สมาชิก

ขมิ้นกับปูน

ตอนที่ 10

เมื่อรู้ว่าหลานสาวหายไปกับหลานชายคนเล็กของพระวิจิตร ปริกร้อนใจรีบชวนพุดกับหวานออกไปตลาดดักรอรับปารมีกลับมาก่อนที่พระยาอภิบาลจะสงสัย

นายชื้นคนรถของบ้านพระวิจิตรมาบอกทันพันธุ์ซึ่งยังปักหลักรอธนากลับไปปรับความเข้าใจกับปัทมาว่าเรือนพระยาอภิบาลโกลาหลตามหาตัวปารมี ทันพันธุ์์เป็นห่วงปารมีอยากพากลับไปส่ง แต่ธนายังเอาแต่ดื่มเหล้าไม่มีทีท่าว่าจะไปด้วย ชายหนุ่มทนไม่ไหวจะโวยวายธนาแต่ทานตะวันชิงตัดหน้าแย่งแก้วเหล้าจากมือธนาไปเสียก่อน

ทานตะวันทำให้ธนายอมกลับไปหาปัทมา ด้วยการคว้าขวดเหล้ากรอกใส่ปากตัวเองเพื่อดับทุกข์เช่นเดียวกับเขา ธนาจำยอมเพราะไม่ต้องการให้ทานตะวันดื่มเหล้า เมื่อทันพันธ์พาธนามาถึง ปัทมาดีใจมาก สัญญากับธนาว่าจะไม่หยาบคายกับเขาอีก

ปารมีเบาใจคลายห่วงพี่สาวแล้วรีบกลับไปพร้อมทันพันธุ์ แต่ระหว่างทางรถเสียสองคนจึงต้องลงเดิน แต่รักษาระยะห่างด้วยการถือปลายไม้คนละข้าง ผ่านไปไม่นานหญิงสาวรู้สึกไม้สั้นลงเรื่อยๆ แล้วก็จับได้ว่าชายหนุ่มแอบหักไม้ทีละนิดๆ

ทันพันธุ์ยอมรับเพราะอยากอยู่ใกล้เธอ ยิ่งใกล้และได้พูดคุยก็ยิ่งประทับใจในความน่ารักเฉลียวฉลาดของเธอ ซึ่งชายหนุ่มหลงรักเธอหมดใจ และเชื่อว่าความรักเท่านั้นจะลบล้างความเกลียดชังของสองตระกูลได้

ทางด้านปริกที่หาหลานสาวไม่เจอก็เร่งกลับเรือนมารับหน้าบิดาที่ถามหาปารมีเพราะต้องการให้จัดหมากมาให้กิน ปวีณาเอาใจปู่รีบยกเชี่ยนหมากออกไปร้องหาปารมี ทำให้ปริก จำปา และปีบพากันตกใจ

พวกปริกช่วยกันถ่วงเวลาต่างๆนานา แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด เพราะเมื่อปวีณานำเชี่ยนหมากที่ปีบแอบจัดแทนปารมีไปให้คุณปู่ ท่านจำได้ว่าไม่ใช่ฝีมือปารมี

เป็นเรื่องขึ้นมาทันที! ปวีณารู้ว่าพวกอาโกหกก็ลุกพรวดไปทำตัวเป็นโปลิศจับโจร คาดคั้นอาทั้งสามให้บอกมาว่าปารมีอยู่ไหน ยังไม่กลับเรือนใช่ไหม

“พวกอามิรู้แม่ปานอยู่ที่ใด พวกอาเองก็คับใจพอแล้ว อย่าหาความให้เดือดอีกเลย”

“พวกอาจำต้องทำประวิงเวลามิให้คุณปู่ระคายรู้เรื่องนี้”

“คุณอาก็เลยออกโรงปกป้องยัยปาน...พี่ปัทเสียคนก็เพราะคุณอานั่นแหละ ณาจะไม่ยอมให้ยัยปานเสียคนซ้ำสอง ณาจะเป็นคนจับตัวยัยปานไปรับโทษ”

ปวีณารีบเดินออกไปหน้าเรือน เจอทันพันธุ์มาส่งปารมีพอดี เธอโวยวายจะเอาเรื่องน้องสาวแต่ชายหนุ่มรีบออกตัวปกป้องว่าตนผิดเองที่พาปารมีออกไป มีเหตุสุดวิสัยทำให้เธอกลับค่ำ ขอความกรุณาอย่าดุตีเธอ เธอมีเจตนาดีเช่นเดียวกับปวีณา

ปวีณารับฟังและลดความโกรธลง เธอดีใจที่ได้เจอทันพันธุ์อีกครั้ง ยอมให้ปารมีเดินเข้าเรือนไปโดยดี แล้วเธอบอกทันพันธุ์ให้รีบออกไปก่อนที่จะมีความยุ่งยากตามมา...หลังจากชายหนุ่มกลับไป ปวีณาเข้ามาตำหนิปารมีว่าทำตัวไม่ดีขัดคำสั่งคุณปู่ไปคบหากับคนบ้านพระวิจิตร คงคิดจะลองดี

