นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คนละโลก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'ซี' สู้ชีวิตเชือดเฉือน 'ปู' 'คนละโลก' สะท้อนสังคม



    กานนมีอาการทางจิตเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่างคือไม่รู้จักเจ็บจักปวด นิลสีบังเอิญทำมีดบาดเขาเลือดไหล แต่เขากลับไม่สะดุ้งสะเทือน แถมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกมีดบาด เธอเป็นกังวลมาก แอบโทร.ปรึกษาจิตแพทย์ถึงอาการป่วยนี้ หมอวินิจฉัยว่าเขาเป็นโรคไร้ความเจ็บปวดซึ่งปกติจะเป็นตั้งแต่เกิด

    “การที่ลูกของคุณเพิ่งมาเป็น อาจจะเป็นเพราะเขาเจอเรื่องที่กระทบจิตใจอย่างรุนแรงจนไม่อยากเจ็บปวด สมองก็เลยสั่งไม่ให้รู้สึก ทำให้ร่างกายเชื่อฟังสมอง ทางแก้ก็ต้องให้เขาได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคุณ อาจจะพาเขาออกไปเดินเล่น ไปในที่ที่เขาจะไม่เครียด”

    เมื่อได้รับคำแนะนำจากหมอ นิลสีชวนกานนออกไปเที่ยวนอกบ้านกัน เขาจะไปได้อย่างไร เกิดมีคนจำได้ขึ้นมาแล้วแจ้งตำรวจ เขาคงถูกจับเข้าคุก นิลสีมีวิธีที่จะทำให้คนจำเขาไม่ได้ โดยให้สวมหมวกกับแว่นดำอำพรางใบหน้าที่แท้จริง...

    บุษย์พาน้องเสือมาเลือกซื้อเสื้อให้ทิเบตที่ห้างฯแห่งหนึ่ง นิลสีเกิดใจตรงกันชวนกานนมาเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ห้างฯแห่งนี้เช่นกัน แต่อยู่คนละฟากของแผนกเสื้อผ้าชาย ระหว่างที่บุษย์กำลังดูแบบที่ถูกใจ น้องเสือเหลือบเห็นคนถือลูกโป่งสวรรค์เดินผ่าน หันไปบอกแม่ว่าอยากได้แบบนั้นบ้าง แต่เธอไม่ได้ยิน เด็กน้อยเห็นแม่ไม่สนใจเดินตามคนถือลูกโป่งไปเพียงลำพัง กานนเดินเข้าไปลองเสื้อในห้องลอง เป็นจังหวะเดียวกับน้องเสือวิ่งมาชนนิลสี เด็กน้อยยกมือไหว้ขอโทษ เธอรู้สึกถูกชะตาด้วยย่อตัวลงมาถามว่ามาจากไหน

    “น้องเสือมากับแม่ครับ แม่อยู่ตรงโน้น น้องเสือกำลังตามลูกโป่ง แต่มันหายไปแล้ว”

    “ออกมาคนเดียวแบบนี้ไม่ดีเลยนะคะ เกิดหลงทางไปคุณแม่จะเป็นห่วง เดี๋ยวป้าพาไปส่งคุณแม่นะคะ” นิลสีจูงมือเด็กน้อยไปยังทิศทางที่แกชี้ บุษย์ได้เสื้อที่ถูกใจก็หันมาหาลูกชายแต่แกหายไป กวาดตามองหาก็ไม่เจอ ชักใจคอไม่ดี ทันใดนั้นน้องเสือวิ่งเข้ามาหา

    บุษย์กอดลูกไว้แน่นด้วยความโล่งใจ ถามว่าไปไหนมา

    “น้องเสือตามลูกโป่งครับ แต่มันหายไป คุณป้าเลยพามาส่ง”

    บุษย์หันไปเห็นนิลสีก็ชะงัก เธอเองก็ตกใจไม่แพ้อีกฝ่ายเช่นกัน แล้วนึกถึงคำพูดของกานนที่เคยบอกว่าเขามีลูกกับน้องสาวของทิเบต นั่นเท่ากับแกเป็นหลานแท้ๆของเธอ บุษย์ขอบคุณเธอมากที่พาน้องเสือมาส่ง แล้วรีบจูงมือเด็กน้อยจากไป นิลสีมองตามยังอึ้งไม่หาย กานนเห็นสองแม่ลูกหลังไวๆ มองตามด้วยสีหน้านิ่งเฉย

    ooooooo

    โทรุดักรอไพโรจน์อยู่หน้าโรงพยาบาลก่อนจะเอามือถือถ่ายภาพเขากำลังขึ้นรถแท็กซี่ จากนั้นนำคลิปที่ได้ไปให้ซาซูเกะดูเพื่อเป็นการยืนยันว่าทิเบตไม่ทำตามคำสั่ง ไม่ได้ฆ่าพ่อตัวเองตามที่ได้รับมอบหมาย

