ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คนละโลก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: 'ซี' สู้ชีวิตเชือดเฉือน 'ปู' 'คนละโลก' สะท้อนสังคม

รัญจวนกับบุษย์หน้าตาตื่นด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นกานนพร้อมด้วยสมุนสองคนบุกเข้ามาในบ้านเช่า ตะโกนเตือนทิเบตให้รีบหนี แต่ไม่ทันกาล สมุนของกานนจับตัวเอาไว้เสียก่อน แล้วช่วยกันซ้อม จนน่วมก่อนจะหิ้วปีกออกไป กานนจะตามรัญจวนวิ่งไป กอดขาเอาไว้

“ฉันขอร้อง อย่าทำร้ายลูกฉันอีกเลย ฉันไหว้ล่ะ” ไม่พูดเปล่ารัญจวนกราบแทบเท้าอีกด้วย

กานนถีบเธอกระเด็นสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวแล้วเดินตามสมุนออกจากบ้าน บุษย์เข้ามาประคองแม่ไว้ ถามเสียงสั่นว่าจะช่วยพี่เบตอย่างไรดี เธอนึกถึงคลเมขลาหรือมอธขึ้นมาได้ สั่งลูกสาวไปหยิบมือถือมาให้...

ภายในห้องสูทของโรงแรมศักการะ คลเมขลาในชุดเจ้าสาวนั่งมองตัวเองในกระจกเงาหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แววตาเศร้าหมองทั้งที่ควรจะมีความสุข พอเห็นคุณหญิงศรีเมืองมายืนข้างๆ เธอรีบปรับสีหน้าเป็นปกติ

“หลานย่าสวยงามเหลือเกิน ถ้าแม่ของเราได้มาเห็นเราในวันนี้คงจะรู้สึกไม่ต่างจากย่า”

คลเมขลาเห็นท่านหน้าเศร้าขอร้องว่าวันนี้เป็นวันที่เราต้องมีความสุข คุณหญิงเห็นดีด้วย เพราะหลานรักของท่านกำลังจะได้แต่งงานกับผู้ชายดีๆอย่างปุราณ จากนั้นก็ชวนเธอลงไปยังห้องจัดเลี้ยง แขกทยอยมากันแล้ว คลเมขลาขอเวลาอีกสักครู่แล้วจะตามลงไป ทันทีที่ศรีเมืองคล้อยหลัง มีเสียงมือถือของคลเมขลาดังขึ้น พอเธอรู้ว่าทิเบตถูกกานนจับตัวไป รีบโทร.บอกชัชชัยนายตำรวจหนุ่มเพื่อนซี้

ครู่ต่อมา ชัชชัยมาถึงห้องสูทของคลเมขลา พร้อมกับแจ้งว่าเขาสั่งการให้ตำรวจที่โรงพักช่วยเช็กกล้องวงจรปิดแถวบ้านเช่าของทิเบตแล้ว อีกไม่นานก็รู้ คลเมขลาร้อนใจรอไม่ไหว ขอไปตามหาพลางๆก่อน ได้เบาะแสเมื่อไหร่ให้เขาช่วยโทร.บอกด้วย แล้วคว้ากระเป๋าถือออกไปทั้งชุดเจ้าสาว...

ฝ่ายเจ้าบ่าวเห็นแขกเหรื่อมากันพร้อมหน้า แต่เจ้าสาวยังไม่ลงมาสักที จึงขึ้นมาตาม เจอชัชชัยเปิดประตูออกมาจากห้องสูทต่างฝ่ายต่างชะงัก ปุราณมองเข้าไปในห้องไม่เห็นเจ้าสาวของตัวเองก็ถามหา นายตำรวจหนุ่มชั่งใจว่าจะบอกถึงสาเหตุการหายตัวไปของเธอดีหรือไม่...

ทันทีที่ได้เบาะแสจากเพื่อนซี้ คลเมขลาพยายามแซงซ้ายปาดขวาจะไปให้ถึงที่หมายเร็วๆ แต่การจราจรติดขัดรถไม่ขยับ เธอตัดสินใจดับเครื่อง แล้ววิ่งไปตามถนนทั้งที่สวมชุดเจ้าสาว ผู้คนแถวนั้นพากันมองเป็นตาเดียวกัน โชคช่างไม่เข้าข้าง ฟ้าแลบแปลบปลาบตามมาด้วยเสียงฟ้าร้อง อึดใจฝนเทลงมาอย่างหนัก

ณ กลางลานกว้างห่างไกลผู้คน แสงไฟจากหน้ารถของกานนสาดให้เห็นทิเบตในสภาพสะบักสะบอมถูกสมุนหิ้วปีกขึ้นมาให้กานนซ้อมต่อจนแว่นสายตาของเขากระเด็น แถมเหยียบซ้ำแตกไม่มีชิ้นดี เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ กานนล้วงเข้าไปในเสื้อจะหยิบปืน แต่มีเสียงเรียกของคลเมขลาดังขึ้นเสียก่อน เขาถึงกับชะงัก ทิเบตเพ่งมองหาเธอ แต่ไม่มีแว่นทำให้เห็นเธอเป็นแค่เงารางๆ กานนเดินเข้าไปคุยกับคลเมขลา ทิเบตพยายามเงี่ยหูฟัง แต่ไม่ได้ยินอะไรเนื่องจากฝนตกหนัก สักพักกานนกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง

“อย่าโทษฉัน แกทำตัวเอง...ลาก่อน” พูดจบกานนชักปืนขึ้นมาลั่นไกทันที

ooooooo

3 เดือนก่อนหน้า...

ทิเบต...หนุ่มผู้โอบอ้อมอารี ช่วยเหลือไม่เลือกว่าจะเป็นสัตว์หรือคน เช้านี้เขาขี่เวสป้าเก่าๆ แวะเอาข้าวให้หมาจรจัดก่อนจะไปทำงานวันแรก ระหว่างนั้นเหลือบไปเห็นคนแก่เข็นรถขายของ เขารีบวิ่งไปช่วย

“ขอบใจนะพ่อหนุ่ม”

“ไม่เป็นไรครับ” ทิเบตดวงตาเป็นประกายมี ความสุขที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น...

