ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบตัดเพชร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กันยิกายังคุยกันอย่างไม่เห็นหน้ากับอานุภาพอยู่ที่ลานจอดรถ เธอหัวเราะเบาๆ พูดอย่างสมเพชว่า

“หึๆนึกว่าจะเป็นโจรมีอุดมการณ์สูงส่ง ที่แท้ก็เป็นแค่โจรปล้นฆ่าเขากิน” อานุภาพออกตัวว่าตนไม่ได้เข้าข้างกุหลาบขาว แต่ที่ได้ร่วมงานกันมาพอๆกับแมวตาเพชร จอมโจรทั้งสองมีอุดมการณ์ไม่ต่างกัน กันยิกาสวนทันทีว่าให้เขาพิสูจน์ว่ากุหลาบขาวไม่ได้ทำ ย้ำว่า “ไม่งั้นเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆเพราะฉันจะเป็นคนตามล่าเพชรละอองทะเลกลับมาคืนให้กับครอบครัวของมหาราชามาคัสให้จงได้”

กันยิกาผละออกไป ทันใดมือถือของอานุภาพก็ดังขึ้น พอกดรับสาย เขาตำหนิทันทีว่า

“คุณทำผิดกฎกุหลาบขาว! บอกแล้วว่าเราจะไม่มีการโทร.คุยกันเป็นการส่วนตัวถ้าไม่มีงาน แต่วันนี้ผมยกเว้นให้กรณีพิเศษในฐานะที่คุณตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าลูกค้าของผม! หึ...ถ้าไม่ใช่ฝีมือคุณ งั้นเรามาเคลียร์กันหน่อย...ได้...งั้นตอนบ่ายคุณไปเจอผมที่...” อานุภาพนัดสถานที่แล้วตัดสาย
กันยิกาแอบฟังอยู่ เธอทวนสถานที่นัดหมาย แล้วพึมพำอย่างหมายมาด

“ขอให้เป็นแกทีเถอะกุหลาบขาว ฉันจะได้ล้างแค้นให้พ่อแม่ฉันเสียที!”

ooooooo

จ่าฉิวนั่งสบายๆอยู่ในสำนักงานตำรวจโดยมีผู้กองวรุฒคุยกันถึงหลักฐานรอยรองเท้าที่ลากจ่าฉิวเข้าไปในห้องน้ำว่าเป็นรอยเดียวกัน เอกราชมาได้ยินพอดี พูดติดตลกอย่างสมเพชว่า

“หึๆมันใส่รองเท้ายี่ห้ออะไรวะ รอยเท้าถึงได้ชัดขนาดนี้ เห็นทีต้องเปลี่ยนจากตามล่าโจร เป็นถือรองเท้าแก้ว ตามหานังซินกันแล้วว่ะ”

แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเสาวนุชพุ่งเข้ามายิงคำถามทันทีว่า กุหลาบขาวไปฆ่ามหาราชามาคัสทำไมในเมื่อกุหลาบขาวเพิ่งจะไปปล้นเพชรละอองทะเลมาคืนให้มหาราชามาคัส???

เอกราชย้อนถามทันทีว่ารู้ได้ไงว่ากุหลาบขาวปล้นเพชรคืนให้มหาราชามาคัส เสาวนุชตอบอย่างมี ข้อมูลแน่นว่า

“ก็รู้ๆกันอยู่ว่ากุหลาบขาวปล้นเพชรที่ถูกขโมยมาไปคืนให้เจ้าของ”

เอกราชแก้เกี้ยวว่าตนลืมไปว่าเธอเป็นติ่งของกุหลาบขาว เตือนให้ระวังไส้ติ่งจะแตก ตัดทิ้งเสียเถอะ เสาวนุชโพล่งไปว่าตนเป็นติ่งของผู้กองต่างหาก ทำเอาเอกราชชะงัก เสาวนุชยอมรับอย่างหน้าชื่นว่าตนเป็นมานานแล้วยิ่งกว่าไส้ติ่งเสียอีก แล้วทำหน้าตายขอเซลฟี่หน่อยแล้วแชะเลย

เอกราชเขินทำเสียงเข้มว่า “ผมไม่มีเวลามาเผาเล่นกับคุณนะ คุณนักข่าว! หลีกครับ หลีก!” เอกราชเดินหลบไป

เสาวนุชดูรูปที่เซลฟี่ที่เอกราชที่ทำหน้าเหว่อมากในมือ ยิ้มโหดอย่างหมายมาด

ooooooo

ในห้องพักฟื้นของจ่าฉิวที่โรงพยาบาล จ่าฉิวถามวรุฒที่นั่งเอกเขนกคุยกันอยู่ว่าจะบอกเอกราชเรื่องไอ้โม่งสามคนไหม วรุฒถามว่าบอกทำไม ปล่อยให้ตำรวจเซ่อซ่าตามจับโจรกุหลาบขาวเสียให้เหนื่อย

จ่าฉิวถามว่าแสดงว่าผู้กองมั่นใจว่าคนที่ฆ่ามหาราชามาคัสกับบอดี้การ์ดคือไอ้โม่งสามคนนั้น?

“ชัวร์! ไอ้กุหลาบขาวเป็นแค่แพะ ฮ่ะๆๆ” จ่าฉิวถามว่ากุหลาบขาวโผล่ไปที่นั่นทำไม “ช่างหัวมันซิ มันจะโผล่ไปเดินเล่นวิ่งเล่นวิ่งหนีตำรวจเล่นก็เรื่องของมัน รอให้ ไอ้เอกราชมันจับได้เสียก่อนเราคอยเปิดผู้ร้ายตัวจริง แล้วคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

“ผู้กองวรุฒก็ได้ความดีความชอบไปเต็มๆ”

“ถูกต้อง หึๆๆ” วรุฒหัวเราะในลำคอ จ่าฉิวหัวเราะชอบใจ

ขณะนั้นเอกราชโผล่เข้ามากับลูกน้องพอดีทักว่าจ่าฉิวหัวเราะร่วนเชียวหายดีแล้วหรือ จ่าฉิวนอนลงทันทีปรับสีหน้าสำออยว่ายังแน่นหน้าอก ปวดก้านคอ บ่นว่ากุหลาบขาวพยายามจะรัดคอตนให้ตาย เอกราชแย้งว่า

ถ้ามันจะฆ่าจริงๆก็น่าจะใช้ปืน จะรัดคอให้เมื่อยเส้นทำไม

“ไม่คิดบ้างเหรอ บางทีโจรมันก็โง่เป็น มันคงไม่ทำอะไรฉลาดไปหมดทุกอย่างหรอก” วรุฒเย้ย เอกราชเลยถามว่าเขากับจ่าฉิวไปทำอะไรที่ตึกนั่น วรุฒตอบยียวนว่าไปหาข้าวกิน เอกราชซักว่าบังเอิญหรือ?

“เฮ้ย นี่ไปจับไอ้โจรกุหลาบขาวของแกให้ได้เหอะน่า อย่ามาจับผิดฉัน เออ...ลืมบอกไปอีกอย่างนึง เมื่อคืนฉันยิงโดนไอ้กุหลาบขาวไปนัดนึงว่ะ แถวๆสีข้างมัน” เอกราชโวยว่าทำไมไม่บอกตั้งแต่เมื่อคืน “ก็คนกำลังตกใจเห็นลูกน้องสลบ ก็เลยลืมบอกไง”

“โธ่เอ๊ย!” เอกราชสบถผลุนผลันออกจากห้องไปพร้อมลูกน้อง วรุฒกับจ่าฉิวมองหน้ากันหัวเราะสะใจ

ooooooo

วันเดียวกัน หมอนพดลตรวจคนไข้โดยมีพิมพ์ชลเป็นผู้ช่วย ตรวจและสั่งฉีดแล้ว นพดลบอกว่าบ่ายนี้ตนไม่อยู่ ถ้ามีคนไข้ก็ให้หมอวิชัยดูแลแทน
พิมพ์ชลระแวงถามว่าหมอมีนัดกับใครหรือ นพดลบอกว่าคนสำคัญ เธอยิ่งระแวงถามว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย นพดลมองหน้าถามว่าอยากรู้ทำไมหรือ เธอตอบเขินๆ ว่าเป็นห่วง

“ผมรู้ครับว่าคุณพิมพ์เป็นห่วงผมเสมอ แล้วผมก็รู้สึกดีเสมอ”

พิมพ์ชลมองหน้านพดลดีใจ เขายิ้มให้แล้วเดินไป พิมพ์ชลมองตามอย่างมีความสุขคิดเข้าข้างตัวเองว่า

“หมอต้องรู้แน่ๆ ว่าเราแอบชอบอยู่ อายจริงๆเลย”