    “ท่านจะให้ผมทำอย่างไรกับทิเบตก็บอกมาได้เลยนะครับ”

    “เอาตัวมันมาพบฉัน” ซาซูเกะมัวแต่หงุดหงิดไม่ทันสังเกตเห็นเคนอิจิแอบฟังอยู่ รีบโทร.เตือนทิเบตให้รู้ตัว เขาขอบใจเคนอิจิมาก ที่เหลือไว้เป็นหน้าที่เขาจัดการเอง ไม่นานนักทิเบตมายืนอยู่ตรงหน้าซาซูเกะ

    “นายรู้ใช่ไหมว่ากฎของแก๊งพยัคฆ์ขาวบอกว่าอะไร”

    “ถ้าผู้ใดขัดคำสั่งหัวหน้า ผู้นั้นต้องโทษตายครับ ผมขอโทษครับที่ขัดคำสั่งของพ่อไม่ฆ่าไพโรจน์” ทิเบต คุกเข่าตรงหน้าซาซูเกะ “แต่ผมฆ่าเขาไม่ได้จริงๆ ถึงยังไงเขาก็เป็นคนที่ทำให้ผมเกิดมา ผมเป็นหนี้บุญคุณเขา”

    “กฎต้องเป็นกฎ” ซาซูเกะพูดจบชักซามูไรออกจากฝัก ตวัดเหนือหัวทิเบตด้วยความรวดเร็ว ผมปอยหนึ่งของเขาขาดร่วงลงพื้น “ฉันจะถือว่าเส้นผมนี้คือชีวิตของนาย... นายได้ชดใช้แล้ว”

    ทิเบตขอบคุณซาซูเกะมากที่ไว้ชีวิต เขาไม่วายมีข้อแม้ คือทิเบตต้องทำงานชิ้นหนึ่งให้เขาก่อน และห้ามทำพลาดเหมือนคราวที่แล้วอีก จากนั้นพยักพเยิดให้สมุนไปหยิบขวดใส่น้ำบางอย่างมาให้ทิเบตดู บอกว่านี่เป็นหัวน้ำเชื้อผลิตยาบ้าที่แรงที่สุดตั้งแต่เคยมีการผลิตยาบ้ามา เห็นขวดเล็กๆอย่างนี้ แต่มูลค่าของมันถึงสิบล้านบาท มาเฟียชาวยุโรปสนใจจะซื้อหัวน้ำเชื้อยาบ้านี้จำนวน 10 ขวด เท่ากับเราจะได้เงินร้อยล้านบาท

    “งานนี้เราจะส่งของสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ มันต้องมีการวางแผนที่รัดกุม กันข่าวที่อาจจะรั่วไหลไปถึงตำรวจ ฉันอยากใช้โรงแรมศักการะเป็นที่ส่งของ” แผนการของซาซูเกะทำเอาทิเบตถึงกับพูดไม่ออก...

    ตกค่ำทิเบตกลับบ้านตัวเองเพื่อจะปรับความเข้าใจกับแม่ แต่ท่านไล่ตะเพิดให้กลับไป ถ้าไม่เชื่อฟังก็ไม่ต้องมาเป็นแม่เป็นลูกกัน บุษย์งงว่าเกิดอะไรขึ้น ใครช่วยอธิบายให้เธอเข้าใจด้วย

    “พี่ชายลูกเป็นมาเฟีย เขาค้ายาฆ่าคนตาย” รัญจวน อธิบายเสียงกร้าว

    ทิเบตเข้ามากอดแม่ไว้ ขอร้องอย่าทำแบบนี้ รัญจวนพยายามดันเขาออกห่างไม่ต้องการจะยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขาอีก ทิเบตคร่ำครวญอย่าให้เขาต้องเลือกระหว่างซาซูเกะซึ่งเป็นคนให้ชีวิตใหม่กับแม่ของตัวเอง รัญจวนไม่อยากฟัง ยืนกรานให้เขาไปจากที่นี่ ด้วยความเครียดที่มีปากเสียงกับลูกทำให้ท่านเป็นลมล้มพับ ทิเบตต้องประคองท่านไปนอนพักในห้อง เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของน้องสาวก็พอจะเดาออก

    “เราคงมีอะไรอยากถามพี่เยอะแยะเลยใช่ไหม ไปคุยกันที่ห้องพี่” ทิเบตว่าแล้วเดินนำบุษย์ไปที่ห้องนอนตัวเอง สารภาพว่าเป็นมาเฟียอย่างที่แม่พูด เขาอยู่ในแก๊งที่ชื่อว่าแก๊งพยัคฆ์ขาว มีซาซูเกะเป็นหัวหน้า ส่วนเขาเป็นรองหัวหน้า บุษย์ตกใจแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เสียงพูดคุยของสองพี่น้องทำให้เครื่องดักฟังโทร.เข้ามือถือของชัชชัยซึ่งรีบกดรับสาย ได้ยินเสียงทิเบตดังมาจากปลายสาย ยอมรับว่าตัวเองไม่ใช่คนดี ทำทุกอย่างที่ผิดกฎหมาย สารวัตรหนุ่มรีบกดบันทึกเสียงสนทนาเอาไว้

