นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คนละขอบฟ้า

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ความจริงอันเลวร้ายถูกปาใส่หน้าศันสนีย์จนอ้าปากค้าง หญิงสาวร้องไห้โฮอย่างไม่อายใคร ก่อนจะตั้งสติได้ ขอโอกาสจากพัธนินทร์อีกครั้ง

    “ที่ศันทำไปทั้งหมดเพราะรักพัธนะคะ คบกับนิ พัธมีแต่ให้กับให้ นิเขาเป็นฝ่ายรับอยู่คนเดียว แต่คบกับศัน ศันให้พัธทุกอย่าง นิเห็นแก่ตัวไม่เหมือนศัน”

    “คนที่เห็นแก่ตัวคือศันต่างหาก!”

    “พัธตีค่าความรักของศันเป็นความเห็นแก่ตัวเหรอคะ ศันทำทุกอย่างเพื่อพัธ”

    “พอเถอะศัน คุณยังไม่รู้ตัวอีกใช่ไหมว่าคุณทำอะไรลงไป”

    พูดจบก็หันหลังให้ ศันสนีย์ไม่มีทางเลือก ขนข้าว ของใส่กระเป๋าไปอยู่กับอาภาในคืนนั้นเอง ชินภัทรเห็นญาติสาวกำลังแย่เลยตัดสินใจไม่กลับบ้านภรรยา ชนิกาก็ไม่ขวาง เห็นดีเห็นงามด้วยเพราะคิดว่าศันสนีย์คงต้องการกำลังใจจากครอบครัวชินภัทร...ญาติสนิทใกล้ชิดที่สุด

    แต่ดึกยันเช้าของวันต่อมา อาการของศันสนีย์ก็ไม่ดีขึ้นจนอาภาต้องให้ยานอนหลับ ชินภัทรเป็นห่วงญาติสาวมาก และสืบค้นจนรู้ความจริงอันน่าตกใจว่าแฟนหนุ่มของเธอก็คือแฟนเก่าของชนิกา!

    ชินภัทรโกรธมากและหัวฟัดหัวเหวี่ยงกว่าเดิมเมื่อไปหาชนิกาที่บ้านแล้วพบว่าชายหนุ่มตัวปัญหา... พัธนินทร์กำลังหาทางขอคืนดีกับภรรยาคนสวยของเขา

    ชนิกาตกใจมากเมื่อเห็นท่าทางเกรี้ยวกราดของสามีหลอกๆ และก็ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินจากปากเขาว่าแฟนหนุ่มที่หักอกศันสนีย์ก็คือพัธนินทร์แฟนเก่าของเธอนั่นเอง

    ชินภัทรไม่ได้สังเกตอาการของภรรยาคนสวยพุ่งไปคาดคั้นให้พัธนินทร์แต่งงานกับศันสนีย์เพื่อรับผิดชอบ

    “ผมจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมรักเท่านั้น”

    “ไม่รักแล้วยุ่งกับศันทำไมวะ!”

    “ผู้หญิงเสนอให้ เป็นคุณ...จะทำยังไง”

    คำพูดเอาตัวรอดแบบมักง่ายของพัธนินทร์ทำให้ชินภัทรเหลืออด ด่าแบบไม่ไว้หน้า “อย่าคิดว่าผู้ชายคนอื่นเลวเหมือนคุณ...ถ้าผมไม่รัก ผมไม่แตะให้ผู้หญิงมัวหมอง ทำตัวให้สมเป็นลูกผู้ชาย ได้ผู้หญิงแล้วต้องรับผิดชอบ!”

    ระหว่างที่สองหนุ่มจ้องหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย ชนิกาที่ช็อกมากก็พึมพำออกมา

    “นี่...แฟนฉันกับเพื่อนสนิทฉัน มีอะไรกันลับหลังฉันเหรอคะ...”

    ooooooo

    พัธนินทร์หนีปัญหากลับไปก่อน ทิ้งชินภัทรให้ปลอบใจภรรยาคนสวยตามลำพังกับความจริงอันโหดร้าย ชนิการ้องไห้เงียบๆกับอกสามีพักใหญ่ ก่อนจะถามบางสิ่งที่คาใจ

    “คุณชินภัทรคะ...ที่คุณพูดว่าคุณไม่รัก คุณไม่แตะผู้หญิงให้มัวหมอง...หมายความว่าไงคะ”

    “เข้าใจยากตรงไหน ผมไม่รัก ผมก็ไม่แตะไง มือยังไม่อยากจับ”

    ชนิกามองมาอย่างค้นคว้า อยากรู้ว่าที่เขากอดจูบเธอก่อนหน้านี้หมายความว่าเขารักเธอหรือไม่ แต่ชินภัทรก็ฟอร์มจัด ไม่กล้าสารภาพความในใจ เปลี่ยนเรื่องดื้อๆ

    “คุณอย่าคิดมากเลยนะเรื่องแฟนเก่าคุณ คนเจ้าชู้แบบนั้น ขืนแต่งงานกันก็ต้องนอกใจ คุณจะเสียใจยิ่งกว่านี้”

    “ที่ฉันเสียใจไม่ใช่เพราะแฟนนอกใจ แต่เพราะเพื่อนสนิทกับแฟน...คนที่ฉันรักทั้งสองแอบมีอะไรกันลับหลังฉัน!”

    และก็เพราะความจริงข้อนี้ทำให้ชนิกาตัดสินใจบุกถึงบ้านอาภาเพื่อเคลียร์กับศันสนีย์ ชินภัทรเห็นท่าไม่ดี กลัวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เลยพยายามรั้งไว้

    “ยังไงพวกคุณก็เป็นเพื่อนกันนะ อย่าแตกหักกันเพราะผู้ชายคนเดียวเลย”

    “แล้วทีคุณกับคุณปานธงล่ะคะ พวกคุณไม่แตกกันเพราะผู้หญิงคนเดียวหรอกเหรอ”

    ชินภัทรถึงกับเถียงไม่ออก คำพูดของเธอแทงใจดำไม่น้อย เช่นเดียวกับอาภาที่ต้องปวดประสาทกับอาการทุรนทุรายเพราะพิษรักของศันสนีย์หลานสาว

    “ปล่อยผู้ชายคนนั้นไปเถอะศัน ผู้ชายดีๆยังมีอีกเยอะ สักวันศันต้องเจอคนที่รักศันจริง”

    “ศันไม่ต้องการผู้ชายคนอื่น ศันรักพัธมาก ขาดพัธไม่ได้ เกิดมาศันไม่เคยรักใครเท่าพัธ ศันขอมือถือนะคะป้า ศันต้องคุยกับพัธค่ะ ศันอยากรู้ พัธพอจะให้อภัยศันได้ไหม”

    อาภาสงสารเลยยอมให้ใช้มือถือ แต่พัธนินทร์ก็ตัดสายทิ้งเหมือนเดิม ทันทีที่รู้ว่าคนปลายสายคือศันสนีย์

    ศันสนีย์ทุกข์ใจมากที่แฟนหนุ่มไม่ให้โอกาสเธอแก้ตัว แต่ไม่ทันสรตะความคิด ชนิกาก็บุกมาเอาเรื่องเสียก่อน โดยมีชินภัทรตามมาด้วยเพราะไม่อยากให้ภรรยาคนสวยแตกหักกับญาติสาว

    “เป็นเพื่อนกัน คบแฟนเก่าเพื่อนก็แย่แล้ว แต่ศันทำยิ่งกว่า ศันตั้งใจแย่งแฟนนิ แอบมีอะไรกับพัธลับหลังนิ!”