นพดลไปที่สนามรักบี้ตามที่นัดดนุภพไว้ เขาหยุดมองหาไปรอบๆอย่างตื่นเต้น

เวลาเดียวกัน ดนุภพเดินแต่งตัวเป็นหนุ่มอาร์ติสต์ ไปที่โรงละครหยุดมองหาอานุภาพที่นัดกันไว้ หารู้ไม่ว่าเขาถูกกันยิกาปลอมตัวเดินตามมามองหากุหลาบขาวเช่นกัน

กุหลาบขาวกวาดตามองพลางตะโกนบอก “มังกี้ ผมมาแล้ว” ไม่มีเสียงตอบแต่รู้สึกว่ามีคนมองตนอยู่ หันขวับไปก็ไม่เห็นใคร เลยตะโกนว่าอยากเล่นซ่อนแอบหรือ ตนกำลังซีเรียสนะ เร่งให้ออกมาตนมีเรื่องต้องคุย

ทันใดนั้นไฟบนเวทีส่องมาที่เขา มีการเคลื่อนไหวหลังฉากอย่างรวดเร็ว กุหลาบขาวตะโกนอย่างร้อนใจว่า

“เลิกเล่นได้ไหม ผมจริงจังนะ ผมไม่ได้ฆ่ามาคัส ไม่ได้เอาเพชรละอองทะเลไปตามที่เป็นข่าวในทีวี คุณรู้ไหมว่าเป็นฝีมือใคร”

แทนที่จะเป็นมังกี้หรืออานุภาพ กลับเป็นแมวตาเพชรโผล่ออกมาจากหลังฉากเตะกลางลำตัวกุหลาบขาวอย่างแรง

กุหลาบขาวตกใจมองไปเห็นแมวตาเพชรยืนอยู่หน้าสปอตไลต์เป็นเงาสวยงาม

“แมวตาเพชร!” กุหลาบขาวตกใจ อานุภาพที่อยู่บนสะพานสำหรับทีมงานเห็นก็ตกใจว่าแมวตาเพชรมาได้ยังไง

พริบตานั้นแมวตาเพชรฟาดแส้ใส่กุหลาบขาวด่า

“ไอ้ฆาตกร! เพื่อเพชรพวกนั้น แกฆ่าคนไปกี่คนแล้ว” กุหลาบขาวโต้ว่าตนไม่ได้ฆ่า “กล้าเลว แต่ไม่กล้ารับหึ...ขี้ขลาด!”

กุหลาบขาวบอกว่าตนไม่ได้ทำ แล้วเตะผ่านผ้าม่านจนแมวตาเพชรเซไป หันจ้องกุหลาบขาวอย่างโกรธจัด

ooooooo

เทวัญนั่งดูเพชรละอองทะเลอย่างมีความสุขอยู่ที่บ้าน หัวเราะสะใจว่าป่านนี้กุหลาบขาวคงวุ่นกับการตกเป็นผู้ต้องหา โรมันแทรกว่ามันคงโดนตำรวจไล่บี้จนไม่มีปัญญามายุ่งกับเราอีกพักใหญ่

เทวัญ โรมัน และรสลินเย้ยหยันกุหลาบขาวว่าขอบใจที่มาเป็นแพะให้ เทวัญยังคงชื่นชมเพชรละอองทะเลไม่วางตา พลางก็คิดถึงเหตุการณ์ขณะที่ตนไปแย่งเพชรมาจากมหาราชามาคัส...

เวลานั้นมหาราชามาคัสวิ่งหนีไอ้โม่งสองคนหัวซุกหัวซุนมาที่ลานจอดรถ ชนเข้ากับเทวัญที่ยืนนิ่งอยู่อย่างจัง

“ช่วยด้วย ไอ้พวกนี้แหละที่มันจะฆ่าผม” ไอ้โม่งสองคนหยุดยืนมองมหาราชามาคัสกับเทวัญนิ่ง “เร็ว คุณเทวัญหนีไปเร็ว มันจะฆ่าเรา” มหาราชามาคัสพยายามพาเทวัญหนีไปด้วยกัน พลันก็ชะงักเพราะรู้สึกว่ามีของแหลมแทงที่หน้าอก ก้มลงมองก็เห็นกริชที่เทวัญถืออยู่แทงเข้าที่หัวใจตัวเอง มหาราชามาคัสร้องสุดเสียง เทวัญกระชากกริชออกแล้วกระชากสร้อยละอองทะเลจากคอ มหาราชามาคัสล้มทั้งยืน

“แก!! เทวัญ...แก...ไอ้ฆาตกร ปล้นเพชร...” พูดได้แค่นั้นก็กระอักเลือดออกเป็นลิ่มๆ

รสลินรู้ว่ามีคนมาจึงเร่งเทวัญให้รีบไป ทั้งสามวิ่งไป พอดีกุหลาบขาววิ่งเข้ามาได้ยินเสียงลมหายใจหอบในมุมมืด เขากระชับปืนก้าวไป ก็เหยียบเลือดที่นองพื้นเข้าเต็มๆ ส่องไฟฉายเห็นมหาราชามาคัสนอนจมกองเลือดอยู่ แต่เพชรละอองทะเลหายไปแล้ว มหาราชามาคัสพยายามบอกเขาว่า

“มันปล้น...เพชร...ละอองทะเล...ไปแล้ว...”

กุหลาบขาวถามว่าใคร มหาราชามาคัสจะบอก แต่สิ้นลมเสียงก่อน

ooooooo

ที่โรงละคร กุหลาบขาวกับแมวตาเพชรเผชิญ หน้ากันอย่างตึงเครียด กุหลาบขาวยืนยันว่าตนไม่รู้ว่าใครเอาเพชรละอองทะเลไป แมวตาเพชรไม่เชื่อกระโจนเข้าเล่นงาน แมวตาเพชรชกถูกแผลที่สีข้างกุหลาบขาวพอดี เขากุมสีข้างร้องอย่างเจ็บปวด แมวตาเพชรมองอย่างสะใจจะเข้าซ้ำ

“โอ๊ย นัดมาคุยกันนะ ไม่ใช่มาฆ่า จะบู๊กันทำไมพ่อคุณแม่คุณ พอๆๆหยุด เดี๋ยวก็ตายกันหมด” อานุภาพตะโกน แต่ไม่มีใครฟัง เขาเลยวิ่งไปที่แผงควบคุมไฟได้ผล!! กุหลาบขาวชะงักเมื่อเห็นแชนเดอร์เลียขนาดใหญ่กำลังตกลงมา เขาดึงแมวตาเพชรกลิ้งหลบ

แต่แชนเดอร์เลียที่กำลังตกกลับหยุดก่อนถึงพื้น อานุภาพมองทั้งสองที่นอนกอดกันอยู่ถามว่าหยุดสู้กันได้แล้วใช่ไหม กุหลาบขาวบอกอานุภาพว่าให้ช่วยบอกทีว่าตนไม่ได้ฆ่าใคร

กุหลาบขาวยังกอดแมวตาเพชรไม่ยอมปล่อย แมวตาเพชรจึงใช้อาวุธลับเป็นกรงเล็บคมกริบตะกุยไปที่แผลของกุหลาบขาวจนต้องปล่อย เธอด่าใส่หน้า “ไอ้โกหก ตำรวจเขาบอกว่าเป็นกุหลาบขาว” ถีบกุหลาบขาวกระเด็นแล้วตวัดแส้รัดคอจนหายใจไม่ออก แต่เขายังพยายามโต้ว่า

“มันก็เหมือนตอนที่เธอเป็นคนเอาเพชรละอองทะเลไปจากบ้านเซเลบชารินแล้วคนหาว่ากุหลาบขาวเป็นคนเอาไปนั่นแหละ!” แล้วเอามีดเล่มเล็กตัดแส้ขาด

แต่กุหลาบขาวก็พลาดท่า ถูกดาราวรรณที่ควบคุมแผงวงจรต่างๆอยู่ ตวัดโซ่รัดเท้าดึงขึ้นห้อยโตงเตงพยายามดิ้นให้หลุด แมวตาเพชรเดินเข้ามาจ้องพึมพำแค้น “แกฆ่าพ่อแม่ฉัน...แกพรากครอบครัวของฉันไป”

โรงละครกลายเป็นสมรภูมิต่อสู้เอาเป็นเอาตายของกุหลาบขาวกับแมวตาเพชร ดาราวรรณกับดนัยเทพก็ตามมาช่วยหลานน้าหลานอาด้วย ดาราวรรณและแมวตาเพชรต่างต่อสู้อย่างเก่งกาจจนดนัยเทพบ่นว่า ทำไมผู้หญิงแถวนี้รุนแรงจัง ดาราวรรณสวนทันควันว่าก็เพราะพวกผู้ชายชั่วมันเยอะไง

อานุภาพดูการต่อสู้ที่ทำให้ข้าวของในโรงละครพังเสียหาย ตะโกนบอกว่า ฉากพวกนี้ต้องใช้แสดงละครอีกหลายรอบนะ เลิกตีกันได้แล้ว