วันนี้โรงแรมศักการะถูกตกแต่งอย่างสวยงาม เนื่องจากมีงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 50 ปี แขกที่มาร่วมงานล้วนแต่เป็นไฮโซมีระดับ คุณหญิงศรีเมือง คลเมขลา กานน รวมทั้งนิลปัทม์ นิลสีและศรีวิศาลกำลังยืนต้อนรับแขกอยู่หน้างาน ปุราณถือของขวัญเข้ามากับนิโลบลผู้เป็นแม่ กานนมองเขาอย่างไม่ชอบขี้หน้านักที่คิดจะมาแย่งคลเมขลา นิโลบลรีบเข้าไปฉอเลาะกับศรีเมืองแล้วดึงคลเมขลามากอด

“เมื่อไหร่จะยอมแต่งงานกับลูกชายแม่สักที จะได้มีเหลนให้คุณพี่อุ้ม”

คำพูดของนิโลบลทำให้นิลสี นิลปัทม์เบ้หน้าหมั่นไส้ ศรีวิศาลเองก็ไม่ค่อยชอบขี้หน้านิโลบลเท่าใดนัก ผิดกับคุณหญิงศรีเมืองที่ดูจะปลื้มสองแม่ลูกมาก

“เรื่องนี้ต้องคุยกันยาวแล้วล่ะค่ะ รอเสร็จงานนี้ก่อนแล้วเราค่อยนัดกันให้เป็นเรื่องเป็นราวจะดีกว่า”

คลเมขลาถึงกับชะงักเนื่องจากยังไม่พร้อมจะแต่งงาน ขณะที่นิโลบลยิ้มสมใจ...

ทิเบตกับบุษย์มาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในงานด้วย กานนมัวแต่เหล่สาวไม่ทันมองทาง ชนบุษย์ที่ถือถาดใส่เครื่องดื่ม น้ำในแก้วหกรดเสื้อของเขา ทีแรกเขาจะโวยใส่ แต่พอเห็นหน้าตาสะสวยของพนักงานคนใหม่ถึงกับชะงัก คุ้กกี้พนักงานรุ่นพี่เห็นเข้าก็ตกใจมาก รีบจ้ำพรวดๆ ไปหาคงชายที่อยู่ในห้องเตรียมเครื่องดื่มด้านหลัง

บุษย์ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ ก่อนจะหยิบกระดาษทิชชูแถวนั้นมาเช็ดเสื้อให้กานนซึ่งจ้องเธออย่างหลงใหล คว้ามือเธอไว้ หญิงสาวตกใจรีบดึงมือออก เนื่องจากอยู่กลางงานเลี้ยง เขาจำต้องปล่อยเธอไป...

ฝ่ายคงชายลูกพี่ของทิเบตรู้เรื่องที่บุษย์ทำน้ำหกใส่กานน วางมือจากงานตรงหน้า บอกให้คุ้กกี้พาไปหา แต่ยังไม่ทันจะขยับไปไหน เจ้าตัวกลับเข้ามาเสียก่อน ทั้งคู่ซักเป็นการใหญ่ว่ากานนหลานคุณหญิงศรีเมืองเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ดุด่าว่ากล่าวอะไรเธอหรือเปล่า พอรู้ว่าไม่ได้ทำก็ยิ่งเป็นกังวล

“เธอต้องระวังตัวเอาไว้ให้ดีเพราะคุณกานนแกเป็นเสือผู้หญิง ลองถ้าอยากได้ใครแล้วก็ต้องได้” คำเตือนของคุ้กกี้ทำให้บุษย์ชักใจคอไม่ดี

ooooooo

นี่ไม่ใช่แค่งานฉลองครบรอบ 50 ปีของโรงแรมศักการะ คุณหญิงศรีเมืองถือโอกาสนี้ประกาศต่อหน้าแขกที่มาร่วมงานว่าจะวางมือจากการคุมบังเหียนที่นี่และจะให้คลเมขลาทำหน้าที่แทน ทุกคนในงานพากันตบมือแสดงความยินดี มีเพียงนิลสีเท่านั้นที่ไม่พอใจ จ้ำพรวดๆออกจากงาน ตามหาลูกชาย

เมื่อมาถึงมุมลับตาคน นิลสีเจอกานนกำลังนัวเนียอยู่กับพนักงานหญิง ถึงกับปรี๊ดแตก เธอเห็นท่าไม่ดีชิ่งหนี นิลสีเล่นงานลูกชายที่มัวแต่มั่วผู้หญิงอยู่ที่นี่ก็เลยไม่รู้ว่าย่าของเขาแต่งตั้งคลเมขลาเป็นประธานกรรมการผู้จัดการ ทั้งๆที่เขาควรจะได้ตำแหน่งนี้เพราะเป็นหลานชายคนโต

“แม่...แม่ลืมไปหรือเปล่าว่าผมไม่ใช่หลานแท้ๆของยัยแก่นั่น แล้วมันจะยกตำแหน่งของมันให้ผมทำไม”

“แกจะเสียงดังทำไมฮะ” นิลสีกวาดตามองรอบๆ กลัวใครจะได้ยิน กานนไม่วายยียวนจะต้องกลัวทำไมในเมื่อมันเป็นความจริง เขาเป็นลูกติดแม่ก่อนที่แม่จะมาแต่งงานกับลุงวิชัย เธอกลัวลูกจะพูดมากรีบลากออกไป

นิลสีแค้นใจมากอุตส่าห์ไปตามตัวกานนกลับมาที่งานเลี้ยง กลับถูกคุณหญิงศรีเมืองเล่นงานทั้งแม่ทั้งลูก จนต้องเดินหนี ศรีวิศาลรีบตามเธอจนทัน พาไปคุยกันยังมุมปลอดคน นิลสีโวยวายว่าแม่ของเขารังแกเธอ ทั้งที่ตำแหน่งนั้นควรจะเป็นของกานน เขาต้องปลอบให้ใจเย็นๆก่อน เธอก็รู้ว่ากานนไม่ใช่ลูกแท้ๆของพี่ชายของเขา

“เอาน่าคุณ จะใครได้ก็เหมือนกัน ลูกผมหรือลูกคุณก็คือลูกของเรา”

“ไม่...ฉันมีลูกแค่สองคนคือยัยปัทม์กับตานน เท่านั้น” นิลสีเห็นท่าทางเอือมๆของศรีวิศาลรีบเปลี่ยนท่าทีเข้ามาออดอ้อน “คุณวิศาล คุณต้องช่วยฉันนะคะ ตั้งแต่พี่ชายคุณเสียฉันก็ไม่มีใครพึ่งพาได้อีก”

ศรีวิศาลตัดพ้อเท่าที่ผ่านมาเขาช่วยเธอทุกอย่าง เธอเองก็รู้ว่าเขาออกหน้าเรื่องนี้ไม่ได้ ถ้าคุณแม่สงสัยว่าเขาเป็นชู้กับเมียพี่ชาย คราวนี้เราจะไม่เหลืออะไรสักอย่าง เผลอๆท่านจะพาลไม่ชอบยัยมอธไปอีกคน

“คุณไม่ต้องกังวล ยังไงคุณก็ได้ในสิ่งที่ต้องการแน่ๆ เพียงแต่มันยังไม่ใช่ตอนนี้”...

