สมาชิก

ดอกแก้ว

ตอนที่ 5

หลวงมนูกิจแวะไปหาหมื่นท้าวกำแหงที่บ้านแต่เช้า ใส่ความแก้วกับไม้คือคนที่กิ่งส่งมาเพื่อฆ่าเขากับคนในบ้านวงษา โดยกิ่งออกอุบายให้แก้วกับไม้ช่วยชีวิตวันชัย พอวันชัยหลงกลรับทั้งคู่เข้ามาอยู่ในบ้าน ธาตุแท้พวกนั้นก็ปรากฏ ทั้งหยิ่งผยองจองหอง เท่านั้นยังไม่พอ พวกนั้นกำเริบเอาปืนจะมายิงเขา

“แล้วทำไมคุณหลวงคิดว่าสองคนนั้นเป็นพวกของนังกิ่ง” หมื่นท้าวกำแหงมองหลวงมนูกิจสงสัย

“เพราะผมกับคนในตระกูลวงษาไม่เคยมีศัตรูที่ไหนนอกจากนังกิ่ง ที่มันแค้นท่านเจ้าพระยา ท่านหมื่นก็รู้เรื่องราวเก่าๆพวกนี้ดี ผมเอาความมาบอก ท่านหมื่นก็ไปแจ้งตำรวจสิครับ...ผู้หมวดกำแหงลูกชายท่าน เขาเป็นเจ้าของพื้นที่โดยตรง จับเลยครับ จับทั้งไอ้ไม้และนังแก้วมันเลย”

หมื่นท้าวกำแหงติงสมัยนี้จะจับใครสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ต้องสืบสวนก่อนหลวงมนูกิจโวยวายลั่นขืนรอให้สืบสวนก่อน ก็จะเหมือนเมื่อ 20 ปีที่แล้วที่ปล่อยให้กิ่งลอยนวล แล้วแนะให้หมื่นท้าวกำแหงส่งลูกชายไปค้นตัวแก้ว ถ้าเจอปืนด้ามทองของเจ้าพระยาวงษาก็จับเธอเข้าตะรางได้เลย

“อย่างไรตำรวจก็ต้องสืบสวนให้ได้หลักฐานเสียก่อน ยิ่งสมัยนี้เขาไม่คลำส่งเดชเหมือนผมเมื่อ พ.ศ.2465 โน่นหรอกครับ เขามีวิทยาการแผนใหม่แบบฝรั่ง รอให้เขาสืบสวนก่อนดีกว่า...แหม...นี่ถ้าสมัยโน้น ผมมีวิทยาการสืบสวนเหมือนสมัยนี้...ผู้ร้ายที่ฆ่าเจ้าพระยาคงไม่พ้นมือผมไปได้หรอก ป่านนี้เข้าตะแลงแกงไปนานแล้ว” หมื่นท้าวกำแหงจ้องหน้าหลวงมนูกิจซึ่งยิ้มเจื่อนๆทำเป็นพยักหน้าเห็นด้วย...

แก้วฝันร้ายเห็นแม่ถูกตำรวจจับ ลุงเม่นจะเข้ามาช่วยแม่ก็เลยถูกยิงบาดเจ็บ เธอตกใจตื่นขึ้นมาไม่สบายใจมาก ถึงไม้จะทักท้วงว่าแค่ความฝัน แต่แก้วเป็นห่วงแม่กับลุงเม่นจะได้รับอันตราย ชวนไม้กลับเพชรบูรณ์...

ในเวลาเดียวกัน ราชันย์ตั้งใจจะชวนพินิศแม่ของเขาไปเพชรบูรณ์เพื่อสู่ขอแก้ว แต่กลับพบว่าแม่ไม่อยู่ไปงานบวชลูกชายเพื่อนที่เชียงใหม่ ราชันย์ใจร้อน ตัดสินใจจะไปรับแก้วกลับเพชรบูรณ์เพียงลำพังเพื่อทำความคุ้นเคยกับคนในครอบครัวของแก้วก่อนจะพาพินิศมาสู่ขอ รุ่งลักษมีรู้เข้าก็ไม่พอใจมาก ต้องเอาเรื่องนี้ไปฟ้องชไมพรให้ได้จึงขอติดรถพี่ชายไปบ้านวงษาด้วย

ครู่ต่อมา ราชันย์กับรุ่งลักษมีมาถึงบ้านวงษา ราชันย์แยกตัวไปหาแก้ว ขณะที่รุ่งลักษมีเข้าไปหาชไมพรที่ตึกใหญ่ หลังจากปรึกษากันแล้ว ชไมพรกับรุ่งลักษมีตกลงใจจะสะกดรอยตามแก้ว หลวงมนูกิจพยายามห้ามปรามชไมพรไม่ให้ไปยุ่งกับแก้ว เกรงราชันย์จะเห็นเธอเป็นนางมารร้าย ชไมพรไม่ฟัง ด่าหลวงมนูกิจกลับเป็นแค่ลูกจ้างของตระกูลวงษาไม่ต้องมาสั่งสอนตน หลวงมนูกิจถึงกับหน้าเสีย ช้อยตำหนิลูกสาวทันที

“หยุดก้าวร้าวคุณหลวงเดี๋ยวนี้นะชไมพร ลืมไปแล้วรึว่าคุณหลวงไปช่วยลูกเอาไว้น่ะ”

“แล้วไปทำไม แค่นี้คนเขาก็เข้าใจผิดไปหมดแล้วว่าชไมเป็นลูกคุณหลวง ขายขี้หน้าจะแย่ รู้เอาไว้ด้วย ชไมอาย” ชไมพรพูดจบวิ่งตามรุ่งลักษมี หลวงมนูกิจน้อยใจ ไม่รู้ต้องทนให้ลูกตัวเองด่าอีกนานแค่ไหน...

ฝ่ายราชันย์ไปถึงกระท่อมกลางสวนไม่เจอแก้ว สอบถามจากละไมได้ความว่าแก้วกลับเพชรบูรณ์กับไม้เพิ่งไปเมื่อสักครู่นี้เอง ราชันย์ขอบใจละไมแล้วรีบวิ่งกลับมาที่รถ จังหวะนั้น รุ่งลักษมีกับชไมพรลงมาจากตึกใหญ่พอดี พอรู้ว่าราชันย์จะไปหาแก้วที่เพชรบูรณ์ สองสาวรีบวิ่งขึ้นรถจะไปด้วยทั้งๆที่ไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ ราชันย์รีบร้อนจะตามแก้วให้ทัน เลยไม่ได้ห้ามปราม ชไมพรตะโกนบอกละไมที่วิ่งตามมาว่า

“ละไม...บอกคุณหญิงแม่ด้วย ฉันไปเพชรบูรณ์”

ละไมรับคำงงๆ ทุกอย่างรวดเร็วไปหมด รวมทั้งรถของราชันย์ที่แล่นออกไป

ooooooo

ไม้เห็นแก้วอุ้มกระบุงเดินจ้ำพรวดๆไม่รอใคร ตะโกนกระเซ้าอย่าเดินเร็วนักระวังขาหลุดก่อนถึงเพชรบูรณ์ แก้วอยากกลับไปหาแม่กับลุงเม่นไวๆ และที่สำคัญเกรงจะไปไม่ทันรถไฟเที่ยวสุดท้าย ไม้แกล้งแหย่ทำไมก่อนจะหนีจากพวกท่านมาไม่ยักห่วง แก้วหันขวับกำมือหน้าตาเอาเรื่อง ไม้หัวเราะขำ

“พี่ก็แค่เย้าเล่น...นี่ก็ยังไม่รู้เลย ถึงเพชรบูรณ์แล้วจะไปตามพ่อกับน้ากิ่งที่ไหน เราเล่นหนีมากลางทางแบบนั้น” ไม้มองแก้วยิ้มๆ แก้วชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะนึกขึ้นได้