อานุภาพหยุดพวกเขาไม่ได้ จนกระทั่งกุหลาบขาวล็อกแมวตาเพชรไว้ได้ถามว่าพ่อแม่เธอเป็นใคร แมวตาเพชรบอกว่าคนที่เขาฆ่าไง กุหลาบขาวโต้ว่าตนไม่เคยฆ่าใคร ถามแมวตาเพชรว่าเธอเป็นใคร พยายามจะดึงหน้ากากเธอออก แต่ถูกดาราวรรณสั่งให้ปล่อยเดี๋ยวนี้

“ปล่อยแน่ แต่ขอดูหน้าหน่อย” กุหลาบขาวจับหน้ากากแมวตาเพชร ทันใดนั้นดาราวรรณก็ล็อกดนัยเทพ ไว้เป็นตัวประกัน กุหลาบขาวเห็นดังนั้นก็ตกใจ แมวตาเพชร ตะโกนให้ดาราวรรณจัดการดนัยเทพเลย กุหลาบขาวรีบตะโกนว่าตนไม่ได้ฆ่ามาคัส

ทันใดนั้น ไฟบนเวทีสว่างพรึบ อานุภาพถามว่า “สนุกกันพอหรือยัง” ทำให้ทุกคนชะงักแหงนมอง เห็นอานุภาพนั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้ชมชั้นบน ถือไมค์พูดว่าคราวหน้า ไม่เอาแล้ว ฉากพังหมดตนเจ็บตัวอีกต่างหาก

“มังกี้ คุณผู้หญิงพวกนี้เข้าใจผิดกันใหญ่แล้วนายรีบเคลียร์หน่อยซิ” ดนัยเทพบอก

“กุหลาบขาวไม่ได้ฆ่ามาคัส” อานุภาพประกาศจริงจัง ทุกคนชะงักฟัง “ถึงฉันจะไม่มีหลักฐานพิสูจน์ แต่ฉันรู้จักกุหลาบขาวดี ฉันการันตีได้ว่ากุหลาบขาวเป็นคนดี เขาก็มีเป้าหมายเดียวกับเธอนั่นแหละ ฟังให้ดีนะแมวตาเพชร งานนี้มีคนน่าสงสัยกว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเธอ”

“ใคร!?” แมวตาเพชรถามทันที

ooooooo

เทวัญนั่งอยู่ริมสระว่ายน้ำ เขากุมศีรษะอย่างเจ็บปวด อีกมือกำเพชรละอองทะเลไว้แน่น กัดฟันพูดว่า ตนจะทรมานอีกไม่นาน แล้วร้องอย่างเจ็บปวด จนโรมันเสนอว่าอาการพ่อแย่ลงเรื่อยๆ ให้เริ่มกันเถอะ

“ไม่ได้!!! ถ้าไม่ใช่เวลาที่ตำรากำหนดไว้ อาทิตย์ลับฟ้า จันทราฉายแสง...เพชรละอองทะเลก็จะไร้ค่า”

รสลินกับโรมันประคองเทวัญมายังห้องรักษาที่ เป็นสระว่ายน้ำมีซันรูฟ พาเทวัญนอนเปลือยกายในสระว่ายน้ำ ตรึงแขนขาไว้ รสลินเฝ้ารอจนพระอาทิตย์ตกและพระจันทร์ลอยอยู่บนฟ้าก็พยักหน้าบอกโรมันว่าได้เวลาแล้ว โรมันรีบเอาเพชรละอองทะเลใส่เครื่อง รสลินเปิดซันรูฟเพื่อรับแสงจันทร์

เวลาเดียวกัน ที่โรงละคร อานุภาพตอบคำถามของแมวตาเพชรว่าไม่มีใครรู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน แต่ตามตำนานเล่าขานว่าเพชรละอองทะเลมีฤทธิ์ช่วยปรับอณูเล็กๆในร่างกายมนุษย์ที่เสียสมดุลและผลิตพิษร้ายมาทำลายตัวเอง ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคร้ายมาทำลายตัวเอง ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคร้ายหลายอย่างกับอวัยวะ เลือด และกระดูกให้กลับกลายเป็นอณูที่ดี พวกเนื้องอก เนื้อร้ายและเซลล์อันตรายจะถูกขจัดทำลายสิ้น

แมวตาเพชรถามว่าเพชรเม็ดเดียวจะทำให้หายเจ็บป่วยได้ยังไง ดนัยเทพตอบอย่างผู้รู้ว่าพลังสมดุลแห่งมหาสมุทรไง อานุภาพย้ำว่า มหาสมุทรคือต้นกำเนิดแห่งมวลชีวิตของโลกนี้ไม่ใช่หรือ แล้วสาธยายว่า

“เพชรละอองทะเล จึงเป็นเพชรน้ำงาม ที่เชื่อกันว่าการกระจายแสงของมันสามารถกระจายพลังมหาสมุทรให้เอิบอาบไปทั่วเซลล์ของร่างกายมนุษย์แล้วปรับให้มันกลับสู่สมดุล”

แล้วอานุภาพก็สรุปว่าคนที่ฆ่ามาคัสเพื่อขโมยเพชร ละอองทะเลต้องเป็นคนที่รู้คุณสมบัติของเพชรเม็ดนี้ดี และที่สำคัญเขาคงเป็นโรคร้ายที่ต้องการรักษาด่วน

กุหลาบขาวฟังแล้วเคลียร์ตัวเองทันทีว่าตัดตนออกจากผู้ต้องสงสัยได้แล้วใช่ไหม

“ฟังนะ! พวกคุณๆล้วนเป็นโจรที่มีอุดมการณ์เหมือนกัน จะทะเลาะกันเองทำไม” อานุภาพสรุป

แมวตาเพชรไม่เชื่อ กุหลาบขาวยืนยันว่าตนไม่เคยฆ่าพ่อแม่ใคร ทำงานปล้นเพชรจากขโมยไปคืนให้เจ้าของเพราะมีเป้าหมายสำคัญบางอย่าง ถามว่าแล้วเธอล่ะ แมวตาเพชรย้อนว่าเขาไม่มีสิทธิ์รู้ กุหลาบขาวบ่นว่าผู้หญิงแบบนี้น่าเบื่อ

“มัวแต่ฉะกันเองอยู่ได้ ป่านนี้ฆาตกรตัวจริงไปถึงไหนต่อไหนแล้วล่ะ” อานุภาพเตือนสติ

ดาราวรรณถามว่าเราจะตามหาคนป่วยแบบนั้นที่ไหนล่ะ กุหลาบขาวชี้ว่ามันต้องไม่ใช่คนธรรมดา ต้องรวยและมีบารมี ที่สำคัญต้องโหดสุดๆ ดาราวรรณวิเคราะห์ว่า...

“แต่คนที่ฆ่าคนด้วยการแทงแผลเดียวตรงหัวใจให้ตายครั้งเดียวนี่ มันมีกี่คนกัน หรือมันจะจ้างฆ่าเพื่อชิงเพชรมา”

“คนที่ปฏิบัติการได้ระดับนี้และมีเพชรระดับนั้นอยู่ในมือ คิดเหรอว่ามันจะเอาไปให้คนอื่น” อานุภาพสะกิดให้คิด

ooooooo

โรมันกับรสลินคอยอยู่นอกห้องรักษาจนเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของเทวัญเงียบลง โรมันจะเข้าไปดู รสลินจับไว้บอกว่าพ่อสั่งไว้ว่าห้ามเข้า

ทันใดนั้นประตูห้องรักษาเปิดผางออก แสงสว่างจ้าจนโรมันกับรสลินต้องเอามือป้องหน้า เทวัญเดินออกมาอย่างแข็งแรง ร่างกายบึกบึนหนุ่มแน่น ทั้งสองมองตะลึง รสลินถลาเข้าไปถามว่าพ่อเป็นยังไงบ้าง โรมันถามว่าไม่ปวดหัวแล้วใช่ไหม ไม่เจ็บตรงไหนแล้วใช่ไหม เทวัญยิ้มอย่างเมตตาพลางพยักหน้า รสลินถามตื่นเต้นว่า “พ่อหายดีแล้วใช่ไหมคะ”

“เดี๋ยวเราก็จะรู้กัน” เทวัญตอบยิ้มมั่นใจ

เมื่อไปตรวจที่โรงพยาบาล หมอดูผลการตรวจตะลึงบอกว่ามหัศจรรย์มาก เนื้อร้ายที่ลามไปทั้งสมองของเขาหายไปหมด เลือดดีมาก ค่าตับ ค่าไต ค่ามะเร็งเหมือนคนปกติ บอกเทวัญว่า “คุณหายขาดจากโรคร้ายแล้วครับ”

โรมันกระซิบกับรสลินอย่างอัศจรรย์ใจว่าเพชรรักษามะเร็งได้จริงๆ รสลินเอ่ยอย่างปีติว่าต่อไปนี้ครอบครัวเราคงพ้นทุกข์เสียที

“พ่อจะอยู่กับเราตลอดไป...” โรมันเอ่ย สองพี่น้องมองกันด้วยความดีใจสุดๆ

เวลาเดียวกับที่ดนุภพกำลังเคลียร์ปัญหาอยู่ที่โรงละครนั้น นพดลก็เดินหาเขาอย่างร้อนใจอยู่ที่สนามรักบี้ นภดลสงสัยว่าดนุภพไม่ได้อ่านข้อความของตน ดูรูปถ่ายเก่าๆของครอบครัวในวัยเด็กจากโทรศัพท์มือถือพึมพำ

“เราจะได้เจอกันอีกไหม?”