“ปานเปล่านะคะ”

“ทีฉันกลับช้าเพียงนิดเดียวแกซักยังกะฉันไปทำชั่วเสื่อมเสีย นี่แกหายไปกับเขาทั้งวัน กลับมามืดค่ำ แกไปทำระยำตำบอนที่ไหนมา”

“ปานมิทำเรื่องเสื่อมค่ะพี่ณา”

“ฉันมิเชื่อน้ำหน้าอย่างแกหรอก เป็นอย่างคุณปู่ว่ามิผิดเพี้ยน หน้าตาเหมือนคุณย่าทวด สายเลือดในตัวข้นคลั่กถึงมีกิริยาวิ่งหาผู้ชายมิต่างกัน”

“พี่ณา...ปานขอเถอะค่ะ กรุณาอย่าก้าวล่วงถึงคุณย่าทวดเลย”

“งั้นแกก็บอกฉันมา แกไปไหน ไปทำอะไร”

“ปานไปหาพี่ปัทค่ะ”

“ยัยปาน! แกมันหนักข้อขึ้นทุกวัน ทั้งๆรู้คุณปู่ท่านชังนักไม่เผาผี แกยังกล้าดอดไปหา ฉันพร่ำสอนแกคงไม่สำนึก ฉันจะลากให้คุณปู่เฆี่ยนถึงจะหลาบจำ ไป...ไปกับฉัน”

“พี่ณาก็ต้องถูกลงโทษไม่น้อยกว่าปาน”

“นี่แกพูดอะไร”

“ปานรู้นะคะ พี่ณาก็ไปหาพี่ปัท พี่ปัทเล่าให้ปานฟังหมดแล้ว พี่ณาไปหาพี่ปัทก่อนปานด้วยซ้ำ คุณปู่คงโกรธนักที่รู้ว่าหลานรัก หลานที่คุณปู่ไว้ใจที่สุดทำเช่นนั้น”

“นี่แกขู่ฉันเหรอ”

“ปานไม่ได้ขู่ค่ะ ปานพูดตามความจริง ถ้าพี่ณาจะเอาผิดปาน เราทั้งสองย่อมรับโทษด้วยกัน”

ปวีณาคิดหนัก...พอดีปริก จำปา และปีบเข้ามาซักถามกึ่งตำหนิปารมีว่าที่หายไปทำให้ทุกคนเดือดเนื้อร้อนใจ ปวีณาตัดสินใจตอบเสียเองว่าปารมีแวะไปหาพี่ปัท และตนเองก็เคยแวะไปเยี่ยม

“พวกเธอคิดทำการอะไรกัน แม่ณา แม่ปาน...เราต้องร่ายกันยาว”

ปริกขึงขังจะเอาเรื่อง ปวีณาคิดหาทางเอาตัวรอด อ้างสาเหตุมาจากคำพูดของพระวิจิตรทำให้ตนอดเป็นห่วงพี่ปัทไม่ได้ จึงหาทางไปสืบความถามไถ่เจ้าตัว ส่วนปารมีเสริมว่าตนรู้ว่าพี่ปัททุกข์หนักก็ยิ่งสงสารและอยากช่วย

“เกิดรอยในใจแม่ปัทมากับคนรักถึงขุมนี้น้องสังหรณ์ใจว่ามิใช่ง่ายเลยที่รอยร้าวของทั้งคู่นี้จะสมานได้”

“แม่ปีบเลิกแบกความให้หนักใจได้แล้ว แม่ปัทมามิใช่หลานเราเหมือนเก่าก่อน”

ปริกเสียงแข็งจนจำปาอดติงไม่ได้ว่า “คุณพี่มิใจจืดใจดำไปหน่อยรึ”

“พี่มิสาปแช่งสาปส่งอย่างคุณพ่อ แต่พี่ก็รับมิได้กับสิ่งที่ปัทมาทำ มันตอกย้ำชัดว่าปัทมารักตัวเอง เห็นแก่ตัว”

“แต่น้องเห็นใจแม่ปัทที่ถูกกดดันบีบคั้นให้ทำอย่างนั้น”

“พอเถอะ พี่มิอยากย้อนไปหาความนี้อีก เราควรช่วยกันคิดว่าจะลงโทษหลานของเราสองคนนี้อย่างไร”

“ปานกราบขอโทษที่ทำให้คุณอาเป็นกังวล ปานขอรับผิดและรับโทษทุกประการค่ะ”

“ณายอมรับผิดที่ขัดคำสั่งคุณปู่ แต่ณามิขอรับโทษค่ะ ความสัมพันธ์อากับหลานคงห่างเกินจะเทียบกับความผูกพันของพี่น้อง ณายอมขัดคำไปหาพี่ปัท เพราะณายังรักและห่วงพี่ปัท จึงยอมให้ยัยปานไปเสาะหาความ หากคุณอาเห็นพ้องว่าความรักของพี่น้องเป็นสิ่งทราม คุณอาลงโทษเถิดค่ะ”

