ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คมพยาบาท

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เย็นกลับมาอาบน้ำแล้วแต่ยังไม่อาจสลัดล้างความโกรธแค้นอาฆาตและเจ็บปวดได้ ยังคงนั่งเครียดหน้าซีด จนน้อยกลับมาเห็น ตกใจถามว่าน้าเย็นเป็นอะไร

“เปียมันด่าว่าน้าเย็นเอาแต่ทุบตีมัน จนมันกลายเป็นคนเลว แกบอกน้ามาสิน้อย มันจริงไหม?” เสียงเย็นสั่นเครือ น้อยอึกอัก ก็ถูกเย็นคาดคั้น “ไม่จริงใช่ไหม นังเปียสันดานมันเลวเอง เลว...เลวเหมือนพ่อเหมือนแม่มัน” เย็นหลุดไปไม่รู้ตัว

น้อยบอกเย็นว่าอุทัยกับวณีเป็นคนดี ทำให้เย็นปรี๊ดขึ้นทันทีผลักน้อยอย่างแรงถามว่าสองคนนั้นดีตรงไหน! น้อยบอกว่าอย่างน้อยท่านก็ดีที่ให้เราอยู่ที่นี่กับเปียแม้จะอยู่คนละบ้านก็ยังดี เย็นด่าน้อยว่าโง่ ไม่รู้หรือว่าที่เขาให้อยู่เพราะอยากได้ตัวน้อย น้อยงงถามว่าเขาอยากได้ตนไปทำไม?

“นั่นเป็นสิ่งที่แกรู้อยู่มั้ง!! ฮึ! อย่านะนังน้อย อย่าคิดว่าแกจะเป็นลูกสาวพวกมันเหมือนที่พวกคนใช้ปากรั่วมันพูดกันน่ะ แกเป็นหลานฉัน ได้ยินไหม แกเป็นหลานฉัน!! ปล่อยให้พวกมันมีลูกเลวๆ อย่างนังเปียไป!” เย็นผลักน้อยระบายอารมณ์อย่างแรง น้อยมองเย็นอย่างเห็นใจ และเจ็บปวดใจกับภาวะที่กดดัน

ooooooo

เวลาเดียวกัน คุณหญิงเดินอ้าวไปหาอุทัยที่บ้าน วณีเดินลงมาเห็นท่าทางของคุณหญิง ถามว่ามีอะไรหรือ?

คุณหญิงบอกว่ามีหลายเรื่อง เมื่อวณีถามว่าเรื่องอะไรคุณหญิงบอกว่า “ยัยเปียตีลูกเต๋า!”

รุ่งขึ้นเมื่ออุทัยรู้ว่าเปียตบตีลูกเต๋า เขาโกรธมากด่าว่าเปียนิสัยเสียไปทะเลาะกับเด็กอายุสิบกว่าขวบ วณีรีบบอกว่าตนไม่รู้เรื่องจริงๆ เลยกลายเป็นสองคนโต้เถียงกันเรื่องเปียอีก

เปียเดินมาเห็นทั้งสามคุยกันก็แอบฟัง...

การพูดคุยยังคงกลับไปสู่การเปรียบเทียบระหว่างเปียกับน้อยที่ได้รับการเลี้ยงดูจากเย็นมาเหมือนกันแต่นิสัยไม่เหมือนกันเลย จะว่ามาจากพันธุกรรม การสืบสันดาน อุทัยก็ยืนยันว่าเปียไม่มีอะไรเหมือนตนกับวณีเลย

“นั่นสิ...แต่หนูน้อยกลับเป็นคนดีน่ารัก ทั้งๆที่อาจจะเป็นลูกโจร” คุณหญิงเอ่ย วณีกับอุทัยตกใจ คุณหญิงจึงเล่าว่า “คุณหญิงผิวมาหาแม่ ทำให้แม่จำได้ถึงชื่อของเสือโมกกับลำยอง และพ่อแม่ของหนูน้อยก็ชื่อโมกกับลำยอง คนเรามันจะบังเอิญชื่อตรงกันขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“คุณแม่คิดว่า...” วณีเสียงแผ่วในลำคอ...

“พ่อแม่ของหนูน้อยอาจเป็นเสือโมกกับลำยอง แล้วถ้ามันใช่จริงๆ ทำไมหนูน้อยถึงได้นิสัยดี ผิดพ่อผิดแม่ รวมทั้งไม่เหมือนนังเย็นที่เป็นคนเลี้ยงมา”

“แต่คนที่นิสัยเหมือนเย็นกลับเป็นเปีย!!” อุทัยเสียงเข้มจนคุณหญิงกับวณีมองหน้ากัน ทุกสายตา ทุกสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย

เปียที่แอบฟังอยู่ หน้าซีดเผือด ใจเต้นรัว ดวงตามีแต่ความหวาดกลัว วิ่งเตลิดเข้าไปในสวน กลัวจนน้ำตาไหลพราก กอดตัวเองซุกอยู่ในพุ่มไม้ตัวสั่น...เปีย

รู้สึกเดียวดายอย่างที่สุด นาทีนี้...เปียไม่มีใครเลยแม้แต่น้าเย็น...

ooooooo

น้อยอยู่ในห้อง หยิบช่อลิลลี่ที่เริ่มเฉาแล้วขึ้นดูน้ำตาคลอ คิดรันทดสมเพชตัวเอง...

“แม้ในขณะที่น้อยรู้สึกว่าไม่มีใคร น้อยก็มีพี่ไม่ได้...พี่เลอสรร...”

ไม่เพียงมีเลอสรรไม่ได้ แม้แต่ช่อลิลลี่ที่เหมือนตัวแทนของเขา น้อยก็ยังไม่มีสิทธิ์มี! เพราะเมื่อเย็นเข้ามาเห็น เย็นบังคับให้น้อยเหยียบขยี้ช่อลิลลี่ไม่พอ ยังบังคับให้เอาไปคืนเลอสรรด้วย ทุกอย่างจะได้จบเสียที

น้อยถือช่อลิลลี่ที่ถูกเหยียบขยี้จนยับเยินไปถึงหน้าบ้านอุทัย เจอเลอสรรถืออุปกรณ์การสอนเดินออกมาพอดี น้อยชะงักหันมองเย็นที่ถือถุงงานจะไปส่งเจ๊ที่ร้าน เย็นหยุดมองบังคับด้วยสายตา น้อยค่อยๆเดินไปหา

เลอสรร พูดเสียงแผ่วเครือ

“น้อยเอาดอกไม้มาคืน” เลอสรรแปลกใจ เสียใจถามว่า แปลว่าอะไร “น้อยไม่อยากได้มัน...ไม่ต้องมายุ่งอะไรกับน้อยอีก”

น้อยกับเลอสรรสบตากันอย่างเจ็บปวดทั้งคู่ ในขณะที่เย็นมองอย่างสะใจ เลอสรรเก็บดอกไม้ที่เละเทะนั้นบอกว่า

“ถ้าน้อยไม่ต้องการ พี่ก็เก็บเอาไว้เอง...” น้อยก้มหน้ากลั้นน้ำตา ค่อยๆหันกลับไป เลอสรรพูดตามหลังว่า “น้อยจะรังเกียจพี่ด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่...พี่ขอร้องอย่ารังเกียจน้าอุทัย น้าวณีนะ ท่านทั้งสองรักและเอ็นดูน้อยมาก”

น้อยหันมองน้ำตาเต็มตา เลอสรรบอกอีกว่า “ตอนนี้น้าวณีก็ไม่สบาย กินอะไรไม่ได้เลย พี่อยากให้น้อยมาเยี่ยมท่านบ้างมาดูแลท่านบ้างก็ยังดี” น้อยหันเดินไปไม่ตอบ เลอสรรมองตามอย่างเจ็บปวดหัวใจ...

ooooooo

น้อยกลับถึงบ้านด้วยหัวใจที่บอบช้ำ สับสน เสียใจ โดยไม่รู้ว่าเปียแอบตามมาด้วย เมื่อเห็นว่าเย็นไม่อยู่ เปียจิกตาร้ายตามเข้าบ้านไปทันที

น้อยรู้จากเลอสรรว่าวณีไม่ค่อยสบาย จึงเข้าครัวเตรียมทำข้าวแช่ไปให้ ขณะซาวข้าวตั้งหม้อพอน้ำเดือดก็เอาข้าวสารใส่หม้อ แล้วหันไปเตรียมเครื่องเคียง ระหว่างนั้นน้อยได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา พอหันไปก็ตกใจ เปียหัวเราะเยาะ

“ข้าวแช่...แกนี่ไม่กลัวฉันจริงๆใช่ไหม  นังน้อย!” น้อยบอกว่ากลัวและรักเปีย แต่คุณวณีไม่สบาย “ไม่สบาย? นี่แกรู้ทุกเรื่องของบ้านฉันเลยเหรอ มันจะมากไปแล้วนะนังน้อย นี่แกอยากเป็นลูกแม่ฉันจริงๆใช่ไหม” เปียปราดเข้าไปหมายขย้ำ น้อยถอยกรูดลนลานบอกว่า

ตนไม่เคยคิด “ไม่เคยคิดแต่การกระทำของแกมันฟ้องทุกอย่าง คนอย่างแกไว้ใจไม่ได้จริงๆ ในเมื่อแกไม่ฟังฉันดีๆ ฉันก็ต้องหยุดแก!”