นภดลนั่งรออย่างกระวนกระวายจนห้าโมงกว่า ก็ยังบอกตัวเองอย่างมีความหวังว่า

“ต้องมาสิ...นายต้องช่วยฉันตามหาน้องบุษกับน้าเล็กให้เจอ!!”

ooooooo

ที่โรงละคร...อานุภาพเล่าตำนานเพชรให้ทุกคนฟังว่า...

“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ผมเคยได้ยินชื่อ... เพชรเพลิงสุริยา ว่ากันว่ามีอานุภาพเป็นไฟแผดเผา ไม่ใช่ไฟธรรมดาแต่เป็นไฟทิพย์ ไฟทิพย์ที่ชุบกายชายชราให้หวนกับมาเป็นหนุ่มอีกครา”

อานุภาพเล่าตำนานของเพชรเพลิงสุริยาแล้วบอกว่า เมื่อยี่สิบปีก่อนถูกปล้นไปจากนั้นก็หายสาบสูญ ไม่เคยมีใครได้ยินอีกเลยมาจนทุกวันนี้ว่ามันอยู่ที่ใครกันแน่ ดนัยเทพถามอย่างตื่นเต้นว่า เพชรเพลิงสุริยาไฟที่ทำให้กลายเป็นหนุ่มได้ ส่วนเพชรละอองทะเลคือน้ำที่ทำให้ หายเจ็บป่วยจากโรคร้ายได้งั้นหรือ

“คนเราชนะอะไรก็ชนะได้ แต่ไม่มีวันชนะธรรม– ชาติ ชนะการเกิดแก่เจ็บตายได้ ตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์ ผู้คนล้วนเฝ้าแสวงหาหนทางที่จะมีชีวิตอยู่ให้นานที่สุด นี่แหละอุดมคติสูงสุดที่ยังไม่มีใครเอื้อมถึง คือ ไม่แก่ ไม่เจ็บ” ดาราวรรณถามว่ามีเพชรอะไรอีกไหมที่ทำให้ไม่ตาย “เพชรประหลาดในตำนานไม่ได้มีแต่เพลิงสุริยา กับละอองทะเลที่เป็นเพชรเหนือเพชร ว่ากันว่ายังมีอีกสามเพชร...คือเกสรหิมะ หยาดพิรุณ และเนตรปฐพี!”

ทุกคนตื่นเต้นกับตำนานเพชร อานุภาพเล่าต่อว่า

“เพชรเม็ดนึงเป็นเพชรแห่งเสน่ห์มนตรา คนเกลียดเคียดแค้นจะกลับมารักกัน คนรักจะลุ่มหลงจนยอมเป็นทาส แม้กระทั่งตายแทนได้ ส่วนอีกเม็ดเป็นเพชรแห่งผืนแผ่นดิน เรียกฝนเรียกฟ้าให้ตกตามฤดูกาลได้ และเม็ดสุดท้าย เพชรแห่งความเป็นอมตะ ใครมีไว้จะอยู่ยงคงกระพัน ไม่มีใครพรากชีวิตไปจากเขาได้”

กุหลาบขาวสรุปว่างั้นก็เพชรอมตะนี่แหละที่เข้า ชุดไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย

“ฟันธงมาซิว่าเป็นเพชรเม็ดไหน เกสรหิมะ หยดพิรุณ หรือว่าเนตรปฐพี” ดาราวรรณถาม

“อันนี้แหละที่ไม่รู้! จบข่าวแต่เพียงเท่านี้ ไปล่ะ... ฟิ้ว!!” อานุภาพพลิ้วตัวหลบเข้าหลังม่านไปดื้อๆ กุหลาบ ขาวกับแมวตาเพชรวิ่งตามเข้าไป ทิ้งให้ดาราวรรณกับดนัยเทพยืนคุมเชิงกันอยู่ตรงนั้น

ooooooo

กุหลาบขาวกับแมวตาเพชรวิ่งตามอานุภาพ ไปที่หลังเวที แต่อานุภาพหายไปแล้วอย่างไร้ร่องรอย แมวตาเพชรสงสัยว่าอานุภาพหลอกพวกเราให้หลงทาง แต่ก็ติดใจเรื่องเพชรละอองทะเลบอกกุหลาบขาวว่า

“ต่อไปนี้ เพชรละอองทะเลอยู่ที่ใคร คนนั้นแหละที่ฆ่ามาคัส” แมวตาเพชรจะสืบฆาตกรจากเพชรละอองทะเล กุหลาบขาวถามพ่อแม่เธอถูกฆ่าตายหรือสาเหตุการตายเพราะถูกปล้นเพชรหรือเปล่า

“หุบปาก!” แมวตาเพชรตวาด บอกให้เขาตามหาเพชรละอองทะเลให้เจอ ตนก็จะหาด้วย กุหลาบขาวท้าให้แข่งกัน “แข่งไปนายก็แพ้” แมวตาเพชรปรามาส

ขณะดนุภพกับดนัยเทพนั่งรถกลับด้วยกัน ดนัยเทพบอกให้หลานชายต้องหยุดกิจกรรมทุกอย่าง พักฟื้นให้แผลหายดีก่อน ระหว่างนี้ตนก็จะหาข้อมูลเพชรสามเม็ดในตำนานเพื่อไปทำเป็นคอลเลกชั่น เพราะไม่มีใครเชื่อว่าเพชรจะทำอะไรแบบนั้นได้จริง ดนุภพบอกว่าตนอยากได้รายชื่อแขกที่มางานเลี้ยงทั้งหมดและประวัติการรักษาพยาบาลของทุกคนว่ามีใครเป็นโรคร้ายอะไรหรือเปล่า

ดนุภพเปิดมือถือหาข้อมูล จึงเจออีเมลจากนพดล เขารีบขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปทั้งที่ยังเจ็บแผลไปเจอนพดลกำลังจะกลับพอดี ต่างโผกอดกันด้วยความดีใจแต่ดนุภพเจ็บแผลและเสียเลือดอ่อนเพลียจนทรงกายไม่อยู่

นพดลรีบพาไปห้องพยาบาลของสนามรักบี้ถามว่าไปโดนอะไรมา ดนุภพบอกว่าแมวข่วน แต่นพดลเป็นหมอเขาดูออกว่าเป็นแผลถูกยิงและโดนของมีคมบาดเป็นแนวหลายแนว แต่ไม่บอกตอนนี้ก็ได้ ถามว่าเขาได้รับอีเมลของตนแล้วใช่ไหม ดนุภพบอกว่าได้รับแล้วและตนจะช่วยเขาตามหาน้าเล็กกับน้องบุษเอง...ตนไม่เคยลืมครอบครัวเขาที่ดีกับตนมาก...

ooooooo

นพดลกับดนุภพคุยกันถึงอดีต ดนุภพพูดอย่างสำนึกบุญคุณว่าพ่อแม่นพดลดูแลตนเหมือนลูก ทำให้เด็กที่ขาดพ่อแม่อย่างตนรู้สึกเหมือนมีครอบครัวอีกครั้ง พูดถึงบุษบากรน้องสาวน่ารักว่าชอบวาดรูป ทำอาหารและร้องเพลง

ดนุภพถามนพดลว่าจำสัญญาที่ตนให้ไว้ได้ไหม ว่าตนจะต้องหาไอ้ฆาตกรที่ฆ่าคุณลุงคุณป้าให้ได้ นพดลบอกว่ามันคือฆาตกรคนเดียวกับที่ฆ่ามหาราชามาคัส ฆ่าวิธีเดียวกันคือแทงทะลุที่หัวใจ

ทั้งสองคุยกันถึงน้าเล็กและน้องบุษ นพดลบอกว่าตนเจอน้าเล็กที่โรงพยาบาลแต่น้าเล็กจำตนไม่ได้ แม้จะจำทะเบียนรถได้ เช็กไปแล้วเป็นทะเบียนปลอม ดนุภพ บอกว่าไม่ต้องห่วง การที่นพดลได้เจอน้าเล็กก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าตนจะได้เจอน้องบุษเร็วๆนี้เหมือนกัน

