ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คมพยาบาท

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

น้อยถูกเย็นลากถูลู่ถูกังไปถึงหน้าบ้าน ก็ตบตีอย่างบ้าคลั่งเพราะความอาฆาตพยาบาททำให้เห็นหน้าน้อยเป็นวณีและอุทัย

“น้าเย็น...นี่น้อยนะคะ...น้อยค่ะ!!” น้อยพยายามร้องบอก เงยหน้ามองเย็นทั้งหวาดกลัวและไม่เข้าใจ ยืนยันว่า “น้อยไม่ได้นัดคุณเลอสรร ไม่ได้นัดจริงๆ”

“เฮอะ! โลกนี้มันช่างกลมจริงๆเลยนะนังน้อย แกก็เหมือนกับแม่ของแกนั่นแหละ มายาสาไถย ฉันเกลียดนักคนดัดจริต คืนนี้แกนอนอยู่นี่เลยไม่ต้องเข้าบ้าน”

เย็นผลักน้อยล้ม น้อยผวาเข้ากอดขาก็ถูกสะบัดผลักอย่างแรงไม่ยอมให้ถูกตัว ขู่น้อยก่อนที่ตัวเองจะเข้าบ้านว่า

“ถ้าพรุ่งนี้ ฉันออกมาแล้วไม่เห็นแกอยู่ที่นี่ แกคงรู้ใช่ไหมนังน้อยว่าแกจะเจออะไร!!” เย็นเข้าบ้านปิดประตูโครม!

ครู่เดียวฝนตกลงมาห่าใหญ่ น้อยไม่กล้าไปไหนได้แต่ขยับเข้าไปพิงฝาบ้าน ส่วนเย็นพอเข้าบ้านก็มายืนตรงหน้าต่างมองออกไป แผดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งสะใจ สายฝนสาดเข้ามาจนเย็นเปียกหมดก็ไม่หนี ยืนอยู่ตรงนั้นหัวเราะแล้วร้องไห้จนหมดแรงทรุดอยู่ตรงนั้น...

เลอสรรไม่อาจตามไปช่วยน้อยได้ เขายืนที่หน้าต่างบ้านมองไปที่บ้านเย็นแล้วทำท่าจะออกไป อุทัยติงว่าไม่ต้องไปยุ่ง เย็นจะทำอะไรน้อยก็ช่างหัวมัน เลอสรรจะท้วงติงก็ถูกอุทัยตัดบทเคืองๆว่า

“น้อยเป็นหลานมัน มันจะฆ่าจะแกงหลานมันได้ก็ลองดู” วณีถามว่าทำไมอุทัยต้องโกรธเย็นขนาดนั้นด้วย อุทัยโพล่งไปว่า “ก็มันด่าพี่!”

วณีถามว่าที่เย็นพูดไม่ถูกหรือ เพราะเขาเคยสัญญาว่าจะรักเย็นคนเดียวแต่แล้วจู่ๆก็เปลี่ยนใจ ถ้า

เป็นตนก็ต้องว่าเขาเหมือนกัน พออุทัยจะชี้แจงก็ถูกวณีดักคอว่า

“อย่าแก้ตัวเลยค่ะ ยิ่งพูดพี่อุทัยก็ย่ิงเสีย ที่วณีพูดก็แค่ติงให้พี่อุทัยได้รู้ ทุกอย่างมีที่มาที่ไปทั้งนั้น วณีไม่ได้หึงหวง นาทีนี้สิ่งที่อยู่ในใจของวณีมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือลูกเปียค่ะ” พูดแล้วเดินออกไปเลย

อุทัยฮึดฮัด นมแสที่อยู่แถวนั้นมองทั้งสองอย่างไม่ สบายใจ แต่ลึกๆในใจทั้งเข้าใจและเห็นใจเย็นกับน้อย...

เปียร้องไห้วิ่งเข้าห้องนอนแล้วก็ยิ้มร่า นึกได้ว่ายังไม่ได้อัพเฟซก็นอนเกลือกกลิ้งถ่ายรูปตัวเองระริก–ระรี้ พลันก็ชะงักเมื่อวณีมาเคาะประตูเรียก

ได้ยินเสียงวณี เปียก็แกล้งทำเสียงสะอื้นบอกวณีว่าตนอยากอยู่คนเดียว ขอทำใจก่อนสัญญาว่าพรุ่งนี้จะเป็นเปียดื้อที่น่ารักของคุณแม่เหมือนเดิม วณีบอกรักและเป็นห่วงเปียแล้วจึงกลับไป เปียขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายคุ้มครองคุณแม่ด้วย พอได้ยินเสียงวณีเดินไปแล้ว เปียดีดนิ้วเปาะแบบสก๊อย แอ๊บร้องไห้ในท่าสวยแล้วอัพเฟซพร้อมกับพิมพ์ข้อความ

“ใครๆ ก็ไม่รัก ซีเปียอยากตาย!!” อัพเสร็จดูยอดไลค์แล้วยิ้มแฉ่งอยู่คนเดียว

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เลอสรรก็ยังเป็นห่วงน้อย มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นพื้นดินเฉอะแฉะ เขาลงเดินตรงไปที่บ้านเย็นเห็นน้อยนั่งพิงฝาบ้านเปียกปอนตัวสั่น

เลอสรรวิ่งเข้าไปประคองน้อยร้องเรียกหลายครั้งน้อยจึงปรือตามอง ดวงตาแดงก่ำเพราะพิษไข้ เลอสรรจะพาไปหาหมอ น้อยรีบปฏิเสธ พอดีจวนถือขันมะลิมาเห็นก็ตกใจ บอกเลอสรรว่าให้รีบกลับไปเสียตนจะดูแลน้อยเอง เดี๋ยวเย็นมาเห็นเข้าจะเป็นเรื่องอีก จวนขอร้องจนเลอสรรต้องไปแต่ฝากให้จวนช่วยดูแลน้อยด้วย

พอเลอสรรไปแล้ว จวนพยายามประคองน้อยขึ้นมาแต่โงนเงนทำท่าจะล้ม ประวิทย์มาเจอพอดีจึงรีบเข้าไปช่วยประคองพาน้อยเข้าบ้าน

จวนร้องเรียกเย็นก็เงียบ จึงฝากประวิทย์ช่วยดูแลน้อยแล้วตัวเองไปตามหาเย็น เจอเย็นนั่งทรุดอยู่ริมหน้าต่างเนื้อตัวเปียกชุ่มเพราะโดนฝนสาดทั้งคืนเหมือนกัน พอเย็นถูกปลุกก็ถามจวนงงๆว่ามีอะไร จวนถามว่าทำไมปล่อยให้น้อยนั่งตากฝนจนไม่สบาย

“น้อยไม่สบาย...” เย็นเพิ่งนึกได้รีบไปหาน้อย

“เป็นบ้าอะไรของแก ประสาท!!” จวนมองเย็นบ่นเซ็งๆ แล้วเดินตามไป

เย็นโผเข้าหาน้อย เหล่ใส่ประวิทย์ว่ามายุ่งอะไรด้วยไล่และผลักประวิทย์จนหัวคะมำแล้วบอกน้อยให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียเดี๋ยวจะทำข้าวต้มให้กิน

จวนถามว่าหยูกยามีหรือเปล่า เย็นไม่ตอบจวนบ่นหงุดหงิดว่าเกลียดนักคนถามแล้วไม่ตอบ ตะโกนบอกว่า

“นี่...ดอกมะลิน่ะ ฉันเก็บมาให้น้อยร้อยพวงมาลัย แต่น้อยมันไม่สบาย แกก็เอาดอกมะลิไปไหว้พระ แล้วเอาน้ำมนต์รดหัวมั่งนะนังเย็น เผื่อผีบ้ามันจะออกจากตัวแกมั่ง” แล้วบอกประวิทย์ให้กลับได้แล้วเดี๋ยวตนจะหายามาให้เอง ประวิทย์บอกว่าห้องตนมียาสมุนพรที่บ้านให้มาดีมากเลยเดี๋ยวจะเอามาให้ แล้วรีบวิ่งไป

เย็นจะทำข้าวต้มให้น้อยแต่แก๊สหมดจึงไปทำที่ครัวใหญ่ น้อยมองเย็นอย่างซาบซึ้งใจในความห่วงใยตนแต่ก็ไม่เข้าใจอารมณ์แปรปรวนของเย็น

ooooooo

คุณหญิงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ก็ยิ่งโทษว่าเป็นเพราะ “นังสันดานเย็นคนเดียว!!” บอกอุทัยว่าไม่อยากทนอีกต่อไปแล้ว

อุทัยติงว่าไม่อยากทนก็ต้องทนเพราะถ้าเย็นไปก็ต้องเอาเปียไปด้วย คุณหญิงห่วงเปียขึ้นมาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง วณีบอกว่าขังตัวเองอยู่ในห้อง จะเป็นอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้ คุณหญิงจึงนึกขึ้นได้ว่าให้เปิดเฟซบุ๊กดูจะได้รู้ว่าเปียเขียนอะไรลงไปหรือเปล่า เพราะวันก่อนเลอสรรเพิ่งเปิดให้ดู ชื่อ เซ็กซี่ซีเปีย อะไรนี่แหละ

อุทัยคว้าโน้ตบุ๊กไปเปิดหาทันที พอเจอคุณหญิงบอกว่าเฟซนี้แหละแม่จำได้ พอเลอสรรคลิกเข้าไปดูเห็นเปียโพสต์ลงไปว่า “พ่อแม่ไม่รักอยากตาย” วณีก็ฟูมฟายจะวิ่งไปหาเปีย อุทัยคว้ามือไว้เตือนสติว่าคนอยากตายไม่มีใครโพสต์รูปอัพลงเฟซแบบนี้หรอก คุณหญิงบอกให้อ่านต่อดูว่าเปียคุยอะไรกับเพื่อนบ้าง

เจอเพื่อนสก๊อยของเปียเม้นต์มาว่า “อยากตายก็ไปเลยสิยะ” “แกแอ๊บหน้าสวยร้องไห้เป๊ะเว่อร์แบบนี้แกไม่ตายง่ายๆหรอกนังเปีย” แล้วเปียก็หัวเราะฮ่าๆๆ

ทุกคนอึ้ง อุทัยถอนใจปรารภว่า “ลูกต้องเป็นอะไรแน่ๆเลย” คุณหญิงเห็นด้วย แล้วก็ไปลงที่เย็นอีกว่า “เพราะนังเย็นคนเดียว!”

ระหว่างนั้นเปียออกจากห้องเดินผ่านนมแสจนเกือบชนแต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ เดินไปปะเหลาะวณี อุทัยและคุณหญิงแล้วบอกว่าจะไปเดินเล่น คุณหญิงพึมพำงงๆ “แม่เปียไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดทุกข์ร้อนแล้วนี่...นี่มันอะไรกัน??”

ooooooo

เปียระริกระรี้ไปบ้านประวิทย์ ผ่านบ้านเย็นเห็นรองเท้าผู้ชายอยู่หน้าบ้านก็เอะใจว่ามีผู้ชายมาหาน้อยถึงบ้านเลยหรือแต่พอจำได้ว่าเป็นรองเท้าของประวิทย์ ก็ของขึ้นทันที

ประวิทย์กำลังบอกให้น้อยกินข้าวอยู่ เปียพรวดเข้าไปแว้ดใส่ทันทีว่าประวิทย์มาอยู่นี่ได้ไงน้าเย็นมาเห็นเข้าล่ะยุ่งแน่ บอกประวิทย์ให้รีบกลับไปเลย ประวิทย์ตกใจรีบกลับ เย็นกลับมาเห็นหลังประวิทย์ไวๆ ก็รีบสาวเท้าไปที่บ้าน เห็นรองเท้าเปียวางอยู่หน้าบ้านก็

แสยะยิ้มอย่างเดาเหตุการณ์ออก

เปียกำลังขู่และทำร้ายน้อยไม่ให้ยุ่งกับผู้ชายของตนไม่งั้นตาย!

เย็นเจอพอดีตวาดว่าถ้ากล้าก็เอาเลยสั่งเปียให้ฆ่าน้อยต่อหน้าตนนี่แหละไม่งั้นตนจะฆ่าเปียเอง ด่าเปียว่าคำก็ตายสองคำก็ตาย เป็นลูกผู้ลากมากดีไปเอาสันดานเลวๆแบบนี้มาจากไหน เปียรู้ว่าเย็นด่าถึงพ่อแม่ตน แต่

ไม่กล้าเถียง เย็นถามว่าเพราะเรื่องผู้ชายนายประวิทย์หรือ ถึงได้อยากฆ่าแกงน้อย บีบปากเปียกัดฟันด่าว่า

“อย่าปัญญาอ่อนนักนะนังเปีย ไม่งั้นแกจะไม่มีโอกาสได้กินผู้ชายอย่างที่แกชอบ ไป๊!!”

เปียกระทืบเท้าผ่านเย็น ถูกเย็นตบขาผัวะด่า “กล้ากระทืบเท้าใส่น้าหรือคะคุณหนูเปีย”

เปียไม่สนใจหันไปปรามน้อยว่าอย่ายุ่งกับผู้ชายของตนอีกจำไว้ เย็นด่าอย่างระอาว่า

“ผิดคำฉันว่าซะเมื่อไหร่ วันๆคิดแต่เรื่องผู้ชาย นังสันดานเปีย” เย็นติดคำด่าแบบคุณหญิงมาไม่รู้ตัว

แต่พอเปียออกจากบ้านเย็นก็ด่าทั้งน้อยทั้งเย็น “ปากเก่งไปเถอะน้าเย็น สักวันนังเปียจะเฉดหัวออกจากบ้านทั้งน้าทั้งหลานเลย” แล้วเดินลิ่วไปที่บ้านประวิทย์เพื่อปลดเปลื้องอารมณ์

ooooooo

นับวันอุทัยกับวณีก็มีเรื่องผิดพ้องหมองใจกันมากขึ้นเพราะคิดต่างกันเรื่องเปีย เช้านี้ขณะเดินมาส่งอุทัยไปทำงานก็มีเรื่องโต้แย้งกันอีก วณีเห็นอุทัยอารมณ์ไม่ดีจึงให้เลอสรรไปเป็นเพื่อน

กลับมาเจอนมแส วณีบ่นว่า ได้ลูกกลับคืนมาแต่ทำไมทุกคนถึงไม่มีความสุข บ้านร้อนเป็นไฟขึ้นทุกวัน

“นั่นน่ะสิคะ ดิฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ตกลงเป็นเพราะเย็นหรือเปีย?” นมแสได้จังหวะเลยลองแพลมๆ ดู พอถูกวณีมองหน้า นมแสก็เดินเลี่ยงเข้าบ้านไป

เปียไปหาประวิทย์ถามขู่ว่าไปยุ่งกับน้อยทำไม ประวิทย์บอกว่าน้อยไม่สบาย  เปียอ้างว่าน้อยมีน้าเย็นดูแลอยู่แล้ว แต่ตนไม่มีใครดูแล แล้วเข้ากอดนัวเสียจนประวิทย์เกร็ง

หลังจากอ่อยและอ้อนแล้ว เปียชวนประวิทย์คืนนี้ไปเที่ยวกัน ประวิทย์ไม่กล้า เปียบอกว่าไม่ได้บอกให้กล้าแต่ให้ทำตามใจตน บังคับว่า “คืนนี้ไปเที่ยวกัน ส่วนจะไปอะไรยังไง เปียจัดการเอง” พูดแล้วยิ้มมีเลศนัยย้ำว่า “เข้าใจตรงกันนะ”

กลับถึงบ้านเจอวณีนั่งเล่นอยู่กับฝ้ายแมวแสนรัก เปียเข้าไปเป่าหูใส่ไฟทั้งเย็นและน้อยเป็นชุด

เปียปั้นน้ำเป็นตัวว่า เมื่อคืนน้อยกับเย็นไม่พอใจมากที่คุณพ่อคุณแม่ไปว่าพวกเขาเลยจะออกจากบ้านเรา น้าเย็นยังบอกอีกว่า “ถ้าเปียรักน้าเย็นจริงๆ ต้องให้น้าเย็นไป เพราะอยู่ที่นี่ คุณพ่อคุณแม่คุณย่าทุกคนต่างดูถูกเหยียดหยามน้าเย็น”

เท่านั้นไม่พอยังใส่ไฟว่า ตนพยายามห้ามน้าเย็นแล้วกลับถูกน้าเย็นด่าว่าดัดจริต ดัดจริตเหมือนคุณแม่ แล้วยังด่าคุณพ่อว่าตอหลดตอแหลหลอกน้าเย็นแล้วทิ้ง ส่วนคุณย่าน้าเย็นก็บอกว่าจะถอนหงอกเข้าสักวัน

หลังจากปั้นน้ำเป็นตัวเป่าหูใส่ไฟเย็นกับน้อยแล้ว เปียก็มารยาทำเป็นปวดหัวจะไปนอนบอกวณีว่าอยากนอนยาวๆไปถึงพรุ่งนี้เลย  วณีบอกว่าต้องกินยากินข้าวก่อน เปียขอกินยาอย่างเดียว แต่พอวณีเอายามาให้  เปียก็แอบทิ้งถังขยะ

ooooooo

เย็นด่าน้อยว่าบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ายอมให้เปียรังแก น้อยทำหน้าเศร้ายอมรับว่าตนสู้เปียไม่ได้และที่สำคัญเป็นพี่น้องกัน ไม่รู้จะทะเลาะกันไปทำไม

“แกคิดว่ามันเป็นพี่น้อง แล้วมันคิดว่าแกเป็นพี่น้องของมันรึเปล่า โดยเฉพาะผู้ชายของมันมายุ่งกับแกถึงบ้านถึงขนาดหาข้าวมาให้กิน ฉันว่านังเปียมันต้องคิดทำอะไรแกแน่ๆ แต่แกไม่ต้องกลัว ถ้านังเปียมันทำอะไรแก ฉันจะจัดการมันเอง”

พูดแล้วเย็นเดินออกไป เย็นหายไปนานจนน้อยกลัวจะมีเรื่องจึงเดินออกไปตามหา

เย็นไปนั่งที่ใต้ซุ้มลัดดาวัลย์ คิดถามตัวเองว่าเพื่อความสุขของทุกคนตนควรจะไปใช่ไหม  พอดีน้อยเดินมาเจอ บอกว่าเห็นน้าเย็นหายไปนานตนเป็นห่วง ถามว่าน้าเย็นมีเรื่องไม่สบายใจหรือ  ถ้าเป็นเรื่องตนก็ขอโทษด้วย ขอให้เชื่อใจได้ว่าตนไม่เคยขัดคำสั่งของน้าเย็นแม้แต่เรื่องเดียว