“ฉันมิลงโทษพวกเธอที่ไปหาแม่ปัท แต่พวกเธอต้องรับผิดที่คบหากับหลานพระวิจิตร”

“ณามิได้คบหาและคิดคบกับหลานศัตรูหรอกค่ะ ณาเพียงใช้พวกเขาเป็นสะพานไปหาพี่ปัท คุณอาควรจะภูมิใจที่ณาหลอกใช้พวกหลานพระวิจิตรได้สำเร็จ”

ปารมีตกใจที่พี่สาวคิดร้ายเช่นนั้น ส่วนอาทั้งสามมองหน้ากัน จนปัญญาที่จะเล่นงานปวีณา

“ฉันลงโทษพวกเธอ ฉันก็คงกลายเป็นพวกไร้หัวจิตหัวใจให้พวกเธอก่นด่าลับหลัง ฉันขอปรามอีกครั้ง สงครามสงบลงแล้วอย่าริก่อเรื่องขึ้นอีก และไม่ว่าจะเข้าหาอย่างมิตรหรือศัตรู ขอให้อยู่ห่างลูกหลานบ้านโน้นเป็นดีที่สุด” ปริกสรุปความชัดเจน สองสาวพนมมือไหว้โดยดี แต่จำปาและปีบยังไม่แน่ใจ กลัวจะเกิดปัญหาตามมา...

ลับหลังคุณอา ปารมีขอบคุณพี่สาวที่ช่วยแก้ต่างหาเหตุผลให้ตนไม่ต้องรับโทษ ปวีณาได้ทีเน้นย้ำว่าตนไม่ได้ใจร้ายใจดำ ยังรักพี่รักน้อง แล้วหลอกถามปารมี ว่าพอจะจำทางไปบ้านปัทมาได้ไหม

ปารมีนิ่งคิดตัดสินใจ เพราะทันพันธุ์ขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใครเพื่อความปลอดภัยของปัทมา เธอจึงตอบเลี่ยงไปว่าหนทางซับซ้อนจนจำไม่ได้ ปวีณาผิดหวังแต่เก็บอาการไว้ บอกน้องว่าถ้านึกออกให้รีบบอก ตนอยากไปเป็นกำลังใจให้ปัทมา ตนจดจำคำของอาปีบได้เสมอว่าเราเป็นพี่น้องกันต้องรักกันให้มาก

คำพูดแสนดีของปวีณาทำให้ปารมีรู้สึกผิด พึมพำขอโทษไล่หลังพี่สาวที่เดินลับกายเข้าไปในห้อง

ooooooo

ทันพันธุ์หน้าตาสดใส จิตใจเบิกบาน หลังรู้เรื่องราวจากชื้นที่ให้ไปสืบถึงเรือนพระยาอภิบาลบำรุงว่าปวีณาไม่ซ้ำเติมแถมยังปกป้องปารมี

แทนพงศ์ฟังน้องชายเล่ามาก็เชื่อว่าความรักคงเกิดขึ้นในใจปวีณาถึงทำให้เธออ่อนโยนลงได้ ทันพันธุ์รู้สึกแปร่งหู กระเซ้าพี่ชายว่าความรักนั้นจะมาจากอาจารย์คนนี้หรือเปล่า

“ฉันหมายถึงความรักพี่รักน้องต่างหากเล่า”

“แล้วทำไมพี่ชายผมถึงหน้าแดงล่ะ หรือว่าพี่แทนจะ...”

ทันพันธุ์พูดไม่ทันจบ แทนพงศ์ชิงเปลี่ยนเรื่องว่าตนต้องไปมหาวิทยาลัยแล้ว ถามน้องชายว่าวันนี้ไม่ไปทำงานหรือ?

“เช้านี้ผมมีธุระครับ” ทันพันธุ์ตอบแล้วยิ้มกริ่ม แยกตัวไปโทรศัพท์หาเพื่อนเกลอชื่ออรรถซึ่งนัดไว้ให้มาพบทานตะวัน เพื่อจับคู่ให้สองคนลงเอยกัน แล้วชีวิตรักของธนากับปัทมาคงราบรื่น

แทนพงศ์ไปถึงมหาวิทยาลัย พบปวีณาดักรอขอหนังสือเรียนที่ลืมไว้ในรถคืน ปรากฏว่าเขาไม่ได้คืนมาแค่หนังสือเรียนแต่มีหนังสือนิยายรักชื่อดังซ่อนอยู่ด้วยพร้อมข้อความลายมือเขาเขียนว่า

“เราแก้ไขอดีตของบรรพบุรุษไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนแปลงอนาคตของเราได้...ความรักที่บริสุทธิ์อยู่เหนือสรรพสิ่ง แม้ความตาย ก็มิอาจพรากรักได้”

ปวีณาคิดตามแล้วเผลอยิ้มออกมาด้วยความมั่นใจว่าแทนพงศ์ชอบเธอ...

