกว่าแค่ถากๆเองไม่ต้องเป็นห่วง

ดนุภพหมั่นไส้แกล้งพูดดังๆให้เสียงเข้าไปในโทรศัพท์ว่า ถากอะไรถึงกับต้องแอดมิต แล้วลดเสียงแซว ไม่อยากให้แฟนมาเยี่ยมรึไง กันยิกาถามว่าเขายังโอเคจริงหรือ

เอกราชหัวเราะปลื้มที่เธอเป็นห่วง บอกว่าถ้าเธอไม่เชื่อคุยกับหมอได้เลย แล้วเรียกนพดลมายืนยัน

“ผู้กองเอกราชเขากระดูกเหล็กครับ พักผ่อนสองสามวันก็วิ่งไล่จับผู้ร้ายได้เหมือนเดิมแล้วครับ”

กันยิกาอึ้งกับเสียงที่คุ้นหู ดาราวรรณจึงถามเอกราชว่าหมอให้เยี่ยมไหม นพดลได้ยินเสียงดาราวรรณก็ชะงักเพราะคุ้นหูมาก เมื่อเอกราชคุยเสร็จ นพดลถามว่า น้าดานี่ใครหรือ เสียงเหมือน...แต่แล้วก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอก

กันยิกายังอึ้งอยู่ ดาราวรรณถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอถามว่าน้าดารู้สึกคุ้นๆกับเสียงหมอไหม ดาราวรรณเร่งให้ไปเยี่ยมเอกราชทำตามหน้าที่ได้แล้ว เพราะเขายังมีประโยชน์กับเรา กันยิกาจึงลุกไปเตรียมตัว

ooooooo

เทวัญยังอาการทรุดไม่รู้สึกตัว รสลินโวยวายหมอว่าคืนหนึ่งแล้วทำไมยังไม่รู้สึกตัวเลย หมอบอกว่าอวัยวะภายในเสียหายและเสียเลือดมาก การปั๊มหัวใจก็ทำให้ร่างกายเขาบอบช้ำกว่าเดิม อาการทรงตัวอย่างนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว

ทั้งรสลินและโรมันไม่พอใจหมอที่รักษาเทวัญให้หายไม่ได้ดังใจ ทั้งขู่หมอและอาฆาตคนที่ยิงว่าตนจะไปฆ่ามันให้หมด หมอจะออกไป พอดีพยาบาลร้องบอกว่าเทวัญความดันลดลงกะทันหัน หมอจึงกลับไปดู

หมอกับพยาบาลทำซีพีอาร์ให้เทวัญอีกครั้ง จู่ๆ เทวัญก็ชักจนจับไม่อยู่ แล้วดีดตัวขึ้นจนพยาบาลกระเด็น ทุกคนต้องถอย เทวัญกระตุกอย่างแรงแล้วนิ่งไป ครู่เดียวก็ลืมตาลุกพรวดขึ้นทำเอาทุกคนสะดุ้งผงะถอยไปยืนมองว่าเกิดอะไรขึ้น

ครู่หนึ่งโรมันกับรสลินค่อยๆก้าวเข้าไป เทวัญมองทั้งสองเขม็ง เสียงคลื่นหัวใจกลับดังขึ้นอีกครั้ง

“คุณเทวัญฟื้นแล้ว” รสลินร้องดีใจมาก

ooooooo

กันยิกาเอาโจ๊กปลาสูตรพิเศษที่ดาราวรรณทำให้ไปเยี่ยมเอกราช ดาราวรรณบอกว่าเสร็จธุระแล้วจะตามไปพลางใส่กุญแจบ้านแล้วออกไป ดนัยเทพมาซุ่มดูอยู่ พอดาราวรรณออกไปเขาก็สะเดาะกุญแจเข้าไปหาหนังสืออัญมณีทั้ง 5 ทันที