    อาภาอึ้งมาก ต่างจากศันสนีย์ที่นิ่งเฉย ไม่รู้สึกผิด ชินภัทรเสียอีกที่ร้อนรนแทนญาติสาว

    “ถือว่าฉันขอล่ะชนิกา อย่าเพิ่งต่อว่าอะไรศันตอนนี้เลย ศันกำลังเสียใจ”

    “ดิฉันก็เคยเสียใจไม่ต่างกันหรอกค่ะ ตอนศันส่งรูปบนเตียงของพัธมาให้ดู ให้รู้ว่าเขาได้เสียกันแล้ว”

    ศันสนีย์ก็ยังนิ่ง ไม่ตอบโต้จนชนิกาเริ่มจะหมดความอดทน แหวลั่น

    “เราเป็นรูมเมทกัน กินข้าวด้วยกัน นอนด้วยกัน ใช้ชีวิตด้วยกันมาตั้งหลายปี ตอนศันนอนกับพัธ ศันนึกถึงช่วงเวลาดีๆ นึกถึงมิตรภาพของเรามั่งไหม นิตอบให้ก็ได้... ศันไม่นึก เพราะถ้าศันนึก ศันต้องไม่ทำเรื่องเลวๆแบบนี้!”

    ชินภัทรพยายามเข้าขวาง แต่ชนิกาก็ไม่หยุดประกาศตัดสัมพันธ์ฉันเพืื่อนเสียงกร้าว

    “เมื่อศันไม่เห็นนิเป็นเพื่อน งั้นเราก็จบกัน...ตั้งแต่วันนี้ นิไม่มีเพื่อนเลวๆที่ชื่อศันสนีย์!”

    ooooooo

    ชินภัทรลากตัวภรรยาคนสวยกลับจนได้ แต่ไม่ทันขึ้นรถ ศันสนีย์ที่เก็บกดมานานเพราะถูกเอาเปรียบก็ตามมาเอาคืนเพื่อนรักเสียก่อน

    “เพื่อนงั้นเหรอ รูมเมทเหรอ...เธอแน่ใจเหรอ ชนิกาว่าเธอเห็นฉันเป็นรูมเมท...ไม่ใช่แค่เมท”

    สถานการณ์ทำท่าจะแย่ลง ชินภัทรตั้งท่าจะห้ามเหมือนเคย แต่ชนิกาก็ห้ามไว้ ศันสนีย์เลยได้ระบายความอึดอัดใจถึงช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา

    “เธอไม่เคยสนใจใคร ชีวิตของเธอมีแต่เรื่องตัวเอง รู้ไว้ด้วยนะว่าศันรักพัธมาก่อน ถ้านิจะเห็นศันเป็นเพื่อน สนใจฟังศันสักนิด นิก็จะรู้ว่าผู้ชายที่ศันแอบรักชื่อพัธนินทร์ เรียนยูไหน คณะอะไร หน้าตาเป็นยังไง แต่นี่นิไม่เคยสนใจ”

    ชนิกาก็ยังไม่สะทกสะท้าน ไม่รู้ตัว ศันสนีย์เลยยิ่งโมโห ระเบิดอารมณ์เสียงเครียด

    “นิไม่เคยรู้ตัว นิเป็นเพื่อนประเภทไหน นิถือว่าตัวเองสวย รวย เลยชอบข่มเพื่อน กดหัวเพื่อน เพื่อนทุกคนต้องฟังนิ ต้องช่วยนิ ต้องเทกแคร์นิ แต่นิไม่เคยรับฟัง ไม่เคยเทกแคร์เพื่อนคนไหนเลย นิเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง คนอื่นต้องหมุนรอบตัวนิ นิเห็นค่าแต่ตัวเอง ไม่เคยเห็นค่าคนอื่น”

    คราวนี้ชนิกาเริ่มรู้สึกตัวแล้ว คำพูดของเพื่อนรักที่กำลังจะกลายเป็นอดีตทิ่มแทงใจอย่างบอกไม่ถูก แล้วก็ต้องสะเทือนใจมากกว่าครั้งไหนเมื่อได้ยินประโยคตัดขาดจากศันสนีย์

    “ตั้งแต่วันนี้ ศันก็ไม่มีเพื่อนชื่อชนิกา!”

    ชนิกาช็อกมาก ผลุนผลันออกจากบ้านเพราะอยากทบทวนทุกอย่างตามลำพัง ชินภัทรเป็นห่วงภรรยาคนสวยมาก พยายามโทร.หาเพื่อปลอบใจแต่เธอก็ปฏิเสธและขออยู่คนเดียวสักพัก

    ชินภัทรสงสารภรรยามาก และอดไม่ได้จะต่อว่าศันสนีย์

    “เมื่อกี้ศันพูดแรงไป ชนิกาเขาเสียใจ”

    “แล้วศันไม่เสียใจเหรอ ไหนชินภัทรว่าชินภัทรรักศัน ห่วงศัน แต่ชินภัทรเข้าข้างคนอื่น!”

    “เราไม่ได้เข้าข้างใคร เราพยายามเป็นกลางที่สุดแล้ว...นั่นก็เมีย นี่ก็ญาติ เรารักทั้งคู่ ไม่อยากให้ทะเลาะกัน”

    อาภาสะดุดหูที่ลูกชายคนเดียวบอกว่ารักชนิกา แต่ไม่ทันได้เอ่ยอะไร ศันสนีย์ก็โพล่งออกมาเสียก่อน

    “ศันอยากตายค่ะป้า ไม่มีใครรักศันเลยสักคน มีแต่คนรักชนิกากันทั้งนั้น ทั้งพัธนินทร์ ทั้งชินภัทร”

    ooooooo

    ศันสนีย์ขังตัวเองกับความทุกข์ตรมเพราะอกหัก อาภาสงสารหลานมากแต่ก็ปลอบได้แค่ให้ทำใจ ชินภัทรก็ลำบากใจไม่ต่างกัน อาภาเข้าใจดีและคิดว่าถึงเวลาต้องยอมรับความจริงแล้ว

    “ที่แม่ไม่พอใจตอนชินภัทรแต่งงาน เพราะแม่คิดว่าลูกหลงชนิกา แต่ตอนนี้แม่รู้แล้ว...ลูกรักชนิกาจริง”

    ชินภัทรทึ่งมาก ก่อนจะยิ้มกว้างที่แม่ยอมรับชนิกาเป็นสะใภ้

    “แม่ก็เห็นว่าเขาเป็นคนดีใช้ได้นะ แต่ตำแหน่งลูกสะใภ้ดีเด่นของแม่ต้องมีคุณสมบัติมากกว่านี้”

    “แค่คุณแม่ยอมรับชนิกาเป็นลูกสะใภ้ ผมก็ดีใจแล้วครับ”

    “รักษาความรักครั้งนี้ให้ดีนะชินภัทร แม่ไม่อยากเห็นลูกเสียใจอีก”

    ชินภัทรมีความสุขมากที่แม่ยอมรับในตัวชนิกา แต่เพียงไม่นานก็ต้องกลุ้มใจใหม่ เมื่ออนันต์โทร.ฟ้องเรื่อง

    อมีนาอู้งาน มัวแต่ตามจีบปานธงที่พยายามแบ่งรับแบ่งสู้สุดกำลังเช่นกัน เพราะไม่อยากเข้าใกล้คู่หมายของชินภัทร แถมเขายังปักใจกับชนิกา แม้ว่าเธอจะแต่งงานแล้ว แต่เขาก็ยังแอบมีหวัง

    ชนิกาไม่มีแก่ใจคิดถึงปานธง หมกมุ่นกับอดีตของตัวเองจนแทบไม่รู้ตัวว่ากลับถึงบ้านแล้ว แสงมองมาด้วยความเป็นห่วง แล้วก็ถึงกับอึ้งเมื่อถูกคุณหนูคนสวยถามตรงๆ

    “นิเคยข่มป้าแสง เคยทำให้ป้าแสงรู้สึกแย่บ้างไหมคะ ตอบนิมาตามตรง อย่าปิดนินะคะ”

    “คุณนิก็มีเอาแต่ใจตัวเองบ้าง แต่ป้าเฉยๆนะคะ”

    “ป้าแสงรักนิเลยไม่ถือสา แต่เพื่อนนิอาจจะไม่คิดเช่นนั้น นิไม่กล้าโทร.ถามเพื่อนๆ กลัวคำตอบ”