    “ค้ายา บ่อนการพนันแม้กระทั่งฆ่าคนที่ตั้งตนเป็นศัตรูหรือขวางการทำงานของแก๊ง พี่ก็ทำมาแล้ว แต่พี่อยากให้บุษย์เข้าใจว่าที่พี่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อแม่เพื่อบุษย์เพื่อครอบครัวของเรา”

    บุษย์ไม่เชื่อว่าเขาทำแบบนี้เพื่อเธอกับแม่ แต่ทำเพราะต้องการแก้แค้นพวกศักการะ เธอเห็นด้วยกับแม่ว่าสิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และมันไม่ทำให้เธอกับแม่ภูมิใจแม้แต่น้อย ถ้าเขาอยากทำเพื่อพวกเราจริง เขาต้องหยุดเป็นมาเฟีย แล้วเดินร้องไห้ออกไป ชัชชัยได้ยินคำสนทนาของสองพี่น้องแล้วถึงกับหน้าเครียด

    ooooooo

    คคนางค์เห็นอากาศยามเช้าเย็นสบาย ค่อยๆออกจากห้องจะไปเดินเล่นที่สวน เจอทิเบตที่โถงทางเดิน พอดี วานให้เขาพาไปที่นั่น เขาขยับจะไปเอารถเข็นมาให้ แต่เธออยากเดินไปเองไม่อยากนั่งรถเข็น ครู่ต่อมาทิเบตประคองคคนางค์มาถึงสวนสวยข้างบ้านศักการะ

    “เคยมีคนบอกฉันว่าชีวิตฉันน่าอิจฉาเพราะว่าฉันมีเงิน ฉันก็เลยบอกเขาไปว่าชีวิตฉันน่าสมเพชต่างหาก ฉันเป็นมะเร็งมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน มีเงินแล้วไง มันก็ช่วยต่ออายุให้ฉันไม่ได้”

    ทิเบตมัวแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องบาดหมางของตัวเองกับแม่ ไม่ทันเห็นคคนางค์ยืนโงนเงนจะล้มจนเธอต้องร้องเรียก เขาถึงได้ตื่นจากภวังค์ แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรเธอเป็นลมหมดสติไปเสียก่อน

    ในเวลาต่อมา คคนางค์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยมีคลเมขลา ศรีวิศาลกับศรีเมืองและทิเบตยืนล้อมเตียงอยู่ด้วยความเป็นห่วง เธออาการทรุดหนักและจากไปในที่สุด ท่ามกลางความโศกเศร้าของทุกคน...

    หลังผ่านงานเผาศพของคคนางค์ ซาซูเกะโทร.ตามทิเบตไปพบ เตือนว่าเสร็จงานศพแม่ยายของเขาแล้ว เขาควรจะเริ่มงานของเราได้แล้ว อย่าเสียเวลาไปมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นตนจะคิดว่าเขาไม่อยากทำงานชิ้นนี้

    “ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ผมจะรีบจัดการทุกอย่างให้ ขอเวลาอีกสองสามวันนะครับ”

    ซาซูเกะจะให้เวลาตามที่ทิเบตขอ แต่อย่าให้เกินไปกว่านั้นเพราะตนไม่ชอบรออะไรนานๆ ทิเบตรับคำ กลับไปที่รถของตัวเองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พลันมีเสียงสัญญาณเตือนว่ามีข้อความส่งมาที่มือถือของเขา ทิเบตเปิดฟัง ได้ยินเสียงตัวเองตอนที่ยอมรับกับบุษย์ว่าทำเรื่องผิดกฎหมาย อึดใจชัชชัยโทร.นัดให้เขามาพบ

    ทันทีที่ทิเบตมาถึงจุดนัดหมาย สารวัตรหนุ่มเปิดคลิปที่อัดเสียงสนทนาระหว่างเขากับบุษย์ตอนอยู่ในห้องของเขาให้ฟัง เขาถามเสียงเครียดว่าจะจับเขาหรือ ชัชชัยไม่ได้เรียกเขามาเพื่อจะจับกุม แต่จะขอให้เขาเป็นสายให้ทางการ ทิเบตปฏิเสธทันทีว่าไม่ทำ จะให้ทรยศหักหลังผู้มีพระคุณได้อย่างไร แล้วขยับจะไป ชัชชัย เอากุญแจมือใส่ข้อมือเขาไว้ เตือนว่าถ้าเขาไม่ยอมเป็นสายให้ ตนก็คงต้องจับเขาเข้าคุก

