กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

คมพยาบาท

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วณีโทร.ไปบอกอุทัยที่ไซต์งานว่าไฟไหม้บ้านนมแส เขาบอกวณีว่าจะกลับตั้งแต่ตอนที่เลอสรรโทร.มาบอกเรื่องเปียแล้ว แต่ไซต์งานมีปัญหาเลยยังไม่ได้กลับ

วณีถามว่าเลอสรรโทร.มาเล่าอะไรเกี่ยวกับเปีย อุทัยบอกว่ากลับไปค่อยคุยกันแล้ววางสายเลย วณีกำมือถือแน่นสงสัยว่าเปียต้องไปก่อเรื่องวุ่นวายอะไรอีกเป็นแน่

ระหว่างนั้น เปียวิ่งร้องไห้ผ่านหลังวณีขึ้นบ้านไป วณีหันเห็นแต่หลังไวๆ ได้แต่คิดว้าวุ่นใจที่มีแต่เรื่องวุ่นวายไม่หยุด

เปียวิ่งขึ้นไปห้องนอนร้องไห้เจ็บใจที่เห็นเลอสรรอุ้มน้อย แต่อึดใจเดียวก็กลายเป็นแค้นลุกออกจากห้อง ตรงไปที่ห้องเลอสรร เปิดประตูเข้าไปเอาคัตเตอร์กรีดรูปน้อยในกรอบ กดจนกระจกแตกแล้วกรีดอย่างระห่ำจนรูปน้อยยับเยิน จากนั้นเหวี่ยงกรอบรูปออกไปนอกหน้าต่างตกลงที่พื้น

เลอสรรอุ้มน้อยไปส่งที่บ้าน พอวางลงน้อยไหว้ขอบคุณบอกให้เขารีบไปช่วยดับไฟเถิดตนไม่เป็นไรแล้ว

เย็นกลับมาเห็น จิกตาร้าย แต่พอเห็นทั้งเลอสรรและน้อยต่างไม่มีกิริยาชู้สาวต่อกันก็เบาใจ เย็นรอจนเลอสรรกลับไปแล้ว เย็นจึงเดินขึ้นบ้านไปทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็นอะไร

เลอสรรกลับไปที่บ้านนมแส เจอคุณหญิงกระหืด กระหอบสวนมาพอดี เขาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“ไฟดับแล้ว แต่นมแสน่ะสิ นอนแน่นิ่งไม่ได้สติหรือจะช็อกก็ไม่รู้ ย่าเลยให้คนพาไปส่งโรงพยาบาลนี่ก็กะจะไปหาแม่น้อยว่าเป็นยังไงบ้าง ถ้าเจ็บหนักจะได้พาไปโรงพยาบาลพร้อมกัน”

พอรู้จากเลอสรรว่าน้อยขาพลิกเดินยังไม่ได้แต่คงไม่ได้เป็นหนัก คุณหญิงก็โล่งใจแต่บ่นสงสัยว่า

“แต่งงมากเลย จู่ ๆ ไฟไหม้บ้านนมแสได้ยังไง?”

ooooooo

ที่โรงพยาบาล บรรดาคนรับใช้และในครัวพากันมาเยี่ยมนมแสที่เริ่มรู้สึกตัวนอนอยู่บนเตียง วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา

เอิบบอกว่าตนกับประวิทย์เป็นคนเข้าไปอุ้มนมแสออกมา ประวิทย์บอกว่าน้อยก็เข้าไปช่วยดับไฟด้วยจนหกล้มขาเจ็บเดินไม่ได้

“ขอบคุณทุกคนมากๆนะที่ช่วย ไม่งั้นป่านนี้ฉันคงถูกย่างสดไปแล้ว” นมแสเอ่ย

“แล้วมันเรื่องอะไรถึงได้หลับไม่รู้เรื่องขนาดนั้น” อุทัยที่เพิ่งมาถึงถามขึ้น ทุกคนสะดุ้งหันมองแล้วพากันหลีกทางให้อุทัยเดินเข้ามาที่เตียงนมแส

นมแสเล่างง ๆ ว่าเมื่อคืนรู้สึกไม่สบายเลยกินยาแก้ไข้เข้าไปสองเม็ด เสียงวิพากษ์วิจารณ์แทรกขึ้นทันที อุทัยบอกว่ายาแก้ไข้แค่สองเม็ดไม่น่าจะหลับเป็นตายได้ขนาดนั้น พอดีเลอสรรที่ไปคุยกับหมอเดินเข้ามา อุทัยถามว่าหมอว่ายังไง?

เลอสรรบอกว่าหมอตรวจพบยานอนหลับในกระเพาะอาหารของนมแส แต่นมแสยืนยันว่าตนไม่ได้กินยานอนหลับรู้สึกแต่ว่าน้ำที่กินยามีรสขม ๆ เฝื่อนๆ บอกอุทัยว่า

“ดิฉันก็นึกว่าขมยาแก้ไข้ แต่พอดื่มเปล่าๆ น้ำก็ยังมีรสเฝื่อนๆขมๆอยู่”

พอจวนโพล่งไปว่าหรือน้ำกินของนมแสจะถูกใส่ยานอนหลับ ทุกคนก็อึ้ง โดยเฉพาะประวิทย์หน้าเผือดฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ แต่พอเลอสรรจะเอาน้ำไปตรวจ นมแส

บอกว่าเททิ้งหมดแล้ว และล้างเหยือกแล้วด้วย ทุกคนเลยจนปัญญา

“แต่ยังไงต้องมีคนแอบเอายานอนหลับให้นมแสกินแน่ ๆ ไม่งั้นนมแสไม่หลับเป็นตายอย่างนี้หรอก”ช้อยฟันธง

“หรือจะเป็น...นังเย็นคะ” หวานมองอุทัยอย่างเกรงใจ แต่ก็พูดต่อว่า “ก็เมื่อมีนังเย็นคนเดียวที่ไม่ไปช่วยเราดับไฟ”

“นังเย็น...มันจะวางยาดิฉันอีกรอบ???” นมแสพึมพำแหยงๆ กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

ooooooo

อุทัยโทร.คุยกับคุณหญิง คุณหญิงปักใจเชื่อว่าเป็นฝีมือเย็นเพราะยังโกรธนมแส แต่อุทัยไม่อยากให้เชื่อเช่นนั้นโดยที่ยังไม่มีหลักฐานอะไร

“งั้นแจ้งตำรวจมาพิสูจน์หลักฐานเลยดีไหมล่ะ จะได้รู้ว่าไฟไหม้บ้านนมแสยังไง และใครเป็นคนทำ”

อุทัยไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต บอกว่านมแสปลอดภัยก็ดีแล้ว พอวางสายจากคุณหญิง เขาหันบอกเลอสรร

“น้าฝากที่บ้านด้วยนะเลอ ช่วงนี้จะปิดโครงการ น้ายุ่งมากจริงๆ” พอจะเดินไป นึกได้หันย้ำ “โดยเฉพาะน้าวณี น้าฝากด้วย ช่วงนี้น้าวณีเหมือนมีเรื่องเครียดหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องลูกเปีย”

จริงอย่างที่อุทัยห่วง เพราะวณีคิดทบทวนเรื่องราวของเปีย ทั้งเรื่องที่ได้ยินเปียขู่นมแส เรื่องที่เปียร้องไห้วิ่งเข้าห้องระหว่างที่บ้านนมแสถูกไฟไหม้ และเรื่องที่เปียวิ่งขึ้นบ้านรองเท้าเปื้อนโคลนจนเลอะบันได วณีทนไม่ได้เดินไปหยิบรองเท้าของเปียดูก็ยิ่งตกใจเพราะที่รองเท้าเปียยังมีโคลนติดอยู่

สิ่งที่เห็นทำให้วณีคิดทบทวนจำได้ว่าบ้านนมแสเป็นพื้นดิน วางรองเท้าของเปียแล้วเดินออกไป เจอเปียที่บันไดพอดี เปียตีหน้าชื่นฉอเลาะว่า “คุณแม่มีอะไรกับเปียหรือคะ”

วณีถามว่าเมื่อคืนเปียไปไหน เปียทำหน้าใสซื่อบอกว่าเมื่อคืนตนนอนหลับปุ๋ยเลย วณีถามว่าหลับปุ๋ยแล้วทำไมรองเท้าถึงเปื้อนโคลน เปียสะดุ้งใจแต่ทำเป็นหัวเราะคิกคักบอกว่ารองเท้าก็ต้องเปื้อนดินเปื้อนโคลนเป็นธรรมดา

“ไม่ธรรมดาหรอกลูก บ้านเราไม่มีดินแบบนี้ จะมีก็แต่หน้าบ้านพักคนงาน หน้าบ้านประวิทย์ หน้าบ้านนมแส”

เมื่อถูกจับได้ดิ้นไม่หลุดเช่นนี้ เปียเปลี่ยนจากฉอเลาะออดอ้อนเป็นกรี๊ด โกรธ อาละวาด หาว่าวณีสงสัยว่าตนเป็นคนเผาบ้านนมแส เปียโวยวายเสียจนวณีทนไม่ได้ตะโกนใส่ว่า

“หยุด! หยุดแก้ตัวได้แล้วเปีย เลิกเล่นละครตบตาแม่ได้แล้ว หยุดตีหน้าเป็นคนใสซื่อบริสุทธิ์เสียที!” เปียยังตะแบงเถียงทั้งยังหาว่าวณีปรักปรำใส่ร้ายว่าตนเผาบ้านนมแส วณีเลยอ้างว่า

“เพราะนมแสรู้เรื่องที่เปียฆ่าฝ้าย แม่ได้ยินหมดแล้วที่เปียขู่จะทำร้ายนมแส นี่ใช่ไหมมันทำให้เปียโกรธจนเผาบ้านนมแสน่ะ”

เมื่อถูกจับได้ไล่ทันจนดิ้นไม่หลุด เปียผลักวณีออกไปแล้ววิ่งเข้าห้องปิดประตูขู่จะฆ่าตัวตายตามเคย วณีตกใจทั้งปลอบทั้งขอร้อง จนคุณหญิงได้ยินเสียงเอะอะโครมครามออกมาดู พอวณีบอกว่าเปียเป็นคนเผาบ้านนมแส คุณหญิงไม่เชื่อ แต่เพราะเปียโวยวายจะฆ่าตัวตาย ทั้งสองจึงช่วยกันปลอบโยน คุณหญิงบอกเปียให้ออกมาคุยกับย่าก่อน

เปียเปิดประตูออกมาโผเข้ากอดคุณหญิง “คุณย่าขา ช่วยเปียด้วย เปียไม่รู้เรื่องจริงๆ”

“ย่าเชื่อลูก ย่าเชื่อ” คุณหญิงกอดเปียปลอบใจ เห็นวณีตกใจ คุณหญิงจึงชี้แจงว่า “ตาอุทัยโทร.มาคุยกับแม่แล้วเมื่อคืนก่อนบ้านจะไฟไหม้ นมแสถูกวางยานอนหลับ แล้วคนที่มันชอบวางยานอนหลับจะมีใครถ้าไม่ใช่นังเย็น!!”

วณีฟังแล้วอึ้ง ส่วนเปียแอบยิ้มสะใจที่มีแพะรับ

บาปแทนตน

ooooooo

เย็นเอาใบพลับพลึงอังไฟจนร้อนได้ที่แล้วเอามาพันรอบข้อเท้าน้อย บอกน้อยให้ทนร้อนเอาหน่อยจะได้หายเร็วๆ

ระหว่างนั้น เลอสรรถือถุงยาจะเอามาให้น้อยได้ยินเสียงน้าหลานคุยกันจึงหยุดฟังไม่เข้าไป จนได้ยินน้อยถามเย็นว่าตอนไฟไหม้บ้านนมแสไม่เห็นเย็น ตนเรียกก็ไม่เห็น เย็นบอกว่าไปธุระ กลับมาไฟก็ดับแล้วเลยไม่ได้ช่วย เลอสรรรอจนเย็นออกไปเอางานที่ร้านจึงเอายาไปให้น้อย

เมื่อเปียถูกวณีจับโกหกได้ก็หันไปอ้อนคุณหญิงว่าคุณย่าเป็นที่พึ่งคนเดียวของตนจริง ๆ แม้แต่คุณพ่อคุณแม่มีอะไรเลวอะไรชั่วก็โยนให้ตนหมด

“เปียต้องเข้าใจพ่อเข้าใจแม่นะลูก พ่อแม่หนูเจ็บช้ำกับการกระทำของนังเย็นมันมาก และนังเย็นมันก็เลวแสนเลว พ่อแม่หนูเลยคิดว่าหนูจะเป็นอย่างนังเย็นน่ะสิ” คุณหญิงแก้ต่างให้อุทัยกับวณี

“ไม่เหมือนนะคะคุณย่า เปียไม่มีอะไรเหมือนน้าเย็นเลย ทั้งๆที่ผ่านมาน้าเย็นพยายามสอนตลอด” คุณหญิงตาโตถามว่าเย็นสอนอะไร! “น้าเย็นบอกว่า ใครทำอะไรให้เจ็บให้แค้น ต้องเอาคืนเป็นร้อยเป็นพันเท่า แต่เปีย...เปียทำไม่ได้ค่ะคุณย่า...เปียไม่เข้าใจว่าจะเจ็บจะแค้นกันไปทำไม คนเราถ้าเกลียดกันก็ต่างคนต่างอยู่เท่านั้น แต่ที่ผ่านมา เปียไม่เคยโกรธเกลียดใครเลยนะคะคุณย่า แล้วก็ไม่มีใครโกรธเกลียดเปียด้วย”

เปียตอแหลเสียจนคุณหญิงเชื่อสนิทใจ แล้วเปียก็หาทางปลีกตัวจากคุณหญิงทำเป็นอยากไปดูผีเสื้อที่สวน แต่พอปลีกตัวมาได้ก็วิ่งอ้าวไปในสวน เจอเย็นพอดี เปียชักสีหน้าใส่ เย็นถามว่ายังโกรธน้าอยู่หรือ

เปียประชดว่าน้าเย็นไม่สำคัญกับตนขนาดนั้นหรอก ไล่ให้ไปดูแลเอาอกเอาใจน้อยเสียแล้วจะเดินหนี เย็นบอกให้คุยกันก่อน เปียถามว่าจะคุยให้เสียเวลาทำไม สู้เอาเวลาไปดูผลงานของตนดีกว่า เย็นเอะใจถามว่า “ผลงานอะไร??”

“ความฉิบหายของนังนมแสไงล่ะ!!”

พอเย็นจับได้ว่าเปียเป็นคนเผาบ้านนมแส เปียก็ตะแบงว่าไม่ใช่ ตนไม่ได้ทำ เมื่อถูกเย็นคาดคั้น เปียกลัวเพราะรู้ดีว่าถ้าเย็นโมโหขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น เลยหาว่าเพราะนมแสแส่หาเรื่องตน เอาเรื่องที่ตนฆ่าฝ้ายไปฟ้องอุทัย และยังขู่ตนอีกหลายอย่าง อ้อนว่า

“เปียกลัวความลับแตก เปียเลยต้องทำ น้าเย็นอย่าดุเปียนะ เปียเป็นหลาน น้าเย็นต้องช่วยเปีย ต้องปกป้องเปีย” เปียโผกอดเย็นไว้ เย็นกอดตอบบอกว่าถ้านมแสแส่จริงๆ ก็ไม่ต้องกลัว  ตนจะปกป้องเปียเอง เปียตาเป็นประกายประจบว่า “เปียก็จะช่วยน้าเย็นทำทุกอย่างเพื่อทำลายพวกอนุรักษ์ธานิน”

ooooooo

เปียแค้นใจน้อย เดินลิ่วไปที่บ้านเย็น  เจอเลอสรรที่เอายามาให้น้อยและกำลังกลับ เปียแอบดู พอ

เลอสรรเดินไปแล้วก็พรวดขึ้นบ้านไป แต่ทำเป็นว่าเป็นห่วงน้อย ถามว่าน้อยเป็นอะไร พลางเข้าประคอง

เปียออกอุบายว่าจะไปเก็บดอกบัวเพื่อเอามาขอขมาเย็น น้อยจึงไปกับเปีย ประวิทย์เห็นทั้งสองเดินกันอยู่ไกลๆเหมือนกำลังมีปัญหากัน แต่พอเขม้นมอง ภาพที่เห็นกลับเหมือนเปียประคองและหยอกล้อกับน้อยเลยคิดว่าตัวเองตาฝาด

เมื่อเดินไปถึงสระบัว น้อยหันถามเปียอย่างรู้ทันว่า

“หลอกน้อยมาซะไกลจริงๆ แล้วมีเรื่องอยากคุยกับน้อยไหม”

เปียเผยโฉมหน้าทันที ขู่ตะคอกน้อยอย่ามายุ่งกับเลอสรรผู้ชายของตน ไม่งั้นจะต้องตายด้วยฝีมือตนเหมือนอย่างนังฝ้าย ทำให้น้อยรู้ว่าเปียเป็นคนฆ่าฝ้าย เปียท้าว่ารู้แล้วจะทำไม น้อยโกรธจนลืมกลัว ตบหน้าเปีย เต็มแรง ถามว่าฆ่าฝ้ายทำไม!

“เพราะมันเป็นของแกไง! จำไว้นะนังน้อย ถ้าแกขัดคำสั่งฉัน ฉันจะทำลายทุกๆอย่างที่เป็นของแก!” น้อยโกรธผลักเปียจนตกไปในสระบัว น้อยตกใจรีบขอโทษ เปียคำรามทั้งที่อยู่ในสระ “แกตาย!!” แล้วกระชากน้อยตกลงไปในสระบัว

ooooooo

จวนเดินตรวจรอบบ้านและเก็บใบไม้ไปด้วย เห็นกรอบและรูปของน้อยที่แตกและถูกกรีดจนย่อยยับที่พื้น แหงนมองเห็นตรงกับหน้าต่างของเลอสรรที่เปิด อยู่ก็เอะใจ

จวนถือกรอบและรูปเดินอ้าวมาเจอประวิทย์  ถามว่าเห็นเย็นอยู่บ้านไหม บอกว่าจะเอารูปนี่ไปให้เย็นดูว่าใช่น้อยหรือเปล่า ประวิทย์ดูแล้วบอกว่าใช่ แต่พอรู้ว่าจวนเก็บได้จากใต้หน้าต่างเลอสรร  ประวิทย์ก็งงว่าเลอสรรกรีดรูปน้อยทำไม จวนถามว่าหรือจะเป็นคนอื่นทำ ประวิทย์ถามว่าใคร??

“ก็...มีอยู่คนเดียว...คุณหนูเปีย!”

“น้าจวนไปตามน้าเย็นนะครับ ผมจะไปดูน้อย” ประวิทย์คิดถึงภาพที่เห็นเมื่อครู่แล้วเอะใจวิ่งไปทันที

ที่สระบัว เปียกำลังกดน้อยจมน้ำ พอน้อยโผล่ขึ้นมาได้ก็อ้อนวอนเปียอย่าทำตน...อย่าทำ...ประวิทย์ร้องเรียกเปียกับน้อยไปตลอดทาง เปียได้ยินหันมอง พอเห็นประวิทย์วิ่งมาก็ปล่อยน้อยแล้ววิ่งหนีไป ประวิทย์กระโดดลงไปช่วยน้อยทันที

เปียวิ่งกลับไปแต่ไม่กล้าเข้าบ้าน ไปที่บ้านคุณหญิงอ้อนว่าตนร้อนเลยลงไปว่ายน้ำ  ขอให้คนไปเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน คุณหญิงสั่งหวานให้ไปเอา หวานมองเปียเห็นเสื้อผ้าเปียกชุ่มมีเศษใบไม้และฝุ่นสกปรกอย่างสงสัย

ฝ่ายจวนถือกรอบและรูปของน้อยที่ถูกกรีดเดินตามหาเย็น เจอประวิทย์ประคองน้อยกลับมาก็เดินไปหา น้อยรีบกระซิบประวิทย์ว่าอย่าเพิ่งซักอะไรตนตอนนี้ ทันใดนั้นเย็นก็เดินมาจากอีกมุมหนึ่ง  พอเห็นสภาพของน้อย เย็นถามว่าไปทำอะไรมา?

ตกกลางคืน เย็นบ่นกับจวนว่าไม่อยากเชื่อว่าน้อยจะเป็นตะคริวแล้วจมน้ำ จวนบอกว่าตนก็ไม่อยากเชื่อ แต่ถ้าตนบอกอะไรแล้วเย็นต้องสัญญาว่าจะใจเย็นๆ พอเย็นรับปาก จวนหยิบกรอบรูปที่ซ่อนไว้ให้ดู ถามเย็นที่จ้องรูปเขม็งว่า

“พอจะรู้ไหม ว่าฝีมือใคร??”

ooooooo

ดูรูปแล้วเย็นลิ่วไปที่บ้านคุณหญิง เจอเปียอาบน้ำ เสร็จพอดี ถูกคุณหญิงถามอย่างไม่พอใจว่าใครอนุญาตให้เข้ามา เย็นตอบอย่างใจเย็นว่าพอดีมีเรื่องจะคุยกับคุณหนูเปีย

เปียเห็นสีหน้าท่าทางของเย็นก็หนาวเยือกทำเป็นรักคุณย่ามากอยากอยู่กับคุณย่า  ตอนนี้ไม่อยากคุยอะไรกับใคร ถูกเย็นดักคอว่ารู้ได้อย่างไรว่าตนจะคุยอะไร คุณหญิงปกป้องเปียไล่เย็นให้กลับไปเสียจะมายืนให้คนอื่นเดือดเนื้อร้อนใจทำไม

“แล้วคุณหนูเปียที่น่ารัก ทนให้น้าเดือดเนื้อร้อนใจ ได้หรือคะ คุณหนูรู้ใช่ไหม ถ้าน้ากลุ้มใจน้าจะเป็นยังไง?!” เย็นพูดนิ่งๆ แต่จิกตามองจนเปียหนาว แล้วเย็นก็จับต้นแขน เปียพาเดินไป แต่พอพ้นสายตาคุณหญิง เย็นก็ลากเปียถูลู่ถูกังพลางเร่ง “เดินเร็ว ฉันมีเรื่องต้องคิดบัญชีกับแก!”

คุณหญิงยืนมองจากในบ้านเห็นท่าทางของเปียที่กลัวเย็นลนลานก็แปลกใจ เมื่อเจอวณีจึงปรารภให้ฟัง วณียอมรับว่าตนก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกับคุณหญิง คุณหญิงบอกวณีว่า ที่ตนแปลกใจและไม่เข้าใจก็คือ...

“ทำไมยัยเปียยอมนังเย็นมันถึงขนาดนั้น? ยอม จนแม่สงสัย...สองคนนี้มีลับลมคมนัยอะไรกัน??”

ooooooo

เย็นกระชากเปียเข้าไปในบ้านลงมือ “สั่งสอน” ที่เปียรังแกน้อยและขี้ฉ้อตอแหล แม้จะถูกจับได้ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ดื้อด้านตะแบงเอาตัวรอดไปทุกครั้ง

เปียถูกเย็นทั้งอบรม ทั้งด่า ทั้งตบตี ถามว่า “ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม ว่าห้ามแกทำยัยน้อย” พูดจบก็ถีบเปียกระเด็นไปกระแทกฝาบ้านหน้าโขกกับพื้น เลือดกำเดาไหล เปียตัวสั่นจ้องเย็นตาแทบลุกเป็นไฟ แต่ก็ยังถูกเย็นตามไปกระทืบ

เปียกระเสือกกระสนหนีเข้าไปในห้อง จะปิดประตู เย็นดันไว้ สุดท้ายเย็นถีบประตูปังเดียวร่างเปีย กระเด็นไปติดฝา เย็นพุ่งเข้าไปกระชากประตูปิดปัง!

น้อยอ้าปากค้าง ตกใจสุดขีด! ไม่รู้ข้างในจะเกิดอะไรขึ้น!! เย็นเอากรอบและรูปของน้อยให้เปียดูถามว่านี่ฝีมือใคร? เปียก็ยังปากแข็ง แต่อ้อนวอนอย่าทำอะไรเลยตนกลัว

เย็น “สั่งสอน” เปียต่อ เอากรรไกรตัดผมของเปีย บังเอิญสันกรรไกรกระแทกถูกหน้าเปีย เปียสติแตกตะโกนลั่น

“ที่รักนังน้อยขนาดนี้ ปกป้องนังน้อยขนาดนี้ เพราะมันเป็นลูกของคุณอุทัยใช่ไหม” ถูกเย็นตบปากสั่งให้หยุด เปียยิ่งตะโกน “น้าเย็นรักนังน้อยเพราะมันเป็นลูกคุณอุทัย” เย็นตบอีกฉาดสั่งให้หยุด “ไม่หยุด!! น้าเย็นยังรักคุณอุทัย!!” เย็นตวาดให้หยุดและตบหน้าเปียซ้ายขวา...ซ้ายขวา จนหน้าเปียหันไปหันมาเลือดกบปาก

เปียท้าเย็นจะทำอะไรก็ทำเลย อยากรู้เหมือนกันว่าน้าเย็นจะปกป้องน้อยไปได้สักกี่น้ำ เย็นถามว่าจะลองดีกับตนหรือ

“เออ!! ปกป้องนังน้อยให้ได้นะ เพราะถ้าน้าเย็นเผลอ มันตาย!!”

เปียผลักเย็นล้มแล้วจะออกไป ขณะเดินผ่านยังกระทืบเท้าเย็นอย่างแรง เย็นแค้นคุ ลุกถลาตามไป เปียออกไปเจอน้อยยังตบหัวน้อยอีกทีก่อนเดินออกไป เย็นออกมาเห็นพอดีตะโกนด่า “นังสันดานเปีย!!”

วณียืนกระวนกระวายรอเปียอยู่หน้าบ้าน บ่นว่าไปคุยอะไรกับเย็นนานขนาดนี้ พอดีมีโทรศัพท์เข้าบ้าน วณีไปรับสาย  คุยกับปลายสายที่แจ้งว่านมแสจะออกจาก โรงพยาบาลวันนี้แล้ว

ระหว่างนั้นเอง เปียวิ่งร้องไห้เลือดกำเดาไหลปากแตก ผ่านหลังวณีขึ้นบ้านไป

พอวิ่งเข้าห้องเห็นผมที่ถูกเย็นตัดจนแหว่ง เห็นหน้าตัวเองในกระจก เปียตาเป็นประกายวาวอย่างโกรธแค้น

ooooooo

เย็นในสภาพยับเยินไม่น้อยกว่าเปีย นั่งน้ำตาคลออย่างแค้นใจ น้อยมองอย่างสงสารเข้าไปเช็ด

น้ำตาให้ กอดปลอบ

“น้อยไม่รู้ว่าน้าเย็นเป็นอะไร แต่น้าเย็นอย่าร้องไห้นะคะ น้อยรักน้าเย็น”

น้อยถูกเย็นตวาด “แต่ฉันเกลียดแก!” ยิ่งน้อยแสดงความรักความห่วงใยเท่าใดเย็นก็ยิ่งแสดงความเกลียดชังน้อยกระทั่งบีบคอเขย่าอย่างดุร้าย

วณีมาตามเปียเห็นเข้าพอดีร้องห้ามเย็นอย่าทำน้อย เย็นท้าว่าตนจะทำ ใครจะทำไม ด่าวณีว่า

“มายุ่งเรื่องชาวบ้านทำไม ลูกคุณล่ะ ลูกคุณอยู่ไหนทำไมไม่ไปสนใจมัน ปล่อยให้อีเปียมันบ้าทำไม!!”

วณีนึกได้มองเย็นกลัวๆ เห็นเย็นกระชากผมน้อยค้างอยู่อย่างนั้นก็ได้แต่สงสารน้อย

เมื่อกลับบ้านรู้ว่าเปียอยู่ในห้อง วณีร้องเรียกให้เปิดประตู เปียตะโกนออกมาว่าอย่ามายุ่งตนอยากอยู่คนเดียว วณีไม่รู้จะทำอย่างไรยืนร้องไห้อยู่หน้าห้อง ไม่นานก็โทร.หาอุทัยที่ยังอยู่ไซต์งาน แต่ไม่กล้าเล่า บอกว่าเสร็จงานแล้วรีบกลับมา แต่พออุทัยวางสายจากวณี ก็เห็นเลอสรรเดินมาหา เขาถามกลุ้มๆ “อ้าว...มีเรื่องอะไรหรือตาเลอ”

เลอสรรเล่าเรื่องที่มีข้อสงสัยว่าเย็นหรือเปียเป็นคนวางเพลิงบ้านนมแส

อุทัยปรารถอย่างกลัดกลุ้มว่าตอนนี้ไม่อยากคิดอะไรเลย งานก็หนักเรื่องวุ่นทางบ้านก็หนัก เลอสรรเห็นใจบอกว่าถ้ามีอะไรให้แบ่งเบาได้ให้บอก ตนยินดี

“อย่างที่น้าเคยขอร้องเลอ ยัยเปียเหมือนคนไม่ปกติ คุ้มดีคุ้มร้าย และอาการที่ยัยเปียไม่อยู่กับร่องกับรอยก็ทำให้น้าวณีกลุ้มใจ ถ้าจะช่วยน้า เลอช่วยดูแลน้องด้วยแล้วกัน ช่วยดูจนกว่าหมอวิธูจะกลับจากอเมริกา แล้วเราจะพาน้องไปหาหมอด้วยกัน”

“ครับ” เลอสรรรับคำด้วยสีหน้าหนักใจ

เมื่อกลับไปเล่าให้คุณหญิงฟัง คุณหญิงบ่นว่าทำไมต้องรอหมอวิธู หมออื่นก็มีมากมาย “น้าอุทัยบอกว่าคุณหมอวิธูเป็นเพื่อนสนิท เลยกล้าที่จะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังน่ะครับ”

คุณหญิงรื้อฟื้นเรื่องเก่าขึ้นมาบ่นอีกว่าถ้าอุทัยไม่ไปยุ่งกับเย็นเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ก็ไม่เกิด เตือนสติเลอสรรว่า

“จำไว้นะเลอสรร ทำอะไรหลานต้องคิดให้ดี อย่าคิดอะไรผิดๆ เหมือนติดกระดุม ติดผิดตั้งแต่เม็ดแรก มันจะกลายเป็นผิดแถว”

ooooooo

อุทัยกลับถึงบ้านเจอเลอสรรที่ยืนยันว่าวันเกิดเหตุน้อยบอกว่าเย็นไม่อยู่บ้าน เขาส่งกระเป๋าให้จวนเอาไปเก็บแล้วเดินไปที่บ้านเย็นทันที

“กลับถึงบ้าน แทนที่พี่อุทัยอยากเห็นหน้าฉัน กลับอยากเห็นหน้าเย็น” วณีบ่นน้อยใจ จวนจะปลอบวณีฝืนยิ้มบอกว่า “ฉันไม่เป็นไรจวน มันแค่เรื่องตลกที่ฉันหัวเราะไม่ออกเท่านั้น”

อุทัยไปหาเย็นที่บ้าน พอพูดว่าวันที่ไฟไหม้บ้านนมแสเย็นไม่อยู่บ้านเท่านั้น เย็นก็พูดหาเรื่องทันทีว่าเขากำลังสงสัยว่าตนเป็นคนเผาบ้านนมแสใช่ไหม

แทนที่จะพูดกันรู้เรื่อง เลยกลายเป็นโต้เถียงกัน ซ้ำเย็นยังขุดคุ้ยไปถึงเรื่องในอดีตว่าอุทัยหลอกตน จนอุทัยโมโหกระชากเย็นเข้าไปปรามว่าอย่าพูดแบบนี้อีก

เย็นเห็นวณีตามอุทัยมา เลยแกล้งยั่วทำเป็นกำลังจู๋จี๋กับอุทัย พูดหวานฉอเลาะออดอ้อนจนวณีทนดูทนฟังไม่ได้ร้องไห้วิ่งกลับไป เย็นหัวเราะสะใจ แต่อุทัยไม่รู้เรื่องถามว่าเป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก เย็นเปลี่ยนอารมณ์เป็นเกรี้ยวกราด รังเกียจเขาทันที ด่าเขาสาดเสียเทเสียแล้วสะบัดหน้าไป อุทัยยืนมึนบ่นตัวเองว่า

“บ้าเอ๊ย...ยืนให้เขาด่าทำไมวะอุทัย”

พอกลับถึงบ้าน อุทัยรู้จากจวนว่าวณีตามเขาไป จวนถามว่าไม่เจอกันหรือ อุทัยกังวลทันทีกลัววณีจะเห็นตนกับเย็นเมื่อครู่ รีบออกไปตามหา

แต่เย็นไปเจอวณีนั่งร้องไห้ในสวนก่อนแล้ว เย็นเข้าไปยั่ววณี บอกว่าอุทัยยังมีใจให้ตน ยังรู้สึกดีกับตนเพราะเคยอยู่ด้วยกันก่อนวณี บอกวณีว่า

“แต่ไม่ต้องกลัวนะ ฉันไม่ทำอะไรคุณหรอก เพราะตอนนี้ฉันว่าคุณกำลังได้รับกรรมอยู่ กรรมที่แย่งผัวเขามาค่ะ”

มาหลอกด่าวณีแล้วเย็นก็ผละไปอย่างสะใจ ปล่อยให้วณีเสียใจร้องไห้โฮอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ประวิทย์ไม่สบายใจเรื่องเปียทำร้ายน้อย มาหาจวนที่กำลังเม้าท์กันอยู่กับช้อย เอิบและหวาน จวนจึงพามาคุยกันที่สนามบ้านคุณหญิง

ประวิทย์ถามว่าเปียยอมรับไหมว่าเป็นคนทำร้ายน้อย โดยไม่รู้ว่าหวาน ช้อยกับเอิบตามมา

แอบฟัง

จวนบอกว่าน้อยไม่ยอมบอก ย้อนถามประ–วิทย์ว่าเห็นจริงๆใช่ไหมว่าเปียเป็นคนทำร้ายน้อย 

ประวิทย์บอกว่าเห็นด้านหลังของเปียแว่บเดียวแต่ก็จำได้ว่าเป็นเปีย จวนบ่นว่า “มันเรื่องอะไรกัน ถึงได้จะฆ่าจะแกงกันถึงขนาดนั้น

หวานฟังแล้วคุยโวว่า ตนว่าแล้ว มันต้องมีอะไร เอิบเห็นด้วยเพราะวันนั้นตัวเปียเปียกเนื้อตัวสกปรก ช้อยฟังแล้วบ่นว่าสงสารคุณๆมาก

เวลาเดียวกัน เย็นก็ไปบอกวณีว่าซื้อส้มตำปูปลาร้ามาฝากเปียแล้วเดินขึ้นไปหาที่ห้องเลย วณีอึดอัดบ่นกับตัวเองว่าไม่รู้จะทนกับสภาพแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน

“เปีย...คุณหนูเปีย” เย็นร้องเรียกที่หน้าห้อง เปียได้ยินเสียงเย็นถึงกับสะดุ้งโหยงแต่ยังเงียบ เย็นเรียกเสียงเข้มขึ้น “จะเปิดหรือไม่เปิดนังเปีย!!” เปียจึงจำต้องย่องมาเปิดประตู เย็นแทรกร่างเข้าไปทันที

วณียืนมองอยู่ข้างล่างด้วยสีหน้าไม่สบายใจที่เย็นมีอิทธิพลต่อเปียมากขึ้นทุกวัน

เย็นบอกเปียว่าซื้อส้มตำมาฝาก เปียถามว่า “นี่ง้อใช่ไหม”

“ฮื่อ!!” เย็นตอบเสียงกระด้าง แล้วพูดจริงจัง “ยังไงแกก็เป็นหลานน้า น้าย่อมรักและหวังดีกับแกมากกว่าลูกศัตรูอยู่แล้ว แต่ที่น้าทำดีกับยัยน้อย บอกตามตรง...น้าเวทนา น้าคงไม่ต้องพูดมากใช่ไหมว่า ทำไม”

เปียถามอย่างไม่หายระแวงว่าเย็นรักตนมากกว่าน้อยใช่ไหม เย็นรับว่าใช่และที่ไม่อยากให้เปียก่อเรื่องมากเพราะกลัวถูกพวกนั้นจับได้ว่าเปียไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของพวกเขา เปียมองหน้าเย็นมีข้อแม้ทันทีว่า

“งั้นน้าเย็นต้องสัญญา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น น้าเย็นต้องรักเปียมากกว่านังน้อย”

“แกก็ต้องสัญญากับน้าว่าแกจะไม่ยุ่งวุ่นวายทำร้ายยัยน้อยอีก” เปียเงียบหน้าง้ำ เย็นย้ำเสียงดุ “เปีย รับปากกับน้า!” เปียรับปากแต่ย้ำว่าเย็นก็อย่าลืมสัญญาแล้วกัน “แน่นอน...น้าไม่มีทางเห็นขี้ดีกว่าไส้ ถึงแม้บางทีไส้มันจะเน่าและเหม็นกว่าขี้ก็ตาม” เย็นเดินออกไป เปียมองตามตาเขียวปั้ด

จากนั้นเย็นเอาส้มตำใส่พริกเม็ดเดียวไปให้น้อย ถามน้อยว่ารู้ไหมว่าอุทัยสงสัยว่าตนเผาบ้านนมแส

น้อยตกใจถามว่าทำไมหรือ? เย็นบอกว่าคืนนั้นตนไม่อยู่ เรื่องนี้มีแต่น้อยคนเดียวที่รู้ น้อยปฏิเสธว่าตนไม่ได้บอกอุทัยแต่แอบระแวงว่าอาจเป็นเลอสรร

คืนนี้เอง น้อยไปที่บ้านเลอสรรสวนกับนมแสที่เอานมอุ่นๆ ไปให้เขา น้อยบอกนมแสว่าจะมาหาเลอสรร นมแสบอกว่าเขานั่งวาดรูปอยู่ริมสระน้ำ แต่น้อยไปแล้วไม่เห็นเขา มองไปที่เฟรมวาดรูป น้อยอึ้งเมื่อเห็นเลอสรรวาดรูปตนค้างอยู่ น้อยชะโงกไปดูใกล้ๆ

น้อยไม่เห็นเลอสรรเพราะเขารู้สึกไม่สบายตัวจึงถอดเสื้อคลุมกระโดดลงไปในสระ เห็นน้อยไปชะโงกดูรูปวาดก็ขึ้นจากสระมาถามว่าแอบดูอะไร? น้อยหันไปเห็นตกใจ เขินจนตัวสั่น หันไปทางอื่นบอกว่าเปล่าไม่ได้แอบมอง เลอสรรเห็นน้อยเขินมากจึงหยิบเสื้อคลุมมาสวม ถามเป็นการเป็นงานว่า “มาหาพี่มีอะไร” 

น้อยถามว่าเขาเป็นคนบอกอุทัยใช่ไหมว่าคืนที่ไฟไหม้บ้านนมแสเย็นไม่อยู่บ้าน เลอสรรอึกอักเพราะไม่ทันตั้งตัว น้อยตัดบทอย่างผิดหวังว่า

“คุณเลอสรรบอกจริงๆด้วย เป็นแผนของคุณใช่ไหมคะ แกล้งทำดีกับน้อย จริงๆแล้วตั้งใจไปแอบฟัง ทำไมคุณใจร้ายใจดำอย่างนี้คะ คุณทำให้คุณท่านสงสัยน้าเย็น ทั้งๆที่น้าเย็นไม่ได้เป็นคนทำ”

น้อยเสียใจมากจะผละไป เลอสรรคว้าตัวไว้ น้อยสะบัด เขาเลยกอดไว้แน่น น้อยทั้งโกรธทั้งตกใจผลักเขาออกเลยตกสระไปทั้งสองคน เลอสรรลงไปคว้าตัวน้อยที่จะจมน้ำกอดพามาขอบสระ น้อยรีบปีนขึ้นจากสระวิ่งหนีไป

เปียมองลงมาจากบนห้อง เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด กำมือแน่น สายตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นชิงชังน้อย

น้อยตกใจวิ่งตัวเปียกขึ้นบ้าน เย็นเห็นรอยน้ำสงสัยว่าน้อยไปทำอะไรมา

ooooooo

พรุ่งนี้หมอวิธูก็จะกลับเมืองไทยแล้ว อุทัยชวนวณีพาเปียไปหาหมอกัน วณีไม่สบายใจ อุทัยปลอบและหว่านล้อมว่าเราจะได้รู้เสียทีว่าลูกเป็นอะไรหรือเปล่า

วณีเดินหาเปียในบ้าน แต่เปียกำลังคุยกับประวิทย์ที่สวน เพราะประวิทย์ไปดักบอกว่าตนไม่สบายใจเพราะเห็นเปียทำร้ายน้อยที่สระบัว เปียหน้าเผือดไปทันที ปากแข็งว่าตนไม่ได้ทำอะไรน้อย ประวิทย์ยืนยันว่าตนเห็น ถามว่าเปียทำร้ายน้อยทำไม

“ก็...เปียหึงประวิทย์...ประวิทย์ชอบสนใจน้อย” ประวิทย์บอกว่าเพราะตนกลัวจะเป็นตัวถ่วงชีวิตของเปียเลยอยากถอยห่างออกมา “ประวิทย์ไม่เคยถ่วงชีวิตเปีย มีประวิทย์แล้วเปียมีความสุขจะตาย”

ในที่สุด เปียก็เอาตัวรอดได้ด้วยมารยาสาไถยหว่านเสน่ห์หลอกล่อจนประวิทย์เคลิ้มลืมเรื่องน้อยไปเลย

เปียกลับมาเจอวณีดักอยู่ พอวณีบอกว่าจะพาไปหาหมอ เปียปฏิเสธทันที จนอุทัยต้องอ้างว่าวณีไม่สบายให้ไปด้วยกัน เปียเล่นแง่ว่าต้องให้เลอสรรไปด้วย เพราะเขาก็เป็นลูกรักของคุณพ่อคุณแม่เหมือนกัน

เวลาเดียวกันนี้ เลอสรรไปแอบที่ข้างบ้านเย็นเพื่อดักพบน้อย ระหว่างนั้นได้ยินเย็นถามน้อยว่าเมื่อคืนไปไหนมาเห็นรอยเท้าเปียกเป็นทาง แถมยังมีน้ำหยดอย่างกับไปจุ่มน้ำที่ไหนมา

น้อยสะดุ้งใจหาย เลอสรรแอบฟังอยู่ก็ตกใจแต่แล้วทั้งสองก็สบายใจเมื่อเย็นถามว่าน้อยถูกเปียรังแกอีกหรือ น้อยอึกอักตอบไม่ออก เย็นจ้องหน้าบอกว่า

“ฉันถามแกแล้วนะ แต่ถ้าแกโกหกก็ช่วยไม่ได้”

พอเย็นออกจากบ้านไป น้อยก็ต้องตกใจเมื่อเลอสรรโผล่เข้ามา เขาพยายามชี้แจงกับน้อยว่าตนไม่ได้ฉวยโอกาสกับน้อย แต่ไม่ทันได้พูดอะไรกันต่อ เปียก็โทร.เข้ามือถือบอกเลอสรรว่าวณีไม่สบายให้มาช่วยพาไปหาหมอ เขาจึงบอกน้อยว่าตนจะพาวณีไปหาหมอก่อนแล้วค่อยกลับมาอธิบายทุกเรื่องให้น้อยเข้าใจ

น้อยมองตามเลอสรรไป เตือนใจตัวเองว่า “เขา เป็นของเปีย...เขาเป็นของเปีย...”

ooooooo

อุทัยบอกเปียว่าเลอสรรจะตามไปพบกันที่โรงพยาบาล เปียจึงยอมไปกันก่อน ไปถึงโรงพยาบาลไม่นานเลอสรรก็ไปถึง เปียประจ๋อประแจ๋เกาะแจทันที แต่พอรู้ว่าเขาไปหาน้อยมาก็หน้าบูดแว้ดถามว่า ไปคุยอะไร!

อุทัยกับวณีเตือนกิริยาที่ไม่เหมาะสมของเปีย เปียก็อ้างว่าตนต้องอบรมพี่เลอหน่อย เพราะคุณแม่ไม่สบายแทนที่จะมาพาไปหาหมอกลับไปขลุกอยู่กับผู้หญิง ทำให้ทั้งอุทัยและวณีไม่สบายใจ ช่วยกันติติงอย่างระมัดระวังก็ยังถูกเปียแว้ดใส่เอะอะอาละวาดจนวณีลำบากใจ

อุทัยเห็นบรรยากาศไม่ดีจึงฝากเปียไว้กับเลอสรรอ้างว่าตนจะพาวณีไปหาหมอ

พออยู่กันสองคน เปียอารมณ์ดีขึ้นทันที ชวนเลอสรรไปเดินเล่นกัน เลอสรรบอกให้เปียไปเลย ตนจะไปนั่งรอที่ร้านกาแฟ ถูกเปียประชดว่าถ้าตนเป็นน้อยเขาคงอยากไปเดินเล่นด้วยทั้งวันใช่ไหม

“ใช่!” เลอสรรตอบทันที ทำเอาเปียแทบช็อก ไม่เพียงเท่านั้นเขายังบอกว่า “พี่สนใจน้อย พี่ชอบน้อย พี่อยากอยู่กับน้อย น้องเปียเข้าใจนะ”

พูดจนเปียช็อกแล้ว เขายังแนะนำเปียว่าแทนที่จะมัวมาวิ่งตามตน เปียควรไปเรียนมหาวิทยาลัยต่อดีไหม แต่หัวเด็ดตีนขาดเปียก็ไม่ยอมไปเรียน อวดโอ่ว่าตนเป็นลูกคนรวยไม่ต้องทำอะไรก็มีเงินมากกว่าคนที่เรียนสูงๆ เสียอีก พูดอวดดีว่า

“คนอย่างคุณหนูเปีย เรียนแต่มหาวิทยาลัยชีวิตก็พอแล้ว”

“ไม่พอ นอกจากการศึกษาจะให้ความรู้ การศึกษายังจะช่วยขัดเกลาให้น้องเปียรู้จักกาลเทศะ ให้น้องรู้ว่าอะไรควรไม่ควร” เปียโต้ว่าตนเป็นคนแบบนี้ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร “งั้นน้องเปียก็ต้องยอมรับสภาพให้ได้ ถ้าวันหนึ่ง น้องเปียจะไม่เหลือใครเลย” เปียตกใจถามว่าพูดอย่างนี้หมายความว่าอะไร “ก็หมายความว่าพี่จะไม่ทน

น้องเปียน่ะสิ!”

เปียเหวอ พอตั้งสติได้ก็กรี๊ดลั่น “จะฟ้องแม่ เปียจะฟ้องคุณพ่อคุณแม่!” แล้วเดินอ้าวเข้าโรงพยาบาลไปเลย

ooooooo

เปียเดินทะเล่อทะล่าไปชนรจนาที่หมอวิธูเอารูปเปียให้ดูแล้วให้มาตามไปพบหมอ แต่รจนาบอกเปียว่าวณีให้มาตามเพราะอยากให้ไปรู้จักหมอวิธู

หมอวิธูฟังอาการของเปียจากอุทัยและวณีแล้วคาดว่าเปียคงเป็นโรคไบโพลาร์ เป็นโรคอารมณ์แปรปรวน อารมณ์สองขั้ว หรือคนสองบุคลิก เกิดจากการทำงานผิดปกติของสมอง จากการวิจัยพบว่าเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมค่อนข้างมาก เพราะถ้าพ่อแม่เป็น ลูกหลานก็มีโอกาสจะเป็น แต่หมอขอตรวจสภาพของเปียให้แน่ใจอีกที

พอเปียเข้าไปเห็นหมอวิธูก็ทักสวัสดีโดยไม่ไหว้พูดขำๆ กลั้วหัวเราะว่า “ลุงหมอแก่กว่าที่คิดไว้อีกนะคะ” ทำเอาทั้งอุทัยและวณีตกใจมาก เปียไม่หยุดแค่นั้นยังวิพากษ์วิจารณ์บุคลิกของหมอเสียๆหายๆ ว่าทั้งหัวล้าน หน้าเหี่ยว พอถูกอุทัยกับวณีปราม ก็เถียงว่าตนเป็นคนตรงพูดความจริง ย้อนถามว่าหรืออยากให้ตนโกหก?

แล้วเปียก็ปรี๊ดแตกเมื่อเห็นแฟ้มคนไข้ชื่อจรรยา อนุรักษ์ธานิน เปียกระชากไปดูเร็วจนไม่มีใครห้ามทัน เปียตวาดถามว่าประวัติคนไข้ หมายความว่าอย่างไร ตนไม่ได้ป่วย เปียอาละวาดหาว่าอุทัยกับวณีว่าตนเป็นบ้า ตะโกนว่า “เปียไม่ได้บ้า!” แล้ววิ่งหนีไป อุทัยกับวณีตกใจวิ่งตามไป

เลอสรรเห็นเปียวิ่งมา มีอุทัยกับวณีไล่ตามจึงออกไปขวางเปียไว้ เปียแผดเสียงลั่นว่า “กลับบ้าน เปียจะกลับบ้าน”

หมอวิธูบอกอุทัยกับวณีเมื่อพากันกลับไปที่ห้องว่าอาการของเปียเป็นโรคไบโพลาร์แน่นอน เพราะเปียควบคุมตัวเองไม่ได้เลย อุทัยถามอย่างหนักใจว่าแล้วจะต้องทำอย่างไร

“ดูแลและเข้าใจแกให้มากที่สุด ฉันจะจัดยา และส่งรจนาไปดูอาการของหนูเปียอย่างใกล้ชิด” เพื่อให้อุทัยหายกังวล หมอวิธูบอกว่ารจนาเป็นหลานภรรยาตน รับรองจะไม่เอาเรื่องเปียไปเที่ยวพูดแน่

ooooooo

เลอสรรทั้งปะเหลาะและหว่านล้อมเอาใจจนเปียยอมกลับเข้าไปพบอุทัยและวณีอีกครั้ง แต่ก็ยังกระฟัดกระเฟียดใส่

อุทัยพูดว่า เปียเคยถามว่าตัวเองเป็นลูกของเขาจริงหรือเปล่า บอกว่าถ้าคิดว่าพ่อแม่ไม่หวังดีกับเปีย เรามาตรวจดีเอ็นเอกันก็ได้ เปียคิดหนักโวยวายกลบเกลื่อนว่าถ้าไปตรวจก็ต้องถูกตรวจว่าเป็นคนบ้า แผดเสียงลั่น “เปียไม่ตรวจ...ไม่ตรวจ...ไม่ตรวจ!!”

อุทัยปรารภกับเลอสรรว่ากลุ้มใจเพราะจนบัดนี้ตนก็ยังไม่อยากเชื่อเรื่องโรคไบโพลาร์ที่เปียเป็น เพราะทั้งคนในตระกูลตนและวณีไม่มีประวัติเป็นโรคนี้ แต่ก็ต้องเชื่อหมอทั้งที่ไม่อยากเชื่อ สิ่งที่จะทำให้ปัญหากระจ่างชัดคือตรวจดีเอ็นเอ

“ถ้ายัยเปียเป็นลูกของน้าจริงๆ ไม่ว่าแกจะเป็นอะไร น้าก็พร้อมจะรักจะดูแล แต่ถ้าไม่ใช่ น้าก็ไม่ควรจะมาปวดหัวกลุ้มใจกับลูกของคนอื่นไม่ใช่เหรอเลอ?”

เลอสรรเห็นด้วย แต่อุทัยเป็นห่วงความรู้สึกของวณีจึงยังไม่ทำตอนนี้ ฝากเลอสรรให้ดูแลเปียให้ด้วย พูดอย่างหนักใจว่า “เพราะถ้ายัยเปียยังเป็นแบบนี้ คนที่บ้าหรือตายก่อน อาจเป็นน้ากับน้าวณี”

เลอสรรฟังแล้วทุกข์ใจแทน เมื่อกลับเข้าไปในห้อง พบว่ารูปของน้อยที่ใส่กรอบตั้งไว้บนโต๊ะหายไป เขาถามนมแสว่ามีใครเข้ามาทำความสะอาดห้องตนหรือเปล่า เพราะรูปหาย แต่พอนมแสถามว่ารูปอะไรเขาก็ชะงัก กลบเกลื่อนว่าไม่เป็นไร เอาเป็นว่าเดี๋ยวตนไปถามเองดีกว่า

“เป็นงานที่ต้องส่งอาจารย์รึเปล่าคะ ดิฉันจะได้ช่วยหาอีกแรง” นมแสเป็นห่วงแทน

“เปล่าครับ แต่รูปนั้นมีความสำคัญกับผมมาก เป็นรูปพิเศษ ของคนที่ผมรู้สึกพิเศษ”

เปียแอบฟังอยู่รู้ว่าเลอสรรถามหารูปอะไร แค้นแทบคลั่ง สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความริษยาเกลียดชังน้อย

ooooooo

บรรดาพวกในครัวพากันเม้าท์อาการป่วยของเปียที่ว่าถ้าถูกขัดใจมากๆ อาจถึงกับฆ่าตัวตายได้ ทุกคนพากันสงสารคุณหญิง ปรารภกันว่าถ้าคุณหญิงรู้จะว่าอย่างไร

“ก็คงด่าเย็นเหมือนเดิม” จวนตอบแทน แต่คุยกันไปขุดคุ้ยกันไปหวานก็ฉุกคิดว่า เย็นเลี้ยงทั้งน้อยและเปียมาด้วยกันแต่ทำไมน้อยไม่เป็นอย่างเปีย หรือว่าเย็นสลับสับเปลี่ยน จริงๆแล้วน้อยคือหนูเอื้อยที่ถูกขโมยไป

น้อยที่จะมาขอธูปเทียนไปไหว้พระเพราะที่บ้านหมดพอดีได้ยินเข้า แม้ไม่เชื่อแต่ก็อึ้งเมื่อประวิทย์หยิบธูปเทียนให้แล้วบอกน้อยว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย แต่พากันไปคุยที่สวนเพราะไม่อยากให้เรื่องฉาวไป

ประวิทย์ถามน้อยว่ารู้เรื่องโรคไบโพลาร์ของเปียแล้วใช่ไหม ตนกลัวว่าถ้าเรื่องเปียตบน้อยจนตกสระแพร่ไป จะทำให้เปียเครียด ขอร้องน้อยอย่าพูดเรื่องนี้ออกไปได้ไหม

“น้อยไม่เคยคิดจะบอกใครอยู่แล้ว พี่กับน้องทะเลาะกันเป็นเรื่องธรรมดา บ้านไหนๆก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น”

เลอสรรที่จะมาถามน้อยเรื่องรูปเห็นประวิทย์พาน้อยไปคุยในสวนก็หึงหวงแอบตามไป แต่พอได้ยินทั้งสองคุยกันก็ค่อยเบาใจและถึงกับโล่งใจยิ้มออก เมื่อประวิทย์สารภาพว่าที่ตนทำทุกอย่างนี้ ก็เพราะ “พี่รักคุณหนูเปีย”

ooooooo

 

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”
12 ธ.ค. 2562
07:45 น.