“น้าแค่คิดถึงบ้าน...ตอนนี้เปียก็มีความสุขกับพ่อแม่เขาแล้ว เรากลับบ้านของเราดีไหมน้อย” น้อยดีใจมากบอกว่าตนก็คิดถึงบ้านเหมือนกัน “งั้นน้อยหายดีแล้วเรากลับบ้านกันเลยนะ”

จวนมายืนมองยืนฟังอยู่อย่างทุกข์ใจแทน...แกล้งตามไปที่บ้านเย็น เห็นกำลังเก็บเสื้อผ้ากันอยู่ จวนทักว่าทำอย่างกับจะไปวันนี้พรุ่งนี้อย่างนั้นแหละ เย็นบอกว่าจะไปวันไหนก็ต้องไปอยู่ดี

“พี่เห็นด้วย”

“นี่พี่จวนจะมาพูดเหมือนเมื่อยี่สิบปีก่อนใช่ไหม”

จวนบอกว่าไม่ใช่ พูดไปก็ไม่มีประโยชน์เพราะเย็นไม่เคยเชื่อสิ่งที่ตนบอกอยู่แล้วถึงได้กลับมาที่นี่อีก เย็นหัวเราะหยันเมื่อพูดถึงอดีตว่า

“ตอนแรก พี่ก็ด่าฉันว่าเพ้อเจ้อ ฝันกลางวัน ทั้งๆ ที่คุณอุทัยเป็นคนมาหลงรักฉัน ให้คำสัญญากับฉันก่อน มาตอนนี้ พี่ก็มาด่าฉันอีก ทั้งๆที่คุณอุทัยเป็นฝ่ายขอร้องอ้อนวอนให้ฉันอยู่ที่นี่ เกิดเป็นคนจน เป็นคนใช้นี่มันผิดตั้งแต่เกิดสินะพี่จวน”

“จะผิดหรือถูก มันอยู่ที่ความควรหรือไม่ควร”

“ถ้าพี่จะมองว่าความรักความซื่อสัตย์ของคนที่ต่ำต้อยมันไร้ค่าไร้ราคาไม่ควรไปอาจเอื้อมรักคนรวย งั้นการโกหก หลอกลวง ของคนที่เรียกตัวเองว่าผู้ดีร่ำรวย มันก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเกิดเป็นคนรวยทำอะไรก็ไม่ผิด”

เย็นตอบโต้แล้วเก็บเสื้อผ้าต่อ จวนพยายามระงับอารมณ์ บอกเย็นว่า

“จนถึงป่านนี้ แกก็ไม่เข้าใจความหวังดีของพี่อยู่ดี เอาเถอะ จะไปเมื่อไหร่ก็ไป แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร พี่ว่าแกไม่ควรกลับมาที่นี่อีก” พูดแล้วจวนเดินออกไปเลย

เย็นนิ่งคิดอย่างเจ็บปวด จนน้อยถามขึ้นว่า น้าเย็น ไม่อยากไปจากที่นี่หรือ เย็นย้อนถามว่า “ทำไมน้าต้องอยากอยู่ให้คนที่นี่ดูถูกเหยียดหยาม จำไว้นะน้อย อย่าอ่อนแอให้ใครเห็น แกต้องเข้มแข็ง แต่ถ้าวันไหนแกร้องไห้...แกก็ร้องออกมาให้หนำใจ แต่แกต้องได้อะไรจากน้ำตา!”

เย็นน้ำตาไหลพราก แต่แววตาแค้นจะเอาคืน!!

พอจวนกลับไปที่ห้องครัว ก็ได้รับโทรศัพท์จากเลอสรรขณะทำงานอยู่กับอุทัยที่โครงการสร้างคอนโด เขาถามว่าน้อยเป็นอย่างไรบ้าง จวนบอกว่าดีขึ้นแล้วไม่ต้องห่วงเพราะเย็นดูแลอยู่ เลอสรรตอบอย่างโล่งใจว่าได้ยินแบบนี้ก็สบายใจ ขอบคุณจวนแล้ววางสาย

บรรดาในห้องครัวทั้งหวานและช้อยแถเข้ามาถามอย่างตื่นเต้นตาโตว่าเลอสรรโทร.มาถามอาการของน้อยหรือ??? จวนตอบอย่างรำคาญใจว่าหูก็ไม่ตึงแล้วจะมาถามอะไรอีก ว่าแล้วเดินปึ่งออกไป ช้อยกับหวานเลยหันไปเม้าท์กันเองว่า เลอสรรอาจชอบน้อย ช้อยกลัวว่าถ้าเป็นจริงประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอุทัยกับเย็นไหม? หวานยิ้มเยาะบอกว่า

“ไม่ซ้ำหรอก เพราะคุณเลอสรรเข้าหาหนูน้อยเอง ไม่เหมือนนังเย็นที่มันพยายามเข้าหาอ่อยคุณอุทัย ถ้าจะซ้ำน่าจะเป็นหนูเปียมากกว่าที่เผลอไม่ได้ เข้าหาแต่ประวิทย์!”

ooooooo

พอกะว่าไม่มีใครอยู่แถวหน้าห้องแล้ว เปียที่แต่งตัวเซ็กซี่มากย่องออกจากห้องไปอย่างลิงโลด คลาดกันเส้นยาแดงเดียวกับวณีและนมแสที่เอาข้าวต้มมาให้

ทั้งสองตกใจมากเมื่อเรียกแล้วในห้องเงียบจึงเอากุญแจสำรองมาเปิด ยิ่งตกใจเมื่อเปียหายไปแล้ว

กลายเป็นเรื่องใหญ่ วณีรีบโทร.บอกอุทัย เขากลัวว่าเย็นจะพาเปียหนีบอกให้รีบไปดูที่บ้านเย็น วณีชวนนมแสรีบไปหาเย็น ถูกเย็นถามประชดว่าคิดว่าตนจะจับเปียเรียกค่าไถ่หรือ? วณีขอร้องอย่ายอกย้อน เย็นจึงถามอย่างมีเลศนัยว่า

“ลูกเปียไม่อยู่ แต่ลูกคุณน่ะอยู่” แต่พอวณีถามว่าพูดอะไร เย็นก็ถามว่าตนจะเอาเปียมาเก็บไว้ทำไมในเมื่อตนให้แล้วก็ให้เลยไม่เอาคืนด้วย แล้วไม่วายประชดว่า “เหมือนกับสามี ให้แล้วก็ให้เลยเหมือนกัน ไม่มีวันเอาคืนมาโดยเด็ดขาด”

อุทัยกลับมาพอดีถามว่าเปียอยู่ที่นี่หรือเปล่า เย็นประชดว่าลูกเขาเป็นเห็บหมาหรือไงถึงจะเอามาซ่อนได้ อุทัยหัวเสียชวนวณีกลับ เย็นยังพูดประชดประชันเหยียดหยันอุทัยจนเขาหันมาด่า

“เธอมันเลวกว่าที่ฉันคิดจริงๆเย็น กลับวณี!” อุทัยจูงมือวณีไป เย็นยังด่าตามหลังอีกว่า

“ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ กลับโยนความผิดมาให้ฉัน แล้วก็มาด่าว่าฉันเลว ยังไงคนอย่างนังเย็น ก็เลวไม่สู้ลูกคุณหรอกคุณอุทัย!” พออุทัยพาวณีออกมาแล้วเขาบ่นอย่างหงุดหงิดว่าไม่น่ามาหามันเลยจริงๆ นมแสตั้งข้อสังเกตว่าท่าทางเย็นไม่รักคุณหนูเปียเลย ขนาดคุณหนู

หายเย็นยังไม่ทุกข์ร้อนอะไรซ้ำยังว่าคุณหนูเปียเลวอีก

“หรือว่าเย็นตั้งใจแก้แค้นเรา ด้วยการเลี้ยงลูกเปียให้เป็นเด็กเหลือขอ” อุทัยตั้งข้อสังเกต

พอดีมาเจอเลอสรร เขาถามว่าเจอเปียหรือยัง พอรู้ว่าไม่เจอ เลอสรรสงสัยว่าเปียอาจจะหนีเที่ยว อุทัยฉุกคิดได้ให้ไปค้นหาในเฟซบุ๊กดูเผื่อเปียจะเช็กอินว่าอยู่ที่ไหน เลอสรรไปค้นเจอ “กระซู่ผับ” อุทัยขอให้เขาช่วยไปพาเปียกลับมา เลอสรรรับคำแล้วรีบขับรถไป

วณีรับไม่ได้ถามว่าเปียไปเที่ยวที่แบบนั้นได้ยังไง อุทัยปลอบว่าลูกแค่อยากไปเที่ยวคงไม่มีอะไรหรอก

ส่วนเย็น พออุทัยกับวณีกลับไปแล้วก็ยังแค้นไม่หายพูดอย่างสะใจว่า ด่าว่าตนเลว  สักวันจะกระอักเลือดถ้าเปียเลวยิ่งกว่า  จนน้อยถามว่าทำไมน้าเย็นถึงว่าเปียเลว เย็นโกรธจนหลุดออกมาว่า

“เพราะพ่อแม่มันเลวไง แล้วฉันก็มั่นใจว่านังเปียมันต้องได้เลือดพ่อเลือดแม่มันมา”

น้อยไม่อยากเชื่อว่าอุทัยกับวณีเลว เลยถูกเย็นตาเขียวใส่หาว่าน้อยเข้าข้างสองคนนั้น น้อยรีบบอกว่าตนเข้าข้างน้าเย็น ก็ยังถูกเย็นกระชากไปขู่ว่า

“งั้นแกอย่าพูดให้ฉันได้ยินอีกว่า ไอ้คุณอุทัยกับนังวณีเป็นคนดี มันสองคนเป็นคนเลวและนังเปียก็จะต้องเลวเหมือนพ่อเหมือนแม่มัน!!”

