ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบตัดเพชร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันนี้ที่โต๊ะอาหารค่ำคฤหาสน์เทวัญ ขณะเขานั่งทานอาหารอยู่กับโรมันและรสลินนั้น อาการป่วยก็กำเริบ มือที่ถือมีดหั่นเนื้อสั่นรัวจนมีดร่วงกระทบจาน เสียงดัง เขาร้องลั่นจิกมือที่หัวด้านขวาของตัวเองอย่างเจ็บปวด

รสลินเข้าไปยื่นมือจะจับถามว่าปวดมากหรือ ถูกเทวัญปัดมือออกตวาด

“ไม่ต้องจับ! ก็เพราะพวกแกทำงานห่วย ปล่อยให้เพชรละอองทะเลหลุดมือไป ฉันถึงได้ทรมานขนาดนี้...โอ๊ย...”

เทวัญปัดจานชามบนโต๊ะตกแตก โรมันตะโกนให้พ่อบ้านเอายามา รสลินปลอบเทวัญให้อดทน อย่าเป็นอะไรไป

“ถ้าแกกตัญญูกับฉันจริง ตามล่าเพชรละอองทะเลจากไอ้โจรกุหลาบขาวมาให้ได้เร็วๆ ได้ยินไหม”

“ค่ะท่านพ่อ...ลูกสัญญา ลูกจะแย่งเพชรละอองทะเลมาให้ได้...อร๊าย!” รสลินร้องสุดเสียงเพราะถูกเทวัญเหวี่ยงล้มลง เทวัญเองก็เลือดกำเดาไหลโกรกออกมา พอดีพ่อบ้านถือเข็มฉีดยาวิ่งเข้ามา โรมันรับเข็มฉีดยาปักเข้ากลางหลังตรงไขสันหลังให้ เทวัญาตัวแอ่นร้องอย่างเจ็บปวด พอฤทธิ์ยาแก้ปวดผสมมอร์ฟีนอย่างแรงความเจ็บปวดบรรเทา เทวัญก็หมดแรง อ่อนยวบอยู่ในอ้อมแขนของโรมัน รสลินเห็นสภาพแล้วน้ำตาร่วง ยกมือขึ้นดูบาดแผลที่ถูกเศษแก้วที่พื้นบาดจนเลือดไหล

“พ่อ...ไม่ว่าจะต้องทำยังไง ตามล่าไกลสุดโลกสักแค่ไหน ฆ่าใครสักกี่คน ลูกสาบานจะเอาเพชรละอองทะเลมาให้ได้!!” รสลินประกาศก้อง

ooooooo

อานุภาพเอาเพชรละอองทะเลกลับไปที่ตึกสามชั้นของเขา ขึ้นไปห้องชั้นบนสุด เอาเพชรออกมาถ่ายรูปกับตัวเองส่งไปให้มหาราชามาคัสดู พูดอย่างกระหยิ่มว่า

“สดพร้อมส่งแล้ว รีบมารับไปเร็วๆจะได้ปิดจ๊อบรับเงินไปพักร้อนที่ฮาวาย ฮ่ะๆๆ”

พลันก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ติดตั้งไว้ในนาฬิกาข้อมือดังขึ้นพร้อมสัญญาณไฟสีแดง เขารีบเปลี่ยนภาพที่จอในมือถือไปยังกล้องวงจรปิดที่ตั้งไว้ดูภาพทันที เห็นชายฉกรรจ์หลายคนวิ่งขึ้นบันไดเงียบกริบมาอย่างเร็ว

“เฮ้ย ใครเล่นงานกูเข้าแล้ว” อานุภาพผงะ

มันคือแก๊งรัสเซีย พากันวิ่งขึ้นมาและค้นตามห้องต่างๆอย่างเร็ว อานุภาพรีบเก็บของหนี พอแก๊งรัสเซียถีบประตูที่อานุภาพอยู่เข้าไป พบแต่ห้องที่ว่างเปล่า เห็นกระจกหน้าต่างบานเลื่อนเปิดอยู่มันพุ่งไปชะโงกดู เห็นอานุภาพไต่เชือกโรยตัวไปถึงชั้นล่างแล้ว มันร้องบอกกันและระดมยิงลงไป อานุภาพยิงตอบโต้แล้ววิ่งหายไป พอมันวิ่งตามก็เจอระเบิดควันที่อานุภาพตั้งเวลาไว้ระเบิดจนมันแสบตาสำลักควันกันอุตลุด

อานุภาพหิ้วกระเป๋าวิ่งหายไปในฝูงคนที่พลุกพล่านอย่างเร็ว

ooooooo

เมื่อดนุภพพาอิสริยาไปอาเจียนที่ห้องน้ำ เอกราช กับกันยิกาก็ถือเครื่องดื่มออกไปยืนชมสวนสวยกันที่ระเบียง เอกราชอ้อนว่าเมื่อไหร่ตนจะได้เป็นนายแบบให้เธอเขียนรูปบ้าง กันยิกาบอกว่าต้องรอคิวเพราะตนมีนายแบบกิตติมศักดิ์อีกท่านหนึ่ง

“กิตติมศักดิ์แค่ไหนผมก็ไม่ถอยหรอกครับ ผมจะรอเป็นนายแบบให้คุณ”

กันยิกาขอบคุณและหวังว่าการคอยของเขาจะไม่เสียเวลาเปล่า เลียบเคียงหาข่าวถามว่าเขาจะมีเวลาหรือเพราะคดีเพชรของชารินที่ถูกโจรกรรมไปหมาดๆ ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้เลย เอกราชบอกว่าถึงจับไม่ได้แต่ก็รู้ตัวแล้วว่าเป็นฝีมือของกุหลาบขาว กันยิกาเจาะข่าวถามว่าแน่ใจหรือว่าเป็นโจรกุหลาบขาว ไม่ใช่ฝีมือโจรคนอื่น

“คุณยิกาหมายถึงแมวตาเพชรหรือเปล่าครับ?” กันยิกาสะดุ้งตอบเบาๆ ว่า มั้งคะ “อืม...ก็น่าคิดนะครับ ไอ้โจรสองคนนี่ไม่รู้ใครเลียนแบบใคร พฤติกรรมมันคล้ายคลึงกัน ปล้นเพชรเพียงอย่างเดียว ไม่แตะต้องเงินทองหรือทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ แล้วก็ทิ้งสัญลักษณ์ประจำตัวเอาไว้ประกาศสรรพคุณความเก่งกาจของมัน”

“ก็ต้องกุหลาบขาวเลียนแบบแมวตาเพชรซีคะ” กันยิกาตอบทันทีด้วยน้ำเสียงไม่พอใจจนเอกราชมองหน้าเธอรู้ตัวรีบกลบเกลื่อนว่า “ยิกาก็แค่เดาเล่นๆ เผื่อจะช่วยอะไรคุณเอกราชได้บ้างน่ะค่ะ”

เอกราชปลื้มบอกว่าตนอยากได้ผู้ช่วยอย่างเธอคอยอยู่เป็นกำลังใจ รับรองว่าสักวันตนต้องจับพวกมันได้แน่ พลาง ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กันยิการีบตัดบทบอกให้กลับไปดูคู่รักของเพื่อนซี้ว่าหายคลื่นไส้หรือยัง เดี๋ยวตนจะตามไป แล้วเธอก็เดินผละไป เอกราชยังยืนยิ้มอารมณ์ค้าง ให้กำลังใจเข้าข้างตัวเองว่า

“พยายามเข้าไอ้เอกราช ไม่นานนางต้องรับรักนายแน่นอน!!”

ooooooo

ดนุภพกลับมาไม่เห็นเอกราชกับกันยิกา จึงออกเดินหาบ่นอุบอิบว่าไปดู๋ดี๋กันถึงไหน ตนจะกลับแล้วเดินผ่านห้องแกลเลอรี่ มองเข้าไปเห็นรูปที่วาดลายเส้นด้วยแท่งชาโคลเลยผลักประตูเข้าไปดู

ในแกลเลอรี่เห็นรูปวาดมากมายทั้งรูปวิวและรูปคน แต่ทุกรูปเศร้าเหงาจนสัมผัสได้ มีภาพหนึ่งที่วางอยู่บนขาหยั่งเป็นลายเส้นดำลากพันกันไปมายุ่งเหยิง มองอย่างไรเล็งมุมไหนก็ดูไม่ออกว่าเป็นรูปอะไร พูดขำๆว่า

“ลายเส้นยุ่งเหยิง ดูเจ้าอารมณ์เหมือนแมงมุมตีกัน”

“ไหนอ่ะ ฉันไม่ยักเห็นแมงมุมสักตัว” กันยิกาเดินมายืนข้างหลังเขาถามขึ้น ดนุภพหันขวับหน้าเกือบชนกัน กันยิกาต้องผละออกอย่างรังเกียจ ดนุภพบอกว่า “คุณวาดรูปนี้ ดูงงๆมึนๆ”

กันยิกาหัวเราะเยาะบอกว่านั่นคือเส้นที่ตนฝนแท่งชาร์โคลทิ้งๆเอาไว้ มีคนดูเป็นงานศิลป์ได้เหมือนกันหรือเนี่ย