ทางด้านคลเมขลาถูกแขกผู้มีเกียรติรุมล้อมแสดงความยินดีจนตาลายไปหมด ทันทีที่พวกนั้นเดินจากไป เธอรู้สึกไม่ค่อยดี หน้ามืดจะเป็นลม ทิเบตซึ่งคอยบริการแขกอยู่แถวนั้น เข้ามาช่วยประคองไปนั่งพัก อาสาจะไปเอาน้ำหวานมาให้ดื่มจะได้สดชื่นขึ้น แล้วรีบผละจากไป ปุราณผ่านมาเห็นเธอหน้าซีดๆเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไร ได้ความว่าเมื่อคืนนอนไม่หลับก็เลยส่งผลให้มึนหัว

“ออกไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อยจะดีกว่า ในนี้ค่อนข้างอึดอัด” ปุราณว่าแล้วประคองคลเมขลาออกไป คล้อยหลังไม่นาน ทิเบตถือแก้วน้ำส้มกลับมาไม่เจอเธออยู่ตรงนั้นก็กวาดตามองหา...

ระหว่างนั่งรับลมอยู่นอกงานเลี้ยง คลเมขลาบ่นให้ปุราณฟังว่าเป็นกังวลไม่รู้จะทำหน้าที่ที่คุณย่ามอบให้ได้หรือเปล่า เขาจับมือเธอมากุมไว้ ให้กำลังใจว่าเธอทำได้อยู่แล้ว มีเสียงมือถือของปุราณดังขึ้น นิโลบลโทร.มาตามลูกชายกลับมาที่งานเลี้ยง คลเมขลายังไม่อยากไป ขอนั่งตรงนี้สักพักหนึ่งก่อน

กานนที่เมาได้ที่รอจนปุราณลับสายตา จึงออกจากที่ซ่อนมานั่งข้างๆคลเมขลา แล้วทำเนียนโผกอดเธอที่ไม่ทันตั้งตัวแสดงความยินดีกับตำแหน่งใหม่ เธอพยายามผลักเขาออกแต่สู้แรงไม่ได้ ก่อนที่คลเมขลาจะถูกลวนลามมากกว่านี้ ทิเบตเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน อ้างจะเอาน้ำส้มมาให้ คลเมขลาสบช่องลุกไปรับแก้วน้ำจากเขาแล้วรีบกลับเข้างาน กานนมองทิเบตด้วยความแค้นใจ...

นิโลบลกลับจากงานเลี้ยงด้วยสีหน้าแช่มชื่นยิ้มไม่หุบจนปุราณอดถามไม่ได้ว่ามีอะไรทำให้แม่มีความสุขได้ขนาดนี้ เธอดีใจที่คลเมขลาได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานแทนคุณหญิงศรีเมือง เมื่อไหร่ที่เขาได้แต่งงานกับเธอ สมบัติทั้งหมดของศักการะก็จะเป็นของเขาด้วย ปุราณรู้สึกไม่ดีเหมือนไปหลอกเอาเงินของเธอ

“ถ้าเราไม่ทำชีวิตเราพังแน่ เมื่อถึงวันนั้นเราจะไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอนและเมื่อไม่มีเงิน ใครจะให้เรายืนในสังคม อย่าลืมนะว่าคนสมัยนี้ตัดสินกันที่ฐานะ เพราะฉะนั้นลูกต้องรีบแต่งงานกับหนูมอธก่อนที่เราจะไม่เหลืออะไร” คำพูดของแม่ทำให้ปุราณคิดหนัก แม้จะไม่ค่อยเห็นด้วย แต่เขาจำต้องทำตามที่ท่านว่า

ooooooo

คลเมขลามาทำงานวันแรกในฐานะท่านประธานคนใหม่ โดยไม่ลืมนำรูปถ่ายพ่อแม่ลูก ศรีวิศาล คคนางค์และเธอสมัยอายุ 10 ขวบมาวางบนโต๊ะทำงานด้วย ปุราณแวะมาแสดงความยินดีกับเธอพร้อมด้วยดอกไม้ช่อใหญ่เผื่อดอกไม้สวยๆจะทำให้เธอมีความสุข คลเมขลาถึงกับน้ำตาซึม

“มอธไม่รู้จักคำว่าความสุขมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่...แม่ของมอธหนีไป มอธขอโทษนะคะไม่น่าพูดเรื่องนี้”

“ผมอยากแต่งงานกับคุณซะวันนี้ เพราะเวลาที่คุณร้องไห้ ผมจะได้เป็นคนซับน้ำตาให้กับคุณ” ปุราณว่าแล้วเช็ดน้ำตาให้ คลเมขลาขอบคุณที่เขาคอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เหลือบดูเวลาเห็นใกล้เที่ยงแล้ว ชวนเขาไปกินข้าวด้วยกัน ทั้งคู่ยังไม่ทันจะออกจากห้อง กานนเข้ามาเห็นปุราณก็ไม่พอใจ แต่จำต้องเก็บอาการ

“พี่นนมาช้าไป น้องมอธมีคนกินข้าวเป็นเพื่อนแล้ว”

ท่านประธานคนใหม่อยากเห็นความเป็นอยู่ของพนักงานที่นี่ จึงชวนสองหนุ่มไปกินข้าวที่ห้องอาหารของพนักงาน ปุราณรู้ว่ากานนเป็นพวกเจ้ายศเจ้าอย่าง ชิงบอกว่าหากเขาไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร

“ผมสะดวก เชิญค่ะน้องมอธ” กานนว่าแล้ว ผายมือให้...

ในเวลาเดียวกัน พนักงานชื่อเอ บีและซี ซึ่งเป็นพี่น้องกัน รวมหัวกันแกล้งทิเบตเพื่อเป็นการรับน้องใหม่ จับเขาแก้ผ้าล่อนจ้อนมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวให้เขาปิดบังร่างกาย เขาพยายามขอร้องให้คืนข้าวของมา

แต่ทั้งสามคนไม่ให้ ทิเบตตัดสินใจเข้ายื้อแย่ง แต่แรงเดียวหรือจะสู้แรงสามคนได้ เขาถูกผลักลงไปกองกับพื้น แว่นสายตากระเด็นเข้าไปอยู่ใต้ชั้น ทำให้มองอะไรแทบไม่เห็น พยายามควานหาแว่นก็ไม่เจอ สามพี่น้องสนุกกันมาก คว้าเสื้อผ้ากับรองเท้าของเขาหนีไปจากห้องเก็บอุปกรณ์ ทิเบตรู้สึกเย็นวาบๆชอบกล ก้มดูตัวเองถึงได้รู้ว่าโป๊ รีบควานหาผ้าขนหนูมาปิดกันอุจาด แล้วเดินคลำทางออกมา...

