นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แก้วตาหวานใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'บอย&มิ้นต์' จิ้นลงตัว "เกรียน&กวน" ละครรักคอมเมดี้ "แก้วตาหวานใจ"

    ดูห้องแล้วลงมานั่งพักกันที่ล็อบบี้หน้าคอนโด ไข่หวานปรารภกับนิกกี้ว่าตนไม่อยากย้ายออกจากบ้านลุงช้าง นิกกี้ถามว่าทำไม ไม่ทันที่ไข่หวานจะตอบ มือถือเธอก็ดังขึ้น

    เป็นสายจากลุงช้างโทร.มาถามว่าวันนี้จะกลับมากินข้าวหรือเปล่า ไข่หวานไม่ทันตอบ สาริศก็เข้ามาชวนไปดูอีกห้องหนึ่ง เสร็จแล้วเราไปทานข้าวกัน ไข่หวานจะตอบลุงช้าง แต่ลุงช้างวางสายไปแล้ว สาริศเร่งให้รีบไปกันเดี๋ยวจะมืดเสียก่อน ไข่หวานเก็บมือถือเดินตามสาริศกับนิกกี้ไป

    พอวางสายจากไข่หวาน ลุงช้างที่กำลังสับหมูอยู่ก็ยืนนิ่ง อึ้ง จนมดตะนอยถามว่าลุงช้างไม่สับหมูต่อแล้วหรือ ลุงช้างจึงรัวปังตอสับหมูอย่างแรงจนมดตะนอยมองสงสัยว่าลุงช้างเป็นอะไร?

    อาหารมื้อเย็นวันนี้ไม่มีไข่หวานร่วมโต๊ะด้วย

    มดตะนอยบ่นว่าไม่มีอาไข่หวานกินข้าวด้วย มดตะนอยเหงาจังเลย ลุงช้างบอกว่าแต่ก่อนเราก็กินกันสองคนไม่เห็นเหงาเลย

    พอดีไข่หวานกลับมาเธอทักอย่างร่าเริงว่าวันนี้กินอะไรกันบ้าง ลุงช้างชิงตอบกันท่าว่า

    “คุณกินมาแล้วนี่ครับ ขอโทษที่ผมไม่ได้ทำเผื่อ” ไข่หวานพูดเก้อๆว่าตนแค่ถามเฉยๆ แล้วหันไปสนใจมดตะนอยเลยไม่ได้สังเกตว่าลุงช้างยกจานไปเก็บหน้าตึงๆ มดตะนอยอยากฟังนิทาน ไข่หวานขอไปอาบน้ำก่อน พออาบน้ำเสร็จก็ได้รับโทรศัพท์จากสาริศ เธอคุยกับเขาโดยไม่รู้ว่าลุงช้างกำลังจะลงบันไดได้ยินเลยหยุดฟัง

    “ค่ะ...คุณสาริศ ห้องที่ไปดูวันนี้เหรอคะ ห้องไหนคะ ...ที่มีห้องนอนเดียวใช่ไหมคะ ก็ดีค่ะ...ตบแต่งสวย อยู่สองคนสบายๆ...คุณจะออกค่าเช่าให้หมดเลยเหรอคะ!”

    ลุงช้างฟังแล้วเข้าใจว่าไข่หวานจะไปอยู่กับสาริศ ผิดหวังเสียใจจนหันเดินกลับเข้าห้องปิดประตูเบาๆ ไข่หวานเองก็เดินคุยโทรศัพท์เข้าห้องตัวเองไปอย่างติดพัน

    “เอ่อ...ตอนนี้ไข่หวานอยู่บ้านลุงช้างก็โอเคอยู่แล้วนะคะ ไม่อยากจะรบกวนคุณเลย ส่วนเรื่องภาพหลุด เดี๋ยวมันก็เงียบไปเองแหละค่ะ แล้วไข่หวานก็จะระวังตัวให้มากขึ้นด้วย ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง”

    แต่น่าเสียดายที่ลุงช้างไม่ได้ยินเพราะเข้าห้องไปแล้วด้วยความผิดหวัง เสียใจ เข้าไปอ่านนิทานให้มดตะนอยฟัง บอกมดตะนอยที่งอแงจะให้ไข่หวานอ่านให้ฟังว่า

    “แล้วต่อไปถ้าอาไข่หวานเขาไม่อยู่แล้วล่ะคะ มดตะนอยจะทำยังไง” มดตะนอยบอกว่าตอนนี้อาไข่หวานยังอยู่ “อาไข่หวานจะไม่อยู่กับเราแล้วค่ะ ฟังลุงอ่านแทนนะคะ” พอดีไข่หวานมาเคาะประตู ลุงช้างเปิดประตูออกมาบอกว่า “วันนี้ผมจะอ่านนิทานให้มดตะนอยฟังเอง คุณไปนอนเถอะ” พูดแล้วปิดประตูเลย

    “อ้าว!?!” ไข่หวานยืนงง

    ooooooo

    นายแม่กับมะลิและเพ็ญกลับมาถึงบ้านที่โคราชแล้ว หมึกคอยอยู่อย่างใจจดจ่อคิดว่าไข่หวานจะกลับมาด้วย แต่ไม่เห็นไข่หวาน พิชิตบอกว่าไข่หวานไม่ได้กลับมาด้วย นายแม่ก็บอกว่าตนสงสารเลยให้อยู่ต่อ หมึกโดดกอดหอมแม่พร่ำบอกว่า

    “นายแม่น่ารักมาก หมึกรักนายแม่ที่สุดเลย หมึกรู้ว่านายแม่ก็รักหมึกกับไข่หวานเหมือนกันใช่ไหมล่ะ” นายแม่กลับถามว่าเรื่องจัดงานแต่งเป็นยังไง ถึงไหนแล้ว หมึกผละออกทันทีบ่น... “โห...อะไรเนี่ย มาถึงก็ทวงเลย ไม่คุยด้วยแล้ว”

    “ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหม เมื่อกี๊มันบอกว่ามันรักฉันที่สุด” นายแม่หันไปถามมะลิกับเพ็ญ

    “มันรักเราก็ตอนที่เราตามใจมันเท่านั้นแหละ” เพ็ญตอบตรงเผง

    รุ่งเช้า ขณะกำลังวิ่งจ๊อกกิ้งกันในสวนที่บ้าน เพ็ญเอ่ยถึงลุงช้างว่ายังไงตนก็ตงิดๆว่าเขาไม่ใช่เกย์ พิชิตคล้อยตามว่าตนเห็นสายตาเลยว่าเขามองไข่หวานมันเหมือนสายตาของผู้ชายที่มองผู้หญิง

    “จะสายตาเกย์หรือสายตาผู้ชายมันก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ ไม่ต้องสงสัยแล้ว ลุงช้างเป็นเกย์แน่ๆ หนูเล็กเขาก็ยืนยัน” หมึกขัดขึ้น

    “ไม่ต้องเถียงกัน จะเป็นเกย์หรือไม่เป็นก็ไม่สำคัญหรอก ถ้าเขาเลี้ยงหลานด้วยตัวคนเดียวมาได้ตั้ง 6 ปี แล้ว แถมยังโตมาเป็นเด็กน่ารักอีก แสดงว่าเขาก็ต้องเป็นคนดีทีเดียวล่ะ ฉันก็เลยไว้ใจให้ไข่หวานอยู่ด้วยได้ จบไหม!”

