กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

คมพยาบาท

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เพราะคิดถึงเป็นห่วงหนูเอื้อย วณีเฝ้าติดตามข่าว คอยข่าวที่จะได้รับจากเย็น โดยเฉพาะทางจดหมาย วันนี้วณีถามนมแสว่าหมู่นี้ไม่มีจดหมายหรือเอกสารอะไรเลยหรือ

นมแสบอกว่าไม่มี ถามว่าแล้วจดหมายคราวก่อนไม่มีข่าวของเย็นหรือ  อุทัยจึงนึกได้ว่ายังไม่ได้อ่านจดหมายเลย นมแสถามว่าเลอสรรยังไม่ได้เอาให้หรือ

“ยัง...นมแสช่วยตามเลอสรรมาหาฉันที” วณีตื่นเต้นขึ้นมา นมแสบอกว่าเลอสรรออกไปข้างนอกแล้ว วณีหน้าเสีย อุทัยปลอบใจว่า

“ไม่เป็นไรน่าวณี เดี๋ยวเย็นๆ ตาเลอก็คงจะกลับ มันคงไม่แจ็กพอตขนาดจะมีจดหมายจากเย็นในคราวนี้หรอก” วณีพยักหน้าเจื่อนๆ อุทัยบอกว่าอย่าคิดมาก แล้วจะไปทำงาน วณีขอไปด้วยไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ เดี๋ยวฟุ้งซ่าน
เลอสรรออกไปแล้ว นึกได้ว่ายังไม่ได้เอาจดหมายให้อุทัยกับวณีจึงขับรถย้อนกลับมา นมแสบอกว่าอุทัยกับวณีเพิ่งออกไปเมื่อครู่นี้เอง รับจดหมายกับเอกสารจากเลอสรร นมแสพึมพำว่าไม่รู้มีจดหมายจากเย็นหรือเปล่า เลอสรรจึงรับไปจะดูให้ ก็พอดีอุทัยขับรถย้อนกลับมาเพราะวณีเห็นรถเลอสรรย้อนกลับมาเลยอยากมาดูจดหมาย

“นี่ครับคุณน้า จดหมาย” เลอสรรส่งจดหมายให้วณี

พอดีคุณหญิงเดินหน้าเซียวๆ มาบอกอุทัยว่าตนรู้สึกเหมือนจะมีไข้ ให้พาไปหาหมอหน่อย ทุกคนจึงหันไปดูแลคุณหญิง วณีส่งจดหมายให้นมแสช่วยเก็บไว้ด้วย แต่นมแสรับพลาดจดหมายร่วงลงพื้น วณีก้มเก็บ เห็นฉบับที่จ่าหน้าซองถึง “คุณอุทัย คุณวณี” พอดี

วณีใจเต้นแรงรีบพลิกดูด้านหลัง เห็นชื่อผู้ส่งคือ “เนื้อเย็น บัวแย้ม” วณีขนลุกซู่พูดแทบไม่เป็นภาษา

“เย็น...จดหมายจากเย็น...”

อุทัยปล่อยมือจากคุณหญิง ถามว่าอะไรนะ วณีบอกเสียงสั่นเครือ “จดหมาย...จดหมายจากเย็นค่ะ” ทุกคนหันมองวณีเป็นตาเดียว!

ooooooo

เย็นรู้ว่าเปียสะกดรอยตามตนมาแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ พอเย็นหย่อนจดหมายลงตู้ เปียก็พึมพำ...

“น้าเย็นแอบส่งจดหมายหาผู้ชายแน่ๆ...ใครวะ??”

เย็นหย่อนจดหมายใส่ตู้แล้วก็เดินไป เปียพุ่งเข้าไปเอาตาแนบกับช่องหย่อนจดหมายพยายามมองเข้าไป พอไม่เห็นก็ทำท่าจะล้มตู้ เย็นจับตาดูอยู่ เดินกลับมาถามเสียงเข้ม

“ทำอะไรโง่ๆอีกยัยเปีย! โง่แต่เช้า โง่ไม่เลือกเวล่ำเวลา แกคิดเหรอว่าแกจะตะแคงตู้ ปณ.หาจดหมายของฉันจนเจอน่ะ”

“เปียเปล่า”

เย็นด่าเปียว่าคิดว่าตนโง่หรือ ตนเห็นเปียตามมาแต่ทำเป็นไม่รู้เพราะอยากรู้ว่าเปียจะทำอะไร แล้วก็ได้เห็นเปียมาโชว์โง่ ด่า “นังสก๊อยเอ๊ย...อย่ามาทำเป็นสู่รู้ ถึงเวลาฉันอยากให้แกรู้ ฉันจะบอกเอง” เย็นพูดอย่างมีเลศนัยแล้วเดินไป เปียยิ่งอยากรู้ถามว่าจะให้ตนรู้เรื่องอะไร “ความลับที่ว่า ความจริง แม่น้อยคือลูกเศรษฐีที่พลัดพรากมาอยู่กับฉันน่ะสิ”

เย็นหัวเราะสะใจแล้วเดินไป เปียแทบกรี๊ดปฏิเสธว่าไม่จริง แล้วรีบเดินตามเย็นไป พอทันก็ถามว่าเย็นหลอกตนใช่ไหม ตนไม่เชื่อว่าน้ำหน้าอย่างน้อยจะเป็นลูกมหาเศรษฐี ถามว่าเย็นพูดเล่นใช่ไหม

“พูดจริง! ฉันเขียนจดหมายไปบอกพ่อแม่ของยัยน้อยให้มารับตัวมันกลับไปได้แล้ว”

“เปียไม่เชื่อ เปียต่างหากที่เป็นลูกของมหาเศรษฐี”

“ฮ่ะๆๆคนอย่างแก มันก็เป็นได้แค่ลูกขี้ขโมยลูกมหาโจรเท่านั้นแหละนังเปีย” เย็นหัวเราะเยาะแล้วเดินหนี เปียไม่เชื่อถามว่าทำไมเย็นไม่เคยบอกตนเลยว่าเป็นลูกใคร คาดคั้นให้เย็นบอกมาว่าพ่อแม่ตนเป็นใคร เย็นพูดใส่หน้าว่า “เป็นโจร!”

เปียร้องไห้โฮเสียใจแต่ไม่ยอมเชื่อ นึกถึงจดหมายที่เย็นเอาไปทิ้งตู้ไปรษณีย์ เชื่อว่าต้องมีความลับอะไรในนั้นแน่ๆ!

ooooooo

วณีดีใจน้ำตาไหลพราก อุทัยก็น้ำตารื้นพร่ำเรียกแต่หนูเอื้อยลูกพ่อ...ส่วนคุณหญิงรบเร้าถามว่าหนูเอื้อยอยู่ไหน

“เย็นบอกว่าหนูเอื้อยอยู่ตากค่ะ” ทั้งอุทัยและวณีจะไปหาหนูเอื้อยที่ตาก คุณหญิงบอกเลอสรรให้พาตนตามสองคนนั้นไป พอเลอสรรพาไป คุณหญิงสั่งทั้งสองให้หยุด เตือนสติว่า

“นังสันดานเย็นมันขโมยหนูเอื้อยไปเกือบยี่สิบปี ลูกคิดว่ามันจะคืนหนูเอื้อยให้ง่ายๆเหรอ  อาจจะเป็นอุบายของมัน หลอกลูกไปทำร้ายก็ได้”