กานนเห็นสภาพห้องอาหารของพนักงานก็ทน ไม่ไหว ชวนคลเมขลาไปหาอะไรกินที่อื่น เธอยืนกรานจะกินข้าวเที่ยงที่นี่ พนักงานพากันแตกตื่นที่เห็นพวกผู้บริหาร คลเมขลาเดินมาที่ร้านข้าวแกงเห็นคงชายกับคุ้กกี้อยู่หน้าร้าน ทั้งคู่รีบแนะนำตัวเองให้เจ้านายคนใหม่รู้จัก

“ยินดีที่ได้รู้จัก แนะนำหน่อยสิว่าร้านนี้อะไรอร่อย”

คงชายรับหน้าที่แนะนำรายการอาหารอร่อยให้อย่างเต็มใจ จากนั้นกับข้าวหลากหลายชนิดถูกยกมาวางที่โต๊ะตรงหน้ากานนซึ่งเห็นแล้วเบ้ปาก ทำท่าจะแหวะอีกต่างหาก ขณะที่คลเมขลากับปุราณตักกินอย่างเอร็ดอร่อย ปุราณเห็นยังไม่มีน้ำดื่มบนโต๊ะจัดแจงลุกไปซื้อ

เป็นจังหวะเดียวกับทิเบตคลำทางเข้ามาในห้องอาหาร ทำเอาพนักงานสาวๆในนั้นพากันมามุงดูหุ่นล่ำบึ้กของเขา คงชายเห็นทิเบตในสภาพเกือบเปลือยเดินชนโน่นชนนี่จะเข้าไปช่วยแต่เข้าไม่ถึงเพราะเขาถูกสาวๆ ห้อมล้อมอยู่ ทิเบตเห็นท่าไม่ดีหันหลังจะกลับทางเก่าแต่เห็นไม่ถนัดชนประตูทางออกโครม ผู้คนฮากันตรึม

“ท่าทางเขาจะมองไม่เห็นทาง” คลเมขลาว่าแล้วลุกขึ้นจะไปช่วย

การชนประตูอย่างแรงทำให้ทิเบตหลงทิศ แทนที่จะเดินออกกลับเดินเข้ามากลางห้องอาหาร ขณะเดินผ่าน เอ บีและซีที่เล่นไม่เลิก แกล้งขัดขา ทิเบตถลาเข้าหาคลเมขลาที่จะเข้ามาช่วยจนล้มกลิ้งไปด้วยกันโดยเขาทับอยู่บนตัวเธอ ใบหน้าของทั้งคู่แทบจะชนกันทำให้เขาเห็นเธอชัดเจน กานนฉุนขาดที่เขาบังอาจเข้าใกล้ผู้หญิงที่ตัวเองหมายปอง กระชากเขามาต่อยหน้าหงาย โชคดีที่คงชายรับไว้ทัน ปุราณรีบพยุงคลเมขลาให้ลุกขึ้น เห็นเธอไม่เป็นอะไรก็เบาใจ กานนยังไม่หนำใจจะต่อยทิเบตซ้ำแต่ต้องเงื้อหมัดค้างเมื่อคลเมขลาร้องห้ามไว้

“หยุด...คงชาย รีบพาเพื่อนเธอออกไป”

ครู่ต่อมา คงชายพาทิเบตมาทำแผลที่ห้องพยาบาลของโรงแรมโดยไม่ลืมหยิบชุดพนักงานกับแว่นตาของเขามาให้ สอบถามว่าโดนใครแกล้ง เขาตอบไม่ได้เพราะไม่รู้จักชื่อ แต่ถ้าเห็นหน้าอีกทีคงจำได้ คงชายเตือนให้เขาระวังตัวไว้บ้างที่นี่มาเฟียเยอะ และที่สำคัญเขาควรจะไปขอโทษคุณคลเมขลาที่ไปล้มทับเธอแบบนั้น...

ฝ่ายกานนยังแค้นทิเบตไม่หายถึงขนาดจะให้คลเมขลาไล่ออก ฐานที่ทำให้เธอเจ็บตัว เธอขอร้องอย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ แค่อุบัติเหตุนิดหน่อย ปล่อยให้ผ่านไปจะดีกว่า

ooooooo

ระหว่างรอคลเมขลาอยู่ที่ลานจอดรถเพื่อขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้น ทิเบตซ้อมพูดกับอากาศอยู่หลายรอบกันผิดพลาด แต่พอเจอผู้หญิงที่แอบชอบตัวเป็นๆเขากลับตื่นเต้นสุดๆ พูดอะไรไม่ออก เธอถามอะไรก็ไม่ได้ยินสักอย่างเพราะมัวแต่ตะลึง คลเมขลาต้องถามซ้ำว่าหายเจ็บแผลหรือยัง เขาถึงได้สติ

“หายแล้วครับ”

“แล้วทำอีท่าไหนถึงเปลือยอยู่ในโรงอาหาร หรือว่ามีคนแกล้ง” เธอเห็นเขาอึกอักก็เลยตัดบท “เอาล่ะๆ ยังไม่พร้อมจะเล่าก็ไม่เป็นอะไร ถ้านายยังมีปัญหาก็มาหาฉันได้ ฉันเป็นคนไม่ชอบเห็นใครโดนรังแก” คลเมขลาพูดจบ ผละจากไป ทิเบตมองตามยิ้มมีความสุข แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเห็นรถของนิลปัทม์พุ่งเข้าหาเธอ

เขากระโจนคว้าเธอมากอดอย่างปกป้อง นิลปัทม์กระแทกเบรกเสียงเอี๊ยดดังสนั่นรถหยุดห่างจากทั้งคู่ไม่ถึงคืบแล้วลงมาจากรถทำเป็นตกอกตกใจ อ้างหน้าด้านๆ

ไม่เห็นว่ามีคนยืนอยู่ คลเมขลาไม่พอใจมากเข้าไปต่อว่า สองสาวมีปากเสียงกัน นิลปัทม์เถียงสู้ไม่ได้ ขึ้นแกขึ้นฉัน คลเมขลาสั่งให้พูดจากับตนดีๆ ถึงอย่างไรตนก็มีศักดิ์เป็นพี่สาวของเธอ แล้วสั่งให้เธอขอโทษที่พูดจาไม่ดี

“ไม่...เพราะแกเป็นแบบนี้ยังไงล่ะ แม่แกถึงได้ทิ้งแกไป” นิลปัทม์แขวะเสร็จ ขับรถออกไป คลเมขลาโมโหน้ำตาไหลที่ถูกจี้ใจดำ ก่อนจะรีบปาดน้ำตาทิ้งแล้วหันไปกำชับทิเบตอย่าเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟังเด็ดขาด...

ทางด้านนิลสีกลุ้มใจมากที่มีลูกไม่ได้ดั่งใจสักคน กานนก็เอาแต่มั่วกับผู้หญิงไม่เว้นแม้แต่พนักงานในโรงแรม ส่วนนิลปัทม์ใช้เงินเป็นเบี้ย พอเงินขาดมือก็มาแบมือขอ

“ครั้งนี้ฉันจะให้แกเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าครั้งหน้าแกยังมีเงินไม่พอใช้ แกต้องมาทำงาน เข้าใจไหม” พูดจบ นิลสีหยิบเช็คมาเซ็นให้...