คืนนี้ กันยิกาดูรูปครอบครัวในคอมฯแล้วน้ำตาไหล เมื่อดาราวรรณเข้ามา เธอพยายามปกปิดไม่ให้น้าเห็นความอ่อนแอ ปดน้าว่าหาวนอนเลยน้ำตาไหล แต่ดาราวรรณรู้ทันบอกว่าถ้ามันทำให้หลานสบายใจน้าก็จะเชื่อ

“หนูไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ๆหนูถึงอ่อนแออย่างนี้ แค่คิดถึงเรื่องวันนี้ทำให้หนูคิดถึงพ่อแม่ พี่ปราการ หนูพยายามแล้ว แต่มันห้ามไม่ได้”

“ก็ไม่ต้องห้าม ไม่ต้องฝืน คิดถึงก็คิดถึงสิ น้าก็คิดถึงทั้งพี่ใหญ่ พี่เขย ปราการ ทุกคนอยู่ในความทรงจำของน้า อยู่ในใจนี่...” กันยิกาบอกว่าตนเข้มแข็งได้

ทุกวันนี้ก็เพราะน้า “ยิกา หนูมีน้าแล้วก็ยังมีพิมพ์อีกคนนึงที่เป็นครอบครัวของหนู” พูดถึงพิมพ์ชลแล้ว ดาราวรรณฉุกคิดว่าทำไมป่านนี้ยังไม่กลับ
ที่แท้พิมพ์ชลแอบเอาขนมไปฝากประชาสัมพันธ์ไว้ให้นพดลที่คอนโดฯ แต่วันนี้เขามาพอดี พอรู้ว่าพิมพ์ชลเป็นคนฝากขนมไว้ให้จึงรู้ว่าเธอมาฝากไว้ทุกคืน บอกว่าไม่น่าลำบากเลย แต่ขนมของเธอก็ช่วยชีวิตตนไว้ทุกคืนชวนว่า ถ้าไม่รีบกลับ ไปดื่มกาแฟกันไหม

ขณะไปร้านกาแฟ ดาราวรรณโทร.ไปตามพิมพ์ชลด้วยความเป็นห่วง พิมพ์ชลรับสายอย่างไม่พอใจกลัวนพดลจะรู้ว่าตนรู้จักกับดาราวรรณที่แอบหึงหมออยู่ แยกไปรับสายพูดด้วยน้ำเสียงกระด้างไม่พอใจว่า ตนมีธุระและยังไม่กลับตอนนี้ ไม่ต้องมารับตนกลับเองได้ พูดตัดบทกลัวนพดลจะเจอกับดาราวรรณ

กันยิกาได้ยินพิมพ์ชลพูดไม่ดีกับน้าดาก็ไม่พอใจ ดาราวรรณบอกว่าอย่าถือสาเลย กันยิกาถามว่าบุญคุณต้องทดแทนใช่ไหม ถ้าตนหาตัวฆาตกรเจอจะถือว่าสิ้นสุดบุญคุณกันได้ไหม ตนอยากจบเรื่องบ้าๆพวกนี้เต็มทีแล้ว

ดาราวรรณได้แต่ฟังอย่างหนักใจที่กันยิกากับพิมพ์ชลไม่ลงรอยกันสักที

ooooooo

ผู้กองเอกราชกับหมวดเอดูกล้องวงจรปิดในจอคอมพิวเตอร์ ผิดสังเกตที่กล้องวงจรปิดสองตัวตั้งอยู่ติดกันแต่มีคนเดินผ่านกล้อง 1 ไป กว่าจะปรากฏภาพในกล้อง 2 กินเวลาถึง 7 นาที ทั้งที่ระหว่างกล้องสองตัวไม่มีทางแยกหรือซอกมุมเลย

หมวดเอเชื่อว่าต้องมีคนจงใจตัดบางช่วงของกล้องวงจรปิดไป 7 นาที เอกราชพยักหน้าเห็นด้วย แล้วพากันไปที่ห้อง รปภ. เพื่อดูภาพทั้งหมดจากตึกนั้นอีกครั้ง ระหว่างทางเจอเสาวนุชเข้าพอดี เธอดักคอว่าจะไปดูไทม์มิ่งของกล้องวงจรปิดหรือเปล่านะ...เอกราชถามเสียงขุ่นว่าเธอรู้ได้ไง

เสาวนุชทำหน้าอมภูมิ เอกราชไม่อยากให้ใครได้ยินเลยจับเธอไว้ สั่งหมวดเอให้ไปเตรียมรถ ผู้กองวรุฒกับจ่าฉิวมาเห็นเอกราชจับเสาวนุชอยู่ก็สงสัยว่าต้องมีเรื่องสำคัญแน่จึงแอบฟัง ได้ยินเอกราชถามเสาวนุชว่าเธอรู้เรื่องกล้องได้ยังไง

เสาวนุชบอกว่าไม่เห็นยาก แค่ทำตัวเป็นมิตรกับตน บางทีตนอาจจะรู้อะไรมากกว่าเขาก็ได้ แค่ทำตัวสวยๆ ใสๆไม่มีพิษภัย เข้าถึงเบาะแสได้คล่องตัวกว่าเยอะ เอกราชบอกว่างั้นเธอทำของเธอไป แต่อย่าก้าวก่ายหรือล้ำเส้นตนเด็ดขาด

“มาดูกันว่าใครจะสืบเรื่องกล้องได้ก่อน” เสาวนุชท้า

วรุฒบอกจ่าฉิวว่าสองคนต้องพูดเรื่องกล้องวงจรปิดที่ตึกมาคัสตายแน่ๆ

“ถ้ามันดูกล้องมันก็ต้องเห็นสิว่าไม่ได้มีแค่ไอ้กุหลาบขาว แต่มีไอ้โม่งสามคนนั่นด้วย เหย...นั่นไม้ตายของผู้กองเลยนะ” จ่าฉิวกังวล

“มันจะรู้เรื่องนี้ไม่ได้ ฉันไม่ปล่อยให้มันทำคดีนี้สำเร็จหรอก เราต่างหากที่จะเป็นคนทำสำเร็จ” วรุฒขึงขัง

ดังนั้น ระหว่างที่เอกราชกับหมวดเอกำลังวุ่นอยู่กับเสาวนุช วรุฒกับจ่าฉิวจึงชิงจะไปที่ห้อง รปภ.ก่อน แต่ไม่ทัน เพราะเอกราชกับจ่าฉิวจัดการลากเสาวนุชออกไปได้แล้วเดินลิ่วไปที่ห้อง รปภ.ทันที

แต่ดูกล้องวงจรปิดแล้วทุกกล้องไม่มีภาพ เอกราชถามว่าภาพหายไปไหนหมด รปภ.บ่นว่าเป็นไปได้ไง วันที่ตนก๊อปไฟล์ส่งให้ตำรวจภาพยังอยู่ครบ หมวดเอบอกว่าตนเช็กกล้องที่ลานจอดรถก็ไม่มีภาพเหมือนกัน เอกราชถามว่าใครลบภาพพวกนี้ รปภ.บอกว่าตนไม่รู้ตนไม่ได้ทำ ลูกน้องก็ไม่มีรหัสเข้ามาลบภาพพวกนี้ด้วย

เจอเหตุการณ์นี้เข้า เอกราชยิ่งเครียด

ฝ่ายเสาวนุชถูกลากออกไปแต่ไม่ยอมแพ้พยายามหาทางที่จะไปห้อง รปภ.ให้ได้ พอดีได้ยินวรุฒตำหนิจ่าฉิวเรื่องมาถึงช้าทำให้ไม่ทัน ถ้าเอกราชรู้ว่ากุหลาบขาวไม่เกี่ยวแล้วจับตัวคนร้ายตัวจริงได้ก็อย่าหวังเลื่อนขั้นเลยจ่า เสาวนุชหลบวูบกลัวจะถูกไล่ไปอีก ได้ยินวรุฒบอกจ่าฉิวว่า

“ฉันไม่ยอมกลับไปอย่างคนล้มเหลวหรอก” จ่าฉิวถามว่างั้นบุกเข้าไปในห้อง รปภ.เลยไหม “เอ๊ย...แบบนั้นมันก็รู้สิว่าเราตามมันมา”

เสาวนุชแอบอยู่ในห้องเก็บของเผลอชนลังล้มดังโครม วรุฒได้ยินบอกให้จ่าฉิวเข้าไปดู ทันใดนั้นเสียงเอกราชถามขึ้นว่า “นายสองคนมาทำอะไร”
วรุฒบอกว่าพาลูกน้องมาเลี้ยงชาบู เอกราชแย้งว่าตรงนี้ไม่ใช่ร้านชาบู