“หาไม่ยากหรอก พี่ไม้ก็รู้ ตั้งแต่เด็กๆเวลาเราเล่นซน แม่กับลุงเม่นกลัวเราหลงทาง เขาจะทำอย่างไร?...ตามต้นแก้วป่าไปเดี๋ยวก็ถึง” แก้วยิ้มสีหน้ามั่นใจ

ระหว่างนั้น ราชันย์ขับรถมาจอดเทียบแก้วกับไม้ ร้องเรียกทั้งคู่ขึ้นรถ เขาจะพากลับเพชรบูรณ์เอง แล้วบอกให้ไม้มานั่งหน้ากับเขา ส่วนแก้วไปนั่งเบาะหลังกับสองสาว ชไมพรกับรุ่งลักษมีดัดจริตเรื่องมากจะไม่ยอมนั่งรถร่วมกับบ่าวรับใช้ แก้วไม่อยากมีปัญหา เธอกับไม้ไปกันเองได้ ราชันย์ไม่ยอม

“ไม่ได้ เพราะฉันตั้งใจไปหาแม่ของแก้ว...ชไมพรกับรุ่งลักษมีจะเอายังไง ถ้าไม่นั่งเบาะหลังก็ไม่ต้องไป”

สองสาวหน้าเสีย เลิกเรื่องมาก ไม้ขึ้นนั่งข้างคนขับ รุ่งลักษมีกับชไมพรมองสบตากันมีเลศนัย รุ่งลักษมีรีบขึ้นรถก่อน แล้วเรียกแก้วขึ้นตาม แก้วเจียมตัวหลีกทางให้ชไมพรขึ้นก่อน ชไมพรมีแผนไว้แล้วจึงสั่งให้แก้วขึ้นรถก่อน แก้วจำต้องนั่งตรงกลาง พอรถแล่นไปได้สักระยะ รุ่งลักษมีกับชไมพรเอามือยันข้างตัวรถแล้วออกแรงดันพร้อมกันกระแทกแก้วแทบจะบี้แบนอยู่ตรงกลาง ไม้หันมาเห็นไม่พอใจ

“แก้วจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว จอดรถเถอะ ผมจะนั่งเบาะหลังเอง”

ราชันย์ยิ้มชอบใจ รีบเบนรถจอดข้างทาง ไม้เปลี่ยนที่ให้แก้วไปนั่งหน้าคู่กับราชันย์ ส่วนเขานั่งแทนที่แก้ว คราวนี้สองสาวนั่งตัวลีบติดริมหน้าต่างรถคนละด้านไม่ยอมให้ถูกตัวไม้แม้แต่นิดเดียว...

ช้อยร้องเอะอะเมื่อรู้จากละไมว่าชไมพรกับรุ่งลักษมีติดสอยห้อยตามราชันย์ไปส่งแก้วกับไม้ที่เพชรบูรณ์ หลวงมนูกิจไม่พอใจมาก หาว่าแก้วกับไม้ถือโอกาสที่วันชัยไม่อยู่หนีกลับบ้านไม่บอกไม่กล่าวพวกตน วันชัยกลับมาเมื่อไหร่จะต้องรายงานเรื่องนี้ให้ทราบแล้วหันไปถามละไม วันชัยไปไหนและจะกลับเมื่อไหร่

“คุณวันชัยไปเพชรบูรณ์เจ้าคะ...แต่ไม่ทราบจะกลับเมื่อไหร่”

ช้อยกับหลวงมนูกิจมองหน้ากันตกใจ...

ดึกคืนนั้น ช้อยนอนไม่หลับเดินพล่านอยู่ในห้องนอน สีหน้าเป็นกังวล บ่นกับหลวงมนูกิจ ถ้าวันชัยเกิดไปพบกำนันขุนแดงเข้า เราสองคนต้องแย่แน่ๆ หลวงมนูกิจไม่เห็นจะแย่ตรงไหน ในเมื่อกำนันขุนแดงก็รู้เหมือนชาวบ้านป่าแดงทุกคนว่า กิ่งใช้ให้พรานวาดมาฆ่าเจ้าพระยาวงษา

“ไอ้วันชัยเป็นคนฉลาด ที่ผ่านมาคุณหลวงก็รู้ว่า มันสงสัยการตายของพ่อมันมาโดยตลอด”

“สงสัยแล้วได้อะไร...กำนันขุนแดงก็ไม่รู้เรื่องอะไร จะไปตามหานังกิ่งกับไอ้เม่น เคราแดงรึ...ป่านนี้สองคนนั่นอยู่ไหนก็ไม่รู้...โลกไม่กลมขนาดนั้นหรอกแม่ช้อย...ไม่มีใครอยู่ ฉันว่า...เรามาหาความสุขกันดีกว่า” หลวงมนูกิจยิ้มกริ่มดึงช้อยมากอด ทีแรกช้อยบ่ายเบี่ยง แต่พอถูกซุกไซ้ซอกคอพักเดียวถึงกับอ่อนระทวย

ooooooo

รถของราชันย์แล่นมาถึงป่าเพชรบูรณ์ท่ามกลางคืนเดือนหงาย แสงจันทร์ส่องกระทบต้นแก้วป่าที่ออกดอกสะพรั่งขาวกระจ่าง แก้วป่าเหล่านี้ถูกปลูกแทรกอยู่ตามต้นไม้ชนิดอื่น คนไม่รู้ก็จะไม่ทันสังเกตเห็น แก้วกับไม้มองต้นแก้วป่าแล้วหันมายิ้มให้กันและกันอย่างรู้กัน ก่อนจะชี้ทางให้ราชันย์ขับรถตามต้นแก้วป่า

สักพัก ราชันย์ขับรถมาถึงป่ากลางเนิน เบื้องหน้าเป็นเนินดินลาดชันเส้นทางคดเคี้ยวรถยนต์ไม่สามารถแล่นเข้าไปได้ ไม้บอกทุกคนลงเดินเท้าต่อ รุ่งลักษมีกับชไมพรโวยวายลั่นจะให้ผู้ดีอย่างพวกเธอเดินตามป่ารกสกปรกแคบๆ แบบนี้ได้อย่างไร สั่งให้ไม้ไปเอาเสลี่ยงมารับ

“ที่นี่ไม่มีเสลี่ยง...ถ้าไม่เดิน คุณสองคนจะตีลังกาหรือว่าโหนเถาวัลย์ไปก็ไม่มีใครว่า”

ชไมพรสวนทันที ใครจะบ้าโหนเถาวัลย์ ไม้ชี้นิ้วมาที่ตัวเอง แล้วกระโดดขึ้นต้นไม้ คว้าเถาวัลย์โหนตัวไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับโห่ร้อง ราชันย์ตะลึง ดูๆแล้วไม้เหมือนทาร์ซานในหนัง แก้วงงไม่รู้จักทาร์ซานคือใคร

ชไมพรเบ้ปาก อธิบายให้แก้วฟังด้วยน้ำเสียงดูแคลน “ทาร์ซานก็คือคนป่าที่ไปไหนมาไหนด้วยเถาวัลย์แล้วก็มีเพื่อนเป็นสัตว์ป่าน่ารังเกียจเช่นพวกลิงพวกค่างอะไรเทือกนั้น”

แก้วยิ้ม ถ้าเช่นนั้น ไม้คงเป็นทาร์ซานอย่างชไมพรว่า เพราะเขาไปไหนมาไหนด้วยเถาวัลย์และมีเพื่อนเป็นสัตว์ เวลาพวกลิงพวกค่างได้ยินเสียงไม้โห่ร้อง พวกมันจะมาอย่างรวดเร็ว แก้วพูดขาดคำ มีช้างและฝูงลิงแห่กันมามากมาย ชไมพรกับรุ่งลักษมีตกใจ จับมือกันเผ่นแน่บขึ้นเนินคดเคี้ยว ไม้โหนเถาวัลย์กลับมาเห็นเข้าหัวเราะร่วน แก้วคว้ากระบุงจากในรถมากอดไว้แน่น บอกให้ราชันย์จอดรถทิ้งไว้ที่นี่ ถึงบ้านของเธอแล้ว