ค่ำวันเดียวกัน เสร็จจากนำกำลังตำรวจล้อมจับแก๊งค้ายาเสพติด ชัชชัยนายตำรวจหนุ่มไฟแรงขี่มอเตอร์ไซค์มุ่งหน้ากลับบ้านเจอบุษย์ไล่ตามโจรวิ่งราวกระเป๋าก็เข้าไปช่วยเหลือเล่นงานโจรหมอบราบคาบจับใส่กุญแจมือ แล้วโทร.ตามลูกน้องมาเอาตัวไปดำเนินคดี จากนั้นเขาพาบุษย์ไปส่งถึงบ้าน

“ระวังตัวหน่อยนะครับ สมัยนี้โจรผู้ร้ายเต็มเมือง ตอนนี้ที่โรงพักผมมีเปิดสอนศิลปะป้องกันตัว ถ้าคุณบุษย์สนใจ โทร.หาผมได้เลย” ชัชชัยว่าแล้วหยิบนามบัตรยื่นให้ ก่อนจะขี่รถจากไป บุษย์มองตามรู้สึกดี...

ในเวลาเดียวกัน ศักดิ์พ่อเลี้ยงของทิเบตถูกวันชัยกับไพโรจน์รุมซ้อมฐานไม่มีเงินใช้หนี้ แถมบังคับให้เอาลูกสาวมาขัดดอกไว้ก่อน เขาเองก็อยากจะยกเธอให้แต่ไม่รู้ว่าหายไปไหน ไพโรจน์ให้เวลาอีกสามวัน หากยังหาเงินมาคืนไม่ได้ รับรองศพไม่สวยแน่นอน แล้วเดินจากไปกับวันชัย ศักดิ์พึมพำด้วยความแค้น

“ไอ้ทิเบต เพราะแกคนเดียวที่พาลูกกับเมียฉันหนี”

ooooooo

คลเมขลางอนที่กลับจากเมืองนอกเป็นเดือนแล้วไม่เห็นชัชชัยมาหาก็เลยโทร.จิกให้มากินข้าวที่โรงแรมของเธอเที่ยงนี้ เธอวางสายแล้วบ่ายหน้าจะไปห้องทำงาน รู้สึกเหมือนมีคนตาม รีบเลี้ยวตรงมุมตึกแล้วดักรอ ทิเบตซึ่งสะกดรอยตามยังเลี้ยวไม่พ้นมุมตึก ตกใจแทบช็อกที่เธอโผล่พรวดมาขวางหน้าถามว่าตามเธอทำไมชายหนุ่มถึงกับอึกๆอักๆ “เอ่อ...คุณสบายใจขึ้น... เหรอยังครับ”

“ที่ตามฉันมาเพราะจะถามเรื่องนี้นี่นะ คนอย่างฉันไม่เก็บความทุกข์ไว้กับตัวนานเกินสองชั่วโมงหรอก”

“ดีแล้วครับ ผมเคยอ่านเจอในอินเตอร์เน็ต เขาบอกว่าอย่ากลัวว่าความทุกข์จะอยู่กับเรา เดี๋ยวมันก็หาย อย่าคิดว่าไม่มีทางแก้เพราะจะมีทางออกเสมอ เพียงแต่บางครั้ง เราอาจจะยังนึกไม่ออกและเมื่อทุกข์ผ่านไปแล้ว ความสุขก็จะเข้ามาครับ” คำพูดของทิเบตทำให้คลเมขลาชอบใจถึงกับหัวเราะออกมา จับแขนเขาไว้ขอบใจสำหรับคำพูดดีๆประโยคนี้ แล้วเดินจากไป ทิเบตจับตรงแขนตัวเองที่เธอจับเมื่อครู่ สีหน้าแช่มชื่นมาก

กานนแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่ง ไม่พอใจสุดๆ สะกดรอยตามทิเบตที่เดินผิวปากอารมณ์ดีไปถึงมุมปลอดคน ดันเขาจนติดกำแพงเอาท่อนแขนค้ำคอไว้ เขาแทบหายใจไม่ออก

“จำไว้ว่ามอธเป็นผู้หญิงของฉัน แกไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้ แตะต้องหรือแม้แต่มอง ถ้าฉันเห็นแกวนเวียนไม่ห่างจากผู้หญิงของฉันอีก แก...ตาย” กานนอัดทิเบตไม่ยั้งก่อนจะผละจากไป ทิ้งให้เขานอนหมดสติอยู่ตรงนั้น...

ระหว่างคลเมขลาเดินอยู่ภายในโรงแรม ชัชชัยโทร.มายกเลิกนัด อ้างมีราชการด่วน เธอวางสายอย่างเซ็งๆก่อนจะหันไปเห็นกานนรีบร้อนออกมาจากมุมลับตาคน แถมมีเลือดติดมือด้วย เธอรีบไปดูที่จุดนั้น ต้องตกใจเมื่อเห็นทิเบตนอนสลบไสลอยู่ รีบประคองให้ลุกขึ้น แต่เขาตัวหนักเกินไป คงชายเดินผ่านมาพอดี เธอตะโกนเรียกให้มาช่วย นิลสีได้ยินเสียงโหวกเหวก เข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่ทราบค่ะ มอธจะพาเขาไปหาหมอ ฝากคุณป้าเรียนคุณย่าให้ด้วยนะคะว่านัดประชุมช่วงบ่าย มอธอาจจะเข้ามาช้าหน่อย” พูดจบคลเมขลาช่วยกันกับคงชายประคองทิเบตออกไป นิลสีมองตามสีหน้าร้ายกาจ

“คิดว่าฉันจะบอกให้แกงั้นเหรอ นังมอธ”...

ไม่นานนัก ทิเบตถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หมอตรวจอาการอย่างละเอียดแล้วไม่พบอะไรน่าเป็นห่วงนอกจากบอบช้ำบริเวณช่องท้อง แต่เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ หมออยากให้อยู่ที่นี่คืนหนึ่งเพื่อดูอาการ ทั้งคงชายและคลเมขลาต่างถอนใจโล่งอกที่ทิเบตไม่เป็นอะไรมาก เธออาสาจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เอง

“ขอบคุณมากครับ...เอ่อ จริงสิ” คงชายนึกถึงบุษย์ขึ้นมาได้รีบโทร.ตาม ทันทีที่เห็นสภาพของพี่ชาย บุษย์ร้องไห้โฮ คงชายต้องปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวล ทิเบตปลอดภัย เธอหันไปไหว้ขอบคุณคลเมขลาที่พาเขามาส่งโรงพยาบาล เธอยินดีช่วยเหลือ มีอะไรก็ขอให้บอกมาได้ แล้วขอตัวกลับไปทำงานต่อ คงชายเดินไปส่งเธอที่หน้าโรงพยาบาล พร้อมกับเล่าประวัติคร่าวๆของทิเบตให้ฟังว่าเป็นคนอาภัพ พ่อตายตั้งแต่ยังเล็ก แม่แต่งงานใหม่ก็เจอผู้ชายไม่ดี ขี้เหล้าติดการพนันแถมชอบซ้อมเมีย ทิเบตทนไม่ไหวก็เลย

พาแม่กับน้องหนีเข้ากรุงเทพฯ ถึงบุษย์จะไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ แต่เขาก็รักเธอมาก

“ถึงชีวิตมันจะแย่แบบนี้ แต่มันไม่เคยทุกข์ ตั้งแต่คบกับมันมา ไม่เคยเห็นมันโกรธใครสักครั้ง เรื่องเดียวที่ทำให้มันโกรธได้ก็คือแม่กับน้องมันโดนรังแก” เรื่องราวของทิเบตทำให้คลเมขลาสงสารเขาจับใจ...