“ก็...ฉันได้ยินเสียงอะไรแปลกๆในห้องนี้ แต่ไม่เห็นมีอะไร สงสัยจะหนู” วรุฒหลอกถามว่าแล้วเขามาทำไม มาสืบเรื่องมาคัสหรือ ได้ภาพจากกล้องแล้ว รู้ตัวคนร้ายแล้วสิ เอกราชตัดบทว่าเขาสนใจเรื่องชาบู ไปเถอะ แล้วชวนทั้งหมดผละไปอย่างหงุดหงิด จ่าฉิวว่าเอกราชอมภูมิไม่ยอมบอกเราว่าสืบถึงไหน

วรุฒบอกว่ามันคงไม่ได้อะไรเพิ่มเติมแน่ จ่าฉิวพาซื่อถามว่ามันไม่เห็นภาพในกล้องวงจรปิดหรือ

“มันอาจจะตาถั่วหรือไม่ โชคก็เข้าข้างเรา” วรุฒยิ้มสะใจแล้วชวนจ่าไปกินชาบูกันดีกว่าไหนๆก็มาแล้ว จ่าฉิวดีใจนึกว่าวรุฒจะเลี้ยง แต่แล้วก็จ๋อยเมื่อเขาบอกว่า “หาญครึ่งซิวะ”

เสาวนุชใจหายใจคว่ำอยู่ในห้องเก็บของ พอรู้ว่าข้างนอกไปกันหมดแล้วก็มองไปรอบๆ สะดุดตาที่แผนผังแสดงตำแหน่งบุคคลในตึกจึงเดินไปดู เธอตกใจเมื่อรู้ว่า เทวัญเป็นหุ้นส่วนร่วมกับผู้บริหารอยู่ด้วย

ooooooo

ดนุภพนอนพักฟื้นอยู่ที่บ้าน วันนี้เขาลุกขึ้นก็ต้องร้องโอ๊ย ทั้งเจ็บทั้งหัวเสียเพราะแผลปริทั้งๆที่จะหายอยู่แล้ว ไปเอาสำลีทำแผล ทั้งสำลีและผ้าพันแผลก็หมด ร้องเรียกดนัยเทพหวังให้ช่วยก็เจอแต่ข้อความที่เขียนทิ้งไว้ว่า

“วันนี้แกพักยาวไปเลยนะ ยาหลังอาหารวางอยู่บนโต๊ะ จะกลับมาพร้อมคำตอบข้อมูลเพชรในตำนานเม็ดที่ 3”

ดนุภพจึงเดินไปใช้รหัสเปิดตู้ยาลับเอาอุปกรณ์มาทำแผลที่หน้าบ้าน เอกราชที่สับสนเรื่องกุหลาบขาว จึงขับรถมาหาหวังว่าเพื่อนที่หลักแหลมคนนี้ว่าจะช่วยไขปัญหาได้ มาถึงบ้านเงียบแต่เห็นรถจอดอยู่จึงคิดจะเซอร์ไพรส์ให้เพื่อนตกใจ แต่กลับเห็นเพื่อนกำลังก้มทำแผลอยู่ มีเลือดติดเสื้อและติดมือ เอกราชตกใจเพ่งมองจึงเห็นแผลที่สีข้างที่เดียวกับที่วรุฒเคยบอกว่ากุหลาบขาวถูกเขายิงที่สีข้าง!

เอกราชอยากพิสูจน์ความจริงย่องไปดูที่ตู้วางรองเท้า หมายดูพื้นรองเท้าเทียบกับรอยที่ตำรวจได้หลักฐาน เปิดดูเจอรองเท้าหนังข้างหนึ่ง พลิกดูพื้นรองเท้าทำให้ช้อนรองเท้าในนั้นหล่นเสียงดัง เอกราชตกใจแทบช็อก

ดนุภพทำแผลเสร็จพอดี ได้ยินเสียงจึงคว้าปืนลุกมาดูแต่ไม่เจออะไร เปิดตู้ดูเห็นรองเท้าหนังข้างเดียวเพราะอีกข้างเปื้อนเลือดถูกส่งไปกำจัดคราบ ได้ยินเสียงกุกกักในห้องรับแขกเขาพุ่งไปทันที

เอกราชทักทายอย่างไร้พิรุธทั้งที่สงสัยเพื่อนรัก เห็นนิ้วเปื้อนยาก็แกล้งถามว่าเป็นอะไร ดนุภพบอกว่าเจียระไนเพชรแล้วถูกเครื่องทิ่มเอา เอกราชแกล้งโอบถูกแผลที่สีข้าง ดนุภพเจ็บจนเหงื่อแตกแต่ต้องทนทำหน้าเฉย

เอกราชแกล้งชวนไปเป็นคู่ซ้อมมวย ดนุภพบอกให้ไปซ้อมกับครูฝึกเพราะวันนี้ตนไม่ว่าง เอกราชจึงกลับทันทีที่ออกมาที่รถ เอกราชกดมือถือถึงหมวดเอทันที บอกให้กลับไปรอตนที่หน่วยด่วน ตนได้ร่องรอยกุหลาบขาวแล้ว!!

ฝ่ายดนุภพยืนส่งที่หน้าบ้าน แอบด่าและบ่นว่า อยู่ๆก็โผล่มารับมือแทบไม่ทัน

เอกราชบอกหมวดเอว่าตนเจอรองเท้าของกุหลาบขาวแล้ว บอกให้เอารองเท้าไปพิสูจน์ว่าใช่รอยที่เปื้อนเลือดในที่เกิดเหตุหรือเปล่า หมวดเอขอรองเท้า เอกราชถอดเสื้อนอกเห็นเสื้อยืดสีขาวข้างในของเขามีรอยรองเท้าประทับอยู่

เมื่อสแกนรอยรองเท้าที่ไม่ชัดเจนนักส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ ปรากฏว่าเข้ากันได้สนิท หมวดเอและตำรวจต่างดีใจมากที่จะจับตัวกุหลาบขาวได้ ถามว่ามันเป็นใคร แต่เอกราชกลับซึม ช็อก บอกหมวดเอว่าอย่าเพิ่งรู้เลยจนกว่าตนจะจับมันในคราบโจรกุหลาบขาวได้คาหนังคาเขาก่อน ให้สแตนด์บายรอคำสั่งจากตน

ooooooo

กันยิกาเอาดอกลิลลี่สีชมพูที่แม่ชอบไปเยี่ยมพ่อแม่ที่สุสาน ระหว่างนั้นดาราวรรณโทร.มาจากห้อง สมุดเก่า ในมือถือกระดาษจดเลขที่ตู้ชั้นที่เก็บหนังสือบอกรหัสหนังสือแก่กันยิกาอย่างตื่นเต้นว่า

“890 ส 771พ เป็นที่เก็บหนังสือไขปริศนาเพชรเม็ดที่ 3”

กันยิกาชมว่าน้าดาเก่งมาก ให้รีบไปเก็บมันก่อนที่กุหลาบขาวจะมาชิงตัดหน้าไป ก่อนวางสายดาราวรรณกำชับกันยิกาว่าอย่าเผลอวางดอกไม้ไว้ที่หน้าสุสาน เป็นอันขาด จำเอาไว้ว่า เราไม่มีตัวตน

กันยิกาเศร้า เก็บมือถือใส่กระเป๋า ขณะนั้นมีชายหนุ่มเดินผ่านไปเธอปรายตามองอย่างไม่สนใจ ที่แท้คือนพดล สองพี่น้องคลาดกันโดยไม่รู้ตัว จนเมื่อกันยิกาไปที่รูปพ่อแม่ พูดคุยด้วยความรักและคิดถึงถามแม่ว่า

“แม่คงคิดถึงพี่ปราการมากใช่ไหมคะ หนูก็คิดถึงพี่ รอหน่อยนะคะแม่ รอหนูแก้แค้นไอ้ฆาตกรได้เสียก่อน หนูจะตามหาพี่ปราการ ครอบครัวเรากลับมาพร้อมหน้า พร้อมตากันอีกครั้ง”

กันยิกาสังเกตเห็นแผ่นหินที่สลักชื่อและรูปของพ่อกับแม่สะอาดเอี่ยมไม่มีฝุ่น ไม่มีคราบตะไคร่น้ำเลย

เธอรู้ทันทีว่ามีคนมาที่นี่ เชื่อว่าต้องเป็นพี่ปราการแน่ ฉุกคิดถึงคนที่เพิ่งเดินผ่านไป แต่พอตามไปเรียกนพดลก็ขับรถออกไปแล้ว

กันยิการ้อง “พี่ปราการ...พี่ปราการ...” จนรถขับออกไป แม้จะไม่ได้เจอกันแต่กันยิกาก็ยิ้มทั้งน้ำตาที่พี่ชายยังมีชีวิตอยู่จริงๆ

ooooooo

ดาราวรรณไปหาหนังสือตามรหัสที่ได้มา ปรากฏว่าหนังสือหายไปแล้ว เห็นบรรณารักษ์เข็นรถโผล่มาข้างตู้รีบบอกขอยืมหนังสือซุปเปอร์เพชร 5 อัญมณีหน่อยจะเอาไปอ่าน