แต่ดาราวรรณลืมกุญแจรถย้อนกลับมาเอา แปลกใจเมื่อเห็นประตูไม่ได้ล็อก เมื่อเข้าไปไม่เห็นอะไรผิดปกติก็คิดว่าตัวเองพลั้งเผลอ แต่พอเดินไปหยิบกุญแจรถก็ชะงักเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชาย เธอย่องไปที่หน้าห้องน้ำก็มีเสียงโครมมาจากข้างใน มีเสียงอู้อี้ร้องขอความช่วยเหลือ พอผลักประตูเข้าไปเห็นดนัยเทพถูกมัดปากผ้าม่านห้องน้ำมัดตัวนั่งอยู่ใต้ฝักบัวที่เปิดอยู่

“คุณดนัยเทพ!!!”

ดนัยเทพกุเรื่องว่าตนมาหาเธอที่ร้านแล้วไม่เจอใคร เลยเดินมาที่นี่เห็นคนทำลับๆล่อๆเลยเดินตามเข้ามา ถูกล็อกคอจากด้านหลัง ตนสู้แต่สู้ไม่ไหวเลยตกอยู่ในสภาพนี้

ดาราวรรณฟังแล้วแกล้งโง่ทำเป็นผู้หญิงอ่อนแอขี้กลัว ดนัยเทพเลยอาสาจะมาบ่อยๆ คอยดูแลความปลอดภัยให้ ดาราวรรณดูสภาพเขาแล้วบอกว่าตนคงต้องเตรียมเสื้อผ้าให้เขา ดนัยเทพเอามือปิดโน่นปิดนี่บอกว่าอาย

“ทำดีแล้วจะอายทำไมล่ะคะ ถึงจะจับผู้ร้ายไม่ได้ แต่ใจแมนๆของคุณก็หล่อยิ่งกว่าพระเอกอีกนะ”

“ผมเป็นพระเอกไม่ได้หรอกครับ จนกว่าคุณจะยอมเป็นนางเอกของผม”

ดนัยเทพมัวแต่จีบดาราวรรณจนลืมเรื่องหนังสือไปเลย

ooooooo

กันยิกาไปเยี่ยมเอกราช เจอพิมพ์ชลเลยถูกกระแนะกระแหนตามขัดขวางกีดกันไม่ให้เจอนพดลกลัวถูกแย่งหมอไป

บังเอิญนพดลหันมาเห็นพิมพ์ชลเขาร้องเรียก กันยิกาได้ยินเสียงหันมอง พิมพ์ชลรีบเข้าไปบอกนพดลว่ามีเคสด่วนแล้วจับมือเขาไปเลย
กันยิกาเห็นพิมพ์ชลจับมือหมอคนหนึ่งเดินไปด้วยกันก็นึกว่าคงเป็นหมอที่น้าดาเล่าให้ฟังว่าพิมพ์ชลแอบชอบ

เสาวนุชไปเยี่ยมเอกราชแต่เขาหลับอยู่ เธอเข้าไปเมียงมองแล้วถ่ายรูป ถูกพยาบาลสาวใหญ่จำได้ว่าเธอคือนักข่าว เข้ามาบอกว่าถ่ายรูปไม่ได้ให้ลบเดี๋ยวนี้ ห้ามเอาไปเผยแพร่ เสาวนุชไม่ยอมลบ พยาบาลจะเรียก รปภ.ถูกเอกราชคว้ามือไว้ เขาปกป้องเสาวนุชเพราะต้องการได้ข้อมูลจากเธอ บอกพยาบาลว่าเธอเป็นแฟนและเราจะแต่งงานกันเร็วๆนี้

เมื่อพยาบาลสาวใหญ่ออกไปแล้ว เอกราชถามว่าไปดูที่เกิดเหตุพบอะไรที่พวกตำรวจไม่พบอีกหรือเปล่า เสาวนุชบอกว่าไม่พบ

“ยิงกันสนั่นเมืองขนาดนั้น อย่างน้อยก็ควรจะมีรอยเท้า ปลอกกระสุน หรืออะไร...”