วณียืนวันว่าเย็นบอกจะคืนลูกให้ คุณหญิงถามว่าเมื่อไหร่ วณีบอกว่า เย็นบอกอารมณ์ดีเมื่อไหร่จะเอามาคืนเมื่อนั้น คุณหญิงเชื่อว่าไม่มีทางที่เย็นจะทำอย่างนั้น บอกทั้งสองว่า

“ไม่ต้องไปเดินตามเกมมัน ถ้ามันจะเอาหนูเอื้อยมาคืน ก็ให้มันเอามาคืนเอง”

ทั้งอุทัยและวณีหัวใจแทบสลายเป็นครั้งที่สอง คุณหญิงบอกว่าจังหวัดตากไม่ใช่เล็กๆ จะไปตามหาได้อย่างไร เลอสรรเห็นด้วย บอกว่าตนดูจดหมายแล้ว เย็นไม่ได้ระบุที่อยู่อะไร นอกจากส่งมาจากตากเท่านั้น

“อย่าเพิ่งวางใจ แม่ว่าเป็นอุบายชั่วๆของนังเย็นแน่นอน ที่จะปั่นหัวให้เราเป็นบ้า” คุณหญิงยิ่งพูดก็ยิ่งแค้น

อุทัยกับวณีทำใจไม่ได้ เช้ามืดวันรุ่งขึ้นจึงพากันแอบออกไปตามหาหนูเอื้อย

ooooooo

เย็นยังรอคอยอย่างเลือดเย็น ทบทวนแผนร้ายแล้วหัวเราะอยู่คนเดียว ประมูลถามว่าขำอะไรหรือ เย็นบอกว่าขำความทุกข์  ประมูลถามงงๆว่าความทุกข์มีอะไรให้ขำหรือ

“ความทุกข์ทำให้คนทำอะไรที่คาดไม่ถึงได้เยอะแยะ ส่วนคนที่มีแต่ความสุข ก็คงจะคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า หารู้ไม่คนที่มีความทุกข์ต่างหากเป็นคนได้เปรียบ” พอประมูลถามว่าพูดถึงใครตนไม่เข้าใจ เย็นก็เฉไฉว่าตนแค่พูดลอยๆเท่านั้น แล้วเดินหัวเราะออกไป

แม่นุ่มเอากาแฟมาให้ประมูล บอกเขาว่ารู้แล้วว่าเปียเหมือนใคร เหมือนเย็นนี่เอง ดูสิ เดี๋ยวก็เงียบ เดี๋ยวก็หัวเราะ เดี๋ยวก็ขาดเดี๋ยวก็เกิน ไม่อยู่กับร่องกับรอย ส่ายหน้าบ่น “น้ากับหลานถอดแบบมาจากกันไม่ผิด
เพี้ยนเลย”

เปียยังมุ่งมั่นที่จะรู้ให้ได้ว่าเย็นส่งจดหมายให้ใคร ถึงกับเอาขวานจะไปจามตู้ไปรษณีย์เพื่อหาจดหมายฉบับนั้น พอดีเจอบุรุษไปรษณีย์มาไขตู้ เปียเล่นละครบีบน้ำตาว่าตนเขียนจดหมายถึงพ่อแต่เขียนไม่ดีกลัวพ่อเสียใจ  อ้อนวอนขอเอาจดหมายคืนไปแก้ไข  บุรุษไปรษณีย์สงสารพอไขเอาจดหมายออกมาจึงให้เปียเลือกเอา

เปียเลือกเจอจดหมายลายมือเย็นพลิกดูข้างหลังลงชื่อคนส่ง เนื้อเย็น บัวแย้ม เปียดีใจมากขอบคุณบุรุษไปรษณีย์ ถือจดหมายเปิดอ่านมาตามทาง“เรียนคุณอุทัย-คุณวณี อนุรักษ์ธานิน ตอนนี้ดิฉันอยู่ที่กรุงเทพฯนะคะ พร้อมกับลูกของคุณ อย่าได้กังขาสงสัย เรื่องระหว่างคุณอุทัยกับดิฉัน ดิฉันลืมหมดสิ้นแล้ว ตั้งแต่รู้ว่า...คุณรักและเลือกคุณวณี”

เปียถึงกับหัวเราะเยาะเมื่อรู้ความจริง พึมพำ “อดีตรักของน้าเย็น!”

กลับมาถึงบ้าน เปียเดินมาพูดยั่วเย็นที่ยืนดูปฏิทินอยู่ว่า นับวันคืนรอว่าจดหมายจะถึงมือคุณอุทัยเมื่อไรหรือ? เย็นมองขวับ เปียชูจดหมายยั่ว เย็นจะไปแย่ง เปียไม่ยอมคืนซ้ำยังขู่ว่าเย็นไม่กล้าทำอะไรเพราะตนกำความลับไว้หมดแล้ว พูดอย่างเป็นต่อว่า

“ไหนๆความลับมันก็แตกดังโพละแล้ว เรามาร่วมมือกันดีกว่า สองหัวยังไงก็ดีกว่าหัวเดียวนะคะ” เย็นแกล้งให้เปียเสนอมา “เรามาร่วมมือกันช่วยให้คุณน้าได้แก้แค้นคนพวกนั้นอย่างสะใจ ด้วยการให้เปียเข้าไปเป็นลูกปลอมๆ แทนนังน้อยน่ะสิคะ”

เย็นไม่พูดอะไร แต่เมื่อเข้าไปในห้องก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาลั่น นึกในใจอย่างสมเพช...

“โถๆนังเปีย แกคงคิดว่าแกฉลาด ถึงกล้ามาขู่ฉัน ทุกอย่างมันต้องเดินไปตามแผนที่ฉันวางไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว นังเปีย! ฮ่ะๆๆ”

ooooooo

ขณะที่อุทัยกับวณีจะแอบหนีไปตามหาหนูเอื้อยแต่เช้ามืดนั้น เลอสรรขอไปด้วยและอาสาเป็นคนขับรถให้ แต่ทั้งหมดยังไม่ทันได้ออกไป นมแส ก็ได้รับโทรศัพท์จากเย็น!

นมแสรีบออกมาบอกอุทัยกับวณีว่าเย็นโทร.มา อุทัยวิ่งเข้าไปรับสาย บอกเย็นว่าตนได้รับจดหมายแล้ว จะให้ไปรับหนูเอื้อยที่ไหนรีบบอกมาเลย

“ตอนนี้ฉันอยู่กรุงเทพฯค่ะ ที่ฉันโทร.มาเนี่ย ก็ตั้งใจจะบอกว่าฉันเอาลูกมาคืนคุณแล้วนะคะ แต่ขอเที่ยวกรุงเทพฯให้สะใจก่อน วันดีคืนดีเมื่อไหร่จะโทร.มาบอกอีกทีแล้วกัน”

พูดจบเย็นวางสายทันที ทำเอาทั้งอุทัยและวณีแทบ ขาดใจที่จะได้ลูกคืนอยู่แค่เอื้อมแล้วแต่ก็ต้องผิดหวังอีก

พอคุณหญิงรู้ก็ด่าว่าเย็นจงใจปั่นหัวพวกเรา บอกให้แจ้งตำรวจจับเลย วณีกับอุทัยตกใจกลัวหนูเอื้อยจะได้รับอันตราย คุณหญิงถามว่าแล้วเราต้องยอมให้มันปั่นหัวไปตลอดอย่างนี้หรือ อุทัยพยักหน้าว่า

“ตราบใดที่ลูกยังอยู่กับมันครับ แต่ถ้าเมื่อไหร่ลูกอยู่กับผม นังเย็นมันทำกับผมแบบนี้ไม่ได้แน่!”

เลอสรรฟังอยู่เงียบๆ แม้ไม่เห็นด้วยกับอุทัยแต่ก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเมื่อเลอสรรไปคุยกับจวน ฟังเรื่องราวของเย็นจากจวนแล้ว แม้จะเห็นว่าเย็นผิด แต่ก็สงสารและไม่คิดโทษเย็น

ooooooo

เปียวางแผนที่จะไปเป็นลูกเศรษฐีแทนน้อย วันนี้ก็มาอาสากับเย็นว่า ถ้าส่งตนไปแทนน้อย ตนจะแก้แค้นแทนเย็นให้สาแก่ใจ

เย็นรู้ทันความคิดของเปีย บอกว่าไม่ต้องห่วง ถึงเวลาเมื่อไรจะพาเปียไปเป็นลูกมหาเศรษฐีแน่ๆ แต่ถ้าเปียทำให้ตนอารมณ์เสีย คนที่จะไปก็คือน้อย ปรามว่า

“เพราะฉะนั้น อย่าได้มาอวดเก่งกับฉัน กระดูกแกกับฉันยังไงมันก็คนละเบอร์!”

เปียเจ็บใจที่เย็นรู้ทันแผนของตน เลยไปลงกับน้อย แกล้งเอาคัตเตอร์กรีดตุ๊กตาที่เย็นซื้อให้ตอนน้อยสอบได้ที่ 1 พอน้อยร้องห้ามเปียก็เงื้อคัตเตอร์ใส่น้อย พอดีประมูลกับแม่นุ่มมาเห็นถามว่าทำอะไร เปียบอกว่าล้อกันเล่น เย็นเข้ามาแทรกว่า

“ค่ะ เด็กมันเล่นกัน สองคนนี้ชอบเล่นกันแบบนี้เป็นประจำ” แล้วเย็นก็ทำเป็นดุน้อยที่กลัวจนตัวสั่นว่า “เลิกเล่นละครได้แล้วยัยน้อย แหมทำเอาทุกคนตกใจหมด” แล้วถลึงตาใส่เปีย “เธอก็เหมือนกันยัยเปีย เลิกเล่นได้แล้ว”

เย็นดันทั้งสองไปอยู่คนละมุม บอกประมูลกับแม่นุ่มว่า “ขอโทษที่ทำให้ตกใจ แต่ไม่ต้องห่วง ถ้าฉันยืนอยู่ตรงนี้ สองคนนี้ไม่กล้าเล่นอะไรแบบนี้อีกแล้วล่ะค่ะ”

พอเดินออกไป แม่นุ่มปรารภกับประมูลว่า “แม่เย็นนี่ก็แปลกจริงๆนะประมูล เห็นทั้งเห็นว่าหนูเปียรังแก หนูน้อย ยังจะเข้าข้างหนูเปียอีก ลำเอียงเห็นๆ เธอว่าไหม”

“ถ้าตอบอย่างไม่เข้าข้างคุณเย็น ผมก็เห็นอย่างพี่นุ่มแหละ คุณเย็นเข้าข้างหนูเปีย”

“หรือว่าหนูน้อยจะไม่ใช่หลานแท้ๆของแม่เย็น” แม่นุ่มตั้งข้อสังเกต แล้วต่างมองหน้าถามกันด้วยสายตาระหว่างที่เย็นคุมเชิงเปียกับน้อยอยู่นั้น เย็นถามเปีย ว่าคลั่งอะไรขึ้นมาถึงได้ทำแบบนี้ หรือว่าคลั่งเพราะตนไม่ยอมส่งไปหาพ่อแม่มหาเศรษฐี น้อยฟังแล้วงงแต่ไม่กล้าถาม

“ได้ ถ้าแกอยากไปอยู่กับพ่อแม่มหาเศรษฐีของแกนักฉันจะส่งแกไป” เปียดีใจถามว่าจริงหรือ “ออ! แกจะได้ไปออกฤทธิ์ออกเดชให้พ่อแม่แกคลั่งตายไง อยากรู้เหมือนกัน เวลาพ่อแม่ของแกเห็นแกคลั่งแกเป็นประสาทเป็นบ้า พ่อแม่ผู้ดีของแกมันจะเป็นยังไง” เย็นหัวเราะสะใจเมื่อนึกภาพตอนนั้น

“อะไรคะน้าเย็น น้อยงงไปหมดแล้ว เปียเป็นลูกมหาเศรษฐี?”

เย็นเล่าให้น้อยฟังโดยสลับตัวว่าเปียเป็นลูกเศรษฐี ส่วนพ่อแม่ของน้อยตายไปหมดแล้ว น้อยฟังแล้วดีใจกับเปีย  ส่วนตัวเองยิ่งรักเย็นที่เลี้ยงดูตนมาและจะอยู่ตอบแทนบุญคุณเย็นต่อไป เย็นพูดเหมือนย้ำเตือนน้อยว่า

“แกรู้ไหมน้อย ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปกันได้ ฉันเคยรักมาก แล้วก็แปรเปลี่ยนเป็นเจ็บมาก ฉันโกรธ ฉันแค้น เพราะถูกโกหกทรยศหักหลัง เพราะฉะนั้น ความรู้สึกของแก สักวันมันก็เปลี่ยนไปได้เหมือนกัน”

“ไม่มีทางค่ะน้าเย็นเลี้ยงน้อยมาขนาดนี้ น้อยมั่นใจ น้าเย็นไม่มีวันทำร้ายน้อยค่ะ” ความซื่อบริสุทธิ์ของน้อยทำให้เย็นน้ำตารื้นแต่แล้วก็ผลักน้อยออกลุกเดินหนีไป น้อยได้แต่มองอากัปกิริยาและอารมณ์ที่แปรปรวนของเย็นอย่างแปลกใจ

เมื่อเข้าห้องนอน เย็นปล่อยให้น้ำตาไหลพรากๆ นึกในใจว่า...

“ยิ่งแกดีกับฉันเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งเจ็บในอก แต่ฉันยังปลงไม่ได้ ฉันยังเจ็บยังแค้นกับสิ่งที่พวกเขาทำกับฉัน ฉันยังปลงไม่ได้จริงๆ” คิดแล้วแววตาของเย็นแข็งกร้าวขึ้นฉับพลันทั้งที่น้ำตายังเต็มตาและเปียกแก้ม...

อุทัยกับวณีรอคอยการติดต่อมาของเย็นอย่างทุกข์ทรมานใจ วณีปรารภกับอุทัยว่าถ้าเป็นไปได้ตนอยากได้หนูเอื้อยกลับมาก่อนที่เลอสรรจะไปเรียนต่อเพื่อพี่น้องจะได้เจอกัน

“พี่ก็เหมือนกัน แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อหมากเกมนี้เย็นเป็นคนคุมเกมไม่ใช่เรา” อุทัยได้แต่พยายามทำใจ

ก่อนกลับไป เลอสรรซื้อลูกแมวเปอร์เซียสีขาวปุกปุยน่ารักมาให้วณีเลี้ยงแก้เหงาจะได้ไม่คิดมากระหว่างรอเย็นพาหนูเอื้อยมาคืน วณีอุ้มแมวอย่างแสนรัก ถามกันว่าจะตั้งชื่ออะไรดี สุดท้ายตั้งชื่อว่า “ฝ้าย” เพราะขาวเหมือนสำลีและปุกปุยเหมือนปุยนุ่น วณีขอบใจเลอสรร กำชับว่า

“เลอก็ต้องรีบกลับมาอยู่เป็นเพื่อนน้าด้วย รีบไปเรียนรีบกลับมา”

เมื่อเลอสรรเข้าไปจัดของในห้อง เขาหยิบรูปของน้อยที่ใส่กรอบวางไว้บนโต๊ะมองลังเลแล้ววางลงที่เดิม

หลังจากเย็นบอกว่าจะพาเปียไปมอบให้วณีกับอุทัยแล้ว เปียก็ซ้อมท่าคุณหนูชี้นิ้วสั่งน้อยให้ทำโน่นทำนี่ ถามน้อยว่าตนจะเป็นคุณหนูแบบไหนดี

“แบบไหนก็ได้ที่เป็นตัวของเปียจริงๆ เพราะยังไง พ่อแม่ของเปียท่านก็ต้องรักเปียอยู่แล้ว จริงไหม”

“แต่ถ้าแกไม่ใช่ลูกเขาจริงๆ ก็ว่าไปอย่างนะนังเปีย” เย็นพูดเหมือนจะตอกย้ำให้เปียสำเหนียก เปียเหมือนวัวสันหลังหวะมองเย็นอย่างไม่พอใจ “ก็เหมือนน้อยมันว่าแหละ แกเป็นลูกเขา ไม่ว่าแกจะยังไงเขาก็ต้องรักแก ไม่ต้องฝึกต้องซ้อมแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะพาแกไปคืนพ่อแม่แก ส่วนจะเป็นลูกแบบไหนมันก็แล้วแต่ ‘สันดาน’ ของแก นังเปีย!”

รุ่งขึ้น เย็นขอให้ประมูลเอารถไปส่งเปีย ประมูลเอ่ยเชิงตัดพ้อว่าเย็นไม่เคยเล่าเรื่องเปียให้ตนฟังเลย

“ฉันถึงบอกคุณไงคะ ไม่มีใครเปิดเผยตัวเองได้ทุกแง่ทุกมุม ที่ฉันรบกวนคุณให้ไปส่ง เพราะฉันไม่อยากให้พ่อแม่ของเปียเขาว่าได้ว่าฉันเลี้ยงลูกไม่ดี รถยนต์สักคันก็ไม่มี จะไปส่งกันทั้งทีก็ต้องกระเตงกันขึ้นแท็กซี่ไป”

ประมูลบอกว่าตนยินดี เพราะสำหรับเย็น น้อยและเปียคือคนในครอบครัวตน เปียขัดขึ้นทันทีว่าไม่ต้องรวมตนก็ได้เพราะตนมีพ่อแม่ที่เป็นมหาเศรษฐีท่านรู้เข้าอาจจะไม่พอใจก็ได้ เย็นฟังแล้วหมั่นไส้ด่าเปียว่าไม่ทันไรก็ทำกระแดะแล้ว

ooooooo

เลอสรรนั่งรถออกจากบ้าน สวนกับรถของประมูลที่ถนนเข้าบ้านพอดีแต่ไม่ได้สังเกตกัน

พอเลอสรรไป บรรยากาศในบ้านก็ตึงเครียดขึ้นอีก เมื่อคุณหญิงอดรนทนไม่ได้บอกให้อุทัยไปแจ้งความจับเย็นสู้กันให้รู้ดำรู้แดงไปดีกว่าปล่อยให้เย็นปั่นหัวอยู่อย่างนี้

ทั้งอุทัยและวณีต่างถูกคุณหญิงเคี่ยวเข็ญให้ไป แต่พอเดินออกจากบ้านจะไปขึ้นรถ รถของประมูลก็ขับเข้ามาจอด

“ใครน่ะ??” คุณหญิงเขม้นมอง เปียลงจากรถก่อนเพื่อน จนสุดท้ายเย็นก้าวลงจากรถ ทุกคนมองตะลึง คุณหญิงปรี๊ดทันที ด่าเย็นสาดเสียเทเสีย

เปียลงจากรถก็ถลาเข้ากอดอุทัยร้องเรียกเต็มปากเต็มคำ “คุณพ่อ...” แล้วบีบน้ำตาร้องไห้เป็นวักเป็นเวร “คุณพ่อขา...ลูกอยู่นี่ ลูกของคุณพ่ออยู่นี่ค่ะ”

ทุกคนยังตะลึงอยู่ ในขณะที่เปียผละจากอุทัยก็โผเข้ากอดวณี อุทัยถามว่า “นี่ลูกฉันจริงๆ ใช่ไหมเย็น”

“คุณอุทัยถามอะไร ไม่คิดถึงหัวใจของลูกเลยนะคะ ฉันเล่าทุกอย่างให้ลูกคุณฟังหมดแล้วค่ะ” เย็นบอกอุทัยในขณะที่เปียก็เล่นละครเต็มที่โดยเฉพาะย้ำแล้วย้ำอีกว่าตนเป็นลูก พร่ำเรียกวณีว่าคุณแม่และอุทัยว่าคุณพ่อ

คุณหญิงนอกจากด่าและจะทำร้ายเย็นแล้ว ยังมองเปียอย่างสำรวจ ปรามเย็นว่าถ้าเอาเด็กมาหลอกว่าเป็นหลานตนจะจับเข้าคุกให้ดู เปียได้ยินก็ยิ่งดราม่า ส่วนเย็นทำเป็นไม่แยแสอย่างผู้ร้ายปากแข็งว่าถ้าคุณหญิงไม่คิดถึงหัวใจของเด็กที่โหยหาพ่อแม่มาเกือบ 20 ปี จะทำอย่างนั้นก็ตามใจ

เวลาเดียวกัน เย็นก็แอ๊บซึ้งเมื่อวณีบอกว่าไม่เอาเรื่องตนว่า

“ฉันยอมรับค่ะว่าตอนนั้นฉันโกรธ ฉันเกลียด ฉันแค้น อยากทำลายพวกคุณ แต่พอได้เลี้ยงหนูเอื้อย หนูเอื้อยแกเป็นเด็กที่น่ารักเหลือเกิน คุณคงไม่ว่านะคะ ที่ฉันเปลี่ยนชื่อหนูเอื้อยเป็นเปีย จรรยา บอกตามตรงค่ะ ตอนนั้นดิฉันแสลงใจมาก เห็นอะไรเกี่ยวกับพวกคุณไม่ได้ เลยต้องเปลี่ยนชื่อลูกคุณ”

เปียก็คอยเล่นบทแทรก อ้อนบ้าง ฝากเนื้อฝากตัวบ้างตามจังหวะที่จะแทรกได้ เย็นปล่อยให้เปียแสดงเต็มที่แล้วขอตัวกลับ

อุทัยเห็นน้อยถามว่านั่นใคร เย็นบอกว่าชื่อน้อยหรือมารยาท เป็นหลานสาวของตนเอง พอเย็นพาน้อยออกไป คุณหญิงก็ชมว่า “หลานนังเย็น เรียบร้อยน่ารักดีนะ” แล้วบุ้ยใบ้ไปทางประมูลถามเปียว่าผู้ชายคนนั้นเป็นผัวใหม่เย็นหรือ

“เปียยังเด็ก ไม่กล้าพูดเรื่องผู้ใหญ่หรอกค่ะ”

ทั้งอุทัยและวณีต่างเห่อลูกผลัดกันกอดผลัดกันหอม นมแสที่เป็นคนเลี้ยงหนูเอื้อยแต่อ้อนแต่ออก