บรรณารักษ์บอกว่าหนังสือเก่าแล้วจะเอาไปซ่อม ดาราวรรณขออ่านก่อนพลางเข้าไปควานหาที่รถเข็น บรรณารักษ์ไม่ยอมให้เอาไป จับหนังสือไว้ยื้อยุดกัน

ดาราวรรณดึงสุดแรง หนังสือหลุดมาตามมือเธอเองก็เสียหลักหงายผลึ่งไปในอ้อมแขนของดนัยเทพที่มาหาหนังสือเหมือนกัน ดาราวรรณหลับตาปี๋ พอลืมตาขึ้นสบตาดนัยเทพก็เอ่ยขอบคุณเขินๆ ดนัยเทพทำตาหวานเยิ้ม ต่างปิ๊งกันอย่างจังจนบรรณารักษ์กระแอม

ดนัยเทพมองหนังสือเห็นว่าเป็นเล่มที่ตนหาอยู่พอดี ดาราวรรณรีบผละจากดนัยเทพถือหนังสือเดินลิ่วไป บรรณารักษ์ได้แต่ยืนเท้าเอวมองขวางๆ ส่วนดนัยเทพพอนึกได้ก็รีบตามดาราวรรณไป

ดาราวรรณยังใจปั่นป่วนกับสายตาเยิ้มของดนัยเทพเขาก็ตามมาทันอาสาช่วยถือหนังสือให้ ดาราวรรณปฏิเสธว่าตนถือได้ ดนัยเทพขอเลี้ยงกาแฟทำความรู้จักเธอมากกว่านี้ก็ถูกปฏิเสธ ขอไปส่งบ้านก็ถูกปฏิเสธ แต่เขาก็ตามตื๊อจนดาราวรรณเห็นนักศึกษาสาวเดินถือหนังสือมาก็แกล้งขัดขาล้มหนังสือตกกระจาย ดนัยเทพต้องช่วยเก็บหนังสือ เธอถือโอกาสนั้นเดินลิ่วไป ดนัยเทพได้แต่มองตามไป

เมื่อช่วยเก็บหนังสือเสร็จ ดนัยเทพรีบตามไป ปรากฏว่าดาราวรรณทำเรื่องยืมหนังสือไปเรียบร้อยแล้ว เลยได้แต่บ่น

“โธ่เอ๊ย...แม่กระแตสาวผู้ปราดเปรียว ยืมหนังสือไปจนได้ เอาไงดี...”

ดนัยเทพปลอมเป็นโจรตามไปจี้ชิงทรัพย์ดาราวรรณ เธอแกล้งตกใจอ้อนวอนอย่าทำอะไรตนและร้องขอความช่วยเหลือแต่มือเท้าก็เล่นงานดนัยเทพไม่หยุด ทั้งต่อยตาเตะผ่าหมากจนดนัยเทพมือหนึ่งกุมตามือหนึ่งกุมเป้า แล้วยังถูกเธอขับรถเฉี่ยวกระแทกจนล้มอีก

“ร้อนแรงมากๆผู้หญิงคนนี้ นี่ขนาดกลัวๆ ร้องขอความเมตตาตลอดยังมาเต็มๆ แล้วถ้าไม่กลัวจะขนาดไหน แล้วจะแย่งหนังสือคืนมาได้ไงวะเนี่ย” ดนัยเทพบ่นแล้วนึกขึ้นได้ “ห้องสมุด!! ประวัติการยืมหนังสือไงไปหาเจ๊บรรณารักษ์ดีกว่า ฮ่าๆๆ ได้เจอกันอีกแน่” ดนัยเทพรีบวิ่งตัวงอเข้าห้องสมุดไป

ooooooo

กันยิกากลับไปถึงร้านก็ยังครุ่นคิดเรื่องปราการ คิดถึงและหาทางจะตามหาพี่ชายต่อไป เธอผสมค็อกเทล “โมฮีโต้” ให้ตัวเอง ไปนั่งไขว่ห้างดื่มบนเก้าอี้สตูบาร์

ดนุภพเข้ามานั่งเก้าอี้ข้างๆ พูดลอยๆ

“โมฮีโต้ คอกเทลคลาสสิกแนว exotic มีจุดกำเนิดที่บาร์ในฮาวาน่า รสชาติออกเปรี้ยวซ่าๆ และกลิ่นหอมของมิ้นท์ เหมาะสำหรับสาวซ่าที่กำลังเหงา ต้องการหาเพื่อนคุย”

“เคยเป็นบาร์เทนเดอร์หรือไง ทำเป็นรู้ดี” กันยิกาถามเซ็งๆ ที่เห็นเขาโผล่มา

ดนุภพบอกว่าถ้าบาร์เทนเดอร์ที่ร้านเธอขาดตนก็ยินดี กันยิกาเยาะว่าเขามาผิดร้านแล้วเพราะตนไม่เหงากับเขา

ดนุภพอ่อยว่าแต่ตนเหงาอยากมาหากาแฟดื่มเป็นเพื่อนแก้เหงาสักแก้วที่นี่ กันยิกาถามว่าแล้วผู้หญิงของเขาไปไหนเสียล่ะ ถึงได้ปล่อยให้มาเป็นแมวหง่าวกับตนที่นี่ พลางเลื่อนเมนูกาแฟให้เขาเลือก

“แนะนำผมซิ ในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของร้านว่าคุณชงกาแฟอะไรได้บ้าง”

กันยิกาบอกว่าชงได้ทุกแบบอยู่ที่เขาจะเลือก

ดนุภพอ้อนว่าเธอต้องรู้ว่ากาแฟชนิดไหนเหมาะกับรสนิยมลูกค้าอย่างตน กันยิกาจึงลุกไปชงกาแฟ สบตาท้าทายเขาเป็นระยะ ดนุภพมองเคลิ้ม...

พอชงเสร็จ ยกไปให้บอกว่านี่คือกาแฟที่เหมาะสำหรับเขา ดนุภพมองกาแฟถามว่ากาแฟอะไร ตนไม่เคยเห็นมาก่อน หน้าตาดูน่าค้นหา แล้วก็กลิ่น...
หอมแปลกๆ กันยิกาบอกว่าสูตรสำหรับเขาคนเดียว เขาอยากชิมฝีมือตนใช่ไหม ถ้ากล้าก็ชิมเลย

“ระหว่างที่ผมชิม ช่วยบอกชื่อมันหน่อยว่ากาแฟอะไร”

“กาแฟแบบที่โจรกินไง...กาแฟโจรสลัด! กาแฟดำรสเข้ม ไม่ใส่ครีม ไม่ใส่น้ำตาล ใส่แต่ผงอบเชยกับพริกไทยและเหล้ารัม”

ดนุภพสำลักกาแฟพรืด! กันยิกาหัวเราะร้ายถามว่าถึงกับสำลักเลยหรือ

“ก็มันขึ้นจมูก คุณดันใส่พริกไทยและเหล้ารัมไปด้วย”

ดนุภพถูกกันยิกาแก้เผ็ดสำลักกาแฟหน้าดำหน้าแดง

ooooooo

อิสริยาไปเข้าฟิตเนสโวยวายกับเทรนเนอร์อย่างเอาแต่ใจตัวว่าอยากได้ซิกซ์แพ็กเร็วๆ เพราะซัมเมอร์นี้จะไปล่องเรือยอชต์ที่มัลดีฟกับเพื่อน ถ้าหุ่นไม่เฟิร์มไม่มีกล้ามท้องแบบซุปตาร์จะอายเขา

เทรนเนอร์บอกว่าตนจะรีบจัดโปรแกรมออกกำลังกายให้ใหม่ พอเทรนเนอร์ผละไป อิสริยามองไปเห็นเทวัญกำลังยกเวทอยู่โดยมีโรมันกับรสลินเล่นเวทอยู่ไม่ห่าง เธอมองเทวัญที่ทุกส่วนเต็มไปด้วยกล้ามตาวาวเพ้อ...

“สมบูรณ์แบบ! ทั้งหล่อทั้งรวยแถมหุ้นยังเปรี๊ยะแน่นอกมากๆ เดาตัวเลขไม่ถูกจริงๆว่าอายุเท่าไหร่ ลำแขนกล้ามเป็นมัดๆ ถ้าได้เดินเกาะแขนละก็...”
อิสริยาทำท่าสยิว มโนไปต่างๆนานา

แต่พอรู้สึกตัวก็ถามตัวเองว่า “แค่คิดแล้วจะได้อะไร อยากได้ต้องลงมือทำ ขนาดคาสโนว่าดนุภพว่าจับยากๆเธอยังแซงปาดหน้านังพวกเซเลบมือใหม่คว้ามาควงได้ชิลๆ หึ...ระดับเศรษฐีเทวัญก็ไม่น่าจะยากเกินความสามารถของเธอ ริยา...ถ้าอยากเป็นที่หนึ่งเหนือที่หนึ่งในหมู่เซเลบ เธอต้องได้มหาเศรษฐีเทวัญมาอยู่ในกำมือเท่านั้น!”