    ว่าแล้วนายแม่ก็วิ่งนำไป ปล่อยให้บรรดาปากหอย ปากปูทั้งสี่หยุดมองนายแม่ทึ่ง

    “สายตาไม่ธรรมดาจริงๆ สมแล้วที่เป็นนายแม่” หมึกยิ้มกริ่มแล้ววิ่งตามนายแม่ไปด้วยหัวใจคึกคัก

    ooooooo

    ที่โต๊ะอาหารบ้านลุงช้าง ไข่หวานเดินลงมาสวัสดีตอนเช้าทั้งลุงช้างและมดตะนอย แต่ลุงช้างท่าทางหมางเมิน มดตะนอยถามขึ้นว่าอาไข่หวานจะย้ายไปอยู่ที่อื่นหรือ

    “อาไข่หวานจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะประกวดเสร็จค่ะ” ลุงช้างขัดขึ้นเคืองๆว่าไม่ควรโกหกเด็ก มดตะนอยโตแล้วพูดความจริงได้ มดตะนอยย้ำถามว่าอาไข่หวานจะย้ายหรือจะอยู่กันแน่ ไข่หวานตอบหนักแน่นชัดเจนว่า “ไม่ย้ายค่ะ”

    “แต่ลุงช้างบอกมดตะนอยว่าอาไข่หวานจะย้ายไปอยู่คอนโดนี่คะ”

    “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ อาไข่หวานแค่ไปดู แต่ไม่ได้ย้ายนะคะ” ตอบมดตะนอยแล้วหันมองลุงช้างถาม “ลุงช้างรู้ได้ยังไงว่าไข่หวานจะย้ายไปอยู่คอนโดคะ”

    ลุงช้างทำหูทวนลม ดูนาฬิกาข้อมือแล้วเร่งมดตะนอยว่าสายแล้วเดี๋ยวไปโรงเรียนไม่ทัน พลางหยิบกระเป๋าของมดตะนอยเดินออกไป มดตะนอยรีบตามลุงช้างไป ทิ้งไข่หวานให้นั่งมึนและกังวลอยู่ตรงนั้น

    ไข่หวานชะเง้อคอยลุงช้างกลับจากไปส่งมดตะนอย พอเขากลับมาถึงก็รีบเดินไปหาบอกว่าลุงช้างต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ๆเลย ตนไม่ได้ตัดสินใจย้ายออก และที่ไปดูคอนโดก็มีนิกกี้ไปด้วย แต่ลุงช้างก็ไม่หายเคือง บอกว่าโกหกตนไม่เป็นไรแต่โกหกมดตะนอยตนไม่ชอบ

    “ไข่หวานขอโทษนะคะที่ทำให้ลุงช้างเข้าใจผิด ไข่หวานแค่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาอย่างไรดี ถ้าอยู่ที่นี่ก็กลัวจะทำให้ลุงช้างเดือดร้อนอีก” ลุงช้างดักคอว่าไหนว่าไม่แคร์ใครนอกจากคนในครอบครัว? “แต่ไข่หวานแคร์ลุงช้างนะคะ แล้วไข่หวานก็แคร์มดตะนอยด้วยไข่หวานไม่อยากให้ลุงช้างกับมดตะนอยเสียชื่อ และถูกคนนินทาเพราะไข่หวานอีก”

    ลุงช้างดักคอว่าเลยจะย้ายออก? ไข่หวานบอกไม่ใช่ ลุงช้างถามสีหน้าเย็นชาว่าแล้วอะไรล่ะ หรือเพราะ...คุณสาริศ

    เป็นคำถามที่ทำให้ไข่หวานนิ่งอึ้งไปอย่างเสียใจ แต่เมื่อตามไปง้อที่ห้องทำงานของลุงช้าง ประตูก็ล็อก ไข่หวานเลยเดินกลับไป ส่วนลุงช้างยังนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน แต่ไม่มีสมาธิทำอะไรได้เลย

    ไข่หวานกลุ้มใจโทร.ไปหานิกกี้บอกว่าลุงช้างโกรธ ตนเพราะคิดว่าตนจะย้ายไปอยู่คอนโด บอกนิกกี้ว่าตนคงไม่ย้ายไปอยู่คอนโด ตนอยากอยู่ที่นี่ แต่ที่สำคัญตนไม่อยากผิดสัญญากับมดตะนอย ถามนิกกี้ว่าจะง้อลุงช้างอย่างไรดี

    “ตามทฤษฎีแล้ว เขาชอบอะไรก็ทำอย่างนั้นเอาใจเขาสิ แกลองนึกๆดู” นิกกี้แนะนำ ไข่หวานดีใจมากแต่พอจะวางสาย นิกกี้ก็เตือนว่า “ฉันจะถามว่าแกได้ทีมแข่งแรลลี่รึยังล่ะ”

    ไข่หวานจึงนึกได้ว่าตัวเองยังไม่ได้เตรียมทีมแข่งแรลลี่เลย ร้อนใจขึ้นมาถามว่าจะไปหาที่ไหนเพราะตนไม่รู้จักใครเลย นิกกี้บอกว่าง้อลุงช้างเสร็จก็รีบไปหาเลย ไม่อย่างนั้นไม่ได้อยู่ต่ออยู่ดี

    สาริศถามนิกกี้ว่าถามไข่หวานหรือยังว่าจะย้ายเข้าไปอยู่คอนโดเมื่อไร นิกกี้บอกว่าไข่หวานไม่ย้ายแล้วเพราะมีปัญหาส่วนตัวนิดหน่อย สาริศจะโทร.ถามไข่หวาน ก็พอดีพนักงานเข้ามาเชิญเขาไปประชุมที่ห้องประชุมด่วน

    ooooooo

    เมื่อสาริศไปที่ห้องประชุม ตวงพรเอารูปที่ให้สายสมรแอบถ่ายสาริศผู้รับผิดชอบการประกวดครั้งนี้กับไข่หวานผู้เข้าประกวดให้ดู นิกกี้ชี้แจงว่าวันนั้นตนก็ไปด้วย ตวงพรไม่เชื่อหาว่าเธอเป็นเลขาของสาริศก็ต้องเข้าข้างเจ้านาย

    ตวงพรกับสาริศโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ตวงพรยังอ้างภาพจากกล้องวงจรปิดว่าสาริศเข้าไปออฟฟิศตอนกลางคืนค้นหาแฟ้มของไข่หวานเพื่อหาเบอร์โทร. คาดคั้นให้สาริศตอบมาเดี๋ยวนี้ว่าเข้าไปทำไม? หรืออยากจะช่วยหวันยิหวาเป็นพิเศษให้ได้ตำแหน่ง สาริศโกรธมากบอกว่าตนไม่เคยคิดจะทำแบบนั้นเลย เมื่อคาดคั้นอย่างไรสาริศก็ไม่ตอบ ตวงพรตัดบทว่า

    “ในเมื่อตอบไม่ได้ อาก็จะขอให้เธอวางมือจากการประกวดนี้เสีย เพราะถ้าเรื่องที่เธอสนิทสนมกับผู้เข้าประกวดแพร่ออกไป บริษัทของเราจะเสียชื่อเสียง” สาริศถามว่าพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง? “อาจะเข้ามาดูแลโปรเจกต์นี้เอง เริ่มตั้งแต่การแข่งแรลลี่นี้เลย...ตกลงตามนี้นะ”

    กรรมการทุกคนเห็นด้วยกับตวงพร เธอยิ้มใส่สาริศอย่างผู้ชนะ สาริศแค้นจนพูดไม่ออก เมื่อออกมาจึงเล่าให้นิกกี้ฟังว่าตนเข้าไปหาเบอร์โทร.ของไข่หวานเพื่อจะเอารถกับกุญแจรถไปให้เธอที่บ้านแล้วจะให้ตนบอกกับที่ประชุมอย่างนั้นได้ยังไง

    พอภารวีรู้ว่าตวงพรมาเป็นผู้ดูแลการประกวดแทนสาริศ ก็รีบมาสอพลอว่าแบบนี้ตนต้องได้ตำแหน่งแน่ๆเลย

    “ใช่...แต่การได้ตำแหน่งก็ต้องทำให้คนอื่นเห็นว่าได้มาจากความสามารถของหนูเอง ต้องไม่ให้มีพิรุธ อาอยากให้ภาพลักษณ์ของบริษัทดูดีไม่มีด่างพร้อย”

    “รับรอบค่ะคุณอา ภาจะแสดงให้เนียนที่สุดค่ะ” ภารวียกถ้วยชาของตัวเองขึ้นจิบอย่างสะใจ

