ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คมพยาบาท

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ประวิทย์เล่าให้น้อยฟังแล้วขอร้องว่าอย่าบอกใคร ตนเป็นห่วงคุณหนู น้อยตกใจ คิดไม่ถึงแต่ก็รับคำ

ส่วนเลอสรรเดินกระวนกระวายในสวน ทั้งเป็นห่วงน้อยและน้อยใจตัวเอง พอน้อยออกจากบ้านพักของประวิทย์ เลอสรรตรงไปต่อว่าทันที

“ทีกับพี่ถูกนิดถูกหน่อยทำเป็นร้องแต่กับประวิทย์ ถึงกับกล้าเดินเข้าไปหาถึงในห้องนอนเลยเหรอน้อย!?”

น้อยตั้งตัวไม่ทันพูดไม่ออก ทำให้เลอสรรยิ่งไม่พอใจถามว่ามีอะไรก็บอกกัน หรือว่านั่งรถไปกับประวิทย์ครั้งเดียวก็เกิดติดใจ พูดอย่างน้อยใจและโกรธมากว่าตนทำได้มากกว่านั้น แล้วดึงน้อยเข้าไปจูบอย่างหึงหวง

น้อยตกใจ พอได้สติก็ผลักออกตบผัวะ ตัดพ้อเสียงสั่น

“เหมือนที่น้าเย็นว่าไว้จริงๆด้วย ในที่สุดพี่เลอสรรก็ทำให้น้อยเป็นได้แค่ ‘ของเล่น’คนรวย” พูดแล้ววิ่งไปเลย

เลอสรรตกใจ เสียใจรู้สึกผิด วิ่งตามไปคว้าตัวน้อยไว้ น้อยสะบัดสุดแรงโกรธจนร้องไห้

“อย่ามายุ่งกับน้อยอีก ความไว้ใจที่น้อยมีให้พี่มันหมดลงไปแล้ว!”

น้อยผลักเลอสรรอย่างแรง วิ่งเตลิดไป เขาได้แต่มองตามอย่างปวดร้าว รู้สึกตัวเองผิดมาก...

ooooooo

น้อยวิ่งกลับไปถึงบ้านน้ำตายังไหลพราก เจอเย็นก็รีบเบี่ยงขึ้นบันได เย็นถามว่าเป็นอะไร น้อยมองเย็นร้องไห้โฮออกมา ค้อมตัววิ่งเข้าห้องไป เย็นตามไปอย่างเป็นห่วง

เย็นคว้าตัวน้อยไว้ถามว่าเปียทำอะไรหรือเปล่า น้อยก้มหน้าบอกว่าเปล่า แต่เย็นไม่เชื่อ คาดคั้นว่า

“แน่นะ ไม่ใช่แกไปรู้เรื่องอะไรของมันมา บอกน้ามา เปียมันทำอะไร” น้อยยืนยันว่าเปียไม่ได้ทำอะไร เย็นถามว่าแล้วร้องไห้ทำไม

“น้อยเสียใจที่น้อยไม่เชื่อคำสั่งสอนของน้าเย็น...คนรวยเห็นน้อยเป็นแค่ ‘ของเล่น’ อย่างที่น้าเย็นว่าจริงๆค่ะ”

พูดได้แค่นั้นน้อยก็ร้องไห้โฮวิ่งเข้าห้อง เย็นตกใจตามไปเคาะประตูถามอย่างร้อนใจว่าเกิดอะไรขึ้น! น้อยเอาแต่ร้องไห้ เอามือถูปากตัวเองเหมือนจะเช็ดรอยจูบให้หายไป เย็นเห็นน้อยไม่ยอมเปิดประตูก็ยิ่งเป็นห่วง

ฝ่ายเลอสรร หลังจากจูบน้อยด้วยความหึงหวงและถูกน้อยตบหน้าด่าว่า ความไว้วางใจที่ตนมีให้มันหมดไปแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ กระโดดลงในสระ ว่ายน้ำอย่างบ้าดีเดือดระงับความเสียใจที่พลุ่งพล่าน

ooooooo

คืนนี้ เปียนอนฝันร้าย ฝันเห็นนมแสมาแย่งมือถือกับตน นมแสแย่งมือถือไปได้ก็ฟาดใส่หน้าเปียเหมือนอย่างที่เปียเคยทำกับนมแส

ในฝันเปียร้องสุดเสียง “อย่า...อย่าทำฉัน ฉัน

กลัวแล้ว อย่า!!”

“แกทำอะไรกับฉัน ฉันก็จะทำอย่างนั้นกับแก” นมแสขึ้นคร่อมเปียคำรามเหี้ยม เปียร้องขอความช่วยเหลือ นมแสก้มพูดใส่หน้าว่า “ความตายเท่านั้นที่จะเป็นของแก!”

ในฝันเปียวิ่งไปร้องขอความช่วยเหลือจากวณี อุทัย และเย็น นมแสหัวเราะก้องตามเปียไป กระชากผมจับหัวโขกกับบันได คำราม

“ตายๆไปซะนังสันดานเปีย คุณน้อยจะได้กลับมาเป็นลูกของคุณๆเสียที”

สิ้นเสียงนมแสก็ถีบเปียตกบันไดลงมากองที่พื้น เปียร้องสุดเสียง “อย่า...อย่าทำฉัน อย่า...”

เปียสะดุ้งตื่นเพราะตกเตียง มองไปรอบห้องมืดสนิท แต่รู้ว่าเป็นห้องของตัวเอง เปียก็กอดตัวเองอย่างหวาดหวั่น

ooooooo

วันนี้ เย็นนั่งถักด้าย คิดถึงเรื่องเปียแล้วเครียดที่เปียถอดนิสัยโหดเหี้ยมจากโมกกับลำยองพ่อแม่ของเปียมาไม่มีผิด!

น้อยทำข้าวแช่เสร็จเรียกเย็นออกมากิน เย็นบอกว่าตนยังไม่หิวให้น้อยกินไปก่อนแต่น้อยจะรอ จนเย็นเปิดประตูออกมาบอกว่าตนยังไม่หิว เห็นน้อยหน้าเศร้า ก็อดที่จะพูดไม่ได้ว่า

“น้าไม่รู้ว่าน้อยเป็นอะไร แต่ถ้าน้อยคิดมาก คนที่เจ็บที่ทุกข์ที่ทรมานก็คือน้อยไม่ใช่คนอื่น ดูตัวอย่างจากน้าแล้วกัน” พูดแล้วปิดประตูเข้าห้องไปอีก

น้อยนิ่งคิด ครู่หนึ่งหยิบกระดาษมาเขียนอะไรวางไว้ แล้วยกสำรับข้าวแช่ออกไป

เย็นเดินออกมาไม่เห็นน้อยก็แปลกใจ มาเห็นกระดาษที่น้อยเขียนไว้ จึงหยิบอ่าน...

“น้าเย็นขา...น้อยเอาข้าวแช่ไปให้คุณๆ แป๊บนะคะ เดี๋ยวมาค่ะ”

“ทำไมต้องไปยุ่งกับพวกนั้นด้วย” เย็นพึมพำไม่พอใจ

เปียยังใจไม่ดีกับฝันร้าย คิดถามตัวเองว่าหรือนมแสตายไปแล้ว แต่งตัวเสร็จเดินลงมาเห็นคุณหญิง เปียรีบหลบไม่อยากเจอ

คุณหญิงไปที่ห้องวณีซึ่งอุทัยดูแลเธออยู่ ถามวณีว่าเห็นอุทัยบอกว่าไม่สบายหรือ เป็นอย่างไรบ้าง วณีพูดเสียงอ่อนล้าว่าค่อยยังชั่วแล้ว

“แม่รู้นะว่าวณีรักและเป็นห่วงนมแส แต่ยังไงวณีก็ต้องดูแลตัวเอง ไม่อย่างนั้นจะแย่กันไปหมดทุกคน

แล้วนี่ยัยเปียหายไปไหนล่ะ”

อุทัยสงสัยว่ายังไม่ตื่นเพราะปกติเปียจะตื่นบ่ายโมง คุณหญิงตกใจติงว่าตามใจมากอย่างนี้เปียจะเสียคนเอา

“ทุกวันนี้ก็เสียไปครึ่งคนแล้วละครับคุณแม่ แต่ผมจะดุก็ไม่ได้ วณีกลัวลูกเปียจะฆ่าตัวตาย” อุทัยเหน็บนิดๆ

“วณีไม่ได้ตามใจลูกนะคะ แต่คุณแม่ก็เห็น ยัยเปียพร้อมจะฆ่าตัวตายตลอด...และถ้าเกิดลูกฆ่าตัวตายขึ้นมาจริงๆ วณีทำใจไม่ได้แน่ๆค่ะ” วณีเสียงเครือ จนคุณหญิงไม่ถามอะไรอีก ได้แต่มองอุทัยและวณีอย่างเห็นใจและนึกระอาเปีย

ooooooo

เปียเก็บตัวในห้อง ครู่หนึ่งแง้มประตูดูเห็นไม่มีใครอยู่แถวนั้นก็รีบวิ่งลงไปจะหนีเที่ยว แต่ลงมาเจอน้อยยกสำรับข้าวแช่มา เลยหาเรื่องน้อยแทน

“มาทำไม! นี่อยากมาเหยียบบ้านฉันนักใช่ไหมนังน้อย!”