ทางด้านปัทมา หลังจากธนากลับมาอยู่ร่วมชายคากันเหมือนเดิม เธอเปลี่ยนแปลงตัวเองขนานใหญ่เอาอกเอาใจเขาทุกอย่าง ฝ่ายทานตะวันที่แอบรักธนามาตลอด วันนี้เธอยอมรับนัดทันพันธุ์ที่พาเพื่อนมาพบเพื่อจับคู่ เธอไม่ได้เต็มใจแต่ทำไปเพื่อปัทมาจะได้เลิกระแวงและหึงหวงธนา

ooooooo

หลังจากหายหน้าไปตั้งแต่ทะเลาะกับปัทมาอย่างรุนแรง วันนี้ธนาแวะมาที่บ้านพระวิจิตร

“ลมอะไรหอบมาล่ะ หายหน้าไปหลายวัน เมียคุมแจสินะ แล้วแม่ปัทไม่มาด้วยรึ รึเลิกกันแล้ว”

คำทักทายของพระวิจิตรเล่นเอาพิศมร แทนพงศ์ และทันพันธุ์หน้าเสีย

“ปัทมาเธออยู่ที่บ้านครับ”

“พ่อได้ข่าวว่าเมียลูกแผลงฤทธิ์เอาการ ถ้าหนักบ่ามากก็มิต้องแบก พ่อจะเอาไปคืนไอ้พระยาบ้าเลือด”

“เราปรับความเข้าใจกันแล้วครับ ปัทมายอมเปลี่ยนแปลงตัวเองทำตัวดีขึ้นครับ”

พระวิจิตรผิดหวังเล็กน้อยที่รู้ว่าทั้งสองปรับความเข้าใจกันได้ ทานตะวันแต่งชุดสวยเดินเข้ามาได้ยินธนาคุยกับทุกคน

“ตะวันขอแสดงความยินดีด้วยนะคะน้านา”

ธนาหันไปมองทานตะวัน ยิ้มรับและเพ่งมองที่เธอแต่งชุดสวย เย้าว่าวันนี้หลานน้าสวยงามอย่างกับนางสาวไทยจะไปไหนหรือ

“ทานตะวันเขามีเดทครับ”

ทันพันธุ์ชิงตอบเสียก่อน ธนานิ่วหน้าแปลกใจ แทนพงศ์ทำท่าอยากรู้ว่าชายผู้โชคดีคนนั้นเป็นใคร

“ตะวันขอปิดเป็นความลับค่ะ อีกไม่นานก็ถึงเวลาเปิดตัวค่ะ ตะวันขอตัวก่อนนะคะ”

ทุกคนรับรู้ว่าทานตะวันมีคนรักก็ยินดี ยกเว้นธนาที่รู้สึกเป็นห่วง เดินตามออกไปคุยกับเธอ

“ชายหนุ่มคนนั้นคงพิเศษมาก ถึงทำให้หลานน้าดูสดใส”

“ค่ะ เขาเป็นสุภาพบุรุษและจริงใจกับตะวันค่ะ”

“น้าชักอยากเจอเขาแล้วสิ น้าขออาสาไปส่งตะวันเอง”

“ตะวันดูแลตัวเองได้ค่ะ น้านาก็ควรกลับไปดูแลปัทอย่าให้ปัทเหงาอีกนะคะ ตะวันไปแล้วค่ะ”

ทันพันธุ์แอบมองมุมหนึ่ง เข้าใจว่าทานตะวันตัดใจจากธนาได้แล้ว พิศมรเฝ้าสังเกตก่อนเข้ามายืนข้างลูกชาย ถามว่าแม่ตกข่าวอะไรไปหรือเปล่า ทันพันธุ์จนมุมจำต้องเล่าเรื่องทั้งหมด แล้วถามว่า

“คุณแม่คงไม่ตำหนิที่ผมก้าวก่ายชีวิตทานตะวันนะครับ”

“มันคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วล่ะ ธนากลับไปอยู่กับภรรยา ส่วนทานตะวันก็กำลังมีชีวิตใหม่”

“ความรักกำลังผลิบานอีกครั้ง”

“ลูกหมายถึงใคร”

“พี่แทนครับ”

“แม่ไม่ยักรู้ว่าพี่เราจะเงยหน้าจากตำราได้ แทนพงศ์หลงรักใครกัน”

“น่าจะเป็นสาวบ้านเดียวกับนางฟ้าของผม”

“เอ๊ะนี่...ลูกก็...สารภาพมาเดี๋ยวนี้ สาวนั้นอยู่บ้านไหนกัน”

ทันพันธุ์แอบมองไปยังเรือนพระยาอภิบาลแล้วบอกแม่ว่าไม่ใกล้ไม่ไกล...ก็คนนี้ไง รักสุดหัวใจ...พูดจบก็กอดและหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่

ทางฝ่ายปวีณาที่ได้หนังสือนิยายรักจากแทนพงศ์มา เธอหยิบมันมาพลิกดูก่อนจะอ่านข้อความที่เขาเขียนติดไว้อีกครั้งแล้วยิ้มหยัน ปารมีเดินเข้ามาเมียงมอง ถามพี่สาวว่าอ่านหนังสืออะไร พอเห็นเป็นนิยายโรมิโอกับจูเลียตก็นิ่งไปอย่างคาดไม่ถึง