เปียบ้าดีเดือด หันไปเห็นหม้อที่ต้มข้าวกำลังเดือดปุดๆ น้อยเดาออกว่าเปียจะทำอะไร ร้องห้ามอย่างตระหนก เห็นเปียเอาผ้าจับหูหม้อ น้อยก็วิ่งหนีไปทันที ทำให้รอดพ้นจากความบ้าระห่ำของเปีย เมื่อทำน้อยไม่ได้เปียทิ้งหม้อคว้ามีดปลายแหลมไล่ตามน้อยไปอีก

เปียไล่ตามไปทัน น้อยอ้อนวอนว่าตนเป็นน้องอย่าทำอะไรตนเลย เปียกำมีดแน่น ลูบหัวน้อยขู่ว่า

“ยังไงแกก็เป็นน้องฉัน ฉันไม่ทำแกหรอก แต่ถ้าวันไหนแกคิดเป็นศัตรูฉัน แกคงรู้ใช่ไหมว่าฉันจะทำอะไรแก!!”

เปียลูบคมมีดเล่น น้อยกลัวจนตัวสั่น เปียขู่สำทับ “อย่ายุ่งกับพ่อแม่ฉัน ย่าฉัน พี่เลอสรรของฉัน ไม่งั้น แกตาย!!” เปียปักมีดลงพื้น ตบหัวน้อยอย่างแรงก่อนเดินปึงปังไป

ooooooo

เปียเดินกลับผ่านห้องครัว ได้ยินในครัวคุยกัน เปียเข้าไปแอบฟัง ได้ยินช้อยที่กำลังทายาให้ลูกเต๋าถามว่ายังมีเซ็กซี่ซีเปียเป็นไอดอลอยู่อีกหรือเปล่า ลูกเต๋าส่ายหน้าสยอง

“เข้าใจแล้วใช่ไหมตอนถูกข่มขู่ถ่ายคลิปเป็นยังไง เพราะฉะนั้น ต่อไปอย่าไปดูคลิปพวกนี้ มันไม่ใช่เรื่องสนุกสะใจ แต่มันเป็นเรื่องน่าละอาย” จวนสอนลูกเต๋า

“ผู้หญิงร้ายๆแรงๆ น่าเกลียดจะตาย โดยเฉพาะเซ็กซี่ซีเปีย อย่าไปเอาอย่าง” หวานพูดไม่ทันขาดคำ เปียก็ถีบประตูโครมเข้าไป ทุกคนผงะหน้าเผือด ผวาไปรวมกันที่ก้นครัว เปียชี้หน้าด่ากราด

“เก่งนักใช่ไหม ปากดีกันนักใช่ไหม!” เปียคว้าเครื่องครัวทุกอย่างใกล้มือปาใส่ ทุกคนหลบกันพัลวัน บ้างล้มกันระเนระนาด “จำเอาไว้อย่ามาอวดดีกับฉัน ไม่งั้นพวกแกจะไม่มีที่ซุกหัวนอน!”

เปียอาละวาดจนสะใจแล้ว หยิบจานผลไม้ที่จัดไว้อย่างสวยงามออกไปด้วย

“ถ่อย นิสัยชั่ว เลวทราม ฉันไม่เชื่อ ไม่เชื่อจริงๆ ว่านังเปียเป็นลูกของคุณๆ” หวานด่า ทุกคนมองตามเปียไปอย่างเกลียดชัง

เปียเอาจานผลไม้จากในครัวไปให้วณี รำพันความรัก

ความหวงแม่ แล้วอ้อนไม่ให้วณีรักน้อยมากกว่าตน พอวณีรับปาก เปียก็กอดวณีฉอเลาะ “ขอบคุณคุณแม่มากค่ะ”

ooooooo

หลังจากอุทัยฟังคุณหญิงพูดถึงโมกกับลำยองพ่อแม่ของน้อย เขาโทร.หาเย็นขณะเอางานไปส่งเจ๊ บอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย

เย็นเล่นตัวไม่ยอมคุยด้วย อ้างว่ากลัวเมียแต่งของเขาจะตามมาด่าถึงบ้านอีก แล้วบอกเจ๊ให้จัดงานให้เยอะๆเลยคืนนี้อยากทำงาน ทั้งๆที่เพิ่งบอกเจ๊ไปว่า

ไม่ต้องเอางานให้เพราะกำลังคิดว่าจะกลับต่างจังหวัดอยู่

เปียเห็นเลอสรรกลับจากทำงาน หาเหตุเอาช่อไฮเดรนเยียที่เขาฝากไว้ไปคืน ช่อไฮเดรนเยียยังสดสวย เปียบอกว่าตนดูแลอย่างดีพรมน้ำทุกวัน เพราะเป็นของลูกศิษย์ให้ เลอสรรยิ้ม ขอบใจ เปียมองหน้าถามว่าไม่สบายหรือเปล่าท่าทางไม่ดีเลย แล้วอาสาจะไปทำอะไรให้กิน ว่าแล้วเดินลิ่วไปครัวที่บ้าน

อาหารที่เปียทำให้เลอสรรคือบะหมี่คัพสำเร็จรูป ตอกไข่ใส่ กดน้ำร้อนใส่ครู่เดียวก็ถือไปให้เลอสรร คิดภูมิใจตัวเองว่า “แกทำกับข้าวได้ฉันก็ทำได้เหมือนกัน นังน้อย!!”

เลอสรรมองบะหมี่คัพหยอกขำๆ ว่าทำยากนะเนี่ย ชมว่าเก่งมาก แล้วดึงดอกไม้ในแจกันให้ไปดอกหนึ่ง เปียดีใจมาก

“อุ๊ย...คราวนี้พี่เลอสรรให้เปียจริงๆนะคะ...ขอบคุณมากค่ะ เปียดีใจจัง” เปียประคองดอกไม้ไว้อย่างทะนุถนอม

เลอสรรแอบถอนใจเมื่อนึกถึงช่อลิลลี่ที่ให้น้อยกลับถูกเหยียบขยี้จนยับเยินแล้วเอามาคืน แต่ดอกไม้ดอกเดียวที่หยิบจากแจกันให้เปีย เปียกลับประคองไว้อย่างทะนุถนอม ดีใจมาก

วณียืนดูอยู่ที่บันไดสงสารเปียจนน้ำตาซึม ส่วนอุทัยที่เพิ่งกลับมา ก็เห็นเปียกับเลอสรรนั่งด้วยกันอย่างมีความสุข

เมื่ออยู่กันลำพัง วณีเอ่ยอย่างชื่นชมกับอุทัยว่า ดีใจที่เลอสรรกับเปียเข้ากันได้ อุทัยเตือนว่าถึงจะเป็นพี่น้องแต่ก็ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ ฉะนั้นอย่าให้ใกล้ชิดกัน

จนเกินงาม แต่วณีก็ยังมีความคิดที่จะให้เลอสรรแต่งงานกับเปียเพราะอาจทำให้เปียมีความสุขสดชื่น ความรักอาจทำให้เปียหายป่วยได้ ก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ

“ใช่...เป็นเรื่องดีและก็จะเป็นเรื่องดีมากๆ ถ้าลูกเปียเป็นลูกจริงๆของเรา” วณีเสียงเข้มทันทีว่าเลิกพูดอย่างนี้ได้ไหม “ไม่ได้! ยิ่งคุณแม่บอกเรื่องพ่อแม่ของหนูน้อย เรื่องคนร้าย พี่ก็ยิ่งอยากรู้ความจริง” อุทัยเสียงเข้ม วณีได้แต่ไม่สบายใจ

ooooooo

เย็นกลับมาเห็นน้อยทายารอยช้ำตามตัว ถามว่าไปโดนอะไรมา น้อยปดว่าหกล้มนิดหน่อย เย็นย้ำกับน้อยว่าให้เลิกพูดคุยกับเลอสรร อย่าให้เปียมาด่าได้ว่าแอบกินขโมยกิน

อุทัยยังไม่ละความพยายามโทร.ถึงเย็นบอกว่ามีเรื่องพ่อแม่น้อย  เรื่องคนร้ายที่ชื่อโมกกับลำยองอยากจะคุยด้วย เย็นตกใจ จำต้องไปพบเพื่อหยั่งเชิงว่าอุทัยจะรู้เรื่องลึกแค่ไหน

รุ่งขึ้น เย็นไปพบอุทัยที่ร้านกาแฟตามนัด เขาถูกเย็นด่าว่าไม่ว่าเรื่องเลวเรื่องร้ายอะไรก็มาลงที่ตนหมด อุทัยถามว่าแล้วตอนนี้โมกกับลำยองอยู่ไหน เย็นบอกว่าลอยอังคารอยู่ในแม่น้ำ แล้วท้าว่า

“อยากรู้ก็ไปเลยค่ะตามสะดวก เอาคุณวณีกับคุณหญิงไปลอยอังคารพร้อมๆกันเลยนะคะ จะได้เลิกยุ่งกับฉันซะที”

เย็นลุกไปเลย อุทัยมองตามอย่างหงุดหงิดหัวเสียที่นอกจากไม่ได้เรื่องอะไรแล้วยังถูกเย็นด่าและแช่งเอาอีกด้วย แต่อุทัยตามไปบอกว่ายิ่งเย็นทำท่าแบบนี้ตนก็ยิ่งสงสัย

“ฉันสงสัยหนูน้อยกับหนูเปีย หนูน้อยน่ารักเรียบร้อยเหมาะกับการเป็นลูกของฉันนะเย็น” เย็นปรามว่าอย่าพูดอย่างนี้ต่อหน้าเปีย ถ้าไม่อยากให้เปียฆ่าตัวตาย “อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด โดยเฉพาะความจริง!” อุทัยฮึดขึ้นมา เย็นทำฮึดบ้างท้าว่า

“อยากรู้ความจริง อยากตรวจดีเอ็นเออะไรก็เชิญเลยค่ะ ตามสบาย แต่อย่ามาด่าฉันทีหลังแล้วกันถ้าคุณหนูเปียฆ่าตัวตาย เพราะถ้าเป็นฉัน ฉันคงทนไม่ได้ พ่อแม่ที่พลัดพรากกันมาเกือบยี่สิบปี ไม่เคยเชื่อว่าฉันเป็นลูกเลย”

“แต่ถ้าไม่ใช่ลูกฉัน จะเป็นจะตายยังไงฉันก็ไม่สนใจ”

“ฉันรู้ว่าคุณใจดำค่ะ ไม่งั้นคุณคงไม่เอาเมียใหม่เข้ามาเย้ย ในขณะที่ฉันนั่งหน้าโง่อยู่ในบ้านหรอกค่ะคุณอุทัย”

เย็นเดินเชิดคอแข็งไปเลย  สุดท้ายอุทัยไม่ได้อะไรจากเย็นเลย แม้แต่...พิรุธ!

ระหว่างกลับบ้าน เย็นโทร.เรียกเปียให้ออกไปพบ เปียกำลังคิดเคลิ้มจะทำให้เลอสรรรักตนให้ได้ เห็นชื่อเย็นก็โยนมือถือไว้บนเตียง เย็นโมโหส่งข้อความแทนว่า

“ฉันไม่ได้ง้อแกนะ มันเป็นความเป็นความตายของแก รีบออกมา!”

เปียตกใจรีบไปพบเย็นที่สวนสาธารณะ พอเย็นบอกว่าอุทัยสงสัยและรู้ประวัติโมกกับลำยองด้วย

ยังไงเขาต้องตรวจดีเอ็นเอแน่ เปียตกใจบอกเย็นว่าเราต้องหาเรื่องถ่วงเวลา เสนอว่า

“ถ้ามีใครสักคนตาย  พวกเขาจะต้องยุ่งกับงานศพไม่สนใจเปียแน่นอน”

“ใคร!! แล้วจะตายได้ยังไง!” เย็นตกใจ

ทีแรกเปียจะให้วณีตาย เย็นบอกว่าถ้าวณีตาย เปียเองนั่นแหละจะลำบากเพราะคนที่รักเปียมากที่สุดคือวณี เปียเปลี่ยนเป็นจะให้อุทัยตายโดยเอาหมอนกดหน้าแล้วยิง เย็นบอกว่าคนระดับอุทัยหรือจะยอมให้เปียยิงได้ง่ายๆ

เย็นตัดสินใจจะเรียกมุก น้องชายโมกที่คุมบ่อนอยู่มาทำงานนี้ แต่โทร.ไปแล้วมุกไม่อยู่ไม่มีใครรู้ว่าหายไปไหน

ooooooo

เพราะเย็นบอกน้อยว่าวันนี้มีธุระจะกลับช้าไม่ต้องรอกินข้าว น้อยได้โอกาสรีบทำข้าวแช่เอาไปให้วณี วณีชมว่าน่ากินมาก น้อยดีใจรีบจัดให้ วณีมองน้อยอย่างเอ็นดูในความอ่อนโยน เรียบร้อย น่ารัก

เปียคิดหาทางที่จะทำให้วณีรักตนหลงตนให้ได้ ไปหาวณีได้ยินเสียงน้อยกับวณีคุยและหัวเราะกันอย่างร่าเริง ก็ของขึ้นทันที ตรงเข้าไปต่อว่าวณีว่ากินของน้อยทำไม ด่าและตบตีน้อยหาว่ามายุ่งกับแม่ของตน วณีเข้าห้ามปรามก็ถูกเปียที่กำลังคลั่งเอาข้าวแช่สาดใส่หน้า เท่านั้นไม่พอยังเอาเครื่องเคียงยัดปากอีก

น้อยปกป้องวณี ด่าเปียที่ทำร้ายกระทั่งแม่ตัวเองสั่งให้กราบขอโทษเดี๋ยวนี้ เปียหันมาตบน้อยสุดแรงแต่น้อยหลบเลยไปถูกวณีเข้าอย่างจัง น้อยโกรธจัดตบเปียล้มลง วณีตกใจร้องเรียกให้ใครก็ได้ช่วยพาตนออกไปจากที่นี่ด้วย น้อยรีบเข้าประคองวณีพาออกไป เปียลุกขึ้นได้ก็ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง “แกอย่าพาแม่ฉันไปนะนังน้อย!” 

จวนยกสำรับมาเห็นเหตุการณ์เต็มตา ตกใจสุดขีดวิ่งเงอะงะออกไปทันที

ooooooo

จวนวิ่งหน้าตั้งตาตื่นไปเจอเย็นกลับมาพอดี เลยบอกเย็นว่าเปียตบตีวณีให้รีบไปดู ตนจะไปตามคุณหญิง

น้อยประคองวณีที่เนื้อตัวเลอะเทอะพาขึ้นบันได ถูกเปียกระชากเท้าล้มลง น้อยเลยถีบเปียหน้าหงาย เย็นวิ่งมาเห็นเปียกลิ้งตกบันไดพอดี น้อยตกใจแต่ห่วงวณีมากกว่ารีบพาขึ้นไป ส่วนเย็นถลาเข้าประคองเปียโกรธน้อยที่ถีบเปียจนตาเป็นประกายวาววาบ!

น้อยประคองวณีเข้าห้องนอน วณีซุกตัวนั่งที่พื้นกอดน้อยไว้แน่นอ้อนวอนอย่างเสียขวัญ...

“อย่าทิ้งฉันนะหนูน้อย อย่าทิ้งฉัน ฉันกลัว... ทำไม...ทำไมลูกเปียเป็นแบบนี้...ทำไม??

เวลาเดียวกันนี้ คุณหญิงกำลังให้หวานค้นหนังสือพิมพ์เก่าๆเพื่อหาเรื่องเกี่ยวกับโมกกับลำยอง แต่ไม่มีเพราะหนังสือพิมพ์ชั่งกิโลขายหมดแล้ว พอดีจวนวิ่งหน้าตื่นมาบอกว่าเปียตบวณี คุณหญิงตกใจรีบไปที่บ้านอุทัย

เย็นประคองเปียถามว่าเจ็บมากไหมจะพาไปหาหมอ เปียร้องไห้ไม่ไปแต่เป็นห่วงวณี คุณหญิงมาถึงปราดไปถามเปีย

“แล้วมันเรื่องอะไรยัยเปียถึงได้ไปตบตีแม่เขาน่ะ” เปียปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำ คุณหญิงมองสภาพเปียถามว่าเป็นอะไร เปียไม่ทันพูด เย็นก็ตอบแทนว่า น้อยถีบเปียตกบันได คุณหญิงอุทานมองอย่างไม่เชื่อ เย็นชี้แจงแล้วรวบรัดตัดบทว่า

“คุณหนูเปีย ‘พลั้งมือ’ ตบไปถูกคุณวณี แต่ยัยน้อย ‘ตั้งใจ’ ถีบคุณหนูเปีย เอาเป็นว่าหายกันนะคะ”

“พูดพล่อยๆจะหายได้ยังไง? เพราะคนที่เปียทำคือแม่ ถึงน้อยจะถีบเปียเป็นร้อยๆครั้งก็ไม่มีวันจะหายกัน!” เย็นยังตะแบงชี้แจงเข้าข้างเปียจนคุณหญิงทนฟังไม่ได้ไล่เย็นให้กลับไปเสีย แล้วสั่งเปีย “ไป...ไปกราบขอโทษแม่เดี๋ยวนี้ยัยเปีย”