น้อยบอกว่าทำข้าวแช่มาให้วณีและเผื่อเปียด้วย เปียบอกไม่กินไล่ให้เอากลับไปเสีย น้อยไม่กลับบอกว่า

วณีชอบข้าวแช่มาก เปียตาลุกกระชากน้อยเข้าไปตะคอก

“แกรู้ได้ยังไงว่าคุณแม่ชอบกิน ฉันไม่รู้...แล้วแกรู้ได้ยังไงว่าคุณแม่ชอบกิน บอกมา!!” เปียคาดคั้น เห็นน้อยอึกอักอย่างมีพิรุธ ก็ยิ่งข่มขู่ ในที่สุดน้อยจำต้องบอกว่า

“คุณเลอสรรบอกน้อย”

เท่านั้นเอง เปียโมโหหึงจนตัวสั่น ด่าว่าน้อยแอบไปคุยกับเลอสรร ปัดข้าวแช่จนทั้งข้าวแช่และเครื่องเคียงหกกระจายเต็มพื้น น้อยตกใจ แต่เปียยังกระชากน้อยไปผลักจนล้ม ขึ้นคร่อมบีบคอด่าอย่างคลุ้มคลั่ง

“นังแพศยา นังสารเลว ฉันห้ามแกแล้วทำไมแกกล้าขัดคำสั่งฉัน” น้อยปฏิเสธว่าเปล่า ก็เหมือนยุให้เปียยิ่งคลั่ง “เปล่าแล้วแกไปคุยกับเขาได้ยังไง นี่คงกระแดะให้ท่าไปคุยกับเขาถึงในม่านรูดซินะ!”

น้อยโกรธขึ้นมาย้อนเอาว่าตนไม่ใช่เปียถึงได้ไปคุยกับผู้ชายในม่านรูด ถูกจี้ใจดำเช่นนี้ เปียคว้าเครื่องเคียงข้าวแช่ที่หกเกลื่อนพื้นยัดปากน้อย ขู่ว่า

“ถ้าฉันรู้ว่าแกเอาเรื่องที่ฉันเข้าม่านรูดไปบอกคุณพ่อคุณแม่ แกตาย!!”

“เปียจะทำกับน้อย อย่างที่ทำกับฝ้าย กับนมแสเหรอ”

“แกรู้!!” เปียยิ่งตกใจ พอน้อยถามว่าเปียทำนมแสใช่ไหม เปียก็แผดเสียงกรี๊ดอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำ! ตนไม่ได้ทำ!! คว้าข้าวของทั้งปาทั้งฟาดใส่น้อยไม่ยั้ง เสียงดังโวยวายโครมครามลั่นไปหมด

เลอสรรได้ยินเสียงเขาเปิดประตูออกมา เจอวณีออกมาพึมพำ “ลูกเปีย...” แล้วทำท่าจะเป็นลม อุทัยก็ลุกพรวดขึ้น ทุกคนรีบไปตามเสียงเปียที่แผดไม่หยุด

พอเปียเห็นทั้ง พ่อ แม่ คุณย่าและเลอสรรลงมาก็หยุดชะงัก เย็นเดินมาจากอีกทางหนึ่ง ถลาเข้าไป น้อยถูกเปียผลักเซออกมา เย็นประคองไว้อย่างปกป้องแต่แรงปะทะทำให้ล้มไปด้วยกัน น้อยทับร่างเย็นจนหลังกระแทกพื้นอย่างแรง

เปียยังบ้าไม่เลิก ตรงไปกระชากน้อยจะตบ เย็นจับมือเปียไว้แน่นตวาดถาม

“แกเก่งนักใช่ไหมนังเปีย” เย็นถีบเปียกระเด็น ตามไปจิกผมจับหัวโขกพื้นไม่ยั้ง  จนทุกคนตกใจร้องห้าม เย็นหัวเราะน่ากลัวตะโกนถามทุกคนว่าคิดว่าตนจะเชื่อหรือ ส่วนเปียทำเป็นยกมือไหว้เย็นอ้อนวอนอย่าทำตน ตนยอมจนไม่รู้จะยอมยังไงแล้ว “หน็อย! ยอมจนไม่รู้จะยอมยังไงแล้วหรือ! นังสันดานเปีย!” เย็นถีบเปียถลาหน้าคว่ำกับพื้น จะตามซ้ำอีก

อุทัยพุ่งเข้ากระชากเย็นไว้ เปียโผเข้ากอดวณีร้องไห้โฮๆ เย็นเลือดขึ้นหน้าสะบัดบอกอุทัยให้ปล่อยตน

“ปล่อยได้ยังไง เธอทำร้ายลูกฉัน”

“ก็ลูกคุณมันทำร้ายหลานฉัน ไม่เห็นหรือ คุณหนูเปียทั้งตบทั้งถีบทั้งยันยัยน้อยน่ะ”

“น้าเย็นเข้าข้างน้อย คุณแม่ช่วยเปียด้วย” วณีตวาดขู่เย็นว่าถ้าแตะตัวเปียอีกแม้แต่นิดเดียวเป็นเรื่องแน่!

“อ้อ...มีแม่เข้าข้างอย่างนี้นี่เอง คุณหนูเปียถึงได้สันดานเสีย เที่ยวทำร้ายคนอื่น” เย็นจ้องหน้าวณี

คุณหญิงทนไม่ได้ เดินมาเผชิญหน้าตำหนิเย็นว่า “ก่อนจะว่าใคร แกส่องกระจกดูเงาตัวเองบ้างรึยังนังเย็น ก็เพราะแกใช้แต่ความรุนแรงแบบนี้ไง ลูกหลานฉันถึงได้ใช้ความรุนแรงเหมือนกับแก สันดานต่ำ สันดานไพร่ ใช้แต่อารมณ์ตัดสินปัญหา รู้เอาไว้ด้วย ถ้าแกไม่ขโมยเอาหลานฉันไป หลานฉันก็ไม่ติดสันดานไพร่ ใช้แต่ความรุนแรงมาจากแกหรอก”

“แต่ถ้าลูกชายคุณหญิงไม่ทำร้ายฉันก่อน ฉันก็ไม่สันดานต่ำขโมยลูกใครไปเลี้ยงให้มันเปลืองข้าวสุกหรอกค่ะ” เย็นโต้ แม้คุณหญิงจะเรียกปราม แต่หยุดเย็นไม่ได้ เย็นหัวเราะเยาะถามว่า “แล้วคุณหญิงไม่คิดจะด่าลูกชายตัวเองหน่อยหรือคะ ทำร้ายหลอกลวงผู้หญิง หรือที่ไม่ด่าเพราะคุณอุทัยกับคุณหญิง ‘สันดาน’ เหมือนกัน ชอบกดขี่ข่มเหงคนที่มันต่ำกว่า”

คุณหญิงโกรธจัดกระชากเย็นไปตบอย่างแรงจนล้มแล้วจะเข้าขย้ำ อุทัยดึงคุณหญิงไว้ น้อยรีบไปประคองเย็น แต่เย็นยังด่าไม่หยุด...

“แล้วอย่ามาด่านะคะ ว่าดิฉันชอบใช้ความรุนแรง เพราะคุณหญิงก็ถนัดใช้แต่ความรุนแรงเหมือนกัน” แล้วบอกน้อย “น้าจะตามมาบอกว่าอย่าเสียเวลาเอาข้าวแช่มาให้คุณๆท่านเลย แต่คงไม่ทันแล้ว เพราะคนที่เขาไม่เห็นหัวเรา ต่อให้เราทำดีแทบตาย เขาก็ไม่เห็นหัวเราอยู่ดี”

คุณหญิงฟังแล้วสะอึก อุทัยมองเย็นอย่างเจ็บปวด วณีเห็นสายตาของอุทัยก็กอดเปียแน่น ย้อนเย็นว่า

“จริงจ้ะ เพราะของบางอย่างถ้ารู้ว่าไม่คู่ควรกับเรา เราก็ไม่ควรเสียเวลาก้มหน้าลงไปมอง ไปลูกเปียเข้าบ้าน”

วณีพาเปียเข้าบ้าน เปียหันจ้องน้อยตาแทบถลนเหมือนขู่ว่าอย่ามาหือกับตน คุณหญิงบอกเย็นว่าทุกคนได้ยินแล้วไล่เย็นให้กลับไปเสีย เห็นอุทัยมองเย็นกับน้อยอย่างสงสารเห็นใจ ก็สั่ง

“อุทัยเข้าบ้าน!”