ฝ่ายอิสริยานั่งรอดนุภพจนเอกราชเดินกลับมา เธอถามว่าดนุภพไปหาเขาแล้วตอนนี้ไปมุดหัวอยู่ไหนเสียแล้ว เอกราชยั่วว่าอาจจะหนีกลับไปแล้วก็ได้เพราะรำคาญ อิสริยาถามเอาเรื่องว่ารำคาญใคร เอกราชบอกว่าตนมั้ง แล้วบอกให้เงียบๆหน่อย ตนจะฟังเพลง อิสริยาจึงเงียบแต่เขี่ยหูบ่นรำคาญที่นักร้องร้องเพลงเก่าๆ แล้วมองหาดนุภพว่าหายไปไหน
หารู้ไม่ว่าดนุภพกำลังติดพันกับกันยิกาอยู่ที่ห้องแกลเลอรี่ เธอขอให้เขาออกไปจากห้องนี้ได้แล้วเพราะห้องนี้สำหรับคนพิเศษของตนเท่านั้น ดนุภพแหย่ทันทีว่ารวมเอกราชด้วยหรือปล่า

“ถ้าคุณเอกราชไม่ใช่คนพิเศษ ฉันคงไม่เชิญมาดินเนอร์ด้วยกันสองต่อสอง เสียดายที่ถูกทำลายบรรยากาศไปอย่างแย่มากๆ”

“เพชรสังเคราะห์คุณภาพดีๆ บางครั้งดูแทบตายก็แยกไม่ออกว่าของจริงหรือของปลอม แต่สำหรับคุณไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าผมดูออก ดูออกว่าคุณกำลังเอาเพื่อนผมเป็นของเล่นอยู่ ผมไม่เชื่อว่าคุณชอบเพื่อนผมจริงๆ”

กันยิกาตะลึงที่ถูกจี้ใจดำ แต่ยังยิ้มสู้ ท้าว่าถ้าเขาคิดอย่างนั้น ก็ลองไปเตือนเพื่อนเขาดู

“เพื่อนผมมันเป็นคนดี คุณอย่าไปใช้มันเพื่อเล่นเกมจะดีกว่า”

“แล้วมาเล่นเกมกับคุณแทนใช่ไหม! เชอะ!! ยัยไฮโซปากตะไกรจะได้มาพ่นไฟใส่หน้าฉันสิ”พูดพลางจะเบี่ยงตัวหลบแต่ถูกเอาแขนยันผนังคร่อมไว้ ยื่นหน้าใกล้เข้าไปอีก “บอกผมมาดีกว่า คุณต้องการอะไรจากเพื่อนผม!”

ดนุภพยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนกันยิกาต้องยกมือดันอกเขาไว้ อีกมือจับมีดสั้นในกระโปรงเตรียมพร้อม แข็งใจปรามว่า

“อย่าทำเป็นโชว์พาวเอาทฤษฎีการดูเพชรของตัวเองมาอ่านใจฉันดีกว่า ฉันไม่ใช่เพชรที่คุณจะออกใบรับรองคุณภาพให้ คุณไม่มีวันเดาทางได้หรอกว่าฉันคือใคร เป็นยังไง ออกไปได้แล้ว ไปสิ!” เธอผลักเขาออกไป

“โอเค วันนี้คุณอาจเป็นเพชรที่ไม่ยอมให้ผมส่องหาตำหนิ ข้อดีข้อเสียที่ซ่อนอยู่ แต่วันหลังคุณจะเป็นคนร้องขอให้ผมทำทุกอย่างเอง แค่นี้นะ...กู๊ดไนท์”

ดนุภพเดินผละไป ทิ้งให้กันยิกายืนมองอย่างเจ็บใจและกังวลว่าชีวิตตนดูเหมือนจะถูกเขารุกล้ำเข้ามาได้เสียแล้ว

ooooooo

ปิดร้านแล้ว กันยิกากับดาราวรรณกำลังคิดเงินและคุยกันถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ ดาราวรรณตกใจเมื่อกันยิกาเล่าเรื่องดนุภพให้ฟัง

“หวาดเสียวนะ ถ้านายดนุภพกล้าบอกผู้กองเอกราชว่าหลานไม่ได้ชอบผู้กองจริงๆ ตำรวจแบบนั้นอาจสงสัยได้ว่าผู้หญิงคนหนึ่งมาหวานใส่เขามากมายขนาดนี้ ผู้หญิงคนนั้นจะต้องการอะไร”

“สายตาเขาเหมือนกับกล้องไดมอนด์ลู้ปสำหรับส่องเพชรกำลังขยายเกินกว่าสิบเท่า เจอเขาจ้องทีไรยิการู้สึกเหมือนเขาพยายามจะค้นหาจุดตำหนิหรือตัวตนที่แท้จริงของยิกา คนบ้า!” กันยิกาด่าเขินๆ

ดาราวรรณเตือนว่าเธอจะให้ใครมารู้จักตัวตนที่แท้จริงของตัวเองไม่ได้เด็ดขาด บอกให้อยู่ห่างๆเขาไว้เป็นดีที่สุด กันยิกาบอกว่าแน่นอนอยู่แล้ว เจอที่ไหนตนอยากจะหลีกให้ไกลไม่ต่ำกว่าสามร้อยเมตรเลย

ทันใดนั้น มีเสียงจานแตกดังมาก ทั้งสองสะดุ้ง เหลียวมองเห็นพิมพ์ชลในชุดพยาบาลกำลังเก็บโต๊ะทำจานที่ซ้อนกันอยู่แตกหลายใบ พิมพ์ชลก้มเก็บจานแตกบ่นอย่างหัวเสียว่าทำงานมาเหนื่อยๆยังต้องมาช่วยปิดร้านอีก หันไปเอ็ดเด็กเสิร์ฟให้มาช่วยกันเก็บ

ดาราวรรณรีบเข้าไปช่วยบอกให้พิมพ์ชลไปพักเสีย พิมพ์ชลบ่นประชดกันยิกาว่าตนไม่ช่วยได้หรือจะไม่ถูกด่าหรือ ดาราวรรณถามว่าใครจะว่าอย่างนั้น

กันยิการู้ว่าถูกว่ากระทบเดินเข้ามาบอกว่าใครจะว่าอย่างนั้น เธอไม่ทำก็ไม่มีใครว่า แต่ถ้าคิดว่าสมควรทำด้วยใจ จะบ่นใส่อารมณ์ให้คนอื่นดราม่าทำไม เราอยู่กันสามคนแค่นี้ ช่วยกันมันจะอะไรนักหนาเชียว

พิมพ์ชลบ่นว่าตนเหนื่อย กันยิกาบอกว่าเหนื่อยก็ไม่ต้องทำ แต่ถ้าทำแล้วก็ไม่ต้องมาบ่นว่าเหนื่อย พิมพ์ชลสะบัดหน้ากระฟัดกระเฟียดไปหลังร้าน ดาราวรรณติงกันยิกาว่ารู้นิสัยเขาอย่างนี้จะพูดทำไม ยอมๆไปไม่ได้หรือ กันยิกาบอกว่าเรายอมมาตลอด จะให้ยอมตลอดไปหรือ

“ใช่ยอมเขาแค่นี้ มันเทียบไม่ได้กับสิ่งที่พ่อเขาได้เสียสละเพื่อพวกเราหรอก” ดาราวรรณเสียงเข้มกันยิกาเลยเงียบ

ดาราวรรณเดินตามพิมพ์ชลเข้าไป กันยิกาจึงช่วยพนักงานเก็บจานเงียบๆ

ooooooo

ดาราวรรณเข้าไปขอโทษพิมพ์ชลแทนกันยิกาว่าอย่าโกรธเขาเลย เพราะเขาเป็นคนพูดอะไรห้วนๆ แบบนี้แต่ไหนแต่ไรแล้ว เหนื่อยก็พักผ่อนเสียเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปทำงานเจอหมอคนนั้นหน้าจะไม่สดใสไม่สวย ถามว่าหมอชื่ออะไรนะ

พิมพ์ชลอารมณ์ดีขึ้นบอกว่าชื่อหมอนพดล แล้วอ้อนถามเรื่องตนขอเปลี่ยนรถคันใหม่เพราะคันเก่าเครื่องไม่แรง ดาราวรรณนัดว่าวันไหนเธอหยุดงานเราไปเลือก กันที่โชว์รูม พิมพ์ชลโผกอดดีใจ

“ฮิ...น้าดาใจดีที่สุดเลย ชลรักน้าดาม้าก...มาก”

ที่ประตูห้องกันยิกายืนมองอยู่ เธอถอนใจแล้วเดินกลับไป

เมื่ออยู่ตามลำพัง กันยิกานึกถึงความหลัง ความแค้นที่ยังฝังใจและยังไม่ได้แก้แค้น แล้วเหตุการณ์ในอดีตก็กลับมาในความทรงจำอย่างไม่มีวันลืม...

ooooooo

เวลานั้นกันยิกาในวัย 6 ขวบยังใช้ชื่อบุษบากร และดาราวรรณผู้เป็นน้ากำลังเป็นวัยรุ่น พ่อแม่ของ บุษบากรถูกชายแก่หลังค่อมหน้าตาอัปลักษณ์ฆ่าปิดปากด้วยการยิงตายอย่างเหี้ยมโหด เพราะไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเขา!

บุษบากรซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้าตาเบิ่งค้างช็อกกับเหตุการณ์ที่เหี้ยมโหดนั้น เมื่อชายแก่หลังค่อมออกไป ดาราวรรณผู้เป็นน้าในชุดนักศึกษากลับมาเจอบุษบากรอยู่ในตู้เสื้อผ้า เธอรีบอุ้มหลานออกมาเขย่าเรียกจนบุษบากรรู้สึกตัว

ขณะนั้นเองชาติ บอดี้การ์ดของพ่อบุษบากรถือปืนวิ่งเข้ามาเร่งให้รีบหนีไป ดาราวรรณมองพี่ชายและพี่สะใภ้ที่นอนตายจมกองเลือด ถามว่าแล้วพี่ใหญ่กับพี่แหม่มล่ะ ชาติบอกต้องปล่อยไว้แบบนี้ก่อน เราต้องรีบไปก่อนที่ทุกคนจะมา ไม่ว่าตำรวจหรือพวกมัน เราต้องออกทางหน้าต่างเพราะประตูหน้าบ้านและหลังบ้านออกไม่ได้แล้ว

ชาติแบกบุษบากรออกไปยังรถที่ซ่อนอยู่วางบุษบากรที่เบาะหลัง ดาราวรรณขึ้นนั่งข้างหลานแล้วชาติก็ขึ้นรถขับออกไป พักเดียวมีมอเตอร์ไซค์ตามมาสองคัน ชาติบอกให้ดาราวรรณเอาบุษบากรหมอบกับพื้น มอเตอร์ไซค์สองคันระดมยิงรถ ชาติยิงตอบโต้ถูกมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งคว่ำไป

ชาติให้ดาราวรรณมาขับรถแทน ตัวเองยิงมอเตอร์ไซค์อีกคันคว่ำไป แต่เขาก็ถูกยิงที่หน้าอก เขากุมอกบอกดาราวรรณที่เขาเรียกว่าคุณหนูเล็กที่ขับรถอยู่ว่า

“คุณหนูเล็ก อย่าไปที่บ้านญาติคนไหนทั้งสิ้น ของจำเป็นทุกอย่างอยู่ท้ายรถ จดหมายของคุณใหญ่อยู่ในนั้น อ่านให้ละเอียดนะครับ ผม...คง...ส่งคุณๆได้...แค่นี้...” ชาติบอกให้รีบออกจากเส้นทางนี้ให้เร็วที่สุด เธอถามว่าจะให้ไปไหน

“ขับไปก่อน ไปเรื่อยๆ ผม...จะ...นั่งไปข้างๆ อย่างนี้...” ชาติพูดขาดเป็นห้วงๆ เขาเอาปืนให้บอกว่ายังเหลืออีกแม็กหนึ่ง ฝากดาราวรรณให้ดูแลพิมพ์ชล

ลูกสาวตน อยู่โรงเรียนประจำที่พัทยา เพราะพิมพ์ชลไม่มีแม่ บอกว่าเอกสารทั้งหมด...อยู่ในกระเป๋าของตนหลังรถ อวยพรให้โชคดี สิ้นเสียงชาติก็ขาดใจ

ดาราวรรณน้ำตานองหน้า บุษบากรรู้สึกตัวแล้ว หนูน้อยโผล่มาดูหน้าตามึนชากับความจริงที่รู้เห็น...

สิบกว่าปีผ่านไป... บุษบากรหรือกันยิกาสาวสวยมากความสามารถในวันนี้ จิตใจแน่วแน่ที่จะแก้แค้นให้พ่อแม่ คิดถึงความแค้นในอดีตที่ฝังใจ พึมพำน้ำตาร่วง

“หนูจะตามล่าไอ้ฆาตกรที่เป็นเจ้าของเพชรเม็ดนั้นมากราบขอโทษวิญญาณพ่อกับแม่ให้ได้” เธอเช็ดน้ำตา เชิดหน้าเข้มแข็งขึ้นอีกครั้ง ดาราวรรณเดินเข้ามาทักว่าคิดถึงวันนั้นอีกแล้วหรือ “ยิกาไม่เคยลืมภาพวันนั้นเหมือนหนังฉายซ้ำให้ยิกาดู ทุกวัน...ทุกวัน!”

ดาราวรรณบอกว่าถ้าเหนื่อยนักก็หยุดล่าเพชรสักพักก็ได้ ตนไม่อยากเห็นหลานเครียดแบบนี้

“ยิกาหยุดไม่ได้ ถ้ารู้ว่าที่ไหนมีเพชรที่ถูกขโมยมา ยิกาต้องไปที่นั่น ยิกาต้องเปิดดูตู้เซฟที่น่าสงสัยทุกใบในโลกนี้เพื่อจะหาเพชรเปื้อนเลือดเม็ดนั้นว่าอยู่ที่ใคร เพราะมันนั่นแหละที่เป็นฆาตกรฆ่าครอบครัวยิกา!”

“หลานก็ต้องไม่ลืมพิมพ์ชลนะยิกา พิมพ์ชลมีชีวิตไม่ต่างกับหลาน พ่อของพิมพ์ชลต้องตายเพราะพยายามช่วยเรา เราต้องตอบแทนบุญคุณของพ่อเขา ด้วยการดูแลพิมพ์ชลให้มีชีวิตที่ดีที่สุดแบบที่เขาชอบ เพื่อว่าสักวันหนึ่ง ไม่มีเราแล้ว พิมพ์ชลจะอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ลำบาก”

กันยิการู้สึกผิดขอโทษที่ใส่อารมณ์กับพิมพ์ชล ดาราวรรณบอกว่าตนเข้าใจไม่โกรธ และจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป เรายังต้องเดินทางอีกยาวไกล ไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้ายังมีอะไรรอเราอยู่

“ขอบคุณค่ะน้าดา ถ้าไม่มีนายชาติและน้าดาวันนั้น ยิกาคงตายไปแล้ว คงไม่มีชีวิตรอดมาเป็นแมวตาเพชรรอวันแก้แค้นอย่างทุกวันนี้” สองน้าหลานโผกอดเป็นกำลังใจให้กันและกัน

ooooooo

เช้านี้ ดนัยเทพไปที่ห้องทำงานของดนุภพบอกว่างานเข้าแต่เช้า เพราะสื่อมวลชนทุกแขนง ประโคมข่าวกุหลาบขาวขโมยเพชรกันอย่างครึกโครม พลางเปิดทีวีให้ดูเสาวนุชที่กำลังรายงานข่าวนี้อย่างออกรสอยู่

“ช่วงเจาะคดีร้อนวันนี้ จะเป็นคดีอื่นไปไม่ได้ค่ะ ต้องคดีปล้นเพชรในงานปาร์ตี้วันเกิดเซเลบชารินที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ โดยฝีมือของจอมโจรเจ้าเดิม...กุหลาบขาว!”

ดนุภพตะโกนว่าแมวตาเพชรต่างหากที่ได้เพชรไปไม่ใช่กุหลาบขาว ดนัยเทพถามว่าตะโกนอยู่ในนี้ ใครจะไปรับรู้ ดนุภพถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร

“ก็นั่นน่ะสิ จะให้ไปบอกกับตำรวจเหรอว่ากุหลาบขาวถูกนางโจรแมวตาเพชรหักเหลี่ยมเฉือนคมฉกเพชรไปจากมือ” พลางเอาหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวให้ดู ‘จอมโจรกุหลาบขาว ปล้นเพชรไฮโซชารินยังลอยนวลพร้อมสร้อยเพชรน้องหมา’

“เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้ใช้ ยังได้อึติดตัวเหม็นฉาวโฉ่อีก นังแมวข้างถนน ฮึ่ม!” ดนุภพแค้น

เวลาเดียวกันนั้น กันยิกาที่อยู่ในห้องลับ มองแผ่นทองคำขาวแมวตาเพชรอันใหม่ในมือ พึมพำอย่างอหังการว่า...

“แมวตาเพชร ไม่ใช่แมวข้างถนน แต่เป็นแมวสายพันธุ์เพชร สายเลือดนักสร้างสรรค์เครื่องประดับจากเพชรมือหนึ่งของพ่อที่ฉันภูมิใจ และสัญลักษณ์แมวตาเพชรอันใหม่พร้อมแล้วสำหรับภารกิจใหญ่ ฉันจะตามหาเพชรเพลิงสุริยาที่หายไป...ให้พบ!”

ooooooo

เพชรละอองทะเล เป็นเป้าหมายที่ทุกคนตามหา เทวัญบอกโรมันกับรสลินว่าเพชรละอองทะเลฮอตไปทุกสื่อแบบนี้โจรกุหลาบขาวไม่เก็บไว้กับตัวแน่ๆตอนนี้อาจเปลี่ยนมือไปแล้ว

โรมันถามว่ากุหลาบขาวจะขายเพชรให้ใครหรือ เทวัญตอบอย่างผู้รู้ว่าไม่ขายแน่เพราะกุหลาบขาวกับแมวตาเพชรล้วนแต่เป็นนักล่ารางวัล และเงินรางวัลนี่แหละจะทำให้โรมันกับรสลินตามหาเพชรได้ง่ายขึ้น เห็นทั้งสองงงเทวัญถามว่า

“งงอะไร ก็ตามจากเจ้าของเพชรไง มหาราชามาคัส!”