วณีน้ำตาไหลพรากถามน้อยว่าทำไมเปียถึงทำกับตนแบบนี้? น้อยแก้ต่างให้เปียว่า คงไม่ได้ตั้งใจทำวณีแต่จะทำตนเพราะหวงวณี วณีไม่เชื่อเพราะสายตาเปียเวลานั้นไม่ใช่รัก หวง แต่เป็นความเกลียดชัง โมโห เปียมาถึงร้องไห้โผเข้าหาวณี

 “ไม่ใช่นะคะคุณแม่ เปียไม่ได้เกลียดคุณแม่” เปียพยายามเอื้อมมือไปจับเท้าวณี แต่วณีชักเท้ากลับด้วยความตกใจกลัว คุณหญิงสั่งเปียให้กราบขอโทษวณีเดี๋ยวนี้ เปียร้องไห้โฮก้มกราบแทบเท้าขอโทษวณี บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจทำวณี ที่ตนจะทำคือน้อย พูดจบก็พุ่งเข้าขย้ำน้อยทันที

“เลิกบ้าได้แล้วยัยเปีย” คุณหญิงกระชากเปียออก ส่วนวณียิ่งกลัวตัวสั่นกอดน้อยไว้แน่น ทำให้เปียยิ่งคลั่งหาว่าวณีไม่รักตนแต่รักน้อย

เย็นคว้ามือน้อยจะลากกลับ วณีอ้อนวอนน้อยอย่าทิ้งตนไปจับมือน้อยไว้แน่น เป็นภาพบาดตาบาดใจทั้งเปียและเย็นจนทนไม่ได้ เปียถลันเข้าไป ส่วนเย็นตวาดสั่งน้อยให้กลับ

“อย่า...อย่าเอาหนูน้อยไปจากฉัน” วณีพยายามกอดน้อยไว้

“ลูกคุณอยู่นั่น” เย็นบุ้ยไปทางเปีย “แต่นี่หลานฉัน อย่ามายุ่ง!” เย็นกระชากน้อยไปจนได้ วณีกรีดร้องสุดเสียง เปียร้องไห้โฮเสียใจท่าทีของวณีถึงกับหมดแรงทรุดนั่งกับพื้น...

ooooooo

เย็นลากน้อยกลับ กระชากลากถูจนน้อยร้องว่าเจ็บ เย็นตวาดอย่างฉุนเฉียวว่า

“แกเจ็บยังไง ก็ไม่เท่าใจฉันที่มันต้องเจ็บเพราะแกนังน้อย” เย็นเหวี่ยงน้อยลงกับพื้นเต็มแรง แล้วยังตามไปกระชากน้อยขึ้นมาทุบตีด่าลั่น “มันเรื่องอะไร แกถึงได้ไปเข้าข้างนังวณี จนถีบยัยเปียขนาดนั้นหา!”

“เพราะน้อยไม่อยากให้เปียเป็นคนเลว น้อยไม่อยากให้เปียเป็นคนเลวค่ะน้าเย็น” เย็นผลักน้อยอย่างแรงถามว่าตัวเองดีมากเลยใช่ไหมถึงได้ถีบพี่สาวที่อยู่ด้วยกันยี่สิบปีแต่ไปปกป้องคนอื่น “คุณวณีไม่ใช่คนอื่นนะคะน้าเย็น เขาเป็นแม่ของเปีย”

“แต่มันไม่ใช่แม่ของแก เพราะฉะนั้นต่อไป แกอย่าไปยุ่ง มันไม่ใช่เรื่องของแก จำไว้นะนังน้อย!” ด่าแล้วเดินไป น้อยร้องไห้ยังคงบอกว่าตนไม่อยากให้เปียเป็นคนเลว เย็นหันพูดอย่างสะเทือนใจว่า “ไม่อยากให้นังเปียเป็นคนเลว หรือจริงๆแล้วแกรักนังวณี ไม่งั้นแกคงไม่ขัดคำสั่งฉัน ทำข้าวแช่ไปให้จนเกิดเรื่องหรอก”

น้อยหน้าเจื่อน เย็นยิ่งจ้องน้อยก็ยิ่งเสียใจ พอหันกลับไปน้ำตาก็กลบดวงตา...

ooooooo

เปียเฝ้าคร่ำครวญขอโทษวณี แต่นั่นยิ่งทำให้วณีหวาดกลัว จนคุณหญิงบอกให้เปียกลับไปก่อนเพราะตอนนี้วณีกลัวมากบอกจวนให้พาเปียไป

จวนประคองเปียไปถึงห้องบอกอย่างเป็นห่วงว่าเดี๋ยวตนจะอยู่เป็นเพื่อน ถูกเปียตวาดไล่ ดันจวนออกไปแล้วปิดประตูปัง!

จวนมาดูแลคุณหญิงที่เสียใจกลัดกลุ้มกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ช้อยเอาน้ำมะตูมมาให้หวานบอกว่าจัดอาหารขึ้นโต๊ะเรียบร้อยแล้ว คุณหญิงทั้งกินและดื่มไม่ลง พลันก็สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเปียร้องไห้โหยหวนแว่วมา คุณหญิงเดินไปอย่างเหนื่อยใจ

เปียแผดเสียงร้องไห้โหยหวนอยู่ในห้อง ไม่นานเปียในสภาพหน้าซีดผมรุงรังน้ำตาเปียกแก้ม เดินออกจากห้อง ลงมาเห็นสภาพเลอะเทอะของข้าวแช่และเครื่องเคียงที่หกเกลื่อนก็นึกถึงตอนที่ตัวเองเอาเครื่องเคียงยัดปากวณีก็รู้สึกผิด ทรุดนั่งลงบนเศษอาหารและพื้นที่เฉอะแฉะ เอามือขยุ้มหัวตัวเอง กรีดร้อง คลั่งขึ้นมาอีก

อุทัยกับเลอสรรกลับมาได้ยินเสียงกรีดร้องของเปียก็รู้ว่าต้องมีเรื่องอะไรอีกแล้ว พอดีเจอคุณหญิง ถามว่ามีเรื่องอะไรคุณหญิงพูดไม่ออกเดินนำไป ทั้งสองรีบตามเข้าด้านใน ไปเจอเปียนั่งอยู่บนกองอาหารที่เกลื่อนพื้นเหมือนคนบ้า ปากก็พร่ำบอกแต่ว่า “เปียไม่ได้ทำ...เปียไม่ได้ทำ...”

คุณหญิงเร่งอุทัยให้รีบขึ้นไปดูวณี เลอสรรยังยืนอยู่ เปียโผเข้ากอดเขาแน่น พร่ำพูดแต่ว่า “เปียไม่ได้ทำ...

พี่เลอสรรช่วยเปียด้วย” เลอสรรมองเปียอย่างเวทนา

บรรดาหวาน ช้อย จวน และนายเอิบ ต่างวิพากษ์ วิจารณ์เรื่องนี้กันต่างๆนานา หวานพูดอย่างหมั่นไส้ว่า ทีแรกก็คิดว่าเปียสำนึกผิด แต่พอเห็นโผกอดเลอสรรเท่านั้น...มารยาชัดๆ! เหมือนเล่นละครไม่มีผิด!

เอิบพูดอย่างผู้ใหญ่ว่า “ฉันยังคิดไม่ออกเลย เกิดเรื่องแบบนี้ คุณๆจะทำยังไง”

ประวิทย์ฟังพวกผู้ใหญ่คุยกันก็นึกเป็นห่วงสงสารเปีย

ส่วนอุทัยพอเข้าไปในห้อง วณีโผกอดตัวสั่นอย่างขวัญเสีย เขาถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ เธอพูดเสียงสั่นอย่างหวาดกลัว...