“หรือว่า...คนที่ยิงคุณมันเจ๋งระดับที่สามารถเคลียร์สถานที่เกิดเหตุได้ทันเวลา มันคงมีไม่กี่พวกล่ะมั้งที่ทำแบบนี้ได้น่ะ” เสาวนุชวิเคราะห์ ทั้งสองมองตากันอย่างครุ่นคิด

วันนี้ดนุภพเอาอาหารมาเยี่ยมเอกราช แต่เจอกันยิกาตัดหน้ามาป้อนโจ๊กให้เอกราชเกือบหมดแล้ว ดนุภพพยายามจะเอาอาหารของตนให้เอกราชกินแต่เขาบอกว่าอิ่มแล้ว พอเห็นกันยิกาเอาผลไม้มาป้อนให้ ดนุภพก็เอาขนมครกใบเตยเจ้าโปรดป้อนให้บ้าง

ทั้งสองแย่งกันป้อนจนเอกราชไม่มีปากจะพูดแล้วก็เอากล่องไปล้าง ปล่อยให้เอกราชกระเดือกของที่คาอยู่ในปากจนจุกหายใจแทบไม่ออก

ระหว่างนั้นหมวดเอมาเห็นดนุภพกับกันยิกาเขม่นกันเรื่องเอกราชก็คิดว่าดนุภพเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกัน เอกราชตัดบทคุยเรื่องงานว่า พวกนั้นกลบเกลื่อนร่องรอยได้ไวมาก ส่วนคนบาดเจ็บ หมวดเอรายงานว่าในระยะห้ากิโลเมตรจากที่เกิดเหตุไม่มีที่ไหนรับผู้ป่วยถูกยิงมาเลย เอกราชยิ่งคิดหนัก

ooooooo

เทวัญอยู่ในสภาพต้องนั่งรถเข็นไฟฟ้าช่วยตัวเองไม่ได้ เขาเครียดมากพูดอย่างเจ็บใจว่า

“ฉันใช้เวลาหาทางที่จะอยู่อย่างคงกระพันมาทั้งชีวิต แล้วเป็นไงแค่ขยับตัวยังต้องให้พวกแกช่วยน่าสมเพชจริงๆ”

อิสริยาไม่เห็นเทวัญไปสอนตนตามนัดจึงไปหาที่บ้าน ถูกรสลินกีดกันไม่ให้พบ โต้เถียงกันจนเทวัญออกมาพบในสภาพนั่งรถเข็นไฟฟ้า เธอปราดเข้าไปหานึกว่าเขาไปออกรอบจนเอวเคล็ด อาสาจะเป็นคนดูแลเขาเอง

รสลินมองอย่างหมั่นไส้ไม่ไว้ใจ ถามโรมันว่าอิสริยาต้องการอะไรแน่ โรมันพูดอย่างเข้าใจผู้ชายด้วยกันว่า

“พ่อเครียดมามากแล้ว ถือซะว่าเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆก็แล้วกัน”

รสลินฮึดฮัดแต่ก็จำต้องอดกลั้นไว้

ooooooo

ที่โรงพยาบาล...พิมพ์ชลเอายาไปให้เอกราช เขาถามถึงหมอนพดล เธอกันท่าว่าติดเคสผ่าตัดทั้งวัน กันยิกาเปรยว่าตนยังไม่มีโอกาสเจอหมอนพดลเลย อยากขอบคุณที่ช่วยดูแลเอกราช

พิมพ์ชลถามทันทีว่าจะเจอทำไม หมองานยุ่งมากแทบไม่มีเวลากินเวลานอนอยู่แล้ว มีอะไรฝากตนไปก็ได้ อยากขอบคุณเดี๋ยวตนจะบอกให้ ออกจากห้องแล้วยังพูดอย่างหมั่นไส้ว่า “ฉันไม่ยอมให้เธอเจอหมอหรอก” พอดีนพดลได้ยิน แซวว่าพูดคนเดียวก็เป็นเหรอ ถามว่าเอายาให้เอกราชแล้วใช่ไหมตนจะเข้าไปดูอาการเขาหน่อย

“อย่าค่ะ” พิมพ์ชลรีบห้าม อ้างว่าเขาเพิ่งหลับให้ไปดูคนไข้ห้องอื่นดีกว่า นพดลหยอกว่าท่าทางเธอดูแปลกๆ เอามืออังหน้าผาก พิมพ์ชลดีใจเขินจนหน้าแดง นพดลบอกว่าตัวก็ไม่ร้อน เธอออเซาะว่าตนมองอะไรไม่เห็นเลย สงสัยจะเป็นลม แล้วฉวยโอกาสเกาะแขนเขาเดินไปด้วยหัวใจกระชุ่มกระชวย

เอกราชกินยาเข้าไปไม่นานก็ซึมจะหลับ หมวดเอถือโอกาสบอกกันยิกากับดนุภพให้กลับเสียเพราะเอกราชหลับ อยู่ไปก็ทำอะไรไม่ได้ กันยิกาจึงกลับ ดนุภพรีบตามไป กันยิกากดลิฟต์ปิดแกล้งไม่ให้เขาเข้า เมื่อเขาพยายามเข้าไปจนได้ ก็แกล้งเข้าประชิดจนกันยิกาหลับตาใจระทึก

พอดีลิฟต์หยุดเปิดออก นีน่ากับซาร่าสองสาวแสบซาบซ่าเห็นเข้า กันยิการีบผลักดนุภพแล้วออกจากลิฟต์ไป

“ไม่มีอะไรครับ ไม่ต้องสนใจนะครับ เชิญครับเชิญ” ดนุภพมาดเท่เชิญสองสาวเข้าลิฟต์แล้วตัวเองออกตามกันยิกาไป นีน่ามองตามเพ้อ ซาร่าถามว่าจำไม่ได้หรือว่านั่นคือดนุภพแฟนอิสริยา

“หา!!! จริงดิ” นีน่าหยิบโทรศัพท์มือถือตามไปถ่ายรูปดนุภพกับกันยิกา พูดสะใจประสาจอมสาระแนว่า “ชัวร์ไม่ชัวร์ไม่รู้ แต่ต้องแชร์” แล้วกดส่งให้อิสริยาทันที

อิสริยากำลังนั่งคลอเคลียอยู่กับเทวัญที่ริมสระว่ายน้ำ เห็นเพื่อนส่งรูปมาให้ กดดูแล้วลุกพรวดร้องกรี๊ด

“เกิดอะไรขึ้น คุณริยา” รสลินวิ่งเข้ามาดูอิสริยาเห็นทุกคนมองตัวเองก็รีบหุบปาก สูดลมลึกๆ อย่างพยายามข่มตัวเอง พูดแก้ตัวเนียนๆว่า

“คือ...เพื่อนริยาส่งรูปมาว่าเจอไอดอลเกาหลีที่พารากอน... แอบมาแล้วไม่บอก ริยายอมไม่ได้ต้องไป ลานะคะ” เธอพูดรัวเร็วแล้วลุกออกไปทันที

“กลับไปได้เสียก็ดี” รสลินเหยียดปากอย่างไม่ชอบหน้าเทวัญหายใจลึกๆ อ่อนล้าเหมือนหมดแรง โรมันรีบเข้าไปบอกว่า

“เข้าบ้านเถอะครับ พ่อคงเพลียมากแล้ว”

โรมันพาเทวัญเข้าบ้าน เทวัญหลับตาอย่างอ่อนล้าไม่อยากพูดอะไรอีก รสลินตามไปดูแลอย่างเป็นห่วง...ขณะนั้นเอง ฟ้าก็คำรามครืน...ครืน อยู่ไกลๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ยุ้ย เสียใจกับการจากไป เมาหนักหมดสติ จนเสียตัวให้ โอม ใน "ตะวันตกดิน"

ยุ้ย เสียใจกับการจากไป เมาหนักหมดสติ จนเสียตัวให้ โอม ใน "ตะวันตกดิน"
14 พ.ค. 2564

06:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:09 น.