    เมื่อภารวีไปแล้ว สายสมรติงว่าท่าทางภารวีไม่ค่อยฉลาดเท่าไร ตวงพรถามว่าจะเอาคนฉลาดมาทำไม เพราะเราต้องการให้เป็นแค่หุ่นเชิดเท่านั้น ถามสายสมรว่าหาลูกทีมแรลลี่ให้ภารวีเรียบร้อยหรือยัง สายสมรบอกว่าหาไว้แล้ว ทีมแน่นปึ้กคนอื่นสู้ไม่ได้แน่

    ooooooo

    ไข่หวานทำตามที่นิกกี้แนะวิธีง้อลุงช้างว่าเขาชอบอะไรก็ทำอย่างนั้น

    วันนี้ไข่หวานเลยจะทำข้าวผัดกุนเชียงให้กิน ปรากฏว่าทอดกุนเชียงไหม้ไม่พอ มือยังถูกกระทะลวกอีก ลุงช้างมาดูจึงรีบพาไปทำแผล ไข่หวานได้โอกาสชี้แจงเรื่องไปดูคอนโดให้ลุงช้างฟัง บอกเขาว่าตนไม่ได้คิดจะย้ายออกไป ลุงช้างจึงค่อยคลายเครียด บอกว่าจะหายโกรธก็ต่อเมื่อเธอเก็บล้างครัวให้สะอาดก่อน

    ไข่หวานกุลีกุจอเก็บครัวเงอะงะทำของตกหล่นโครมคราม พอลุงช้างหันมองก็ยิ้มแหยๆ รีบบอกว่า...

    “ไม่แตกค่ะลุงช้าง”

    พอมาคิดเรื่องแข่งแรลลี่ ไข่หวานก็กลุ้มใจไม่รู้จะ เอาใคร จะขอลุงช้างให้ช่วยก็เกรงใจ เลยตัดสินใจแอบกลับไปที่โคราช นัดหมึกไปพบกันที่ร้านกาแฟของหนูเล็ก ขอให้หมึกกับหนูเล็กมาร่วมทีม หนูเล็กบอกว่าตนทิ้งร้านไปไม่ได้ หมึกก็บอกว่าแค่ตนไปฉี่นายแม่ก็ถามหาแล้วจะไปเป็นวันๆได้ยังไง หมึกพยักพเยิดให้ไข่หวานไปชวนพิชิตแทน

    ไม่ว่าชวนใครล้วนติดขัดไปหมด พิชิตจะเสนอนายแม่ แต่ไม่ทันได้เอ่ยชื่อ นายแม่ก็จามลั่นแล้ว ไข่หวานบอกว่าอย่าได้เอ่ยชื่อนั้นขึ้นมาเด็ดขาด พิชิตพูดอย่างสิ้นหวังว่า “งั้นก็เห็นทีจะหมดจริงๆแล้วล่ะครับ”

    ooooooo

    ไข่หวานกลับมาถึงบ้านลุงช้างก็ทิ้งตัวหงายผลึ่งกับโซฟาอย่างเหนื่อยล้า มดตะนอยอาสานวดให้ทั้งยังเรียกลุงช้างมาช่วยนวดด้วย ไข่หวานรีบบอกว่าตนไม่เป็นไรแล้ว

    มดตะนอยถามว่าวันนี้อาไข่หวานไปข้างนอกทำไมหรือ ไข่หวานเล่าว่าไปหาคนมาช่วยแข่งแรลลี่แต่ยังหาไม่ได้เลยสักคน พอรู้ว่าถ้าไข่หวานหาทีมไม่ได้ก็ต้องตกรอบ มดตะนอยอ้อนลุงช้างให้ช่วยอาไข่หวานด้วย แต่ลุงช้างนิ่ง

    ทั้งไข่หวานและมดตะนอยช่วยกันอ้อนวอนรบเร้า จนในที่สุดลุงช้างยอมไปเป็นทีมของไข่หวาน ทั้งสองดีใจมาก ไข่หวานถึงกับเขย่งหอมแก้มลุงช้างฟอดใหญ่ ทำเอาลุงช้างอายจนหน้าแดง

    แต่พอตกกลางคืนไข่หวานเข้ามาถามลุงช้างว่าตนรบกวนหรือเปล่า ลุงช้างบอกว่าไม่ เพราะงานเกือบเสร็จแล้ว และถือเป็นโอกาสดีที่จะพามดตะนอยไปเปิดหูเปิดตาด้วย ย้อนถามไข่หวานว่า “แล้วคุณล่ะ ชวนผมไปแข่ง ไม่กลัวเป็นข่าวอีกเหรอ”

    “ไม่กลัวหรอกค่ะ เราจะได้ถือโอกาสแก้ข่าวเลยไงคะ” ลุงช้างถามว่าแล้วเรื่องสาริศล่ะ “เรื่องนั้นไข่หวานจัดการได้ค่ะ” ลุงช้างหยิบปฏิทินขึ้นมาถามว่ามีงานวันไหน พอรู้ว่าอีก 3 วัน ลุงช้างก็เอาปากกาวงวันที่ไว้

    ooooooo

    ที่บริเวณจุดสตาร์ต สาวๆที่เข้าประกวดพร้อมลูกทีมที่ใส่เสื้อทีมเหมือนกันมาเตรียมพร้อมแล้ว กรรมการตัดสินถามตวงพรว่า เปลี่ยนประธานจัดงานแล้วหรือ
    “ตาริศยังเด็กค่ะ ดิฉันเลยต้องยื่นมือเข้ามาช่วย” ตวงพรวางมาดผู้บริหารเต็มที่

    นิกกี้ยืนอยู่กับสาริศ พอเห็นไข่หวานนิกกี้ก็โบกมือเรียก ไข่หวานพาลุงช้างกับมดตะนอยไปหาแนะนำให้รู้จักกัน สาริศตีซี้มดตะนอยทันที บอกว่าตนไปที่บ้านหลายครั้งแต่ไม่เคยเจอมดตะนอยหลานสาวที่น่ารักที่สุดของอาไข่หวานเลย

    สาริศไปเอาน้ำส้มมาให้มดตะนอยแก้วหนึ่งและไข่หวานแก้วหนึ่ง ลุงช้างเหล่เขม่นๆ สาริศยังย่อตัวลง บอกมดตะนอยว่า “วันนี้แข่งแรลลี่ให้สนุกนะครับ” มดตะนอยบอกว่าตื่นเต้นมาก อยากไปห้องน้ำ ลุงช้างจึงพาไป

    “คุณไข่หวานครับ ผมอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงไม่ย้ายไปอยู่คอนโดล่ะครับ” สาริศได้โอกาสถามทันที

    “คือ...ไข่หวานเห็นว่าไม่เหมาะสมที่ผู้จัดงานจะช่วยผู้เข้าประกวดคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษค่ะ”

    สาริศรับรองว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ไข่หวานติงว่าแต่เรารู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ยุติธรรม สาริศเลยหน้าม้านไป พอดีทีมงานมาบอกไข่หวานว่านักข่าวอยากสัมภาษณ์ ไข่หวานจึงขอตัวตามทีมงานไป

    นิกกี้ระอาความเอาแต่ใจของสาริศ พอไข่หวานไปก็บอกเขาว่าเห็นไหมตนเตือนแล้ว สาริศอ้างว่าตอนนี้ตนไม่ได้มีตำแหน่งในการจัดงานครั้งนี้แล้ว นิกกี้ถามว่างั้นเขาจะมาทำไม

    “ผมก็มาในฐานะแฟนคลับคุณไข่หวานไง”

    พูดแล้วเดินตามไข่หวานไป

    ลุงช้างเจอภารวีขณะพามดตะนอยไปห้องน้ำ เธอทักอย่างดีใจ พอรู้ว่าลุงช้างกับมดตะนอยอยู่ในทีมของไข่หวานก็ตัดพ้อว่าทำไมไม่มาอยู่ในทีมของตน มดตะนอยชิงตอบจ๋อยๆว่า