อุทัยตามคุณหญิงเข้าบ้านไป เย็นกอดน้อยน้ำตาท้น แต่เย็นกลืนน้ำตาเข้าไปไม่ยอมให้ใครเห็น แล้วพาน้อยกลับไป

พอเลอสรรเห็นน้อยกลับไปก็รีบตามไปทันที

เมื่ออุทัยเข้าบ้านไปแล้ว คุณหญิงถามอย่างไม่พอใจว่าเขายังมีเยื่อใยกับเย็นอยู่หรือ

“ครับ ผมยังมีเยื่อใยกับเย็นอยู่...ในฐานะผมเป็นคนผิด ที่ทำให้เรื่องเป็นแบบนี้ ถ้าผมไม่มักง่ายมองอะไรง่ายๆ ยึดเอาความพอใจของตัวเองเป็นที่ตั้ง ก็จะไม่มีใครเจ็บปวด ทั้งเย็น ทั้งวณี ทั้งผม โดยเฉพาะลูกเปีย...”

คุณหญิงมองอุทัยแววตาอ่อนลง พูดอย่างสะเทือนใจ...

“ถ้าอย่างนั้น...แม่เองก็มีส่วนผิด ที่ห้ามลูกไปรักกับนังเย็น แต่ตอนนี้ อุทัยเป็นพ่อคนแล้ว อุทัยเข้าใจใช่ไหม เพราะอุทัยคงไม่ยินดีที่จะให้ยัยเปียไปรักไปชอบกับประวิทย์”

ooooooo

เลอสรรตามเย็นกับน้อยไปถึงทางเดินในสวน เขาเรียกเย็นและเอ่ยขอโทษ เย็นย้อนถามว่าทำไมต้องขอโทษในเมื่อคนที่ทำผิดกับตนไม่ใช่เขา

“แต่ผมทำผิดต่อน้อย...ผมอยากขอโทษน้อยต่อหน้าน้าเย็น เพื่อที่น้าเย็นกับน้อยจะได้รู้ว่าผมจริงใจกับน้อยกับน้าเย็น”

“อ้อ...กำลังจะบอกว่าคุณเลอสรรยินดีที่จะก้มหน้าลงมามองคนต่ำต้อยกว่า...แต่อย่างที่คุณวณีบอกนั่นแหละค่ะ ถ้ารู้ว่าอะไรไม่คู่ควรก็อย่าเสียเวลาก้มหน้าลงไปมอง” พูดแล้วเย็นพาน้อยเดินไปเลย

เลอสรรวิ่งตามพยายามบอกว่า ของที่มีค่าสำหรับแต่ละคนไม่เหมือนกัน สำหรับตนน้อยเป็นสิ่งมีค่า เย็นสวนทันควันว่า

“ฉันเอง ครั้งหนึ่งก็เคยเป็นคนสำคัญ คนที่มีค่าสำหรับคุณอุทัย แต่มาวันนี้ คุณก็เห็นแล้วว่าฐานะฉันคืออะไร อย่ามายุ่งกับยัยน้อยอีก กลับไป”

เลอสรรไม่พูดแต่ไม่กลับ เย็นมองครู่หนึ่ง แต่พอน้อยเดินกลับไป เลอสรรมองตามด้วยแววตาที่หนักแน่นมั่นคง

ooooooo

เย็นพาน้อยกลับถึงบ้านพัก น้อยประคองเย็นขึ้นบันไดบอกให้ค่อยๆเดินเพราะน้ายังเจ็บอยู่ เย็นบอกว่าเจ็บกายไม่เท่ากับเศษเสี้ยวที่เจ็บใจหรอก

“น้อยเข้าใจน้าเย็นค่ะ แล้วน้อยก็รู้ความเจ็บปวดทุกข์ใจของน้าเย็น น้าเย็นไม่ต้องห่วงนะคะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น น้อยจะอยู่เคียงข้างน้าเย็นค่ะ” เย็นถามว่าถึงแม้ใครจะดูถูกหรือ? “ค่ะ...เพราะน้าเย็นคือคนที่เลี้ยงน้อยมา ไม่มีน้าเย็นก็จะไม่มีน้อย”

“น้อย...จำได้ไหมที่เคยบอกน้าว่า น้อยจะไม่มีความรัก...สัญญากับน้าได้ไหมว่า น้อยยังยืนยันคำนั้นอยู่ ถึงแม้คุณเลอสรรจะรักน้อย...แต่ยังไงคุณเลอสรร

เขาเป็นของเปีย”

“ค่ะ...น้าเย็น” น้อยรับคำน้ำตาไหลอย่างเจ็บปวดหัวใจ เย็นเองก็สงสารน้อยจนน้ำตาไหล กอดน้อยไว้แน่น...

“ขอบใจมากน้อย...ขอบใจ...”

ooooooo

เปียอ้อนวณีจนอุทัยรำคาญบอกให้เลิกร้องไห้ได้แล้ว เลยขัดใจกับวณีอีก เปียคร่ำครวญว่าตนถูกเย็นยันจนไส้จะทะลักออกมาแล้ว

“แล้วทีลูกเปียตีน้อย ทำไมไม่คิดว่าน้อยเขาเจ็บบ้าง” อุทัยถาม เปียอึ้งทำหน้างอ “แล้วมันเรื่องอะไรถึงได้ตีน้อย ไหนบอกพ่อมาซิ” เปียหน้าซีดพูดไม่ออก อุทัยย้ำให้บอกมาว่าทำไมถึงไปทุบตีน้อย!

“น้อย...น้อยจะมาแย่งคุณพ่อคุณแม่ไปจากเปีย” เปียโพล่งออกไปแล้วตอแหลว่า น้อยทำทุกอย่างที่จะให้อุทัยกับวณีสนใจ เมื่อกี๊ก็ทำข้าวแช่มาให้เหมือนหักหน้าตน แล้วหันไปอ้อนคุณย่าว่าจะดุจะตีจะด่าอย่างไรก็ได้ขอแต่อย่ารักน้อยมากกว่าตนได้ไหม เพราะเย็นก็รักน้อยมากกว่าตนอยู่แล้ว ตนคงทนไม่ได้ถ้าทุกคนรักน้อยมากกว่าตน

ทั้งอุทัยและวณีต่างต้องพูดปลอบใจเปีย คุณหญิงบอกเปียว่าต่อไปอย่ารังแกน้อยอีก น้อยก็ไม่ต่างกับเปียเพราะถูกเย็นเลี้ยงมาด้วยความรุนแรง เปียจึงสงบลง

เมื่ออยู่กันลำพังสองคน อุทัยบอกวณีว่าไม่อยากให้เธอกับคุณหญิงตามใจเปียมากเกินไป วณีอ้างอาการป่วยของเปียอีก อุทัยติงว่าคนป่วยอื่นไม่เห็นจะเป็นอย่างเปีย ถูกวณีย้อนถามประชดว่าเขาติดตามคนพวกนั้นตลอด 24 ชั่วโมงหรือถึงได้รู้ดีนัก แล้วตัดบทเสียงเข้มว่า

“ลูกป่วยก็คือลูกป่วย ถ้าพี่อุทัยไม่เชื่อว่าลูกป่วย ก็ไปคุยกับหมอเองค่ะ” พูดแล้วเดินแยกไปเลย อุทัยได้แต่ถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม

อุทัยไปพบรจนาที่นำความเห็นของหมอมาบอกว่า ไบโพลาร์เป็นโรคเกี่ยวกับอารมณ์ และผู้ป่วยก็มักไม่รู้ตัวควบคุมอารมณ์ไม่ได้เหมือนเปีย แต่ตนก็แปลกใจเพราะหมอเปลี่ยนยาให้แล้วทำไมอาการเปียจึงยังไม่ดีขึ้น ตั้งข้อสังเกตว่าหรือเปียไม่ได้กินยา

“คุณอุทัยต้องดูแลคุณเปียเยอะๆนะคะ ถึงโรคนี้จะหายก็กลับมาเป็นใหม่ได้ถ้าไม่ได้รับการดูแล การรักษาจำเป็นต้องได้รับยาอย่างต่อเนื่อง เน้นจิตบำบัดที่ปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม รวมทั้งพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้อื่น อย่างที่คุณวณีย้ำอยู่บ่อยๆน่ะค่ะ ต้องรักและเข้าใจคุณเปีย”

“ผมจะพยายามครับ”

“อดทนนะคะ รจเป็นกำลังใจให้ค่ะ โรคจิตเวชไม่จำเป็นต้องเป็นคนวิกลจริต แต่ถ้าไม่รักษา ผู้ป่วยอาจจะวิกลจริตได้ อย่าลืมให้คุณเปียกินยาอย่างสม่ำเสมอด้วยค่ะ”

วณีเป็นคนดูแลและจัดยาให้เปีย ทั้งที่รู้ว่าเปียแอบเอายาทิ้ง แต่วณีก็ไม่กล้าที่จะพูดหรือเคี่ยวเข็ญให้เปียกินยาเลย เพราะกลัวขัดใจแล้วเปียจะอาละวาด ได้แต่แอบกลุ้มอยู่คนเดียว

ooooooo

เปียทั้งกลัวและแค้นระแวงว่าประวิทย์จะเป็นคนพูดเรื่องตนทำร้ายนมแสและฆ่าฝ้าย พอฉุกคิดก็พรวดไปหาประวิทย์ทันที

ไปถึงบ้านประวิทย์ เปียแทรกตัวเข้าไปในห้อง ใช้มารยายั่วประวิทย์แล้วถามว่าน้อยรู้เรื่องนมแสได้อย่างไร ประวิทย์ไม่ตอบ แต่บอกว่าไม่ว่าเปียจะโกหกหลอกลวงอย่างไรตนกับน้อยก็ไม่คิดทำร้ายเธอ เปียได้ยินประวิทย์พูดว่า “ผมกับน้อย” ก็หึงประวิทย์ว่าสนิทสนมกับน้อยมากกว่าตน

“ครับ...เพราะน้อยเป็นคนดี น่ารัก จริงใจ” ประวิทย์ ตอบตรงๆ เปียถามว่าแล้วตนล่ะ “โกหก กะล่อน ปลิ้นปล้อน ตอแหล” ผลคือประวิทย์ถูกเปียตบ เขาพยายามที่จะลากเปียออกไปจากบ้าน แต่ไม่ทันระวังตัวเลยถูกเปียยันตกบันไดลงไปกองที่พื้น เปียตามไปจิกผมประวิทย์ที่คว่ำหน้าอยู่เงยขึ้น

ลูกเต๋าถือดอกไม้ผ่านมาเห็นเต็มตามองตะลึงแล้ววิ่งอ้าวไปเล่าให้จวน หวาน ช้อยและนายเอิบฟังอย่างตื่นเต้นว่าเซ็กซี่ซีเปียซ้อมประวิทย์ ทุกคนตกใจวิ่งออกไปทันที แต่พอเปียเห็นพวกในครัวกับแม่บ้านมาก็ผละจากประวิทย์มาไล่ฟาดฟันทุกคนจนแตกกันกระเจิง ประวิทย์เห็นเหตุการณ์ลุกลามเขาตะโกน “ไปตามคุณท่านมาเร็ว”

“เฮ้ย อย่านะโว้ย” เปียตวาดชี้หน้ากราด “ใครไปฟ้องพ่อแม่ฉัน ตาย!!” เปียชี้หน้าทุกคนขู่พลางถอยไป

ooooooo

วณีเดินไปเก็บยาที่เปียทิ้งจากหน้าต่างขึ้นดูอย่างกลุ้มใจ ระหว่างนั้นเห็นเปียเดินอารมณ์เสียปึงปังมาพาลเตะกระถางต้นไม้หน้าบ้านจนแตก ก็ได้แต่มองอึ้ง ไม่กล้าว่าแม้แต่คำเดียว

เพราะนมแสไม่สบาย วณีจึงเป็นคนจัดอาหารให้ อุทัย เขาพูดอย่างเห็นใจว่านมแสไม่สบายเธอเลยต้องเหนื่อย บ่นว่าถ้าเปียมีความเป็นกุลสตรีเป็นแม่บ้าน แม่เรือนเหมือนน้อยบ้างก็คงจะดี

วณีไม่อยากให้ตำหนิเปียบอกว่าเราควรยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น แต่อุทัยก็ยังอยากเห็นเปียทำอะไรเป็นบ้าง แม้จะเล็กๆน้อยๆ เช่น ทำกับข้าว หรือขนม ก็น่าจะทำให้เราได้ชื่นใจบ้าง ทำให้วณีนึกถึงน้อยที่ทำข้าวแช่มาให้วันนั้น แต่มีเรื่องเสียก่อนเลยไม่ได้กิน วณีเดินไปที่บ้านพักเย็น เปียเห็นจึงแอบตามไป

วณีมาบอกน้อยว่าอยากชิมข้าวแช่ฝีมือน้อย ทำให้ชิมใหม่ได้ไหม

น้อยดีใจรับปากจะทำให้ แต่ถูกเย็นถามอย่างไม่พอใจว่า “ฉันอนุญาตแล้วเหรอนังน้อยถึงไปตอบว่าได้น่ะ”

น้อยชะงัก เย็นเดินออกไปเผชิญหน้าวณี ถามอย่างไม่พอใจว่าใจคอเธออยากได้ทุกอย่างของตนเลยหรือ พอวณีถามว่าตนแย่งอะไรจากเธอ เย็นเย้ยว่าวณีโบท็อกซ์ทุกอย่าง และโบท็อกซ์สมองจนจำไม่ได้แล้วหรือว่าเคยแย่งผัวใคร

วณีที่อดทนหลีกเลี่ยงที่จะมีปัญหากับเย็นตลอดมา เลือดขึ้นหน้า ต่างโต้เถียงกันเรื่องใครแย่งผัวใคร วณีถามว่าระหว่างผู้หญิงที่เป็นแค่ของเล่นกับเมียแต่ง สังคมให้เกียรติเมียแบบไหนมากกว่ากัน ตอกหน้าเย็นจนสะใจแล้ว วณีบอกน้อยว่า

“ฉันรอกินข้าวแช่อยู่จ้ะหนูน้อย” พูดแล้วเดินกลับไป

ส่วนเปียได้ยินวณีตอกหน้าเย็นเช่นนั้นก็หันหลังกลับไปอย่างสะใจ

มีเรื่องโต้เถียงกับเย็นทำให้วณีไม่สบายใจจนเลอสรรทัก วณีบอกว่าตนทะเลาะกับเย็นมาและตนก็พูดให้เย็นเจ็บใจ บอกเลอสรรว่า

“ที่จริงน้าไม่อยากทำอย่างนั้นเลยนะ แต่น้าจำเป็นต้องพูด น้าจำเป็นต้องปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง เพราะ ที่ผ่านมาเย็นดูถูกเหยียบย่ำการเป็น ‘เมียแต่ง’ ของน้า เหลือเกิน”

เลอสรรฟังแล้วได้แต่นิ่งด้วยความเห็นใจทั้งสองฝ่าย...

ooooooo

เปียทั้งอยากอ่อยเลอสรรและกังวลเรื่องประวิทย์จะเอาเรื่องของตนไปแฉ คืนนี้จึงแต่งชุดนอนเซ็กซี่ไปแอบนั่งมืดๆที่เตียงของเลอสรร พอเขาเข้ามาเปียก็บีบน้ำตาอ้อน

“พี่เลอ...เปียกลุ้มใจ ทุกข์ใจเรื่องที่ประวิทย์พาเปียเข้าโรงแรม เปียกลัวประวิทย์จะเอาเปียไปพูดให้เสียหาย พี่เลอช่วยเปียได้ไหมคะ” เลอสรรถามว่าจะให้ช่วยอย่างไร “ทำอะไรก็ได้ให้ประวิทย์ไปจากที่นี่!”

เวลาเดียวกัน วณีคิดถึงที่รจนาย้ำกับอุทัยว่าต้องให้เปียกินยาอย่างสม่ำเสมอ จึงลุกไปเคาะประตูห้องเปีย พอเปิดเข้าไปไปปรากฏว่าเปียไม่อยู่?

เปียยังปั้นน้ำเป็นตัวใส่ร้ายประวิทย์อ้อนให้เลอสรรช่วยไล่ประวิทย์ออกจากบ้านไป เลอสรรบอกว่าขอคิดดูก่อนแต่ยังไงตนก็ต้องช่วยแน่นอน บอกเปียให้ไปนอนก่อน เปียดี๊ด๊าดีใจแต่คืนนี้ไม่ยั่วยวน พอออกจากห้องเลอสรร เปียนึกสะใจ

“แกได้ไปจากที่นี่แน่ไอ้ประวิทย์”

เปียระริกระรี้ออกจากห้องเลอสรรกลับเข้าห้องตัวเอง ร้องเพลงและเต้นอย่างเมามัน วณีค่อยๆแง้มประตูดู เห็นเปียอารมณ์ดีจนล้นขนาดนั้นก็หนักใจกับ อารมณ์สองขั้วของเปียในช่วงระยะแค่สั้นๆ

รุ่งขึ้นขณะเลอสรรแปรงฟันก็ยังคิดสงสัยที่เปียมาบอกเมื่อคืนที่ว่า “ทำอะไรก็ได้ให้ประวิทย์ไปจากที่นี่” เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จ เขาเดินไปทางบ้านประวิทย์ วณีที่มาส่งอุทัยเห็นจึงตามไปด้วยความสงสัย

เลอสรรเจอประวิทย์ในชุดนักศึกษากำลังจะออกไป พอเขาเรียกประวิทย์ก็มีท่าทีตกใจจำต้องหันมาถามว่ามีอะไรไหม

“ฉันขอคุยด้วยแบบลูกผู้ชายหน่อยได้ไหม”

เลอสรรถามอย่างผ่าเผย ประวิทย์จึงพาเข้าไปนั่งคุยที่บ้านพัก เป็นโอกาสดีที่วณีย่องไปแอบฟังได้ง่าย

หลังจากแบปัญหากัน ประวิทย์ยืนยันว่าตนไม่ได้มอมยาเปีย วันนั้นเปียเป็นคนขับรถ จู่ๆเปียก็เลี้ยวรถเข้าม่านรูด เลอสรรถามว่าเขากับเปียมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า เพราะจากวันนั้นเห็นเหมือนเขาข่มขู่เปีย

“ครับพี่...แต่ผมขอไม่บอกว่าเรื่องอะไร มันเป็นปัญหาของผมกับคุณหนู และผมก็สาบานได้ ผมไม่เคยคิดที่จะทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของคุณหนูแม้แต่นิดเดียว”

เลอสรรเชื่อคำยืนยันของประวิทย์ ส่วนวณีที่แอบฟังอยู่หน้าซีดใจสั่นกับสิ่งที่ได้ฟังจากปากประวิทย์เอง

แต่พอกลับไปเจอเปีย ฟังเปียปากหวานอ้อนออเซาะไม่กี่คำก็ใจอ่อนอีกตามเคย

ooooooo

วันนี้เลอสรรไปสอนเด็กหญิงวัย 6-7 ขวบวาดรูป หนูน้อยให้แม่เป็นแบบ วาดแล้วมอบให้แม่ยังความภูมิใจแก่แม่มาก เมื่อเลอสรรจะกลับ หนูน้อยเอาช่อไฮเดรนเยียให้บอกว่า

“แม่ให้เอาดอกไม้มาให้อาจารย์ค่ะ แม่บอกว่า ดอกไม้เป็นภาษาสากลที่บอกความรู้สึกเราได้...แม่บอกว่าขอบคุณที่มาสอนให้น้องหญิงวาดรูปของแม่ค่ะ” ระหว่างนั้นคุณแม่ของน้องหญิงก็ชูรูปที่น้องหญิงวาดให้เลอสรรดูอย่างภูมิใจ

“น้องหญิงบอกคุณแม่ให้ด้วยนะ ขอบคุณมากที่ทำให้วันนี้เป็นวันที่พิเศษที่สุดของอาจารย์”

“ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ” น้องหญิงยกมือไหว้แล้ววิ่งไปหาคุณแม่ เลอสรรมองช่อไฮเดรนเยียยิ้มๆ เหมือนคิดอะไรอยู่ ครู่เดียวเขาก็ไปซื้อลิลลี่สีขาวช่อใหญ่ที่ร้านขายดอกไม้ เอากลับไปพร้อมช่อไฮเดรนเยีย

พอกลับถึงบ้านเจอเปียดี๊ด๊ามารับ ถามทันทีว่าจัดการเรื่องประวิทย์ให้แล้วหรือยัง เลอสรรบอกว่าประวิทย์ไม่ได้เป็นผู้ชายที่แย่อย่างนั้นหรอก บอกเปียว่าอย่าคิดมากต่างคนต่างอยู่ ตนเชื่อว่าประวิทย์จะไม่เอาเปียไปพูดในทางที่เสียหายแน่นอน

เปียฮึดฮัดขัดใจน้ำตาคลอ เลอสรรปลอบว่ายังไงพี่ชายคนนี้ก็พร้อมจะปกป้องน้องสาวคนนี้เสมอ แล้วส่งช่อไฮเดรนเยียให้ เปียยิ้มปลื้ม บอกว่าตั้งแต่เกิดมาตนยังไม่เคยได้ดอกไม้จากใครเลย ขอบคุณที่ให้ดอกไม้ตน พอเลอสรรบอกว่าเป็นดอกไม้ที่ลูกศิษย์ให้มา ตนแค่ฝากเปียให้เอาไปเก็บที่ห้องให้ที เปียก็หน้าเจื่อน จ๋อย เสียใจ

เปียไม่ได้เอาดอกไม้ไปเก็บให้ แต่แอบตามเลอสรรไป เห็นเขาเอาลิลลี่สีขาวช่อใหญ่ให้น้อยก็แทบกรี๊ด

“พี่ให้...น้าเย็นห้ามใจพี่ไม่ได้ และถ้าน้อยอยากรู้ว่าพี่รู้สึกยังไง ลิลลี่ช่อนี้บอกน้อยได้ รับไว้นะจ๊ะ” พลางก็จับมือน้อยมารับช่อลิลลี่ไป

เปียร้องไห้ออกมาอย่างคนที่รู้ตัวว่าแพ้แล้ว...แพ้อย่างราบคาบจริงๆ... เปียวิ่งน้ำตาไหลพรากกลับไปอย่างสมเพชตัวเอง

น้อยเอาช่อลิลลี่ซ่อนไว้ข้างหลังรีบเข้าห้องนอน โล่งใจที่เย็นไม่เห็น พอเข้าห้องปิดประตูก็มองช่อลิลลี่อย่างปลื้มปีติ เห็นกระดาษโน้ตซ่อนอยู่ในช่อ หยิบมาคลี่อ่าน

“ดอกลิลลี่คือดอกไม้ที่แทนความน่ารัก อ่อนหวาน ถ้ามีใครมามอบดอกลิลลี่ให้คุณแปลว่า...” ข้อความที่เขียนด้วยลายมือมีเพียงเท่านั้น น้อยยังไม่ทันละสายตาจากกระดาษโน้ต เสียงมือถือก็ดังขึ้น น้อยรับ...เห็นภาพเลอสรรยิ้มแจ่มใสบอก

“พี่...รัก...น้อย...จ้ะ” น้อยยิ้มเขิน ในขณะที่เลอสรรถอนใจโล่งอกที่ได้บอกรักน้อย...

ขณะน้อยกำลังปลื้มปีติอยู่กับช่อลิลลี่และข้อความที่ได้รับนั้น ได้ยินเสียงเย็นอุทาน อุ๊ย น้อยรีบออกมาดู เห็นมือเย็นเลือดไหลโกรกเพราะถูกคัตเตอร์บาดขณะถักเชือก น้อยจับมือดูเห็นบาดลึกจึงจะเอายามาทำแผลให้

“ไม่ต้อง...ปล่อยให้เลือดโง่มันไหลออกจากตัวน้าบ้างก็ดี น้าจะได้ไม่ต้องเจ็บ ต้องแค้น จมอยู่กับความเพ้อฝันของอดีต” น้อยสงสารเย็นมากจับมือเย็นไล้เลือดของเย็นชะโลมมือตนบอกว่า...

“น้อยอยากมีเลือดหยดเดียวกับน้าเย็น เพราะเวลาน้าเย็นเจ็บ น้อยจะได้แบ่งเบาความทุกข์ความเจ็บปวดจากน้าเย็น แต่ถ้าหากเราไม่อยากเจ็บ ก็ไม่ควรเก็บ

ความทุกข์ไว้กับเราค่ะ”

“น้าจะพยายามจ้ะ” เย็นพูดอย่างรับรู้ถึงความรักความห่วงใยของน้อย...

ooooooo

วันนี้น้อยทำข้าวเกรียบปากหม้อ เย็นพูดอย่างระแวงว่านึกว่าทำข้าวแช่ให้วณี สั่งอย่าทำให้มัน พอน้อยจะติงเย็นบอก

“น้าขอได้ไหม”

“ค่ะ...น้าเย็น เดี๋ยวน้อยทำขนมเสร็จเราไปถวายเพลด้วยกันนะคะ น้อยอยากให้น้าเย็นสบายใจ

หลังจากถวายเพลแล้ว ระหว่างเดินในบริเวณวัดที่มีป้ายต่างๆ ติดไว้ตามต้นไม้ เย็นเห็นข้อความหนึ่งสะดุดใจเรียกน้อยแล้วเดินกลับไปอ่าน

“ผู้ใดระวังรักษาจิต ผู้นั้นจักพ้นจากบ่วงมาร”

“ไม่ควรคำนึงถึง สิ่งที่ล่วงแล้ว” น้อยอ่านบ้าง แล้วสองน้าหลานก็มองหน้ายิ้มให้กัน เย็นบอกน้อยว่า

“น้าจะพยายามไม่คิดถึงสิ่งที่ทำให้น้าเจ็บอีกนะน้อย และถ้าวันไหนน้าไปจากบ้านอนุรักษ์ธานิน นั่นแปลว่า ความเจ็บของน้ามันได้จบสิ้นไปแล้ว”

“ค่ะ...น้าเย็น” น้อยจับมือเย็นดีใจมาก

เมื่อจวนเอาของว่างไปให้คุณหญิงมีข้าวเกรียบปากหม้อกับสาคู คุณหญิงชมว่าน่ากินมาก สาคูก็ใสไม่เป็นตากบ ถามว่าซื้อจากที่ไหนหรือ พอรู้ว่าน้อยเป็นคนทำคุณหญิงถามทึ่งว่า

“หนูน้อยน่ะเหรอทำ??” จวนบอกว่าน้อยทำได้หลายอย่าง แบ่งมาให้ที่ครัวกินกันบ่อยๆ คุณหญิงก็ชม “น่ารัก น่าเอ็นดูจริงๆ น่าจะเกิดมาเป็นหลานฉันนะไม่น่าเกิดมาเป็นหลานนังเย็นเลย...นี่ฉันอยากตกรางวัลให้ ไปตามหนูน้อยมาให้ฉันหน่อยไป”

พอจวนมาบอกน้อย เย็นไม่ให้ไป สั่งจวนว่า

“ไปบอกคุณหญิงนะพี่จวนที่รัก ยัยน้อยมันหลานฉัน ฉันย่อมมีสิทธิ์จะให้มันไปหรือไม่ไปไหนก็ได้ โดยเฉพาะถ้าไปแล้วมีคนดูถูก ฉันไม่ให้ไป”

จวนกลับไปบอกคุณหญิง คุณหญิงโกรธถามว่าเย็นอวดดียังไงถึงไม่ให้น้อยมา พอจวนเล่าให้ฟัง คุณหญิงโมโหด่า...

“นังเย็น นังขี้ข้า มันกำเริบขึ้นทุกวัน หนูน้อยน่ารักขนาดนั้นใครจะไปดูถูก ได้...ถ้ามันไม่ให้หนูน้อยมาหาฉัน ฉันจะไปหาหนูน้อยเอง!!” คุณหญิงหน้าตาเอาเรื่อง จวนหน้าเจื่อนเชื่อว่าต้องมีเรื่องแน่

ooooooo

คุณหญิงไปถึงบ้านเย็นก็กระทืบเท้าปึงปังขึ้นบันได พอเย็นกับน้อยเห็นต่างพากันมองอ้าปากค้าง

“ไม่ต้องมาอ้าปากเลยนังเย็น” คุณหญิงเปิดฉากอ้างว่าที่ดิน บ้าน ล้วนเป็นของตน ตนจะมาทำอะไรก็ได้ ถามว่ามีอะไรที่เป็นของเย็นบ้าง เย็นบอกทันทีว่า มีน้อยไง! แล้วลุกไปยืนบังไว้ไม่ยอมแม้แต่จะให้คุณหญิงมองน้อย

คุณหญิงกับเย็นยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา ต่างจะเอาชนะกันให้ได้ จนคุณหญิงถูกผลักล้ม น้อยถลาจะไปประคองถูกเย็นสั่งห้าม น้อยถามว่า

“แต่น้าเย็นทำคุณหญิงเจ็บ น้าเย็นคงไม่อยากให้น้อยเป็นคนไม่ดีใช่ไหมคะ”

เย็นมองน้อยอย่างไม่พอใจแต่ปล่อยมือที่ยื้อน้อยไว้ คุณหญิงดีใจที่น้อยมาหา พอน้อยจะไปส่งคุณหญิง เย็นจะตาม คุณหญิงสั่งไม่ต้องตาม ตนไม่ยอมให้เย็นไปเหยียบแม้แต่เงาบ้านของตน

เมื่อพาคุณหญิงมาส่งถึงบ้าน น้อยกราบแทบเท้าคุณหญิงขอโทษแทนเย็น บอกคุณหญิงว่า

“น้อยรู้...จริงๆแล้วน้าเย็นก็รู้สึกผิด เพราะน้าเย็นสอนน้อยอยู่เสมอเรื่องความกตัญญูรู้คุณ การนอบน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่” คุณหญิงพูดประชดว่าที่เย็นทำกับตนมันนอบน้อมมากเลยนะ “น้อยกราบขอโทษคุณหญิงค่ะ แต่น้อยมั่นใจจริงๆว่าน้าเย็นรู้สึกผิด”

คุณหญิงถามน้อยว่าเป็นหลานเย็นจริงๆหรือ ทำไมความคิดอ่านถึงได้แตกต่างกันขนาดนี้ ถามว่าใครเลี้ยงน้อยมา น้อยยืนยันว่าน้าเย็นเลี้ยงตนมา คุณหญิงถามว่าแล้วพ่อแม่น้อยเป็นใคร?

“น้อยเป็นลูกของแม่ลำยอง พี่สาวของน้าเย็นกับพ่อโมกค่ะ”

“โมก...ลำยอง??” คุณหญิงทวนชื่อเหมือนจะคุ้นๆ พอน้อยถามว่าทำไม คุณหญิงบอกว่ารู้สึกคุ้นๆ แต่นึกไม่ออกว่าได้ยินที่ไหน ถามว่า “แล้วพ่อโมก แม่ลำยองของหนูทำมาหากินอะไร ทำไมหนูถึงต้องมาอยู่กับนังเย็น”

น้อยเล่าตามที่จำได้แต่ไม่รู้ว่าพ่อแม่ตายเพราะอะไร คุณหญิงถามว่าทำไมไม่ถาม

“ถามค่ะ แต่น้าเย็นไม่บอก แล้วเวลาที่น้อยถาม น้าเย็นก็จะร้องไห้แทบทุกครั้ง น้อยเลยไม่กล้าถามค่ะ”

คุณหญิงติงว่าคนอย่างเย็นหรือจะร้องไห้เป็น น้อยบอกว่าทุกครั้งที่พูดถึงอุทัยน้าเย็นก็จะร้องไห้ พูดแล้วน้อยตำหนิตัวเองว่าพูดมากเกินไปแล้ว คุณหญิงบอกว่าตนผิดเองที่ถามซอกแซก ขอโทษที่ทำให้น้อยไม่สบายใจ แล้วคุณหญิงก็ถอดกำไลของตัวเองให้น้อย น้อยบอกว่าตนรับไม่ได้

“ก็ฉันให้ ผู้ใหญ่ให้ของ น้อยไม่ควรปฏิเสธนะ”

“น้อยไม่กล้า คุณหญิงเก็บไว้ให้เปียเถอะนะคะ เดี๋ยวเปียรู้ เปียจะโกรธ แล้วน้อยก็เสียใจอีก แต่ที่คุณหญิงเมตตาก็ถือว่ากรุณาน้อยอย่างที่สุดแล้ว น้อยกราบขอบพระคุณมากค่ะ” กราบแล้วกระถดตัวออกไป

“เด็กอะไร น่ารัก เกิดผิดที่จริงๆ แม่น้อย” แล้วคุณหญิงก็หวนคิดชื่อ โมกกับลำยองอีก ทนสงสัยไม่ได้โทร.ถามอุทัย อุทัยจำไม่ได้เพราะวันๆ ตนพบปะผู้คนมาก แต่ก็รู้สึกคุ้นๆ

วณีได้ยินก็ฉุกคิดสงสัย...เมื่ออุทัยกลับมา เธอถามว่าทำไมคุณหญิงถึงโทร.ถามเรื่องพ่อแม่ของน้อย

“ท่านว่าท่านคุ้นเหมือนเคยได้ยินชื่อโมกกับลำยองมาก่อน น้ำเสียงท่านเหมือนกับว่าเคยรู้จัก เพียงแต่ท่านจำไม่ได้ว่าเคยรู้จักหรือได้ยินที่ไหน”

เปียแอบฟังอยู่ ถึงกับหน้าเสีย แววตาหวาดหวั่น หวาดกลัว เพราะเรื่องใกล้ตัวเข้ามาทุกทีแล้ว...

ส่วนน้อยพอกลับถึงบ้าน เย็นถามอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าคุณหญิงเป็นอย่างไรบ้าง น้อยบอกว่าเคล็ดขัดยอกเล็กน้อย เย็นถามว่าแล้วคุณหญิงให้รางวัลอะไร

“กำไลค่ะแต่น้อยไม่เอา” เย็นถามว่าทำไมไม่เอา “เพราะทุกอย่างของอนุรักษ์ธานินควรเป็นของเปียค่ะ”

“ดีแล้วที่น้อยคิดแบบนี้ เพราะเปียคือทายาทของอนุรักษ์ธานิน” เย็นพูดทั้งที่สะท้อนใจในความคิดดีของน้อย

ooooooo

คืนนี้เปียร้อนใจเดินวนในห้องจนดึกแล้วพรวดพราดออกจากห้อง เลอสรรมองจากหน้าต่างเห็นดังนั้นเขารีบตามไป

น้อยเห็นเย็นจัดของเตรียมไปส่งร้านเจ๊ บอกน้อยว่าช่วงนี้ทำงานได้เยอะพรุ่งนี้คงได้หลายเงิน น้อยจึงขออนุญาตไปเก็บดอกมะลิมาไหว้พระ พอเย็นอนุญาตน้อยก็รีบลงจากบ้านไป

เปียมาเห็นน้อยเก็บดอกมะลิก็ถามหาเรื่องว่าจะเก็บดอกมะลิไปทำข้าวแช่อีกหรือ น้อยบอกว่าวณีอยากกิน เปียอารมณ์ขึ้นทันทีหาว่าน้อยอยากเป็นลูกวณีใช่ไหมถึงได้พยายามเอาใจทุกอย่าง

“ไม่นะเปีย เพราะถ้าน้อยอยากเป็นจริงๆ น้อยคงยิ้มรับตั้งแต่ป้าๆ ในครัวสงสัยว่าน้อยเป็นลูกคุณๆแล้ว”

เปียตาลุก พอน้อยเล่าเรื่องที่ในครัวคุยกันให้ฟังก็ขู่น้อยว่า “ไม่ว่าใครจะสงสัยยังไง แกห้ามแสดงตัวอยากเป็นลูกพ่อแม่ฉันเป็นอันขาด ไม่งั้น แกตาย!!” เปียผลักน้อยอย่างแรงแล้ววิ่งออกไป

น้อยไม่อยากใส่ใจกับคำขู่ของเปีย แต่พอหันมาก็เห็นเลอสรรเดินตรงมาหาอย่างดีใจ น้อยทั้งดีใจและตกใจจะเดินหนี เลอสรรรีบคว้าแขนไว้ถามว่าทำไมต้องหนีตนอีก ถามเป็นนัยว่า ไม่ชอบดอกไม้ที่ให้หรือ หรือไม่ชอบที่ตนบอกรัก?

น้อยยิ่งเขิน เลอสรรยืนยันว่าตนไม่ได้หลอกหรือโกหกน้อยอย่างที่เย็นระแวง พูดจริงจังจริงใจว่า

“พี่รักน้อย รักตั้งแต่แรกเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง จิตใจแสนดี ไม่รังเกียจแม้กระทั่งคนจรจัด” น้อยนึกได้ว่าเขาแสดงเป็นคนจรจัดที่สถานีรถไฟ เลอสรรยิ้มอ่อนโยนบอกว่า “คนจรจัดที่น้อยไม่เคยรังเกียจจ้ะ”

“ไม่ว่าพี่เลอสรรจะเป็นใคร เรื่องของเราก็ไม่มีทางเป็นไปได้ค่ะ” น้อยตัดบทตัดใจทั้งที่เจ็บปวด

“เพราะน้าเย็นหรือ” เลอสรรถาม น้อยไม่ตอบแต่เดินหนีไป เขามองตามอย่างเจ็บปวด เครียด...

ooooooo

เปียผละจากน้อยก็ตรงดิ่งไปหาเย็นที่บ้านถามว่าคุณหญิงรู้ว่าพ่อแม่น้อยชื่อโมกกับลำยองได้ยังไง เห็นเย็นตกใจ เปียถามว่าเย็นไม่รู้เรื่องนี้ใช่ไหม

พอเย็นบอกว่าไม่รู้เรื่อง เปียจิกตาคำรามว่าต้องเป็นน้อยแน่ที่ไปบอกคุณหญิงเรื่องนี้ บอกเย็นว่า

“ตะกี้มันก็ขู่เปียด้วย มันบอกพวกคนใช้คิดว่ามันเป็นหนูเอื้อย” เย็นฟังแล้วยิ่งหวาดหวั่น เปียตกใจยิ่งกว่าเขย่าแขนเย็นรบเร้าก่อนไปว่า “น้าเย็นต้องช่วยเปียนะ อันดับแรกน้าเย็นต้องจัดการนังน้อยที่ปากโป้งเรื่องพ่อแม่ให้คุณหญิงฟัง”

เมื่อน้อยกลับมา เย็นถามอย่างไม่พอใจว่าเรื่องอะไรถึงไปเล่าเรื่องพ่อแม่ให้คุณหญิงฟัง น้อยตอบซื่อๆ ว่าเพราะคุณหญิงถาม เย็นกระชากแขนน้อยอย่างแรงประชดว่า

“คราวหน้าคราวหลัง แกก็ตะโกนบอกเขาไปเลยว่าพ่อแม่แกเป็นโจร เป็นคนเลว คนชั่ว” น้อยตกใจถามว่าน้าเย็นหลอกใช่ไหม “ฉันไม่ได้หลอก พ่อแกถูกตำรวจยิงตาย ส่วนแม่แกก็ถูกขาใหญ่ฆ่าตายในคุก เอาซี้...ต่อไปเจอใครก็เล่าประวัติพ่อแม่แกให้คนเขาฟังแล้วกัน เขาจะได้ตราหน้าแกว่า ลูกโจร!” เย็นผลักหน้าผากน้อยจนหงายแล้วเข้าห้องไป

อึดใจเดียวเย็นก็เปิดประตูออกมา เห็นน้อยนั่งร้องไห้อยู่ก็พูดเสียงอ่อนลงว่า

“ไม่มีใครเปิดเผยตัวเองได้ทุกซอกทุกมุมหรอก แกก็เหมือนกัน...รวมทั้งน้าด้วย...อย่าไว้ใจใคร คน

พวกนั้นทำดีกับแก ก็เพราะอยากรู้อยากเห็นแล้วก็เอามาดูถูก จำไว้นะน้อย ไม่มีใครหวังดีกับเราเท่ากับคนในครอบครัวหรอก”

“ค่ะ...น้าเย็น น้อยรักน้าเย็นค่ะ” น้อยโผกอดเย็นร้องไห้เหมือนเด็กเสียขวัญ เย็นกอดตอบ ทั้งรัก ทั้งแค้น หวงแหนและเวทนา...

ooooooo

เย็นนอนไม่หลับกระวนกระวายใจเรื่องที่เปียเล่าให้ฟังว่าคุณหญิงถามถึงพ่อแม่ของน้อยและในครัวก็พูดถึงเอื้อยกัน

รุ่งขึ้นเย็นไปหาจวนที่ครัวถามเรื่องนี้ จวนบอกว่าคุณหญิงแค่เอ็นดูน้อยเท่านั้น ถามเย็นว่ากลัวคุณหญิงจะแย่งน้อยไปหรือ เย็นบอกว่าตนเลี้ยงมาก็ต้องรักต้องหวง ย้ำกับจวนว่า

“แต่พี่จวนต้องบอกพวกปากรั่วด้วยนะ อย่าพูดเรื่อยเปื่อยว่าน้อยเป็นคุณหนูเอื้อย ฉันสงสารคุณหนูเปีย”

พอดีหวานกับช้อยเดินเข้ามา เย็นเปลี่ยนเรื่องทันที ทำทีถามจวนว่านมแสเป็นอย่างไรบ้าง ฟังจวนพูดอย่างไม่สนใจนักแต่แสดงความเวทนา ภาวนาให้หายเร็วๆ แล้วเดินผ่านหวานกับช้อยออกไป หวานถามจวนว่าเย็นมาสืบเรื่องนมแสหรือ

จวนแก้ต่างให้เย็นว่าแค่มาถามเท่านั้น แต่ทั้งหวานและช้อยไม่เชื่อ กระทั่งสงสัยว่าเย็นอาจจะเป็นคนร้ายตัวจริง

“ถึงเย็นจะเป็นคนดุ แต่ฉันมั่นใจ มันฆ่าคนไม่ได้แน่นอน” จวนโต้มองทั้งสองอย่างตำหนิ

“ได้หรือไม่ได้ นมแสพูดได้เมื่อไหร่ก็รู้เองแหละพี่จวน!!” หวานพูดทิ้งท้ายประชดจวน

ooooooo

วณีพาเปียไปเยี่ยมนมแสที่โรงพยาบาล หมอ

บอกวณีว่าหมอหวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์กับนมแสที่อาจกลับมาเหมือนเดิมได้

นมแสนอนฟังอยู่ แม้พูดไม่ได้ ได้ยินหมอพูดเช่นนั้นนมแสยิ้มให้หมอ นึกในใจ

“ฉันจะทำให้ได้ แกจะต้องได้รับผลกรรมของแก นังเปีย!!”

ระหว่างพากันกลับ เปียถามวณีว่านมแสจะกลับมาเป็นปกติได้หรือ วณีบอกว่า ที่จริงหมอบอกตนว่าเป็นไปได้ยากแต่อยู่ต่อหน้านมแสก็ต้องให้ความหวังอย่างนั้น เปียฟังแล้วแอบยิ้มสะใจแต่ทำเป็นสงสารและแค้นคนที่ทำนมแส

ที่บ้านอุทัย...ประวิทย์ในชุดนักศึกษากำลังจะออกไปเรียน เช่นเดียวกับน้อยที่อยู่ในชุดนักศึกษาจะออกไปเช่นกัน เลอสรรเห็นน้อยก็ดีใจ แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นประวิทย์ตรงไปคว้าแขนน้อยบอกว่ามีเรื่องเปียอยากคุยด้วย น้อยได้ยินชื่อเปียก็กังวล เลอสรรเห็นดังนั้นตามไปดู

ประวิทย์บอกน้อยว่าเลอสรรไปหาตนซักเรื่องเปีย ถามน้อยว่าบอกอะไรเลอสรรหรือเปล่า พอน้อยบอกว่าไม่ได้บอก ประวิทย์ขอให้สัญญาไม่ว่าเลอสรรจะซักจะถามอะไรอย่าบอกเป็นอันขาด ตนเป็นห่วงเปีย น้อยให้สัญญา ประวิทย์จับมือน้อยบีบอย่างขอบใจ เลอสรรเห็นดังนั้นยิ่งโกรธ เหวี่ยงผละไป

เลอสรรกลับมาถึงหน้าบ้านเจอวณีกับเปียกลับมาถึงพอดี เขาถามว่านมแสเป็นอย่างไรบ้าง วณีบอกว่าดีขึ้น แต่หมอยังให้อยู่ดูอาการก่อน แต่อีกสักพักตนจะพากลับมาอยู่บ้านแล้ว เลอสรรฟังแล้วขอตัวไปทำงาน เขาหันมองประวิทย์กับน้อยที่เดินมาแว่บหนึ่งแล้วขึ้นรถไป

วณีเองก็มองอย่างไม่ชอบใจ บอกน้อยว่า “ฉันรอกินข้าวแช่อยู่นะจ๊ะ” แล้วหันชวนเปียเข้าบ้านกัน แต่ก่อนเดินตามวณีไป เปียหันมาจิกตาใส่น้อยด่าว่า “เงียบๆ หงิมๆ แต่กินเรียบเลย” น้อยฟังแล้วทำได้แค่ถอนใจอย่างเอือมระอา

ooooooo

เปียฮึดฮัดกระฟัดกระเฟียดเดินเตะต้นไม้กิ่งไม้ระบายอารมณ์ไปในสวน ลูกเต๋ามาเห็นก็ร้องกรี๊ดๆ ชอบอกชอบใจแล้วเลียนท่านางร้ายของเซ็กซี่ซีเปีย

เปียอารมณ์เสียที่ถูกหาว่าเป็นนางร้ายเดินกระแทกเท้าเข้าหาลูกเต๋าถามว่ากล้าด่าตนหรือแล้วตบหัวลูกเต๋าไม่ยั้งจนลูกเต๋าที่ถือเปียเป็นไอดอลทนไม่ไหวร้องไห้โฮๆ

หวานเห็นเปียทุบตีลูกเต๋าก็วิ่งแจ้นไปบอกช้อยในครัว คุณหญิงเดินมาได้ยินพอดีจึงไปกับพวกช้อย ไปถึงเห็นเปียกำลังบังคับให้ลูกเต๋ากราบเท้าตนเอามือถือมาเตรียมถ่ายรูปไว้

“หยุดเดี๋ยวนี้นะเปีย หยุด!” คุณหญิงเสียงดัง เปียตกใจรีบเก็บมือถือ ลูกเต๋าวิ่งถลามากอดช้อยร้องไห้โฮๆ

“มันเรื่องอะไรถึงได้ทะเลาะตบตีกับเด็ก” คุณหญิงถาม

“น้าเย็นค่ะ น้าเย็นสอนเปีย”

“หา!! นังเย็นสอน!”

คุณหญิงโกรธมาก ลิ่วไปหาเย็นที่บ้านมีจวนตามไปด้วย ด่าเย็นว่าสอนหลานตนให้ทุบตีเด็ก คุณหญิงด่าเย็นว่าทำลายชีวิตของเด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งไปอย่างเลือดเย็น วันนี้ตนเจ็บจนแทบกระอักออกมาเป็นเลือด จ้องหน้าด่าเย็นว่า

“แต่ฉันมั่นใจ คนที่เจ็บ สุดท้ายมันต้องเป็นแก นังเย็น!!”

คุณหญิงผลักหัวเย็นจนหงายแล้วเดินกระแทกเท้าลงไป จวนมองคุณหญิงแล้วหันพูดกับเย็น

“แกโกรธ แกเกลียดคุณหญิง คุณอุทัย พี่เข้าใจ แต่พี่ไม่เข้าใจแกทำกับเด็กบริสุทธิ์ได้ยังไงเย็น!” แล้วจวนก็กลับไป

เย็นนิ่งงัน รู้สึกเจ็บปวดกับการกระทำของเปีย พวกช้อยกับหวานที่ถูกเปียใช้ให้ทายารอยฟกช้ำให้ตนนั้น วณีมาถึงถามว่าใครเป็นอะไร หวานรีบเก็บยาบอกว่าไม่มีอะไร ช้อยถามว่าทำไมต้องโกหกวณี

“ฉันอยากให้คุณหนูเปียถูกนังเย็นมันอัดสั่งสอน ที่สำคัญแกเป็นเพื่อนฉัน หลานแกเจ็บฉันก็เจ็บแทน ให้นังเย็นมันซ้อมคุณหนูไปเลย” หวานพูดแล้วยิ้มกับช้อยอย่างสะใจอยากเห็นเปียถูกเย็นเล่นงาน

ooooooo

เปียถูกเย็นเล่นงานจริงๆ! เย็นลากเปียไปตบตีที่ริมสระบัว ด่าเปียว่าทำร้ายนมแสตนยังไม่ได้คิดบัญชีก็มามีเรื่องตบตีลูกเต๋าอีกด่าว่า ทำตัวน่าสมเพชมาก

“ไม่...เพราะสิ่งที่น้าเย็นทำมันน่าสมเพชมากกว่าเปียเยอะ แค่คนเขาไม่รักน้าเย็นก็ทำลายชีวิตเขาทั้งเป็น ด้วยการขโมยลูกของเขาไป ใครมันน่าสมเพชและทุเรศมากกว่ากัน” เย็นตกใจตะลึงที่ถูกเปียขุดเรื่องจริงมาด่าและยังเยาะเย้ยเหยียดหยามอีกว่า “เปียเคยสอนน้าเย็นแล้วใช่ไหม ก่อนจะด่าว่าอะไรใคร หัดดูตัวเองซะก่อน หรืออยากให้คนเขาด่าอีกทีว่าน้าเย็นน่ะ ไพร่ สันดานต่ำ อวดเก่งแต่ไม่มีสมอง” ด่าแล้วเปียเดินหนี

เย็นตามกระชากเปียตกสระบัวแล้วกระโจนลงไปเล่นงานต่อทั้งตบตีทั้งด่า อ้างว่าที่ตนทำเพราะต้องการสั่งสอนเปีย

“สั่งสอนด้วยการถีบ การกระทืบเนี่ยนะ ไม่ต้องหาเหตุผลเข้าข้างความเลว สิ่งที่น้าเย็นทำทั้งหมดก็แค่ระบายอารมณ์ของตัวเอง”

เย็นลำเลิกบุญคุณที่เลี้ยงเปียมา เปียหมดความกลัวเย็นแล้ว เผชิญหน้าระบายอารมณ์เสียงสั่นอย่างอัดอั้น...

“เด็กคนหนึ่งไม่มีพ่อไม่มีแม่ต้องอยู่กับน้าที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย เอะอะตีเอะอะด่า น้าเย็นคิดว่ามันจะโตขึ้นมาเป็นคนยังไง มันก็โตมาแบบที่น้าเย็นสอนมันนั่นแหละ ชีวิตเต็มไปด้วยความอิจฉา ริษยา อาฆาตแค้น พยาบาท รู้เอาไว้ ที่เปียเป็นอย่างนี้เพราะน้าเย็น!” เปียวิ่งเตลิดไปอย่างโกรธจัด แม้เย็นไม่ตามแต่ตะโกนด่าไล่หลังว่า

“แล้วทำไมนังน้อยมันไม่เป็น! ที่แกเป็นอย่างนี้ ไม่ต้องโทษใคร เป็นเพราะตัวแกเอง รู้เอาไว้ แกสันดานไม่ดีเหมือนพ่อเหมือนแม่แกนั่นแหละนังเปีย!!”

ooooooo

คุณหญิงนั่งดมยาอย่างกลัดกลุ้มกับเรื่องราวที่เปียสร้างไม่ได้หยุดหย่อน บ่นว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปตนอายุสั้นแน่ๆ

โดยไม่คาดคิด หวานเดินนำคุณหญิงผิวเข้ามา คุณหญิงดีใจมากเพราะไม่ได้พบคุณหญิงผิวนับแต่คุณหญิงย้ายไปอยู่เชียงใหม่ คุณหญิงผิวบอกว่าจะไปทำธุระที่สุพรรณเลยแวะมาเยี่ยม คุณหญิงผิวบอกว่าไปสุพรรณแล้วจะแวะเยี่ยมลูกเถ้าแก่เฮงที่ถูกเสือโมกกับลำยองฆ่าตายตอนมาปล้นร้านทองด้วย

“เสือโมก...ลำยอง!” คุณหญิงนึกออกทันที ถามคุณหญิงผิวว่ามีรูปไหมตนอยากได้

คุณหญิงผิวยิ้มให้แทนคำตอบ

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"กิ๊บซี่" โชว์เสน่ห์ปลายจวัก "บุ๋ม" ทึ่งฝีมือนางสาวก้นครัว

"กิ๊บซี่" โชว์เสน่ห์ปลายจวัก "บุ๋ม" ทึ่งฝีมือนางสาวก้นครัว
18 พ.ย. 2562
07:01 น.