เวลาเดียวกัน เอกราชได้รับหลักฐานเป็นรูปถ่ายหลายใบจากทีมสืบสวนเป็นรูปหมาอัลเฟรดสวมสร้อยเพชรชัดเจน เขาจึงเอารูปไปให้ดนุภพกับดนัยเทพดู ถามว่ามันเป็นเพชรอะไร

สองอาหลานสบตาอย่างรู้กัน ดนัยเทพทำเป็นเอาไปส่องกล้องบอกว่าวันนั้นในงานตนไม่ทันสังเกต ดนัยเทพดูนานจนเอกราชทักว่าดูนานจัง ระดับเซียนเพชรอย่างเจ้าของร้านเพชรไวโอลินไม่รู้แล้วใครจะรู้ ดนัยเทพบอกว่ารู้ แต่อยากดูให้แน่ใจ ดนุภพทำหน้ามึนโพล่งไปว่า “เพชรละอองทะเล” ดนัยเทพทำหน้าเซ็งที่ดนุภพบอกความจริงไปจนได้! ซ้ำยังเล่าความเป็นมาอย่างผู้รู้ว่า

“ว่ากันว่า เพชรเม็ดนี้ถูกค้นพบเมื่อร้อยปีก่อน เป็นของอาณาจักรบนเทือกเขาห่างไกลทางตอนเหนือค่อนไปทางทิศตะวันตกของอินเดีย แล้วก็ถูกสืบทอดรุ่นต่อรุ่นมาในตระกูลหนึ่ง จนกระทั่งปัจจุบันมหาราชามาคัสเป็นผู้ครอบครองอยู่” เอกราชถามว่าแล้วมันมาห้อยที่คอหมาได้ยังไง ดนัยเทพบอกว่ามาได้ยังไงไม่รู้ รู้แต่ว่าเพชรเม็ดนี้ถูกโจรกรรมไปจากมหาราชามาคัสเมื่อยี่สิบปีก่อน

เอกราชถามว่างั้นชารินก็รับซื้อของโจรมา แต่ตอนนี้เพชรเม็ดนี้ถูกโจรกุหลาบขาวแต๋วแตกโจรกรรมไปอีกต่อหนึ่งแล้วถามว่ามันจะไปขายให้ใคร ถามดนุภพว่ารู้ไหมว่ากุหลาบขาวเอาไปขายตามใบสั่งใคร ดนุภพบอกว่าตนไม่ได้คบค้ากับพวกอาชญากรจะไปรู้ได้ยังไง ถามอย่างไม่ชอบใจว่าทำไมถึงว่าโจรกุหลาบขาวแต๋วแตก

“ก็ฉันไม่ชอบขี้หน้ามันฉันก็ว่า ทำไมเหรอ อีกอย่างนึง ฉันว่านะไอ้โจรกุหลาบขาวอาจจะเป็นผู้หญิงก็ได้ถึงได้เอาดอกม้งดอกไม้มาเป็นสัญลักษณ์ให้ตัวเอง หวานเว่อร์”

ดนุภพแอบอารมณ์เสีย ดนัยเทพกลั้นขำแทบไม่อยู่

ขณะที่สังคมกำลังตามข่าวและสืบหาเพชรละอองทะเลกันให้ควั่กนั้น อีกด้านหนึ่งอานุภาพก็นั่งจิบเครื่องดื่มอยู่ริมสระน้ำอย่างอารมณ์ดี ครู่เดียวเสียงไลน์ก็ดังขึ้น เขาหยิบไอแพดเปิดดูเห็นรูปมหาราชามาคัสนั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัวยกแก้วแชมเปญชูให้กล้องพร้อมข้อความ

“I’m coming.”

“เวลคัม! มหาราชามาคัส ยินดีต้อนรับ” อานุภาพยกแก้วทำเป็นชนกับจอหัวเราะชอบใจ

เมื่อมาถึง อานุภาพนัดมหาราชามาคัสไปรับเพชรที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแต่อยู่คนละห้องด้วยชั้นเชิงซับซ้อน เจรจาจนมหาราชามาคัสโอนเงินค่าติดตามเพชรให้แล้วจึงวางเพชรละอองทะเลไว้ในห้องโดยไม่เจอกัน

มหาราชามาคัสสุดแสนดีใจ บอกกล่าวบรรพบุรุษว่าตนตามเพชรของตระกูลกลับคืนมาแล้ว

ooooooo

เทวัญเป็นแขกพิเศษที่กันยิกานัดวาดรูปให้ ฝีมือการวาดเพชรของเธอยอดเยี่ยมมาก เทวัญชมว่าราวกับมันส่องประกายออกมาได้จริงๆ กันยิกาบอกว่าตนชอบเพชร ชอบดูและชื่นชมแต่ไม่มีปัญญาจะเป็นเจ้าของ

“ทำไมจะไม่มีปัญญาล่ะครับ ขอเพียงคุณ...จะให้โอกาสผม” เทวัญอ่อย กันยิกาจึงเปลี่ยนเรื่องบอกว่า

รูปของเขาเสร็จแล้วรอให้สีแห้งสนิทแล้วจะรีบส่งไปให้ เทวัญถามว่าทำไมเสร็จเร็วตนไม่อยากให้เสร็จและก็ไม่อยากให้เธอส่งไปให้จะได้มีข้ออ้างแวะมาที่นี่บ่อยๆ

กันยิกาทำเป็นเขิน เมื่อไปนั่งกันที่โต๊ะในสวน กันยิกาชงชาเอิร์ลเกรย์และเอาคุกกี้ฝีมือดาราวรรณมาให้ชิม เทวัญชมทั้งชาและคุกกี้ว่าอร่อยมาก ทันใดอาการเขากำเริบ จู่ๆก็มือสั่นจนกันยิกาตกใจถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

เทวัญพยายามปกปิดอาการบอกว่าไม่เป็นไร แค่ปวดศีรษะนิดหน่อย กันยิกาจึงเชิญเข้าไปนั่งพักในบ้านเปิดแอร์เย็นๆ เทวัญถือโอกาสโอบบ่ากันยิกาจะเข้าไป

รสลินมาเห็นเข้าพอดีพรวดเข้าไปถามว่าเทวัญเป็นอะไร หาว่ากันยิกาวางยาเขา เทวัญดุรสลินว่าเหลวไหลไล่ให้กลับไปรอที่รถตนจะเข้าไปนั่งพักในบ้านเปิดแอร์เย็นๆก็พอ

ขณะนั้นเอง ดนุภพมาหากันยิกาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี เขามองตาไม่กะพริบ แอบฟังหูผึ่ง

เทวัญไล่ให้รสลินกลับไป ตนสบายดี ขู่เสียงเข้มว่า

“ถ้าเธอใส่ร้ายสร้างภาพลบพูดว่าฉันไม่สบายอีก เธอต้องถูกลงโทษนะรสลิน”

“รสลินยอมค่ะ รสลินไม่ไว้ใจผู้หญิงคนนี้” ถามกันยิกาว่าเธอเป็นใครกันแน่ ชื่อนามสกุลก็เหมือนตั้งขึ้นมาใหม่ไม่มีเทือกเถาเหล่ากออะไร ชี้ว่า “อยู่ๆ ก็โผล่มาจากความว่างเปล่า...ร่ำรวย...มีบ้านสวยๆ ร้านอาหารหรูๆ ร้องเพลงเพราะ แล้วก็ทำอะไรเก่งไปหมด”

กันยิกาผงะถามเทวัญว่าเขาให้คนสืบเรื่องของตนหรือ รสลินยังไม่หยุด หาว่ากันยิกานัดเทวัญมาในวันที่ไม่มีใครอยู่ ให้เขาดื่มอะไรแล้วจะพาเข้าบ้าน อยู่กันสองต่อสองในที่ลับตาคน เธอต้องการอะไรแน่

“เพราะเราสองคนจะได้ทำความรู้จักกันลึกซึ้งมากขึ้นไงล่ะรสลิน และเรื่องนี้มันไม่ใช่กงการของลูกจ้าง...ไป!”

“แล้วคุณจะเสียใจ” รสลินเดินกระแทกออกไป กันยิกาอึ้ง แต่เทวัญยื่นมือให้เธอพาเข้าข้างใน

ดนุภพแอบดูอยู่ เขาพึมพำเคืองๆว่ากันยิกาอ่อยทุกคน สงสัยว่า “แล้วความเป็นมาของคุณ??? มันเป็นอย่างที่รสลินว่าจริงๆหรือ??” หลายคำถามประดังขึ้นมา

ooooooo

อิสริยาโทร.หาดนุภพอย่างร้อนใจเพราะจะชวนไปเข้าเฝ้าและร่วมโต๊ะเสวยกับมหาราชามาคัสที่มาพักผ่อนเป็นการส่วนพระองค์และคุณพ่อของเธอมีโอกาสเข้าเฝ้า แต่โทร.เท่าไรดนุภพก็ไม่รับสาย บ่นกับดนัยเทพว่าไม่รู้ว่าดนุภพอยากไปด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้

“ไปซีหนู มีหรือนายภพจะไม่อยากเจอมหาราชามาคัสตัวเป็นๆ” ดนัยเทพตอบแทนอย่างกระตือรือร้นอยากให้ดนุภพไปงานนี้

ดนุภพอยู่ที่บ้านกันยิกา เห็นเธอพาเทวัญเข้าไปในบ้านประคบประหงมถามอาการอย่างเป็นห่วง ซ้ำอ้อนถามเรื่องเพชรว่าเทวัญเป็นกูรูที่ทราบเรื่องเพชรในตำนานทั้งหมดของโลก ตนอยากให้เขาเล่าว่าเพชรใหญ่ที่สุดที่คนไทยครอบครองคือเพชรอะไร อยู่ที่ไหน ปัจจุบันใครเป็นเจ้าของ เพื่อตนจะได้เอามาวาดและถ่ายรูปไว้ทำหนังสือรวมภาพเครื่องพชรที่ดังที่สุดของไทย

เทวัญชมว่าเป็นไอเดียที่เก๋มากและเริ่มเล่าเรื่องเพชรในตำนานว่า

“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเพชรที่มีชื่อเสียงที่สุดเม็ดนึง เป็นเพชรที่มีขนาดและน้ำที่ลุกโพลงดุจเปลวไฟ ...คือเพชร...”