    “คุณต้องเลือกว่าจะเดินทางไหน ผมอยากให้คุณเลือกทางที่ถูกต้องนั่นคือครอบครัวของคุณ ผมรู้ว่ามันลำบากในการตัดสินใจ ผมจะให้เวลาคุณสามวัน โทร.หาผม ผมไม่อยากเป็นคนจับคุณเข้าคุก” ชัชชัยพูดจบ ไขกุญแจมือออก แล้วผละจากไป ทิเบตโกรธมากที่ถูกบังคับให้ร่วมมือด้วย รีบขับรถกลับบ้านตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง รื้อค้นทุกซอกทุกมุมจนพบเครื่องดักฟังซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำงาน ถอดซิมการ์ดที่อยู่ในเครื่องออก เก็บชิ้นส่วนทั้งหมดใส่กระเป๋ากางเกง แล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาเคนอิจิ

    “ตามหาตัวสารวัตรชัชชัยด่วนที่สุด เอามือถือสารวัตรมาให้ฉัน” สั่งเสร็จ ก้าวฉับๆลงมาข้างล่าง เจอแม่ยืนอยู่ที่โถงบันไดก็ชะงัก เธอยังโกรธเขาไม่หาย ถามเสียงห้วนมาทำไม

    “ผมมาเอาของกำลังจะกลับ” ทิเบตพูดจบ จ้ำพรวดๆออกไป รัญจวนได้แต่มองตามแปลกใจ จากนั้น ทิเบตขับรถไปยังริมแม่น้ำ หยิบซิมการ์ดใส่เข้าไปในเครื่องดักฟังเพื่อให้มันทำงานอีกครั้ง แล้วพูดใส่เครื่องดักฟังส่งสารถึงชัชชัยว่าเขาจะไม่เนรคุณต่อคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ และจะไม่ยอมเป็นสายให้ตำรวจเช่นกัน แม้ชัชชัยจะมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงของเขา แต่ก็ไม่มีทางเอาผิดเขาหรือซาซูเกะได้ แล้วปรามาสว่าสารวัตรหนุ่มยังอ่อนประสบการณ์ที่จะมาต่อกรกับคนอย่างเขา พูดจบทิเบตโยนเครื่องดักฟังลงแม่น้ำ

    ooooooo

    ขณะชัชชัยกำลังฟังข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่ทิเบตส่งมาให้ โดยไม่ทันตั้งตัวเคนอิจิซึ่งสวมหมวก กันน็อกอำพรางใบหน้า ขี่มอเตอร์ไซค์ปาดมาคว้ามือถือซึ่งอัดคลิปเสียงหลักฐานเอาผิดทิเบตไปจากมือของเขา แล้วเร่งเครื่องจากไปอย่างรวดเร็ว ชัชชัยแค้นใจมากที่ตกหลุมพรางที่ทิเบตขุดล่อเอาไว้

    ครู่ต่อมา เคนอิจินำมือถือของชัชชัยมาให้ทิเบตซึ่งรอท่าอยู่ริมแม่น้ำ เขาลบคลิปหลักฐานในนั้น ก่อนจะโยนลงแม่น้ำ แล้วสั่งให้เคนอิจิซื้อมือถือเครื่องใหม่ไปให้ชัชชัย บอกว่าเป็นของขวัญจากเขา ยิ่งทำให้สารวัตรหนุ่มเจ็บแค้นใจฝากเคนอิจิไปบอกให้ทิเบตระวังตัวให้ดี อย่าคิดว่าไม่มีหลักฐานแล้วตนจะเล่นงานเขาไม่ได้...

    ทางด้านกานนแอบมองมาจากประตูรั้วบ้านทิเบตเห็นบุษย์กำลังหยอกล้ออยู่กับชัชชัย คิดแผนชั่วขึ้นมาได้ รีบโทร.นัดปุราณให้ออกมาพบ โดยขอร้องเขาอย่าบอกนิลปัทม์ว่าตนเองยังไม่ตาย ปุราณอดสงสัยไม่ได้ว่ากานนนัดให้มาเจอมีเรื่องอะไร

    “ผมมีงานให้คุณทำ งานนี้ผมจ่ายไม่อั้น”...

    ขณะที่ปุราณตกปากรับคำทำงานให้กานน ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าเป็นงานอะไร ทิเบตกลุ้มใจมากที่ตอนนี้มีแต่ปัญหารุมล้อม คลเมขลาเห็นเขาเอาแต่ยืนใจลอยเข้ามาถามว่ากำลังคิดอะไรอยู่

    “คิดเรื่องงานที่จะคุยกับคุณ...คุณพ่อของผมอยากจองห้องประชุมของโรงแรม เอาไว้ประชุมกับนักธุรกิจชาวยุโรปที่กำลังจะมาถึงวันมะรืน”

    “ได้สิคะ รู้สึกว่าห้องจะว่าง แล้วทำไมคุณถึงทำหน้าแบบนั้นมีอะไรไม่สบายใจบอกฉันได้นะคะ”

    เขาโกหกว่าไม่มีอะไร ตอนนี้เขาสบายใจสุดๆที่มีเธออยู่เคียงข้างแล้วดึงเธอมากอด คลเมขลาก็รู้สึกเช่นเดียวกับเขาและขอให้เขาสัญญาว่าจะอยู่กับเธอตลอดไป เธอไม่อยากจากลาใครอีก

    “การจากกันมันทรมานและเจ็บปวดเหลือเกิน”...

    งานที่กานนจ้างวานให้ปุราณทำก็คือให้คอยจับตาดูน้องเสือลูกของบุษย์เอาไว้ พอสบโอกาสเมื่อไหร่ให้จับเด็กคนนั้นมาให้เขา ปุราณสะกดรอยตามน้องเสือไปทุกที่และแอบถ่ายรูปเก็บไว้เป็นระยะๆ

    ooooooo

    ในที่สุดก็ถึงวันนัดส่งมอบหัวน้ำเชื้อยาบ้า ทิเบตดูเคร่งเครียดมากจนคงชายกับคุกกี้ที่มาคอยช่วยดูแลความเรียบร้อยในห้องประชุมใหญ่ของโรงแรมศักการะถึงกับร้องทักว่านี่คงเป็นการตกลงธุรกิจที่ใหญ่มาก ใช่ไหม เขาถึงได้ดูเครียดขนาดนี้ เขาพยักหน้าแทนคำตอบ

    ทิเบตยิ่งเครียดหนักขึ้นเมื่อคลเมขลาอาสาจะมาช่วยต้อนรับแขกของพ่อบุญธรรมของเขาอีกแรงหนึ่ง เขายังไม่ทันจะห้ามปราม ซาซูเกะ เคนอิจิและโทรุเดินนำคาร์ลมาเฟียชายยุโรปกับสมุนเข้ามาเสียก่อน คงชายกับคุกกี้มองสมุนของคาร์ลที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยสักพลางซุบซิบกันด้วยความสงสัยว่าตกลงพวกนี้เป็นนักธุรกิจหรือมาเฟียกันแน่ สมุนหันขวับมองทั้งคู่อย่าง

    ไม่สบอารมณ์จนพวกนั้นต้องหลบสายตา คลเมขลารีบเข้าไปไหว้ทักทายซาซูเกะ แล้วบอกว่าวันนี้เธอจะอยู่ช่วยทิเบตดูแลเขา หากขาดเหลืออะไรให้บอกได้เลย

    จากนั้นทิเบตเดินนำซาซูเกะกับพวกเข้าไปในห้องประชุม โดยที่คลเมขลาปลีกตัวไปที่ครัวเพื่อดูแลเรื่องของว่างที่จะเอามาเสิร์ฟ ก่อนไปเธอไม่ลืมสั่งให้คงชายกับคุกกี้รออยู่หน้าห้องประชุมเพื่อคอยอำนวยความสะดวกให้กับแขก คุกกี้อยากรู้ว่าพวกข้างในคุยอะไรกัน เอาหูแนบประตูแอบฟัง คงชายต้องสะกิดเตือนว่าไม่ควรจุ้นจ้านเรื่องของคนอื่น เธออ้างว่าพวกฝรั่งไม่น่าไว้ใจ ท่าทางเหมือนพวกมาเฟีย

    “นี่ยังไม่เลิกคิดอีกเหรอ”

    “ใช่ แล้วที่แอบฟังเมื่อครู่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แกว่ามันแปลกไหมล่ะ ประชุมบ้าอะไรทำไมไม่พูดกันเลย” ว่าแล้วคุกกี้แอบฟังต่อ คงชายเองก็เริ่มสงสัยเข้ามาแอบฟังด้วย...

    ภายในห้องประชุม โทรุกับสมุนของคาร์ลเปิดกระเป๋าในมือพร้อมกันเพื่อโชว์ของข้างใน คาร์ลยืนยันว่าเงินค่าหัวน้ำเชื้อยาบ้าในกระเป๋าของตนอยู่ครบถ้วนตามที่ตกลงกันไว้ สองฝ่ายแลกกระเป๋ากัน โทรุนำกระเป๋าใส่เงินมาให้ทิเบต ฝ่ายสมุนของคาร์ลนำกระเป๋าใส่หัวน้ำเชื้อไปให้เจ้านายของตัวเอง คาร์ลจัดแจงขอตัวกลับทันที ทิเบตร้องห้ามไว้ ขอนับเงินก่อน แล้วหันไปพยักพเยิดให้เคนอิจินำกระเป๋าใส่เครื่องนับเงินขึ้นมาวางบนโต๊ะ คาร์ลถึงกับหน้าเสีย แต่พยายามโวยวายกลบเกลื่อน

    “ทำแบบนี้เท่ากับเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผม คนอย่างผมไม่เคยโกงใครเราทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์” ยิ่งคาร์ลทำท่าฮึดฮัดมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ทิเบตสงสัยว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล หยิบปึกเงินขึ้นมากรีดดู ปรากฏว่าเป็นเงินยัดไส้กระดาษเปล่า เท่านั้นเองต่างฝ่ายต่างชักปืนขึ้นมาเล็งใส่กัน...