น้อยเงียบกริบ แต่นมแสที่แอบฟังอยู่ข้างนอกพึมพำอย่างไม่พอใจว่า

“คุณอุทัย คุณวณีเป็นคนดี คุณหนูเปียจะเลวได้ยังไง? นอกเสียจากว่า?” นับวันนมแสก็สงสัยตัวเปียมากขึ้นทุกที

ooooooo

ขณะเปียพาประวิทย์เข้าไปเต้นอย่างเมามันอยู่ในผับนั้น เลอสรรก็เข้ามาด้วยความรู้สึกไม่ดีกับสถานที่

เลอสรรกวาดตามองหาเปีย  แต่ประวิทย์เห็นเลอสรรก่อนรีบชวนเปียกลับ แต่เปียกำลังมันไม่ยอมกลับเมื่อประวิทย์รบเร้าก็ไล่ว่าอยากกลับก็กลับไปคนเดียวแล้วผลักประวิทย์ออก ส่วนตัวเองก็หันไปเต้นต่อ ประวิทย์เห็นท่าไม่ดีจึงรีบออกไปก่อน เลอสรรเห็นเปียพอดี เป็นจังหวะที่เปียหันมาเห็นเขาเช่นกัน แต่เปียไม่รู้จักเลอสรร พอเห็นเขาก็ตะลึงในความหล่อ

เปียตะโกนขึ้นไปบนเวทีขอร้องเพลงต่อไป แล้วกระโจนขึ้นไปคว้าไมค์ทั้งร้องทั้งเต้นสุดเหวี่ยง ไม่เพียงเท่านั้นยังกระโดดลงจากเวทีมาเต้นนัวเนียหน้าเลอสรรอีก จนนักเที่ยวพากันมอง เลอสรรอายจนต้องหลบออกไป เปียตะโกนเรียก

“สุดหล่อ...อย่าเพิ่งไป รอฉันด้วย...”

ประวิทย์ทนดูไม่ได้มาบอกเปียว่าให้รีบกลับเพราะเลอสรรมาตามแล้วไม่อย่างนั้นอาจมีปัญหาใหญ่แน่ๆ เห็นเปียลังเล ประวิทย์เลยฉุดเปียหลบออกไป

เลอสรรออกมาแล้วตัดสินใจกลับเข้าไปมองหาเปียอีกครั้ง ปรากฏว่าเปียหายไปแล้ว คาดว่าประวิทย์พาเปียไป พอวณีกับอุทัยรู้ว่าเปียมาเที่ยวกับประวิทย์ วณีแทบเป็นลม ส่วนอุทัยแค้นใจด่าประวิทย์ว่ากินบนเรือนขี้รดหลังคา!

ooooooo

ประวิทย์พาเปียกลับมาถึงหน้าบ้าน เปียไม่กล้าเข้าบ้านบอกประวิทย์ว่าขืนเข้าไปตอนนี้มีหวังคุณพ่อ

คุณแม่เอาตาย

“แล้วคุณหนูจะทำยังไง ในเมื่อคุณเลอสรรเห็นเราสองคนแล้ว”

“นายเลอสรรอะไรนั่นอาจจะตาฝาดก็ได้...นายเลอสรรมันตาฝาด ไม่ต้องห่วง น้าเย็นช่วยเปียได้”

เปียยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเข้าไปนั่งแทบเท้าเย็นอย่างพินอบพิเทา เย็นหัวเราะลั่นด่าเปียว่าตอแหลสร้างเรื่องไม่มีวันสิ้นสุด พอถูกเย็นด่า เปียก็ถือดีขึ้นมาตวาดถามเย็นว่าแล้วจะช่วยหรือไม่ช่วย

เย็นหัวเราะบอกว่าขี้เรื้อนข้างถนนตนยังช่วยแล้วเมื่อเปียหลานรักเดือดร้อน มีหรือน้าจะไม่ช่วย แล้วลูบหัวเปียเหมือนลูบหัวหมา เปียฉุนต่อว่าเย็นว่าลูบหัวตนเหมือนลูบหัวหมา

“อูยยย...น้าไม่กล้าเอาคุณหนูไปเปรียบเทียบกับหมาหรอกค่ะ เพราะหมามันกตัญญูรู้คุณกว่าคุณหนูเยอะ” เปียโกรธตาวาว ถูกเย็นจิกผมกระชาก “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องที่แกอยากให้ฉันกับยัยน้อยไปจากที่นี่นะ รู้เอาไว้ ยิ่งแกอยากให้ฉันกับยัยน้อยไปจากที่นี่เท่าไหร่ ฉันก็จะเกาะฝาบ้านให้มันแน่นมากขึ้นเท่านั้น” พูดแล้วผลักเปียออกไปอย่างแรงจนเปียหัวกระแทกพื้น

เมื่อขิงก็ราข่าก็แรง เย็นกับเปียต่างไม่มีใครยอมใคร แต่เวลานี้เปียยังต้องพึ่งเย็น เลยยิ่งโต้เถียงยั่วให้เย็นโมโหตบตีตน เพื่ออุทัยกับวณีจะได้เชื่อว่าตนไม่ได้หายไปไหนแต่ถูกเย็นขังไว้และซ้อมต่างหาก เย็นบอกว่าเมื่อหลานต้องการตนก็พร้อมที่จะจัดให้!

เย็นลากเปียไปผลักให้นอนคว่ำที่หน้าบ้าน เดินมาถามว่าพอหรือยังหรือจะให้ซ้อมมากกว่านี้อีก เปียบอกว่าตนเจ็บ เย็นจึงหยุด สั่งน้อยให้ไปตามอุทัยกับวณีมา

ooooooo

อุทัยกำลังโกรธจัด ตวาดสั่งนมแสให้ไปลากประวิทย์มา วณีถามว่าจะไปลากที่ไหนในเมื่อตอนนี้ประวิทย์อยู่กับเปีย ฉุกคิดอะไรได้ถามว่าหรือเปียจะถูกประวิทย์หลอก

นมแสถามอย่างไม่เชื่อว่าประวิทย์หรือจะหลอกเปียได้ เพราะในสายตาตนประวิทย์เป็นคนเจียมเนื้อเจียมตัวติดจะขี้อายด้วยซ้ำ กลับถูกวณีหาว่าด่าเปีย บอกว่า ตนไม่เชื่อ ไม่เชื่อที่นมแสพูดเด็ดขาด

“อาจจะเป็นอย่างที่นมแสว่าก็ได้นะวณี” อุทัยเอ่ย เลยถูกวณีหาว่าด่าเปียอีกคน “ก็สมควรด่าไหมล่ะ หรือลูกประเภทนี้พี่ควรใส่พานยกขึ้นมากราบเช้าเย็น!” อุทัยถามประชดฉุนๆ

เลยกลายเป็นสองคนมีปากเสียงกันเพราะเปียอีก อุทัยพูดอย่างโกรธมากว่า “ยัยเปียกลับมาเมื่อไหร่ เจอดีแน่!”

เปียนอนหมอบกับพื้นรอน้อยไปตามอุทัยกับวณีนานจนทนไม่ไหวลุกขึ้นมา ถูกเย็นด่าว่าลุกมาทำไมเดี๋ยวก็ไม่สมบทบาทหรอก เปียบอกว่าตนเจ็บ เย็นหมั่นไส้กระชากผมเปียขึ้นมาดุด่าต่อว่า

“แกรู้ไหมนังเปีย สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการที่แกไม่รู้ว่าตัวเองโง่! โง่แล้วยังมาทำอวดฉลาดคิดจะหลอกใช้ฉัน แต่แกรู้เอาไว้ว่าฉันนี่แหละจะหลอกใช้แก!! ลุกขึ้นมานังเปีย ลุกขึ้นมา!!” แล้วเย็นก็ลากเปียขึ้นบ้านไปอีก

น้อยไปบอกอุทัยกับวณีว่าเย็นให้มาตามไปที่บ้าน พอไปถึงเห็นสารรูปของเปียก็ตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น เย็นเปิดฉากทันทีด่าทั้งวณีและอุทัยว่า

“ฉันต้องถามพวกคุณมากกว่าว่าพวกคุณปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้กับเปียของฉันได้ยังไง!”

แล้วเย็นก็ปั้นน้ำเป็นตัวว่าเปียเกือบถูกแท็กซี่ฉุดไปข่มขืน แต่โชคดีที่เปียต่อสู้ขัดขืนจึงรอดมาได้ ชี้ให้ดูรอยฟกช้ำดำเขียวตามตัวเปีย ถามน้ำตาคลอว่า

“เปียถูกทำร้ายเกือบเอาชีวิตไม่รอด นี่หรือคือสิ่งที่พวกคุณดูแลทะนุถนอมลูกสาวคนเดียว?”