ทันใดดนุภพก็เตะเก้าอี้ปังเสียงดังจนทั้งสองตกใจ แล้วทำเป็นถามเทวัญมาทำอะไรที่นี่ อำกันยิกาว่านัดตนมาทานอาหารกลางวันกันสองคนประสาคนที่กำลังคุยกันถูกคอ แกล้งทำตาหวานใส่กันยิกาหมายยั่วให้
ทั้งสองโกรธกัน กันยิกาจิกตามองอย่างรู้ทัน

ด้านเอกราช ฝ่ายข่าวสืบมาได้ว่ามหาราชามาคัสมาเมืองไทยเป็นการส่วนพระองค์เป็นแขกของมหาเศรษฐีเมืองไทยกลุ่มหนึ่ง เอกราชมองออกทันทีว่าพอเพชรละอองทะเลถูกกุหลาบขาวปล้นไปได้ เจ้าของเพชรดั้งเดิมก็โผล่มาใจกลางกรุงเทพฯทันที คาดว่ากุหลาบขาวคงนัดส่งของกันแน่

เมื่อได้ข่าวเช่นนี้ เอกราชเตรียมปฏิบัติการการเคลื่อนไหวของตำรวจถูกนักข่าวโดยเฉพาะเสาวนุชจับตาดูและติดตามไปทำข่าวเป็นพรวน

ดาราวรรณที่ปลีกตัวไปโรงพยาบาลที่พิมพ์ชลเป็นพยาบาลอยู่เพื่อรักษาผิว จุดหมายเพื่อเปิดโอกาสให้กันยิกาอยู่ตามลำพังกับเทวัญ วันนี้เธอแต่งตัวสวยเป็นวัยรุ่น เมื่อเจอพิมพ์ชลก็ถามถึงหมอนพดลอย่างอยากเห็นหน้า พิมพ์ชลระแวงว่าน้าดาจะมาอ่อยหมอนพดลเสียเอง

เมื่อหาหมอเสร็จดาราวรรณจะไปรับยา ผ่านทีวีเห็นเสาวนุชกำลังรายงานข่าวเรื่องเพชรละอองทะเลเกี่ยวพันกับกุหลาบขาวและแมวตาเพชรที่ขโมยไปจึงหยุดฟัง ขณะนั้นหมอนพดลมายืนฟังอยู่ข้างหลังใกล้กันมากโดยไม่รู้ตัว บังเอิญดาราวรรณถอยมาชน เธอขอโทษแล้วเดินไป

หมอนพดลมองตะลึงจำได้ว่าเป็นน้าเล็กรีบเดินตามและร้องเรียก เจอพิมพ์ชล หมอถามว่าเห็นผู้หญิงรูปร่างหน้าตาและแต่งตัวแบบนี้ไหม พิมพ์ชลถามว่าเป็นใคร หมอบอกว่าคนรู้จักไม่ได้เจอกันนาน เขาจำตนไม่ได้แต่ตนจำเขาได้ พิมพ์ชลระแวงขึ้นมาว่าผู้หญิงคนไหนทำให้หมอนพดลอยากตามหาถึงขนาดนี้

พิมพ์ชลเดินไปเจอดาราวรรณเห็นแต่งตัวอย่างที่หมอนพดลบรรยายก็หวงขึ้นมา กลัวหมอจะมาเจอจึงทำเป็นปรารถนาดีอาสาจะรับยาให้และให้ดาราวรรณรีบกลับไปเสีย

หมอนพดลตามหาจนเจอดาราวรรณกำลังขับรถออกไป เขาจึงได้แต่จำทะเบียนรถไว้ พิมพ์ชลเห็นหมอผิดหวังที่ตามดาราวรรณไม่ทันก็คิดเตลิดพึมพำเครียดว่า “ถ้าหมอได้เจอน้าวรรณ น้าวรรณต้องแย่งหมอไปจากพิมพ์แน่ๆ”

หมอนพดลกลับมาที่ห้องทำงาน ครุ่นคิดอย่างร้อนใจเชื่อว่าคนที่พบต้องเป็นน้าเล็กแน่ คิดถึงอดีตเมื่อสิบปีก่อนอย่างสับสน เจ็บปวด...

เวลานั้นเขาอายุ 15 ปี อยู่กับแฟมิลี่ที่อังกฤษ

เวลานั้นเขายังใช้ชื่อปราการ กลับจากเรียนเข้าห้องพัก ทันใดโปรแกรมเว็บแคมเด้งขึ้นมา เขารีบเปิดแล้วชะงักเมื่อเห็นดาราวรรณนั่งอยู่ในร้านเกม มองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวังหวาดกลัวแล้วกระซิบบอกข่าวร้ายว่า

“คุณพ่อกับคุณแม่หนูเสียชีวิตแล้ว ถูกคนร้ายฆาตกรรมที่บ้าน พวกมันเป็นคนมีอิทธิพลมาก และคาดว่ามันจะเป็นคนกันเองที่รู้จักครอบครัวเราดี มันฆ่าพี่ใหญ่กับพี่แหม่มเพื่อปิดปาก เรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับ
เพชรเพลิงสุริยา”

ดาราวรรณเล่าอย่างเร็วว่าเวลานี้มันอาจกำลังตามล่าพวกเรา ตนพาบุษบากรหนีออกจากกรุงเทพฯ ส่วนเขาพรุ่งนี้ให้เบิกเงินในแบงก์ให้หมดและรีบไป

ไม่ต้องบอกใครว่าไปไหน ย้ำให้ดีลีทช่องทางติดต่อของพวกเราทั้งหมด หลังจากนี้หากมีใครติดต่อมาอ้างว่าเป็นญาติ แปลว่าโกหกอย่ารับสาย ดาราวรรณรีบบอกก่อนตัดสายว่า

“แล้วสักวันหากเรารอดเราจะต้องหากันให้เจอ เข้าใจนะปราการ น้าไม่มีเวลาแล้วแค่นี้นะ”

คิดถึงเหตุการณ์วันนั้นแล้วปราการที่เปลี่ยนชื่อเป็นหมอนพดลน้ำตาไหลพราก พึมพำ...

“น้าเล็ก ผมเจอน้าเล็กแล้ว ผมจะตามหาน้าเล็กกับยัยบุษให้เจอ พร้อมหน้ากันให้ได้ แล้วต่อไปนี้เราจะไม่พรากจากกันอีก...”

ooooooo

ดนุภพทำหน้าตายอยู่ร่วมโต๊ะทานอาหารกลางวันกับเทวัญและกันยิกา ระหว่างนั้นก็เหน็บแนมแขวะกันไปมา แต่เทวัญทานได้ไม่นานก็อาการกำเริบมือสั่นกระตุกจนส้อมตกจากมือ แต่เขาก็ยังฝืนบอกว่าตนไม่เป็นอะไร

แต่ฝืนอย่างไรก็ไม่อยู่ เขาตัดสินใจหยิบโทรศัพท์จะโทร. โทรศัพท์ก็ร่วงจากมือ กันยิการีบเข้าประคอง

ดนุภพเข้ามาช่วยดูแลด้วย แต่เทวัญก็ยังปากแข็งว่าตนไม่เป็นอะไร

ทันใดนั้นโรมันวิ่งเข้ามา เทวัญบอกให้พาตนกลับบ้าน แต่กันยิกาบอกให้พาไปหาหมอ ดนุภพเห็นด้วยจะเรียกรถพยาบาลให้แนะว่าน่าจะให้หมอเช็ก MRI เพราะเหมือนเป็นอาการทางสมอง ถูกโรมันตวาดว่าอย่ายุ่ง เทวัญขอโทษกันยิกาและขอตัวกลับบอกว่าวันนี้เธอทำให้ตนมีความสุขมาก

กันยิกาประคองเขาบอกว่าโอกาสหน้าเราค่อยเที่ยวกันสองคน ย้ำกับโรมันว่าควรพาเทวัญไปหาหมอ พอกลับมาก็คว้าตุ๊กตาเซรามิกจะขว้างใส่ดนุภพให้หายแค้นที่มาขวางการทำงานของตน แต่ดนุภพหายไปแล้ว จู่ๆก็โผล่มาอยู่ข้างหลังพูดยั่วว่า เธอทำอย่างนี้ต้องการให้ตนหึงหรือ เธอต้องการอะไรแน่ เงินทองหรือหลอกให้เทวัญเล่าเรื่องเพชรในตำนาน พูดแทงใจดำว่า