    ขณะที่สถานการณ์ในห้องประชุมกำลังตึงเครียด คลเมขลาเดินนำพนักงานซึ่งยกถาดใส่กาแฟและของว่างมาถึงหน้าห้องประชุม เห็นคงชายกับคุกกี้เอาหูแนบอยู่หน้าประตูห้อง เอ็ดลั่นว่าทำอะไรกัน คุกกี้แก้ตัวเมื่อครู่นี้เสียงในห้องประชุมดังมากจนเราสองคนตกใจก็เลยแอบฟังว่าเกิดอะไรขึ้น คลเมขลาห้ามทั้งคู่ทำแบบนี้อีกแล้วบอกให้พนักงานเอาของเข้าไปเสิร์ฟ แต่ประตูห้องล็อก เธอก็เลยเคาะเรียก

    เสียงเคาะประตูทำให้ทุกคนในห้องประชุมถึงกับชะงัก ทิเบตกลัวเหตุการณ์จะบานปลายรีบบอกให้ทุกคนเก็บปืนก่อนถ้าไม่อยากถูกจับยกแก๊ง แล้วเก็บปืนเป็นคนแรก ทุกคนก็เลยทำตาม เขารอจนทุกคนปรับสีหน้าเป็นปกติ ถึงได้เดินไปเปิดประตูรับ คลเมขลาจะเอาอาหารว่างมาเสิร์ฟให้

    “ไม่ต้องแล้วล่ะครับ เราคุยกันเสร็จแล้ว กำลังจะกลับกันเลย ผมขอตัวนะครับ” ทิเบตตัดบทเสร็จปิดประตูล็อกหน้าตาเฉย คงชายกับคุกกี้ตั้งข้อสังเกตว่าเขาดูร้อนรนชอบกล รีบปิดประตูราวกับกลัวพวกเราจะเห็นอะไร คลเมขลาคิดคล้อยตามคำพูดของทั้งคู่...

    ด้านซาซูเกะเห็นควรให้ไปเคลียร์กันที่อื่นเพราะคลเมขลาวุ่นวายเกินเหตุ ทิเบตเห็นด้วย สั่งให้คาร์ลเอาหัวน้ำเชื้อยาบ้าของพวกตนคืนมา คาร์ลเหมือนจะยอม

    ทำตาม แต่พอทิเบตเผลอ สมุนของเขากลับล็อกคอทิเบตก่อนจะเอาปืนจ่อ ซาซูเกะ โทรุกับเคนอิจิรีบชักปืนขึ้นมาเล็งใส่ฝ่ายตรงข้ามเช่นกัน

    โทรุกับทิเบตมองสบตาอย่างรู้กัน ทันทีที่เขาง้างนกปืน ทิเบตใช้ความว่องไวสะบัดตัวหนี โทรุไม่รอช้าลั่นกระสุนเปรี้ยงเดียวเข้าแสกหน้าสมุนของคาร์ลตายคาที่

    ooooooo

    เสียงปืนทำให้คลเมขลาที่กำลังจะกลับห้องครัวถึงกับชะงัก รีบเดินมาหาคงชายกับคุกกี้ที่ยังยืนอยู่หน้าห้องประชุมด้วยสีหน้าฉงน คุกกี้ตั้งข้อสังเกตว่าเสียงดังเมื่อครู่เหมือนมีใครจุดพลุในห้อง

    “จุดพลุบ้านเธอสิ นั่นมันเสียงปืนชัดๆ” คำพูดของคงชายทำเอาคลเมขลาหน้าถอดสี

    ด้านคาร์ลกับสมุนที่เหลือไม่กล้าหือทิ้งปืนอย่างว่าง่าย ซาซูเกะสั่งการให้รีบเคลียร์ก่อนที่คนข้างนอกจะเข้ามา เคนอิจิพุ่งไปยังสมุนของคาร์ลที่นอนตายอยู่ แต่ยังไม่ทันจะทำอะไรมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น

    “ทิเบตๆ...เปิดประตู” คลเมขลาร้องเรียก ทิเบตรีบยกเก้าอี้ไปตั้งข้างศพ ส่วนเคนอิจิเอาผ้าเช็ดหน้ามาปิดหน้าผากศพไม่ให้เห็นรอยถูกยิง ทิเบตสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปเปิดประตู คลเมขลาพรวดพราดเข้ามาในห้องเห็นมีคนนอนอยู่บนพื้น ถามเสียงเครียดว่าเกิดอะไรขึ้น เธอได้ยินเหมือนเสียงปืน

    “ไม่ใช่เสียงปืน พอดีคนของคุณคาร์ลหน้ามืดเป็นลมตกเก้าอี้หมดสติ ผมกำลังจะพาไปโรงพยาบาล...เคนอิจิรีบพาออกไป... ผมไปกับเคนอิจินะครับคุณพ่อ”