ไวเท่าความคิด อิสริยาเดินเข้าหาเทวัญอย่างยั่วยวน ร้องทัก...

“ไฮ้ คุณเทวัญมาเล่นฟิตเนสที่นี่เหมือนกันเหรอคะ” รสลินปราดเข้าขวางทันที เทวัญบอกรสลินอย่าเสียมารยาทสตรีสาวสวย รสลินจึงต้องหลบไป โรมันผายมือเชิญให้อิสริยาเดินไปหาเทวัญ เธอยิ้มระรื่นหน้าชื่นบอกเทวัญว่า

“ริยาเป็นเมมเบอร์ที่นี่มาตั้งนาน ไม่เคยเห็นคุณเทวัญมาเล่นที่นี่เลย”

“ออ...ผมเพิ่งมีเวลาว่างออกมาเล่นเปิดหูเปิดตาข้างนอกน่ะครับ”

“ไม่เชื่อ...กล้ามอกกล้ามท้องคุณเทวัญดีเว่อร์เหมือนเล่นมานานแล้ว” เทวัญบอกว่าปกติตนเล่นที่ห้องฟิตเนสส่วนตัวที่บ้าน “ว้าว...ริยาอยากมีซิกซ์แพ็กสวยๆ เหมือนคุณเทวัญ ต้องทำยังไงคะเนี่ย”

อิสริยายิ้มยั่วยวน เทวัญที่เพิ่งหายจากโรคร้ายร่างกายแข็งแรงมองอิสริยาตาวาว ยื่นมือไปให้อิสริยาบอกว่า

“ผมจะช่วยสอนให้ ดีไหมครับ”

“มีแต่ผู้หญิงโง่ๆเท่านั้นแหละค่ะ ที่จะเซย์โน” อิสริยายื่นมือให้เทวัญทิ้งสายตาร้อนแรง

เทวัญเป็นเทรนเนอร์ให้อิสริยายกเวท เธอยั่วยวนตลอดเวลา เทวัญก็แสดงความเป็นสุภาพบุรุษสอนให้อย่างถึงเนื้อถึงตัวเนียนๆ อิสริยาหัวเราะระริกอย่างมีความสุขมาก

ooooooo

เทวัญทำหน้าที่เทรนเนอร์ให้อิสริยาอย่างใกล้ชิด ถึงเนื้อถึงตัวและชมไม่ขาดปาก อิสริยาหัวเราะระริกบอกสนุกมาก

เทวัญบอกว่าออกกำลังแบบนี้ทุกวันครั้งละหลายๆ เซต อิสริยาถามว่าตนต้องทำอีกกี่เซตถึงจะมีซิกซ์แพ็กสวยๆเหมือนเขา เทวัญมองตาคมกล้าอย่างมีความหมายบอกว่า “ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณริยาจะมาเจอผมบ่อยแค่ไหน”

“แหมๆคุณเทวัญเล่นขู่กันแบบนี้ ริยาก็ต้องมาเจอคุณบ่อยๆแล้วสิคะ” อิสริยาหัวเราะร่วนอย่างมีจริต แกล้งทำเสียหลักเซ เทวัญรีบประคอง เจ้าหล่อนทำตาปริ๊บๆ มองเขาอย่างยั่วยวน

เวลาเดียวกันที่ร้านอาหารดาริกา ดนุภพยังสำลัก “กาแฟโจรสลัด” หน้าดำหน้าแดง กันยิกาเอาน้ำเปล่าให้ล้างคอ ดนุภพยังไม่เข็ดบอกให้เธอล้างลงโทษฐานทำให้ปากคอจมูกของตนแสบไปหมด กันยิกาใจดีจะช่วยล้างให้ทั้งหน้า พอจะสาดน้ำใส่หน้าดนุภพก็ฉากหลบกอดเธอจากด้านหลังไว้แน่น กระซิบ

“กาแฟโจรสลัดของคุณโดนใจผมมาก ขอบคุณครับ” แล้วจู่โจมจูบ กันยิกาที่แผลงฤทธิ์ทำเขาเจ็บแสบ แพ้รสจูบถึงกับระทวยย้วยอยู่ในวงแขนเขา ดนุภพถามว่า “ขอบคุณครั้งเดียวไม่สมราคากาแฟคุณเหรอครับ งั้นขอบคุณอีกครั้ง” แล้วจะเบิ้ล แต่เอกราชผลักประตูเข้ามาพอดี!

ดนุภพกับกันยิกาตกใจ พริบตานั้นเอกราชก็ตรงเข้าชกดนุภพด่า “ไอ้เพื่อนทรยศ” ดนุภพถามว่าเรื่องอะไร เอกราชบอกว่าเขาควรจะรู้อยู่แก่ใจ

ดนุภพคิดว่าเอกราชหึงกันยิกาแต่ที่แท้เขาแค้นเรื่องจับได้ว่าดนุภพคือกุหลาบขาวโจรปล้นเพชรและฆ่ามาคัส ดาราวรรณบอกให้กันยิกาห้าม เธอเข้าห้ามเลยถูกลูกหลงของเอกราช พอกันยิกาเจ็บทั้งสองจึงหยุดชกต่อยกัน ดาราวรรณบอกว่าตนไม่รู้ว่าสองคนทะเลาะกันเรื่องอะไร แต่ขอให้ดนุภพกลับไปก่อนขืนอยู่เดี๋ยวจะบานปลาย

ดนุภพยอมกลับไป เอกราชจ้องหน้าเขาอย่างผิดหวังเสียใจ ดนุภพหันมองกันยิกา เธอยักไหล่อย่างสะใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าทั้งสองทะเลาะกันเรื่องอะไร
เมื่อดนุภพกลับไปแล้ว กันยิกาถามเอกราชว่าเขาทะเลาะกันเพราะผู้หญิงหรือ เอกราชบอกไม่ใช่ พูดเป็นนัยว่า

“คุณยิกาครับ ถ้าวันหนึ่งเกิดคุณรู้ความจริงขึ้นมาว่า ตัวตนที่แท้จริงของเพื่อนรักคุณไม่ได้เป็นอย่างที่คุณรู้จักเลยตลอด 10 กว่าปีที่คบกัน เขาหลอกลวง เขาปิดบังคุณมาตลอด ที่ทำตีสนิทกับคุณเพื่อล้วงความลับ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง คุณจะทำยังไงครับ?”

“เอ่อ...บางครั้งคนเราก็มีเหตุผลจำเป็นต้องปิดบังตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเพื่อบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมากๆนะคะ”

“หึ ใช่สิ มันคงมีเหตุผลอะไรที่สำคัญมาก...มากกว่าความเป็นเพื่อน ที่ร่วมสุขร่วมทุกข์ร้องไห้คิดถึงบ้านกันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กสิบกว่าขวบในโรงเรียนประจำสินะครับ” เอกราชพูดอย่างเจ็บปวดสะเทือนใจ

เสาวนุชที่รู้ว่าเทวัญเป็นหนึ่งในเจ้าของตึกที่เกิดเหตุปล้นเพชรและฆ่ามหาราชามาคัส เธอบุกไปถามเทวัญถึงฟิตเนสเทวัญที่กำลังจีบกับอิสริยาติดพันอยู่ไม่พอใจ สั่งด้วยสายตาให้โรมันเก็บเสาวนุชเสีย

เมื่อเสาวนุชขี่มอเตอร์ไซค์กลับจึงถูกชายลึกลับสองคนขับรถกระบะตามอย่างมุ่งร้าย เสาวนุชรู้ถึงอันตรายขี่มอเตอร์ไซค์หนีเข้าตรอกซอกซอยจนหลุดจากการตามล่า แต่เมื่อเธอกลับถึงบ้านก็ตกใจเมื่อเห็นเงาตะคุ่มอยู่ข้างตู้เหมือนหัวคนซุ่มอยู่ เธอคว้าไม้ฟาดไม่ยั้งจนเหนื่อยรีบเปิดไฟ

ปรากฏว่ามันคือตุ๊กตาที่เธอวางไว้ตกแต่งบ้านนั่นเอง! แต่พอเปิดไฟเธอยิ่งตกใจเมื่อเห็นว่าบ้านถูกงัดเข้าไปรื้อข้าวของกระจุยกระจาย!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน
12 พ.ค. 2564

03:05 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 04:24 น.