“นวนิยายประโลมโลก” ปวีณาพูดเสียงแผ่ว

“เพื่อนปานเคยเอาให้อ่าน...นิยายรักเรื่องนี้เป็นโศกนาฏกรรมที่สะเทือนใจมากค่ะ ความชิงชังระหว่างสองตระกูล”

“แกคงคิดว่าเหมือนกับตระกูลเรากับตระกูลพระวิจิตร”

“ปานไม่อยากให้ลงเอยอย่างนั้น เพราะบทสรุปของพระเอกกับนางเอกคือความตาย”

“ชีวิตจริงไม่เป็นอย่างนั้นหรอก ดูอย่างคู่ของพี่ปัทสิ ได้ครองคู่กัน”

“ปานก็ขอให้พี่ปัทสุขสมหวังและผ่านปัญหาไปได้”

“พี่ก็หวังเช่นนั้น...อยากให้พี่ปัทมีความสุข...มิจบลงอย่างนวนิยาย”

ปวีณายิ้มตอบปารมี แต่ภายในใจกลับหยันคิดทำลายครอบครัวของปัทมา

ooooooo

ปัทมาเอาใจและตามใจธนาทุกอย่าง ทำตัวเป็นแม่ศรีเรือนทุกกระเบียดนิ้ว แต่พอมากเกินไปธนาก็รู้สึกอึดอัด บางทีต้องลุกหนีเพราะไม่อยากพูดให้เธอเสียน้ำใจ

วันถัดมาเป็นวันคล้ายวันเกิดทานตะวัน พระวิจิตรรับเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงขึ้นที่บ้านในตอนค่ำ แต่ช่วงสายๆทันพันธุ์กับแทนพงศ์ออกไปหาซื้อของขวัญแล้วเจอกลุ่มพระยาอภิบาลกำลังหาเสียงโดยโน้มน้าวชาวบ้านตามหลักการที่ดีมีคุณธรรม ไม่ใช่แจกสิ่งของอย่างคนอื่น

ทันพันธุ์ชื่นชมและชื่นชอบนโยบายของพระยาอภิบาล เขาตรงเข้ามายกมือไหว้อย่างนอบน้อม แทนพงศ์ตกใจจะรั้งน้องชายแต่ไม่ทัน จึงยืนมองอยู่ห่างๆ

“กราบสวัสดีครับท่านพระยาอภิบาลบำรุง”

“จำเริญเถอะ พ่อหนุ่มคือ...”

“ผมเป็นเพื่อนของปวีณาครับ”

“อ้อ...ฉันจำได้ล่ะ มาช่วยหาเสียงในคราก่อน”

ปวีณากับปารมีเห็นทันพันธุ์สนทนากับคุณปู่ก็ตกใจระคนแปลกใจขยับเดินเข้ามาใกล้ ในขณะที่พระนิติรักษ์กับหวานยังคงแจกใบปลิวอยู่มุมหนึ่ง

“ผมเห็นด้วยกับความคิดของท่านครับ ประเทศจะเป็นประชาธิปไตยได้นั้น ประชาชนต้องเคารพสิทธิของตัวเองและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม หากประชาชนยังเห็นแก่อามิสสินจ้างรางวัลแล้ว ประเทศมินำพาไปสู่หนทางพัฒนาได้ นอกจากตอบสนองผลประโยชน์ของผู้นำครับ”

พระยาอภิบาลถูกใจความคิดของชายหนุ่ม หันไปบอกปวีณาว่าเพื่อนเธอพูดถูกใจปู่ ปวีณาจำต้องพยักหน้ารับ แต่พอปู่ถามชื่อแซ่ของเขา สองสาวก็อึกอักอ้ำอึ้ง

“ผม...นายทันพันธุ์ครับ” ชายหนุ่มตอบเต็มเสียง แต่ไม่บอกนามสกุล แล้วยกมือไหว้ก่อนรับใบปลิวไปช่วยแจก

“เพื่อนแม่ณาคนนี้หน่วยก้านขึงขังทีเดียว หัวก้าวหน้า มีสัมมาคารวะก็ที่หนึ่ง บ้านเมืองต้องการคนเยี่ยงนี้”

ปวีณายิ้มรับดีใจที่ปู่ของเธอชื่นชมทันพันธุ์ ปารมีก็เช่นกัน รู้สึกดีที่ท่านถูกชะตากับทันพันธุ์

“เออ แม่ณา...เพื่อนแม่ณาดูทรงแล้วแต่งกายงาม หาใช่ลูกชาวไร่ชาวนา เขาเป็นลูกเต้าเหล่าใครกัน”

ปารมีตกใจที่พระยาอภิบาลถามเรื่องนี้ ปวีณาอึกอัก กังวลใจถ้าปู่รู้ความจริงคงโกรธและเล่นงานเธอด้วย แต่จู่ๆเหมือนโชคช่วย มีชายชราคนหนึ่งร้องทักพระยาอภิบาล ซึ่งพระยาจำบริวารเก่าได้ทักตอบว่า