    แสงไม่ทันได้ซักต่อ อาภาก็พาชินภัทรมาส่งและถือโอกาสนี้ขอคุยกับลูกสะใภ้ตามลำพัง

    “ชินภัทรเป็นคนโชคไม่ดีเรื่องผู้หญิง มีแฟนก็โดนทิ้ง แล้วมาโดนผู้หญิงใส่ร้าย ทำเสียเพื่อน เสียชื่อเสียงอีก ฉันเลยต้องคัดกรองผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตชินภัทรมากเป็นพิเศษ”

    สีหน้าอาภาจริงจังมากจนชนิกาเริ่มใจไม่ดี แล้วก็ได้อึ้งแทนเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยปากยอมรับเธอเป็นสะใภ้

    “ชนิกา...ชินภัทรวางหัวใจไว้ในมือเธอแล้ว ฉันหวังว่า เธอจะไม่ทำร้ายจิตใจเขา ช่วยทะนุถนอมเขาให้ดี ชินภัทรอาจจะดูห่ามๆ ขี้โมโห ปากคอเราะร้าย แต่เนื้อแท้เป็นคนใจอ่อน รักใครรักจริง ผู้ชายแบบชินภัทรโดนคนที่รักทำให้เจ็บ จะเจ็บหนักกว่าคนอื่นหลายเท่า รักชินภัทรให้มากๆ มากเท่าที่ฉันรัก”

    อาภากลับไปแล้ว ชนิกาสับสนมาก คำพูดทิ้งท้ายของอีกฝ่ายทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าชินภัทรรู้สึกเช่นไรกับเธอ และเธอก็ไม่อยากทนเก็บความอึดอัดใจนี้ไว้ ต้องแอบถามจากสามีหลอกๆในเวลาต่อมา

    “คุณชินภัทรคะ...เท่าที่รู้จักฉันมา คุณว่าฉันกดหัวคนอื่น ไม่เห็นค่าคนอื่นอย่างที่ศันด่าไหมคะ”

    “อืม...มันก็ใช่นะ ตอนคุณไปทำงานกับผมใหม่ๆ ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ใช้ความสวยโปรยเสน่ห์ให้คนอื่นทำงานแทน จะพูดว่าคุณชอบเอาเปรียบคนอื่นก็ได้นะ”

    “คุณต้องพูดให้ฉันรู้สึกดีขึ้นสิ ไม่ใช่ซ้ำเติมให้ฉันรู้สึกแย่ลง”

    “อ้าว...ก็คุณถาม ผมก็ตอบไปตามความจริง ไม่รู้ นี่ว่าอยากให้โกหก”

    “ออกไปเลยค่ะ ไม่อยากเห็นหน้า!”

    ooooooo

    อาภาสบายใจเรื่องลูกชายคนเดียวมากขึ้นและตัดสินใจบอกยกเลิกเรื่องสู่ขออมีนา รจนาหัวเสียมาก อาละวาดเพื่อนใหญ่โตเพราะสูญเสียผลประโยชน์ แต่อาภาก็ยืนกรานตามเดิม รจนาเลยรีบโทร.บอกลูกสาวถึงเรื่องดังกล่าว รวมถึงเรื่องที่อาภาจะให้เธอย้ายกลับมาทำงานกรุงเทพฯตามเดิม

    อมีนาที่กำลังหงุดหงิดเพราะไม่มีอะไรได้ดั่งใจ ทั้งเรื่องชินภัทรและปานธง ไม่มีใครตกหลุมเสน่ห์ของเธอเลย ถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ยินข่าวร้ายจากแม่ แต่เพียงไม่นานก็ยักไหล่ ไม่ยี่หระ

    “พี่ชินภัทรรักจริงแล้วไงคะ รักจริงทิ้งจริงมีเยอะไป พี่ชินภัทรกับเมียทะเลาะกันประจำ ขาเตียงไม่แข็งแรง มีนเขย่าขาเตียงบ่อยๆ เมียพี่ชินภัทรก็ตกเตียงเองค่ะ”

    รจนาอยากจะเป็นบ้าตาย แต่เพราะไม่อยากหมดตัวเลยยอมให้ลูกสาวลองดูอีกครั้ง อมีนามั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองมาก และส่ายหน้าอย่างไม่สะทกสะท้านเมื่อแม่บอกเรื่องอาภาจะให้เธอกลับกรุงเทพฯ

    “เอาหัวรถจักรมาลากมีนก็ไม่กลับค่ะ อยู่ทางนี้ นอกจาก พี่ชินภัทรก็ยังมีคุณปานธง ได้คนไหนมีนก็เอาคนนั้นค่ะ”

    “อย่าถลำตัวมากนะลูก เราเป็นผู้หญิง พลาดขึ้นมาจะเสียหาย”

    “คนอย่างมีน ถ้าจะเสียอะไรให้ใคร ต้องได้กลับคืนมาสิบเท่าค่ะคุณแม่”

    อมีนาได้พิสูจน์ความเชื่อของตัวเองอีกครั้งกลางดึกของวันเดียวกัน เมื่อชินภัทรพาชนิกากลับจากกรุงเทพฯ สองสามีภรรยาเข้ากันได้ดีกว่าเดิมจนเธอนึกหมั่นไส้ แล้วก็ยิ่งหัวเสียมากขึ้น เมื่อเห็นชินภัทรมองตามชนิกาอย่างชื่นชมที่ฝ่ายนั้นช่วยดูแลวาดกับปาหนันที่ป่วยเป็นไข้หวัดจนทำงานไม่ไหว

    ชนิกาไม่ได้สนใจสายตาดูหมิ่นดูแคลนของอมีนา ตั้งหน้าตั้งตาทำงานบ้านแทนวาดกับปาหนันอย่างขะมักเขม้น แถมทำกับข้าวง่ายๆให้ทุกคนในบ้านกินอีกต่างหาก ส่วนชินภัทรก็เป็นปลื้มมากที่ภรรยาเป็นคนดี และมีน้ำใจงาม

    ปานธงยังไม่รู้ถึงสถานการณ์ของชินภัทรกับชนิกา เดินหน้าแผนซื้อที่ดินของอดีตเพื่อนรัก ด้วยการจ้างคนรู้จักเก่าแก่ที่เคยมีบุญคุณกันมาให้ช่วยออกหน้าจนชินภัทรไม่ติดใจสงสัยยอมขายที่ให้แต่โดยดี

    วันเดียวกันที่กรุงเทพฯ...ศันสนีย์อ้อนวอนจนอาภาใจอ่อน ยอมพาไปบ้านพัธนินทร์เพื่อปรับความเข้าใจและทวงสิทธิ์ความเป็นเมีย แต่สองป้าหลานก็ต้องผงะ เมื่อพัธนินทร์สวนกลับเสียงห้วน

    “ผมเคยรักศันนะครับ แต่สิ่งที่ศันทำ มันทำให้ผมหมดรัก คุณป้าจะด่าผมไม่เป็นสุภาพบุรุษ ไม่ให้เกียรติผู้หญิงก็ได้ครับ...แต่ผมจะไม่แต่งงานกับศัน”

    “ให้อภัยศันไม่ได้เหรอคะพัธ สิ่งดีๆที่ศันทำให้พัธ มันทดแทนความผิดของศันไม่ได้เลยเหรอคะ”

    “ขโมยของแล้วเอามาคืน ศันว่าหายผิดไหม”

    “ศันไม่ได้ขโมยของใคร”

    “ศันขโมยนิจากพัธ! ศันขโมยความสุขพัธ! ขโมย

    วันคืนดีๆของพัธ! ...พัธจะไม่ยอมให้ศันขโมยอนาคตของพัธอีก”

    ooooooo

    ขณะที่ศันสนีย์หัวใจสลายเพราะถูกพัธนินทร์ตัดขาด ปานธงก็จะตายให้ได้ เมื่อดันไปเห็นภาพบาดตาบาดใจ ชนิกากับชินภัทรเข้ากันได้อย่างดีราวกับเป็นคู่รัก

    อมีนาก็เป็นอีกคนที่แทบลงไปดิ้นตาย เมื่อเห็นว่าชินภัทรเอาอกเอาใจชนิกาจนออกนอกหน้า

    “มัวแต่ขับรถเที่ยว โยนงานให้ฉันทำคนเดียว ขี้เกียจนักก็ลาออกไป”

