นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คนละขอบฟ้า

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    บรรยากาศระหว่างชินภัทรกับชนิกาดีขึ้นมาก ความเอาใจใส่ของเขาทำให้เธอเริ่มใจอ่อนและมองเขาในแง่ดีกว่าเดิม เช่นเดียวกับพัธนินทร์ที่หวั่นไหวไปกับความพยายามของศันสนีย์

    ความดีของศันสนีย์ทำให้จิตใจที่เคยมั่นคงกับชนิกาสั่นคลอน เธอดูแลและปรนนิบัติเขาทุกอย่างราวกับเป็นคู่รัก จนในที่สุดพัธนินทร์ก็ทนไม่ไหว ยอมเปิดใจให้ศันสนีย์

    ศันสนีย์ดีใจมากและเพื่อกำจัดศัตรูหัวใจให้สิ้นซาก จึงตัดสินใจโทร.หาชินภัทรเพื่อหยั่งเชิงเรื่องชนิกา แล้วก็ได้สมใจเมื่อญาติหนุ่มบอกอย่างภาคภูมิใจว่าแต่งงานกับอดีตเพื่อนสาวร่วมห้องของเธอแล้ว

    ไม่ใช่แค่ศันสนีย์ที่ต้องรับรู้เรื่องเขาแต่งงานกับชนิกา เช้าวันต่อมาบ้านของชินภัทรก็แทบแตกเมื่ออาภารู้ว่าลูกชายคนเดียวจะจัดงานฉลองแต่งงานเพื่อเปิดตัวชนิกาในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

    “ลูกจัดงานคืนนี้เท่ากับหักหน้าแม่ เมื่อวานแม่บอกคนที่ร้านข้าวว่าหนูมีนเป็นว่าที่คู่หมั้นลูก”

    “คืนนี้แม่ก็พูดใหม่สิครับ”

    “ชินภัทรจะทำแม่เสียผู้ใหญ่”

    “ผมทำดีที่สุดแล้วครับ ตลอดมาผมทำหน้าที่ลูกที่ดี ตอนนี้ผมเป็นสามีด้วย ผมต้องให้เกียรติภรรยาผม”

    “แม่นั่นไม่ใช่ภรรยาลูก!”

    “ยังไงคืนนี้ต้องมีงานครับ”

    ชนิกาก็ตะลึงงันไม่ต่างจากคนอื่น ยิ่งเห็นการเตรียมงานของทั้งเหล่าคนงานและชินภัทรยิ่งอึ้ง ไม่เข้าใจว่าสามีของเธอจะลงทุนมากมายขนาดนี้เพื่ออะไร

    “คุณเป็นผู้หญิง ถ้ามาอยู่กับผมเฉยๆในฐานะเมียโดยไม่มีงานแต่ง คนอื่นเขาจะมองคุณยังไง”

    “แต่ว่ายิ่งคุณทำแบบนี้ แม่คุณจะยิ่งไม่พอใจนะคะ”

    “เรื่องนั้นต่อให้จัดหรือไม่จัดงาน แม่ผมก็ไม่พอใจอยู่แล้วล่ะ”

    ชนิกานิ่วหน้า ไม่ค่อยเห็นด้วยนัก ชินภัทรต้องย้ำถึงเจตนาของเขา

    “ชนิกา...ตอนนี้คุณอยู่ในฐานะภรรยาของผม เพราะฉะนั้นผมต้องรักษาเกียรติของคุณ”

    งานฉลองแต่งงานของชินภัทรกับชนิกาถูกจัดอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเองในคืนนั้นเอง อาภามาร่วมงานแบบเสียไม่ได้ ปั้นหน้ายิ้มอย่างยากเย็นให้บรรดาเพื่อนฝูงของลูกชายที่มาแสดงความยินดีกับบ่าวสาว

    อมีนาคาใจท่าทางคุยลับๆล่อๆของชินภัทรกับชนิกาเมื่อวันก่อน ฉวยโอกาสช่วงชุลมุนแอบเข้าบ้านไปค้นห้องหอของบ่าวสาวแต่ก็ไม่พบอะไรนอกจาก

    ใบทะเบียนสมรส สาวเปรี้ยวจากกรุงเทพฯเจ็บใจมาก เดินงุ่นง่านกลับเข้างานแบบไม่เนียนนัก โดยไม่รู้เลยว่าชนิกาแอบเห็นทุกอย่างและมองตามด้วยความสงสัย

    ปานธงก็มาร่วมงานด้วย อึดอัดและช้ำใจที่ต้องเห็นภาพบาดตาบาดใจจนหวิดจะมีเรื่องกับชินภัทร เพราะความหึงหวง อาภาต้องโผล่มาห้ามทัพ พิธีเลยดำเนินต่อไปได้จนถึงพิธีสวมแหวน

    ชินภัทรหยิบแหวนเพชรที่แอบไปซื้อเมื่อวันก่อนมาสวมให้ชนิกา “คุณกับผม เราอยู่ไกลกันคนละขอบฟ้าแต่โชคชะตาทำให้เรามาพบกัน ทำให้เราได้อยู่เคียงข้างกันแบบนี้ ผมจะอยู่กับคุณตลอดไป...ผมสัญญา”

    ooooooo

    งานฉลองแต่งงานเต็มไปด้วยความชื่นมื่นหลังจากนั้น แม้แต่ชนิกาที่ตอนแรกไม่ค่อยเต็มใจยังอดซึ้งใจไม่ได้ เหล่าเพื่อนฝูงของชินภัทรต่างโห่ร้องกันใหญ่ ตะโกนยุจะให้บ่าวสาวหอมโชว์

    ชินภัทรยิ่งกว่าเต็มใจจะหอมเจ้าสาวหมาดๆ ต่างจากชนิกาที่แม้จะไม่ได้รังเกียจแต่กลับไม่ยอมหอมคืน ปานธงไม่ได้สังเกตอาการพ่อแง่แม่งอนระหว่างบ่าวสาว หึงขึ้นหน้าจนต้องผละกลับบ้านดื้อๆ ปาริฉัตรรีบตามติด กลัวใจพี่ชายจะมีเรื่อง แต่กลับต้องช่วยกันขวางศรีจันทร์แทน ไม่ให้บุกมาพังงานชินภัทรกับชนิกา

    “ไอ้คนชั่วนั่นทำลายชีวิตลูกสาวน้า น้าจะทำลายงานแต่งมัน!”

    “เจ้าสาวพี่ชินภัทรเป็นคนดี เห็นแก่เธอเถอะนะคะน้าศรีจันทร์”

    “ลูกสาวน้าไม่ได้แต่งงานก็เพราะมัน น้าจะเอาคืนให้ลูก!”

    ปานธงเห็นท่าไม่ดี ไม่อยากให้ชนิกาเดือดร้อน กล่อมอดีตว่าที่แม่ยายเสียงอ่อน “น้าแค้นที่ชีวิตศิถูกทำลาย ไม่ได้แต่งงาน งั้นน้าก็น่าจะเห็นใจลูกสาวคนอื่นนะครับ อย่าทำลายงานแต่งคุณนิเลยนะครับ สงสารเธอ”

    “เจ้าสาวชินภัทรชื่อนิ”

    “ครับ...คุณนิเป็นคนดี เธอเป็นเหยื่อไอ้ชินภัทร โดนบีบให้แต่งงาน เราอย่าซ้ำเติมเลยครับ ให้เธอมีวันดีๆบ้าง”

    “ก็ได้...เห็นแก่เจ้าสาวชินภัทร น้ากลับก็ได้”

    ชินภัทรไม่รู้ว่าศรีจันทร์ตั้งใจมาพังงานแต่ง มัวเคืองที่ชนิกาหักหน้า ไม่หอมเขาต่อหน้าเพื่อนฝูง

    “คุณแสดงไม่สมบทบาท เจ้าสาวที่ไหนไม่ยอมหอมแก้มเจ้าบ่าว”

    “จะให้ฉันหอมแก้มผู้ชายที่ไม่ได้รักได้ยังไงล่ะคะ”

    “พูดใส่ไมโครโฟนเลยไหมคุณ ให้เพื่อนๆผมรู้ว่าคุณไม่เต็มใจแต่งงาน”

    บ่าวสาวตะบึงตะบอนใส่กันอีกรอบ อาภาเห็นเป็นจังหวะเลยลากอมีนามาแนะนำต่อหน้าทุกคน

    “หนูมีนลูก...นี่เพื่อนพี่ชินภัทร เป็นลูกเจ้าของสวนยางแถวนี้”

    “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

    อาภาหมั่นไส้ชินภัทรที่ไม่เชื่อฟัง เลยเปิดตัวอมีนาเอาคืน “หนูมีนเป็นลูกสาวเพื่อนสนิทแม่ แม่หมายมั่นปั้นมือจะให้แต่งกับชินภัทร แล้วดูสิ...ชินภัทรไปคว้าผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มาแต่งงาน เตือนสติเพื่อนเราบ้างสิ เลือกเมียทั้งที เลือกให้มันดีๆหน่อย เลือกผัวผิดคิดจนตัวตาย เลือกเมียมักง่ายจะตายก่อนเมีย...”

    บรรยากาศงานกร่อยลงหลังจากนั้น เพื่อนฝูงพากันหลบหน้าเจื่อนๆ ทำหน้าไม่ถูกเมื่อได้ยินเรื่องราวจากอาภา แต่ไม่ทันที่ชินภัทรจะได้แก้ตัว ศรีจันทร์ก็แอบกลับเข้ามาอาละวาดในงานเสียก่อน!

    “คนอย่างแกมันไม่สมควรมีความสุข แกพรากชีวิตลูกฉันไป ศิกำลังจะแต่งงานแต่ต้องมาตายเพราะแก!”

    “ผมขอเถอะครับน้าศรีจันทร์ วันนี้วันแต่งผม”

    “ตอนลูกสาวฉันร้องขอไม่ให้แกข่มขืน แกหยุดไหม...ไอ้คนเลว! ไอ้ชั่ว!”

    ขาดคำก็ยกเก้าอี้และข้าวของใกล้มือปาไม่ยั้ง ชินภัทรปัดป้องแต่ก็ไม่ยอมตอบโต้ ชนิกาเสียอีกที่เดือดร้อนแทน ร้องห้ามเสียงหลงแต่ศรีจันทร์ก็เลือดขึ้นหน้าแล้ว แหวเสียงเข้ม

    “ถ้าฉันมีปืน ฉันจะยิงแก!”

    วาดกับปาหนันเห็นท่าไม่ดี รีบไปเรียกอาภามาจัดการศรีจันทร์

    “ถ้าเธอยังไม่หยุดทำร้ายลูกฉัน ฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาทำร้ายร่างกาย”

    “โลกนี้ไม่ยุติธรรม...ลูกชายคุณอาภาข่มขืนลูกสาวฉัน ตำรวจไม่จับ!”

    “จดหมายลาตายลูกสาวเธอ มันเป็นการใส่ร้าย ชินภัทรไม่ได้ทำร้ายศิริกัญญา”

    ศรีจันทร์กัดฟันแน่น หันไปพูดใส่หน้าเพื่อนฝูงของชินภัทร “คนเป็นแม่...ต่อให้ลูกผิดก็เข้าข้างลูก ใครมั่นใจว่าไอ้ชินภัทรบริสุทธิ์ก็ออกหน้ารับแทนมัน บอกมาสิว่าเชื่อ มันไม่ได้ทำแน่”

    บรรดาเพื่อนฝูง รวมทั้งแขกเหรื่อพากันก้มหน้านิ่ง ไม่มีใครปกป้องนายหัวหน้าเข้มเลยแม้แต่คนเดียว ชินภัทรโกรธมาก ช้ำใจแทบกระอักที่ไม่มีใครเชื่อใจเขาเลย

    “กลับไปให้หมด ฉันไม่มีเพื่อนอย่างพวกแก!”

    ooooooo

    เพื่อนฝูงและแขกเหรื่อกลับหมดแล้ว เหลือแต่คนในครอบครัว ชินภัทรขบกรามแน่น ระงับอารมณ์อย่างมากไม่ให้กระทำสิ่งใดรุนแรง แต่สุดท้ายก็โพล่งใส่หน้าศรีจันทร์อย่างเหลืออด

    “พอใจหรือยังครับน้า งานแต่งผมพังแล้ว สมใจน้ารึยัง”

    “ยัง...ฉันไม่ได้อยากเห็นแค่งานแต่งแกพัง แต่ฉันอยากเห็นชีวิตแกพัง!”

    อาภาเต้นแทนลูกชาย ร้องสั่งให้อมีนาโทร.เรียกตำรวจ ศรีจันทร์เลยถอยแต่ไม่วายขู่ทิ้งท้าย

    “ฉันกลับก็ได้แต่ไม่ไปไกลหรอกนะ จะวนเวียนแถวนี้ รอดูชีวิตลูกชายคุณอาภาย่อยยับ คนชั่วต้องไม่ตายดี!”

    ศรีจันทร์กลับไปแล้ว ทิ้งไว้แต่บรรยากาศตึงเครียด โดยเฉพาะชนิกาเห็นอาการสามีหมาดๆแล้วอดเห็นใจเขาไม่ได้ที่ถูกทรยศความเชื่อใจจากเพื่อนฝูง

    อาภาก็หนักใจไม่แพ้กัน และเมื่อเจอสายตาสงสัยของอมีนา เธอเลยตัดสินใจบอกให้คลายใจว่าจะจัดงานแต่งระหว่างเธอกับชินภัทรที่กรุงเทพฯ ศรีจันทร์จะได้ตามไปอาละวาดไม่ได้

    แต่ที่อมีนาอยากรู้มากกว่าคือเรื่องความขัดแย้งระหว่างชินภัทรกับศรีจันทร์

    “ชินภัทรโดนลูกสาวเขาใส่ร้าย”

    “แล้วทำไมเขาถึงใส่ร้ายพี่ชินภัทรแบบนั้นคะ”

    “ป้าก็ไม่รู้...แต่ชินภัทรเป็นคนเจ้าอารมณ์ อาจจะเผลอไปทำอะไรให้เด็กนั่นแค้นมากถึงเขียนจดหมายลาตายกล่าวหาชินภัทร แต่ป้ามั่นใจว่าลูกชายป้าไม่มีวันทำอะไรแบบนั้นแน่”

    อมีนานิ่งคิดตามก่อนจะเชื่อ เพราะขนาดเธออ่อยแทบตาย เขาก็ไม่ตอบสนอง อาภาไม่ทันสังเกตอากัปกิริยานั้น มัวนึกถึงแต่ชะตากรรมเลวร้ายของลูกชายคนเดียว

    “ดีที่ชินภัทรไม่แคร์ขี้ปากชาวบ้าน ไม่งั้นอยู่ที่นี่ไม่ได้ ป้าเพิ่งรู้...เพื่อนชินภัทรก็คิดว่าชินภัทรทำจริง”

    “คนอื่นไม่เชื่อไม่เท่าไหร่ นี่เพื่อนสนิทตัวเอง พี่ชินภัทรต้องรู้สึกแย่มากนะคะ”

    “ชินภัทรผ่านเรื่องเศร้าๆมาหลายครั้ง เข้มแข็งกว่าแต่ก่อนมาก ป่านนี้ทำใจเรื่องเพื่อนได้แล้วล่ะ แต่หนูมีนลูก หนูไปคุยกับพี่เขาหน่อย ให้เขารู้ว่าหนูเป็นห่วง หนูไปทำให้พี่เขาเห็นว่าหนูเชื่อใจเขา...หนูดีกว่าแม่นั่นเยอะ”

    อมีนารีบทำตามที่อาภาแนะนำแต่ชินภัทรก็ไม่รู้สึกรู้สา มึนตึงใส่เธออีกต่างหากเพราะกำลังอารมณ์ไม่ดี ชนิกาก็รู้ดี ไม่อยากเซ้าซี้ให้รำคาญ แต่เพียงไม่นานสองสามีภรรยาก็ต้องหันหน้าคุยกันเมื่อเห็นว่าห้องหอมีร่องรอยถูกรื้อค้น และผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งของชนิกาก็คืออมีนา

    ชินภัทรจะไม่เชื่อแต่ชนิกาก็ยืนยันว่าเห็นอมีนาแอบเข้ามาในบ้านจริงๆ

    “แม่คุณรู้ไหมคะเนี่ย ลูกสาวเพื่อนที่รักนักรักหนา ไม่มีมารยาทรื้อห้องคนอื่น”

    “เอกสารจ้างแต่งงานที่คุณให้ผมเซ็นเก็บไว้ไหน น้องมีนเจอเข้าล่ะเรื่องใหญ่แน่”

    “เมื่อกลางวันฉันเข้าเมืองไปไปรษณีย์ ส่งเอกสารจ้างแต่งงานไปให้ป้าแสงที่กรุงเทพฯค่ะ เก็บที่นั่นปลอดภัยกว่า”

    “ดีแล้ว...ผมไม่อยากให้ใครรู้ คุณรับจ้างแต่งงาน คุณเสียหาย”

    “ขอบคุณนะคะที่ห่วงชื่อเสียงฉัน”

    ชินภัทรยิ้มและขอตัวไปอาบน้ำ ชนิกาเลยปูที่นอนบนพื้นให้ และเมื่อเขาออกจากห้องน้ำก็ตัดสินใจบอก

    “แหวนแต่งงาน...ควรอยู่กับภรรยาตัวจริงของคุณ ไม่ใช่ภรรยาปลอมอย่างฉันค่ะ”

    “ชนิกา...ความรู้สึกน่ะก็เหมือนแหวน มันเป็นของจริง”

    ooooooo

    ความรู้สึกแปลกๆเมื่อคืนทำให้ชินภัทรกับชนิกานอนไม่หลับ โดยเฉพาะฝ่ายหลัง ไม่มั่นใจคำพูดของเขานักว่าหมายความว่าอย่างไร ต่างจากบรรยากาศระหว่างศันสนีย์กับพัธนินทร์ที่เต็มไปด้วยความสุข

    ศันสนีย์นอนมองพัธนินทร์หลับบนเตียงเธอด้วยความรัก เธอตัดสินใจชวนให้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน พัธนินทร์ลังเล ลึกๆยังคิดถึงชนิกาเลยอดถามถึงไม่ได้ แล้วก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อรู้ว่าแฟนเก่าเขาแต่งงานแล้ว!

    “วันก่อนนิโทร.หาศัน ให้เอาเสื้อผ้าของใช้เขาไปบริจาค เขาไม่กลับมาอีกแล้ว เขาเพิ่งแต่งงาน”

    “เป็นไปไม่ได้...นิกลับเมืองไทยเพราะพ่อป่วย ไม่ได้กลับไปแต่งงาน”

    “เห็นเขาว่าผู้ชายคนนั้นรวยมาก ช่วยเขาเรื่องพ่อ เขาเลยแต่งด้วย ลืมนิซะเถอะค่ะพัธ เขาไม่ได้รักพัธจริง”

    พัธนินทร์ไม่เชื่อ ผละจากศันสนีย์ไปโทร.หาชนิกาเพราะอยากรู้ความจริง แต่อดีตคุณหนูก็ตัดสายทิ้ง ไม่อยากคุยและไม่อยากฟังคำแก้ตัวใดๆจากแฟนเก่าที่นอกใจเธอ

    เพราะเสียงโทรศัพท์จากพัธนินทร์แท้ๆทำให้ชนิกาตื่นเต็มตา ก่อนจะพบว่าชินภัทรลุกจากเตียงนานแล้ว อดีตคุณหนูเดินตามหาแล้วก็ต้องพูดไม่ออกเมื่อเห็นว่าเขากำลังร้องไห้คนเดียว!

    ชินภัทรไม่อยากให้เธอเห็นมุมอ่อนแอ ปั้นหน้ายิ้มแย้มและผละไปชงกาแฟในครัว เตรียมตัวไปกรีดยาง ชนิการู้ทันตามไปซักถามด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง

    “คุณชินภัทรคะ...ถึงฉันเป็นภรรยาปลอมๆก็ยินดีรับฟังคุณนะคะ เมื่อคืนคุณเสียใจอะไร”

    “ใครมาเข้าฝันหรอคุณ ห่วงผมขึ้นมาซะงั้น”

    “คุณช่วยฉันเรื่องคุณพ่อ ฉันก็อยากตอบแทนน้ำใจคุณบ้างค่ะ”

    “ผมสบายดี กายพร้อม พลังจิตพร้อม กวนประสาทคุณได้อีกนาน”

    “ไม่ได้กวนประสาทฉันสักวัน คุณต้องลงแดงตาย!”

    “ชนิกา...ขอบใจนะที่ห่วงผม”

    ชนิกาพยักหน้าแล้วผละไปรดน้ำแปลงดอกไม้ ชินภัทรมองตามยิ้มๆ พึมพำกับตัวเอง

    “คุณทำให้ผมอยากเริ่มต้นใหม่”

    และก็เพราะความคิดนั้นเอง เสือยิ้มยากอย่างชินภัทรเลยเหมือนอยู่ในห้วงรัก มองตามชนิกาตลอดจนเธอสงสัย

    “ยิ้มอะไรนักหนาคะ เห็นยิ้มไม่หยุดตั้งแต่อยู่หน้าบ้านแล้ว”

    “ก็เมียผมสวย”

    “เมียปลอมค่ะ”

    “อยากเป็นเมียจริงไหมล่ะ”

    ชนิกาจะตอก แต่ไม่ทันอ้าปากก็ต้องรับสายแสงที่โทร.มาเรื่องสุวัฒน์ อาภาลงมาร่วมโต๊ะอาหารเช้าพร้อมอมีนาพอดี และเมื่อได้ยินชนิกาบอกผลัดแสงเรื่องซื้อเครื่องปรับ อากาศให้พ่อเป็นเดือนหน้า ก็อดแขวะลูกชายไม่ได้

    “เตรียมเงินไว้ชินภัทร เมียเราอยากได้แอร์”

    “ตัวไม่เท่าไหร่เองครับแม่”

    อาภาหมั่นไส้ลูกชายคนเดียวมาก “จ้า...พ่อบุญทุ่ม อีกหน่อยก็หมดตัว ดูหนูมีนซิ...ยอมลงมาทำงานที่ใต้ ไม่ขอเงินเดือนขึ้นสักบาท ได้เท่าเดิมเหมือนตอนทำงานกับแม่ที่โรงแรม”

    อมีนาได้โอกาสตีหน้าใสซื่อ อาสาช่วยงานเขาด้วยความเต็มใจ อาภาเชื่อสนิท ปลื้มมาก

    “ผู้หญิงสองคน คนหนึ่งมาจากสวรรค์ คนหนึ่งนรกส่งเข้าประกวด ลูกก็ดันเลือกลงนรก!”

    ooooooo

    ท่าทางเย็นชาของชินภัทรทำให้อมีนาอยากเอาชนะสาวเปรี้ยวจากกรุงเทพฯ รอเวลาอย่างอดทน จนเมื่อนายหัวหน้าเข้มออกจากสำนักงานไปประชุมในเมือง จึงเปิดศึกกับชนิกา

    “ต้องการเงินอีกเท่าไหร่ ถึงจะปล่อยพี่ชินภัทร”

    “คุณอมีนามีสักร้อยล้านไหมล่ะคะ ดิฉันจะเซ้งสามีต่อให้ทันที”

    “หน้าเงิน!”

    “วันนี้ดิฉันแต่งหน้าสีเอิร์ธโทน โทนสีเงินแต่งเฉพาะเวลาไปปาร์ตี้ค่ะ”

    อมีนาหัวเสียมากที่ถูกชนิกาตอกหน้าหงายเหมือนเคย ไม่ต่างจากปานธง แค้นหนักเพราะมีปากเสียงกับชินภัทรในที่ประชุมสมาคมผู้ทำสวนยาง นายหัวข้างบ้านแทบข่มอารมณ์ไว้ไม่ไหวต้องโทร.ไประบายกับชนิกา

    “ผมเพิ่งมีเรื่องกับชินภัทรในที่ประชุม ผมระงับอารมณ์ไม่อยู่จริงๆ ยิ่งคิดยิ่งแค้นมัน!”

    “แค้นเรื่องอะไรคะ”

    “คุณนิไม่รู้จริงๆเหรอครับผมแค้นชินภัทรเรื่องอะไร...ก็เรื่องคุณนิ”

    “เก็บความรู้สึกดีๆไว้ให้ผู้หญิงที่ไม่มีพันธะเถอะค่ะ”

    “แค่คุณนิบอกมา...คุณนิรักชินภัทร ผมจะหยุดทันที”

    ชนิกาพูดไม่ออก เพราะไม่ได้มีใจกับชินภัทรและปานธงก็ตระหนักดี “แต่งงานเพราะถูกบีบบังคับ ผมไม่ถือว่าเป็นการแต่งงาน การแต่งงานต้องเกิดจากความรัก อย่าฝืนอยู่เลยครับ เลิกกับไอ้ชินภัทรเถอะครับคุณนิ”

    อดีตคุณหนูไม่ทันตอบ ปานธงก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อจู่ๆชินภัทรก็โผล่มาดึงมือถือเขาไปตัดสายทิ้ง

    “โทร.หาเมีย ขออนุญาตผัวเขารึยัง”

    “แกใช้คุณนิเป็นเครื่องมือแก้แค้นฉันเรื่องศิที่ศิเลือกฉัน ไม่เลือกแก”

    “เข้าใจผิดแล้วไอ้ธง”

    “ฉันมองแกไม่ผิดหรอก แกเลวกับคุณนิเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งรักยิ่งสงสารคุณนิมากขึ้น อยากช่วยเขาให้พ้นจากแก”

    “ช่วยด้วยการเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน!”

    “แกรักคุณนิไหม”

    ชินภัทรนิ่ง รู้ดีว่าชนิกาไม่ได้รักเขา แต่ปานธงกลับเข้าใจไปอีกทาง

    “แกไม่ได้รักเขา เขาก็ไม่ได้รักแก ปล่อยคุณนิไปเถอะชินภัทร”

    “รู้ได้ไงชนิกาไม่รักฉัน เขาแต่งงานกับฉันนะโว้ย”

    “เมื่อกี้ฉันถามคุณนิ...รักแกไหม เขาไม่ตอบ ผู้หญิงน่ะชอบแสดงความรู้สึก คุณนิไม่รักแก ถึงไม่มีคำตอบ!”

    ooooooo

    พูดแทงใจดำชินภัทรจนสาแก่ใจแล้ว ปานธงก็เดินคอตกไปหาน้องสาวที่ร้านกาแฟ ปาริฉัตรเดาได้ว่าคงมีเรื่องทะเลาะกับชินภัทรเหมือนเคย ศรีจันทร์ที่แวะมาเยี่ยมสองพี่น้องเลยพลอยเจ็บแค้นไปด้วย

    “น้าไม่เข้าใจพวกเจ้าของสวนยาง ทำไมไม่ขับฆาตกรออกจากสมาคม”

    “ตอนเกิดเรื่องใหม่ๆผมเคยคุยกับสมาชิก ทุกคนว่าไม่มีหลักฐานว่าชินภัทรทำผิดจริง ขับจากสมาคมไม่ได้ครับ”

    “กฎเกณฑ์อยู่เหนือศีลธรรม คนเลวถึงเกลื่อนเมือง...น้ามาบอกเรื่องทำบุญครบรอบวันตายศิ”

    ชื่อของศิริกัญญาเหมือนมีมนต์ขลังทำให้ปานธงลืมเรื่องขุ่นใจชั่วขณะ เปลี่ยนเป็นเศร้าแทน

    “เวลาผ่านไปเร็วนะครับ ศิเสียไปจะครบปีแล้ว”

    “สำหรับคนเป็นแม่ หนึ่งปีเหมือนสิบปี กว่าจะผ่านไปวันหนึ่งมันช่างทรมาน น้าร้องไห้คิดถึงลูกทุกวัน”

    “ผมเองก็คิดถึงศิ ไม่เคยลืมเธอเลย”

    ปาริฉัตรเห็นใจความทุกข์ของคนทั้งสองมาก แต่ก็อยากให้ทำใจและเริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที

    ด้านชินภัทร...ผละจากปานธงก็ต้องเจอเรื่องปวดหัวใหม่ เมื่ออมีนากรีดร้องโวยวายลั่นสำนักงาน กล่าวหาชนิกาว่าขโมยเงินสดในลิ้นชักเขา อดีตคุณหนูตั้งรับหน้านิ่งบอกว่าถูกใส่ร้าย ชินภัทรเชื่อแต่เพราะอารมณ์ค้างจากการทะเลาะกับปานธงเลยอดไม่ได้ พาลไปลงกับชนิกา

    “ผู้หญิงแบบคุณมันไว้ใจไม่ได้ ไปเก็บเสื้อผ้า ออกไปจากบ้านผม!”

    ชนิกาโมโหมาก ผลุนผลันเข้าบ้าน ชินภัทรซึ่งอารมณ์เย็นลงรีบตามไปคุย พร้อมกับสารภาพว่าเชื่อใจเธอแต่ที่ด่าเพราะกำลังหัวเสียจากคำพูดของปานธง

    “คุณทำให้ไอ้ธงมันเยาะเย้ยผม มันบอกคุณไม่ได้รักผม”

    “อ้อ นี่พาลเรื่องคุณปานธง เลยหาเรื่องด่าฉัน ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้ค่ะ”

    “ทีหลังไอ้ธงถาม บอกมัน...คุณรักผม”

    สองสามีภรรยาต่อปากต่อคำกันอีกครู่ก็กลับเข้าสำนักงาน อาภาถึงกับพูดไม่ออก ไม่คิดว่าลูกชายตัวดีจะหน้ามืดตามัวเห็นเมียขี้ขโมยดีกว่าตนกับอมีนา

    “ไหนลูกบอกไปโรงเก็บยาง ไหงไปตามแม่นี่กลับมา”

    “เรื่องเงิน...ผมให้ชนิกาเก็บไว้เองครับ ชนิกาไม่ได้ขโมย”

    “แม่ไม่ได้ความจำสั้นนะชินภัทร เมื่อกี้ลูกด่าเมียไว้ใจไม่ได้”

    “หงุดหงิดอยู่ เลยระบายอารมณ์ใส่เมียน่ะครับแม่”

    อมีนาหงุดหงิดมาก อยากเอาชนะเลยโพล่งไปแบบไม่ทันคิด

    “เงินไม่มีขา เดินไปลิ้นชักโต๊ะทำงานคุณชนิกาเองไม่ได้นะคะพี่ชินภัทร ตอนพี่ออกไปเงินอยู่ในลิ้นชักโต๊ะพี่”

    “ถูกครับ...เงินไม่มีขาแต่...คนมีขา มีมือหยิบเงินด้วย!”

    ooooooo

    แววตารู้ทันของชินภัทรทำให้อมีนาร้อนตัว ทนตีมึนทำเป็นไม่รู้เรื่องต่อไม่ไหว ต้องเสนอหน้าไปแก้ตัว แต่กลับต้องหน้าหงาย เมื่อเขาถือโอกาสนี้ไล่เธอแบบสุภาพ

    “พี่ว่าน้องมีนไม่เหมาะกับงานในสวนยาง กลับไปทำงานโรงแรมแม่พี่ที่กรุงเทพฯเถอะครับ”

    “พี่ชินภัทรไล่มีน”

    “มีผู้หญิงอยู่สองแบบที่พี่รำคาญ...เจ้าน้ำตากับไร้เหตุผล”

    “ไม่ว่าคุณชนิกาแก้ตัวยังไง มีนยืนยันค่ะ ตอนพี่ชินภัทรออกไป เงินอยู่ในลิ้นชักโต๊ะพี่และมีนไม่ได้แตะเงินเลย”

    “เหรอครับ...แล้วถ้าน้องมีนไม่ไปเปิดลิ้นชักโต๊ะพี่ น้องมีนจะรู้ไงยังไงครับว่าเงินหายไป”

    อมีนาหน้าเสียจนด้วยคำแก้ตัว ชินภัทรเลยจัดการรวบรัดตัดความ

    “นอกจากไม่มีขา เงินยังไม่มีปาก เล่าไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น งั้นพี่ยกประโยชน์ให้ทุกคนที่เป็นจำเลยแล้วกันครับ”

    สาวเปรี้ยวค้านไม่ออก เลยต้องรับปากอย่างเสียไม่ได้จะไม่ก่อเรื่องวุ่นวายอีก โดยเฉพาะกับเขาและชนิกา

    ชินภัทรไม่ไว้ใจอมีนานัก ดูจากท่าทางแล้วคงไม่ยอมรามือจากเขาและชนิกาง่ายๆ เลยตัดสินใจไปคุยกับอาภา

    “แม่ครับ...ผมถามจริงๆ แม่เห็นอะไรดีในตัวน้องมีน ถึงอยากให้ผมแต่งงานกับเธอ”

    “แม่เห็นเด็กคนนั้นตั้งแต่อยู่ในท้องจนโตเป็นสาว วันที่รจนาคลอด แม่ก็ไปลุ้นหน้าห้องคลอด”

    “หรือเพราะแม่อยากมีลูกสาวเลยเอ็นดูน้องมีนมากครับ”

    “ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง...วันแม่ปีหนึ่งรจนาป่วยเข้าโรงพยาบาล ให้แม่ไปงานวันแม่ที่โรงเรียนหนูมีนแทน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆถักเปียสองข้างตาใสแจ๋ว ถือพวงมาลัยมากราบแม่ พูดกับแม่ว่า...อยากให้ป้าอาภาเป็นแม่คนที่สองของหนูค่ะ”

    “เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆน่ารักคนนั้นไม่อยู่แล้วครับ น้องมีนโตแล้ว อาจเป็นคนที่แม่ไม่รู้จัก”

    “แม่รู้ว่าหนูมีนมีข้อเสีย บางทีก็เอาแต่ใจ ลูกสาวคนเดียวน่ะลูก พ่อแม่รักตามใจมาก ให้โอกาสน้องนะชินภัทร เทียบกับชนิกาแล้ว ข้อเสียของหนูมีนถือว่าเล็กน้อยมาก ตอนเด็กๆชินภัทรก็เคยเล่นกับน้อง เสียดายแม่น่าจะให้ลูกกับหนูมีนสนิทกันตั้งแต่เด็ก ชินภัทรต้องรักหนูมีนเหมือนที่แม่รัก”

    “ผู้ชายคนหนึ่งเลือกแต่งงาน ไม่เอาข้อเสียผู้หญิงมาเปรียบเทียบกันหรอกครับ”

    เรื่องแฉเนื้อแท้ของอมีนาว่าเหนื่อยแล้ว เรื่องทะเลาะกับปานธงในสมาคมคนปลูกยางยิ่งแย่กว่า สองหนุ่มมีปากเสียงกันตลอดเพราะความเห็นไม่ตรงกัน อย่างเช่นวันนี้ที่ชินภัทรก็หวิดมีเรื่องถึงชกต่อย และเพื่อตัดปัญหา ทั้งลดพื้นที่ปลูกยางและข้อขัดแย้งกับปานธง นายหัวหน้าเข้มเลยตัดสินใจจะขายพื้นที่สวนยางที่ติดกับสวนของปานธง

    ooooooo

    อนันต์รับหน้าที่เป็นคนจัดการเรื่องขายที่ ชินภัทรเลยปลีกตัวไปดูพื้นที่บริเวณนั้น พลันภาพความทรงจำเลวร้ายตอนศิริกัญญายิงตัวตายต่อหน้าต่อตาเขาก็ผุดขึ้นอีกครั้ง

    “ศิ...คุณทำผมได้เจ็บปวดมาก คุณตาย...แต่ชีวิตผมพังยับเยิน”

    ชนิกาผ่านมาเห็นสามีปลอมๆทำหน้าตาเศร้าซึม ก็เข้าใจว่าเขายังสะเทือนใจเรื่องศิริกัญญา

    “เสียใจที่ทำร้ายคุณศิริกัญญาเหรอคะ”

    “ไม่มีงานทำเหรอคุณ ถึงได้มาตามจับผิดผม”

    “ถ้าเสียใจก็แปลว่าสำนึกผิดแล้ว คุณก็ยอมรับผิดสิคะ”

    “อยู่ดีๆจะให้ผมเดินไปให้ตำรวจขัง ประสาท! นี่แอบตามผมมาตอนไหน”

    “ลูกค้ามารอคุณที่สำนักงาน ฉันโทร.หา คุณไม่รับ เลยโทร.ถามคุณอนันต์”

    ชินภัทรหุนหันกลับสำนักงานไปแล้ว ทิ้งชนิกาให้มองตามงงๆ สับสนในใจอย่างบอกไม่ถูก สุดท้ายเลยต้องโทร.ไปปรึกษาแสงถึงอาการเหมือนผีเข้าผีออกของสามีหลอกๆ

    “ไม่มีหรอกค่ะ ข่มขืนผู้หญิงแล้วมานั่งเสียใจทีหลัง ผู้ชายที่ข่มขืนผู้หญิงแล้วยังเป็นผู้หญิงที่เป็นแฟนเพื่อนอีก ต้องเลวมาก เป็นคนไม่มีหัวใจ ป้าว่าคุณชินภัทรไม่ได้ทำร้ายผู้หญิงคนนั้น”

    “นิสับสนจริงๆนะคะป้า ดูเขาสะเทือนใจมากถึงขนาดน้ำตาซึม ทั้งที่เขาเป็นคนเจ้าอารมณ์ไม่เคยแคร์ใคร แต่เรื่องนี้ทำให้เขาเสียใจได้ จนทำให้นิสงสัยว่าเขาถูกกล่าวหาเหมือนที่เขาบอกรึเปล่า แต่ผู้หญิงเราจะโกหกว่าตัวเองโดนข่มขืนไปเพื่ออะไรคะ ที่สำคัญคุณศิริกัญญาถึงกับฆ่าตัวตายหนีอายนะคะป้า”

    “ผัวเมียกัน ถามไปตรงๆเลยสิคะ”

    “ปากเขาเหมือนตู้เซฟค่ะป้าแสง ต้องรู้รหัสถึงจะเปิดปากได้...”

    แต่ถึงจะบอกแสงไปแบบนั้น ชนิกาก็พยายามแอบถามจากคนใกล้ตัวชินภัทร แต่ก็ไม่ได้ความอะไรมากนอกจากชายหนุ่มเป็นคนแข็งกร้าวและไม่ค่อยแสดงอาการทุกข์ใจให้ใครเห็น อดีตคุณหนูไม่อยากเชื่อและตัดสินใจสะกดรอยตามเขาจนถึงวัด สถานที่เก็บอัฐิของศิริกัญญาในเวลาต่อมา

    ชินภัทรไม่รู้ตัวว่าถูกเมียปลอมๆตาม มัวพูดกับที่เก็บอัฐิของศิริกัญญาเนื่องในวันครบรอบวันตายของเธอ

    “หนึ่งปีมานี่ ชีวิตผมมีแต่ความทุกข์ ทุกข์เพราะคำด่าทอ ทุกข์เพราะคำกล่าวหา ผมโกรธคุณนะศิ...โกรธมาก คุณตั้งใจทำลายชีวิตผม แต่ตอนนี้ผมอยากเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงที่ผมรัก ผมจะยุติความโกรธแค้นนี้ศิริกัญญา... ผมขอให้เราอโหสิกรรมต่อกันนะ”

    ศรีจันทร์มาทำบุญให้ลูกสาว เห็นชินภัทรก็ถลาไปเอาเรื่อง ปากระถางธูปใส่จนเลอะไปหมด ชนิกาต้องลากตัวเขาออกไป แต่ก็ไม่วายโดนด่าโทษฐานตามมาโดยไม่ได้รับอนุญาต

    “ผมจ้างคุณเป็นเมีย ไม่ใช่นักสืบ!”

    “คุณเสียใจที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ข่มขืนคุณศิริกัญญาใช่ไหมคะ”

    ไม่มีคำตอบจากชินภัทร ชนิกาไม่อยากเซ้าซี้ ยอมตามเขากลับบ้านเงียบๆแต่ก็ไม่วายโดนอาภาแดกดัน เหน็บว่าเธอเป็นพวกเกาะติดสามี ไม่ทำงานทำการ ชินภัทรได้ยินทุกอย่างแต่ไม่แก้ตัวแทนเหมือนเคย เพราะยังเคืองที่เธอแอบตามเขาไปถึงวัด ชนิกาแปลกใจท่าทางของเขามาก แต่ก็เลือกจะเงียบเพราะคิดว่ายังไม่ใช่เวลาสมควร

    ooooooo

    แล้วกลางดึกคืนเดียวกันนั่นเอง ชนิกาก็ได้คำตอบถึงข้อสงสัยว่าเหตุใดสามีหลอกๆของเธอถึงมีท่าทางเซื่องซึมในระยะหลังๆ นายหัวหน้าเข้มฝันร้าย สะดุ้งตื่นพร้อมหอบหายใจถี่ อดีตคุณหนูเป็นห่วงเลยพยายามปลอบ แต่เสียงฟ้าผ่าด้านนอกก็ทำให้เขายิ่งสติแตก!

    “เสียงฟ้าผ่าเหมือน...เสียงปืนที่...ศิฆ่าตัวตาย!”

    “คุณเสียใจเรื่องผู้หญิงคนนั้น”

    “น้าศรีจันทร์เกลียดผม เพื่อนๆไม่มีใครเชื่อผม คิดว่าผมรังแกศิ”

    “คุณรู้สึกแย่กับคำประณาม”

    “หัวใจผมยังเต้น ไม่ใช่หัวใจคนตาย จะได้ไม่รู้สึกรู้สา”

    “คนที่น่ากลัวที่สุดคือคนที่ทำผิดแล้วไม่รู้ตัวว่าผิด ส่วนคนที่ทำผิดแล้วเสียใจคือคนที่ควรให้อภัยค่ะ”

    “ผมไม่ได้ต้องการการให้อภัยแต่ผมต้องการความเข้าใจ เชื่อใจว่าผมไม่ได้ทำร้ายศิ ไม่มีใครเชื่อผม... แม้แต่คุณ”

    พูดจบก็ล้มตัวนอนหนุนตักเธอดื้อๆ สบตาเรียกร้องความสงสารจนชนิกาหน้าแดง ตัวแข็ง เห็นใจเขาไม่น้อยแต่ก็ยังทำใจเชื่อไม่ได้ว่าเขาจะไม่ใช่ฆาตกร...

    เพราะอาการไม่ค่อยดีของเขาแท้ๆ ทำให้เช้าวันต่อมาชนิกาต้องดูแลเขาเป็นพิเศษ ชินภัทรเป็นปลื้มมากแต่ก็ไม่วายเป็นกังวล ไม่อยากให้เธอนำเรื่องความอึดอัดใจของเขาไปบอกต่อ

    “เมื่อคืนที่ผมเล่าให้คุณฟัง ผมเสียใจที่โดนน้าศรีจันทร์ด่า เสียใจที่เพื่อนๆหันหลังให้ คุณอย่าบอกใครนะชนิกา”

    “ไม่เห็นต้องอายเลยค่ะ ใครโดนด่าแรงๆอย่างคุณ โดนเพื่อนหักหลัง ก็รู้สึกแย่ รู้สึกเสียใจทั้งนั้นแหละค่ะ”

    “ผู้หญิงเสียใจ ใครๆก็สงสาร ผู้ชายเสียใจ ใครๆก็สมเพช ผู้ชายเกิดมาพร้อมกับความคาดหวังว่าต้องเข้มแข็ง”

    “ฉันจะไม่บอกใครค่ะ”

    ชินภัทรเอื้อมไปจับมือเธอพร้อมกับยืนยันหนักแน่นว่าเขาบริสุทธิ์ ไม่ใช่ฆาตกรข่มขืนอย่างที่ใครๆกล่าวหา ชนิกายังไม่เชื่อแต่ก็คล้อยตามไม่น้อยเพราะเขาไม่ได้มีท่าทีคุกคามอย่างที่ถูกกล่าวหาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

    อาภาเป็นเดือดเป็นร้อนแทนลูกชายมาก ตั้งท่าจะเอาเรื่องศรีจันทร์เต็มที่หากมาโวยวายอีก

    “อย่าถือน้าศรีจันทร์แกเลยครับ แกเสียลูกไปทั้งคน”

    “มันไม่ใช่ข้ออ้างที่มาแช่งลูกคนอื่นให้ไม่ตายดี ถ้าวันนี้เขามาทำให้ลูกเจ็บตัวอีก แม่จะเอาศรีจันทร์เข้าคุก!”

    “แรงมาแรงไป ปัญหาจะยิ่งบานปลายนะครับแม่”

    “ลูกเป็นผู้ชาย โวยวายคนแก่มันไม่ดี แต่แม่โวยได้ แม่ไม่เคยชอบที่ศรีจันทร์กล่าวหาลูกเสียๆหายๆ ถึงตอนนี้ ศรีจันทร์สมควรต้องหยุด!”

    ooooooo

    ชนิกากับอาภายังเป็นไม้เบื่อไม้เมากันเหมือนเดิม แต่วันนี้แตกต่างกว่าทุกวันที่ฝ่ายลูกสะใภ้ยอมอ่อนข้อ ขอคุยเป็นการส่วนตัวไม่อยากให้เอาเรื่องศรีจันทร์ให้ชินภัทรลำบากใจ

    “ดิฉันกำลังปกป้องคุณชินภัทรอยู่ค่ะ คุณอาภาเอา เรื่อง น้าคนนั้นก็ต้องมาลงที่คุณชินภัทร ด่าคุณชินภัทรแรงๆ”

    “ลูกชายฉันไม่สะเทือนหรอก เขาสนใจซะที่ไหน แต่ฉันทนไม่ได้ ฉันจะเอาเรื่องจนกว่าศรีจันทร์จะหยุด”

    “เห็นคุณชินภัทรแสดงออกเหมือนเข้มแข็งอย่างนั้น แต่ลึกๆเขาสะเทือนใจนะคะ”

    อาภานิ่วหน้าไม่เข้าใจ ชนิกาคิดนิดเดียวก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องเมื่อคืน

    “เมื่อคืนคุณชินภัทรบอกดิฉัน เขาเสียใจที่เพื่อนๆไม่เชื่อว่าเขาบริสุทธิ์ เสียใจที่โดนประณามว่าข่มขืนผู้หญิง คุณชินภัทรขอให้ดิฉันอย่าบอกใคร แต่ดิฉันเห็นว่าคุณอาภาเป็นแม่...ควรได้รู้ค่ะ”

    คำบอกเล่าของลูกสะใภ้ทำให้อาภาอ่อนท่าทีลง สีหน้าไม่ดีเลยเมื่อรู้ว่าลูกชายคนเดียวเก็บกดแค่ไหน

    “ฉันมั่นใจว่าเขาเสียใจค่ะ เมื่อคืนเขาฝันร้ายเพราะเสียงฟ้าผ่าทำให้เขานึกถึงเสียงปืนที่คุณศิริกัญญายิงตัวตาย ถ้าคุณอาภาไม่ลดราวาศอกให้น้าคนนั้นแจ้งความจับ จนเป็นเรื่องใหญ่โต คนที่โดนเอาคืนก็คือลูกชายคุณอาภานะคะ”

    “ชินภัทรเป็นคนเก็บความรู้สึก การที่เขาเล่าให้เธอฟัง แสดงว่าไว้ใจเธอ”

    “เขาเสียใจมากค่ะ น้ำตาซึมเลย”

    “ชินภัทรร้องไห้!”

    “ดิฉันแอบเห็นค่ะ...เรื่องนี้รู้กันแค่เราสองคนนะคะ”

    อาภาสงสารลูกชายมากและตัดสินใจเด็ดขาดจะไปร่วมงานทำบุญครบรอบวันตายของศิริกัญญาเพื่อปรับความเข้าใจกับศรีจันทร์ โดยไม่รู้เลยว่าชนิกาก็ไปด้วยเช่นกัน แต่หนีไปกับปาริฉัตรโดยไม่ให้ชินภัทรรู้

    ชนิกาขอลางานครึ่งวันโดยอ้างว่าจะไปโอนเงินให้แสงค่ารักษาพยาบาลพ่อ ชินภัทรอาสาพาไปแต่เธอก็ปฏิเสธและปลีกตัวไปร่วมงานที่วัดพร้อมปาริฉัตร ศรีจันทร์ได้เจอชนิกาเป็นครั้งแรกเลยถือโอกาสชวนคุย

    “ที่น้าอยากให้หนูมางานศิ อยากให้หนูเห็นว่าแม่ที่ต้องกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ลูกมันน่าเศร้าขนาดไหน ไปจากชินภัทรซะ ก่อนมันฆ่าหนูเหมือนที่ฆ่าลูกสาวน้า”

    ชนิกาอึ้งไป แต่ไม่ทันขยับปาก อาภาก็โผล่มาร่วมงานเสียก่อน

    “ศรีจันทร์...ฉันมาทำบุญให้ศิริกัญญา”

    “บุญกับบาป...มันลบล้างกันไม่ได้หรอกนะคะคุณอาภา ลูกชายคุณบาปหนา ทำบุญหมื่นวัดก็ต้องตกนรก”

    “อยากด่าก็ด่ามาให้พอ”

    ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อหู แต่ศรีจันทร์กลับไม่ยี่หระ ตอกเสียงเข้ม

    “แทนที่จะบอกให้ลูกยอมรับผิด คุณอาภาเข้าข้างลูก รักลูกไม่ลืมหูลืมตา ชินภัทรถึงกลายเป็นฆาตกร!”

    “ใช่! ฉันเป็นแม่ที่ไม่ดี ฉันผิด ศรีจันทร์โกรธแค้นก็มาลงที่ฉัน มาด่าประณามฉัน อย่าประณามลูกชายฉัน”

    “คิดแบบนี้ แม่ฆ่าคนตาย ลูกก็ติดคุกแทนน่ะสิคะ แม่ก็ส่วนแม่ ลูกก็ส่วนลูก ไม่ใช่ลูกทำบาปแล้วแม่รับกรรมแทนได้ ลูกชั่ว...ตัวลูกมันก็ต้องตกนรก!”

    “นี่ฉันตากหน้ามาให้ด่ายังไม่พอใจอีกหรอ หรือต้องให้ฉันตาย ศรีจันทร์ถึงเลิกรังควานลูกชายฉัน”

    “ฉันไม่อยากให้ใครตายทั้งนั้นแหละค่ะ นอกจาก... ชินภัทร ไอ้ฆาตกร!”

    ooooooo

    จากที่คิดว่าจะสงบศึกเพราะเห็นแก่ลูกชาย อาภาก็หวิดจะมีเรื่องกับศรีจันทร์เพราะทนไม่ได้ที่ลูกชายถูกประจานต่อหน้าธารกำนัล ชนิกาต้องแยกทั้งสองจากกันและพาแม่สามีไปขึ้นรถ

    อาภาถอนใจยาว เซ็งมากที่ถูกด่าโดยไม่ทันตั้งตัว ชนิกาเข้าใจดี ปลอบเสียงอ่อน

    “คุณชินภัทรโชคดีมากนะคะที่แม่ยอมเสียสละเพื่อเขาขนาดนี้”

    “ก็ฉันเพิ่งรู้จากเธอ เวลาโดนศรีจันทร์ด่า ชินภัทรเสีย...รู้กันแค่เราสองคนนะชนิกา”

    “ค่ะ...รู้กันแค่เราสองคน”

    อาภากลับไปแล้ว ทิ้งชนิกาให้คุยกับศรีจันทร์ จึงได้รู้จักศิริกัญญามากขึ้นว่าเป็นคนเรียบร้อย ชอบเข้าครัวทำอาหารและเย็บเสื้อผ้าด้วยตัวเอง ปานธงออกจากครัวมาพร้อมอาหารเตรียมฉันเพล ชนิกาปลีกตัวไปช่วย ศรีจันทร์หันไปคุยกับปาริฉัตรเลยได้รู้ความจริงอันน่ากลุ้มใจว่าปานธงหลงรักชนิกาภรรยาของชินภัทร!

    “ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรอเนี่ย ปานธงกับชินภัทรรักผู้หญิงคนเดียวกัน”

    “พี่ชินภัทรไม่ได้รักคุณนิค่ะ สถานการณ์เลยน่าเป็นห่วง ขนาดว่ารักพี่ศิ พี่ชินภัทรยังทำร้าย แล้วกับคุณนิ...”

    “น้าห่วงทั้งคู่นั่นแหละ ห่วงทั้งปานธง ห่วงทั้งชนิกา...”

    ศันสนีย์ไม่ได้คิดถึงเรื่องชนิกาอีกเลย มัวเพลินกับความสุขที่มีกับพัธนินทร์แฟนหนุ่มที่เฝ้ารอมานาน สถานการณ์กิจการของเขาดีขึ้นมากและวันนี้เขาก็มาหาเธอเพื่อพาไปฉลอง

    แต่เพียงไม่นานบรรยากาศชื่นมื่นก็ต้องเฉาทันตาเมื่อพัธนินทร์เปรยว่าอยากคืนเงินทุนให้ชนิกา ศันสนีย์ไม่อยากให้เขาติดต่อแฟนเก่าที่ดูก็รู้ว่ายังมีเยื่อใยเลยพยายามพูดกีดกัน

    “นิเขาได้สามีรวย เงินแค่ไม่กี่แสน เขาไม่มายด์หรอกค่ะ”

    “ไม่ต้องกลัว พัธไม่ติดต่อนิหรอก ศันโทร.หานิ บอกเขา พัธจะโอนเงินคืน ขอเลขที่บัญชีเขามา”

    “ได้ค่ะ...ศันจะถามเขาให้ ศันภูมิใจพัธมากนะคะ”

    “เพราะศันเป็นกำลังใจให้ พัธถึงไม่ท้อ อดทนจนมีวันนี้ ศัน...พัธจะพยายามเป็นผู้ชายที่ดีกว่านี้เพื่อศัน”

    “พัธจะดีกว่านี้อีกกี่เท่า ศันก็รักพัธเท่าเดิม เพราะที่ผ่านมา ศันรักพัธไปหมดหัวใจแล้วค่ะ”

    ooooooo

    หลังประกาศขายที่ไม่นานก็มีคนสนใจขอซื้อ แต่เมื่อนัดเจอกันชินภัทรก็แทบกระอักเมื่อเห็นว่าลูกค้าหนุ่มเป็นตัวแทนของปานธง นายหัวหน้าเข้มประกาศกร้าวจะไม่ขายให้เด็ดขาด

    “อ้าวเฮ้ย...เลือกลูกค้าด้วยเหรอวะ”

    “ญาติแกที่โทร.มาหลอกอนันต์ไม่บอกหรอ เงื่อนไขการขายของฉันห้ามทำสวนยาง แล้วแกจะซื้อไปทำไม”

    “แกอยากลดพื้นที่ปลูกยาง มันสิทธิ์ของแก ฉันอยากขยายพื้นที่ปลูกยาง มันก็สิทธิ์ของฉัน”

    “ไอ้ธง...เราเถียงกันในที่ประชุมก็พอแล้ว อย่าลามมาตีกันข้างนอกเลย อีกเหตุผล...ที่ฉันขายสวนยางที่ติดกับสวนแกเพราะไม่อยากอยู่ใกล้แก เบื่อมีเรื่องกับแก แล้วฉันจะขายให้แกทำไม!”

    กว่าชนิกาจะกลับสำนักงานอีกครั้งก็ช่วงบ่าย อมีนารอต่อปากต่อคำอยู่แล้ว แต่ก็ต้องล่าถอยเหมือนเดิมเพราะเถียงสู้ชนิกาไม่ได้ อดีตคุณหนูเบื่อมากต้องทะเลาะกับอมีนา แต่เพียงไม่นานก็ยิ้มได้เมื่อเห็นสายเข้าจากศันสนีย์

    ศันสนีย์แกล้งทำมึนเพิ่งรู้เรื่องงานแต่ง ทั้งที่ความจริงสะใจมากที่กำจัดชนิกาออกจากชีวิตพัธนินทร์ได้อย่างถาวร และที่โทร.มาวันนี้ก็แค่ขอเลขบัญชีให้พัธนินทร์เท่านั้น

    ชนิการับปากจะส่งเลขบัญชีให้และวางสาย ศันสนีย์ดีใจที่ทุกอย่างใกล้จบ แต่กลับได้หัวเสียเมื่อจู่ๆพัธนินทร์ก็แจ้งข่าวว่าจะกลับเมืองไทยไปร่วมงานครบรอบแต่งงานของพ่อแม่และจะนำเงินไปให้ชนิกาเอง

    ชนิกายังไม่รู้ตัวว่าพัธนินทร์จะมาหา มัวแปลกใจเมื่อค้นเจอกล่องนาฬิกาเรือนหรูในตู้เสื้อผ้าของชินภัทร

    “ของขวัญแต่งงานธงกับศิ เห็นเข้าคู่กันผมเลยซื้อ ผมยังซื้อแพ็กเกจฮันนีมูนให้ธงด้วย หมอนั่นรักทะเลมาก ผมเลยซื้อแพ็กเกจฮันนีมูนสวีตที่มัลดีฟส์ให้”

    “คุณคงเสียใจมากสินะคะ ผู้หญิงที่คุณหลงรักจะแต่งงานกับเพื่อนของตัวเอง”

    “ผมไม่ได้รักศิ”

    ชนิกามองมาไม่เชื่อ ชินภัทรต้องยืนยันเสียงเข้ม

    “ธงมันบอกคุณสินะว่าผมรักศิ มันเข้าใจผิด ผมไม่เคยรักศิ”

    อดีตคุณหนูยังไม่พูดอะไร ทำใจเชื่อไม่ได้ แต่ชินภัทรก็ไม่สน เล่าถึงอดีต

    “วันเผาศิ...แพ็กเกจทัวร์ส่งมาถึงบ้านผม ใบจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบินชื่อธงกับศิ ผมไม่มีโอกาสให้ผมเลยเผาส่งไปให้เผื่อศิจะได้รับ ส่วนนาฬิกานี่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงกับมันดี...”

    เวลาเดียวกันที่ห้องอาภา...อมีนามาออดอ้อนเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับชินภัทร และเมื่อได้รู้ว่าเขาเคยอกหักอย่างแรงจากแฟนเก่าที่เป็นสาวเปรี้ยว ก็ตัดสินใจทันทีจะเลิกแอ๊บเป็นสาวเรียบร้อยและจะกลับไปเป็นตัวเอง!

    ooooooo

    นอกจากข้อมูลของชินภัทร อมีนายังได้รู้ความลับของชนิกาว่าไม่ได้ไปโอนเงินเมื่อกลางวันอย่างที่อ้างกับชินภัทร แต่แอบไปทำบุญที่วัด สาวเปรี้ยวไม่รอช้า แจ้นไปฟ้องชินภัทรแต่เขากลับไม่ยี่หระและไล่ให้เธอไปนอน

    แต่ที่อมีนาคิดไม่ถึงคือชินภัทรไปเอาเรื่องชนิกาที่แอบไปทำบุญให้ศิริกัญญาโดยไม่บอกเขาหลังจากนั้น

    “บอกแล้วจะให้ไปไหมล่ะคะ”

    “จะพาไปส่งหน้าวัดเลย”

    “ฉันจะไปรู้หรอ คุณคิดยังไง กลัวคุณไม่ให้ไป”

    “ใครมารับ ไอ้ธงใช่ไหม แอบนัดแนะกับมันหนีผม ผมขอสั่งห้ามไม่ให้คุณเข้าใกล้ไอ้ธงอีกเด็ดขาด”

    “ทำไมฉันจะเข้าใกล้คุณปานธงไม่ได้”

    คำถามของเธอท้าทายและเย้ยหยันจนเขานึกโมโห ลืมตัวดึงเธอมาจูบอย่างหนักหน่วง

    “จูบแล้วจบ! จบกับไอ้ธงซะที เพราะคุณเป็นเมียผม!”

    “คนที่มารับฉันคือคุณปา ไม่ใช่คุณปานธง โทร.ถามคุณปาเลยค่ะ โทร.สิ!”

    ท่าทางโกรธจริงจังทำให้ชินภัทรเริ่มคิดได้ว่าภรรยาคนสวยพูดความจริง แต่กระนั้นก็ยังยอกย้อน

    “ตอนด่าก็ไม่เถียงล่ะ”

    “คุณให้โอกาสอธิบายไหมล่ะคะ คุณชอบใช้อารมณ์ ใช้กำลังหักหาญน้ำใจฉัน ออกไปค่ะ ฉันบอกให้ออกไป!”

    ชินภัทรต้องนอนโซฟานอกห้องเป็นการทำโทษ วาดกับอาภาไม่ชอบใจนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากบ่น อมีนาไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นจะตาย ลอกคราบจากสาวเรียบร้อยเป็นสาวเปรี้ยวในเช้าวันต่อมา สร้างความตกตะลึงให้แก่อาภาเป็นอย่างมาก ต่างจากชินภัทรกับชนิกาที่มองมาอย่างปลงๆ

    “แม่ผมต้องบอกน้องมีน สเปกผมต้องเซ็กซี่นิดๆแบบพวกสาวเปรี้ยว”

    “คุณชอบผู้หญิงเปรี้ยวเหรอคะ”

    “ผมถึงชอบคุณไง คุณก็เปรี้ยว...เหม็นเปรี้ยว”

    อมีนาเรียกร้องจะไปซื้อเสื้อผ้าในห้าง ชินภัทรเลยพาไป ชนิกานั่งรถไปด้วยแต่ขอแวะร้านกาแฟของปาริฉัตรเพื่อสืบเรื่องราวของศิริกัญญา

    “พี่ศิยิ่งผ้าพับไว้อีกค่ะ สมัยเสื้อสายเดี่ยวฮิตปาใส่มาร้าน โดนพี่ศิดุให้ไปหาเสื้อคลุมมาใส่ทับบอกว่าโป๊”

    “เอ...คุณชินภัทรชอบผู้หญิงเปรี้ยว เซ็กซี่ ไม่น่าจะรักคุณศิริกัญญานะคะ”

    “พี่ธงก็ชอบผู้หญิงเปรี้ยวค่ะ สเปกเดียวกับพี่ชินภัทร ที่พวกพี่รักพี่ศิเพราะอยู่กับพี่ศิแล้วสบายใจค่ะ ผู้ชายน่ะ ตั้งสเปกไว้อย่างนู้นอย่างนี้ ถึงเวลาเลือกแม่ของลูกก็เลือกผู้หญิงเรียบร้อย อยู่ด้วยแล้วเป็นตัวของตัวเอง เข้าใจกัน”

    ชนิกากลับบ้านเองหลังจากนั้น ปล่อยให้ชินภัทรเดินตามอมีนาซื้อของด้วยความเบื่อหน่าย โชคดีที่มีลูกค้าสนใจอยากซื้อที่ที่ประกาศขาย นายหัวหน้าเข้มเลยหายเซ็งได้บ้าง เพราะดูท่าฝ่ายนั้นจะสนใจที่ของเขาทีเดียว

    กว่าชินภัทรกับอมีนาจะถึงบ้าน ชนิกาก็จัดการงานในบ้านเกือบเสร็จแล้ว สาวเปรี้ยวเห็นท่าเย็นชาของชนิกาก็อดไม่ได้จะหาเรื่อง ประกาศศึกจะแย่งชินภัทรมาเป็นของตนให้ได้!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน
    19 ต.ค. 2564

    13:08 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 14:19 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์