นิลสีแสบได้ใจสุดๆไม่ยอมบอกคุณหญิงศรีเมืองถึงสาเหตุที่คลเมขลาเข้าประชุมนัดสำคัญไม่ได้ ทั้งที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ คุณหญิงเห็นล่วงเลยเวลามามากแล้ว สั่งเปิดการประชุมโดยไม่รอ

ยัยป้ามหาภัยแอบยิ้มสะใจที่สร้างความร้าวฉานให้ย่ากับหลานสำเร็จ กานนเห็นรอยยิ้มของแม่รู้ทันทีว่าต้องมีอะไรแน่ๆ พอเสร็จจากการประชุม แอบถามท่านว่ารู้ใช่ไหมว่าทำไมน้องมอธถึงไม่มาประชุม

“มันพาพนักงานโรงแรมไปส่งโรงพยาบาล ไม่รู้โดนใครซ้อม เลือดงี้ท่วมตัว”

กานนถึงกับชะงัก ใจคอไม่ดี กลัวทิเบตจะปูดเรื่องที่ถูกทำร้ายให้คลเมขลาฟัง...

เมื่อคลเมขลารู้ว่าคุณย่าโกรธมากที่เธอมาประชุมไม่ทันโดยที่นิลสีไม่ได้แจ้งกับท่านว่าเธอมีธุระด่วนต้องพาพนักงานไปโรงพยาบาล จึงรีบกลับบ้านเพื่ออธิบายความจริงให้ท่านทราบ แต่เจอกานนมาดักรอถามถึงอาการของพนักงานที่เธอพาไปส่งโรงพยาบาลเสียก่อน พอรู้ว่าปลอดภัยแต่ยังไม่ฟื้นก็โล่งใจ เธอลองหยั่งเชิงเขาว่าพอจะรู้บ้างไหมทำไมทิเบตถึงบาดเจ็บ เพราะเธอเห็นเขาเดินออกมาจากบริเวณที่ทิเบตหมดสติ

“...อ๋อ พี่ออกมาคุยโทรศัพท์น่ะค่ะ ในห้องทำงานสัญญาณไม่ดี แต่แปลกนะคะพี่ไม่เห็นใครตรงนั้นเลย”

คลเมขลาไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก กานนเจ้าเล่ห์หลอกถามว่าทิเบตอยู่โรงพยาบาลไหน ห้องเบอร์อะไร แต่งเรื่องว่าจะได้ช่วยไปสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอบอกที่อยู่เขาให้โดยไม่ทันเอะใจ...

คุณหญิงศรีเมืองโกรธมากที่นิลสีจงใจไม่บอกสาเหตุที่คลเมขลาเข้าประชุมไม่ได้ ตามไปเอาเรื่องเธอซึ่งกำลังนั่งสบายอารมณ์ดูนิลปัทม์ว่ายน้ำอยู่ที่สระของบ้านศักการะ โดยไม่ฟังคำทัดทานของคลเมขลา ท่านตบนิลสี

หน้าหัน แล้วสั่งห้ามเธอทำให้ท่านเข้าใจคลเมขลาผิดๆอีก นิลสีแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าลืมจริงๆ ไม่ได้แกล้ง ท่านไม่สนใจฟังคำแก้ตัวเดินกลับเข้าตัวตึก คลเมขลาตามไปติดๆ นิลปัทม์หันไปโวยแม่ยอมโดนตบได้อย่างไร

“วันนี้แม่จะอดทน แต่ลูกคอยดูก็แล้วกันว่าแม่จะเอาคืนให้เจ็บแสบที่สุด” นิลสีกำมือแน่นด้วยความแค้น

ooooooo

บุษย์เห็นทิเบตฟื้นคืนสติก็ดีใจมาก โผกอดไว้แน่น เขาถึงกับร้องโอ๊ยลั่นเพราะน้องกอดถูกแผล เธอผละออกห่าง ขอโทษที่ดีใจมากไปหน่อย

“แม่กำลังเอาข้าวต้มมาให้พี่เบตนะคะ...ว่าแต่พี่โดนใครทำร้ายคะ”

ทิเบตยังไม่ทันว่าอะไร รัญจวนโทร.มาถามทางมาห้องพักฟื้นจากบุษย์ ท่านเดินหลงอยู่ในโรงพยาบาล เธอบอกให้ท่านรออยู่ตรงนั้นเดี๋ยวจะไปรับแล้ววิ่งปรู๊ดออกจากห้อง คลาดกับกานนที่ตามมาข่มขู่ทิเบตโดยเอามือกดมือของเขาข้างที่เจาะน้ำเกลือไม่ให้บอกใครว่ากานนเป็นคนทำร้าย ก่อนจะเดินจากไปอย่างลอยนวล

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทิเบตตัดสินใจกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน บอกแม่กับน้องสาวเพียงว่าไม่อยากให้คุณคลเมขลาต้องมาเสียค่าใช้จ่ายให้และอีกอย่างเขาเองก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก นอนพักไม่กี่วันก็หาย

ขณะรัญจวนประคองทิเบตให้นั่งเก้าอี้ บุษย์เข้าครัวไปหยิบน้ำมาให้พี่ชายจะได้กินยา มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น ศักดิ์โทร.มาโอดครวญว่าที่นาถูกยึด เขาไม่มีเงินก็เลยต้องมาหางานทำในกรุงเทพฯ แต่ตอนนี้ไม่สบาย ไม่มีเงินไปหาหมอ ขอร้องให้เธอช่วยเขาด้วย เธอหลงเชื่อคำโป้ปดยอมออกไปพบโดยไม่บอกทั้งแม่และพี่ชาย อ้างจะไปซื้อกับข้าวกับปลามาให้กิน

ไม่นานนัก บุษย์มาถึงที่นัดหมาย เอาเงินห้าร้อยบาทให้พ่อแล้วรีบกลับบ้านโดยไม่รู้เลยว่าวันชัยกับสมุนสะกดรอยตามมาถึงบ้าน ข่มขู่ให้เอาเงินมาใช้หนี้แทนศักดิ์ ภายในหนึ่งอาทิตย์ถ้ายังไม่มีเงินมาให้ เขาจะเอาบุษย์ไปขายซ่อง ทิเบตขู่กลับ ถ้าไม่ออกไปจากบ้านของเขาจะแจ้งตำรวจแล้วหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์ วันชัยไม่พอใจ กระชากมือถือของเขาขว้างทิ้ง ซ้อมเขาที่บังอาจข่มขู่จนหมดสภาพ แล้วหันไปทางรัญจวน

“อย่าลืมที่ฉันบอก อีกหนึ่งอาทิตย์ฉันจะกลับมา ถ้าไม่มีเงิน เตรียมขายตัวได้เลย” วันชัยชี้หน้าบุษย์ก่อนจะยกพวกกลับ รัญจวนกับบุษย์รีบเข้าไปดูอาการของทิเบตด้วยความเป็นห่วง รัญจวนโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองถ้าไม่ไปแต่งงานกับศักดิ์ชีวิตพวกเราก็จะไม่เป็นแบบนี้ ส่วนบุษย์บอกว่าตนเองต่างหากที่เป็นคนผิด หลงเชื่อคำลวง ออกไปพบพ่อจนพวกนั้นสะกดรอยตามมาถึงบ้านของเรา ทิเบตดึงทั้งคู่มาสวมกอด

“ไม่มีใครผิดทั้งนั้น คนที่ผิด...คือผู้ชายคนนั้น”...