    “ก็คุณป้าภาไม่ได้ชวนนี่คะ แต่ถ้าป้าภาชวน มดตะนอยกับลุงช้างก็ต้องขอคิดดูก่อนค่ะ” ลุงช้างตอบอย่างถนอมน้ำใจว่าก็เธอมีทีมแล้ว ภารวีบอกว่าคราวนี้ตนต้องชนะไข่หวาน ชนะเป็นที่หนึ่งให้ได้

    พอดีมดตะนอยเห็นไข่หวานเลยชวนลุงช้างไปหาอาไข่หวานกันดีกว่า

    ooooooo

    นักข่าวถามไข่หวานว่าคนที่มาร่วมทีมกับเธอวันนี้คือผู้ชายและเด็กที่เคยตกเป็นข่าวซุบซิบกันใช่ไหม

    ไข่หวานตอบอย่างมั่นใจว่าใช่ แต่มันไม่มีอะไรจริงๆ นักข่าวถามอีกว่าแล้วความจริงคืออะไร

    “เป็นญาติกันค่ะ คุณลุงเขาเป็นพี่ชายต่างมารดาของว่าที่พี่สะใภ้ไข่หวานค่ะ ไม่งงใช่ไหมคะ”

    สาริศที่มาดูการสัมภาษณ์ไข่หวาน ใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปไข่หวานไม่หยุด จนนิกกี้เตือนว่าให้อยู่ห่างๆไข่หวานบ้างเถิด เดี๋ยวก็เป็นข่าวขึ้นมาอีกหรอก สาริศยิ้มอย่างไม่แคร์บอกนิกกี้ว่า “กลัวที่ไหน!”

    นิกกี้เดินหนีไปเซ็งๆ ส่วนสาริศก็ตั้งหน้าตั้งตาถ่ายรูปไข่หวานต่อไป สายสมรบอกตวงพรว่าตั้งแต่โดนถอดตำแหน่งประธานจัดงานไป สาริศยิ่งทำตัวสนใจไข่หวานออกนอกหน้ามากขึ้น

    “สาริศมันกำลังคิดจะทำอะไร? คนอย่างสาริศไม่ได้โง่ เขาไม่ทำอะไรโดยไม่มีแผนการ” ตวงพรพึมพำครุ่นคิด

    ขณะนั้นเอง วีณาสาวไซด์ไลน์เดินมา สายสมรเรียกแล้วพาไปหาตวงพร

    “รู้แล้วใช่ไหมว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง” ตวงพร

    ย้ำถามแล้วกำชับ “อย่าให้พลาด ถ้าไม่อยากให้ฉันแฉอดีตของเธอ”

    พอวีณาเดินไป สายสมรบอกตวงพรว่าพิธีใกล้เริ่มแล้ว ชวนรีบไปกัน แม่บ้านที่ทำงานอยู่แถวนั้นมองตาม และนิกกี้ที่ยืนหันหลังคุยกับทีมงานอยู่ค่อยๆหันมองตามตวงพรไปอย่างสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้น

    ooooooo

    พิธีกรประกาศฐานแรกของการประกวดคือทำแซนด์วิชให้เสร็จทันเวลาและต้องออกมาหน้าตาดีด้วย

    “อาไข่หวานไม่ต้องห่วงนะคะ ลุงช้างถนัดที่สุด” มดตะนอยบอก

    ผลการประกวดฐานที่หนึ่ง แม้ลุงช้างจะถูกแกล้งให้มีดทื่อจนหั่นมะเขือเทศไม่เข้า แต่ลุงช้างก็แก้ปัญหาด้วยการเอามีดหั่นขนมปังมาใช้แทน และได้คะแนน 9
    แพ้ทีมครูคหกรรมไปคะแนนเดียว

    ฐานที่สองเป็นการแข่งกันเปลี่ยนล้อรถยนต์ ทีมไหนเปลี่ยนเสร็จก่อนจะได้คะแนนสูงสุด

    ฐานนี้ไข่หวานเป็นคนเปลี่ยนยางรถ ส่วนมดตะนอยกับลุงช้างเป็นผู้ช่วยไปเอายางรถและส่งเครื่องมือให้ มดตะนอยหยิบนอตคอยส่งให้ไข่หวาน เห็นภารวีเดินมาเตะนอตตัวหนึ่งเข้าพงหญ้า มดตะนอยไม่ยอมเข้าแย่งของภารวีมาจนได้ ปรากฏว่าไข่หวานเปลี่ยนยางเสร็จเร็วกว่าเพื่อนได้ 10 คะแนนเต็ม! ส่วนภารวีและคนอื่นๆ ยังเก้ๆกังๆ เงอะงะกันอยู่

    ฐานสุดท้ายคือปั่นจักรยานเข้าเส้นชัย ไข่หวานมั่นใจมาก ภารวีพยายามปั่นรั้งท้าย แล้วแอบไสจักรยานที่ ทางกองแข่งจัดให้เข้าพงหญ้า จากนั้นเข็นจักรยานที่สมรรถนะดีกว่าที่ซ่อนไว้ออกมา ระหว่างนั้นมีเสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้น แต่ภารวีไม่รู้ตัว

    จู่ๆวีณาก็ปั่นจักรยานตีคู่ขึ้นมาเบียดจนไข่หวานแทบจะตกไหล่ทาง ไข่หวานพยายามปั่นหนี ถูกวีณาพุ่งเข้ากระแทก พอจักรยานของไข่หวานเซ วีณาถีบซ้ำจนจักรยานของไข่หวานพุ่งลงข้างทาง จักรยานของวีณาก็ไถลตามไปด้วย

    วีณาพยายามประคองจักรยานขึ้นจากโคลนเฉอะแฉะ จักรยานลื่นไถลไปจนวีณาล้มกระแทกแขนหัก ไข่หวานเห็นวีณาบาดเจ็บจึงเดินโขยกเขยกไปช่วย เห็นแขนเขียวปูดและคด บอกว่าเธอต้องไปโรงพยาบาลแล้ว

    เมื่อทั้งสองประคองกันเดินไปมุมสวนใกล้จุดเส้นชัย นิกกี้กับสาริศเดินมาหา ไข่หวานบอกว่าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย สาริศสั่งนิกกี้ให้รีบเรียกสตาฟฟ์มาดูด่วน

    วีณากังวลกลัวตัวเองจะตกรอบ นิกกี้เปรยๆว่า เกิดอุบัติเหตุอย่างนี้ ไม่รู้ตวงพรจะว่ายังไง ก็พอดีตวงพรเข้ามาแหวว่าวุ่นวายอะไรกัน พอเห็นไข่หวานก็ถามอย่างเบื่อหน่ายว่า

    “หวันยิหวา เธออีกแล้วเหรอ?”

    “ดิฉันขี่จักรยานมาปกติ จู่ๆคุณวีณาก็เข้ามากระแทก แล้วถีบรถดิฉันจนล้มไปด้วยกัน” ไข่หวานเล่าตามจริง

    วีณาปฏิเสธพัลวันว่าตนเปล่า อ้อนวอนตวงพรให้ช่วยตนด้วย ตวงพรตัดบทว่าใครทำผิดก็ต้องว่าไปตามนั้นตนช่วยอะไรใครไม่ได้ วีณาจะบอกว่าตนทำเพราะได้รับคำสั่ง แต่ไม่ทันพูดจบก็ถูกตวงพรจ้องเขม็งตวาดตัดบทว่า

    “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เรื่องนี้ฉันจะพิจารณาเอง” วีณาจะพูดกับสาริศ ก็ถูกตวงพรเร่ง “ทีมงานมารับแล้วก็รีบไปโรงพยาบาลสิ” หันบอกสาริศว่า “เดี๋ยวอาดูแลเอง เธอไม่ต้องยุ่ง” แล้วตวงพรกับสายสมรก็เดินคุมวีณาออกไป

