นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แก้วตาหวานใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: “บอย-มิ้นต์” ประกบคู่กันครั้งแรกใน “แก้วตาหวานใจ”

    ส่งมดตะนอยไปโรงเรียนแล้ว ลุงช้างกลับมาแก้บทในห้องทำงาน หลังจากไข่หวานกินอาหารที่ลุงช้างจัดไว้ให้ที่โต๊ะแล้วเดินมาที่หน้าห้องทำงาน ได้ยินเสียงลุงช้างที่กำลังแก้บทไปพูดไป เป็นบทเกย์ออดอ้อนเว้าวอนกับเกย์

    ไข่หวานยืนอึ้งที่ได้ยินลุงช้างพูดและพิมพ์บทไปน้ำตาไหลไป พอเงยหน้าเห็นไข่หวาน ลุงช้างรีบเช็ดน้ำตา ทัก ไข่หวานรีบขอโทษบอกว่าตนเพิ่งเดินผ่านมาไม่ได้ยินอะไรเลย ลุงช้างบอกได้ยินก็ไม่เป็นไร งานตนไม่ใช่ความลับ

    “งาน?”

    “ผมกำลังเขียนบทละครเกี่ยวกับเกย์อยู่น่ะครับ” ลุงช้างถามว่าไข่หวานมาหามีอะไรหรือเปล่า ไข่หวานชมว่าอาหารเช้าอร่อยมาก ถามว่าวันนี้ตนจะไปแถวสุขุมวิท จะขับรถไปทางไหนดี?

    ลุงช้างบอกเส้นทางอย่างละเอียดและเอากุญแจบ้านให้เผื่อจะไปไหนมาไหนกลับไม่พร้อมกัน และถ้าหลงทางก็โทร.หาตนได้ตลอดเวลา บอกว่าวันนี้ตนมี ประชุมจะออกไปพร้อมกันเลยก็ได้ ไข่หวานดีใจรีบโอเค

    “ขอบคุณค่ะ ลุงช้างเนี่ยรอบคอบจริงๆเลย”

    แต่พอลุงช้างไปสตาร์ตรถปรากฏว่าสตาร์ตไม่ติด ไข่หวานเปิดกระโปรงหน้าดูบอกว่าหัวเทียนเสีย

    “เดี๋ยวไข่หวานไปส่งเองค่ะ ส่วนเรื่องรถ ตอนเย็นไข่หวานทำธุระเสร็จแล้วจะซื้ออะไหล่มาเปลี่ยนและเซตเครื่องให้ใหม่” แล้วชวนรีบไปกันเดี๋ยวไม่ทันเวลา ระหว่างไข่หวานขับรถลุงช้างก็คอยบอกเส้นทาง ไข่หวานขับรถค่อนข้างเร็ว ทีแรกลุงช้างก็นั่งใจคอไม่ดีแต่พอรู้ว่าไข่หวานเคยขับรถแข่งมาแล้วก็เบาใจ

    มาถึงทางม้าลาย ไข่หวานเห็นเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งรอข้ามถนนแต่ไม่มีรถหยุดให้ข้าม ไข่หวานจอดรถแล้วลงไปโบกรถให้หยุดพลางบอกเด็กนักเรียนให้ข้ามถนน ลุงช้างถามว่าทำแบบนี้ไม่กลัวหรือ แล้วลุงช้างก็อึ้งกับคำตอบที่มั่นใจตัวเองว่า

    “ไม่เห็นจะต้องกลัวเลยนี่คะ ไข่หวานแค่ช่วยเด็กข้ามถนน ไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย ไข่หวานว่าถ้าพวกผู้ใหญ่รักและเป็นห่วงเด็กๆ เหมือนลุงช้างรักและเป็นห่วงมดตะนอยก็คงจะดี”

    “ขอบคุณครับ” ลุงช้างเอ่ยเบาๆทึ่งๆ พอส่งลุงช้างแล้วไข่หวานบอกว่าถ้ารถยังซ่อมไม่เสร็จตนจะเป็นโชเฟอร์ให้จนกว่าจะซ่อมเสร็จ ลุงช้างพยักหน้าเตือนว่าอย่าขับซิ่งมากล่ะ ไข่หวานรับคำยกมือบ๊ายบาย ลุงช้างยืนดูจนรถลับสายตาไป

    ooooooo

    ลุงช้างไปแก้บทเรื่อง “ข้ามชาติมาหารัก” ลุงช้างถามตูนว่าใครเป็นนางเอก ตูนบอกว่าเป็นนางเอกใหม่เพิ่งกลับจากนอก เริ่ดมาก สวยมาก เปรี้ยวมาก ให้ลุงช้างรอก่อนเดี๋ยวเธอคงมาจะได้ดูคาแรกเตอร์ด้วย

    ระหว่างนั้นไข่หวานโทร.มาบอกลุงช้างว่าตนหลงทาง ลุงช้างถามจุดที่ไข่หวานอยู่แล้วบอกเส้นทางไปสุขุมวิทให้ ไข่หวานดีใจเมื่อเจอป้ายถนนสุขุมวิท ลุงช้างเลยขอไปประชุมก่อน

    นางเอกใหม่มาแล้ว เธอคือ ภารวี สาวไฮโซอดีตรุ่นน้องโรงเรียนเดียวกับลุงช้างและเป็นเพื่อนบ้านเก่าของลุงช้างนั่นเอง! พอตูนพาไปพบกัน ภารวีอุทาน “พี่ช้าง!” ตูนดีใจที่ทั้งสองรู้จักกันมาก่อนจะได้ทำงานกันง่ายขึ้น

    ฝ่ายไข่หวาน ขับรถไปหาบ้านของกวางตามที่หมึกบอกจนเจอ พอเจ้าของบ้านออกมา เธอถามหากวาง เจ้าของบ้านบอกว่าบ้านนี้ไม่มีคนชื่อกวาง น่าจะเป็นเจ้าของบ้านคนเก่าที่ย้ายไปนานแล้ว ไข่หวานผิดหวัง รู้สึกเคว้งคว้างไม่รู้จะไปตามหาได้ที่ไหนอีก รีบโทร.บอกหมึก บอกพี่ชายว่าอย่าเครียดเพราะถ้าเครียดตนก็ยิ่งกดดัน ไว้ตนจะสืบจากที่อื่นต่อไป

    “เออๆ ขอบใจนะ” หมึกตอบแค่นั้นแล้ววางสาย เขานั่งเครียดกับข่าวที่ไข่หวานบอก

    ooooooo

    นิกกี้หาแฟ้มรายชื่อสื่อมวลชนที่เลขาคนก่อนของสาริศเชิญมาไม่เจอ ถามสายสมรเลขาของตวงพรก็ไม่ได้รับความร่วมมือเพราะเจ้านายขัดแย้งกัน

    นิกกี้ตัดสินใจเริ่มใหม่หมด ขณะกำลังเครียดก็ถูกสาริศโทร.มาเร่งให้ไปสรุปการเตรียมงานให้ฟังที่ห้องเดี๋ยวนี้เลย

    “เอกสารคู่มือการประกวดของผู้สมัครพร้อมแล้ว โทร.คอนเฟิร์มออแกไนเซอร์ที่จะมาเซตงานแล้ว เหลือแต่โทร.คอนเฟิร์มสื่อ แล้วนี่...ฉันเขียนสปีกเปิดงานให้คุณเสร็จแล้ว คุณก็แค่ไปท่องมาให้เป๊ะ และแต่งตัวหล่อ มาก็พอ”

    สาริศบอกว่าความจริงเธอก็ไม่เห็นต้องทำอะไรมาก แค่ประสานงานนิดๆหน่อยๆ ต่อจากเลขาคนก่อน นิกกี้ประชดว่า “ค่ะ...ไม่เห็นต้องทำอะไรมาก” แต่สาริศ ไม่รู้ตัว สั่งว่าเย็นนี้หลังเลิกงานไปธุระกับตนด้วย นิกกี้ทำหน้าฉงนทวนว่า “หลังเลิกงาน?” สาริศบอกว่าจะจ่ายค่าโอทีให้

    “ฉันไม่ได้เห็นแก่เงินขนาดนั้นนะคุณ” สาริศท้าให้พิสูจน์ เธอตอบรับทันที “คุณรับปากแล้วนะ ส่วนเรื่องโอที ถ้าคุณไม่เอา ผมก็ไม่บังคับแล้วกัน” พูดแล้วเดินออกไป ทิ้งนิกกี้ให้เจ็บใจอยู่ที่โต๊ะ

    ooooooo

    ไข่หวานซื้ออะไหล่มาซ่อมรถของลุงช้างเสร็จก็พอดีกับที่ลุงช้างรับมดตะนอยนั่งแท็กซี่กลับมาถึง เธอบอกว่าซ่อมรถเสร็จแล้ว มดตะนอยถามตื่นเต้นว่าอาไข่หวานซ่อมรถเป็นด้วยหรือ เท่จังเลย

    มดตะนอยเห็นที่แก้มไข่หวานเปื้อนน้ำมันเครื่องก็ล้อน่ารักว่าอาไข่หวานหน้าเหมือนแมวเหมียว ไข่หวานแกล้งทำท่าจะป้ายมดตะนอยบ้าง เลยวิ่งไล่กันสนุกสนาน ลุงช้างมองทั้งสองเล่นกันแล้วยิ้มเอ็นดู พอไข่หวานพามดตะนอยไปล้างหน้า มดตะนอยถามว่า เราอยู่กันสองคนแล้วจะบอกได้หรือยังว่ายกทรงเอาไว้ทำอะไร ไข่หวานบอกว่าเอาไว้เก็บซาลาเปา เอาไว้มดตะนอยโตเป็นสาวตัวโตเท่าอาไข่หวานก่อนแล้วจะเข้าใจ

    พิชิตรับคำสั่งจากนายแม่ขับรถทัวร์บีบแตรลั่นมาแต่ไกล มือหนึ่งจับพวงมาลัยอีกมือถือแผนที่บ้านลุงช้าง ปากก็ตะโกนให้รถคันอื่นหลบหน่อยเพราะรถตนเบรกไม่ค่อยดี

    ลุงช้างออกมาดูว่าใครมาบีบแตรลั่นไปหมด เห็นรถทัวร์ขับช้าๆ ผ่านไป ไข่หวานกับมดตะนอยตามออกมาดูด้วย

    พิชิตดูแผนที่รู้ว่าขับเลยบ้านที่จะมาหามาแล้วก็ขับถอยหลังพรืดมารถเกือบชนมดตะนอยดีที่พิชิตเบรกรถทัน มดตะนอยตกใจล้มก้นกระแทกร้องไห้จ้า ลุงช้างกับไข่หวานรีบเข้ามาดู พิชิตตกใจรีบลงจากรถยกมือไหว้ขอโทษ ไข่หวานเห็นเป็นพิชิตก็โกรธ บอกให้รอตรงนี้ก่อนอย่าไปไหน แล้วรีบวิ่งตามลุงช้างที่อุ้มมดตะนอยเข้าบ้านไป

    พอหายตกใจมดตะนอยหยุดร้องไห้ ลุงช้างถามว่าเจ็บตรงไหนไหม มดตะนอยบอกว่าเจ็บก้นแต่หายแล้วไม่ยอมให้พาไปหาหมอ ลุงช้างจึงอุ้มมดตะนอยขึ้นไปนอนพักที่ห้อง ไข่หวานมองตามไปรู้สึกตัวเองผิดมาก

    ไข่หวานออกมาหาพิชิต เธอบอกว่าเกือบไปนอนห้องขังแล้วไหมล่ะ พิชิตบอกว่าตนเปลี่ยนลูกยางเบรกแล้วไม่นึกว่ามันจะแตกอีก แล้วเอากุนเชียงให้ ไข่หวานรู้แกวขู่ให้บอกมาตรงๆดีกว่าว่ามาทำไม เพราะกุนเชียงเอามาเมื่อวานยังไม่ได้กินเลย ถ้าสารภาพจะลดโทษให้กึ่งหนึ่ง แต่ถ้ายังไม่พูดก็จะบอกให้คุณลุงเขาเอาผิดน้าชิตเรื่องเมื่อกี๊ พิชิตรีบพูดเร็วปรื๋อว่า

    “นายแม่ให้มาดูว่าบ้านที่คุณไข่หวานมาอยู่ปลอดภัย ดีไหม คุณลุงช้างเป็นยังไง กุนเชียงเป็นแค่ข้ออ้างครับ”

    ไข่หวานถามว่าแล้วมาถูกได้ยังไง พิชิตบอกว่านายแม่ถามจากหนูเล็ก ถามว่ามีอะไรอีกไหมถ้าไม่มีตนก็จะลาเลย แต่พอหันหลังเท่านั้นมือถือพิชิตก็ดังขึ้นไข่หวานเห็นพิรุธตามไปถามว่า

    “นายแม่ใช่ไหม” แล้วแย่งมือถือพิชิตไปพูดเอง

    ooooooo

    พอเอาโทรศัพท์แนบหู ไข่หวานก็ได้ยินเสียงนายแม่ถามทันทีว่า “ได้เรื่องไหมไอ้ชิต”

    “ได้ค่ะ เรื่องใหญ่ด้วย”

    “อ้าว...ไอ้ไข่หวานใครใช้ให้แกมารับสายไอ้ชิตมัน”

    ไข่หวานบอกนายแม่ว่าตนรู้เรื่องหมดแล้ว ขอร้องนายแม่อย่าให้น้าชิตมาที่นี่อีกเลย เมื่อกี๊น้าชิตก็ขับรถเกือบชนหลานลุงช้าง นายแม่ตกใจถามว่าหลานเขาเป็นอะไรไหม ให้รีบไปช่วยเขาดูหน่อย ไข่หวานให้นายแม่สัญญาก่อนว่าจะไม่ส่งคนมายุ่งที่นี่อีก แค่นี้ตนก็เกรงใจเขาจะแย่อยู่แล้ว

    “เออๆๆ ได้ ฉันจะไม่ไปยุ่งแล้ว” แต่พอวางสายนายแม่ก็พูดต่อ “ถ้าไม่จำเป็น” ส่วนไข่หวานส่งมือถือคืนพิชิต บอกเขาว่าห้ามมาที่นี่อีกจำไว้ พิชิตรับคำแล้วรีบกลับ ส่วนไข่หวานหันเดินกลับเข้าบ้านด้วยความเป็นห่วงมดตะนอย

    พอเข้าบ้านก็เจอลุงช้างกับมดตะนอยที่อาบน้ำประแป้งหน้าขาวแล้ว ไข่หวานขอโทษลุงช้างอีกครั้งที่ทำให้วุ่นวาย ลุงช้างบอกไม่เป็นไร โชคดีที่มดตะนอยไม่โดนรถชน มดตะนอยเห็นกุนเชียงบนโต๊ะถามว่าเมื่อวานตอนรื้อกระเป๋าก็เห็นอาไข่หวานเอามาแล้วไม่ใช่หรือ
    ไข่หวานบอกว่าแม่รู้ว่าอาชอบเลยส่งมาให้อีก มดตะนอยบอกว่าตนก็ชอบ ไข่หวานเลยยกให้มดตะนอยกับลุงช้าง

    ลุงช้างถามแซวๆ ว่าเพิ่งรู้ว่ารถทัวร์มีบริการส่งของถึงบ้านด้วย ไข่หวานเลยเล่าให้ฟังว่า ตนเป็นลูกสาวเจ้าของอู่รถทัวร์ดาวเรืองที่โคราช ลุงช้างให้มดตะนอยเอากุนเชียงไปไว้ในครัว แล้วขอคุยกับไข่หวานจึงรู้เรื่องราวของเธอมากขึ้นว่า

    “ไข่หวานเป็นลูกสาวคนเดียวของนายแม่ค่ะ แล้วที่ไข่หวานมากรุงเทพฯคราวนี้ไม่ได้มาตามหาญาติอย่างเดียว แต่ไข่หวานมาประกวดแบรนด์แอมบาสเดอร์ของบริษัทรถยนต์ด้วยค่ะ นายแม่คงเป็นห่วงก็เลยส่งคนมาคอยดู”

    ลุงช้างตำหนิตัวเองว่า “จริงๆ ผมก็มีส่วนผิดที่เปิดประตูทิ้งไว้ แต่ไหนๆเราก็ต้องอยู่ด้วยกันไปอีกสักพัก ผมมีอะไรจะขอ” ไข่หวานนึกว่าจะให้ช่วยงานบ้าน ซ่อมรถ ขัดห้องน้ำรีบบอกว่าตนทำได้ “ไม่ใช่เรื่องพวกนั้นหรอกครับ ผมขอแค่ว่า ต่อไปนี้ไม่ว่าไข่หวานหรือคนของไข่หวานจะมาทำอะไรในบ้านนี้ อย่าลืมเด็ดขาดว่ามีเด็กหกขวบอยู่ด้วยอีกคนนึง...ผมขอแค่นี้...ไข่หวานช่วยผมได้ไหม”

    “ค่ะลุงช้าง ไข่หวานสัญญา จะไม่ให้เกิดเรื่องอย่างวันนี้ขึ้นอีกค่ะ”

    “ขอบคุณมากครับ จริงสิ...แล้วไข่หวานนึกยังไงถึงมาประกวดล่ะ”

    พอไข่หวานบอกว่ารางวัลที่จะไปดูงานรถยนต์ที่เมืองนอกล่อใจ เพราะเป็นความฝันของตนตั้งแต่สมัยเรียนวิศวะแล้ว พูดออกตัวเขินๆ ว่า “แต่ก็ไม่รู้จะประกวดสู้เขาได้ไหมเพราะที่จริง ไข่หวานไม่ค่อยถนัดเรื่องสวยๆ งามๆนัก”

    “งั้นไข่หวานมีอะไรให้ช่วยก็บอกผมได้นะ ไม่ว่าจะเรื่องประกวดหรือเรื่องตามหาญาติ” ลุงช้างยิ้มให้อย่างเอ็นดู

    “ลุงช้างใจดีเหมือนที่ยัยหนูเล็กบอกเลยค่ะ... งั้น...

    ไข่หวานอาจจะขอความช่วยเหลือลุงช้างเรื่องประกวดบ้างนะคะ ส่วนเรื่องตามหาญาติไข่หวานคงไม่กวนดีกว่า อืม...คือ...คือไข่หวานไม่รู้จะเล่าให้ลุงช้างฟังยังไงน่ะค่ะ”

    ลุงช้างยิ้มใจดีบอกว่า เข้าใจว่าทุกคนมีเรื่องส่วนตัวกันทั้งนั้น ไข่หวานขอบคุณอีกครั้งที่ลุงช้างเข้าใจตน และตนเองก็จะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของลุงช้างค่ะ... ถ้าไม่จำเป็น พูดแล้วหัวเราะบอกว่า “ไข่หวานล้อเล่นค่ะ”

    ooooooo

    สาริศไปซื้อเสื้อผ้าในห้าง ให้นิกกี้ตามไปด้วย ให้เธอช่วยเลือกให้ บอกให้เธอจดไซส์ทั้งเสื้อ กางเกง กระทั่งกางเกงใน นิกกี้ฉุนขาดบอกว่าถ้าหาซื้อกางเกงใน ใส่เองไม่ได้ก็ไม่ต้องใส่มันแล้ว!!

    ซื้อเสื้อผ้าเสร็จก็ชวนไปกินข้าวเย็นถือว่าเป็นการจ่ายโอทีให้ก็แล้วกัน นิกกี้ไม่ต้องการค่าโอทีแต่จะไปกินเพราะหิว พอเขาถามว่าอยากกินอะไร มองหน้ากันแล้วพูดพร้อมกันว่า “อาหารไทย” พูดแล้วหัวเราะกันบอกว่าเพราะเราอยู่เมืองนอกนานจนเบื่ออาหารฝรั่ง ต่างยิ้มขำๆที่ใจตรงกันโดยบังเอิญ

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น ไข่หวานนุ่งกระโปรง มดตะนอยชมว่าวันนี้อาไข่หวานใส่กระโปรงสวยจังเลย ลุงช้างถามว่าวันนี้ออกไปทำธุระหรือ

    ไข่หวานบอกว่าวันนี้ต้องไปสมัครประกวด มดตะนอยตื่นเต้นถามว่าอาไข่หวานจะไปประกวดนางงามหรือ? ไข่หวานหัวเราะบอกว่าก็คล้ายๆแหละ เอาไว้กลับมาค่อยเล่าให้ฟัง วันนี้ขอไปก่อนเดี๋ยวเที่ยงเขาก็ปิดรับสมัครแล้ว

    มดตะนอยติงว่านี่เพิ่ง 7 โมงเอง ไข่หวานยิ้มเขินบอกว่าเผื่อหลงทางนิดหน่อย ลุงช้างเลยอาสาว่าวันนี้ตนกับมดตะนอยว่างให้ไปเป็นเพื่อนไหมจะได้ไม่หลง ไข่หวานดีใจแต่ก็เกรงใจ

    ลุงช้างมองหน้าไข่หวานบอกว่าน่าจะแต่งหน้าอีกนิดหนึ่ง ไข่หวานบอกว่าตนแต่งแล้ว

    “คุณรอผมเดี๋ยวนะ อย่าเพิ่งไป” ลุงช้างเดินไปเอาเครื่องสำอางครบชุดมาวาง บอกไข่หวานที่ทำตาโตแปลกใจว่า “เมกอัพนี่ผมซื้อไว้แต่งให้มดตะนอยตอนงานกีฬาสีน่ะ มา...ลุงช้างจะช่วยแต่งหน้าให้เอง”

    ไข่หวานตกใจแต่ก็ยอมให้ลุงช้างแต่งหน้าให้โดยมีมดตะนอยคอยเป็นผู้ช่วยหยิบโน่นส่งนี่ให้ พอถึงตอนปัดแก้ม ทาอายแชโดว์ ไข่หวานหลับตาให้แต่ง แต่พอลืมตาก็จ๊ะเอ๋กับดวงตาคมกริบของลุงช้างจังๆ ทำเอาต้องมองเมินหน้าไปทางอื่น

    มดตะนอยชมว่าอาไข่หวานสวยสุดยอดไปเล้ย!

    ไข่หวานถามว่าแกล้งชมให้อาดีใจใช่ไหม ลุงช้างบอกยิ้มๆว่า

    “เด็กไม่พูดโกหกหรอกครับ” ไข่หวานบอกว่าโตไปมดตะนอยต้องสวยกว่าอาไข่หวานอีก มดตะนอยทำท่าตื่นเต้นถามว่าแล้วมดตะนอยก็จะมีซาลาเปาด้วยใช่ไหม ลุงช้างเลยตัดบทชวน “ไป...ไปกินข้าวกัน ลุงช้างเตรียมของโปรดของสาวๆไว้แล้ว” ไข่หวานกับมดตะนอยมองหน้าพูดพร้อมกันว่า ข้าว-ผัด-กุน-เชียง แล้วหัวเราะกันอย่างมีความสุขทั้งสามคน

    ooooooo

    ภายในห้องจัดงาน นิกกี้มาสวัสดีต้อนรับบรรดานักข่าวอย่างยิ้มแย้มอ่อนโยน สายสมรมาเป่าหูว่า นิกกี้ทำอย่างกับเป็นเจ้าของบริษัทเสียเอง ตวงพรยืนกอดอกมองนิกกี้ พูดกับสายสมรว่า

    “บริษัทเราได้พนักงานเก่งๆ มาร่วมงานก็น่าจะดีใจ แต่...ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเด็กนั่นจะเก่งจริงหรือเปล่า ฉันว่าเราควรจะให้บททดสอบกับเด็กนั่นหน่อยเป็นไง” โดยอ้างว่า คนที่จะเหมาะสมกับตำแหน่งประธานกรรมการก็ต้องมีเลขาที่ดีด้วย ย้ำว่า “ถ้ายัยนี่สอบตก ก็อย่าหวังเลยว่าสาริศจะสอบผ่าน”

    “จัดให้ค่ะ” สายสมรตอบรับทันที

    ภารวีแต่งตัวสวยนวยนาดเข้ามาสวัสดีตวงพร เธอบอกว่ากำลังรออยู่พอดี แนะภารวีว่าต้องสมัครเป็นคนสุดท้ายจะได้เด่นที่สุด ภารวีขอบคุณและขอให้ตวงพรช่วยดันตนให้ได้ตำแหน่งด้วย

    “อาต้องช่วยหนูภาเต็มที่อยู่แล้ว หนูภาก็เหมือนลูกหลานของอาคนนึง ถ้าหนูภาได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ หนูภาก็ต้องช่วยอาหว่านล้อมกรรมการแล้วก็ผู้ถือหุ้น” ภารวีถามว่าหว่านล้อมไปทำไม “เอาเถอะน่ะ ถึงเวลานั้นเมื่อไร อาจะบอกหนูภาเองว่าหนูต้องทำอะไรบ้าง”

    “งั้นงานนี้พวกเราก็วินวินสิคะ” ภารวีหัวเราะร่วน ส่วนตวงพรยิ้มสะใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

    ooooooo

    การเดินทางของไข่หวานค่อนข้างทุลักทุเลเพราะนอกจากลุงช้างจะขับรถช้าแล้ว มดตะนอยเกิดปวดปู๊ดๆขึ้นมาอีกจนต้องแวะปั๊มให้ไปเข้าห้องน้ำ ออกมาก็หิวแวะซื้อไอติมอีก พอมาขึ้นรถ นิกกี้ก็โทร.ตามไข่หวานว่ามาถึงไหนแล้ว

    เจ้ากรรม! ขับไปไม่ทันไรรถยางแตกอีก ไข่หวานเห็นลุงช้างเปลี่ยนยางช้าเลยลงมือเอง เหงื่อท่วมจนเครื่องสำอางบนหน้าเลอะหมด พอเปลี่ยนยางเสร็จไข่หวานเกรงจะไปไม่ทันขอขับเอง ลุงช้างให้ไข่หวานขับแต่อย่าขับเร็วเหมือนวันนั้นเพราะมีเด็กอยู่ในรถ พอไปถึงลุงช้างบอกไข่หวานว่า เสร็จแล้วให้โทร.บอกด้วย

    ขณะเดินผ่านกระจกไข่หวานแอบมองตัวเองเห็นเครื่องสำอางเลอะหมด เลยรีบเช็ดออก สาริศออกมาคุยโทรศัพท์เห็นจึงเข้าไปยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เช็ด ไข่หวานบอกว่าเช็ดแล้ว เขาบอกว่าตรงเปลือกตายังเลอะอยู่ ไข่หวานขอบคุณรับผ้าเช็ดหน้าไปเช็ด เสร็จแล้วส่งคืนขอบคุณพร้อมกับปล่อยผมสยายลงมาเอามือสางๆ พอให้หายยุ่งแล้วรีบเดินเข้าไป

    สาริศมองไข่หวานที่สวยแบบเซอร์ๆ ราวกับต้องมนต์

    ooooooo

    ภารวีทำตามที่ตวงพรบอกรอจนคนสุดท้ายจึงไปยื่นใบสมัคร แต่ขณะกำลังยื่นก็มีอีกคนกระหืดกระหอบมายื่นต่อถามเจ้าหน้าที่ว่ายังทันใช่ไหมคะ

    “ค่ะ ทันเวลาพอดี...คุณหวันยิหวา อัศวเรืองฤทธิ์นะคะ”

    “ค่ะ หวันยิหวาค่ะ” ไข่หวานตอบอย่างโล่งอกที่มาทันอย่างฉิวเฉียด บรรดานักข่าวที่มาสัมภาษณ์ภารวีเมื่อครู่นี้ บอกกันว่าภารวีไม่ใช่คนสุดท้าย ยังมีสุดท้ายอีกคนสวยเสียด้วย หุ่นเป๊ะ ผิวก็ดี อย่างนี้ได้เป็นตัวเก็งแน่

    ไข่หวานหันมองภารวี เห็นฝ่ายนั้นมองอยู่พอดีเลยยิ้มให้อย่างมีไมตรี ถูกภารดีหน้าตึงใส่ ต่างโบกมือให้นักข่าว โพสท่าให้นักข่าวถ่ายรูปแข่งกัน สาริศมาเห็นสองสาวกำลังชิงดีกันก็พึมพำยิ้มๆ

    “สนุกล่ะทีนี้”

    พิธีกรขึ้นเวทีประกาศว่าหลังพักเที่ยงจะมาจับหมายเลขประจำตัวของผู้เข้าสมัคร ถ้าเรียกแล้วไม่มาจะถูกตัดสิทธิ์ทันที นิกกี้ยืนอยู่ใกล้ๆโพเดียม ก้มอ่านเอกสารในมือแล้วเงยหน้ายิ้มให้ไข่หวานเดินไปหา ไข่หวานจะเข้ากอด นิกกี้เบี่ยงตัวหลบบอกไม่ต้องกอด ใครรู้ว่าเราสนิทกันจะไม่ดี

    นิกกี้เห็นหน้าไข่หวานซีดและเครื่องสำอางเลอะ บอกเพื่อนว่าจะแต่งหน้าให้ใหม่ ตนจะไปเอาเมกอัพก่อนให้ไข่หวานไปรอที่ห้องน้ำด้านโน้น ไข่หวานบอกไม่ต้อง ก็ถูกนิกกี้ดุเบาๆว่า

    “ไม่ต้องเถียง เดี๋ยวตอนจับเบอร์ผู้เข้าประกวดทุกคนต้องไปยืนเรียงแถวโชว์หน้าตา แล้วถ้าแกไม่สวยเด้งก็เสร็จคนอื่นพอดี” ไข่หวานติงว่าเกินไปหรือเปล่านี่ประกวดนางสาวไทยหรืออะไรกันแน่ “เออน่า...ไม่ต้องบ่น รีบไปที่ห้องน้ำเลย”

    สายสมรจับตามองทั้งสองตลอดเวลา แต่นิกกี้กับไข่หวานไม่รู้ตัว

    นิกกี้ไปเอากระเป๋าเครื่องสำอางที่รถแล้วรีบไปหาไข่หวาน เธอลืมมือถือไว้ในรถ พอไปถึงห้องน้ำ นิกกี้ลงมือแต่งหน้าให้ไข่หวาน แต่งแล้วชมว่าสวยมาก มั่นใจว่า “เชื่อฉันสิ แกเกิดแน่ๆ”

    ระหว่างนั้น สายสมรเดินมาหน้าห้องน้ำ มองซ้ายมองขวาไม่เห็นใครก็ล็อกประตูจากข้างนอกทันที

    เมื่อใกล้เวลาประกวด สาริศถามหานิกกี้ พนักงานคนหนึ่งบอกว่าเมื่อกี๊เห็นยืนอยู่แถวโต๊ะรับสมัคร สาริศสั่งไปบอกให้มาหาตนด้วย

    พอนิกกี้แต่งหน้าให้ไข่หวานเสร็จ ก็บอกให้ไข่หวานออกไปก่อนเดี๋ยวตนตามไปจะได้ไม่ผิดสังเกต ไข่หวานเปิดประตูไม่ออกบอกว่าถูกล็อกจากข้างนอก นิกกี้จะโทร.เรียกเจ้าหน้าที่ก็หาโทรศัพท์ไม่เจอ จึงเอามือถือของไข่หวานโทร. แต่เจ้ากรรม จำเบอร์โทร.ไม่ได้อีก สุดท้าย

    เลยต้องใช้วิธีดั้งเดิมคือ ตะโกนเรียกให้คนมาช่วย

    สาริศหงุดหงิดมากที่นิกกี้หายไป โทร.เรียกก็ไม่รับสาย ถามก็ไม่มีใครเห็น เลยแก้ปัญหาเอง ถามพิธีกรว่า

    “คุณรู้ลำดับงานใช่ไหมว่าต้องทำอะไรต่อ” พิธีกรรู้แต่สาริศจะต้องเป็นคนจับหมายเลข ตนยังไม่ได้รายชื่อผู้เข้าประกวดทั้งหมดเลย พนักงานมาเร่งสาริศว่านักข่าวบ่นกันใหญ่บอกว่าจะไม่รอแล้ว “เอาลิสต์รายชื่อมาให้พิธีกรแล้วไปหากล่องหมายเลขที่จะจับมาด้วย” สาริศสั่งอย่างเร่งด่วน

    สายสมรอวดผลงานของตัวเองกับตวงพรอย่างสะใจว่า ตนจัดไปแล้ว วิ่งวุ่นกันใหญ่เลย รายงานต่ออย่างภูมิใจว่า เห็นนักข่าวเริ่มกลับไปบ้างแล้ว

    “ดีมาก มันเรียกนักข่าวมาได้ เราก็ไล่นักข่าวไปได้เหมือนกัน” ตวงพรยิ้มร้าย

    ooooooo

    เมื่อได้เวลา สาริศขึ้นไปยืนที่โพเดียมมองไปรอบๆ ส่วนพิธีกรถือไมค์ยืนอยู่ข้างๆ

    สาริศแนะนำตัวเองในฐานะรองประธานกรรมการตัวแทนบริษัท World Class Auto แล้วขอบคุณพร้อมทั้งขออภัยทุกท่านที่เกิดความล่าช้า แต่ให้ความมั่นใจว่า

    “ผมยืนยันว่าการประกวดครั้งนี้จะสร้างปรากฏ– การณ์ได้อย่างแน่นอน เพราะเราจะต้องคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุด ด้วยการทดสอบความรู้ความสามารถของผู้เข้าประกวดตามคอนเซปต์ของรถ ในรูปแบบที่แตกต่างและชวนติดตามแน่นอนครับ”

    “ขอบคุณครับคุณสาริศ ทุกท่านพร้อมกันรึยังครับ ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มจับหมายเลขประจำตัวผู้เข้าประกวดเลยครับ” พิธีกรประกาศ แล้วเชิญสาริศจับหมายเลข

    ลุงช้างพามดตะนอยไปที่ร้านหนังสือ มดตะนอยนั่งเก้าอี้เล็กๆอ่านหนังสือ เห็นลุงช้างถือซองอะไรอยู่ถามว่านั่นอะไร ลุงช้างบอกว่าแผนที่ เอาไว้ดูกันหลงทาง มดตะนอยถามว่า “ซื้อให้อาไข่หวานใช่ไหมคะ”

    “ใช่ เผื่อวันไหนเราไม่ว่างมาเป็นเพื่อนอาไข่หวานเขาจะได้ไม่หลงทางไงคะ”

    “ค่ะ... แล้วเมื่อไรอาไข่หวานจะประกวดนางงามเสร็จคะลุงช้าง?”

    เป็นเวลาที่พิธีกรเริ่มอ่านรายชื่อผู้เข้าประกวดแล้ว พิธีกรประกาศชื่อภารวี เกียรติธำรง ได้หมายเลข 12 เธอขึ้นเวทีรับหมายเลขเดินนวยนาดโบกมือราวกับได้รับตำแหน่งแล้ว

    พอภารวีลงจากเวที พิธีกรประกาศเรียก คุณหวันยิหวา อัศวเรืองฤทธิ์ ได้รับหมายเลข 13 แต่ประกาศแล้วผู้สมัครไม่ปรากฏตัว พิธีกรประกาศว่าจะเรียก 3 ครั้งถ้ายังไม่ ปรากฏตัวก็จะถือว่าสละสิทธิ์ แล้วพิธีกรก็ประกาศเรียกครั้งที่ 2 ก็ยังไม่ปรากฏตัว พอพิธีกรจะประกาศเป็นครั้งที่ 3 เสียงหวันยิหวาก็ตะโกนพลางชูมือขึ้น

    “มาแล้วค่ะ หวันยิหวา อัศวเรืองฤทธิ์ค่ะ!”

    ทุกคนหันมองตามเสียง โดยเฉพาะสาริศถึงกับมองตะลึงในความงามของไข่หวาน เธอเดินขึ้นเวทีอย่างสง่างาม รับหมายเลขแล้วไหว้สาริศและผู้คนเบื้องล่างอย่างสวยงาม

    ตวงพร และสายสมร มองหน้ากันงงๆ ว่าไข่หวานออกมาได้ยังไง ส่วนภารวีโวยว่า

    “คุณอาขา มันมาทันน่ะค่ะ แย่งซีนภาไปอีกแล้ว”

    “หนูภาใจเย็นๆ จะแข่งอะไรอย่าดูแค่จุดเริ่มต้น แต่ต้องดูว่าใครจะได้เข้าเส้นชัยต่างหาก” ตวงพรปลอบใจและให้ความหวัง ในขณะที่บนเวที พิธีกรประกาศว่า

    “ผมขอย้ำอีกครั้งนะครับ ผู้เข้าประกวดทุกคนอย่าลืมดูรายละเอียดการประกวดในเอกสารที่ได้รับไปด้วยนะครับ”

    ไข่หวานยิ้มโล่งอกที่มาทันอย่างฉิวเฉียด นิกกี้ปรบมือดีใจกับเพื่อนด้วย

    นิกกี้บอกไข่หวานให้ไปรอตนที่ร้านกาแฟ ตนเคลียร์งานเสร็จแล้วจะไปกินข้าวเย็นกัน ไข่หวานบอกว่าตนไปไม่ได้เพราะเดี๋ยวลุงช้างจะมารับ พูดแล้วนึกได้ว่ายังไม่ได้โทร.บอก รีบหยิบมือถือโทร.ทันที ลุงช้างบอกว่ามดตะนอยชวนเย็นนี้ไปกินพิซซ่ากัน นิกกี้ฟังอยู่ด้วย หยอกว่า “แหม...คุยกันสนิทสนมอย่างกับรู้จักกันมานาน”

    ไข่หวานบอกว่า ตนถูกชะตาเหมือนอยู่กับเพื่อนสาว แล้วนึกได้บอกนิกกี้ว่าถ้าช่วงว่างจากประกวดตนหายไปก็ไม่ต้องสงสัย ตนจะไปตามหาญาติ

    นิกกี้ถามว่าหาญาติที่ไหน หาทำไม แต่ไข่หวานไม่ทันตอบ สาริศก็เข้ามาเรียกนิกกี้แล้วทักไข่หวานว่า

    “แล้วนี่...คุณหวันยิหวาเบอร์ 13 ใช่ไหมครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมขอแนะนำตัวอีกครั้งนะครับ ผมสาริศ”

    “ค่ะ...สวัสดีค่ะ...” ไข่หวานสวัสดีแล้วหันถามนิกกี้ว่า “คุณสาริศเป็น...” นิกกี้บอกว่าเป็นเจ้านายตนและบอกสาริศว่าไข่หวานเป็นเพื่อนตน สาริศทักว่าหวันยิหวาตอนแต่งหน้ากับไม่แต่งนี่ สวยไปกันคนละแบบเลย นิกกี้ถามงงๆว่าเคยเจอกันแล้วหรือ?

    “ก็ตอนที่ฉันกระหืดกระหอบเข้างานมาไง ต้องขอบคุณสำหรับผ้าเช็ดหน้าอีกครั้งนะคะ”

    สาริศถามว่าตอนเข้ามาเห็นกระหืดกระหอบมาด้วยกัน ไปไหนกันมาหรือ นิกกี้บอกว่าตนกับไข่หวานถูกขังอยู่ในห้องน้ำ สาริศทำหน้าตกใจถามว่าจริงหรือ

    “จริงค่ะ เราสองคนโดนขังอยู่ในห้องน้ำ มีคนมาล็อกกุญแจจากด้านนอก” ไข่หวานยืนยัน

    “อ้าว...แล้วพวกคุณออกมาได้ไงครับ”

    ไข่หวานเล่าว่าตนมีอุปกรณ์ช่างขนาดเล็กติดตัวมาเลยงัดแงะบานประตูยกออกไปวางข้างๆ แล้วพากันวิ่งออกมา สาริศฟังแล้วก็ขอโทษไข่หวานที่มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นในออฟฟิศของตน

    ไข่หวานบอกว่าตนไม่เป็นอะไร แค่กลัวจะไม่ได้ประกวดเท่านั้น ทำให้สาริศยิ้มออกมาบอกว่าดีใจที่เธอเห็นคุณค่าการประกวดของตน หวังว่าจะเห็นเธอในรอบสุดท้าย แต่วันนี้ตนขอเคลียร์เรื่องนี้ก่อน แล้วเรียกนิกกี้ให้ตามไป

    “ค่ะ...งั้นบายนะแก ไว้เจอกันวันหลัง” นิกกี้โบกมือให้เพื่อนแล้วรีบตามสาริศไป

    ooooooo

    เมื่อออกมากันแล้ว สาริศเอ่ยขอโทษนิกกี้กับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอบอกว่าไม่ใช่ความผิดของเขา ตนไม่เป็นไรหรอก

    สาริศเตือนว่าวันหลังจะทำอะไรก็ดูหน้าดูหลังให้ดีหน่อย พอนิกกี้ติงว่าเขาพูดเหมือนมีใครจะคอยแกล้งตนอยู่? เขาบอกว่าไม่มีอะไร แล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่าเธอสนิทกับหวันยิหวาแค่ไหน ถามแล้วกลบเกลื่อนว่าตนแค่เช็กไว้ก่อน ใครจะรู้ เผื่อเธอแอบใช้เส้นให้เพื่อนขึ้นประกวดก็ไม่โปร่งใส ตนเสียชื่อแย่

    “ถึงฉันจะสนิทกับยัยไข่หวาน เอ๊ย...คุณหวันยิหวา ตั้งแต่ตอนเรียนที่อเมริกา ถึงขนาดว่าใครมาจีบยัยไข่หวานต้องผ่านด่านฉันก่อน แต่รับรองฉันมีจรรยาบรรณพอค่ะ” นิกกี้กันท่าในที
    “งั้นก็ดี ถ้างั้นผมคงต้องขอเบอร์คุณไข่หวานไว้แล้วล่ะ เผื่อวันไหนตามตัวคุณไม่ได้ขึ้นมาผมจะได้โทร.ไปตามกับคุณไข่หวาน”

    “ลูกไม้ตื้นๆ” นิกกี้หัวเราะอย่างรู้ทัน “อยากได้เบอร์เพื่อนฉันก็หาทางเองแล้วกันค่ะ ถ้าหมดธุระแล้วฉันไปทำงานต่อก่อนล่ะ” ว่าแล้วนิกกี้ก็เดินแยกไป สาริศมองตามยิ้มขำๆที่เธอรู้ทัน

    ooooooo

    ขณะที่ลุงช้าง ไข่หวาน จูงมือมดตะนอยคนละข้างเดินเข้าไปในร้านพิซซ่าผ่านโต๊ะหนึ่งเห็นพนักงานกำลังถ่ายรูปให้ครอบครัวพ่อแม่ลูกกันอย่างน่ารัก ลูกเล็กๆ ถือลูกโป่งสีสวยในมือด้วย
    มดตะนอยอ้อนลุงช้างกับอาไข่หวานอยากถ่ายรูป พนักงานส่งเมนูให้พลางบอกว่า

    “วันนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ สั่งพิซซ่าชุดพ่อแม่ลูกจะได้ถ่ายรูปโพลาลอยด์ฟรีนะคะ”

    “เดี๋ยวผมขอดูเมนูสักแป๊บนะครับ” ลุงช้างบอก พอพนักงานไปมดตะนอยก็อ้อนลุงช้างกับอาไข่หวานว่าอยากถ่ายรูปแต่เราไม่ใช่พ่อแม่ลูกกันเขาจะให้เราสั่งชุดพ่อแม่ลูกไหม?

    ลุงช้างบอกว่าบ้านเราก็มีกล้อง มดตะนอยก็อ้อนว่าตนอยากได้ลูกโป่งด้วย ไข่หวานบอกว่าเดี๋ยวอาซื้อให้ มดตะนอยหน้าจ๋อยพูดเสียงอ่อยน่าสงสารว่า “มดตะนอยอยากให้พ่อกับแม่มากินพิซซ่าด้วยกันจังเลยค่ะ”

    ไข่หวานสงสารมดตะนอยเสนอว่า งั้นวันนี้เราเป็นพ่อแม่ลูกกันดีไหม? ลุงช้างชะงักมองหน้าถามว่าจะดีหรือ ไข่หวานกลัวมดตะนอยจะเสียใจรีบบอกว่า

    “ดีสิคะพ่อช้าง”

    “งั้นลุง...เอ๊ย...พ่อช้างไม่เกรงใจนะคะแม่ไข่หวาน”

    “เย้...พ่อช้าง แม่ไข่หวาน งั้นมดตะนอยสั่งพิซซ่าชุดพ่อแม่ลูกนะคะ” มดตะนอยดีใจมาก ทั้งลุงช้างและไข่หวานสบตากันอย่างสบายใจที่เห็นมดตะนอยดีใจ

    เมื่อพนักงานมาถ่ายรูป จัดให้นั่งกันอย่างใกล้ชิด ให้มดตะนอยนั่งตักลุงช้างและมือโอบไข่หวานไว้ ดูเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ลุงช้างเขินหน้าแดง ไข่หวานดูออกรู้ว่าเขาไม่คุ้นกับผู้หญิงเลยเป็นฝ่ายกระทำจัดท่าให้ พูดให้เขาหายประหม่าว่า

    “พ่อช้างขา...อย่าเล่นตัวน่า...โอบแม่หน่อยสิคะ” ลุงช้างจึงค่อยๆเอามือโอบไข่หวานหลวมๆ มดตะนอยเลยดึงมือให้โอบแน่นๆ พอพนักงานถ่ายรูปเสร็จเอาให้ดูเป็นภาพที่ทุกคนมีความสุข ดูเป็นครอบครัวที่อบอุ่นน่ารักมาก

    ooooooo

    กลับถึงบ้านไข่หวานนั่งเล่นที่ใต้ต้นไม้ในสวน ส่วนมดตะนอยวิ่งเล่นลูกโป่งอยู่ข้างๆ ชวนไข่หวานให้เล่นด้วย ไข่หวานนึกอะไรได้ถามว่ามดตะนอยมีสีวาดรูปไหม

    มดตะนอยบอกว่ามี ไข่หวานให้ไปเอามาเราจะเล่นอะไรสนุกๆกัน พอมดตะนอยเอาสีมา ไข่หวานวาดรูปหน้าคนใส่ลูกโป่งสามใบแล้วให้มดตะนอยทายว่าเป็นรูปใคร

    วาดรูปหน้าคนลงบนลูกโป่งใบแรกเป็นผู้ชายมีหนวด ใบที่สองเป็นผู้หญิง ใบที่สามเป็นเด็ก แล้วเอาทีละใบให้มดตะนอยทายว่าเป็นใคร มดตะนอยเพ่งมองตาปริบๆ ไข่หวานจึงใบ้ให้ว่า “ใครเอ่ยชอบทำกับข้าว” มดตะนอยทายว่าลุงช้าง! ใบที่สองก็ใบ้ให้ว่าใครเอ่ยกินเผ็ดไม่เก่ง มดตะนอยทายว่า อาไข่หวาน! แต่พอใบที่สาม ไข่หวานใบ้ให้ว่า ใครเอ่ยตัวเล็กที่สุดในบ้าน “มดตะนอยเองค่ะ” หนูน้อยตอบเสียงใส ไข่หวานจึงมอบลูกโป่งให้ทั้งสามใบ

    มดตะนอยปรบมือดีใจลูกโป่งเลยหลุดจากมือลอยไปติดบนต้นไม้ ไข่หวานปีนต้นไม้ไปเอาลงมาให้ มดตะนอยอยากปีนต้นไม้เป็นบ้างเผื่อลูกโป่งลอยไปติดอีกจะได้ขึ้นไปเอาได้ ไข่หวานจึงสอนให้ มดตะนอยดีใจแต่ห้ามบอกลุงช้างเพราะลุงช้างเคยห้ามไว้ แต่พอปีนขึ้นไปแล้ว ได้ยินเสียงลุงช้างมาตามให้ไปกินข้าวกัน สองอาหลานมองหน้ากันตกใจ ถ้ามัวแต่ปีนลงทีละคนคงไม่ทัน ไข่หวานจึงอุ้มมดตะนอยกระโดดลงมาอย่างปลอดภัย

    ลงมาถึงพื้น ลุงช้างก็มาถึงพอดี สองอาหลานไฮไฟว์กัน ลูกโป่งเลยลอยไปอีก ทั้งสองได้แต่มองตากันอย่างเสียดาย...

    ooooooo

    วันนี้ที่โรงเรียนมดตะนอยมีหมอและพยาบาลมาฉีดยาให้เด็กๆ มดตะนอยเป็นคิวที่ 3 เด็กคนแรกถูกฉีดยาก็ร้องจ๊ากพวกที่รอคิวอยู่ระส่ำระสายทันที

    “ครูอ้อขา...มดตะนอยขออนุญาตไปดื่มน้ำค่ะ” มดตะนอยออกอุบาย แต่พอหายไปพักหนึ่งกลับมา มดตะนอยไม่กลับไปรอที่เดิมแต่ไปต่อท้ายโต่งต่อจากนินิว พอนินิวถามว่าทำไมไม่กลับไปที่เดิม มดตะนอยทำเป็นผู้เสียสละบอกว่า “ไม่เป็นไร เราเสียสละให้เพื่อนฉีดก่อน” ทั้งยังอ้างว่าครูอ้อเคยสอนว่าเมื่อเราออกจากแถวแล้วต้องต่อคิวใหม่

    “ครูอ้อขา...มดตะนอยต้องอยู่ข้างหน้าใช่ไหมคะ” นินิวถามครูอ้อ

    “มดตะนอย มานี่เลยค่ะ ต้องเรียงตามเลขที่นะ เดี๋ยวคุณหมอจะงงนะคะ” ครูอ้อเรียก มดตะนอยเลยต้องไปยืนที่เดิม พอคิวใกล้เข้ามา มดตะนอยขอครูไปปัสสาวะ พอครูอ้ออนุญาตก็วิ่งจู๊ดไป กลับมาถึงคิวนินิวฉีดยาพอดี เห็นนินิวร้องจ๊าก มดตะนอยขออนุญาตครูอ้ออีก ครูอ้อรู้ทันบอกว่า

    “ไม่อนุญาตค่ะ ต้องฉีดยาเสร็จก่อนค่ะ แล้วค่อยไป”

    มดตะนอยหมดทางบ่ายเบี่ยงจำต้องเดินไปฉีดยา แต่พอพยาบาลเอาแอลกอฮอล์เช็ดที่ต้นแขนเท่านั้น มดตะนอยก็ร้อง “แง!!” ทั้งพยาบาลและครูบอกพร้อมกันว่า “ยัง!” มดตะนอยเลยหยุด เพื่อนๆพากันหัวเราะ

    “ครูอ้อขา...มดตะนอย...ขออนุญาตไปดื่มน้ำปัสสาวะค่ะ” มดตะนอยตื่นเต้นจนพูดผิดพูดถูกแล้ววิ่งจู๊ดไปเลย คราวนี้ครูต้องโทร.บอกลุงช้างมาช่วยจัดการ ลุงช้างกำลังทำงานอยู่ต้องวางมือรีบไปที่โรงเรียน ไปถึงเจอมดตะนอยปีนขึ้นไปอยู่บนกิ่งไม้ที่โอนเอนไปมา ลุงช้างตกใจถามว่าทำไมทำอย่างนี้ มดตะนอยบอกว่าตนไม่อยากฉีดยา

    ลุงช้างกล่อมให้ลงมาก่อนเรื่องฉีดยาค่อยว่ากันทีหลัง กล่อมอย่างไรมดตะนอยก็ไม่ยอมลงมา ลุงช้างถามว่าไม่รักลุงแล้วหรือ “มดตะนอยรักลุงช้างค่ะ แต่เกลียดเข็มฉีดยา”
    “ไหนคนเก่งสัญญากับลุงช้าง กับ...คุณแม่ไว้แล้วว่าจะเป็นเด็กดีไงคะ จำได้ไหม แล้วมดตะนอยจะไม่รักษาสัญญาหรือคะ”

    มดตะนอยเงียบไป นึกถึงคลิปตัวเองที่อัดให้ลุงเสือเอาไปให้แม่ดู ในนั้นสัญญากับแม่ว่าจะเป็นเด็กดีเชื่อฟังลุงช้าง คิดได้แล้วแต่ลงจากต้นไม้ไม่ได้ ครูจึงเอาบันไดมาพาดให้ลุงช้างขึ้นไปอุ้มลงมา ทุกคนที่มามุงดูอยู่ต่างปรบมือดีใจ

    ooooooo

    พากลับถึงบ้าน ลุงช้างเจอพลอยเด็กสาวละแวกบ้านที่รับซักเสื้อผ้าและดูแลมดตะนอยเป็นครั้งคราวอยู่ในบ้าน พลอยบอกลุงช้างว่าตนมาส่งผ้าเห็นประตูเปิดอยู่เลยเฝ้าบ้านให้

    พลอยที่เคยช่วยลุงช้างดูแลมดตะนอย จะพาหนูน้อยไปอาบน้ำ ลุงช้างบอกให้กลับไปก่อนวันนี้ตนจะดูแลเอง

    พอพลอยกลับไป ลุงช้างถามมดตะนอยว่าทีนี้จะบอกได้หรือยังว่าปีนขึ้นไปบนต้นไม้ได้ยังไง

    ขณะลุงหลานกำลังตึงเครียดกันนั่นเอง ไข่หวานหิ้วขนมกลับมาอย่างร่าเริง แต่ไม่มีใครสนใจ ไข่หวานเลยจะเอาไปเก็บไว้ในตู้เย็นก่อน แต่ยังไม่ทันออกไปลุงช้างก็บอกว่า “วันนี้มดตะนอยไม่ยอมฉีดยาที่โรงเรียนครับ”

    ไข่หวานบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาเดี๋ยวตนจะกล่อมให้แป๊บเดียวก็ยอม ลุงช้างบอกว่ามดตะนอยยังหนีขึ้นต้นไม้ด้วย ไข่หวานหัวเราะชมว่าเก่งจัง สอนทีเดียวก็เป็นแล้ว พูดแล้วนึกได้รีบเอามืดปิดปาก เห็นลุงช้างจ้องเขม็งอยู่ เลยถามว่าไม่ตกลงมาใช่ไหมคะ ลุงช้างเลยจับได้ว่าไข่หวานสอนมดตะนอยให้ปีนต้นไม้

    “ค่ะ...ไข่หวานผิดเองค่ะลุงช้าง ขอโทษนะคะไข่หวานคิดว่าสอนมดตะนอยไว้ก็ไม่เสียหลาย ไม่นึกว่า...”

    ลุงช้างมองลึกเข้าไปในดวงตาของไข่หวานเห็นถึงความจริงใจ ก็ถอนใจหนักๆ เดินออกจากห้องไป

    อาหลานร้อนใจที่ลุงช้างโกรธ ถามกันว่าจะง้อยังไงดี ก็พอดีลุงช้างมาเรียกให้ไปกินข้าวกัน พอไปนั่งโต๊ะทั้ง

    อาและหลานต่างช่วยกันปะเหลาะตักโน่นนี่นั่นให้ลุงช้างจนพูนจาน แต่ลุงช้างก็ไม่มีทีท่าว่าจะหายโกรธ มดตะนอยบอกไข่หวานว่า

    “มดตะนอยว่า มดตะนอยต้องใช้ไม้ตายแล้วล่ะค่ะ”

    ไม้ตายของมดตะนอยคือเต้นเพลงช้างให้ลุงช้างดู แต่เต้นแล้วลุงช้างก็ยังหน้านิ่ง มดตะนอยออดอ้อนอย่าโกรธตนเลยจะตีตนก็ยอม ลุงช้างบอกว่าจะไม่ให้โกรธได้ไง ก็มดตะนอยเต้นท่าผิด แล้วลุงช้างก็ทั้งร้องและเต้นให้ดู ไข่หวานดูลุงช้างเต้นแล้วอดยิ้มไม่ได้ เธอรู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้อย่างบอกไม่ถูก

    ไข่หวานโทร.ไปเล่าความน่ารักของลุงช้างให้นิกกี้ฟัง ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงมดตะนอยโวยวายไม่ยอมฉีดยาแว่วมาเลยขอวางสายก่อน แล้วรีบไปช่วยหว่านล้อม

    มดตะนอย ถามว่าเคยโดนมดกัดไหม ฉีดยาก็เหมือนถูกมดกัดเท่านั้น กล่อมจนมดตะนอยยอมฉีดยา ลุงช้างมองไข่หวานที่กล่อมมดตะนอยได้สำเร็จอย่างชื่นชม

    เมื่อพากันไปฉีดยาที่โรงพยาบาล เพื่อเป็นกำลังใจให้มดตะนอย ไข่หวานจึงฉีดให้ดูก่อน พอถึงคิวมดตะนอย ไข่หวานก็ชวนคุย มดตะนอยคุยเพลินจนหมอฉีดยาเสร็จยังไม่รู้ตัว ลุงช้างเลยพาไปซื้อตุ๊กตาเป็นรางวัล มดตะนอยเลือกสามตัวเป็นครอบครัวช้างพ่อ-แม่-ลูก

    เลือกตุ๊กตาได้แล้ว มดตะนอยยังให้ตุ๊กตาพ่อช้างกับแม่ช้างหอมกัน แม้จะเป็นแค่ตุ๊กตาหอมกันแต่ก็ทำเอาลุงช้างกับไข่หวานอดเขินไม่ได้ ไข่หวานเก็บเอาไปคิดเคลิ้ม แล้วก็สะดุ้งจิตเตลิดเมื่อลุงช้างมาเคาะประตูเรียก แต่พอเปิดประตู ลุงช้างแค่มาขอบคุณที่ช่วยพูดให้

    มดตะนอยยอมฉีดยา แล้วกลับไป ไข่หวานถอนใจนึกขำตัวเองที่คิดมากไปเอง

    ooooooo

    ระหว่างที่รอไข่หวานตามหากวางนั้น หมึกกับหนูเล็กก็หาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากับนายแม่ เปิดแล็ปท็อปหน้าเว็บไซต์ “เนื้อคู่–ตุนาหงัน” หาคู่พินาศว่าวันเดือนปีเกิดของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร

    เพราะวันเดือนปีเกิดของหมึกหลอกนายแม่ไม่ได้ จึงเอาวันเดือนปีเกิดที่เป็นคู่พินาศให้หนูเล็กเชื่อว่านายแม่คงไม่รู้

    นายแม่รอซินแสเดินทางกลับจากเขาเหลียงซานอยู่ บ่นเพ็ญว่าไหนบอกว่าท่านย่นระยะทางได้ทำไมป่านนี้ยังไม่มา นายแม่บ่นไม่ทันไร ซินแสก็ส่งเสียงบอกว่า “มาแล้ว!” ทุกคนตกใจ เพ็ญถามว่าท่านมาได้ยังไง อย่าบอกนะว่าท่านฝึกวิชาหายตัวได้สำเร็จแล้ว ซินแสบอกว่า “เปล่า...อั๊วเห็นประตูเปิดอยู่เลยเดินเข้ามา”

    นายแม่เชิญซินแสให้นั่ง ซินแสบอกว่ายังนั่งไม่ได้ ถามว่า “น้ำชาอยู่ไหน อั๊วหิวน้ำ” พอได้ดื่มน้ำชาซินแสจึงนั่งลง นายแม่รีบเอาวันเดือนปีเกิดของหมึกกับหนูเล็กให้ดูว่าดวงสองคนสมพงศ์กันหรือเปล่าจะได้หาฤกษ์หมั้นวันแต่งเลย

    “ดีมาก เป็นคู่ที่เง็กเซียนประทานมาให้คู่กันเลยนะเนี่ย เป็นดวงมังกรคู่กับหงส์ชัดๆ ร้อยปีจะมีอย่างนี้สักคู่ ดวงสองคนนี้สมพงศ์กันแต่ก็มีมารขัดขวางอยู่” ซินแสบอกว่ามันคือ ผีเด็กทำแท้ง! คือหมึกไปทำผู้หญิงท้องแล้วผู้หญิงนั้นไปทำแท้ง

    พอซินแสกลับไป หมึกบอกนายแม่ว่าซินแสต้องมั่วแน่ๆ เพราะตนไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนไปทำแท้งเลย หนูเล็กบอกว่าซินแสอาจดูผิดก็ได้อย่าเพิ่งเชื่อดีกว่า เพ็ญเชื่อว่าซินแสไม่เคยพลาด พิชิตเดาว่าอาจเป็นชาติที่แล้วก็ได้

    “เอาล่ะๆ จะตามมาจากชาติไหนช่างมันเถอะ แต่พรุ่งนี้ซินแสเขาจะทำพิธีไล่ผีสะเดาะเคราะห์ให้ หมึก หนูเล็กเตรียมตัวดีๆแล้วกัน” นายแม่รวบรัดตัดบท หมึกกับหนูเล็กมองหน้ากันกังวลว่าเรื่องชักจะไปกันใหญ่แล้ว

    ooooooo

    บรรดาผู้เข้าประกวดแบรนด์แอมบาสเดอร์ต้องไปทดสอบกำลังกับเครื่องวิ่งในฟิตเนส ภารวีกับไข่หวานวิ่งอยู่ใกล้กัน โดยต้องวิ่งให้ได้ 3 กิโลเมตร ภายใน 30 นาที จะวิ่งช้าหรือเร็วก็ได้แต่ต้องอยู่ภายใน 30นาที

    ปรากฏว่าภารวีกดเครื่องวิ่งให้เร็วขึ้นจนวิ่งได้ 3 กิโลเมตรก่อนเวลา เธอเอามือถือออกมาตั้งใจจะถ่ายรูปหน้าจอ แต่เสียหลักลื่นไถลจากลู่วิ่ง ไข่หวานตกใจรีบไปช่วยประคอง กลับถูกตวาดไม่ให้มายุ่ง

    เพราะไปช่วยประคองภารวี ทำให้ไข่หวานวิ่งได้ไม่ถึง 3 กิโลเมตรในเวลากำหนด ยังขาดอีก 50 เมตรเท่านั้น ตวงพรให้ปรับแพ้ไปเลย แต่สาริศไม่เห็นด้วย บอกว่าไข่หวานทำเวลาไม่ได้เพราะไปช่วยภารวี เป็นการแสดงน้ำใจนักกีฬา ถ้าขาดสิ่งที่เรียกว่าน้ำใจนักกีฬาที่ตนอยากให้เกิดขึ้นในการประกวด ก็คงไม่มีทางเป็นไปได้ เขาประกาศท่าทีของตัวเองว่า

    “ผม...ในฐานะประธานการจัดงานประกวดครั้งนี้ ขอยืนยันให้คุณหวันยิหวาผ่านเข้ารอบต่อไป มีใครคัดค้านไหมครับ” บรรดากรรมการทั้ง 3 คนเห็นด้วยกับเขา สาริศจึงให้นิกกี้ไปแจ้งผลกับผู้เข้าประกวด

    หลังการทดสอบเสร็จ นิกกี้ชวนไข่หวานไประบายอารมณ์กันที่ฟิตเนส สาริศตามไปพอเจอสองสาวก็อ้างว่าตนมาที่นี่เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ที่แท้เขาเพิ่งมาสมัครเป็นเมมเบอร์ พอถูกจับได้ก็เฉไฉว่าอีกหน่อยตนก็มาเป็นประจำ เลยถูกนิกกี้ท้ามาเป็นคู่ชกตนเลยดีกว่าเพราะไข่หวานกำลังพักเหนื่อยพอดี ถ้าไม่มาถือว่ากลัว

    พอชกกันเสร็จ นิกกี้ไปคูลดาวน์ก่อน ไข่หวานยังนั่งอ่านแมกกาซีนรออยู่ สาริศจึงเข้าไปชวนคุย เขาถามว่าทำไมเธอจึงอุตส่าห์มาจากโคราชเพื่อประกวดงานนี้

    คุยกันจึงรู้ว่า สาริศก็จบวิศวะมาเหมือนกันและต่างก็ชอบรถเหมือนกัน ไข่หวานบอกว่าตนชอบเล่นแข่งรถกับพี่ชายมาก

    พอรู้ว่าไข่หวานมีพี่ชาย สาริศบอกว่าตนก็มีพี่สาวแต่พี่สาวของตนไม่เหมือนไข่หวาน เอาแต่เล่นตุ๊กตา โตมาก็เปราะบาง เขาถามไข่หวานว่ารังเกียจไหมถ้าจะให้พี่สาวตนได้รู้จักเธอเผื่อพี่สาวจะได้เห็นว่า “ชีวิตของผู้หญิงน่ะ มีเรื่องสนุกๆ มีเป้าหมายให้ทำอีกตั้งเยอะ ผมอยากให้เขารู้ว่า ชีวิตไม่ได้มีแค่เรื่องความรักอย่างเดียว”

    “ได้สิคะ แต่คงไม่ใช่เร็วๆนี้ เพราะมันดูไม่ดีแน่ๆ”

    “ครับ ไว้มีโอกาสเหมาะๆ ผมจะพาคุณไปเจอพี่สาวของผม” สาริศมองไข่หวานอย่างชื่นชม

    พี่สาวของสาริศคือสริดา เมื่อสาริศกลับไปเล่าเรื่องไข่หวานกับนิกกี้ให้ฟัง บอกว่าอยากให้พี่มีความสุขมีชีวิตชีวาเหมือนเมื่อก่อน ถูกพี่สาวดักคอว่า

    “ชอบเขาล่ะสิ ก็เรื่องของเธอ แต่พี่ไม่ต้องการเพื่อน ไม่ใช่เพราะเพื่อนเหรอ ที่ทำให้พี่เป็นอย่างนี้ ออกไปได้แล้ว พี่อยากอยู่คนเดียว”

    “งั้นพี่ดาพักผ่อนแล้วกันนะครับ” สาริศลุกขึ้นถอนใจเบาๆ ก่อนเดินออกไปช้าๆ

    ooooooo

    วันนี้ ซินแสมาทำพิธีชะล้างชีวิตหมึกกับหนูเล็กให้ชีวิตเก่าตายไปเสียแล้วชุบชีวิตให้เกิดใหม่ ผีเด็กจะได้ไม่ตามรังควาน หมึกถามว่าจะชุบชีวิตทำไมต้องให้แก้ผ้าด้วย?

    “ลื้อสองคนจะต้องดำลงไปใต้น้ำ แล้วอั๊วก็จะสวดคาถา สวดจบเมื่อไหร่ถึงจะโผล่ขึ้นมาได้ ถ้าโผล่ขึ้นมาก่อนก็ต้องเริ่มสวดใหม่”

    พอซินแสหยิบคัมภีร์ออกมาจากย่ามเป็นหนังสือเล่มใหญ่ขนาดสมุดโทรศัพท์เลยทีเดียว หมึกเห็นคัมภีร์เล่มใหญ่ หนา ก็โวยว่ากว่าจะสวดจบตนคงได้ไปเกิดใหม่จริงๆ ซินแสพลิกสมุดที่เป็นกระดาษเปล่าไปจนถึงบทสวด ปรากฏว่ามีแค่สามบรรทัดเท่านั้น หมึกจึงค่อยโล่งใจ

    “อดทนนะลูก สวดแค่สามบรรทัดเอง” นายแม่ให้กำลังใจ เมื่อซินแสสั่นกระดิ่ง หมึกกับหนูเล็กก็จับมือกันดำลงไปในน้ำ ซินแสเริ่มสวดอย่างยานคางมากจนหมึกกับหนูเล็กทนไม่ได้โผล่ขึ้นมา ถูกซินแสดุว่าโผล่มาทำไมยังสวดไม่จบ!

    “สามบรรทัดทำไมมันนานนักวะ!” หมึกฉุน ถูกนายแม่ปรามให้พูดดีๆกับซินแส แล้วขอร้องซินแสให้สวดเร็วกว่านี้ได้ไหม ซินแสบอกว่าแบบดั้งเดิมมันก็ต้องเป็นอย่างนี้แหละ หนูเล็กเสนอให้สวดแบบสมัยใหม่ก็ได้ตนไม่ถือ ซินแสตกลง

    แต่พอซินแสเริ่มสวดแบบธรรมดา ก็ต้องเสียเวลากับพิชิตและมะลิที่ถามแทรกโน่นนี่กระทั่งถามความหมายของคำสวด มะลิอยากให้สอนตนบ้าง หมึกโผล่พรวดขึ้นมาตะโกนถามว่าไปคุยให้จบก่อนแล้วค่อยเพิ่มพิธีดีไหม ตนเหนื่อยมาก

    นายแม่ปรามพิชิตกับมะลิไม่ให้กวนซินแสจนกว่าจะเสร็จพิธี บอกซินแสให้สวดเร็วๆ เพราะทั้งหมึกและหนูเล็กตะคริวจะกินตายอยู่แล้ว ซินแสเลยเร่งสวดเร็วขึ้น จนซินแสสั่นกระดิ่งอีกครั้ง หมึกกับหนูเล็กจึงโผล่ขึ้นมา

    “เก่งมากลูก เก่งมากหนูเล็ก ขึ้นมา...ๆ”

    เมื่อไปนั่งกันที่ศาลาริมน้ำ ซินแสบอกว่าผีเด็กทำแท้งคนนั้นตัดขาดกับหมึกไปผุดไปเกิดแล้ว ต่อไปนี้ทั้งสองก็จะครองคู่กันไปตราบนานเท่านานจนกว่ากำแพงเมืองจีนจะถล่มนั่นแหละ นายแม่ชื่นชมว่าหมึกกับหนูเล็กมีบุญที่ได้ทำพิธีศักดิ์สิทธิ์กับซินแส เพ็ญเสริมว่าโลกนี้ไม่มีใครทำได้อย่างซินแสอีกแล้ว

    “แน่นอนอยู่แล้ว เพราะอั๊วคือหมอดูเทวดาแห่งเขาเหลียงซาน ฮ่าๆๆ”

    มะลิอยากให้ซินแสดูดวงคู่รักให้ตนหน่อยได้ไหมหรือดูโหงวเฮ้งก็ได้

    “มองปราดเดียวก็รู้เลย มีผัวมาแล้ว 3 คน ส่วนลื้อ” ซินแสชี้ไปที่เพ็ญ “ผัวนอกใจต้องตบตีกับเมียน้อย” แล้วชี้ไปที่นายแม่ “ส่วนลื้อ มีลูกชายคนเดียว อยากมีลูกสาวมาก แต่ไม่มี ฮ่าๆๆ”

    “เฮ้ย!!” ทั้งสามร้องพร้อมกัน มองหน้ากันอึ้งเพราะ ซินแสทายผิดหมด ส่วนซินแสยังหัวเราะดูเพี้ยนๆ พิกล!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน
    16 ต.ค. 2564

    01:25 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 21:12 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์