“เห็นชัดๆว่าคุณกำลังหลอกไอ้มหาเศรษฐีขี้โรคคนนี้อยู่” กันยิกาถามว่าเขามาที่นี่ทำไม ต้องการอะไร “ถ้าผมตอบว่า ผมชอบคุณ อยากมาหาคุณด้วยใจเรียกร้องล่ะ คุณจะซึ้งน้ำไหลไหม” กันยิกาไล่ให้เขาออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้ “ขอร้องผมสิ พูดเพราะๆ แล้วผมจะกลับ”

กันยิกาทั้งด่าและไล่อย่างสุดทนจะขว้างเซรามิกใส่ กำลังยื้อยุดกันอยู่ ก็พอดีดาราวรรณเข้ามาเห็น ตกใจร้องห้ามเข้าดึงกันยิกาออกมา กันยิกาฮึดฮัดแต่ดนุภพยิ้มระรื่นบอกดาราวรรณว่าไม่มีอะไร เรากำลังแหย่กันเล่น ดาราวรรณถามว่าเทวัญล่ะ

ดนุภพชิงตอบว่าเขาไม่สบายวิ่งหนีกลับบ้านเพราะกลัวหญิงคนรักเห็นว่าตัวเองมีปัญหาสุขภาพ กันยิกาปรามว่าอย่าพูดเยาะหยันเทวัญ ไล่เขาไปให้พ้น ดนุภพจึงยอมกลับ

ดาราวรรณถามกันยิกาว่าตกลงได้เรื่องของเพชรเพลิงสุริยาไหม เวลานี้เพชรเพลิงสุริยาอยู่ที่ไหน

“ก็อีตาบ้านี่สิคะ มาเป็นอุปสรรค...เซ็งเลยค่ะ”

ooooooo

โรมันฉีดยาให้เทวัญทันทีที่กลับถึงบ้านโดยมีรสลินดูอยู่อย่างไม่สบายใจ เทวัญบอกว่ากันยิกากับดนุภพเห็นแล้วว่าตนไม่สบาย รสลินติงว่าตนบอกคุณพ่อแล้วให้รีบกลับบ้าน คุณพ่อก็ไม่ฟัง

“อย่าสอดรสลิน” เทวัญตวาดตาขวางใส่ “แกยังมีความผิดอยู่นะที่พูดจาให้คุณกันยิการู้ว่าแกไปสืบที่มาของเขา”

เทวัญเชื่อว่ากันยิกาชื่นชมตนจริงๆ เธออยากให้ตนถ่ายทอดข้อมูลเรื่องเพชรในตำนานให้ฟัง แต่ตอนนี้เธอเห็นแล้วว่าตนป่วย มีจุดอ่อน แต่แล้วก็พูดให้กำลังใจตัวเองว่า ถ้าได้เพชรละอองทะเลมาเมื่อไร ตนก็จะไม่มีจุดอ่อนอีกแล้ว ตนจะดีพอสำหรับเธอ

“เพชรละอองทะเล อยู่ที่เจ้าของตัวจริงมันแล้วและเวลานี้มันยังไม่เดินทางออกไปจากกรุงเทพฯ” โรมันเอ่ย

เทวัญบอกว่าใจเย็นๆ ตนเป็นคนหนึ่งในกลุ่มเอลิสต์ที่ทุกคนอยากมาอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยเพื่อจะได้แย่งกันเสนอหน้าเป็นเจ้าภาพเลี้ยงถวายพระเกียรติ พูดไม่ทันขาดคำหม่อมก็โทร.มาเชิญเทวัญไปร่วมโต๊ะเสวยกับมหาราชามาคัส เทวัญบอกว่าต้องการความช่วยเหลืออะไร ตนพร้อมจัดถวาย แต่จะให้ไปร่วมโต๊ะเสวยคงไม่สะดวกเพราะติดธุระ ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน

พอวางสายจากหม่อม เทวัญยิ้มร้ายถามทั้งสองว่า “ได้ยินแล้วใช่ไหม พวกแกพร้อมแล้วใช่ไหม”

จากนั้นโรมันแปลงร่างเป็นไอ้โม่ง ส่วนรสลินใส่ชุดเกาะอกใส่ถุงมือหนังยาวถึงศอก พร้อมออกปฏิบัติการทันที

ooooooo

ฝ่ายดนุภพกลับถึงบ้านก็ถูกดนัยเทพด่าว่าเลว ทำไมไม่รับโทรศัพท์อิสริยา ดนุภพหน้าเบ้บอกว่าเมื่อโทร.แล้วไม่รับสายก็น่าจะรู้ว่าติดธุระอยู่ แต่นี่เธอจิกไม่หยุดทิ้งมิสคอลไว้ตั้งยี่สิบมิสคอลต้องสั่งสอนเสียให้เข็ด ดนัยเทพเร่งให้รีบไปแต่งตัวเพราะอิสริยาเท่านั้นที่จะพาเราไปเจอคำตอบของชีวิต เราจะได้หาทางสืบได้ว่าแมวตาเพชรคือใคร

สองอาหลานแต่งตัวหรู เท่ พากันไปที่บ้านอิสริยาที่แต่งชุดหรูคอยอยู่แล้ว เธอปลื้มที่ดนุภพมาทัน ดนุภพก็ทำตัวดุจเจ้าชายประคองมือเธอขึ้นจูบอย่างเอาใจ

ที่ตึกหรูสถานที่จัดเลี้ยง อิสริยากับอารยะผู้เป็นพ่อยืนรอมหาราชามาคัสอยู่ หม่อมเดินเข้ามาบอกอารยะว่าเสียดายที่เทวัญติดธุระมาไม่ได้ มหาราชามาคัสเลยขาดคนชำนาญเรื่องเพชรระดับกูรูมาเอ็นเตอร์เทน

ดนุภพชะเง้ออยากเจอมหาราชามาคัส ดนัยเทพกระซิบถามว่าแมวตาเพชรจะมางานนี้ไหม เขาบอกว่าไม่แน่ แต่อานุภาพต้องมาเพราะต้องมาส่งเพชร ดนัยเทพบอกว่านอกจากมันจะส่งกันเรียบร้อยแล้ว

พอพระอาทิตย์ตกดิน มหาราชามาคัสใส่สร้อยเพชรละอองทะเล ก็มาขึ้นลิฟต์แก้วท่ามกลางการคุ้มกันอย่างเข้มแข็งของบอดี้การ์ดสี่คน
ที่ประตูกระจกเลื่อน...เอกราชพร้อมตำรวจนอกเครื่องแบบเดินเข้ามาแสดงบัตรตำรวจกับเจ้าหน้าที่

ที่เคาน์เตอร์ บอกว่ามาเพื่อสอบถามเรื่องคดีเพชรที่ถูกปล้น ทำเอาเจ้าหน้าที่มองหน้ากันอ้ำอึ้ง

แต่มหาราชามาคัสไปไม่ถึงห้องจัดเลี้ยง เพียงออกจากลิฟต์ก็ถูกไอ้โม่งโรมันกับรสลินดักเล่นงานแล้ว บอดี้การ์ดสี่คนพามหาราชามาคัสหนีไปทางประตูหนีไฟพลางยิงต่อสู้และวิทยุแจ้งบอดี้การ์ดอีกสองคนที่รอในห้องจัดเลี้ยงให้มาช่วย บอดี้การ์ดทั้งสองถามว่าโจรที่ไหนมาบุก บอกว่าจะไปช่วยเดี๋ยวนี้

ดนัยเทพหันบอกดนุภพว่ามันต้องมาปล้นเพชรมหาราชามาคัสแน่ ปรากฏว่าดนุภพหายไปแล้ว

ไอ้โม่งสองคนสังหารบอดี้การ์ดของมหาราชามาคัสอย่างง่ายดายทั้งสี่คน อีกสองคนจากห้องอาหารที่ตามมาก็ถูกฆ่าเรียบ ดนุภพวิ่งตามมาเจอแต่ศพของบอดี้การ์ดก็นึกห่วงมหาราชามาคัส พลันก็ได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดจากลานจอดรถ ดนุภพแปลงโฉมเป็นกุหลาบขาววิ่งไปดู เจอมหาราชามาคัสนอนจมกองเลือดอยู่!