    “มีพิรุธชัดเจน” นิกกี้บอกสาริศ เขาบอกให้ไปช่วยไข่หวานก่อน เรื่องอื่นไว้ตนจัดการทีหลังเอง

    ooooooo

    นิกกี้กับสาริศพาไข่หวานไปนั่งพักที่ม้านั่งในสวนสาธารณะ ครู่เดียวมดตะนอยกับลุงช้างก็มาถึง พอรู้ว่าไข่หวานเท้าแพลง ลุงช้างก็ปฐมพยาบาลอย่างมืออาชีพ ยกเท้าไข่หวานพาดตักตัวเองค่อยๆถอดรองเท้าและถุงเท้าให้

    มดตะนอยกับนิกกี้ไปหาน้ำแข็งเพื่อเอามาประคบ สาริศจับตาดูลุงช้างอยู่ ฟันธงว่าลุงช้างไม่ใช่เกย์ และเมื่อนิกกี้กับมดตะนอยได้น้ำแข็งมาแล้ว ลุงช้างเอาผ้าเช็ดหน้าของตัวเองห่อน้ำแข็งประคบเท้าให้ไข่หวาน เธอมองเขาอย่างซึ้งใจ ส่วนนิกกี้กับสาริศมองหน้ากันอึ้งๆ

    ที่จุดเส้นชัย มีปัญหาโต้เถียงกันเมื่อพิธีกรประกาศคำตัดสินของกรรมการให้การแข่งขันเป็นโมฆะ ภารวีโวยวายว่าตัดสินอย่างนี้ได้ยังไงในเมื่อตนเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่ง อ้างว่าใครเกิดอุบัติเหตุก็ให้ปรับตกรอบไป วางเขื่องถามว่าตัดสินกันแบบนี้ปรึกษารองตวงพรหรือยัง!

    “ฉันรู้แล้ว และทางกรรมการจะตรวจสอบต่อ ถ้าพบว่าวีณากับหวันยิหวาแกล้งกันจริงก็จะตัดสิทธิ์ทั้งคู่ เพราะถือว่าคุณสมบัติไม่เหมาะสมที่จะเป็นแบรนแอม–บาสเดอร์ของ WCA ฉันหวังว่าวิธีนี้จะยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย” ภารวีจึงเงียบไป

    เมื่อสาริศได้รับโทรศัพท์แจ้งผลการตัดสิน ทั้งนิกกี้ ไข่หวาน มดตะนอยและลุงช้างต่างรับไม่ได้

    “ไม่ต้องห่วงหรอก ผมพอจะมีหลักฐานที่ช่วยไข่หวานได้” สาริศบอกทุกคน เมื่อลุงช้างจะพาไข่หวานกับมดตะนอยกลับ สาริศเอ่ยกับไข่หวานว่า “พักผ่อนเยอะๆ นะครับไข่หวาน ไว้ผมจะขออนุญาตไปเยี่ยมนะครับ” มดตะนอยที่สาริศตีซี้จนสนิทแล้วอนุญาตทันที สาริศยิ้มดีใจ ไข่หวานกับนิกกี้แอบมองหน้าลุงช้าง เห็นเขาทำหน้าเซ็งๆ

    ooooooo

    วันต่อมามีการประชุมกรรมการบริษัทถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานแรลลี่ ตวงพรเข้ามาทีหลังตรงไปนั่งหน้าเครียด

    “ทุกคนรออาตวงมาอธิบายเรื่องอุบัติเหตุที่งานแรลลี่อยู่ครับ” สาริศเอ่ยขึ้นก่อน ตวงพรบอกว่าตนไม่เกี่ยว “ก็อาตวงเป็นคนวางแผนให้คุณวีณาป่วนงานจนเกิดอุบัติเหตุไงครับ” สาริศแฉทันที ทำเอาบรรดากรรมการ ซุบซิบและมองตวงพรเป็นตาเดียว แต่ตวงพรก็ยังตีหน้าตายชี้แจงว่า

    “ดิฉันคงไม่มีเวลามาวางแผนเรื่องไร้สาระอย่างนี้หรอกค่ะ เสียเวลาทำงาน” แล้วหันไปข่มเชิงปรามสาริศว่า “อาไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นเด็กไม่รู้จักโต จำไว้นะ จะเป็นผู้บริหารต้องมีจรรยาบรรณ อย่ากล่าวหาใครลอยๆ แบบนี้ โดยเฉพาะกับคนอย่างอา!”

    “เพราะอย่างนี้สิครับ ผมถึงต้องเตรียมหลักฐานไว้ให้พร้อม” สาริศพูดอย่างเป็นต่อ แล้วส่งสัญญาณให้นิกกี้เปิดคลิปเสียงของวีณาให้ได้ยินทั่วกัน

    เป็นคลิปเสียงของวีณาอ้อนวอนสาริศอย่าให้ตนตกรอบเพราะตนทำตามคำสั่งของตวงพร

    “พอได้แล้ว” ตวงพรตวาด ถามว่าคลิปเสียงแค่นี้หรือจะมาปรักปรำตนได้ อ้างว่า “คนทำผิดมันก็มักง่ายจะโยน ความผิดให้ใครก็ได้ เธอเองก็ไม่น่าโง่ไปเชื่อคนง่ายๆ เลย”

    เมื่อตวงพรปากแข็งไม่ยอมรับ สาริศบอกว่าตนยังมีอีกคลิปหนึ่งซึ่งเป็นเสียงของเธอสั่งให้วีณาไปป่วนในงานที่วีณาแอบอัดเก็บไว้ สาริศจะเปิดให้ฟังบอกว่าถ้ายังไม่ยอมรับอีกก็จะเอาไปเปิดให้นักข่าวฟัง

    “ไม่ต้อง! เธอจะเอายังไงก็ว่ามา” ตวงพรลุกพรวดขึ้น

    “อาตวงต้องถอนตัวจากโปรเจกต์นี้เสีย” สาริศยื่นคำขาด บรรดากรรมการช่วยกันไกล่เกลี่ยว่าอย่าให้เรื่องต้องถึงสื่อเลยมันจะไม่ดีกับทุกฝ่าย อีกคนบอกว่า ให้สาริศดูแลโปรเจกต์นี้เหมือนเดิมก็ดีแล้ว
    ในที่สุดสาริศก็ชิงตำแหน่งของตัวเองกลับมาได้อย่างชอบธรรม

    ออกจากที่ประชุมแล้ว นิกกี้ดีใจด้วยที่สาริศเอาโปรเจกต์กลับมาได้ คาดว่าตวงพรคงโกรธเขามาก สาริศบอกว่าช่วยไม่ได้เพราะอยากโกงเอง นิกกี้ขอฟังคลิปทีเด็ดนั่นหน่อยได้ไหม สาริศหัวเราะอารมณ์ดีบอกว่า

    “ผมเองก็อยากฟังเหมือนกัน แต่เผอิญมันไม่มีน่ะสิ” แล้วสาริศก็เปิดภาพจากกล้องให้ดู เป็นภาพวีณาโกงด้วยการเปลี่ยนรถจักรยาน และภาพตวงพรสั่งงานวีณา นิกกี้ถามทึ่งว่าเขามีรูปพวกนี้ได้ยังไง?

    “มีคนส่งมาให้ โชคดีที่ผมยังมีลูกน้องที่จงรักภักดีอยู่ในบริษัทบ้าง อาตวงวางแผนทุกอย่างเพื่อให้ภารวีชนะการประกวด เขาสั่งให้วีณาขัดขวางคุณไข่หวานคู่แข่งคนสำคัญที่สุดของภารวี” นิกกี้ถามว่าแล้วทำไมสาริศไม่เอาคลิปนี้แฉภารวีด้วย สาริศเชื่อว่า“ยังไงอาตวงก็ไม่ยอมให้ภารวีตกรอบแน่ๆ”

    “โอย...แล้วเราจะเจออะไรกันอีกเนี่ย”

    “คุณไม่ต้องห่วงหรอก ผมจะดูแลงานประกวดให้รัดกุมขึ้น ไม่ให้ใครมาป่วนได้อีก” สาริศมั่นใจมาก

    ooooooo

    วันนี้นายแม่พาหมึกกับหนูเล็กไปเลือกชุดแต่งงาน เลือกจนหมดทุกร้านในโคราชแล้วก็ยังไม่ถูกใจ หมึกบอกว่าถ้ายังเลือกไม่ได้อีกตนจะแก้ผ้าแต่งงานให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย หนูเล็กก็บ่นว่าใส่ๆถอดๆจนตัวถลอกหมดแล้ว

    ระหว่างให้หนูเล็กลองชุดนั้น หมึกบอกนายแม่ว่าขอไปเข้าห้องน้ำ ที่แท้แอบโทร.ไปหาไข่หวาน เร่งให้รีบสืบเรื่องกวางให้หน่อยเพราะนายแม่พามาเลือกชุดแต่งงานแล้ว

    “ไข่หวานเพิ่งประกวดเสร็จน่ะ แล้วก็เจ็บเท้านิดหน่อย” หมึกบอกว่าถ้าดีขึ้นก็ช่วยหน่อย “ก็ได้ งั้นไปให้วันนี้เลย แค่นี้ก่อนนะ บาย”

    ไข่หวานบอกลุงช้างว่าวันนี้ตนต้องออกไปห้องสมุดเพื่อหาที่อยู่ของเพื่อน คิดว่าจะไปหาข้อมูลจากพวกศิษย์เก่าที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยเผื่อจะเจอ

    “ผมไปช่วยหาได้นะ เพราะนอกจากห้องครัวแล้วก็มีห้องสมุดอีกที่นะที่ผมหลับตาเดินได้...ไปด้วยกันนะ ผมต้องไปหาข้อมูลเขียนบทพอดี เสร็จแล้วจะได้ไปรับมดตะนอยด้วยกัน”

    ไข่หวานขอขึ้นไปหยิบรูปเพื่อนที่จะไปค้นหา ก่อน ลุงช้างเห็นเธอเดินไม่ถนัดจึงจะไปเอาให้ ไข่หวานบอกว่าตนไปหาเองดีกว่าลุงช้างหาไม่เจอหรอก บอกลุงช้างให้ไปรอที่รถก็แล้วกัน พอขึ้นไปหยิบรูปของกวาง หรืออนุช แล้วไข่หวานเสียบไว้ในสมุดโน้ตแล้วรีบลงมา

    ไปถึงห้องสมุดมหาวิทยาลัย บรรณารักษ์ชายหนุ่มตุ้งติ้งทักลุงช้างอย่างคุ้นเคยกันมาก แซวว่าวันนี้พาแฟนมาด้วย ไข่หวานรีบบอกว่าไม่ใช่แฟน บรรณารักษ์ยิ้มให้บอกว่าล้อเล่น แล้วเดินก้นบิดไปจัดหนังสือ

    ไข่หวานกับลุงช้างแยกกันไป ลุงช้างไปที่มุมหนึ่ง แนะนำไข่หวานให้ลองดูจากคอมพิวเตอร์ก่อนแล้วค่อยไปหาที่ชั้นหนังสือ บอกก่อนแยกไปว่า

    “ผมจะอยู่ห้องด้านนั้นนะ เปลี่ยนใจก็โทร.มาล่ะ”

    “ค่ะ...เดี๋ยวเจอกัน” แล้วต่างก็แยกกันไปหาข้อมูลของตัวเอง

    ooooooo

    ไข่หวานจดเลขหนังสือไปถามบรรณารักษ์ว่าอยู่ตรงไหนแล้ว รีบเดินไปมุมหนังสือรุ่น หยิบดูอย่างตื่นเต้น

    พอเจอชื่ออนุช ไข่หวานดีใจมาก แต่นามสกุลมีคราบเลอะจนอ่านไม่ออก ลุงช้างหาข้อมูลเสร็จเดินมาหา ไข่หวานขอเวลาอีกแป๊บเดียวเสร็จแล้วจะได้ไปรับมดตะนอยด้วยกัน

    “ตามสบายเลย” ลุงช้างชะโงกดูถามว่า “เพื่อนคุณอยู่คณะรัฐศาสตร์เหรอครับ คณะรัฐศาสตร์คณะเดียวกับน้องสาวผมเลย เสียดายที่เขาไม่อยู่ ไม่งั้นผมคงจะพอถามๆให้ได้ เผื่อจะรู้จักกัน”

    ไข่หวานบอกไม่เป็นไร ขอแรงลุงช้างช่วยถือหนังสือและพลิกทีละหน้าให้ตนถ่ายรูปไว้ด้วยมือถือ

    กลับถึงห้องพัก ไข่หวานจดชื่อและเบอร์โทรศัพท์ไว้ในสมุดแล้วไล่โทร.ไปทีละเบอร์อย่างอดทน

    จนถึงคนหนึ่ง เธอรับสายแต่บอกว่าไม่สนิทกับอนุชนัก แต่มีแก่ใจแนะนำให้โทร.ไปหาคนชื่อสริดา นามสกุล รุจิ...รุจิ...อะไรนี่แหละ ไข่หวานหาจนเจอชื่อสริดา รุจิอาภรณ์ รู้สึกนามสกุลคุ้นๆ แต่พอลุกไปถามลุงช้างที่กำลังสอนมดตะนอยทำการบ้านอยู่ ลุงช้างก็รู้สึกคุ้นแต่นึกไม่ออก จะลองเสิร์ชกูเกิลหาเผื่อจะได้เบาะแส แต่เจอเน็ตล่มอีก

    ไข่หวานโทร.ไปที่บ้านสริดา ไม่มีคนรับสาย เธอสงสัยว่าไม่มีคนอยู่ ไว้วันหลังค่อยโทร.ใหม่

    ooooooo

    วันนี้นิกกี้มาที่บ้านลุงช้าง เธอซื้อของสดมามากมายบอกว่าอยากชิมฝีมือทำอาหารของลุงช้างเป็นบุญปากสักครั้ง ลุงช้างบอกว่ายินดี รับของเดินเข้าบ้าน นิกกี้มองตามอย่างสังเกต

    จนเมื่อเข้าบ้าน นิกกี้ถามไข่หวานว่าทำไมถึงบอกว่าลุงช้างเป็นเกย์ แล้วแจกแจงสายตาสแกนเกย์ของตนให้ฟังว่า

    “ลุงช้างน่ะไม่กันคิ้ว ตูดไม่บิด นิ้วไม่กรีด ไม่มีแหวนนิ้วกลาง ไม่มีต่างหูข้างขวา แล้วตอนที่เขาประคบเท้าให้แก ตอนแรลลี่น่ะ สายตาเขาเป็นห่วงแกสุดๆ”

    “นั่นสิ...บางทีฉันก็รู้สึกว่าเขาแม้น...แมน แล้วก็อบอุ่น ไม่เหมือนกับที่ฉันรู้สึกกับคุณสาริศเลยล่ะ” นิกกี้เลยทำทีเข้าไปช่วยลุงช้างในครัวเลียบเคียงถามเรื่องแฟนลุงช้างบอกว่าตนไม่มีแฟนก็ถามว่าเหงาไหม เบื่อไหมไปปาร์ตี้นอกบ้านบ้างไหม

    “ไม่เหงาหรอกครับ ไม่เบื่อครับ ผมได้ทำงานเขียนบทที่ผมรัก ได้ดูแลหลานที่ผมรักมาก ก็มีความสุขดีครับ”

    นอกจากพูดคุยแล้ว นิกกี้ยังแกล้งเบียด แกล้งจับมือ แกล้งเปิดน้ำกระเด็นใส่แล้วทำทีเช็ดให้ ได้ลูบไล้แผงอก เช็ดหน้า ลำคอ อย่างใกล้ชิด จนไข่หวานที่มาแอบดูอยู่นึกในใจว่า “เล่นขนาดนี้เลยเหรอ??” พอนิกกี้ออกมาก็เย้าเพื่อนว่ามารยาร้อยเล่มเกวียนงัดมาใช้หมดเลยนะเนี่ย

    “อ้าว...ไม่งั้นจะรู้ความจริงเหรอยะ” ไข่หวานรีบถามว่ารู้ความจริงว่ายังไง “น้ำหอมกลิ่นผู้ชาย ผิวหนังสากหน่อยๆ กล้ามอกบึกบึน เวลาจับแล้วก็เกร็งพอประมาณ ไม่กล้าสบตาหญิงในระยะใกล้ แต่ปฏิกิริยาไม่ได้รังเกียจผู้หญิง”

    แล้วนิกกี้ก็สรุปว่า ลุงช้างเป็นชายแท้ 80 เปอร์เซ็นต์

    “โอ๊ย...ทำไมต้อง 80 เปอร์เซ็นต์ แล้วทำยังไงถึงจะรู้ชัวร์ๆเนี่ย” ไข่หวานบ่น นิกกี้ถามว่าจะรู้ไปทำไมอยู่กันอย่างนี้ก็ดีแล้ว ไข่หวานจึงสารภาพว่า “ก็ฉัน...ฉันคิดว่าฉันแอบชอบลุงช้าง”

    นิกกี้ตกใจ แต่ปลอบใจเพื่อนว่ายังไงเสียสักวันก็ต้องรู้จนได้ แต่ต้องใช้เวลาหน่อย ไข่หวานเลยถามว่าคุ้นๆกับนามสกุล รุจิอาภรณ์ไหม นิกกี้บอกว่าก็นามสกุลของสาริศไง ไข่หวานอุทานตื่นเต้นมาก คว้ามือถือกดโทร.ออกทันที

    ooooooo

    สาริศยังไม่ทันได้รับสาย เสียงกริ่งหน้าบ้านลุงช้างก็ดังขึ้น มดตะนอยเห็นสาริศมาก็ดีใจวิ่งออกไปสวัสดี

    “สวัสดีค่ะคนสวย...สวัสดีครับคุณช้าง ผมมาเยี่ยมไข่หวานครับ”

    ลุงช้างเชิญเข้าบ้าน สาริศยังไม่ทันเข้า มือถือเขาก็ดังขึ้น เขารับสายเหลือบมองลุงช้างอย่างสังเกต

    “ครับ คุณไข่หวาน...อยากเจอผมเหรอครับ...” ไข่หวานบอกว่าตนมีเรื่องอยากคุยกับเขา ถามว่าว่างเจอกันไหม “สำหรับคุณไข่หวานผมว่างเสมอ...ใจเราตรงกันเลย เดินออกมาหน้าบ้านสิครับ” สาริศยิ้มกรุ้มกริ่ม

    “จริงเหรอคะ งั้นไข่หวานออกไปหาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” วางสายแล้วบอกนิกกี้ว่าสาริศมาพอดีเลย แล้วลากนิกกี้ออกไป

    สาริศเอาของฝากให้มดตะนอย ลุงช้างติงว่าเรารับไว้ไม่ได้หรอก คุณเก็บไว้เถอะ แต่มดตะนอยอ้อนว่า ตนอยากได้ แล้วรับถุงขนมไปกอดไว้ พอดีไข่หวานลงมาเธอตรงดิ่งไปหาสาริศ นิกกี้ตามไปห่างๆ พอเห็นไข่หวาน สาริศยื่นดอกไม้ให้ ถามอย่างห่วงใยว่าขาดีขึ้นหรือยัง?

    “เกือบหายดีแล้วค่ะ คุณสาริศคะ ไข่หวานมีเรื่องจะคุยกับคุณหลายเรื่องเลยค่ะ”

    ว่าแล้วจูงมือสาริศเข้าบ้าน ลุงช้างเบือนหน้าหนีไม่อยากมองก็เจอสายตานิกกี้ที่มองตนอยู่ก่อนแล้ว เธอทำเป็นเบือนหน้ามองไปทางอื่นเหมือนไม่สนใจ

    ooooooo

    ไปนั่งที่ห้องรับแขกแล้วไข่หวานถามสาริศว่านามสกุลของเขาสะกดแบบนี้ใช่ไหม พลางยื่นชื่อและนามสกุลของสริดาให้ดู สาริศดูแล้วบอกว่าเป๊ะเลย ไข่หวานถามต่อทันทีว่า แล้วคนชื่อสริดาเกี่ยวข้องอย่างไรกับเขา?

    พอรู้ว่าสริดาเป็นพี่สาวแท้ๆของเขา ไข่หวานขอร้องให้พาตนไปพบได้ไหม สาริศถามว่าเธอมีธุระอะไรกับพี่ดาหรือ

    “คือ...พี่หมึก เอ่อ...ไข่หวานหมายถึงพี่ชายไข่หวานน่ะค่ะ เขาเป็นรุ่นพี่คุณสริดา พี่หมึกมีเรื่องอยากจะถามคุณสริดาค่ะ” พอสาริศทำหน้าสงสัย ไข่หวานชี้แจงว่า “คือเรื่องมันยาวน่ะค่ะ เล่าที่นี่คงไม่ค่อยสะดวก”

    สาริศชวนออกไปหาอะไรกินกันข้างนอกดีกว่า กินไปคุยไป คุยนานแค่ไหนก็ได้ ถูกนิกกี้ที่ฟังอยู่ด้วยเบรกทันที ห้ามใครไปไหนทั้งนั้น เพราะตนซื้อของกินมาเยอะแยะ ลุงช้างกำลังทำอยู่ในครัว ไม่เกรงใจลุงช้างกันบ้างรึไง! พอทุกคนหันมองก็เห็นลุงช้างยืนอยู่กับมดตะนอยทุกคนเลยหน้าเจื่อน

    “อาหารเย็นพร้อมแล้ว เชิญทุกคนครับ” ลุงช้างเอ่ยพลางจูงมดตะนอยเดินนำไป

    “งั้นผมขอฝากท้องด้วยนะครับ หวังว่าจะไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป” สาริศพูดยิ้มๆแล้วเดินตามไป

    นิกกี้กระซิบกระซาบกับไข่หวานว่า “แกเห็นสายตาของลุงช้างเวลามองคุณสาริศไหม” ไข่หวานพาซื่อถามว่าเขาปิ๊งกันเหรอ? “โอ๊ย...แกนี่มันเซ้นส์ต่ำจริงๆ เขาเขม่นกันต่างหากล่ะยะ เดี๋ยวตอนกินข้าว แกลองสังเกตดูสิ” แล้วลากไข่หวานไป

    ไปถึงโต๊ะอาหาร สาริศจะเดินไปนั่ง ลุงช้างบอกว่าตรงนั้นเป็นที่ของมดตะนอย แล้วเลื่อนเก้าอี้อีกตัวให้นั่งตรงกันข้ามกับตัวเอง เมื่อลงมือกินกัน สาริศแกล้งหยั่งเชิง ชมว่าลุงช้างทำอาหารเก่งจัง ผู้ชายแท้ๆอย่างตนทำไม่ได้แน่

    “ไม่เกี่ยวกับชายแท้ชายไม่แท้หรอกครับ ถ้าฝึกหัดบ่อยๆก็ทำเป็นเอง” ลุงช้างย้อนนิ่มๆ

    สาริศเห็นด้วยแต่ตนไม่ค่อยมีเวลา ทานอาหารนอกบ้านก็อร่อยดี ไข่หวานอวดว่าแต่อาหารลุงช้างอร่อยกว่าทุกร้านที่ตนเคยกินมา สาริศตักแกงเขียวหวานกิน ติงนิดๆว่า แกงเขียวหวานนี่ไม่เผ็ดเลย

    “ก็ไข่หวานไม่กินเผ็ด” ทั้งลุงช้าง ไข่หวานและมดตะนอยตอบพร้อมกัน นิกกี้กลั้นขำที่สาริศหน้าแตก แต่เขาก็ยังแก้เกี้ยวชมว่า รสชาติกลมกล่อมไปอีกแบบ นิกกี้กระซิบว่าเก็บปากไว้กินเฉยๆดีกว่า แต่สาริศไม่หวั่น ยังคงตักกับข้าวให้ไข่หวานอย่างเอาใจ ไม่สนใจลุงช้างที่มองเขม่น เขายังเอาใจมดตะนอยถามว่าอยากกินอะไรจะตักให้

    “ไม่ต้องหรอกครับ มดตะนอยโตพอที่จะกินข้าวได้เองแล้วครับ” ลุงช้างเบรก แต่สาริศก็อ้างว่าอาหารอยู่ไกล ตักให้มดตะนอยจนได้ ขณะที่มือตักกับข้าวให้มดตะนอย ที่ใต้โต๊ะสาริศก็เอาขาสีขาลุงช้าง พอลุงช้างขยับหนีก็ตามไปสีอีก

    “หยุดเดี๋ยวนี้นะ” ลุงช้างโมโหเหยียบเท้าสาริศและวางช้อนเสียงดัง ทุกคนตกใจ มดตะนอยถามว่าลุงช้างเป็นอะไร? “ลุงช้างไม่ค่อยหิวน่ะค่ะ ผมขอตัวนะ” ว่าแล้วลุงช้างก็ลุกออกไป ทุกคนมองกันงงๆ แต่สาริศรู้มองลุงช้างคิดว่าคงไม่ใช่เกย์

    เมื่อสาริศกับนิกกี้จะกลับ มดตะนอยกับไข่หวานออกมาส่ง ไข่หวานขอโทษที่ลุงช้างติดงานในครัวเลยไม่ได้ออกมาส่ง มดตะนอยคุยจ้อชวนสาริศมาเล่นกับตนบ่อยๆ

    “ได้เลยจ้ะ” สาริศยิ้มแย้มแล้วพูดกับไข่หวานว่า “ส่วนเรื่องพี่ดา ผมขอไปคุยกับเขาดูก่อนนะครับว่าจะสะดวกให้พบเมื่อไหร่”

    “ขอบคุณมากค่ะ” ไข่หวานยิ้มอย่างมีความหวัง นิกกี้กระซิบกับเพื่อนว่า ดูๆลุงช้างไม่ปลื้มสาริศสักเท่าไหร่เตือนไข่หวานว่า จะทำอะไรก็เกรงใจเขาหน่อยแล้วกัน “อืมๆขอบใจมาก...บาย” ไข่หวานตอบ ยืนส่งจนสาริศขับรถออกไป

    ooooooo

    ส่งแขกแล้ว ไข่หวานเข้าครัวไปบอกลุงช้างว่าจะช่วยล้างจาน ลุงช้างเฉยจนไข่หวานพูดอีกครั้งจึงบอกว่าไม่ต้องตนทำเองได้ ไข่หวานถามว่าโกรธอะไรตนหรือ ก็ถูกย้อนถามว่า “ทำไมผมต้องโกรธคุณด้วย”

    มดตะนอยเลยโมเมว่าคงโกรธที่ตนกุ๊กกิ๊กกับอาสาริศ แล้วเข้าไปโอ๋ลุงช้างไม่ต้องน้อยใจ ปะเหลาะชวนไปเล่นกันดีกว่า ลุงช้างบอกว่ายังล้างจานไม่เสร็จ ให้มดตะนอยออกไปก่อน ไข่หวานละล้าละลังไม่รู้จะทำอย่างไรดี แต่พอเข้าห้องก็จับตุ๊กตาช้างขึ้นมาถามว่า “ลุงช้างงอนเราเรื่องคุณสาริศจริงเหรอ? ทำไมล่ะ? หรือว่า?!...”

    พอดีหมึกโทร.มาถามว่าติดต่อสริดาได้หรือยัง ไข่หวานบอกว่าได้แล้วเธอเป็นพี่สาวของสาริศ ผู้จัดประกวด WCA และคงจะได้เจอกันเร็วๆนี้ รอให้สาริศไปขออนุญาตก่อน หมึกดีใจมากบอกว่าโล่งอกไปที เพราะนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว

    แต่พอสาริศไปคุยกับสริดาว่าผู้หญิงที่ตนชอบมากอยากพบพี่ ก็ถูกสวนทันทีว่า “เอาอีกแล้ว เธอก็รู้ว่าพี่ไม่ชอบเจอใคร” ยิ่งเมื่อสาริศบอกว่าเธอชื่อไข่หวานพี่ชายเธอชื่อหมึกตามหาพี่ดาอยู่ สริดาถึงกับช้อนร่วงจากมือพึมพำ “หมึก!”

    เหตุการณ์เมื่อ 6 ปีก่อนย้ำความทรงจำที่เจ็บปวดของสริดาขึ้นมาทันที วันนั้นเป็นวันเปิดเทอม มีนักศึกษาจับกลุ่มกันมากมายสริดากับกวางยืนอยู่ด้วยกัน หมึกเดินผ่านมาสริดาสะกิดกวางให้ดูพูดอย่างหลงใหลว่า

    “โอ๊ย...ใจฉันจะละลายแล้วกวาง!! คนนี้ไง...ที่ฉันบอกเธอว่ายอมตายถวายหัวเลย ต้องขอเป็นแฟนให้ได้” กวางถามว่าเว่อร์ไปไหม แต่เขาก็น่ารักดีเหมือนกัน “ไม่เว่อร์หรอก ฉันชอบเขามากจริงๆนะ ดูดี ถูกระเบียบฉันทุกอย่างเลย!!”

    “แล้วเธอรู้จักเขาเหรอ”

    “รู้สิ!! ชื่อพี่หมึก อยู่คณะบัญชี”

    กวางหันมองพี่หมึกอีกครั้ง คราวนี้มองอย่างชื่นชมโดยไม่รู้ตัว...

    สาริศเข็นรถมาส่งสริดาที่ห้อง แล้วขอตัวไปทำงาน สริดาเข็นรถพาตัวเองไปที่ลิ้นชักหยิบรูปใบหนึ่งขึ้นดู เป็นรูปที่ถ่ายกันสามคน มีสริดา หมึก และกวาง หมึกยืนตรงกลางเอียงหน้าไปทางกวาง ในขณะที่สริดาเอียงหน้ามาทางหมึก เป็นภาพที่ย้ำความเจ็บปวดแก่สริดาไม่น้อย

    ส่วนลุงช้างก็ยังหมางเมินมึนชากับไข่หวาน จนเธอถามว่าโกรธที่สาริศมาบ้านใช่ไหม ลุงช้างบอกว่าตนไม่ค่อยชอบความวุ่นวาย ไข่หวานจึงขอโทษแทนสาริศ

    “ผมเข้าใจว่าคุณคงมีธุระส่วนตัวกับเขา แต่...ผมขอพูดตรงๆนะ ผมไม่ชอบให้เขามาที่นี่ คุณไม่รู้หรอกว่าเขาทำอะไรไว้บ้าง และผมก็ไม่อยากให้คุณไปยุ่งกับคนแบบนั้นด้วย”

    ไข่หวานถามว่าแค่เขาตักข้าวให้มดตะนอยทำให้เขาโกรธถึงขนาดนี้เลยหรือ ลุงช้างบอกว่ามันไม่ใช่แค่นั้น แต่พอไข่หวานถามว่าแล้วมันคืออะไร ลุงช้างก็นิ่งไม่ตอบ ตัดบทว่า “เอาเป็นว่าผมมีเหตุผลของผม”

    “ไข่หวานก็มีเหตุผลของไข่หวานเหมือนกันค่ะ เหตุผลสำคัญมากด้วย ไข่หวานจำเป็นต้องติดต่อกับคุณสาริศต่อไปค่ะ”

    ไข่หวานเดินไปหยิบสมุดโน้ตแรงๆ ทำให้รูปอนุชที่เสียบอยู่ในสมุดหลุดปลิวไปตกใกล้เท้าลุงช้าง ลุงช้างก้มมองรูปที่พื้นแล้วเงยขวับมองหน้าไข่หวาน!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:04 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์