มองเปียอย่างพินิจพิจารณา...เมื่ออยู่ลำพังกับคุณหญิงนมแสก็ตั้งข้อสังเกตว่าเย็นต้องเลี้ยงหนูเปียไม่ดีแน่ๆเลย เพราะดูๆแล้วเปียไม่ได้รักและปกป้องเย็นเลย เห็นได้จากตอนที่คุณหญิงเรียกเย็นว่ามัน ก็ไม่เห็นเปียทุกข์ร้อนอะไร

“ถ้าฉันรู้ว่านังเย็นมันทำอะไรหลานฉัน ฉันไม่เอามันไว้แน่ๆ”

ooooooo

ประมูลขับรถพาเย็นกับน้อยกลับมาถึงบ้าน ท่าทางประมูลยังอึ้งๆกับเรื่องราวที่รับรู้มาหมาดๆ เย็นถามขึ้นว่าพอรู้อดีตของตนถึงกับเงียบพูดไม่ออกเลยหรือ

ประมูลยังพูดไม่ออก เย็นเลยพูดต่อว่า “เป็นธรรมดาค่ะ ใครไม่เจออย่างฉัน ก็ยากที่จะเข้าใจ”

“ผมรู้...ว่าตอนนั้นคุณคงเจ็บปวดมาก แต่ถ้าคุณปล่อยวาง....” ประมูลพูดไม่ทันจบ เย็นก็ชิงตัดบทว่า

“แต่ละคน มีวิธีแก้ปัญหาไม่เหมือนกันค่ะ ฉันถึงได้บอกคุณไงคะ ถ้าไม่เจออย่างฉัน ก็ยากที่จะเข้าใจ ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงพยายามสอนยัยเปีย ยัยน้อยมาตลอด”

เย็นนิ่งไปนิดหนึ่งเหมือนพยายามสะกดกลั้นความขมขื่นกลืนมันไว้ ก่อนเล่าต่อว่า

“เกิดเป็นผู้หญิง ต้องรักในเกียรติ ในศักดิ์ศรีของตัวเอง เพราะวันใดที่มันถูกทำลายลง เราจะไม่เหลือค่าอะไรให้ภูมิใจในตัวเองเลย และที่เจ็บกว่านั้น...คนที่จะถูกประณามก็คือผู้หญิง และเวลาที่เจ็บ ผู้หญิงแต่ละคนก็แก้ปัญหาไม่เหมือนกัน  บางคนยอมจำนนต่อโชคชะตา แต่บางคนก็ลุกขึ้นมาสู้ แก้แค้น เอาคืน!!”

ประมูลฟังอึ้ง เย็นมองหน้าเขา พูดต่ออย่างเปิดเผยตัวตนของตัวเองว่า

“และฉัน...ก็เป็นผู้หญิงประเภทหลังเสียด้วยสิ ที่เขาว่า 10 ปีแก้แค้นยังไม่สาย มันไม่ใช่เรื่องที่พูดกันเล่นๆ หรอกคุณประมูล ฉันเจ็บแค่ไหน คนที่ทำฉัน ต้องเจ็บกว่าเป็นร้อยเท่า พันเท่า!”

พูดจบ เย็นหัวเราะลั่นเดินเข้าบ้านไป ประมูลยังยืนอึ้งอยู่ มองเย็นด้วยความรู้สึกว่า ยิ่งรู้จัก เย็นก็ยิ่งน่ากลัวขึ้นทุกวัน

ooooooo

วณีพาเปียไปดูห้องนอน เปียตาโตดีใจแต่ระงับอาการ แต่พอวณีบอกว่าไว้วันหลังจะตบแต่งให้ใหม่ เปียก็วางท่าพูดทันทีว่า

“ก็ดีค่ะคุณแม่ เพราะเปียไม่ชอบห้องแบบนี้ มันดูธรรมดาไป” พอดีฝ้ายเดินต้วมเตี้ยมเข้ามา เปียเหล่ใส่ “อีกอย่างแมว อย่าเอาเข้ามาใกล้” ไม่พูดเปล่ายังใช้เท้าเขี่ยฝ้ายออกไป วณีตกใจรีบอุ้มฝ้ายขึ้นมา ถามว่าเปียไม่ชอบแมวหรือ “ไม่ชอบสัตว์ทุกชนิดค่ะ โดยเฉพาะนี่มันเป็นห้องนอน หมาแมวมาอยู่ด้วยได้ยังไง??” ซ้ำยังบอกวณีว่าเพื่อสุขภาพอย่าเลี้ยงหมาแมวไว้ในบ้านและอย่าให้มาเดินเพ่นพ่านในบ้าน

เปียกวาดตามองไปรอบห้อง เปียบอกว่าอยากให้ทำห้องใหม่จะได้สมกับเป็นห้องนอนของลูกมหาเศรษฐี อุทัยตกใจบอกว่าตนไม่ได้เป็นมหาเศรษฐี เปียหัวเราะคิกคักอย่างมีจริต บอกว่าน้าเย็นบอกตนหมดแล้วว่าคุณพ่อคุณแม่รวยมาก

“อีกอย่างที่เปียอยากได้ห้องนอนหรูหรา เปียไม่ได้ทำเพื่อตัวเองนะคะ แต่เปียทำเพื่อคุณพ่อคุณแม่ เกิดมีหนังสือนิตยสาร รายการทีวีมาสัมภาษณ์เปียแบบลูกสาวไฮโซทั่วไป เจอห้องธรรมดาๆแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่อายเขาแย่เลยนะคะ”

เปียตีหน้าเศร้าต่อว่า “ลำพัง ถ้าเปียเป็นเปียดื้อ เหมือนตอนที่อยู่กับน้าเย็น เปียจะกินจะอยู่จะนอนยังไงก็ได้ เพราะไม่มีใครสนใจ”

วณีซึ้งถึงกับเข้ามากอดเปียสัญญาว่าจะไม่ยอมให้เปียลำบากอย่างนั้นอีก เดี๋ยวจะพาไปหาอะไรอร่อยๆ กินกัน เปียเห็นอุทัยมองอยู่จึงแอ๊บต่อว่า แค่ตนได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ตนกินอะไรก็ได้ อุทัยรวบรัดว่าวันนี้กะทันหันกินที่บ้านก่อนก็แล้วกัน วันหลังค่อยออกไปกินกัน เปียรับคำยิ้มแย้มแต่แอบเสียดาย

วณีบอกให้เปียอาบน้ำเสียแล้วเดี๋ยวลงไปกินข้าวกัน พอเปียอยู่ในห้องคนเดียวก็จิกตาพึมพำ

“คุณอุทัยทำท่าแปลกๆ หรือว่าเขาจะสงสัยเรา??” เปียเดินไปดูตัวเองที่หน้ากระจก เอานิ้วจิ้มแก้มตัวเองบอก “ไม่ได้ ‘ซีเปีย’ ต้องแอ๊บให้เนียนกว่านี้นะ”

เมื่อลงไปที่โต๊ะอาหาร เปียแอ๊บเรียบร้อยน่ารักจนวณีชมกับอุทัยว่าลูกเราน่ารักจริงๆ เลยแล้วดึงเปียเข้าไปกอดหอมอย่างแสนรัก

ระหว่างนั้น เปียยังเล่าว่าอยู่กับเย็นไม่เคยได้กินอะไรดีๆ อย่างนี้เลย ใส่ไฟเย็นว่าเวลามีอะไรดีๆ เย็นก็จะเอาให้น้อยกินหมด พูดให้น่าสงสารว่า

“ตอนนี้เปียเข้าใจแล้วค่ะ เพราะเปียเป็นลูกของคุณพ่อคุณแม่นี่เอง”

เปียเรียกร้องความสงสารจนวณีบอกว่าเปียอยากได้อะไรให้บอกแม่จะหาให้ทุกอย่าง

อุทัยนิ่งฟัง บอกเปียว่าจะไม่ยอมให้ใครมาพาตัวเปียไปไหนอีก ถ้าเย็นมาเอาลูกกลับไปพ่อจะเอามันเข้าคุกแน่นอน

เปียแอบยิ้มดีใจ เมื่ออยู่กันตามลำพัง วณีติงอุทัยว่าไม่ควรเรียกเย็นว่ามัน เพราะอย่างไรเสียเย็นก็เลี้ยงดูลูกเรามา อุทัยขอโทษแต่พูดอย่างไม่พอใจว่าเย็นเลี้ยงลูกเราไม่ดี เลี้ยงจนลูกที่แสนน่ารักของเรากลายเป็นเด็กอะไรก็ไม่รู้ ดูแปลกๆ

วณีกับอุทัยมองเปียด้วยสายตาที่แตกต่าง อุทัยมองว่าบุคลิกเปียเหมือนหลุดมาจากละครแต่ก็ไม่เป็นไรเอาไว้ค่อยขัดเกลากันต่อไป วณีไม่พอใจติงว่าพูดเหมือนลูกเลวร้ายมาก ยังไงก็ลูกเราคงไม่ถึงกับต้องขัดเกลากัน ยังไงเย็นก็เลี้ยงลูกเรามาถ้าเลี้ยงไม่ดีทำไมหลานของเย็นจึงเรียบร้อยน่ารัก พาลหาว่าอุทัยหาเรื่องลูก

วณีตัดพ้อต่อว่าจนอุทัยต้องยอมรับว่าตนผิดใช้คำพูดไม่ถูก เปลี่ยนเป็นว่าเราค่อยๆ ปรับกันไปก็แล้วกัน วณีจึงค่อยคลายเครียดลง แต่พอไปคิดทบทวน อุทัยถามตัวเองว่า แล้วทำไมเปียกับน้อยถึงได้แตกต่างกันอย่างนั้น?

ooooooo

รุ่งขึ้น ทั้งวณี อุทัย และคุณหญิง พาเปียไปห้างหาซื้อเสื้อผ้าของใช้ เปียตื่นเต้นมาก เดินผ่านอะไรที่ชอบก็ชี้เอาไปหมด โดยเฉพาะเสื้อผ้า จนคุณหญิงติงว่าซื้อไปทำไมเยอะแยะจะใส่ทันหรือ

เปียอ้างว่าเวลานี้ตนเป็น จรรยา อนุรักษ์ธานิน เซเลบคนใหม่ เป็นลูกพ่อเป็นหลานคุณย่า จะทำอะไรต้องโดดเด่นแม้แต่ชื่อเปียก็เรียกเปียเฉยๆ ไม่ได้ ต้องเรียก “เปียดื้อ”

อุทัยกับคุณหญิงมองหน้ากันอึ้งๆ แต่วณีชื่นชม ว่าชื่อน่ารักแต่ถึงจะชื่อเปียดื้อก็อย่าดื้อกับแม่นะ เปียรับคำแต่ตามองเสื้อผ้า รองเท้า ชอบใจก็ดี๊ด๊าเข้าไปชี้ๆๆ อุทัยมองอย่างอ่อนใจ ต้องคอยประคองคุณหญิงให้เดินตาม

เมื่อกลับถึงบ้าน คุณหญิงต้องนอนให้นมแสนวด บอกว่าต่อไปถ้าเปียจะไปซื้อของตนขอไม่ไปด้วย เปียหัวเราะคิกบอกว่าคนแก่ก็อย่างนี้แหละทำอะไรก็เหนื่อย คุณหญิงพูดนิ่มๆ แต่เปียฟังแล้วเจื่อนว่า

“ย่าเองก็ยังไม่ได้แก่ คงจะอีกนานกว่าย่าจะตาย” แล้วลุกกลับบ้านตัวเองบอกให้อุทัยไปส่งหน่อย วณีดูออกทำหน้าไม่สบายใจ แต่เปียไม่ได้สนใจอะไร เมื่อวณีชวนไปลองเสื้อผ้าที่ซื้อมาก็ดี๊ด๊าไปทันที

คุณหญิง อุทัย และนมแส มองสองแม่ลูกอย่างเหนื่อยใจ...

ระหว่างทางไปบ้าน คุณหญิงเอ่ยกับอุทัยว่า “นังเย็นมันสอนแม่เปียไม่ดี แม่เปียถึงได้เป็นคนไม่รู้จักคิด ไม่มีมารยาทได้ถึงขนาดนี้”

“ตอนแรกผมก็คิดอย่างคุณแม่ครับ แต่ผมมาฉุกคิดถึงหลานของเย็นที่ชื่อน้อย ถ้าว่าเย็นสอนไม่ดีแล้วทำไมน้อยถึงเรียบร้อย น่ารักน่าเอ็นดู” คุณหญิงเห็นด้วย อุทัยพูดต่อว่า “น่ารักจนผมอยากพาแกมาอยู่ด้วย ผมรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนั้นอย่างบอกไม่ถูก อยากได้แกมาอยู่ด้วย” พอคุณหญิงบอกว่าดีจะได้อยู่เป็นเพื่อนเปียด้วย อุทัยบอกว่า “ผมไม่ได้คิดจะให้มาอยู่เป็นเพื่อนเปียนะครับ ผมจะเลี้ยงหนูน้อยให้เหมือนเลี้ยงเปียเลย” อุทัยแววตาอ่อนโยนเมื่อพูดถึงน้อย

ooooooo

เมื่ออุทัยบอกเปียว่าจะรับน้อยมาอยู่เป็นเพื่อนเปียจะได้ไม่เหงา เปียตกใจรีบบอกว่าตนไม่เหงาแค่มีคุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยตนก็มีความสุขแล้ว

เปียแสดงความไม่พอใจและคัดค้านจนอุทัยถามว่าหรือเปียไม่อยากให้น้อยมาอยู่ด้วย เปียตีหน้าเศร้าเล่าว่าน้อยชอบแกล้งตน นมแสถามขึ้นว่าน้อยน่ะหรือแกล้งเปีย ถูกเปียมองขวับถลึงตาใส่ นมแสรีบขอโทษ เปียหันไปถามอุทัยกับวณีว่า

“คุณพ่อคุณแม่ไม่เชื่อเปียเหรอคะ” ถามแล้วเห็นทั้งสองอ้ำอึ้ง เปียบีบน้ำตาคร่ำครวญ “ที่ผ่านมา น้อยแกล้งเปียตลอด โดยมีน้าเย็นให้ท้าย ตอนแรกเปียก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาสองคนถึงได้จงเกลียดจงชังเปียนัก จนกระทั่งวันที่รู้ว่าเปียเป็นลูกของคุณพ่อคุณแม่ วันนี้แหละ เปียถึงได้เข้าใจ”

“เลวจริงๆ นังเย็น” อุทัยทำขึงขัง ถูกวณีเรียกปราม เขาขอโทษบอกว่าตนโกรธแทนลูก หันบอกเปียว่า “ด้วยเหตุนี้แหละ พ่อถึงอยากพาน้อยมาอยู่ด้วย คราวนี้ถ้าน้อยแกล้งเปียให้พ่อเห็นอีก พ่อจะได้จัดการน้อยด้วยมือของพ่อเอง”

เปียหน้าเหวอที่ผลลัพธ์ตรงข้ามกับเจตนาของตน อุทัยดูออก บอกน้อยว่า

“เพื่อเปียของพ่อ...พ่อจะไปรับน้อยมาอยู่ด้วยจ้ะ”

เปียเข้าห้องนอน ตาขวางพลุ่งพล่านกัดฟันกรอด หยิบจับอะไรได้ก็ขว้างปาใส่ผนังห้องเสียงตึงตังโครมคราม จนอุทัยกับวณีที่อยู่ห้องติดกันสงสัยว่าเปียเป็นอะไร

เปียยังคลั่ง เห็นจิ้งจกที่ผนังก็เอารองเท้าฟาดตกมาตายอย่างสะใจ วณีกับอุทัยมาเคาะประตูเรียกนมแสตามมาด้วย แต่อุทัยร้อนใจเปิดประตูเข้าไปเลย เห็นเปียยังถือรองเท้าค้างอยู่มีจิ้งจกตายที่พื้น วณีตกใจถามว่าทำไมฆ่าจิ้งจกตาย

เปียทำท่าตระหนก โผเข้ากอดอุทัยพูดปากคอสั่นว่าจิ้งจกจ้องหน้าตน ตนกลัว ทั้งอุทัยและวณีมองหน้ากันงงๆ บอกนมแสให้จัดการซากจิ้งจกตัวนั้นเสีย อุทัยปลอบว่าถ้าคราวหลังกลัวจิ้งจกให้บอกพ่อบอกแม่หรือนมแสก็ได้แต่อย่าฆ่า มันบาป เปียทำท่าตกใจมากบอกว่าถ้าบาปตนจะโกนหัวบวชอุทิศส่วนกุศลให้จิ้งจกดีไหม จิ้งจกจะได้อโหสิกรรมให้

“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกลูก คราวหลังอย่าทำอีกแล้วกัน” อุทัยบอก วณีกอดโอ๋เปีย ในขณะที่นมแสกวาดซากจิ้งจกแล้วมองเปียอย่างสงสัย

เปียดีใจที่ใครๆก็พากันโอ๋ แต่พอได้ยินอุทัย ปลอบใจว่า “อีกหน่อย น้อยมาอยู่ด้วย เปียก็มีเพื่อน ไม่ต้องกลัวนะลูกนะ” เปียก็หุบยิ้มแววตาร้ายขึ้นทันที

วันต่อมา เมื่ออุทัยบอกคุณหญิงว่าจะรับน้อยมาอยู่เป็นเพื่อนเปีย คุณหญิงเห็นด้วยเพราะตนก็เอ็นดูน้อยอยู่ แต่มีข้อแม้ว่า “ห้ามให้นังเย็นมาอยู่ด้วยเป็นอันขาด”

“โถคุณแม่ครับ ผมไม่ได้คิดถึงเย็นเลยจริงๆ แค่อยากพาหนูน้อยมาอยู่ด้วยเท่านั้น” อุทัยพูดอย่างนั้นแต่แววตามีเลศนัย พอคุณหญิงถามว่าทำไม เขาอ้างว่า “ผมก็ เหมือนคุณแม่ล่ะครับ เอ็นดูน้อย...อย่างกับ...หนูน้อยเหมือนเป็นลูกของผมเอง”

ooooooo

ต่อมาอุทัยและวณีก็พาเปียไปหาเย็นที่บ้านของประมูลชวนน้อยไปอยู่เป็นเพื่อนเปียที่บ้าน เย็นถามเปียว่าอยากมีเพื่อนหรือ

“ค่ะ เปียคิดถึงน้อย รักน้อย น้าเย็นก็รู้” เปียตีหน้าเศร้า เย็นหัวเราะขำ อุทัยถามว่าขำอะไร เย็นพูดเหน็บว่า ขำความรักความคิดถึงน้อยของเปีย เปียรีบพูดกลบเกลื่อนว่า “น้าเย็นก็ชอบพูดเล่นแรงๆ อย่างนี้แหละค่ะคุณพ่อ”

เย็นผสมโรงว่าใช่ ตนชอบพูดเล่น อุทัยตัดบทถามว่าตกลงจะให้น้อยไปอยู่กับตนไหม เย็นหันไปถามน้อยต่อ

“น้อยไม่ไปค่ะ น้อยอยากอยู่กับน้าเย็น” วณีถามว่าถ้าเย็นไปอยู่ด้วยน้อยจะไปไหม “น้าเย็นอยู่ไหนน้อยไปอยู่ด้วยทั้งนั้นค่ะ”

“งั้นเย็นไปอยู่กับฉันนะ” อุทัยรวบรัด เปียตกใจมากนมแสที่นั่งฟังอยู่ด้วยถึงกับผงะ แอบโทร.รายงานคุณหญิงทันที

“ขอบใจมาก เดี๋ยวฉันจัดการเอง” คุณหญิงจิกตาอย่างโกรธจัด!

ooooooo

อุทัยยังหว่านล้อมให้เย็นพาน้อยไปอยู่ด้วยกัน เปียพูดหมายให้อุทัยเกรงใจว่าเย็นเป็นห่วงร้านของเถ้าแก่กิม เย็นรู้ทันบอกว่ากำลังคิดจะขายร้านอยู่พอดี

ทั้งอุทัยและวณีชวนว่างั้นไปอยู่ด้วยกันเลย อุทัยถามว่าหรือเย็นยังโกรธตนอยู่

“อย่าพูดถึงเรื่องเก่าอีกเลยค่ะ อย่างที่บอก ฉันเองก็ทำผิดกับพวกคุณ ถ้าจะเริ่มต้นใหม่ เราควรลืมมันให้หมด” เย็นพูดนิ่งๆอย่างทำใจได้แล้ว พออุทัยกับวณี

ถามว่าเธอจะพาน้อยไปอยู่กับพวกตนใช่ไหม เย็นอมยิ้มพูดอย่างเป็นต่อว่า “ไหนๆ พวกคุณก็อุตส่าห์อ้อนวอนและอีกอย่าง เปียดื้อของน้าจะได้มีเพื่อน” เย็นมองหน้าเปียยิ้มอย่างรู้กัน รู้ทัน แล้วหันบอกน้อยให้ไปเก็บเสื้อผ้า

ฝ่ายคุณหญิงให้จวนกดโทร.ถึงอุทัยหมายจะยับยั้ง แต่พอดีอุทัยได้รับสายจาเลอสรรที่โทร.มาพอดี เลอสรรดีใจเมื่อรู้ว่าได้ตัวหนูเอื้อยคืนมาแล้ว วณีบอกเปียให้มาคุยกับพี่เขาหน่อย แต่เปียกังวลเรื่องน้อยอ้างว่าขอไปช่วยน้อยเก็บของก่อน

เย็นมองตามเปียอย่างรู้ทันและเดาออกว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เปียทำเป็นไปดูน้อยเก็บของ แต่พอเข้าห้องปิดประตูก็กระชากน้อยตวาดว่าไม่ต้องเก็บของ น้อยถามงงๆว่าทำไม

“ไม่ต้องมาดัดจริต แกก็รู้ว่าฉันไม่อยากให้แกไปอยู่ด้วย แกจะไปทำไม!” น้อยบอกว่าถ้าอย่างนั้นตนจะไปถามเย็นก่อน เปียหูตาเหลือกตวาด “อย่านะนังน้อย” แล้วรีบตามไป

เย็นรู้แก่ใจดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นในห้องน้อย ทำทีบอกอุทัยกับวณีว่าเปียหายไปนานขอตัวไปดูว่าเก็บของเสร็จหรือยัง

เปียพยายามยับยั้งน้อย เมื่อน้อยจะไปบอกเย็นให้ได้ เปียจึงแกล้งทำเป็นล้มลงไปชักตาตั้ง เย็นยืนอยู่หน้าห้องมองเปียอย่างรู้ทัน น้อยตกใจออกมาบอกเย็นว่าเปียชัก เย็นบอกน้อยให้เอารองเท้าหรือด้ามไม้กวาดอะไรก็ได้ยัดใส่ปากเปียอย่าให้กัดลิ้นตัวเอง

ประมูลพาอุทัยกับวณีไปดูน้อยกับเย็นเก็บของ เห็นสภาพของเปียก็ตกใจ เย็นแกล้งบอกว่าไม่มีอะไร เปียจะเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ถูกขัดใจ บอกทั้งสองว่าพอตนบอกเปียให้กลับไปอยู่กับอุทัยและวณีเปียก็ขัดใจและชักทันที แล้วทำทีบอกทั้งสองอย่างเป็นห่วงเปียว่า

“คุณวณีคุณอุทัยคะ ระหว่างที่เปียยังทำใจไม่ได้ ให้แกอยู่ที่นี่ก่อนนะคะ” เปียได้ยินหายชักเป็นปลิดทิ้ง บอกเย็นว่าตนหายแล้ว เย็นเลยรวบรัดว่า ถ้าอย่างนั้น ก็กลับไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ได้แล้ว หันไปถามน้อยว่า “ไงยัยน้อย เก็บของเสร็จแล้วรึยังจะได้ไป”

น้อยมองหน้าเย็นงงๆ ส่วนเปียกอดวณีกับอุทัยไว้แน่น แอบมองน้อยตาเขียวปั้ดแต่ไม่กล้าแผลงฤทธิ์อีก

ส่วนประมูลมองหน้าเย็นงงๆสงสัย

ooooooo

เมื่อเย็นหิ้วกระเป๋าจะไป ประมูลถามว่าจะไปจริงๆ หรือ? เย็นอ้างว่าพวกอุทัยมาอ้อนวอนตน

“เขาอ้อนวอนหรือว่าคุณวางเพลิงในบ้านเขาแล้วเลยต้องตามไปดูว่ามันจะไหม้หรือเปล่า!?”

“คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ” เย็นจ้องตาวาวโกรธมาก

“คุณรู้ดีว่าผมจะบอกอะไรคุณ เย็น...ที่ผ่านมา คุณก็ทำกับพวกเขามากพอแล้วนะ คุณอย่าผูกใจเจ็บพวกเขาอีกเลย”

“คุณนี่พูดอะไรเพ้อเจ้อ น้ำหน้าอย่างฉัน จะมีปัญญาไปทำอะไรพวกเขาได้คะ! ที่ฉันไปเพราะอยากให้เปียกับน้อยได้อยู่ด้วยกันเท่านั้นเอง”

“ถ้าคุณเย็นยืนยันอย่างนั้น ผมก็คงต้องเชื่อ แต่คุณอย่าลืมนะเย็น บาปกรรมมีจริง”

“ค่ะ บาปกรรมมีจริง ใครทำอะไรกับใครไว้ก็ต้องได้รับกรรมอย่างนั้น ทั้งคนจน คนรวย เจ้านาย ขี้ข้าคนใช้ หนีไม่พ้นกรรมหรอกค่ะ” เย็นยิ้มขมขื่น แววตาเจ็บช้ำ

“ก่อนจะทำอะไร คนเราก็ควรคิดให้ถ้วนถี่ แต่ไม่ว่ายังไงผมจะคอยอยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจให้คุณเสมอ จำไว้นะเย็น ผมเป็นกัลยาณมิตรของคุณ” ประมูลมองเย็นอย่างลึกซึ้ง เย็นมองตอบด้วยความรู้สึกที่เป็นมิตรจริงใจ เอ่ยอ่อนโยน ก่อนเดินไปว่า
“ขอบคุณมากค่ะคุณประมูล”

ooooooo

คุณหญิงโกรธมากเมื่ออุทัยกับวณีพาเย็นมาอยู่ด้วย บ่นกับจวนว่าอุทัยหาเรื่องจริงๆ ดักเรียกอุทัยไปตำหนิ

“แม่ไม่เข้าใจจริงๆ แกจะพานังเย็นกลับเข้ามาอยู่ด้วยทำไม จำไม่ได้รึไงว่านังเย็นมันทำความเดือดร้อนให้เราแค่ไหน”

“แต่ตอนนี้เย็นเขาเปลี่ยนไปแล้วครับแม่”

“ไม่มีทาง!! นังสันดานเย็นมันไม่มีทางเปลี่ยน แม่สังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้นะอุทัย ว่านังเย็นมันจะทำความเดือดร้อนให้เราอีก ไม่ว่าจะยังไง ตาของมันก็คือทะเลคลั่ง แม่เห็นแต่ความพยาบาท”

“แต่ตอนนี้ลูกอยู่กับเราแล้วนะครับแม่ ผมจะไม่มีวันยอมให้เย็นทำอะไรลูกของผมอีกเป็นอันขาด” อุทัยพูดอย่างมั่นใจ แต่...หารู้ไม่ว่า เขาประเมินเย็นผิดถนัด!

พอเย็นมาถึงก็ปะทะคารมกับหวานคู่ปรับเก่าจนถึงขั้นประกาศว่าสักวันจะเอามีดสับปากหวานให้ดู พอจวนรู้ว่าหวานทะเลาะกับเย็นก็ถามหวานว่าไปหาเรื่องอะไรกับเย็นหรือเปล่า เตือนว่า

“ปกติเย็นมันไม่หาเรื่องใคร แต่ถ้าใครหาเรื่องมันก่อน ทำมันเจ็บ แกคงรู้ใช่ไหมว่า มันจะเอาคืนยังไง”

นมแสเดินเข้ามาได้ยินถามว่าเย็นเคยทำอะไรพวกเธอหรือ ช้อยบอกว่าเย็นเคยให้หวานกินน้ำพริกทางจมูก หวานทำหน้าเจ็บใจบอกว่า “อะไรไม่ร้ายเท่ามันขโมยลูกท่านหายไปเกือบยี่สิบปี นมแสว่ามันร้ายไหมล่ะ”

เมื่อเย็นกับน้อยไปที่บ้านพักแล้ว เย็นขอบใจน้อยที่วันนี้มีปาก น้อยถามว่าแปลว่าอะไรหรือ เย็นหัวเราะบอกว่าน้อยกล้าด่าหวานแทนตนไง น้อยพูดอย่างกตัญญูว่า

“จริงๆ น้อยก็ไม่ชอบการทะเลาะเลยค่ะ ที่ผ่านมาน้าเย็นก็เห็น อะไรที่ยอมเปียได้น้อยก็ยอมเพราะไม่อยากมีเรื่องแต่ถ้าใครมาทำน้าเย็น น้อยบอกคำเดียวเลยว่าน้อยไม่ยอมค่ะ”

“เพราะอะไร”

“น้อยรักน้าเย็น ความแค้นบางทีอาจไม่จำเป็นต้องชำระ แต่บุญคุณยังไงก็ต้องทดแทนค่ะ”

เย็นมองน้อยน้ำตารื้น ยกมือจะลูบผมน้อย แต่แล้วก็ชะงัก เมื่อนึกถึงความแค้นที่ฝังอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”
12 ธ.ค. 2562
07:45 น.