“ลูก...ลูกทำร้ายวณีค่ะพี่อุทัย”

อุทัยตกใจเบิกตากว้าง คิดไม่ถึง

ooooooo

ประวิทย์ย่องไปที่บ้านเย็น พอเห็นเย็นไม่อยู่ก็กวักมือเรียกน้อยไปถามว่าเปียทำร้ายวณีจริงหรือ น้อยบอกว่าเปียไม่ได้ทำแต่มันเป็นอุบัติเหตุ

“พี่ว่าคุณหนูต้องไม่สบายจริง ไม่อย่างนั้นคุณหนูไม่ทำเรื่องร้ายๆแบบนี้หรอก เราควรบอกคุณๆ เรื่องนมแสดีไหม”

 น้อยตกใจห้ามเสียงหลง เพราะถ้าคุณๆรู้เปียต้องแย่แน่ๆแต่ประวิทย์คิดว่าขืนปล่อยไว้เปียจะยิ่งแย่ทำอะไรลงไปไม่รู้ตัวอีก

“น้อยเองก็ห่วงเปีย ห่วงมาก แต่น้อยไม่กล้าบอก น้อยกลัวคุณๆจะโกรธจะเกลียดเปีย พี่ประวิทย์อย่าบอกคุณๆนะ”

“แต่ถ้าปล่อยไว้ พี่ว่าคุณหนูเปียอาการหนักแน่ๆ” ประวิทย์เป็นห่วงเปียมาก

น้อยกลับมาเจอเย็นยืนหน้าถมึงทึงรออยู่แล้ว ถูกเย็นถามประชดว่า

“ตื่นขึ้นมาก็ไปสาระแนบ้านนั้น ห่วงนังวณีมันมากรึไง”

“น้าเย็นขา ที่น้อยห่วงเพราะเปียทำร้ายคุณวณี ถ้าเกิดคุณวณีท่านโกรธคนที่แย่คือเปียนะคะ” เย็นหาว่าน้อยเอาเปียมาอ้างที่แท้ก็รักวณีใช่ไหม “น้อยรักน้าเย็นค่ะ แต่น้อยห่วงคุณวณี น้าเย็นลองคิดดูสิคะ ถ้าน้าเย็นถูกลูก ถูกคนที่น้าเย็นรักทำอย่างเปีย น้าเย็นจะรู้สึกยังไง”

“เสียใจ...เพราะฉันกำลังเสียใจอยู่ ที่รู้ว่าแกเห็นใจศัตรู”

น้อยอึ้งพูดไม่ออก เพราะลึกๆแล้วน้อยทั้งรักและเห็นใจวณีมาก

ooooooo

อุทัยประคองวณีที่ท่าทางอ่อนเพลียมากลงมา เลอสรรเห็นรีบเข้าช่วยประคอง เปียจัดอาหารอยู่ที่โต๊ะเห็นดังนั้นถลาไปพยุงอีกคน

แต่พอวณีเห็นเปียถลาเข้ามา ก็ถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว จนอุทัยบอกเปียว่าคุณแม่ยังไม่ค่อยสบายอย่ารบกวนเลย

เมื่อประคองวณีไปนั่งที่โต๊ะแล้ว อุทัยถามว่าอยากกินอะไรพิเศษไหม ตนจะบอกให้น้อยทำให้เปียได้ยินน้ำตาร่วงเผาะ ครางเบาๆ “คุณพ่อคุณแม่ไม่รักเปียแล้ว” เห็นทั้งอุทัยและวณีมองอย่างเย็นชา เปียคร่ำครวญ “ไม่มีใครรักเปียเลย” แล้วร้องไห้วิ่งเตลิดออกไปเลย

ประวิทย์เห็นเปียวิ่งร้องไห้มาเข้าไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ถูกเปียไล่ตะเพิดแล้ววิ่งเตลิดไปอีก 

ประวิทย์เป็นห่วงวิ่งตามไป เห็นเปียกระโดดลงสระบัวก็คิดว่าเดี๋ยวคงขึ้น แต่เห็นเปียผลุบๆโผล่ๆ เหมือนคนจะจมน้ำ ประวิทย์กระโดดลงไปช่วย ต้องยื้อยุดกันอยู่นาน จนเปียหมดสติประวิทย์จึงอุ้มขึ้นมา จะพากลับไปที่บ้าน

จวนเดินมาเจอ พอประวิทย์บอกว่าคุณหนูจะฆ่าตัวตายเท่านั้น จวนก็วิ่งอ้าวไปบอกเย็นว่าคุณหนูเปียฆ่าตัวตาย

“คุณหนูเรียกร้องความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่เท่านั้นมั้ง” เย็นไม่สนใจ แต่พอจวนบอกว่าเปียกระโดดน้ำฆ่าตัวตายจริงๆ ตอนนี้ยังไม่ได้สติเลย เย็นวางงานในมือวิ่งออกไปจนจวนวิ่งตามแทบไม่ทัน

ooooooo

กลายเป็นเรื่องตื่นตกใจกันไปทั้งบ้าน เลอสรรจะโทร.เรียกรถพยาบาล แต่เปียรู้สึกตัวเสียก่อน เขาจึงบอกเย็นให้เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เปียเสีย

เย็นกับน้อยประคองเปียขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า วณีมองอย่างสะท้อนใจที่ทั้งสามทำประหนึ่งเป็นบ้านของตัวเอง ทำท่าจะหมดแรงอีก พออุทัยเข้าประคองก็บอกว่าจะขึ้นไปดูลูกหน่อย

วณีขึ้นมาเห็นเย็นกับน้อยนั่งน้ำตาคลออยู่ข้างเปีย เย็นถามว่าทำไมคิดสั้นแบบนี้ เปียร้องไห้คร่ำครวญว่า

“ไม่มีใครรักเปียเลยน้าเย็น...”

“น้าไง แกลืมน้าได้ยังไงเปีย” เย็นกอดเปียร้องไห้ น้อยกอดเปียอีกคน บอกว่าตนรักเปีย อย่าทำอะไรแบบนี้อีก เย็นย้ำว่า “ได้ยินไหม อย่าคิดสั้นๆแบบนี้อีก ต่อให้คนทั้งโลกเกลียดแก น้ากับน้อยก็รักแก ได้ยินไหมเปีย น้ากับน้อยรักแก”

วณีเห็นสามคนกอดกันกลมแสดงความรักความห่วงใยต่อกัน จึงค่อยๆถอยออกมาเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน เลยไม่ได้ยินที่เปียพูดว่า

“แต่เปียอยากให้คุณพ่อ คุณแม่ คุณย่า พี่เลอสรรรักเปีย...”

 เย็นมองเปียอย่างสะท้อนใจ ที่ในส่วนลึกหัวใจของเปียนั้น ไม่มีน้าเย็นคนนี้อยู่เลย...

ooooooo

วณีเดินซึมลงมา อุทัยถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอบอกว่า รู้สึกตัวเองเป็นส่วนเกินยังไงไม่รู้ พูดเสียงแผ่วระโหยว่า

“ลูกที่ไม่ได้เลี้ยง ยังไงก็เหมือนเป็นลูกคนอื่นเขาอยู่ดี”

อุทัยเดินขึ้นไปข้างบน ผ่านห้องเปียเห็นเย็นน้ำตาไหล น้อยเข้าใจความรู้สึกได้แต่มองอย่างสงสาร เย็นปลอบเปียว่า “เปีย น้าเข้าใจว่าแกรักพ่อแม่ ครอบครัวของแก แต่ถ้าพวกเขาไม่รักไม่ห่วงแก จำไว้ ยังไงแกก็ยังมีน้ากับน้อย”

อุทัยได้ยินเย็นพูดรู้สึกสะท้อนใจกับความจริงตรงหน้า

เปียยังคร่ำครวญอยากตายเพราะไม่มีใครรักตน เย็นหันเห็นอุทัยยืนอยู่ตรงประตูถามว่าไม่เข้ามาดูลูกหน่อยหรือ

“ฉันคิดว่า เธอน่าจะดูยัยเปียได้ดีกว่าฉัน” เย็นแย้งว่าแต่เปียต้องการคุณพ่อคุณแม่ ต้องการเขา อุทัยจึงจำต้องเดินเข้าไปหาเปีย เพียงเอามือลูบผมเท่านั้นเปียก็ร้องไห้โฮโผกอดอุทัยร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจพร่ำบอกรักพ่อรักแม่ กอดอุทัยไว้อย่างไม่ยอมจะสูญเสียเขาไป

เมื่อออกจากห้องเดินมาด้วยกัน เย็นบอกอุทัยว่า

“ตอนแรก ฉันดีใจ สะใจที่พวกคุณเจ็บปวดกับการสูญเสียลูก แต่พอเห็นสภาพของยัยเปียตอนนี้ฉันถึงได้รู้...ฉันเองต่างหากที่กำลังเจ็บปวด ทุกข์ทรมานกับการสูญเสีย ยัยเปียไม่ได้รักฉัน แต่รักพวกคุณ” หยุดทำใจก่อนบอกว่า “ถ้าพวกคุณไม่รักยัยเปียแล้วยังระแวงสงสัย ฉันขอยัยเปียคืนได้ไหมคะ”

อุทัยอึ้ง แต่วณีที่มาได้ยินพอดี เข้ามาบอกเย็นเสียงแข็งว่าไม่ให้ ถึงจะเจ็บจะปวดอย่างไรตนก็รักเปีย เย็นยื่นข้อแม้ว่า

“งั้น...คุณให้อภัยในสิ่งที่ยัยเปียเผลอทำผิดไปได้ไหมคะคุณวณี” เย็นยอมอ้อนวอนวณีเป็นครั้งแรก แล้วเป็นฝ่ายเดินนำวณีกับอุทัยเข้าไปในห้องเปียที่น้อยยังนั่งจับมือให้กำลังใจเปียอยู่ พอน้อยเห็นพวกผู้ใหญ่เข้ามาจึงลุกออกไป

เปียกราบขอโทษอุทัยกับวณี อ้อนวอน จะลงโทษอย่างไรตนก็ยอมแต่อย่าเกลียดตน เพราะตั้งแต่เกิดมาตนไม่เคยมีคนรักตนจึงหวงทั้งคุณพ่อและคุณแม่ วณีดึงเปียไปกอดบอกว่าแม่ให้อภัยได้เสมอ เปียละล่ำละลักให้สัญญาว่าต่อไปนี้จะเป็นเด็กดี ให้คุณพ่อคุณแม่ชื่นใจ วณีกอดเปียไว้แนบอก เย็นมองภาพนั้นอย่างโล่งใจ แต่หารู้ไม่ แม้แต่เวลาที่อยู่ในอ้อมกอดของวณีที่รักเปียจนหมดหัวใจ เปียกลับยิ้มร้าย!

ooooooo

น้อยรู้ว่าการอยู่ที่นี่ของตนเป็นปัญหาทำให้เปียไม่มีความสุขและมีปัญหาต่อเนื่องตลอดมา จึงตัดสินใจจะกลับไปอยู่ต่างจังหวัด คนแรกที่น้อยบอกคือเลอสรร เขาฟังอย่างใจหาย...

เมื่ออุทัยรู้ เขาปรารภกับวณีว่า น้อยยังเรียนหนังสืออยู่เย็นจะยอมให้กลับไปอยู่ต่างจังหวัดหรือ คุณหญิงยืนฟังอยู่อีกมุมหนึ่งโพล่งออกมาว่า

“ถึงนังเย็นมันจะพาไป แม่ก็ไม่ให้ไป ยังมีอีกตั้งหลายเรื่องที่แม่ยังไม่ได้คุยกับหนูน้อยนะอุทัย ที่สำคัญหนูน้อยน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนั้นใครจะปล่อยให้ไป” พูดแล้วคุณหญิงหันบอกเปีย “ส่วนเรา ปรับปรุงตัวใหม่ซะนะ อย่าทำให้พ่อแม่ไม่สบายใจ”

“ค่ะคุณย่า เปียจะเป็นคนใหม่ ให้คุณพ่อคุณแม่รวมทั้งคุณย่าชื่นใจค่ะ” เปียโผกอดคุณหญิงอย่างประจบ แล้วลุกเดินออกไปซึมๆ บรรดาผู้ใหญ่ทั้งสามมองหน้ากันอย่างไม่รู้ว่าเปียจะอย่างไรกันแน่...

เปียเดินซึมไปในสวน ครุ่นคิดคำพูดของคุณหญิงอย่างเจ็บแค้นอยากแผดเสียงกรี๊ดแต่ไม่กล้า เดินลิ่วไปทางสระบัว เลอสรรเห็นดังนั้นรีบตามไปด้วยความเป็นห่วง....

เพื่อให้เปียมีกิจกรรมทำให้เพลินและมีประโยชน์ เลอสรรชวนเปียไปออกกำลังกายกัน แม้จะอยู่กับเครื่องเล่นในฟิตเนตแต่ใจเปียก็ไม่มีสมาธิ เฝ้าครุ่นคิดคุมแค้นอิจฉาริษยาน้อยที่ได้รับความรักความเมตตาจากคุณหญิง

เลอสรรส่งเปียไปเล่นสควอชแล้วตัวเองแยกไปเล่นเครื่องเล่นของตน

เปียหวดสควอชอย่างบ้าคลั่ง เพราะจิตใต้สำนึกยังริษยาแค้นน้อย ทำให้เห็นลูกสควอชเป็นหน้าน้อยลอยมา เปียตีลูกสควอชแรงเข้า...แรงเข้า...จนลูกสควอชพุ่งใส่หน้าผากตัวเองอย่างแรงหมดสติไป

แม้ในยามหมดสติจิตใต้สำนึกยังหลอนว่าน้อยมาเยาะเย้ยเปียว่าตนจะกลับมาทวงทุกอย่างคืนจากเปียให้ได้ เปียอยากลุกแต่ลุกไม่ได้เหมือนถูกผีอำ จนกระทั่งเลอสรรตามมาเจอประคองลุกขึ้น เปียจึงขอไปล้างหน้าก่อน เลอสรรมองตาม สงสัยว่าเปียเป็นอะไร

เข้าห้องน้ำ เปียยังเกิดภาพหลอนเห็นนมแสนั่งอยู่บนส้วมชักโครก เปียผงะตาเหลือกแผดเสียงกรี๊ดๆ เต้นเร่าๆ จนแม่บ้านวิ่งเข้ามาถามว่าเป็นอะไร เปียบอกว่าตนเห็นผี แม่บ้านผลักประตูห้องน้ำดูไม่มีอะไร เปียโผล่ไปดูก็ไม่เห็นอะไรจึงเดินออกไปท่ามกลางความสงสัยของแม่บ้าน

ออกจากห้องน้ำแล้ว เปียโทร.ไปถามอาการของนมแสจากโรงพยาบาล พอรู้ว่ายังเหมือนเดิมก็โล่งใจว่าเมื่อกี๊ไม่ใช่ผีแต่ก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี

ooooooo

เลอสรรเห็นเปียอาการไม่ดีไม่สบายใจจึงพาไปกินไอศกรีมในห้างสรรพสินค้าเผื่อจะสบายใจขึ้น ในห้างเดียวกันประวิทย์ก็พาน้อยกับเพื่อนๆ ไปเลี้ยงวันเกิดตนเช่นกัน

น้อยเห็นเปียเดินมากับเลอสรรอย่างสดชื่นแจ่มใสก็บอกประวิทย์ว่าตนกลับดีกว่าเดี๋ยวน้าเย็นจะรอแล้วเดินลิ่วไป

แต่เลอสรรไม่ทันได้พาเปียไปกินไอศกรีม ก็เจอหนูนกหรือรัชนกสาวน้อยท่าทางไฮโซผิวขาวจัด แต่งตัวอินเทรนด์สาวเกาหลี ใส่บิ๊กอายอันใหญ่จนเหมือนตุ๊กตาเดินผ่านมาเห็นเลอสรรก็แอ๊บแบ๊วร้องทักดีใจสุดๆ แต่พอเหลือบเห็นเปียก็มองเหยียดถามหยันว่า “นี่ใครคะ”

เลอสรรบอกว่าลูกของน้าวณี เปียฝืนยิ้มแสดงความยินดีที่ได้รู้จัก พอดีเลอสรรมีโทร.เข้าจึงขอตัวไปคุยโทรศัพท์ เหลือแต่เปียกับหนูนกอยู่กันลำพัง หนูนกคุยโวโอ้อวดความไฮโซเป็นเซเล็บดังของตนดูถูกข่มเปีย ทีแรกเปียก็พยายามข่มอารมณ์นึกถึงคำพูดของเลอ-สรรที่ว่า “ถ้าน้องเปียเป็นเด็กดีน่ารัก รับรองทุกคนรักน้องเปีย” พยายามไม่มีเรื่องกับหนูนก

แต่ตะบะแตกเมื่อหนูนกดูถูกเปียว่าเป็นสก๊อยภูธรหน้าตามาจาก บขส.อย่างนี้เองถึงได้เล่นแต่เฟซบุ๊ก เปียเลย “ขอสักที” ยกเท้ายันเปรี้ยงเดียว หนูนกกลิ้งหลุนๆไปนอนฟุบที่หน้าห้าง เปียตามไปถ่ายคลิป ตะโกนบอกคนแถวนั้นว่า

“ถ่ายรูปไปลงไอจีเลยนะคะทุกคน”

น้อยกับประวิทย์ยืนรอรถเมล์ที่ป้าย มองตามผู้คนที่หันมองไปทางห้าง เห็นเหตุการณ์ก็ตกใจพากันวิ่งย้อนกลับไป

พอเปียคลั่งขึ้นมาหนูนกก็เหมือนหนูที่ถูกแมวตะปบ เลอสรรตามมาเจอ หนูนกร้องขอความช่วยเหลือ เลอสรรถามเปียว่ามันเรื่องอะไรถึงได้ทำแบบนี้ เปียเลยเปิดคลิปเสียงหนูนกดูถูกตนให้ฟัง เลอสรรอึ้ง เปียบอกว่า

“เปียพยายามเป็นคนดีอย่างที่พี่เลอบอกแล้วนะคะ ไม่งั้น...หนูนกถูกถีบเบ้าหน้าแน่นอน โปรดฟังอีกครั้ง เธอถูกถีบเบ้าหน้าแน่นอน ปลวกเอ๊ย!” เปียผลักหนูนกผงะไปแล้วเดินพรวดๆ ไปอย่างของขึ้นสุดๆ เลอ-สรรตกใจหันขอโทษหนูนกแทนเปียแล้วรีบตามเปียไป

หนูนกร้องกรี๊ดๆ ที่ตัวเองถูกทิ้ง ซ้ำคนแถวนั้นที่เห็นเหตุการณ์ยังมองอย่างดูถูก พูดอย่างสะใจว่า

“ดีมาจากไหนกัน ถึงดูถูกคนขนาดนี้ เพลีย!!”

ประวิทย์กับน้อยที่เห็นเหตุการณ์ พากันวิ่งตามเลอสรรกับเปียไปห่างๆอย่างห่วงๆ

ooooooo

เลอสรรพาเปียกลับถึงบ้าน เปียเอาใจจะทำน้ำผลไม้ให้เขา แต่ผลไม้หมดจึงไปเอาที่บ้านคุณหญิง เดินผ่านห้องครัวได้ยินช้อย หวานกับนายเอิบกำลังคุยกันอย่างสยองถึงเหตุการณ์ที่เปียทำร้ายและเอาเครื่องเคียงข้าวแช่ยัดปากวณี

เปียของขึ้นทันทีพอถามหวานปะเลาะเอาตัวรอดไปได้ แต่ก็ยังถูกเปียชี้หน้าปรามทุกคน

“ถ้าวันไหนพวกแกลามปาม คงรู้นะว่าจะเจออะไร!”

เลอสรรรอนานจนเป็นห่วงว่าเปียจะไปมีเรื่องอะไรอีก เห็นเปียกลับมาก็โล่งใจ เปียสัญญาว่าตนจะเป็นคนใหม่ที่สดใสน่ารักของทุกคน ฉอเลาะว่า “วันนี้ผลไม้สดหมด ไว้วันหลังเปียจะคั้นสดๆให้พี่เลอด้วยตัวเองเลยค่ะ” พูดแล้วควงแขนเลอสรรเดินเข้าข้างใน

อุทัยดีใจที่หมอวิธูกลับจากอเมริกาแล้ว เขานัดหมอไปคุยกันในร้านกาแฟ หมอบอกว่า

“โรคที่ลูกสาวนายเป็น ต้องการความรัก ความเข้าใจ การดูแล เอาใจใส่อย่างมาก แต่ฉันเห็นนายมีแต่ความสงสัย หวาดระแวง โอเค...ไม่เชื่อการวินิจฉัยของฉัน ก็เชื่อใจลูกสาวนายหน่อยได้ไหม”

อุทัยปรารภว่าจะให้ตนเชื่อได้อย่างไรในเมื่อตนยังไม่รู้เลยว่าเปียเป็นลูกตนจริงหรือเปล่า หมอวิธูจึงแนะว่าการตรวจดีเอ็นเอนั้น พี่ดำรงรุ่นพี่ที่สมัยเรียนอยู่ชมรมรักบี้ด้วยกัน ตอนนี้เป็นผู้ชำนาญการที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ลองไปปรึกษาดู ทำให้อุทัยมีความหวังขึ้น รีบไปหาดำรง เล่าความต้องการของตนให้ฟัง ดำรงจึงแนะนำว่า

“การตรวจดีเอ็นเอ ถ้าอยากจะตรวจจริงๆ แค่เส้นผม เล็บ เนื้อเยื่อ หรือแค่น้ำลายที่ติดกับหลอดดูดขอบแก้ว แบบนี้ก็เอามาตรวจได้แล้ว” ดำรงยังชี้ในแง่กฎหมายว่าถ้าไม่ใช่คดีอาญาเราต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าตัวก่อน ถ้าเจ้าตัวไม่ยินยอมก็ทำได้แต่มันไม่ถูกต้อง ผิดกฎหมายซึ่งถ้าเจ้าตัวรู้เราก็ถูกฟ้อง

ได้ข้อมูลมาแล้ว อุทัยพยายามหาสิ่งที่จะนำไปตรวจดีเอ็นเอได้ แอบเข้าห้องนอนเปียจะหาเส้นผม ก็ถูกเปียเข้ามาเจอจนแทบเอาตัวไม่รอด วันต่อมาเปียทำน้ำแตงโมปั่นให้กิน ตัวเปียเองก็กินอย่างชื่นอกชื่นใจ อุทัยจ้องหลอดที่เปียใช้อย่างหมายมาด เปียแต่งตัวน่ารัก ทำอาหารและดูแลอุทัยกับวณีอย่างดี บอกทั้งสองว่า

“เปียอยากดูแลคุณพ่อคุณแม่พี่เลอก่อนที่เปียจะไปค่ะ”

พอวณีกับอุทัยรู้ว่าเปียจะไปอยู่กับเย็นและน้อยก็ร้อนใจ เรียกเย็นมาคุยที่บ้าน ขอร้องอย่าเอาเปียไป

แต่เมื่อเปียติดเย็นกับน้อย ก็ขอให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันที่นี่ต่อไป

ระหว่างที่เปียไม่อยู่นั้น อุทัยรีบไปหาหลอดที่เปียใช้ ปรากฏว่าจวนเอาไปทิ้งแล้ว อุทัยลิ่วไปที่ห้องครัวเพื่อหาหลอด เห็นหลอดในถังขยะแต่ไม่รู้ว่าเป็นของใคร เขาหงุดหงิดที่พลาดโอกาส เดินขึ้นข้างบน บอกจวนว่าจะขึ้นไปพักผ่อนอย่าให้ใครไปรบกวน จวนมองท่าทางแปลกๆของอุทัยอย่างแปลกใจ

เพราะเปียมีข้อแม้ว่าถ้าเย็นกับน้อยอยู่ที่ไหนตนก็จะอยู่ด้วย น้อยอยากให้เปียอยู่กับวณีและอุทัยจึงตัดสินใจอยู่ที่นี่ต่อ

เย็นแกล้งพูดว่าถ้าอย่างนั้นก็ให้ตนกับน้อยมาอยู่บ้านใหญ่นี่เสียเลยดีไหม เปียหน้าเสีย เย็นหัวเราะอย่างรู้ทันบอกว่า

“น้าไม่อยู่หรอกจ้ะ น้ากลัวคุณวณีจะทุกข์ใจตาย”

“เย็นกับหนูน้อยจะมาอยู่ ฉันก็ยินดี บอกแล้วไง เราจะลืมเรื่องเก่าแล้วเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน เย็นนี้เราจัดงานเลี้ยงฉลองครอบครัวอันอบอุ่นของเราดีกว่านะเย็นนะ”

เย็นมองวณีอย่างระแวงรู้สึกวณีดีผิดปกติ วณีก็มองเย็นด้วยสายตาที่เย็นเองก็อ่านไม่ออกเหมือนกัน

ooooooo

อุทัยเข้าไปในห้องเปียมองหาเส้นผม แต่ไม่ทันทำอะไรวณีก็ผลักประตูเข้ามา ต่างมองกันอึ้ง วณีถามว่าเขามาหาเส้นผมเปียเพื่อไปตรวจดีเอ็นเอใช่ไหม

“เปล่าจ้ะเปล่า” อุทัยตอบอย่างมีพิรุธแล้วเดินออกไป วณียิ่งสงสัย อึดใจเดียวก็ตรงไปมองที่พื้นเหมือนหาอะไร พอเห็นเส้นผมวณีกำลังก้มจะหยิบ เสียงเปียเรียกคุณแม่ขา...คุณแม่ ก็แว่วเข้ามา วณีขานรับรีบเดินลงไป

เปียตรงเข้ากอดวณีฉอเลาะว่า “เปียบอกทุกคนแล้วนะคะ คืนนี้คุณแม่จะจัดปาร์ตี้ฉลองครอบครัวอบอุ่นมีความสุขของเรา”

จวนรีบไปบอกทุกคนให้มาช่วย เย็นถามว่าจะให้ตนช่วยอะไร เปียบอกให้แต่งตัวสวยๆมางานก็พอ

“คงยาก ทั้งเนื้อทั้งตัวน้าไม่มีอะไร เสื้อผ้าก็มีแต่ชุดเก่าๆ” เปียบอกว่าจะพาไปซื้อใหม่ “ไม่เอา...น้าไม่ได้อยากแต่งตัวสวยอะไรหรอก แค่อยากมาฉลองความสุขให้คุณหนูเปียเท่านั้น”

“แต่ผมอยากให้พวกเรามีความสุขด้วยกัน” เลอ-สรรเอ่ย วณีจะให้ช่างแต่งหน้าทำผมมาที่นี่จะได้ทำให้เย็นด้วยส่วนเปียให้พาน้อยไปซื้อชุดสวยๆ เลอสรรรีบอาสา “เดี๋ยวพี่พาไป”

น้อยอึกอัก เปียคะยั้นคะยอ เย็นบอกว่าเลอสรรอยากพาไปก็ไป แต่ก่อนไปให้น้อยเปลี่ยนชุดใหม่ด้วยเดี๋ยวคนเขาจะว่าเปียไปกับคนใช้ น้อยรับคำหน้าจ๋อย เปียยิ้มพอใจกับคำเปรียบเทียบของเย็น

ooooooo

เมื่อพากันไปที่ห้าง เปียพยายามทำเป็นชมน้อยว่าวันนี้น่ารักมากจนตนดูหมองไปเลย เยินยอน้อยเสียเลิศลอย จนน้อยเขินทำตัวไม่ถูกแล้วเปียก็เอามือถือให้เลอสรรช่วยถ่ายรูปให้

แต่ละรูปที่ถ่าย เปียโพสท่าราวกับนางแบบ ในขณะที่น้อยเป็นธรรมชาติเสียจนดูแหย บางรูปหยีตา บางรูปหลับตา และบางรูปยิ้มแหย ถ่ายเสร็จเลอสรรชวนเข้าห้างเลยดีกว่าข้างนอกร้อน เปียยื้อไว้ให้รอตนอัพ

ไอจีก่อน แต่ถูกเลอสรรดึงเข้าไปจนได้ พอเข้าไปในห้าง เปียก็วุ่นวายอยู่แต่กับมือถือ เปิดดูรูปนั้นรูปนี้ชมน้อยไม่ขาดปาก

แต่พออัพรูปลงไอจี รูปน้อยแต่ละรูปล้วนดูไม่ดี ตรงกันข้ามกับรูปของเปียที่เป๊ะทุกรูป เปียยังแหลไม่เลิก ชมน้อยว่าสวย น่ารัก กระทั่งดูหน้าเด็กกว่าตนด้วย

“ใช่...น้อยหน้าเด็ก ขนาดอยู่ในชุดธรรมดาๆ น้อยก็ยังน่ารัก มีออร่าที่สุดเลย” เลอสรรพูดขึ้นอย่างรำคาญ ทำเอาเปียเหวอ เถียงในใจว่า เป็นไปได้ไง

เปียกรี๊ดกร๊าดชี้ให้ดูชุดที่โชว์ว่าชุดนั้นก็สวย ชุดโน้นก็สวยเหมาะกับน้อยที่สุด แต่เลอสรรดูแล้ว ทำหน้าบอกไม่ถูก เลยบอกให้เปียเลือกชุดของตัวเอง ตนจะพาน้อยไปหาซื้อเอง

“น้องเปียคอยดูแล้วกัน คืนนี้น้อยจะเด่นและสวยที่สุดเลย” พูดแล้วจูงมือน้อยไป เปียเบ้ปากอย่างไม่ยอมแพ้

ooooooo

งานปาร์ตี้จัดที่ริมสระ ทุกคนขมีขมันช่วยกันเต็มที่ เย็นจับตาดูวณีอย่างสังเกต จนวณีอึดอัดกับสายตาของเย็น เลยบอกเย็นให้กลับไปก่อนก็ได้ เริ่มงานเมื่อไรจะให้เด็กไปตาม

เมื่อเย็นขออยู่ช่วยดีกว่า วณีจึงเป็นฝ่ายขอขึ้นไปข้างบน ถูกเย็นชวนอย่างเลี่ยงไม่ได้ให้อยู่ช่วยกันก่อนดีกว่า วณีจึงจำต้องกลับมา

คุณหญิงเดินมาเห็นการเตรียมงานก็ชมว่ามีงานรื่นเริงบ้างก็ดี จิตใจจะได้สดชื่นไม่หดหู่ พูดแล้วหันมองเย็นเหน็บใส่ว่า “อะไรที่เห็นแล้วหดหู่ ก็มองข้ามๆไปเสีย”

เย็นไม่โต้ตอบ วณีบอกเย็นว่าเปียซื้อชุดใหม่มาให้แล้วไม่เปลี่ยนหน่อยหรือ?

“ไม่ค่ะ เปลี่ยนชุดได้ แต่ถ้าจิตใจยังตกต่ำ โสโครก ก็ไม่รู้จะเปลี่ยนไปทำไม” เย็นเหน็บคืน ถูกคุณหญิงจ้องจิก เย็นจ้องตอบ วณีจับมือคุณหญิงไว้เชิงติงไม่อยากให้มีเรื่องกัน

“ผมพาแขกพิเศษของผมในคืนนี้มาแล้วครับ” เลอสรรพาน้อยเข้ามาเอ่ยเสียงแจ่มใส ทุกคนหันมองเห็นน้อยในชุดน่ารักดูดีมีสไตล์เก๋ทันสมัย ต่างยิ้มอย่างเอ็นดู คุณหญิงถึงกับชมว่า น่ารักจริงๆ วณีชมว่าน้อยน่ารักที่สุด ส่วนอุทัยยิ้มเต็มหน้า

“เดินมากับตาเลอ อย่างกับพระเอกนางเอกละคร” อุทัยชมเห็นภาพกว่าเพื่อน

เย็นยิ้มชื่นชมแต่ไม่พูดชม สายตาจับจ้องคุณหญิง วณีและอุทัย ที่ให้ความรักความเมตตาต่อน้อยมาก แต่ไม่มีใครถามถึงเปียเลย เย็นเลยแกล้งถามขึ้นว่า “แล้วคุณหนูเปียล่ะจ๊ะน้อย”

“เปลี่ยนชุดอยู่มังคะน้าเย็น เห็นเปียซื้อชุดใหม่” น้อยบอก วณีถามว่าชุดสวยไหม “น้อยก็ไม่ทราบค่ะ”

“น้องเปียแอบไปซื้อคนเดียวครับ” เลอสรรบอก

ooooooo

ที่สระว่ายน้ำ เปียใส่เสื้อคลุมเดินมาที่สระ ชวนประวิทย์ให้อยู่ปาร์ตี้ด้วยกัน แล้วค่อยๆ ถอดเสื้อคลุมเผยชุดว่ายน้ำ ทำเอาประวิทย์ตกใจตาค้าง

เปียลงว่ายน้ำในสระอย่างร่าเริง วณีกับคุณหญิงเดินมาเห็นเปียต่างหน้าเสีย มีแต่เย็นมองยิ้มที่เปียยังไม่ทิ้งลายเดิม ที่ห้องครัวบ้านอนุรักษ์ บรรดาหวาน ช้อย นายเอิบและจวน พากันวิพากษ์วิจารณ์เปียอย่างสมเพชตามเคย

เปียแหวกว่ายอยู่ในสระอย่างสวยงาม เห็นใครก็ร้องชวนให้ลงไปว่ายน้ำด้วยกัน แต่ทุกคนปฏิเสธ คุณหญิงทำท่าจะเป็นลมขอกลับไปพักผ่อน เปียชวนอุทัยลงไปว่ายน้ำด้วยกัน เขาตอบอย่างสยองว่า “ไม่ไหวล่ะลูก”

หมอวิธูให้รจนาเอากระเช้าผลไม้มาแสดงความยินดีกับทุกคนที่มีความสุข อุทัยต้อนรับอย่างกระตือรือร้นจะไปหาอะไรมาให้ดื่ม วณีอาสาไปจัดให้ เหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของเย็น

เมื่อเปียชวนใครไปว่ายน้ำด้วยก็ไม่มีใครสนใจ เลยชวนแกมบังคับน้อย น้อยปฏิเสธ เย็นบอกว่าน้อย

ไม่มีชุด เปียให้เย็นพาน้อยไปเอาชุดที่ห้องตน น้อยไม่อยากเล่นน้ำ แต่ถูกเย็นจับแขนลากไปพูดขอแต่เสียงเข้มว่า

“เล่นเป็นเพื่อนเปียมันหน่อยนะ” เย็นพาน้อยเดินผ่านอุทัยที่นั่งคุยกับรจนาก็ชำเลืองมอง ส่วนเปียเห็นเลอสรรนั่งอยู่มุมหนึ่ง ก็ว่ายไปเกาะขอบสระอ้อน

“ระหว่างรอน้อย พี่เลอมาเล่นน้ำกับเปียนะ...นะ”

ooooooo

เย็นพาน้อยไปที่ห้องเปีย เจอวณีอยู่ในนั้น ต่างตกใจ วณีถามว่าเย็นมาทำอะไรที่ห้องนี้

“พายัยน้อยมาเปลี่ยนชุดว่ายน้ำน่ะค่ะ เปียอยากให้น้อยเล่นน้ำเป็นเพื่อน” วณีบอกตามสบายแล้วตัวเองเดินออกไป เย็นเดินวนรอบเตียงเปียมองเห็นเส้นผมร่วงอยู่ ทำกลบเกลื่อนบอกน้อย “เลือกชุดว่ายน้ำไปน้อย” เย็นมองไปเห็นวณีเดินลงไปชั้นล่างก็สงสัยว่าวณีทำอะไร

เย็นเดินไปหยิบเส้นผมของเปียที่ร่วงอยู่ไปทิ้งชักโครก เร่งน้อยว่าได้ชุดว่ายน้ำหรือยัง น้อยไม่อยากใส่ชุดว่ายน้ำเย็นเลยให้ใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดก็ได้ พอน้อยจะไป เย็นเรียกไว้มองผมบอกว่าผมยุ่งไม่เรียบร้อยแล้วทำทีจัดแต่งผมให้ แต่แอบถอนผมน้อย พอได้ตามต้องการแล้วจึงไล่น้อยให้ไปเปลี่ยนชุด

เย็นย้อนกลับไปที่ห้องนอนเปีย เอาผมของน้อยที่ถอนมาเมื่อครู่นี้ไปวางไว้ตามหมอน ที่นอน ยิ้มตาวาว

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.