ทางฝ่ายคลเมขลาขับรถมาจอดหน้าบ้านทิเบตเห็นวันชัยกับสมุนเดินออกมาขึ้นรถที่จอดอยู่ เดาได้ไม่ยากว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากล รีบเข้าไปซักถามทิเบตว่าเหตุการณ์เมื่อวานนี้เกี่ยวข้องกับผู้ชายสองคน ที่เพิ่งออกจากบ้านของเขาหรือเปล่า ทิเบตไม่กล้าบอกว่าเป็นฝีมือของกานน จึงเออออว่าใช่

“ครอบครัวผมเป็นหนี้ก็เลยโดนทวงหนี้ เป็นเรื่องปกติน่ะครับ”

คลเมขลาอาสาจะให้เงินเขาไปใช้หนี้จะได้ไม่ต้องโดนซ้อมแบบนี้อีก ไว้เขามีเมื่อไหร่ก็ค่อยเอามาใช้ เขาทำอย่างนั้นไม่ได้ แค่ค่ารักษาในโรงพยาบาลก็รบกวนเธอมากพอแล้ว เขาไม่อยากเอาปัญหาของเขามาทำให้เธอต้องวุ่นวายอีก คลเมขลาพยักหน้ายอมรับการตัดสินใจของเขา

“ฉันไม่เคยเจอใครที่เหมือนนายมาก่อน นายเป็นคนดีจริงๆ ถ้ามีอะไรให้ช่วย บอกได้เลยไม่ต้องเกรงใจ”

ว่าแล้วคลเมขลาจับแขนทิเบตไว้ “จำไว้นะทิเบตว่าคนทำดี ย่อมต้องได้ดี สักวันนายจะได้สิ่งดีๆตอบแทน”...

บุษย์อยากทำงานเต็มเวลาที่โรงแรมศักการะไม่ใช่ ทำแค่งานพิเศษอย่างที่ผ่านมา จะได้ช่วยพี่กับแม่ปลดหนี้ จึงขอทิเบตดรอปเรียนไว้ก่อน แล้วจะเรียนต่อให้จบหลังจากเราจ่ายหนี้สินหมดแล้ว...

พนักงานสาวที่มีอะไรกับกานนในคืนวันงานฉลอง ต้องการให้เขาแต่งงานด้วยเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ไม่อย่างนั้นเธอจะไปฟ้องคุณหญิงศรีเมือง กานนไม่ชอบให้ถูกขู่ ดึงเข็มขัดออกจากเอวฟาดใส่เธอไม่ยั้ง

ooooooo

ทิเบตไม่อยากให้พวกทวงหนี้โหดมาข้องแวะกับครอบครัว รวบรวมเงินเท่าที่มีไปชำระดอกเบี้ยให้วันชัยเช้าวันรุ่งขึ้น ส่วนเงินต้นทั้งหมดเขาจะทยอยใช้คืนให้ สร้างความพอใจให้วันชัยเป็นอย่างมาก จากนั้นทิเบตมาทำงานตามปกติ ระหว่างรอลูกค้าของโรงแรม เห็นคลเมขลาออกไปกับปุราณก็มองตามตาละห้อย

กานนเห็นเข้าก็ไม่พอใจที่เตือนทิเบตไม่ให้มองผู้หญิงของตนแล้วไม่ฟัง คิดหาทางเล่นงาน...

ในขณะที่คลเมขลารอปุราณเอารถมารับหน้าทางเข้าโรงแรม นิลปัทม์ปรี่เข้ามาตบหน้าแก้แค้นที่ทำให้แม่ของตนถูกคุณย่าตบ คลเมขลาไม่ยอมเจ็บฟรีๆตบคืนให้บ้าง นิลปัทม์เงื้อมือจะตบอีก เธอขู่ถ้าขืนไม่หยุดจะเอาคืนให้เป็นร้อยเท่า นิลปัทม์ไม่กล้าหือ รีบเอามือลง ปุราณลงจากรถเข้ามาหา งงๆกับเหตุการณ์ตรงหน้า

“เกิดอะไรขึ้นครับ”

“ไม่มีอะไรค่ะ ไปกันเถอะค่ะ” คลเมขลาตัดบทเสร็จ เดินนำปุราณไปที่รถ...

อีกมุมหนึ่งในลานจอดรถของโรงแรม ทิเบตยกกระเป๋าของลูกค้าใส่รถ ยืนส่งจนรถของเขาลับสายตา จึงเดินกลับไปทางหน้าโรงแรม ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งติดฟิล์มทึบพุ่งใส่ ทิเบตโดดหลบไปอยู่ระหว่างรถสองคันที่จอดอยู่ รอดพ้นอันตรายหวุดหวิด เขาอยากรู้ว่าเป็นรถของใคร ชวนคงชายไปที่ห้องควบคุมขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด หัวหน้า รปภ.เห็นรถคันนั้นก็จำได้ว่าเป็นรถของกานน คงชายเห็นท่าไม่ดี รีบลากทิเบตออกมาพร้อมกับบ่นอุบ ทำไมถึงซวยแบบนี้ ดันไปมีเรื่องกับคุณกานน ใครๆก็รู้กันทั้งนั้นว่าเขาโมโหร้าย

“นอกจากขึ้นชื่อเรื่องโมโหร้ายแล้ว คุณกานนยังขึ้นชื่อเรื่องผู้หญิงอีกด้วย ลองถ้าชอบใครจะต้องได้ และดูท่าว่าคุณกานนจะสนใจยัยบุษย์”...

คำพูดของคงชายทำให้ทิเบตกังวลใจมากแนะให้บุษย์ลาออกจากงาน เธอขอทำงานที่นี่ต่อไปแต่รับปากจะอยู่ห่างๆกานนและจะไม่อยู่กับเขาสองต่อสองเด็ดขาด คุ้กกี้กับคงชายอาสาจะช่วยกันดูแลบุษย์ให้เอง

กานนแอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่งยิ้มพอใจที่รู้ว่าทิเบตกับบุษย์เป็นพี่น้องกัน เพราะนั่นเท่ากับเขามีเหยื่อในการแก้แค้นเพิ่มขึ้น และตั้งใจมั่นจะทำให้ทิเบตเจ็บจนลืมไม่ลง...

หน้าฉากของนิโลบลดูเป็นผู้ดีมีเงินแต่ข้างในกลับกลวง ผู้คนในแวดวงไฮโซรู้เช่นเห็นชาติกันหมด สองคุณนายกับคุณหญิงซึ่งกำลังรอทำผมเม้าท์ถึงเธอกันสนุกปากโดยไม่รู้ว่าเธออยู่ในร้านนี้ด้วย นิโลบลไม่พอใจ เข้ามาต่อว่าทั้งคู่ต่างๆนานา แถมเอาเครื่องเพชรที่ตัวเองสวมมาอวดว่าไม่ได้ถังแตกอย่างที่ทั้งคู่นินทาว่าร้าย

“ถ้าอิจฉาที่ฉันรวยกว่าก็พูดมาตรงๆไม่ต้องมาหาเรื่องใส่ร้ายกัน”

ขาดคำ เจ้าหนี้เดินอาดๆเข้ามาทวงหนี้ นิโลบล อายแทบจะแทรกแผ่นดินหนี พยายามจะพาไปคุยนอกร้าน แต่เขาไม่คุยด้วย สั่งให้สมุนปลดเครื่องเพชรที่ตัวเธอมาใช้หนี้ ปรากฏว่าเป็นเครื่องเพชรปลอม คนในร้านต่างมองเธออย่างสมเพช เจ้าหนี้ขู่ถ้าไม่หาเงินมาคืนศพไม่สวยแน่ นิโลบลกลัวจัดคว้าเครื่องเพชรปลอมที่เจ้าหนี้ขว้างทิ้งวิ่งหนีออกจากร้านทั้งที่หัวกระเซิงเพราะยังทำผมไม่เสร็จ รีบคว้ามือถือโทร.หาคุณหญิงศรีเมือง

“สวัสดีค่ะคุณพี่ นี่น้องเองนะคะ จำได้ไหมเอ่ยว่าเราติดค้างเรื่องระหว่างตาปุราณกับหนูมอธกันอยู่”...

นิลสีถึงกับหัวเราะสะใจเมื่อรู้จากกานนว่านิโลบล มีแต่เปลือกถูกเจ้าหนี้นอกระบบตามทวงหนี้ถึงในร้านทำผม เพราะนั่นเท่ากับนังแก่ศรีเมืองโง่มากที่คิดจะยกหลานรักให้กับครอบครัวนี้

“สมน้ำหน้าทำมาเป็นหวงสมบัติกับฉันแต่ไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะถูกปอกลอก แหม มันสะใจจริงๆ แกไม่ต้องไปบอกย่าของแกล่ะ ให้มันโดนซะบ้างจะได้รู้สึก”...

ในเมื่อนิโลบลเร่งรัดเรื่องแต่งงาน คุณหญิงศรีเมืองซึ่งอยากได้ปุราณมาเป็นหลานเขยอยู่แล้ว จึงขอร้องแกมบังคับให้คลเมขลาตอบตกลง โฆษณาชวนเชื่อว่าครอบครัวนี้เป็นคนดี และที่สำคัญ ท่านอยากเห็นหลานรักเป็นฝั่งเป็นฝาก่อนที่ท่านจะเป็นอะไรไป

คลเมขลารับปากจะแต่งงานกับปุราณตามที่ท่านต้องการ

ooooooo

แม้จะดีใจที่คลเมขลาตกลงแต่งงานด้วย แต่ปุราณก็ไม่สบายใจอยู่ดีที่แม่ของเขาย้ำเตือนถึงจุดประสงค์แท้จริงของการแต่งงานครั้งนี้ว่าไม่ใช่เพราะความรัก แต่เพื่อความอยู่รอดของเราสองแม่ลูก ยิ่งกานนมาพูดเป็นทำนองล่วงรู้ถึงแผนการนี้ ยิ่งทำให้ปุราณหน้าเครียดกลัวความลับจะถูกเปิดเผย...

ไม่ได้มีแต่กานนเท่านั้นที่คอยกลั่นแกล้งทิเบต นิลปัทม์ก็หาเรื่องเขาเช่นกันว่าขโมยแหวนเพชรของเธอ ตอนที่ชนเธอจนข้าวของในกระเป๋าถือหล่น ทิเบตดิ้นไม่หลุดเพราะเจอหลักฐานในตัว กานนจะให้คลเมขลาไล่เขาออก แต่เธอเชื่อว่าเขาไม่ได้ทำ โทร.ไปที่ห้องควบคุม ขอภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุมาดู ปรากฏว่าภาพฟ้องชัดเจนว่าทิเบตไม่ได้ขโมย นิลปัทม์ต่างหากที่แอบเอาแหวนหย่อนใส่กระเป๋าของเขาตอนเผลอ

คงชายรู้เรื่องที่เกิดขึ้นถึงกับออกปากว่าทิเบตโชคดีมาก ชาติที่แล้วคงทำบุญมาเยอะ คุกกี้กลับไม่คิดเช่นนั้น กลัวกานนกับนิลปัทม์จะมาเอาคืนหนักกว่าเก่า บุษย์เห็นด้วยกับเธอ เตือนทิเบตระวังตัวให้มากๆ

“จ้ะ ถึงจะมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นพี่ก็ไม่กลัวเพราะว่าคุณคลเมขลาบอกว่าเชื่อใจพี่”

“แกนี่ท่าจะเป็นเอามาก อย่าลืมว่าเธอเป็นเจ้านาย ส่วนเรามันก็แค่ไอ้กระจอก ชาตินี้ไม่มีทางเทียบชั้นเธอ ได้หรอก” คำพูดของคงชายทำให้ทิเบตใจแป้ว...

กานนวางแผนกลั่นแกล้งทิเบตอีก คราวนี้ทำทีขอเลี้ยงข้าวเพื่อขอโทษที่กล่าวหาเขาผิดๆ ทิเบตหลงเชื่อกินอาหารที่กานนจัดมาให้โดยไม่รู้ว่ามียาบ้าผสมอยู่ ไม่นานนักยาบ้าออกฤทธิ์ เขาเมายาอาละวาด ชกต่อยลูกค้าของโรงแรมได้รับบาดเจ็บ คงชายพยายามห้ามแต่เอาไม่อยู่ ตัดสินใจต่อยเขาเปรี้ยงเดียวสลบเหมือด...

คุณหญิงศรีเมืองไม่พอใจกับเรื่องนี้มาก สั่งให้คลเมขลาไล่ทิเบตออก เธอเชื่อมั่นว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น ขออนุญาตท่านให้เธอสืบหาความจริงเสียก่อน กานนแอบฟังอยู่ก็ยิ่งแค้นใจที่คลเมขลาเข้าข้างทิเบต

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”
29 ก.พ. 2563
06:45 น.