ไม่นานนัก แก้ว ราชันย์ รุ่งลักษมี ชไมพร และไม้มาถึงค่ายพัก แก้วโผกอดแม่ด้วยความดีใจ กิ่งน้ำตาซึม นึกว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอหน้าลูกอีก แก้วยืนยันไม่ว่าเป็นหรือตาย เธอต้องกลับมาหาแม่จนได้

“ก็ลองไอ้ไม้มันปล่อยให้แก้วตายสิ ลุงได้ขุดหลุมฝังมันตามไปด้วยแน่”

“พ่อก็รู้ แก้วคือแก้วตาดวงใจของฉัน แม้แต่ปลายเล็บ ไอ้ไม้ก็ไม่ยอมให้แก้วเจ็บ”

ราชันย์มองแก้วกับไม้ เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เอง ทั้งคู่ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ แก้วกราบขอโทษแม่กับลุงเม่นที่ทำให้เป็นห่วง แล้วแนะนำสองพี่น้องราชันย์กับรุ่งลักษมีและชไมพร ลูกเจ้าพระยาวงษาที่เกิดกับช้อยให้รู้จักแม่ของเธอ กิ่งมองชไมพรตื่นเต้น แก้วบอกอีกว่าพวกคุณๆจะมาเที่ยวบ้านของเรา รุ่งลักษมีปฏิเสธว่าไม่ได้ มาเที่ยวแต่มาตามพี่ชาย เพราะขืนปล่อยมาตามลำพัง อาจจะเจอสาวชาวป่าคิดไม่ดีปลุกปล้ำทำผัวได้ แล้วหันไปทางกิ่ง

“นี่...ฉันจะบอกหล่อนให้เอาบุญนะว่า ลูกสาวเธอเที่ยวเสนอตัวให้พี่ชายฉันอย่างน่ารังเกียจที่สุด”

“หยุดเดี๋ยวนี้รุ่งลักษมี...กราบขอโทษด้วยนะครับที่น้องสาวผมพูดจาไม่ดีเอาเสียเลย ที่ผมมาที่นี่เพราะอยากทำความรู้จักกับแม่ของแก้ว เพื่อที่จะพาคุณแม่ผมมาสู่ขอแก้วครับ”

กิ่งตะลึง“อย่างนั้นรึ...งั้นเชิญคุณราชันย์ตามสบายค่ะ... แก้วมาคุยกับแม่...ไม้ต้อนรับคุณๆให้ดีนะ”

ไม้ยิ้มรับรองจะต้อนรับให้ดีจนคุณๆลืมไม่ลง จากนั้นไม้พาชไมพรกับรุ่งลักษมีไปที่กระท่อมของกิ่ง สองสาวทำท่ารังเกียจจะไม่ยอมนอนที่นั่น ไม้ไม่พอใจ ถ้าเรื่องมากนักก็ให้ทั้งคู่ออกไปนอนกับลิงกับค่างข้างนอก สองสาวส่ายหน้าไม่เอาด้วย พอไม้เอาผ้านุ่งกับเสื้อผ้าทอแบบชาวบ้านมาให้

สองสาวเอามืออุดจมูกราวกับเป็นของเน่าเสีย ไม้ชักรำคาญถ้ารังเกียจเสื้อผ้าพวกนี้ก็ไม่ต้องใส่ เดี๋ยวเขาจะเอาใบไม้ต้นหญ้ามาให้นุ่งแทน ขยับจะออกไป ชไมพรรีบคว้าชุดมาถือไว้ แล้วด่าแทนคำขอบคุณ

“ไอ้ไม้ ไอ้บ้า ใครที่ไหนจะบ้านุ่งใบไม้”

“ไอ้ไม้ไงล่ะ ถ้าไม่เคยเห็นจะถอดให้ดู” ไม้ว่าแล้วทำท่าจะถอดกางเกง สองสาวกรีดร้องลั่นเอามือปิดตา ไม้หัวเราะร่วนชอบใจ เดินออกจากกระท่อม ชไมพรรีบวิ่งมาปิดประตู พลันไม้ผลักประตูพรวดเข้ามาอีก สองสาวร้องกรี๊ดๆสนั่น ตะคอกถามจะเข้ามาทำไม ไม้แกล้งขู่ ขืนร้องกรี๊ดแบบนี้ระวังผีป่าจะมาหักคอเอาแล้วกลับออกไป สองสาวตาเหลือกจะกรี๊ดอีก แต่นึกกลัวผีป่า รีบเอามือปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน...

อีกมุมหนึ่งของค่ายพัก ขณะแก้วกำลังเล่าเรื่องในบ้านวงษาให้กิ่งกับเม่นฟัง เม่นนึกขึ้นได้บอกแก้วว่า เมื่อหลายวันก่อน วันชัยลูกเจ้าพระยาวงษามาตามหาเขากับกิ่งที่นี่ แต่คลาดกันเลยไม่รู้วันชัยมาตามหาเราสองคนธุระอะไร กิ่งเตือนแก้วอย่าเพิ่งเปิดเผยตัวเอง เรายังไม่มีหลักฐานเพียงพอ แก้วเข้าใจดี จะรอให้ได้หลักฐานแน่ชัดก่อนว่าหลวงมนูกิจฆ่าพ่อของเธอจริงๆเธอถึงจะลงมือแก้แค้น

ราชันย์ยืนมอง แก้ว กิ่งกับเม่นคุยกันแต่ไม่ทันได้ยินอะไรไม้เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ตำหนิที่เขาสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่น ราชันย์ไม่เคยคิดว่าแก้วเป็นคนอื่น และที่สำคัญเขาไม่ได้เสียมารยาทขนาดนั้น ที่มองก็แค่ยินดีที่เห็นแก้วอยู่กับครอบครัวมีความสุข แต่ที่เขาแปลกใจก็เรื่องไม้กับแก้วไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆ

“แล้วไง...ต่อให้คุณจะหึงหวง ไอ้ไม้มันก็จะไม่ยอมไปจากแก้ว เพราะมันรักแก้วดุจแก้วตาดวงใจ รู้เอาไว้ความตาย เท่านั้นที่จะพรากไอ้ไม้จากแก้วได้...ไอ้คุณราชันย์” ไม้พูดจบผละจากไปทิ้งราชันย์ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น...

ด้านชไมพรกับรุ่งลักษมีเปลี่ยนใส่ชุดที่ไม้เอามาให้ด้วยความขยะแขยง ชไมพรโทษราชันย์ที่หลงเสน่ห์แก้วจนหน้ามืดตามัวพลอยทำให้พวกเธอเดือดร้อนไปด้วย แล้วนึกขึ้นได้ราชันย์หายไป ชวนกันออกตาม...

ขณะไม้กำลังฟังเขียดกับหมีเล่าเรื่องเม่นถูกต่วนทำร้ายบาดเจ็บสาหัส เขาเหลือบเห็นรุ่งลักษมีกับชไมพรเดินท่อมๆอยู่บนเนินดินเบื้องหน้า ไม้คิดหาทางแกล้ง...

ชไมพรกับรุ่งลักษมีเห็นแก้วกับราชันย์หยอกเย้ากันก็แอบซุ่มดูด้วยความอิจฉาริษยา รุ่งลักษมีแค้นใจแก้วมากจะเข้าไปเล่นงาน ชไมพรรีบดึงมือไว้ เตือนว่าขืนเราสองคนเข้าไปตอนนี้ ราชันย์ต้องคิดว่าเราเป็นนังมารร้าย รุ่งลักษมีชะงักถ้าอย่างนั้น ไว้พรุ่งนี้พวกเราค่อยหาทางเล่นงานนังนั่นตอนอยู่คนเดียว

สองสาวขยับจะเดินกลับกระท่อมที่พัก แต่ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นผีเปรตร่างสูงใหญ่ปรากฏอยู่ตรงหน้าขณะผีอีกตัวหนึ่งห้อยโหนอยู่บนกิ่งไม้ส่ายหัวไปมาส่งเสียงร้องน่ากลัว สองสาวกรีดร้องลั่นวิ่งหนีไม่คิดชีวิต ผีเปรตไล่ตามติด แต่สะดุดขาตัวเองล้ม ผีท่อนบนล้มใส่ชไมพร ส่วนผีท่อนล่างเซล้มทับรุ่งลักษมี สองสาวตกใจสุดขีดไม่กล้าหันมอง ไม้ในคราบผีห้อยโหน รีบโดดลงมาพาหมีกับเขียดในคราบผีเปรตหนีไปอย่างรวดเร็ว

เสียงร้องของสองสาวได้ยินถึงหูกิ่งกับแก้ว กิ่งเป็นห่วงมากสั่งให้แก้วรีบไปดูพวกคุณๆ แก้วเปิดประตูกระท่อมออกมาเห็นไม้ เขียดกับหมีแต่งตัวแปลกประหลาดวิ่งผ่านหน้าไป นึกสงสัยแต่ไม่ได้สนใจอะไรนักรีบวิ่งตามเสียงร้องของรุ่งลักษมี กับชไมพร...

ราชันย์ได้ยินเสียงร้องเช่นกัน วิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามรุ่งลักษมีว่าเกิดอะไรขึ้น รุ่งลักษมีกับชไมพรโผกอดราชันย์แน่น ละล่ำละลักว่าถูกผีป่าหลอก ราชันย์เห็นแก้ววิ่งเข้ามารีบดันตัวชไมพรออก แต่เธอยิ่งกอดเขาแน่นขึ้น แก้วยืนยันที่นี่ ไม่มีผีป่า ชไมพรเถียงเสียงเขียวว่ามี เธอเห็นกับตาตัวเอง ตัวหนึ่ง สูงปรี๊ด ส่วนอีกตัวหนึ่งห้อยโหนอยู่บนกิ่งไม้ แก้วยืนนิ่งเงียบ ฉุกคิดถึงตอนเจอเขียด หมีกับไม้ในชุดประหลาดเมื่อครู่

“พูดไปก็เท่านั้นล่ะค่ะคุณชไมพร แม่แก้วหน้าตาเป็นผี ผีมันเห็นก็นึกว่าเป็นพวกเดียวกันเท่านั้นเอง”

ราชันย์สีหน้าเบื่อหน่าย “เอ๊...รุ่งลักษมี ทำไมน้องชอบกระแนะกระแหนนัก แก้วออกมาช่วยก็ดีเท่าไหร่แล้ว ...ขอบใจจ้ะแก้วที่เป็นห่วงไม่มีอะไรหรอกแก้วไปนอนเถอะ เดี๋ยวฉันดูแลทางนี้เอง ขอโทษที่ทำให้ตกใจ”

แก้วพยักหน้ารับคำกลับออกไป รุ่งลักษมียังไม่หายกลัว ขอร้องพี่ชายช่วยนอนเป็นเพื่อนเธอกับชไมพร ราชันย์ส่ายหน้ามีกันตั้งสองคนจะต้องกลัวอะไรอีกแล้วเดินหนีไป

ดื้อๆ สองสาวมองค้อนตาแทบกลับ

ooooooo

วันชัยกลับถึงบ้านวงษาตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่แจ้ง ละไมออกมาต้อนรับไม่เห็นประมุขบ้านวงษาขับรถกลับมาด้วย ถามว่ารถไปไหน ได้ความว่าถูกพวกโจรยิงถล่มใส่แต่เขาไม่เป็นอะไร แล้วถามถึงแก้วเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้แก้วกับไม้กลับไปเยี่ยมบ้านโดยมีราชันย์เป็นสารถีขับรถไปส่ง วันชัยชักสีหน้าไม่พอใจ

“ราชันย์นี่ชักจะเอาใหญ่ขึ้นทุกวัน ทำอะไรไม่เกรงใจฉันบ้างเลย วันหน้าเห็นจะต้องคุยกันหน่อยแล้ว”

วันชัยเดินเข้าตึกใหญ่ ไม่ทันสังเกตเห็นหลวงมนูกิจแอบฟังอยู่...

ในเวลาเดียวกัน พ่อของกำแหงตกใจเมื่อรู้ว่ารถที่กำแหงกับวันชัยนั่งไปเพชรบูรณ์ถูกเม่น เคราแดง ดักยิงถล่ม เขานึกแปลกใจเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเม่น เคราแดงจะดักปล้นเฉพาะพวกเศรษฐีใจบาปที่ชอบคดโกงแล้วเอาเงินไปช่วยคนจน และที่สำคัญ เม่น เคราแดงหายหน้าไปตั้งยี่สิบกว่าปีแล้ว อยู่ๆจะหวนกลับมาทำร้ายผู้คน โดยเฉพาะคนจรอย่างกำแหงกับวันชัยทำไม กำแหงสีหน้าครุ่นคิดสงสัย

“พ่อว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแล้วล่ะ อ้อ...แล้วตอนที่ลูกไม่อยู่ หลวงมนูกิจก็มาที่นี่ จะให้ลูกไปจับนายไม้กับแม่แก้ว”

กำแหงตกใจ หัวใจกระตุกอย่างประหลาด ห่วงแก้วขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว...

แก้วกับไม้มาหาปลาที่ลำธารเพื่อเอาไปทำมื้อเช้า แก้วตำหนิไม้ ถึงชไมพรกับรุ่งลักษมีคิดจะแกล้งแก้วแต่ไม้ก็ไม่ควรไปหลอกพวกเธอแบบนั้น จำไม่ได้หรือแม่กิ่งกับลุงเม่นสอนไว้ ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ

“พี่ก็ต้อนรับเขาอยู่นี่ไง...แต่ต้อนรับในแบบของไอ้ไม้...พี่บอกแก้วแล้วไง ใครจะทำร้ายพี่พี่ไม่ว่า แต่ถ้ามันคิด จะทำร้ายแก้ว พี่ไม่ยอม” ไม้เสียงเข้ม ราชันย์เดินเข้ามาได้ยินพอดีก็ร้องถาม

“นายไม้จะไม่ยอมยกเว้นแม้กระทั้งน้องสาวฉันเชียวรึ”

“ใช่...โดยเฉพาะคุณรุ่งลักษมีกับคุณกำไลงอนยิ่งต้องเจอหนัก เพราะเป็นน้องคุณ” ไม้มองหน้าราชันย์ท่าทางยียวน ก่อนเดินกระแทกไหล่เขาออกไป ราชันย์มองหน้าแก้ว ไม่พูดอะไรสักคำเดินออกไปอีกทาง

แก้วร้องเรียกราชันย์ให้กลับมาคุยกันก่อน แต่เขากลับเร่งฝีเท้าหนี อารามรีบร้อนแก้วเหยียบโขดหินลื่นจะล้ม ตกใจร้องลั่น ราชันย์หันขวับคว้าตัวเธอเข้ามากอดไว้ทันแก้วตัดพ้อ ทำไมเขาไม่ฟังเธอบ้าง

“ก็ดูท่าทางที่นายไม้ทำกับแก้วสิ...มันเกินพี่เกินน้อง ฉันว่านายไม้ต้องรักแก้วแบบที่ฉันรักแน่ๆ”

“แต่แก้วรักคุณราชันย์ค่ะ”

ราชันย์ยิ้มออก ถ้าแก้วรักเขาจริงต้องพิสูจน์ให้ดูก่อน แล้วเอียงแก้มให้หญิงสาว แก้วขอพิสูจน์ด้วยหัวใจแทนแล้วกัน อย่าให้เธอต้องทำอะไรไม่งามแบบนี้ ราชันย์ขอโทษที่ตัวเอง ติดธรรมเนียมฝรั่งมากไปหน่อย แต่ถ้าแก้วยืนยันว่ารักเขาคนเดียว เขาก็สบายใจจะได้ปล่อยให้ไม้น้ำลายฟูมปากเป็นหมาบ้าไปคนเดียว

ครู่ต่อมา แก้วกับราชันย์ขึ้นนั่งหลังช้างชมป่าสวยร่มรื่นด้วยกันอย่างมีความสุข เม่นเห็นสีหน้าลูกชายที่มองแก้วแล้วเดินเข้าไปตบบ่า เม่นเข้าใจความรู้สึกของลูกดี เพราะตนเองก็เคยมีความรู้สึกรัก หวงแหน ชื่นชม และซื่อสัตย์กับกิ่งเช่นกัน ไม้ถึงกับตกใจ คาดไม่ถึง เม่นยิ้มเศร้า

“ความในใจบางอย่าง บางทีเราก็ต้องเก็บเอาไว้ให้มิด เก็บไว้ในใจจนตาย แต่อย่าได้น้อยใจไปเลยลูกเอ๊ย เกิดมาชาติหนึ่งพ่อว่าเอ็งได้ทำหน้าที่ลูกผู้ชายอย่างสมบูรณ์ที่สุดแล้ว ถึงจะไม่สุขสมใจทุกอย่าง แต่ก็ดีกว่าเกิดมารกโลกหนักแผ่นดิน” เม่นตบบ่าลูกชายอีกครั้งเพื่อปลอบใจ...

รุ่งลักษมีกับชไมพรเดินบ่นออกมาจากกระท่อม อยากอาบน้ำล้างกลิ่นสาปและคราบสกปรกของคนบ้านป่าเมืองเถื่อนเต็มที แต่เกิดดัดจริตอาบน้ำนอกชายคาไม่ได้ กิ่งอาสาจะไปตักน้ำมาให้ รุ่งลักษมีเกี่ยง ผิวผู้ดีอย่างเธอต้องอาบน้ำอุ่นเท่านั้น ไม้ชักหมั่นไส้ บอกกิ่งไม่ต้องทำ ปล่อยให้เป็นหน้าที่เขาเอง

พอกิ่งไปพ้นสายตา ไม้กลับไล่สองสาวไปอาบน้ำล้างหน้าที่ลำธารและไม่ยอมบอกทางไปที่นั่นอีกต่างหาก สองสาวไม่กล้าหือรีบจับมือกันเดินสุ่มไปตามทาง กิ่งกลับเข้ามาขอร้องไม้ช่วยไปดูพวกคุณๆหน่อย ไม่รู้จักทางเดี๋ยวจะเป็นอันตราย ไม้รับคำ แล้วโดดขึ้นต้นไม้โหนเถาวัลย์ตาม

ooooooo

กำแหงยืนหน้าเครียดคิดถึงเรื่องที่คุยกับพ่อตัวเองเมื่อเช้า พ่อของเขาเข้ามาถามว่าคิดอะไรอยู่เรียกตั้งนานสองนานไม่ได้ยิน กำแหงคิดถึงเรื่องที่หลวงมนูกิจ จะให้เขาไปจับแก้วกับไม้ เขาไม่อยากจะเชื่อทั้งคู่เป็นพวกเดียวกับกิ่งผู้จ้างวานฆ่าเจ้าพระยาวงษา

“ก็หลวงมนูกิจเขาสงสัยว่าแก้วมีปืนและอาจจะเป็นปืนด้ามทองของท่านเจ้าพระยาที่แม่กิ่งเอาไปจากพรานวาดอีกต่อหนึ่ง...ลูกต้องสืบสวนดูให้รู้ชัดเห็นกับตาว่าปืนกระบอกนั้นเป็นปืนด้ามทองหรือไม่”

“ถ้าใช่ล่ะครับ”

“ลูกก็มาแก้แค้นแทนพ่อน่ะสิ” พ่อของกำแหงเดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน หยิบหัวกระสุนปืนขึ้นมาเดาะเล่น “ลูกปืนที่ปลิดชีวิตท่านเจ้าพระยาวงษา พ่อเก็บมันมานาน 20 ปีแล้ว พ่อจะสืบเองว่าใครเป็นคนฆ่าท่าน ส่วนหน้าที่ของลูกคือ สืบดูให้รู้ชัดปืนที่อยู่กับแก้วใช่ปืนด้ามทองหรือไม่...”

หลวงมนูกิจเห็นปลอดคนชวนช้อยไปกระท่อมกลางสวน ละม่อมกับหมัดกำลังเก็บผักอยู่ริมรั้วเห็นเจ้านายยืนด้อมๆมองๆ หน้ากระท่อมกลางสวนรีบย่องเข้าไปดูใกล้ๆหลวงมนูกิจกระชาก ประตูกระท่อมออกทำท่าจะเข้าไป ช้อยดึงมือไว้ถามจะเข้าไปในนั้นทำไม หลวงมนูกิจจะเข้าไปค้นหาปืนด้ามทองด้วยตัวเอง ในเมื่อกำแหงกับพ่อของกำแหงไม่ใส่ใจทำ
อะไรสักอย่าง

“ท่านหมื่นก็บอกมิใช่หรือ วันเปิดพินัยกรรมจะให้ลูกชายมาตามคดีให้”

“แต่ฉันต้องการให้เรื่องทุกอย่างมันจบก่อนวันนั้น...แม่ช้อยคิดดู ถ้าไอ้เจ้าพระยาเกิดบ้าจี้มอบทรัพย์สมบัติทุกอย่างให้ลูกนังกิ่งล่ะ ชไมพรจะเป็นอย่างไร ฉันต้องตัดไฟแต่ต้นลม ถ้ามีปืนด้ามทองอยู่ในนี้ แทนที่จะเป็นลูกเจ้าพระยา นังแก้วมันจะต้องเป็นลูกฆาตกรแทน” หลวงมนูกิจเดินเข้าไปในกระท่อมโดยมีช้อยตามติด

ละม่อมกับหมัดที่แอบฟังอยู่หันมองหน้ากันสีหน้าตกตะลึง

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่ป่ากลางเนิน ขณะแก้วกำลังเดินเล่นอยู่กับราชันย์ รู้สึกมีบางอย่างผิดปกติ รีบทรุดตัวลงเอาหูแนบพื้นครู่หนึ่ง ก่อนบอกราชันย์ว่ามีกลุ่มคนเดินอยู่แถวนี้ฟังเสียงฝีเท้าแล้วต้องไม่ใช่พวกชาวบ้าน

“มันสั่นสะเทือนเหมือนมีฝูงสัตว์กำลังวิ่งหนี...มีเสียงปืนด้วย...แก้วกลัวจะมีเรื่องไม่ดี”

เป็นจริงอย่างแก้วเป็นกังวล ต่วน เติบ กับสมุนกำลังไล่ล่าฝูงสัตว์ป่ากันอย่างคึกคะนอง...

อีกมุมหนึ่งของป่า รุ่งลักษมีกับชไมพรเดินดุ่มๆไปตามทางซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้รกครึ้ม ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น สองสาวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไปไม่ถูกซ้ายก็ป่าขวาก็ป่า รุ่งลักษมีใจไม่ดีกลัวหลงป่าชวนชไมพรกลับ

ชไมพรส่ายหน้า “ถ้าเรากลับก็อายไอ้ไม้มันสิคะ...ชไมว่าเราเดินต่ออีกนิดเถอะค่ะ ลำธารอาจจะอยู่ตรงนั้นก็ได้” เธอชี้นิ้วไปข้างหน้ามั่วๆก่อนจะคว้ามือรุ่งลักษมีเดินไปยังทิศทางนั้น

ต่วน เติบ กับพวกเดินมาจากอีกด้านหนึ่งเห็นสองสาวสวยเดินลำพังกลางป่า เติบถึงกับเอามือลูบปากสีหน้าหื่น ต่วนยิ้มกริ่มวันนี้พวกเราไม่ได้หมูป่าได้นางไม้กลับบ้านก็ยังดี สองพ่อลูกหัวเราะร่วนเดินนำสมุนตามสองสาวไป ไม่นานนัก เติบกับสมุนมาดักหน้าชไมพรกับรุ่งลักษมี สองสาว กรีดร้องลั่นด้วยความตกใจถอยกรูดเติบกับสมุนปรี่เข้าหาหมายจะฉุด สองสาวหันหลังวิ่งหนี แต่เจอต่วนกับสมุนอีกส่วนหนึ่งขวางไว้

จังหวะนั้น ไม้โหนเถาวัลย์เข้ามาถีบยอดอกเติบกระเด็น ต่วนสั่งให้สมุนยิงไม้ สองสาวร้องห้ามลั่น สมุนไม่รอช้าสาดกระสุนใส่ไม้ที่อยู่บนต้นไม้ไม่ยั้ง ไม้กระโดดหลบจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งว่องไว หลบกระสุนได้อย่างเหลือเชื่อ เสียงปืนได้ยินไปถึงหูแก้วกับราชันย์ ทั้งสองคนเร่งฝีเท้าตามเสียงปืน เห็นไม้กำลังต่อสู้กับต่วนและพวก เติบจำหน้าราชันย์ได้ว่าเคยขัดขวางตนเองฉุดแก้ว หันมาเล่นงานราชันย์แทน

ไม้ ราชันย์และแก้วต่อสู้กับพวกของต่วนอย่างดุเดือด มีจังหวะหนึ่งแก้วเสียท่าถูกเติบคว้าข้อมือจะฉุดหนีแต่ไม้ช่วยไว้ทัน สุดท้ายพวกของต่วนสู้ไม้กับราชันย์ไม่ได้ ถูกทั้งกำปั้นทั้งเข่าสะบักสะบอม สองพ่อลูกกับสมุนวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง ไม้โกรธที่แก้วเกือบโดนฉุด ปราดเข้ามาตะคอกใส่หน้าชไมพรกับรุ่งลักษมี

“จำไว้...อย่ามาอวดดีอวดเก่งแถวนี้อีก ถึงผมจะเป็นคนใช้แต่ไม่มีหน้าที่ต้องเสี่ยงชีวิตปกป้องชีวิตไร้สาระไม่มีค่าของพวกคุณ”

“ฉันขอบใจที่นายไม้ช่วยชีวิตพวกพ้องน้องฉันไว้ แต่นายไม้ไม่จำเป็นต้องพูดจารุนแรงถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะรุ่งลักษมีกับชไมพรเป็นผู้หญิง”ราชันย์พูดน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่สายตาจ้องไม้เขม็ง

“ฟังไม่ได้รึ...ถ้าฟังไม่ได้ก็รีบกลับไป ที่นี่ไม่เหมาะกับคนเมืองอย่างพวกคุณหรอก”ไม้ว่าแล้วคว้ามือแก้วเดินจากไปรวดเร็ว ราชันย์จะตามแต่ชไมพรกับรุ่งลักษมีพร้อมใจกันดึงแขนเขาไว้ ชวนกลับบางกอก ที่นี่ไม่เหมาะกับพวกเราอย่างที่ไม้ว่าราชันย์ไม่กลับ แก้วอยู่ที่ไหน เขาพร้อมอยู่กับเธอทุกที่ แล้วดึงมือสองสาวออกก้าวฉับๆตามแก้ว

รุ่งลักษมีกับชไมพรได้แต่ยืนร้องกรี๊ดๆอยู่ตรงนั้น

ooooooo

เม่นไม่พอใจมากเมื่อรู้เรื่องต่วน เติบกับพวกกำเริบเสิบสานจะฉุดรุ่งลักษมีกับชไมพรไปทำมิดีมิร้าย ไม้ไม่อยากให้พ่อโทษพวกนั้นฝ่ายเดียว ผู้หญิงสองคนนั่นต่างหากที่เดินทะเล่อทะล่าให้พวกนั้นจับตัวไปเอง

“ถ้าพี่ไม้พูดอย่างนี้ งั้นตอนที่แก้วถูกไอ้เติบฉุด ก็เป็นความผิดของแก้วสินะ...แก้วไม่อยากให้พี่ไม้ว่าใครเพียงแค่ไม่ชอบหน้าหรือหมั่นไส้ ไม่ใช่ความผิดของคุณรุ่งลักษมีและไม่ใช่ความผิดของคุณชไมพร ถ้าจะผิดก็เป็นพวกผู้ชายเลวๆพวกนั้น ที่จ้องรังแกข่มเหงผู้หญิง”

“แม่ว่า...ให้พวกเขากลับบางกอกเถอะจ้ะ”

“แก้วจะกลับไปด้วย...ตราบใดที่แก้วยังไม่ได้แก้แค้นแทนพ่อ แก้วต้องกลับ แม่ไม่ต้องห่วงแก้วนะจ๊ะแก้วดูแลตัวเองได้”แก้วพูดจบโผกอดแม่ ไม้รับปากกิ่งจะดูแลแก้วยิ่งกว่าชีวิตเขาเอง เธอไม่ต้องเป็นห่วง แต่กิ่งก็ยังอดเป็นกังวลไม่ได้...

ถึงเวลาที่แก้วไม้ราชันย์กับสองสาวจะต้องกลับบางกอกทุกคนในค่ายเดินมาส่ง แก้วไม่ลืมเอาปืนด้ามทองซุกไว้ในย่ามสะพายติดตัวไว้ตลอดเวลา กิ่งฝากราชันย์ดูแลแก้วให้ด้วย

“ครับคุณน้า...ผมรับปากจะกลับมาที่นี่อย่างแน่นอนพร้อมคุณแม่ของผม”

แก้วสวมกอดแม่กระซิบข้างหู“ถ้างานเสร็จเมื่อไหร่ แก้วจะรีบกลับมา”

กิ่งเห็นชไมพรซึ่งยืนข้างๆแก้วยื่นหน้ามาฟังใกล้ๆก็จ้องหน้าชไมพรทำไม่รู้ไม่ชี้เบือนหน้าไปทางอื่น กิ่งบอกให้แก้วดูแลพี่กับน้องด้วยถึงอย่างไรก็พ่อเดียวกันชไมพรมองกิ่งงงๆไม่เข้าใจ...

หลวงมนูกิจกับช้อยแอบนัดพบกันที่สวนหลังบ้านวงษาท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน จึงไม่เห็นละม่อมจอมสอดรู้สอดเห็นลอบตามมาตั้งแต่ช้อยลงจากตึกใหญ่ เสียงหลวงมนูกิจบ่นเป็นหมีกินผึ้งที่หาปืนด้ามทองในกระท่อมกลางสวนไม่เจอไม่รู้แก้วเอาไปซ่อนไว้ไหน

“จะซ่อนที่ไหน มันก็เอาติดตัวมันไปน่ะสิ คุณหลวงไม่น่าเสียเวลาไปค้นที่กระท่อมของมันเลย”

“ก็ฉันร้อนใจหรือแม่ช้อยไม่ร้อนใจ...เปิดพินัยกรรมเรียบร้อยเมื่อไหร่ บางทีฉันจะพาแม่ช้อยกับลูกไปอยู่เมืองนอก... บอกตรงๆฉันไม่ไว้ใจไอ้วันชัย”

“ดีค่ะ...ฉันก็ไม่อยากอยู่แบบหลบๆซ่อนๆอีกต่อไปแล้ว ไปอยู่เมืองนอกใช้ชีวิตสามคนพ่อแม่ลูกก็ดีเหมือนกัน” ช้อยเข้ามาเกาะแขนออดอ้อนหลวงมนูกิจ ละม่อมถึงกับตาโต คาดไม่ถึงชไมพรจะเป็นลูกชู้

ขณะช้อยกำลังจะเดินขึ้นตึกใหญ่กับหลวงมนูกิจ รู้สึกเหมือนมีใครแอบมอง หันขวัญไปเห็นเงาคนแวบๆรีบบอกชู้รักขึ้นตึกไปก่อน เธอจะดูอะไรในสวนสักหน่อย แล้วย่องกลับไปที่สวน เห็นละม่อมซ่อนตัวอยู่ ช้อยทำเป็นมองไม่เห็น แกล้งเดินกลับไปทางตึกใหญ่ ละม่อมคิดว่ารอดตัวจึงออกจากที่ซ่อนจะกลับเรือนบ่าวรับใช้

แต่ช้อยปรี่เข้ามาขวางถามว่าจะรีบไปไหน หรือกลัวเธอจะรู้ละม่อมแอบฟังเธอกับหลวงมนูกิจคุยกัน ทีแรกละม่อมปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็น แต่พอถูกช้อยต้อนจนมุมละม่อมเกิดฮึดขึ้นมา ลอยหน้าถาม

“ก็แล้วไงคะ...พูดก็พูดเถอะนังม่อมเบื่อที่จะเป็นขี้ข้าคนบ้านนี้เต็มที่แล้ว ถ้าคุณหญิงจะกรุณาก็แค่ให้เศษเงินนังม่อม

สักหน่อย  รับรองว่านังม่อมจะไปจากที่นี่พร้อมความลับทุกอย่าง...

ทั้งเรื่องที่คุณชไมพรเกือบถูกไปขายซ่อง เรื่องที่คุณหญิงสั่งให้พี่หมัดไปปล้ำนังแก้ว แล้วก็เรื่องที่ว่าคุณหลวงเป็นพ่อของคุณชไมพรและเป็นผัวคุณหญิง...ว่าไงคะ จะให้เงินนังม่อมไปจากที่นี่หรือให้นังม่อมไปบอกคุณวันชัย”

“ได้...แต่เงินฉันไม่มี แกเอาทองไปก็แล้วกัน กำไลข้อมือฉันคงขายได้หลายเงินอยู่” ช้อยว่าแล้วถอดกำไลข้อมือทองวงโตออก แกล้งโยนไปด้านหลังละม่อม บ่าวรับใช้จอมสอดรู้สอดเห็นรีบโดดไปคว้า เอาสวมข้อมือตัวเองรวดเร็ว ช้อยได้ทีโถมเข้าคร่อมด้านหลัง บีบคอละม่อมเต็มแรง ละม่อมดิ้นรนไม่ยอมแพ้ ช้อยตัวเล็กกว่าสู้แรงละม่อมไม่ไหว กลับเป็นฝ่ายเสียเปรียบถูกบีบคอบ้าง ร้องขอชีวิตลั่น

“คนอย่างแกมันไว้ใจไม่ได้ แต่ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ฆ่าแกหรอก ฉันจะบีบคอให้แกสลบแล้วฉันจะลากคอแกไปประจานต่อหน้าคุณวันชัย...นังสารเลว” ละม่อมพูดจบออกแรงบีบคอช้อยหนักมือขึ้น

ช้อยสู้ยิบตา มือป่ายไปตามพื้นเจอก้อนหินขนาดย่อม คว้าขึ้นมาฟาดกกหูละม่อมสุดแรงเกิด ละม่อมหงายท้องตึง ช้อยเงื้อมือทุบซ้ำ ละม่อมเบี่ยงตัวหลบได้ทัน ผลักช้อยกระเด็นแล้ววิ่งหนีตายเกือบจะพ้นเขตบ้านวงษาอันกว้างใหญ่ แต่เกิดสะดุดก้อนหินเสียหลักล้มลงกับพื้น ช้อยย่างสามขุมเข้าหาหัวเราะร่า

“โชคไม่เข้าข้างคนเลวอย่างแกหรอกนังละม่อม”

ช้อยคว้าท่อนไม้ที่อยู่แถวนั้นฟาดใส่หน้าละม่อมไม่ยั้ง จนแน่นิ่งเลือดสดๆไหลนอง เธอเหวี่ยงไม้ในมือทิ้ง ก้มลงจะถอดกำไลทองจากข้อมือละม่อม พลันมีเสียงขู่ฟ่อๆ ช้อยหันขวับเห็นงูเห่ากำลังแผ่แม่เบี้ยจ้องมาทางเธอ ก่อนจะเลื้อยเข้าหา ช้อยตกใจร้องเสียงหลง หันหลังวิ่งหนี งูเห่าเลื้อยตามมาอย่างรวดเร็ว

ooooooo

ขณะวันชัยกำลังนั่งหน้าเครียดมองรูปถ่ายของเจ้าพระยาวงษาในมือ เห็นช้อยวิ่งหน้าตื่นขึ้นบันไดในสภาพเนื้อตัวมอมแมม ขยับจะตาม แต่ละไมวิ่งเข้ามารายงานเสียก่อนว่า ราชันย์พาแก้วกลับมาแล้ว วันชัยเลิกสนใจช้อย เดินออกไปหน้าบ้านทันที...

แก้วลงจากรถราชันย์แล้วขอตัวกลับที่พัก ราชันย์จะตามไปส่ง แต่รุ่งลักษมีรั้งไว้ อ้างอยากจะกลับบ้าน อยู่ที่นี่เหม็นกลิ่นสาปคนบ้านป่า ไม้รำคาญ บอกราชันย์พาน้องสาวกลับไปได้แล้ว ขืนอยู่นานเดี๋ยวเสนียดคนบ้านป่าจะติดตัวล้างไม่ออก แล้วพาแก้วผละจากไป ราชันย์ตะโกนบอกแก้ววันหลังจะมาหาเธอใหม่

จังหวะนั้น วันชัยเดินลงจากตึกใหญ่ ตรงเข้ากระชากคอเสื้อราชันย์แล้วซัดกำปั้นใส่หน้าหงาย รุ่งลักษมีตกใจรีบเข้าไปประคองพี่ชาย ราชันย์งง ถามวันชัยต่อยตนเองเรื่องอะไร

“ก็ใครบอกให้แกพาแก้วไปไหนต่อไหน ฉันไม่ใช่หัวหลักหัวตอนะเว้ยราชันย์ ที่แกจะทำอะไรโดยไม่ไว้หน้า ไม่ให้เกียรติกัน” วันชัยเสียงกร้าว รุ่งลักษมีไม่พอใจที่วันชัยทำเหมือนหึงแก้ว

“นั่นสิ ฉันว่าแกไม่ได้ห่วงแก้วหรอก แต่แกกำลังหึงแก้วมากกว่า แกกีดกันแก้วกับฉันเพราะแกอยากจะรักแก้วเสียเอง” ราชันย์โต้หน้าเครียด วันชัยเหวี่ยงกำปั้นใส่หน้าราชันย์อีกครั้งหนึ่งฐานคิดสกปรก จากนั้น สองหนุ่มวางมวยกันอุตลุด โดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของชไมพรกับรุ่งลักษมี

ชไมพรเห็นท่าไม่ดีวิ่งขึ้นตึกตรงไปยังห้องของแม่ ร้องเรียกแม่ให้มาช่วยห้ามวันชัยกับราชันย์ที แล้วเปิดประตูผลัวะเข้าไปโดยไม่ได้เคาะประตู เห็นช้อยกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ส่วนชุดที่อยู่บนเตียงเลอะเทอะเปรอะเปื้อน ช้อยตกใจรีบคว้าเสื้อผ้าชุดนั้นใส่ตะกร้า ชไมพรสงสัยแม่ไปทำอะไรมาถึงได้ตัวสกปรกแบบนั้น

“แม่หกล้มน่ะ ไม่มีอะไรหรอก เมื่อกี้ลูกว่าวันชัยต่อยคุณราชันย์รึ”

ชไมพรพยักหน้ารับคำ ชวนแม่ลงไปห้ามปรามทั้งคู่ หลวงมนูกิจได้ยินเสียงเอะอะรีบตามไปดู เห็นรุ่งลักษมีน้ำตานองหน้าเอาตัวบังราชันย์ขวางไม่ให้วันชัยทำร้าย

“ถ้าพี่วันชัยอยากจะฆ่าจะแกงพี่ราชันย์เพราะนังแก้ว กรุณาฆ่ารุ่งเสียเถิดค่ะ รุ่งทนไม่ได้ที่จะเห็นพี่ชายรุ่งต้องเจ็บปวดเพราะผู้หญิงคนนั้น รุ่งทนไม่ได้ที่คู่หมั้นของรุ่งปันใจให้กับผู้หญิงอื่น”

หลวงมนูกิจกับช้อยช่วยกันต่อว่าต่อขานวันชัยยกใหญ่ และยุส่งให้เขาไล่ผู้หญิงกาลกิณีอย่างแก้วไปให้พ้นจากบ้านหลังนี้ วันชัยไม่ยอมทำตาม รุ่งลักษมีตัดพ้อด้วยความน้อยใจที่วันชัยเห็นแก้วดีกว่าตนเอง

“พี่ไม่ได้เห็นว่าใครดีกว่าใคร...พี่รู้แค่ว่า...พี่รักแก้ว” วันชัยโพล่งออกมาอย่างนั้นแล้วเดินขึ้นตึก ทุกคนถึงกับอึ้ง รุ่งลักษมีปล่อยโฮ ราชันย์ตรงเข้ากอดน้องสาวหน้าเครียดพลางตะโกนไล่หลังวันชัย

“ฉันจะไม่ยอมให้แกเป็นสมภารกินไก่วัดหรอก...วันชัย”

ooooooo

ระหว่างกินมื้อเช้า ชไมพร ช้อย กับหลวงมนูกิจคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอย่างออกรส ชไมพรคาดไม่ถึงวันชัยจะกล้าสารภาพรักแก้วต่อหน้าทุกคน ช้อยเห็นเป็นเรื่องธรรมชาติของผู้ชายที่ได้ใหม่ก็มักจะลืมเก่า

“แต่ผมว่ามันแปลกๆนะ คุณวันชัยไม่ใช่คนเจ้าชู้และที่ผ่านมา คุณวันชัยก็เอ็นดูนังแก้วมาก ปกป้องดูแลทุกอย่างราวกับน้องในไส้” หลวงมนูกิจสีหน้าจริงจัง ชไมพรหัวเราะเยาะหาว่าเขาเพ้อเจ้อ

ช้อยทักท้วงลูกจำไม่ได้หรือเธอเคยเล่าให้ฟังว่า เจ้าพระยาวงษาพ่อของชไมพรมีลูกกับสาวชาวป่าคนหนึ่ง แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ ซักถามชไมพรว่าแม่ของแก้วชื่ออะไรท่าทางเป็นอย่างไร แต่ไม่ได้ความอะไร

“แล้วพวกมันมีพิรุธอะไรไหมครับ”

“อือ...ก็ไม่นะ...วันๆพวกมันก็อยู่ในป่าตามประสาคนป่า...อ้อ...แต่ตอนจะกลับ ชไมแอบได้ยินสองแม่ลูกมันคุยกัน นังแก้วมันบอกว่าให้งานเสร็จจะรีบกลับ แล้วแม่มันก็บอกว่าให้ดูแลพี่น้องให้ดีถึงไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกัน แต่ก็พ่อเดียวกัน” ชไมพรเล่าเป็นฉากๆขณะที่หลวงมนูกิจกับช้อยมองหน้ากันตะลึง...

ในเวลาต่อมา หลวงมนูกิจกับช้อยแอบมาปรึกษากันเรื่องของแก้วที่สวนหลังบ้าน หลวงมนูกิจมั่นใจ แก้วต้องเป็นลูกของกิ่งที่ส่งมาฆ่าเราสองคน ช้อยสีหน้าเป็นกังวลไม่ต่างจากชู้รักของเธอ ถามร้อนรนแล้วเราจะทำอย่างไรกันดี หลวงมนูกิจแนะให้กำจัดแก้วช้อยเห็นดีด้วยเร่งให้เขาลงมือไวๆจะได้หมดเสี้ยนหนาม...

ค่ำวันเดียวกัน วันชัยเดินไปเดินมาอยู่ในห้องตัวเองสีหน้าครุ่นคิด เสียงราชันย์ที่ว่าเขาคิดในทางชู้สาวกับแก้วยังดังก้องอยู่ในหัว วันชัยกลุ้มใจมาก เกิดแก้วคิดว่าเขารู้สึกกับเธอแบบนั้นทั้งๆที่เขารักเธอแบบน้องสาวเธอคงจะรังเกียจและขยะแขยงเขาแน่ๆ วันชัยยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ รีบเดินลิ่วออกจากห้อง...

ที่กระท่อมกลางสวน ช้อยกับหลวงมนูกิจวางแผนจะจัดการแก้วกับไม้โดยช้อยแกล้งเอาเศษไม้ขว้างใส่กระท่อม ไม้หลงกลเปิดประตูออกมาดู ถูกหลวงมนูกิจแอบซุ่มอยู่อีกมุมหนึ่งขว้างก้อนหินก้อนโตใส่หัวไม้เต็มแรง ไม้ร้องลั่นล้มคว่ำ แก้วได้ยินเสียงร้องวิ่งออกมาดู หลวงมนูกิจขว้างก้อนหินอีกก้อนใส่ เป้าหมายคือหัวของแก้ว วันชัยวิ่งเข้ามาพอดีผลักแก้วพ้นทาง ก้อนหินถูกหัวเขาอย่างจังหมดสติ

หลวงมนูกิจกับช้อยตาเหลือกรีบเผ่นหนีด้วยความหวาดกลัว ไม้กับแก้วรีบเข้าไปช่วยกันประคองร่างไร้สติของวันชัย เห็นเลือดสดๆไหลออกจากบาดแผลที่หัว...

ครู่ต่อมา ช้อยกับหลวงมนูกิจจ้ำพรวดๆตรงเข้าห้องช้อยท่าทางมีพิรุธ ชไมพรเดินผ่านมาเห็นพอดี ไม่พอใจมากตรงมาที่ห้องของแม่ ได้ยินเสียงแม่ต่อว่าหลวงมนูกิจว่าไม่มี ฝีมือทำให้วันชัยได้รับบาดเจ็บ ชไมพรไม่รอช้าเปิดประตูผลัวะเข้ามาถามหลวงมนูกิจทำอะไรพี่ชายของเธอช้อยกับชู้รักถึงกับหน้าซีด ชไมพรเห็นหลวงมนูกิจอึกๆอักๆจะลงไปถามวันชัยเองแล้วผลุนผลันออกจากห้อง ช้อยกับหลวงมนูกิจตาเหลือกรีบวิ่งตาม

ชไมพรลงมาข้างล่างเห็นไม้กับแก้วประคองวันชัยในสภาพหัวแตกเลือดอาบเข้ามานั่งที่ห้องโถง ก็ตกใจอ้าปากจะฟ้องว่าหลวงมนูกิจเป็นคนทำร้ายวันชัย แต่ช้อยตามมาคว้ามือลูกไว้บีบอย่างแรงเป็นเชิงไม่ให้พูดอะไร แล้วโยนความผิดไปให้แก้วกับไม้แทน ชไมพรมองแม่งงๆ วันชัยเอ็ดเสียงเขียว
“คุณช้อยอย่าพูดอะไรเพ้อเจ้อ...อ้าว...แล้วนี่รู้ได้อย่างไรว่าฉันบาดเจ็บ”

ช้อยโกหกว่าบังเอิญลงมาเห็น วันชัยซักอีกว่าดึกป่านนี้แล้วช้อยออกมาเดินข้างนอกทำไม ช้อยอึกอัก หลวงมนูกิจรีบแก้ต่างให้ช้อยว่าเห็นมีคนมาป้วนเปี้ยนแถวบ้านเรา ท่าทางไม่น่าไว้ใจ เขากับช้อยเลยเดินไปตรวจดู วันชัยจ้องช้อยกับหลวงมนูกิจอย่างจับผิด ถามว่าเห็นคนที่ขว้างหินใส่เขากับไม้ไหม ทั้งคู่ส่ายหน้า

“ไอ้คนพวกนั้นมันช่างโชคดีเสียจริง คุณช้อยกับคุณหลวงอุตส่าห์ออกมาเดินตรวจบ้านยังไม่ยักเห็น” วันชัยว่าประชด หลวงมนูกิจกับช้อยถึงกับหน้าเจื่อน

ooooooo

ดอกแก้ว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด