นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คนละขอบฟ้า

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ชนิกาหัวเสีย เจ็บใจมากที่แผนค่ายคลิปแฉชินภัทรพังไม่เป็นท่า ส่วนนายหัวหน้าเข้มก็หงุดหงิดไม่ต่างกัน ไม่ใช่เพราะถูกเธอเข้าใจผิด แต่เพราะน้อยใจที่เธอไม่เคยมองเขาในแง่ดีเลยมากกว่า

    ปานธงไม่รู้เรื่องด้วย ฟื้นจากไข้ก็ต้องขึ้นกรุงเทพฯแต่เช้าเพื่อไปงานศพญาติ อาภาเป็นห่วงไม่อยากให้ขับรถเองแต่ปานธงก็ยืนยันจะไปให้ได้ ชินภัทรเลยเสนอให้คนขับรถโรงแรมไปส่งแต่อดีตเพื่อนรักก็ปฏิเสธ พร้อมกับโทร.ขอโทษชนิกาที่ไม่สามารถรอกลับพร้อมเธอ

    ปาริฉัตรไปกรุงเทพฯกับปานธงด้วย สองพี่น้องเลยถือโอกาสไปเยี่ยมสุวัฒน์และส่งวีดิโอไลน์ให้ชนิกาดู อดีตคุณหนูถึงกับน้ำตาไหลด้วยความคิดถึงพ่อ ชินภัทรผ่านมาเห็นโดยบังเอิญเลยตัดสินใจจะพาเธอเข้ากรุงเทพฯ

    ชนิกาตามอารมณ์เจ้านายหนุ่มไม่ทันนัก จู่ๆเขาก็แยกจากคณะของอาภาแล้วพาเธอนั่งรถมากรุงเทพฯ และสุดท้ายก็ทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว ต้องโพล่งถามระหว่างทาง

    “ถามจริงๆเถอะค่ะ คิดยังไงถึงพาฉันมากรุงเทพฯ”

    “ก็ได้ยินว่าอยากกอดพ่อไม่ใช่เหรอ...”

    อาการของสุวัฒน์ดีขึ้นและอาจจะได้กลับบ้านในเร็ววัน ชนิกาดีใจมาก ควักลูกแก้วหิมะมาให้พ่อดูเพื่อเป็นกำลังใจอยากให้เขาฮึดสู้กับโรคร้ายอีกครั้ง

    “ที่คุณพ่อซื้อลูกแก้วหิมะรูปบ้านให้นิเพราะคุณพ่อสัญญาจะซื้อบ้านให้นิอยู่ คุณพ่อขา...วันนี้นิเอาลูกแก้วหิมะมาให้คุณพ่อ นิสัญญาค่ะ...นิจะซื้อบ้านให้คุณพ่อ หายเร็วๆนะคะ แล้วไปอยู่บ้านใหม่ของเรากัน”

    ชินภัทรเห็นพ่อลูกได้เจอกันก็ปลื้มใจ ค่อยๆปลีกตัวไปรอหน้าห้อง แสงเห็นเลยได้รู้ว่าเขาจะรอรับทุกคนกลับบ้านหลังหมดเวลาเยี่ยม นึกเอะใจไม่น้อย...หรือว่านายจ้างหนุ่มจะมีใจกับคุณหนูของเธอ

    ระหว่างที่ชนิกามีช่วงเวลาดีๆกับพ่อ ศันสนีย์ก็มีช่วงเวลาดีๆเช่นกัน กับการหลอกตัวเองว่าได้เป็นแฟนพัธนินทร์ หญิงสาวทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของและถือวิสาสะบุกหาเขาถึงห้อง ดูแลเอาใจใส่อย่างดี พัธนินทร์อึดอัดใจมาก จนในที่สุดก็ต้องบอกความจริงในใจออกไป

    “ศันเป็นคนดี ควรได้แต่สิ่งดีๆ พัธจะไม่หลอกศัน ตอนนี้พัธยังไม่พร้อมมีใหม่”

    แต่ศันสนีย์ก็เลือกไม่รับรู้ เฉไฉเปลี่ยนเรื่อง “คาร์แคร์เป็นยังไงบ้างคะ ลูกค้าเยอะขึ้นหรือยัง”

    “ดีขึ้นบ้าง เรื่องเงิน...ศันไม่ต้องห่วงพัธแล้วนะ พ่อส่งเงินมาให้จากเมืองไทย พัธโทร.ไปบอกพ่อ ธุรกิจไม่ค่อยดี”

    “ดีจังเลยนะคะ มีพ่อช่วย พ่อศันไม่เคยเหลียวแลศันเลย”

    “คิดถึงพ่อก็โทร.หาสิศัน”

    “เคยโทร.ไป คุยคำสองคำพ่อบอกพ่อยุ่ง พ่อลืมไปแล้วว่ามีลูกสาวอีกคน”

    ท่าทางเก็บกดและน้อยใจของศันสนีย์ทำให้พัธนินทร์สงสาร เอื้อมไปบีบไหล่ปลอบใจ แต่แล้วก็ได้ถอนใจยาวแทน เมื่อเธอชวนเขาไปกินข้าวที่บ้านราวกับเป็นคู่รัก ฉลองให้เขาที่กิจการดีขึ้น โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนชวนนั้นแทบทรุดทันทีที่ลับตาเขา ช้ำใจเหลือเกินที่เขากล้าพูดตรงๆว่ายังไม่พร้อมมีคนใหม่...

    ooooooo

    ความเป็นสุภาพบุรุษและท่าทางอ่อนโยนของชินภัทรทำให้แสงเดาว่าเขาอาจมีใจกับคุณหนูของเธอ และทันทีที่เขามาส่งถึงห้องเช่า เธอก็ไม่รอช้าจะหยั่งเชิงจากชนิกา

    “นายจ้างคุณนิดูห่วงคุณนิจังนะคะ ทำไมคุณนิถึงเล่าให้ป้าฟังว่าไม่อยากทำงานด้วยล่ะคะ ดูเขาใจดีออก”

    “ผีออกอยู่น่ะค่ะ ป้าแสงต้องเห็นตอนเขาผีเข้า... เป็นคนละคน”

    แสงทำหน้าไม่อยากเชื่อ เพราะเท่าที่เห็น ชินภัทรก็สุภาพและอ่อนน้อมดี แถมดูแลลูกจ้างดีอีกต่างหาก แต่กระนั้นเธอก็ไม่อยากซักไซ้มาก ไม่อยากให้ชนิกาลำบากใจ

    แต่คนลำบากใจแทนกลับเป็นชินภัทร ที่ต้องรับมือความโกรธของอาภาที่บินตามมาถึงกรุงเทพฯด้วย นายหัวหน้าเข้มรู้ดีว่าทำให้แม่ไม่พอใจ แต่ก็ไม่ยอมแก้ตัวเพราะคิดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด

    อาภาหัวเสียมากจนต้องโทร.ไประบายกับรจนาซึ่งรอฟังข้อแก้ตัวของชินภัทรด้วยใจจดจ่อ

    “ไม่ได้คุยกันเรื่องนั้น ฉันไม่ได้ต่อว่าลูก ชินภัทรน่ะหัวรั้น ยิ่งด่าว่ายิ่งต่อต้าน ต้องใช้น้ำเย็นเข้าลูบถึงจะคุมอยู่”

    “ลูกชายเธอต้องรักผู้หญิงคนนั้นมากนะ ถึงขนาดหนีแม่พาเขามากรุงเทพฯ”

    “รักซะที่ไหน กำลังหลงผิดต่างหาก แม่นั่นต้องใช้มารยาหญิงล้านเล่มเกวียนออดอ้อนให้ชินภัทรพามา”

    “ลูกสาวฉันเทียบไม่ได้เลย มีนน่ะใสซื่อ ไม่ทันคน”

    รจนาเชื่อสนิทและรู้สึกผิดมาก อมีนารู้ดี รับสายต่อจากแม่และแกล้งพูดเหมือนเป็นคนดี

    “คุณป้าอย่าโกรธพี่ชินภัทรเลยนะคะ พี่ชินภัทรมีน้ำใจขับรถพาผู้หญิงคนนั้นกลับบ้านที่กรุงเทพฯ”

    “โถลูก...น่ารักน่าเอ็นดู ไม่เหมือนแม่นั่น ถนัดแต่อ้อนผู้ชาย...ป้าจะทำให้ชินภัทรเห็นให้ได้ว่าใครคือเพชรแท้”

    “คุณแม่อบรมมีนมาดีน่ะค่ะคุณป้า”

    “ป้ารู้...หนูมีคนมาจีบ แต่เมื่อหนูให้โอกาสลูกชายป้าแล้วก็อดทนอีกนิดนะลูก อีกเดี๋ยวพี่เขาก็เลิกเห็นกงจักรเป็นดอกบัว ขอเวลาป้าจัดการปัญหาหน่อยนะ”

    “ค่ะคุณป้า แต่คุณป้าจะทำอะไรคะ”

    “ไล่แม่ชนิกาออกจากชีวิตชินภัทร!”

    ระหว่างที่อาภากับอมีนารวมหัวกันวางแผนไล่เธอออกจากชีวิตชินภัทร ชนิกาหมกมุ่นกับการหาซื้อบ้านหลังเล็กๆเพื่อให้พ่อพักรักษาตัวหลังออกจากโรงพยาบาล แต่แล้วก็ต้องเครียดหนัก เมื่อหมอพูดถึงอาการของพ่อว่าอาจมีอาการกำเริบอีกครั้ง หากเครียดหรือมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจ

    พลันเรื่องบ้านถูกเจ้าหนี้ยึดก็ทำให้ชนิกาต้องคิดหนัก รู้ดีกว่าใครว่าพ่อผูกพันกับบ้านหลังใหญ่แค่ไหน อดีตคุณหนูถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่รับปากพ่อว่าจะพากลับบ้านทันทีที่ได้ออกจากโรงพยาบาล

    แต่เรื่องก็ไม่ง่าย เพราะเงื่อนไขของเจ้าหนี้ที่จะยอมให้ซื้อบ้านคืนนั้นไม่ธรรมดา

    “ทางผมน่ะไม่มีปัญหาแต่ทางหนูมีปัญหาหรือเปล่า ผมขายคืนพร้อมดอกเบี้ย”

    “เท่าไหร่ก็ซื้อค่ะ ปีแรกดิฉันขอผ่อนเดือนละห้าหมื่นบาท พอหนี้โรงพยาบาลหมด ดิฉันจะผ่อนให้เดือนละแสน”

    “กลัวจะเข้าอีหรอบเดิมน่ะสิ ผ่อนไม่ไหว”

    “ดิฉันจะร่างสัญญากู้ซื้อบ้าน เซ็นชื่อกำกับค่ะ”

    “ไม่อยากเสี่ยงแล้ว ตอนพ่อหนูมาขอจำนองบ้าน ผมให้เงินสด ผมก็อยากได้เงินสด ไม่ให้ผ่อน”

    ชนิกาหน้าเสีย ตัดสินใจบอกสถานการณ์ของตัวเอง

    “ทั้งเนื้อทั้งตัวหนูมีเงินไม่ถึงหมื่น ทุกวันนี้ต้องรอเงินเดือนออกถึงผ่อนค่ารักษาคุณพ่อได้”

    “บ้านพ่อหนูน่ะ มีคนมาติดต่อขอซื้อหลายคน”

    “อย่าขายนะคะ คุณพ่อรักบ้านหลังนั้นมาก เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตสร้างมา”

    “อยากได้บ้านคืนให้พ่อ หนูก็ต้องเอาเงินสดมาวาง”

    อดีตคุณหนูแทบร้องไห้ ขอร้องให้เจ้าหนี้เห็นใจเพราะโกหกพ่อไว้ ไม่อยากให้อาการทรุดหนัก

    “หนูได้รับกระเช้าเยี่ยมพ่อหนูจากผมไหม”

    ชนิกาส่ายหน้า แล้วก็ถึงกับหน้าซีดเมื่อได้ยินประโยคปิดท้าย

    “แล้วทำไมหนูถึงคิดว่าผมจะสงสารยอมช่วยหนูล่ะ...”

    ooooooo

    ชนิกาต้องกลับไปพร้อมความผิดหวัง เมื่อปานธงทราบเรื่องก็พาไปเดินสวนปลอบใจ ทิ้งแสงให้พูดคุยกับปาริฉัตรตามลำพัง โดยเฉพาะเกี่ยวกับความรู้สึกของปานธงที่มีต่อชนิกา

    “พี่ชายคุณปาเอาใจใส่คุณนิมากเลยนะคะ”

    “อืม...พี่ธง...ชอบคุณนิค่ะ ป้าแสงไม่ว่านะคะที่พี่ธงจีบคุณนิ”

    “ถึงคุณนินับถือป้าแต่ป้าก็ไม่ล้ำเส้นเจ้านายหรอกค่ะ ป้าเป็นคนใช้ ป้าก็แค่อยากให้มีผู้ชายดีๆมาดูแลคุณนิ”

    “พี่ธงชอบคุณนิแต่แรกเห็น พอรู้จักก็ประทับใจนิสัย ความดีของคุณนิ ตอนนี้ปาว่าไม่ใช่แค่ชอบ...พี่ธงรักคุณนิ”

    ความรู้สึกของปานธงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่ที่ทำให้แสงหนักใจมากกว่า คงหนีไม่พ้นข้อมูลจากปาริฉัตรที่ว่าปานธงกับชินภัทรเคยเป็นเพื่อนรักกัน แถมดูท่าจะชอบชนิกาเหมือนกันอีกต่างหาก ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย...

    ชินภัทรยังไม่รู้เรื่องกลุ้มใจของชนิกา รับศึกหนักตั้งแต่เช้า เมื่อรจนากับอมีนามาหาถึงบ้าน นายหัวหน้าเข้มที่ทำงานเก่ง กลับต้องมีสีหน้าลำบากใจเมื่อถูกแม่รุกหนัก ประกาศกลางโต๊ะอาหารจะให้อมีนาไปทำงานที่สุราษฎร์ด้วย

    อมีนารอจังหวะอยู่แล้ว ตีหน้าใสซื่อแสร้งทำเป็นเอียงอายจะต้องทำงานกับเขา ชินภัทรถึงกับพูดไม่ออก อาภาเลยรวบรัดตัดความ บงการให้เขาพาอมีนาไปอยู่ที่บ้าน พร้อมรับส่งถึงที่ทำงานทุกวันด้วย

    ขณะที่ชินภัทรเจอสถานการณ์ลำบาก ปานธงก็เร่งทำคะแนนกับชนิกา เอาอกเอาใจทุกอย่าง อยากให้เธอผ่อนคลายความกังวลใจเรื่องซื้อบ้านคืนให้พ่อ แต่ก็ต้องหน้าเจื่อนเมื่อเธอร้องไห้ตอนเขาชวนไปให้อาหารปลา

    “ตอนเด็กๆนิชอบอ้อนให้คุณพ่อพาไปให้อาหารปลาที่วัด คุณพ่อสานตะกร้าให้นิใบนึง ให้ใส่ขนมปังไปให้ปลาค่ะ เราพ่อลูกไปให้อาหารปลาด้วยกันเกือบทุกสัปดาห์”

    “พ่อคุณนิต้องรักคุณนิมากนะครับ”

    “เรามีกันแค่สองคนพ่อลูก พ่อทำงานเหนื่อยให้นิมีชุดสวยๆใส่ มีบ้านดีๆอยู่ แต่นิ...นิไม่มีปัญญาทดแทนบุญคุณคุณพ่อ แค่บ้านหลังเดียวนิก็ซื้อคืนให้คุณพ่อไม่ได้”

    ชนิกาสะอื้นหนักขึ้น สะเทือนใจมากจนเขาต้องปลอบเสียงอ่อน

    “ผมไม่ได้พกผ้าเช็ดหน้ามา มีแต่...บ่าซับน้ำตาให้คุณนิครับ”

    สายตาสื่อความในใจของเขาไม่ได้ทำให้ชนิกาอุ่นใจ อึดอัดมากกว่าเพราะไม่เคยคิดเกินเลยกับเขานอกจากความเป็นเพื่อน โชคดีที่ปาริฉัตรกับแสงตามมาสมทบ ชนิกาเลยผละจากเขามาได้

    ooooooo

    รจนากับอมีนากลับไปแล้ว ทิ้งความลำบากใจไว้ให้แก่ชินภัทร ต้องถูกแม่บงการให้ช่วยดูแลสองแม่ลูกอย่างดีเมื่อกลับถึงสุราษฎร์ และในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวต้องโพล่งออก

    “สิ่งที่แม่พยายามทำไม่ได้ผลหรอกครับ ผมไม่ได้ชอบน้องมีน ต่อให้นอนห้องเดียวกัน ผมก็ไม่แตะ”

    “ชอบแตะแต่แม่ชนิกา ผู้หญิงคนนั้นกำลังหลอกลูกนะชินภัทร เขาอยากได้เงินลูก”

    “เขาเอาเงินไปรักษาพ่อ ไม่ได้เอาไปเที่ยวเตร่ซื้อของแพงๆไร้สาระ แม่ครับ...แม่ไม่ใช่คนตีค่าใครที่เงินนี่ครับ”

    “แม่ไม่ได้รังเกียจที่บ้านเขาล้มละลาย แม่ชื่นชมด้วยซ้ำที่เขาหาเงินรักษาพ่อแต่แม่ไม่ชอบวิธีการหาเงินของเขา”

    “เขาทำงานแลกเงินนะครับ ผิดตรงไหน”

    อาภาถอนใจยาว ก่อนจะตัดสินใจถามตรงๆ

    “ชนิการักลูกไหม...ลูกบอกมาคำเดียว ลูกกับเขารักกัน แม่จะไปสู่ขอเขาให้ลูก”

    ชินภัทรถึงกับพูดไม่ออก แล้วก็แทบผงะเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของแม่

    “ผู้หญิงที่ยอมให้ผู้ชายกอดจูบทั้งที่ไม่รัก มันก็คือเอาตัวแลกเงินนั่นแหละ ชนิกาไม่มีค่าพอให้ลูกรัก”

    อมีนากับรจนาไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจว่าจะทำให้ชินภัทรประสาทเสียแค่ไหน มัวดีใจที่แผนจับเขาได้ผล

    “เพราะลูกสาวแม่ช่างคิด โทร.ไปขออาภาย้ายไปทำงานสุราษฎร์”

    “ป้าอาภาก็รับลูกให้มีนไปอยู่บ้านพี่ชินภัทร”

    “แต่งกับชินภัทรเมื่อไหร่ แม่จะขอสินสอดยี่สิบล้าน ขนหน้าแข้งอาภาไม่ร่วงหรอก”

    “ยี่สิบล้านนี่แค่เบาะๆนะคะคุณแม่ สมบัติทั้งหมดของพี่ชินภัทรต้องเป็นของมีน”

    “ของมีนก็เหมือนของแม่”

    “ฝันมีนใกล้เป็นจริงแล้วค่ะ มีนจะได้ครอบครองผู้ชายที่ถูกใจ ได้อยู่บนกองเงินกองทอง ใช้ชีวิตหรูหราจนตาย!”

    ชินภัทรปัดเรื่องไม่สบายใจทิ้งแล้วแวะไปหาชนิกาที่โรงพยาบาล ทันได้เห็นเธอหลับแบบหมดสภาพจนเสื้อเลิกขึ้นเห็นเนื้อนวลๆ นายหัวหนุ่มหวงไม่อยากให้ใครเห็นเลยนั่งบังไว้ จนแสงกลับจากซื้อของ เขาถึงได้ขยับตัว

    แสงประทับใจความเป็นสุภาพบุรุษของชินภัทรที่ไม่ฉวยโอกาสกับชนิกา แต่ไม่ทันเอ่ยชมก็ต้องนั่งเงียบ เมื่อคุณหนูของเธอถกเถียงกับเขาหลังจากนั้นเรื่องซื้อบ้านคืน

    “คุณไม่ควรโกหกพ่อนะชนิกา มันไม่ถูก”

    “ฉันคิดดีแล้วค่ะ”

    “คุณมันขายผ้าเอาหน้ารอด แก้ปัญหาไม่ได้เลยใช้วิธีโกหก พ่อคุณจะรู้สึกยังไงถ้ารู้ความจริงทีหลัง ท่านจะเสียใจแค่ไหน นี่เหรอ...ลูกที่ดี”

    “หมอห้ามไม่ให้คุณพ่อเครียด ไม่งั้นความดันจะขึ้น อาการคุณพ่อจะทรุดลงอีก ฉันเลยต้องปิดเรื่องบ้านไว้ก่อน รอให้พ่อหายดีแล้วค่อยบอก คุณมันชอบตัดสินคนอื่นทั้งๆที่ไม่รู้อะไรเลย!”

    ชินภัทรหน้าเสีย แล้วก็ต้องจ๋อยกว่าเดิมเมื่อได้ยินประโยคต่อมา

    “อย่าเอาบรรทัดฐานตัวเองตัดสินคนอื่น คนเราทำอะไรเขาก็ต้องมีเหตุผลของตัวเอง คนใจแคบอย่างคุณฟังแล้วเข้าใจมั่งไหมคะ ไม่ต้องไปส่งฉันแล้วนะคะ ฉันกลับเอง!”

    ooooooo

    ชนิกาพาแสงนั่งแท็กซี่กลับห้องเช่า ชินภัทรเป็นห่วงแอบตามห่างๆ ทันเห็นขี้เมาคนหนึ่งตามพวกเธอไป นายหัวหนุ่มไม่รอช้าตามไปช่วย เลยได้หน้าแตกยับเมื่อรู้ว่าขี้เมาคนนั้นแค่เอาของที่พวกเธอทำหล่นมาคืน

    แสงเชิญชินภัทรมานั่งพักในห้อง ชนิกายังเคืองไม่ยอมพูดด้วย เขาเลยตัดสินใจขอโทษ

    “เอ...แฟลตก็ไม่สั่น แผ่นดินไม่ไหว คุณขอโทษฉันอีกแล้ว”

    “ขอโทษก็ด่า ไม่ขอโทษก็ด่า เอายังไงคุณ”

    “ไม่อยากขอโทษบ่อยๆก็อย่าใช้อารมณ์ตัดสินคนอื่นสิคะ”

    “เรื่องบ้านพ่อ ทำไมไม่ซื้อคืนล่ะชนิกา คุณได้เงินเดือนจากผมตั้งเยอะ”

    “เจ้าหนี้ไม่ยอมให้ผ่อนค่ะ”

    “เจรจากับเขาดีๆ พวกเจ้าหนี้เงินกู้ชอบกินดอกเบี้ย”

    “เขาพูดถึงขนาดกระเช้าดอกไม้ยังไม่เคยส่งมาเยี่ยมคุณพ่อ คิดเหรอเขาจะสงสาร ยอมให้ผ่อนบ้าน”

    ชินภัทรถอนใจยาว เห็นใจเธอไม่น้อย เขาอยากจะแนะนำบางอย่างแต่ก็ต้องยั้งไว้เมื่ออาภาโทร.มา เขาโกหกว่าอยู่บ้านเพื่อนแต่อาภาก็รู้ทันว่าเขาคงขลุกตัวอยู่กับชนิกา

    อาภายอมวางสายลูกชายแบบไม่เต็มใจนัก ไม่ชอบใจเลยที่ชินภัทรไปติดพันคุณหนูตกยากอย่างชนิกา ภาพในอดีตตอนลูกชายอกหักเพราะรักครั้งแรกยังหลอกหลอน เวลานั้นเธอจำได้ดีว่าเขาผิดหวังแค่ไหน...

    “เขาทำอย่างนี้กับผมได้ยังไงครับแม่ แอบคบผู้ชายอีกคน ปล่อยให้คนอื่นมองผมเป็นไอ้โง่”

    “คนโง่กับคนซื่อสัตย์ไม่เหมือนกันนะลูก ชินภัทรเป็นคนซื่อสัตย์รักเดียวใจเดียวเลยคิดว่าผู้หญิงเขาจะมีลูกคนเดียวเหมือนกัน ดีซะอีก เห็นธาตุแท้เขาวันนี้ ไม่ใช่แต่งงานไปแล้วเขามีชู้จะเจ็บหนักกว่านี้หลายเท่า”

    “ผมยังคิดไม่ออกเลยครับว่าถ้าเจ็บกว่านี้อีก มันจะเจ็บแค่ไหนกัน”

    “ลูกผู้ชายควรเสียน้ำตาแค่สามครั้งในชีวิต ครั้งแรกตอนพ่อตาย ครั้งที่สองตอนแม่ตาย ครั้งสุดท้ายตอนเมียที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตาย”

    ภาพลูกชายคนเดียวร้องไห้ค่อยๆเลือนหายไป อาภาสีหน้าเข้มขึ้น พึมพำเสียงกร้าว

    “แม่จะไม่ยอมให้ลูกต้องเสียน้ำตาเพราะผู้หญิงไร้ค่าอีกเด็ดขาด!”

    ชินภัทรไม่ได้รับรู้ความเป็นห่วงของแม่ เขาอยู่คุยกับชนิกาอีกพักจึงขอตัวกลับ โดยมีแสงตามมาส่ง

    “แก๊งกินเหล้ากลับนิวาสสถานไปแล้ว ไม่งั้นผมโดนเอาคืน”

    “รู้จักคุณแล้ว ป้าสบายใจขึ้นเยอะค่ะ คุณนิอยู่สุราษฎร์มีคุณปกป้องคุ้มครอง”

    “ตอนอยู่สุราษฎร์ คุณนิของป้าชอบแอบไปไหนคนเดียวครับ มีวันหนึ่ง ดึกแล้วยังไม่กลับบ้าน ผมตามหาให้ควั่ก ที่ไหนได้ หนีไปดูหนัง”

    “แล้วได้ลงโทษไหมคะ คุณนิหนีเที่ยว”

    “ลงโทษอะไรล่ะครับ แค่เห็นเขากลับมาบ้านผมก็ดีใจแทบแบกคุณนิของป้าแห่รอบบ้าน”

    แสงยิ้มขำด้วยความเอ็นดู ส่วนชินภัทรเขินมาก เสเรียกเด็กขายพวงมาลัยจะซื้อไปง้อแม่ แล้วก็เปลี่ยนใจกลับเข้าห้องแทนเมื่อกลับไปทันได้ยินแผนการของแม่กับรจนาจะจับเขาหมั้นหมายกับอมีนา

    “เหตุผลที่ยังไม่ขอแต่งงานเพราะลูกชายฉันพยศมาก ถ้าแค่หมั้นยังพอว่า ถ้าบังคับให้แต่งเลยคงไม่ยอมแน่”

    “แล้วลูกชายเธอจะยอมหมั้นหรอ”

    “ชินภัทรเกรงใจญาติผู้ใหญ่ฝ่ายพ่อ ฉันจะขอให้ลุงชินภัทรมาช่วยพูด หมั้นสักปีค่อยแต่ง ถึงตอนนั้น...ฉันมั่นใจว่าหนูมีนต้องเอาชนะใจชินภัทรได้แล้วแน่”

    ooooooo

    ชินภัทรคิดหนักจะหาทางหนีจากการหมั้นหมายกับอมีนา เช่นเดียวกับชนิกาที่ต้องตอบคำถามของแสง เกี่ยวกับความรู้สึกของเธอที่มีต่อชินภัทรกับปานธง

    “ผู้ชายสองคนนั้นเข้ามาพัวพันคุณนิ แลดูเป็นคนดีทั้งคู่ คุณนิชอบใครคะ”

    “กับคุณปานธง...นิชอบแบบเพื่อน บางครั้งเผลอทำตัวสนิทจนกลัวเขาเข้าใจผิด ส่วนคุณชินภัทร...นิเกลียด”

    “อ้าว...เกลียดเขาทำไมคะ เขาเป็นคนดีออก”

    “คนดีที่ไหนข่มขืนผู้หญิงคะ”

    “คุณชินภัทรข่มขืนผู้หญิง! ป้าไม่อยากเชื่อเลย เขาดูเป็นสุภาพบุรุษมากนะคะ”

    “คนที่เล่าเรื่องนี้ให้นิฟังคือคุณปานธงค่ะ นิไม่คิดว่าคุณปานธงจะโกหกหรอกนะคะ”

    “ป้าก็ไม่ได้ว่าคุณปานธงโกหกแต่อาจเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ได้นะคะ ลองคิดดูสิคะ คุณนิอยู่บ้านเขามาเป็นเดือน เขาเป็นคนยังไง เป็นคนดีหรือเป็นคนเลว คุณนิดูไม่ออกเลยเหรอคะ”

    คำถามเตือนสติของแสงทำให้ชนิกาต้องทบทวนความทรงจำหลายวันที่ผ่านมา ทั้งตอนที่เธออกหักและทุกข์ใจเรื่องพ่อ เขาก็คอยตามมาให้กำลังใจและปลอบโยนเธอเสมอ

    “นึกๆไป บางทีเขาก็ดีกับนินะคะ ปลอบใจเวลานิเศร้า”

    “เห็นไหมคะ คุณนิยอมรับแล้วว่าเขามีส่วนดี”

    “แต่เขาเป็นผู้ชายเจ้าอารมณ์ เอาแน่เอานอนไม่ได้ เวลาดีก็ดีใจหาย เวลาร้ายก็ร้ายหายห่วง”

    “เวลามองใคร อย่าใช้แค่ตามอง ให้ใช้ใจมองด้วย ถึงจะเห็นตัวตนข้างในค่ะ”

    ชนิกาไม่ทันสะระตะความดีของเจ้านายหนุ่ม

    ชินภัทรก็โทร.มาเสนอแผนแลกกับเงินค่าจ้างก้อนใหญ่ไถ่บ้านเธอคืนทั้งหลัง แลกกับการจดทะเบียนสมรสกับเขาเพื่อหนีการหมั้นหมายกับอมีนา

    ข้อเสนอล่าสุดของชินภัทรทำให้ชนิกาปฏิเสธไม่ลง ตกปากรับคำแต่โดยดีเพราะอยากได้บ้านคืนให้พ่อ และเมื่อเขามารับเธอไปจัดการทุกอย่างในเช้าวันต่อมา ก็อดถามอีกครั้งไม่ได้เพื่อความแน่ใจ

    “ผมใช้ชีวิตรอบคอบเสมอ เรื่องที่ตัดสินใจเมื่อคืนก็คิดรอบคอบแล้ว”

    “ฉันก็คิดรอบคอบแล้วเหมือนกันค่ะ เจ็ดโมงครึ่ง แล้วไปรอหน้าแบงก์เลยค่ะ เบิกเงินเสร็จก็ไปจัดการธุระให้หมด ฉันจะได้เริ่มงานใหม่อย่างเป็นทางการ”

    ชินภัทรพาเธอไปซื้อบ้านคืนจากเจ้าหนี้แล้วพาไปสำนักงานเขตเพื่อจดทะเบียน โดยมีอาภาโทร.หาเป็นระยะๆ แต่เขาก็ไม่รับสายและปิดเครื่องในที่สุด ชนิกา มองมานิ่งๆ ก่อนจะถามย้ำอีกครั้ง

    “แน่ใจนะคะว่าไม่อยากหมั้นกับคุณอมีนา คุณเคยบอกฉัน...คุณอมีนาสเปกคุณ”

    “พูดไปอย่างนั้นแหละ สเปกผมต้องประมาณ...”

    ชินภัทรส่งสายตากรุ้มกริ่มไปให้เธอ จนชนิกาเริ่มร้อนๆหนาวๆ ขู่เสียงเขียว

    “ฉันจะเปลี่ยนใจไม่รับงานก็เพราะสายตาลามกของคุณนี่แหละ รีบเข้าไปจัดการให้จบๆเถอะค่ะ”

    ooooooo

    ปานธงอยากช่วยชนิกาเลยตัดสินใจจะซื้อบ้านคืนให้เธอ แต่กลับต้องผิดหวังและแค้นหนักเมื่อเจ้าหนี้บอกว่าเธอมีคนไถ่บ้านคืนให้แล้ว ซึ่งก็คือชินภัทร!

    ชินภัทรกับชนิกาจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อย ท่ามกลางความยินดีของเหล่านายทะเบียน แต่กระนั้น...อดีตคุณหนูก็ไม่วายสงสัยที่เขาต้องลงทุนทำเรื่องแต่งงานให้เป็นจริงเป็นจังขนาดนี้

    “ความจริงเราจัดพิธีแต่งงานหลอกแม่คุณก็พอ ไม่เห็นต้องจดทะเบียน”

    “รู้จักแม่ผมน้อยไปซะแล้ว แม่ผมไม่ใช่คนเชื่ออะไรง่ายๆ”

    “งั้นก็เสี่ยงนะคะ แม่คุณอาจจับได้”

    “ทำให้แม่ผมเห็นว่าเรารักกันสิ”

    “หักมุมเร็วไปมั้ยคะ แม่คุณน่ะเห็นฉันทะเลาะกับคุณตลอด”

    “ผัวเมียตั้งเยอะแยะ ตีกันจนรักกัน คู่เราก็เหมือนกัน”

    “แต่ฉันไม่ได้รักคุณ”

    “ผมทุ่มเงินจ้างดาราหน้าใหม่อย่างคุณตั้งสิบกว่าล้าน ซื้อบ้านคืนให้ คุณก็ต้องแสดงว่ารักผม ตีบทให้แตก!”

    จบคำก็ตั้งหน้าตั้งตาขับรถพาเธอกลับบ้านเพื่อประกาศให้ทุกคน โดยเฉพาะอาภา รจนาและอมีนารู้ว่าเขามีภรรยาถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แต่ไม่ทันถึงบ้านก็ได้โมโหหึงเสียก่อน เมื่อปานธงโทร.หาชนิกา

    ชนิกาตกใจมาก เมื่อจู่ๆสามีหมาดๆก็ดึงมือถือเธอไปพูดกับปานธง

    “ไว้ถึงบ้านฉันจะถ่ายรูปทะเบียนสมรสส่งไลน์ไปให้ แกขยายรูปดูชัดๆ ชื่อฉันกับชื่อชนิกาในช่อง... สามีภรรยา”

    ปานธงถึงกับอึ้งไป ชินภัทรเลยสำทับทิ้งท้าย

    “อย่าโทร.หาเมียฉันอีก ยุ่งกับเมียชาวบ้านเขา เรียก...ชู้”

    ชินภัทรวางสายปานธงไปแล้ว ก่อนจะหันมาบอกชนิกาคร่าวๆถึงแผนการของแม่ว่าคงจะดึงตัวลุง พี่ชายแท้ๆ ของพ่อเขามาเป็นเครื่องมือ เพราะรู้ดีว่าเขาเกรงใจลุงและคงไม่กล้าปฏิเสธการหมั้นหมายกับอมีนา

    “เราจะบอกลุงคุณยังไงคะ”

    “บอกว่า...เรารักกัน”

    “ถ้าลุงคุณจับได้ว่าคุณโกหก ท่านต้องโกรธมากนะคะ”

    “งั้นเรามาทำให้ลุงผมเชื่อ...ว่าเรารักกันจริงๆ”

    พูดจบก็จับมือชนิกาควงเข้าบ้าน พร้อมใบทะเบียนสมรสที่ทำให้ทุกคนในบ้านอ้าปากค้าง โดยเฉพาะอาภา แต่คนเดือดร้อนที่สุดและไม่รอช้าจะโวยวายก็คือรจนา

    “เธอขอให้ฉันช่วยลูกชายเธอ...ฉันก็ช่วย เธอขอพาลูกฉันไปหาลูกเธอที่สุราษฎร์...ฉันก็ยอม แล้วเธอตอบแทนฉันแบบนี้หรออาภา ลากฉันมาฉีกหน้า ลูกชายเธอแต่งงานกับแม่นั่นแล้ว!”

    “ฉันขอโทษ ไม่คิดว่าชินภัทรจะหน้ามืดตามัวถึงขนาดนี้”

    “นี่ถ้าเราไม่ได้เป็นเพื่อนกันตั้งแต่มัธยม ฉันเลิกคบเธอแน่ มีน...กลับบ้านลูก!”

    ooooooo

    อาภาร้อนใจมากทำให้เพื่อนรักกับลูกสาวที่หมายมั่นปั้นมือจะจับคู่ให้ลูกชายโกรธหนัก ต่างจากชินภัทร ไม่หนักใจเลย แถมเล่าให้ลุงฟังอย่างไม่ปิดบังว่าเขาพบกับชนิกาได้เช่นไร

    “พรหมลิขิตส่งเขามาหาผมครับ ชนิกาเรียนอยู่เมืองนอก พ่อป่วยถึงต้องกลับเมืองไทย ชนิกาลงไปทำงานกับผมที่สุราษฎร์หาเงินรักษาพ่อ เราเลยได้เจอกัน”

    “หนูเป็นลูกกตัญญู ขอให้เจริญๆนะ”

    “ขอบคุณค่ะลุง ที่นิรักคุณชินภัทรเพราะวันที่นิเดือดร้อน คุณชินภัทรยื่นมือเข้าช่วย ความดีของเขาชนะใจนิค่ะ”

    อาภากลับมาทันได้ยิน อดไม่ได้ต้องโพล่งออกไป

    “นี่ฉันดูละครเรื่องอะไรอยู่เนี่ย ลิขิตฟ้ามาหารักรึไง”

    “คนเป็นพ่อแม่ไม่ควรเอาความหวังดีมาอ้างบังคับจิตใจลูก รักลูกจริง ต้องให้อิสระลูก ให้ลูกมีชีวิตของตัวเอง”

    คำพูดเตือนสติของลุงทำให้อาภาหน้าตึง แต่ก็ไม่เปลี่ยนใจจะจับคู่ชินภัทรกับอมีนาให้ได้ และทันทีที่ลุงคนกลางออกจากบ้าน อาภาก็หมดความอดทนแหว

    ลูกชายเสียงเข้ม

    “แม่ไม่คิดว่าชินภัทรจะสิ้นคิดขนาดนี้ ทะเบียนสมรสเป็นภาระผูกพันทางกฎหมาย ผู้หญิงคนนี้อยากได้เงินลูก!”

    “คุณอาภาเข้าใจผิดนะคะ เราสองคนรักกันจริงๆ” ชนิกาพยายามแก้ตัว

    “ละครจบแล้วย่ะ! ไม่ต้องแสดงบทนางเอกให้ฉันดู”

    สถานการณ์เริ่มตึงเครียด แล้วก็ต้องวุ่นวายกว่าเดิมเมื่อปานธงมาร่วมวงด้วย

    “ลูกชายป้าซื้อบ้านคืนให้คุณนิสิบกว่าล้าน คุณนิไม่มีทางเลือกเลยยอมแต่งงานกับไอ้ชินภัทร”

    “เก่งมากชนิกา หลอกเงินก้อนแรกไปตั้งสิบกว่าล้าน ก้อนที่สองจะเอายี่สิบหรือสามสิบล้านล่ะ”

    “บ้านหลังนั้น ผมซื้อเป็นของขวัญแต่งงานให้ชนิกาครับแม่”

    ชินภัทรพยายามปกป้องชนิกาแต่อาภากับปานธงกลับเห็นเป็นเรื่องฉวยโอกาส

    “แกใช้บ้านเป็นเครื่องมือบีบคุณนิต่างหาก! คุณนิน่าจะรอผม ไม่น่าใจร้อนแต่งกับมัน”

    “อ้อ...นี่แกจะซื้อบ้านคืนให้ชนิกาเหมือนกัน หาบ้านหลังใหม่ ผู้หญิงคนใหม่แล้วกันไอ้ธง”

    “คุณปานธงคะ ขอบคุณที่ช่วยนิมาตลอด ต่อไปนี้คนที่มีหน้าที่ดูแลนิคือคุณชินภัทรค่ะ”

    ชนิการีบออกตัวช่วยเจ้านายหนุ่มและสามีหมาดๆ เขาเลยรับมุกด้วยการดึงเธอมาโอบกอดต่อหน้าทุกคน ก่อนจะขอตัวกลับสุราษฎร์ดื้อๆ ทิ้งให้อาภากับปานธงมองตามด้วยสายตาเจ็บใจสุดๆ

    แต่ก่อนกลับ ชินภัทรต้องพาชนิกาไปเยี่ยมพ่อแล้วเลยจะเตรียมสวมบทเป็นสามีด้วย แต่ชนิกาก็ห้ามไว้ไม่อยากให้พ่อรู้เรื่องแต่งงาน กลัวจะอาการกำเริบถ้ารู้ว่าลูกสาวแต่งงานกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักได้ไม่ถึงสามเดือน!

    “แล้วจะปิดถึงเมื่อไหร่”

    “ไม่มีกำหนดค่ะ”

    “แล้วแต่คุณเห็นสมควรแล้วกัน จะบอกพ่อเมื่อไหร่”

    อีกคนที่ชินภัทรกับชนิกาต้องเคลียร์ด้วยก็คือแสง เพราะต้องเป็นคนเก็บโฉนดบ้านของสุวัฒน์ไว้

    “ชนิกาอยากได้บ้านคืนให้พ่อ ผมอยากหนีการหมั้น เราเลยมีผลประโยชน์ร่วมกัน”

    “แล้วต้องแต่งกันถึงเมื่อไหร่คะ”

    “จนกว่าแม่ผมจะเลิกจับคู่ผมครับ แต่ถ้าคุณนิของป้ารู้ตัวว่าได้แต่งงานกับผู้ชายเพอร์เฟกต์แบบผมจนไม่อยากจะเลิก ผมจะพิจารณาอีกทีครับ”

    ชนิกาแยกเขี้ยวใส่เขาทันทีบอกว่าไม่มีทางเป็น ไปได้ แต่แสงกลับไม่คิดเช่นนั้น

    “คุณชินภัทรคะ ป้าฝากคุณนิด้วยนะคะ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะคะ”

    “อวยพรอย่างกับเราแต่งงานกันจริงๆอย่างนั้นแหละ ค่ะป้าแสง”

    ชินภัทรไม่สนใจอาการฮึดฮัดของชนิกา ออกปากอย่างจริงจัง “ผมสัญญาครับว่าจะดูแลคุณนิของป้าให้ดีที่สุด จะยอมเธอทุกอย่าง สิ่งเดียวที่ผมจะไม่ยอมคือ...

    ไม่ยอมให้ชนิกาต้องร้องไห้ รึเสียใจเป็นอันขาด”

    “น้ำเน่ามากคุณ ไม่ต้องเล่นละครต่อหน้าป้าแสงหรอกค่ะ!”

    ooooooo

    ชนิกากลับสุราษฎร์พร้อมชินภัทรหลังจากนั้น พร้อมคำสัญญาของแสงจะไม่ปริปากเรื่องรับจ้างแต่งงานของเธอกับเจ้านายหนุ่มให้สุวัฒน์รู้ และจะรีบโทร.หาล่วงหน้าทันทีที่หมออนุญาตให้สุวัฒน์กลับบ้านได้

    ส่วนปานธงกับปาริฉัตรยังอยู่กรุงเทพฯ ปรับทุกข์กันตามประสาพี่น้องถึงเรื่องที่ชินภัทรแต่งงานกับชนิกาแบบสายฟ้าแลบ โดยเฉพาะปานธง โวยวายใหญ่ที่ต้องอกหักรักคุดแบบไม่ทันตั้งตัว

    “พี่อยากพิสูจน์ความรักด้วยการกระทำ พี่จะซื้อบ้านคืนคุณนิแล้วค่อยบอกรัก แต่...ไอ้ชินภัทรมันตัดหน้าพี่”

    “ซื้อบ้านให้ผู้หญิง นี่พี่ชินภัทรเขาคิดยังไงกับคุณนิกันแน่”

    “มันไม่ได้รักคุณนิหรอก มันรู้ว่าพี่รักเลยแย่งไป”

    “คนไม่รักกัน แต่งงานกันไปก็ไม่มีความสุข”

    “พี่สงสารคุณนิมาก ชีวิตต้องมีแต่ทุกข์”

    “เธอคงมีกรรมมั้งคะ พี่ธงรักคุณนิจริง กลับไม่ได้แต่งกัน”

    “ใครว่าพี่จะไม่ได้แต่งกับคุณนิ”

    “แต่คุณนิแต่งงานแล้วนะคะพี่ธง”

    “แต่งได้ก็หย่าได้ แล้วคุณนิก็ไม่ได้แต่งเพราะรัก”

    “สาวโสดมีอีกเยอะแยะนะคะ”

    “พี่รักคุณนิแล้วไม่เปลี่ยนใจ ผู้ชายคนอื่นเป็นยังไงพี่ไม่รู้ แต่ผู้ชายอย่างพี่ไม่แคร์อดีตผู้หญิง ขอแค่ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนดี รักพี่ แล้วพี่ก็รักเขา แค่นี้ก็พอแล้ว”

    อาภาก็เป็นอีกคนที่ไม่ยอมแพ้เรื่องชินภัทร บุกไปง้อรจนาถึงบ้านในวันเดียวกัน

    “เอ่อ...รจนา ฉันกับเธอผิดใจกันตั้งหลายครั้ง เราก็คืนดีกันทุกครั้ง”

    “แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน เธอหักหน้าฉัน มาขอหมั้นลูกสาวฉันแล้วเปลี่ยนใจ!”

    “ฉันไม่ได้เปลี่ยนใจ ฉันยังอยากได้หนูมีนเป็นลูกสะใภ้”

    “ลูกชายเธอจดทะเบียนกับผู้หญิงคนอื่นไปแล้ว นี่จะให้ลูกสาวฉันเป็นเมียน้อยงั้นเหรอ!”

    รจนาตีบทแม่ผู้รักลูกได้แนบเนียนจนอาภาเชื่อสนิทและหันไปกล่อมอมีนาแทน

    “หนูมีนลูก บอกป้ามาไม่ต้องอาย หนูรักลูกชายป้าไหม”

    “เอ่อ...มีน...มีนรักพี่ชินภัทรค่ะ แต่พี่ชินภัทรแต่งงานแล้วนะคะคุณป้า”

    “รักพี่เขา หนูก็ต้องช่วยพี่เขานะลูก อย่าปล่อยให้เขาเป็นเหยื่อผู้หญิงหน้าเงินคนนั้น”

    “เหยื่ออะไร แม่นั่นไม่ได้เอาปืนจ่อหัวลูกชายเธอให้เซ็นชื่อในทะเบียนสมรสสักหน่อย”

    อาภารีบหันไปแก้ตัวกับเพื่อนรัก “คนกำลังหลงผิดน่ะรจนา หนูมีน...หนูใช้ความดีเอาชนะใจพี่เขาได้ไหมลูก ป้ามั่นใจว่าชินภัทรต้องตาสว่าง มองเห็นแน่ว่าใครคือเพชรแท้ เพชรเทียม”

    “ใช่ว่ามีนไม่อยากช่วยนะคะคุณป้า แต่มีนไม่อยากโดนครหาว่าแย่งสามีคนอื่น”

    “ชนิกาไม่ใช่ภรรยาชินภัทร แม่นั่นเป็นเมียบำเรอที่มีทะเบียนสมรส ใครถามป้าจะบอกอย่างนั้น ส่วนกับหนู...ป้าจะปกป้องชื่อเสียงหนู ไม่ให้ใครว่าได้”

    อมีนาลอบยิ้มกับแม่ สะใจมากที่อาภาตกหลุมพรางพวกเธอ ก่อนจะตีหน้าซื่ออีกครั้ง “เวลาเรารักใครสักคน เราต้องเสียสละเพื่อเขา ใครจะมองมีนเป็นคนไม่ดี ยุ่งกับคนมีเจ้าของ มีนจะก้มหน้าอดทนเพื่อพี่ชินภัทรค่ะ”

    “ขอบใจมากนะลูก หนูนี่แหละ...เพชรแท้”

    ooooooo

    ชินภัทรมีความสุขมากได้ชนิกาเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมาย บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ดีขึ้นและผ่อนคลายลงมาก แต่กระนั้นเขาก็อดเย้าไม่ได้ กลัวเธอจะลอบทำร้ายเขาเพราะเกลียดกันมานาน

    “ภรรยาที่ไหนเกลียดสามีคะ”

    “ภรรยาปลอมแบบคุณไง ชนิกา...อยู่ต่อหน้าคนอื่น คุณต้องทำเป็นรักผม เล่นบทเมียให้สมจริง”

    ชนิการับปาก แล้วเธอก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อชินภัทรประกาศต่อหน้าวาดกับปาหนันในเวลาต่อมาว่าเขากับลูกจ้างสาวอดีตคุณหนูขาปาร์ตี้จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้ว

    ปาหนันปลื้มมาก ต่างจากวาดที่อ้าปากค้างด้วยความช็อกสุดขีด แต่ไม่ทันท้วงอะไร ชินภัทรก็โพล่งออกมาเสียก่อน ให้ย้ายข้าวของของชนิกาไปไว้ห้องของเขา

    “คืนนี้จะนอนกอดเมียให้ชื่นใจ”

    “ฉันไม่ใช่หมอนข้างนะคะคุณสามี”

    “งั้น...ขอเป็นหมอนข้างให้เมียแทนแล้วกัน”

    พูดจบก็โอบเมียหมาดๆเข้าห้อง ทิ้งให้วาดกับปาหนันมองหน้ากันอึ้งๆ ก่อนที่ฝ่ายแรกจะโวยวายว่า

    ชนิกาไม่ได้รักชินภัทรจากใจจริงแน่ๆ แต่ยอมแต่งงานด้วยเพราะหวังสมบัติ!

    ชนิกาผ่านมาได้ยินพอดี ไม่รอช้ารีบไปบอกชินภัทร

    “ไม่มีใครเชื่อว่าเราแต่งงานเพราะรักกัน ป้าวาดกับปาหนันก็ไม่เชื่อค่ะ”

    “หน้าที่คุณทำให้ทุกคนเชื่อ”

    “ฉันเรียนด้านธุรกิจนะคะ ไม่ใช่แอ็กติ้งได้แสดงเป็น”

    ชินภัทรยิ้มขัน ไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ “เป็นเมียมันจะยากอะไร ตื่นมาก็หอมแก้มผัว ผัวทำงานเหนื่อยกลับบ้านก็ยกน้ำมาให้ นวดบ่านวดไหล่ผัว หายเมื่อยไหมคะผัวขา”

    ชนิกาถลึงตาใส่ ตั้งท่าจะสวน ถ้าเขาจะไม่โพล่งออกมาเสียก่อน

    “หรือเอาชัวร์ ให้ทุกคนเชื่อพันเปอร์เซ็นต์ว่า คุณรักผม...คุณ...ต้อง...ท้อง”

    “ห้ามแม้แต่จะคิด! คุณรังแกฉัน งานนี้เป็นอันจบ! ไม่มีสัญญาจ้างแต่งงานด้วย เป็นสัญญาใจล้วนๆ”

    “ผมยังพูดไม่จบ ผมจะพูดว่าคุณ...ต้อง...ท้อง...ปลอม ให้คุณใส่ท้องปลอมหลอกทุกคน คิดไปไกลเลยคุณเนี่ย”

    เย้าจบก็ขอตัวอาบน้ำนอน ทิ้งชนิกาให้มองตามด้วยความหวาดระแวงต้องร่วมห้องกับเขาเป็นครั้งแรก ชินภัทรเห็นหน้าเธอก็พอเดาอาการได้แต่ยังทำมึนเหมือนไม่รู้สึกรู้สา ผลคือชนิกานอนไม่หลับกระสับกระส่ายทั้งคืน กว่าจะผล็อยหลับก็เกือบเช้า แถมยังแอบขึ้นไปนอนร่วมเตียงกับเขาแบบไม่รู้ตัวอีกต่างหาก!

    ooooooo

    ชินภัทรตื่นมาเห็นภรรยาคนสวยนอนร่วมเตียงด้วยก็ยิ้มปลื้ม แต่ไม่ทันทักเธอก็สะดุ้งตื่น ต่อว่าเขาใหญ่ที่ฉวยโอกาสทำมิดีมิร้ายเธอ แต่เพียงไม่นานความจริงก็เปิดเผยว่าเธอต่างหากที่ปีนไปนอนกับเขา

    “ผัวจำเป็นนี่เปลืองตัวชะมัด รีบอาบน้ำอาบท่าไปทำงานดีกว่าเรา”

    ชนิกาหน้ามุ่ย เถียงไม่ออก ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปถามถึงเงินเดือนที่เคยได้ เพราะต้องผ่อนค่ารักษาพ่อ ชินภัทรเลยบอกว่าจะจ่ายเงินก้อนทั้งหมดให้เอง อดีตคุณหนูถึงกับไม่อยากเชื่อหู

    “แพ็กเกจแต่งงานไงคุณ ได้เมีย ซื้อบ้านคืนให้เมีย จ่ายค่ารักษาพ่อตา แพ็กเกจนี้ไม่มีขายตามเวดดิ้งสตูดิโอ ส่วนเงินเดือน ผมให้คุณห้าหมื่น คุณต้องจ่ายค่ายา ค่าทำกายภาพบำบัดรายเดือนให้พ่อ เดือนไหนไม่พอมาขอผมได้”

    ความมีน้ำใจของชินภัทรทำให้ชนิการู้สึกดีต่อเขามากขึ้น เต็มใจจะสวมบทภรรยาจอมปลอม ดูแลและทำทุกอย่างให้ทุกคนรอบตัวเชื่อว่าเขากับเธอเป็นสามีภรรยากันจริงๆ

    ไม่ใช่แค่ชนิกาที่กำลังจะแพ้ใจชินภัทร พัธนินทร์ก็ต้องรับศึกจากการรุกหนักของศันสนีย์

    “อย่าดีกับพัธนักเลยศัน พัธละอายใจ พัธยังให้สิ่งที่ศันต้องการไม่ได้”

    “รู้เหรอคะ ศันต้องการอะไร”

    “ความรักเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเอง ใจคนไม่ใช่รีโมต กดเปลี่ยนช่อง เปลี่ยนใจได้ตามใจชอบ”

    “ต่อให้มีรีโมตวิเศษในมือ ศันก็ไม่กดเปลี่ยนใจพัธหรอกค่ะ ความรักที่ถูกบังคับไม่ยั่งยืน ความรักที่เกิดจากความเต็มใจต่างหากจะอยู่ตลอดกาล”

    ศันสนีย์ยืนยันตามที่พูดทุกอย่าง เธอคอยดูแลเอาใจใส่เขาทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องกินยันที่อยู่หลับนอน พัธนินทร์ลำบากใจมากขึ้นทุกวัน นึกเปรียบเทียบกับชนิกาเมื่อครั้งเป็นแฟน คุณหนูคนสวยไม่เจ้าชู้และนิสัยน่ารักก็จริง แต่ไม่เคยทุ่มเท ศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวเขามากขนาดนี้...

    ชนิกาไม่รู้ตัวว่าโดนเปรียบเทียบ มัวดีใจจะได้ชำระหนี้ทั้งหมดของค่ารักษาพ่อ เมื่อแสงทราบเรื่องก็อดปลื้มใจในตัวชินภัทรไม่ได้ ถึงกับเอ่ยชมจนชนิกาต้องแซว

    “ชมเขาอีกแล้ว ป้าแสงรู้จักเขาแค่ผิวเผินนะคะ”

    “ดูจากที่เขาดูแลเอาใจใส่ ปกป้อง ไม่ฉวยโอกาสกับคุณนิ ป้าว่าคุณชินภัทรเป็นผู้ชายที่ดีมากคนหนึ่งค่ะ”

    “เขาข่มขืนผู้หญิงนะคะ”

    “คุณนิฟังคนอื่นเล่ามา ไม่รู้จริงเท็จแค่ไหน...คำพูด... ยกย่องคนเกินจริงได้ กลับกัน...ก็ใส่ร้ายคนเกินจริงได้”

    “ป้าแสงคิดว่าเขาถูกใส่ร้าย”

    “อย่างที่ป้าบอกคุณนิ...ใช้ใจมองแล้วจะเห็นตัว ตนที่แท้จริง”

    ooooooo

    ละครตบตาของชินภัทรกับชนิกาดำเนินต่อเรื่อยๆ แม้เหล่าคนงานจะไม่ค่อยมีใครเชื่อเพราะเห็นทั้งคู่ทะเลาะและเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานานนับเดือน จู่ๆจะกลายเป็นสามีภรรยารักกันจี๋จ๋า เลยดูเหลือเชื่อ

    ชนิกาเหนื่อยใจมาก พยายามเท่าไหร่ก็ไม่มีใครเชื่อ ชินภัทรต้องปลอบให้คลายใจ

    “ผมอยากให้คนอื่นเชื่อด้วยว่าเรารักกัน จะทำให้คนอื่นเชื่อ คุณต้องเชื่อก่อน ตัวผมก็...อยากเชื่อว่าเรารักกัน”

    ชินภัทรคงจะส่งสายตาหวานบอกความในใจไปแล้ว ถ้าอาภาจะไม่พาอมีนามาถึง พร้อมประกาศต่อหน้าคนงานจะให้อมีนาอยู่ร่วมบ้านด้วย ในฐานะเลขาของเจ้าของบ้าน!

    อาภาไม่ได้หยุดแค่พาอมีนามาเปิดตัว เจ้ากี้เจ้าการทุกอย่างจะจับคู่ให้ลูกชายคนเดียว ชนิกาเข้าใจสถานการณ์ดีแต่ไม่สบโอกาสจะตอบโต้ ไม่อยากมีปัญหาให้คนกลางอย่างชินภัทรลำบากใจ

    แต่หลบเลี่ยงได้ไม่นาน ชนิกาก็ต้องรับพายุระลอกใหญ่ เมื่ออาภากับอมีนาเปิดฉากระราน

    “ปกติใครมีทะเบียนสมรส คนนั้นเป็นเมียหลวง แต่กรณีเธอเป็นกรณีพิเศษ ทะเบียนสมรสไม่ใช่หลักประกันว่าเป็นเมียหลวง เมียหลวงต้องได้รับการยอมรับจากสังคม ครอบครัวฝ่ายชาย ชนิกา...เธอน่ะเป็นเมียบำเรอตีทะเบียน”

    “คุณชนิกาต้องเข้าใจนะคะ คุณแอบแต่งงานโดยไม่เรียนผู้ใหญ่ มันไม่ถูกต้อง แต่...มีนจะไม่ซ้ำเติมคุณค่ะ”

    “คุณอาภาคะ ดิฉันไม่ได้มาหลอกลูกชายคุณนะคะ ดิฉันเป็นคนตรงๆ ไม่...แอ๊บแบ๊ว”

    พูดพลางปรายตาไปทางอมีนาซึ่งรู้ตัวแต่ยังทำไม่รู้ไม่ชี้ อาภาไม่ทันสังเกต มัวตั้งท่าเอาเรื่องชนิกา

    “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง เธอจูบลูกชายฉัน มันยิ่งกว่าอ่อยอีก”

    “แปลกนะคะคุณอมีนา...อุตส่าห์มาอ่อยเขาถึงบ้าน ผู้ชายเขายังไม่เอา”

    ชนิกาจ้องตาเอาเรื่อง อมีนาแทบทนไม่ไหวแต่ก็ต้องระงับอาการรอจนชินภัทรมารับอาภาไปส่งบ้าน และทันทีที่ลับร่างสองแม่ลูก อมีนาก็เปิดศึกกับชนิกาทันทีแบบไม่มีกั๊ก

    “หลอกด่าฉันนะนังชนิกา ฉันไม่ได้แอ๊บแบ๊ว ไม่ได้มาอ่อยผู้ชายถึงบ้าน”

    “พูดจาไม่น่ารักเลยค่ะคุณอมีนา หรือลืมแอ๊บ”

    “ฉันแค่แอ๊บ เธอน่ะตอแหล ไปจากพี่ชินภัทรซะ ได้บ้านไปแล้วก็น่าจะพอใจ”

    “รองานมอเตอร์โชว์มาก่อนค่อยไปค่ะ รอออกรถป้ายแดง”

    “กวนประสาทนักนะ!”

    “ติดมาจากสามีน่ะค่ะ สามีดิฉันเป็นคนกวนประสาทมาก”

    “อยากเล่นสงครามประสาทกับฉันหรอ เอาซี่...มาประลองฝีมือกัน ดูซิ...ใครจะทนกว่ากัน”

    “ทนหรอคะ ดิฉันไม่ทนหรอกค่ะ คือไม่ใช่...แรด... จะได้ทนทาน”

    สงครามระหว่างสองสาวเริ่มต้นอย่างเป็นทางการหลังจากนั้นชินภัทรไม่รู้เรื่องด้วย มัวเป็นห่วงภาพลักษณ์ของชนิกาเลยคิดจะจัดงานแต่งงานเปิดตัวให้ทุกคนรับรู้ โดยมีอนันต์เป็นผู้ช่วย โดยไม่รู้เลยว่าชนิกาประสาทเสียมากต้องโดนดูถูกและประณามต่างๆนานาจนเธอตัดสินใจร่างสัญญาจ้างแต่งงาน

    ชินภัทรที่เพิ่งซื้อแหวนแต่งงานเตรียมไว้ในงานวันฉลองถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นสัญญาของชนิกา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมเซ็นแบบเสียไม่ได้ ใจหายไม่น้อยหากสถานภาพสามีภรรยาของเขากับเธอจะสิ้นสุดในหนึ่งปี

    อมีนาแอบเห็นสองสามีภรรยาคุยกันตึงเครียดก็สงสัย หมายมั่นปั้นมือจะขโมยเอกสารนั้นมาดูให้ได้ ส่วนสองสามีภรรยารู้ใจกันดีแต่ก็อึมครึมกันมากขึ้นด้วย สุดท้ายชินภัทรก็ทนอึดอัดไม่ไหวโพล่งออกไป

    “อย่าให้ใครรู้ เรามีสัญญาจ้างแต่งงาน”

    “คนอื่นรู้แล้วจะเป็นยังไงคะ”

    “คุณก็เสียไง ไม่มีใครมองคุณแง่ดี”

    “ก็จริงค่ะ ผู้หญิงที่รับจ้างแต่งงานคือผู้หญิงเห็นแก่เงิน”

    “ไม่มีใครเชื่อหรอกว่าคุณแต่งงานเพื่อซื้อบ้าน

    คืนให้พ่อ แล้วแม่ผมก็จะใช้เหตุนี้บีบให้ผมหย่ากับคุณ”

    “เกี่ยวกันยังไงคะ”

    “แม่ผมต้องขู่จะประจานคุณ ผมไม่มีวันยอมให้คนอื่นมองคุณเป็นผู้หญิงไม่ดี ตัวผมไม่มีชื่อเสียงให้รักษา แต่คุณมี ยิ่งคุณเป็นผู้หญิง ชื่อเสียงเสียไปแล้วเอากลับคืนยาก ผมต้องรักษาชื่อเสียงคุณ”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน
    19 ต.ค. 2564

    13:08 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 15:37 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์