    “พอดีฉันมีสามีเป็นเจ้าของกิจการนะคะ คุณอมีนาคงลืมไป”

    ชนิกาตอกเสียงเรียบ หญิงสาวเหนื่อยมาทั้งวัน ทั้งดูแลงานบ้าน ทำอาหารเลี้ยงคนทั้งบ้าน รวมทั้งวาดกับปาหนัน ชินภัทรอนุญาตยิ้มๆ มองภรรยาคนสวยขับรถกลับบ้านจนลับตา ต่างจากอมีนาที่ทำหน้าเหม็นเบื่อ

    “หาเรื่องโดดงาน”

    “โดดงานซะที่ไหนครับ เมียพี่ทำงานแทนป้าวาดกับปาหนัน”

    “ไม่เห็นต้องทำแทนเลยค่ะ พวกคนใช้อึดจะตาย คนเกิดมาใช้แรงงาน ทนทานอยู่แล้ว กะอีแค่เป็นหวัด เมียพี่หาเรื่องไม่ทำงานในสำนักงาน”

    ชินภัทรคร้านจะต่อล้อต่อเถียงด้วย ผละไปทำงานดื้อๆ ทิ้งอมีนาให้เต้นผางด้วยความไม่ชอบใจ เซ็งเหลือ เกินที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาด...ไม่มีผู้ชายคนไหนหลงเสน่ห์ของเธอเลย!

    ชนิกากลับถึงบ้านในสภาพแทบหมดแรง แล้วก็ต้องปรี๊ดแตก เมื่อค้นพบความจริงโดยบังเอิญว่าวาดกับปาหนันไม่ได้ป่วย แต่ถูกชินภัทรสั่งให้แกล้งทำเพื่อลองใจเธอ

    เวลาเดียวกันที่บ้านปานธง...เจ้าของบ้านกำลังเครียดหนัก เมื่อเห็นท่าทางสนิทสนมของชินภัทรกับ

    ชนิกา ปาริฉัตรได้ฟังก็แปลกใจไปด้วย ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนอย่างชินภัทรจะรักชนิกาจริง

    “วันนี้พี่เห็นชินภัทรกับคุณนิ ดูมันยอมคุณนิมาก ทำตัวเหมือนสามีที่อยู่ในโอวาทเมียไม่มีผิด”

    “ขาโหดอย่างพี่ชินภัทรเนี่ยนะคะ...ยอมใคร”

    “ผู้ชาย...ต่อให้โหดแค่ไหน ลงรักผู้หญิง ก็ยอมให้ทุกอย่าง”

    “พี่ธงเคยพูด พี่ชินภัทรรักใครไม่เป็น”

    “มันอาจรักคุณนิจริงๆก็ได้ พี่ไม่เคยเห็นมันยอมใครขนาดนี้”

    “ผู้หญิงเรามีเซ้นส์ค่ะ รู้สึกได้...ผู้ชายรักหรือไม่รัก ปาหลอกถามคุณนิให้”

    จบคำก็โทร.หาชนิกา แต่อีกฝ่ายกำลังโมโหที่ถูกสามีหลอกเลยไม่มีแก่ใจจะคุยด้วย ปานธงได้ยินดังนั้นเลยบุกหาอดีตเพื่อนรักถึงสำนักงาน หวังเคลียร์ให้รู้เรื่อง

    “ฉันมาขอให้แกปล่อยคุณนิ แกไม่ได้รักคุณนิ แล้วแม่แกก็อยากจับคู่แกกับคุณมีน แกน่าจะตามใจแม่”

    ปานธงหน้านิ่ง ลุ้นแทบตายว่าชินภัทรจะสารภาพว่ารักชนิกาหรือไม่ แต่อดีตเพื่อนรักก็ไม่พูด

    “ฉันรู้ว่าแกรู้สึกยังไงกับชนิกาแต่เขากับฉันแต่งงานกันแล้ว”

    “แกใช้เงินบีบให้คุณนิแต่งงานด้วย แกกับคุณนิไม่ได้รักกัน”

    “คนแต่งงานกันก็ต้องรักกันสิวะ”

    “แกมันรักใครเป็นซะที่ไหน ปล่อยผู้หญิงเขาไปเหอะชินภัทร”

    “ธง...แกรู้ไหม ฉันขายที่ติดกับสวนยางแกเพราะอะไร”

    “ศัตรู...ย่อมไม่อยากอยู่ใกล้กัน”

    “ไม่ใช่...ฉันไม่อยากเป็นศัตรูกับแกแล้ว ฉันอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ แล้วคนที่ทำให้ฉันอยากเริ่มต้นใหม่คือชนิกา...ชีวิตฉันต้องมีเขา...ความคิดคนห้ามกันไม่ได้ แกจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่แก”

    ooooooo

    รับมือปานธงว่าปวดหัวแล้ว ชินภัทรต้องประสาทเสียกว่า เมื่อกลับถึงบ้านแล้วพบว่าภรรยาคนสวยรู้ความจริงทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่เขาขอให้วาดกับปาหนันแกล้งป่วยเพื่อลองใจเธอ

    “แกล้งฉัน สนุกมากไหมคะ”

    “ที่ผมทำไป ผมทำเพื่อคุณนะชนิกา”

    ชนิกานิ่วหน้าไม่เข้าใจ โมโหจนชินภัทรต้องอธิบายเสียงอ่อน

    “คุณเสียใจที่โดนศันว่า แสดงว่าคุณยอมรับ...คุณเป็นอย่างศันพูด”

    “ค่ะ...ฉันยอมรับ ฉันเป็นเพื่อนที่ไม่ดี ชอบข่มเพื่อน กดหัวเพื่อน...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่คุณหลอกฉันคะ”

    “แล้วคุณได้เห็นตัวเองตอนนี้ไหมชนิกา คุณเปลี่ยนไปแล้ว คุณเป็นคนที่ดีขึ้น”

    อดีตคุณหนูก็ยังไม่เข้าใจเจตนาของเขา นายหัวหน้าเข้ม เลยพูดถึงความดีของเธอหลายวันที่ผ่านมา

    “คุณยอมเหนื่อย ทำงานแทนป้าวาดกับปาหนัน คุณเป็นห่วงป้าวาดกับปาหนัน คุณเห็นค่าคนที่ต่ำต้อยกว่า”

    “ก็ป้าวาดกับปาหนันดีกับฉันนี่คะ”

    “เชื่อสิ...ถ้าเป็นเมื่อก่อนคุณไม่สนใจหรอก ชนิกาที่ผมรู้จักวันแรกกับชนิกาที่ผมรู้จักวันนี้ ต่างกันเป็นคนละคน ชนิกาตรงหน้าผมเป็นคนหนักเอาเบาสู้ มุมานะอดทน ใส่ใจคนรอบข้าง ให้เกียรติคนอื่น ผมภูมิใจในตัวคุณมากนะ”

    “คุณหลอกฉัน...เพื่อช่วยฉัน”

    “คิดได้วิธีนี้วิธีเดียว โหดไปหน่อยแต่ได้ผล”

    ชนิกานิ่งคิดตาม ความโกรธก่อนหน้าเลือนหายไปกับสายลม เปลี่ยนเป็นความรู้สึกดีแทน

    “ทำไมคุณถึงดีกับฉันนักคะคุณชินภัทร”

    ชินภัทรหน้าแดง พยายามตีหน้าเข้ม อยากบอกรักเธอใจแทบขาดแต่ก็ปากหนัก ชนิกาสบตาค้นคว้าหาความในใจของเขา แล้วเธอก็ได้คำตอบ เมื่อสัมผัสได้ถึงแววตาหวานซึ้งของชินภัทร

    “ฉันคิดว่า...ฉันได้คำตอบแล้วค่ะ”

    รอยยิ้มแสนหวานและดวงตารู้ทันของเธอทำให้ชินภัทรเลิกฟอร์มจัด ดึงตัวเธอมากอดแน่น ถ่ายทอดความรักและความในใจที่อัดแน่นมานาน ชนิกายอมให้เขากอด เริ่มจะเชื่อหมดใจว่าเขาเป็นคนดีและรักเธอจากใจจริง

    ooooooo

    สถานการณ์ความรักระหว่างชินภัทรกับชนิกาเป็นไปด้วยดี ท่ามกลางความยินดีของผู้คนทั้งบ้าน ยกเว้นอมีนา รวมถึงปานธงที่ทำใจยอมรับไม่ได้ที่ชินภัทรจะลืมอดีตและเริ่มต้นใหม่กับชนิกา

    ปาริฉัตรก็ไม่อยากเชื่อหูเช่นเดียวกัน แต่ก็แอบคิดว่าผู้หญิงอย่างชนิกาจะทำให้ชินภัทรเปลี่ยนไปได้

    “ก็แปลว่าพี่ต้องเสียผู้หญิงที่พี่รักให้ไอ้ชินภัทรมันถึงสองคนเหรอ มันได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ได้มีความสุข แล้วศิล่ะปา ผู้หญิงที่โดนมันทำลาย ไม่มีโอกาสแม้แต่จะเริ่มต้น...มันยุติธรรมเหรอ”

    ท่าทางตรอมใจของพี่ชายทำให้ปาริฉัตรสงสาร ปลอบเสียงอ่อน “เชื่อปาเถอะค่ะ เวรกรรมที่พี่ชินภัทรทำกับพี่ศิ จะทำให้พี่ชินภัทรเจอแต่ความทุกข์ ยิ่งพี่ชินภัทรรักคุณนิ พี่ชินภัทรก็จะยิ่งทุกข์”

    ปานธงไม่เข้าใจคำพูดน้องสาว ปาริฉัตรเลยต้องอธิบาย

    “เพราะพี่ชินภัทรไม่มีวันได้ความรักจากคุณนิ ไม่มีผู้หญิงคนไหนรักผู้ชายที่มีประวัติข่มขืนลงหรอกนะคะ”

    แต่ที่สองพี่น้องคาดไม่ถึงคือหัวใจคนนั้นควบคุมไม่ได้ และเวลานี้ชนิกาก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจของชินภัทร รวมถึงความรักและความปรารถนาลึกซึ้งของเขา ชินภัทรก็สัมผัสสิ่งนี้ได้จากเธอเช่นกัน และเพื่อสร้างความประทับใจ นายหัวหน้าเข้มเลยตัดสินใจพาภรรยาคนสวยไปชมสวนยางยามเย็น

    “สวนยางจะสวยที่สุดสองเวลา คือตอนพระอาทิตย์ขึ้นกับตอนพระอาทิตย์กำลังจะตก”

    ชนิกากวาดตามองรอบๆตัวด้วยความชอบใจ ก่อนจะพึมพำ

    “เหมือนอยู่อีกโลกเลยนะคะ สวย สงบ งดงาม”

    “เวลาไม่สบายใจ ผมชอบมาเดินเล่นในสวนยางตอนโพล้เพล้ บรรยากาศสวยๆช่วยให้ผ่อนคลาย แต่พอมืด สวนยางจะดูเปลี่ยววังเวง น่ากลัว”

    “ก็เหมือนคนเรานะคะ มีด้านมืดด้านสว่าง ขึ้นอยู่กับว่าจะมองเห็นมุมไหน”

    “แล้วในสายตาคุณตอนนี้ ผมเป็นสวนยางตอนพระอาทิตย์ตกหรือสวนยางตอนกลางคืน”

    ชนิกาไม่ยอมตอบ มีบางสิ่งบางอย่างคาใจ และชินภัทรก็รู้ดี

    “ยังไม่เชื่อใจผมใช่ไหมชนิกา”

    “แล้วมีอะไรที่คุณยังปิดบังฉันอยู่ไหมล่ะคะ...”

    ooooooo

    ชินภัทรต้องคิดหนักจะบอกความจริงเกี่ยวกับการตายของศิริกัญญาหรือไม่ เช่นเดียวกับอาภากลุ้มใจเหลือเกินที่ศันสนีย์ไม่ยอมทำใจรับความจริงเกี่ยวกับพัธนินทร์ ฟูมฟายทั้งวันทั้งคืนจนน่ากลัวจะฆ่าตัวตาย!

    แต่ศันสนีย์ก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น นอกจากทำตัวซังกะตายเหมือนกับไม่อยากจะมีชีวิตต่อ

    “ถ้าจะฆ่าตัวตาย ศันไม่เลือกกรีดข้อมือหรอกค่ะ เจ็บ...ศันจะกินยาตาย”

    “ไม่เอาลูก อย่าพูดแบบนี้ ความตายไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา”

    “ตายแล้วจะได้หมดทุกข์ไงคะป้า”

    “รู้เหรอ...ตายแล้วจะลืมความทุกข์ อาจกลายเป็นวิญญาณอมทุกข์ กว่าจะเกิดเป็นมนุษย์ได้ ต้องทำบุญ
    กี่ร้อยชาติ อย่าทำลายชีวิตตัวเอง ความทุกข์วันนี้ พอเวลาผ่านไปก็กลายเป็นบทเรียนในวันหน้า”

    อาภาเป็นห่วงหลานสาวมากจนต้องโทร.ไประบายกับชินภัทร อยากให้เขาขึ้นมากรุงเทพฯเพื่อช่วยกันปลอบใจ นายหัวหน้าเข้มแบ่งรับแบ่งสู้ เป็นห่วงญาติสาวไม่แพ้แม่ แต่ก็เกรงใจภรรยาคนสวย

    ชนิกาเข้าใจความลำบากใจของเขาดี แต่ก็ยังทำใจอภัยให้อดีตเพื่อนรักไม่ได้

    “ผมไม่ได้พูดเพราะศันเป็นญาติผม ศันก็เจ็บปวดมาก พวกคุณเป็นเพื่อนสนิทกัน ให้อภัยศันได้ไหมชนิกา”

    “ฉันไม่ได้พูดเพราะคุณเป็นญาติศัน ฉันพร้อมให้อภัย แต่ขอเวลาหน่อย ศันทำฉันเจ็บมาก”

    ชินภัทรไม่เร่งรัด เข้าใจและเห็นใจเธอทุกอย่าง สองสามีภรรยาหลอกๆตั้งท่าจะกินมื้อเย็นตามที่ตั้งใจหลังจากนั้น แต่ก็เป็นอันต้องวงแตก เมื่อศรีจันทร์โผล่มา ขัดจังหวะ!

    สองสามีภรรยาหลอกๆพยายามคุยดีด้วย แต่ศรีจันทร์ก็ไม่อ่อนท่าที พาลโกรธชนิกาด้วยซ้ำที่ทำท่าเหมือนจะเข้าข้างชินภัทร ทั้งที่เธอเคยบอกมาตลอดว่าเขาเป็นคนอันตราย

    “สิ้นคิด! น้าไม่รู้หนูคิดอะไรของหนูถึงอยู่กับไอ้ฆาตกร”

    “แค้นผมก็ด่าผมสิครับน้า อย่าพาลด่าเมียผม”

    “ฉันเตือนเพราะหวังดี เตือนแล้วไม่ฟัง ชีวิตพังเมื่อไหร่ อย่ามาบีบน้ำตาให้คนอื่นเห็นใจ จะมีแต่คนสมน้ำหน้า”

    ชินภัทรโมโหมากที่ศรีจันทร์แช่งชนิกา ตอกเสียงเข้ม “ชีวิตชนิกาไม่พังหรอกครับ ผมดูแลทะนุถนอมเมียผมอย่างดี แต่ชีวิตน้า...พังแล้วพังเลย จมอยู่กับความแค้น หาความสุขไม่เจอ”

    “ไอ้ชินภัทร! แล้วใครล่ะที่ทำให้ฉันแค้น แกฆ่าลูกสาวฉันแล้วยังกล้าด่าฉันอีก!”

    สงครามน้ำลายทำท่าจะไม่จบง่ายๆ ชนิกาก็รู้ดีเลยพยายามไกล่เกลี่ย

    “ขอโทษแทนคุณชินภัทรด้วยนะคะน้าศรีจันทร์”

    “ขอโทษทำไม ผมไม่ผิด ผมปกป้องคุณ”

    “ไอ้คนชั่ว ทำชั่วแล้วยังไม่สำนึก! ฉันจะรอดู...แกจะตายโหงเมื่อไหร่!”

    ooooooo

    ชินภัทรหัวเสียมาก เมื่อกลับถึงบ้านเห็นหน้าอมีนาเลยพาลหงุดหงิด ถามแบบขวานผ่าซากว่าเธอจะกลับไปทำงานกรุงเทพฯเมื่อไหร่ สาวเปรี้ยวไม่สะทกสะท้าน ตอกเสียงเรียบ

    “เหตุผลเดียวที่มีนจะออกจากงานที่สวนยางคือต้องโดนพี่ชินภัทรไล่ออกค่ะ”

    “งั้นก็เก็บของได้เลยครับ”

    อมีนาเต้นผาง เดือดร้อนที่ถูกไล่แบบไม่ไยดี แต่ชินภัทรก็ไม่แคร์ ผลุนผลันขึ้นข้างบนทันที ชนิกามองตามด้วยความเห็นใจ และอดไม่ได้จะตามไปปลอบ

    “ฉันรู้ว่าคุณสะเทือนใจกับคำพูดของน้าศรีจันทร์ อย่าคิดมากเลยนะคะ”

    “เข้าข้างผมเนี่ย เชื่อแล้วสิ ผมไม่ได้ทำร้ายศิริกัญญา”

    “ถามว่าเชื่อไหม...ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ อยากให้ฉันเชื่อคุณร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณก็บอกฉันมา ทำไมคุณศิริกัญญาถึงขโมยปืนคุณไปยิงตัวตายในสวนยางคุณ”

    ชินภัทรไม่พร้อมจะตอบคำถาม บ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่องแต่ชนิกาก็ไม่ยอม ตามไปคาดคั้น

    “เป็นความลับอะไรหนักหนาคะถึงบอกไม่ได้”

    “ความลับ...พูดออกไปก็ไม่ใช่ความลับสิ”

    “แต่ถ้าพูดออกมาแล้วทำให้คนอื่นเข้าใจคุณมากขึ้น คุณก็ควรพูดนะคะ”

    “ตอนศิตาย...ผมโดนตำรวจสอบปากคำมาพอแล้ว ไม่อยากโดนเมียสอบสวนอีก”

    ชนิกายังไม่ยอมแพ้ คาใจเรื่องศิริกัญญาตั้งท้องและรายละเอียดอีกหลายอย่างที่ไม่มีคำอธิบาย

    “ผมไม่ได้ทำ ตำรวจหาพยานหลักฐานไม่ได้ ผมเลยไม่โดนจับ”

    “ลูกในท้องคุณศิริกัญญาตรวจดีเอ็นเอไม่ได้เหรอคะว่าเป็นลูกใคร”

    “ตำรวจไม่ได้ชันสูตรศพศิ”

    ชนิกาไม่เข้าใจแต่ไม่ทันอ้าปาก เขาก็ไล่ไปถามความจริงจากศรีจันทร์

    “คุณสนิทกับน้าศรีจันทร์ ลองไปถามดู ทำไมไม่ยอมให้ชันสูตร ผมเลยไม่มีโอกาสพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตัวเอง”

    จนแล้วจนรอด ชินภัทรก็ไม่ปริปากบอกเรื่อง

    ศิริกัญญา ชนิกาเบื่อจะเซ้าซี้เลยเลิกถาม แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะสามีฝันร้ายถึงเรื่องในอดีตอีกรอบ

    “ความลับระหว่างคุณกับคุณศิริกัญญาคืออะไรคะ ปลดปล่อยมันออกมา อาจช่วยให้คุณเลิกฝันร้าย”

    “พูดไป...ผู้หญิงก็เสียหาย”

    “คุณศิริกัญญาทำอะไรคะ...”

    ooooooo

    ชินภัทรไม่รู้เลยว่าจะหลีกเลี่ยงความจริงจากอดีตได้นานแค่ไหน แต่ก็ยืนยันจะยั้งไว้สุดความสามารถ แต่เช้าวันต่อมาก็มีคนมาป่วน ปานธงนั่นเองที่ตามมาตอกย้ำถึงการตายของศิริกัญญา

    ปานธงได้ที่ดินผืนที่หลอกซื้อมาเป็นกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้วและคิดจะรื้อรั้วออก อนันต์มาขัดขวางตามหน้าที่เหมือนเคย แต่เขาก็ดึงดันจะรื้อ ชินภัทรรู้เข้าเลยแวะมาดู ไม่ห้ามแต่ก็อยากพูดอะไรบางอย่าง

    “เห็นคนงานไปบอกว่าแกมารื้อรั้วกั้นที่”

    “สวนยางเราไม่ติดกันแล้ว ฉันเห็นว่าควรรื้อรั้วออก”

    “แต่แกไม่ควรทำโดยพลการ เจ้าของใหม่อาจอยากมีรั้ว แกรื้อแบบนี้ ถ้าเขามีปัญหาแกเคลียร์เอง ฉันไม่เกี่ยว”

    “มนุษยสัมพันธ์ฉันดีกว่าแกเยอะ เข้ากับเพื่อนบ้านคนใหม่ได้สบาย”

    “ธง...รั้วกั้นตรงนี้สร้างขึ้นเพราะฉันกับแกมีเรื่องกัน แกรื้อรั้วทิ้งก็หวังว่าแกจะทิ้งความบาดหมางระหว่างเราด้วย”

    “ว่าที่เจ้าสาวฉันตาย...จนตายฉันก็ไม่ลืม แกลืม ไปหรือเปล่า ที่ดินตรงที่แกขาย รวมถึงตรงที่ศินอนตาย”

    “ฉันปล่อยวางอดีตแล้ว แกก็ควรปล่อยวางเหมือนกัน”

    ชินภัทรผละไปแล้ว ทิ้งให้ปานธงมองตามด้วยความคับแค้นใจ เรื่องเลวร้ายจากอดีตยังตามหลอนเขา และเมื่อชนิกานัดเขาไปถามเรื่องชันสูตรศพศิริกัญญาในเวลาต่อมา เขาก็ตอบแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก

    “น้าศรีจันทร์ไม่ยอมครับ น้าแกว่าลูกสาวแกโดนทำร้ายมากพอแล้ว ไม่อยากให้ใครมาผ่าศพลูกสาวอีก”

    “แต่ศพคุณศิริกัญญาเป็นหลักฐานเดียวในคดีนะคะ”

    “ตอนแรกทุกคนมั่นใจว่าตำรวจต้องเอาผิดชินภัทรได้ แต่พอสืบไปกลับไม่มีหลักฐานพอที่จะเอาชินภัทรเข้าคุก อย่างที่คุณนิพูดเมื่อกี้แหละครับ หลักฐานเดียวคือร่างของศิ...ก็ถูกเผาไปแล้ว”

    “ความจริงเลยตายไปพร้อมกับเธอ ขอถามอีกเรื่องหนึ่งค่ะ คุณศิริกัญญาสนิทกับคุณชินภัทรมากไหมคะ”

    ปานธงพยักหน้ารับ ยอมรับแบบเสียไม่ได้ว่าตัวเอง ศิริกัญญาและชินภัทรเคยเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก

    “เพื่อนสนิทส่วนใหญ่มักเล่าความลับให้กันฟัง คุณชินภัทรกับคุณศิริกัญญามีความลับอะไรกันไหมคะ”

    “ความลับเดียวที่ผมรู้ก็คือชินภัทรแอบรักศิ...มีความลับอื่นอีกเหรอครับ”

    “อืม...คงเป็นความลับที่คุณปานธงบอกเมื่อกี้น่ะค่ะ คุณชินภัทรแอบรักคุณศิริกัญญา”

    ชนิกาไม่ซักไซ้ต่อเพราะชินภัทรโทร.ตามไม่เลิก และเมื่อเขารู้ว่าเธอไปพบปานธงก็หึงหวง บ่นอุบ

    “ทำอะไรเกรงใจผัวมั่ง คุณเป็นเมียผม”

    อนันต์และเหล่าคนงานยิ้มใหญ่ ชอบใจที่เจ้านายหึงโหด ประกาศตัวเป็นเจ้าของอย่างออกนอกหน้า แต่

    ชนิกาไม่ปลื้มไปด้วย ไม่ชอบใจเลยที่ต้องเป็นเป้าสายตาคนงานทั้งสวน

    “เลิกเรียกฉันเมียซะทีค่ะ...ฉันอาย”

    “แต่งงานกันแล้ว ไม่เรียกเมียแล้วให้เรียกอะไร...แม่รึไง”

    “คำนี้ให้ผ่านค่ะ”

    “มีแม่คนเดียวพอแล้ว คุณน่ะเป็นเมียผม”

    “บอกอย่าเรียกไงคะ”

    ท่าทางเขินของเธอทำให้เขาย่ามใจ เรียกเมียอีกหลายครั้งจนภรรยาคนสวยต้องผละหนีดื้อๆ เหล่าคนงานโห่ร้องกันใหญ่ ชินภัทรก็ไม่ว่าอะไร แถมขอตัวไปง้อเมียอีกต่างหาก!

    ooooooo

    อมีนาเจ็บใจมากที่ชินภัทรไม่สนใจ เลยเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ปานธง แต่กระนั้น...นายหัวอดีตเพื่อนรักชินภัทรก็จีบยากไม่น้อย สาวเปรี้ยวเลยปรับวิธีจีบใหม่ ไม่ให้โฉ่งฉ่างแต่เรียกคะแนนความน่าสงสารมากกว่าเดิม

    ปานธงตามมารยาสาไถยของอมีนาไม่ทัน เมื่อเห็นเธอร้องไห้คิดถึงพ่อที่เสียไปก็ใจอ่อนยวบ

    “แรกๆตอนพ่อตาย ผมก็ร้องไห้บ่อยครับ พอเวลาผ่านไปก็ทำใจได้ เวลาช่วยเยียวยาได้ครับคุณมีน”

    “เวลาคิดถึงพ่อมากๆ คุณปานธงทำยังไงคะ”

    “ดำน้ำครับ...ผมกับพ่อชอบไปดำน้ำด้วยกัน คุณมีนกับพ่อชอบทำอะไรด้วยกันครับ”

    “กิจกรรมที่มีนทำกับคุณพ่อบ่อยๆก็ปั่นจักรยานในสวนรถไฟค่ะ”

    “งั้นต่อไปเวลาคิดถึงพ่อ คุณมีนไปปั่นจักรยานแล้วคิดว่าพ่อปั่นอยู่ข้างๆ”

    “รู้สึกดีขึ้นเยอะเลยค่ะ คุยกับคุณปานธงทีไร มีนรู้สึกสบายใจ อบอุ่นใจ รู้สึกว่ามีผู้ชายคนหนึ่ง ยินดีรับฟังเรา ดูแลเอาใจใส่เรา ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่มีให้มีนนะคะ”

    พูดจบก็หอมแก้มฟอดใหญ่ หวังให้เขาเข้าใจถึงความปรารถนาร้อนแรงของเธอ แต่ก็ต้องผิดคาด เมื่อปานธงลุกหนี แถมทำสีหน้าไม่พอใจที่เธอล้ำเส้น

    “ผมต้องขอโทษด้วยถ้าหากทำอะไรให้คุณมีนเข้าใจผิดว่าผมคิดกับคุณเกินเพื่อน”

    “เอ่อ...มีน...มีนหอมแก้มแบบเพื่อนค่ะ”

    “เพื่อนผู้หญิงคนอื่นของผม ไม่มีใครเคยทำแบบคุณมีน ผมว่าเราคงไม่เหมาะเป็นเพื่อนกันครับ”

    อมีนาไม่หน้าด้านพอจะอยู่ให้เขาดูถูกมากกว่านี้ ผละกลับมาแบบเสียไม่ได้ แต่ก็หงุดหงิดไม่หายจนต้องโทร.ไประบายความอึดอัดใจกับแม่ รจนาไม่อยากให้ลูกสาวเอาตัวเข้าแลกให้เสียชื่อไปกว่านี้ แต่อมีนาก็ไม่แคร์

    “มีนต้องมาติดแหง็กในสวนยางเป็นเดือน มีนไม่ยอมให้เสียเปล่าหรอกค่ะคุณแม่ มีนต้องได้สิ่งที่มีนต้องการ”

    “แต่ทำขนาดนี้ มันเสียศักดิ์ศรีไปไหมลูก”

    “ศักดิ์ศรีกินไม่ได้ เงินต่างหากซื้อทุกอย่างได้ คุณแม่ก็อยากได้เงินนี่คะ”

    “ใช่...เงินแม่ก็อยากได้ แต่ก็ไม่อยากให้มีนเปลืองตัวนะ”

    “เปลืองตัวตรงไหนคะ เป็นการลงทุนต่างหาก กับคุณปานธง...เห็นทีมีนไม่ได้ถอนทุนคืน เขาตัดขาดมีน ตอนนี้ความหวังเดียวของมีนคือพี่ชินภัทร”

    “รายนี้ไม่ยากกว่าอีกเหรอ มีเมียค้ำคออยู่แบบนั้น”

    “มีนไม่ยอมกลับกรุงเทพฯมือเปล่าแน่ มีนต้องได้สามีเศรษฐีติดมือกลับไปด้วย คุณแม่คอยดู!”

    ooooooo

    พัธนินทร์ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจจะคืนดีกับชนิกา ชายหนุ่มประกาศกร้าวกับพ่อแม่จะไม่กลับอเมริกาจนกว่าจะได้ชนิกากลับไปด้วย และวันนี้เขาก็ตั้งใจบุกถึงบ้านของเธอ

    แสงต้อนรับพัธนินทร์แฟนเก่าของชนิกาด้วยสีหน้างุนงง แล้วก็ต้องเวียนหัวกว่าเดิม เพราะไม่ใช่แค่เขาที่แวะมา ศันสนีย์อดีตเพื่อนรักของชนิกาก็โผล่ตามมาด้วย

    “มาง้อแฟนเก่าถึงบ้านเลยนะคะ ไม่รู้เหรอ...นิเขาลงใต้ไปกับสามีเขา”

    อาภาที่มากับศันสนีย์เห็นพัธนินทร์แล้วเพิ่งรู้ตัวว่าถูกหลานสาวหลอก

    “ศันไม่ได้มาเยี่ยมพ่อชนิกา นี่ศันหลอกป้าให้พามาหาแฟนเหรอ”

    ศันสนีย์ไม่ได้สนใจป้า สายตาพุ่งไปที่แฟนหนุ่มที่กำลังจะกลายเป็นอดีต

    “ใจคอพัธจะเอาผู้หญิงมือสองเป็นเมียหรอคะ”

    “ต่อให้นิจะเป็นมือสองหรือมือสามสี่ พัธก็ยังรักนิเหมือนเดิม”

    คำตอบของเขาทำให้ศันสนีย์เจ็บเหลือเกิน “รักเหลือเกินนะคะ แตะต้องไม่ได้ ทีกับศัน...พัธทั้งเหยียบทั้งย่ำ ทำลายจิตใจสารพัด ที่พัธเคยบอกว่ารักศัน พัธโกหกสินะคะ!”

    พัธนินทร์ไม่อยากทะเลาะด้วย จะเดินหนี ศันสนีย์เลยตามไปดักหน้า

    “พัธไม่ต้องรักศันก็ได้ค่ะ ขอแค่ให้ศันได้รักพัธ ได้อยู่กับพัธ ศันก็พอใจแล้ว กลับมาอยู่ด้วยกันนะคะพัธศันรักพัธ ศันขาดพัธไม่ได้ ให้ศันไปด้วยนะคะพัธ อย่าทิ้งศัน”

    พูดจบก็โถมตัวหาแต่พัธนินทร์ก็เบี่ยงตัวหนีสะบัดตัวจากอ้อมกอดเธออย่างไม่ไยดี อาภาสงสารหลานสาวมาก พยายามปลอบให้ทำใจแต่ก็ไม่ได้ผลเช่นเคย

    เมื่อชินภัทรรู้เรื่องก็โกรธมาก แล้วก็ยิ่งหัวเสียเมื่อรู้จากชนิกาว่าเธอรู้ทุกอย่างแล้ว

    “อ้าว...คุณรู้ได้ไง หรือส่งบัตรเชิญไปเอง จะเขี่ยถ่านไฟเก่าให้คุเหรอ”

    “มีถ่านร้อนๆฉันจะให้คุณอม พูดออกมาได้ตัวฉันอยู่สุราษฎร์นะคะ ไม่ได้นั่งเรี่ยราดรอแฟนเก่าอยู่กรุงเทพฯ”

    “ถามจริง ถ่านไฟเก่าคุณยังมีไฟไหม”

    “มอดไหม้เป็นผงหมดแล้วค่ะ บทเรียนจากพัธทำให้ฉันเปลี่ยนมุมมองความคิด คนที่คิดว่าดี เนื้อแท้กลับเลว คนที่คิดว่าไม่ดี เนื้อแท้เขากลับ...”

    ชนิกาพูดไม่ทันจบก็ออกไปกับปาริฉัตรที่นัดจะมารับไปช็อปปิ้ง ชินภัทรเลยได้แต่มองตามด้วยความเสียดาย ก่อนจะยิ้มกับตัวเองเขินๆ มั่นใจว่าคนไม่ดีที่เธอพูดถึงต้องเป็นเขาแน่

    ooooooo

    ปาริฉัตรไม่ได้พาชนิกาไปช็อปปิ้งดูหนังอย่างที่รับปาก แต่พาไปเจอศรีจันทร์ที่อยากมาขอโทษเรื่องเมื่อวันก่อน ชนิกาไม่ถือสาและพูดถึงชินภัทรอย่างชื่นชมว่าเป็นสามีที่ดี ดูแลเธอและคนในครอบครัวดีทุกอย่าง

    ศรีจันทร์เบ้หน้า อดไม่ได้จะเตือนให้ชนิการะวังตัว เพราะชินภัทรเคยเป็นฆาตกร

    “คุณชินภัทรไม่เคยฆ่าใครค่ะ”

    “ใช่! มันไม่ได้ยิงศิ แต่ที่มันทำกับศิ กดดันศิให้ฆ่าตัวตาย”

    “คนเราฆ่าตัวตายมีหลายเหตุผล คุณศิริกัญญาอาจคิดสั้นด้วยสาเหตุอื่นก็ได้นะคะ”

    ปาริฉัตรกับศรีจันทร์มองหน้ากันอึ้งๆ ไม่คิดเลยว่าชนิกาจะกางปีกปกป้องชินภัทรขนาดนี้

    “คุณศิริกัญญาอาจมีความลับที่ไม่มีใครรู้ น้า ศรีจันทร์น่าจะอนุญาตให้ชันสูตรศพเธอนะคะ จะได้รู้ความจริง เธอท้องกี่เดือน เวลาตั้งท้องสอดคล้องกับเนื้อความในจดหมายว่าเธอถูกคุณชินภัทรรังแกเมื่อไหร่”

    “นี่หนูหาว่าศิท้องกับคนอื่น ไม่ใช่ไอ้ชินภัทร”

    “เปล่าค่ะ...นิแค่อยากให้ทุกคนลองมองมุมอื่นๆบ้าง”

    “น้าคิดผิดที่มาขอโทษ หนูเป็นพวกชินภัทรไปแล้ว ในเมื่อหนูเลือกเอง น้าก็จะไม่ยุ่ง...รักษาชีวิตตัวเองแล้วกัน!”

    ศรีจันทร์ผลุนผลันจากไปแล้ว ทิ้งปาริฉัตรให้มองหน้าชนิกาเครียดๆ ก่อนจะออกปากขอโทษแทน

    “คุณนิอย่าโกรธเลยนะคะ น้าศรีจันทร์แค่เป็นห่วง ห่วงคุณนิที่อยู่กับพี่ชินภัทร เราก็รู้กันว่าพี่ชินภัทรทำอะไรไว้”

    “นิซาบซึ้งที่ทุกคนเป็นห่วงค่ะ แต่ขอนิคิดเองมั่งนะคะ สิ่งที่นิเห็นกับสิ่งที่คนอื่นบอกมันตรงกันข้าม”

    “ต่อให้พี่ชินภัทรรักคุณนิ แต่ผู้ชายประเภทนี้ไว้ใจไม่ได้ ไม่ได้อย่างใจขึ้นมาวันไหน พี่ชินภัทรอาจทำร้ายคุณนิ”

    “นิไว้ใจเขาค่ะ”

    “คุณนิไว้ใจคนผิด”

    “เขาเป็นสามีนิ นิรู้จักเขาดีกว่าคนอื่นค่ะ”

    “แน่ใจเหรอคะว่ารู้จักดี พี่ศิรู้จักพี่ชินภัทรตั้งนานยังโดนรังแก ผู้ชายแบบนั้นน่ะเหรอคะที่คุณนิบอกว่าไว้ใจได้”

    “นินอนห้องเดียวกับคุณชินภัทรมาเป็นเดือน เขาไม่เคยรังแกนิ!”

    ความลับจากปากชนิกาไม่ได้ทำให้ชินภัทรสะทก สะท้าน มั่นใจว่าอีกไม่นานทุกอย่างจะกลายเป็นจริง เพราะเธอมีท่าทีอ่อนลงมากแล้ว แต่เรื่องนี้กลับทำให้ปาริฉัตรไม่ชอบใจ เป็นห่วงพี่ชายคนเดียวจะอกหักอีกครั้ง

    “พี่ธงคะ...ถ้าไม่ได้ลงเอยกับคุณนิ พี่ธงจะเสียใจมากไหมคะ”

    “ปาหมายความว่ายังไง ปารู้อะไรมาอีก บอกพี่มาสิ”

    “คือปาว่า...ไม่ใช่แค่พี่ชินภัทรที่รักคุณนิ คุณนิก็รู้สึกเหมือนกัน ผู้หญิงด้วยกันดูออก เซ้นส์ปาบอกอย่างนั้นค่ะ”

    ปานธงช้ำใจมาก รู้ดีพอๆกับน้องสาวว่าความเป็นสุภาพบุรุษของชินภัทรที่ไม่เคยล่วงเกินชนิกา แม้จะนอนห้องเดียวกันนานนับเดือนหมายความว่าอะไร แต่คนที่ไม่รู้เรื่องเลยอย่างอมีนากลับไม่คิดเช่นนั้น เข้าข้างตัวเองอีกต่างหากว่าเสน่ห์เร้า
    ร้อนของตนจะช่วยดับไฟปรารถนาของชินภัทรได้ และคืนนี้เธอก็ตัดสินใจไปดักรอเขาหน้าห้อง

    “มีนสัญญาค่ะ เมียพี่จะไม่รู้เรื่องนี้”

    ชินภัทรถอนใจยาว ก่อนจะลอบยิ้มร้าย “เห็นพูดอย่างนี้ทุกคน ถึงเวลาก็ฟ้องเมีย ทำบ้านแตก”

    “พี่ชินภัทรไม่รู้อะไร ความสัมพันธ์ที่ตื่นเต้นเร้าใจที่สุดคือการลักกินขโมยกิน แล้วมีนก็...โปรดปรานซะด้วยสิคะ”

    “ชอบเรื่องตื่นเต้นเหมือนพี่เลยครับ”

    “ถ้างั้นเราก็ใจตรงกัน”

    “เราไปทำเรื่องตื่นเต้นกันดีกว่าครับน้องมีน...”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน
    19 ต.ค. 2564

    13:08 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 14:06 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์