    ซาซูเกะพูดเป็นนัยๆให้ทิเบตดูแลสมุนคนนั้นให้เรียบร้อยด้วย แล้วรอจนคลเมขลาตามสามีออกไป ถึงได้หันบอกคาร์ลว่าเราคงมีบัญชีที่ต้องสะสางกันอีกยาว เขาถึงกับหน้าเสีย หลังจากส่งทิเบตขึ้นรถไปกับเคนอิจิและคนป่วยเรียบร้อย คลเมขลากลับมาที่ห้องประชุมอีกครั้ง เจอเพียงคงชายกับคุกกี้กำลังดูบางอย่างบนพื้น ร้องถามว่าพวกนั้นประชุมกันเสร็จแล้วหรือ ได้ความว่าพอเธอออกไปสักพัก พวกนั้นก็ออกมา

    “แล้วนี่ดูอะไรกันอยู่”

    คุกกี้ดูรอยเลือดที่เปื้อนพื้น เมื่อเช้าตอนเช็กความเรียบร้อยไม่เห็นรอยนี้ คลเมขลาก้มไปดูใกล้ๆเห็นคราบเลือดอย่างที่คุกกี้ว่า แต่ไม่ติดใจสงสัยอะไร คงเป็นเลือดของผู้ชายที่ตกเก้าอี้ หัวของเขาอาจฟาดพื้นแตก...

    ด้านปุราณทำตัวเป็นนักสืบจำเป็น สะกดรอยตามจนรู้ว่าบุษย์กับน้องเสือทำอะไรไปไหนบ้างในแต่ละวันที่ผ่านมา และยังสืบรู้อีกว่าวันพรุ่งนี้ทั้งคู่จะแวะไปเดินห้างฯก่อนกลับบ้าน จึงแจ้งเรื่องนี้ให้กานนรับรู้...

    บ่ายวันเดียวกันคาร์ลกับเหล่าสมุนถูกพบเป็นศพอยู่ในแม่น้ำมีร่องรอยถูกยิงแสกหน้าเหมือนกันทุกคน ชัชชัยได้รับรายงานว่าพวกนี้เป็นมาเฟียต่างชาติ ใช้พาสปอร์ตปลอมเข้าประเทศ เขาสั่งการให้ลูกน้องลองติดต่อกับสายของเราเผื่อจะรู้ว่าพวกนี้ทำธุรกิจกับแก๊งไหน...

    ที่บ้านเช่าของนิลสี กานนรอจนแม่หลับไปแล้ว หยิบกระสุนมาบรรจุลงแมกกาซีนแล้วใส่กลับไปในกระบอกปืน ก่อนจะยกขึ้นเล็งไปที่รูปน้องเสือกับบุษย์ด้วยแววตาแข็งกร้าว

    ooooooo

    ร้อยเวรรายงานให้ชัชชัยทราบทันทีที่มาถึงโรงพักว่าศพชาวต่างชาติที่พบเมื่อวานเป็นพวกมาเฟียชาวยุโรป พวกนี้มาพบกับชาวญี่ปุ่นก่อนจะกลายเป็นศพ สาเหตุน่าจะมาจากการขัดผลประโยชน์กัน

    “ชาวญี่ปุ่น?...เช็กกล้องวงจรปิดเริ่มต้นจากจุดที่พบศพเผื่อเราจะได้เบาะแสอะไรบ้าง” สั่งเสร็จชัชชัย

    ครุ่นคิดหนัก หรือชาวญี่ปุ่นที่ว่าคือซาซูเกะ เขาไม่มีเบาะแสอะไรเชื่อมโยงไปถึงผู้ต้องสงสัย นึกถึงคลเมขลาขึ้นมาได้โทร.นัดให้ออกมากินข้าวกลางวันด้วยกัน ชัชชัยทำเป็นซักโน่นถามนี่จนรู้ว่าตอนนี้ทิเบตยุ่ง เมื่อวานมี ประชุมสำคัญกับนักธุรกิจที่โรงแรมศักการะ เพราะพ่อบุญธรรมของเขาก็มาด้วย ชัชชัยตาโตตื่นเต้น

    ครั้นแยกกันกับคลเมขลา สารวัตรหนุ่มตรงไปที่โรงแรมศักการะเอารูปคาร์ลกับสมุนให้คงชายกับคุกกี้ดู ทั้งคู่ยืนยันตรงกันว่าคนพวกนี้มาที่นี่เมื่อวาน แต่มีคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บเพราะตกเก้าอี้ คงชายเอะใจ เขามาถามเราสองคนเรื่องนี้ทำไม มีอะไรหรือเปล่า เขาโกหกว่าไม่มีอะไร แค่เช็กข้อมูลเท่านั้น ขอบใจทั้งคู่ที่ให้ความร่วมมือ แล้วขอร้องอย่าเอาเรื่องที่เขามาที่นี่ไปบอกใคร ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ คงชายนำเรื่องนี้ไปฟ้องทิเบต และเตือนให้เขาระวังตัว ฝรั่งพวกนี้ไม่น่าจะใช่คนดี เขาถึงกับเครียดหนักที่เรื่องราวใกล้ตัวเขาเข้ามาทุกขณะ...

    ระหว่างที่ชัชชัยตามกัดทิเบตไม่ยอมปล่อย ปุราณสะกดรอยตามบุษย์กับน้องเสือไปที่ห้างฯหรู รอจังหวะที่เธอทิ้งลูกให้เล่นเครื่องเล่นตามลำพัง เข้าไปตีสนิทด้วย เด็กน้อยไม่ยอมกินขนมใส่ยานอนหลับที่เขายื่นให้ เขาจึงเอาผ้าเช็ดหน้าชุบยาสลบโปะแล้วอุ้มแกออกไป บุษย์กลับมาไม่เห็นลูกถึงกับเข่าอ่อน รีบโทร.ตามทั้งชัชชัยและทิเบตให้มาช่วยกันหา สารวัตรหนุ่มสั่งให้ตำรวจค้นทุกตารางนิ้วและให้ไปขอภาพวงจรปิดจากห้างฯ

    ชัชชัยสงสัยว่านี่อาจเป็นฝีมือศัตรูของทิเบต ชวนเขาไปคุยกันตามลำพัง พอพ้นสายตาบุษย์ เขากระชากคอเสื้อทิเบตเข้ามาใกล้ บอกว่าเขารู้ว่าเมื่อวานทิเบตมีการเจรจาธุรกิจลับ เขากำลังรวบรวมหลักฐาน อีกไม่นานก็จะรวบทิเบตกับแก๊งได้ทั้งหมด ทิเบตแกะมือเขาออกไว้ถึงเวลานั้นค่อยมาพูดกัน

    ชัชชัยกล่าวหาว่าการหายตัวไปของน้องเสือ อาจเกี่ยวข้องกับศัตรูของทิเบต เขารู้นิสัยน้องเสือดีว่าจะไม่ยอมไปไหนกับคนแปลกหน้าเด็ดขาด นี่แสดงว่าคนที่ลักพาตัวต้องการจับแกไปเป็นตัวประกัน

    “และถ้ามันเป็นอย่างที่ผมพูด ผมสาบานว่าผมจะจับคุณกับพวกคุณให้มารับโทษตามกฎหมายให้ได้”

    จังหวะนั้นร้อยเวรวิทยุมาแจ้งว่าได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของห้างฯแล้ว สักพักทิเบต ชัชชัยและบุษย์มาถึงห้องควบคุมของห้างฯ ภาพวงจรปิดเผยให้เห็นว่าปุราณคือคนร้ายที่อุ้มน้องเสือซึ่งไม่ได้สติออกไป

    จากนั้นไม่นาน ทิเบตมาตามหาปุราณที่บ้านของนิโลบล แต่เขาไม่ได้อยู่ที่นั่น นิโลบลตัดหางปล่อยวัดเขาไปนานแล้ว เพราะเขาหลงเมียจนลืมแม่ ทิเบตครุ่นคิดหนักจะตามหาปุราณได้อย่างไร...

    ฝ่ายปุราณเอาน้องเสือไปให้กานนที่บ้านเช่าเสร็จเรียบร้อย ก็กลับมายังห้องพักของตัวเองพร้อมด้วยอาหารรสเลิศ นิลปัทม์แปลกใจ เขาไปเอาเงินมาจากไหน หรือว่าเล่นพนันได้

    “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เล่นคราวนี้ง่ายมาก ผ่านฉลุยแฮปปี้ที่สุด” ปุราณผิวปากอารมณ์ดี

    มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น นิลปัทม์คิดว่าเป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์มาทวงค่าเช่า รีบเปิดประตูรับ ต้องตกใจที่เจอทิเบตยืนหน้าเครียดอยู่ ปุราณเห็นเขาเท่านั้นก็เผ่นแน่บ ทิเบตไล่ตามจนทันกันแถวซอยเปลี่ยว บังคับให้ปุราณบอกมาว่าเอาน้องเสือไปไว้ที่ไหน เขาอ้างไม่รู้ไม่เห็น ทิเบตโกรธมากซ้อมเขาให้บอกความจริง

    นิลปัทม์ตามมาจับแขนทิเบตไว้ ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน เขาสะบัดมือเธอออก ชกต่อยปุราณไม่ยั้งจนยอมบอกว่านี่เป็นแผนของกานนที่ให้ตนจับตัวน้องเสือไปเพราะต้องการแก้แค้นเขา นิลปัทม์ตกใจที่รู้ว่าพี่ชายตัวเองยังไม่ตาย ทิเบตคาดคั้นให้บอกว่ากานนอยู่ไหน ปุราณโกหกว่าไม่รู้

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”
    26 ต.ค. 2564

    02:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 04:22 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์