อุทัยอึ้งเพราะที่เย็นเล่าแตกต่างจากที่เลอสรรเห็นโดยสิ้นเชิง ส่วนวณีก็ร้องห่มร้องไห้สงสารเปีย เย็นถามอย่างหมั่นไส้ว่าจะมาร้องไห้ตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะขณะที่เปียเดือดร้อนคนแรกที่เปียคิดถึงคือตน ไม่ใช่พวกเขา เย็นถามว่าพวกเขาเลี้ยงดูเปียยังไง เปียถึงได้หนีเที่ยว โมเมว่า “เอาเข้าจริงพวกคุณก็ไม่ได้รักใคร่ใส่ใจอะไรยัยเปียเลย”

วณียืนยันว่าตนรักเปียอย่างที่สุด เย็นถามว่ารักประสาอะไรรถสักคันก็ไม่มีให้ใช้ ถ้าเปียมีรถใช้ก็จะไม่เจอเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างนี้ อุทัยบอกว่ารถที่บ้านมีเยอะแยะ เย็นย้อนถามว่า ในเมื่อมันไม่ใช่รถของเปียแล้วเปียจะกล้าใช้หรือ

“ถ้าเปียอยากได้รถ แม่ซื้อให้เลยจ้ะ แม่ซื้อให้เลย” วณีรีบเอาใจ เย็นเสนอทันทีว่า

“รถที่แพงที่หรูที่สุดเลยนะ ได้สมศักดิ์ศรีลูกสาวคนเดียวของคุณวณี ไม่ใช้รถที่เอาไปทำแท็กซี่”

เพียงวันรุ่งขึ้น วณีก็พาเย็นไปซื้อรถ พอคุณหญิงถาม อุทัยระบายความอึดอัดว่าตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะวณีรับปากเปียไว้แล้ว แต่บอกคุณหญิงว่า...

“ผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ อยากซื้อก็ซื้อ ผมยินดี แต่ที่ผมรู้สึกไม่ดี มันเหมือนกับผมกำลังถูกหลอก ผมเป็นคนโง่” คุณหญิงถามว่าทำไมถึงคิดอย่างนั้น “เลอสรรยืนยันกับผม เมื่อคืนเปียไปกับประวิทย์จริงๆ” คุณหญิงถึงกับผงะ

เวลาเดียวกัน เลอสรรเจอประวิทย์ก็เรียกไว้ซักไซ้เรื่องเมื่อคืน ประวิทย์สาบานว่าเมื่อคืนตนพาเปียมาส่งถึงหน้าตึกแล้วจริงๆ เลอสรรบอกว่าตนเชื่อ ประวิทย์บอกว่าตนกลัวถูกคุณๆดุที่พาเปียออกไปเที่ยว พอเลอสรรถามว่ากลัวแล้วพาออกไปเที่ยวทำไม

“ผมไม่ได้พาไปนะครับ คุณหนูเปียหนีออกไป พอผมรู้ผมก็รีบตามไป แล้วก็เจอ...คุณเลอสรร”

“แต่ถ้านายพาน้องเปียมาส่งถึงหน้าบ้าน แล้วน้องเปียไปนั่งแท็กซี่ได้ยังไง”

เลอสรรกับประวิทย์มองหน้ากันงงๆ

เปียดีอกดีใจที่เย็นพูดให้ตนได้รถหรูมาใช้ เย็นบอกว่าถ้าเปียอยากได้อะไรอีกก็ให้บอกตนทำให้ได้ แล้วก็ยุเปียว่า ถ้าไม่มีเลอสรร เปียก็จะได้ทุกอย่างของอนุรักษ์–ธานิน ยุให้เปียคิดโลภขึ้นมาอีก

ooooooo

วันต่อมา เปียแผลงฤทธิ์อีก ทำขึงขังจะไม่อยู่ที่บ้าน วณียื้อเปียอ้อนวอนอย่าไป เปียพูดอย่างไม่พอใจว่า

“งั้นก็รู้ไว้นะคะ ว่าเปียไม่อยากมีพี่มีน้อง ไม่อยากมีใครทั้งนั้น เปียอยากเป็นลูกคนเดียว”

เปียสะบัดหลุดจากวณีวิ่งออกไป ชนเข้ากับเลอสรรอย่างจัง พอเงยหน้าเปียตะลึงในความหล่อของเลอสรรสีหน้าท่าทีแม้กระทั่งเสียงพูดก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ถามเหมือนเพ้อ...

“พี่เลอสรร?? นี่เหรอคะพี่เลอสรรของเปีย...”

 อุทัยบอกว่าใช่ ส่วนเลอสรรไม่ได้ตื่นเต้นอะไร บอกว่าถ้าตนอยู่ที่นี่แล้วเปียไม่สบายใจตนก็จะไปอยู่คอนโด เปียพรวดเข้าจับมืออ้อนให้อยู่ด้วยกันที่นี่ หันไปอ้อนอุทัยกับวณีอย่าให้เลอสรรไปอยู่ที่อื่นอ้างว่าคุณพ่อคุณแม่จะได้มีความสุข

“แล้วเปียล่ะ” เลอสรรถามหน้านิ่งๆ เปียยิ้มหวานแอ๊บน่ารักบอกว่าคุณพ่อคุณแม่มีความสุขตนก็มีความสุขด้วย

วณียิ้มปลื้มกอดเปียชมว่าเด็กดี อุทัยยิ้มขอบใจเปียชมว่าเป็นเด็กดีเหลือเกิน เปียฉอเลาะว่าตนอยากให้

คุณพ่อกับคุณแม่มีความสุข แต่พออุทัยเสนอให้น้อยอยู่ด้วยพ่อกับแม่จะได้มีความสุขยิ่งขึ้น เปียก็หน้าคว่ำทันที

ooooooo

เปียเดินอ้าวไปที่บ้านเย็นหน้าถมึงทึง เจอน้อยกำลังจัดของใส่กระเป๋าก็เข้าผลักน้อยจนล้มสั่งให้จัดของแล้วรีบไปเลย เดี๋ยวนี้เลย ขืนน้อยยังอยู่ตนต้องเป็นบ้าแน่ๆ

น้อยถูกเปียผลักตกบันไดเหมือนอย่างที่ตัวเองเคยถูกเย็นทำแล้วแผดเสียงหัวเราะจะตามลงไป เย็นเดินมาข้างหลังใช้เชือกสีแดงที่ถักขายรัดคอเปียกระตุกอย่างแรงจนเปียหน้าหงาย เย็นรัดคอเปียจนตาเหลือกถามว่า

“แกเป็นบ้าอะไรนังเปีย ชักจะเอาใหญ่ขึ้นทุกวันแล้วนะนังสารเลว” เปียพยายามดึงเชือกออกถูกเย็นผลักตกลงมากองข้างๆน้อย มือเปียยังจับเชือกไว้แน่น 

เย็นลงมาด่า “ตอนแรก ฉันว่าจะไปจากที่นี่ แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะอยู่ต่อและอนาคต ถึงฉันจะไป แต่ฉันก็จะให้ยัยน้อยอยู่ที่นี่”

เปียอ้างว่าตนเป็นหลานเย็น ถูกเย็นพูดใส่หน้าว่าน้อยต่างหากที่เป็นหลานของตน ถ้าเปียยังทำอะไรหลานตนอีกอย่าหาว่าไม่เตือนกัน ตวาดไล่ “กลับไปได้แล้ว แล้วอย่ามายุ่งกับยัยน้อยอีก ไป๊!” เปียกระทืบเท้าร้องกรี๊ดๆ วิ่งกลับไปพร้อมเชือกสีแดงในมือ

เย็นหันมาดุน้อยว่า บอกแล้วใช่ไหมว่าให้สู้คน น้อยเสียงเครือว่าตนสู้เปียไม่ได้ ถูกเย็นตบผัวะกระชากคอเสื้อขึ้น!

“สู้ไม่ได้! แกรู้ไหม ทันทีที่แกบอกตัวเองว่าเป็นคนแพ้ แกจะแพ้ไปตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นแกต้องสู้ ต่อให้เป็นหมาจนตรอก แกก็ต้องสู้ยิบตา” เย็นผลักน้อยจนหน้าหงาย พูดเหมือนตอกย้ำกับตัวเองว่า “คนที่สู้...มันจะต้องชนะสักวัน” เย็นแผดเสียงหัวเราะ จนน้อยกลัว

ooooooo

เปียถือเชือกที่ถูกเย็นรัดคอเดินกลับเตะโน่นเตะนี่ระบายอารมณ์มาตามทาง เจอต้นไม้ก็เอาเชือกรัดกระชากจนกิ่งหัก ปากก็คำรามแค้นว่าถ้าน้อยไม่ไปได้เจอดีแน่

ประวิทย์เดินมาเจอเปียทั้งดีใจและตกใจ ถามว่าคุณหนูถูกดุเรื่องหนีไปเที่ยวมาหรือจับมือบอกว่าตนเป็นห่วง ถูกเปียตวาดว่าไม่ต้องมาห่วงอย่ามาถูกเนื้อตัวตนขยะแขยงไล่ไปให้พ้นอย่ามายุ่ง ประวิทย์ก็ยังถามว่าเรื่องคุณหนูเจอแท็กซี่หื่นกามเรื่องมันเกิดขึ้นได้อย่างไร หรือว่าเป็นแผนของคุณหนู

เปียหน้าซีด ถามว่า “แผน?! แกหมายความว่าไง??” ประวิทย์พาซื่อบอกว่าก็ที่เปียบอกตนว่าน้าเย็นช่วยเธอไว้ได้ ถามว่าตกลงเรื่องที่ถูกแท็กซี่ฉุดเป็นแผนของ

เธอกับน้าเย็นใช่ไหม คราวนี้เปียยิ่งซีดเหลียวดูว่ามีใครอยู่แถวนั้นบ้างกลัวความลับแตก คว้ามือประวิทย์ลากไปคุยกันที่บ้านเขา

เปียเอาเชือกสีแดงที่ถือติดมือมาผูกผมพลางบีบน้ำตาเล่าเรื่องแท็กซี่หื่นแล้วขอร้องประวิทย์อย่าถามเรื่องนี้อีกเพราะเหมือนตนถูกแท็กซี่ทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนประวิทย์รับปากจะไม่พูดเรื่องนี้อีก เข้ากอดเปียจากข้างหลังบอกว่าเสียใจที่เรารักกันแต่ตนปกป้องเปียไม่ได้ ถูกเปียแกะมือออก บอกว่า

“อย่าพูดว่าเรารักกันอีกนะประวิทย์ เพราะตอนนี้เปียยังไม่พร้อม เปียไม่อยากให้รักถ่วงชีวิต”

พูดแล้วเดินฉับๆออกไป ประวิทย์เหวอ งง วิ่งตามไป บังเอิญหวานถือกระจาดผักเดินมาเห็นรีบหลบแว้บแอบดู

ประวิทย์วิ่งมาขวางหน้าเปียถามว่ารักถ่วงชีวิตหมายความว่าอย่างไร

“ก็ถ่วงชีวิตไง เปียยังเด็ก เปียอยากเรียนหนังสือ ที่สำคัญ ถ้าคุณพ่อคุณแม่รู้ต้องโกรธแน่ๆ ที่เปีย ‘ลดตัว’ ลงมา

‘รู้จัก’ กับ ‘คนใช้’ ในบ้านน่ะ เราเลิกกันตั้งแต่วินาทีนี้เลยนะประวิทย์” ประวิทย์ตกใจ เปียย้ำ “ก็บอกแล้วไงว่าเลิกกัน เข้าใจตรงกันนะ” พูดแล้วเปียผละไปแบบไม่แคร์ ประวิทย์มองตามเปียไปเหวอสุดๆ

หวานที่แอบดูแอบฟังอยู่นึกในใจว่า “สงสัยมนต์รักข้าวหลามจะเสื่อมแล้ววุ้ย” ทำคอย่นกลั้นหัวเราะรีบเดินไป

เปียเดินหนีประวิทย์มาแล้วก็ด่าอย่างหัวเสีย “ไอ้บ้าประวิทย์ จะมาเซ้าซี้อะไรนักหนา คนยิ่งอารมณ์เสียอยู่ด้วย น่ารำคาญ!” พลางแกะเชือกที่ผูกผมโยนทิ้งวิ่งเข้าบ้านไปอย่างขัดใจ...เชือกเส้นนั้นถูกโยนไป

ค้างเติ่งอยู่บนพุ่มไม้

นมแสที่ทำงานอยู่แถวนั้นเห็นอากัปกิริยาฮึดฮัดปึงปังของเปียก็ส่ายหน้าอย่างระอาใจ

เพียงอึดใจเดียวหวานก็คาบข่าวมาเล่าที่ห้องครัวที่ประวิทย์นั่งหน้าเศร้าอยู่ด้วย หวานเล่าแล้วฟันธงว่า

“คุณหนูต้องมีเป้าหมายใหม่แน่ๆ ถึงได้ทิ้งประวิทย์น่ะ และคนคนนั้นก็คือ...” หวานทิ้งจังหวะให้ตื่นเต้นแล้วพูดพร้อมกับช้อยว่า “คุณเลอสรร!! ฮ่าๆๆ”

“เฮ้อ...น่าสงสารประวิทย์ ถูกกินแล้วทิ้ง ร้ายจริงๆ ผู้หญิงสมัยนี้” เอิบเหลือบมองประวิทย์พึมพำ ส่วนจวนได้แต่ไม่สบายใจ กังวลนั่นนี่ไปหมด

ooooooo

เพื่อจะเฉดหัวเย็นกับน้อยออกจากบ้านให้ได้ เปียไปฉอเลาะออดอ้อนเป่าหูวณีเพื่อใช้เป็นเครื่องมือ

วณีบอกเปียว่าอาจเพราะอุทัยอยากให้น้อยอยู่เป็นเพื่อนเปียและตัวเปียเองก็ติดเย็น ขนาดจะถูกแทกซี่ข่มขืนเปียก็ยังไปหาเย็นแทนที่จะมาหาตน เปียอ้อน

ว่าที่ตนไปหาเย็นเพราะเชื่อว่าเย็นเหี้ยมพอที่จะจัดการแท็กซี่ได้ เพราะสมัยที่อยู่ต่างจังหวัด แค่แมวหลงมาขโมยกินปลาทู เย็นยังเอามีดสับคอแมวเสียขาดกระเด็นเลย อ้อนวณีว่า

“แต่พอเห็นหน้าคุณแม่ที่ใจดี อ่อนโยน เป็นห่วงเปียมากที่สุด เปียก็รู้ว่าคิดผิด เพราะคนแรกที่เปียควรมาหาคือคุณแม่ค่ะ ยิ่งคุณแม่ดีเท่าไหร่ เปียก็ยิ่งเป็นห่วง ห่วงว่าความดีของคุณแม่จะถูกคุณพ่อใช้เป็นเครื่องมือ”

เปียพูดเสียจนวณีถามว่าแปลว่าอะไรหรือ?

“พูดก็พูดเถอะนะคะ เปียกลัวคุณพ่อจะมีเยื่อใยกับน้าเย็นอยู่เลยเอาเปียมาอ้าง ทั้งๆที่ความจริงแล้ว 

คุณพ่อยังอยากสนุกกับน้าเย็น แต่จะโทษคุณพ่อฝ่ายเดียวก็ไม่ได้หรอกค่ะ น้าเย็นเองก็เรียกร้องความสนใจจากคุณพ่อ ถึงได้บอกแต่ว่าจะไปทั้งๆไม่ได้อยากไป 

พอคุณพ่อคุณแม่ขอร้องก็เข้าทางน้าเย็น”

วณีติงว่าคงไม่ใช่อย่างนั้น เปียอ้อนว่าป้องกันไว้ก่อนดีไหม ให้เย็นกับน้อยกลับบ้านนอกไปก่อนที่วณีจะเจ็บปวดเพราะคุณพ่อกับน้าเย็น วณีนิ่งอึ้งไป เปียแอบยิ้มคิดว่าตนเป่าหูสำเร็จ

นมแสอยู่แถวนั้นมองเปียอย่างไม่พอใจ จนคืนนี้วณีลงมาเดินเล่นที่สนาม นมแสเอานมไปให้ดื่ม วณีบอกว่าดื่มไม่ลง นมแสถามว่าคิดมากเรื่องเปียหรือ พูดออกตัวว่าพอดีเมื่อครู่เอานมมาให้เลยได้ยินที่วณีคุยกับเปีย 

นมแสพูดอย่างจริงจังว่า

“คุณต้องหนักแน่นให้สมกับการเป็นเมียแต่ง เป็นภรรยา สะใภ้คนเดียวของคุณหญิงนะคะ” วณีบอกว่าตนก็คิดอย่างนมแสบอก “แต่ถึงจะไม่ได้คิดอย่างหนูเปีย ดิฉันก็ไม่อยากให้เย็นอยู่ที่นี่นะคะ คนที่ดิฉันอยากให้อยู่คือหนูน้อยคนเดียว ส่วนเย็น ดิฉันอยากให้เขาไปค่ะ”

อุทัยบอกเลอสรรว่าอย่าไปถือสาเปียเลย เปีย

ก็แค่กลัวถูกแย่งความรักเท่านั้น เลอสรรบอกว่าตน

เข้าใจ และตอนนี้เปียก็ให้ตนอยู่ด้วยแล้วคงไม่มีอะไร อุทัยบอกว่าเลอสรรอาจไม่เป็นอะไรแต่ประวิทย์นั้น

ตนก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี วณีบอกว่าตนก็ไม่สบายใจแต่เกรงว่าถ้าตนจะไปพูดเองประวิทย์อาจจะน้อยใจ เลอสรรจึงอาสาจะไปคุยให้ จะบอกประวิทย์ว่าต่อให้เปียบังคับขู่เข็ญอย่างไรก็อย่าทำตามเปียเด็ดขาด ทำให้ทั้งอุทัยและวณีเบาใจขึ้น

“แล้วตกลงพี่อุทัย จะยังไงเรื่องน้อยกับเย็นคะ” วณีถาม

“จริงๆพี่ก็ไม่อยากขัดใจลูก แต่พี่ก็ไม่อยาก

ตามใจ พี่กลัวลูกจะนิสัยเสีย วณีก็เห็นยัยเปียเป็นเด็กที่ชอบพูดเอาดีใส่ตัว ตอนที่อยากให้เราทำห้องใหม่ก็อ้างว่าเพื่อหน้าตาของพ่อแม่ พี่จะไปขอร้องให้เย็นกับน้อยอยู่ต่อ”

“น้าอุทัยครับ ให้ผมไปดีกว่านะครับ” เลอสรรมองหน้าวณีอย่างเกรงใจ อุทัยเข้าใจในสายตานั้นจึงให้เลอสรรไปพูดกับเย็นแทนตน แต่พอทั้งสองเดินกลับเข้าบ้าน เปียที่ซุ่มดูอยู่ก็แจ๋ออกมาทันที...

“พี่เลอสรรขา...พี่เลอสรร...”

นมแสเห็นเข้าอีกจนได้....ก็ได้แต่มองด้วยความไม่พอใจมากขึ้นทุกวัน

ooooooo

เปียหาทางที่จะใกล้ชิดและให้ตัวเองอยู่ในสายตาความสนใจของเลอสรร รีบไปหาอุทัยที่บริษัทเสนอขอจัดงานต้อนรับเลอสรร

ไม่เพียงเสนอจัดงาน เปียยังจะแสดงโชว์เป็นของขวัญให้เขาด้วย วณีเอะใจถามว่าโชว์อะไร เปียไม่บอก อุทัยขอว่าอย่าให้เป็นโชว์แบบงานวันที่ตนเลี้ยงต้อนรับเปียก็แล้วกัน พอเปียนึกถึงวันที่ตัวเองใส่ชุดนอนโดดลงสระน้ำก็งอนตัดพ้อว่า

“ในเมื่อคุณพ่อคิดว่าเปียสร้างเรื่อง เปียจะทำทำไม ในเมื่องานคืนนั้นเปียอายจะตายที่เปียโป๊ ทุกคนเห็นรูปร่างสัดส่วนเปียหมดเลย” เปียทำหน้าเศร้าบีบน้ำตาแต่มีความพอใจในที พูดน้ำตาคลอว่ารู้อย่างนี้วันนั้น

ให้คนร้ายฆ่าปาดคอไปเสียก็ดี พอวณีตกใจเปียได้

จังหวะเสนอทันทีว่า “งั้นคุณแม่ต้องจัดงานเลี้ยงต้อนรับพี่เลอสรรนะคะ”

เมื่อวณีรับปาก เปียโผกอดอ้อน “เปียรักคุณแม่ที่สุดเลย” แล้วเปียก็เดินตามหาเลอสรรเพื่อจะบอกการจัดงานเลี้ยงต้อนรับ แต่หาไม่เจอ แต่เจอฝ้ายเดินต้วมเตี้ยมมาเลยเตะเสียกระเด็น

ที่แท้เลอสรรไปที่บ้านเย็นขอร้องน้อยอย่าไปไหน น้อยบอกว่าตนต้องแล้วแต่น้าเย็น เลอสรรจึงจะไปบอกเย็นเอง น้อยรีบห้ามกลัวเย็นโกรธ เลอสรรบอกว่าน้อยห้ามตนไม่ได้หรอก ในเมื่อตนอยากให้น้อยอยู่ที่นี่ก็ต้องคุยกับเย็น

“ขนาดเป็นแค่ลูกบุญธรรม นิสัยคุณเลอสรรช่างเหมือนกับคุณอุทัยราวกับ ‘โขลก’ กันออกมาเลยนะคะ อยากได้อะไรก็ต้องได้” เย็นพูดเหน็บพลางเดินเข้ามา

เลอสรรบอกว่าสิ่งที่ตนอยากได้ไม่มีอะไรเสียหายเป็นความปรารถนาดี เย็นยิ้มพูดอย่างรู้ทันว่า

“แต่มันคือขั้นแรกไงคะ ขั้นแรกที่ทำให้ผู้หญิง ‘ตายใจ’ และหลังจากนั้นมันก็คือความขมขื่น เพราะว่าผู้ชายจะทำทุกอย่างจน ‘ได้’ และพอได้ก็ ‘ทิ้ง’ ทิ้งแบบไม่แคร์ ลืมไปเลยคำว่า ‘ลูกผู้ชาย’ มันเป็นยังไง”

“ผมเป็น ‘ลูกผู้ชาย’ เสมอ” เลอสรรยืนยัน ถูกเย็นหัวเราะเยาะว่าอุทัยก็เคยพูดกับตนอย่างนี้ แต่สุดท้ายเป็นไงเลอสรรก็น่าจะรู้ดี ไล่ให้เขากลับไปเสียอย่ามายุ่งกับน้อย “ผมแค่อยากให้น้อยกับน้าเย็นอยู่ที่นี่ต่อไป”

“งั้นคุณสบายใจได้ค่ะ เพราะฉันกับยัยน้อยไม่ไปไหน เมื่อคุณรู้อย่างนี้แล้วกลับไปได้หรือยังคะ” เห็นเขารีรอเย็นย้ำ “ถ้าคุณไม่กลับไป ฉันจะถือว่า คุณคิดจะ ‘เดินตามรอย’ คุณอุทัย”

เลอสรรขอบคุณเย็นที่ไม่พาน้อยไปไหนแล้วกลับไป น้อยมองตามถูกเย็นปรามว่าดูตาละห้อยเชียวนะ จนน้อยหน้าเสียรีบเดินตามเย็นขึ้นบ้าน แต่พอน้อยจะพูดอะไร เย็นก็ตัดบททันที

“ไม่ต้องพูด ดูฉันเป็นตัวอย่างแล้วกัน อย่าคิดว่าจะโชคดีได้เป็นนางซินของเจ้าชาย คนอย่างเราถ้าเผลอใจ อย่างดีก็เป็นแค่ ‘ของเล่น’ คนรวย” เย็นเดินน้ำตาคลอไปอย่างเจ็บปวดกับเรื่องราวในอดีตของตัวเอง

ooooooo

อุทัยเห็นอุปนิสัยใจคอที่ไม่ปกติของเปีย เขาแอบโทรศัพท์คุยกับหมอที่เป็นเพื่อนบอกว่ามีเรื่องไม่สบายใจเกี่ยวกับลูกสาวอยากปรึกษา แล้วนัดพบกัน

วางสายจากหมอ ก็พอดีเลอสรรมาบอกว่าวณีให้มาตามไปกินข้าว อุทัยจึงตามเลอสรรไป

อุทัยกับเลอสรรเดินมาถึงห้องนั่งเล่นเห็นวณี

ยังนั่งดูทีวีอยู่ พอถามเธอบอกว่ากำลังดูรายการ “รู้

เหลี่ยมคน” อยู่ ชมว่าเลอสรรเล่นได้เหมือนคนจรจัดจริงๆ

เลอสรรหยุดดูถามว่าออนแอร์วันนี้หรือไม่เห็นมีใครบอก แล้วทั้งอุทัยและเลอสรรก็ไปนั่งดูทีวีด้วย อุทัยชมว่าเล่นได้เหมือนจริงมาก

เปียเดินมาพอดี ชี้ที่ทีวีบอกว่าคนจรจัดคนนี้

แหละที่วันนั้นลวนลามตนที่ท่ารถ ทุกคนหันมองเปียงงๆ เปียยังพล่ามด่าคนจรจัดอย่างรังเกียจ จนวณีบอกว่านั่นคือละคร เปียงงๆ อุทัยเลยบอกว่าคนที่เปียด่าอยู่นั่งอยู่ตรงนี้เอง เลอสรรเลยบอกว่า

“พี่เอง...พี่เล่นเป็นคนจรจัด”

เปียเหวอ พอตั้งสติได้ก็แอ๊บร้อง “พี่เลอสรรเล่นเป็นคนจรจัด??”

เย็นก็ดูรายการ “รู้เหลี่ยมคน” อยู่ ชมว่าดีทำให้เราได้รู้เหลี่ยมคนเลว ถึงแม้ชีวิตจริงอาจจะดูลำบาก เพราะคนที่เลว มักมีวิธีที่จะทำให้เราไม่รู้ว่าเขาเลว หันไปเห็นน้อยจ้องทีวีเขม็งก็ถาม “จ้องอะไรยัยน้อย?”

“น้อยเห็นเรื่องนี้ก็วันที่เรามากรุงเทพฯครั้งแรก ตอนแรกน้อยก็คิดว่าเรื่องจริง ที่แท้ก็ละคร แต่ยิ่งดูน้อยก็ยิ่งคุ้นหน้าคนเล่นเป็นคนจรจัดยังไงไม่รู้ค่ะ” น้อยยังจ้องทีวี รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นแต่ก็จำไม่ได้

ส่วนเปียคุยจ้อที่โต๊ะอาหารชมเลอสรรว่าถ้าเป็นเมืองนอกเขาต้องได้รับรางวัลออสการ์แน่เลย แสดงได้เหมือนมากแล้วอ้อนว่าในวันงานเขาต้องแสดงละครให้ตนดูด้วย เลอสรรเลยรู้ว่าเปียจะจัดงานลี้ยงรับตน เปียนัวเนียกอดแขนเลอสรรอ้อนว่าเป็นพี่ชาย รักพี่ชาย จนทุกคนอึ้ง

เลอสรรไม่อยากให้จัดงานแต่วณีขอให้ตามใจน้องหน่อย แต่ถ้าเขาไม่ชอบก็จะจัดเล็กๆ ภายในบ้านก็แล้วกัน

นมแสอัดอั้นมาก พอออกมาก็บ่นฮึดฮัดไม่พอใจด่าเป็นชุดทั้งแก่แดด ดัดจริต กระแดะ จนหวานถามว่านมแสเป็นอะไร เก็บกดอะไรมาหรือ

“เดี๋ยวพวกเธอก็รู้เรื่องเองแหละ” นมแสตัดบทอย่างหงุดหงิด

คุณหญิงเองก็ไม่เห็นด้วย แต่พอวณีบอกว่าเปียดีใจอยากจัดรับเลอสรร คุณหญิงยอมอย่างเสียไม่ได้บอกว่า อยากจัดก็จัดแต่ไม่ต้องเชิญแขกมาเยอะ กลัวจะเกิดเรื่องขายหน้าแบบวันเลี้ยงต้อนรับเปียอีก

เมื่อวณีถามอุทัยว่าจะจัดที่ไหนดี อุทัยบอกว่าที่ไหนก็ได้แต่ไม่ใช่ “สระว่ายน้ำ” กลัวเปียจะคิดอะไรแผลงๆอีก

ooooooo

เช้านี้เย็นพาน้อยในชุดนักศึกษาจะพาไปมอบตัว ผ่านคุณหญิงเย็นยกมือไหว้อย่างขอไปที คุณหญิงด่าว่าถ้าไม่พอใจไหว้ก็ไม่ต้องไหว้ เย็นบอกว่าขอบคุณที่บอกวันหลังจะได้ไม่ต้องไหว้ เลยถูกด่า “นังไพร่!!”

วณีจึงถือโอกาสบอกน้อยว่าคืนนี้จะมีงานเลี้ยงฉลองให้น้อยมาด้วย คุณหญิงแทรกทันทีว่าอนุญาตให้น้อยมาคนเดียว เย็นไม่ต้องมา เย็นรับคำหน้าชื่น คุณหญิงยิ่งหงุดหงิด ด่า “ฮื่ย...แกนี่มันเหลือเกินจริงๆ นังเย็น” เย็นยิ้มสาแก่ใจ วณีกับน้อยดูทั้งสองที่เข่นเขี้ยวใส่กันอย่างไม่สบายใจ

กลางคืนเมื่ออยู่กับน้อยที่บ้าน เย็นพูดอย่างอาฆาตแค้นว่า “ทำท่ารังเกียจฉันนักคุณหญิง คอยดูเถอะ คุณหนูเปียหลานรักจะเป็นยิ่งกว่าฉัน ถึงตอนนั้นคุณหญิงจะรู้ว่า ‘ไพร่’ ตัวจริงเป็นยังไง!!”

“ทำไมน้าเย็นถึงเกลียดคุณหญิงนักคะ” น้อยสงสัย

“เพราะคุณหญิงชอบดูถูกฉัน ทั้งที่เป็น ‘ผู้หญิง’

เหมือนกัน แต่กลับดูถูกกันเหยียดหยามกันเอง แล้วก็ให้ท้ายลูกชายตัวเอง โดยไม่รู้ผิดรู้ถูก ฉันเลยอยากจะรู้นัก ถ้าหลานคนเดียวของคุณหญิงอย่างนังเปีย มันสันดานเลว คุณหญิงจะเป็นยังไง!!”

เย็นยิ้มเหยียดแววตาร้ายกาจ น้อยมองอย่างไม่สบายใจ...

ส่วนในครัวบ้านอนุรักษ์ก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ว่า งานเลี้ยงพรุ่งนี้มีหวังเปียต้องทำอะไรสนุกๆ ให้พวกเราดูอีกแน่ๆ

ooooooo

บริเวณสนามที่จะจัดงาน ประวิทย์ไปจัด

เตรียมสถานที่ เอิบเข้ามาคุยด้วยอย่างเห็นใจว่าอย่าเสียใจเลย เราเป็นแค่คนใช้ คุณหนูเขาไม่

มองหรอก

นายเอิบถามว่าประวิทย์ได้เสียกับเปียหรือยัง ประวิทย์คนซื่อไม่เข้าใจ พอนายเอิบบอกว่าหมายถึงเสียตัวให้เปียหรือยัง ประวิทย์ก็ตกใจปฏิเสธลนลานว่าไม่ ตนยังไม่เคยมีอะไรกันเลย

“ดีแล้ว...งั้นที่คุณหนูลวนลามไปนิดๆหน่อยๆ ก็ช่างมันเถอะ อย่าคิดมาก คราวต่อไปจะคบใครก็ดูหน้าดูหลัง อย่าให้ผู้หญิงคนไหนมาหลอกกินฟรีอีก”

เย็นแอบฟังอยู่กลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ พอเดินพ้นไป เย็นก็หัวเราะบอกน้อยว่าอยากให้พวกอนุรักษ์ได้ยินจังว่า “คุณหนูสก๊อยเปียเป็นผู้นำเทรนด์กินผู้ชายแล้วทิ้ง” พูดแล้วหัวเราะก๊ากๆสะใจ น้อยติงว่าอย่าอึงไปเดี๋ยวเปียเสียหาย

“ไม่มีใครทำให้นังเปียมันเสียหายได้หรอก นอกจากมันทำตัวเอง แกไปงานเลี้ยงเลยน้อย แล้วกลับมาว่าเล่าให้ฉันฟังด้วยว่า งานคืนนี้ นังเปียมันฉีกหน้าพ่อแม่มันย่ามันยังไงมั่ง” เย็นหัวเราะสะใจล่วงหน้า เร่งน้อยให้รีบไป น้อยจึงอุ้มฝ้ายไปเป็นเพื่อนด้วย

ในงาน เปียร้องเพลง “บอกตรงๆ รักจังเลย” ร้องไปชม้ายมองเลอสรรตาหวานฉ่ำจนเลอสรรกระอักกระอ่วนใจและบรรดาผู้ใหญ่ก็ดูออกว่าเปียอ่อยเลอสรร ส่วนเย็นนึกอย่างสะใจว่า

“แล้วคุณจะรู้ว่าลูกสาวคุณที่ชื่อนังเปีย มักมากเหมือนคุณนั่นแหละคุณอุทัย!”

พอเปียร้องเพลงจบก็คะยั้นคะยอให้เลอสรรร้องบ้าง เลอสรรลังเล เปียทั้งอ้อนทั้งคะยั้นคะยอจนเขาต้องร้องเพลง เขาเลือกร้องเพลง “อาย” ร้องไปมองน้อยไป แต่เปียเคลิ้มคิดว่าเลอสรรร้องจีบตน ทำจริตเขินม้วนไปม้วนมา

วณีให้คนไปตามน้อยมาเพราะอยากให้รางวัลที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ น้อยที่อุ้มฝ้ายเข้าไปหาวณีบอกอย่างเกรงใจว่าไม่เป็นไร วณีเห็นน้อยอุ้มฝ้ายอย่างทะนุถนอมเลยยกฝ้ายให้ น้อยอุ้มฝ้ายไว้อย่างแสนรัก

ooooooo

เลิกงานแล้วเลอสรรนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้อง เปียทนใจกระสันไม่ได้แรดไปหาเขาถึงห้อง ถูกเลอสรรไล่ให้กลับไปเสีย เดี๋ยวใครมาเจอจะไม่ดี

เปียรั้นไม่ยอมออกเลยถูกเขาจับเหวี่ยงกระแทกโต๊ะทำให้รูปน้อยในกรอบหล่น เปียตาแทบลุกเป็นไฟเมื่อเห็นรูปน้อยใส่กรอบวางบนโต๊ะเลอสรร ถามว่ารู้จักกันได้อย่างไร ตั้งแต่เมื่อไหร่ เลอสรรบอกว่า

“เรื่องของพี่ และน้องเปียก็ไม่มีสิทธิ์มาทำกับของของพี่แบบนี้ ออกไป” เลอสรรชี้ไปที่ประตูไล่เปียให้ออกไป เปียแผดเสียงไม่พอใจวิ่งออกไป

เปียวิ่งอ้าวไปที่บ้านเย็นเพื่อเล่นงานน้อย

น้อยนั่งอ่านหนังสืออยู่กับฝ้ายจนหลับ ตื่นขึ้นมาไม่เห็นฝ้าย คิดว่าคงไปนอนกับเย็นเลยไม่เข้าไปดู

ที่แท้ฝ้ายเดินออกไปข้างนอก เปียมาเจอจับคอฝ้ายกระชากขึ้นมาคำราม “ในเมื่อแกหน้าด้านอยู่ที่นี่เป็นหนามหัวใจฉัน แกต้องได้รับการสั่งสอนนังน้อย” ว่าแล้วขย้ำคอฝ้าย เท่านั้นไม่พอยังเอาด้ายสีแดงเส้นนั้นรัดคอฝ้ายจนตาย!

“ช่วยไม่ได้นะนังฝ้าย แกอยากเป็นของรักนังน้อยเอง” เปียหัวเราะอย่างบ้าคลั่งสะใจที่ฆ่าฝ้ายของรักของน้อยได้

 

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"
17 พ.ย. 2562
07:01 น.