ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คมพยาบาท

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เย็นเดินไปส่งตอง ผ่านร้านอาหารที่เลอสรรกับเพื่อนนั่งกินอยู่ เลอสรรเห็นเย็นเดินผ่านไปเห็นใบหน้าเย็นแล้วรู้สึกเธอไม่มีความสุข เขามองเย็นอย่างสนใจจนลุกตามไป เพื่อนถามว่าจะไปไหน

“ว่าจะตามคนแถวบ้านแกไปหน่อย คนที่แกบอกว่าบ้านเขามีเรื่องตลอดเวลาไง ที่แกว่าคนบ้านนี้ท่าทางไม่มีความสุข ฉันชอบศึกษาชีวิตคน และคนที่ไม่มีความสุข ฉันว่าเขาต้องมีปมบางอย่างในชีวิต”

แต่พอเลอสรรเดินออกไป ปรากฏว่าเย็นกับตองหายไปแล้ว

เย็นไปส่งตองถึงบ้าน ตองถามว่า “แล้วถ้าพี่เย็นเป็นฉัน พี่เย็นจะทำยังไง”

“แก้แค้นมัน ทำอะไรก็ได้ ให้มันกระอักเลือดตาย” เย็นพูดจริงจังแววตาเหี้ยม

เย็นส่งตองแล้ว พอกลับถึงบ้านจับได้ว่าเปียจะเอารถไปโรงเรียน เลยยึดกุญแจรถไว้ เปียเสียแผนหงุดหงิดเลยแกล้งยั่วเย็นจนอารมณ์เสีย ชาวบ้านที่มาซื้อของบอกเย็นว่า

“ถ้าแม่เย็นปวดหัวก็กำราบแม่เปียให้มันจริงจังสิ นี่ฉันเห็นแม่เย็นได้แต่บ่น แต่ไม่เห็นทำอะไรแม่เปียสักที ขนาดแม่เปียแกล้งแม่น้อย แม่เย็นยังเฉยๆ”

“บางทีชีวิตมันก็มีดีที่ ‘สะใจ’ นะ” พูดแล้วเย็น หัวเราะเดินเข้าบ้านไป

พออยู่คนเดียวเย็นก็คิดถึงความหลังของตัวเอง...

หลังจากอุทัยกับวณีแต่งงานไม่นาน วณีก็คลอดลูกสาวน่ารักน่าชัง ทั้งสองตั้งชื่อให้ว่า “เอื้อย” มีนมแสเป็นแม่นมเลี้ยงหนูเอื้อย ทั้งอุทัย วณี และคุณหญิงต่างเห่อหนูเอื้อย กอดหอมอุ้มกันไม่วาง เย็นเห็นก็ยิ่งบาดใจ

วันหนึ่ง จวนมาเห็นเย็นเอากระเป๋าเดินทางออกมาวางถามว่าจะไปจากที่นี่แล้วหรือ เย็นถามนิ่งๆว่า “พี่คิดว่าไง”

“ก็ดี คุณหญิงจะได้ไม่ต้องห่วงว่าเย็นจะกลับไปคืนดีกับคุณอุทัย”

 “ฉันเลิกคิดนานแล้วพี่ ฉันรู้ คุณอุทัยกับฉันคนละชั้นกัน ลูกผู้ลากมากดีอย่างเขา จะมีเมียเป็นคนใช้ได้ไง” เย็นพูดเหมือนเข้าใจทำใจได้แล้วแต่ยังน้ำตาคลอ

“ถ้าแกตัดใจได้จริงๆ พี่ก็ดีใจด้วย อย่างน้อยแกจะได้ไม่ต้องทุกข์ใจ แล้วจะไปเมื่อไหร่”

“อีกไม่นาน ‘ทำใจ’ ได้เมื่อไหร่ฉันจะไป”

จวนพยักหน้าแล้วเดินไป เย็นมองกระเป๋าเดินทางว่างเปล่าที่วางอยู่ตรงหน้าแววตาร้าย

ooooooo

เย็นเข้าไปตีสนิทกับนมแส ซื้อโอเลี้ยงของชอบมาฝาก ทำทีเอ็นดูหนูเอื้อย บอกนมแสว่าตนเคยมีลูกแต่ลูกตาย เห็นหนูเอื้อยแล้วอยากอุ้มเพราะคิดถึงลูก นมแสสงสารเลยให้อุ้ม

รุ่งขึ้น อุทัยกับวณีออกไปข้างนอกจึงเหลือแต่นมแสเลี้ยงหนูเอื้อยคนเดียว เย็นหิ้วโอเลี้ยงมาฝาก นมแสรับไปดูดอย่างชื่นอกชื่นใจ เย็นเหลือบมองนึกในใจว่าหลับยาวแน่นมแส เพราะเย็นแอบเอายานอนหลับใส่ในโอเลี้ยง!

เย็นออกอุบายว่าหลานนมแสโทรศัพท์มาหา นมแสจึงลุกไปรับโทรศัพท์ ครู่เดียวเย็นก็หิ้วกระเป๋าเดินทางออกไป โดยเอาหนูเอื้อยใส่ในกระเป๋าเดินทาง เมื่อไปขึ้นรถโดยสาร เย็นมองกระเป๋าเดินทางนึกในใจ...

“ป่านนี้พ่อแม่เธอมันคงกำลังจะขาดใจ แต่อย่าหวังว่าฉันจะสงสาร ฉันจะทำให้พ่อแม่เธอมันคลั่งตาย!!”

เย็นมาอยู่กับเถ้าแก่กิม เย็นเลี้ยงทั้งเปียลูกของลำยองพี่สาวตัวเองและน้อยซึ่งก็คือหนูเอื้อยที่ขโมยมาจากอุทัยและวณี เด็กทั้งสองวัยไล่เลี่ยกัน แต่นิสัยต่างกัน เปียขี้หงุดหงิดร้องไห้โยเยและออกจะเกเรชอบรังแกน้อยด้วย แต่น้อยเลี้ยงง่ายนิสัยเรียบร้อยกลัวและยอมเปียทุกอย่าง

เย็นเองก็อดเวทนาน้อยไม่ได้ มักพึมพำ “ฉันไม่ได้ตั้งใจเอาแกมาให้เปียมันทรมานนะน้อย ที่มันต้องเป็นอย่างนี้ เพราะพ่อแม่ของแก!!”    

เถ้าแก่กิมรักเด็กทั้งสองมากเลี้ยงอย่างตามใจ จนเย็นบ่นว่าตามใจจนเปียนิสัยเสีย

วันนี้เปียออกไปเล่นนอกร้าน เห็นเด็กถนนฝั่งตรงข้ามขี่จักรยานเล่นเลยวิ่งไปหา เถ้าแก่คว้าไว้ไม่ทันรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งวิ่งมาเกือบชนเปีย เถ้าแก่ตกใจจนช็อก เย็นรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่เพราะโรคหัวใจกำเริบในที่สุดเถ้าแก่กิมก็จากไป

เถ้าแก่กิมจากไปอย่างหมดห่วง เพราะเชื่อว่าเย็นจะดูแลร้านและเลี้ยงเปียกับน้อยได้ และเย็นเองก็จำ คำสอนของเถ้าแก่ที่สอนให้เป็นผู้ให้ เย็นนำมาเป็นแนวทางการดำรงชีวิต แต่สิ่งหนึ่งที่เย็นทำตามคำสอนของเถ้าแก่ไม่ได้คือ “การให้อภัย”

นับแต่เถ้าแก่กิมจากไป เย็นจึงเลี้ยงดูเปียกับน้อยด้วยรายได้จากร้านของเถ้าแก่กิมตลอดมา

ooooooo

วันนี้เปียถูกสั่งห้ามเอารถไป ทั้งสองจึงต้องเดินไปโรงเรียน ขากลับเปียเดินว่าน้าเย็นใจร้ายปล่อยให้เดินทั้งเหนื่อยทั้งร้อน น้อยบอกว่าน้าเย็นไม่ได้หวงรถหรอกแต่ไม่อยากให้เปียซิ่งรถต่างหาก

เปียว้ากทันทีว่าตนคนเดียวที่ไหนต้องเราสองคน เลยเดินเถียงกันมาตามทาง มีผลักไสกันบ้างตามประสา

เลอสรรกลับไปเก็บของเตรียมกลับ เพื่อนถามว่ากลับแน่หรือ ไม่เปลี่ยนใจแน่นะ

“ฮื่อ...น้าวณีโทร.มาตามแล้ว ไม่อยากให้ท่าน เป็นห่วง”

“ไว้มีโอกาสมาเที่ยวบ้านฉันใหม่ แล้วมาศึกษาคนแถวบ้านฉันด้วย จะหาข้อมูลไว้รอเลย”

เลอสรรหัวเราะ ขับรถต่อไปสบายๆ

เปียได้ยินเสียงรถหันมอง เห็นรถเท่ก็ดี๊ด๊าทันทีเชื่อว่ารถเท่ขนาดนี้คนขับต้องหล่อขั้นเทพแน่ โมเมว่าต้องเป็นเนื้อคู่ตนถึงได้ขับผ่านมาทางนี้ ว่าแล้วก็ทะเล้นออกไปยืนอ่อยกลางถนน เลอสรรเห็นแต่ไกลก็แปลกใจ น้อยเห็นเปียทำทะเล้นเกินเหตุก็ออกไปดึงไปขวาง ทั้งสองมัวแต่ดึงรั้งกันนัวเนีย จนเลอสรรขับรถผ่านไปไม่รู้ตัว

พอเปียเห็นรถขับผ่านไปก็วิ่งไล่กวดเอาเป็น เอาตายหมายล่าเนื้อคู่ให้ได้ น้อยเลยต้องถือกระเป๋าวิ่งตามไป

รถของเลอสรรเกิดรวน เขาจึงจอดลงไปดู เปียวิ่งตามมาเห็นรถจอดก็ดีใจเชื่อว่าเนื้อคู่รอตนอยู่ เร่งฝีเท้าเต็มที่ แต่ปรากฏว่ารถไม่เสีย เพียงแต่ขั้วแบตหลวม พอสตาร์ตก็ติด เพื่อนรีบขึ้นรถ เลอสรรเร่งเครื่องเป็นจังหวะที่เปียวิ่งมาถึงท้ายรถพอดี แต่สะดุดล้มเลย

ถูกควันดำท่อไอเสียพ่นใส่จนหน้าดำ

เปียเงยหน้าขึ้นอีกทีรถของเลอสรรก็ไปไกลแล้ว เปียร้องเรียกเนื้อคู่อย่างแสนเสียดาย น้อยวิ่งตามมาทันเห็นหน้าเปียก็ขำก๊าก บอกว่าเนื้อคู่คงจำเปียไม่ได้กระมัง เปียเลยเอาตลับแป้งมาเปิดส่องกระจกดู พอเห็นหน้าตัวเองก็เลยลูบเขม่าเอาไปป้ายหน้าน้อยที่ยืนหัวเราะอยู่ให้ดำเหมือนกันเสียเลย

ooooooo

เปียกับน้อยกลับถึงบ้านในสภาพหน้าดำทั้งคู่ เย็นถามว่าทำไมมายืนหน้าดำอยู่อย่างนี้ น้อยบอกว่าเปียวิ่งตามผู้ชายเลยหกล้ม ถูกเปียยกมือปิดปากหมับ!

“เรื่องผู้ชายอีกแล้วเหรอนังเปีย!” เย็นหันไปคว้าไม้กวาดทันที เปียทำหน้าทะเล้นโดดหลบแต่คุยโวว่า

“สวยๆอย่างเปีย ถ้าสนใจผู้หญิงก็เสียของแย่สิน้าเย็น” พูดแล้ววิ่งขึ้นบันไดไปเลย เย็นตะโกนด่าตามหลังว่า

“แต่ถ้าแกสนใจผู้ชาย แกจะเสียทั้งของเสียทั้งตัว นังเด็กเวร!” เย็นปาไม้กวาดตามหลังโดนผนังบ้านอย่างแรง

เปียยังซ่าไม่เลิก ตกกลางคืนก็ลากน้อยย่อง ออกจากบ้านในชุดสก๊อยภูธร น้อยไม่อยากไป

“ต้องไป ขืนฉันไปคนเดียว กลับมาฉันถูกตีหลังลายคนเดียวสิ แกต้องไปด้วย ไม่งั้น...” เปียยกมือทำท่าจะตบ พอเห็นน้อยกลัวก็ลากแอบหนีออกไป

เปียพาน้อยไปสมทบกับเด็กแว้นและสก๊อยที่รวมตัวกันอยู่ พอมากันครบก็ออกแว้นทันที

เลอสรรเก็บของเสร็จก็เตรียมกลับ เขาขอบใจเพื่อนที่ให้มาอยู่มากินหลายวัน

“ด้วยความยินดี แล้วเจอกันใหม่เพื่อน ขับรถ ดีๆนะ”

เลอสรรขับรถไปเจอกลุ่มเด็กแว้นพอดี เขามองอย่างหงุดหงิดเพราะต้องขับรถอย่างระมัดระวังมาก หยิบมือถือมาถ่ายรูปไว้ บ่นอย่างระอา

“ทำตัวไม่มีความคิดกันแบบนี้ สงสารคนเป็นพ่อเป็นแม่จริงๆ”

ooooooo

เย็นเดินตรวจความเรียบร้อยของร้านพลาง ตะโกนบอกเปียกับน้อยให้ปิดล็อกประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยด้วย จึงรู้ว่าทั้งสองคนไม่อยู่แล้ว

“นังเปีย! นังน้อย!” เย็นคำรามอย่างรู้ทันว่าทั้งสองหนีไปไหน ออกจากบ้านไปดักที่ปลายทางทันที

พอแก๊งแว้นไปถึงปลายทาง เปียสุดซ่าก็ลงไปเฮ้วๆ กับเพื่อน ลากน้อยที่ยังกลัวจนเข่าอ่อนอยู่ให้ออกไป เฮ้วด้วย บ่นว่าแค่นี้กลัวอะไร เอามือถือมาถ่ายคลิปเก็บไว้ประจาน

“เก่งนักใช่ไหมแม่ ‘ซีเปีย’ หา!” เสียงเย็นแหวกอากาศเข้ามา

“น้าเย็น!!” เปียหน้าเหลือสองนิ้วทั้งเปียและน้อยถูกเย็นลากไปเหวี่ยง  เข้าไปในบ้านหัวทิ่มกันไปคนละมุม เปียร้องโวยวายว่าน้าเย็นทำตนเจ็บ

“ไหนตะกี้ทำเป็นเก่ง แล้วตอนนี้มาร้องโอดโอยทำไม คนเราถ้าจะเก่ง มันต้องเก่งให้ตลอดซิ!” ว่าแล้ว

คว้าไม้เรียวมาหวดเปียไม่ยั้ง เปียยิ่งหลบก็ยิ่งถูกฟาด ส่วนน้อยนั่งกอดตัวเองซุกที่มุมห้องกลัวเย็นจนตัวสั่น

“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม ไม่ให้แกเป็นสก๊อย แกไม่เชื่อ แล้วยังกล้าเปลี่ยนชื่ออีก ‘ซีเปีย’ แกคิดว่าชื่อซีเปียมันเก๋ มันเริ่ดนักรึไงยัยเปีย!” เปียเถียงว่าใครๆ เขาก็ฮิตชื่อนำหน้าทั้งนั้น “ใครฮิต? มีแต่พวกสก๊อยนั่นแหละที่ฮิต อย่าให้ฉันได้ยินแกเรียกตัวเองว่าซีเปียอีกนะยัยเปีย ไม่งั้นแกจะกลายเป็น ‘ซีอุย’!”

ฟาดและด่าเปียแล้ว หันไปทางน้อย “แกก็เหมือนกัน ปากน่ะมีไหม? ถ้าไม่อยากไป ทำไมไม่ตะโกนบอก ฉันหา!! ยัยน้อย!!”

น้อยบอกว่ากลัว เย็นถามว่ากลัวใคร น้อยเหลือบมองเปียตอบเบาๆ “กลัวเปีย” เปียเลยถูกเย็นปรามว่าต่อไปห้ามขู่บังคับน้อยเป็นอันขาด บอกน้อยว่าถ้ายังโง่ให้เขาข่มขู่มันก็ช่วยไม่ได้ เกิดเป็นคนมันต้องสู้ ไม่สู้ก็ต้องแพ้ เข้าใจไหม!

น้อยตอบตาปริบๆว่าตนกลัว พอเย็นเดินออกไป เปียก็เดินเข้าไปเอานิ้วจิ้มหัวน้อย บอกให้สู้สิ กล้าสู้ตนก็สู้เลย น้อยได้แต่ร้องไห้กับความดุร้ายของเปีย

เย็นยืนดูอยู่ข้างนอกได้ยินเสียงเกรี้ยวกราดของเปีย ก็นึกในใจว่า “นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่า เชื้อไม่ทิ้งแถว

แต่ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าเชื้อของคนจนๆ คนที่ถูก ประณามว่า ‘เลว’ ได้เข้าไปอยู่ในดงผู้ดีมันจะเป็นยังไง??”

เย็นเดินหัวเราะออกไป เปียกับน้อยได้ยิน ต่างชะงักมองไปตามเสียง เป็นเสียงหัวเราะที่ทั้งสองคุ้นเคยมาแต่เด็ก แต่ไม่เคยเข้าใจความหมายของเสียงหัวเราะนั้น รู้สึกแต่ว่าแปลกและน่ากลัว

ooooooo

เลอสรรขับรถกลับมาถึงบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้น เขาลงจากรถ เจอวณีเดินออกมาพอดี  วณีทักดีใจ เลอสรรถามว่า

“นี่คุณน้ารอผมจนไม่ได้นอนหรือครับ” วณีบอกว่าตนตื่นมาเตรียมของใส่บาตรพอดี

อุทัยเดินลงมาจากข้างบนชวนเลอสรรใส่บาตรด้วยกัน เขารับคำแล้วเดินตามวณีและอุทัยไป โดยมีจวนกับช้อยประคองถาดอาหารผลไม้และดอกไม้ตามไป

ใส่บาตรแล้ว วณียกมือไหว้อธิษฐาน “เจ้าประคู้ณ... ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้หนูเอื้อยได้กลับมาอยู่กับแม่ด้วยเถอะ สาธุ” วณีน้ำตาคลอ เลอสรรมองอย่างเห็นใจ อุทัยสงสารวณีและโกรธเย็นที่สร้างปัญหาร้ายแรงให้กับครอบครัวตน

อุทัยนึกถึงวันที่เย็นเข้ามาทำงานใหม่ๆ คุณหญิงเห็นเย็นที่กำลังสาวสวยสะพรั่งและอุทัยที่มองเย็นด้วยแววตาของชายหนุ่มแล้ว พูดเตือนสติลูกชายว่า

“นังเย็นมันน่ารักเรียบร้อยดีนะ นี่ถ้ามันได้เรียนสูงๆ แต่งตัวสวยๆ แม่ว่าต้องมีผู้ชายมาสนใจมันแน่ๆเลย แต่อย่างว่าผู้ชายดีๆ เวลาเลือกคู่ครองเขาไม่ได้

มองแค่ความสวย แต่เขามองไปถึงการศึกษา ฐานะ ชาติตระกูลด้วย ลูกก็เหมือนกันนะอุทัย จะเลือกใครมาเป็นสะใภ้ของแม่ ต้องเลือกให้ดี ลูกต้องรู้จักว่าผู้หญิงคนไหนเป็นเพชร คนไหนเป็นพลอย”

“ครับคุณแม่” อุทัยรับคำ แต่วันนี้เมื่ออุทัยนึกถึงวันนั้นแล้ว เขาเครียด พึมพำอย่างโกรธตัวเอง “นี่ถ้าเราเชื่อคุณแม่ เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้แต่ก็นั่นแหละ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะเธอมันเลว...เธอมันเลวที่สุด! เย็น!!”

เวลาเดียวกัน เย็นอยู่ที่บ้านเถ้าแก่กิม ดูข่าวและรูปของอุทัยกับวณีที่ทั้งสวยและหล่อออกงานด้วยกัน เย็นหน้าเศร้า เจ็บปวด นึกในใจอย่างเคียดแค้น...

“หวังว่าวันไหนที่ฉันเอาลูกคุณกลับไปคืนคุณสองคนจะ ‘รักกันจนตาย’ แบบนี้นะ!!”

วันต่อมาเลอสรรจะเดินทางกลับอเมริกา วณีบ่นว่ามาแป๊บๆก็จะกลับแล้ว น้าคิดถึงแย่ อุทัยหยอกว่าถ้าแว่บมาได้เดี๋ยวตาเลอสรรก็บินกลับมาแหละ เลอสรรหัวเราะ คุณหญิงอวยพรให้เดินทางปลอดภัย เขากราบลาไหว้ลาทุกคนแล้วไปขึ้นรถขับออกไป ทุกคนมองตามเลอสรรไปด้วยความรัก...

ที่จริงแล้วเลอสรรไม่ได้มีเชื้อสายเกี่ยวพันกับครอบครัวอนุรักษ์ธานินเลย แต่เขาเป็นลูกเพื่อนรักของวณี พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต วณีจึงรับอุปการะรักเหมือนลูกและส่งไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 12 จนบัดนี้ เป็นหนุ่มหล่อในวัย 25 ปี มีอุปนิสัยเรียบร้อย มีจิตใจอ่อนโยน

ooooooo

ที่บ้านเถ้าแก่กิม เปียในชุดอยู่กับบ้าน กำลังเม้าท์กับเพื่อนชายอย่างดี๊ด๊าน่าหมั่นไส้ นัดพบกันที่ร้านนมหน้าโรงเรียน พอดีป้าที่มาซื้อของได้ยินได้แต่มองเซ็งๆ

เย็นลงมาพร้อมกับน้อยที่แต่งชุดนักเรียนแล้วถามเปียว่าทำไมยังไม่แต่งตัวไปเรียน เปียบอกว่าไม่สบาย พอเย็นถามว่าเป็นอะไร เปียสาธยายออกมาเป็นชุด ทั้งปวดหัว ปวดท้อง ปวดฟัน ปวดขา และยังจะปวดอะไรต่ออะไรอีก ถูกเย็นขัดขึ้นว่า

“แกจะปวดอะไรก็ช่าง แต่ฉันน่ะปวดตับ รู้ไหมนังเปีย คนเรามีทั้งข้อดี ข้อเสีย แต่ที่แกมีเยอะอยู่ข้อเดียวคือข้ออ้าง! รีบแต่งตัวไปโรงเรียนเลย ไม่งั้นแกได้ไปลาป่วยกับยมบาลแน่ ไป๊!”

เปียกระแทกกระทั้นไปแต่งตัว ป้าคนนั้นบอกเย็นว่า ได้ยินเปียนัดผู้ชายไว้ เตือนเย็นว่ายังไงก็สอนหลานดีๆ เพราะลูกผู้หญิงคุณค่าอยู่ที่การวางตัว ทำตัวไม่ดี ไม่มีใครอยากได้ไปเป็นลูกเป็นเมียหรอก อีกคนบอกว่าสมัยนี้ทำตัวดีอย่างเดียวไม่พอต้องรวยต้องไฮโซด้วย ไม่งั้นผู้ชายดีๆรวยๆ มีชาติตระกูลเขาไม่ดองกับคนจนๆหรอก

“สมัยไหนๆมันก็เงินต่อเงินทั้งนั้น” ป้าอีกคนสรุป เย็นฟังแล้วอึ้งเพราะมันเหมือนเรื่องราวของตัวเองอีกแล้ว!

ooooooo

เย็นกลับเข้ามาในครัว แม้มือจะขอดเกล็ดปลาช่อนอยู่แต่ใจคิดถึงแต่คำพูดของสองป้าเมื่อครู่นี้ พึมพำอย่างเจ็บลึกว่า

“ใช่...สมัยไหนๆ เงินมันก็ต้องต่อเงิน...ฉันเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจกับคำดูถูกมากพอแล้ว ต่อไป...ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะเอาคืน!” สิ้นเสียงเย็นสับฉับเดียว หัวปลาช่อนกระเด็นไปไกล เย็นมองตัวปลาที่ไร้หัวอย่างสะใจ!

วันต่อมา เย็นโทรศัพท์ไปหาประมูลพ่อม่าย ข้าราชการหนุ่มใหญ่ใจดีที่เคยตามจีบเย็น ประมูลดีใจมากถามว่าโทร.มามีธุระอะไรหรือเปล่า เย็นบอกว่าจะมากรุงเทพฯและต้องขอรบกวนมาพักที่บ้านอย่างที่เขาเคยชวน

“ได้สิ ด้วยความยินดี เย็นจะมาเมื่อไหร่” ประมวลกระตือรือร้น พอเย็นบอกว่าพรุ่งนี้เขายิ้มดีใจ ในขณะที่เย็นคุยเสร็จก็ยิ้มเจ้าเล่ห์

เปียดีใจมากเมื่อเย็นบอกว่าจะพาไปกรุงเทพฯ น้อยถามว่าให้ตนไปด้วยไหม

“เธอก็ถามอะไรโง่ๆอีกแล้วยัยน้อย ตั้งแต่เธอเกิดมา ฉันเคยทิ้งเธอไหม ไปไหนมาไหนฉันก็กระเตงเธอไปด้วยตลอด” น้อยยิ้มดีใจบอกว่าไม่คิดว่าตัวเองจะได้ไปด้วย “ไปกันทั้งคู่แหละ รีบไปเก็บเสื้อผ้าพรุ่งนี้เราจะเดินทางแต่เช้า”

เปียกับน้อยวิ่งจู๊ดขึ้นไปเก็บเสื้อผ้ากันอย่างตื่นเต้นดีใจ เปียพูดไปตามประสาปากอยู่ไม่สุขว่า  “น้าเย็นเกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมาเนี่ย ถึงจะพาเข้ากรุงเทพฯ”

คืนนี้ เย็นนั่งเขียนจดหมายถึงอุทัยกับวณี รุ่งขึ้นพอไปถึงสถานีรถไฟ เย็นหย่อนจดหมายลงตู้ไปรษณีย์แล้วจึงพาเปียกับน้อยขึ้นรถ เย็นเดินนำไป เปียเดินตัวเปล่ากรีดกรายย้ายสะโพกเป็นคุณนาย ทิ้งน้อยให้ทั้งหิ้วทั้งลากกระเป๋าทุลักทุเลรั้งท้าย

ooooooo

อุทัยกับวณีเฝ้ารอข่าวคราวจากเย็น วันนี้ได้รับจดหมาย พอวณีเปิดดูก็ถอนใจบอกอุทัยว่าไม่มีการติดต่อมาจากเย็นเลย อุทัยรำพึงว่า

“18 ปีเข้าไปแล้ว หัวจิตหัวใจเขาทำด้วยอะไร?”

“ความพยาบาทมันช่างรุนแรงเหลือเกิน ถ้าเย็นเอาลูกมาคืน วณีพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เขาคลายความพยาบาท อย่าเกลียดชังวณีเลย”

“พี่ก็เหมือนกัน พี่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เย็นให้อภัย”

อุทัยกอดวณีปลอบใจ คุณหญิงมองทั้งสองอย่างไม่สบายใจ วณีหันมาเห็น จึงเดินไปหาคุณหญิง ถามว่า

“คุณแม่มีอะไรไม่สบายใจคะ”

“ก็เรื่องที่ทั้งอุทัยทั้งวณีโทษตัวเองน่ะสิ จะโทษตัวเองทำไม ในเมื่อคนที่เป็นคนผิดคือนังเย็น”

วณีติงว่าจะว่าเย็นผิดฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ตนเองก็ผิด ผิดที่แย่งอุทัยจากเย็น คุณหญิงถามเสียงสูงอย่างไม่พอใจว่า

“วณีจะผิดได้ยังไง ในเมื่อวณีคือเมียแต่ง ส่วนนังเย็นมันเป็นได้แค่ของเล่นของตาอุทัย” วณีติงว่า

เย็นมาก่อนตน “แม่บอกแล้วไง ผู้หญิงที่ยอมเป็นของเล่น

ของผู้ชายไม่มีใครเขายกย่องออกหน้าออกตาหรอก หนำซ้ำนังเย็นมันก็เป็นแค่คนใช้ วณีคิดว่าแม่จะยอมรับคนใช้ใจง่ายไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนังเย็นมาเป็นลูกสะใภ้เหรอ”

วณีติงว่าถ้าอุทัยไม่จริงใจกับเย็นก็ไม่น่าไปยุ่งเกี่ยวข้องแวะด้วย

“ผู้ชายก็คือไม่เลื้อย ใกล้ไหนก็พันนั่น ผู้หญิงต่างหากที่ควรรักศักดิ์ศรี รักเกียรติยศของตัวเอง ไม่ยอมเอาตัวเป็นของเล่นใครง่ายๆ เรื่องนี้ยังไงๆ นังเย็นมันก็ผิด ผิดที่ใจง่าย ไม่รักศักดิ์ศรีของตัวเอง แล้วยังอาฆาตแค้นพยาบาท ทำลายชีวิตของคนอื่น ถ้าแม่ได้เจอมันอีก แม่ไม่เอามันไว้แน่ๆ” คุณหญิงเสียงดุหน้าเหี้ยมจนวณีหน้าเจื่อนไม่กล้าโต้ ได้แต่นึกในใจน้ำตาซึม

“ฉันเข้าใจเธอนะเย็น ฉันเข้าใจเธอ เธอก็ควรเข้าใจฉัน ได้โปรดเอาลูกมาคืนฉันเถอะ เอาลูกฉันคืนมา...”

ooooooo

เมื่อมาถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง เย็นลงจากรถเปียรีบตาม ส่วนน้อยก็ยังต้องทั้งลากทั้งหิ้วกระเป๋าทุลักทุเลอยู่คนเดียว เย็นเร่งให้รีบตามเดี๋ยวหลง

ที่สถานีหัวลำโพงนี่เอง มีเรื่องสะกิดแผลใจเย็นอีกจนได้ เมื่อมีสาวน้อยนางหนึ่งวิ่งมาชนเปียกับน้อยล้มลง ตัวสาวน้อยก็ล้มลงด้วย พลันก็มีสาวใหญ่และชายผู้เป็นสามีตามมา สาวใหญ่จ้องหน้าสาวน้อยหันไปบอกสามีให้เลือกเอาระหว่างตนกับ “มัน” สามีตอบทันทีว่า “เลือกคุณอยู่แล้ว ใครจะไปเอาคนใช้มาทำเมีย”

สาวน้อยเถียงทั้งน้ำตาว่าคุณผู้ชายบอกว่าจะพา ตนไปอยู่ต่างจังหวัดด้วยกัน ทำไมถึงทำกับตนอย่างนี้ ชายคนนั้นพูดใส่หน้าว่าเพราะตนไม่ได้รักเธอ ย้ำว่า “ฉันรักเมียฉัน ฉันเลือกเมียฉัน ได้ยินแล้วก็ไสหัวกลับบ้านนอกไปเลยไป๊!”

เย็นอึ้งเจ็บจี๊ด ทันใดนั้นผู้กำกับเดินเข้ามาบอกทั้งสามคนนั้นว่าเวลาถ่ายจริงเอาอย่างนี้แหละ เอาให้คนตะลึงแบบนี้เลย

น้อยถอนใจโล่งอกที่เป็นการถ่ายละครเท่านั้น เปียบอกว่าถ้าเป็นเรื่องจริงก็แซ่บเว่อร์ ถ้าเป็นตนจะตบเมียน้อยให้กระเด็นเลย พูดดูถูกว่า “หน็อย! เป็นแค่คนใช้ สะเออะไปรักเจ้านาย ไม่เจียม!”

เย็นสั่งเปียให้หยุดพูด เปียทำท่าทะเล้นบอกว่าเม้าท์เรื่องผัวๆเมียๆ มันจะตาย เย็นด่าว่าถ้ามันนักก็อยู่ที่หัวลำโพงนี่แหละ เผื่อจะได้เป็นเมียคนจรจัดแถวนี้ แล้วชวนน้อยไปกัน เปียรีบตาม

ประมูลมารับเย็นที่หัวลำโพง เย็นแนะนำน้อยให้รู้จักประมูล แต่พอหันหาเปียจึงรู้ว่าหายไป เย็นบ่นว่าหลงจนได้ บอกน้อยให้ไปตามจะได้รีบไปกัน น้อยรีบไปตาม ประมูลมองตามน้อยเอ่ยว่าเห็นเงียบๆ เอาเข้าจริงเป็นคนกล้าเหมือนกัน

“กล้าเป็นบางเรื่องแล้วก็โง่เป็นบางเรื่องค่ะ อย่างที่เขาว่า คนดีเลือดผู้ดี บางทีก็ไม่ทันเรื่องร้ายๆหรอกค่ะ”

เย็นพูดแล้วยิ้มเป็นนัย ประมูลมองหน้าอย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

น้อยตามไปเจอเปียหลงทางอยู่ พอตะโกนเรียก  เปียหันขวับเลยชนเข้ากับเลอสรรที่แต่งตัวมอซอเหมือนคนจรจัด เปียแว้ดใส่ทั้งที่ตัวเองเป็นคนผิด

เปียหาว่าเลอสรรจงใจลวนลามตน คว้าขวดน้ำแถวนั้นจะฟาด  น้อยวิ่งเข้ามาร้องห้าม เปียตวาดว่ามาห้าม ทำไม “มัน” จะลวนลามตน น้อยติงว่าไม่เห็นเขาจะทำอย่างที่เปียว่าเลย เห็นแต่เปียชนเขา เลอสรรมองน้อยอย่างประทับใจ ยิ่งเมื่อน้อยขอโทษเขาแทนเปีย เลอสรรก็ยิ่งรู้สึกดี จนแอบใช้มือถือถ่ายรูปน้อยเก็บไว้

ที่แท้เลอสรรมาแสดงเป็นตัวประกอบในละครช่วยเพื่อน เขามองน้อยที่วิ่งตามเปียไปยิ้มอย่างเอ็นดู นึกในใจ...

“โลกจะกลมจนเราได้เจอกันอีกไหมน้อย...”

เมื่อมาถึงบ้าน ประมูลให้แม่นุ่มญาติที่มาอยู่ดูแลเขา  พาเย็น เปียและน้อยไปเข้าห้องพัก เปียมองประมูลอย่างสังเกต แล้วก็ปากเสียหันพูดกับน้อยว่า

“อีตาคุณประมูลนี่ ชอบน้าเย็นของเราแหงๆ ส่วนเธอก็ชอบคนจรจัดนะยัยน้อย ขนกระเป๋าเข้ามาให้ด้วย” แล้วตัวเองก็หัวเราะคิกคักเดินลอยชายไป

“เขาไม่ได้ทำอะไรให้สักหน่อย ไปแขวะคนจรจัดทำไม” น้อยบ่น มองเปียอย่างระอา

ooooooo

เลอสรรกลับบ้านทั้งที่อยู่ในชุดคนจรจัดโดยไม่บอกล่วงหน้า ทำเอาทั้งวณีและอุทัยตกใจแปลกใจ แต่ดีใจมากรีบพาไปกราบคุณหญิง

พอเห็นเลอสรรคุณหญิงก็บ่นคิดถึงหนูเอื้อย ทำให้วณีสะเทือนใจน้ำตาร่วงลุกออกไป คุณหญิงรีบขอโทษอุทัยบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่พูดเพราะคิดถึงหนูเอื้อยเท่านั้น อุทัยบอกว่าตนก็คิดถึงแล้วรีบตามไปปลอบวณี

ทุกคนต่างหวังว่าสักวันหนึ่งหนูเอื้อยจะกลับมาและอยู่กันพร้อมหน้ากับคนในครอบครัวอย่างอบอุ่นมีความสุข

เมื่อเลอสรรเข้าห้องนอน เขาเอามือถือมาเปิดดูรูปน้อยที่แอบถ่ายไว้ ยิ้มกับรูป แล้วใช้โปรแกรมแอพในมือถือทำให้น้อยยิ้มและแต่งภาพให้สวย เขาทำไปยิ้มไปอย่างมีความสุข

แอพสร้างรูปของน้อยเสร็จ เขาปริ๊นต์ภาพของน้อยที่แต่งแล้วเอามาใส่กรอบวางไว้บนโต๊ะทำงาน นั่งมอง ยิ้มอย่างมีความหวังว่า

“ถ้าพรหมลิขิตมีจริง หวังว่าเราคงได้เจอกันอีกนะ...น้อย...”

ooooooo

คืนนี้ เย็นแอบไปที่หน้าบ้านอุทัย แล้วก็ยิ่งแค้นเมื่อเห็นอุทัยพะเน้าพะนอปกป้องวณี ปลอบใจวณีที่ยังเศร้าคิดถึงเอื้อย และโทษตัวเองตลอดมาว่า

“ตอนนั้นเพราะพี่หลงไว้ใจคนอย่างนังเย็น มันถึงได้ขโมยหนูเอื้อยไปได้ ต่อไปนี้ไม่มีวันเสียล่ะที่พี่จะไว้ใจใคร ถ้าเย็นเอาหนูเอื้อยมาคืน พวกเราคงจะอบอุ่นมีความสุข บ้าน...คงจะเป็นบ้านเสียที”

เย็นแอบดูแอบฟังอยู่ยิ่งแค้น เมื่อกลับถึงห้องพักก็พึมพำอย่างอาฆาตพยาบาท...

“ใช่...ต่อไปบ้านของพวกแกก็เป็นบ้าน แต่เป็นบ้านที่ร้อนระอุอยู่ท่ามกลางกองเพลิง!”

ที่ห้องเปียกับน้อย เปียหลับปุ๋ยไปแล้ว แต่น้อยยังอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ จนเช้าน้อยย่องออกจากห้อง เปียลืมตาดูลุกพรวดไปฟ้องเย็นว่าน้อยแอบไปหาผู้ชาย แต่พอเย็นตามไปดู พบว่าน้อยกำลังคุกเข่าใส่บาตรอยู่หน้าบ้าน

สายๆ ประมูลเห็นเย็นยืนจ้องปฏิทินที่ข้างฝา เขาบอกเย็นว่า เมื่อเช้าเห็นน้อยใส่บาตร ชมว่าน่ารักมากเพราะไม่ค่อยได้เห็นเด็กรุ่นนี้ใส่บาตรกัน ทักดักคอเย็นว่า เห็นดูปฏิทิน อย่าบอกนะว่าเพิ่งมาก็คิดจะกลับแล้ว

“ดิฉันยังไม่กลับง่ายๆหรอกค่ะ จะอยู่จนกว่าจะรู้ผล” พูดแล้วกลบเกลื่อนว่า “ว่ายัยเปียกับยัยน้อยจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ไหนได้”

ประมูลชวนว่าถ้าเด็กสองคนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็ให้อยู่ด้วยกันเสียที่นี่เลย เย็นบอกว่าตนคงต้องหาที่อยู่ใหม่

“อยู่ด้วยกันเถอะครับ คุณก็รู้ ผมอยากให้คุณอยู่ที่นี่ด้วยกันจะตาย”

“อย่าเลยค่ะ ถ้าคุณรู้ว่าจริงๆฉันเป็นคนยังไง

คุณอาจจะไม่อยากอยู่ใกล้ฉันเลยก็เป็นได้”

“ไม่มีทาง คุณน่าอยู่ใกล้จะตาย ไม่ค่อยพูด ไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหน ขยันขันแข็ง ผมเห็นชีวิตคุณมีแต่เปียกับน้อย”

“ไม่มีใครเปิดเผยตัวเองได้ทุกแง่ทุกมุมหรอกค่ะ ฉันก็เหมือนกัน เอ่อ...ถ้าส่งจดหมายจากตากมากรุงเทพฯน่าจะใช้เวลากี่วันคะ”

ประมูลบอกว่าถ้าอีเอ็มเอสก็วันสองวัน แต่ถ้าธรรมดาก็ไม่น่าเกินอาทิตย์ เย็นพึมพำกับตัวเองว่า “งั้นก็...อีกไม่กี่วัน”  ประมูลมองหน้าเย็นงงๆ ไม่เข้าใจความหมาย ของเธอ

ooooooo

หลายวันผ่านไป ขณะอุทัยกับวณีจะออกจากบ้านนั้น  นมแสกระหืดกระหอบเอาจดหมายและเอกสารมาให้ปึกใหญ่ อุทัยให้เก็บไว้ก่อนเพราะตนจะรีบไปประชุม

นมแสละล้าละลัง เลอสรรจึงอาสาจะเก็บไว้ให้ รับจดหมายและเอกสารจากนมแสไปดูว่าเป็นจดหมายจากที่ไหนบ้าง เห็นจดหมายของเย็นอยู่ด้วย พอดีมือถือดังขึ้น เป็นสายจากพี่โต้งผู้กำกับโทร.มาตาม

“ครับพี่...กำลังจะไปเดี๋ยวนี้ แล้วเจอกันครับ” เลอสรรเอาจดหมายและเอกสารทั้งหมดวางไว้ที่เบาะหลังแล้วรีบไป

เลอสรรไปช่วยแสดงเป็นคนจรจัดในละครที่พี่โต้งกำลังถ่ายทำอยู่ต่อจากเมื่อวานนั่นเอง

เปียเบื่อ เลยขอเย็นไปเที่ยวห้างและเพื่อให้เย็นอนุญาตจึงบังคับน้อยให้ไปด้วย เย็นย้ำว่าอย่ากลับค่ำ ประมูลถามเย็นว่า เมื่อน้อยไม่อยากไปทำไมเย็นถึงปล่อยให้เปียบังคับน้อยไปจนได้

“ฉันสอนยัยน้อยมาตั้งแต่เล็กจนโต เกิดเป็นคนมันต้องสู้ ถ้าไม่สู้ก็จะเป็นฝ่ายแพ้ตลอดไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้”

พูดแล้วเย็นเดินออกไปนอกบ้าน จิกตาร้ายพึมพำ “แต่ถ้าคนแพ้มันฮึดสู้ เกมมันก็ต้องพลิกแน่ๆ อ่านจดหมายฉบับนี้ไปก่อน แล้วรอจดหมายฉบับต่อไปนะคะคุณอุทัย” พูดแล้วหัวเราะเยาะอย่างสะใจ

ooooooo

เลอสรรเข้าไปสมทบกับกองถ่ายที่อยู่ในห้าง ปรากฏว่าทางกองถ่ายลืมพร็อพจดหมายกับเอกสารจากออฟฟิศมา ทีมงานกำลังกลับไปเอาแต่พี่โต้งกลัวจะไม่ทัน

“ผมมี เดี๋ยวให้พี่ยืมเอาไปใช้ก่อน รอเดี๋ยวนะครับ” เลอสรรรีบกลับไปที่รถเพื่อเอาจดหมายและเอกสารที่รับจากนมแสมาให้

เปียกับน้อยมาถึงลานจอดรถ เปียเห็นเลอสรรในคราบคนจรจัด กำลังเปิดรถหรูหยิบของ เปียโวยวายว่าเขาขโมยของในรถคนอื่น เข้าไปแย่งจดหมายและเอกสารจากเลอสรร จนทั้งจดหมายและเอกสารร่วง เปียยังจะเรียกตำรวจจับเขาด้วย

น้อยเข้ามาห้ามเปีย เลยยื้อยุดกันจนน้อยถูกผลักจะล้ม เลอสรรตกใจประคองไว้เลยเหมือนกอดน้อย แทนที่เปียจะหยุด กลับหัวเราะชอบใจ หาว่าน้อยยอมให้คนจรจัดกอด แล้วจะเรียกตำรวจมาจับเลอสรรหาว่าเป็นขโมย

ระหว่างชุลมุนกันนั้น พี่โต้งมาตามถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ เปียฟ้องฉอดๆ ว่ากำลังจับคนที่ขโมยของในรถคนอื่น พี่โต้งหัวเราะขำบอกว่านั่นเป็นรถของเลอสรรเอง เปียไม่เชื่อจะเอาเรื่องให้ได้ น้อยรีบลากไป ขู่ว่าถ้าไม่ไปตนจะกลับแล้วเปียก็จะอดเที่ยว เปียเลยจำต้องไป

“คนอะไร ล้นจริงๆ” เลอสรรมองตามอย่างระอา พี่โต้งเร่งให้รีบไปกันเถอะและไม่ต้องเอาจดหมายกับเอกสารแล้วเพราะทีมงานไปเอาจากออฟฟิศมาแล้ว เลอสรรจึงเก็บจดหมายกับเอกสารที่ถูกเหยียบย่ำจนเลอะเทอะไว้ในรถ

เปียพาลหาเรื่องน้อยอีกจนได้ แย่งกระเป๋าสตางค์น้อย บอกว่าจะไปช็อปปิ้งให้หายเครียด แต่น้อยไม่มีสตางค์ เปียเลยปากระเป๋าคืนน้อยแล้วเดินอ้าวเข้าห้างไปจนน้อยวิ่งตามแทบไม่ทัน

ผ่านร้านขายเสื้อผ้า เปียเห็นเสื้อผ้าที่หุ่นโชว์อยู่ ก็อยากได้หาทางที่จะเอามาให้ได้ เหลือบเห็นป้ายประกาศรับสมัครพริตตี้ เปียจะแวบเข้าไป น้อยพยายามรั้งไว้ ขู่ว่าถ้าไปจะฟ้องน้าเย็น แต่เปียก็เข้าไปสมัครเป็นพริตตี้จนได้

น้อยโทร.บอกเย็นจริงๆ เย็นรีบออกไป ประมูลจะไปเป็นเพื่อน เย็นบอกว่าไม่ต้อง ตนอาย

“คุณเนื้อเย็นออกจะดุ ทำไมหนูเปียอะไรนั่น ถึงล้นได้ทุกเรื่องเลยก็ไม่รู้นะประมูล” แม่นุ่มอดถามไม่ได้

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” ประมูลส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

ooooooo

เปียเข้าไปสมัครเป็นพริตตี้ มองคนอื่นอย่างดูถูกว่าสวยสู้ตนไม่ได้ ส่วนน้อยร้อนใจภาวนาให้เย็นรีบมาไม่อย่างนั้นเปียได้ทำอะไรห่ามๆแน่

สตาฟฟ์ประกาศว่าสาวๆ ใครพร้อม รอสแตนด์บายเลยอีกไม่นานงานจะเริ่มแล้ว พวกพริตตี้ขานรับแล้วพากันออกไป มีแต่เปียที่ยังไม่ออกไป ทำทีแต่งตัวยืนยิ้มอยู่หน้ากระจกอย่างเจ้าเล่ห์

เมื่อดนตรีกระหึ่มขึ้น พวกพริตตี้ต่างพากันเต้นโชว์ตามสเต็ป อึดใจเดียวเปียก็ออกมาในชุดเสื้อเชิ้ตขาวผูกเอวกางเกงขาสั้นจู๋ เป็นชุดที่เปียใส่มาเดินห้างนั่นเอง พวกพริตตี้พากันมองเหวอรู้ว่าถูกขโมยซีน พวกหนุ่มๆที่มารออยู่ยกมือถือถ่ายรูปถ่ายคลิปกันมือเป็นระวิง น้อยตกใจมองเปียตาค้าง ภาวนาให้น้าเย็นมาเร็วๆ

เปียทำท่าเซ็กซี่อยู่บนเวที มีคนฉีดน้ำใส่เสื้อขาวเปียกแนบเนื้อ  ถูกพวกหนุ่มกลัดมันกรูกันเข้ามาถ่ายรูปจนติดเวที

เลอสรรถ่ายฉากขอทานที่นอนอยู่บนสเก็ตไถตัวไปตามทางเท้าหลอกผู้คนจนถูกจับได้ว่าเป็นมิจฉาชีพจะแจ้งตำรวจจับ เลอสรรที่เล่นฉากนี้ถึงกับร้องห้ามเสียงหลง พอดีผู้กำกับเข้ามาชมว่าเล่นได้เนียนมาก

“โห ขอบคุณครับพี่ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงผมจะดีใจมากๆ คนดู ‘รู้เหลี่ยมคน’ จะได้รู้ มิจฉาชีพในคราบ ขอทาน คนจร ถ้าเรารู้ทันเล่ห์เหลี่ยมก็จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกเขา” เลอสรรดีใจกับผลงานของตน

“เพราะฉะนั้น จะคิดจะทำอะไร เราต้องมีสติ หมดคิวเลอแล้ว กลับเลยรึเปล่า” ผู้กำกับถาม เขาบอกว่าจะไปดูหนังสือสักหน่อย “อย่าลืมเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยล่ะ เดี๋ยวจะมีคนเข้าใจผิดอีก” ผู้กำกับหยอก เขาหัวเราะขำ

“ก่อนกลับอย่าลืมแวะดูงานมอเตอร์โชว์นะ

คุณเลอ พริตตี้แต่ละคนแซ่บเว่อร์” พี่โต้งหยอก เขาได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ

ปรากฏว่าเย็นวิ่งหัวเสียมาชนเลอสรรจนล้ม เลอ–สรรประคองไว้ถามว่าเป็นอะไรมากไหม เย็นบอกว่าไม่เป็นไรแล้วถามว่าพริตตี้มอเตอร์โชว์มันอยู่ตรงไหน พอเลอสรรชี้ เย็นก็เดินอ้าวไปจนเขาสงสัยว่ามีเรื่องอะไร เลยตามไปดู

เย็นไปถึง แหวกผู้คนที่รุมถ่ายรูปเปียอยู่ เข้าไปตวาดเรียกเปียให้ลงมาเดี๋ยวนี้ เปียอวดดีทำรั้นไม่ยอมลงมา เย็นเลยขึ้นไปไล่ลากลงมาจนได้

พวกที่รุมถ่ายรูปเปียอยู่วงแตก สตาฟฟ์เข้าไปขวางเย็น ถูกเย็นชี้หน้าว่าหลอกลวงหลานสาวตนมาเป็นพริตตี้ ลากเปียลงจากเวทีหันไปสั่งน้อยให้กลับบ้าน

เลอสรรตามมาทันเห็นเหตุการณ์ เขามองเย็นและเปียงุนงง แต่มองน้อยที่ตื่นตระหนกอย่างสงสาร เห็นใจ

ooooooo

เหตุการณ์ที่เห็นในงานมอเตอร์โชว์ ทำให้เลอสรรสลดใจ กลับถึงบ้านก็ยังไม่อาจสลัดความรู้สึกนั้นได้ จนวณีถามว่าเป็นอะไร เขาเล่าว่า

 “จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องของผมหรอกครับ แต่พอดีเห็นครอบครัวอยู่ครอบครัวนึง ทะเลาะกันทุบตีกันกลางห้างเลยนะครับ” วณีถามว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น “ไม่ลูกก็หลานเขาน่ะครับเป็นพริตตี้ เด็กคนนั้นทำตัวไม่ค่อยเหมาะสม มีคนถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย เดี๋ยวผมเปิดให้ดู”

พอเลอสรรจะเปิดคลิปให้ดู คุณหญิงห้ามทันทีว่าไม่ต้อง เกลียดผู้หญิงที่ไม่รักนวลสงวนตัวเอะอะก็โป๊ สั่งเลอสรรให้เก็บเลยของอย่างนี้ดูแล้วเสื่อม

“ผมเองก็ไม่อยากดูหรอกครับ แต่ผมว่าทุกวันนี้มันเป็นโลกของการถ่ายคลิป การอัพคลิป การแชร์ ก่อนที่ใครจะทำอะไรตามอารมณ์น่าจะคิดเยอะๆ เพราะถ้าถูกแชร์ออกไปจะมีแต่ความเสื่อมเสีย” เลอสรรพูดพลางเก็บแท็บเล็ต

วณีรำพึงน้ำตาคลอว่า “ถ้าสมัยก่อนมีการถ่ายคลิป การแชร์คลิปแบบนี้ก็คงจะดีนะคะ เพราะเราคงจะได้รู้ข่าวหนูเอื้อย...ไม่ต้องคิดจนเป็นโรคประสาทว่าตอนนี้หนูเอื้อยเป็นตายร้ายดียังไง”

“พูดแล้วฉันเกลียดมันนัก นังสันดานเย็น!” คุณหญิงจิกตาแค้น

ooooooo

เย็นลากเปียกลับถึงบ้านก็เหวี่ยงกระเด็นไปกลางห้องแล้วคว้าไม้กวาดฟาดซ้ำ เปียยิ่งร้อง เย็นก็ยิ่งฟาด เย็นฟาดไปด่าไป จนประมูลกับแม่นุ่มเดินมาดูว่ามีเรื่องอะไรกัน

พอเปียเห็นประมูลก็โผเข้ากอดขอความช่วยเหลือ ถูกเย็นลากออกมาด่าว่าเที่ยวกอดผู้ชายง่ายๆอย่างนี้

ได้ไง ลากเปียออกมาอบรม “ฉันจะบอกอะไรแกนะเปีย ลูกผู้หญิงถ้าทำตัวไม่มีคุณค่า มันก็ไม่ต่างจากขยะที่รอวันทิ้งหรอก!”

“เปียทำอะไร” เปียเถียง

“ทำอะไร แกดูสารรูปแกหน่อย เห็นไปถึงไหนต่อไหน ผู้ชายดีๆ มีชาติมีตระกูลคนไหนเขาจะอยากได้แกเป็นลูกเป็นเมีย จำไว้นะ คุณค่าของผู้หญิงอยู่ที่การวางตัว ถ้าแกทำตัวง่ายๆ ไร้เกียรติ ไร้ค่า ไร้ศักดิ์ศรี ก็ไม่มีใครเขาให้ค่าแกหรอก”

เย็นผลักเปียจนหงายหลังแล้วเดินโมโหออกไป

ประมูลเดินเข้ามาจะปลอบ ถูกเปียกรี๊ดใส่แล้ววิ่งเข้าห้องไป น้อยวิ่งตามอย่างเป็นห่วง แม่นุ่มบ่นกับประมูลว่า

“ดูสิ...เด็กเสียขวัญหมด คุณเย็นนี่ทำเกินไปจริงๆ” ประมูลจะไปเคาะประตูห้องของเย็น แม่นุ่มตามมาติงว่า “ถ้าเธอจะเรียกแม่เย็นออกมาตำหนิ พี่ไม่เห็นด้วยนะ บอกตามตรง พี่เห็นหนูเปียทีแรกตกใจหมด เสื้อผ้าขาวเวลาเปียกมันแนบเนื้อเห็นถึงไหนต่อไหน น่าเกลียดชะมัด ที่แม่เย็นพูดน่ะถูกทุกอย่าง ผู้หญิงทำตัวง่าย ไร้เกียรติ ไร้ค่า ไร้ศักดิ์ศรี ไม่มีใครให้ค่าหรอก”

พูดแล้วแม่นุ่มเดินไป ประมูลคิดๆ แล้วเดินตามไป เย็นอยู่ในห้องได้ยินที่แม่นุ่มพูดทั้งหมด นึกในใจอย่างคับแค้น...

“แกไม่รู้หรอกเปีย เวลาที่ถูกคนเขาดูถูกว่าเป็นผู้หญิงใจง่าย ไร้ค่า ไร้ศักดิ์ศรี มันเจ็บปวดแค่ไหน ฉันไม่อยากให้แกเป็นเหมือนฉัน รู้ไว้!!” คิดแล้วเปิดประตูเดินออกไป

ooooooo

เปียถูกด่าถูกตีก็มาพาลมาลงกับน้อย หาว่าน้อยอิจฉาที่มีผู้ชายมามองเลยโทร.ฟ้องเย็น พอน้อยโต้ว่าทำไมตนต้องอิจฉาดาวโป๊อย่างเปียด้วย ถูกเปียหาว่าสู้ตน

“เหมือนที่น้าเย็นบอกนั่นแหละ ไม่สู้ก็แพ้ ถ้าเปียเห็นความหวังดีของน้อยเป็นความอิจฉา ก็แสดงว่าจิตใจของเปียมันต่ำยิ่งกว่าบัวใต้โคลน เปล่าประโยชน์ที่จะพูด เปลืองน้ำลาย”

น้อยจะออกจากห้องถูกเปียกระชากผมจนหน้าหงายล้มลง เปียแสดงความโหดเหี้ยมผลักน้อยล้มลงคว้าหมอนมากดใส่หน้าจนน้อยหายใจไม่ออก เปียท้าให้ลุกขึ้นสู้ น้อยเริ่มหายใจไม่ออก เปียบอกว่าถ้าไม่อยากตายก็ขอโทษตนเสีย น้อยใกล้จะขาดใจจำต้องพยายามพูด “น้อยขอโทษ...น้อยขอโทษ” เปียจึงเอาหมอนออกหัวเราะเหมือนคนบ้า ปรามว่า

“ดี...เพราะถ้าแกบอก แกได้เจอซีเปียแน่ๆ รู้แล้วใช่ไหมว่าใครใหญ่ ซีเปียนี่ละโว้ยใหญ่! ฮ่าๆๆ”

เย็นแอบฟังอยู่ข้างนอก ยิ้มเลือดเย็น พึมพำ “เลือดพี่มันแรงจริงๆ พี่ลำยอง... คุณอุทัย คุณวณีขา...เตรียมตัวรับลูกสาวบ้าๆ ไว้เชยชมได้แล้วนะคะ ส่วนลูกของคุณก็ปล่อยให้มันทรมานอยู่ที่นี่แหละ” แล้วคืนนี้เย็นก็เขียนจดหมายฉบับที่สองบอกอุทัยกับวณีว่า “ตอนนี้ดิฉันมาอยู่กรุงเทพฯแล้วนะคะ...” เขียนพลางนึกสาแก่ใจว่า “ฉันจะปั่นหัวพวกแกให้เป็นโรคประสาทกันทั้งบ้านเลย!”

ooooooo

นับวันเปียร้ายกาจยิ่งขึ้น วันนี้ก็อ่อยประมูลทำทีจะเล่าว่าที่จริงเย็นไม่ได้ยอมเป็นเมียเถ้าแก่กิมหรอก พอประมูลสนใจอยากรู้ เปียก็ขอค่าเล่าสองพัน

ประมูลให้ไปเลยสามพัน พอเปียได้เงินก็เล่นตัวว่าให้เงินเยอะขนาดนี้ต้องเล่ายาวขอไว้เล่าวันหลังก็แล้วกัน ถามประมูลว่าน้าเย็นไปไหน ประมูลบอกว่าไม่รู้ เปียขออีกห้าร้อยแล้วจะไปสืบให้ ประมูลควักให้อีก เปียคว้าหมับแล้วเดินออกไปเลย ประมูลมองเหวอ แม่นุ่มเดินเข้ามาท้วงติงประมูลว่า

“อะไรกัน เมื่อคืนถูกตีแทบตายไม่สลดไม่พอ หนูเปียยังทะลึ่งตึงตังอีก ถึงจะดุไปหน่อยแต่พี่ก็ว่าแม่เย็นเขาสอนหลานดีอยู่นะ หนูน้อยก็เรียบร้อยเชียว แล้วหนูเปียกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง เธอก็เหมือนกัน ให้เงินทองเขาไปได้ยังไงตั้งเยอะแยะ”

แม่นุ่มตำหนิแล้วเดินไปอย่างขัดใจ ประมูลหน้าจ๋อยนอกจากถูกแม่นุ่มดุแล้ว ยังถูกเปียเบี้ยวอีกด้วย

ฝ่ายเปียคิดจะจับผิดเย็นให้ได้ สะกดรอยตามเย็นว่าจะไปหาผู้ชายที่ไหน น้อยเห็นเปียออกไปก็คิดว่าเปียหนีเที่ยวกลัวเย็นรู้จะเป็นเรื่องอีก เลยรีบตามไป

เย็นรู้ตัวว่าถูกเปียตามแต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หลอกเปียให้เดินตามไป

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"บีม&แพท" เลิฟซีนเร่าร้อน ฉากแบบนี้ของทั้งคู่หาดูยาก

"บีม&แพท" เลิฟซีนเร่าร้อน ฉากแบบนี้ของทั้งคู่หาดูยาก
19 พ.ย. 2562
07:15 น.