“มันปล้น...เพชรละอองทะเลไปแล้ว...” สิ้นเสียง มหาราชามาคัสก็ตาค้างสิ้นลม

“ไอ้ฆาตกร...มันเป็นใคร?” ดนุภพพึมพำ

ที่นอกตึก ผู้กองวรุฒเขม่นผู้กองเอกราชที่ทำคดีดังถูกนักข่าวตอมหน้าตอมหลังก็อยากดังบ้างจึงไปซุ่มโป่งที่นอกตึกหรูหวังสร้างผลงานกับจ่าฉิว พอเสียงปืนเงียบจ่าฉิวถามว่าเอาไงดี

ทันใดนั้นมีไอ้โม่งสามคนปีนออกจากกำแพงด้านหลัง จ่าฉิวยุให้เล่นมันเลยคราวนี้เราดังแน่ วรุฒห้ามไว้บอกว่าคนอย่างตนไม่แลกกับพวกมันหรอก ดังแต่หัวเป็นรูไม่คุ้ม พลางยกมือถือขึ้นถ่ายรูปสามไอ้โม่งที่กำลังขึ้นรถสีดำไม่มีทะเบียนขับออกไป ผู้กองวรุฒโอ่กับจ่าฉิวว่า “ใช้สมอง...อย่าใช้กำลัง”

ในรถสีดำ ไอ้โม่งที่นั่งเบาะหลังถอดหมวกไอ้โม่งออก เทวัญนั่นเอง! โรมันเป็นคนขับและรสลินที่นั่งข้างๆต่างก็ถอดหมวกไอ้โม่งออก เทวญล้วงเพชรละอองทะเลทั้งที่มือยังเปื้อนเลือดออกมาดู พูดอย่างสุดแสนดีใจ

“สิ้นสุดการรอคอยเสียที เพชรละอองทะเลมาอยู่ในมือของฉันแล้ว”

ooooooo

ผู้คนในตึกแตกตื่นเสียงปืนวิ่งกันอลหม่าน เจ้าหน้าที่โรงแรมก็วอถามกันวุ่น ผู้กองเอกราชแสดงตนว่าเป็นตำรวจ ถามว่าเสียงปืนดังมาจากทางไหน เจ้าหน้าที่บอกว่ากำลังวอถามพิกัด

ขณะนั้นเอง รปภ.คนหนึ่งวิ่งมาบอกว่าข้างล่างมีคนตาย อีกคนบอกว่าชั้นสิบมีคนถูกยิงตายเกลื่อน เอกราชถามว่าเห็นคนยิงไหม รปภ.บอกว่าไม่เห็น เห็นแต่ศพสี่ศพนอนกองกันอยู่หน้าลิฟต์ อีกคนก็ละล่ำละลักบอกว่าตนเห็นสี่ห้าคนยิงกันอุตลุดที่ลานจอดรถข้างล่าง

“ตกลงกี่คนกันแน่ นำไปซิ” เอกราชสั่งหมวดเต๋ให้พากำลังสี่คนขึ้นไปดูชั้นสิบ ที่เหลือให้ตามตนไปลานจอดรถข้างล่าง

เอกราชพาตำรวจรุดไป ก็เจอดนุภพวิ่งขึ้นมาจะไปเปลี่ยนชุดกุหลาบขาวพอดี ดนุภพสบถ “บ้าเอ๊ย” พลางจะหลบ เอกราชชี้หน้าตะโกนว่ากุหลาบขาวแน่ๆ

ดนุภพวิ่งหลบ ตำรวจไล่ยิงตาม เอกราชตะโกนว่าตนต้องการจับมันเป็นๆ ให้วิ่งตามไปอย่าให้หนีรอดไปได้อีก!

ดนุภพกับเอกราชไล่ล่ากันจนดนุภพวิ่งไปในซอกตัน เอกราชสั่ง “ปิดประตูตีแมว”

แต่ฝีมืออย่างกุหลาบขาวใช่ว่าจะจับได้ง่ายๆ ลูกน้องเอกราชถูกกุหลาบขาวเล่นงานร้องจ๊าก เอกราชเองก็โดนชกจนหน้าหงายแถมถูกถีบอัดท้องชนผนังจนจุก กระนั้นเอกราชยังตะโกนว่า “ยังไงวันนี้ฉันต้องจับแกให้ได้” เมื่อกุหลาบขาวโดดแผล็วลงจากระเบียง เอกราชบ้าบิ่นกระโดดตามไป ปรากฏว่าขาเดี้ยงวิ่งกะเผลกตามกุหลาบขาวไปทุลักทุเล

ขณะเอกราชวิ่งตามกุหลาบขาวไปนั้น จู่ๆผู้กองวรุฒก็โผล่มาดักชักปืนยิงกุหลาบขาวในระยะเผาขน กุหลาบขาวถูกยิงเฉี่ยวที่สีข้าง จ่าฉิวกร่างจะเข้าไปจับ เลยถูกกุหลาบขาวจับเป็นตัวประกันลากเข้าห้องน้ำปิดประตู

วรุฒจะยิง เอกราชห้ามเกรงจ่าจะเป็นอันตราย เลยยืนทะเลาะกันอยู่หน้าห้องน้ำ ตำรวจลูกน้องวิ่งตามมาเห็นสองผู้กองยืนจ้องกันเอาเป็นเอาตายก็งงถามว่า “แล้วไอ้กุหลาบขาวล่ะครับ??”

วรุฒหมายสร้างผลงานให้โด่งดัง เมื่อเกลี้ยกล่อมกุหลาบขาวไม่ได้ผลก็บอกเอกราชว่าบุกเข้าไปแลกกันเลย

“ถ้าจะแลก ฉันจะเป็นคนสั่งเอง ฉันเป็นผู้บัญชาการที่นี่ เข้าใจไหม”

“เข้าใจ แต่ไม่สนโว้ย” วรุฒตะโกน

ขณะสองผู้กองทะเลาะกันเองอยู่นั้น เสาวนุชก็โผล่ มา เอกราชสั่งลูกน้องให้เอาตัวออกไป เสาวนุชโวยวายว่าเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติกับสื่อมวลชนอย่างนี้ได้ไง แต่ก็ถูกลากตัวออกไปจนได้

วรุฒหมายมั่นปั้นมือจะจับกุหลาบขาวตัดหน้าเอกราชให้ได้ เขาถีบประตูเข้าไปในห้องน้ำที่มีเสียงกุกกัก เจอจ่าฉิวถูกมัดมือมัดเท้าเอาผ้าขี้ริ้วเช็ดส้วมยัดปากหมดสติอยู่กับพื้น จึงต้องเรียกรถพยาบาลมาด่วน

วรุฒหัวเสียที่ไม่เจอกุหลาบขาว เอกราชเดินสำรวจเห็นช่องระบายอากาศเปิดเขารู้ทันทีว่ากุหลาบขาวหนีไปแล้ว วอสั่งตำรวจให้ปิดล้อมตึก บล็อกทางออกไว้ จับตัวกุหลาบขาวให้ได้

เสาวนุชยังตามถ่ายภาพการสั่งการของเท่ๆของเอกราชอย่างเพลินใจ...

ooooooo

ดนุภพหลบเข้าไปเปลี่ยนชุดกุหลาบขาวเป็นชุดมางานเลี้ยงในห้องเก็บของแล้วรีบเข้าไปในห้องจัดงาน อิสริยาโผเข้าหาถามว่าหายไปไหนมา เขาทำหน้าตายถามอิสริยาว่าตำรวจมาทำไมเยอะแยะ

อิสริยาถามอย่างตระหนกว่าเขาฆ่ากันตายเป็นเบือไม่รู้เรื่องเลยหรือ ดนุภพบอกว่าตนออกไปโทรศัพท์เพราะข้างในสัญญาณไม่ดี อิสริยาร้องให้โฮบอกว่ามหาราชามาคัสถูกฆ่าตายแล้ว อารยะบอกตำรวจว่า

ที่นี่ไม่ปลอดภัย เร่งให้รีบปล่อยพวกตนกลับกัน ตำรวจบอกว่าไม่ได้เพราะได้รับคำสั่งให้ทุกคนอยู่ในห้องนี้จนกว่าจะจับตัวคนร้ายได้

ดนัยเทพมองหน้าดนุภพอย่างรู้กัน ยิ่งเมื่อเห็นดนุภพหน้าซีดอ่อนเพลียเพราะเสียเลือดมากก็แน่ใจว่าเขาต้องบาดเจ็บมาแน่ๆ กระซิบถามว่าเขาไปไหนมา พอดนุภพกระซิบเล่าให้ฟังบอกว่าตอนนี้ผ้าที่ปิดแผลที่สีข้างชุ่มเลือดไปหมดแล้ว ดนัยเทพจึงออกอุบายบอกตำรวจว่าตนมีงานต้องไปทำให้ปล่อยกลับไปก่อน ตำรวจไม่ยอมปล่อย

จนกระทั่งเอกราชเข้ามา ถามดนุภพว่าแน่ใจหรือว่าตอนเกิดเหตุไม่มีใครออกจากห้องนี้ ดนุภพบอกว่ามีตนคนเดียวที่ออกไปโทรศัพท์เท่านั้น ด้วยความเชื่อใจเพื่อนรัก เอกราชจึงให้แขกในห้องกลับไปถ้ามีอะไรจะเรียกตัวมาให้ข้อมูลภายหลัง

“ขอบใจมากสุดหล่อไปๆไอ้ภพ เดี๋ยวทำงานไม่ทันโดนลูกค้ารายใหญ่ด่าตายเลย” ดนัยเทพรีบพาดนุภพออกไป

แต่ไปเจออิสริยาอ้อนจะให้เขาไปส่ง ต้องหว่านล้อมอยู่นานเธอจึงยอมกลับไปกับอารยะ พออิสริยาผละไป ดนุภพก็ทำท่าจะล้ม ดนัยเทพรีบประคองไว้บอกว่า

“หมดแรงตรงนี้ไม่ได้ เก็บเฮือกสุดท้ายไปให้ถึงบ้าน” แล้วทำเป็นโอบไหล่พาหลานชายผ่านตำรวจไปอย่างไร้พิรุธ

ooooooo

กันยิกากับดาราวรรณตกใจเมื่อดูข่าวภาคดึกที่เสาวนุชกำลังรายงานการถูกฆ่าของมหาราชามาคัสและบอดี้การ์ด

เสาวนุชรายงานว่า ทั้งหมดถูกฆ่าโดยฆาตกรที่ตำรวจเชื่อว่าเป็นฝีมือของจอมโจรกุหลาบขาว โดยเฉพาะมหาราชมาคัสถูกฆาตกรรมในลักษณะที่เหี้ยมโหดด้วยอาวุธมีคมแทงทะลุถึงหัวใจ

กันยิกาฟังแล้วคิดถึงพ่อแม่ที่ถูกฆ่า โพล่งว่าต้องเป็นมันแน่ๆ ไอ้โจรชั่วมันปรากฏตัวมาให้เราเห็นแล้ว มันมาแล้ว!

พิมพ์ชลหวาดกลัวถามว่ามันจะตามมาฆ่าพวกเราไหม กันยิกาบอกว่ามันไม่มีวันหาเราเจอเพราะเราเปลี่ยนชื่อนามสกุลใหม่หมด พิมพ์ชลไม่เชื่อหาว่ากันยิกาทำตัวฉาวโฉ่ ไฮโซเพราะอยากแต่งงานกับผู้ชายรวยๆ มีหน้ามีตาในสังคม กันยิกาบอกว่าตนทำเพื่อ...ถูกดาราวรรณตัดบทบอกให้พอแล้ว กันยิกาประชดพิมพ์ชลว่าอยากคิดอะไรก็เชิญเลย ไม่รู้เป็นบ้าอะไรเพราะเธอไม่เคยมองตนในแง่ดีอยู่แล้ว

“ที่ฉันบ้าก็เพราะต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆปิดๆบังๆ เรื่องในอดีตอยู่กับพวกเธอไง ไม่มีอิสระเหมือนมนุษย์คนอื่นๆ พอที ฉันไม่อยู่แล้ว ฉันไม่อยากตายเหมือนพ่อฉัน!”

พิมพ์ชลวิ่งขึ้นไปที่ห้องทันที ดาราวรรณวิ่งตามไป กันยิกาดูทีวีต่ออย่างแค้นใจ

ดาราวรรณตามพิมพ์ชลไปหว่านล้อมปลอบโยนว่าจะไปอยู่ที่อื่นไม่ได้ สัญญาว่าเธอจะได้อยู่กับคนที่ตัวเองรัก ฆาตกรไม่มีวันหาพวกเราพบเพราะมันฆ่าคนระดับมหาราชามาคัส มันต้องถูกตำรวจตามล่าแน่นอน ให้เธอใช้ชีวิตปกติไปทำงานได้เจอหมอนพดลที่รัก ตนอยากเห็นเธอสวมชุดแต่งงานเคียงคู่หมอนพดล วันนั้นตนจะมีความสุขมาก

พอพูดถึงหมอนพดล พิมพ์ชลก็อ่อนลง บอกดาราวรรณว่าถ้าอยากเห็นตนได้แต่งงานกับหมอนพดล น้าดาก็ต้องย้ายโรงพยาบาลเพื่อตนจะได้ปลอดภัย ดาราวรรณรับปากเพื่อความสบายใจของเธอ

“หมอจะไม่มีวันได้เจอไก่แก่แม่ปลาช่อนอย่างน้าดาอีกแล้ว” พิมพ์ชลสาแก่ใจที่กันดาราวรรณไปพ้นหมอนพดลได้

ooooooo

นพดลติดตามข่าวการฆาตกรรมมหาราชามาคัสอย่างละเอียด แล้วเปิดไฟล์ส่วนตัวที่เก็บข้อมูลที่พ่อแม่ถูกฆ่าไว้อย่างละเอียดแล้วเชื่อว่ามันต้องเป็นฆาตกรคนเดียวกัน บอกตัวเองว่า “ถึงเวลาแล้ว...ถึงเวลาแล้ว!!”

นพดลเปิดดูอีเมลที่คนเก่าๆเคยติดต่อมาและตนไม่เคยรับตามที่น้าดากำชับ เห็นที่ติดต่อมามากที่สุดคือดนุภพ

“ดนุภพมีแกคนเดียวที่เฝ้าแต่ตามหาฉัน...ไอ้น้องรัก!!” แล้วก็เจออีเมลล่าสุดที่เพิ่งส่งมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง นพดลคลิกอ่านทันที

“พี่ปราการครับ หลายปีมานี้ ผมเพียรพยายามส่งเมลติดต่อพี่ ถึงพี่จะไม่เคยตอบกลับผมแต่ผมก็หวังว่าพี่คงได้อ่านข้อความของผม และรับรู้ว่าผมยังคงทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพี่ ผมยังคงพยายามตามหาฆาตกรที่ฆ่าคุณพ่อคุณแม่ของพี่ที่ท่านทั้งสองก็เปรียบเสมือนพ่อแม่ของผม เพื่อเอาตัวมันมาชดใช้กรรมที่ทำให้ครอบครัวของพี่ต้องแตกสลาย ผมหวังว่าพี่คงมีชีวิตที่ดีอยู่ที่ไหนสักแห่งในโลกนี้ และหวังว่าพี่จะตอบกลับผมสักครั้งเมื่อพี่พร้อม....ระถึงถึงพี่เสมอ ดนุภพ”

นพดลคลิกดูภาพเก่าๆที่เขาและดนุภพยังเด็กอายุไล่เลี่ยกัน เป็นนักรักบี้โอบไหล่ถ่ายรูปด้วยกันอย่างรักใคร่ นพดลตัดสินใจตอบกลับดนุภพทันที

“ดนุภพ พี่ขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อกับภพเลย แต่หวังว่าภพคงเข้าใจว่าพี่ต้องผ่านอะไรมาเยอะกว่าจะเอาชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้ได้ พี่ต้องอดทนอยู่กับความหวังว่าจะได้พบกับหน้าน้าเล็กและน้องบุษ...น้องสาวคนเดียวที่พลัดพรากกันอีกครั้ง แล้ววันนี้ก็มีปาฏิหาริย์...พี่ก็ได้เจอน้าเล็ก แต่น้าเล็กจำพี่ไม่ได้ น้องบุษต้องอยู่กับน้าเล็กแน่ๆ แล้วในคืนเดียวกันนั้นพี่ก็ได้เห็นข่าวฆาตกรรมที่เหมือนกับการฆาตกรรมพ่อแม่พี่ พี่คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ

พี่ต้องการความช่วยเหลือจากดนุภพในการตามตัวทั้งสองคน จำสนามรักบี้ที่เราเคยมีเรื่องฟาดปากกันได้ไหม พรุ่งนี้บ่ายโมง พี่จะไปรอภพอยู่ที่นั่น”
นพดลกดส่งทันทีที่พิมพ์เสร็จ และดนุภพที่นอนรักษาบาดแผลอยู่ที่บ้านก็ได้ยินเสียง SMS เข้ามาทันที

ooooooo

ที่ลานจอดรถตึกสูงที่ไม่พลุกพล่านนัก อานุภาพปลอมตัวในคราบหนุ่มฮิปสเตอร์ติดเครายาวร้อยลูกปัด ถักจอนยาวสองข้าง นัดพบกับกันยิกา ต่างยืนหลบหลังกระถางต้นไม้ไม่ให้เห็นหน้ากันตามกฎผู้ว่าจ้างกับผู้รับงาน

“กุหลาบขาวไม่ได้เป็นคนฆ่ามหาราชามาคัสแน่” อานุภาพเอ่ยขึ้น

“ถ้าวันนั้นภาพจากกล้องจรปิดที่ออกมาแฉในข่าวเมื่อเช้าก็เป็นกุหลาบขาวตัวปลอมน่ะซิ ที่วิ่งหนีตำรวจอยู่ในตึก”

“ฮ่ะๆๆโจรคนเดียวเล่นเอาตำรวจไล่ตามซะหอบแฮ่กเลย ฝีมือระดับสุดยอดจารชนขนาดนั้น นั่นแหละกุหลาบขาวตัวจริง”

“งั้นก็ชัดเจนว่าใครเป็นคนฆ่ามหาราชามาคัสแล้วแย่งเพชรไป!”

ฝ่ายดนัยเทพและดนุภพก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าใครเป็นคนฆ่ามหาราชามาคัส เพราะดนุภพไปเจอมหาราชามาคัสในสภาพบาดเจ็บสาหัสและสิ้นใจในเวลาต่อมา ดนัยเทพเชื่อว่าพวกมันต้องเตรียมการมาอย่างดี รู้ทางหนีทีไล่ภายในตึก แต่งานเลี้ยงเมื่อคืนก็มีไม่กี่คนที่รู้

“แปลว่ามีหนอนบ่อนไส้” ดนัยเทพฟันธง

“แต่ตอนนี้หนอนหนีไปได้แล้ว กุหลาบขาวเป็นนักล่ารางวัลก็จริงแต่ไม่เคยฆ่าใคร มีแต่ปล้นเพชรมาคืนเจ้าของที่แท้จริง” พลางเขาลุกขึ้นคว้าเสื้อมาสะบัดใส่ ดนัยเทพถามว่าจะไปไหน “ไปแถลงข่าวมั้ง ผมไม่ยอมให้โจรกุหลาบขาวเน่าในสายตาทุกคนเด็ดขาด โดยเฉพาะนังแมวตาเพชร ป่านนี้นางอาจจะหัวเราะเยาะผมอยู่”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
11 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 17:49 น.