“บ๊ะ...นายทูน มิได้เจอเสียนาน อยู่สุขสบายดีรึ”

พระยาอภิบาลเดินไปทักทายบริวารเก่า พร้อมแนะนำให้ช่วยเลือกพระนิติรักษ์...ปวีณาโล่งใจที่ไม่ต้องตอบคำถามเรื่องทันพันธุ์ หันไปเจอหน้าปารมีที่ยืนมองอย่างกังวลใจเช่นกัน

“ฉันมิคิดปิดบังคุณปู่ ประจวบเหมาะฉันจะเรียนท่านเอง” ปวีณาแก้ต่างแล้วเดินตามปู่ไป

ปารมีอมยิ้ม มองทันพันธุ์ที่มาช่วยหาเสียงอย่างชื่นชม ปวีณาหันกลับมาเห็นก็ไม่พอใจเร่งน้องสาวให้รีบเดินตาม

ทันพันธุ์แจกใบปลิวให้ชาวบ้าน แทนพงศ์ดอดเข้ามารับพร้อมเปรยว่า “ประหลาดใหญ่เชียวที่พระยาอภิบาลบำรุงยอมคุยกับนาย”

“ผมมีสาลิกาลิ้นทอง...ผมแค่กระเซ้าพี่แทนทำสนุกใจน่ะ ที่ผมได้เป็นยุวมิตรกับท่านพระยาก็เกิดจากความเคารพ และชื่นชมในความคิดเห็นของท่าน ผมไม่ได้แสร้ง แต่ผมพูดและทำตรงจากใจ”

“ทฤษฎีว่าด้วยการเปิดใจ ความเหมือนย่อมนำพาให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจและยอมรับเป็นพวกเดียวกัน”

“ผมจะทำหน้าที่เป็นทูตสันถวไมตรีระหว่างสองเรือน”

“ฉันเอาใจช่วยนาย...ขอให้นายเปลี่ยนความคิดพระยาได้ ก่อนที่เขาจะรู้ว่านายเป็นลูกหลานใคร”

“เราไปหาซื้อของกันต่อเถอะ ประเดี๋ยวไม่ทันงานเลี้ยง” ทันพันธุ์กระตือรือร้นเดินนำแทนพงศ์ออกไป

ตกบ่ายวันเดียวกัน ปัทมาจัดชุดให้ธนาอย่างตั้งอกตั้งใจ นึกว่าเขาจะไปงานเลี้ยงกับเพื่อนๆ เมื่อรู้ว่าเป็นงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดทานตะวันซึ่งพระวิจิตรจัดให้ แล้วธนาก็ชวนเธอด้วยเพราะทานตะวันอยากให้ไป ปัทมาคิดลังเลใจว่าจะไปดีหรือไม่

ooooooo

งานเลี้ยงเริ่มแล้ว ทุกคนสีหน้าแช่มชื่นอวยพรทานตะวันแต่เรื่องดีๆ แต่ที่แปร่งหูหน่อยก็คือพระวิจิตรที่พูดเปรียบเปรยว่าถ้าธนารักชอบทานตะวันชีวิตคงมีความสุขนานแล้ว จนทันพันธุ์ท้วงขึ้นว่าปู่ไม่ควรพูดเช่นนั้น

“ปู่พูดตามที่ปู่คิด แกจะมาห้ามปู่ได้อย่างไร แกเองก็เรียกร้องให้ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง”

“ประชาธิปไตยให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นก็จริง แต่ต้องอยู่ภายใต้การเคารพสิทธิ์ของผู้อื่นด้วยครับ ใช่ว่าเราจะมีสิทธิ์ในการพูดจาทำร้ายจิตใจผู้อื่น”

“แกมันขวางปู่ซะทุกคลอง ยังไงปู่ก็พูดล่วงไปแล้ว หวังว่าธนามันจะมิพาเมียมาขวางหูขวางตาอีก”

พระวิจิตรเดินถือแก้วเหล้าออกไป ทันพันธุ์ไม่พอใจนักที่ปู่ตั้งป้อมชังปัทมา เมื่อธนามาถึงพร้อมปัทมา ทานตะวันออกไปต้อนรับทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มและรับกล่องของขวัญมา

“ของขวัญให้ทานตะวันจ้ะ ขอให้เธอมีความสุข คิดสิ่งใดสมปรารถนา ฉันขอโทษกับ...”

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันลืมมันไปหมดแล้ว ฉันดีใจนะที่เธอมา”

ปัทมาเข้าหน้าไม่ติด ธนามองออกชวนทั้งหมดเข้าข้างใน แต่ทานตะวันบอกว่าตนต้องรอคนสำคัญก่อน

ทุกคนยังไม่ทันขยับไปไหน รถคันใหญ่วิ่งมาจอดหน้าบ้าน ทานตะวันเข้าไปควงแขนอรรถพาเข้าบ้านมาเซอร์ไพรส์แขกทุกคน

“ทุกคนคะ ตะวันขอแนะนำให้รู้จักแขกคนสำคัญของตะวัน คุณอรรถค่ะ”

อรรถยกมือไหว้และยิ้มทักทายทุกคน แล้วหันไปมองพระวิจิตรที่นั่งหัวโต๊ะ

“ท่านผู้ทรงเกียรติที่นั่งอยู่หัวโต๊ะคือพระวิจิตรศิลปการใช่ไหมครับ ชื่อเสียงของท่านเป็นที่กล่าวขวัญในสมาคมชนชั้นสูง ผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ”

พระวิจิตรรับไหว้และยิ้มตอบ มองหยั่งเชิงยังไม่เปิดใจรับ อรรถหันไปทักทายทำนุต่อ

“ท่านนี้คือคุณทำนุ ว่าที่ผู้แทนราษฎรและว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ในอนาคตอันใกล้”

ทำนุยิ้มพอใจ ขอให้สมพรปาก อรรถไล่เรียงต่อไปเป็นพิศมร เธอคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทำนุ

ทานตะวันแปลกใจที่อรรถรู้จักญาติของเธอ พอสอบถามเขาก็ให้ความกระจ่างว่า

“ผมคบกับคุณ...ผมก็ควรจะศึกษาและทำความรู้จักญาติสนิทมิตรสหายของคุณสิครับ”

“นายอรรถ! แกหยุดพล่ามได้แล้ว” ทันพันธุ์โพล่งขึ้นมา แทนพงศ์รีบปรามน้องว่าเสียมารยาท แต่พอน้องชายกอดคออรรถพร้อมเฉลยว่าเราเป็นเพื่อนเรียนด้วยกันที่อเมริกาก็เข้าใจ

“ตะวันอย่าไปหลงคารมมันมาก มันรู้จักทุกคนเพราะมันแอบสืบข้อมูลจากทัน ไอ้นี่มันเจ้าเล่ห์”

“ยังไงก็กะล่อนน้อยกว่าแกล่ะ”

อรรถกับทันพันธุ์หัวเราะชอบใจ ทานตะวันเริ่มบอกจุดประสงค์ของตนบ้าง

“ตะวันเรียนเชิญทุกคนมาในค่ำคืนนี้เพราะมีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ทราบค่ะ ตะวันจะไปเรียนต่อที่อเมริกา”

ทุกคนประหลาดใจ แม้แต่อรรถก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ย้ำถามทานตะวันว่าจะไปเรียนต่อที่เดียวกับตนจริงหรือ

“เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันด้วยค่ะ ตะวันจะไปควบคุมมิให้คุณออกนอกลู่นอกทาง เพราะคุณเป็นแฟนกับตะวัน”

“เซอร์ไพรส์มากครับ”

ปัทมายิ้มพอใจที่รู้ว่าทานตะวันประกาศคบอรรถ ตรงข้ามกับธนาที่ดูตกใจและเป็นห่วงทานตะวัน ส่วนพระวิจิตรรู้สึกไม่ประทับใจอรรถนัก เพราะใจจริงอยากได้ทานตะวันเป็นสะใภ้เล็กแทนปัทมา ถึงกับแอบถามพิศมรว่ารู้เรื่องนี้มาก่อนหรือไม่

“ไม่ค่ะ ดิฉันเพียงทราบว่านายทันช่วยจับคู่ แต่การตัดสินใจคบหาและไปเรียนด้วยกัน ดิฉันก็เพิ่งทราบค่ะ”

“ดูคุณพ่อจะไม่ค่อยปลื้มว่าที่หลานเขยคนนี้สักเท่าไร” ทำนุเอ่ยปาก

พระวิจิตรมองอรรถที่ยืนโอบเอวทานตะวันและคุยกับทันพันธุ์และแทนพงศ์

“ออกจะทำรุ่มร่ามและวางโตไป พ่อหาต้องชะตา”

“ตามประสาเด็กนอกครับ ความคิดการตัดสินใจไวยิ่งกว่าปล่อยจรวด”

“คุณพ่อกังวลเรื่องใดคะ”

“หนูทานตะวันตัดสินใจพลันแล่น จนพ่ออดคิดมิได้ว่าการลงใจครั้งนี้มีเหตุจากแม่ปัทมา”

พระวิจิตรเป็นห่วงทานตะวัน และไม่พอใจที่ปัทมาอาจเป็นสาเหตุของการตัดสินใจในครั้งนี้...ปัทมาเองก็สงสัย คิดว่าทานตะวันทำเพราะโดนตัวเองบีบคั้น แต่พอสอบถามก็ได้คำตอบจากทานตะวันว่า

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอรึน้านา ฉันตั้งใจไปเรียนต่ออยู่แล้ว และเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ศึกษานิสัยใจคอกันและกัน”

“จะไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ฉันขอบใจเธอมาก ที่เธอคอยเสียสละทำเพื่อฉัน”

“เธอก็ต้องดูแลน้านาให้ดี”

ปัทมารับปากแข็งขัน เพราะมันคือความตั้งใจของเธออยู่แล้ว แต่สำหรับทานตะวัน พอเดินลับตาปัทมามาแล้ว น้ำตาที่สะกดกลั้นไว้ก็พังทลายออกมาหมด เพราะความจริงเธอยังตัดใจจากธนาไม่ได้สักนิด

เมื่อธนาปรากฏตัวตรงหน้า ทานตะวันรีบปาดน้ำตาแล้วจะเลี่ยงการคุยกันสองต่อสอง แต่ธนายังตามมาคว้าแขนเธอไว้ สุดท้ายหญิงสาวเลยต้องอ้างชื่ออรรถว่ารออยู่ แล้วผละไปทันที

ธนาอยากกลับบ้านขึ้นมาปัจจุบันทันด่วน ปัทมาจึงขอตัวกลับเข้าไปลาพิศมรก่อน ขณะเดินผ่านห้องรับแขกเห็นพระวิจิตรนั่งดื่มเหล้าแต่เธอทำทีไม่เห็น เดินตรงเข้าไปด้านใน แต่ต้องหยุดกึกเมื่อได้ยินเสียงพ่อสามีดังขึ้น

“สะใภ้บ้านนี้มันดีนัก เห็นพ่อผัวเป็นหัวหลักหัวตอ”

“คุณพ่อคิดว่าปัทเป็นสะใภ้ด้วยเหรอคะ ในเมื่อคุณพ่อไม่ยอมรับในตัวปัท ปัทก็ไม่จำเป็นต้องให้การเคารพคุณพ่อเช่นกัน”

“แม่ปัทมา!!” พระวิจิตรลุกพรวดไม่พอใจ สงครามย่อยๆกำลังจะเกิดขึ้น!

พระวิจิตรตั้งป้อมชิงชังรังเกียจปัทมาถึงขั้นไล่เธอ กลับไปเรือนพระยาอภิบาล แต่ปัทมาตอบโต้ทันควันว่าตนไม่กลับ พระวิจิตรจึงเย้ยหยันว่า

“เธอจะดั้นกลับไปได้ท่าไหนล่ะ คนบ้านเธอก็เสือกไสเพราะเธอมันร้ายกาจขั้นนี้นี่เอง แม้แต่ญาติแท้ๆ ยังแช่งชักหักกระดูก น่าสมเพช”

“คุณพ่อชังอะไรปัทขุมนั้นคะ คุณพ่อจึงคอยกระแหนะกระแหนปัท”

“ฉันชังเธอทุกเรื่อง”

“แล้วใครกันคะที่เคยส่งเสริมให้คุณธนาแต่งงานกับปัท”

“นึกย้อนแล้วมันเป็นข้อที่ฉันตัดสินใจพลาดครั้งใหญ่สุดในชีวิต ฉันอยากให้เธอมาอยู่นี่เพราะเธอเป็นหมากตัวนึง ที่ฉันจะเอาชนะปู่ของเธอ แล้วฉันก็จะเดินหมากตัวนี้ตามใจ หันซ้ายหันขวา”

“แต่น่าเสียดายที่หมากตัวนี้มีหัวใจ ไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติของใคร”

“ถ้าฉันคะเนความยโส ความจองหองอวดดีเหมือนปู่เธอออกล่ะก็ หัวเด็ดอย่างไรฉันมิมีวันชักศึกเข้าบ้าน”

“ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้คุณผิดหวัง มันคงจะจริงอย่างที่คุณปู่พูดไว้ เราเป็นศัตรูกันตลอดชาติ มันคงถ่ายทอดทางสายเลือด แม้กระทั่งปัทมาเป็นสะใภ้บ้านนี้ ปัทยังรู้สึกรังเกียจคุณ” พระวิจิตรโกรธจนตัวสั่นอยากด่า แต่ปัทมาไม่เปิดโอกาส “แล้วปัทก็ไม่ใส่ใจว่าคุณจะชังปัทขุมไหน ชีวิตปัทขอมีแค่คุณธนาเท่านั้น หลังจากนี้ปัทจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก ปัทเบื่อที่ต้องปั้นหน้า เสแสร้งแกล้งไปเรื่อย แต่คุณคงไม่รู้สึกรู้สาเพราะรากลึกพวกคุณมันตลบตะแลงจนเป็นนิสัย”

ปัทมาตอบโต้ไม่กลัวเกรงแล้วหันกลับออกไป พระวิจิตรโกรธจัดตะโกนไล่หลังอย่างอาฆาต

“ฉันดึงแกมาอยู่กับธนาได้ ฉันก็จะเฉดหัวแกออกไปจากธนาได้เช่นกัน”

ปัทมาหยุดชะงัก หันกลับมาจ้องพ่อสามีตาวาว แล้วยิ้มเย้ยก่อนเดินต่อไป พระวิจิตรโกรธแทบกระอัก คิดหาทางกำจัดลูกสะใภ้ปากร้ายคนนี้

ooooooo

ขมิ้นกับปูน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด